กองบัญชาการตำรจนครบาล (บช.น.) Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/กองบัญชาการตำรจนครบาล-บ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 23 Dec 2025 10:10:34 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ศูนย์ปราบปรามโดรน บช.น. แจงกรณีจับกุมชาวเมียนมา ยืนยันไม่ใช่เหตุโดรนป่วนสุวรรณภูมิ ผลตรวจสอบเป็นสินค้าใหม่เตรียมลักลอบส่งออก https://thestandard.co/bangkok-anti-drone-myanmar-smuggling/ Tue, 23 Dec 2025 10:10:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1157522 ศูนย์ปราบปราม โดรน บช.น. แจงกรณีจับกุมชาวเมียนมา ยืนยันไม่ใช่เหตุโดรนป่วนสุวรรณภูมิ ผลตรวจสอบเป็นสินค้าใหม่เตรียมลักลอบส่งออก

วันนี้ (23 ธันวาคม) ศูนย์บังคับและต่อต้านอากาศยานซึ่งไม […]

The post ศูนย์ปราบปรามโดรน บช.น. แจงกรณีจับกุมชาวเมียนมา ยืนยันไม่ใช่เหตุโดรนป่วนสุวรรณภูมิ ผลตรวจสอบเป็นสินค้าใหม่เตรียมลักลอบส่งออก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศูนย์ปราบปราม โดรน บช.น. แจงกรณีจับกุมชาวเมียนมา ยืนยันไม่ใช่เหตุโดรนป่วนสุวรรณภูมิ ผลตรวจสอบเป็นสินค้าใหม่เตรียมลักลอบส่งออก

วันนี้ (23 ธันวาคม) ศูนย์บังคับและต่อต้านอากาศยานซึ่งไม่มีนักบินประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก (โดรน) กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ชี้แจงข้อเท็จจริง จากกรณีที่มีการนำเสนอข่าวผ่านสื่อสังคมออนไลน์ระบุว่า เจ้าหน้าที่ได้ทำการจับกุมชาวเมียนมาบังคับโดรนป่วนเมือง จนสร้างความแตกตื่นและกระทบต่อความปลอดภัย ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมินั้น

 

ทางศูนย์ฯ ขอชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวมีความคลาดเคลื่อน และขอให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่พี่น้องประชาชน ดังนี้:

 

1. ยืนยันไม่มีการขึ้นบินโดรนในพื้นที่หวงห้าม เหตุการณ์ดังกล่าว มิใช่ การจับกุมขณะที่มีการบังคับโดรนขึ้นบินแต่อย่างใด แต่เป็นการเข้าจับกุมตัวผู้ต้องหาชาวเมียนมา ณ โรงแรมที่พัก ขณะกำลังดำเนินการรับมอบและบรรจุหีบห่อ (Packing) โดรนจำนวน 10 ลำ ใส่กล่อง เพื่อเตรียมลักลอบหิ้วออกนอกประเทศ

 

2. ผลการตรวจสอบทางเทคนิคย้ำชัดเครื่องใหม่แกะกล่อง จากการตรวจสอบข้อมูลการบิน (Flight Log) ของโดรนของกลางทั้ง 10 ลำ โดยผู้เชี่ยวชาญ พบหลักฐานชัดเจนว่าเป็นเครื่องใหม่ที่ยังไม่เคยมีการเปิดระบบขึ้นบิน (Activation) มาก่อน จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดเหตุการณ์บินป่วนตามที่เป็นข่าว

 

3. ไม่กระทบความปลอดภัยท่าอากาศยาน กรณีนี้ถือเป็นผลงานการสกัดกั้นการลักลอบส่งออกสินค้าโดยผิดกฎหมาย ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับมาตรการความปลอดภัยด้านการเดินอากาศ หรือการก่อกวนการบิน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิแต่อย่างใด

 

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจยึดของกลางและควบคุมตัวผู้ต้องหาเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว จึงขอให้พี่น้องประชาชนวางใจในมาตรการรักษาความปลอดภัย และอย่าตื่นตระหนกกับข่าวลือดังกล่าว

The post ศูนย์ปราบปรามโดรน บช.น. แจงกรณีจับกุมชาวเมียนมา ยืนยันไม่ใช่เหตุโดรนป่วนสุวรรณภูมิ ผลตรวจสอบเป็นสินค้าใหม่เตรียมลักลอบส่งออก appeared first on THE STANDARD.

]]>
รวบเครือข่ายจีนเทา ดัดแปลงซิมบ็อกซ์ เป็นชุดเครื่องเสียงโทรหลอกเหยื่อกว่า 9,000 ครั้ง หัวหน้าขบวนการเป็นชาวไต้หวัน https://thestandard.co/chinese-scam-simbox-bust/ Tue, 07 Oct 2025 09:44:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1127714

วันนี้ (7 ตุลาคม) ตำรวจกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ร […]

The post รวบเครือข่ายจีนเทา ดัดแปลงซิมบ็อกซ์ เป็นชุดเครื่องเสียงโทรหลอกเหยื่อกว่า 9,000 ครั้ง หัวหน้าขบวนการเป็นชาวไต้หวัน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (7 ตุลาคม) ตำรวจกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เข้าตรวจยึดเครื่องซิมบ็อกซ์(Sim Box) ของแก๊งคอลเซนเตอร์ที่ถูกดัดแปลงเป็น แผงชุดเครื่องเสียง ภายในบ้านเช่าและห้องพักในพื้นที่กรุงเทพฯ และสมุทรปราการ หลังพบประวัติโทรศัพท์หลอกลวงผู้เสียหายไปแล้วกว่า 9,000 ครั้ง

 

พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน บช.น. เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ขยายผลจากการตรวจสอบสัญญาณของขบวนการคอลเซนเตอร์ที่พยายามโทรมาหลอกลวงเจ้าหน้าที่ตำรวจเอง จนนำไปสู่การตรวจค้นบ้านเช่าในย่านคลองสามวา และห้องพักใน อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

 

ของกลางที่ตรวจยึดได้ประกอบด้วย อุปกรณ์ซิมบ็อกซ์ขนาด 16 ซิม 2 ชุด ซึ่งถูกดัดแปลงเป็นแผงชุดเครื่องเสียง, เร้าเตอร์ Wi-Fi, และอุปกรณ์สำรองไฟ

 

จากการสืบสวนพบว่า บ้านและห้องพักดังกล่าวถูกเช่าโดยหญิงชาวไทยจาก จ.นครสวรรค์ ซึ่งเธอถูกติดตามตัวไปสอบปากคำที่บ้านพัก และยอมรับว่าได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือนจาก ชายชาวไต้หวัน ซึ่งคาดว่าเป็นหัวหน้าขบวนการ ให้ทำสัญญาเช่าสถานที่เพื่อติดตั้งอุปกรณ์ โดยอ้างว่าไม่ทราบวัตถุประสงค์ที่แท้จริง

 

ตำรวจระบุว่า อุปกรณ์ซิมบ็อกซ์ชุดนี้มีประวัติโทรหลอกลวงผู้เสียหายไปแล้วกว่า 9,000 ครั้ง และมีผู้ถูกหลอกเข้าแจ้งความไว้ที่ สน.สำเหร่ ซึ่งหลังจากนี้จะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขยายผลติดตามบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงชายชาวไต้หวันที่เชื่อว่าอาศัยอยู่นอกประเทศมาดำเนินคดี

 

พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวเสริมว่า ขณะนี้กลุ่มคอลเซนเตอร์ได้ ปรับรูปแบบการใช้อุปกรณ์ซิมบ็อกซ์ จากเดิมที่ใช้เครื่องขนาดใหญ่ 32 ซิม มาเป็นเครื่องขนาดเล็ก 16 ซิม และดัดแปลงเป็นรูปแบบเครื่องเสียง เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่และง่ายต่อการขนย้าย

 

ด้าน สุธีระ พึ่งธรรม ผู้อำนวยการสำนักกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม กสทช. ในฐานะหัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษหน่วยพระพาย เปิดเผยว่า จะนำเครื่องซิมบ็อกซ์ที่ยึดได้ไปตรวจสอบโมดูล เพื่อหาตัว ผู้จดทะเบียนนำเข้าและดัดแปลงส่งขาย ว่ามีความเชื่อมโยงกับกระบวนการคอลเซนเตอร์หรือไม่

 

สุธีระยอมรับว่า ที่ผ่านมาการตรวจสอบทำได้ยาก เนื่องจากไม่มีกฎหมายบังคับให้ลงทะเบียนข้อมูลเครื่อง แต่ขณะนี้ กสทช. ได้ออกข้อกำหนดใหม่ให้ผู้ครอบครองเครื่องซิมบ็อกซ์ต้องลงทะเบียนข้อมูล เพื่อลดช่องว่างในการลักลอบนำเข้าเครื่องมือเหล่านี้มาใช้หลอกลวงประชาชน.

The post รวบเครือข่ายจีนเทา ดัดแปลงซิมบ็อกซ์ เป็นชุดเครื่องเสียงโทรหลอกเหยื่อกว่า 9,000 ครั้ง หัวหน้าขบวนการเป็นชาวไต้หวัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจเร่งรวบรวมหลักฐาน เอาผิดผู้เกี่ยวข้องเหตุอาคาร สตง. ถล่มเพิ่มเติม หลังดำเนินคดีกับผู้ต้องหาชุดแรกไปแล้ว 17 ราย https://thestandard.co/thai-police-building-collapse/ Mon, 26 May 2025 06:20:26 +0000 https://thestandard.co/?p=1078574 thai-police-building-collapse

ความคืบหน้าคดีอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห […]

The post ตำรวจเร่งรวบรวมหลักฐาน เอาผิดผู้เกี่ยวข้องเหตุอาคาร สตง. ถล่มเพิ่มเติม หลังดำเนินคดีกับผู้ต้องหาชุดแรกไปแล้ว 17 ราย appeared first on THE STANDARD.

]]>
thai-police-building-collapse

ความคืบหน้าคดีอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ถล่ม เมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา วันนี้ (26 พฤษภาคม) มีรายงานข่าวจากคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล ระบุว่า อยู่ระหว่างเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม หลังจากการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาชุดแรกไปแล้ว 17 ราย ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทผู้รับเหมา ผู้ออกแบบก่อสร้าง วิศวกร และผู้ควบคุมงาน

 

คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมที่เกี่ยวเนื่องกับกรณีที่ นารากร ติยายน พิธีกร ในฐานะผู้กล่าวหา ได้แจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับ มณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินคนปัจจุบัน และ ประจักษ์ บุญยัง อดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งเป็นผู้ลงนามในสัญญาว่าจ้างก่อสร้างอาคาร สตง. ใหม่ ที่ได้รับอนุมัติงบประมาณจากคณะรัฐมนตรีเมื่อปี 2563 

 

ในข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น โดยพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำเพิ่มเติมไปเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคมที่ผ่านมา

 

นอกจากนี้ คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนยังอยู่ระหว่างรอรายงานการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญที่ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แต่งตั้งขึ้น เพื่อประกอบการพิจารณาคดี

 

ขณะเดียวกัน พนักงานสอบสวนยังรอคำให้การเพิ่มเติมจากผู้ต้องหาอีก 5 ราย ได้แก่ เปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน), เกรียงศักดิ์ กอวัฒนา รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน), ชวนหลิน จาง กรรมการบริษัทไชน่า เรลเวย์ฯ, อนุวัต คันสร และ ธิปัตย์ รัตนวงศา วิศวกรโครงสร้างบริษัทไชน่าฯ 

 

ซึ่งทั้งหมดได้ขอยื่นขยายเวลาคำให้การเป็นเอกสารออกไปอีก 7 วัน จากเดิมที่นัดหมายไว้ในวันที่ 23 พฤษภาคม เป็นวันที่ 30 พฤษภาคม เมื่อเอกสารและพยานหลักฐานทั้งหมดครบถ้วนแล้ว คณะพนักงานสอบสวนจะนำมาพิจารณาเพื่อดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต่อไป

The post ตำรวจเร่งรวบรวมหลักฐาน เอาผิดผู้เกี่ยวข้องเหตุอาคาร สตง. ถล่มเพิ่มเติม หลังดำเนินคดีกับผู้ต้องหาชุดแรกไปแล้ว 17 ราย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดมูลค่าเสียหายคดี ‘หมอบุญ’ โกง ทะลุ 1 หมื่นล้านบาท ส่อมีผู้เสียหายเพิ่มอีก เตรียมชง DSI เป็นคดีพิเศษ ด้าน ตลท.-ก.ล.ต. เร่งตรวจสอบธุรกรรมจำนำหุ้น THG https://thestandard.co/wealth-in-depth-case-dr-boon-fraud-10-billion-loss/ Sun, 24 Nov 2024 10:28:14 +0000 https://thestandard.co/?p=1012288

กรณีที่ ‘หมอบุญ วนาสิน’ ถูกร้องทุกข์จากผู้เสียหายจำนวนม […]

The post เปิดมูลค่าเสียหายคดี ‘หมอบุญ’ โกง ทะลุ 1 หมื่นล้านบาท ส่อมีผู้เสียหายเพิ่มอีก เตรียมชง DSI เป็นคดีพิเศษ ด้าน ตลท.-ก.ล.ต. เร่งตรวจสอบธุรกรรมจำนำหุ้น THG appeared first on THE STANDARD.

]]>

กรณีที่ ‘หมอบุญ วนาสิน’ ถูกร้องทุกข์จากผู้เสียหายจำนวนมากกับหลายหน่วยงานของตำรวจ โดยพบการกระทำผิดฐานฉ้อโกง หลอกลวงประชาชนให้เสียหาย เบื้องต้นมูลค่าอาจเกิน 10,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มที่จะมีผู้เสียหายมาร้องทุกข์เพิ่มขึ้นอีก โดยตำรวจเตรียมมัดรวมคดีเพื่อเสนอ DSI ให้เป็นคดีพิเศษ ด้าน ตลท.-ก.ล.ต. เร่งตรวจสอบธุรกรรมจำนำหุ้น THG และความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์

 

พล.ต.ต. พุฒิเดช บุญกระพือ ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD WEALTH ว่า ความคืบหน้าของคดีหมอบุญ วนาสิน กับพวก เบื้องต้นพบการกระทำความผิดหลายข้อหา ทั้งร่วมกันหลอกประชาชนลงทุนที่มีการร้องทุกข์อยู่ภายใต้การดูแลของกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) มูลค่าเสียหายประมาณ 7,500 ล้านบาท ล่าสุดมีการร้องทุกข์กับกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพิ่มด้วย

 

สำหรับคดีที่อยู่ภายใต้ บก.ปอศ. มีผู้เสียหายแจ้งความร้องทุกข์ในความผิดคดีกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน รวมทั้งเข้าข่ายฐานกระทำความผิดแชร์ลูกโซ่รวม 12 ราย มูลค่าความเสียหายประมาณ 2,000 ล้านบาท

 

โดยช่วงต้นปี 2565 หมอบุญ วนาสิน ได้ทำสัญญากู้ยืมเพื่อให้ตัวแทนนำไปติดต่อกับผู้เสียหาย ซึ่งมีจำนวนหลายราย ผู้เสียหายหลงเชื่อตามคำชี้ชวนเนื่องจากเห็นว่าการลงทุนดังกล่าวจะได้ดอกเบี้ยจากหมอบุญ วนาสิน อัตรา 8.5% และจะได้หุ้น THG เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินที่ปล่อยกู้ด้วย และโครงการต่างๆ ที่จะนำเงินไปลงทุนเพื่อให้ได้ผลกำไรมาจ่ายผลตอบแทน เช่น โครงการจิณณ์ เวลบีอิ้ง, โครงการคอนโดที่พระราม 3 ริมแม่น้ำเจ้าพระยา, โรงงานถุงมือยาง, อาคารสหไทย, โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง การลงทุนดังกล่าวมีหุ้น THG ค้ำประกันเงินกู้ยืม ภายหลังจากเข้าร่วมลงทุนมาทราบว่าหมอบุญ วนาสิน ปกปิดข้อเท็จจริง มีลักษณะเป็นการฉ้อโกง ผู้เสียหายจึงมาแจ้งความร้องทุกข์

 

โดยเบื้องต้นคาดว่าคดีที่เกี่ยวข้องกับหมอบุญ วนาสิน กับพวก ที่มีการกระทำความผิดจะมีความเสียหายมูลค่ารวมไม่น้อยกว่า หรืออาจสูงกว่า 10,000 ล้านบาท ทั้งนี้ ในทุกคดีที่เกี่ยวข้อง บก.ปอศ. จะเป็นเจ้าภาพหลักในการรวบรวมสำนวนทุกคดีส่งต่อสำนวนให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ดำเนินการต่อไป เนื่องจากเป็นคดีที่เข้าหลักเกณฑ์เป็นคดีพิเศษ เพราะมีจำนวนผู้เสียหายตั้งแต่ 300 คนขึ้นไป หรือมีจำนวนเงินที่กู้ยืมรวมกันตั้งแต่ 100 ล้านบาทขึ้นไป

 

อย่างไรก็ดี ขณะนี้ได้ทยอยส่งสำนวนบางส่วนให้กับ DSI ไปบ้างแล้ว โดยคาดว่าจะสามารถรวบรวมข้อมูลหลักฐานและส่งสำนวนในทุกคดีที่เกี่ยวข้องกับหมอบุญ วนาสิน กับพวก ให้กับ DSI ได้ไม่เกินวันพุธนี้ (27 พฤศจิกายน)

 

สำหรับการดำเนินคดีในระยะต่อไป หาก DSI พิจารณารับคดีหมอบุญ วนาสิน กับพวก ไว้เป็นคดีพิเศษ ขั้นตอนต่อไป DSI จะเป็นผู้มีอำนาจพิจารณารูปแบบในการดำเนินคดีว่าต้องการให้ตำรวจเข้าร่วมทำคดีในฐานะพนักงานสืบสวนสอบสวนต่อไปหรือไม่ หรือหาก DSI เห็นว่าสามารถดำเนินคดีได้เองก็อาจจะขอให้ตำรวจมาทำหน้าที่ผู้ช่วยเจ้าพนักงาน

 

พล.ต.ต. พุฒิเดช กล่าวว่า ในส่วนฐานความผิดของหมอบุญ วนาสิน กับพวก ที่เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 จะเป็นส่วนของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ที่จะดำเนินการ ซึ่งเข้าใจว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ

 

“คดีของหมอบุญ วนาสิน กับพวก ในฝั่งของตำรวจมีผู้มาร้องทุกข์ในหลายหน่วยงาน ซึ่งคดีจะดำเนินการแยกเป็น 2 ส่วน ส่วนที่มีการกระทำความผิดที่เกี่ยวกับ พ.ร.บ.หลักทรัพย์ จะเกี่ยวข้องกับสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งจะเข้ามาดูแลในส่วนนี้ อีกส่วนที่เป็นความผิดเกี่ยวกับการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนหรือที่เป็นแชร์ลูกโซ่ จะมีฝั่งตำรวจดำเนินการ ทั้ง บก.ปอศ. และ บช.น.”

 

ด้าน พ.ต.ต. ยุทธนา แพรดำ อธิบดี DSI เปิดเผยกับ THE STANDARD WEALTH ว่า DSI อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวคดีความผิดที่ของหมอบุญ วนาสิน กับพวก ที่ตำรวจส่งข้อมูลมายัง DSI หากเข้าเงื่อนไขและหลักเกณฑ์เป็นคดีพิเศษ DSI ก็พร้อมอนุมัติเพื่อดำเนินการเป็นคดีพิเศษ

 

“ถ้าข้อเท็จจริงในเอกสารสำนวนพบว่ามีจำนวนผู้เสียหายเกิน 300 ราย หรือมีมูลค่าสูงถึง 10,000 ล้านบาท ตามที่มีการรายงานออกมา ก็เข้าหลักเกณฑ์ที่ DSI จะรับไว้เป็นคดีพิเศษ”

 

ขณะที่แหล่งข่าวระดับสูงในตลาดทุนเปิดเผยกับ THE STANDARD WEALTH ว่าคดีความที่กำลังเกิดขึ้นของหมอบุญ วนาสิน เบื้องต้นเป็นประเด็นการกระทำของบุคคล ส่วนที่หมอบุญ วนาสิน เป็นผู้ถือหุ้นใน บมจ.ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป (THG) นั้นยังไม่พบว่าบริษัทมีการกระทำผิด ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบต่อไป

 

อย่างไรก็ดี ปัจจุบันตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กับสำนักงาน ก.ล.ต. อยู่ระหว่างการตรวจสอบกรณีที่มีข่าวว่าหมอบุญ วนาสิน ได้นำหุ้น THG มาใช้กู้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินที่ปล่อยกู้ โดยอ้างว่าจะนำเงินไปลงทุนเพื่อให้ผลกำไรมาจ่ายผลตอบแทนต่อนั้น ว่าหมอบุญ วนาสิน ได้ทำธุรกรรมจำนำหุ้น รวมทั้งได้มีการจดทะเบียนจำนำหุ้น THG จริงหรือไม่

 

เนื่องจากขั้นตอนโดยปกติในการจำนำหุ้นของบริษัทจดทะเบียนใน ตลท. ระหว่างบุคคลตามกฎหมาย จะต้องมีการจดทะเบียนจำนำและแจ้งนายทะเบียน คือศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) (TSD) ระหว่างผู้กู้กับผู้ปล่อยกู้ด้วย

 

“กรณีที่หมอบุญนำหุ้นไปจำนำเพื่อนำเงินกู้ออกมา ตลท. กับ ก.ล.ต. กำลังตรวจสอบว่ามีการทำเอกสารสัญญาจำนำหุ้นกันเอง หรือมีการมาแจ้งนายทะเบียนอย่างถูกต้องหรือเปล่า เพราะหากไม่แจ้งนายทะเบียนก็ต้องไปดูเจ้าของหุ้นที่เอาหุ้นไปจำนำ อาจจะเป็นการหลอกลวง ฉ้อโกง หรือปกปิดข้อมูลหรือไม่ ซึ่งผู้ปล่อยกู้อาจไม่ทราบว่าการรับจำนำหุ้นตามกฎหมายจะต้องมีการจดทะเบียนจำนำและแจ้งนายทะเบียน ซึ่งทั้ง ตลท. กับ ก.ล.ต. ต้องเตรียมข้อมูลส่วนนี้ไว้หากในอนาคตตำรวจกับ DSI ขอข้อมูลเข้ามาด้วย” แหล่งข่าวกล่าว

The post เปิดมูลค่าเสียหายคดี ‘หมอบุญ’ โกง ทะลุ 1 หมื่นล้านบาท ส่อมีผู้เสียหายเพิ่มอีก เตรียมชง DSI เป็นคดีพิเศษ ด้าน ตลท.-ก.ล.ต. เร่งตรวจสอบธุรกรรมจำนำหุ้น THG appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ศึกชิงคดีบิ๊กโจ๊ก ป.ป.ช. หรือ บช.น. ใครถูก?“เพิ่งเคยเห็น แย่งสำนวนกันทำงาน!” | THE STANDARD NOW (HL) https://thestandard.co/thestandardnow050667-2/ Thu, 06 Jun 2024 06:03:11 +0000 https://thestandard.co/?p=941949

ผู้การแมว-อ.กฤษณพงค์ วิเคราะห์ศึกชิงคดีบิ๊กโจ๊ก ปลายทาง […]

The post ชมคลิป: ศึกชิงคดีบิ๊กโจ๊ก ป.ป.ช. หรือ บช.น. ใครถูก?“เพิ่งเคยเห็น แย่งสำนวนกันทำงาน!” | THE STANDARD NOW (HL) appeared first on THE STANDARD.

]]>

ผู้การแมว-อ.กฤษณพงค์ วิเคราะห์ศึกชิงคดีบิ๊กโจ๊ก ปลายทางคือปลดบิ๊กโจ๊กสมบูรณ์ “เพิ่งเคยเห็น ตำรวจแย่งสำนวนกันทำงาน ปกติมีแต่ผลักให้คนอื่น!” ป.ป.ช. หรือ บช.น. ใครถูก?

The post ชมคลิป: ศึกชิงคดีบิ๊กโจ๊ก ป.ป.ช. หรือ บช.น. ใครถูก?“เพิ่งเคยเห็น แย่งสำนวนกันทำงาน!” | THE STANDARD NOW (HL) appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: บังคับใช้กฎหมายลูก นับถอยหลังยุบสภา-เช็กความพร้อมเลือกตั้ง | สรุปปมระเบิดลง บช.น. | THE STANDARD NOW https://thestandard.co/thestandardnow300166/ Mon, 30 Jan 2023 12:51:48 +0000 https://thestandard.co/?p=743815

LIVE: บังคับใช้กฎหมายลูก นับถอยหลังยุบสภา-เช็กความพร้อม […]

The post ชมคลิป: บังคับใช้กฎหมายลูก นับถอยหลังยุบสภา-เช็กความพร้อมเลือกตั้ง | สรุปปมระเบิดลง บช.น. | THE STANDARD NOW appeared first on THE STANDARD.

]]>

LIVE: บังคับใช้กฎหมายลูก นับถอยหลังยุบสภา-เช็กความพร้อมเลือกตั้ง | สรุปปมระเบิดลง บช.น.

 

พูดคุยกับ รศ.สมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบาย พรรคเสรีรวมไทย และอดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และ ผศ.ดร.สุวิชา เป้าอารีย์ ผู้อำนวยการศูนย์สํารวจความคิดเห็น ‘นิด้าโพล’

 

พบกันในรายการ THE STANDARD NOW กับ พลวุฒิ สงสกุล วันนี้ 30 มกราคม เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD

 

ชมคลิปอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ https://thestandard.co/video/

The post ชมคลิป: บังคับใช้กฎหมายลูก นับถอยหลังยุบสภา-เช็กความพร้อมเลือกตั้ง | สรุปปมระเบิดลง บช.น. | THE STANDARD NOW appeared first on THE STANDARD.

]]>
บช.น. เปิดไทม์ไลน์ทำคดี ‘ผับจินหลิง’ โต้คำกล่าวหาชักช้า-ละเลย https://thestandard.co/jinling-pub-timeline/ Thu, 29 Dec 2022 08:55:31 +0000 https://thestandard.co/?p=730521

วานนี้ (28 ธันวาคม) พล.ต.ท. ธิติ แสงสว่าง ผู้บัญชาการตำ […]

The post บช.น. เปิดไทม์ไลน์ทำคดี ‘ผับจินหลิง’ โต้คำกล่าวหาชักช้า-ละเลย appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (28 ธันวาคม) พล.ต.ท. ธิติ แสงสว่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ได้จัดแถลงความคืบหน้าและชี้แจงแผนปฏิบัติการของตำรวจในการทำคดีผับจินหลิงของ ชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ หรือ ตู้ห่าว เป็นครั้งที่ 2 นอกจากนี้ยังชี้แจงถึงข้อสงสัยของสังคม 2 เรื่อง คือ การละเว้นตรวจสอบรถยนต์ที่ยึดอายัดไว้จำนวน 11 คัน และการจัดเก็บอุปกรณ์ที่คาดว่าใช้เสพยาเสพติดไม่ครบถ้วน

 

ในสองประเด็นดังกล่าว พล.ต.ท. ธิติกล่าวยืนยันว่า กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ไม่ได้ละเลยการตรวจสอบรถยนต์ แต่พยายามเร่งติดตามหาเจ้าของที่แท้จริง แต่ยอมรับว่ามีอุปสรรคในการเปิดเข้าไปด้านในรถ ส่วนเรื่องอุปกรณ์เสพยาในวันที่บุกจับครั้งแรก (26 ตุลาคม) เจ้าหน้าที่จัดเก็บไว้มากและเพียงพอต่อการทำคดีแล้ว

 

ทีม THE STANDARD ไล่เรียงไทม์ไลน์การปฏิบัติงานของตำรวจในคดีผับจินหลิง ตั้งแต่วันที่เริ่มจับกุม 26 ตุลาคม ไปจนถึงวันที่อำนาจการสอบสวนจะเปลี่ยนมือไปอยู่ที่พนักงานอัยการ เดือนมกราคม 2566

 

 

ภาพประกอบ: ฉัตรชัย เฉยชิต

The post บช.น. เปิดไทม์ไลน์ทำคดี ‘ผับจินหลิง’ โต้คำกล่าวหาชักช้า-ละเลย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เตรียมกำลัง 9 กองร้อยดูชุมนุม 3 กลุ่มวันนี้ เผยม็อบบีบแตรไล่นายกฯ หากทำผิดยึดรถไว้เป็นของกลางได้ https://thestandard.co/preparing-9-troops-overlook-rally/ Sat, 03 Jul 2021 07:16:19 +0000 https://thestandard.co/?p=507991 ปิยะ ต๊ะวิชัย

วันนี้ (3 กรกฎาคม) เวลา 11.00 น. ที่กองบัญชาการตำรจนครบ […]

The post เตรียมกำลัง 9 กองร้อยดูชุมนุม 3 กลุ่มวันนี้ เผยม็อบบีบแตรไล่นายกฯ หากทำผิดยึดรถไว้เป็นของกลางได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปิยะ ต๊ะวิชัย

วันนี้ (3 กรกฎาคม) เวลา 11.00 น. ที่กองบัญชาการตำรจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต. ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รองผบช.น.) ในฐานะโฆษก บช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต. จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. และ พ.ต.อ. กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. แถลงเตรียมความพร้อมสถานการณ์การชุมนุมและแผนเส้นทางการจราจรในวันนี้

 

พล.ต.ต. ปิยะ กล่าวว่า แนวทางการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยการชุมนุมมีการประกาศเชิญชวน 2 กิจกรรมคือ กลุ่มประชาชนคนไทยมีการประกาศผ่านโซเซียลมีเดียรวมตัวบริเวณแยกอุรุพงษ์มาหยุดที่สะพานชมัยมรุเชษฐ และกลุ่มคนไทยไม่ทน มีการเชิญชวนชุมนุมสะพานผ่านฟ้าเคลื่อนที่มาหน้าทำเนียบรัฐบาล โดยห้ามชุมนุมบริเวณดังกล่าวเด็ดขาด จะมีการตั้งแนวป้องกัน

 

ส่วนการดำเนินการกับผู้ชุมนุมแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม กลุ่มคณะราษฎรเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีการรวมตัวช่วงเวลา 16.00 น. เคลื่อนตัวมาที่สะพานชมัยมรุเชษฐ มีความผิดตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉิน, พ.ร.บ. ควบคุมโรคติดต่อ, พ.ร.บ. จราจรทางบก, พ.ร.บ. ความสะอาด, พ.ร.บ. การใช้เครื่องกระจายเสียง, พ.ร.บ. โรคติดต่อ เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่เกิดเหตุรวบรวมพยานหลักฐานเอาผิดผู้กระทำผิดทุกราย ขอแจ้งเตือนว่าห้ามมีการชุมนุม เนื่องจากมีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อาจนำเชื้อโรคดังกล่าวไปติดครอบครัวและถูกดำเนินคดีได้

 

ด้าน พล.ต.ต. จิรสันต์ กล่าวว่า นอกจากกลุ่มผู้ชุมนุม 2 กลุ่ม ยังมีกลุ่มใช้รถขับไปโดยใช้ถนนราชดำเนินกลาง จึงส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะไม่ปิดการจราจร โดยจะจัดการจราจรให้กระทบกับประชาชนให้น้อยที่สุด โดยจะเริ่มในเวลา 16.00 น. ถนนราชดำเนินกลาง เวลา 17.00 น. ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า โดยขอให้หลีกเลี่ยงการจราจรตั้งแต่เวลา 14.00 น.

 

ส่วนม็อบสมบัติทัวร์ขับรถบีบแตรนั้น พล.ต.ต. ปิยะ กล่าวว่า กรณีมีการขับรถเป็นขบวนมีลักษณะกีดขวางจราจรก่อความเดือดร้อนประชาชนรายอื่น หรือเกิดอันตรายมีความผิดขับรถไม่คำนึงถึงความปลอดภัย ตาม พ.ร.บ. ทางบก พนักงานสอบสวนอาจยึดรถไว้เป็นของกลางการกระทำผิด โดยจะมีการบันทึกภาพและเสียง รวมถึงภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ฝากเตือนการกระทำเช่นนั้นเป็นการกระทำผิดกฎหมาย

 

ส่วนกำลังเจ้าหน้าที่ได้เตรียมกำลังไว้ 9 กองร้อย ทั้งนี้ยืนยันว่าเตรียมกำลังไว้ตามสถานการณ์และการข่าวเพียงพอ เน้นบริเวณทำเนียบรัฐบาลเป็นหลัก

 

พ.ต.อ. กฤษณะ กล่าวเสริมว่า ที่ผ่านมามีการสร้างการรับรู้และมีการเตือนให้ทราบ เชื่อว่าหลายๆ คนที่ติดตามข่าวสารการเมืองในประเทศไทยจะทราบอยู่แล้วว่าอะไรที่สามารถทำได้ตามกฎหมาย อะไรที่เป็นสิทธิและหน้าที่ แต่อย่าลืมว่าแม้จะมีสิทธิตามกรอบและกฎหมาย แต่สิทธิของท่านจะต้องไม่กระทบกับการใช้ชีวิตปกติสุขของคนอื่น ซึ่งนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2563 ได้ดำเนินคดีไปแล้วกว่า 200 คดี ทั้งนี้มีการแจ้งเตือน หากยังมีเจตนากระทำความผิด จะดำเนินการไปตามพยานหลักฐาน

The post เตรียมกำลัง 9 กองร้อยดูชุมนุม 3 กลุ่มวันนี้ เผยม็อบบีบแตรไล่นายกฯ หากทำผิดยึดรถไว้เป็นของกลางได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>