กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/กองบัญชาการตำรวจปราบปร/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sat, 11 Jul 2026 02:16:53 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ออกหมายจับ ‘จันทรา’ เจ้าของบัญชี Rose Rose คนบรรจุเฮโรอีน-ว่าจ้างแอร์โฮสเตสมีนา เตรียมส่งตัว ‘เอกวิทย์’ ฝากขังเที่ยงวันนี้ https://thestandard.co/chanthra-ekawit-heroin-network/ Sat, 11 Jul 2026 02:16:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1229334 พล.ต.อ. สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงความคืบหน้าคดีเครือข่ายยาเสพติด

วานนี้ (10 กรกฎาคม) พล.ต.อ. สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการต […]

The post ออกหมายจับ ‘จันทรา’ เจ้าของบัญชี Rose Rose คนบรรจุเฮโรอีน-ว่าจ้างแอร์โฮสเตสมีนา เตรียมส่งตัว ‘เอกวิทย์’ ฝากขังเที่ยงวันนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต.อ. สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงความคืบหน้าคดีเครือข่ายยาเสพติด

วานนี้ (10 กรกฎาคม) พล.ต.อ. สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยหลังสอบปากคำ เอกวิทย์ เครือข่ายส่งเฮโรอีนให้แอร์โฮสเตสมีนา โดยพฤติการณ์ของเอกวิทย์ เป็นผู้ใช้ชื่อ ไลน์แอคเคานต์ ‘รินริน’ โดยเจ้าตัวยอมรับว่าได้ใช้ไลน์นี้สื่อสารกับ Rose Rose หรือจันทรา จริง ซึ่งตำรวจไม่ได้เชื่อแค่คำให้การแต่ยืนยันว่ามีพยานหลักฐานที่เชื่อได้ว่าเป็นเจ้าของไลน์จริงๆ

 

โดยหน้าที่หลักของเอกวิทย์ คือการจัดหากระเป๋าช้าง ก่อนจะส่งให้จันทราไปบรรจุเฮโรอีน แล้วส่งกลับมาให้ตนเอง ก่อนจะประสานให้อุทัยมารับของไปส่งต่อ โดยเจ้าตัวรับสารภาพว่าทำแบบนี้มา 3 ครั้ง และเคยให้เครือข่ายมาส่งให้มีนาเป็นครั้งแรก โดยมีหลักฐานจากแชทของหลายๆ คน ซึ่งมีความเชื่อมโยงในลักษณะเดียวกัน

 

ส่วนการคัดเลือกเหยื่อ จันทราจะเป็นคนเลือกเอง ด้วยการพูดคุยในกลุ่ม รับหิ้วของทาง Facebook ถ้าเหยื่อคนไหนสนใจ จันทราก็จะทักข้อความไปคุยส่วนตัว ซึ่งในกรณีของมีนาจะทราบหรือไม่ว่าข้างในเป็นเฮโรอีน ขณะนี้ยังไม่สามารถตอบเจตนาจริงๆ ของมีนาได้

 

ส่วนความสัมพันธ์ของจันทราและเอกวิทย์นั้น จันทราเป็นพี่สาวของน้องสะใภ้เอกวิทย์ ซึ่งจันทราจะเดินทางข้ามไปมาระหว่างประเทศไทย กับ สปป.ลาว อยู่บ่อยครั้ง เชื่อว่าน่าจะไปมีความเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ และขณะนี้เจ้าตัวได้หลบหนีออกนอกประเทศผ่านช่องทางธรรมชาติ โดยตำรวจภูธรภาค 5 ได้เข้าค้นบ้านพักไปแล้ว

 

เมื่อถามถึงบอสใหญ่ของขบวนการนี้ พล.ต.อ. สำราญ เปิดเผยว่า อาจจะเป็นคนไทยที่อยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน หรือเป็นคนสัญชาติลาว ซึ่งอยู่ระหว่างการขยายผล และตำรวจทราบตัวแล้ว เป็นคนละกลุ่มกับที่ ป.ป.ส. จับกุมสองสามีภรรยาจังหวัดเลย

 

สำหรับคดีนี้ สำนวนการสอบสวนถือว่าสมบูรณ์ในระดับหนึ่ง หากทางประเทศออสเตรเลียประสานขอข้อมูลก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือ ส่วนผลการตัดสินคดีแอร์โฮสเตสมีนา ขอไม่ก้าวล่วงกฎหมายออสเตรเลีย แต่ยืนยันว่าฝั่งไทยปรากฏข้อมูลครบทุกส่วนแล้ว

 

สำหรับเอกวิทย์ คืนนี้พนักงานสอบสวนปราบปรามยาเสพติดจะสอบปากคำเข้มตลอดทั้งคืน และวันที่ 11 กรกฎาคมก่อนเที่ยง จะคุมตัวไปขออำนาจศาลอาญารัชดาฝากขัง ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว

The post ออกหมายจับ ‘จันทรา’ เจ้าของบัญชี Rose Rose คนบรรจุเฮโรอีน-ว่าจ้างแอร์โฮสเตสมีนา เตรียมส่งตัว ‘เอกวิทย์’ ฝากขังเที่ยงวันนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โฆษก ตร. สั่งสอบเข้ม ‘ผู้กองหญิง’ รับหิ้วกระป๋องลูกเดือยซุกกัญชาไปจีน เตือน ปชช. ระวังตกเป็นเหยื่อแก๊งค้ายาข้ามชาติ https://thestandard.co/police-captain-cannabis-china-probe/ Wed, 08 Jul 2026 05:28:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1228116 ภาพ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าว

ภายหลังจากที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) […]

The post โฆษก ตร. สั่งสอบเข้ม ‘ผู้กองหญิง’ รับหิ้วกระป๋องลูกเดือยซุกกัญชาไปจีน เตือน ปชช. ระวังตกเป็นเหยื่อแก๊งค้ายาข้ามชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าว

ภายหลังจากที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ได้เร่งขยายผลทลายเครือข่ายรับจ้างหิ้วของไปต่างประเทศ ซึ่งเป็นรูปแบบใหม่ของขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติที่อาศัยผู้รับจ้างขนสัมภาระเป็นเครื่องมือ โดยมีคดีหนึ่งเกิดขึ้นเมื่อช่วงต้นเดือนมกราคม 2569 ที่ผ่านมา ร้อยตำรวจเอกหญิงนายหนึ่ง ได้รับจ้างหิ้วกระป๋องลูกเดือยจำนวน 30 กระป๋อง ผ่านทางเพจรับหิ้วสินค้า เพื่อเดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไปยังประเทศจีนในลักษณะนักท่องเที่ยว

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อเดินทางถึงปลายทาง ร้อยตำรวจเอกหญิงรายดังกล่าวได้ถูกเจ้าหน้าที่ทางการจีนเข้าจับกุมตัวและควบคุมไว้สอบสวนทันที หลังจากการตรวจสอบพบว่ามีกัญชาถูกซุกซ่อนอยู่ภายในกระป๋องลูกเดือยดังกล่าว กระบวนการสอบสวนของทางการจีนใช้ระยะเวลานานกว่า 2 เดือน ก่อนที่อัยการจีนจะมีคำสั่งไม่ฟ้องคดี เนื่องจากปรากฏพยานหลักฐานที่ยืนยันได้ว่า ร้อยตำรวจเอกหญิงรายนี้ตกเป็นเหยื่อของขบวนการรับจ้างหิ้วสินค้าจริง และไม่มีส่วนรู้เห็นหรือทราบมาก่อนว่ามีกัญชาซุกซ่อนอยู่ในสิ่งของที่รับฝาก เธอจึงได้รับการปล่อยตัวและถูกส่งตัวกลับประเทศไทยเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

 

วันนี้ (8 กรกฎาคม) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกมาเปิดเผยถึงกรณีนี้ว่า ขณะนี้ทั้ง บช.ปส. และหน่วยงานต้นสังกัดของร้อยตำรวจเอกหญิงรายดังกล่าว กำลังอยู่ระหว่างการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงทางวินัยตามระเบียบที่กำหนดไว้ ควบคู่ไปกับการสืบสวนเชิงลึกเพื่อหาข้อเท็จจริงว่า เจ้าตัวทราบหรือไม่ว่ามีสิ่งผิดกฎหมายซุกซ่อนอยู่ด้านใน ซึ่งในขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะด่วนสรุป แต่หากผลการตรวจสอบพบว่ามีการกระทำความผิดจริง สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะดำเนินการลงโทษขั้นเด็ดขาดทั้งทางวินัยและทางอาญา ตามนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่ยึดหลักการว่า ตำรวจทำดีต้องยกย่องเชิดชู แต่หากทำผิดต้องถูกดำเนินการอย่างเด็ดขาด

 

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ได้กล่าวเน้นย้ำว่า คดีในลักษณะนี้สะท้อนให้เห็นถึงพฤติการณ์ของขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบไปอย่างมาก โดยหันมาฉวยโอกาสจากพฤติกรรมของผู้ใช้งานโซเชียลมีเดีย ผ่านการติดต่อว่าจ้างทางเพจหรือบุคคลที่ไม่รู้จักเพื่อหลอกให้รับขนสิ่งของผิดกฎหมาย

 

จึงขอฝากเตือนไปยังพี่น้องประชาชนว่า ไม่ควรรับฝากหรือรับจ้างขนสิ่งของของผู้อื่นเดินทางข้ามประเทศโดยเด็ดขาด แม้จะได้รับค่าตอบแทนเพียงเล็กน้อยก็ตาม เพราะอาจเสี่ยงตกเป็นเครื่องมือของเครือข่ายอาชญากรรม และต้องรับโทษสถานหนักตามกฎหมายของประเทศปลายทาง

 

ในตอนท้าย เมื่อถามถึงมาตรการกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นกรณีพิเศษเพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่า ข้าราชการตำรวจทุกคนมีระเบียบวินัยที่เข้มงวดมากกว่าประชาชนหรือข้าราชการพลเรือนทั่วไปอยู่แล้ว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงเป็นเรื่องที่ข้าราชการตำรวจทุกนายจะต้องตระหนักและพึงระลึกถึงระเบียบวินัยในการดำรงตน ในฐานะการเป็นผู้บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด

The post โฆษก ตร. สั่งสอบเข้ม ‘ผู้กองหญิง’ รับหิ้วกระป๋องลูกเดือยซุกกัญชาไปจีน เตือน ปชช. ระวังตกเป็นเหยื่อแก๊งค้ายาข้ามชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แกะรอยสางคดี ‘หนูเฉิน’ ผู้สั่งการค้ายาเสพติดรายใหญ่ หลังกุข่าวโดนฆ่าทิ้งแม่น้ำเมย ก่อนถูกรวบตัวข้ามทวีป https://thestandard.co/noo-chen-arrested-south-korea/ Wed, 08 Apr 2026 03:21:11 +0000 https://thestandard.co/?p=1195730 ภาพเจ้าหน้าที่ควบคุมตัว ฐปนันทน์ หรือ 'หนูเฉิน' ผู้ต้องหาค้ายาเสพติดข้ามชาติ โดยมีการเบลอใบหน้า

วานนี้ (7 เมษายน) ที่ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด […]

The post แกะรอยสางคดี ‘หนูเฉิน’ ผู้สั่งการค้ายาเสพติดรายใหญ่ หลังกุข่าวโดนฆ่าทิ้งแม่น้ำเมย ก่อนถูกรวบตัวข้ามทวีป appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพเจ้าหน้าที่ควบคุมตัว ฐปนันทน์ หรือ 'หนูเฉิน' ผู้ต้องหาค้ายาเสพติดข้ามชาติ โดยมีการเบลอใบหน้า

วานนี้ (7 เมษายน) ที่ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด มีการแถลงข่าวผลการปฏิบัติการจับกุมผู้ค้ายาเสพติดระดับสั่งการรายใหญ่ที่หลบหนีไปกบดานยังสาธารณรัฐเกาหลี

 

การจับกุมครั้งนี้เป็นผลมาจากการบูรณาการความร่วมมือระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงาน ป.ป.ส. และทางการสาธารณรัฐเกาหลี ในการติดตามจับกุม ฐปนันทน์ หรืออธิฐาน (หนูเฉิน) อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับกว่า 60 หมายจับ รวมถึงหมายจับของกองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 3 ในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและความผิดฐานฟอกเงิน โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลจนแน่ชัด และได้ควบคุมตัวกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยแล้วเพื่อขยายผลทำลายเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป

 

สำหรับประวัติของ ฐปนันทน์ หรือ หนูเฉิน จัดเป็นบุคคลที่ทางการต้องการตัวมากที่สุด (Most Wanted) และเคยมีประกาศสืบจับด้วยเงินรางวัลสูงถึง 1 ล้านบาท โดยเริ่มต้นเข้าสู่วงจรจากผู้เสพและผู้ค้ารายย่อยในย่านศรีนครินทร์ช่วงปี 2543-2545 ก่อนจะยกระดับสร้างเครือข่ายกับกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศเพื่อนบ้านเพื่อตั้งโรงงานผลิตและนำเข้ายาเสพติดสู่ไทย ข้อมูลการสืบสวนพบความเชื่อมโยงกับคดียาเสพติดรายใหญ่หลายคดี เริ่มตั้งแต่ปี 2552 ที่ถูกจับกุมพร้อมยาบ้า 26,000 เม็ด ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ แต่ได้หลบหนีในระหว่างชั้นอุทธรณ์

 

ต่อมาในปี 2555 พบว่ามีความเกี่ยวข้องกับการสั่งการเครือข่ายนิพนธ์ ร่วมกับอดีตทหาร ซุกซ่อนยาบ้ากว่า 3.8 ล้านเม็ด และไอซ์ 71 กิโลกรัม ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี โดยรับคำสั่งจากนักโทษในเรือนจำซึ่งเป็นหลานชายแท้ๆ ของอดีตราชายาเสพติด ‘ขุนส่า’ และในปีเดียวกันยังเชื่อมโยงกับคดีอาทิตย์ ยึดยาบ้า 1.6 ล้านเม็ด และไอซ์ 36 กิโลกรัม ในเขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร ถัดมาในปี 2560 มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีจับกุมยาบ้า 10.3 ล้านเม็ด ในพื้นที่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ และคดีจับกุมยาบ้า 10.5 ล้านเม็ด พร้อมไอซ์ 12 กิโลกรัม ในเขตคลองสามวา รวมถึงคดีใหญ่ในปี 2562 ที่พบการลำเลียงไอซ์น้ำหนักมหาศาลถึง 1.5 ตัน ซุกซ่อนในช่องลับของรถบรรทุกพ่วงที่ด่านตรวจ อ.แม่สอด จ.ตาก

 

ความพยายามในการหลบหนีของฐปนันทน์ทวีความซับซ้อนขึ้นในช่วงปลายปี 2565 เมื่อผู้ต้องหาได้สร้างสถานการณ์พรางตัวอย่างแนบเนียน โดยกุข่าวหลอกคนทั้งโลกว่าตนเองถูกฆาตกรรมและทิ้งศพลงแม่น้ำเมย ในเขตเมียวดี ประเทศเมียนมา เพื่อหลอกให้เจ้าหน้าที่หลงเชื่อและยุติการติดตามตัว แต่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ได้ทำการสืบสวนทางลับอย่างต่อเนื่อง จนพบความเคลื่อนไหวว่าผู้ต้องหาไม่ได้เสียชีวิตจริงและได้เดินทางหลบหนีเข้าไปยังสาธารณรัฐเกาหลี จึงนำมาสู่การประสานงานผ่านสำนักงาน ป.ป.ส. และทางการเกาหลีใต้ จนสามารถจับกุมตัวได้ในที่สุด

The post แกะรอยสางคดี ‘หนูเฉิน’ ผู้สั่งการค้ายาเสพติดรายใหญ่ หลังกุข่าวโดนฆ่าทิ้งแม่น้ำเมย ก่อนถูกรวบตัวข้ามทวีป appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘อนุทิน’ แถลงผลงานกวาดล้างยาเสพติดข้ามปี ยึดยาบ้ากว่า 330 ล้านเม็ด ตัดวงจรบอสไต้หวัน สกัดเส้นทางลำเลียงทุกทิศทาง https://thestandard.co/anutin-330m-meth-bust-targets-taiwan/ Mon, 19 Jan 2026 11:43:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1166876 ‘อนุทิน’ แถลงผลงานกวาดล้างยาเสพติดข้ามปี ยึดยาบ้ากว่า 330 ล้านเม็ด ตัดวงจร บอสไต้หวัน สกัดเส้นทางลำเลียงทุกทิศทาง

วันนี้ (19 มกราคม ) ที่ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติ […]

The post ‘อนุทิน’ แถลงผลงานกวาดล้างยาเสพติดข้ามปี ยึดยาบ้ากว่า 330 ล้านเม็ด ตัดวงจรบอสไต้หวัน สกัดเส้นทางลำเลียงทุกทิศทาง appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘อนุทิน’ แถลงผลงานกวาดล้างยาเสพติดข้ามปี ยึดยาบ้ากว่า 330 ล้านเม็ด ตัดวงจร บอสไต้หวัน สกัดเส้นทางลำเลียงทุกทิศทาง

วันนี้ (19 มกราคม ) ที่ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการแถลงผลการปฏิบัติงานด้านการปราบปรามยาเสพติด โดยมี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.), อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย, และ พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

การแถลงข่าวครั้งนี้เป็นการสรุปผลการปฏิบัติการเชิงรุกในห้วงเดือนธันวาคม 2568 ถึงมกราคม 2569 ซึ่งสามารถจับกุมเครือข่ายรายสำคัญได้ 15 คดี

 

โดยกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) สกัดกั้นทั้งต้นทางและปลายทางรวม 10 คดีสำคัญ คดีที่น่าสนใจคือ การจับกุมบอสไต้หวันหรือ เฉียง หมิงเฟิง ผู้สั่งการระดับมันสมองของขบวนการข้ามชาติ ถูกจับกุมได้ที่คอนโดมิเนียมย่านอโศก พร้อมของกลางเฮโรอีนเหลวที่เตรียมพรางเป็นโลชั่น และพรมที่ดัดแปลงช่องลับเพื่อซุกซ่อนยาเสพติดเตรียมส่งออก

 

นอกจากนี้ยังมีการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดล็อตใหญ่ ได้แก่ การสกัดจับรถบรรทุกที่ จ.ราชบุรี ยึดยาบ้าได้ 7.4 ล้านเม็ด และเฮโรอีน 112 กิโลกรัม, การทลายเครือข่ายนักบินปราจีนบุรี ยึดไอซ์เกือบ 500 กิโลกรัม และการสกัดจับเครือข่ายรถนำ-รถตาม ขนยาบ้า 1 ล้านเม็ดลงสู่ภาคใต้ รวมถึงการปราบปรามเครือข่ายในภาคอีสานและภาคเหนือที่พยายามลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ชั้นในอีกหลายคดี

 

กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (บช.ตชด.) มีผลงาน 3 คดีหลัก โดยเฉพาะปฏิบัติการพิทักษ์ริมน้ำโขง ที่ จ.นครพนม สามารถยึดไอซ์ล็อตใหญ่ 480 กิโลกรัม ขณะลำเลียงข้ามมาจาก สปป.ลาว นอกจากนี้ยังมีการจับกุมเครือข่ายที่พยายามตบตาเจ้าหน้าที่ด้วยการซุกซ่อนยาบ้ากว่า 6.4 แสนเม็ดในกระป๋องอาหาร ส่งจากภาคเหนือลงใต้ และการสกัดจับไอซ์ 316 กิโลกรัม ที่ตลาดบายพาส จ.สกลนคร

 

กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) สกัดจับด่านตรวจ จ.ชุมพร โดยสังเกตพิรุธรถเก๋งต้องสงสัย จนพบการซุกซ่อนยาบ้ากว่า 1 ล้านเม็ด ที่มีการพันเทปกาวและเคลือบเทียนไขเพื่ออำพรางกลิ่น ซุกซ่อนมาในช่องเก็บยางอะไหล่และเบาะที่นั่ง เตรียมส่งลงภาคใต้

 

จากการระดมกวาดล้างอย่างต่อเนื่องในห้วงเวลาดังกล่าว ส่งผลให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดของกลางยาเสพติดได้จำนวนมาก ประกอบด้วย ยาบ้ารวมกว่า 330 ล้านเม็ด, ไอซ์น้ำหนักรวมกว่า 11 ตัน และ เฮโรอีนรวมกว่า 200 กิโลกรัม (รวมเฮโรอีนเหลว)

 

นอกจากนี้ยังสามารถจับกุมตัวการสำคัญ ผู้ลำเลียง และเครือข่ายสนับสนุนได้จำนวนมาก พร้อมทั้งตรวจยึดรถยนต์ อาวุธปืน และทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดอีกหลายรายการ

 

อนุทิน กล่าวทิ้งท้ายว่า ผลการจับกุมในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งของการข่าวและการบูรณาการร่วมกันของทุกหน่วยงาน รัฐบาลยืนยันเจตนารมณ์ที่จะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดกับผู้กระทำความผิดทุกคน ไม่เว้นแม้แต่เจ้าหน้าที่ของรัฐ และจะมุ่งเน้นมาตรการยึดทรัพย์เพื่อตัดท่อน้ำเลี้ยงและทำลายโครงสร้างเครือข่ายยาเสพติดให้สิ้นซาก เพื่อคืนความปลอดภัยให้กับสังคมไทยอย่างยั่งยืน

 

ทั้งนี้นายกฯ อนุมัติให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดซื้อรถเอกซเรย์ จำนวน 3 คัน เพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ยืนยันว่ารัฐบาลยินดีทำทุกอย่างเพื่อให้กระบวนการการค้าการขนส่งยาเสพติดเกิดอุปสรรคให้มากที่สุด เพราะต้องยอมรับว่า ผู้ค้า-ผู้ขนส่งมีการพัฒนาการหลบซ่อนของยาเสพติดไปหลากหลายรูปแบบ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับกุม

 

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวชื่นชมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละและความมุ่งมั่น ในการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง พร้อมเน้นย้ำว่าปฏิบัติการครั้งนี้เป็นผลลัพธ์จากการบูรณาการระหว่างตำรวจไทย หน่วยงานด้านยาเสพติดระหว่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการขจัดภัยยาเสพติดแบบขุดรากถอนโคน เพื่อร่วมกันปกป้องสังคมไทยจากภัยร้ายของยาเสพติดอย่างยั่งยืน ถือเป็นภาพสะท้อนถึงความตั้งใจจริงในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล

 

‘อนุทิน’ แถลงผลงานกวาดล้างยาเสพติดข้ามปี ยึดยาบ้ากว่า 330 ล้านเม็ด ตัดวงจร บอสไต้หวัน สกัดเส้นทางลำเลียงทุกทิศทาง 1‘อนุทิน’ แถลงผลงานกวาดล้างยาเสพติดข้ามปี ยึดยาบ้ากว่า 330 ล้านเม็ด ตัดวงจร บอสไต้หวัน สกัดเส้นทางลำเลียงทุกทิศทาง 2‘อนุทิน’ แถลงผลงานกวาดล้างยาเสพติดข้ามปี ยึดยาบ้ากว่า 330 ล้านเม็ด ตัดวงจร บอสไต้หวัน สกัดเส้นทางลำเลียงทุกทิศทาง 3‘อนุทิน’ แถลงผลงานกวาดล้างยาเสพติดข้ามปี ยึดยาบ้ากว่า 330 ล้านเม็ด ตัดวงจร บอสไต้หวัน สกัดเส้นทางลำเลียงทุกทิศทาง 4

The post ‘อนุทิน’ แถลงผลงานกวาดล้างยาเสพติดข้ามปี ยึดยาบ้ากว่า 330 ล้านเม็ด ตัดวงจรบอสไต้หวัน สกัดเส้นทางลำเลียงทุกทิศทาง appeared first on THE STANDARD.

]]>
บช.ปส. เปิดยุทธการ Black Mirror TKP ทลายเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ ยึดทรัพย์กว่า 246 ล้าน โยงคดียาเสพติดหมื่นล้าน https://thestandard.co/narcotics-suppression-bureau-launched-operation/ Mon, 29 Dec 2025 05:14:11 +0000 https://thestandard.co/?p=1159634 บช.ปส. เปิดยุทธการBlack Mirror TKP ทลายเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ ยึดทรัพย์กว่า 246 ล้าน โยงคดียาเสพติดหมื่นล้าน

วันนี้ (29 ธันวาคม) ที่ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติ […]

The post บช.ปส. เปิดยุทธการ Black Mirror TKP ทลายเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ ยึดทรัพย์กว่า 246 ล้าน โยงคดียาเสพติดหมื่นล้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
บช.ปส. เปิดยุทธการBlack Mirror TKP ทลายเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ ยึดทรัพย์กว่า 246 ล้าน โยงคดียาเสพติดหมื่นล้าน

วันนี้ (29 ธันวาคม) ที่ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศอ.ปส.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) และผู้แทนจากสำนักงาน ป.ป.ส., กอ.รมน. รวมถึงผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจไต้หวันประจำประเทศไทย (Miss Becky Kuo) ร่วมแถลงผลการปฏิบัติการทลายเครือข่ายยาเสพติดและฟอกเงินรายใหญ่ ภายใต้รหัส Black Mirror TKP

 

พล.ต.อ.สำราญ เปิดเผยว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการสนองนโยบาย ต้องชนะยาเสพติด ของรัฐบาล โดยมุ่งเน้นการขุดรากถอนโคนเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่มีความซับซ้อน โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้นิติบุคคลบังหน้าในการฟอกเงิน

 

สืบเนื่องจากการจับกุมยาเสพติดล็อตใหญ่ในพื้นที่ชายแดนภาคอีสานเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ซึ่งจับกุมชาวลาว 3 ราย พร้อมไอซ์ 658 กิโลกรัม และยาบ้า 1.16 แสนเม็ด โดย บช.ปส. ได้ทำการสืบสวนสอบสวนขยายผลเส้นทางการเงิน จนพบความเชื่อมโยงไปยังบริษัท ทีเคพี ฯ และกลุ่มบริษัทในเครือข่ายอีก 3 แห่ง (บริษัท เอ็มทีซีฯ, บริษัท ทีเคพี ปิโตรเลียมฯ, บริษัท มาสเตอร์ เทรดฯ)

 

ซึ่งมีพฤติการณ์รับโอนเงินค่ายาเสพติดและฟอกเงินให้กับเครือข่ายค้ายาในหลายพื้นที่ โดยพบความเชื่อมโยงกับคดียาเสพติดรายสำคัญถึง 7 คดี ทั้งใน จ.เลย, แพร่, หนองคาย, เชียงราย รวมถึงการส่งออกเฮโรอีนไปยังไต้หวัน

 

พล.ต.ท.อาชยน กล่าวเสริมว่า จากการตรวจสอบพบว่าเครือข่ายนี้มีเงินหมุนเวียนในระบบนับหมื่นล้านบาท มีผู้เกี่ยวข้องทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยในวันนี้เจ้าหน้าที่ได้เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย 22 จุดทั่วประเทศ (กทม., นนทบุรี, ปทุมธานี, ลพบุรี, ตรัง) สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับข้อหา ร่วมกันฟอกเงิน ได้จำนวน 4 ราย

 

สามารถยึดทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด รวมมูลค่ากว่า 246,604,500 บาท ประกอบด้วย:

 

  • บ้านพร้อมที่ดิน 8 หลัง และห้องชุดคอนโดมิเนียม 12 ห้อง
  • เงินสดกว่า 1.5 ล้านบาท และเงินในบัญชีธนาคารที่อายัดไว้ 30 ล้านบาท
  • ทองคำรูปพรรณและทองคำแท่ง น้ำหนักรวม 43 บาท
  • รถยนต์ 6 คัน, รถจักรยานยนต์ 1 คัน
  • อาวุธปืน 18 กระบอก

 

สำหรับผลรวมของการปราบปรามเครือข่ายนี้ในภาพรวม เจ้าหน้าที่สามารถยึดยาเสพติดได้มหาศาล แบ่งเป็น ยาบ้า 30.37 ล้านเม็ด, ไอซ์ 658 กิโลกรัม, คีตามีน 199 กิโลกรัม และเฮโรอีน 3.23 กิโลกรัม รวมผู้ต้องหาในเครือข่ายทั้งหมด 24 คน

The post บช.ปส. เปิดยุทธการ Black Mirror TKP ทลายเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ ยึดทรัพย์กว่า 246 ล้าน โยงคดียาเสพติดหมื่นล้าน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจไทยจัดประชุมใหญ่ดึง 17 ประเทศทั่วโลก ผนึกกำลังปราบปรามยาเสพติดข้ามชาติ ยกระดับการข่าวและปฏิบัติการร่วม https://thestandard.co/the-1st-nsb-international-agencies-coordination-meeting/ Fri, 17 Oct 2025 03:13:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1131695 ตำรวจไทยจัดประชุมใหญ่ดึง 17 ประเทศทั่วโลก ผนึกกำลังปราบปราม ยาเสพติดข้ามชาติ ยกระดับ การข่าวและปฏิบัติการร่วม

วานนี้ (16 ตุลาคม) ที่ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด […]

The post ตำรวจไทยจัดประชุมใหญ่ดึง 17 ประเทศทั่วโลก ผนึกกำลังปราบปรามยาเสพติดข้ามชาติ ยกระดับการข่าวและปฏิบัติการร่วม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจไทยจัดประชุมใหญ่ดึง 17 ประเทศทั่วโลก ผนึกกำลังปราบปราม ยาเสพติดข้ามชาติ ยกระดับ การข่าวและปฏิบัติการร่วม

วานนี้ (16 ตุลาคม) ที่ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) เป็นประธานจัดการประชุม ‘The 1st NSB – International Agencies Coordination Meeting’ เพื่อหารือและเสริมสร้างความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ประสานงานด้านยาเสพติดและหน่วยงานจากต่างประเทศ

 

การประชุมครั้งประวัติศาสตร์นี้ถือเป็นครั้งแรกที่รวบรวมภาคีเครือข่ายด้านยาเสพติดในไทยและภูมิภาคเอเชีย โดยมีผู้แทนและหน่วยงานด้านการปราบปรามยาเสพติดเข้าร่วมจาก 17 ประเทศ และ 30 เครือข่าย อาทิ สหรัฐอเมริกา (DEA), ออสเตรเลีย (AFP), ญี่ปุ่น, เยอรมัน (BKA), แคนาดา (RCMP), สิงคโปร์ และมาเลเซีย

 

พล.ต.ท.อาชยน เปิดเผยว่า การประชุมนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการ ยกระดับความสัมพันธ์ แลกเปลี่ยนข้อมูล และเสริมสร้างความร่วมมืออย่างเป็นทางการระหว่างตำรวจปราบปรามยาเสพติดไทยกับเจ้าหน้าที่ประสานงานของประเทศต่าง ๆ ทั้งในเอเชียและยุโรป

 

ผบช.ปส. กล่าวเพิ่มเติมว่า การผสานความร่วมมือครั้งใหญ่นี้มีเป้าหมายเพื่อ สนับสนุนกันทางการข่าว การสืบสวน และการปฏิบัติการร่วมระหว่างประเทศ รวมถึงการแลกเปลี่ยนด้านข้อมูลและเทคโนโลยี เพื่อยกระดับประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดข้ามชาติอย่างยั่งยืนต่อไป

The post ตำรวจไทยจัดประชุมใหญ่ดึง 17 ประเทศทั่วโลก ผนึกกำลังปราบปรามยาเสพติดข้ามชาติ ยกระดับการข่าวและปฏิบัติการร่วม appeared first on THE STANDARD.

]]>
บช.ปส. ร่วมวงถก 3 ฝ่าย ไทย-จีน-สหรัฐฯ ที่กวางโจว ยกระดับปราบปรามยาเสพติดข้ามชาติในเอเชียแปซิฟิก https://thestandard.co/thailand-china-us-drug-suppression-meeting-guangzhou/ Wed, 15 Oct 2025 05:09:18 +0000 https://thestandard.co/?p=1130739 thailand-china-us-drug-suppression-meeting-guangzhou

พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผ […]

The post บช.ปส. ร่วมวงถก 3 ฝ่าย ไทย-จีน-สหรัฐฯ ที่กวางโจว ยกระดับปราบปรามยาเสพติดข้ามชาติในเอเชียแปซิฟิก appeared first on THE STANDARD.

]]>
thailand-china-us-drug-suppression-meeting-guangzhou

พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) พร้อมคณะ ได้เดินทางไปร่วมการประชุมสามฝ่ายเพื่อปราบปรามยาเสพติดข้ามชาติ ระหว่างประเทศไทย จีน และสหรัฐอเมริกา ณ เมืองกวางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 9-11 ตุลาคม 2568 เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและเสริมสร้างความร่วมมือในการต่อต้านยาเสพติดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

 

การประชุมสำคัญในครั้งนี้ ถือเป็นความร่วมมือ 3 ประเทศครั้งแรก โดยมีผู้แทนระดับสูงเข้าร่วม ได้แก่ เว่ย เสี่ยวจุน เลขาธิการบริหาร สำนักงานคณะกรรมธิการควบคุมยาเสพติดแห่งชาติจีน (NNCC) และ จอห์น พี. สก๊อต ผู้อำนวยการภูมิภาคตะวันออกไกล สำนักงานปราบปรามยาเสพติด กระทรวงยุติธรรม แห่งสหรัฐอเมริกา (DEA)

 

ที่ประชุมได้หารือถึงแนวทางความร่วมมือ 3 ฝ่าย เพื่อปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่เอเชียแปซิฟิกอย่างจริงจังในทุกมิติ โดยมีการหยิบยกประเด็นสำคัญจากการจับกุมเรือบรรทุกไอซ์จำนวน 5 ตัน สัญชาติเซียราเลโอน ชื่อ จีเช็ง ที่ลูกเรือ 7 คน ขนยาเสพติดจากฝั่งอันดามัน ผ่านช่องแคบมะละกา เข้าสู่น่านน้ำสากลฝั่งอ่าวไทย ก่อนถูกหน่วยยามฝั่งของจีน (Chinese Coastguard) จับกุมได้ที่ทะเลจีนใต้ 

 

ซึ่งในการประชุมครั้งนี้ ทั้งสามฝ่ายได้แบ่งปันข้อมูลการสืบสวนที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เพื่อขยายผลสืบสวนจับกุมขบวนการดังกล่าวต่อไป รวมถึงวางแผนความร่วมมือในอนาคต

หลังเสร็จสิ้นการประชุม คณะของ ผบช.ปส. ได้เดินทางไปยังท่าเรือเพื่อตรวจสอบเรือของกลางลำดังกล่าว และได้รับทราบรายละเอียดการดัดแปลงเรือ การซุกซ่อนยาเสพติด และวิธีการติดต่อสื่อสารในทะเล ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ในการวางแผนป้องกันและปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติที่จะลำเลียงผ่านประเทศไทย

 

การกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญกับการปราบปรามยาเสพติด ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างจริงจัง โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. เข้าร่วมประชุม ซึ่งจะช่วยยกระดับการบูรณาการงานปราบปรามยาเสพติดของไทยร่วมกับนานาประเทศ

The post บช.ปส. ร่วมวงถก 3 ฝ่าย ไทย-จีน-สหรัฐฯ ที่กวางโจว ยกระดับปราบปรามยาเสพติดข้ามชาติในเอเชียแปซิฟิก appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน นำแถลงผลงาน 3 วัน ทลาย 4 เครือข่ายยาเสพติด ยึดของกลางรวม 15 ล้านเม็ด พร้อมประกาศลั่น “จะกลับไปใช้นโยบายหนึ่งเม็ด” https://thestandard.co/anutin-drug-crackdown-one-pill-policy/ Wed, 08 Oct 2025 06:28:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1128042 อนุทิน ยาเสพติด

วันนี้ (8 ตุลาคม) ที่ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด […]

The post อนุทิน นำแถลงผลงาน 3 วัน ทลาย 4 เครือข่ายยาเสพติด ยึดของกลางรวม 15 ล้านเม็ด พร้อมประกาศลั่น “จะกลับไปใช้นโยบายหนึ่งเม็ด” appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน ยาเสพติด

วันนี้ (8 ตุลาคม) ที่ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้ร่วมกันแถลงข่าวยุทธการล้างบางเครือข่ายยาเสพติดข้ามภาค

 

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ผบ.ตร. เปิดเผยผลการปฏิบัติการกวาดล้างครั้งใหญ่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระหว่างวันที่ 4-6 ตุลาคมที่ผ่านมา สามารถ ทำลายเครือข่ายยาเสพติดสำคัญได้ 4 คดี จับกุมผู้ต้องหาได้ 10 ราย พร้อมของกลางจำนวนมหาศาล โดยมียาเสพติดที่สำคัญ ดังนี้:

 

  • ยาบ้า รวม 15.78 ล้านเม็ด
  • ไอซ์ รวม 235 กิโลกรัม

 

พร้อมอายัดทรัพย์สินจากขบวนการค้ายาเสพติดได้หลายรายการ

 

ผบ.ตร. ระบุรายละเอียดปฏิบัติการสำคัญ อาทิ การบุกจับกุมเครือข่ายยาเสพติดที่โกดังย่านคลองหลวง จ.ปทุมธานี ยึดยาบ้า 4.2 ล้านเม็ด, การสกัดจับแก๊งขนยาเสพติดโดย ตร.ภ.5 ที่ด่านห้วยไร่ จ.แพร่ ยึดยาบ้า 6.4 ล้านเม็ด ซุกในกระสอบรำข้าว, การทำลายเครือข่ายนำเข้าพื้นที่ชายแดน อ.เชียงคาน จ.เลย ยึดยาบ้าเกือบ 5 ล้านเม็ด, และการจับกุมตั้ม กระทุ่มแบน พร้อมไอซ์ 173 กิโลกรัม ในพื้นที่ กทม.

 

อนุทิน กล่าวหลังรับฟังรายงานว่า รัฐบาลถือว่านโยบายปราบปรามยาเสพติดเป็น วาระแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้บูรณาการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลจะไม่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ และจะเป็นศัตรูกับผู้ค้ายาเสพติดในทุกรูปแบบ

 

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำถึงโทษรุนแรงของผู้ที่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด ไม่ว่าจะเป็นผู้ค้า ผู้ครอบครอง หรือผู้ขนส่ง ซึ่งมีโทษเท่ากันหมด พร้อมประกาศความตั้งใจที่จะกลับไปใช้นโยบายหนึ่งเม็ดเหมือนเดิม เพื่อให้การปราบปรามยาเสพติดมีประสิทธิภาพสูงสุด

 

เมื่อถามถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่ายาเสพติดยังคงแพร่กระจายในชุมชน และมี เจ้าหน้าที่รัฐเอื้อประโยชน์ อยู่ด้วย อนุทินกล่าวว่า มั่นใจว่าระดับผู้บริหารองค์กร เช่น ผบ.ตร. และปลัดกระทรวงมหาดไทย จะไม่ยอมให้มีการหยิบยื่นผลประโยชน์ใด ๆ เกิดขึ้น

 

นายกรัฐมนตรีระบุว่า การลงไปแก้ไขปัญหายาเสพติดในระดับชุมชนมีการมอบหมายผู้รับผิดชอบอย่างใกล้ชิดและจะมีการติดตามอย่างต่อเนื่อง พร้อมกล่าวเตือนเจ้าหน้าที่ที่อาจคิดมักง่ายหรือเอื้อประโยชน์ต่อผู้ค้ายาเสพติดอย่างดุดันว่า “ก็ลองดู ไม่สำราญแน่ และไม่นอนมาแน่”

 

ภายหลังการแถลง นายกรัฐมนตรีได้ลงไปตรวจดูรถบรรทุกของกลางที่ใช้ซุกซ่อนยาเสพติด ซึ่งนำมาจัดแสดงที่ลานด้านหน้าอาคาร บช.ปส.

 

อนุทิน ยาเสพติด

The post อนุทิน นำแถลงผลงาน 3 วัน ทลาย 4 เครือข่ายยาเสพติด ยึดของกลางรวม 15 ล้านเม็ด พร้อมประกาศลั่น “จะกลับไปใช้นโยบายหนึ่งเม็ด” appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯอนุทิน ปัดกระแสข่าวเปลี่ยนปลัดมหาดไทย ย้ำโยกย้ายตามฤดูกาลและความเหมาะสม https://thestandard.co/pm-denies-interior-permanent-secretary-transfer/ Sat, 04 Oct 2025 03:33:09 +0000 https://thestandard.co/?p=1126253 ปลัดกระทรวงมหาดไทย

วันนี้ (4 ตุลาคม) ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ( […]

The post นายกฯอนุทิน ปัดกระแสข่าวเปลี่ยนปลัดมหาดไทย ย้ำโยกย้ายตามฤดูกาลและความเหมาะสม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปลัดกระทรวงมหาดไทย

วันนี้ (4 ตุลาคม) ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวถึงกระแสข่าวเกี่ยวกับการปรับย้ายข้าราชการในกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะตำแหน่ง ปลัดกระทรวงมหาดไทย

 

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกรณีที่กระทรวงมหาดไทยจะมีการปรับย้ายข้าราชการ รวมถึงตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทยหรือไม่ นายกรัฐมนตรีได้หันไปหาอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ซึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ พร้อมกล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า “ท่านปลัดฯ ก็ยืนอยู่นี่”

 

เมื่อถูกถามย้ำถึงกระแสข่าวการโยกย้ายปลัดกระทรวงมหาดไทยที่ออกมาก่อนหน้านี้ อนุทินกล่าวสวนกลับว่า “กระแสจากผู้สื่อข่าว ไม่ใช่กระแสข่าว และวันนี้ก็ยืนอยู่ตรงนี้ เมื่อวานนี้ก็อยู่ด้วยกัน” เ

 

ส่วนคำถามว่าในช่วง 4 เดือนข้างหน้า จะมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งใด ๆ หรือไม่ นายกรัฐมนตรีระบุว่า การโยกย้ายข้าราชการจะดำเนินการ “เป็นการโยกย้ายตามฤดูกาล” และเพื่อความเหมาะสม โดยจะมีการพิจารณาอย่างรอบคอบ แต่ปฏิเสธที่จะตอบเจาะจงในรายละเอียด โดยกล่าวว่า “ถามแบบนี้ไม่ได้หรอก”

The post นายกฯอนุทิน ปัดกระแสข่าวเปลี่ยนปลัดมหาดไทย ย้ำโยกย้ายตามฤดูกาลและความเหมาะสม appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ ยืนยันติดตามเหตุน้ำท่วมตลอด สั่ง รมต. ลงพื้นที่ดูแล แบ่งงานชัดเจน เร่งจ่ายค่าเยียวยาเร็วที่สุด https://thestandard.co/pm-flood-response-compensation/ Sat, 04 Oct 2025 03:29:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1126247 น้ำท่วม

วันนี้ (4 ตุลาคม) ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ( […]

The post นายกฯ ยืนยันติดตามเหตุน้ำท่วมตลอด สั่ง รมต. ลงพื้นที่ดูแล แบ่งงานชัดเจน เร่งจ่ายค่าเยียวยาเร็วที่สุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
น้ำท่วม

วันนี้ (4 ตุลาคม) ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดและแผนการลงพื้นที่ว่า ตนได้ติดตามสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา บางครั้งก็จำเป็นต้องลงพื้นที่เพื่อร่วมตัดสินใจในหลายเรื่อง ดังเช่นเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ที่ตนได้เดินทางไปตรวจราชการในพื้นที่ชายแดน

 

นายกรัฐมนตรีระบุว่าได้มีการแบ่งภารกิจให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ดูแลประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมอย่างชัดเจน โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทยที่มีรัฐมนตรีช่วยว่าการถึง 3 คน ก็ได้แบ่งหน้าที่ให้ไปดูแลเรื่องน้ำท่วม ขณะที่กระทรวงอื่น เช่น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็ได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัย เช่นเดียวกับรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลกลุ่มจังหวัด

 

อนุทินเน้นย้ำถึงเรื่องการเยียวยาว่า ถ้ามีภัยน้ำท่วมแล้วเข้าข่ายการเยียวยา มีเงินค่าชดเชยความเสียหาย ถ้าเข้าข่ายสามวันเจ็ดวัน เราจะเร่งดำเนินการเยียวยาให้เร็วที่สุด โดยจะนำประสบการณ์จากรัฐบาลชุดที่แล้วที่ตนอยู่กระทรวงมหาดไทย มาใช้เร่งรัดการจ่ายค่าเยียวยา และในฐานะนายกรัฐมนตรีด้วย เชื่อว่าขั้นตอนต่าง ๆ จะรวดเร็วมากขึ้น

 

เมื่อถามถึงกรณีที่ประชาชนบางพื้นที่อยากให้นายกฯ ลงพื้นที่เอง เนื่องจากกังวลว่าการช่วยเหลืออาจยังไม่ทั่วถึง อนุทินกล่าวว่า ตนเชื่อว่ารัฐมนตรีทุกคนที่ลงไป รวมถึงผู้บริหารระดับกระทรวง ก็สามารถให้ความช่วยเหลือได้ เนื่องจากมีการรายงานเข้ามาอย่างต่อเนื่องและมีการวางแผนป้องกันไม่ให้เกิดภัยน้ำท่วมในระยะยาว

 

ส่วนกรณีที่ สส. ฝ่ายค้านเรียกร้องให้นายกฯ ลงพื้นที่ในจังหวัดที่ไม่มี สส. พรรคภูมิใจไทยอยู่ อนุทินกล่าวว่า ตนคิดว่าการกล่าวเช่นนั้นเป็นการพูดแบบลอย ๆ เนื่องจากจังหวัดที่ไม่มี สส. ของพรรค เช่น จังหวัดสุโขทัย ก็มีเจ้าหน้าที่จากกระทรวงมหาดไทยที่ได้รับมอบหมายเข้าไปบริหารสถานการณ์ และได้รับรายงานว่าสถานการณ์ดีขึ้นแล้ว

 

พร้อมทั้งระบุว่า จริงๆ ตนจะไปวันนี้หรือพรุ่งนี้ไม่ทันแล้ว เพราะเมื่อวานแรงที่สุด โดยชี้แจงว่าน้ำท่วมในพื้นที่ดังกล่าวไม่ใช่เป็นลักษณะน้ำท่วมขัง แต่เป็นน้ำหลากมาแรง ซึ่งสุดท้ายน้ำจะไหลไปยังแหล่งพักน้ำที่เขื่อนภูมิพลและบึงบอระเพ็ด ซึ่งมีการเตรียมการไว้แล้ว

The post นายกฯ ยืนยันติดตามเหตุน้ำท่วมตลอด สั่ง รมต. ลงพื้นที่ดูแล แบ่งงานชัดเจน เร่งจ่ายค่าเยียวยาเร็วที่สุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
แพทย์เครือข่ายหมอแอร์ เข้าคุกหลังศาลค้านประกันตัว ส่วนผู้ต้องหาอีก 3 รายประสานเข้าพบตำรวจแล้ว https://thestandard.co/surapong-morair-arrests/ Wed, 10 Sep 2025 04:41:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1117713 surapong-morair-arrests

วันนี้ (10 กันยายน) พ.ต.อ.สุรพงษ์ ชาติสุทธิ รองผู้บังคั […]

The post แพทย์เครือข่ายหมอแอร์ เข้าคุกหลังศาลค้านประกันตัว ส่วนผู้ต้องหาอีก 3 รายประสานเข้าพบตำรวจแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
surapong-morair-arrests

วันนี้ (10 กันยายน) พ.ต.อ.สุรพงษ์ ชาติสุทธิ รองผู้บังคับการปราบปรามยาเสพติด1 เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีจับกุมแพทย์ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องในเครือข่ายพ.ต.อ. พญ.อัญชุลี ธีระวงศ์ไพศาล หรือ หมอแอร์ ว่า วานนี้ (9 กันยายน) สามารถจับผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องได้ 8 ราย โดยเจ้าหน้าที่สอบปากคำก่อนส่งตัวฝากขังศาล 7 ราย

 

เบื้องต้นศาลคัดค้านการประกันตัวทั้ง 7 ราย ส่วนอีก 1 รายอยู่ระหว่างตำรวจควบคุมตัวเพื่อสอบปากคำที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) สำหรับผู้ต้องหาในเครือข่ายนี้อีก 3 ราย พ.ต.อ.สุรพงษ์ ระบุว่า ทั้ง 3 ได้ประสานขอเข้าพบพนักงานสอบสวนในคดีแล้ว

 

ขณะที่คำให้การของผู้ต้องหาชุดที่จับกุม 8 ราย ได้ให้ความร่วมมือให้การตามข้อเท็จจริง แต่ยังคงปฏิเสธในข้อกล่าวหาสมคบกันเพื่อจำหน่ายยาเสพติดประเภท 2 ส่วนการรับสารภาพ รับว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับหมอแอร์ แต่ในเรื่องคลินิกและการดูแลคลินิกทั้งหมดปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่รู้เห็นกับขบวนการ

 

พ.ต.อ.สุรพงษ์ กล่าวต่อว่า ผู้ต้องหาให้การอย่างไรก็ถือเป็นสิทธิ์ ทั้งนี้ไม่ได้มีการปรักปรำและยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง ตำรวจดำเนินการตามพยานหลักฐาน ซึ่งทุกคนต้องนำพยานหลักฐานของตนเองมาหักล้างชี้แจงให้ได้

 

ส่วนตัวมองว่าทุกอาชีพทุกคนต้องมีจรรยาบรรณมีความสุจริตเป็นที่ตั้ง

อย่างไรก็ตามเรื่องจริยธรรมแพทย์ ต้องฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ตรวจสอบเรื่องวิชาชีพต่อไป

The post แพทย์เครือข่ายหมอแอร์ เข้าคุกหลังศาลค้านประกันตัว ส่วนผู้ต้องหาอีก 3 รายประสานเข้าพบตำรวจแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตร.ปส. ส่งสำนวนคดี ‘หมอแอร์’ ให้อัยการฯ ฟ้องศาลวันนี้ ยันหลักฐานแน่น-ไม่กังวลส่งสำนวนวันสุดท้าย https://thestandard.co/narcotics-police-dr-air-indictment/ Tue, 02 Sep 2025 05:12:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1114446 คดีหมอแอร์

วันนี้ (2 กันยายน) เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. ที่ผ่านมา พ […]

The post ตร.ปส. ส่งสำนวนคดี ‘หมอแอร์’ ให้อัยการฯ ฟ้องศาลวันนี้ ยันหลักฐานแน่น-ไม่กังวลส่งสำนวนวันสุดท้าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
คดีหมอแอร์

วันนี้ (2 กันยายน) เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ได้นำสำนวนคดีของ พ.ต.อ. พญ.อัญชุลี ธีระวงศ์ไพศาล หรือ หมอแอร์ พร้อมผู้ร่วมขบวนการรวม 12 คน เข้าส่งมอบให้อัยการสำนักงานคดียาเสพติด เพื่อพิจารณาสั่งฟ้องต่อศาล โดยเป็นการส่งสำนวนในวันสุดท้ายของกำหนดฝากขัง 84 วัน

 

พงศ์พิเชษฐ์ จันทรพรกิจ อธิบดีอัยการสำนักงานคดียาเสพติด ยืนยันว่า อัยการจะพิจารณาสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมดต่อศาลได้อย่างแน่นอนในวันนี้ แม้ว่าตำรวจจะนำส่งสำนวนในวันสุดท้าย ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา แต่เนื่องจากมีการประสานงานและตรวจสอบสำนวนร่วมกันอย่างใกล้ชิดมาตลอด จึงมั่นใจว่าหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดีได้

 

คดีนี้มีผู้ต้องหาทั้งหมด 23 คน โดยเป็นกลุ่มแพทย์ 9 คน ญาติของหมอแอร์ 1 คน และเจ้าของคลินิกอีก 1 คน ที่ยังอยู่ระหว่างการติดตามตัวตามหมายจับ ซึ่งหากจับกุมได้จะนำสำนวนมาพิจารณารวมกับคดีนี้

 

สุภาภรณ์ นิปวณิชย์ หรือ อัยการดาว อัยการผู้เชี่ยวชาญสำนักงานคดียาเสพติด กล่าวว่า ทีมงานอัยการได้ทำงานอย่างรอบคอบตลอดวันหยุดที่ผ่านมา เพื่อตรวจสอบสำนวนอย่างละเอียดและป้องกันข้อผิดพลาดที่อาจทำให้ต้องปล่อยตัวผู้ต้องหา

 

ด้าน พล.ต.ต. อรรถพล อนุสิทธิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ซึ่งเดินทางมาส่งสำนวนด้วยตนเอง ยืนยันว่า การนำส่งสำนวนในวันสุดท้ายไม่มีผลกระทบต่อคดี เนื่องจากมีการประสานงานกับอัยการอย่างต่อเนื่อง และสำนวนคดีมีความสมบูรณ์พร้อมสำหรับการพิจารณาแล้ว

The post ตร.ปส. ส่งสำนวนคดี ‘หมอแอร์’ ให้อัยการฯ ฟ้องศาลวันนี้ ยันหลักฐานแน่น-ไม่กังวลส่งสำนวนวันสุดท้าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจ ปส.-อย. ทลายเครือข่ายค้ายานอนหลับ-เสียสาว จับ ‘หมอแอร์’ หัวหน้าขบวนการ พร้อม 6 ผู้ร่วมกระทำผิด ยึดยากว่า 1.7 แสนเม็ด https://thestandard.co/police-arrest-dr-air/ Wed, 11 Jun 2025 06:26:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1083960 police-arrest-dr-air

วันนี้ (11 มิถุนายน) พล.ต.ท. สำราญ นวลมา ผู้ช่วยผู้บัญช […]

The post ตำรวจ ปส.-อย. ทลายเครือข่ายค้ายานอนหลับ-เสียสาว จับ ‘หมอแอร์’ หัวหน้าขบวนการ พร้อม 6 ผู้ร่วมกระทำผิด ยึดยากว่า 1.7 แสนเม็ด appeared first on THE STANDARD.

]]>
police-arrest-dr-air

วันนี้ (11 มิถุนายน) พล.ต.ท. สำราญ นวลมา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ท. สันติ ชัยนิรามัย ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.), นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข และ นพ.วิทิต สฤษฎีชัยกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมขบวนการลักลอบจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 และ 4 โดยไม่ได้รับอนุญาต

 

พล.ต.ต. นพสิทธิ์ มิตรภักดี ผู้บังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 1 เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก อย. ประสานข้อมูลพบกลุ่มบุคคลนำยาควบคุมแผนปัจจุบัน ซึ่งเป็นวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 และ 4 ออกนอกระบบไปใช้ในทางที่ผิด จากการสืบสวนพบว่า พ.ต.อ.หญิง อัญชุลี ธีระวงศ์ไพศาล หรือหมอแอร์ เป็นผู้สั่งการ โดยมีพฤติการณ์สั่งซื้อยาจาก อย. ในนามของคลินิกทางการแพทย์รวม 12 แห่ง ก่อนนำยาไปซุกซ่อนและแจกจ่ายให้ผู้ร่วมขบวนการในแต่ละพื้นที่

 

เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานและขอหมายจับผู้ต้องหา 5 ราย ได้แก่ พ.ต.อ.อัญชุลี (ผู้สั่งการและผู้เบิกยา), ดุริยลักษ์ (คนเฝ้ายาส่งยา), ณัฐพัชร์ , ปกรณ์ และ อรชุน จันทนาม (คนปล่อยยาใน กทม. และปริมณฑล) ในข้อหาร่วมกันจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 (ฟลูไนตราซีแพม) โดยไม่ได้รับอนุญาตเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจาย และสมคบกันจำหน่ายยา นอกจากนี้ ยังสามารถจับกุมผู้ต้องหาซึ่งหน้าได้อีก 2 ราย ที่จังหวัดนครปฐม คือ พัชรา และ พชรมน ซึ่งครอบครองวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 รวมเป็นผู้ต้องหาทั้งสิ้น 7 ราย

 

เจ้าหน้าที่สามารถยึดของกลางเป็นยาวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 (Alprazolam, Zolpidem tartrate, Flunitrazepam) จำนวนรวม 97,400 เม็ด และประเภท 4 (Clonazepam, Clorazapate) จำนวนรวม 73,000 เม็ด รวมทั้งสิ้นกว่า 170,400 เม็ด

 

นพ.วิทิต สฤษฎีชัยกุล รองเลขาธิการ อย. เผยว่า การสั่งซื้อยาวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 ต้องเป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับอนุญาตจาก อย. ซึ่งเป็นผู้ดูแลและมีอำนาจในการจ่ายยาเพียงผู้เดียว โดยมีการจำกัดปริมาณการสั่งซื้อต่อปี

 

แต่กรณีของ พ.ต.อ.อัญชุลี นั้น อย. ตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่ช่วงกลางปี 2567 โดยพบว่ามีการสั่งซื้อยาเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด จาก 1 ล้านบาทในปี 2565 เป็น 4 ล้านบาทในปี 2566 และ 11 ล้านบาทในปี 2567 และในปี 2568 ได้เพิ่มจำนวนคลินิกเป็น 12 แห่ง สั่งซื้อยามูลค่าถึง 7-8 ล้านบาท ซึ่งถือว่าผิดสังเกตอย่างมาก

 

นายกองตรี ดร.ธนกฤต เผยว่า จากการตรวจสอบยังพบว่ามีรายชื่อผู้เสียชีวิตตั้งแต่ปี 2541 มาปรากฏเป็นบุคคลที่มาสวมสิทธิ์เบิกยาวัตถุออกฤทธิ์กับคลินิก โดยตรวจสอบย้อนหลัง 2 เดือน พบรายชื่อผู้เสียชีวิตถึง 370 คน

 

พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างพิจารณาแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในความผิดฐาน ฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน ขณะที่ในส่วนของการดำเนินการเอาผิดทางวินัยกับ พ.ต.อ.อัญชุลีนั้น ทาง บช.ปส. กำลังเร่งยื่นเรื่องไปยังโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อเสนอผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติพิจารณาปลดออกจากราชการต่อไป

 

ทั้งนี้ ทางกระทรวงสาธารณสุขและ อย. จะเร่งรวบรวมหลักฐานทั้งหมดเพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดต่อไป

The post ตำรวจ ปส.-อย. ทลายเครือข่ายค้ายานอนหลับ-เสียสาว จับ ‘หมอแอร์’ หัวหน้าขบวนการ พร้อม 6 ผู้ร่วมกระทำผิด ยึดยากว่า 1.7 แสนเม็ด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจขยายผลเครือข่ายลักลอบขายยานอนหลับ ต้นสังกัดเตรียมสั่งพักราชการหมอแอร์ทันที พร้อมสอบวินัยร้ายแรงหลายคดี https://thestandard.co/doctor-air-arrest-sleeppills/ Wed, 11 Jun 2025 01:51:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1083850 doctor-air-arrest-sleeppills

ความคืบหน้ากรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ปส. […]

The post ตำรวจขยายผลเครือข่ายลักลอบขายยานอนหลับ ต้นสังกัดเตรียมสั่งพักราชการหมอแอร์ทันที พร้อมสอบวินัยร้ายแรงหลายคดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
doctor-air-arrest-sleeppills

ความคืบหน้ากรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ปส.) และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ร่วมกันขยายผลจากการเข้าตรวจสอบคลินิกสั่งซื้อยานอนหลับ จนนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหา 5 ราย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ พ.ต.อ.หญิง อัญชุลี ธีระวงศ์ไพศาล หรือหมอแอร์ แพทย์หญิง (สบ5) กลุ่มงานเวชศาสตร์ครอบครัว โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นแพทย์ผู้สั่งยา โดยเบื้องต้นพบเงินหมุนเวียนในเครือข่ายนี้กว่า 80 ล้านบาท และเชื่อมโยงกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกว่า 400 ล้านบาท

 

จากการสืบสวนเบื้องต้นพบว่า ขบวนการนี้มีการลักลอบจำหน่ายยานอนหลับหรือยาออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทโดยผิดกฎหมาย โดยเริ่มจากการที่ อย. พบความผิดปกติและประสานข้อมูลให้ตำรวจ ปส. สืบสวนขยายผลนานหลายเดือนจนมีหลักฐานชัดเจน และนำไปสู่การออกหมายค้นและหมายจับผู้กระทำความผิด

 

วานนี้ (10 มิถุนายน) พล.ต.ท. สันติ ชัยนิรามัย ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยว่า ตามนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ให้ตรวจสอบการกระทำความผิดของเจ้าหน้าที่ในองค์กรโดยไม่มีข้อยกเว้น กรณีของ พ.ต.อ.หญิง อัญชุลี เป็นการกระทำความผิดส่วนบุคคล ซึ่งทางโรงพยาบาลตำรวจและสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ขอให้ประชาชนอย่าเหมารวม

 

สำหรับ พ.ต.อ.หญิง อัญชุลี ทางชุดทำคดีได้ทำหนังสือส่งไปยังต้นสังกัดว่าตกเป็นผู้ต้องหาที่ 1 และมีความเห็นว่าหากให้รับราชการต่อไปอาจเกิดความเสียหายแก่ทางราชการ ซึ่งทางต้นสังกัดจะมีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน เพื่อตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง และหากพบว่ามีมูลจะต้องตั้งคณะกรรมการตรวจสอบวินัยร้ายแรงต่อไป

 

จากการตรวจสอบประวัติของ พ.ต.อ.หญิง อัญชุลี พบว่าก่อนหน้านี้เมื่อปี 2565 มีผู้เสียหายเคยร้องเรียนเกี่ยวกับกรณีที่ผู้เสียหายได้นำเงินมามอบให้เพื่อให้ช่วยต่อวีซ่าในการพักอาศัยอยู่ในประเทศไทย ซึ่งคดีดังกล่าวอยู่ระหว่างกระบวนการฟ้องศาลคดีอาญา โดยศาลชั้นต้นสั่งจำคุก 7 ปี และมีการยื่นอุทธรณ์ ซึ่งทราบว่าสามารถตกลงกับคู่กรณีได้แล้ว อย่างไรก็ตาม กระบวนการทางวินัยยังคงดำเนินการต่อ โดยทางโรงพยาบาลตำรวจได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบวินัยร้ายแรงในกรณีนี้ และอยู่ระหว่างการนัดประชุมเพื่อพิจารณาผลวินัยร้ายแรงในเร็วๆ นี้

 

ในวันเดียวกันตำรวจกองบังคับการปราบปรามยาเสพติด 1 ได้คุมตัวชายซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ต้องหาคดีสั่งยาซุกซ่อนวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทจำนวนมาก เพื่อลักลอบจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย มาสอบปากคำเพิ่มเติมอีก พล.ต.ท. สันติ ชัยนิรามัย กล่าวว่า เบื้องต้น พ.ต.อ.หญิง อัญชุลี ให้ความร่วมมือกับพนักงานสอบสวนเป็นอย่างดี แต่ยังไม่ได้รับรายงานว่าให้การไปในทิศทางใด ซึ่งอาจต้องใช้เวลาในการสอบปากคำ และจะมีการแถลงข่าวให้รายละเอียดในวันนี้ (11 มิถุนายน)

 

ส่วนกรณีที่มีข้อมูลว่ามีการนำรายชื่อของผู้เสียชีวิตกว่า 300 ราย มาแอบอ้างในการเบิกสั่งจ่ายยานอนหลับ ทางตำรวจ ปส. ยังไม่ได้ดำเนินการในกรณีดังกล่าว เนื่องจากต้องให้ทาง อย. ตรวจสอบให้แน่ชัดก่อน หากพบการกระทำความผิดที่ชัดเจน ก็สามารถมาแจ้งความร้องทุกข์ต่อตำรวจ ปส. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

The post ตำรวจขยายผลเครือข่ายลักลอบขายยานอนหลับ ต้นสังกัดเตรียมสั่งพักราชการหมอแอร์ทันที พร้อมสอบวินัยร้ายแรงหลายคดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจ ปส. ทลายเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดภาคเหนือ ยึดยาบ้ากว่า 12 ล้านเม็ด https://thestandard.co/northern-drug-bust/ Tue, 04 Mar 2025 08:58:29 +0000 https://thestandard.co/?p=1048403 northern-drug-bust

วันนี้ (4 มีนาคม) กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ตำร […]

The post ตำรวจ ปส. ทลายเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดภาคเหนือ ยึดยาบ้ากว่า 12 ล้านเม็ด appeared first on THE STANDARD.

]]>
northern-drug-bust

วันนี้ (4 มีนาคม) กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ตำรวจ ปส.) บูรณาการกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร, หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคเหนือ (นบ.ยส.35) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) โดย พล.ท. กัณห์ สถิตยุทธการ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 2 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร, มานะ ศิริพิทยาวัฒน์ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ร่วมปิดล้อมตรวจค้นในพื้นที่ และจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญของ บช.ปส. โดยมีการจับกุมดังนี้

 

นบ.ยส.35 นำโดย พ.อ. ประณต ศิริพันธ์ หน.ฝขว.นบ.ยส.35 และ พ.อ. อัศนัย เมืองมูล หน.ฝนผ.นบ.ยส.35 คดียาบ้า 7,990,000 เม็ด เนื่องจากสืบสวนทราบว่าจะมีกลุ่มบุคคลซึ่งมีพฤติการณ์ลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดนภาคเหนือ และจะนำมาส่งให้ลูกค้าตามสั่งการของผู้ว่าจ้างในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล โดยจะใช้รถยนต์ทะเบียน กธ 37xx พะเยา, รถยนต์ทะเบียน บม 16xx พะเยา และรถยนต์ทะเบียน บพ 44xx พะเยา ใช้เส้นทางจากพื้นที่ชายแดน จังหวัดเชียงราย ผ่านจังหวัดพะเยา-จังหวัดแพร่-จังหวัดสุโขทัย-จังหวัดพิษณุโลก-จังหวัดพิจิตร-จังหวัดนครสวรรค์ ปลายทางพื้นที่ กทม. และปริมณฑล จึงได้เฝ้าติดตามกลุ่มรถยนต์ดังกล่าวเรื่อยมา

 

จนกระทั่งวันที่ 27 กุมภาพันธ์ พบความเคลื่อนไหวของรถยนต์กลุ่มดังกล่าวในพื้นที่อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก ลักษณะเป็นขบวนมีรถนำ/ตาม ทิ้งระยะประมาณ 2-3 กิโลเมตร มุ่งหน้าจังหวัดพิจิตร-จังหวัดนครสวรรค์ จึงจัดชุดสะกดรอยติดตาม และได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำด่านตรวจพยุหะคีรีให้หยุดรถยนต์ทั้งสามคัน รถยนต์คันที่ 1 ทะเบียน บพ 44xx พะเยา เลยด่านตรวจไป รถยนต์คันที่ 2 ทะเบียน บม 16xx พะเยา สามารถหยุดไว้ได้ที่ด่านตรวจ ส่วนรถยนต์คันที่ 3 ทะเบียน กธ 37xx พะเยา จอดริมถนนก่อนถึงด่านตรวจพยุหะคีรี เจ้าพนักงานตำรวจจึงแสดงตัวเพื่อเข้าตรวจค้น แต่รถยนต์คันดังกล่าวได้ขับขี่รถยนต์หลบหนี ทิศทางมุ่งหน้าอำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ โดยสามารถหยุดรถคันดังกล่าวบริเวณริมถนนพหลโยธิน อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ ผลตรวจค้นพบยาบ้า 7,990,000 เม็ด ในห้องผู้โดยสาร

 

ส่วนผู้ขับขี่เป็นชายวัยรุ่น ได้อาศัยความมืดวิ่งหลบหนีขณะเข้าจับกุม ต่อมาเวลาประมาณ 05.40 น. ชุดที่ติดตามรถยนต์คันที่ 1ทะเบียน บพ 44xx พะเยา สามารถจับกุมได้ที่โรงแรมฟ้าใส รีสอร์ต ตำบลตาคลี อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ จึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

 

จากนั้น บก.ปส.3 นำโดย พล.ต.ท. จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ต. วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ป., พล.ต.ต. คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ทล. คดียาบ้า 5,000,000 เม็ด จากการที่ กก.2 บก.ปส.3 ทำการจับกุม สรวุฒิ และพวกรวม 3 คน พร้อมยาบ้า 800,000 เม็ด, ยาไอซ์ 380 กิโลกรัม และเคตามีน 265 กิโลกรัม ในพื้นที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

 

เจ้าหน้าที่ กก.2 บก.ปส.3 ได้ขยายผลอย่างต่อเนื่อง กระทั่งวันที่ 27 กุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่ กก.2 บก.ปส.3 ร่วมกับ บช.ก., บก.ป., บก.ทล. และเจ้าหน้าที่ทหาร ขกท.ศปก.นสศ. สืบสวนทราบว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจำนวนมากจากพื้นที่ชายแดนผ่านอำเภอเชียงดาว-อำเภอแม่แตง-อำเภอสันทราย-อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เข้าสู่พื้นที่ตอนใน โดยใช้เส้นทางจังหวัดเชียงใหม่-จังหวัดลำพูน-จังหวัดลำปาง-จังหวัดกำแพงเพชร-จังหวัดนครสวรรค์-จังหวัดชัยนาท-จังหวัดสิงห์บุรี-จังหวัดอ่างทอง-จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงได้ทำการเฝ้าระวัง

 

จนพบความเคลื่อนไหวรถยนต์กลุ่มบุคคลในเครือข่าย โดยมีรถยนต์ลักษณะขับนำรถบรรทุก 6 ล้อ ซึ่งบรรทุกพืชผลทางการเกษตรประเภทข้าวโพด เจ้าหน้าที่เฝ้าติดตาม ต่อมาวันที่ 28 กุมภาพันธ์ รถบรรทุก 6 ล้อ ได้มาจอดหน้าปั๊มน้ำมันในตำบลหันสัง อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวเพื่อทำการจับกุมพบ นเรศ เป็นผู้ขับ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจค้นรถบรรทุก พบยาบ้า 5,000,000 เม็ด ซุกซ่อนอำพรางอยู่ใต้พืชผลทางการเกษตร (ข้าวโพด) และสกัดรถยนต์ที่ขับนำพบจับกุม หมวยพอง จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการขยายผล จับกุมชาย 2 คน ลงจากรถยนต์ตู้มาขับรถบรรทุกยาเสพติดดังกล่าว โดยมีรถยนต์อีก 1 คัน ลักษณะคุ้มกันการลำเลียงยาเสพติด

 

ต่อมาพบว่ารถทั้ง 3 คัน ได้ขับติดตามกันไปจนถึงตำบลคลองสอง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการสกัดรถทั้ง 3 คัน โดยรถยนต์ที่ขับในลักษณะคุ้มกันพบ จอมพล ได้ลงจากรถและวิ่งลงป่าข้างทางหลบหนีไป และรถตู้ที่ขับตามมาได้เร่งความเร็วและเสียหลักลงข้างทาง พบผู้ต้องหาจำนวน 2 คน เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด 6 คน พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.3 ซึ่ง บก.ปส.3 จะได้ทำการขยายผลเพื่อติดตามผู้ต้องหาที่หลบหนีต่อไป

 

สำหรับการปราบปรามยาเสพติดของ บช.ปส. ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2567 – ปัจจุบัน สามารถจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดทุกคดีได้ 524 คดี ผู้ต้องหา 520 คน ของกลางยาเสพติดคือ ยาบ้า 134,797,295 เม็ด ยาไอซ์ 11,313 กิโลกรัม เฮโรอีน 107 กิโลกรัม เคตามีน 509 กิโลกรัม และยาอี 575 เม็ด ยืดอายัดทรัพย์ผู้ค้ายาเสพติด 1,384,689,753 บาท

The post ตำรวจ ปส. ทลายเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดภาคเหนือ ยึดยาบ้ากว่า 12 ล้านเม็ด appeared first on THE STANDARD.

]]>
โรมให้ปากคำ-นำพยานหลักฐานยื่นเพิ่มเติมกรณี ส.ว. อุปกิต ด้านอัยการเตรียมเรียก ส.ว. สอบในสิ้นเดือนนี้ https://thestandard.co/rome-testimony-upakit-case/ Tue, 21 Mar 2023 09:27:41 +0000 https://thestandard.co/?p=766289

วันนี้ (21 มีนาคม) ที่สำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการส […]

The post โรมให้ปากคำ-นำพยานหลักฐานยื่นเพิ่มเติมกรณี ส.ว. อุปกิต ด้านอัยการเตรียมเรียก ส.ว. สอบในสิ้นเดือนนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (21 มีนาคม) ที่สำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนบรมราชชนนี รังสิมันต์ โรม อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เข้าให้ปากคำในฐานะพยานในการดำเนินคดี อุปกิต ปาจรียางกูร สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่ปรากฏเกี่ยวกับขบวนการของ ตุน มิน ลัต จากการที่รังสิมันต์ได้ยื่นหนังสือถึงอัยการสูงสุด ขอส่งหลักฐานเอกสารเพื่อประกอบการพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2566 

 

รังสิมันต์กล่าวว่า กระบวนการยุติธรรมไม่มีใครมีสิทธิพิเศษ ตนมั่นใจในพยานหลักฐานที่มี แต่คนในกระบวนการยุติธรรมทั้งหลายควรทำตัวเองให้มีประโยชน์ด้วย ไม่ใช่ปล่อยให้คดีมันเฉื่อยชาแบบนี้ ถ้าตนจำไม่ผิดคดีนี้เป็นคดีนอกราชอาณาจักรเมื่อเดือนมกราคมนี้เอง จนถึงก่อนที่มีความชัดเจนว่าเป็นคดีนอกราชอาณาจักร ทำไมตำรวจกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ปล่อยให้สถานการณ์เป็นแบบนี้ 

 

ตนมีความคาดหวังว่าพนักงานอัยการจะทำหน้าที่ให้มีประสิทธิภาพ ดูจากการที่ นารี ตัณฑเสถียร อัยการสูงสุด ปฏิบัติงานมา ตนก็ค่อนข้างมีความคาดหวัง เพราะดูแล้วท่านก็ให้ความสำคัญกับกระบวนการยุติธรรม ก็หวังว่าคดีนี้ทางอัยการสูงสุดจะให้ความสำคัญเช่นกัน มิฉะนั้นอาจจะถูกคนครหาไปต่างๆ นานาที่จะทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรม ถ้าตนเป็นอัยการหรือตำรวจ ตอนนี้ตนออกหมายจับ ส.ว. รายดังกล่าวไปแล้ว เพราะถ้าเกิดการหลบหนีขึ้นมา ใครรับผิดชอบ ทางอัยการสูงสุดรับผิดชอบไหวหรือ ทาง บช.ปส. รับผิดชอบไหวหรือไม่

 

ส่วนที่อีกฝ่ายดำเนินการฟ้องกลับรังสิมันต์ในคดีทางอาญา รังสิมันต์กล่าวว่า เป็นสิทธิของเขาที่จะดำเนินคดี ทางตนก็มีพยานหลักฐาน ที่นำมาวันนี้เป็นเพียงบางส่วน หากทางอัยการต้องการตนก็กลับไปนำมาเพิ่มให้ได้ แต่ก็เชื่อว่าทางอัยการมีหลักฐานมากกว่าตน คิดง่ายๆ ว่า ตุน มิน ลัต โดนอย่างไร ส.ว. คนดังกล่าวก็ควรโดนอย่างนั้น เพราะพยานหลักฐานชุดเดียวกัน แล้วที่อ้างว่าในช่วงโควิดนั้นด่านต่างๆ มีการปิด ตนต้องขอบอกว่ามันมีอีกหลายวิธีการและโอนเงินได้ในช่วงนั้น การที่ ส.ว. รายนี้จะอธิบายชี้แจงอย่างไรก็เป็นสิทธิของเขา แต่ตนก็ยืนยันว่าการทำหน้าที่ของตนได้ต่อเนื่องกันมาตั้งแต่อภิปรายในสภา 

 

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่า เมื่อยุบสภาไปแล้วทางรังสิมันต์จะไม่มีเอกสิทธิ์คุ้มครองทางกฎหมาย จะมีผลต่อการต่อสู้ในเรื่องต่างๆ หรือไม่ รังสิมันต์กล่าวว่า ทันทีที่ปิดสมัยประชุมก็จะไม่มีเอกสิทธิ์คุ้มครองอยู่แล้ว เช่นเดียวกันกับตอนออกหมายจับตัว ส.ว. ก็ไม่มีเอกสิทธิ์คุ้มครองเช่นกัน ดังนั้นถ้าตั้งแต่วันนั้นสามารถออกหมายจับได้ ไม่ได้เป็นการล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติอย่างไร 

 

“ผมไม่ได้เป็น ส.ส. แล้วก็คงมีข้อจำกัดในเรื่องที่ผมต้องให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งด้วย ก็ต้องแบ่งเวลาจัดการบริหารมากกว่า แต่ในเรื่องนี้ผมก็ยังจะเดินหน้าต่อไป และผมก็มั่นใจว่าแค่ดูพยานหลักฐานที่ตนมี สามารถนำทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้แล้ว ต่อไปก็เป็นการพิจารณาของศาลทำหน้าที่ว่าสุดท้ายจะจบอย่างไร” รังสิมันต์กล่าว

 

ด้าน วัชรินทร์ ภาณุรัตน์ รองอธิบดีอัยการสอบสวน ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานอัยการร่วมสอบสวนที่อัยการสูงสุดได้ตั้งขึ้น กล่าวว่า ก่อนหน้านี้รังสิมันต์ได้เคยยื่นหนังสือต่ออัยการสูงสุด โดยระบุว่ามีพยานหลักฐาน 13 ฉบับ 

 

อัยการสูงสุดซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนในความผิดนอกราชอาณาจักรตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิ อาญา) มาตรา 20 จึงได้มอบหมายให้สำนักงานอัยการสอบสวนกับกองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 3 (บก.ปส.3) ร่วมกันเป็นพนักงานสอบสวน และคณะพนักงานสอบสวนประชุมร่วมกันแล้วเห็นควรว่า เมื่อรังสิมันต์อ้างว่ามีพยานหลักฐานดังกล่าว ทางคณะทำงานสอบสวนจึงเรียกมาสอบในฐานะพยาน และให้ยื่นเอกสารเข้าสู่สำนวนการสอบสวน เพื่อที่จะได้เป็นการสอบสวนที่ถูกต้องเป็นระบบ ผ่านชุดพนักงานสอบสวนที่อัยการสูงสุดได้ตั้งขึ้น

 

สำหรับความคืบหน้าในคดีขณะนี้มีอยู่ 2 ส่วน ส่วนที่ 1 คือคดี ตุน มิน ลัต กับพวก ซึ่งอัยการได้ยื่นฟ้องไปแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล

 

ส่วนคดีที่ 2 เป็นคดีที่เกี่ยวเนื่องกัน จึงรวบรวมพยานหลักฐานใหม่ พร้อมทั้งอาศัยพยานหลักฐานในชุดเดิม รวมถึงการสอบสวนเพิ่มเติมใหม่ จากเดิมที่อัยการสูงสุดได้สั่งสอบเพิ่มเติมไว้ 4 ประเด็น ซึ่งได้ทำการสอบหลักฐานสำคัญเสร็จไปแล้ว 3 ประเด็น โดยตั้งแต่ได้รับมอบหมายวันที่ 26 มกราคม ทางคณะทำงานก็ทำงานกันไม่หยุด จนถึงปัจจุบันก็ทำงานกันมาตลอด ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการล่าช้าแต่อย่างใด และในช่วงอีก 2-3 วันนี้ ทางคณะทำงานสอบสวนก็จะเดินทางไปสอบสวนพยานหลักฐานเพิ่มเติมที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ด้วย ซึ่งภายในเดือนนี้คาดว่าจะสรุปสำนวนเสนอไปยังอัยการสูงสุดพิจารณา ซึ่งยืนยันว่าจะทำสำนวนให้รวดเร็วที่สุด

 

วัชรินทร์กล่าวต่อไปว่า คดีนี้เป็นความผิดนอกราชอาณาจักรเป็นไปตาม ป.วิ อาญา มาตรา 20 เป็นอำนาจอัยการสูงสุดแต่ผู้เดียว คณะทำงานจะต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้ดีที่สุดเพื่อนำเสนออัยการสูงสุด จะพยายามรวบรวมพยานหลักฐานให้เสร็จในสิ้นเดือนนี้ ให้อัยการสูงสุดเป็นผู้พิจารณาว่าจะฟ้องหรือไม่อย่างไร

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะต้องเรียกอุปกิตมาสอบสวนด้วยหรือไม่ วัชรินทร์กล่าวว่า อันนี้แน่นอน ถ้าพยานหลักฐานที่กำลังจะเดินทางไปสอบสวนนี้แล้วเสร็จ จะนำพยานหลักฐานที่เสร็จสิ้นแล้วมาเพื่อสอบสวนต่อ เพราะว่าเราทำการสอบสวนไม่ได้เพื่อที่จะสอบสวนไปเพื่อแจ้งข้อหาหรือจับอุปกิตก่อน แล้วค่อยสอบสวนหาพยานหลักฐาน แต่เราจะทำจากการหาพยานหลักฐานทั้งหมดให้ครบถ้วน แล้วค่อยพิจารณาว่าอุปกิตได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหาหรือไม่ จึงค่อยพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหา 

 

เพราะถ้าเราไปแจ้งข้อกล่าวหาเลยก่อนที่จะมีพยานหลักฐาน ระยะเวลาต่างๆ ตามกฎหมาย มันจะมีระยะเวลาในการทำงานตาม ป.วิ อาญา มาตรา 113 แต่ถ้าเราสอบสวนพยานทุกอย่างเสร็จสิ้นชัดเจนแล้ว ตรงนี้มันจะเป็นแนวทางการสอบสวนที่ถูกต้อง ก็คือการสอบทั้งสองฝ่าย ทั้งผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหา เรียกว่าจะต้องดูพยานหลักฐานที่คณะทำงานกำลังทำกันอยู่ 

The post โรมให้ปากคำ-นำพยานหลักฐานยื่นเพิ่มเติมกรณี ส.ว. อุปกิต ด้านอัยการเตรียมเรียก ส.ว. สอบในสิ้นเดือนนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โรมเปิดข้อมูล ตำรวจยศ พล.ต.อ. พยายามช่วยเหลือ ส.ว.ทรงเอพ้นจากสำนวนคดี ‘ตุน มิน ลัต’ ย้ำถ้าช่วยล้มคดีก็ไม่ต่างอะไรกับคนชั่ว https://thestandard.co/rome-information-pol-gen/ Mon, 13 Mar 2023 09:10:49 +0000 https://thestandard.co/?p=762287 รังสิมันต์ โรม

วันนี้ (13 สิงหาคม) ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด […]

The post โรมเปิดข้อมูล ตำรวจยศ พล.ต.อ. พยายามช่วยเหลือ ส.ว.ทรงเอพ้นจากสำนวนคดี ‘ตุน มิน ลัต’ ย้ำถ้าช่วยล้มคดีก็ไม่ต่างอะไรกับคนชั่ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
รังสิมันต์ โรม

วันนี้ (13 สิงหาคม) ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล พร้อมด้วย อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ นำป้ายข้อมูลมาแสดงพร้อมแถลงต่อสื่อมวลชน กรณีติดตามความคืบหน้าการดำเนินคดีสมาชิกวุฒิสภารายหนึ่งที่รังสิมันต์เรียกว่า ส.ว.ทรงเอ เนื่องจากสำนักงานอัยการสูงสุดมีคำสั่งให้กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 3 ดำเนินคดีของ ตุน มิน ลัต ที่ปรากฏรายชื่อ ส.ว. รายดังกล่าวเข้าไปพัวพัน จนนำไปสู่การออกหมายจับ 2 ข้อหาคือ สมคบคิดกันเกี่ยวกับยาเสพติด และดำเนินคดีที่กระทำความผิดนอกราชอาณาจักร ต่อมามีการถอนหมายจับเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2565

 

รังสิมันต์กล่าวว่า ตนตั้งใจจะมาที่นี่ไม่ใช่เพื่อยื่นหนังสือหรือมาร้องเรียนการทำงานของตำรวจ แต่ต้องการคำชี้แจงว่าเหตุใดการทำคดีของ ส.ว. รายนี้มีความล่าช้า เนื่องจากมีการถอนหมายจับไปเป็นเวลากว่า 162 วันแล้ว ตนเข้าใจว่าช่วงประชุมสภาผู้แทนราษฎรไม่สามารถออกหมายเรียกได้ แต่หลังประชุมเสร็จกลับไม่มีการดำเนินการใดๆ ทั้งสิ้น แม้แต่หมายเรียกที่เป็นขั้นพื้นฐานของตำรวจในการเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำ

 

ส่วนตัวมองว่ากระบวนการของคดีนี้อาจมีการแทรกแซงหรือช่วยเหลือจาก พล.ต.อ. นอกราชการ ระดับสูง ที่เข้ามาพยายามช่วยเหลือพร้อมให้คำแนะนำเรื่องรูปคดี เนื่องจากโทษของพฤติการณ์ดังกล่าวสูงถึงขั้นประหารชีวิต เพราะผู้ถูกกล่าวหามีตำแหน่ง ส.ว. มีโทษสูงกว่าประชาชน 2-3 เท่า 

 

รังสิมันต์กล่าวต่อไปว่า ก่อนมาที่นี่ตนได้ไปยื่นหนังสือถึง พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และมีหนังสือตอบกลับมาให้กับตนเป็นลายเซ็นของ ผบ.ตร. แล้ว

 

ในกรณีที่ตำรวจชุดจับกุมคดี ตุน มิน ลัต ถูกโยกย้ายจนทำให้คดีไม่มีความคืบหน้า การโยกย้ายข้าราชการเหล่านี้ทาง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องมีส่วนรับผิดชอบโดยตรง เพราะมีฐานะเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด อีกทั้งมีข้อมูลว่า ส.ว. คนดังกล่าวที่ปรากฏในคดีเดียวกันนี้เชื่อมโยงกับ พล.อ. ประยุทธ์ เพราะที่ทำการพรรคปัจจุบันมีการเช่าพื้นที่ของ ส.ว. เปิดเป็นสำนักงาน

 

รังสิมันต์กล่าวอีกว่า ส่วนตัวไม่ได้มองว่าการทำหน้าที่ของตำรวจมีความบกพร่องในคดีตุน มิน ลัต แต่สงสัยว่าทำไมถึงถอนหมายจับชั้นตุลาการ ในส่วนนี้อาจมีการแทรกแซงของพนักงานสอบสวนหรือไม่ ซึ่งเรื่องดังกล่าวตนเคยยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมแล้ว ส่วนสำนวนคดีที่ 2 ขณะนี้ที่อยู่กับ บช.ปส. ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบ ก็พบว่าติดขัด ตนยอมรับว่าติดใจกับการดำเนินการของ บช.ปส. อย่างเลี่ยงไม่ได้

 

ส่วนสัปดาห์หน้าตนจะเดินทางไปยื่นเรื่องที่คณะกรรมการป้องกันและปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เอาผิดตุลาการทั้ง 3 ท่าน เรื่องมีการถอนหมายจับทันทีหลังจากช่วงเช้าออกหมายจับ ด้วยเหตุผลอ้างว่าเป็นบุคคลสำคัญ ซึ่งตามกฎหมายไม่มี

 

จากนั้นรังสิมันต์ได้เปิดป้ายข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคดีตุน มิน ลัต, ส.ว.ทรงเอ ประกอบด้วยขบวนการค้ายา ฟอกเงินข้ามชายแดนไทย-เมียนมา และข้อมูลการทำธุรกิจชายแดนที่ทำผ่าน ส.ว. 

 

นอกจากนี้รังสิมันต์นำป้ายหาเสียง 2 แผ่นมาแสดง พร้อมกล่าวว่า วันนี้ที่ตนนำมามี 2 ป้าย ระบุข้อความว่า “นักการเมืองขายยาจะหมดไปได้ด้วยก้าวไกลเป็นรัฐบาล” 

 

ทั้งนี้ตนไม่ได้ตั้งใจจะมาหาเสียง แต่ที่นำสองป้ายนี้มาก็เพื่อจะมาติดที่หน่วยงาน และหวังว่าเนื้อหาดังกล่าวจะสามารถใช้เป็นป้ายเตือนใจว่าจะทำคดีเรื่องนี้ให้อย่างดีที่สุด

 

ส่วนตัวขณะนี้ที่อายุ 30 ปีรู้สึกกลัวที่จะถูกฟ้องกลับหลังออกมาเปิดเผยข้อมูลต่างๆ แต่ในวันนี้ตนในฐานะผู้แทนประชาชน อยู่ในหน้าที่ที่จะต้องตรวจสอบ เอาเรื่องพวกนี้มาแฉ เพราะถ้าไม่นำมาเปิดเผยสังคมจะไม่รับรู้ ตนขอพูดกับตำรวจทุกท่าน ถ้าปิดบัง ช่วยกันล้มคดี พวกท่านก็ไม่ต่างอะไรกับคนชั่ว คนที่ค้ายา

 

ส่วนที่มาเปิดเผยตอนนี้เพราะข้อมูลทั้งหมดพร้อมตอนนี้ หากมองว่าเป็นการดิสเครดิตก็ขอให้ออกมาตอบโต้ให้ข้อมูลว่าส่วนไหนไม่ถูกต้องบ้าง ถ้ามีสัญญาเช่าอาคาร สำนักงาน ก็ให้แสดง เปิดเผยให้สังคมรับรู้

 

The post โรมเปิดข้อมูล ตำรวจยศ พล.ต.อ. พยายามช่วยเหลือ ส.ว.ทรงเอพ้นจากสำนวนคดี ‘ตุน มิน ลัต’ ย้ำถ้าช่วยล้มคดีก็ไม่ต่างอะไรกับคนชั่ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ก้าวไกลเปิดเอกสารตำรวจปราบปรามยาเสพติดของบซื้อซอฟต์แวร์สอดแนม รวม 348 ล้านบาท https://thestandard.co/police-drug-enforcement-documents-buy-spy-software/ Wed, 27 Jul 2022 14:04:45 +0000 https://thestandard.co/?p=659856 พรรคก้าวไกล

วันนี้ (27 กรกฎาคม) พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรค […]

The post ก้าวไกลเปิดเอกสารตำรวจปราบปรามยาเสพติดของบซื้อซอฟต์แวร์สอดแนม รวม 348 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรรคก้าวไกล

วันนี้ (27 กรกฎาคม) พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล แถลงข่าวเปิดเอกสารของกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จากการของบประมาณปี 2566 ในโครงการจัดหาระบบรวบรวมและประมวลผลข่าวกรองขั้นสูง (สปายแวร์) วงเงิน 348 ล้านบาท โดยมีบริษัทเสนอราคา 3 ราย ซึ่งในยี่ห้อ Q CYBER มีการเสนอราคามาต่ำที่สุด ซึ่งยี่ห้อดังกล่าวเป็นบริษัทเดียวกับยี่ห้อเพกาซัส 

 

สำหรับการจัดซื้อครั้งนี้มีการของบประมาณผูกพันติดต่อกัน 5 ปี อีกทั้งยังมีคุณสมบัติที่สามารถอยู่บนอุปกรณ์ของเป้าหมายโดยที่เป้าหมายไม่ทราบถึงการติดตั้ง และเป็นอุปกรณ์ที่ทำงานได้แบบไร้สาย ซึ่งสามารถรวบรวมข้อมูล รายชื่อ ไฟล์ประวัติการโทร การค้นหา รูปภาพ นัดหมาย กิจกรรมต่างๆ ได้เป็นอย่างน้อย, สามารถเปิดไมค์เพื่อดักฟังสภาพแวดล้อมได้, สามารถสั่งการผ่านหน้าจอบนอุปกรณ์เป้าหมายได้, ถ่ายภาพผ่านกล้องบนอุปกรณ์เป้าหมายได้, บอกตำแหน่งเป้าหมายด้วย GPS และตรวจสอบการโทรด้วยเสียงและโทรผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เป็นต้น อุปกรณ์ตัวนี้ถือว่าเป็นตัวเดียวกัน และสามารถเจาะเข้าโทรศัพท์ได้ 10 เบอร์ในเวลาเดียวกัน 

 

ทั้งนี้ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติระบุ 4 ระบบที่ใช้อยู่นั้นไม่เพียงพอต่อการทำงาน จึงได้ขอซื้อเพิ่ม จากแบบเดิมที่เป้าหมายจะต้องคลิกลิงก์บางอย่างเพื่อให้เข้าถึงข้อมูลได้ และไม่สามารถเข้าถึงระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ได้ ดังนั้นจึงต้องการแบบใหม่ ที่เป้าหมายไม่ต้องดำเนินการใดๆ ก็สามารถที่จะเข้าไปดึงข้อมูลได้ อีกทั้งยังเข้าสู่ระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ๆ ได้ และสามารถพัฒนาตามแต่ละรุ่นได้ 

 

“นี่เป็นเครื่องยืนยันว่าสิ่งที่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ชี้แจงในสภา พยายามที่จะบิดเบือนว่าไม่รู้จักเพกาซัสคงเป็นไปไม่ได้ ถ้ารัฐบาลมีเครื่องมือนี้ขึ้นมาที่ไม่ใช่การตรวจสอบประชาชน แต่เป็นการใช้งานในการอาชญากรรม พล.อ. ประยุทธ์จะอธิบายได้ง่ายมาก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในสภา นี่คือพฤติกรรมของคนที่มีพิรุธ นำสปายแวร์มาใช้อย่างผิดประเภท มาใช้ในการสอดแนมประชาชน ก็เลยไม่สามารถที่จะอธิบายอย่างตรงไปตรงมาหรือชี้แจงได้” พิจารณ์กล่าว

 

พิจารณ์ระบุต่อไปว่า สปายแวร์จะถูกขายให้กับรัฐเท่านั้น ไม่ได้ขายให้เอกชน ดังนั้นขณะนี้มี 35 คนที่ถูกสอดแนมจากรัฐแน่นอน ซึ่ง 35 คนแบ่งเป็น นักกิจกรรม 24 คน, นักวิชาการ 3 คน, NGO 3 คน และนักการเมือง 5 คน 

 

ดังนั้นการใช้สปายแวร์นี้ รัฐบาลใช้ผิดวัตถุประสงค์หรือไม่ เพราะไม่ใช่มีแค่กองปราบปรามยาเสพติดของ สตช. แต่ยังมี กอ.รมน. และหน่วยข่าวกรองกองทัพบกที่ใช้สปายแวร์นี้ด้วย ดังนั้นหน่วยงานเหล่านี้จะออกมายอมรับหรือไม่ว่าใช้สปายแวร์อย่างผิดวัตถุประสงค์ หลังจากนี้ตนจะรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานเพิ่มเติม และจะนำไปสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป โดยเบื้องต้นผู้ที่ถูกละเมิดทุกคนจะฟ้องทางแพ่งเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายต่อรัฐ

 

 

จากเอกสารการของบประมาณปี 2566 ในโครงการจัดหาระบบรวบรวมและประมวลผลข่าวกรองขั้นสูง (สปายแวร์) กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด โดยมีบริษัทเสนอราคา 3 ราย ซึ่งในยี่ห้อ Q CYBER มีการเสนอราคามาต่ำที่สุด โดยยี่ห้อดังกล่าวเป็นบริษัทเดียวกับยี่ห้อเพกาซัส 

 

 

การจัดซื้อครั้งนี้มีการของบประมาณผูกพันติดต่อกัน 5 ปี คือ ปี 2566-2570 วงเงิน 348,065,250 บาท

 

 

มีคุณสมบัติที่สามารถอยู่บนอุปกรณ์ของเป้าหมายโดยที่เป้าหมายไม่ทราบถึงการติดตั้ง และเป็นอุปกรณ์ที่ทำงานได้แบบไร้สาย ซึ่งสามารถรวบรวมข้อมูล รายชื่อ ไฟล์ประวัติการโทร การค้นหา รูปภาพ นัดหมายกิจกรรมต่างๆ ได้เป็นอย่างน้อย, สามารถเปิดไมค์เพื่อดักฟังสภาพแวดล้อมได้, สามารถสั่งการผ่านหน้าจอบนอุปกรณ์เป้าหมายได้, ถ่ายภาพผ่านกล้องบนอุปกรณ์เป้าหมายได้, บอกตำแหน่งเป้าหมายด้วย GPS และตรวจสอบการโทรด้วยเสียงและโทรผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เป็นต้น

 

 

สามารถเจาะเข้าโทรศัพท์ได้ 10 เครื่องในเวลาเดียวกัน 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติระบุว่า 4 ระบบที่ใช้อยู่นั้นไม่เพียงพอต่อการทำงาน จึงได้ขอซื้อเพิ่ม จากแบบเดิมที่เป้าหมายจะต้องคลิกลิงก์บางอย่างเพื่อให้เข้าถึงข้อมูลได้ และไม่สามารถเข้าถึงระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ได้ ดังนั้นจึงต้องการแบบใหม่ ที่เป้าหมายไม่ต้องดำเนินการใดๆ ก็สามารถที่จะเข้าไปดึงข้อมูลได้ อีกทั้งยังเข้าสู่ระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ๆ ได้ และสามารถพัฒนาตามแต่ละรุ่นได้

The post ก้าวไกลเปิดเอกสารตำรวจปราบปรามยาเสพติดของบซื้อซอฟต์แวร์สอดแนม รวม 348 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
กมธ.ป.ป.ช. เตรียมเรียกปลัด กต. แจงปมธรรมนัส เผยสถานทูตออสเตรเลียพร้อมประสานสำเนาคำพิพากษาตามระเบียบ https://thestandard.co/nacc-thamanat-ethics-audit-case/ Wed, 23 Jun 2021 08:15:43 +0000 https://thestandard.co/?p=503784 ธรรมนัส พรหมเผ่า

วันนี้ (23 มิถุนายน) ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนร […]

The post กมธ.ป.ป.ช. เตรียมเรียกปลัด กต. แจงปมธรรมนัส เผยสถานทูตออสเตรเลียพร้อมประสานสำเนาคำพิพากษาตามระเบียบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธรรมนัส พรหมเผ่า

วันนี้ (23 มิถุนายน) ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร แถลงข่าวถึงความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบจริยธรรม ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า เมื่อวันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา พล.ต.อ. เสรี​พิศุทธ์​ เตมียเวส ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ได้ไปยื่นดำเนินคดีที่กองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด เพื่อขอให้มีการดำเนินคดีต่อเนื่องจากอายุความยังไม่ถึง 30 ปี โดยใช้ข้อมูลจากที่อนุ กมธ. ได้ตรวจสอบ อีกทั้งในเรื่องนี้ได้มีการพิจารณาคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญที่ได้ขอให้ปลัดกระทรวงต่างประเทศดำเนินงานในช่องทางทางการทูตขอสำเนาศาลแขวงและศาลอุทธรณ์รัฐนิวเซาท์เวลส์ แต่ปลัดกระทรวงต่างประเทศตอบว่าไม่มีรายละเอียดไว้ในครอบครอง เมื่อตอบเช่นนั้นศาลรัฐธรรมนูญก็ได้ตัดพยานในส่วนนี้ทิ้งแล้ววินิจฉัยทั้งที่เป็นเรื่องสำคัญ

 

จึงจำเป็นต้องตั้งคำถามไปยังปลัดกระทรวงต่างประเทศ (กต.) ว่าได้ปฏิบัติหน้าที่โดยชอบหรือไม่ ตามกฎหมายวิธีพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องของระบบไต่สวนที่เป็นระบบที่ศาลมีหน้าที่แสวงหาข้อเท็จจริงเอง ไม่เหมือนกระบวนการกล่าวหาในศาลยุติธรรมที่มีโจทก์และจำเลย ปลัดกระทรวงต่างประเทศ ไม่ยอมส่งจึงมีข้อสงสัยว่าปลัดกระทรวงต่างประเทศได้ปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ เรื่องนี้ไม่มีในสำนวนพิพากษา โดยในวันนี้ กมธ. ได้มีมติเชิญปลัดกระทรวงต่างประเทศทั้ง 2 คนมาชี้แจง ตั้งแต่ปลัดกระทรวงต่างประเทศในปี 2540 ที่ได้เดินทางกลับมาจากประเทศออสเตรเลียว่าได้ส่งหนังสืออะไรบ้างไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และปลัดกระทรวงต่างประเทศคนปัจจุบันเข้ามาให้ข้อมูล

 

อย่างไรก็ตาม กมธ. ได้ทำเรื่องไปยังเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย เพื่อขอให้ทางออสเตรเลียช่วยประสานขอสำเนาคำพิพากษาและเอกสารต่างๆ แล้ว โดยสถานราชทูตออสเตรเลีย ได้ยินดีจะช่วยประสานขอข้อมูลทุกอย่างให้ แต่เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบของทางออสเตรเลีย จึงขอให้ทาง กมธ. ทำเรื่องผ่านกระทรวงต่างประเทศไปยังสถานทูตไทยประจำกรุงแคนเบอร์ราเท่านั้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทางออสเตรเลียไม่มีปัญหาในการให้ข้อมูลอย่างไรเลย แต่เหตุใดกระทรวงต่างประเทศจึงไม่ดำเนินการ จึงขอให้กระทรวงต่างประเทศดำเนินการเรื่องนี้ด้วย และทาง กมธ. จะเรียกปลัดกระทรวงต่างประเทศมาถาม เพื่อให้เรื่องนี้คืบหน้าจริงๆ โดยในวันนี้ กมธ. ได้เชิญเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มาให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับมาตรฐานจริยธรรมของ ร.อ. ธรรมนัส ซึ่งได้ส่งรองเลขาธิการมาแทน 

 

ธีรัจชัยกล่าวด้วยว่า หากปลัดกระทรวงต่างประเทศทำผิดสามารถร้องเรียน ป.ป.ช. ได้ และมาตรฐานจริยธรรมของนักการเมืองในขณะที่ดำรงตำแหน่ง ถ้ามีพฤติกรรมทุจริตประพฤติมิชอบสามารถดำเนินคดีร้องเรียนกับ ป.ป.ช. ได้ หากศาลรัฐธรรมนูญละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ต่างๆ เข้าองค์ประกอบกฎหมายโดยไม่ใช่เรื่องดุลพินิจของศาลก็สามารถร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. ได้

 

ดังนั้นในทั้ง 3 เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่ กมธ.ป.ป.ช. พยายามจะสอบโดยที่ไม่มีธง หากมีอะไรที่เข้าข่ายก็จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป กมธ. จะตรวจสอบเพื่อวางบรรทัดฐานของกระบวนการยุติธรรม กระบวนการตรวจสอบประพฤติมิชอบให้เป็นมาตรฐานสากล ไม่มีการเลือกปฏิบัติว่าใครเป็นใคร ไม่มีการช่วยเหลือใครทั้งสิ้น

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post กมธ.ป.ป.ช. เตรียมเรียกปลัด กต. แจงปมธรรมนัส เผยสถานทูตออสเตรเลียพร้อมประสานสำเนาคำพิพากษาตามระเบียบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เสรีพิศุทธ์ เข้าร้องทุกกล่าวโทษตำรวจ ให้ดำเนินคดีธรรมนัส ปมครอบครองยาเสพติด เผยเหลืออายุความอีก 2 ปี https://thestandard.co/thamanat-prompow-case-210664/ Mon, 21 Jun 2021 05:37:57 +0000 https://thestandard.co/?p=502793 เสรีพิศุทธ์

วันนี้ (21 มิถุนายน) ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติ […]

The post เสรีพิศุทธ์ เข้าร้องทุกกล่าวโทษตำรวจ ให้ดำเนินคดีธรรมนัส ปมครอบครองยาเสพติด เผยเหลืออายุความอีก 2 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
เสรีพิศุทธ์

วันนี้ (21 มิถุนายน) ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.อ. เสรี​พิศุทธ์​ เตมียเวส หัวหน้าพรรค​เสรีรวมไทย​ นำเอกสาร​เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวน​ บช.ปส. ​ให้ดำเนินคดี​กับ​ ร.อ. ธรรมนัส​ พรหมเผ่า​ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ​ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในข้อหา​ครอบครองยาเสพติด​ประเภท 1 (เฮโรอีน​ จำนวน​ ​3.2​ กิโลกรัม) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและส่งออก

 

พล.ต.อ. เสรี​พิศุทธ์ ​เปิดเผยว่า​ การแจ้งความวันนี้​ สืบเนื่องจาก​ตามที่มี​สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.​) พรรคก้าวไกล​ ได้ยื่นคำร้องว่า​การเป็น​ ส.ส. ของ ร.อ. ธรรมนัส​ ต้องสิ้นสุดลง เนื่องจากเคยถูกดำเนินคดีในข้อหาผลิตยาเสพติด​ในประเทศ​ออสเตรเลีย​ แต่ศาล​รัฐธรรมนูญ​ได้วินิจฉัยว่า​ ในคำร้องที่ ส.ส. ก้าวไกล​ ยื่นมานั้นเป็นเพียง​การลงชื่อของสมาชิก ส.ส. ภายในพรรค ซึ่งไม่ใช่เอกสารคำพิพากษา​จากศาลออสเตรเลีย

 

พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ ระบุว่า ในวันนี้​ตนจึงนำหลักฐาน​เป็นคำพิพากษาของศาลออสเตรเลีย​ คำรับสารภาพของ ร.อ. ​ธรรม​นัส เขียนด้วยลายมือตัวเอง​​ ที่ยอมรับว่ารู้เห็นในการนำเข้ายาเสพติด​แต่ไม่ได้กระทำผิดในข้อหาผลิตยาเสพติด ​พร้อมทั้งพยานหลักฐาน​สำคัญจากชั้นกรรมาธิการ​ที่มีความน่าเชื่อถือมามอบให้กับพนักงานสอบสวน​ บช.ปส. ​เพื่อให้ดำเนินคดีในข้อหาครอบครองยาเสพติด​ไว้เพื่อจำหน่าย​ 

 

พล.ต.อ. เสรี​พิศุทธ์​ กล่าวต่อว่า​ ที่ผ่านมาคดีดังกล่าว ​ร.อ. ธรรมนัส ยังไม่เคยต้องโทษที่ต่างประเทศ​ ดังนั้นเมื่อกลับมาประเทศไทย​จึงต้องถูกดำเนินคดีและถูกไต่สวนความผิดจากศาลไทย​ ตนเองจึงอยากให้กระบวนการ​ยุติธรรม​ไทยเป็นผู้ตัดสิน​ความผิด ถึงแม้ว่าคดีนี้จะเกิดขึ้น​ตั้งแต่ปี​ 2536 ตามปกติแล้วคดีมีอายุความ 30 ปี​ ซึ่งจะเหลืออายุความอีกเพียง​​ 2​ ปี​ ซึ่งเชื่อว่าพนักงานสอบสวนจะหาพยานหลักฐาน​ในประเทศไทยได้อย่างแน่นอน​ พร้อมกันนี้ยังมีพยานหลักฐานสำคัญที่เชื่อว่า ร.อ. ธรรมนัส​ กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด​แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้​

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post เสรีพิศุทธ์ เข้าร้องทุกกล่าวโทษตำรวจ ให้ดำเนินคดีธรรมนัส ปมครอบครองยาเสพติด เผยเหลืออายุความอีก 2 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>