กองทัพเรือสหรัฐฯ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/กองทัพเรือสหรัฐฯ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sun, 04 Oct 2026 05:48:06 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 เรือบรรทุกเครื่องบิน USS George H.W. Bush ถึงภูเก็ต หลังปฏิบัติภารกิจในตะวันออกกลางนาน 6 เดือน https://thestandard.co/uss-george-hw-bush-phuket-visit/ Sun, 04 Oct 2026 05:48:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1264035 เรือบรรทุกเครื่องบิน USS George H.W. Bush จอดเทียบท่าที่ภูเก็ต

เรือบรรทุกเครื่องบิน USS George H.W. Bush ของกองทัพเรือ […]

The post เรือบรรทุกเครื่องบิน USS George H.W. Bush ถึงภูเก็ต หลังปฏิบัติภารกิจในตะวันออกกลางนาน 6 เดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เรือบรรทุกเครื่องบิน USS George H.W. Bush จอดเทียบท่าที่ภูเก็ต

เรือบรรทุกเครื่องบิน USS George H.W. Bush ของกองทัพเรือสหรัฐอเมริกา เดินทางถึงจังหวัดภูเก็ต พร้อมเรือพิฆาตติดขีปนาวุธนำวิถี USS Delbert D. Black เพื่อแวะเยือนไทยตามกำหนดการณ์ หลังปฏิบัติภารกิจในตะวันออกกลางต่อเนื่องนาน 6 เดือน

 

วันนี้ (4 ตุลาคม) สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย ระบุว่า USS George H.W. Bush เรือบรรทุกเครื่องบิน และ USS Delbert D. Black เรือพิฆาตติดขีปนาวุธนำวิถี เดินทางถึงจังหวัดภูเก็ต ถือเป็นการแวะเทียบท่าครั้งแรกของกองเรือบรรทุกเครื่องบิน USS George H.W. Bush นับตั้งแต่ออกเดินทางจากนอร์ฟอล์ก รัฐเวอร์จิเนีย และเมย์พอร์ต รัฐฟลอริดา เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

 

ตลอดช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา กองเรือสนับสนุนได้ปฏิบัติการมหาพิโรธ (Epic Fury) และภารกิจปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ ในพื้นที่รับผิดชอบของกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เพื่อรักษาความมั่นคงและเสถียรภาพทางทะเลในตะวันออกกลาง

 

ทั้งนี้ พลเรือตรี ทอดด์ เอฟ. ซิมิคาตา (Todd F. Cimicata) ผู้บัญชาการกองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีที่ 10 ระบุว่า ผลการปฏิบัติงานและกำลังพลอยู่ในระดับยอดเยี่ยมตลอดช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา พร้อมกล่าวว่า ไทยเป็นหนึ่งในมิตรประเทศที่เก่าแก่ที่สุดของสหรัฐฯ ขณะที่การเยือนภูเก็ตครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญที่กำลังพลจะได้สัมผัสวัฒนธรรมของไทย

 

ระหว่างการเยือน ผู้บังคับบัญชาของกองเรือมีกำหนดพบกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือนและทหารของไทย เพื่อย้ำความสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ขณะที่กำลังพลจะเข้าร่วมกิจกรรมกับชุมชนในจังหวัดภูเก็ต ทั้งการท่องเที่ยวและกิจกรรมสาธารณประโยชน์ รวมถึงการแข่งขันฟุตบอลระหว่างฝ่ายสหรัฐฯ และไทย

 

ขณะเดียวกัน นาวาเอก จัสติน ที. อิสส์เลอร์ (Justin T. Issler) ผู้บังคับการเรือ USS George H.W. Bush กล่าวว่า กำลังพลปฏิบัติหน้าที่ตลอดการประจำการครั้งนี้ด้วยวินัย ความอดทน และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน โดยการแวะเยือนครั้งนี้จะเปิดโอกาสให้กำลังพลได้พัก หลังปฏิบัติภารกิจมาอย่างต่อเนื่อง

 

เขายังระบุว่า กองทัพเรือสหรัฐฯ รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้สัมผัสวัฒนธรรมไทย พบปะกับชุมชนท้องถิ่น และกระชับความสัมพันธ์กับพันธมิตรทางทะเลของไทย

 

อนึ่ง ไทยเป็นพันธมิตรที่เก่าแก่ที่สุดของสหรัฐฯ ในเอเชีย ถือเป็นพันธมิตรตามสนธิสัญญาเพียงประเทศเดียวของสหรัฐฯ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภาคพื้นทวีป โดยความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศได้รับการส่งเสริมผ่านการฝึกร่วมทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี โดยเฉพาะด้านความมั่นคงทางทะเล เช่น การฝึกคอบร้าโกลด์ และการแวะเยือนท่าเรือ

 

อนึ่ง USS George H.W. Bush เป็นเรือธงของกองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีที่ 10 โดยมีกองบินประจำเรือ Carrier Air Wing 7 ซึ่งประกอบด้วยฝูงบิน 9 ฝูงบิน รวมถึงเรือพิฆาต USS Mason, USS Ross และ USS Donald Cook

 

ภาพ: Sooppharoek Teepapan / Reuters

 

อ้างอิง:

 

The post เรือบรรทุกเครื่องบิน USS George H.W. Bush ถึงภูเก็ต หลังปฏิบัติภารกิจในตะวันออกกลางนาน 6 เดือน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดปมปริศนา USS Abraham Lincoln หลังสหรัฐฯ ยืนยัน ทหาร 8 นายพยายาม ‘ปลิดชีพ’ ในภารกิจยืดเยื้อ https://thestandard.co/uss-abraham-lincoln-sailors-suicide-mission/ Fri, 25 Sep 2026 04:26:18 +0000 https://thestandard.co/?p=1259220 ภาพเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln ของกองทัพเรือสหรัฐฯ

กองทัพเรือสหรัฐฯ กำลังเผชิญคำถามเรื่องสุขภาพจิตของกำลัง […]

The post เปิดปมปริศนา USS Abraham Lincoln หลังสหรัฐฯ ยืนยัน ทหาร 8 นายพยายาม ‘ปลิดชีพ’ ในภารกิจยืดเยื้อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln ของกองทัพเรือสหรัฐฯ

กองทัพเรือสหรัฐฯ กำลังเผชิญคำถามเรื่องสุขภาพจิตของกำลังพล หลังมีการเปิดเผยว่า ทหารเรือ 8 นายในกองเรือโจมตี USS Abraham Lincoln พยายาม ‘ปลิดชีพตนเอง’ นับตั้งแต่เริ่มภารกิจประจำการ ซึ่งครอบคลุมช่วงเวลาที่กองเรือเข้าร่วมปฏิบัติการรบกับอิหร่าน ท่ามกลางภารกิจที่ยืดเยื้อออกไปจากกำหนดเดิม ก่อนเข้าเทียบท่าที่ประเทศไทยเมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา

 

 
 

ทหารเรือ 8 นายพยายามฆ่าตัวตาย

 

เมื่อคืนนี้ (24 กันยายน) CNN รายงานโดยอ้างจดหมายของ ฮุง เกา (Hung Cao) รักษาการรัฐมนตรีกองทัพเรือสหรัฐฯ ที่ตอบคำถามของ เคิร์สเทน จิลลิแบรนด์ (Kirsten Gillibrand) วุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครต และสมาชิกคณะกรรมาธิการด้านกองทัพของวุฒิสภาว่า นับตั้งแต่เริ่มภารกิจ มีทหารเรือสหรัฐฯ พยายามปลิดชีพตนเองทั้งหมด 8 นายในกองเรือโจมตีที่มี USS Abraham Lincoln เป็นเรือบรรทุกเครื่องบินหลัก

 

อย่างไรก็ตาม ทหารทั้ง 8 นายไม่ได้ประจำการอยู่บน USS Abraham Lincoln ทั้งหมด แต่กระจายอยู่ตามเรือและหน่วยต่างๆ ที่ร่วมปฏิบัติภารกิจในกองเรือเดียวกัน ทั้งลูกเรือบน USS Abraham Lincoln กำลังพลจากกองบินประจำเรือ รวมถึงทหารที่ประจำอยู่บนเรือพิฆาตซึ่งทำหน้าที่คุ้มกันกองเรือ

 

ก่อนหน้านี้ CNN รายงานว่า มีทหารเรือ 2 นายในกองเรือ USS Abraham Lincoln กระโดดลงทะเลในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยรายหนึ่งประจำการอยู่บน USS Abraham Lincoln ส่วนอีกรายอยู่บนเรือลำอื่นในกองเรือ ซึ่งเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า ทั้งสองคนได้รับการช่วยเหลือกลับมาได้

 

ในจดหมายถึงจิลลิแบรนด์ เกายังระบุรายละเอียดว่า ช่วงต้นเดือนสิงหาคม ทหารเรือรายหนึ่งจากกองบินประจำเรือ พยายามลงจาก USS Abraham Lincoln ก่อนได้รับการช่วยเหลือกลับขึ้นมาอย่างรวดเร็ว รวมถึงมีการรักษาจากหน่วยแพทย์บนเรือในเวลาต่อมา

 

นอกจากนี้ ในเดือนมีนาคม ยังมีทหารเรืออีกรายพยายามลงจากเรือ แต่เพื่อนร่วมงานสามารถหยุดไว้ได้ ก่อนที่ทหารรายดังกล่าวจะได้รับการดูแลทางการแพทย์ทันที และถูกส่งกลับฐานประจำการในเวลาต่อมา

 

น่าสนใจว่า เจ้าหน้าที่ทหารสหรัฐฯ รายหนึ่งให้ข้อมูลกับ CNN ว่า ความพยายามปลิดชีพ 8 ครั้งถือเป็นตัวเลขที่ ‘สูงมาก’ หากมองในบริบทของการประจำการของกองเรือบรรทุกเครื่องบิน โดยระบุว่า ภารกิจของกองเรือในช่วงหลังมักพบเหตุลักษณะดังกล่าวประมาณ 1-2 ครั้งต่อปี

 

เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวยังชี้ว่า การปฏิบัติการรบสร้างแรงกดดันต่อกำลังพลมากกว่าการประจำการทั่วไป ทั้งจากการต้องอยู่ในภาวะเตรียมพร้อมอย่างต่อเนื่อง และการขาดโอกาสแวะเทียบท่าเพื่อพักจากภารกิจในทะเล

 

อย่างไรก็ตาม หากเปรียบเทียบในเชิงสัดส่วนกับกำลังพลกองทัพเรือสหรัฐฯ ทั้งหมด CNN ระบุว่า อัตราความพยายามปลิดชีพในกองเรือ USS Abraham Lincoln อยู่ในระดับใกล้เคียงกับภาพรวมของกำลังพลประจำการกองทัพเรือในปี 2024 ซึ่งเป็นปีล่าสุดที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เปิดเผยข้อมูล

 

ในปีดังกล่าว มีรายงานว่า ในบรรดากำลังพลกองทัพเรือ 337,000 นาย มีความพยายามปลิดชีพ 356 ครั้ง ทำให้ตัวเลข 8 ครั้งเพียงอย่างเดียว ยังไม่สามารถใช้สรุปได้ว่า กองเรือ USS Abraham Lincoln มีอัตราความพยายามปลิดชีพสูงกว่ากองทัพเรือสหรัฐฯ โดยรวม

 

ลูกเรือเผยขวัญกำลังใจต่ำ-สิ่งอำนวยความสะดวกมีปัญหา

 

ก่อนหน้านี้ CNN และ NBC News เคยรายงานข้อกังวลของกำลังพลและครอบครัวถึงสภาพความเป็นอยู่บนเรือ USS Abraham Lincoln หลังภารกิจถูกขยายออกไปอย่างต่อเนื่อง โดยลูกเรือรายหนึ่งให้สัมภาษณ์กับ CNN ว่า ขวัญกำลังใจบนเรืออยู่ในระดับต่ำมาก และเขาได้ยินเรื่องเพื่อนร่วมงานมีความคิดปลิดชีพตนเองอยู่หลายครั้ง

 

นอกจากแรงกดดันจากการปฏิบัติหน้าที่เป็นเวลานานแล้ว ลูกเรือยังเผชิญปัญหาเกี่ยวกับสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน โดยห้องน้ำและจุดบริการน้ำดื่มหลายแห่งบนเรือต้องปิดใช้งานบ่อยครั้ง ขณะที่บางช่วงไม่มีน้ำร้อนใช้

 

ลูกเรือรายดังกล่าวยังเล่าถึงช่วงเวลาก่อนมีคำสั่งให้ USS Abraham Lincoln เดินทางกลับซานดิเอโกว่า ในแต่ละวันกำลังพลต่างเฝ้ารอฟังการประกาศจากกัปตันเรือ ด้วยความหวังว่า จะได้รับข่าวเกี่ยวกับกำหนดการเดินทางกลับบ้าน

 

ขณะที่ทหารเรือรายอื่นที่ให้สัมภาษณ์กับ CNN ระบุว่า สภาพการประจำการครั้งนี้แตกต่างจากภารกิจก่อนหน้าของพวกเขาอย่างมาก โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือ การที่เรือไม่สามารถแวะเทียบท่าในประเทศพันธมิตรได้ตามปกติ เนื่องจากต้องปฏิบัติการรบอย่างต่อเนื่อง

 

กองทัพเรือยืนยันมีทีมดูแลสุขภาพจิต

 

ในช่วงที่ผ่านมา กองทัพเรือสหรัฐฯ เคยยืนยันว่า ยังไม่พบแนวโน้มการปลิดชีพบนเรือ USS Abraham Lincoln พร้อมระบุว่า ทางการให้ความสำคัญกับสุขภาวะของกำลังพลทุกคน โดยเจ้าหน้าที่เคยให้ข้อมูลกับ CNN ว่า กองทัพเรือไม่เชื่อว่า การอยู่บนเรือเป็นเวลานานจะสัมพันธ์กับความคิดทำร้ายตนเอง พร้อมย้ำว่า เหตุการณ์คนตกเรือเกิดขึ้นทั่วไป ไม่ใช่แค่เฉพาะ USS Abraham Lincoln

 

อนึ่ง เการะบุในจดหมายว่า USS Abraham Lincoln มีอนุศาสนาจารย์ 5 คน นักจิตวิทยา 1 คน นักสังคมสงเคราะห์คลินิก 1 คน เจ้าหน้าที่ด้านสุขภาพพฤติกรรม 3 คน ที่ปรึกษาด้านการป้องกันแบบบูรณาการ 1 คน รวมถึงสุนัขช่วยเหลือสำหรับภารกิจอีก 1 ตัว เพื่อสนับสนุนสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ของกำลังพล

 

อย่างไรก็ตาม การเปิดเผยตัวเลขความพยายามปลิดชีพทั้ง 8 ครั้ง ทำให้จิลลิแบรนด์ออกมาแสดงความกังวลต่อสภาพความเป็นอยู่ของกำลังพล โดยระบุว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้น กำลัง ‘ร้ายแรง’ และ ‘ย่ำแย่ลง’ พร้อมวิจารณ์รัฐบาลที่ไม่ให้ความสำคัญกับการดูแลกำลังพลมากเพียงพอ

 

ภาพ: Chalinee Thirasupa / Reuters

 

อ้างอิง:

 

The post เปิดปมปริศนา USS Abraham Lincoln หลังสหรัฐฯ ยืนยัน ทหาร 8 นายพยายาม ‘ปลิดชีพ’ ในภารกิจยืดเยื้อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
คืนแรกทัพเรือสหรัฐฯ ขึ้นฝั่งพัทยา ไทยจัดกำลังเจ้าหน้าที่ 200 นายดูแลความปลอดภัย-ย้ำกฎเหล็กโซนห้ามเข้า https://thestandard.co/us-navy-pattaya-security-off-limits/ Thu, 03 Sep 2026 01:57:55 +0000 https://thestandard.co/?p=1250069 กำลังพลทหารเรือสหรัฐฯ เดินทางท่องเที่ยวในย่านวอล์กกิ้งสตรีท พัทยา ท่ามกลางบรรยากาศยามค่ำคืนที่คึกคัก

ภายหลังจากที่เรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส อับราฮัม ลิน […]

The post คืนแรกทัพเรือสหรัฐฯ ขึ้นฝั่งพัทยา ไทยจัดกำลังเจ้าหน้าที่ 200 นายดูแลความปลอดภัย-ย้ำกฎเหล็กโซนห้ามเข้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
กำลังพลทหารเรือสหรัฐฯ เดินทางท่องเที่ยวในย่านวอล์กกิ้งสตรีท พัทยา ท่ามกลางบรรยากาศยามค่ำคืนที่คึกคัก

ภายหลังจากที่เรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น (USS Abraham Lincoln: CVN-72) ได้เดินทางเข้าเทียบท่า ณ ท่าเทียบเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี พร้อมกับกำลังพลกองทัพเรือสหรัฐฯ กว่า 5,000 นาย ซึ่งมีกำหนดจอดเทียบท่าระหว่างวันที่ 2–6 กันยายน 2569 เพื่อพักผ่อน ฟื้นฟูกำลังพล และรับการส่งกำลังบำรุงนั้น

 

ค่ำคืนวันนี้ (2 กันยายน) ช่างภาพข่าว THE STANDARD ได้ลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศยามค่ำคืนในย่านท่องเที่ยวสำคัญของเมืองพัทยา ได้แก่ ซอย 6, ซอยบัวขาว, วอล์กกิ้งสตรีท (Walking Street) และบริเวณชายหาด พบว่าบรรยากาศในคืนแรกเป็นไปอย่างคึกคัก ผู้ประกอบการร้านค้าและสถานบันเทิงต่างเปิดให้บริการเต็มรูปแบบเพื่อต้อนรับผู้มาเยือน

 

ขณะเดียวกัน เมืองพัทยาได้บูรณาการความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครอง จัดวางกำลังเจ้าหน้าที่มากกว่า 200 นาย กระจายตัวดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้กับกำลังพลทหารเรือสหรัฐฯ รวมถึงนักท่องเที่ยวทั่วไปตลอดช่วง 4 วันนี้

 

ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เปิดเผยว่า ขณะนี้สปอตไลต์จากทั้งชาวไทยและต่างชาติกำลังจับตามาที่พัทยา ในฐานะหมุดหมายสำคัญที่ทหารอเมริกันเลือกมาพักผ่อน ประโยชน์ประการแรกที่จะเกิดขึ้นคือการกระจายรายได้ โดยคาดการณ์ว่ากำลังพลหนึ่งนายจะมีการใช้จ่ายอย่างน้อย 100-150 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท

 

นอกจากนี้ การมาเยือนครั้งนี้ยังเป็นโอกาสดีที่จะได้ถ่ายทอดภาพลักษณ์การพัฒนาเมืองพัทยาสู่สายตาชาวโลก ทั้งเรื่องความสะอาด ทางเท้า และภูมิทัศน์ที่ทันสมัยมากขึ้น นายกเมืองพัทยาจึงได้กำชับให้ผู้ประกอบการให้การต้อนรับอย่างดี รักษามาตรฐานการบริการ และคิดราคาที่เป็นธรรม เพื่อสร้างความประทับใจในระยะยาว

 

อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการป้องกันเหตุอาชญากรรม รักษาความปลอดภัย และรักษาภาพลักษณ์ของกองทัพ ทางกองทัพเรือสหรัฐฯ ได้มีมาตรการเชิงรุกในการกำหนดระเบียบและพื้นที่ที่กำลังพลไม่ได้รับอนุญาตให้เข้า (Off-limits) อย่างชัดเจน

 

  • พื้นที่ล่อแหลม: ห้ามเข้า ซอย 6, ซอย 6/1 และซอย 7 เนื่องจากมีบาร์เบียร์หนาแน่น อาจกระทบต่อภาพลักษณ์ของกำลังพล
  • ร้านจำหน่ายกัญชาและร้านขายยา: ห้ามเข้าใช้บริการโดยเด็ดขาด (สำหรับยาบางประเภทตามกฎหมายสหรัฐฯ ต้องมีใบรับรองแพทย์เท่านั้น)
  • กิจกรรมทางน้ำ: ห้ามเข้าร่วมกิจกรรมทางน้ำต่างๆ เพื่อความปลอดภัย

 

สำหรับพื้นที่สถานบันเทิงหลักอย่าง วอล์กกิ้งสตรีท (Walking Street) กำลังพลสามารถเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวได้ตามปกติ แต่จะต้องอยู่ภายใต้กรอบเวลาที่กำหนด และต้องเดินทางออกจากพื้นที่ภายในเวลา 02.00 น. อย่างเคร่งครัด

 

กำลังพลทหารเรือสหรัฐฯ เดินทางท่องเที่ยวในย่านวอล์กกิ้งสตรีท พัทยา ท่ามกลางบรรยากาศยามค่ำคืนที่คึกคัก 1กำลังพลทหารเรือสหรัฐฯ เดินทางท่องเที่ยวในย่านวอล์กกิ้งสตรีท พัทยา ท่ามกลางบรรยากาศยามค่ำคืนที่คึกคัก 2กำลังพลทหารเรือสหรัฐฯ เดินทางท่องเที่ยวในย่านวอล์กกิ้งสตรีท พัทยา ท่ามกลางบรรยากาศยามค่ำคืนที่คึกคัก 3กำลังพลทหารเรือสหรัฐฯ เดินทางท่องเที่ยวในย่านวอล์กกิ้งสตรีท พัทยา ท่ามกลางบรรยากาศยามค่ำคืนที่คึกคัก 4กำลังพลทหารเรือสหรัฐฯ เดินทางท่องเที่ยวในย่านวอล์กกิ้งสตรีท พัทยา ท่ามกลางบรรยากาศยามค่ำคืนที่คึกคัก 5กำลังพลทหารเรือสหรัฐฯ เดินทางท่องเที่ยวในย่านวอล์กกิ้งสตรีท พัทยา ท่ามกลางบรรยากาศยามค่ำคืนที่คึกคัก 6กำลังพลทหารเรือสหรัฐฯ เดินทางท่องเที่ยวในย่านวอล์กกิ้งสตรีท พัทยา ท่ามกลางบรรยากาศยามค่ำคืนที่คึกคัก 7กำลังพลทหารเรือสหรัฐฯ เดินทางท่องเที่ยวในย่านวอล์กกิ้งสตรีท พัทยา ท่ามกลางบรรยากาศยามค่ำคืนที่คึกคัก 8กำลังพลทหารเรือสหรัฐฯ เดินทางท่องเที่ยวในย่านวอล์กกิ้งสตรีท พัทยา ท่ามกลางบรรยากาศยามค่ำคืนที่คึกคัก 9กำลังพลทหารเรือสหรัฐฯ เดินทางท่องเที่ยวในย่านวอล์กกิ้งสตรีท พัทยา ท่ามกลางบรรยากาศยามค่ำคืนที่คึกคัก 10กำลังพลทหารเรือสหรัฐฯ เดินทางท่องเที่ยวในย่านวอล์กกิ้งสตรีท พัทยา ท่ามกลางบรรยากาศยามค่ำคืนที่คึกคัก 11กำลังพลทหารเรือสหรัฐฯ เดินทางท่องเที่ยวในย่านวอล์กกิ้งสตรีท พัทยา ท่ามกลางบรรยากาศยามค่ำคืนที่คึกคัก 12กำลังพลทหารเรือสหรัฐฯ เดินทางท่องเที่ยวในย่านวอล์กกิ้งสตรีท พัทยา ท่ามกลางบรรยากาศยามค่ำคืนที่คึกคัก 13กำลังพลทหารเรือสหรัฐฯ เดินทางท่องเที่ยวในย่านวอล์กกิ้งสตรีท พัทยา ท่ามกลางบรรยากาศยามค่ำคืนที่คึกคัก 14

The post คืนแรกทัพเรือสหรัฐฯ ขึ้นฝั่งพัทยา ไทยจัดกำลังเจ้าหน้าที่ 200 นายดูแลความปลอดภัย-ย้ำกฎเหล็กโซนห้ามเข้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทัพเรือสหรัฐฯ เปิดตัวโครงการ Pacific Partnership ปีนี้ เน้นภารกิจมนุษยธรรมในอาเซียน แจงเกณฑ์คัดเลือกลงพื้นที่ https://thestandard.co/pacific-partnership-humanitarian-asean/ Sat, 20 Jun 2026 05:21:20 +0000 https://thestandard.co/?p=1220926 ภาพมุมสูงหมู่บ้านถูกน้ำท่วม

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ จัดการแถลงข่าวออนไลน์เกี่ยวก […]

The post ทัพเรือสหรัฐฯ เปิดตัวโครงการ Pacific Partnership ปีนี้ เน้นภารกิจมนุษยธรรมในอาเซียน แจงเกณฑ์คัดเลือกลงพื้นที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพมุมสูงหมู่บ้านถูกน้ำท่วม

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ จัดการแถลงข่าวออนไลน์เกี่ยวกับโครงการ Pacific Partnership ซึ่งเป็นภารกิจด้านมนุษยธรรมและการช่วยเหลือพลเรือนทางทะเลที่ใหญ่ที่สุดของกองทัพเรือสหรัฐฯ ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก โดยปีนี้ภารกิจจะมีการดำเนินการในเวียดนาม, อินโดนีเซีย, ติมอร์-เลสเต, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, ฟิจิ และปาเลา พร้อมตอบคำถามสื่อมวลชนจากหลายประเทศในหลายประเด็น เช่น เกณฑ์การเลือกประเทศ และความกังวลเกี่ยวกับการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างจีนและสหรัฐฯ ในภูมิภาค

 

ก่อนอื่นเราไปทำความรู้จักก่อนว่าโครงการ Pacific Partnership คืออะไรและมีเป้าหมายอย่างไร?

 

Pacific Partnership คือภารกิจประจำปีของกองทัพเรือสหรัฐฯ ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกที่เน้นการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการช่วยเหลือพลเรือนในการรับมือภัยพิบัติต่างๆ โดยจุดเริ่มต้นของโครงการนี้มาจากการถอดบทเรียนเหตุการณ์สึนามิในช่วงปลายปี 2004 ที่ชี้ให้เห็นว่า แต่ละประเทศไม่ควรเผชิญหน้ากับภัยพิบัติเพียงลำพัง จึงก่อตั้งโครงการนี้ขึ้นในปี 2006 และปีนี้ (2026) ถือเป็นปีครบรอบ 20 ปีของโครงการ

 

เป้าหมายสำคัญของ Pacific Partnership คือการสร้างและสานสัมพันธ์ระหว่างประเทศในภูมิภาค ตลอดจนเสริมสร้างความร่วมมือและยกระดับความพร้อมและการฟื้นตัวจากภัยพิบัติ (Disaster Preparedness & Resilience)

 

อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวถูกมองเป็นเครื่องมือในการขยายอิทธิพลของสหรัฐฯ ในภูมิภาคในเชิงการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์กับจีน

 

การแถลงข่าวครั้งนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งให้ข้อมูลโดย นาวาเอก โรเบิร์ต เรเยส ผู้บัญชาการภารกิจ (Mission Commander) จากกองทัพเรือสหรัฐฯ และพันเอก อแลง ลาเฟรนิแยร์ รองผู้บัญชาการภารกิจ (Deputy Mission Commander) จากกองทัพแคนาดา ถือเป็นการเปิดตัวโครงการประจำปีนี้ ซึ่งมีระยะเวลาดำเนินภารกิจนาน 5 เดือน ครอบคลุม 7 ประเทศ ได้แก่ เวียดนาม, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, ติมอร์-เลสเต,​ ฟิจิ และปาเลา โดยจะสังเกตเห็นว่าโฟกัสไปที่กลุ่มประเทศในอาเซียนหรือภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นหลัก

 

ในช่วงเปิดโอกาสให้ถามคำถาม นักข่าวจาก South China Morning Post ถามว่าทำไมปีนี้กองทัพเรือสหรัฐฯ จึงเน้นไปที่กลุ่มประเทศอาเซียน สิ่งนี้สะท้อนถึงความสำคัญของภูมิภาคนี้อย่างไร

 

นาวาเอก เรเยส ชี้แจงเหตุผลว่า การคัดเลือกประเทศเพื่อลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจนั้นยึดหลักการทำงานร่วมกับประเทศเจ้าบ้านเป็นสำคัญ กล่าวคือ “ต้องได้รับการร้องขอและรับเชิญอย่างเป็นทางการจากประเทศเจ้าบ้านเท่านั้น”

 

นาวาเอก เรเยส ระบุว่า กิจกรรมและปฏิบัติการทั้งหมดที่เกิดขึ้นในแต่ละประเทศ จะถูกคัดเลือกและกำหนดตามความต้องการของประเทศเจ้าบ้านเป็นหลัก สหรัฐฯ จะไม่บังคับทำในสิ่งที่ประเทศนั้นๆ ไม่ต้องการ

 

นอกจากนี้ยังมีเกณฑ์การสลับพื้นที่เป็นรายปี (ปีคู่-ปีคี่) เนื่องจากข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์ ด้วยภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกเป็นภูมิภาคที่กว้างใหญ่ กองทัพเรือสหรัฐฯ ไม่สามารถเดินทางไปเยือนครบทุกประเทศได้ในแต่ละปี ทำให้ต้องวางแนวทางการบริหารจัดการภารกิจในช่วงทศวรรษ์ที่ผ่านมา โดยแบ่งเป็นปีเลขคู่ (เช่น ปี 2026 นี้) จะมุ่งเน้นไปที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นหลัก ซึ่งปีนี้มีจุดจอดหลักใน เวียดนาม, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ และปีเลขคี่ จะโฟกัสไปที่ภูมิภาคโอเชียเนีย (Oceania) หรือกลุ่มประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก

 

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการสลับปี แต่ในบางประเทศที่มีความจำเป็นเร่งด่วน หรือมีโครงการที่ต้องทำอย่างต่อเนื่องยาวนาน (Enduring Efforts) โครงการก็จะมีบุคลากรและทรัพยากรเข้าไปปฏิบัติภารกิจอยู่อย่างสม่ำเสมอ เช่น ฟิจิ และปาเลา ในปีนี้

 

นาวาเอก เรเยส ย้ำว่าการเลือกประเทศเหล่านี้เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองต่อ “สัญญาณความต้องการ (Demand Signal)” ของประเทศในภูมิภาค ซึ่งทุกประเทศต่างกระตือรือร้นและยินดีที่จะให้โครงการ Pacific Partnership เข้าไปจัดกิจกรรมในพื้นที่ของตน เพื่อร่วมกันเตรียมความพร้อมรับมือวิกฤตภัยพิบัติ

 

ส่วนคำถามจาก THE STANDARD ถามไปว่า หลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พยายามหลีกเลี่ยงการเลือกข้างท่ามกลางการแข่งขันของมหาอำนาจ ความคิดริเริ่มต่างๆ อย่างโครงการ Pacific Partnership จะสามารถสนับสนุนเป้าหมายของอาเซียนในการรักษาความเป็นอิสระทางยุทธศาสตร์ (Strategic Autonomy) พร้อมๆ กับการกระชับความร่วมมือกับสหรัฐอเมริกาให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นได้อย่างไร

 

นาวาเอก เรเยส ได้ชี้แจงเพื่อลดความกังวลในประเด็นการเมืองระหว่างประเทศ โดยเน้นย้ำว่า หัวใจและแก่นแท้ของ Pacific Partnership มุ่งเน้นไปที่เรื่อง “การเตรียมความพร้อมและการรับมือภัยพิบัติ” เท่านั้น กิจกรรมทั้งหมดจึงขับเคลื่อนภายใต้ 4 แนวทางหลัก คือ ด้านการแพทย์ วิศวกรรม การเข้าถึงชุมชน และการจัดการภัยพิบัติ (ซึ่งเป็นรากฐานของทุกด้าน)

 

การโฟกัสเฉพาะเรื่องมนุษยธรรมนี้ ทำให้ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจริงคือ “ความร่วมมือและช่วยเหลือเกื้อกูลกัน” ระหว่างสหรัฐฯ ประเทศเจ้าบ้าน และประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค ซึ่งความร่วมมือในลักษณะนี้ เป็นสิ่งที่มีจุดมุ่งหมายสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของอาเซียนโดยตรง (ไม่ได้เป็นการบังคับให้เลือกข้างทางการเมือง แต่เป็นการร่วมมือเพื่อความปลอดภัยของประชาชนในภูมิภาค)

 

นอกจากนี้ยังมีคำถามเกี่ยวกับแนวทางการรับมือภัยพิบัติที่เป็นรูปธรรม จากประเทศที่เผชิญวิกฤตธรรมชาติครั้งใหญ่ในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นอินโดนีเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์

 

Kompas Daily และ Kompas TV จากอินโดนีเซียได้หยิบยกบทเรียนจากเหตุอุทกภัยและดินถล่มครั้งรุนแรงในเกาะสุมาตราขึ้นมาหารือ ซึ่งทางกองทัพเรือสหรัฐฯ ได้กล่าวชื่นชมศักยภาพในการพึ่งพาตนเองของอินโดนีเซีย พร้อมระบุว่าภารกิจในปีนี้จะเน้นการฝึกภาคสนามและการแลกเปลี่ยนความรู้เฉพาะทาง เช่น การอพยพผู้ป่วย รวมถึงการเยียวยาบาดแผลทางจิตใจ (PTSD) ในกลุ่มเด็กและเยาวชน ผ่านความร่วมมือกับองค์กรท้องถิ่นและหน่วยอนุศาสนาจารย์ เพื่อสร้างกลไกการดูแลที่ยั่งยืนแม้เสร็จสิ้นภารกิจ

 

ส่วนสื่อเวียดนาม (VnExpress) และฟิลิปปินส์ (TV5) ได้สะท้อนความกังวลต่อภัยธรรมชาติที่รุนแรง โดยทางโครงการได้เน้นย้ำความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นและมุ่งยกระดับขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่ด่านหน้าในการค้นหาและกู้ภัยในเขตเมือง (Urban Search and Rescue) เพื่อจำลองสถานการณ์รับมือแผ่นดินไหวรุนแรง และลดความเสี่ยงต่อวิกฤตด้านมนุษยธรรมในอนาคต

 

นอกจากประเด็นด้านการบรรเทาภัยพิบัติโดยตรงแล้ว South China Morning Post ในฮ่องกงยังได้สอบถามถึงบทบาทการดำเนินงานด้านมนุษยธรรมของสหรัฐฯ หลังจากที่มีการปิดตัวสำนักงาน USAID ไปก่อนหน้านี้ ซึ่งทางผู้บัญชาการภารกิจชี้แจงว่า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ (State Department) ได้เข้ามารับไม้ต่อในการควบรวมหน้าที่ดังกล่าวอย่างไร้รอยต่อ โดยประสานงานร่วมกับกองทัพเรือและประเทศเจ้าบ้านอย่างใกล้ชิด

 

ขณะที่นักข่าวจาก The Fiji Times ของฟิจิ ได้สอบถามถึงความเป็นไปได้ในการขยายกรอบความร่วมมือไปสู่การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและปัญหายาเสพติด ซึ่งทางกองทัพเรือสหรัฐฯ ชี้แจงอย่างชัดเจนว่า โครงการ Pacific Partnership นี้จะเน้นไปที่ภารกิจเพื่อมนุษยธรรมและการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติเท่านั้น ส่วนประเด็นความมั่นคงทางทะเลด้านอื่นๆ จะแยกไปอยู่ภายใต้การดูแลของหน่วยงานเฉพาะทางของรัฐบาลสหรัฐฯ

 

ภาพ: Aditya Irawan / NurPhoto via Getty Images

The post ทัพเรือสหรัฐฯ เปิดตัวโครงการ Pacific Partnership ปีนี้ เน้นภารกิจมนุษยธรรมในอาเซียน แจงเกณฑ์คัดเลือกลงพื้นที่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทรัมป์สั่ง “ยิงและสังหาร” เรือวางทุ่นระเบิดอิหร่านทุกลำ อ้างคุมช่องแคบฮอร์มุซได้แล้ว https://thestandard.co/trump-orders-shoot-iran-boats-hormuz/ Fri, 24 Apr 2026 03:21:20 +0000 https://thestandard.co/?p=1200740 โดนัลด์ ทรัมป์ แถลงการณ์ถึงสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้สั่งการให้กอ […]

The post ทรัมป์สั่ง “ยิงและสังหาร” เรือวางทุ่นระเบิดอิหร่านทุกลำ อ้างคุมช่องแคบฮอร์มุซได้แล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
โดนัลด์ ทรัมป์ แถลงการณ์ถึงสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้สั่งการให้กองทัพเรือสหรัฐฯ “ยิงและสังหาร” เรือของอิหร่านทุกลำที่วางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซอย่างเด็ดขาด ขณะที่สหรัฐฯ ก็กำลังเร่งปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่ดังกล่าวอย่างเต็มกำลัง โดยทรัมป์อ้างว่า สหรัฐฯ สามารถควบคุมช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างเบ็ดเสร็จ และมาตรการปิดล้อมของสหรัฐฯ นั้นได้ผล 100% จนทำให้อิหร่านไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้

 

สหรัฐฯ ได้เริ่มการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านตั้งแต่กลางเดือนเมษายน โดยสกัดกั้นและสั่งให้เรือที่เชื่อมโยงกับอิหร่านหันหลังกลับไปแล้วหลายสิบลำ รวมถึงมีการบุกขึ้นตรวจค้นเรือที่บรรทุกน้ำมันของอิหร่าน เช่น เรือ M/T Majestic X ในมหาสมุทรอินเดีย

 

ขณะที่อิหร่านก็ได้ยึดเรือพาณิชย์ต่างชาติในบริเวณช่องแคบ โดยอ้างว่าละเมิดกฎระเบียบทางทะเล เช่น เรือ MSC Francesca และ Epaminondas พร้อมทั้งอ้างสิทธิ์เหนือเส้นทางน้ำและเริ่มเก็บค่าผ่านทางจากเรือที่สัญจรไปมา

 

สถานะการหยุดยิงและการเจรจา

 

สหรัฐฯ ได้ขยายเวลาการหยุดยิงชั่วคราวออกไปตามคำขอของปากีสถานเพื่อให้เวลาอิหร่านในการจัดทำข้อเสนอเพื่อยุติสงคราม แต่สหรัฐฯ ยังคงไม่ยกเลิกมาตรการปิดล้อมทางทะเล ขณะที่อิหร่านตั้งเงื่อนไขว่าจะต้อง ‘ยกเลิก’ การปิดล้อมก่อนจึงจะยอมกลับเข้าสู่การเจรจาและเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

 

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ได้ ‘ปฏิเสธ’ ข้อเสนอเปิดช่องแคบของอิหร่าน โดยยืนยันว่าจะเปิดก็ต่อเมื่อบรรลุข้อตกลงกันแล้วเท่านั้น

 

ทรัมป์กล่าวอ้างว่า ผู้นำของอิหร่านกำลังเกิดความแตกแยกและต่อสู้กันเองระหว่างกลุ่มสายแข็งและสายกลาง แต่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่าน รวมถึงประธานาธิบดีและรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ได้ออกมาปฏิเสธอย่างแข็งขัน พร้อมยืนยันถึง ‘ความสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน’ ในการต่อต้านสหรัฐฯ

 

ทั้งนี้ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านได้เสียชีวิตลงจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล และผู้ที่มารับตำแหน่งแทนคือ โมจตาบา คาเมเนอี ลูกชายของเขาซึ่งยังไม่เคยปรากฏตัวต่อสาธารณชนเลยนับตั้งแต่รับตำแหน่ง

 

การปิดช่องแคบฮอร์มุซส่งผลให้ราคาน้ำมันทั่วโลกพุ่งสูงขึ้น ซึ่งสร้างแรงกดดันทางการเมืองต่อทรัมป์ในประเทศ ในขณะเดียวกันเศรษฐกิจของอิหร่านก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักเช่นกัน ทางด้านอิสราเอลได้ประกาศว่า ‘พร้อมที่จะกลับมาทำสงคราม’ เพื่อกำจัดระบอบของคาเมเนอีให้สิ้นซาก ซึ่งขณะนี้กำลังรอสัญญาณไฟเขียวจากสหรัฐฯ

 

แฟ้มภาพ: Nazanin Tabatabaee / WANA via Reuters

 

อ้างอิง:

The post ทรัมป์สั่ง “ยิงและสังหาร” เรือวางทุ่นระเบิดอิหร่านทุกลำ อ้างคุมช่องแคบฮอร์มุซได้แล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
เพนตากอนสั่งปลดฟ้าผ่า รมว. ทบวงทหารเรือ กลางสงครามอิหร่าน เกิดอะไรขึ้น https://thestandard.co/pentagon-fires-navy-secretary-iran/ Thu, 23 Apr 2026 05:03:58 +0000 https://thestandard.co/pentagon-fires-navy-secretary-iran/ เรือรบ สหรัฐฯ ปฏิบัติภารกิจในภูมิภาค ตะวันออกกลาง ท่ามกลางความตึงเครียด

พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา ได้ส […]

The post เพนตากอนสั่งปลดฟ้าผ่า รมว. ทบวงทหารเรือ กลางสงครามอิหร่าน เกิดอะไรขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
เรือรบ สหรัฐฯ ปฏิบัติภารกิจในภูมิภาค ตะวันออกกลาง ท่ามกลางความตึงเครียด

พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา ได้สั่งปลด จอห์น ฟีแลน ออกจากตำแหน่ง รัฐมนตรีทบวงทหารเรือผ่านการโทรศัพท์แจ้งเพียงไม่กี่นาที ก่อนที่โฆษกเพนตากอนจะโพสต์ประกาศลงบนโซเชียลมีเดียเมื่อวานนี้ (22 เมษายน) โดยแต่งตั้ง ฮุง เกา (Hung Cao) ปลัดทบวงทหารเรือและทหารผ่านศึกที่มีประสบการณ์ในกองทัพเรือกว่า 30 ปี ซึ่งเป็นผู้มีความใกล้ชิดกับเฮกเซธ ขึ้นเป็นรักษาการแทน

 

สาเหตุของความขัดแย้ง

 

เฮกเซธและ สตีฟ ไฟน์เบิร์ก รัฐมนตรีช่วยกลาโหม มองว่า ฟีแลนขับเคลื่อนนโยบายการต่อเรือของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ไม่รวดเร็วพอ อีกทั้งฟีแลนเองก็มีจุดอ่อนในสายตาหลายๆ คนจากการที่ไม่เคยรับราชการทหารมาก่อน

 

นอกจากนี้ ฟีแลนยังมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับทรัมป์อย่างมาก และมักพูดคุยเรื่องนโยบายกันโดยตรง ซึ่งรวมถึงการนำเสนอแนวคิดเรื่องเรือรบแบบใหม่ต่อทรัมป์ โดยข้ามขั้นตอนการรายงานต่อเฮกเซธ ทำให้ผู้นำเพนตากอนเกิดความไม่พอใจ

 

ก่อนหน้านี้ เฮกเซธและไฟน์เบิร์กได้พยายามลดทอนอำนาจของฟีแลน โดยการตั้งผู้รับผิดชอบพิเศษด้านการจัดหาเรือดำน้ำให้รายงานตรงต่อไฟน์เบิร์กแทน และเฮกเซธยังได้ปลดหัวหน้าคณะทำงานของฟีแลนออกไปเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

 

การปลดครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดที่กองทัพเรือสหรัฐฯ กำลังใช้เรือรบกว่า 15 ลำ ปฏิบัติภารกิจปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรือของอิหร่านในตะวันออกกลาง อีกทั้งยังเกิดขึ้นระหว่างการประชุมใหญ่ประจำปีของกองทัพเรือ และเพียงหนึ่งวันหลังจากการเปิดเผยคำของบประมาณกลาโหม ซึ่งรวมถึงงบต่อเรือมูลค่า 6.58 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

การถอดถอนฟีแลนถือเป็นส่วนหนึ่งของกระแส ‘การกวาดล้างครั้งใหญ่’ ในเพนตากอน โดยเขาเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนที่ 34 ในเพนตากอนที่ถูกเฮกเซธสั่งปลด ท่ามกลางความขัดแย้งและการปลดนายทหารระดับสูงอีกหลายนายอย่างต่อเนื่อง

 

นักวิเคราะห์มองว่า การกวาดล้างครั้งใหญ่นี้เกิดขึ้นเพราะเฮกเซธและทีมบริหารมองว่า เพนตากอนเป็นแหล่งรวมของกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐและนายทหารระดับสูงที่ยึดติดกับระบบเดิม ที่มักถูกเรียกว่า ‘Deep State’ หรือกลุ่มผลประโยชน์ในระบบงานของรัฐ พวกเขาเชื่อว่า คนกลุ่มนี้เป็นอุปสรรคต่อการนำนโยบายใหม่ของรัฐบาลมาปฏิบัติ โดยเฉพาะการปฏิรูปโครงสร้างกองทัพที่ล่าช้า อีกทั้งยังเป็นการจัดระเบียบโครงสร้างและรวมศูนย์อำนาจใหม่ในเพนตากอน

 

แฟ้มภาพ: Jessica Koscielniak / Reuters

อ้างอิง:

 

The post เพนตากอนสั่งปลดฟ้าผ่า รมว. ทบวงทหารเรือ กลางสงครามอิหร่าน เกิดอะไรขึ้น appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองทัพเรือสหรัฐฯ อาจคุ้มกันเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซร่วมกับพันธมิตรนานาชาติ https://thestandard.co/us-navy-hormuz-escort-allies/ Fri, 13 Mar 2026 05:39:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1187077 เรือรบของ กองทัพเรือ สหรัฐฯ แล่นผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ ในภารกิจคุ้มกันเรือสินค้า

สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เปิดเผยในการให้สัมภ […]

The post กองทัพเรือสหรัฐฯ อาจคุ้มกันเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซร่วมกับพันธมิตรนานาชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เรือรบของ กองทัพเรือ สหรัฐฯ แล่นผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ ในภารกิจคุ้มกันเรือสินค้า

สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เปิดเผยในการให้สัมภาษณ์กับ Sky News ว่า กองทัพเรือสหรัฐฯ อาจเข้ามามีบทบาทในภารกิจคุ้มกันเรือสินค้าให้แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย โดยร่วมมือกับพันธมิตรนานาชาติ แต่อยู่ภายใต้เงื่อนไขว่า สถานการณ์ทางทหารต้องเอื้ออำนวยด้วย

 

เขาให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า แผนการคุ้มกันเรือดังกล่าวจะสามารถดำเนินการได้ทันที เมื่อสหรัฐฯ สามารถ “ควบคุมน่านฟ้าได้อย่างเบ็ดเสร็จ และทำลายขีดความสามารถในการฟื้นฟูระบบขีปนาวุธของอิหร่านอย่างสิ้นเชิง”

 

ขุนคลังสหรัฐฯ เชื่อว่า ทันทีที่มีความเป็นไปได้ในทางทหารดังกล่าวแล้ว กองทัพเรือสหรัฐฯ ก็จะเข้าคุ้มกันเรือที่แล่นผ่านช่องแคบแห่งนี้ร่วมกับพันธมิตรนานาชาติ

 

ทั้งนี้ เบสเซนต์ ยังกล่าวว่า ณ ตอนนี้ อิหร่านน่าจะยังไม่ได้วางทุ่นระเบิดในพื้นที่ช่องแคบ เนื่องจากยังมีเรือบรรทุกน้ำมันทั้งของอิหร่านและจีน ที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

 

“ที่จริงแล้ว มีเรือบรรทุกน้ำมันแล่นผ่านอยู่ตอนนี้ เรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่าน และผมเชื่อว่ามีเรือบรรทุกน้ำมันที่ติดธงจีนแล่นผ่านด้วย ดังนั้นเรารู้ว่า พวกเขาไม่ได้วางทุ่นระเบิดในช่องแคบ”

 

ภาพ : REUTERS/Stringer/File Photo

 

อ้างอิง :

 

The post กองทัพเรือสหรัฐฯ อาจคุ้มกันเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซร่วมกับพันธมิตรนานาชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทรัมป์ ประกาศส่งกองทัพเรือสหรัฐฯ คุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมช่วยจัดหาประกันความเสี่ยง https://thestandard.co/trump-us-navy-hormuz-oil-insurance/ Wed, 04 Mar 2026 02:52:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1184000 โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศส่งกองทัพเรือสหรัฐฯ คุ้มกันเรือน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศผ่าน Truth S […]

The post ทรัมป์ ประกาศส่งกองทัพเรือสหรัฐฯ คุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมช่วยจัดหาประกันความเสี่ยง appeared first on THE STANDARD.

]]>
โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศส่งกองทัพเรือสหรัฐฯ คุ้มกันเรือน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศผ่าน Truth Social วานนี้ (3 มีนาคม) ว่า “กองทัพเรือสหรัฐฯ จะเริ่มคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซหากจำเป็น” ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการเชิงรุกล่าสุดของรัฐบาลวอชิงตัน ในการพยายามควบคุมราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น อันเนื่องมาจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล กับอิหร่าน หลังจากที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ได้ประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนน้ำมันกว่า 20% ของโลก พร้อมเตือนว่าจะโจมตีและเผาเรือทุกลำที่พยายามแล่นผ่าน

 

“หากจำเป็น กองทัพเรือสหรัฐฯ จะเริ่มคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซโดยเร็วที่สุด ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น สหรัฐอเมริกาจะรับประกันการไหลเวียนของพลังงานอย่างเสรีไปสู่โลก พลังทางเศรษฐกิจและทางทหารของสหรัฐอเมริกานั้นยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก”

 

ขณะที่ทรัมป์ ระบุว่า “ได้สั่งการให้บรรษัทการเงินเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (United States Development Finance Corporation : DFC) ให้จัดหาประกันความเสี่ยงทางการเมืองและการรับประกันทางการเงินสำหรับการค้าทางทะเลทั้งหมดในอ่าวเปอร์เซีย โดยเฉพาะด้านพลังงาน ซึ่งพร้อมจะให้การรับประกันแก่เรือทุกลำในราคาที่เหมาะสมอย่างมาก”

 

อย่างไรก็ตาม เจ้าของเรือและนักวิเคราะห์ ยังคงไม่แน่ใจว่าการคุ้มกันทางทหารและการประกันความเสี่ยงโดย DFC จะเพียงพอที่จะฟื้นความเชื่อมั่นหรือไม่

 

โดยหลายประเทศและบริษัทน้ำมันต่างๆ เริ่มมองหาเส้นทางและแหล่งจัดหาน้ำมันทางเลือกอื่นแล้ว ซึ่งอินเดียและอินโดนีเซีย ระบุว่ากำลังมองหาแหล่งพลังงานอื่น ในขณะที่โรงกลั่นน้ำมันบางแห่งในจีนกำลังปิดตัวลงหรือเร่งแผนการบำรุงรักษา

 

ในขณะที่ Reuters รายงานว่า บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของซาอุดีอาระเบียอย่าง Aramco กำลังพยายามเปลี่ยนเส้นทางการส่งออกบางส่วนผ่านทะเลแดงเพื่อหลีกเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ แม้จะยังมีความเสี่ยงจากการโจมตีโดยกลุ่มกบฎฮูตี ในเลบานอน

 

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันโลกปรับตัวสูงขึ้นมากกว่า 1 ดอลลาร์ในวันนี้ (4 มีนาคม) เนื่องจากการสู้รบที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อการผลิตในตะวันออกกลางและทำให้การส่งออกน้ำมันจากภูมิภาคนี้หยุดชะงัก

 

โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้น 1.11 ดอลลาร์ หรือ 1.4% สู่ระดับ 82.53 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากปิดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2025 วานนี้

 

ส่วนราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียตของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 79 เซนต์ หรือ 1.1% สู่ระดับ 75.37 ดอลลาร์ หลังจากปิดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน

 

แฟ้มภาพ : REUTERS/Stringer/File Photo/File Photo

 

อ้างอิง :

 

The post ทรัมป์ ประกาศส่งกองทัพเรือสหรัฐฯ คุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมช่วยจัดหาประกันความเสี่ยง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทรัมป์ เตือน คิวบา ต้องทำข้อตกลงกับ สหรัฐฯ เรื่อง น้ำมันเวเนซุเอลา ‘ก่อนจะสายเกินไป’ https://thestandard.co/trump-cuba-usa-venezuela-oil-agreement/ Mon, 12 Jan 2026 03:34:17 +0000 https://thestandard.co/?p=1164073 ทรัมป์ เตือน คิวบา ต้องทำข้อตกลงกับ สหรัฐฯ เรื่อง น้ำมันเวเนซุเอลา ‘ก่อนจะสายเกินไป’

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้ประกาศมาตรกา […]

The post ทรัมป์ เตือน คิวบา ต้องทำข้อตกลงกับ สหรัฐฯ เรื่อง น้ำมันเวเนซุเอลา ‘ก่อนจะสายเกินไป’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทรัมป์ เตือน คิวบา ต้องทำข้อตกลงกับ สหรัฐฯ เรื่อง น้ำมันเวเนซุเอลา ‘ก่อนจะสายเกินไป’

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้ประกาศมาตรการที่แข็งกร้าวโดยระบุว่า จะไม่มีน้ำมันหรือเงินทุนจากเวเนซุเอลาส่งไปยังคิวบาอีกต่อไป พร้อมกดดันให้คิวบาต้องเปิดอกคุยกับสหรัฐฯ และทำข้อตกลงระหว่างกัน ‘ก่อนที่จะสายเกินไป’ แม้จะไม่ได้เปิดเผยและระบุรายละเอียดของข้อตกลงนั้นอย่างชัดเจนก็ตาม

 

นอกจากนี้ทรัมป์ยังส่งสัญญาณบางอย่าง ด้วยการรีโพสต์ข้อความใน Truth Social ที่มีคนเสนอว่า มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ อาจเข้ามาเป็นประธานาธิบดีของคิวบา พร้อมระบุข้อความในทำนองที่เห็นด้วยว่า ‘Sounds good to me!’

 

การปิดล้อมเส้นทางน้ำมันจากเวเนซุเอลา

 

เวเนซุเอลาถือเป็น ‘แหล่งพลังงานที่สำคัญที่สุด’ ของคิวบา โดยในปีที่ผ่านมา (2025) เวเนซุเอลาได้ส่งออกน้ำมันดิบไปยังคิวบาราว 26,500 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งช่วยชดเชยการขาดแคลนน้ำมันของคิวบาได้ถึง 50%

 

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลการเดินเรือระบุว่า ไม่มีสินค้าออกจากท่าเรือเวเนซุเอลาไปยังคิวบาเลย นับตั้งแต่เหตุการณ์ที่กองกำลังสหรัฐฯ จับกุมตัว นิโกลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา พร้อมภริยา เมื่อวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา ทำให้ขณะนี้การขนส่งน้ำมันไปยังคิวบาเป็นอัมพาต ซึ่งเป็นผลมาจากการปิดล้อมเส้นทางน้ำมันอย่างเข้มงวดของสหรัฐฯ

 

ปฏิกิริยาโต้ตอบจากรัฐบาลคิวบา

 

ผู้นำคิวบาออกมาตอบโต้คำขู่ของทรัมป์อย่างดุเดือด โดยมิเกล ดิแอซ-กาเนล ประธานาธิบดีคิวบายืนยันว่าคิวบาเป็นชาติที่มีอธิปไตย ไม่รับคำสั่งจากใคร และพร้อมที่จะปกป้องมาตุภูมิ

 

ขณะที่ บรูโน โรดริเกซ รัฐมนตรีต่างประเทศคิวบา ประณามสหรัฐฯ ว่าเป็น มหาอำนาจที่ทำตัวเป็นอาชญากรและอยู่เหนือการควบคุม และยืนยันสิทธิของคิวบาในการนำเข้าถึงน้ำมันจากแหล่งใดก็ได้ พร้อมปฏิเสธข่าวลือเรื่องการรับค่าตอบแทนจากการให้บริการด้านความมั่นคงแก่ประเทศอื่น

 

วิกฤตการณ์ภายใน คิวบา

 

คิวบากำลังเผชิญกับ ‘วิกฤตเศรษฐกิจที่เลวร้ายที่สุด’ นับตั้งแต่ทศวรรษ 1990 (ยุคหลังโซเวียตล่มสลาย) ประชาชนต้องทนทุกข์กับปัญหาไฟดับ การขาดแคลนอาหาร และผลผลิตทางการเกษตรที่ล้มเหลว

 

การถูกตัดขาดจากน้ำมันเวเนซุเอลาจะ ‘ซ้ำเติม’ สถานการณ์นี้ให้แย่ลงไปอีก แม้ว่าเม็กซิโกจะกลายเป็นผู้จัดหาน้ำมันรายสำคัญในขณะนี้ แต่ปริมาณก็ไม่ได้เพิ่มขึ้น เพื่อทดแทนส่วนที่ขาดหายไปได้ทั้งหมด

 

สหรัฐฯ กับมุมมองชาวอเมริกัน

 

สหรัฐฯ มีความเคลื่อนไหวทางทหารอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะนี้ เรือรบของกองทัพเรือสหรัฐฯ อย่างน้อย 2 ลำ ได้เคลื่อนย้ายจากทะเลแคริบเบียนเข้าสู่มหาสมุทรแอตแลนติก เพื่อเข้าใกล้คิวบามากขึ้น ซึ่งเป็นการเพิ่มแรงกดดันทางยุทธศาสตร์

 

ในขณะที่ทรัมป์มุ่งเน้นนโยบายต่างประเทศที่ดุดัน สื่อต่างประเทศหลายสำนักตั้งข้อสังเกตว่า ชาวอเมริกันจำนวนมากกลับต้องการให้ทรัมป์สนใจ ‘ปัญหาปากท้องในประเทศ’ มากกว่านี้ เนื่องจากค่าครองชีพ ที่อยู่อาศัย และประกันสุขภาพมีราคาสูงขึ้นอย่างมาก ซึ่งขัดแย้งกับคำสัญญาในช่วงหาเสียง ‘America First’

 

แฟ้มภาพ: Matt McClain / The Washington Post via Getty Images

 

อ้างอิง:

The post ทรัมป์ เตือน คิวบา ต้องทำข้อตกลงกับ สหรัฐฯ เรื่อง น้ำมันเวเนซุเอลา ‘ก่อนจะสายเกินไป’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: ส่องเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Carl Vinson ผ่านหลายสมรภูมิ ในโอกาสแวะแหลมฉบัง l NEWS DIGEST #106 https://thestandard.co/news-digest-31012025/ Fri, 31 Jan 2025 13:09:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1036842

ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ความร่วมมือทางทหารระหว่างไทยแ […]

The post ชมคลิป: ส่องเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Carl Vinson ผ่านหลายสมรภูมิ ในโอกาสแวะแหลมฉบัง l NEWS DIGEST #106 appeared first on THE STANDARD.

]]>

ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ความร่วมมือทางทหารระหว่างไทยและสหรัฐฯ เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างทั้งสองประเทศ

 

ล่าสุดเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Carl Vinson ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 43 ปีในปฏิบัติการทางทหารที่สำคัญทั่วโลกตั้งแต่สงครามเย็นจนถึงปัจจุบัน เดินทางมาแวะพักที่ท่าเรือแหลมฉบัง หนึ่งในท่าเรือน้ำลึกที่สำคัญที่สุดของไทย

 

อะไรคือเหตุผลที่ทำให้ไทยเป็นหนึ่งในจุดแวะพักสำคัญของกองทัพเรือสหรัฐฯ?

 

USS Carl Vinson มีบทบาทสำคัญอะไรในประวัติศาสตร์โลก? และการมาเยือนครั้งนี้มีความหมายต่อไทยในมิติใดบ้าง? News Digest วันนี้จะพาไปเจาะลึกทุกประเด็นที่สำคัญ

The post ชมคลิป: ส่องเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Carl Vinson ผ่านหลายสมรภูมิ ในโอกาสแวะแหลมฉบัง l NEWS DIGEST #106 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยกพลขึ้นบก เรือ USS Carl Vinson แห่งทัพเรือสหรัฐอเมริกา เข้าเทียบท่าแหลมฉบัง https://thestandard.co/uss-carl-vinson-docks-laem-chabang/ Mon, 27 Jan 2025 10:32:27 +0000 https://thestandard.co/?p=1034983

วันนี้ (27 มกราคม) เรือบรรทุกเครื่องบิน USS Carl Vinson […]

The post ยกพลขึ้นบก เรือ USS Carl Vinson แห่งทัพเรือสหรัฐอเมริกา เข้าเทียบท่าแหลมฉบัง appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (27 มกราคม) เรือบรรทุกเครื่องบิน USS Carl Vinson ของกองทัพเรือสหรัฐอเมริกา เข้าเทียบท่าแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ในช่วงระหว่างวันที่ 27-31 มกราคมนี้ ตามภารกิจเยือนเมืองท่า (Port Visit) เปิดโอกาสให้ลูกเรือกว่า 5,400 นาย ได้ขึ้นฝั่งมาพักผ่อนยังประเทศไทย

 

สำหรับเรือ USS Carl Vinson เป็นเรือที่มีชื่อเสียงและได้รับการบำรุงรักษาให้ทันสมัยอยู่เสมอ จัดอยู่ในเรือชั้น Nimitz ที่มีความยาวถึง 333 เมตร และรองรับเครื่องบินได้มากกว่า 60 ลำ เช่น เครื่องบินขับไล่ F-35C Lightning II และ F-18E/F Super Hornets 

 

เรือลำนี้เริ่มประจำการตั้งแต่ปี 1982 และยังเคยปฏิบัติภารกิจทางการทหารที่สำคัญ เช่น สงครามอ่าวเปอร์เซีย และปฏิบัติการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

 

The post ยกพลขึ้นบก เรือ USS Carl Vinson แห่งทัพเรือสหรัฐอเมริกา เข้าเทียบท่าแหลมฉบัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เรือรบ-เรือดำน้ำรัสเซียเดินทางถึงคิวบา ส่งสัญญาณกระชับสัมพันธ์พันธมิตรสงครามเย็น https://thestandard.co/battleship-arriving-cuba/ Thu, 13 Jun 2024 05:22:49 +0000 https://thestandard.co/?p=944658 คิวบา

กองทัพเรือรัสเซียส่งกองเรือ 4 ลำ ซึ่งประกอบด้วย เรือรบฟ […]

The post เรือรบ-เรือดำน้ำรัสเซียเดินทางถึงคิวบา ส่งสัญญาณกระชับสัมพันธ์พันธมิตรสงครามเย็น appeared first on THE STANDARD.

]]>
คิวบา

กองทัพเรือรัสเซียส่งกองเรือ 4 ลำ ซึ่งประกอบด้วย เรือรบฟริเกต เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ เรือบรรทุกน้ำมัน และเรือลากจูงกู้ภัย เดินทางถึงอ่าวฮาวานาของคิวบาวานนี้ (12 มิถุนายน) เพื่อเตรียมเข้าร่วมการฝึกซ้อมทางทหารกับกองทัพ คิวบา ในทะเลแคริบเบียน ท่ามกลางการส่งสัญญาณกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองพันธมิตรยุคสงครามเย็น 

 

โดยจุดที่กองเรือรัสเซียทอดสมอนั้นอยู่ห่างจากชายฝั่งรัฐฟลอริดาของสหรัฐอเมริการาว 145 กิโลเมตร ซึ่ง ซาบรินา ซิงห์ โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เปิดเผยว่า เรือรบ 4 ลำของกองทัพเรือสหรัฐฯ พร้อมเรือรบอีก 2 ลำของแคนาดาและฝรั่งเศส กำลังเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของกองเรือรัสเซียอย่างใกล้ชิด 

 

ขณะที่สหรัฐฯ ไม่ได้มองว่าการเยือนคิวบาของเรือรบรัสเซียนั้นเป็นภัยคุกคาม โดยเผยว่าเรือดำน้ำรัสเซียไม่ได้บรรทุกอาวุธนิวเคลียร์ และรัสเซียเคยส่งกองเรือรบไปยังคิวบาหลายครั้งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

 

ทั้งนี้ กองเรือรัสเซียจะเยือนคิวบาอย่างเป็นทางการเป็นเวลา 5 วัน โดยเชื่อว่าเป็นการแสดงแสนยานุภาพของรัสเซียท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และรัสเซียที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมาจากกรณีสงครามในยูเครน

 

 

อ้างอิง:

The post เรือรบ-เรือดำน้ำรัสเซียเดินทางถึงคิวบา ส่งสัญญาณกระชับสัมพันธ์พันธมิตรสงครามเย็น appeared first on THE STANDARD.

]]>
พบซากเรือดำน้ำ USS Harder สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 หลังจมใต้ทะเลจีนใต้นาน 80 ปี https://thestandard.co/submarine-uss-harder-found/ Fri, 24 May 2024 10:10:50 +0000 https://thestandard.co/?p=937275 ซาก เรือดำน้ำ USS Harder

โครงการ Lost 52 ซึ่งมีเป้าหมายค้นหาเรือดำน้ำสหรัฐอเมริก […]

The post พบซากเรือดำน้ำ USS Harder สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 หลังจมใต้ทะเลจีนใต้นาน 80 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ซาก เรือดำน้ำ USS Harder

โครงการ Lost 52 ซึ่งมีเป้าหมายค้นหาเรือดำน้ำสหรัฐอเมริกาจำนวน 52 ลำที่สูญหายไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้นำไปสู่การค้นพบซากเรือ ‘USS Harder’ ที่จมลงใต้ทะเลจีนใต้มานาน 80 ปี ที่ระดับความลึก 914 เมตร บริเวณนอกชายฝั่งเกาะลูซอนทางตอนเหนือของฟิลิปปินส์

 

USS Harder ถือเป็นเรือดำน้ำของกองทัพเรือสหรัฐฯ ที่สามารถจมเรือรบญี่ปุ่นได้มากที่สุดในช่วงเวลานั้น และมีส่วนสำคัญที่ทำให้กองทัพญี่ปุ่นเปลี่ยนแผนการรบทางทะเล ก่อนที่เรือดำน้ำลำนี้จะจมลงจากการสู้รบครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 1944 พร้อมลูกเรืออีก 79 ชีวิต  

 

ซามูเอล เจ. ค็อกซ์ อดีตพลเรือเอกของกองทัพเรือสหรัฐฯ ซึ่งปัจจุบันเป็นหัวหน้ากองบัญชาการประวัติศาสตร์และมรดกของกองทัพเรือสหรัฐฯ (NHHC) ระบุว่า “USS Harder พ่ายแพ้บนเส้นทางแห่งชัยชนะ เราต้องไม่ลืมว่าชัยชนะนั้นมีราคาที่ต้องจ่าย เช่นเดียวกับเสรีภาพ”

 

พลเรือจัตวา แซม ดีลลีย์ กัปตันเรือ USS Harder พร้อมลูกเรือ ต่างได้รับรางวัล Presidential Unit Citation เพื่อเชิดชูเกียรติและวีรกรรมที่กล้าหาญในช่วงศึกสงคราม 

 

พื้นที่บริเวณฟิลิปปินส์ถือเป็นหนึ่งในสมรภูมิหลักของสงครามโลกครั้งที่ 2 ในมหาสมุทรแปซิฟิก โดยสหรัฐฯ ส่งกองกำลังเข้าต่อสู้กับจักรวรรดิญี่ปุ่น เพื่อปกป้องอาณานิคมเดิมของตนเองจากการแผ่ขยายอำนาจของ ‘ฝ่ายอักษะ’ ซึ่งมีกำลังหลักคือ กองทัพนาซีเยอรมนี, อิตาลี และจักรวรรดิญี่ปุ่น ก่อนที่ ‘ฝ่ายสัมพันธมิตร’ ซึ่งมีสหราชอาณาจักร, สหภาพโซเวียต และสหรัฐฯ เป็นแกนหลัก จะคว้าชัยชนะในสงครามโลกครั้งที่ 2 ไปได้ในท้ายที่สุด

 

ก่อนหน้านี้โครงการ Lost 52 ยังค้นพบซากเรือดำน้ำสหรัฐฯ อีกหลายลำ เช่น เรือ USS R-12 (SS-89) ใต้ทะเลนอกรัฐฟลอริดา เมื่อเดือนตุลาคม 2010, เรือ USS Grunion (SS-216) ใต้ทะเลแถบรัฐอะแลสกา เมื่อเดือนสิงหาคม 2018 และเรือ USS Grayback (SS-208) ในน่านน้ำทะเลโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเดือนมิถุนายน 2019

 

ภาพ: Lost 52 Project / US Navy

อ้างอิง:

The post พบซากเรือดำน้ำ USS Harder สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 หลังจมใต้ทะเลจีนใต้นาน 80 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยามฝั่งสหรัฐฯ ช่วยชาย 3 คนติดเกาะกลางแปซิฟิกนานกว่า 1 สัปดาห์ หลังเรียงใบปาล์มเป็นข้อความ ‘HELP’ ขอความช่วยเหลือ https://thestandard.co/pacific-help-sign-us-rescue/ Fri, 12 Apr 2024 09:52:06 +0000 https://thestandard.co/?p=922356 ติดเกาะ แปซิฟิค

กองทัพเรือและหน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ ได้ช่วยเหลือชาย 3 คนที่ […]

The post ยามฝั่งสหรัฐฯ ช่วยชาย 3 คนติดเกาะกลางแปซิฟิกนานกว่า 1 สัปดาห์ หลังเรียงใบปาล์มเป็นข้อความ ‘HELP’ ขอความช่วยเหลือ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ติดเกาะ แปซิฟิค

กองทัพเรือและหน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ ได้ช่วยเหลือชาย 3 คนที่ถูกคลื่นซัดเรือไปติดอยู่บนเกาะเล็กๆ ในมหาสมุทรแปซิฟิกเป็นเวลานานกว่า 1 สัปดาห์ หลังจากพวกเขาช่วยกันนำใบปาล์มวางเรียงเป็นคำว่า ‘HELP’ บนหาดทรายสีขาวเพื่อขอความช่วยเหลือ นอกจากนี้ ภารกิจกู้ภัยและช่วยชีวิตครั้งนี้ยังกลายเป็นการกลับมาพบกันของสมาชิกครอบครัวโดยไม่คาดคิดอีกด้วย

 

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม ชายทั้ง 3 คนได้ออกเรือจากเกาะโปลูวัต (Polowat Atoll) เพื่อไปตกปลารอบเกาะพิเกลอต (Pikelot Atoll) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสหพันธรัฐไมโครนีเซียในมหาสมุทรแปซิฟิก ตั้งอยู่ระหว่างฟิลิปปินส์กับฮาวาย ประกอบด้วยเกาะมากกว่า 600 เกาะที่กระจายอยู่ทั่วพื้นที่มหาสมุทรประมาณ 2.5 ล้านตารางกิโลเมตร แต่เรือใบขนาด 20 ฟุตของพวกเขาถูกคลื่นซัด และเครื่องยนต์ติดท้ายเรือได้รับความเสียหาย ตามการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่หน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ อย่างไรก็ดี หน่วยยามฝั่งฯ ไม่ได้เปิดเผยชื่อของผู้ประสบภัยทั้งสาม

 

ชายทั้ง 3 คนตะเกียกตะกายขึ้นฝั่งบนเกาะพิเกลอตที่ไม่มีคนอาศัยอยู่ แต่วิทยุสื่อสารของพวกเขาเกิดแบตเตอรี่หมดก่อนที่จะขอความช่วยเหลือ พวกเขาจึงเดินไปรอบเกาะขนาด 31 เอเคอร์ เพื่อเก็บรวบรวมใบปาล์มนำมาวางเรียงเป็นตัวอักษรคำว่า ‘HELP’ หรือ ‘ช่วยด้วย’ บนชายหาด และรอความช่วยเหลือ

 

ชายทั้งสามดำรงชีวิตด้วยเนื้อมะพร้าวเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ และได้น้ำจืดจากบ่อเล็กๆ บนเกาะประทังชีวิต โดยในอดีตเกาะแห่งนี้ก็เคยมีชาวประมงในพื้นที่แวะเวียนมาบ้าง

 

การค้นหาชายทั้งสามเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 6 เมษายน เมื่อญาติคนหนึ่งของพวกเขาโทรหาเจ้าหน้าที่กู้ภัยบนเกาะกวมในมหาสมุทรแปซิฟิก และแจ้งว่าพวกเขาไม่ได้กลับไปยังเกาะโปลูวัต ซึ่งอยู่ห่างจากเกาะพิเกลอตออกไปกว่า 100 ไมล์ 

 

หน่วยยามฝั่งเผยว่า เครื่องบินลาดตระเวน P-8A ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ที่บินจากฐานทัพอากาศคาเดนา (Kadena Air Base) บนเกาะโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น มองเห็นตัวสะกดคำว่า ‘HELP’ บนชายหาดเมื่อวันที่ 7 เมษายน

 

ร.ท. เชลซี การ์เซีย ผู้ประสานงานภารกิจค้นหาและช่วยชีวิต กล่าวว่า การที่ทั้ง 3 คนนำใบปาล์มมาวางเป็นคำว่า ‘HELP’ นั้นเป็นการกระทำที่ชาญฉลาดและสำคัญมากต่อภารกิจค้นหาในพื้นที่ที่ครอบคลุมมากกว่า 103,000 ตารางไมล์

 

เครื่องบินของกองทัพเรือได้ทิ้งถุงยังชีพให้กับชายทั้ง 3 คน และแจ้งตำแหน่งของพวกเขาไปยังศูนย์ช่วยเหลือ ก่อนที่ในวันต่อมา เครื่องบิน Coast Guard HC-130 ซึ่งบินจาก Air Station Barbers Point ในฮาวายจะได้ส่งวิทยุสื่อสารให้กับชายทั้งสาม จนทำให้พวกเขาสามารถบอกลูกเรือได้ว่าพวกเขาอยู่ในสภาพดีและต้องการความช่วยเหลือเพื่อกลับไปที่โปลูวัต

 

เมื่อภารกิจช่วยชีวิต กลายเป็นการพบกันของญาติที่พลัดพราก

 

เรือบดโอลิเวอร์ เฮนรี (Coast Guard cutter Oliver Henry) เดินทางไปถึงพิเกลอตในวันที่ 9 เมษายน โดยมี พ.จ.ท. ยูจีน ฮาลิชลิอุส เป็นหนึ่งในทีมช่วยเหลือ ชายที่ติดเกาะประหลาดใจเมื่อพบว่า ฮาลิชลิอุสเป็นชาวไมโครนีเซียนและพูดภาษาท้องถิ่นของพวกเขาได้ และเมื่อเขาแนะนำตัวทั้งสามต่างก็ยิ่งตกตะลึง เพราะพวกเขามีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องเป็นญาติห่างๆ กัน

 

“มันเป็นโลกที่บ้าบอ ผมพบว่าผมเกี่ยวดองกับพวกเขาจริงๆ!” ฮาลิชลิอุสกล่าว “เขาเองก็ไม่อยากจะเชื่อว่าผมทำงานกับหน่วยยามฝั่งที่พยายามช่วยเหลือพวกเขา”

 

ทั้งนี้ นี่ไม่ใช่การช่วยเหลือผู้ติดเกาะครั้งแรกในพิเกลอต โดยในปี 2020 ชาย 3 คนที่เดินทางระหว่างเกาะ 2 แห่งของไมโครนีเซีย เกิดเชื้อเพลิงหมดระหว่างการเดินทาง ทั้งสามสะกดคำว่า ‘SOS’ บนชายหาด ก่อนที่ลูกเรือของเรือบรรทุกน้ำมันของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ซึ่งปฏิบัติการอยู่ที่ฐานทัพอากาศแอนเดอร์เซน (Andersen Air Force Base) บนเกาะกวมจะพบข้อความขอความช่วยเหลือดังกล่าว จากนั้นจึงสั่งให้หน่วยยามฝั่ง กองทัพเรือไมโครนีเซียน และกองทัพเรือออสเตรเลีย ไปรับตัวคนเหล่านี้จากเกาะ

 

พ.จ.อ. ซารา มูเยอร์ เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ประจำกองกำลังรักษาชายฝั่งสหรัฐฯ ในไมโครนีเซีย กล่าวว่า “ผู้คนในไมโครนีเซียมักเดินทางจากเกาะหนึ่งไปอีกเกาะหนึ่งเป็นเรื่องปกติ พวกเขามีทักษะและประสบการณ์ แต่บางครั้งอุบัติเหตุก็เกิดขึ้นได้” เธอกล่าว 

 

ภาพ: US COAST GUARD / AFP

อ้างอิง:

The post ยามฝั่งสหรัฐฯ ช่วยชาย 3 คนติดเกาะกลางแปซิฟิกนานกว่า 1 สัปดาห์ หลังเรียงใบปาล์มเป็นข้อความ ‘HELP’ ขอความช่วยเหลือ appeared first on THE STANDARD.

]]>
บทสรุป 19 วัน ปฏิบัติการปลดอาวุธ ‘เรือหลวงสุโขทัย’ แต่ไม่พบผู้สูญหายทั้ง 5 คน https://thestandard.co/operation-to-disarm-the-htms-sukhothai/ Tue, 12 Mar 2024 12:11:51 +0000 https://thestandard.co/?p=910292

ในที่สุดเมื่อวานนี้ (11 มีนาคม) ก็ปิดฉากปฏิบัติการที่กอ […]

The post บทสรุป 19 วัน ปฏิบัติการปลดอาวุธ ‘เรือหลวงสุโขทัย’ แต่ไม่พบผู้สูญหายทั้ง 5 คน appeared first on THE STANDARD.

]]>

ในที่สุดเมื่อวานนี้ (11 มีนาคม) ก็ปิดฉากปฏิบัติการที่กองทัพเรือเรียกว่า ‘ปฏิบัติการค้นหาและปลดวัตถุอันตรายเรือหลวงสุโขทัย’ ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

 

THE STANDARD ชวนย้อนอ่านบทสรุปผลการปฏิบัติการตลอดระยะเวลา 19 วันของกองทัพเรือไทยและกองทัพเรือสหรัฐฯ

 

ปฏิบัติการนี้คืออะไร 

 

เรือหลวงสุโขทัยอับปางลงเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2565 โดยเหตุการณ์ดังกล่าวมีกำลังพลสูญหาย 5 นาย เสียชีวิต 24 นาย และรอดชีวิต 70 นาย

 

ข้อมูลจากกองทัพเรือระบุว่า ปฏิบัติการค้นหาและปลดวัตถุอันตรายเรือหลวงสุโขทัยเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างกองทัพเรือไทยและกองทัพเรือสหรัฐฯ โดยกองเรือสหรัฐฯ ภาคพื้นแปซิฟิกได้ส่งกำลังประกอบด้วย เรือกู้ซ่อมชื่อ Ocean Valor และทีมนักประดาน้ำของกองทัพเรือสหรัฐฯ มาร่วมปฏิบัติการภายในกรอบการฝึกร่วม-ผสมคอบร้าโกลด์ 2024 

 

ปฏิบัติการครั้งนี้เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เป็นการกู้เรือแบบจำกัด ไม่ใช่การกู้เรือขึ้นจากทะเลทั้งลำ สาเหตุสำคัญเนื่องจากเรือลำนี้ต่อในสหรัฐอเมริกา อนาลโย กอสกุล ระบุว่า ในเรือหลวงสุโขทัยลำนี้มีเทคโนโลยีทางทหารของสหรัฐอเมริกาเต็มลำเรือ ซึ่งผู้ซื้ออาวุธจะต้องยอมรับข้อตกลงที่เรียกว่า ข้อตกลงของผู้ใช้รายสุดท้ายคือ End User Agreement 

 

ข้อตกลงนี้ไม่ได้มีเงื่อนไขจำกัดการใช้งาน แต่จะต้องรักษาความลับทางทหารของสหรัฐอเมริกา ไม่ให้บุคคลที่ 3 เข้าถึงได้ ซึ่งการละเมิด End User Agreement นั้น แม้สหรัฐอเมริกาจะไม่สามารถจับคนไทยคนไหนขึ้นศาลได้ แต่สหรัฐอเมริกาสามารถแบนการขายอาวุธหรืออะไหล่ในอนาคตต่อไทยได้ทั้งหมด เนื่องจากไทยผิดข้อตกลงนี้

 

เป้าหมายของปฏิบัติการ

 

กองทัพเรือสรุปเป้าหมายของปฏิบัติการใน 4 ภารกิจดังต่อไปนี้

 

  1. การค้นหาผู้สูญหายจำนวน 5 คนที่อาจติดอยู่ภายในเรือ
  2. การตรวจสอบวัตถุพยานที่ตัวเรือ เพื่อประกอบการสอบสวนข้อเท็จจริงถึงสาเหตุการอับปางของเรือหลวงสุโขทัย
  3. การปลดวัตถุอันตรายและการทำให้ยุทโธปกรณ์สำคัญของสหรัฐฯ หมดขีดความสามารถ (Demilitarization)
  4. การนำสิ่งของที่มีคุณค่าทางจิตใจของเรือหลวงสุโขทัยขึ้นมาทำอนุสรณ์สถาน

 

เรือหลวงสุโขทัยจมอยู่ที่ใด

 

ปัจจุบันเรือหลวงสุโขทัยจมอยู่ที่กลางทะเลความลึก 50 เมตร ทางทิศตะวันออกของท่าเรือประจวบ อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระยะทาง 21.4 ไมล์ทะเล หรือ 38.52 กิโลเมตร 

 

โดยทัศนวิสัยใต้น้ำประมาณ 5-10 เมตร พื้นท้องทะเลเป็นโคลนปนทราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโคลน สภาพตัวเรือตั้งตรงหรือนั่งแท่น เอียงซ้ายเล็กน้อยประมาณ 7 องศา หัวเรือหันไปในทิศ 240 หรือทิศตะวันตกเฉียงใต้ ตัวเรือจมโคลนประมาณ 1 เมตร บริเวณตัวเรือและอุปกรณ์ภายนอกตัวเรือทั้งหมดปกคลุมด้วยตะกอนดิน เพรียง และหอย ความหนาประมาณ 1 นิ้ว 

 

โดยตัวเรือภายในเริ่มปกคลุมด้วยตะกอนดินและเศษวัสดุต่างๆ ที่เริ่มย่อยสลาย ไม่พบการรั่วไหลของน้ำมันหรือสารเคมีต่างๆ จุดที่สูงที่สุดของเรือคือเสากระโดงเรือ อยู่ลึกจากผิวน้ำลงไป 90 ฟุต หรือ 27 เมตร ไม่เป็นอันตรายต่อการเดินเรือ (จากสถิติเรือที่กินน้ำลึกสูงสุด 24.5 เมตร) 

 

ไม่พบผู้สูญหายทั้ง 5 คน

 

กองทัพเรือแถลงผลการปฏิบัติการตลอดระยะเวลา 19 วันของการปฏิบัติการ โดยเฉพาะการค้นหาผู้สูญหายที่อาจติดอยู่ภายในเรือ ผลปรากฏว่า ไม่พบผู้สูญหายในทุกห้อง 

 

“ทุกสถานที่ที่เราเข้าไปได้และสถานที่ที่มีความเป็นไปได้ว่าจะมีคนอยู่ รวมถึงค้นหาบริเวณรอบนอกตัวเรือและพื้นท้องทะเลใกล้ตัวเรือ ก็ไม่พบร่างหรือชิ้นส่วนกระดูกของคน” พล.ร.อ. ชาติชาย ทองสะอาด ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ระบุในการแถลงผลการปฏิบัติการ

 

ปลดวัตถุอันตราย-เก็บพยานหลักฐาน

 

การปฏิบัติการครั้งนี้ได้ปลดวัตถุอันตรายและการทำให้ยุทโธปกรณ์ที่สำคัญของสหรัฐฯ หมดขีดความสามารถทางทหารจำนวน 3 อย่าง คือ อาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นฮาร์พูน, ตอร์ปิโด MK 309 และเครื่องมือสื่อสารที่เกี่ยวข้อง

 

และยังได้มีการนำอาวุธปืนของกองทัพเรือขึ้นมาจากน้ำ เช่น ปืนกล 20 มิลลิเมตร จำนวน 2 กระบอก, ปืนเล็กยาว M16 จำนวน 10 กระบอก รวมถึงได้หลักฐานครบถ้วนตามที่คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงต้องการ โดยไม่จำเป็นต้องนำเรือทั้งลำขึ้นมาจากน้ำ

 

กองทัพเรือยังได้นำสิ่งของในเรือหลวงสุโขทัยขึ้นมาเพื่อจัดทำเป็นอนุสรณ์สถานรวม 11 รายการ เช่น ป้ายชื่อเรือหลวงสุโขทัย, พญาครุฑประจำเรือ, พระพุทธรูปประจำเรือ, เสากระโดงเรือ, สมอเรือ และป้ายรายนามผู้บังคับการเรือ

 

นอกจากนี้ในปฏิบัติการยังได้ตัดเสากระโดงเรือความสูง 10 เมตรออกอีก ทำให้ความสูงของเรือลดลงไปอีก ส่งผลให้มีความปลอดภัยต่อการเดินเรือเพิ่มขึ้นอีก ไม่มีวัตถุและสิ่งที่มีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ ไม่มีวัตถุอันตรายต่อคนและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล รวมทั้งไม่มีขีดความสามารถทางทหารที่จะสามารถนำไปใช้ได้อีก

 

ขั้นตอนต่อไปหลังจบปฏิบัติการ

 

กองทัพเรือแถลงว่า หลังจากปฏิบัติการค้นหาและปลดวัตถุอันตรายเสร็จสิ้นในวันนี้ สิ่งที่กองทัพเรือจะดำเนินการต่อไปคือ รวบรวมยุทโธปกรณ์ อุปกรณ์ และสิ่งของของเรือหลวงสุโขทัย ที่เก็บกู้ได้นำส่งหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อตรวจสอบและดำเนินการตามขั้นตอนของระเบียบต่อไป

 

โดยคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีเรือหลวงสุโขทัยอับปางจะสรุปผลการสอบสวนข้อเท็จจริงจากข้อมูลและพยานวัตถุที่สำรวจ ตรวจสอบ และเก็บกู้ได้จากการปฏิบัติการครั้งนี้ และกองทัพเรือจะจัดการแถลงข่าวต่อไป

 

ทั้งนี้ กองทัพเรือจะจัดสร้างอนุสรณ์สถานเรือหลวงสุโขทัย โดยใช้อุปกรณ์และชิ้นส่วนของเรือที่ถอดถอนและนำขึ้นมาได้จากการปฏิบัติการครั้งนี้ เพื่อรำลึกถึงเรือหลวงสุโขทัย รวมทั้งความกล้าหาญและความเสียสละของกำลังพลที่เสียชีวิตและสูญหาย 

 

อ้างอิง: 

The post บทสรุป 19 วัน ปฏิบัติการปลดอาวุธ ‘เรือหลวงสุโขทัย’ แต่ไม่พบผู้สูญหายทั้ง 5 คน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทย สหรัฐฯ และเกาหลีใต้ ร่วมซ้อมรบสะเทินน้ำสะเทินบกใน Cobra Gold 2024 https://thestandard.co/cobra-gold-2024/ Fri, 01 Mar 2024 10:00:37 +0000 https://thestandard.co/?p=906161

วันนี้ (1 มีนาคม) พล.ร.อ. อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชากา […]

The post ไทย สหรัฐฯ และเกาหลีใต้ ร่วมซ้อมรบสะเทินน้ำสะเทินบกใน Cobra Gold 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (1 มีนาคม) พล.ร.อ. อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือ และ พล.ร.ต. คริสโตเฟอร์ ดี. สโตน (Christopher D. Stone) ผู้บัญชาการกองเรือโจมตีโพ้นทะเลที่ 7 หน่วยเฉพาะกิจที่ 76 กองกำลังสะเทินน้ำสะเทินบก กองทัพเรือสหรัฐอเมริกา และ พล.ร.ต. โชชุงโฮ (Cho Choong Ho) ผู้บัญชาการกองเรือทุ่นระเบิด กองเรือสะเทินน้ำสะเทินบกที่ 5 ร่วมตรวจเยี่ยมการฝึกปฏิบัติการยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบก ในการฝึก Cobra Gold 2024 ที่สนามฝึกกองทัพเรือหมายเลข 15 หาดยาว อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี 

      

สำหรับการปฏิบัติการยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบกมีภารกิจหลักเพื่อแย่งยึดพื้นที่บริเวณหัวหาดของฝ่ายตรงข้าม โดยใช้สรรพกำลังทางเรือและกำลังรบยกพลขึ้นบก เริ่มจากการระดมยิงหัวหาดด้วยปืนใหญ่เรือ อากาศยานทำการสนับสนุนทางอากาศอย่างใกล้ชิด เพื่อลิดรอนอำนาจการยิงต่อต้านของข้าศึก

 

หลังจากนั้นกำลังรบยกพลขึ้นบกจะเข้ายึดหัวหาด และดำเนินกลยุทธ์รุกเข้าไปในดินแดนฝ่ายตรงข้ามต่อไป พร้อมทั้งสถาปนาหัวหาดให้มีความปลอดภัยต่อกำลังรบ ซึ่งในปีนี้มีกำลังพลเข้าร่วมการฝึกจัดกำลังพลจากกองทัพไทย กองทัพสหรัฐอเมริกา และกองทัพสาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้)

 

โดยกองทัพสหรัฐอเมริกาได้นำเรือ USS Somerset และเครื่องบินขับไล่แบบ F-16 พร้อมอาวุธยุทโธปกรณ์ทางทหารต่างๆ มาเข้าร่วมการฝึกร่วมกับกองกำลังฝ่ายไทย 

 

ขณะที่กองทัพเรือได้นำเรือหลวงสุรินทร์และเรือหลวงมันใน พร้อมกำลังรบยกพลขึ้นบก (นาวิกโยธิน) รถสะเทินน้ำสะเทินบก และเครื่องบินตรวจการณ์ชี้เป้า แบบที่ 1 (T-337 หรือ Cessna O-2) สำหรับกองทัพสาธารณรัฐเกาหลีได้นำเรือ ROKS No Jeok Bong (LSTII-689) และรถสะเทินน้ำสะเทินบก KAAV เข้าร่วมในการฝึกครั้งนี้ด้วย

                   

ส่วนประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการฝึก Cobra Gold 2024 ระบุว่า การฝึกปฏิบัติการยุทธ์สะเทินน้ำสะเทินบกในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความพร้อมรบและพัฒนาขีดความสามารถทางทหาร รวมทั้งแสดงแสนยานุภาพทางทหารในการปฏิบัติการร่วมกันของกองทัพพันธมิตร เพื่อสร้างความมั่นใจให้กองทัพไทยมีความพร้อมรบทุกมิติ รวมทั้งยังเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างมิตรประเทศ และความร่วมมือทางทหารอันเป็นหลักประกันความมั่นคงของชาติตลอดไป

 

The post ไทย สหรัฐฯ และเกาหลีใต้ ร่วมซ้อมรบสะเทินน้ำสะเทินบกใน Cobra Gold 2024 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดีเดย์กู้เรือหลวงสุโขทัยบางส่วน 22 ก.พ. นี้ ‘สำรวจหลักฐาน-ค้นหาร่างผู้สูญหาย-ปลดอาวุธ’ https://thestandard.co/partial-recovery-of-the-htms-sukhothai/ Fri, 16 Feb 2024 13:01:56 +0000 https://thestandard.co/?p=900923

วันนี้ (16 กุมภาพันธ์) พล.ร.ต. วีรุดม ม่วงจีน โฆษกกองทั […]

The post ดีเดย์กู้เรือหลวงสุโขทัยบางส่วน 22 ก.พ. นี้ ‘สำรวจหลักฐาน-ค้นหาร่างผู้สูญหาย-ปลดอาวุธ’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (16 กุมภาพันธ์) พล.ร.ต. วีรุดม ม่วงจีน โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยถึงความร่วมมือระหว่างกองทัพเรือไทยและสหรัฐอเมริกาในการกู้เรือหลวงสุโขทัยแบบจำกัด (Light Salvage) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 22 กุมภาพันธ์นี้ ว่า จะยังไม่ใช่การกู้เรือทั้งลำขึ้นมาจากน้ำ แต่จะเป็นการสำรวจหลักฐานใต้น้ำทั้งภายในและภายนอกตัวเรือ เพื่อนำมาประกอบการสอบสวนข้อเท็จจริงของกองทัพเรือ การค้นหาผู้สูญหาย 5 คน, การทำให้ยุทโธปกรณ์ของสหรัฐฯ และวัตถุอันตรายหมดความสามารถ รวมถึงการนำอุปกรณ์และยุทโธปกรณ์บางอย่างขึ้นมาจากน้ำ โดยวัตถุประสงค์หลักของปฏิบัติการในครั้งนี้ เพื่อยืนยันสาเหตุในการจมของเรือและวัตถุพยานในการสอบสวน

 

โฆษกกองทัพเรือระบุว่า ในห้วงที่ผ่านมากองทัพเรือได้ดำเนินการสอบสวนผู้เกี่ยวข้องแล้ว และจำเป็นต้องใช้วัตถุพยานเพื่อนำมาสรุปผล รวมทั้งจำเป็นต้องค้นหาผู้สูญหายที่อาจติดอยู่ภายในตัวเรือ ส่วนที่สหรัฐฯ เสนอตัวมาช่วยเหลือในการทำลายวัตถุอันตรายจะเป็นประโยชน์ร่วมกันทั้งฝ่ายไทยและสหรัฐฯ เนื่องจากสหรัฐฯ มีประสบการณ์และเครื่องมือพิเศษ จะทำให้ปฏิบัติการร่วมกันครั้งนี้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ 

 

กองทัพเรือไทย-สหรัฐฯ ร่วมภารกิจ

 

โฆษกกองทัพเรือระบุว่า กองทัพเรือจะใช้เรือหลวงรัตนโกสินทร์, เรือต่อต้านทุ่นระเบิด 2 ลำ, เรือตรวจการณ์ 2 ลำ และเรือระบายพลขนาดกลาง 1 ลำ พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด 40 นาย ร่วมในการปฏิบัติภารกิจ

 

ด้านกองทัพเรือสหรัฐฯ จะใช้เรือ Ocean Valor พร้อมเจ้าหน้าที่จากหน่วยประดาน้ำและกู้ซ่อมเคลื่อนที่ ซึ่งประจำอยู่ที่ฐานทัพเรือในรัฐฮาวาย จำนวน 17 นาย เข้าร่วมการฝึกคอบร้าโกลด์ และสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ โดยเรือ Ocean Valor จะออกเดินทางในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2567 ไปยังจุดที่เรือหลวงสุโขทัยจม และจะเริ่มปฏิบัติภารกิจในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2567 

 

สำหรับการปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ถือเป็นเครื่องมือแสดงถึงมิตรภาพอันยาวนานระหว่างกองทัพเรือไทยกับกองทัพเรือสหรัฐฯ โดยกองทัพเรือของทั้งสองประเทศมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติภารกิจร่วมกันให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ด้วยความปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบันทึกภาพทั้งภายในและภายนอกของตัวเรือ เพื่อใช้ประกอบกับการสอบสวนที่ได้ดำเนินการไว้ก่อนหน้านี้ให้ทราบถึงสาเหตุของการจม 

 

ทั้งนี้ กองทัพเรือจะกำหนดพื้นที่ห้ามเดินเรือรอบๆ บริเวณที่ปฏิบัติภารกิจ เพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับเจ้าหน้าที่ สำหรับผลการปฏิบัติต่างๆ กองทัพเรือจะชี้แจงให้ทราบในโอกาสต่อไป

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

The post ดีเดย์กู้เรือหลวงสุโขทัยบางส่วน 22 ก.พ. นี้ ‘สำรวจหลักฐาน-ค้นหาร่างผู้สูญหาย-ปลดอาวุธ’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไบเดนเสนอแต่งตั้ง ลิซา ฟรานเชตติ นั่งเก้าอี้ ผบ.ทร.หญิงคนแรกของสหรัฐฯ https://thestandard.co/lisa-franchetti-lead-us-navy/ Sat, 22 Jul 2023 12:22:05 +0000 https://thestandard.co/?p=820718 Lisa Franchetti

วานนี้ (21 กรกฎาคม) ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐอเมริ […]

The post ไบเดนเสนอแต่งตั้ง ลิซา ฟรานเชตติ นั่งเก้าอี้ ผบ.ทร.หญิงคนแรกของสหรัฐฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Lisa Franchetti

วานนี้ (21 กรกฎาคม) ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐอเมริกา ได้เสนอชื่อ พลเรือเอก ลิซา ฟรานเชตติ (Lisa Franchetti) เป็นผู้บัญชาการกองทัพเรือหญิงคนแรกของประเทศ ซึ่งถือเป็นความเคลื่อนไหวครั้งประวัติศาสตร์ที่จะทลายอุปสรรคทางเพศในกองทัพสหรัฐฯ 

 

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า การเสนอชื่อของไบเดนถือเป็นการสร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ เพราะก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ มีการคาดหมายกันว่าผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อจะเป็น พลเรือเอก ซามูเอล ปาปาโร (Samuel Paparo) ซึ่งเป็นผู้นำกองทัพเรือสหรัฐฯ ในมหาสมุทรแปซิฟิก และมีประสบการณ์ในการรับมือกับการแผ่ขยายอิทธิพลจากจีน

 

แต่ถึงเช่นนั้น ฟรานเชตติซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการของกองทัพเรือสหรัฐฯ ก็เป็นหนึ่งในแคนดิเดตที่มีการคาดการณ์ว่าจะได้ลงชิงตำแหน่งนี้ด้วยเช่นกัน เนื่องจากเธอเป็นเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการเคารพนับถืออย่างกว้างขวางและมีประสบการณ์มากมาย รวมถึงในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังนาวิกโยธินสหรัฐฯ ในเกาหลีใต้ (U.S. Naval Forces Korea)

 

ไบเดนกล่าวในแถลงการณ์ว่า ฟรานเชตติมีประสบการณ์ทำงานในกองทัพมานานถึง 38 ปี โดยตลอดเส้นทางอาชีพของเธอ ฟรานเชตติได้แสดงออกถึงความเชี่ยวชาญทั้งในด้านการปฏิบัติการและด้านนโยบาย อีกทั้งเธอยังเป็นผู้หญิงคนที่ 2 ที่เคยได้รับตำแหน่งพลเรือเอกระดับ 4 ดาวในกองทัพเรือสหรัฐฯ

 

อนึ่ง หากการเสนอชื่อได้รับการอนุมัติจากวุฒิสภาแล้ว ฟรานเชตติจะกลายเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้นั่งเก้าอี้ผู้บัญชาการกองทัพเรือ สังกัดกระทรวงกลาโหม และเข้าร่วมเป็นสมาชิกของคณะเสนาธิการร่วม (JCS) อันเป็นหน่วยงานที่ปรึกษาทางทหารระดับสูงสุดที่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับปัญหาทางทหารแก่ประธานาธิบดีโดยตรง 

 

แฟ้มภาพ: ABACA via Reuters Connect

อ้างอิง:

The post ไบเดนเสนอแต่งตั้ง ลิซา ฟรานเชตติ นั่งเก้าอี้ ผบ.ทร.หญิงคนแรกของสหรัฐฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองทัพเรือสหรัฐฯ เผยคลิปนาทีเรือรบจีนแล่นตัดหน้าระยะประชิดจนเกือบชน https://thestandard.co/us-navy-releases-video-chinese-warships/ Mon, 05 Jun 2023 08:53:23 +0000 https://thestandard.co/?p=799526 เรือรบจีน

กองทัพเรือสหรัฐฯ เผยแพร่คลิปวิดีโอเหตุการณ์ขณะเรือรบจีน […]

The post กองทัพเรือสหรัฐฯ เผยคลิปนาทีเรือรบจีนแล่นตัดหน้าระยะประชิดจนเกือบชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เรือรบจีน

กองทัพเรือสหรัฐฯ เผยแพร่คลิปวิดีโอเหตุการณ์ขณะเรือรบจีนกระทำการเสี่ยงอันตรายในช่องแคบไต้หวัน ด้วยการแล่นตัดหน้าเรือพิฆาตสหรัฐฯ ในระยะประชิด โดยเหตุการณ์ระทึกดังกล่าวเกิดขึ้นในน่านน้ำที่อ่อนไหว ท่ามกลางความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ที่ร้าวลึกลงอีก

 

การเผชิญหน้าดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่ทั้งสองประเทศต่างกล่าวโทษอีกฝ่ายว่าเป็นสาเหตุให้การสื่อสารระหว่างกองทัพต้องหยุดชะงักลง ท่ามกลางความไม่ลงรอยกันในทุกเรื่องตั้งแต่การค้าและไต้หวัน ไปจนถึงการรุกรานยูเครนของรัสเซีย จนทำให้เกิดความกังวลว่าจะเกิดสถานการณ์เผชิญหน้ากันในอนาคตที่อาจลุกลามถึงขั้นควบคุมไม่ได้

 

กองทัพสหรัฐฯ กล่าวว่า เรือพิฆาต USS Chung-Hoon และเรือฟริเกต HMCS Montreal ของแคนาดา กำลังเดินทางผ่านช่องแคบไต้หวัน ‘ตามปกติ’ ในวันเสาร์ (3 มิถุนายน) เมื่อจู่ๆ เรือของจีนแล่นตัดหน้าเรือสหรัฐฯ ในระยะ 137 เมตร

 

วิดีโอที่เผยแพร่โดยกองทัพเรือสหรัฐฯ เมื่อค่ำวันอาทิตย์ (4 มิถุนายน) เผยให้เห็นเรือรบของจีนที่กำลังแล่นผ่านเส้นทางของเรือพิฆาต Chung-Hoon ได้อย่างชัดเจน ขณะที่เรือ Chung-Hoon เองก็ไม่เปลี่ยนเส้นทาง นอกจากนี้ยังได้ยินเสียงข้อความเป็นภาษาอังกฤษ โดยเป็นการส่งข้อความทางวิทยุไปยังเรือจีนเพื่อเตือนถึงความพยายามที่จะจำกัดเสรีภาพในการเดินเรือ แต่ข้อความที่ได้ยินนั้นไม่ชัดเจนเนื่องจากมีเสียงลมแทรก

 

ทั้งนี้ ทางการจีนยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นโดยตรงต่อคำวิจารณ์ของสหรัฐฯ เกี่ยวกับการเผชิญหน้าดังกล่าวแต่อย่างใด หลังจากที่เมื่อคืนวันเสาร์ (3 มิถุนายน) กองทัพจีนออกโรงตำหนิสหรัฐฯ และแคนาดาว่า จงใจยั่วยุให้เกิดความเสี่ยงด้วยการเดินเรือร่วมกันซึ่งเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก

 

ซ่งจงผิง นักวิจารณ์ด้านการทหารของจีน กล่าวกับสำนักข่าว Reuters ว่า “การสกัดกั้นระยะเผาขน” เป็นการแสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถและ “ความกล้าหาญ” ของกองทัพเรือจีน

 

“ยิ่งการยั่วยุจากสหรัฐฯ รุนแรงขึ้น มาตรการตอบโต้จากจีนก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นตามไปด้วย” ซ่งกล่าว

 

เหตุการณ์เผชิญหน้ากันครั้งนี้นับเป็นครั้งที่สองในระยะเวลาเพียงไม่กี่วัน หลังจากที่เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม เครื่องบินขับไล่ของจีนได้ทำการบินในลักษณะที่ ‘ก้าวร้าวโดยไม่จำเป็น’ ใกล้กับเครื่องบินทหารของสหรัฐฯ ในน่านฟ้าสากลเหนือทะเลจีนใต้ จากการเปิดเผยของสหรัฐฯ

 

“สำหรับผมแล้ว ดูเหมือนว่าปักกิ่งสั่งให้กองกำลังของตนตอบโต้อย่างแข็งกร้าวมากขึ้นต่อสิ่งที่จีนเชื่อว่าเป็นการรุกล้ำกองกำลังของสหรัฐฯ และชาติพันธมิตร” ดีเร็ก กรอสแมน นักวิเคราะห์อาวุโสด้านกลาโหมของ RAND Corporation ซึ่งเป็นสถาบันคลังสมองของสหรัฐฯ กล่าว

 

“การทำเช่นนั้นมีแต่จะเพิ่มโอกาสให้จีนคำนวณผิดพลาด เช่น เรือหรือเครื่องบินชนกันโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งอาจลุกลามกลายเป็นความขัดแย้งที่มีการใช้กำลังอาวุธ” เขากล่าวเสริม

 

เมื่อวันอาทิตย์ กระทรวงกลาโหมไต้หวันเรียกการกระทำของจีนว่าเป็นการยั่วยุ และกล่าวว่าเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของประเทศเสรีประชาธิปไตยที่จะรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในช่องแคบไต้หวัน พร้อมทั้งเรียกร้องให้จีนเคารพสิทธิเสรีภาพในการเดินเรือ

 

ภาพ: Global News via Reuters

อ้างอิง:

The post กองทัพเรือสหรัฐฯ เผยคลิปนาทีเรือรบจีนแล่นตัดหน้าระยะประชิดจนเกือบชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดภาพบรรยากาศเรือ ‘USS Makin Island’ เรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ที่สุด ที่ท่าเรือแหลมฉบัง https://thestandard.co/uss-makin-island-atmosphere/ Wed, 08 Mar 2023 07:27:39 +0000 https://thestandard.co/?p=759999

วันนี้ (8 มีนาคม) ที่ท่าเรือแหลมฉบัง อำเภอศรีราชา จังหว […]

The post เปิดภาพบรรยากาศเรือ ‘USS Makin Island’ เรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ที่สุด ที่ท่าเรือแหลมฉบัง appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (8 มีนาคม) ที่ท่าเรือแหลมฉบัง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ช่างภาพข่าว THE STANDARD ได้รับอนุญาตเก็บภาพบรรยากาศของเรือ USS Makin Island (LHD–8) ที่ประจำการที่เมืองซานดิเอโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ทั้งด้านในและนอก ส่วนของห้องปฏิบัติการ ห้องพัก ห้องรับประทานอาหาร และห้องออกกำลังกาย

 

เรือลำนี้ทางกองทัพเรือสหรัฐอเมริกาได้รับในวันที่ 16 เมษายน 2552 โดยตั้งชื่อตามเหตุการณ์ที่กองร้อยจู่โจมนาวิกโยธิน A และ B กองพันจู่โจมที่ 2 (Carlson’s Raiders) บุกโจมตีเกาะเมคินที่ญี่ปุ่นยึดครองไว้ ในวันที่ 17-18 สิงหาคม 2485 ซึ่งเป็นเวลา 10 วันหลังจากที่นาวิกโยธินสหรัฐฯ เปิดฉากปฏิบัติการรบเชิงรุกในมหาสมุทรแปซิฟิกบนเกาะกัวดัลคาแนล 

 

สำหรับการจู่โจมเกาะเมคินมีวัตถุประสงค์เพื่อทำลายฐานที่ตั้งทางทหาร สืบหาข้อมูลข่าวกรองในพื้นที่ รวมถึงเบี่ยงเบนความสนใจและกำลังเสริมจากเกาะกัวดัลคาแนล

 

“กังโฮ” เป็นคำพูดปลุกใจของกองพันจู่โจมที่ 2 และคำขวัญของ USS Makin Island (CVE-93) โดยมีความหมายว่า รวมพลัง

 

เรือ USS Makin Island (LHD 8) เป็นประเภทเรือโจมตียกพลขึ้นบกอเนกประสงค์ (Multiple Purpose Amphibious Assault Ships – LHD) เป็นเรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ที่สุด โดยมีลักษณะคล้ายเรือบรรทุกเครื่องบินขนาดเล็ก รองรับการบินขึ้นและลงทางดิ่งในรันเวย์สั้นกว่าปกติ ซึ่งสนับสนุนยานเบาะอากาศยกพลขึ้นบก (LCAC) และเรืออื่นๆ 

 

เรือ LHD ชั้น Wasp ทำให้หน่วยนาวิกโยธินสหรัฐฯ สามารถเคลื่อนพลจากเรือขึ้นบกด้วยเฮลิคอปเตอร์ได้ นอกเหนือจากการใช้เรือยกพลขึ้นบก เรือ LHD เคยปฏิบัติการช่วยเหลือทางมนุษยธรรม การเข้ายึดครองพื้นที่ และปฏิบัติการรบสำคัญๆ 

 

คุณลักษณะทั่วไปของเรือชั้น Wasp มีแรงขับเคลื่อน 70,000 แรงม้า ความยาวตัวเรือ 844 ฟุต (253.2 เมตร) ความกว้างตัวเรือ 106 ฟุต (31.8 เมตร) ระบบอาวุธ ประกอบด้วย แท่นปล่อยจรวดต่อสู้อากาศยานระยะใกล้ RAM 2 ชุด, แท่นปล่อยจรวดต่อสู้อากาศยานพิสัยกลางมาตรฐาน NATO Sea Sparrow 2 ชุด, แท่นปืนต่อสู้อากาศยานและจรวดระยะประชิด แบบฟาลังซ์ CIWS ขนาด 20 มิลลิเมตร (มม.) (LHD 5-8 ติดตั้ง 2 ชุดยิง), ปืนกลขนาด .50 4 ชุดยิง, แท่นปืนกลขนาด 25 มม. Mark 38 (LHD 5-8 ติดตั้ง 3 ชุดยิง) 

 

อากาศยานประจำเรือ ประกอบด้วย เฮลิคอปเตอร์ CH-46 Sea Knight 12 ลำ, เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงขนาดใหญ่ CH-53E Sea Stallion 4 ลำ, เครื่องบินจู่โจม AV-8B Harrier 6 ลำ, เฮลิคอปเตอร์ UH-1N Huey 3 ลำ, เฮลิคอปเตอร์ AH-1W Super Cobra 4 ลำ นอกจากนี้ สามารถรองรับอากาศยานโรเตอร์กระดก VTOL MV-22 Osprey 12 ลำ เรือยกพลขึ้นบก/โจมตี ประเภทยานเบาะอากาศ (LCAC) 3 ลำ และเรือลำเลียงเทียบหาด (LCU) 2 ลำ

 

โดยเรือ USS Makin Island (LHD 8) ที่เข้ามาเทียบท่าในครั้งนี้ มีส่วนร่วมสำคัญในการปล่อยยานพาหนะสะเทินน้ำสะเทินบกของการฝึกคอบราโกลด์ 2023 ที่จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 10 มีนาคม 2565 ซึ่งมีทหารจาก 30 ประเทศเข้าร่วมกว่า 7,394 นาย 

 

ในระหว่างนี้เจ้าหน้าที่บางส่วนที่เดินทางมาประเทศไทยเมื่อมีเวลาว่างเว้นจากการฝึกฝน ได้ใช้เวลาท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ

 

The post เปิดภาพบรรยากาศเรือ ‘USS Makin Island’ เรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ที่สุด ที่ท่าเรือแหลมฉบัง appeared first on THE STANDARD.

]]>