กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล (DIF) Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/กองทุนรวมโครงสร้างพื้น/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 29 Apr 2025 07:55:26 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 DIF – ก้าวข้ามความผันผวน https://thestandard.co/dif-navigating-volatility/ Tue, 29 Apr 2025 07:55:26 +0000 https://thestandard.co/?p=1069455

เกิดอะไรขึ้น:   InnovestX Research ประเมินผลประกอบ […]

The post DIF – ก้าวข้ามความผันผวน appeared first on THE STANDARD.

]]>

เกิดอะไรขึ้น:

 

InnovestX Research ประเมินผลประกอบการของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล (DIF) ว่ามีความยืดหยุ่นในการรับมือกับความไม่แน่นอนที่สูง ตลาดยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอนสูงจากผลกระทบของภาษีทรัมป์ ทำให้ DIF เป็นตัวเลือกลงทุนที่น่าสนใจ เนื่องจากมีกระแสรายได้ที่มั่นคง 

 

สำหรับใน 1Q68 คาดว่า DIF จะรายงานกำไรปกติที่ 3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.7%YoY และ 0.8%QoQ รายได้ค่าเช่าคาดว่าจะอยู่ที่ 3.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.4% ทั้ง YoY และ QoQ โดยคาดว่ารายการต้นทุนหลักๆ จะอยู่ในระดับทรงตัว YoY และ QoQ ยกเว้นดอกเบี้ยจ่าย ซึ่งคาดว่าจะลดลง 4.2%YoY และ 1.6%QoQ มาอยู่ที่ 520 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงที่ลดลง เนื่องจากเงินกู้ของกองทุนมีอัตราดอกเบี้ยลอยตัว 

 

กำไร 1Q68 ที่ประเมินได้คิดเป็น 25% ของประมาณการกำไรเต็มปี ซึ่งคาดว่า DIF จะประกาศจ่าย DPU งวด 1Q68 ที่ 0.22 บาทต่อหน่วย โดยกองทุนจะประกาศผลประกอบการในวันที่ 14 พฤษภาคม 2568 

 

การรีไฟแนนซ์หนี้จะส่งผลกระทบต่อ DPU เพียงเล็กน้อย DIF ต้องรีไฟแนนซ์หนี้จำนวน 1.2 หมื่นล้านบาท ในเดือนมีนาคม 2568 จากหนี้คงค้างรวม 2.48 หมื่นล้านบาท InnovestX Research คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่าการรีไฟแนนซ์หนี้ดังกล่าวจะทำให้ DPU ปรับลดลงมาอยู่ที่ 0.81 บาทต่อหน่วย ในปี 2568 

 

ข้อมูลล่าสุดที่ได้มาจากทาง DIF พบว่าการรีไฟแนนซ์หนี้ครั้งนี้รวมการชำระคืนเงินต้นจำนวน 1.3 พันล้านบาท ในปี 2568 ด้วย หรือสูงกว่าปี 2567 อยู่ 100 ล้านบาท ทำให้ปัจจุบันคาดว่า DPU ในปี 2568 จะอยู่ที่ 0.88 บาทต่อหน่วย ซึ่งแม้ว่าจะต่ำกว่า DPU ปี 2567 ที่ 0.89 บาทต่อหน่วย อยู่เล็กน้อย แต่ InnovestX Research ยังมองว่ายังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี 

 

นอกจากนี้ การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในการประชุม กนง. วันที่ 30 เมษายน INVX คาดว่า กนง.จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 25bps ซึ่งจะส่งผลดีต่อ DIF ในสองทาง 

 

ทางแรกคือ การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะทำให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลของ DIF ดูน่าสนใจมากขึ้นเมื่อเทียบกับพันธบัตรรัฐบาล ทางที่สอง คือ เนื่องจากหนี้ของ DIF มีอัตราดอกเบี้ยลอยตัวและเชื่อมโยงกับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย การปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงทุกๆ 25 bps จะหนุนให้กำไรสุทธิของ DIF ปรับเพิ่มขึ้นได้ปีละ 70 ล้านบาท ทั้งนี้ INVX คาดว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 2 ครั้ง (ครั้งละ 25 bps) ในปีนี้ คือ ในการประชุมเดือนมิถุนายน และครึ่งหลังของปี 2568

 

กระทบอย่างไร:

 

ในช่วง 1 เดือน ที่ผ่านมา ราคาหน่วยลงทุน DIF ปรับขึ้น 2.50% สู่ 8.10 บาท ขณะที่ SET Index ปรับลง 2.2% สู่ 1,159.00 จุด 

 

กลยุทธ์การลงทุนและคำแนะนำ:

 

InnovestX Research คงคำแนะนำ Outperform สำหรับ DIF โดยให้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2568 อ้างอิงวิธี DCF ที่ 10.5 บาทต่อหน่วย (WACC 7.1% และไม่มี Terminal Value) โดยที่ใช้สมมติฐานว่า TRUE จะต่อสัญญาเช่า FOC ถึงปี 2586 เนื่องจากเข้าเงื่อนไขในการที่ TRUE จะต้องต่ออายุสัญญาเช่าแล้ว

 

ราคาหน่วยลงทุน DIF ปรับตัว Outperform SET อยู่ 11.4% ตั้งแต่ต้นปี 2568 ถึงปัจจุบัน และคาดว่าจะ Outperform ต่อเนื่อง DIF ให้ผลตอบแทน 2.7% สำหรับระยะเวลาถือครอง 1 เดือน นอกจากนี้ยังเล็งเห็นปัจจัยกระตุ้นระยะสั้นจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในวันที่ 30 เมษายน 2568 ด้วย ความเสี่ยง downside ต่อกำไรของ DIF ยังคงมีจำกัดเมื่อพิจารณาจากกระแสรายได้ที่มั่นคง

 

ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตาม คือ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้นจะทำให้เงินปันผลดูน่าสนใจน้อยลง และจะทำให้ราคาหน่วยลงทุนมี Upside จำกัด เนื่องจาก DIF จัดอยู่ในกลุ่มหุ้นปันผล

 

DIF – ก้าวข้ามความผันผวน: https://www.innovestx.co.th/cafeinvest/research/company-analysis/high-conviction/highconviction-dif-20250428 

The post DIF – ก้าวข้ามความผันผวน appeared first on THE STANDARD.

]]>
DIF – ช่วงเวลาแห่งโอกาส https://thestandard.co/dif-opportunity/ Mon, 02 Sep 2024 10:26:33 +0000 https://thestandard.co/?p=978541 DIF

เกิดอะไรขึ้น:   กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม […]

The post DIF – ช่วงเวลาแห่งโอกาส appeared first on THE STANDARD.

]]>
DIF

เกิดอะไรขึ้น:

 

กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล หรือ DIF จัดอยู่ในกลุ่มหุ้นปันผลที่มีความอ่อนไหวต่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตร: อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลงจะทำให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลของ DIF ดูน่าสนใจมากขึ้น 

 

ปัจจุบัน InnovestX Research คาดว่า Fed จะปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายลดลง 2 ครั้ง ครั้งละ 25 bps ภายในสิ้นปีนี้ เริ่มตั้งแต่เดือนกันยายน 2567 ซึ่งคาดว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีจะปรับตัวลดลง ซึ่งจะทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปีปรับตัวลดลง (ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ กับไทยอายุ 10 ปีมีค่า Correlation เป็นบวกที่ 0.9) 

 

นอกจากนี้ยังมองว่ามีโอกาสที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายลดลงในปีนี้ ซึ่งน่าจะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่กดดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยปรับตัวลดลง นอกจากนี้กลุ่ม REIT และราคาหน่วยลงทุน DIF ยังมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น เมื่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรอยู่ในทิศทางขาลงด้วย 

 

DIF จ่ายเงินปันผลงวด 1H67 ที่ 0.44 บาทต่อหน่วย สำหรับครึ่งหลังปี 2567 คาดว่า DIF จะจ่ายเงินปันผลในระดับเดียวกันนี้ ซึ่งบ่งชี้ว่าเงินปันผลทั้งปี 2567 จะอยู่ที่ 0.89 บาทต่อหน่วย (อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล 11.5%) เนื่องจากรายได้ค่าเช่าคงที่ จึงมองว่าประมาณการเงินปันผลปี 2567 จะมี Downside เพียงเล็กน้อย

 

กลุ่ม REIT ปรับตัวเพิ่มขึ้น 12.3% ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา Outperform SET อยู่ 7.5% จากการคาดการณ์ว่า Fed จะปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายลดลง 

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อดูที่ DIF พบว่าราคาหน่วยลงทุนค่อนข้างทรงตัวในช่วงเวลาเดียวกันนี้ ซึ่งบ่งชี้ว่า DIF ปรับตัว Underperform ทั้ง SET และกลุ่ม REIT เมื่อพิจารณาจากอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ประเมินได้ที่ 11.5% ในปี 2567 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่ม REIT ที่ 8.6% จึงมองว่า DIF เป็น Laggard Play ที่น่าสนใจในกลุ่ม REIT

 

กระทบอย่างไร:

 

ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ราคาหุ้น DIF ปรับลง 1.27% สู่ระดับ 7.80 บาท ขณะที่ SET Index ปรับขึ้น 3.90% สู่ระดับ 1,359.07 จุด 

 

กลยุทธ์การลงทุนและคำแนะนำ:

 

InnovestX Research ปรับคำแนะนำสำหรับ DIF ขึ้นจาก Neutral สู่ Outperform โดยให้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2568 อ้างอิงวิธี DCF ที่ 10.50 บาทต่อหน่วย (WACC 6.7% และไม่มี Terminal Value) และใช้สมมติฐานว่า TRUE จะต่ออายุสัญญาเช่าสาย FOC ไปจนถึงปี 2586 เนื่องจากเข้าเงื่อนไขในการที่ TRUE จะต้องต่ออายุสัญญาเช่าแล้ว (ส่วนแบ่งตลาดธุรกิจ FBB ของ TRUE มากกว่า 33% หรือรายได้ของธุรกิจ FBB ของ TRUE สูงกว่า 1.65 หมื่นล้านบาท) 

 

การเปลี่ยนมามีมุมมองเชิงบวกต่อ DIF หลังจากพบว่า: อัตราผลตอบแทนพันธบัตรกำลังจะเปลี่ยนทิศทางเป็นขาลง ซึ่งเป็นผลดีต่อ DIF, อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ประเมินได้อยู่ในระดับที่ดีที่ 11.5% ในปี 2567 และราคาหน่วยลงทุน DIF ปรับขึ้นช้ากว่ากลุ่ม REIT ในขณะที่อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 8.6% จึงแนะนำให้นักลงทุนเข้าซื้อสะสม DIF ที่ระดับราคาในตอนนี้

 

ปัจจัยเสี่ยงและความกังวลที่ต้องติดตามคือ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้นจะทำให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลของ DIF ดูน่าสนใจน้อยลง และจะทำให้ราคาหน่วยลงทุนมี Upside จำกัด เนื่องจาก DIF จัดอยู่ในกลุ่มหุ้นปันผล ความเสี่ยงนี้ถือว่าอยู่ในระดับต่ำในตอนนี้ เนื่องจากเชื่อว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายกำลังจะเข้าสู่แนวโน้มขาลง 

 

นอกจากนี้ยังมองว่าความเสี่ยงที่ TRUE จะขายหน่วยลงทุน DIF ออกมาอีกนั้นอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากบริษัทมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้นหลังจากควบรวมกิจการ

The post DIF – ช่วงเวลาแห่งโอกาส appeared first on THE STANDARD.

]]>