กองทุนประกันสังคม Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/กองทุนประกันสังคม/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 30 Jul 2026 01:45:30 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 จุลพันธ์แจงกรณีชะลอเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ยันเร่งอุทธรณ์ศาลปกครองกลาง หวังเปิดทางผู้ประกันตนได้ใช้สิทธิเร็วที่สุด https://thestandard.co/julapun-social-security-board-election-appeal/ Thu, 30 Jul 2026 01:44:10 +0000 https://thestandard.co/julapun-social-security-board-election-appeal/ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กำลังให้สัมภาษณ์

วานนี้ (29 กรกฎาคม) จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการก […]

The post จุลพันธ์แจงกรณีชะลอเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ยันเร่งอุทธรณ์ศาลปกครองกลาง หวังเปิดทางผู้ประกันตนได้ใช้สิทธิเร็วที่สุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กำลังให้สัมภาษณ์

วานนี้ (29 กรกฎาคม) จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียระบุถึงการชะลอการจัดการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน ว่า เรื่องการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ขอเรียนกับพี่น้องแรงงานตามนี้

 

  • ส่วนตัวมีความตั้งใจและจริงใจที่จะทำสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อผู้ประกันตนทุกคนเสมอมา การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมเป็นสิทธิสำคัญของผู้ประกันตน และตนอยากเห็นการเลือกตั้งเกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด
  • ในฐานะฝ่ายบริหาร เรากำลังเร่งดำเนินการทุกวิถีทางตามกฎหมาย รวมทั้งการยื่นอุทธรณ์คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครองกลาง เพื่อให้การเลือกตั้งสามารถจัดขึ้นได้โดยเร็วที่สุด เพราะยิ่งมีบอร์ดประกันสังคมชุดใหม่เร็วเท่าไร การขับเคลื่อนนโยบายและการพัฒนาสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนก็จะเดินหน้าต่อได้เร็วเท่านั้น ทั้งนี้ ผลจะเป็นอย่างไรยังขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาลปกครองกลาง
  • เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องการเมือง ไม่มีเรื่องแบ่งฝ่ายหรือแบ่งสี เพราะเงินในกองทุนประกันสังคมเป็นเงินของผู้ประกันตนทุกคน เป้าหมายของตนมีเพียงอย่างเดียว คือทำให้ระบบประกันสังคมเดินหน้าเพื่อประโยชน์ของผู้ประกันตนทุกคนอย่างแท้จริง

 

“ผมเข้าใจดีว่าผู้ประกันตนทุกคนรอคอยการเลือกตั้งครั้งนี้ และผมก็ยืนยันว่าจะทำทุกวิถีทางตามกรอบกฎหมายเพื่อให้ทุกคนได้ใช้สิทธิโดยเร็วที่สุดครับ” จุลพันธ์ระบุ

The post จุลพันธ์แจงกรณีชะลอเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ยันเร่งอุทธรณ์ศาลปกครองกลาง หวังเปิดทางผู้ประกันตนได้ใช้สิทธิเร็วที่สุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
โฆษกกระทรวงแรงงานแจงปมชะลอเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ย้ำปฏิบัติตามคำสั่งศาลฯ พร้อมโต้กระแสการเมืองครอบงำ https://thestandard.co/labour-ministry-social-security-election-delay/ Wed, 29 Jul 2026 08:57:03 +0000 https://thestandard.co/?p=1236161 พิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ โฆษกกระทรวงแรงงาน ชี้แจงกรณีชะลอเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม

วันนี้ (29 กรกฎาคม) พิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ โฆษกกระทรวงแรงงา […]

The post โฆษกกระทรวงแรงงานแจงปมชะลอเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ย้ำปฏิบัติตามคำสั่งศาลฯ พร้อมโต้กระแสการเมืองครอบงำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ โฆษกกระทรวงแรงงาน ชี้แจงกรณีชะลอเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม

วันนี้ (29 กรกฎาคม) พิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ โฆษกกระทรวงแรงงาน (ฝ่ายการเมือง) ได้ออกมาชี้แจงกรณีการชะลอการจัดการเลือกตั้งคณะกรรมการ (บอร์ด) ประกันสังคม ภายหลังจากที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ทุเลาการบังคับใช้เงื่อนไขการเลือกตั้ง พร้อมทั้งตอบกรณีที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) รายหนึ่งออกมาแสดงความคิดเห็นในลักษณะที่ระบุว่า รัฐมนตรีและปลัดกระทรวงแรงงานเร่งรัดให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไป

 

พิพัฒน์ชัย ชี้แจงว่า สาเหตุที่ต้องชะลอกระบวนการเลือกตั้งนั้น สืบเนื่องมาจากมีผู้ไปยื่นร้องเรียนเกี่ยวกับสิทธิของผู้ประกันตน จนนำไปสู่คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครองสูงสุด ไม่ใช่การสั่งการหรือแทรกแซงโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานหรือปลัดกระทรวงแรงงานแต่อย่างใด

 

การที่ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน (กกต.สปส.) มีคำสั่งให้ชะลอกระบวนการจัดทำบัญชีผู้มีสิทธิเลือกตั้งและการกำหนดสถานที่เลือกตั้งนั้น เป็นไปเพื่อปฏิบัติตามคำสั่งศาลอย่างเคร่งครัด จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยเป็นที่สิ้นสุด

 

โฆษกกระทรวงแรงงาน อธิบายเพิ่มเติมถึงความหมายทางกฎหมายว่า การที่ศาลสั่งทุเลา ไม่ได้หมายความว่ากระทรวงแรงงานเป็นผู้สั่งเลื่อน แต่เป็นการชะลอเพื่อรอฟังคำสั่งถึงที่สุด ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว ศาลอาจมีความเห็นให้ใช้วันเลือกตั้งเดิม หรือกำหนดให้เลื่อนออกไปเพื่อให้การดำเนินการมีความเหมาะสมและรักษาสิทธิของผู้ประกันตนทุกคนอย่างเท่าเทียม ทางกระทรวงแรงงานขอยืนยันในเจตนารมณ์ที่พร้อมจะจัดให้มีการเลือกตั้งอย่างโปร่งใสทันทีที่มีความชัดเจนทางกฎหมาย

 

นอกจากนี้ พิพัฒน์ชัย ยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงท่าทีของ สส. รายดังกล่าว โดยระบุว่าอาจมีเจตนาแอบแฝงทางการเมืองที่ต้องการสนับสนุนบุคคลของตนเองให้เข้ามาเป็นคณะกรรมการเพื่อครอบงำหรือชี้นำการบริหารงานของบอร์ดประกันสังคม

 

ซึ่งที่ผ่านมาเคยมีบุคคลระดับแกนนำทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับพรรคดังกล่าว พยายามเสนอตัวเข้ามาเป็นประธานบริหารกองทุนขนาดใหญ่ในระบบประกันสังคมมาแล้วแต่ไม่ผ่านการอนุมัติ

 

พร้อมยืนยันว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานไม่เคยเข้าไปแทรกแซงหรือชี้นำกระบวนการใด ๆ และไม่ต้องการให้บอร์ดประกันสังคมถูกครอบงำด้วยกลไกทางการเมือง โดยขอให้ทุกฝ่ายยึดถือข้อมูลตามความเป็นจริงและรอปฏิบัติตามคำสั่งของศาลเป็นสำคัญ

The post โฆษกกระทรวงแรงงานแจงปมชะลอเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ย้ำปฏิบัติตามคำสั่งศาลฯ พร้อมโต้กระแสการเมืองครอบงำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
20 ก.ค. วันสุดท้ายลงทะเบียนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ร่วมชี้ชะตากองทุน 2.9 ล้านล้านบาท https://thestandard.co/sso-board-election-register-2/ Mon, 20 Jul 2026 05:33:18 +0000 https://thestandard.co/?p=1232739 ภาพบัตรเลือกตั้งกำลังถูกหย่อนลงในหีบบัตรเลือกตั้งที่มีโลโก้สำนักงานประกันสังคม

วันนี้ (20 กรกฎาคม) ถือเป็นโค้งสุดท้ายที่สำคัญอย่างยิ่ง […]

The post 20 ก.ค. วันสุดท้ายลงทะเบียนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ร่วมชี้ชะตากองทุน 2.9 ล้านล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพบัตรเลือกตั้งกำลังถูกหย่อนลงในหีบบัตรเลือกตั้งที่มีโลโก้สำนักงานประกันสังคม

วันนี้ (20 กรกฎาคม) ถือเป็นโค้งสุดท้ายที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับมนุษย์เงินเดือนและนายจ้างทั่วประเทศ ผู้ประกันตนและนายจ้างทุกคนที่ต้องรีบดำเนินการลงทะเบียนเพื่อขอใช้สิทธิเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมประจำปี 2569 หากเราปล่อยผ่านไปก็จะเสียสิทธิในการเลือกผู้แทนเข้าไปบริหารจัดการเงินกองทุนประกันสังคมที่มีมูลค่ามหาศาล

 

 
 

การเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมหรือที่เรียกกันว่า ‘บอร์ดประกันสังคม’ กำลังจะเกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2569 หลายคนอาจยังสงสัยว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีความหมายต่อชีวิตคนทำงานอย่างไร

 

แท้จริงแล้วนี่คือโอกาสครั้งสำคัญในการกำหนดทิศทางนโยบายและสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อเราทุกคนโดยตรง การเข้าไปมีส่วนร่วมของประชาชนจะช่วยผลักดันให้เกิดความโปร่งใสในการบริหารงานของหน่วยงานรัฐ THE STANDARD ขอพาทุกท่านไปหาคำตอบว่าทำไมเราจึงต้องรีบลงทะเบียนรักษาสิทธิของตนเองก่อนที่จะหมดเขตในวันนี้

 

ทำไมต้องเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมชุดใหม่

 

สาเหตุหลักที่เราต้องมีการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมชุดใหม่เป็นเพราะวาระการดำรงตำแหน่งของคณะกรรมการชุดเดิมกำลังจะสิ้นสุดลง นอกจากนี้ กองทุนประกันสังคมยังถือเป็นกองทุนสวัสดิการที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ โดยมีมูลค่าสินทรัพย์รวมสูงถึงกว่า 2.8-2.9 ล้านล้านบาท

 

บอร์ดประกันสังคมชุดใหม่จะมีอำนาจหน้าที่โดยตรงในการกำหนดทิศทางนโยบาย การบริหารเงินกองทุน และการอนุมัติสิทธิประโยชน์ต่างๆ การเลือกผู้แทนที่มีวิสัยทัศน์เข้าไปทำงานจึงเป็นการป้องกันความเสี่ยงและเพิ่มความโปร่งใสในการนำเงินไปลงทุน หากผู้ประกันตนไม่ออกไปใช้สิทธิ ก็อาจเป็นการเปิดช่องให้เกิดการบริหารงานแบบเดิมที่อาจไม่ตอบโจทย์ความต้องการของคนทำงานอย่างแท้จริง

 

กองทุนประกันสังคมมีความสำคัญอย่างมาก เพราะเป็นหลักประกันความมั่นคงในการดำเนินชีวิตของประชาชนตั้งแต่เกิดจนตาย เงินกองทุนนี้ถูกนำไปใช้ดูแลสิทธิประโยชน์หลายด้าน เช่น การรักษาพยาบาล คลอดบุตร ว่างงาน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเงินบำนาญชราภาพ

 

ต้องลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า

 

ส่วนเหตุผลที่ทางสำนักงานประกันสังคมบังคับให้ต้องลงทะเบียนล่วงหน้านั้น ก็เพื่อเป็นการยืนยันตัวตนว่าผู้ที่มาใช้สิทธิคือผู้ประกันตนตัวจริง กลไกนี้ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันและสกัดกั้นกลุ่มผลประโยชน์ที่อาจจัดตั้งคนเข้ามาสมัครระยะสั้นเพื่อหวังผลโหวตลงคะแนนทางการเมืองหรือการทำ Block Vote นอกจากนี้ ข้อมูลจากการลงทะเบียนยังช่วยให้หน่วยงานสามารถจัดสรรหน่วยเลือกตั้งในระดับอำเภอได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมกับปริมาณผู้มาใช้สิทธิอีกด้วย

 

บอร์ดประกันสังคม แบ่งเป็นฝ่ายไหนบ้าง ใครมีสิทธิเลือก

 

โครงสร้างของคณะกรรมการประกันสังคมตามกฎหมายจะประกอบไปด้วยคณะกรรมการทั้งหมดจำนวน 21 คน ในจำนวนนี้มีตัวแทนจากฝ่ายรัฐบาลที่มาจากเจ้าหน้าที่กระทรวงต่างๆ จำนวน 7 คน ซึ่งเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง ส่วนอีก 14 คนนั้นมาจากการเลือกตั้งโดยตรง แบ่งเป็นผู้แทนฝ่ายนายจ้างจำนวน 7 คน และผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนอีกจำนวน 7 คน

 

สำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะต้องมีสัญชาติไทย และเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33, มาตรา 39 หรือมาตรา 40 ที่ขึ้นทะเบียนติดต่อกันไม่น้อยกว่า 6 เดือน นอกจากนี้ยังต้องมีประวัติการจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนไม่น้อยกว่า 3 เดือน ภายในระยะเวลา 6 เดือนก่อนเดือนที่มีประกาศให้เลือกตั้ง

 

ลงทะเบียนได้ถึงเมื่อไหร่

 

กำหนดการเปิดรับลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมในครั้งนี้ จะเปิดให้ดำเนินการได้จนถึงวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 เป็นวันสุดท้าย เดิมทีทางสำนักงานประกันสังคมได้กำหนดวันสิ้นสุดการลงทะเบียนไว้ในวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา

 

แต่เนื่องจากมีผู้ให้ความสนใจและเพื่อให้ครอบคลุมผู้มีสิทธิอย่างทั่วถึง จึงมีมติขยายเวลาออกไปอีก 5 วัน ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคนจึงต้องรีบดำเนินการภายในกรอบเวลาดังกล่าวเท่านั้นเพื่อไม่ให้พลาดสิทธิสำคัญ หากไม่มีชื่อปรากฏอยู่ในระบบการลงทะเบียนล่วงหน้า ผู้ประกันตนจะไม่สามารถเดินเข้าไปขอใช้สิทธิแบบวอล์กอิน (Walk-in) ในวันเลือกตั้งจริงได้อย่างเด็ดขาด ดังนั้นวันนี้จึงเป็นโอกาสสุดท้ายที่จะสามารถรักษาสิทธิในการกำหนดอนาคตเงินออมของตนเองได้

 

ลงทะเบียนได้ทางไหนบ้าง

 

เพื่ออำนวยความสะดวกสูงสุด สำนักงานประกันสังคมได้เปิดช่องทางการลงทะเบียนไว้ถึง 3 ช่องทางหลักด้วยกัน

 

  • ผ่านเว็บไซต์ www.sso.go.th ซึ่งรองรับการทำรายการได้ทั้งฝ่ายนายจ้างและฝ่ายผู้ประกันตนตลอด 24 ชั่วโมง
  • ผ่านแอปพลิเคชันมือถือ SSO Plus ซึ่งเปิดให้ใช้งานเฉพาะสำหรับผู้ประกันตนเท่านั้น
  • ติดต่อด้วยตนเอง ณ สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ จังหวัด หรือสาขาทั่วประเทศ ในวันนี้ซึ่งเป็นวันสุดท้าย สำนักงานประกันสังคมยังคงเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น. โดยไม่เว้นวันหยุดราชการ

 

ตอนนี้มีคนลงทะเบียนแล้วกี่คน ทำไมถึงต้องรีบมาใช้สิทธิ

 

จากข้อมูลสถิติผู้ประกันตนและนายจ้างในระบบประกันสังคมทั่วประเทศ ปัจจุบันมีจำนวนผู้มีสิทธิรวมทั้งสิ้นมากกว่า 24.7 ล้านราย แต่จากรายงานสรุปผลการลงทะเบียนสะสมล่าสุด (19 กรกฎาคม) พบว่า มีผู้ร่วมลงทะเบียนใช้สิทธิไปแล้วเพียงแค่ประมาณ 1.5 ล้านคนเท่านั้น

 

ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่ายังมีคนทำงานอีกหลายสิบล้านคนที่อาจจะสูญเสียสิทธิในการดูแลกองทุนเงินสมทบของตนเอง หากไม่อยากให้สิทธิของตนเองหลุดมือไปโดยเปล่าประโยชน์ ขอเชิญชวนนายจ้างและผู้ประกันตนทุกท่าน เข้าไปลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมก่อนระบบจะปิดในวันนี้ เพื่อร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นจริง

The post 20 ก.ค. วันสุดท้ายลงทะเบียนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ร่วมชี้ชะตากองทุน 2.9 ล้านล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประกันสังคมเร่งเยียวยาเหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว พบผู้ประกันตนเสียชีวิต 22 ราย ทายาทรับสิทธิครบ https://thestandard.co/social-security-latphrao-fire-victims/ Sun, 19 Jul 2026 05:40:40 +0000 https://thestandard.co/social-security-latphrao-fire-victims/ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม แถลงข่าวกรณีไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว

วันนี้ (17 กรกฎาคม) จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการก […]

The post ประกันสังคมเร่งเยียวยาเหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว พบผู้ประกันตนเสียชีวิต 22 ราย ทายาทรับสิทธิครบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม แถลงข่าวกรณีไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว

วันนี้ (17 กรกฎาคม) จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน แสดงความห่วงใยต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุเพลิงไหม้ภายในร้านอาหารโรงเบียร์ บริเวณซอยลาดพร้าว 1 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อเวลา 00.02 น. ของวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 33 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก พร้อมสั่งการให้สำนักงานประกันสังคมเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และให้ความช่วยเหลือเยียวยาทายาทลูกจ้างและผู้ประกันตนที่เสียชีวิต รวมทั้งผู้ได้รับบาดเจ็บ ให้ได้รับสิทธิประโยชน์จากกองทุนประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทนอย่างครบถ้วน รวดเร็ว และเป็นธรรม

 

กาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า ภายหลังเกิดเหตุได้มอบหมายให้นางสาวอุษา ธีระวิทยเลิศ ผู้ตรวจราชการกรม สำนักงานประกันสังคม พร้อมด้วยนางสาวนิธยาพร ลิมปะพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ 2 และเจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคม ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เข้าเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บตามสถานพยาบาล พร้อมประสานนายจ้าง สถานพยาบาล หน่วยงาน ในพื้นที่ และญาติผู้เสียชีวิต เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้สิทธิด้านการรักษาพยาบาล การยื่นขอรับสิทธิประโยชน์ ตลอดจนให้คำแนะนำเกี่ยวกับเอกสารและขั้นตอนต่าง ๆ เพื่อให้ทายาทได้รับการเยียวยาโดยเร็วที่สุด

 

จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น พบว่าผู้เสียชีวิตจำนวน 22 ราย เป็นลูกจ้างและผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ประกอบด้วย

 

  • ผู้ประกันตนมาตรา 33 จำนวน 8 ราย ทายาทมีสิทธิได้รับเงินค่าทำศพ จำนวน 50,000 บาท และเงินบำเหน็จชราภาพจากกองทุนประกันสังคมตามเงื่อนไขของกฎหมาย
  • ผู้ประกันตนมาตรา 40 จำนวน 4 ราย ทายาทมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จชราภาพจากกองทุนประกันสังคม
  • ผู้ประกันตนมาตรา 38 จำนวน 1 ราย ทายาทมีสิทธิได้รับเงินค่าทำศพ จำนวน 50,000 บาท และเงินบำเหน็จชราภาพจากกองทุนประกันสังคม
  • เคยเป็นผู้ประกันตน จำนวน 7 ราย ทายาทมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จชราภาพตามสิทธิที่สะสมไว้ในกองทุนประกันสังคม

 

นอกจากนี้ ยังพบผู้เสียชีวิตเป็นลูกจ้างสัญชาติลาว จำนวน 2 ราย ซึ่งประสบอันตรายเนื่องจากการทำงาน โดยทายาทมีสิทธิได้รับความคุ้มครองจากกองทุนเงินทดแทน ได้แก่ เงินค่าทำศพจำนวน 50,000 บาท ค่าทดแทนกรณีเสียชีวิตในอัตราร้อยละ 70 ของค่าจ้างรายเดือน เป็นระยะเวลา 10 ปี รวมทั้งมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จชราภาพจากกองทุนประกันสังคมตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

 

เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า สำนักงานประกันสังคมได้สั่งการให้สำนักงานประกันสังคมจังหวัดและสำนักงานประกันสังคมพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับภูมิลำเนาของผู้เสียชีวิตทุกแห่ง เร่งลงพื้นที่พบครอบครัวและทายาท เพื่อชี้แจงสิทธิประโยชน์จากทั้งกองทุนประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทน พร้อมอำนวยความสะดวกในการรวบรวมเอกสารการยื่นคำขอรับสิทธิ และติดตามผลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ทายาทได้รับเงินช่วยเหลือและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ โดยเร็วที่สุด ลดภาระและความเดือดร้อนของครอบครัวผู้สูญเสีย ในส่วนของผู้ได้รับบาดเจ็บ สำนักงานประกันสังคมได้ประสานสถานพยาบาลที่ให้การรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อดูแลสิทธิด้านการรักษาพยาบาลของผู้ประกันตนอย่างเต็มที่

 

สำนักงานประกันสังคมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ พร้อมยืนยันว่าจะติดตามดูแลสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนและทายาทอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ทุกคนได้รับการช่วยเหลือ เยียวยา และเข้าถึงสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายอย่างครบถ้วน รวดเร็ว และเป็นธรรม

The post ประกันสังคมเร่งเยียวยาเหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว พบผู้ประกันตนเสียชีวิต 22 ราย ทายาทรับสิทธิครบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดีเดย์ขยายเวลาลงทะเบียนเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม’ ถึง 20 กรกฎาคมนี้ เพิ่มโอกาสผู้ประกันตน-นายจ้างร่วมรักษาสิทธิ์ https://thestandard.co/sso-board-election-register/ Thu, 16 Jul 2026 04:03:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1231328 ภาพกราฟิกประชาสัมพันธ์การขยายเวลาลงทะเบียนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม

วันนี้ (16 กรกฎาคม) ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร […]

The post ดีเดย์ขยายเวลาลงทะเบียนเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม’ ถึง 20 กรกฎาคมนี้ เพิ่มโอกาสผู้ประกันตน-นายจ้างร่วมรักษาสิทธิ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพกราฟิกประชาสัมพันธ์การขยายเวลาลงทะเบียนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม

วันนี้ (16 กรกฎาคม) ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจัดตั้งคณะกรรมการประกันสังคมฝ่ายนายจ้างและฝ่ายผู้ประกันตน หรือ บอร์ดประกันสังคม ที่กำลังจะเปิดให้มีการลงคะแนนเลือกตั้งอย่างเป็นทางการในวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2569 ที่จะถึงนี้

 

โดยระบุว่า ภายหลังจากที่สำนักงานประกันสังคมได้เปิดระบบให้นายจ้างและผู้ประกันตนลงทะเบียนแสดงความจำนงขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งมาตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา ล่าสุดมีจำนวนผู้ลงทะเบียนแสดงความจำนงแล้วประมาณ 1 ล้านคน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากยังมีกลุ่มผู้มีสิทธิ์อีกเป็นจำนวนมากที่ยังไม่ได้ดำเนินการลงทะเบียน

 

เพื่อเป็นการรักษาสิทธิ์และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างทั่วถึง สำนักงานประกันสังคมจึงได้มีมติขยายระยะเวลาการลงทะเบียนออกไปจนถึงวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 จากเดิมที่จะสิ้นสุดลงในวันที่ 15 กรกฎาคม 2569

 

สำหรับกลุ่มเป้าหมายผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในครั้งนี้ ครอบคลุมทั้งผู้ประกันตนตามมาตรา 33, มาตรา 39 และมาตรา 40 ซึ่งมีฐานจำนวนผู้มีสิทธิ์ในระบบรวมกว่า 11 ล้านคน รวมถึงนายจ้างที่อยู่ในระบบประกันสังคมทั้งหมดอีกกว่า 400,000 ราย

 

โดยผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 1 คน จะสามารถลงคะแนนเสียงเลือกผู้แทนในฝ่ายของตนเองได้ไม่เกิน 7 คน ซึ่งการขยายเวลาในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ผู้ประกันตนและนายจ้างจะได้เข้าไปมีส่วนร่วมโดยตรงในการกำหนดทิศทางนโยบาย ดูแลสิทธิประโยชน์ ตลอดจนร่วมบริหารงบประมาณของกองทุนประกันสังคมที่มีมูลค่ารวมกว่า 2.9 ล้านล้านบาท ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่แรงงานทั่วประเทศ

 

ทั้งนี้ นายจ้างและผู้ประกันตนสามารถลงทะเบียนเพื่อขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมผ่านช่องทางออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อความสะดวกรวดเร็ว ทั้งทางเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th หรือผ่านแอปพลิเคชัน SSO Plus ซึ่งทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการปรับปรุงประสิทธิภาพและความเสถียรของระบบออนไลน์เพื่อรองรับปริมาณการเข้าใช้งานพร้อมกันจำนวนมากเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงขอเชิญชวนให้ผู้มีสิทธิ์ทุกท่านร่วมกันลงทะเบียนเพื่อออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งครั้งสำคัญนี้ตามกำหนดเวลาที่ขยายออกไป

The post ดีเดย์ขยายเวลาลงทะเบียนเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม’ ถึง 20 กรกฎาคมนี้ เพิ่มโอกาสผู้ประกันตน-นายจ้างร่วมรักษาสิทธิ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
“ความบกพร่องที่ยังหาคนผิดไม่ได้” ทีมประกันสังคมก้าวหน้าเดินรณรงค์หน้าตึก SKYY9 https://thestandard.co/social-security-skyy9-probe/ Tue, 14 Jul 2026 12:51:41 +0000 https://thestandard.co/?p=1230707 ภาพทีมประกันสังคมก้าวหน้าเดินรณรงค์ถือป้ายหน้าอาคาร SKYY9

บรรยากาศการรณรงค์การเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมช่วงโ […]

The post “ความบกพร่องที่ยังหาคนผิดไม่ได้” ทีมประกันสังคมก้าวหน้าเดินรณรงค์หน้าตึก SKYY9 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพทีมประกันสังคมก้าวหน้าเดินรณรงค์ถือป้ายหน้าอาคาร SKYY9

บรรยากาศการรณรงค์การเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมช่วงโค้งสุดท้าย ผู้สมัครทีมประกันสังคมก้าวหน้า ลงพื้นที่บริเวณหน้าอาคาร SKYY9 เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ถึงปัญหาของกองทุนประกันสังคมต่อกรณีการลงทุนจัดซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงกว่าการประเมินเบื้องต้น และการตรวจสอบที่ยังไม่คืบหน้า

 

ช่วงเย็นวันนี้ (14 กรกฎาคม) รองศาสตราจารย์ ดร. ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี นำทีมผู้สมัครคณะกรรมการประกันสังคมในนามทีมประกันสังคมก้าวหน้า ทั้งฝั่งลูกจ้างและฝั่งนายจ้าง ลงพื้นที่รณรงค์หาเสียงบริเวณหน้าอาคาร SKYY9 และเดินเท้าประชาสัมพันธ์ตามแนวถนนพระราม 9 เพื่อกระตุ้นให้ผู้ประกันตนและนายจ้างดำเนินการลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม

 

ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมได้ขยายระยะเวลาการลงทะเบียนไปจนถึงวันที่ 20 กรกฎาคมนี้

 

การเลือกลงพื้นที่บริเวณหน้าอาคาร SKYY9 เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เพื่อชี้ให้เห็นถึงปัญหาการบริหารงานของคณะกรรมการประกันสังคมชุดที่ผ่านมา โดยมีการอ้างอิงข้อมูลว่าคณะกรรมการชุดดังกล่าวได้อนุมัติการลงทุนจัดซื้ออาคาร SKYY9 ด้วยวงเงิน 7,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่ามูลค่าประเมินของอาคารที่ระบุไว้ที่ 3,000 ล้านบาท

 

ษัษฐรัมย์ระบุว่า กรณีการจัดซื้ออาคาร SKYY9 ถูกยกมาเป็นตัวอย่างของข้อบกพร่องในการบริหารจัดการกองทุน เนื่องจากผู้ประกันตนและประชาชนไม่ได้รับสิทธิในการรับรู้ข้อมูลการลงทุน

 

นอกจากนี้ กระบวนการประชุมของคณะกรรมการประกันสังคมในแต่ละครั้งไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะ ขาดการจัดทำประชาพิจารณ์ และไม่มีกลไกที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกันตนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นถึงความคุ้มค่าของการนำเงินกองทุนไปลงทุน

 

สำหรับกระบวนการตรวจสอบความโปร่งใสในกรณีนี้ แม้จะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการทุจริตในการจัดซื้ออาคาร SKYY9 แต่สถานะปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้าในการระบุตัวบุคคลที่ต้องรับผิดชอบหรือการดำเนินการทางกฎหมายที่ชัดเจน ผลการสอบสวนยังคงไม่มีข้อสรุป แม้การบริหารงานของกระทรวงแรงงานจะผ่านมาถึง 4 สมัยและมีการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานมาแล้วถึง 4 คนก็ตาม

 

ภาพทีมประกันสังคมก้าวหน้าเดินรณรงค์ถือป้ายหน้าอาคาร SKYY9 1ภาพทีมประกันสังคมก้าวหน้าเดินรณรงค์ถือป้ายหน้าอาคาร SKYY9 2ภาพทีมประกันสังคมก้าวหน้าเดินรณรงค์ถือป้ายหน้าอาคาร SKYY9 3ภาพทีมประกันสังคมก้าวหน้าเดินรณรงค์ถือป้ายหน้าอาคาร SKYY9 4ภาพทีมประกันสังคมก้าวหน้าเดินรณรงค์ถือป้ายหน้าอาคาร SKYY9 5ภาพทีมประกันสังคมก้าวหน้าเดินรณรงค์ถือป้ายหน้าอาคาร SKYY9 6ภาพทีมประกันสังคมก้าวหน้าเดินรณรงค์ถือป้ายหน้าอาคาร SKYY9 7ภาพทีมประกันสังคมก้าวหน้าเดินรณรงค์ถือป้ายหน้าอาคาร SKYY9 8ภาพทีมประกันสังคมก้าวหน้าเดินรณรงค์ถือป้ายหน้าอาคาร SKYY9 9ภาพทีมประกันสังคมก้าวหน้าเดินรณรงค์ถือป้ายหน้าอาคาร SKYY9 10

The post “ความบกพร่องที่ยังหาคนผิดไม่ได้” ทีมประกันสังคมก้าวหน้าเดินรณรงค์หน้าตึก SKYY9 appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ทีมประกันสงคมก้าวหน้า’ ส่งผู้สมัครบอร์ดฝ่ายนายจ้าง หวังคว้าทั้ง 14 ที่นั่ง ชูแนวคิดรักษาเสถียรภาพกองทุนไม่ให้ล้มละลาย https://thestandard.co/progressive-social-security-employer-board/ Tue, 14 Jul 2026 08:13:09 +0000 https://thestandard.co/?p=1230549 ภาพผู้สมัครทีมประกันสังคมก้าวหน้ายื่นใบสมัครคณะกรรมการประกันสังคมฝ่ายนายจ้าง

โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม วันนี้ […]

The post ‘ทีมประกันสงคมก้าวหน้า’ ส่งผู้สมัครบอร์ดฝ่ายนายจ้าง หวังคว้าทั้ง 14 ที่นั่ง ชูแนวคิดรักษาเสถียรภาพกองทุนไม่ให้ล้มละลาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพผู้สมัครทีมประกันสังคมก้าวหน้ายื่นใบสมัครคณะกรรมการประกันสังคมฝ่ายนายจ้าง

โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม วันนี้ (14 กรกฎาคม) ทีมประกันสังคมก้าวหน้าประกาศเป้าหมายกวาดที่นั่งทั้งฝั่งผู้ประกันตนและฝั่งนายจ้างรวม 14 ที่นั่ง เพื่อเข้าไปปฏิรูปโครงสร้างองค์กรสวัสดิการที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ชูจุดขายการเป็นตัวแทนของกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ก่อนตอบโต้ข้อครหาเป็น ‘เด็กอมมือ’ ว่าขอให้สังคมตัดสินจากเนื้อหาสาระ ผลงานและนโยบายที่นำเสนอ

ดูภาพข่าว 

รองศาสตราจารย์ ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี ผู้สมัครคณะกรรมการประกันสังคมฝั่งผู้ประกันตน นำผู้ประกอบการในนามทีมประกันสังคมก้าวหน้า จำนวน 7 คน เดินทางไปยังสำนักงานประกันสังคม พื้นที่ 3 กรุงเทพมหานคร เพื่อยื่นใบสมัครเป็นคณะกรรมการประกันสังคมฝั่งนายจ้าง

 

ษัษฐรัมย์ระบุว่า การส่งผู้สมัครฝั่งนายจ้างในครั้งนี้ เป็นการดำเนินการต่อเนื่องจากการส่งผู้สมัครฝั่งลูกจ้าง โดยมีเป้าหมายหลักคือการคว้าที่นั่งในบอร์ดประกันสังคมให้ครบทั้ง 14 ที่นั่ง เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปโครงสร้าง การเพิ่มพูนสวัสดิการ และการขจัดการทุจริตภายในองค์กร

 

ขณะที่ ศราริน เรืองปัญญาวุฒิ ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคมฝั่งนายจ้าง ทีมประกันสังคมก้าวหน้า กล่าวถึงความพร้อมในการลงสมัครว่า ทางทีมมีความมั่นใจจากประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา และต้องการเข้ามาสานต่อนโยบาย โดยเน้นความเปิดเผยและโปร่งใสในการทำงาน ด้วยการเปิดเผยข้อมูลทุกการประชุมเพื่อลดความเสี่ยงในการทุจริต

 

ศรารินชี้แจงว่า แม้นโยบายของทีมอาจไม่ได้ให้สิทธิประโยชน์โดยตรงต่อนายจ้าง แต่การรักษาเสถียรภาพของกองทุนไม่ให้ล้มละลายถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเงินสมทบที่นายจ้างจ่ายในทุกเดือน

 

นอกจากนี้ การยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกจ้างยังส่งผลดีต่อนายจ้างโดยตรง เนื่องจากช่วยลดอัตราการลางานและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME)

 

ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าทีมประกันสังคมก้าวหน้าเป็น ‘กลุ่มเด็กอมมือ’ นั้น ศรารินขอให้สังคมพิจารณาตัดสินจากเนื้อหาสาระ ผลงานที่ผ่านมา และนโยบายที่ตั้งใจนำเสนอ

 

ในประเด็นการแข่งขันกับตัวแทนจากสภาหอการค้ากลุ่มต่างๆ ษัษฐรัมย์ อธิบายว่า จุดเด่นของทีมคือการเป็นตัวแทนของธุรกิจเอสเอ็มอีและผู้ใช้แรงงาน ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีจำนวนนับแสนรายและมีความใกล้ชิดกับคนทำงาน เป้าหมายของทีมคือการสร้างความร่วมมือระหว่างบอร์ดฝั่งลูกจ้างและนายจ้าง ไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้ง เพราะทั้งสองฝ่ายต่างเป็นผู้จ่ายเงินสมทบเข้าสำนักงานประกันสังคม

 

“สิ่งที่ทั้งสองฝ่ายต้องการร่วมกันคือความโปร่งใส ปราศจากการทุจริต และการมีตัวแทนที่แท้จริงเพื่อร่วมกันออกแบบสวัสดิการ และล้างบางการทุจริตในองค์กร”

 

ษัษฐรัมย์ ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์การลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งว่า ขณะนี้มียอดผู้ลงทะเบียนฝั่งลูกจ้างประมาณ 9 แสนราย และฝั่งนายจ้างประมาณ 9,000 ราย โดยสำนักงานประกันสังคมได้ขยายเวลาการลงทะเบียนไปจนถึงวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 จึงขอเรียกร้องให้ผู้มีสิทธิเร่งดำเนินการลงทะเบียน หากมีผู้ไปใช้สิทธิน้อย อาจทำให้กลุ่มจัดตั้งกลุ่มเดิมที่บริหารงานมา 8 สมัยตลอด 30 ปีได้รับเลือก ซึ่งจะทำให้ผู้ประกันตนได้รับเพียงปฏิทิน เสื้อ หรือหมวก แทนที่จะได้เห็นการแข่งขันทางนโยบายที่นำไปสู่สวัสดิการที่แท้จริง เช่น ค่าทำฟัน หรือค่าคลอดบุตร

 

สำหรับรายชื่อผู้สมัครคณะกรรมการประกันสังคมของทีมประกันสังคมก้าวหน้า ประกอบด้วยผู้สมัครฝั่งนายจ้างจำนวน 7 คน ได้แก่

 

ลำดับที่ 62 อดิศร เกิดมงคล

 

ลำดับที่ 63 กฤษฎา อาทิตย์ จินตกานนท์

 

ลำดับที่ 64 ศราริน เรืองปัญญาวุฒิ

 

ลำดับที่ 65 รัตนสิทธิ สุภาภรณ์

 

ลำดับที่ 66 กฤตวิทย์ หริมเทพาธิป

 

ลำดับที่ 67 สุโขทัย หัตถะรัชต์

 

ลำดับที่ 68 ภัทรานิษฐ์ ศรีจันทร์ดร

 

สำหรับผู้สมัครฝั่งผู้ประกันตนจำนวน 7 คน ประกอบด้วย

 

ลำดับที่ 41 เริงฤทธิ์ ละออกิจ

 

ลำดับที่ 42 ธนพงษ์ เชื้อเมืองพาน

 

ลำดับที่ 43 นาริฐา โภไคยอนันต์

 

ลำดับที่ 44 รองศาสตราจารย์ ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี

 

ลำดับที่ 45 ชลิต รัษฐปานะ

 

ลำดับที่ 46 ปรารถนา โพธิ์ดี

 

ลำดับที่ 47 พรทิพย์ โม่งใหญ่

 

 

ภาพผู้สมัครทีมประกันสังคมก้าวหน้ายื่นใบสมัครคณะกรรมการประกันสังคมฝ่ายนายจ้าง 1ภาพผู้สมัครทีมประกันสังคมก้าวหน้ายื่นใบสมัครคณะกรรมการประกันสังคมฝ่ายนายจ้าง 2ภาพผู้สมัครทีมประกันสังคมก้าวหน้ายื่นใบสมัครคณะกรรมการประกันสังคมฝ่ายนายจ้าง 3ภาพผู้สมัครทีมประกันสังคมก้าวหน้ายื่นใบสมัครคณะกรรมการประกันสังคมฝ่ายนายจ้าง 4ภาพผู้สมัครทีมประกันสังคมก้าวหน้ายื่นใบสมัครคณะกรรมการประกันสังคมฝ่ายนายจ้าง 5ภาพผู้สมัครทีมประกันสังคมก้าวหน้ายื่นใบสมัครคณะกรรมการประกันสังคมฝ่ายนายจ้าง 6

The post ‘ทีมประกันสงคมก้าวหน้า’ ส่งผู้สมัครบอร์ดฝ่ายนายจ้าง หวังคว้าทั้ง 14 ที่นั่ง ชูแนวคิดรักษาเสถียรภาพกองทุนไม่ให้ล้มละลาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
จุลพันธ์ยันไม่ขยายกรอบลงทะเบียนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เหตุกระทบวันเลือกตั้ง ชี้ขยายให้แล้ว 45 วัน แนะเร่งลงทะเบียน 5 วันสุดท้าย https://thestandard.co/julapun-sso-board-election-registration/ Fri, 10 Jul 2026 06:58:35 +0000 https://thestandard.co/?p=1229160 จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กำลังให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับบอร์ดประกันสังคม

วันนี้ (10 กรกฎาคม) ที่เรือนจำคลองเปรม จุลพันธ์ อมรวิวั […]

The post จุลพันธ์ยันไม่ขยายกรอบลงทะเบียนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เหตุกระทบวันเลือกตั้ง ชี้ขยายให้แล้ว 45 วัน แนะเร่งลงทะเบียน 5 วันสุดท้าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กำลังให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับบอร์ดประกันสังคม

วันนี้ (10 กรกฎาคม) ที่เรือนจำคลองเปรม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงข้อเสนอจากพรรคฝ่ายค้านที่ให้ขยายเวลาการลงทะเบียนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ว่า เรื่องนี้ได้มีการหารือแล้ว ในการขยายเวลาสามารถทำได้ แต่จะกระทบกับวันเลือกตั้ง เพราะตามระเบียบของสำนักงานประกันสังคม มีข้อกำหนดบางข้อเรื่องกระบวนการอุทธรณ์สิทธิ ที่มีกรอบเวลาที่เราเรียกว่าหลังพิงเชือก มันตึง หากเราเพิ่มเวลาในการลงทะเบียนก็จะกระทบกับวันเลือกตั้ง ทั้งที่เราได้เพิ่มระยะเวลาการลงทะเบียนมากกว่าเดิมแล้ว จาก 30 วันเป็น 45 วัน เราพยายามแล้ว

 

ส่วนการประชาสัมพันธ์ที่ผ่านมา จุลพันธ์ระบุว่า ต้องขอบคุณสื่อมวลชน แต่อยากให้ช่วยประชาสัมพันธ์ให้หนักขึ้น เข้าใจว่าที่ผ่านมามีการเลือกตั้ง กทม. และข่าวอื่นๆ ทำให้กระแสการเลือกตั้งของบอร์ดประกันสังคมบางลงไป จึงอยากให้ช่วยประชาสัมพันธ์ให้เข้มข้นในช่วงเวลาที่เหลือ 4-5 วัน ก่อนที่จะมีการปิดกรอบลงทะเบียน ซึ่งขณะนี้ยังทัน จึงขอเชิญพี่น้องแรงงานไม่ว่าจะเป็นมาตราใดก็ตาม รวมถึงกลุ่มนายจ้าง ลงทะเบียนผ่าน แอปพลิเคชัน SSO+ และทางเว็บไซต์ รวมถึงสำนักงานประกันสังคมในทุกพื้นที่ ช่วยลงทะเบียนเพื่อให้มาเลือกตั้งให้มากขึ้น

 

จุลพันธ์กล่าวอีกว่า วันนี้ในส่วนของลูกจ้าง มีผู้ลงทะเบียนแล้วกว่า 800,000 ราย ขณะที่ในส่วนของนายจ้าง มีผู้ลงทะเบียน 7,000 กว่าคน จึงขอเชิญชวนทุกคนมาลงทะเบียนและใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 27 กันยายนนี้

The post จุลพันธ์ยันไม่ขยายกรอบลงทะเบียนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เหตุกระทบวันเลือกตั้ง ชี้ขยายให้แล้ว 45 วัน แนะเร่งลงทะเบียน 5 วันสุดท้าย appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลย้ำเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม โปร่งใส ตรวจสอบได้ ชวนผู้ประกันตน 11 ล้านเสียง ลงทะเบียนเลือกตั้ง ภายใน 15 ก.ค.นี้ https://thestandard.co/social-security-board-election-registration-2/ Fri, 03 Jul 2026 00:32:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1226147 ภาพกราฟิกเชิญชวนผู้ประกันตน 11 ล้านคน ลงทะเบียนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม พร้อมข้อความย้ำความโปร่งใส

​วันนี้ (3 กรกฎาคม) ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รอ […]

The post รัฐบาลย้ำเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม โปร่งใส ตรวจสอบได้ ชวนผู้ประกันตน 11 ล้านเสียง ลงทะเบียนเลือกตั้ง ภายใน 15 ก.ค.นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพกราฟิกเชิญชวนผู้ประกันตน 11 ล้านคน ลงทะเบียนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม พร้อมข้อความย้ำความโปร่งใส

​วันนี้ (3 กรกฎาคม) ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม หรือ บอร์ดประกันสังคม ทั้งฝ่ายนายจ้างและฝ่ายผู้ประกันตนในปีนี้ ได้รับความสนใจจากสังคมเป็นอย่างมาก ซึ่งสำนักงานประกันสังคมจะเปิดรับสมัครไปจนถึงวันที่ 15 กรกฎาคมนี้ โดยบุคคลที่ได้รับการเลือกตั้งจะได้เข้ามามีบทบาทโดยตรงในการกำหนดนโยบาย วางรากฐานการบริหารจัดการ และตรวจสอบการดำเนินงานของกองทุนประกันสังคมให้มีความโปร่งใส และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งตรงตามนโยบายของรัฐบาลที่วางเอาไว้

 

สำหรับการรับสมัครบุคคลเข้ารับการเลือกตั้งเป็นบอร์ดประกันสังคมครั้งนี้ คาดการณ์ว่า จะมีผู้ยื่นใบสมัครคึกคักขึ้นกว่าเดิมถึง 2 เท่า โดยฝ่ายผู้ประกันตนอาจมีผู้สมัครเกินกว่า 400 คน ส่วนฝ่ายนายจ้างอาจจะเกิน 130 คน ซึ่งผู้สมัครทุกคนจะต้องมีสถานะเป็นนายจ้างหรือผู้ประกันตนในขณะที่ยื่นใบสมัคร และต้องเป็นผู้ที่ส่งเงินสมทบติดต่อกันไม่น้อยกว่า 36 เดือน (ตั้งแต่ กรกฎาคม 2566-มิถุนายน 2569)

 

นอกจากนี้ ยังกำหนดคุณสมบัติที่ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้มีความโปร่งใสสูงสุด โดยล็อกสเปกห้ามบุคคลที่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ข้าราชการการเมือง หรือผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งนี้ โดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับเงินทุกบาทของผู้ประกันตน มุ่งหวังให้การเลือกตั้งถูกจัดขึ้นอย่างเที่ยงธรรม โปร่งใส และเปิดกว้างที่สุด เพื่อให้ได้บอร์ดชุดใหม่เข้ามาขับเคลื่อนนโยบายสิทธิประโยชน์ ทั้งเรื่องการรักษาพยาบาล บำเหน็จบำนาญชราภาพ และการบริหารกองทุนให้งอกเงยอย่างมั่นคง

 

ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ระบุเพิ่มเติมว่า การเลือกตั้งจะมีขึ้นในวันที่ 27 กันยายน 2569 แต่ผู้ประกันตนและนายจ้างจะต้องลงทะเบียนเลือกตั้งให้เรียบร้อย มิเช่นนั้น จะไม่สามารถใช้สิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมได้ ซึ่งตัวเลขจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งฝ่ายผู้ประกันตน มีมากถึง11 ล้านคน แต่ล่าสุดพบว่า ผู้ประกันตนมาลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งเพียง 600,000 กว่าคนเท่านั้น ขณะที่ฝั่งนายจ้างที่มีสิทธิกว่า 400,000 ราย ก็เพิ่งลงทะเบียนไปเพียง 4,000 กว่ารายเท่านั้น

 

ทั้งนี้ รัฐบาลขอเชิญชวนให้นายจ้างและผู้ประกันตนทุกคน รีบลงทะเบียนเพื่อไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ผ่าน 3 ช่องทาง คือ เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม, แอปพลิเคชัน SSO plus หรือ ลงทะเบียนด้วยตัวเองที่สำนักงานประกันสังคม ภายในวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 นี้ เพื่อจะได้มีโอกาสกำหนดอนาคตสวัสดิการของตัวเองได้

The post รัฐบาลย้ำเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม โปร่งใส ตรวจสอบได้ ชวนผู้ประกันตน 11 ล้านเสียง ลงทะเบียนเลือกตั้ง ภายใน 15 ก.ค.นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘จุลพันธ์’ เปิดแผนเคลียร์หนี้รัฐค้างสมทบประกันสังคม ตั้งงบปี 2570 จ่ายเพิ่ม 7.2 พันล้านบาท ตั้งเป้าปิดยอดค้างภายในปี 2574 https://thestandard.co/julapun-social-security-debt-plan/ Mon, 29 Jun 2026 08:45:31 +0000 https://thestandard.co/?p=1224594 จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน แถลงแผนเคลียร์หนี้ประกันสังคม

‘จุลพันธ์’ เปิดแผนเคลียร์หนี้ รัฐค้างสมทบประกันสังคม ตั […]

The post ‘จุลพันธ์’ เปิดแผนเคลียร์หนี้รัฐค้างสมทบประกันสังคม ตั้งงบปี 2570 จ่ายเพิ่ม 7.2 พันล้านบาท ตั้งเป้าปิดยอดค้างภายในปี 2574 appeared first on THE STANDARD.

]]>
จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน แถลงแผนเคลียร์หนี้ประกันสังคม

‘จุลพันธ์’ เปิดแผนเคลียร์หนี้ รัฐค้างสมทบประกันสังคม ตั้งงบปี 2570 จ่ายเพิ่ม 7.2 พันล้านบาท ตั้งเป้าปิดยอดค้างภายในปี 2574 ย้ำรัฐบาลเพิ่มงบแรงงานกันไว้ชำระหนี้ประกันสังคม แม้งบตึงตัว

 

 
 

รัฐบาลเดินหน้าลดภาระเงินค้างสมทบกองทุนประกันสังคม โดยเตรียมตั้งงบประมาณปี 2570 ชำระเพิ่มเติม 7,217 ล้านบาท พร้อมวางแผนทยอยชำระปีละ 7,000-8,000 ล้านบาท ตั้งเป้าลดยอดค้างจากกว่า 1 แสนล้านบาทในอดีตให้แล้วเสร็จภายในปี 2574

 

วันนี้ (29 มิถุนายน) ที่รัฐสภา จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้ตอบกระทู้ถามเป็นหนังสือของ ชินโชติ แสงสังข์ สมาชิกวุฒิสภา ชี้แจงถึงแผนการชำระเงินสมทบกองทุนประกันสังคมในส่วนที่รัฐบาลค้างชำระว่า ปัญหาดังกล่าวเป็นภาระสะสมมายาวนานกว่า 20 ปี

 

จุลพันธ์กล่าวว่า เมื่อประมาณ 10 ปีก่อน รัฐบาลมียอดค้างชำระเงินสมทบกองทุนประกันสังคมราว 100,000 ล้านบาท ก่อนที่การบังคับใช้พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 จะกำหนดให้ภาครัฐต้องจัดทำแผนทยอยชำระภาระค้างดังกล่าวภายใต้กรอบเวลาที่เหมาะสม

 

นับตั้งแต่ปีงบประมาณ 2562-2568 รัฐบาลได้ทยอยชำระเงินคงค้างอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ ณ สิ้นปี 2568 ยอดค้างชำระลดลงเหลือ 48,000 ล้านบาท ขณะที่ปีงบประมาณ 2569 ได้จัดสรรงบประมาณเพื่อชำระเพิ่มเติม ทำให้คาดว่าสิ้นปีงบประมาณ 2569 จะเหลือยอดค้างประมาณ 42,600 ล้านบาท

 

สำหรับปีงบประมาณ 2570 รัฐบาลได้ตั้งงบประมาณสมทบกองทุนประกันสังคมประจำปีจำนวน 58,680 ล้านบาท และจัดสรรงบเพิ่มเติมอีก 7,217 ล้านบาท เพื่อชำระยอดค้าง ส่งผลให้คาดว่าสิ้นปี 2570 ยอดค้างจะลดลงเหลือประมาณ 35,000 ล้านบาท

 

ทั้งนี้ ตามเอกสารงบประมาณโดยสังเขป ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 กระทรวงแรงงานได้รับการจัดสรรงบประมาณรวม 72,748.8 ล้านบาท โดยในจำนวนนี้จัดสรรให้สำนักงานประกันสังคม 66,867.1 ล้านบาท

 

ตั้งเป้าปิดยอดค้างภายในปี 2574

 

จุลพันธ์เปิดเผยว่า รัฐบาลได้หารือร่วมกับสำนักงบประมาณและสำนักงานประกันสังคม เพื่อกำหนดแผนทยอยชำระยอดค้างที่เหลือทั้งหมดภายในปี 2574 โดยจะจัดสรรงบประมาณชำระคืนเฉลี่ยปีละ 7,000-8,000 ล้านบาท

 

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าที่ผ่านมาเคยมีการประกาศเป้าหมายลักษณะเดียวกันหลายครั้ง แต่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผน พร้อมยืนยันว่า รัฐบาลชุดปัจจุบันมีความตั้งใจที่จะผลักดันให้ยอดค้างลดลงอย่างมีนัยสำคัญภายในกรอบเวลาที่กำหนด แม้ด้วยข้อจำกัดของระบบงบประมาณอาจทำให้ยอดค้างไม่สามารถลดลงเหลือศูนย์ได้ทันที เนื่องจากรอบเวลาการจัดทำงบประมาณของภาครัฐ

 

“ขอเรียนตามตรงครับ ผมกับท่านชินโชติ ก็อยู่ในแวดวงนี้ ผมเองก็อยู่ในรัฐสภามาประมาณ 20 ปี คำว่าแผนจะชำระคืนภายในปีไหน เข้าใจว่าเราได้ยินกันมาหลายครั้ง แล้วผมเชื่อว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีคนมาบอกท่านว่ามีแผนจะชำระคืนให้ภายในปี 2574 ที่ผ่านมาเมื่อ 5-6 ปีที่แล้ว ผมคุ้นๆ ว่ามีแผนจะชำระคืนให้ทันภายในปี 2571 หรือ 2572 ด้วยซ้ำ

 

แต่ที่ผ่านมาผมก็ได้มีโอกาสพูดคุยกับท่านนายกรัฐมนตรี ท่านอนุทิน ชาญวีรกุล ในเรื่องเม็ดเงินส่วนนี้ และท่านรัฐมนตรีภราดร ปริศนานันทกร ซึ่งดูแลในเรื่องงบประมาณ ได้รับทราบถึงเรื่องเม็ดเงินในส่วนนี้เช่นเดียวกัน

 

ผมเองในฐานะรัฐมนตรีผู้กำกับดูแลกระทรวงแรงงาน ผมขอยืนยันผ่านท่านประธานไปยังท่านชินโชติว่า ครั้งนี้รัฐบาลมีความตั้งใจจริงๆ ที่จะรักษาคำมั่นที่ให้กับท่าน และผมจะทำให้ได้ โดยจะทำให้เม็ดเงินที่เป็นหนี้สินลดลงให้ได้มากที่สุดภายในปี 2574 ซึ่งโดยสภาพกลไกของรัฐอาจจะยังไม่สามารถทำให้เม็ดเงินในส่วนนี้กลายเป็น 0 ได้ เพราะกลไกการตั้งงบประมาณของรัฐมีความเหลื่อมเรื่องเวลา

 

อย่างไรก็ตามตัวเลขนี้สามารถที่จะลดลงได้ และภาระหนี้สินที่ยังคงค้างอยู่จะไม่พุ่งขึ้นไปถึง 30,000 – 40,000 ล้านบาทอย่างเช่นปัจจุบัน” นายจุลพันธ์กล่าว

 

เพิ่มงบแรงงานกันไว้ชำระหนี้ประกันสังคม แม้งบตึงตัว

 

จุลพันธ์กล่าวว่า แม้ปีงบประมาณ 2570 หลายกระทรวงจะได้รับการปรับลดงบประมาณจากข้อจำกัดด้านฐานะการคลัง แต่กระทรวงแรงงานกลับได้รับการจัดสรรงบประมาณเพิ่มขึ้น โดยสาระสำคัญของงบที่เพิ่มขึ้นเป็นการกันวงเงินไว้เพื่อทยอยชำระเงินสมทบกองทุนประกันสังคมที่รัฐบาลค้างชำระ

 

จุลพันธ์ระบุว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการนำเงินกลับคืนสู่กองทุนประกันสังคม แม้กรอบวงเงินงบประมาณโดยรวมจะไม่ขยายตัวและภาระรายจ่ายประจำของภาครัฐเพิ่มสูงขึ้นก็ตาม พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าลดภาระหนี้ค้างดังกล่าวอย่างต่อเนื่องตามแผนที่กำหนดไว้

 

“เพราะว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ถึงแม้ว่ากรอบวงเงินงบประมาณจะไม่เติบโต ถึงแม้ว่างบประมาณในส่วนของค่าใช้จ่ายประจำจะเพิ่มมากขึ้น เราก็ยังไม่ละเลยในการที่จะต้องเอาเม็ดเงินกลับไปยังผู้ประกันตนตามที่เรามีภาระที่จะต้องดำเนินการ” จุลพันธ์กล่าว

The post ‘จุลพันธ์’ เปิดแผนเคลียร์หนี้รัฐค้างสมทบประกันสังคม ตั้งงบปี 2570 จ่ายเพิ่ม 7.2 พันล้านบาท ตั้งเป้าปิดยอดค้างภายในปี 2574 appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลชวนผู้ประกันตนคนโสดรักษาสิทธิ ทำหนังสือระบุผู้รับเงินสงเคราะห์ล่วงหน้า ไม่ให้สิทธิประโยชน์สูญเปล่า https://thestandard.co/single-insured-designate-benefits/ Thu, 25 Jun 2026 01:54:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1222500 ภาพประกอบข่าวผู้ประกันตนคนโสดทำหนังสือระบุผู้รับเงินสงเคราะห์ประกันสังคม

วันนี้ (25 มิถุนายน) ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร ร […]

The post รัฐบาลชวนผู้ประกันตนคนโสดรักษาสิทธิ ทำหนังสือระบุผู้รับเงินสงเคราะห์ล่วงหน้า ไม่ให้สิทธิประโยชน์สูญเปล่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบข่าวผู้ประกันตนคนโสดทำหนังสือระบุผู้รับเงินสงเคราะห์ประกันสังคม

วันนี้ (25 มิถุนายน) ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน ชวนผู้ประกันตนที่ไม่มีทายาทตามกฎหมาย หรือประสงค์มอบสิทธิให้บุคคลเฉพาะราย จัดทำหนังสือระบุผู้รับเงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิตไว้ล่วงหน้า เพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์จากกองทุนประกันสังคม พร้อมย้ำผู้จัดการศพมีสิทธิรับค่าทำศพ 50,000 บาท และผู้มีสิทธิสามารถยื่นขอรับเงินได้ภายใน 2 ปี

 

สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ที่มีสถานะโสด ไม่มีบุตร ไม่มีทายาทตามกฎหมาย หรือผู้ที่ต้องการมอบสิทธิประโยชน์ให้แก่บุคคลเฉพาะราย จึงขอเชิญชวนให้จัดทำหนังสือระบุผู้มีสิทธิรับเงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิตไว้ล่วงหน้า เพื่อให้สิทธิประโยชน์จากกองทุนประกันสังคมส่งต่อถึงบุคคลที่ต้องการได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

 

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม มาตรา 73 (2) กำหนดให้ผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบกรณีตายตั้งแต่ 36 เดือนขึ้นไป มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์กรณีตาย โดยสำนักงานประกันสังคมจะจ่ายเงินให้แก่บุคคลที่ผู้ประกันตนระบุไว้ล่วงหน้า

 

กรณีไม่ได้ระบุผู้รับสิทธิไว้ สำนักงานประกันสังคมจะเฉลี่ยจ่ายเงินสงเคราะห์ให้แก่สามีหรือภริยาที่ชอบด้วยกฎหมาย บิดามารดา หรือบุตรของผู้ประกันตนในจำนวนที่เท่ากัน ดังนั้น ผู้ประกันตนที่มีทายาทตามกฎหมายอยู่แล้ว และไม่ได้ประสงค์จะมอบสิทธิให้บุคคลใดเป็นการเฉพาะ ไม่จำเป็นต้องจัดทำหนังสือระบุผู้รับสิทธิเพิ่มเติม

 

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกันตนที่ไม่มีคู่สมรสตามกฎหมาย ไม่มีบิดามารดาหรือทายาทตามกฎหมาย หรือผู้ที่ต้องการมอบสิทธิให้แก่บุคคลอื่น เช่น คู่ชีวิต พี่น้อง หรือบุคคลใกล้ชิด ควรจัดทำหนังสือระบุผู้มีสิทธิรับเงินสงเคราะห์ไว้ล่วงหน้า เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการใช้สิทธิและป้องกันปัญหาการไม่มีผู้มีสิทธิรับเงินดังกล่าว

 

“รัฐบาลขอเชิญชวนผู้ประกันตน โดยเฉพาะผู้ที่มีสถานะโสด ตรวจสอบสิทธิของตนเองและจัดทำหนังสือระบุผู้รับเงินสงเคราะห์กรณีตายไว้ล่วงหน้า เพื่อให้สิทธิประโยชน์ที่สะสมจากการส่งเงินสมทบสามารถส่งต่อไปยังคนที่รักและคนที่ต้องการดูแลได้อย่างครบถ้วนตามเจตนารมณ์ของผู้ประกันตน” ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าว

 

สำหรับสิทธิประโยชน์กรณีผู้ประกันตนเสียชีวิต ผู้จัดการศพมีสิทธิได้รับค่าทำศพจำนวน 50,000 บาท ส่วนเงินสงเคราะห์กรณีตายจะจ่ายให้แก่บุคคลที่มีชื่อระบุไว้ในหนังสือ หรือทายาทตามกฎหมายแล้วแต่กรณี โดยหากผู้ประกันตนส่งเงินสมทบตั้งแต่ 36 เดือนขึ้นไป แต่ไม่ถึง 120 เดือน จะได้รับเงินสงเคราะห์เท่ากับร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ย คูณ 4 เดือน และหากส่งเงินสมทบตั้งแต่ 120 เดือนขึ้นไป จะได้รับเงินสงเคราะห์เท่ากับร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ย คูณ 12 เดือน รวมทั้งอาจมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จชราภาพตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

The post รัฐบาลชวนผู้ประกันตนคนโสดรักษาสิทธิ ทำหนังสือระบุผู้รับเงินสงเคราะห์ล่วงหน้า ไม่ให้สิทธิประโยชน์สูญเปล่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
รมว.แรงงาน ถกสภาแรงงานยานยนต์ฯ หาแนวทางดูแลแรงงานในยุคเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมยานยนต์ https://thestandard.co/labour-automotive-ev-transition/ Mon, 22 Jun 2026 08:40:28 +0000 https://thestandard.co/?p=1221437 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ต้อนรับคณะสภาองค์การลูกจ้างแรงงานยานยนต์แห่งประเทศไทย

วันนี้ (22 มิถุนายน) จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการ […]

The post รมว.แรงงาน ถกสภาแรงงานยานยนต์ฯ หาแนวทางดูแลแรงงานในยุคเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมยานยนต์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ต้อนรับคณะสภาองค์การลูกจ้างแรงงานยานยนต์แห่งประเทศไทย

วันนี้ (22 มิถุนายน) จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้การต้อนรับ ทศพร คูณศรี ประธานสภาองค์การลูกจ้างแรงงานยานยนต์แห่งประเทศไทย พร้อมคณะ ในโอกาสเข้าพบเพื่อรับทราบนโยบายด้านแรงงานและหารือแนวทางเตรียมความพร้อม รวมถึงการแก้ไขปัญหาแรงงานในช่วงการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยมี พ.ต.ท. วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงแรงงาน ร่วมให้การต้อนรับ

 

ในการหารือ คณะสภาองค์การลูกจ้างแรงงานยานยนต์แห่งประเทศไทยได้สะท้อนข้อคิดเห็นและข้อกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากการเปลี่ยนผ่านสู่การส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยเฉพาะแนวทางการช่วยเหลือผู้ประกอบการและแรงงานในอุตสาหกรรมยานยนต์เครื่องยนต์สันดาปและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง ตลอดจนประเด็นการบริหารกองทุนประกันสังคม และการส่งเสริมความร่วมมือแบบไตรภาคีระหว่างภาครัฐ นายจ้าง และลูกจ้าง เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้านแรงงาน

 

จุลพันธ์ กล่าวว่า กระทรวงแรงงานให้ความสำคัญกับการดูแลแรงงานทุกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอุตสาหกรรม โดยพร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงหารือกับกระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณาแนวทางช่วยเหลืออุตสาหกรรมยานยนต์เครื่องยนต์สันดาปและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องอย่างเหมาะสม พร้อมทั้งส่งเสริมการพัฒนาทักษะ (Upskill) และการยกระดับทักษะใหม่ (Reskill) ให้แก่แรงงาน เพื่อรองรับการปรับตัวสู่เทคโนโลยีและอาชีพใหม่ในอนาคต

 

ในส่วนของการบริหารกองทุนประกันสังคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานยืนยันว่า สำนักงานประกันสังคมต้องดำเนินงานด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้ โดยคณะกรรมการประกันสังคมยังคงยึดหลักการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนอย่างสมดุล ประกอบด้วยผู้แทนฝ่ายรัฐบาล ผู้แทนฝ่ายนายจ้าง และผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน ซึ่งมาจากกระบวนการที่กำหนดไว้ตามกฎหมาย

 

สำหรับการส่งเสริมความร่วมมือไตรภาคี กระทรวงแรงงานได้มอบหมายให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานศึกษาข้อกฎหมายและแนวทางที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความเป็นธรรมและเกิดความสมดุลต่อทั้งฝ่ายนายจ้างและลูกจ้าง อันจะนำไปสู่การสร้างความสัมพันธ์อันดีในระบบแรงงานและการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทแรงงานอย่างยั่งยืน

The post รมว.แรงงาน ถกสภาแรงงานยานยนต์ฯ หาแนวทางดูแลแรงงานในยุคเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมยานยนต์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘พรทิพย์ โม่งใหญ่’ เปิดใจลงชิงบอร์ดประกันสังคม หลังเห็นปัญหากองทุนซ้ำซาก ชี้ 16 ปีในบทบาทสื่อส่งเสียงแทนประชาชน วันนี้ขอเป็นผู้ปกป้องสิทธิผู้ประกันตน https://thestandard.co/pornthip-mongyai-social-security-board/ Fri, 19 Jun 2026 12:39:17 +0000 https://thestandard.co/?p=1220781 ภาพ พรทิพย์ โม่งใหญ่ ผู้สมัครกรรมการประกันสังคม

พรทิพย์ โม่งใหญ่ ผู้สื่อข่าวและผู้สมัครรับเลือกตั้งกรรม […]

The post ‘พรทิพย์ โม่งใหญ่’ เปิดใจลงชิงบอร์ดประกันสังคม หลังเห็นปัญหากองทุนซ้ำซาก ชี้ 16 ปีในบทบาทสื่อส่งเสียงแทนประชาชน วันนี้ขอเป็นผู้ปกป้องสิทธิผู้ประกันตน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ พรทิพย์ โม่งใหญ่ ผู้สมัครกรรมการประกันสังคม

พรทิพย์ โม่งใหญ่ ผู้สื่อข่าวและผู้สมัครรับเลือกตั้งกรรมการประกันสังคมฝ่ายผู้ประกันตน ในนามทีมประกันสังคมก้าวหน้า เปิดเผยถึงเหตุผลที่ตัดสินใจก้าวจากบทบาทสื่อมวลชนเข้าสู่สนามการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม หลังมีผู้ติดตามจำนวนมากตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงตัดสินใจลงสมัคร และมีความใกล้ชิดกับบุคคลในทีมประกันสังคมก้าวหน้าหรือไม่

 

พรทิพย์ระบุว่า ตลอดเส้นทางการทำงานข่าวที่ผ่านมา เธอรู้จักเพียง ศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี ในฐานะแหล่งข่าวที่เคยเชิญมาออกรายการและให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับประเด็นแรงงานและประกันสังคมเท่านั้น โดยไม่ได้มีความสัมพันธ์ส่วนตัวหรือทำงานร่วมกันมาก่อน

 

เธอเล่าว่า จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ตัดสินใจก้าวเข้าสู่สนามเลือกตั้งครั้งนี้ มาจากกรณีที่สังคมได้รับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับความผิดปกติในการใช้งบประมาณและการบริหารกองทุนประกันสังคม ซึ่งถูกเปิดเผยผ่านการตรวจสอบและการนำเสนอข่าวในช่วงที่ผ่านมา

 

“ในฐานะผู้ประกันตนคนหนึ่ง รู้สึกว่าปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้แล้ว”

 

พรทิพย์เปิดเผยว่า เมื่อเพจทีมประกันสังคมก้าวหน้าเปิดรับสมัครผู้สนใจลงสมัครเป็นกรรมการประกันสังคม เธอจึงตัดสินใจส่งประวัติและตอบแบบสอบถามผ่านระบบออนไลน์เหมือนผู้สมัครทั่วไป โดยไม่ได้คาดหวังว่าจะได้รับการคัดเลือก

 

หลังจากนั้นผ่านไปกว่าหนึ่งเดือน จึงได้รับการติดต่อให้เข้าสัมภาษณ์ ซึ่งเธอเดินทางไปโดยไม่ได้เตรียมตัวเป็นพิเศษ และตอบคำถามตามความคิดและประสบการณ์ของตนเอง กระทั่งได้รับแจ้งภายหลังว่าเป็นหนึ่งในผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจากผู้สมัครกว่า 1,000 คน

 

อย่างไรก็ตาม ระหว่างกระบวนการตัดสินใจ พรทิพย์ยอมรับว่าเคยคิดถอนตัว เนื่องจากประเมินแล้วว่าภาระงานมีจำนวนมาก ทั้งงานข่าว การหาเสียงเลือกตั้ง รวมถึงแผนธุรกิจที่เริ่มต้นในปีนี้ แต่ท้ายที่สุดก็เลือกเดินหน้าต่อ “แพ้เสียงในหัวตัวเอง และแพ้อุดมการณ์”

 

เธอระบุว่า สิ่งที่ทำให้กลับมาตัดสินใจลงสมัครอีกครั้ง คือความเชื่อว่าประสบการณ์ทำงานข่าวตลอด 15-16 ปี สามารถนำมาใช้สร้างประโยชน์ให้กับผู้ประกันตนได้ โดยเฉพาะการติดตาม ตรวจสอบ และผลักดันให้สิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม

 

พรทิพย์กล่าวว่า ตลอดเวลาที่ทำหน้าที่สื่อมวลชน เธอเห็นปัญหาเดิมๆ กลายเป็นข่าวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ว่าจะเป็นปัญหาคุณภาพชีวิต ความเหลื่อมล้ำ สิทธิมนุษยชน ความยากจน และการขาดโอกาสของผู้คนจำนวนมาก แม้สื่อจะทำหน้าที่สะท้อนปัญหาเหล่านี้มาโดยตลอด แต่หลายเรื่องกลับไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง

 

ด้วยเหตุนี้ เธอจึงตัดสินใจก้าวออกจากพื้นที่ปลอดภัยของตัวเอง เพื่อเข้าสู่บทบาทใหม่ที่ไม่ใช่เพียงการส่งเสียงแทนประชาชน แต่เป็นการลงมือทำงานเพื่อปกป้องสิทธิของประชาชนโดยตรง

 

“จากบทบาทผู้ส่งเสียงแทนประชาชน มาเป็นผู้ปกป้องสิทธิของผู้ประกันตน”

 

พรทิพย์ระบุว่า หากได้รับเลือกตั้ง หนึ่งในประเด็นที่ต้องการผลักดันคือการยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงานทุกกลุ่ม รวมถึงแรงงานในวิชาชีพสื่อมวลชน ซึ่งกำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมสื่อ เห็นว่าคนทำงานสื่อจำนวนมากควรได้รับค่าตอบแทนและสวัสดิการที่เป็นธรรม เพื่อให้สามารถทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงของสังคมต่อไปได้อย่างมั่นคง

 

“หากเรามีคุณภาพชีวิตที่ดี มีระบบประกันสังคมที่ดี มีหลังบ้านที่แข็งแรงรองรับทุกช่วงของชีวิต จะมีคนทำงานสื่ออีกจำนวนมากที่เลือกอยู่ในวิชาชีพนี้ต่อ และยังคงทำหน้าที่เพื่อสังคมได้ต่อไป”

 

สำหรับการเลือกตั้งกรรมการประกันสังคม ถือเป็นกลไกสำคัญที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกันตนและนายจ้างมีส่วนร่วมกำหนดทิศทางการบริหารกองทุนประกันสังคม ซึ่งเป็นกองทุนขนาดใหญ่ที่มีสมาชิกหลายสิบล้านคนทั่วประเทศ และมีบทบาทโดยตรงต่อสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพ การว่างงาน การคลอดบุตร การทุพพลภาพ และเงินบำนาญชราภาพของแรงงานไทย

 

ทั้งนี้ ผู้ประกันตนและนายจ้างที่มีสิทธิเลือกตั้งสามารถติดตามรายละเอียดการใช้สิทธิเลือกตั้ง การตรวจสอบรายชื่อ และกำหนดการต่างๆ ผ่านช่องทางของสำนักงานประกันสังคม เพื่อมีส่วนร่วมกำหนดอนาคตของระบบสวัสดิการที่เกี่ยวข้องกับชีวิตการทำงานของคนไทยทุกคน

The post ‘พรทิพย์ โม่งใหญ่’ เปิดใจลงชิงบอร์ดประกันสังคม หลังเห็นปัญหากองทุนซ้ำซาก ชี้ 16 ปีในบทบาทสื่อส่งเสียงแทนประชาชน วันนี้ขอเป็นผู้ปกป้องสิทธิผู้ประกันตน appeared first on THE STANDARD.

]]>
จุลพันธ์ตรวจความพร้อมศูนย์เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม มั่นใจใช้สิทธิมากกว่าเดิม ย้ำเปิดทางพรรคการเมืองส่งนอมินีลงสมัครให้มีส่วนร่วมไม่ใช่กลุ่มก้อน https://thestandard.co/julapun-social-security-board-election/ Thu, 04 Jun 2026 04:13:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1214417 จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ตรวจเยี่ยมศูนย์อำนวยการจัดการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม

วันนี้ (4 มิถุนายน) จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการก […]

The post จุลพันธ์ตรวจความพร้อมศูนย์เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม มั่นใจใช้สิทธิมากกว่าเดิม ย้ำเปิดทางพรรคการเมืองส่งนอมินีลงสมัครให้มีส่วนร่วมไม่ใช่กลุ่มก้อน appeared first on THE STANDARD.

]]>
จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ตรวจเยี่ยมศูนย์อำนวยการจัดการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม

วันนี้ (4 มิถุนายน) จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ตรวจเยี่ยมศูนย์อำนวยการจัดการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน เป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม (ศอ.ลต.) หรือ บอร์ดประกันสังคม ที่สำนักงานประกันสังคมสำนักงานใหญ่ จังหวัดนนทบุรี เพื่อติดตามความพร้อมและมอบแนวทางในการขับเคลื่อน ให้เกิดความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ

ดูภาพข่าว ▼ 

จุลพันธ์ กล่าวว่า การตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อมเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมชุดใหม่ของ ศอ.ลต. ในช่วง 4-5 วันที่ผ่านมา ถือว่าเรียบร้อยดีและไม่มีข้อร้องเรียน ซึ่งตนได้ย้ำกับทางเลขาฯ ตั้งแต่วันแรกว่าการเลือกตั้งครั้งนี้สำคัญและเป็นที่จับตาของสังคม แม้จะเกิดปัญหาขัดข้องใจใดๆ เราต้องรีบปรับตัวแก้ไขให้ทันท่วงที โดยปีนี้ถือเป็นมิติใหม่ที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกันตนมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมตามหลักประชาธิปไตย ทั้งการขยายพื้นที่เลือกตั้งไปถึงระดับอำเภอ และเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงเข้ามามีสิทธิ์ร่วมคิดร่วมบริหารจัดการทรัพยากร เพื่อสร้างความมั่นใจว่าสำนักงานประกันสังคมคือเสาหลักที่มั่นคงในการดูแลสวัสดิการและเม็ดเงินของทุกคน

 

จุลพันธ์ กล่าวอีกว่า แม้ช่วงนี้ข่าวสารการเลือกตั้งบอร์ดฯ อาจจะถูกกลบไปบ้าง แต่ระบบบริหารจัดการหลังบ้านตอนนี้ถือว่าพร้อมเต็มที่แล้ว สิ่งสำคัญถัดไปคือการบริหารข้อมูล หากข้อมูลสถิติหรือการกระจายตัวของผู้ลงทะเบียนรายวันในแต่ละพื้นที่ไม่มีข้อติดขัดทางกฎหมาย ก็อยากให้ทยอยเปิดเผยต่อสาธารณะกระตุ้นให้ประชาชนเกิดความกระตือรือร้นในการลงทะเบียน เพื่อให้ได้ผู้แทนฝ่ายนายจ้างและฝ่ายผู้ประกันตนที่เหมาะสมที่สุดเข้ามาทำงาน และขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกท่านที่ทุ่มเททำงานหนักไม่มีวันหยุด เพื่อนำพาสำนักงานประกันสังคมไปสู่สิ่งที่ดีขึ้น

 

จุลพันธ์ กล่าวว่า ตั้งแต่เปิด ศอ.ลต. มามีการร้องเรียน 319 เคส เช่น การยืนยันตัวตน น่าจะยืนยันได้ว่าระบบเสถียร ตั้งเป้าว่าจะมีผู้ลงทะเบียนและใช้สิทธิมากกว่าเดิม แต่คาดหวังให้ถึง 60-70% ของผู้มีใช้สิทธิคงเป็นไปไม่ได้ โดยเฉพาะมาตรา 40 ที่ขาดส่งทำให้ขาดสิทธิ ทำให้ไม่เต็ม 10 ล้านคน ส่วนสูตร 1 เลือก 7 เป็นการสร้างการมีส่วนร่วมและกลุ่มก้อนซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ผิด แต่คนเหล่านี้ต้องเป็นตัวแทนของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียซึ่งเป็นหัวใจสําคัญ ส่วนการนำเสนอตัวผู้สมัครจะเป็นเพียงข้อมูลพื้นฐาน ในส่วนของนโยบายต้องเป็นผู้สมัครที่จะนำเสนอในช่องทางของตนเอง

 

ส่วนกรณีที่อาจมีผู้ที่ลงสมัครนอมินีพรรคการเมืองมากขึ้นนั้น จุลพันธ์ กล่าวว่า “เราเปิดประตูที่ไม่อยากเปิดไปแล้ว กลไกในการเลือกตั้งบอร์ดประจําสังคมให้ 1 เลือก 7 เพื่อสร้างการมีส่วนร่วม ไม่ใช่กลุ่มก้อน การมีกลุ่มการเมืองไม่ใช่เรื่องผิด คนเหล่านี้จะต้องเป็นตัวแทนของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ถ้าพรรคไหนก็ตาม เกิดเป็นสีน้ำเงิน สีแดงขึ้นมาจะทำยังไง อยากให้พิจารณาให้ดี อยากให้คิดถึงประโยชน์สูงสุดของผู้ประกันตน โดยต้องเริ่มจากความโปร่งใสในการเลือกตั้ง เริ่มต้นจากผู้ประกันตนมามีส่วนร่วมจริงๆ จากนายจ้างมีส่วนร่วมจริงๆ เริ่มจากความขัดแย้งไม่ได้ เมื่อทุกคนมีส่วนร่วมบอร์ดใหม่จะเป็นที่ได้รับการยอมรับ เราปล่อยให้ภาวะอึมครึมที่สํานักงานขับเคลื่อนไม่ได้ ไม่ได้อีกแล้ว”

 

ด้าน กาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการ สํานักงานประกันสังคม กล่าวว่า ตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม 2533 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กําหนดให้คณะกรรมการประกันสังคม มีผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายประกันตนฝ่ายละ 7 คน โดยผู้แทนต้องมาจากการเลือกตั้ง เพื่อให้การบริหารกองทุนประกันสังคมเน้นการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง

 

กาญจนา กล่าวว่า ศอ.ลต. จัดตั้งขึ้น เพื่อทำหน้าที่อำนวยความสะดวก ให้ข้อมูล และประสานงานการดำเนินงานเลือกตั้งทั่วประเทศ โดยมีเจ้าหน้าที่หมุนเวียนปฏิบัติงานประจำศูนย์ตลอดช่วงการดำเนินงาน เปิดให้บริการทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ ระหว่างเวลา 08.30-16.30 น. พร้อมรองรับการสอบถามข้อมูลผ่านหมายเลข 02 956 2929 จำนวน 10 คู่สาย และสายด่วน 1506 กด 9 เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการอย่างทั่วถึง

 

ทั้งนี้ พบว่า ข้อมูลวันที่ 4 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00 น. มีนายจ้างลงทะเบียนแล้วจำนวน 330 ราย และผู้ประกันตนลงทะเบียนแล้วจำนวน 269,092 ราย แบ่งเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 จำนวน 231,012 ราย ผู้ประกันตนมาตรา 39 จำนวน 30,335 ราย ผู้ประกันตนมาตรา 40 จำนวน 3,697 ราย และไม่ระบุมาตรา จำนวน 4,048 ราย รวมทั้งสิ้น 269,422 ราย

 

 

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ตรวจเยี่ยมศูนย์อำนวยการจัดการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 1จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ตรวจเยี่ยมศูนย์อำนวยการจัดการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ตรวจเยี่ยมศูนย์อำนวยการจัดการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 3จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ตรวจเยี่ยมศูนย์อำนวยการจัดการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 4จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ตรวจเยี่ยมศูนย์อำนวยการจัดการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 5จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ตรวจเยี่ยมศูนย์อำนวยการจัดการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 6จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ตรวจเยี่ยมศูนย์อำนวยการจัดการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 7จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ตรวจเยี่ยมศูนย์อำนวยการจัดการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 8จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ตรวจเยี่ยมศูนย์อำนวยการจัดการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 9

The post จุลพันธ์ตรวจความพร้อมศูนย์เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม มั่นใจใช้สิทธิมากกว่าเดิม ย้ำเปิดทางพรรคการเมืองส่งนอมินีลงสมัครให้มีส่วนร่วมไม่ใช่กลุ่มก้อน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ผู้ประกันตนแห่ลงทะเบียนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ไม่ถึง 2 วัน ยอดพุ่งกว่า 1.4 แสนราย สปส. แนะยื่นใช้สิทธิได้ถึง 15 ก.ค. นี้ https://thestandard.co/social-security-board-election-registration/ Tue, 02 Jun 2026 09:51:20 +0000 https://thestandard.co/?p=1213951 ภาพอินโฟกราฟิกแสดงยอดผู้ประกันตนลงทะเบียนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมทะลุ 1.4 แสนคน

วันนี้ (2 มิถุนายน) สำนักงานประกันสังคมเชิญชวนนายจ้างแล […]

The post ผู้ประกันตนแห่ลงทะเบียนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ไม่ถึง 2 วัน ยอดพุ่งกว่า 1.4 แสนราย สปส. แนะยื่นใช้สิทธิได้ถึง 15 ก.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพอินโฟกราฟิกแสดงยอดผู้ประกันตนลงทะเบียนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมทะลุ 1.4 แสนคน

วันนี้ (2 มิถุนายน) สำนักงานประกันสังคมเชิญชวนนายจ้างและผู้ประกันตนทั่วประเทศร่วมลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งและสมัครรับเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน เพื่อเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม โดยกำหนดจัดการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2569 ผ่านระบบลงคะแนนด้วยบัตรเลือกตั้ง ภายใต้หลักการโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสร้างความเชื่อมั่นแก่ทุกภาคส่วน

 

กาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยวันแรกของการเปิดให้ลงทะเบียนเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2569 กระแสการตอบรับจากนายจ้างและผู้ประกันตนเป็นไปอย่างคึกคัก โดยล่าสุด ณ วันที่ 2 มิถุนายน 2569 เวลา 12.30 น. มีนายจ้างลงทะเบียนแล้วจำนวน 136 ราย และผู้ประกันตนลงทะเบียนแล้วจำนวน 148,997 ราย แบ่งเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 จำนวน 127,900 ราย ผู้ประกันตนมาตรา 39 จำนวน 16,756 ราย ผู้ประกันตนมาตรา 40 จำนวน 1,998 ราย และไม่ระบุมาตรา จำนวน 2,207 ราย สะท้อนถึงความตื่นตัวของผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ต้องการมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางการบริหารกองทุนประกันสังคมในอนาคต

 

สำหรับการลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม นายจ้างและผู้ประกันตนสามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม และแอปพลิเคชัน SSO Plus ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน-15 กรกฎาคม 2569 นอกจากนี้ ยังสามารถลงทะเบียนได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ สำนักงานประกันสังคมจังหวัด และสาขาทั่วประเทศ ในช่วงวันที่ 1-30 มิถุนายน 2569 เปิดให้บริการเวลาราชการ เวลา 08.30-16.30 น.

 

เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าว “ขอความร่วมมือนายจ้าง ผู้ประกันตนตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์มือถือให้ถูกต้องก่อนยืนยันการลงทะเบียน เพื่อให้สามารถรับข้อความ SMS ยืนยันสิทธิได้อย่างครบถ้วน โดยผู้ลงทะเบียนจะได้รับข้อความ “ท่านลงทะเบียนใช้สิทธิแล้ว ตรวจสอบสิทธิและที่เลือกตั้ง 10 สิงหาคม 69 เป็นต้นไป” ในวันถัดจากวันที่ลงทะเบียนสำเร็จ

 

ทั้งนี้ ผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งสามารถเปลี่ยนแปลงสถานที่ลงคะแนนได้ 1 ครั้ง ระหว่างวันที่ 1-15 กรกฎาคม 2569 ไม่เว้นวันหยุดราชการ โดยผู้ลงทะเบียนต้องมายื่นคำร้องขอเปลี่ยนสถานที่ลงคะแนนด้วยตนเอง ณ สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/จังหวัด/สาขา

 

สำนักงานประกันสังคมขอเชิญชวนนายจ้างและผู้ประกันตนร่วมใช้สิทธิเลือกตั้ง เพื่อคัดเลือกผู้แทนเข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหารกองทุนประกันสังคม ดูแลสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตน และร่วมขับเคลื่อนกองทุนประกันสังคมให้มีความมั่นคง โปร่งใส และยั่งยืนต่อไป

The post ผู้ประกันตนแห่ลงทะเบียนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ไม่ถึง 2 วัน ยอดพุ่งกว่า 1.4 แสนราย สปส. แนะยื่นใช้สิทธิได้ถึง 15 ก.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รักชนก นำกรรมาธิการติดตามงบฯ เยือนประกันสังคม จี้เร่งเอาผิดผู้รับเหมา SSO+ พร้อมติดตามคืบหน้าเลือกตั้งบอร์ด https://thestandard.co/rakchanok-social-security-sso-probe/ Tue, 02 Jun 2026 09:23:02 +0000 https://thestandard.co/?p=1213931 รักชนก ศรีนอก ประธานกรรมาธิการฯ แถลงข่าวร่วมกับเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม

รักชนก ศรีนอก สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประ […]

The post รักชนก นำกรรมาธิการติดตามงบฯ เยือนประกันสังคม จี้เร่งเอาผิดผู้รับเหมา SSO+ พร้อมติดตามคืบหน้าเลือกตั้งบอร์ด appeared first on THE STANDARD.

]]>
รักชนก ศรีนอก ประธานกรรมาธิการฯ แถลงข่าวร่วมกับเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม

รักชนก ศรีนอก สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร นำคณะกรรมาธิการฯ เข้าร่วมประชุมกับสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เพื่อติดตามการใช้งบประมาณในส่วนของการจัดทำแอปพลิเคชัน SSO+ การตรวจสอบบัญชีโดยสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และการจัดการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม

 

 
 

โดยภายหลังการประชุมร่วมกันราว 2 ชั่วโมง ได้มีการแถลงข่าวร่วมกับ กาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคมเพื่อชี้แจงรายละเอียดต่อสาธารณะ

ดูภาพข่าว ▼ 

ประเด็นที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ประกันตนคือปัญหาความเสถียรของแอปพลิเคชัน SSO+ ซึ่งพบความผิดพลาดในการคำนวณเงินสมทบและปัญหาการเบิกจ่ายสิทธิประโยชน์ 7 กรณี รักชนกระบุว่า คณะกรรมาธิการฯ ได้รับแจ้งถึงแนวทางการเรียกค่าปรับจากผู้รับเหมาโครงการ โดยได้ตั้งข้อสังเกตให้ สปส. ดำเนินการปรับตามระเบียบเพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้ประกันตน และเพื่อสร้างมาตรฐานป้องกันการทิ้งงานหรือการรับช่วงต่อโครงการไปลดต้นทุน

 

เลขาธิการสำนักงานประกันสังคมชี้แจงว่า ทางหน่วยงานได้เร่งรัดให้ผู้รับเหมาดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องทั้งหมด โดยตั้งเป้าหมายว่าภายในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ ระบบจะมีความสมบูรณ์ร้อยละ 95 และภายในเดือนกันยายน การเบิกจ่ายสิทธิประโยชน์รวมถึงการแสดงผลตัวเลขต่างๆ จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งปัจจุบันพบว่าอัตราความผิดพลาดของระบบลดลงตามลำดับ

 

แจงผลตรวจ สตง. เป็นความเคลื่อนทางบัญชี ไม่พบทุจริต

 

กรณีการตรวจสอบงบประมาณของสำนักงานประกันสังคมโดย สตง. รักชนกอธิบายว่า ผลการตรวจสอบชี้ให้เห็นว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นความผิดพลาดในกระบวนการบันทึกบัญชี ไม่ได้มีลักษณะของการทุจริต คณะกรรมาธิการฯ จะติดตามเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง และอาจมีการเชิญ สตง. สำนักงบประมาณ หรือกรมบัญชีกลาง มาร่วมหารือในอนาคตเพื่อแก้ไขปัญหาระบบบัญชีพัสดุของภาครัฐในภาพรวม

 

เลขาธิการสำนักงานประกันสังคมให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า ความคลาดเคลื่อนทางตัวเลขเกิดจากการนำข้อมูลเข้าสู่ระบบ GF ซึ่ง สปส. เพิ่งเริ่มใช้งานเป็นครั้งแรก ตัวอย่างเช่น การบันทึกรายการทรัพย์สินที่หมดค่าเสื่อมราคาไปแล้วซ้ำลงในระบบ ปัจจุบัน สปส. มีการตั้งคณะทำงานกำกับดูแลเพื่อนำข้อมูลจาก สตง. มาเทียบเคียงและแก้ไข โดยจะรายงานความคืบหน้าต่อรัฐมนตรีทุก 1 เดือน และรายงานต่อ สตง. ทุก 60 วัน เพื่อยืนยันว่าไม่มีทรัพย์สินสูญหาย และเตรียมนำแนวทางการแก้ไขปัญหานี้ไปปรับใช้เป็นระบบต้นแบบสำหรับการบริหารจัดการเงินนอกงบประมาณของหน่วยงานอื่นต่อไป

 

ยอดลงทะเบียนเลือกตั้งบอร์ดพุ่งนับแสนราย เตรียมระบบรองรับ

 

สำหรับการจัดการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม รักชนกได้นำเสนอข้อมูลสถิติการเลือกตั้งในปี 2566 ซึ่งมีผู้ประกันตนลงทะเบียนเพียง 900,000 คนจากผู้มีสิทธิ 11 ล้านคน และมาใช้สิทธิเพียง 100,000 คน ส่วนฝั่งนายจ้างมีผู้ลงทะเบียน 4,000 คนและมาใช้สิทธิราว 1,000 คนจากผู้มีสิทธิ 500,000 คน

 

อย่างไรก็ตาม การเปิดลงทะเบียนในรอบปัจจุบันพบว่ามีผู้ให้ความสนใจลงทะเบียนในสองวันแรกเป็นจำนวนมาก จึงขอความร่วมมือสื่อมวลชนและภาคประชาสังคมในการรณรงค์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ

 

ด้านเลขาธิการสำนักงานประกันสังคมเปิดเผยว่า ปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนแล้วกว่า 100,000 ราย สะท้อนถึงความตื่นตัวของประชาชน สำหรับงบประมาณจัดการเลือกตั้งจำนวน 275 ล้านบาทนั้น เป็นการจัดสรรสำหรับการบริหารจัดการหน่วยเลือกตั้งร่วมกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระดับท้องถิ่น โดยกำหนดให้มีหน่วยเลือกตั้งอย่างน้อย 1 แห่งต่อ 1 อำเภอ ไม่ได้เป็นงบประมาณสำหรับการประชาสัมพันธ์เพียงอย่างเดียว

 

ทั้งนี้ ระหว่างวันที่ 1-15 กรกฎาคม ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถดำเนินการแจ้งเปลี่ยนแปลงสถานที่ลงคะแนนได้หากเกิดความไม่สะดวก

 

ดันนโยบายเปิดข้อมูลการประชุมเพื่อความโปร่งใส

 

รักชนกได้เสนอให้ สปส. จัดทำระบบแดชบอร์ด (Dashboard) เพื่อแสดงข้อมูลจำนวนผู้ประกันตนและนายจ้างที่ลงทะเบียนเลือกตั้งแบบเรียลไทม์ พร้อมทวงถามความคืบหน้าในการเปิดเผยรายงานและมติการประชุมของบอร์ดประกันสังคม รวมถึงคณะอนุกรรมการชุดต่างๆ ซึ่งเคยเสนอไว้กับผู้บริหารชุดก่อน เพื่อยกระดับความโปร่งใสขององค์กร

 

เลขาธิการสำนักงานประกันสังคมตอบรับการจัดทำแดชบอร์ดเพื่อแสดงสถิติผู้มาใช้สิทธิ ซึ่งจะเป็นกลไกกระตุ้นการมีส่วนร่วมของประชาชน ส่วนการเปิดเผยข้อมูลการประชุมนั้น สปส. อยู่ระหว่างการพิจารณาข้อกำหนดในสัญญาและข้อกฎหมายว่าส่วนใดสามารถเปิดเผยได้ โดยระมัดระวังไม่ให้กระทบต่อบุคคลภายนอก แต่ยืนยันจะดำเนินการให้เกิดความโปร่งใสมากที่สุดภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่

 

ในตอนท้าย รักชนกได้ย้ำจุดยืนของคณะกรรมาธิการฯ ว่าข้าราชการประจำไม่ใช่คู่ขัดแย้ง คณะกรรมาธิการฯ พร้อมสนับสนุนการทำงานหากหน่วยงานให้ความร่วมมือในการจัดส่งข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา พร้อมสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนว่า กองทุนประกันสังคมยังคงเป็นกลไกสำคัญในการเป็นหลักประกันความมั่นคงให้แก่ผู้ใช้แรงงานในกรณีประสบเหตุไม่คาดฝัน ตกงาน ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิต

 

 

รักชนก ศรีนอก ประธานกรรมาธิการฯ แถลงข่าวร่วมกับเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม 1

รักชนก ศรีนอก ประธานกรรมาธิการฯ แถลงข่าวร่วมกับเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม 2

รักชนก ศรีนอก ประธานกรรมาธิการฯ แถลงข่าวร่วมกับเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม 3

รักชนก ศรีนอก ประธานกรรมาธิการฯ แถลงข่าวร่วมกับเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม 4

รักชนก ศรีนอก ประธานกรรมาธิการฯ แถลงข่าวร่วมกับเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม 5

รักชนก ศรีนอก ประธานกรรมาธิการฯ แถลงข่าวร่วมกับเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม 6

The post รักชนก นำกรรมาธิการติดตามงบฯ เยือนประกันสังคม จี้เร่งเอาผิดผู้รับเหมา SSO+ พร้อมติดตามคืบหน้าเลือกตั้งบอร์ด appeared first on THE STANDARD.

]]>
จุลพันธ์หารือ 3 ฝ่ายประกันสังคมกางแผนปฎิรูป กู้ศรัทธา ตั้งเป้าดึงไรเดอร์เข้าสิทธิ https://thestandard.co/social-security-reform-rider-inclusion/ Mon, 11 May 2026 08:17:46 +0000 https://thestandard.co/social-security-reform-rider-inclusion/ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ขณะแถลงข่าว

วันนี้ (11 พฤษภาคม) จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการก […]

The post จุลพันธ์หารือ 3 ฝ่ายประกันสังคมกางแผนปฎิรูป กู้ศรัทธา ตั้งเป้าดึงไรเดอร์เข้าสิทธิ appeared first on THE STANDARD.

]]>
จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ขณะแถลงข่าว

วันนี้ (11 พฤษภาคม) จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน แถลงหลังจากร่วมประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการขับเคลื่อนนโยบายกับคณะกรรมการกองทุนทดแทน คณะกรรมการประกันสังคม และผู้บริหารสำนักงานประกันสังคม เพื่อวางรากฐานการทำงานเชิงรุก มุ่งยกระดับกองทุนประกันสังคมให้เป็นสถาบันหลักที่มอบความมั่นคงแก่ผู้ใช้แรงงาน เพื่อขับเคลื่อนนโยบายที่ตอบโจทย์โลกการทำงานยุคใหม่

 

จุลพันธ์กล่าวว่า จากการหารือทุกคนต่างเห็นตรงกันว่า ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมกำลังเผชิญกับ ‘วิกฤตศรัทธา’ ซึ่งส่งผลต่อภาพลักษณ์ในเชิงลบ อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบของกระทรวงการคลังพบว่า สถานะและการดำเนินงานของตัวกองทุนยังคงไม่มีปัญหาใดๆ แต่ในส่วนอื่นๆ พี่น้องประชาชนเห็นว่าเป็นปัญหาเรื่องต่างๆ เหล่านี้จะไม่มีการซุกปัญหาไว้ใต้พรม แต่จะเร่งดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง โดยการดำเนินการของสำนักงานประกันสังคมจะต้องคำนึงถึงความโปร่งใสเพื่อให้ทุกคนสามารถตรวจสอบและติดตามได้อย่างครบถ้วน ซึ่งถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมา

 

จุลพันธ์กล่าวถึงประเด็นความท้าทายของกองทุนประกันสังคมซึ่งเวลานี้กำลังเผชิญหน้ากับภาวะสังคมสูงวัยเต็มขั้น แต่ที่ผ่านมาพบว่ากองทุนยังมีผลตอบแทนจากการลงทุนที่ไม่เพียงพอทำให้เกิดความเสี่ยงกับกองทุน โดยเรื่องนี้จะต้องปรับเปลี่ยนวิธีในเรื่องของการลงทุนว่าจะทำอย่างไรที่จะทำให้มีแนวโน้มที่จะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนที่มากขึ้น ซึ่งประเด็นนี้ทางกองทุนก็ได้เริ่มต้นดำเนินการไปแล้ว

 

จุลพันธ์ยังได้กล่าวถึงประเด็นสำคัญคือการดึงคนเข้ามาสู่ระบบกองทุนประกันสังคมให้ได้มากที่สุด เนื่องจากวันนี้ยังมีพี่น้องแรงงานที่ยังไม่ได้เข้าสู่ระบบอีกจำนวนมาก ซึ่งจะต้องสร้างกลไกที่เปิดโอกาสให้เกิดการมีส่วนร่วม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกลุ่มที่เป็นแรงงานแพลตฟอร์ม และกลุ่ม Gig worker โดยสองกลุ่มนี้เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าทุกวันนี้โลกการทำงานได้เปลี่ยนแล้ว

 

“ในปัจจุบันนี้ เรามีคนที่เป็นไรเดอร์อยู่ประมาณ 300,000 คน และรับประกันได้ว่าในอีก 3-5 ปี ข้างหน้า ตัวเลขนี้จะขยับเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวอย่างแน่นอน โจทย์ของเราคือจะทำอย่างไรให้พี่น้องประชาชนที่เป็นแรงงานในกลุ่มนี้สามารถที่จะได้รับสิทธิและได้รับความคุ้มครองผ่านการดึงเข้ามาสู่ระบบประกันสังคม โดยเราจำเป็นต้องปรับปรุงกฎหมายให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงนี้” จุลพันธ์กล่าว

 

จุลพันธ์ยังกล่าวอีกว่า มีประเด็นที่ทุกฝ่ายเห็นตรงกันคือปัจจุบันกลุ่มแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยยังเข้าสู่ระบบประกันสังคมในสัดส่วนที่น้อยเกินไป โดยกระทรวงแรงงานมีเป้าหมายที่จะดึงแรงงานกลุ่มนี้เข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง เพื่อให้ได้รับสิทธิความคุ้มครองตามกฎหมายและเป็นไปตามข้อตกลงระหว่างประเทศซึ่งถือเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากหากแรงงานเหล่านี้ไม่เข้าสู่ระบบประกันสังคม สุดท้ายอาจนำไปสู่ปัญหาการเป็นแรงงานที่ไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนหรือกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

 

ส่วนการบริหารจัดการงบประมาณด้านการรักษาพยาบาลซึ่งสูงถึงปีละกว่า 100,000 ล้านบาทนั้น จุลพันธ์กล่าวว่า ได้มอบหมายให้ สปส. ให้ความสำคัญกับงานด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยมากขึ้น โดยเน้นการป้องกันอุบัติเหตุและการเจ็บป่วยจากการทำงาน รวมถึงการฟื้นฟูสมรรถภาพแรงงานให้สามารถกลับเข้าสู่ระบบการทำงานได้โดยเร็ว ซึ่งหากสามารถลดอัตราการเจ็บป่วยลงได้ จะเป็นการช่วยเพิ่มเสถียรภาพทางการเงินให้กับกองทุนอย่างมหาศาล

 

ส่วนเรื่องเงินบำนาญชราภาพสูตร CARE จุลพันธ์ระบุว่า ใกล้ที่จะได้ข้อสรุปแล้ว แต่ต้องขอเวลาในการพูดคุยให้รอบด้าน โดยขณะนี้ได้มีการเริ่มต้นนัดหมายกับกลุ่มต่างๆ เพื่อที่จะคุยกันในรายละเอียดว่าเขายังติดขัดในประเด็นใดบ้าง และเราควรจะเดินหน้าในรูปแบบไหน เพื่อที่จะรักษาผลประโยชน์ให้กับคนทุกกลุ่ม

 

สำหรับปัญหาด้านการบริการ จุลพันธ์ยอมรับว่า ที่ผ่านมายังคงมีปัญหาในเรื่องระบบไอที โดยได้สั่งเร่งแก้ไขระบบ IT หลัก (SSO core) ที่ยังคงเป็นอุปสรรคต่อการใช้งาน พร้อมพิจารณาข้อเรียกร้องด้านสวัสดิการต่างๆ โดยให้คำนึงถึงความมีเสถียรภาพของกองทุน หากสิ่งใดที่เป็นการเพิ่มสวัสดิการแล้วไม่ส่งผลต่อเสถียรภาพของกองทุนก็เป็นสิ่งที่สามารถดำเนินการได้ทันที

 

นอกจากนี้ จุลพันธ์ระบุว่า ภารกิจสำคัญหลังจากนี้คือการปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรและการปรับปรุงกฎหมายประกันสังคมให้มีความโปร่งใส ทันสมัย มีความเป็นอิสระ และเป็นหลังพิงที่มั่นคงให้กับพี่น้องแรงงานทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะเจ็บป่วย ว่างงาน หรือเกษียณอายุ

 

“วันนี้ทางสำนักงานประกันสังคมเราจะต้องสร้างมิติใหม่ เราต้องเดินหน้าสู่การทำงานแบบการมีส่วนร่วม การรับฟังกัน เพื่อขับเคลื่อนให้สำนักงานประกันสังคมเดินหน้าและตอบโจทย์ให้กับพี่น้องประชาชน” จุลพันธ์กล่าว

 

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ขณะแถลงข่าว 1จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ขณะแถลงข่าว 2จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ขณะแถลงข่าว 3

The post จุลพันธ์หารือ 3 ฝ่ายประกันสังคมกางแผนปฎิรูป กู้ศรัทธา ตั้งเป้าดึงไรเดอร์เข้าสิทธิ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พรรคประชาชนนำขบวนแรงงาน ยื่นร่างปฏิรูปประกันสังคม หนุนแยกออกจากระบบราชการ https://thestandard.co/social-security-reform-bureaucracy/ Fri, 01 May 2026 12:44:15 +0000 https://thestandard.co/social-security-reform-bureaucracy/ ภาพ สส. พรรคประชาชน นำโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และขบวนแรงงาน ยื่นร่างปฏิรูปประกันสังคมต่อรัฐสภา

พรรคประชาชนนำมวลชนเดินขบวนเนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ 1 พ […]

The post พรรคประชาชนนำขบวนแรงงาน ยื่นร่างปฏิรูปประกันสังคม หนุนแยกออกจากระบบราชการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ สส. พรรคประชาชน นำโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และขบวนแรงงาน ยื่นร่างปฏิรูปประกันสังคมต่อรัฐสภา

พรรคประชาชนนำมวลชนเดินขบวนเนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ 1 พฤษภาคม 2569 เพื่อยื่นร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกันสังคมต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยมีสาระสำคัญในการปฏิรูปโครงสร้างเพื่อนำสำนักงานประกันสังคมออกจากระบบราชการ พร้อมตั้งข้อสังเกตกรณีเงินกองทุนสูญหาย 4,000 ล้านบาทที่ยังไม่มีความชัดเจนด้านเอกสารประกอบการชี้แจงจากภาครัฐ

 

เมื่อเวลา 15.00 น. สส. พรรคประชาชน นำโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค, ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค, รักชนก ศรีนอก, เซีย จำปาทอง, ธนพร วิจันทร์, สหัสวัต คุ้มคง และ พนิดา มงคลสวัสดิ์ พร้อมด้วยภาคประชาชน ได้ร่วมเดินขบวน ตั้งต้นที่สี่แยกบางโพมายังลานประชาชน อาคารรัฐสภา

 

จากนั้นในเวลา 15.30 น. คณะได้ยื่นหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยมีรัชดาภรณ์ เอี่ยมอนันต์ รักษาราชการในตำแหน่งผู้บังคับบัญชากลุ่มงานประสานการเมืองและรับเรื่องราวร้องทุกข์ และว่าที่ ร.ต.ต. สัณห์ พิริยะ นิติกรเชี่ยวชาญ เป็นตัวแทนรับมอบร่างกฎหมายดังกล่าว

 

จากนั้น มีการสลับกันปราศรัยของ สส. พรรคประชาชน ณัฐพงษ์ระบุถึงการผลักดันร่างกฎหมายฉบับนี้ว่า กองทุนประกันสังคมเป็นเงินสมทบของผู้ใช้แรงงานที่มีมูลค่าสูงกว่างบประมาณแผ่นดิน มีผู้ประกันตนจำนวน 20 ล้านคน การบริหารจัดการจึงต้องมีความโปร่งใส ดำเนินการโดยมืออาชีพ และมีความยึดโยงกับผู้ประกันตน

 

การผลักดันกฎหมายนี้ให้ผ่านความเห็นชอบต้องอาศัยเสียงสนับสนุนจากประชาชนและผู้ประกันตนเป็นหลัก โดยประเมินว่าหากผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรแล้ว การพิจารณาในชั้นวุฒิสภาก็ไม่น่าจะมีปัญหา นอกจากนี้ ยังประเมินว่าพรรคการเมืองต่างๆ น่าจะให้การสนับสนุนตามที่เคยหาเสียงไว้เกี่ยวกับการนำกองทุนประกันสังคมออกจากระบบราชการ

 

สหัสวัตให้ข้อมูลเพิ่มเติมถึงปัญหาการบริหารกองทุนในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาว่า ขาดความโปร่งใสในด้านข้อมูลการนำเงินไปลงทุน กองทุนประกันสังคมมีแหล่งที่มาของเงินสมทบจากสามฝ่าย แต่ผู้บริหารกองทุนกลับเป็นข้าราชการที่ไม่ได้ใช้สิทธิในกองทุนดังกล่าว การบริหารงานโดยระบบราชการส่งผลให้ผลตอบแทนของกองทุนอยู่ในระดับต่ำ และเกิดปัญหาด้านความยั่งยืน ซึ่งมีการวิเคราะห์ทางสถิติว่ากองทุนอาจมีสถานะรองรับได้อีกเพียง 25-30 ปี

 

สหัสวัตย้ำว่า การปฏิรูปโครงสร้างเพื่อนำสำนักงานประกันสังคมออกจากระบบราชการและให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาบริหารจึงเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว

 

ส่วนกรณีที่มีรายงานข่าวเรื่องเงินกองทุนประกันสังคมจำนวน 4,000 ล้านบาท ซึ่งสำนักงานประกันสังคมและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้ชี้แจงว่าเป็นการลงข้อมูลคลาดเคลื่อนนั้น สหัสวัตระบุว่า ทีมประกันสังคมก้าวหน้าซึ่งทำหน้าที่รักษาการคณะกรรมการประกันสังคม ได้พยายามตรวจสอบข้อเท็จจริงจากข้าราชการในหน่วยงาน แต่ปัจจุบันยังไม่เห็นเอกสารที่ระบุถึงจุดที่มีความคลาดเคลื่อน จึงยังไม่สามารถเชื่อในข้อสรุปดังกล่าวได้ และเตรียมใช้กลไกของคณะกรรมาธิการในสภาผู้แทนราษฎรที่กำลังจะจัดตั้งขึ้นเพื่อติดตามตรวจสอบประเด็นนี้อย่างเป็นทางการ

 

ด้านรักชนกได้กล่าวปราศรัยเพื่อสื่อสารกับประชาชนและผู้ประกันตน โดยระบุว่า แม้พรรคประชาชนจะทำการตรวจสอบการทำงานและงบประมาณของกองทุนประกันสังคมอย่างละเอียด แต่ยังคงสนับสนุนให้ผู้ใช้แรงงาน มนุษย์เงินเดือน และผู้ประกอบอาชีพอิสระ จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนต่อไป เนื่องจากระบบประกันสังคมมีสิทธิประโยชน์ด้านบำนาญชราภาพประมาณ 3,000-5,000 บาทต่อเดือน ซึ่งจะเป็นหลักประกันในช่วงบั้นปลายชีวิต

 

รักชนกชี้ว่า แม้สิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาลหรือทันตกรรมอาจถูกเปรียบเทียบกับสิทธิบัตรทอง แต่นางสาวรักชนกยืนยันว่าหากการปฏิรูปโครงสร้างประกันสังคมตามร่างกฎหมายฉบับนี้สำเร็จ ระบบสวัสดิการต่างๆ จะได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ประกันตน

The post พรรคประชาชนนำขบวนแรงงาน ยื่นร่างปฏิรูปประกันสังคม หนุนแยกออกจากระบบราชการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประกันสังคมไทยบนทางแยก: ความท้าทายก่อนการปฏิรูป https://thestandard.co/social-security-thai-reform-challenges/ Thu, 30 Apr 2026 07:43:17 +0000 https://thestandard.co/?p=1202713 ภาพประกอบแสดงสัญลักษณ์กองทุนประกันสังคมไทย และกราฟแสดงความท้าทายด้านการเงินและประชากรสูงวัย

“ประกันสังคม” เป็นหนึ่งในเรื่องร้อนแรงที่เป็นกระแสสังคม […]

The post ประกันสังคมไทยบนทางแยก: ความท้าทายก่อนการปฏิรูป appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบแสดงสัญลักษณ์กองทุนประกันสังคมไทย และกราฟแสดงความท้าทายด้านการเงินและประชากรสูงวัย

“ประกันสังคม” เป็นหนึ่งในเรื่องร้อนแรงที่เป็นกระแสสังคมอย่างต่อเนื่อง ระบบประกันสังคมเป็นหลักประกันรายได้ของแรงงานไทยหลายสิบล้านคน ปัจจุบันระบบดังกล่าว กำลังเผชิญแรงกดดันพร้อมกันจากหลายทิศทาง ทั้งข้อจำกัดของโครงสร้างระบบการเงินการคลังและการบริหารจัดการ การเปลี่ยนแปลงทางประชากรสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว ตลอดจนข้อจำกัดทางการเมือง ที่ทำให้การปฏิรูปเชิงโครงสร้างเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและมีต้นทุนสูง”

 

 
 

การแก้ปัญหาจึงไม่ใช่เพียงเรื่องเทคนิคทางการเงินหรือการปรับอัตราสมทบเท่านั้น แต่ต้องมองทั้งทางด้านสถิติและ บริบทเชิงเศรษฐกิจการเมืองที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ด้วยเหตุผลดังกล่าว สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) จึงดำเนินโครงการการศึกษาความยั่งยืนและรูปแบบความเป็นไปได้ของระบบประกันสังคมในอนาคต ซึ่งจะนำเสนอผ่านบทความ 3 ตอน

 

โดยตอนที่หนึ่งนี้ เป็นการสำรวจ 3 ความท้าทายสำคัญของประกันสังคมไทย ตอนที่ 2 ความยั่งยืนทางการเงิน และตอนที่ 3 บริบททางสังคมการเมืองที่กำหนดทิศทางการเปลี่ยนแปลงในระยะยาว

 

ความท้าทายที่ 1 การบริหารจัดการกองทุน: โครงสร้างที่ซับซ้อน ประสิทธิภาพที่ต้องยกระดับ

 

กองทุนประกันสังคมไทยจัดตั้งขึ้นตามพ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ. 2533 และเริ่มให้ความคุ้มครองในปี 2534 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นหลักประกันรายได้และความคุ้มครองด้านสังคมแก่แรงงานในระบบ ซึ่งในปี 2568 กองทุนมีสินทรัพย์รวมมูลค่ากว่า 2.85 ล้านล้านบาท ครอบคลุมผู้ประกันตนหลายสิบล้านคน อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญประการแรกที่ไม่อาจมองข้ามคือ “ความท้าทายจากการบริหารจัดการกองทุน” ซึ่งเป็นปัจจัยภายในของกองทุนที่เกี่ยวข้องทั้งโครงสร้างระบบ ความยั่งยืนทางการเงิน และธรรมาภิบาล

 

1. โครงสร้างที่ซับซ้อนและความทับซ้อนของสิทธิประโยชน์

 

ระบบประกันสังคมของไทย เป็นหลักประกันทางสังคมที่มีความซับซ้อนจากการรวม 7 สิทธิประโยชน์ไว้ภายใต้การบริหารจัดการของสำนักงานกองทุนประกันสังคมเพียงหน่วยงานเดียว ไม่ว่าจะเป็นกรณีเจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ เสียชีวิต สงเคราะห์บุตร และว่างงาน ซึ่งแม้สะท้อนความครอบคลุม แต่ในทางปฏิบัติกลับสร้างความซับซ้อนในการบริหารจัดการ

 

นั่นหมายความว่าความเสี่ยงทางสังคม 3 ประเภท คือ ความเสี่ยงด้านสุขภาพ ความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ และความเสี่ยงด้านรายได้ผู้สูงอายุ ถูกบริหารจัดการโดยหน่วยงานเดียวที่ต้องมีความเชี่ยวชาญเฉพาะในสามด้าน อีกทั้งการให้สิทธิประโยชน์เพื่อคุ้มครองความเสี่ยงบางประเภทมีลักษณะใกล้เคียงหรือทับซ้อนกับระบบอื่นของรัฐ

 

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ ระบบบำนาญของไทยที่กระจายอยู่ในหลายกองทุน เช่น กองทุนประกันสังคม กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และกองทุนการออมแห่งชาติ แต่ละระบบมีเงื่อนไขการเป็นสมาชิก การสมทบ และสูตรคำนวณผลประโยชน์ต่างกัน ส่งผลให้เกิดความเหลื่อมล้ำระหว่างแรงงานกลุ่มต่างๆ

 

ขณะเดียวกัน ด้านหลักประกันสุขภาพ ประเทศไทยมีทั้งระบบประกันสังคม ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ ซึ่งมีโครงสร้างการจ่ายเงินและคุณภาพบริการแตกต่างกัน การมีหลายระบบที่ทำหน้าที่คล้ายกันแต่ไม่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ ย่อมทำให้ต้นทุนการบริหารสูง และเสี่ยงที่จะขาดประสิทธิภาพเชิงโครงสร้าง

 

2. การปรับโครงสร้างที่ล่าช้าและผลต่อความยั่งยืน

 

ตลอดอายุของกองทุนที่ก่อตั้งมามากกว่า 30 ปี การปรับปรุงเงื่อนไขต่าง ๆ เกิดขึ้นไม่กี่ครั้ง ส่วนมากเป็นเพียงมาตรการชั่วคราวที่ช่วยเหลือผู้ประกันตนในช่วงวิกฤตโควิด-19 หรือช่วยเหลืออุทกภัยในบางพื้นที่เท่านั้น มาตรการที่ใกล้เคียงที่สุดในปัจจุบันคือการปรับเพิ่มเพดานเงินเดือนสูงสุดสำหรับการสมทบ ซึ่งจะมีเพดานสูงสุดที่ 23,000 บาท คิดเป็นเงินสมทบที่ 1,150 บาทตั้งแต่ปี 2575 เป็นต้นไป

 

อย่างไรก็ตาม การปรับอัตราสมทบเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากไม่มีการทบทวนสูตรคำนวณบำนาญ อายุเกษียณ หรือแนวทางบริหารสินทรัพย์อย่างรอบด้าน ความเสี่ยงด้านความยั่งยืนระยะยาวย่อมเพิ่มสูงขึ้น ดังนั้น การไม่ปรับโครงสร้างตั้งแต่ช่วงที่กองทุนยังมีฐานะการเงินแข็งแรง อาจทำให้ภาระการปฏิรูปในอนาคตทำได้ยากและมีต้นทุนทางสังคมที่สูงกว่าเดิม

 

3. ประสิทธิภาพการลงทุนและธรรมาภิบาล

 

ประเด็นที่มีการตั้งคำถามกันมาก คือประสิทธิภาพการบริหารสินทรัพย์ เนื่องจากกองทุนประกันสังคมเป็นกองทุนที่มีสินทรัพย์ลงทุนในระดับล้านล้านบาท แต่ผลตอบแทนเฉลี่ยในหลายปีที่ผ่านมาน้อยกว่า 5% ต่อปี ซึ่งอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับกองทุนขนาดใหญ่และโอกาสการลงทุนในตลาดทุนปัจจุบัน แม้ส่วนหนึ่งเกิดจากข้อจำกัดเชิงนโยบายและกรอบการลงทุนที่ค่อนข้างอนุรักษ์นิยม แต่ในอีกด้านหนึ่ง ย่อมสะท้อนคำถามเรื่องความสามารถเชิงสถาบันและกลไกกำกับดูแล

 

ภาพประกอบแสดงสัญลักษณ์กองทุนประกันสังคมไทย และกราฟแสดงความท้าทายด้านการเงินและประชากรสูงวัย 1

ผลตอบแทนสุทธิของกองทุนประกันสังคมในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา

 

ในอีกมิติที่สำคัญไม่แพ้กันคือเรื่องภาพลักษณ์และปัญหาธรรมาภิบาลที่ยิ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้จ่ายเบี้ยประกันสังคมในทุกเดือน จากข่าวที่เกี่ยวข้องกับการใช้งบประมาณในกิจกรรมที่ถูกตั้งคำถามเช่น การจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ที่ใช้งบประมาณสูง การลงทุนในสินทรัพย์ หรือโครงการที่มีข้อสงสัยด้านความคุ้มค่า ตลอดจนกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่โปร่งใส แม้ในทุกกรณีสำนักงานประกันสังคมจะยืนยันว่ากิจกรรมถูกต้องตามกฎหมาย แต่ภาพลักษณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลโดยตรงต่อ “ความไว้วางใจ” ซึ่งเป็นทุนสำคัญของระบบประกันสังคม

 

เมื่อความเชื่อมั่นลดลง การยอมรับการปรับเพิ่มอัตราสมทบ หรือการปฏิรูปเชิงโครงสร้างย่อมทำได้ยากขึ้น ผู้ประกันตนอาจรู้สึกว่าตนเองเป็นเพียงผู้จ่าย แต่ไม่มีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางกองทุน

 

ความท้าทายที่ 2 บริบทโลกในปัจจุบัน: สังคมสูงวัยและแรงงานรูปแบบใหม่

 

นอกจากความท้าทายเชิงโครงสร้างภายในแล้ว ประกันสังคมไทยยังเผชิญแรงกดดันจากบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะสองประเด็นสำคัญคือ การเข้าสู่สังคมสูงอายุ และการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจ้างงาน

 

ประการแรก ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ “สังคมสูงวัยระดับสมบูรณ์” และมีแนวโน้มเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอดในเวลาไม่นาน สัดส่วนประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่อัตราการเกิดลดลงต่ำกว่าระดับทดแทนมาหลายปี ส่งผลให้ “อัตราการพึ่งพิงวัยชรา” สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากในอดีต คนวัยทำงานประมาณ 6–7 คน สามารถช่วยกันเลี้ยงดูผู้สูงอายุ 1 คน ปัจจุบันตัวเลขดังกล่าวลดลงเหลือราว 3–4 คนต่อผู้สูงอายุ 1 คน และในอีกไม่กี่ทศวรรษข้างหน้าอาจลดลงเหลือเพียง 2 คนต่อ 1 คน

 

ภาพนี้สะท้อนแรงกดดันโดยตรงต่อกองทุนบำนาญของประกันสังคม ที่มีลักษณะการจ่ายผลประโยชน์แน่นอน (Defined Benefit: DB) ซึ่งอาศัยเงินสมทบจากคนทำงานในปัจจุบันไปจ่ายให้ผู้รับบำนาญ หากจำนวนผู้จ่ายลดลง แต่ผู้รับเพิ่มขึ้น ความสมดุลทางการเงินย่อมเกิดปัญหาตามมา จนมีแนวโน้มที่ผู้ประกันตนที่ทำงานส่งเงินให้กองทุนในปัจจุบันเสี่ยงที่จะไม่ได้รับเงินเมื่อถึงคราวที่ตนเองเกษียณอายุจากการทำงาน เนื่องจากภาระในการจ่ายบำนาญของกองทุนที่เพิ่มอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปัจจุบันสัดส่วนช่วงอายุผู้ประกันตน ที่เพิ่งเริ่มต้นทำงาน (15 – 19 ปี) ลดต่ำกว่าสัดส่วนผู้ประกันตนในช่วงอายุ 45 ปีขึ้นไป เช่นเดียวกับช่วงอายุ 30 – 44 ปี ซึ่งเป็นช่วงหลักของการทำงานก็มีแนวโน้มลดลงด้วย

 

ภาพประกอบแสดงสัญลักษณ์กองทุนประกันสังคมไทย และกราฟแสดงความท้าทายด้านการเงินและประชากรสูงวัย 2

สัดส่วนช่วงอายุผู้ประกันตนในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา

 

ประการที่สอง รูปแบบการจ้างงานกำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว แรงงานจำนวนมากเข้าสู่เศรษฐกิจแพลตฟอร์ม (GIG Economy) เป็นฟรีแลนซ์ หรือผู้รับจ้างอิสระ ซึ่งไม่มีนายจ้างประจำ อย่างไรก็ตาม ระบบประกันสังคมไทยในปัจจุบันถูกออกแบบโดยตั้งอยู่บนสมมติฐานของ “แรงงานประจำ” ที่มีนายจ้างร่วมสมทบเงินเข้ากองทุน แรงงานรูปแบบใหม่จึงอาจเข้าถึงระบบได้จำกัด หรือเลือกสมัครเป็นผู้ประกันตนในมาตราที่ให้สิทธิประโยชน์ต่ำกว่า

 

ยิ่งไปกว่านั้น ความต้องการของแรงงานกลุ่มนี้แตกต่างจากแรงงานประจำ เช่น ต้องการความยืดหยุ่นในการส่งเงินสมทบตามรายได้ที่ผันผวน ต้องการความคุ้มครองกรณีรายได้หายในทันทีหากไม่มีงานในแพลตฟอร์ม หรือความคุ้มครองด้านสุขภาพและอุบัติเหตุที่สอดคล้องกับลักษณะงานเฉพาะทาง หากเงื่อนไขของกองทุนไม่ปรับตัวให้ทัน ก็ย่อมเสี่ยงที่จะสูญเสียฐานผู้สมทบที่กำลังมีสัดส่วนเพิ่มมากขึ้นในอนาคตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

ความท้าทายที่ 3 แนวคิดระบบบำนาญที่เปลี่ยนแปลงไป

 

อีกหนึ่งความท้าทายสำคัญของประกันสังคมไทยในระยะยาวคือเรื่องของ “บำนาญ” ที่ปัจจุบันทั่วโลกมีการเปลี่ยนแปลงเชิงแนวคิดของระบบบำนาญสำหรับแรงงานจากระบบผลประโยชน์กำหนดแน่นอน (Defined Benefit: DB) ไปสู่ระบบเงินสมทบกำหนดแน่นอน (Defined Contribution: DC) หรือระบบผสม (Hybrid Systems) ซึ่งเกิดจากโครงสร้างประชากรและพฤติกรรมการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไป

 

ในระบบ DB แบบดั้งเดิม ภาระความเสี่ยงด้านการลงทุนและอายุยืน (Longevity Risk) อยู่ที่กองทุนหรือรัฐ โดยผู้รับบำนาญทราบสูตรคำนวณชัดเจน เช่น คิดจากเงินเดือนเฉลี่ยช่วงท้ายและจำนวนปีทำงาน ซึ่งระบบดังกล่าวเป็นที่นิยมเนื่องจากเงินบำนาญถูกคิดเป็นส่วนหนึ่งของผลตอบแทนในการทำงาน และเป็นการสร้างแรงจูงใจให้ทำงานอยู่กับบริษัทในระยะยาว แต่เมื่อโครงสร้างประชากรและพฤติกรรมการจ้างงานเปลี่ยนไป ระบบ DB กลับเป็นการสร้างภาระหนี้สินในระยะยาวจากจำนวนผู้รับบำนาญที่สูงขึ้น และไม่สอดคล้องกับจำนวนแรงงานที่จ่ายเบี้ยประกันสังคมในปัจจุบัน

 

สถิติแผนบำนาญส่วนบุคคลของสหรัฐอเมริกาเป็นตัวอย่างชัดเจนในการเปลี่ยนผ่านดังกล่าว โดยในช่วงปี 1975 แผน DB ครอบคลุมลูกจ้างเอกชนมากกว่า DC ประมาณ 3 เท่า แต่แนวโน้มกลับด้านในช่วงต้นทศวรรษ 1990 และในปี 2021 แผน DC ครอบคลุมแรงงานเอกชนเกือบ 115 ล้านคน เทียบกับ DB เพียงราว 32 ล้านคน ซึ่งสะท้อนการถ่ายโอน “ความเสี่ยง” จากระบบบำนาญไปสู่ผู้สมทบเอง จากการที่เงินเกษียณขึ้นกับผลตอบแทนของกองทุน โดยไม่มีภาครัฐมารับประกันเช่นในประเทศไทย ทั้งนี้แรงงานต้องตัดสินใจอัตราออม การจัดพอร์ตลงทุน และการบริหารเงินหลังเกษียณ

 

ภาพประกอบแสดงสัญลักษณ์กองทุนประกันสังคมไทย และกราฟแสดงความท้าทายด้านการเงินและประชากรสูงวัย 3

จำนวนผู้เข้าร่วมในแผนบำนาญ แยกตามประเภทของแผน ปี 1975–2021 (หน่วย: พันคน)

 

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มปัจจุบันไม่ได้หยุดอยู่ที่ DC เพียงอย่างเดียว แต่เริ่มพัฒนาไปสู่ระบบผสมที่ผสานข้อดีของทั้งสองแบบ เช่น การใช้กลไกอัตโนมัติ (Auto-Enrollment) กองทุนเป้าหมายตามอายุ (Target Date Funds) และการเพิ่มทางเลือกด้านรายได้หลังเกษียณ เพื่อลดภาระการตัดสินใจของผู้สมทบ ขณะเดียวกันยังรักษาวินัยการคลังของระบบโดยไม่สร้างหนี้สินสะสมแบบ DB ดั้งเดิม

 

สวีเดนเป็นตัวอย่างสำคัญของการปฏิรูปบำนาญเชิงโครงสร้าง โดยการใช้ระบบผสมผสานข้อดีของ DB และ DC ซึ่งมีลักษณะเป็นบัญชีสะสมบำนาญส่วนบุคคลเข้าด้วยกัน โดยประกอบด้วย 3 ส่วนที่สำคัญ คือ

 

1. บำนาญภาครัฐ (National Public Pension)

 

  • Income Pension: เป็นระบบสมทบแบบบัญชีสมมติ (Notional Defined Contribution: NDC) ใช้เงินสมทบของคนทำงานจ่ายให้ผู้รับบำนาญปัจจุบัน ประมาณ 16% ของรายได้ (หลักการเดียวกับกองทุนประกันสังคมไทย) แต่บันทึกสิทธิของแต่ละคนเป็นบัญชีส่วนบุคคลตลอดช่วงชีวิต กลไกนี้ทำให้สิทธิสะท้อนการสมทบจริง และปรับตัวตามภาวะประชากรอัตโนมัติ

 

  • Premium Pension (funded DC): เงินสมทบประมาณ 2.5% ของรายได้จะถูกนำไปลงทุนจริงในกองทุนที่ผู้ประกันตนเลือก หรือกองทุนเริ่มต้นของรัฐหากไม่เลือกเอง ซึ่งสะท้อนถึงการตัดสินใจได้ด้วยตนเองของผู้ประกันตน

 

  • Guarantee Pension: บำนาญขั้นต่ำสำหรับผู้มีรายได้ต่ำหรือแทบไม่มีรายได้ตลอดชีวิตซึ่งรัฐมีหน้าที่ในการสมทบให้

 

2. บำนาญจากนายจ้าง (Occupational Pension)

 

แรงงานส่วนใหญ่มีสิทธิจากข้อตกลงแรงงานแบบรวมกลุ่ม (การตกลงระหว่างนายจ้างและสหภาพแรงงาน) ซึ่งมักเป็นมีการกำหนดสูตรของเงินบำนาญที่แน่นอน (DC) หรือเป็นแบบผสม ทั้งนี้เพิ่มรายได้หลังเกษียณให้ใกล้เคียงรายได้ก่อนเกษียณ

 

3. การออมส่วนตัว (Private Savings)

 

แม้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับบำนาญส่วนบุคคลถูกยกเลิกในปี 2016 แต่ประชาชนยังสามารถออมเพิ่มเติมผ่านกองทุนรวมและผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่น

 

ข้อสังเกตสำคัญของระบบบำนาญสวีเดนข้างต้นคือ การผสมระหว่างระบบการสมทบแบบบัญชีสมมติ (NDC) ที่ทำหน้าที่ในการจ่ายเงินบำนาญให้ผู้เกษียณในปัจจุบันแต่ยังคงเปิดช่องให้ผู้ประกันตนสามารถเลือกลงทุนได้ตามความต้องการของตนเองในส่วนหนึ่ง ซึ่งเป็นการกระจายความเสี่ยงระหว่างรัฐ นายจ้าง และประชาชน พร้อมทั้งมีการใช้กลไกกึ่งอัตโนมัติช่วยรักษาความยั่งยืนในระยะยาว นับเป็นโจทย์สำคัญที่ไทยต้องพิจารณาในบริบทการปฏิรูปประกันสังคมเช่นกัน

 

“จากความท้าทายทั้งหมดนี้จะเห็นได้ว่าประกันสังคมไทยกำลังยืนอยู่บนจุดตัดสำคัญของการปฏิรูป ที่ไม่ใช่เพียงคำถามว่า “จะเพิ่มสิทธิอะไร” หรือ “จะลดภาระใคร” แต่เป็นคำถามเชิงระบบว่า โครงสร้างปัจจุบันยังสอดคล้องกับโครงสร้างประชากร ตลาดแรงงาน และแนวคิดบำนาญสมัยใหม่หรือไม่ รวมถึงเพียงพอต่อการรองรับภาระในอีก 20–30 ปีข้างหน้าหรือไม่”

 

ประเด็นเหล่านี้นำไปสู่คำถามที่สำคัญยิ่งกว่า คือ สถานะทางการเงินของกองทุนมีความมั่นคงเพียงใด หากแนวโน้มประชากรและเศรษฐกิจเดินต่อไปในทิศทางเดิม

 

ติดตามซีรีส์บทความนับถอยหลังกองทุนประกันสังคม ตอนที่ 2 ในเร็ว ๆ นี้ สำรวจ “โมเดลความยั่งยืนทางการเงิน” ของกองทุนอย่างเป็นระบบว่าตัวเลขในปัจจุบันกำลังสะท้อนสัญญาณใด ความเสี่ยงอยู่ตรงไหน และมีทางเลือกเชิงนโยบายใดบ้างที่สามารถทำได้ ก่อนที่ปัญหาเงินไม่พอจะกลายเป็นวิกฤตที่ยากจะแก้ไข

The post ประกันสังคมไทยบนทางแยก: ความท้าทายก่อนการปฏิรูป appeared first on THE STANDARD.

]]>
ขอ รมว. แรงงาน เร่งรัด ‘บำนาญสูตร CARE’ เข้า ครม. ช่วยเหลือผู้รับบำนาญกว่า 6 แสนคน https://thestandard.co/labour-minister-care-pension-formula/ Thu, 23 Apr 2026 05:05:44 +0000 https://thestandard.co/labour-minister-care-pension-formula/ ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี พร้อมตัวแทน ยื่นหนังสือถึง จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว. แรงงาน เร่งนำ ‘บำนาญสูตร CARE’ เข้า ครม.

ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี ในฐานะกรรมการประกันสังคมสัดส่วนผู้ป […]

The post ขอ รมว. แรงงาน เร่งรัด ‘บำนาญสูตร CARE’ เข้า ครม. ช่วยเหลือผู้รับบำนาญกว่า 6 แสนคน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี พร้อมตัวแทน ยื่นหนังสือถึง จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว. แรงงาน เร่งนำ ‘บำนาญสูตร CARE’ เข้า ครม.

ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี ในฐานะกรรมการประกันสังคมสัดส่วนผู้ประกันตน จากทีมประกันสังคมก้าวหน้า พร้อมด้วยตัวแทนกลุ่ม เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เพื่อเรียกร้องให้นำข้อเสนอการปรับเปลี่ยนสูตรการคำนวณบำนาญชราภาพใหม่ ในรูปแบบ CARE หรือ Career Average Revalued Earnings เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยเร่งด่วน เพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ประกันตนที่ได้รับบำนาญอยู่ในปัจจุบันและที่จะเกษียณอายุในอนาคต

 

ข้อเรียกร้องระบุว่า สูตรบำนาญ CARE คือการคำนวณจากค่าเฉลี่ยค่าจ้างตลอดเส้นทางอาชีพที่มีการปรับมูลค่าเงินในอดีตให้เป็นปัจจุบันตามดัชนีเศรษฐกิจ ซึ่งจะเข้ามาแทนที่สูตรเดิมที่ใช้ค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายก่อนเกษียณ โดยสูตรเดิมนั้นถูกมองว่าเป็นอุปสรรคต่อแรงงานที่มีเส้นทางอาชีพไม่แน่นอน หรือกลุ่มที่มีรายได้ลดลงในช่วงท้ายของอายุงาน

 

ข้อมูลจากการศึกษาพบว่าหากมีการเปลี่ยนมาใช้สูตร CARE จะมีผู้ประกันตนที่ได้รับบำนาญอยู่ในปัจจุบันประมาณ 600,000 คน จากทั้งหมด 900,000 คน ได้รับเงินบำนาญเพิ่มขึ้นทันที และในอนาคตปี 2579 ผู้เกษียณอายุประมาณ 3 ล้านคนจะได้รับบำนาญเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 10 โดยคาดว่าจะใช้วงเงินงบประมาณเฉลี่ยปีละ 8,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณที่จะค่อยๆ ลดลงจนไม่มีความแตกต่างกับสูตรเดิมในระยะยาว

 

ษัษฐรัมย์ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าสูตรดังกล่าวผ่านกระบวนการศึกษาโดยองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) มานานกว่า 10 ปี และผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการประกันสังคมชุดใหญ่แล้วตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคม 2568 โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือต้องดำเนินการหลังจากมีการปรับเพดานค่าจ้างขั้นสูงเป็น 17,500 บาทต่อเดือน ซึ่งเงื่อนไขดังกล่าวได้บรรลุผลแล้วตั้งแต่มกราคม 2569

 

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันสูตรบำนาญดังกล่าวยังไม่มีความคืบหน้าในระดับนโยบาย ในขณะที่มีข้อมูลว่ามีผู้ประกันตนสะสมกว่า 5,000 คนเสียชีวิตลงระหว่างที่รอความชัดเจนของกฎหมายฉบับนี้ จึงมีการเรียกร้องให้รัฐมนตรีดำเนินการออกกฎกระทรวงรับรองสูตร CARE ภายใน 15 วัน

 

ด้าน จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวภายหลังการรับหนังสือว่า ในเชิงหลักการนั้นไม่มีข้อขัดแย้งและได้มีการพิจารณารายละเอียดไปมากแล้ว แต่ประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบคือผลกระทบต่อกลุ่มผู้ประกันตนอีกประมาณ 200,000 คน ที่อาจจะได้รับผลประโยชน์ลดลงจากสูตรใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่มีรายได้สูงในช่วงปลายของอาชีพ ซึ่งจำเป็นต้องมีการรับฟังความเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายเพื่อหามาตรการเยียวยาหรือแนวทางรองรับ ไม่ให้มีกลุ่มใดถูกทิ้งไว้ข้างหลัง รวมถึงต้องพิจารณาถึงความมั่นคงทางการเงินของกองทุนประกันสังคมในภาพรวมประกอบด้วย

 

ต่อประเด็นเรื่องกรอบเวลาในการดำเนินการ จุลพันธ์ระบุว่าจะเร่งรัดกระบวนการให้เร็วที่สุด โดยคาดว่าจะได้รับเอกสารอย่างเป็นทางการภายในสัปดาห์นี้เพื่อเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าหารือเพิ่มเติม แต่ยังไม่ขอระบุวันที่ชัดเจนเพื่อไม่ให้เป็นการกดดันการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

ส่วนประเด็นข้อกังวลว่าจะมีผู้ได้รับบำนาญลดลงหรือไม่นั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานชี้แจงว่ายังมีข้อมูลที่แตกต่างกันจากหลายฝ่าย ซึ่งหากตรวจสอบแล้วพบว่าไม่มีผู้ได้รับผลกระทบในทางลบ หรือมีมาตรการรองรับที่เพียงพอ ก็พร้อมที่จะเดินหน้าในทันที โดยไม่จำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ขึ้นมาพิจารณาอีก เนื่องจากมีการศึกษาข้อมูลมาอย่างต่อเนื่องแล้ว สามารถใช้ดุลพินิจในฐานะรัฐมนตรีตัดสินใจได้เลย

 

สำหรับสาเหตุความล่าช้าในปัจจุบัน จุลพันธ์ชี้แจงว่าตนเองยังไม่ได้รับร่างกฎหมายดังกล่าวในมือ โดยคาดว่าอาจเกิดความล่าช้าในขั้นตอนของระบบธุรการและงานสารบรรณทางราชการ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าเรื่องนี้มีความสำคัญและจะไม่มีการเริ่มต้นร่างกฎหมายใหม่ แต่จะใช้ผลการศึกษาเดิมที่มีความสมบูรณ์อยู่แล้วมาดำเนินการต่อเพื่อความรวดเร็วในการคืนความเป็นธรรมให้กับผู้ประกันตนตามที่ได้มีการเรียกร้องมา

 

ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี พร้อมตัวแทน ยื่นหนังสือถึง จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว. แรงงาน เร่งนำ ‘บำนาญสูตร CARE’ เข้า ครม. 1ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี พร้อมตัวแทน ยื่นหนังสือถึง จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว. แรงงาน เร่งนำ ‘บำนาญสูตร CARE’ เข้า ครม. 2ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี พร้อมตัวแทน ยื่นหนังสือถึง จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว. แรงงาน เร่งนำ ‘บำนาญสูตร CARE’ เข้า ครม. 3ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี พร้อมตัวแทน ยื่นหนังสือถึง จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว. แรงงาน เร่งนำ ‘บำนาญสูตร CARE’ เข้า ครม. 4ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี พร้อมตัวแทน ยื่นหนังสือถึง จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว. แรงงาน เร่งนำ ‘บำนาญสูตร CARE’ เข้า ครม. 5ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี พร้อมตัวแทน ยื่นหนังสือถึง จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว. แรงงาน เร่งนำ ‘บำนาญสูตร CARE’ เข้า ครม. 6ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี พร้อมตัวแทน ยื่นหนังสือถึง จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว. แรงงาน เร่งนำ ‘บำนาญสูตร CARE’ เข้า ครม. 7

The post ขอ รมว. แรงงาน เร่งรัด ‘บำนาญสูตร CARE’ เข้า ครม. ช่วยเหลือผู้รับบำนาญกว่า 6 แสนคน appeared first on THE STANDARD.

]]>