กองทัพภาคที่ 2 Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/กองทัพภาคที่-2/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sat, 18 Jul 2026 04:05:36 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ทบ. เผยความคืบหน้าทหารเหยียบระเบิดศรีสะเกษ พบทุ่นระเบิดเก่า PMN-1 19 ทุ่น เร่งปูพรมเก็บกู้คืนความปลอดภัย https://thestandard.co/army-soldier-landmine-sisaket-clear/ Sat, 18 Jul 2026 04:04:26 +0000 https://thestandard.co/army-soldier-landmine-sisaket-clear/ เจ้าหน้าที่ทหารกำลังตรวจสอบหรือเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ

วันนี้ (18 กรกฎาคม) พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เป […]

The post ทบ. เผยความคืบหน้าทหารเหยียบระเบิดศรีสะเกษ พบทุ่นระเบิดเก่า PMN-1 19 ทุ่น เร่งปูพรมเก็บกู้คืนความปลอดภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่ทหารกำลังตรวจสอบหรือเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ

วันนี้ (18 กรกฎาคม) พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยความคืบหน้ากรณีเกิดอุบัติเหตุกำลังพลทหารประสบเหตุเหยียบกับระเบิดเก่าตกค้าง จนได้รับบาดเจ็บในพื้นที่อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา

 

โฆษกกองทัพบกชี้แจงว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในระหว่างที่กำลังพลกำลังปฏิบัติภารกิจเสริมความมั่นคงและปรับปรุงฐานปฏิบัติการตามแนวชายแดน โดยบริเวณจุดเกิดเหตุเป็นพื้นที่บุกเบิกใหม่เพื่อการวางกำลังพล ซึ่งอาจจะยังไม่ได้มีการสำรวจทุ่นระเบิดอย่างละเอียดถี่ถ้วน

 

ประกอบกับพื้นที่ดังกล่าวในห้วงที่เกิดสถานการณ์สู้รบครั้งล่าสุด ฝ่ายกัมพูชาไม่ได้เข้ามาใช้ประโยชน์ในบริเวณนี้ จึงเป็นเหตุให้กำลังพลก้าวพลาดไปเหยียบทุ่นระเบิดเก่าตกค้าง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากวัตถุระเบิดดังกล่าวมีสภาพเก่าและเสื่อมสภาพตามกาลเวลา ทำให้กลไกการทำงานไม่สมบูรณ์ แต่จากแรงอัดของระเบิดก็ยังคงส่งผลให้มีกำลังพลได้รับบาดเจ็บ

 

ภายหลังเกิดเหตุ หน่วยทหารช่างได้ร่วมกับหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 3 (นปท.3 / TMAC) เข้าดำเนินการตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียด ผลการปูพรมตรวจค้นพบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลรุ่นเก่า ชนิด PMN-1 จำนวน 19 ทุ่น ฝังกระจายอยู่โดยรอบบริเวณพื้นที่ปฏิบัติการ ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดกั้นพื้นที่ดังกล่าวห้ามบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้า-ออก พร้อมทั้งเร่งเข้าทำการเก็บกู้เพื่อทำลาย และเคลียร์พื้นที่ให้กลับมามีความปลอดภัยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

นอกจากนี้ โฆษกกองทัพบกยังระบุเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันทางกองทัพภาคที่ 2 ได้ออกคำสั่งกำชับไปยังกำลังพลที่ปฏิบัติภารกิจการปรับปรุงและเสริมความมั่นคงในทุกจุดตามแนวชายแดน ให้เพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่อย่างสูงสุด พร้อมทั้งยกระดับมาตรการในการตรวจค้นและเคลียร์พื้นที่อย่างรัดกุม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่บุกเบิกใหม่ที่ยังไม่เคยผ่านการสำรวจและเก็บกู้ทุ่นระเบิดมาก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียซ้ำซ้อนแก่กำลังพลในอนาคต

The post ทบ. เผยความคืบหน้าทหารเหยียบระเบิดศรีสะเกษ พบทุ่นระเบิดเก่า PMN-1 19 ทุ่น เร่งปูพรมเก็บกู้คืนความปลอดภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทัพภาค 2 แจงเหตุระเบิดฐานภูผา 2 นายทหารเหยียบทุ่นระเบิดเก่า ยันบาดเจ็บเล็กน้อย ส่ง รพ.กันทรลักษ์ ปลอดภัยแล้ว https://thestandard.co/second-army-soldiers-landmine-explosion-injury/ Fri, 17 Jul 2026 07:26:16 +0000 https://thestandard.co/?p=1231871 ภาพประกอบข่าวทหารเหยียบทุ่นระเบิดเก่าที่ฐานปฏิบัติการภูผา

วันนี้ (17 กรกฎาคม) รายงานข่าวจากกองทัพภาคที่ 2 เปิดเผย […]

The post ทัพภาค 2 แจงเหตุระเบิดฐานภูผา 2 นายทหารเหยียบทุ่นระเบิดเก่า ยันบาดเจ็บเล็กน้อย ส่ง รพ.กันทรลักษ์ ปลอดภัยแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบข่าวทหารเหยียบทุ่นระเบิดเก่าที่ฐานปฏิบัติการภูผา

วันนี้ (17 กรกฎาคม) รายงานข่าวจากกองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. กองกำลังสุรนารี (กกล.สุรนารี) ได้รับรายงานอุบัติเหตุกรณีกำลังพลสังกัดกองร้อยทหารราบที่ 122 กองพันทหารราบที่ 12 ประสบเหตุเหยียบทุ่นระเบิดเก่าตกค้าง ส่งผลให้มีเจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 นาย

 

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นภายในฐานปฏิบัติการภูผา ขณะที่กำลังพลจากหมู่ปืนต่อสู้อากาศยาน ขนาด 40 มิลลิเมตร แบบ L60 กำลังปฏิบัติภารกิจถากถางและปรับปรุงพื้นที่การยิง เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของพื้นที่ปฏิบัติการ

 

ในระหว่างการปฏิบัติภารกิจดังกล่าว จ่าสิบเอก จักรกฤษ บัวแก้ว ผู้บังคับหมู่ปืนต่อสู้อากาศยาน 40 มิลลิเมตร L60 ซึ่งขึ้นสมทบกับกองร้อยทหารราบที่ 122 ได้ก้าวพลาดไปเหยียบทุ่นระเบิดเก่าที่ตกค้างอยู่ในพื้นที่ แต่ทุ่นระเบิดดังกล่าวเสื่อมสภาพและทำงานไม่เต็มกำลัง ส่งผลให้ จ่าสิบเอก จักรกฤษ ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยบริเวณเท้าและข้อเท้าขวา มีเพียงรอยบวมช้ำจากแรงอัดของระเบิดและมีอาการจุกแน่น

 

ขณะเดียวกัน จ่าสิบเอก สาธิต ผ่องแก้ว พลเล็งปืนต่อสู้อากาศยาน 40 มิลลิเมตร L60 ซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่ถากถางพื้นที่อยู่บริเวณใกล้เคียง ได้รับผลกระทบจากสะเก็ดหินและดินที่กระเด็นขึ้นมาตามแรงระเบิด โดยเบื้องต้นตรวจสอบแล้วไม่พบบาดแผลลึกแต่อย่างใด

 

ภายหลังเกิดเหตุ หน่วยต้นสังกัดได้เร่งดำเนินการลำเลียงกำลังพลผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 นาย ออกจากพื้นที่อย่างเร่งด่วนและนำตัวส่งเข้าตรวจรักษาที่โรงพยาบาลกันทรลักษ์ เพื่อประเมินอาการอย่างละเอียด

 

ล่าสุด กองกำลังสุรนารีได้รายงานยืนยันว่า การลำเลียงผู้บาดเจ็บเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและทหารทั้งสองนายอยู่ในอาการปลอดภัย มีสติสัมปชัญญะครบถ้วน สามารถพูดคุยโต้ตอบได้ตามปกติ ไม่มีบาดแผลฉีกขาดรุนแรงและไม่มีการสูญเสียอวัยวะ มีเพียงอาการจุกแน่นจากแรงอัดของระเบิดเท่านั้น ทั้งนี้ ทางหน่วยจะยังคงเฝ้าติดตามอาการของผู้บาดเจ็บอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งสั่งการให้ดำเนินมาตรการตรวจสอบพื้นที่อย่างรัดกุม เพื่อป้องกันอันตรายจากวัตถุระเบิดที่อาจยังคงตกค้างอยู่ในบริเวณดังกล่าวต่อไป

The post ทัพภาค 2 แจงเหตุระเบิดฐานภูผา 2 นายทหารเหยียบทุ่นระเบิดเก่า ยันบาดเจ็บเล็กน้อย ส่ง รพ.กันทรลักษ์ ปลอดภัยแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
เสธ.ทบ. ไม่เชื่อคำอ้างกัมพูชา ปมยิงปืน 3 นัดใกล้ฐานทหารไทย ตอบโต้ตามหลักปฏิบัติ https://thestandard.co/thai-cambodia-border-shooting-army-chief/ Fri, 17 Jul 2026 06:02:21 +0000 https://thestandard.co/?p=1231809 พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ให้สัมภาษณ์

วันนี้ (17 กรกฎาคม) ที่อาคารรัฐสภา พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงปร […]

The post เสธ.ทบ. ไม่เชื่อคำอ้างกัมพูชา ปมยิงปืน 3 นัดใกล้ฐานทหารไทย ตอบโต้ตามหลักปฏิบัติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ให้สัมภาษณ์

วันนี้ (17 กรกฎาคม) ที่อาคารรัฐสภา พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ล่าสุดมีการยิงปืนจากฝั่งกัมพูชาจำนวน 3 นัด เข้ามาใกล้เขตฐานทหารไทยว่า เราก็ยิงตอบโต้ไปตามแนวทางที่เรายึดถือ แต่ฝั่งกัมพูชาก็ได้ติดต่อเข้ามาเพื่อพูดคุยกันระหว่างผู้บังคับบัญชาในพื้นที่ ซึ่งฝ่ายเราก็ได้ท้วงติงไปอย่างหนักว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้ต้องไม่เกิดขึ้นอีก หากเกิดขึ้นอีกก็ต้องปฏิบัติตามแถลงการณ์ร่วม (Joint Declaration) ไทย-กัมพูชา หากเขายังล่วงล้ำ หรือปฏิบัติผิดไปจากข้อตกลง เราก็จะดำเนินการตามขั้นตอนของเรา

 

ส่วนกัมพูชาได้แจ้งสาเหตุหรือไม่ว่า การยิงปืนทั้ง 3 นัดเกิดจากสาเหตุอะไร เสธ.ทบ. กล่าวว่า ขอบอกตรงไปตรงมาว่า ไม่ว่าเขาจะชี้แจงว่าเกิดจากการเสียวินัย กำลังพลมีปัญหา หรือไปรับประทานสุรา เราก็ไม่เชื่อถือ เราเชื่อเฉพาะข้อเท็จจริงว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นจริง และเราก็ได้ตอบโต้ไป

 

เมื่อถามถึงการประชุมกองเลขานุการคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาคไทย-กัมพูชา ระหว่างกองทัพภาคที่ 2 ของไทย กับภูมิภาคทหารที่ 4 ของกัมพูชา หรือ RBC ที่ได้แจ้งว่า ตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 จนถึงปัจจุบัน ได้ยินเสียงระเบิดรวม 19 ครั้งนั้น เสธ.ทบ. กล่าวว่า เรื่องนี้เราได้แจ้งฝั่งกัมพูชาไป เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน หากเกิดขึ้นตามแนวชายแดน แม้จะอยู่ในเขตกัมพูชาก็ตาม ก็ส่งผลกระทบต่อประชาชนและกำลังพลของเรา ดังนั้นไม่ควรเกิดขึ้น กำลังพลกัมพูชาต้องเพิ่มความระมัดระวัง ไม่ว่าจะเป็นหน่วยใดก็ตาม ซึ่งเราได้ท้วงติงไปแล้ว

 

ส่วนเรื่องความคืบหน้าอ่างเก็บน้ำห้วยตามาเรีย จังหวัดศรีสะเกษ หลังกรมชลประทานได้ตั้งงบประมาณเพื่อก่อสร้างแล้วนั้น เสธ.ทบ. กล่าวว่า ตนก็ทราบข่าวในลักษณะดังกล่าว เพราะได้เข้าไปพูดคุยกับกรมชลประทาน ซึ่งก็ได้ชี้แจงแนวทางการดำเนินงาน โดยเรื่องนี้เราได้เรียนนายกรัฐมนตรีไปแล้ว และนายกรัฐมนตรีก็มีบัญชาว่าจะพิจารณา ส่วนงบประมาณจะมาจากส่วนไหนก็ตาม คงไม่มีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นงบจากกรมชลประทาน งบกลาง หรือ งบจากกองทัพ เราก็พร้อม ขอเพียงเป็นโครงการที่สร้างประโยชน์ให้ประเทศชาติ ไม่ว่าจะใช้งบประมาณจากหน่วยงานใดก็ไม่เป็นปัญหา พร้อมเดินหน้าก่อสร้าง และกรมชลประทานก็ได้ประสานงานกับกองทัพภาคที่ 2 มาโดยตลอดอยู่แล้ว

The post เสธ.ทบ. ไม่เชื่อคำอ้างกัมพูชา ปมยิงปืน 3 นัดใกล้ฐานทหารไทย ตอบโต้ตามหลักปฏิบัติ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แม่ทัพภาค 2-3 ลงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ตรวจเยี่ยมกำลังพล หนุนภารกิจความมั่นคง วางพวงมาลารำลึกวีรชนเนิน 350-ปราสาทตาควาย https://thestandard.co/thai-cambodia-border-security-visit-2/ Sun, 05 Jul 2026 05:43:23 +0000 https://thestandard.co/?p=1226853 ภาพแม่ทัพภาค 2 และ 3 ลงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ตรวจเยี่ยมกำลังพลและวางพวงมาลา

วันนี้ (5 กรกฎาคม) พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ […]

The post แม่ทัพภาค 2-3 ลงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ตรวจเยี่ยมกำลังพล หนุนภารกิจความมั่นคง วางพวงมาลารำลึกวีรชนเนิน 350-ปราสาทตาควาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพแม่ทัพภาค 2 และ 3 ลงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ตรวจเยี่ยมกำลังพลและวางพวงมาลา

วันนี้ (5 กรกฎาคม) พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วย พล.ท.วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 และคณะผู้บังคับบัญชา ลงพื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อตรวจเยี่ยมและพบปะกำลังพลจากกองทัพภาคที่ 3 ที่เดินทางมาสนับสนุนภารกิจของกองทัพภาคที่ 2 ในพื้นที่แนวชายแดน ได้แก่ ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาควาย และเนิน 350

ดูภาพข่าว 

การลงพื้นที่ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามสถานการณ์ รับฟังผลการปฏิบัติงาน และตรวจเยี่ยมกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ โดยผู้บังคับบัญชาได้ให้ข้อแนะนำในการปฏิบัติงาน รับทราบปัญหาและอุปสรรค ตลอดจนให้กำลังใจกำลังพลจากศูนย์ปฏิบัติการ TMAC กองบัญชาการกองทัพไทย ซึ่งร่วมปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ชายแดน

 

พล.ท.วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวว่า การปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ดังกล่าวมีความสำคัญต่อภารกิจด้านความมั่นคงของประเทศ พร้อมขอให้กำลังพลทุกนายปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง มีความพร้อม และยึดมั่นในภารกิจเพื่อรักษาอธิปไตยและความมั่นคงของชาติ

 

ภายหลังเสร็จสิ้นการตรวจเยี่ยม แม่ทัพภาคที่ 2 และแม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมคณะผู้บังคับบัญชา ได้ร่วมประกอบพิธีวางพวงมาลา ทำความเคารพ และยืนสงบนิ่ง เพื่อรำลึกถึงทหารผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ ณ อนุสรณ์สถานบริเวณเนิน 350 และปราสาทตาควาย เพื่อแสดงความเคารพต่อผู้เสียสละในการปกป้องอธิปไตยของชาติ

 

ทั้งนี้ การลงพื้นที่ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการติดตามภารกิจและสนับสนุนการปฏิบัติงานของกำลังพลในพื้นที่ชายแดน เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและเสริมความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง

 

 

ภาพแม่ทัพภาค 2 และ 3 ลงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ตรวจเยี่ยมกำลังพลและวางพวงมาลา 1ภาพแม่ทัพภาค 2 และ 3 ลงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ตรวจเยี่ยมกำลังพลและวางพวงมาลา 2ภาพแม่ทัพภาค 2 และ 3 ลงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ตรวจเยี่ยมกำลังพลและวางพวงมาลา 3ภาพแม่ทัพภาค 2 และ 3 ลงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ตรวจเยี่ยมกำลังพลและวางพวงมาลา 4ภาพแม่ทัพภาค 2 และ 3 ลงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ตรวจเยี่ยมกำลังพลและวางพวงมาลา 5

The post แม่ทัพภาค 2-3 ลงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ตรวจเยี่ยมกำลังพล หนุนภารกิจความมั่นคง วางพวงมาลารำลึกวีรชนเนิน 350-ปราสาทตาควาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองทัพภาคที่ 2 แจงเหตุเสียงระเบิดชายแดนศรีสะเกษ คาดกัมพูชาทำเหมือง-สัตว์เหยียบกับระเบิด ยันไทยไม่ได้ใช้อาวุธ https://thestandard.co/second-army-explosion-sisaket-border-cambodia/ Mon, 22 Jun 2026 08:24:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1221429 ภาพประกอบแสดงพื้นที่ชายแดนศรีสะเกษและสัญลักษณ์เสียงระเบิด

วันนี้ (22 มิถุนายน) กองทัพภาคที่ 2 ชี้แจงกรณีมีการกล่า […]

The post กองทัพภาคที่ 2 แจงเหตุเสียงระเบิดชายแดนศรีสะเกษ คาดกัมพูชาทำเหมือง-สัตว์เหยียบกับระเบิด ยันไทยไม่ได้ใช้อาวุธ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบแสดงพื้นที่ชายแดนศรีสะเกษและสัญลักษณ์เสียงระเบิด

วันนี้ (22 มิถุนายน) กองทัพภาคที่ 2 ชี้แจงกรณีมีการกล่าวอ้างเกี่ยวกับเหตุเสียงระเบิดบริเวณพื้นที่ห้วยตามาเรีย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ในช่วงเวลาประมาณ 05.50 น. ของวันเดียวกัน โดยมีการระบุว่าเสียงดังกล่าวอาจเกิดจากการใช้อาวุธของฝ่ายไทย

 

กองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับหน่วยทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ พบว่ากำลังพลได้ยินเสียงระเบิดจำนวน 3 ครั้งในช่วงเวลาเดียวกัน อย่างไรก็ตาม จากลักษณะและทิศทางของเสียง มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าแหล่งกำเนิดเสียงดังกล่าวมาจากพื้นที่ควบคุมของฝ่ายกัมพูชา และไม่ปรากฏหลักฐานหรือรายงานว่าหน่วยทหารไทยได้มีการใช้อาวุธหรือดำเนินการใดที่เป็นสาเหตุของเหตุการณ์ดังกล่าว

 

ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 2 ระบุว่า พื้นที่ชายแดนบริเวณดังกล่าวเคยมีรายงานการได้ยินเสียงระเบิดเป็นครั้งคราวมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย อาทิ การใช้วัตถุระเบิดเพื่อกิจกรรมด้านการก่อสร้างหรือทำเหมืองหิน รวมถึงกรณีสัตว์ป่าเหยียบกับระเบิดที่ยังตกค้างอยู่ในพื้นที่ฝั่งกัมพูชา จึงยังไม่สามารถสรุปสาเหตุที่แท้จริงได้จนกว่าจะมีการตรวจสอบอย่างรอบด้าน

 

กองทัพภาคที่ 2 ย้ำว่า การระบุชนิดอาวุธหรือกล่าวอ้างถึงแหล่งที่มาของเสียงระเบิดโดยอาศัยเพียงการคาดการณ์ อาจนำไปสู่ความเข้าใจคลาดเคลื่อนและส่งผลกระทบต่อบรรยากาศความสัมพันธ์บริเวณแนวชายแดน จึงยึดหลักการนำเสนอข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบและสามารถยืนยันได้ด้วยพยานหลักฐานที่น่าเชื่อถือ

 

พร้อมกันนี้ กองทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่าการปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพลทุกนายเป็นไปด้วยความยับยั้งชั่งใจ ภายใต้กรอบกฎหมาย หลักสากล และข้อตกลงที่เกี่ยวข้อง โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับการรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ชายแดน ควบคู่กับการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง

 

นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสาร ติดตามข้อมูลจากแหล่งข่าวทางการ และเชื่อมั่นว่ากองทัพภาคที่ 2 จะดำเนินการด้วยความโปร่งใส รอบคอบ และยึดมั่นในข้อเท็จจริง เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชน

The post กองทัพภาคที่ 2 แจงเหตุเสียงระเบิดชายแดนศรีสะเกษ คาดกัมพูชาทำเหมือง-สัตว์เหยียบกับระเบิด ยันไทยไม่ได้ใช้อาวุธ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โฆษก ทบ.-แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่สำรวจปราสาทคนา เตรียมทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ทหารกล้าพรุ่งนี้ https://thestandard.co/thai-army-survey-prasat-kana-battleground/ Fri, 19 Jun 2026 10:38:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1220713 ภาพปราสาทคนาและคณะทหารกำลังสำรวจพื้นที่

วันนี้ (19 มิถุนายน) พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก พ […]

The post โฆษก ทบ.-แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่สำรวจปราสาทคนา เตรียมทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ทหารกล้าพรุ่งนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพปราสาทคนาและคณะทหารกำลังสำรวจพื้นที่

วันนี้ (19 มิถุนายน) พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก พร้อมด้วย พล.ท. วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ปราสาทคนา บนเทือกเขาพนมดงรัก อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เพื่อตรวจผลการปฏิบัติการทางทหารจากการสู้รบรอบที่ 2 ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา

 

โดยได้เข้าสำรวจจุดจัดเก็บเสบียงและร่องรอยการพักแรมของทหารกัมพูชา รวมถึงบันไดไม้ 1,181 ขั้น ซึ่งเคยเป็นทางขึ้นหลักและสถานที่ท่องเที่ยว แต่ปัจจุบันกองทัพภาคที่ 2 ได้เผาทำลายตัดเส้นทางไปแล้ว 250 เมตร จากระยะทางทั้งหมด 450 เมตร พร้อมวางแนวรั้วลวดหนาม 2 ชั้นเพื่อความมั่นคง

 

นอกจากนี้ ยังพบตัวอักษรภาษากัมพูชาบนแผ่นหินเขียนว่า ‘กัมปูเจีย ทะเมย’ แปลว่า กัมพูชาใหม่ และเป็นชื่อเพจเฟซบุ๊กของทหารกัมพูชา ที่มักชอบโพสต์คอนเทนต์ลงในเพจดังกล่าว

 

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ คณะผู้บังคับบัญชาได้ร่วมวางดอกไม้ไว้อาลัยแก่ ร.ต. เทิดศักดิ์ ศรีลาชัย ทหารกล้าผู้เสียชีวิตในสมรภูมิขณะปฏิบัติหน้าที่เจาะเส้นทางฝ่าการระดมยิงของฝ่ายตรงข้าม จนทำให้ทหารไทยสามารถเข้าตียึดควบคุมพื้นที่ปราสาทคนาได้สำเร็จ นอกจากนี้ยังได้เข้าชม ‘ธงประกาศชัยชนะ’ ที่ทหารไทยปักไว้เคียงคู่กับศิวลึงค์และโญนีอันเป็นเทวสถานในพื้นที่ ซึ่งทางกองทัพยังคงสภาพเดิมเอาไว้ทั้งหมดเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานเตือนใจถึงความยากลำบากในการปฏิบัติหน้าที่

 

สำหรับ ‘ปราสาทคนา’ สันนิษฐานว่าเป็นเทวสถานในศาสนาฮินดู สร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 15 (อายุประมาณ 1,100 ปี) มีลักษณะเด่นคือเป็นปราสาทของแม่ทัพหญิง จึงพบสัญลักษณ์โญนีเป็นส่วนใหญ่ ตัวปราสาทสร้างด้วยดินเผาและอิฐจำนวน 3 หลัง หันหน้าไปทางทิศตะวัน มีกำแพงศิลาแลงยาวด้านละ 39.5 เมตรล้อมรอบเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส บริเวณโดยรอบมีร่องรอยความเสียหายจากการปะทะ เช่น รอยกระสุนตามต้นไม้ และชิ้นส่วนสถาปัตยกรรมที่หักพัง ทั้งทับหลังสลักภาพช้างเอราวัณ 3 เศียร และเสาประดับกรอบประตู

 

ด้านการอนุรักษ์ กรมศิลปากรโดยสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา ได้เข้าเก็บรวบรวมหลักฐานสำคัญ อาทิ รูปพญาครุฑ และหลักศิลาสถานรวม 28 ชิ้น เพื่อนำไปศึกษาและเตรียมวางแผนบูรณะปฏิสังขรณ์ เนื่องจากในอดีตยังขาดหลักฐานที่แน่ชัดเกี่ยวกับรูปแบบศิลปกรรมดั้งเดิม โดยปัจจุบันพื้นที่ยุทธศาสตร์แห่งนี้อยู่ในความดูแลและควบคุมอย่างเข้มงวดของหน่วยเฉพาะกิจทหารพราน กรมทหารบกที่ 26 กองทัพภาคที่ 2

 

ทั้งนี้ ในวันพรุ่งนี้ (20 มิถุนายน) แม่ทัพภาคที่ 2 จะเดินทางมาเป็นประธานในพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่กำลังพลทหารไทยที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในสมรภูมิดังกล่าว พร้อมทั้งประกอบพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่กำลังพลที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่ตรึงกำลังอยู่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาในปัจจุบัน

The post โฆษก ทบ.-แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่สำรวจปราสาทคนา เตรียมทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ทหารกล้าพรุ่งนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองทัพบกเผยใช้กลไก RBC ประสานกัมพูชา ช่วยเหลือชาวบ้านหาของป่ากลับไทยโดยปลอดภัย https://thestandard.co/army-cooperates-cambodia-rescue-thai-villager/ Fri, 15 May 2026 05:00:58 +0000 https://thestandard.co/?p=1207425 เจ้าหน้าที่ทหารไทยและกัมพูชา ร่วมอำนวยความสะดวกในการส่งตัวชาวบ้านไทยที่หาของป่าในกัมพูชากลับประเทศ

วันนี้ (15 พฤษภาคม) พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เป […]

The post กองทัพบกเผยใช้กลไก RBC ประสานกัมพูชา ช่วยเหลือชาวบ้านหาของป่ากลับไทยโดยปลอดภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่ทหารไทยและกัมพูชา ร่วมอำนวยความสะดวกในการส่งตัวชาวบ้านไทยที่หาของป่าในกัมพูชากลับประเทศ

วันนี้ (15 พฤษภาคม) พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงกรณีที่ โยชน์ สายน้อย ราษฎรที่สูญหายภายหลังเข้าไปหาของป่าในพื้นที่บริเวณห้วยสำเริง ตำบลโคกตะเคียน อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เมื่อ 25 เมษายน 69 ที่ผ่านมา ซึ่งต่อมาทราบว่าถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายกัมพูชาจับกุมตัว และนำไปควบคุมภายในเรือนจำ จังหวัดอุดรมีชัย นั้น

 

พล.ต. วินธัยระบุว่า ตั้งแต่รับทราบข้อมูล กองทัพบกโดยกองทัพภาคที่ 2 ได้ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ ใช้กลไกการประสานงานในทุกระดับกับฝ่ายกัมพูชาอย่างใกล้ชิด เพื่อเร่งดำเนินการช่วยเหลือราษฎรไทยรายดังกล่าวอย่างเต็มที่ ซึ่งวานนี้ (14 พฤษภาคม 69) กองทัพภาคที่ 2 ได้รับการประสานจาก พลจัตวา นิด นารง รองเสนาธิการภูมิภาคทหารที่ 4/ประธานกองเลขาฯ คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC)

 

ด้านภูมิภาคทหารที่ 4 ว่าหลังได้รับการประสานจากกองทัพภาคที่ 2 ทางภูมิภาคทหารที่ 4 ได้ดำเนินการทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการ จังหวัดอุดรมีชัย และกระทรวงมหาดไทยกัมพูชา ในเรื่องการติดตามและให้ความช่วยเหลือราษฎรไทย ซึ่งทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกัมพูชาได้อนุมัติให้ส่งตัวราษฎรรายดังกล่าวกลับคืนสู่ประเทศไทยแล้ว ผ่านกลไกความร่วมมือของหน่วยทหารในระดับพื้นที่ ระหว่างกองทัพภาคที่ 2 ของไทย และภูมิภาคทหารที่ 4 ของกัมพูชา

 

ล่าสุดในวันนี้ (15 พฤษภาคม 69) เวลาประมาณ 10.30 น. กองทัพบก โดยกองทัพภาคที่ 2 ได้รับตัวนายโยชน์กลับสู่ประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อย ณ จุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยมี พล.ต. กัมปนาท วาพันสุ เสนาธิการกองทัพภาคที่ 2/ประธานกองเลขาฯ คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) ด้านกองทัพภาคที่ 2 เป็นหัวหน้าคณะฝ่ายไทย และ พลจัตวา นิด นารง รองเสนาธิการภูมิภาคทหารที่ 4/ประธานกองเลขาฯ คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) ด้านภูมิภาคทหารที่ 4 เป็นหัวหน้าคณะฝ่ายกัมพูชา ร่วมสังเกตการณ์และอำนวยความสะดวกในการส่งราษฎรไทยกลับสู่ประเทศ

 

สำหรับความสำเร็จในการช่วยเหลือคนไทยครั้งนี้ สะท้อนถึงประสิทธิภาพและความสำคัญของกลไกความร่วมมือระหว่างประเทศในระดับต่างๆ ที่ได้มีการจัดตั้งขึ้น เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนระหว่างกัน ซึ่งกองทัพบกให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับมาตรการเตรียมความพร้อมในการปกป้องอธิปไตยของกองกำลังป้องกันชายแดนกองทัพบก

The post กองทัพบกเผยใช้กลไก RBC ประสานกัมพูชา ช่วยเหลือชาวบ้านหาของป่ากลับไทยโดยปลอดภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
กัมพูชายิง 11 นัดตลอดแนว ‘โอร์เสม็ด’ ไทยประเมินเป็นการเช็กแนวรบ หลังพบต่างชาติประชิดลวดหนาม ยิงเตือน 2 นัด เฝ้าระวังเข้ม 24 ชม. https://thestandard.co/cambodia-thailand-border-shots-security/ Wed, 13 May 2026 14:15:29 +0000 https://thestandard.co/?p=1206955 Breaking-News

กองทัพภาคที่ 2 ได้รับรายงานจากกองกำลังสุรนารีว่า เมื่อเ […]

The post กัมพูชายิง 11 นัดตลอดแนว ‘โอร์เสม็ด’ ไทยประเมินเป็นการเช็กแนวรบ หลังพบต่างชาติประชิดลวดหนาม ยิงเตือน 2 นัด เฝ้าระวังเข้ม 24 ชม. appeared first on THE STANDARD.

]]>
Breaking-News

กองทัพภาคที่ 2 ได้รับรายงานจากกองกำลังสุรนารีว่า เมื่อเวลา 18.40 น. วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ทหารกัมพูชาใช้อาวุธปืนยิงตลอดแนวพื้นที่โอร์เสม็ด รวม 11 นัด หลายจุด คาดเป็นการ “ยิงเช็กแนว” ท่ามกลางสถานการณ์ชายแดนที่ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

 

รายงานระบุว่า จุดเริ่มต้นของการยิงอยู่บริเวณเนิน 278 ทิศตะวันออกของช่องจอม ก่อนจะไล่แนวยิงลงมาทางตลาดฝั่งตะวันออกของถนนเข้าสู่พื้นที่โอร์เสม็ด โดยแต่ละจุดมีการยิงประมาณ 1-2 นัด รวมทั้งสิ้น 11 นัด เหตุเกิดในช่วงพลบค่ำ ขณะท้องฟ้ามืดครึ้มและมีฝนตั้งเค้า

 

หลังเกิดเหตุไม่นาน ได้มีฝนตกลงมาอย่างหนัก และจนถึงขณะนี้ยังไม่พบความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมจากฝ่ายกัมพูชา

 

ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยตรวจพบชายชาวต่างชาติ ลักษณะคล้ายชาวตะวันตก ไม่ทราบสัญชาติ เดินเข้าใกล้แนวลวดหนามบริเวณถนนทางเข้าโอร์เสม็ด เจ้าหน้าที่จึงยิงเตือน 2 นัด ตามมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อป้องกันการรุกล้ำพื้นที่และลดความเสี่ยงต่อความเข้าใจผิดที่อาจกระทบต่อสถานการณ์ความมั่นคงชายแดน

 

ทั้งนี้ หน่วยความมั่นคงประเมินว่า การยิงของฝ่ายกัมพูชาในครั้งนี้มีลักษณะคล้ายการ “ยิงเช็กแนว” โดยสถานการณ์โดยรวมยังอยู่ภายใต้การควบคุม ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยยังคงตรึงกำลังและเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมงอย่างต่อเนื่อง

The post กัมพูชายิง 11 นัดตลอดแนว ‘โอร์เสม็ด’ ไทยประเมินเป็นการเช็กแนวรบ หลังพบต่างชาติประชิดลวดหนาม ยิงเตือน 2 นัด เฝ้าระวังเข้ม 24 ชม. appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองทัพภาคที่ 2 เร่งช่วยคนไทยถูกกัมพูชาจับ หลังลอบเข้าชายแดนช่องตาเล็งหาของป่า https://thestandard.co/thai-national-detained-cambodia-border/ Sun, 10 May 2026 07:22:41 +0000 https://thestandard.co/?p=1205660 ทหารไทยและกัมพูชา

วันนี้ (10 พฤษภาคม) กองทัพภาคที่ 2 ได้รับรายงานจากกองกำ […]

The post กองทัพภาคที่ 2 เร่งช่วยคนไทยถูกกัมพูชาจับ หลังลอบเข้าชายแดนช่องตาเล็งหาของป่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทหารไทยและกัมพูชา

วันนี้ (10 พฤษภาคม) กองทัพภาคที่ 2 ได้รับรายงานจากกองกำลังสุรนารี กรณีทหารกัมพูชาจับกุมชายไทย 1 ราย หลังลักลอบข้ามแดนบริเวณช่องตาเล็ง อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ไปหาของป่า ก่อนหายตัวปริศนานานกว่า 15 วัน สร้างความกังวลให้ครอบครัวอย่างหนัก

 

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 โลกออนไลน์ได้มีการแชร์ข้อความจากบัญชีเฟซบุ๊กชื่อ ‘Wiparat Thongsaysorn’ ประกาศตามหาญาติที่เข้าไปหาของป่าตามแนวชายแดนช่องตาเล็ง ก่อนขาดการติดต่อและไม่กลับบ้านนาน 4-5 วัน

 

ต่อมาหน่วยงานด้านความมั่นคง ทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ได้จัดชุดข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบภูมิลำเนาของผู้สูญหาย ทราบชื่อคือ โยชน์ สายน้อย อายุ 58 ปี ชาวบ้านหมู่ 7 ตำบลกันตรวจระมวล อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ มีอาชีพหาของป่า โดยออกจากบ้านตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน 2569 เวลาประมาณ 18.00 น. ใช้รถจักรยานยนต์ซูซูกิ สแมช สีดำ ทะเบียน ขกต 772 สุรินทร์ ก่อนหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

 

ญาติให้ข้อมูลว่า ปกติโยชน์จะเข้าป่าเพียง 1-2 วันแล้วกลับบ้าน จึงเชื่อว่าอาจเกิดเหตุไม่คาดคิด หรืออาจถูกเจ้าหน้าที่กัมพูชาควบคุมตัว กระทั่ง กันนิกา หอมขจร ภรรยา ได้เข้าแจ้งความบุคคลสูญหายไว้ที่ สถานีตำรวจภูธรกาบเชิง ตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยติดตาม

 

กระทั่งวันที่ 4 พฤษภาคม 2569 กองกำลังสุรนารีได้รับการประสานจากตำรวจในพื้นที่ จึงเร่งประสานไปยังฝ่ายกัมพูชา ผ่าน พ.อ.โปว เพง หัวหน้าหน่วยประสานงานกัมพูชา-ไทย ประจำพื้นที่โอรเสม็ด โดยฝ่ายกัมพูชายืนยันว่า โยชน์ได้ลักลอบเข้าเขตกัมพูชา จึงถูกจับกุมในข้อหาหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย และถูกส่งดำเนินคดีในพื้นที่จังหวัดอุดรมีชัย

 

ทั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้สั่งการไปยังผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ให้ใช้กลไกจากชุดประสานงานประจำพื้นที่ชายแดน เร่งประสานกับฝ่ายทหารกัมพูชา เพื่อช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด

 

ทั้งนี้ กองกำลังสุรนารีระบุว่า เพิ่งได้รับการประสานขอความช่วยเหลือจากครอบครัวเมื่อไม่นานมานี้ ก่อนเร่งตรวจสอบจนยืนยันได้ว่า โยชน์ถูกจับกุมจริง ส่วนการรับตัวกลับไทยยังอยู่ระหว่างการประสานงาน เพื่อดำเนินการตามระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องระหว่างสองประเทศต่อไป

 

พล.ต.บุญเสริม กล่าวว่า กองกำลังสุรนารีได้รับการประสานจากตำรวจในพื้นที่ และเพจเฟซบุ๊กของ “คุณอ้อ ไพรัช” ว่า มีประชาชนในอำเภอปราสาท ซึ่งอยู่ห่างจากพื้นที่ชายแดนประมาณ 40 กิโลเมตร สูญหายไปหลายวัน

 

ภายหลังได้รับข้อมูลดังกล่าว ทางทหารจึงรีบประสานไปยังชุดประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา โดยฝ่ายกัมพูชารับปากว่าจะเร่งตรวจสอบให้

 

ต่อมาในช่วงเช้าที่ผ่านมา ชุดประสานงานฝ่ายกัมพูชาได้โทรศัพท์กลับมาแจ้งว่า จากการตรวจสอบพบว่า ผู้สูญหายชาวไทยอยู่ที่จังหวัดอุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา และปลอดภัยดี

 

เมื่อได้รับแจ้งดังกล่าว ตนจึงสั่งการให้ศูนย์ประสานงานชายแดนฝั่งไทย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ รีบเดินทางไปแจ้งข่าวแก่ครอบครัวของผู้สูญหายทันที เพื่อให้ญาติคลายความกังวล และทราบว่าผู้สูญหายยังปลอดภัยดี

The post กองทัพภาคที่ 2 เร่งช่วยคนไทยถูกกัมพูชาจับ หลังลอบเข้าชายแดนช่องตาเล็งหาของป่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
พลทหารเหยียบกับระเบิดในฐานเอราวัณ ขาขวาขาด อาการสาหัส ส่ง รพ.กาบเชิงแล้ว https://thestandard.co/soldier-landmine-erawan-injuries/ Fri, 27 Feb 2026 02:12:05 +0000 https://thestandard.co/?p=1182220 ภาพพลทหารบาดเจ็บสาหัสจากกับระเบิดในฐานปฏิบัติการเอราวัณ จังหวัดสุรินทร์

วันนี้ (27 กุมภาพันธ์) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าที่ […]

The post พลทหารเหยียบกับระเบิดในฐานเอราวัณ ขาขวาขาด อาการสาหัส ส่ง รพ.กาบเชิงแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพพลทหารบาดเจ็บสาหัสจากกับระเบิดในฐานปฏิบัติการเอราวัณ จังหวัดสุรินทร์

วันนี้ (27 กุมภาพันธ์) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมาได้เกิดเหตุพลทหารสังกัดหน่วย ร้อย.ร.233 (ร.23 พัน.3) ประสบเหตุเหยียบกับระเบิดสังหารบุคคล ภายในฐานปฏิบัติการเอราวัณ อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์

 

ผู้บาดเจ็บทราบชื่อคือ พลทหารเดชศักดิ์ ตรีคำ สังกัด ร้อย.ร.233 กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 23 (ร.23 พัน.3) ค่ายวีรวัฒน์โยธินของกองทัพบก แรงระเบิดส่งผลให้ขาขวาขาด และแขนซ้ายกับขาซ้ายได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิด อาการสาหัส

 

ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ในหน่วยได้เข้าปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างเร่งด่วน ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลกาบเชิง เพื่อให้แพทย์ทำการรักษาอย่างใกล้ชิด

 

กองทัพภาคที่ 2 รายงานว่า เบื้องต้นจากการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ พบว่า พื้นที่ดังกล่าวมีลักษณะเป็นดินปกคลุมด้วยเศษไม้ ใบไม้ และวัสดุธรรมชาติสะสมเป็นระยะเวลานาน วัตถุระเบิดอาจฝังตัวอยู่ในชั้นดินลึก ทำให้ยากต่อการตรวจพบ แม้ว่าหน่วยจะได้มีการตรวจสอบพื้นที่อย่างต่อเนื่องในห้วงที่ผ่านมา ทั้งนี้ อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมอย่างละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันมิให้เกิดเหตุในลักษณะเดียวกันซ้ำอีก

 

ทั้งนี้ หน่วยที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินมาตรการเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบและเสริมสร้างความปลอดภัยในพื้นที่อย่างเข้มแข็งและต่อเนื่อง เพื่อสร้างความปลอดภัยสูงสุดให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติงาน พร้อมทั้งติดตามอาการผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างใกล้ชิด และจะรายงานความคืบหน้าให้ทราบต่อไป

The post พลทหารเหยียบกับระเบิดในฐานเอราวัณ ขาขวาขาด อาการสาหัส ส่ง รพ.กาบเชิงแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทบ. ส่งกำลังพลร่วมระงับเหตุเพลิงไหม้คลังกระสุน ตชด.21 จ.สุรินทร์ ขอความร่วมมือประชาชนรับฟังข้อมูลจากทางราชการ https://thestandard.co/royal-thai-army-fire-surin/ Wed, 25 Feb 2026 00:46:28 +0000 https://thestandard.co/?p=1181439 ทหารกองทัพบก ระดมกำลังเข้าควบคุมเหตุเพลิงไหม้คลังกระสุน กก.ตชด.21 ที่จังหวัดสุรินทร์

วันนี้ (24 กุมภาพันธ์) เมื่อเวลาประมาณ 19.30 น. กองทัพบ […]

The post ทบ. ส่งกำลังพลร่วมระงับเหตุเพลิงไหม้คลังกระสุน ตชด.21 จ.สุรินทร์ ขอความร่วมมือประชาชนรับฟังข้อมูลจากทางราชการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทหารกองทัพบก ระดมกำลังเข้าควบคุมเหตุเพลิงไหม้คลังกระสุน กก.ตชด.21 ที่จังหวัดสุรินทร์

วันนี้ (24 กุมภาพันธ์) เมื่อเวลาประมาณ 19.30 น. กองทัพบกได้รับรายงานด่วนจากกองทัพภาคที่ 2 กรณีเกิดเหตุอัคคีภัยภายในคลังเก็บกระสุนของกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 21 (กก.ตชด.21) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณถนนเลี่ยงเมืองสุรินทร์ อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์

 

ภายหลังรับแจ้งเหตุ กองทัพบกได้สั่งการให้มณฑลทหารบกที่ 25 (มทบ.25) จัดส่งกำลังพลชุดปฏิบัติการพร้อมรถน้ำดับเพลิง ลงพื้นที่เข้าสนับสนุนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอย่างเร่งด่วน เพื่อระดมกำลังควบคุมเพลิงและระงับเหตุในเบื้องต้น

 

นอกจากนี้ ยังได้จัดเจ้าหน้าที่ทหารเข้าช่วยอำนวยความสะดวกด้านการจราจรและดูแลความปลอดภัยในรัศมีโดยรอบพื้นที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งออกประกาศแจ้งเตือนให้ประชาชน หลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางถนนเลี่ยงเมืองสุรินทร์ ในระยะนี้เพื่อความปลอดภัยและเปิดทางให้รถดับเพลิงรวมถึงเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานได้อย่างเต็มที่

 

สำหรับประเด็นข้อสังเกตและกระแสข่าวลือเกี่ยวกับการก่อวินาศกรรมนั้น พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้ออกมาชี้แจงว่า ขณะนี้สถานการณ์ยังอยู่ระหว่างการควบคุมและตรวจสอบข้อเท็จจริง ทางหน่วยงานยังไม่ได้รับรายงานยืนยันถึงสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ที่แน่ชัด

 

โฆษกกองทัพบกจึงขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนให้ติดตามข้อมูลและประกาศจากทางราชการเป็นหลัก พร้อมทั้งระมัดระวังการส่งต่อข้อมูลข่าวสารที่ไม่มีแหล่งที่มาที่ชัดเจน เพื่อป้องกันการสร้างความตื่นตระหนกและสับสนในสังคม

The post ทบ. ส่งกำลังพลร่วมระงับเหตุเพลิงไหม้คลังกระสุน ตชด.21 จ.สุรินทร์ ขอความร่วมมือประชาชนรับฟังข้อมูลจากทางราชการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทบ. เผยกัมพูชายิงเครื่องยิงลูกระเบิดตกบริเวณพื้นที่พลาญหินแปดก้อน ไทยตอบโต้ตามกฎการปะทะ https://thestandard.co/thailand-cambodia-border-shelling-retaliation/ Tue, 24 Feb 2026 08:18:41 +0000 https://thestandard.co/?p=1181325 ภาพจำลองเหตุการณ์ยิงเครื่องยิงลูกระเบิดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่พลาญหินแปดก้อน

วันนี้ (24 กุมภาพันธ์) พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก […]

The post ทบ. เผยกัมพูชายิงเครื่องยิงลูกระเบิดตกบริเวณพื้นที่พลาญหินแปดก้อน ไทยตอบโต้ตามกฎการปะทะ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพจำลองเหตุการณ์ยิงเครื่องยิงลูกระเบิดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่พลาญหินแปดก้อน

วันนี้ (24 กุมภาพันธ์) พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่าเมื่อเวลาประมาณ 08.50 น. กองทัพบกได้รับรายงานจากกองทัพภาคที่ 2 ว่า ขณะกำลังพลฝ่ายไทยปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนตามปกติ บริเวณพลาญหินแปดก้อน จังหวัดศรีสะเกษ ในพื้นที่รับผิดชอบของกองกำลังสุรนารี ได้เกิดเหตุฝ่ายกัมพูชาใช้อาวุธเครื่องยิงลูกระเบิด ค.40 มม. ยิงเข้ามายังพื้นที่ใกล้กับจุดลาดตระเวนของฝ่ายไทย จำนวน 1 นัด โดยเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ส่งผลให้กำลังพลฝ่ายไทยได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

 

ภายหลังเหตุการณ์ ฝ่ายไทยได้ดำเนินการตอบโต้ยิง M79 ไปยังทิศทางที่ยิงมาตามกฎการปะทะ เพื่อเป็นการเตือนและป้องกันตนเองตามหลักการ และเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของกำลังพลและพื้นที่รับผิดชอบ พร้อมทั้งได้เพิ่มมาตรการเฝ้าติดตามสถานการณ์และเพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง

 

โฆษกกองทัพบกย้ำว่า การกระทำดังกล่าวของฝ่ายกัมพูชาขัดต่อข้อตกลงหยุดยิงในถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) ที่ทั้งสองฝ่ายได้ยึดถือภายหลังการลงนามเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา จากการประเมินเบื้องต้น คาดว่าเหตุการณ์อาจเกิดจากการสับเปลี่ยนกำลังของฝ่ายกัมพูชา ซึ่งเป็นกำลังพลใหม่และยังขาดความคุ้นเคยในระเบียบและการควบคุมบังคับบัญชา ส่งผลให้เกิดความบกพร่องในการปฏิบัติในพื้นที่

 

ทั้งนี้ หน่วยในพื้นที่ได้เพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติภารกิจอย่างเคร่งครัด และให้ความสำคัญสูงสุดต่อความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชน

The post ทบ. เผยกัมพูชายิงเครื่องยิงลูกระเบิดตกบริเวณพื้นที่พลาญหินแปดก้อน ไทยตอบโต้ตามกฎการปะทะ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Reuters เผยคลิปกัมพูชาโชว์ความเสียหายปราสาทพระวิหาร อ้างปืนใหญ่ไทยโจมตีระหว่างเหตุปะทะชายแดน https://thestandard.co/cambodia-preah-vihear-damage-thai-shelling/ Mon, 16 Feb 2026 05:32:14 +0000 https://thestandard.co/?p=1178890 ภาพความเสียหายของปราสาทพระวิหารที่กัมพูชาอ้างว่าเกิดจากการโจมตีด้วยปืนใหญ่ของไทย

สำนักข่าว Reuters เผยแพร่รายงานและคลิปวิดีโอเมื่อวันศุก […]

The post Reuters เผยคลิปกัมพูชาโชว์ความเสียหายปราสาทพระวิหาร อ้างปืนใหญ่ไทยโจมตีระหว่างเหตุปะทะชายแดน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพความเสียหายของปราสาทพระวิหารที่กัมพูชาอ้างว่าเกิดจากการโจมตีด้วยปืนใหญ่ของไทย

สำนักข่าว Reuters เผยแพร่รายงานและคลิปวิดีโอเมื่อวันศุกร์ (13 กุมภาพันธ์) ที่ผ่านมา ภายหลังการลงพื้นที่บริเวณชายแดนฝั่งกัมพูชาเพื่อตรวจสอบสภาพความเสียหายของปราสาทพระวิหาร และหมู่บ้านเปรยจัน จังหวัดบันเตียเมียนเจย

 

Reuters รายงานว่าเจ้าหน้าที่ของทางการกัมพูชาได้แสดงให้เห็นความเสียหายของปราสาทพระวิหาร ซึ่งเป็นแหล่งมรดกโลกขององค์การ UNESCO โดยเพ็งซัมอึน (Pheng Sam Oeun) รองอธิบดีของ National Authority for Preah Vihear temple หน่วยงานดูแลปราสาทพระวิหาร ระบุว่า “รอยกระสุน รอยบุบ และวัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิดซึ่งกระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณนั้น เป็นผลมาจากการยิงปืนใหญ่ของไทยระหว่างการปะทะกันตามแนวชายแดน”

 

“เป็นเรื่องน่าเสียใจอย่างยิ่งที่เห็นแหล่งมรดกโลกถูกยิงและทำลายเช่นนี้ เมื่อเทียบกับสถานที่สำคัญอื่นๆ ทั่วโลก ประชาคมระหว่างประเทศควรดูแลสถานที่แห่งนี้ หนึ่งคือการซ่อมแซม และสองคือต้องร่วมมือกันเพื่อหยุดยั้งการทำลายมรดกโลก เช่น ปราสาทพระวิหารแห่งนี้”

 

ทั้งนี้ กัมพูชาได้ส่งรายงานความเสียหายให้แก่ UNESCO และดำเนินมาตรการฉุกเฉินเพื่อรักษาสภาพของปราสาทพระวิหารในส่วนที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด ขณะที่ซัมอึนกล่าวว่า การจัดหาเงินทุนสำหรับการบูรณะฟื้นฟูอย่างเต็มรูปแบบยังคงมีความไม่แน่นอน

 

ที่ผ่านมาทางกองทัพภาคที่ 2 ของไทยมีข้อมูลและหลักฐานทั้งคลิปวิดีโอและภาพถ่ายที่ชัดเจน แสดงให้เห็นว่า ฝ่ายกัมพูชาได้ใช้พื้นที่บริเวณปราสาทเขาพระวิหารเป็นที่ตั้งทางทหาร พร้อมทั้งมีการวางกำลังและสะสมอาวุธในพื้นที่ดังกล่าว โดยมีการเคลื่อนไหวกำลังพล และสร้างสิ่งปลูกสร้าง พร้อมสะสมยุทโธปกรณ์บางส่วนในพื้นที่ปราสาทพระวิหาร อาทิ อาวุธจรวดต่อสู้รถถัง ซึ่งหลักฐานเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงการใช้พื้นที่ปราสาทพระวิหารในเชิงยุทธศาสตร์เพื่อวัตถุประสงค์ทางทหาร มากกว่าการดำรงสถานะเป็นพื้นที่โบราณสถานหรือแหล่งท่องเที่ยวตามปกติ

 

อย่างไรก็ตาม Reuters เปิดเผยว่าได้ติดต่อสอบถามความเห็นในเรื่องความเสียหายของปราสาทพระวิหารไปยังกระทรวงการต่างประเทศของไทยแล้ว แต่ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น

 

นอกจากนี้ Reuters ยังรายงานว่า ศูนย์ปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิดของกัมพูชากำลังดำเนินการเก็บกู้ระเบิดลูกปรายและกระสุนปืนใหญ่ที่ยังไม่ระเบิดรอบบริเวณปราสาทพระวิหาร

 

โดยเอียน โสเทีย (EAN SOTHEA) ผู้จัดการหน่วยเก็บกู้ระเบิดเผยว่า ทางการกัมพูชาได้สั่งปิดโรงเรียนมากกว่า 40 แห่งทั่วจังหวัดพระวิหาร และให้ความสำคัญกับการเก็บกู้ระเบิดที่ยังไม่ระเบิดทั้งในโรงพยาบาล วัด และบ้านเรือนของประชาชน

 

“สิ่งสำคัญอันดับแรกคือ เราปิดโรงเรียนมากกว่า 40 แห่งทั่วทั้งจังหวัดพระวิหาร ประการที่สอง เราเก็บกู้ระเบิดที่ยังไม่ระเบิดในโรงพยาบาล วัด บ้านเรือนของประชาชนที่เดินทางกลับมา และเราจัดลำดับความสำคัญของกิจกรรมอื่นๆ ตามคำขอจากหน่วยงานท้องถิ่น และเราได้ตอบสนองต่อคำขอของพวกเขาอย่างรวดเร็วและเหมาะสม”

 

Reuters ยังได้เผยแพร่ภาพขณะลงพื้นที่สำรวจหมู่บ้านเปรยจัน ฝั่งกัมพูชา ตรงข้ามบ้านหนองหญ้าแก้ว จ.สระแก้ว พร้อมระบุว่าการสู้รบระหว่างไทยและกัมพูชาที่เกิดขึ้่นส่งผลให้หมู่บ้านถูกแยกออกเป็นสองส่วน ซึ่งฝ่ายกัมพูชาประเมินว่าประมาณ 80% ของที่ดินและบ้านเรือนในหมู่บ้านเปรยจันและโจกเจย นั้นไม่สามารถเข้าถึงได้อีกต่อไปทำให้ประชาชนกัมพูชากว่า 4,600 คนต้องอาศัยอยู่ในที่พักพิงชั่วคราว

 

ทั้งนี้ สำหรับพื้นที่ส่วนที่ทางการไทยได้ยึดคืนนั้น เป็นส่วนที่ไทยอ้างสิทธิ์แต่ถูกฝ่ายกัมพูชา ทั้งทหารและพลเรือนเข้ามายึดครองนานกว่า 40 ปี โดยหลังการยึดคืน ฝ่ายไทยได้ทำการตั้งกำแพงที่ทำจากตู้คอนเทนเนอร์และเสริมด้วยรั้วลวดหนาม

 

โดย Reuters ยังเผยภาพขณะที่ Proeung Sopheap หญิงชาวกัมพูชาวัย 59 ปี เข้าไปสำรวจและเก็บข้าวของในบ้านที่ถูกทิ้งร้างเป็นครั้งแรกหลังเหตุปะทะในเดือนธันวาคม โดยเธอกล่าวว่า “ไม่รู้ว่าอะไรนำมาซึ่งการปะทะครั้งนี้” และ “ต้องการสันติภาพ ไม่ใช่สงคราม เช่นเดียวกับชาวกัมพูชาคนอื่นๆ”

 

ขณะที่ Pich Vorn ชายชาวกัมพูชาวัย 57 ปี ที่อาศัยอยู่ในที่พักพิงชั่วคราว ให้สัมภาษณ์ว่าต้องการเพียงบ้านและที่ดินของเขากลับคืนมา

 

“ผมต้องการบ้านและที่ดินของผมคืน และผมต้องการกลับไปอาศัยอยู่ในบ้านหลังนั้นอีกครั้ง ผมไม่ต้องการที่ดินใหม่ใดๆ ผมต้องการที่ดินของผมคืน ผมต้องการมันคืนแม้ว่ามันจะเล็ก แต่ก็เป็นสถานที่ที่ผมเคยอาศัยอยู่มาหลายปี”

 

ภาพ : REUTERS

 

อ้างอิง :

The post Reuters เผยคลิปกัมพูชาโชว์ความเสียหายปราสาทพระวิหาร อ้างปืนใหญ่ไทยโจมตีระหว่างเหตุปะทะชายแดน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทภ.2 แจงทหารขาซ้ายขาด 1 นาย เจ็บอีก 2 นาย ระหว่างปฏิบัติภารกิจเคลียร์พื้นที่ ชายแดนศรีสะเกษ เป็นระเบิดที่หลงเหลือจากสู้รบ https://thestandard.co/soldiers-landmine-border-injury/ Wed, 11 Feb 2026 13:51:14 +0000 https://thestandard.co/?p=1177540 แถลงการณ์จากกองทัพภาคที่ 2 กรณีทหารเหยียบระเบิดขาขาดที่ชายแดนศรีสะเกษ

วันนี้ (11 กุมภาพันธ์) กองทัพภาคที่ 2 ออกแถลงการณ์ชี้แจ […]

The post ทภ.2 แจงทหารขาซ้ายขาด 1 นาย เจ็บอีก 2 นาย ระหว่างปฏิบัติภารกิจเคลียร์พื้นที่ ชายแดนศรีสะเกษ เป็นระเบิดที่หลงเหลือจากสู้รบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แถลงการณ์จากกองทัพภาคที่ 2 กรณีทหารเหยียบระเบิดขาขาดที่ชายแดนศรีสะเกษ

วันนี้ (11 กุมภาพันธ์) กองทัพภาคที่ 2 ออกแถลงการณ์ชี้แจงเหตุการณ์กำลังพลได้รับบาดเจ็บจากวัตถุระเบิดที่หลงเหลือจากการสู้รบในพื้นที่ชายแดนจังหวัดศรีสะเกษ ระหว่างปฏิบัติภารกิจกวาดล้างและพิสูจน์ทราบพื้นที่เพื่อความมั่นคงของฐานปฏิบัติการ

 

รายงานระบุว่า เหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลา 16.40 น. ระหว่างหน่วยปฏิบัติภารกิจภายในเขตควบคุมของหน่วย โดยพลทหารปริวัตร์ มีมานะ สังกัดกองร้อยทหารราบที่ 132 ประสบเหตุเหยียบวัตถุระเบิด ทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสและสูญเสียขาซ้าย ขณะเดียวกันกำลังพลอีก 2 นาย ได้แก่ จ่าสิบเอกปราโมทย์ ดีภักดิ์ และพลทหารจักรพงษ์ โพธิ์เมือง ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

 

ภายหลังเกิดเหตุ หน่วยได้ปฐมพยาบาลตามหลักการช่วยชีวิตในสนามรบทันที ก่อนเร่งลำเลียงผู้บาดเจ็บส่งต่อไปยังสถานพยาบาลที่มีศักยภาพ ปัจจุบันอยู่ในการดูแลของทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด

 

กองทัพภาคที่ 2 ระบุว่า ผู้บังคับบัญชาให้ความสำคัญสูงสุดต่อการรักษาพยาบาล รวมถึงสิทธิประโยชน์และสวัสดิการของกำลังพลและครอบครัวตามระเบียบของทางราชการ พร้อมสั่งการให้หน่วยที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียด และประสานหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าดำเนินการเคลียร์พื้นที่อย่างเป็นระบบ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ

 

ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่าจะปฏิบัติภารกิจดูแลความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชนตามแนวชายแดนอย่างเข้มแข็ง รอบคอบ และคำนึงถึงความปลอดภัยของกำลังพลเป็นสำคัญ พร้อมแจ้งว่าจะรายงานความคืบหน้าเพิ่มเติมเมื่อมีข้อมูลใหม่ต่อไป

The post ทภ.2 แจงทหารขาซ้ายขาด 1 นาย เจ็บอีก 2 นาย ระหว่างปฏิบัติภารกิจเคลียร์พื้นที่ ชายแดนศรีสะเกษ เป็นระเบิดที่หลงเหลือจากสู้รบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ เผย เหตุยิง-จับนักเรียนเป็นตัวประกันที่สงขลา คลี่คลายสถานการณ์ https://thestandard.co/anutin-reveals-songkhla-landmine-updates/ Wed, 11 Feb 2026 12:23:31 +0000 https://thestandard.co/?p=1177509 ภาพอนุทิน ชาญวีรกูล แถลงความคืบหน้าเหตุยิงตัวประกันสงขลา และปมทุ่นระเบิดศรีสะเกษ

วันนี้ (11 กุมภาพันธ์) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แล […]

The post นายกฯ เผย เหตุยิง-จับนักเรียนเป็นตัวประกันที่สงขลา คลี่คลายสถานการณ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพอนุทิน ชาญวีรกูล แถลงความคืบหน้าเหตุยิงตัวประกันสงขลา และปมทุ่นระเบิดศรีสะเกษ

วันนี้ (11 กุมภาพันธ์) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงเหตุคนร้ายก่อเหตุยิงและจับครู-นักเรียนเป็นตัวประกันภายในโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ว่า เจ้าหน้าที่โดยผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 และแม่ทัพภาคที่ 4 ลงพื้นที่ควบคุมสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

 

เจ้าหน้าที่เร่งให้การช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบและนำตัวผู้บาดเจ็บเข้ารับการรักษา พร้อมทั้งดำเนินมาตรการควบคุมสถานการณ์อย่างเต็มที่ เบื้องต้นมีรายงานว่าผู้ก่อเหตุมีอาการคลุ้มคลั่ง และอาจเกี่ยวข้องกับการใช้สารเสพติด ซึ่งต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป

 

ส่วนกรณีทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ อนุทินระบุว่า ได้รับรายงานจากกองทัพบกว่าเป็นทุ่นระเบิดเก่าที่อาจหลงเหลืออยู่ในพื้นที่เดิม ซึ่งอยู่ระหว่างการเก็บกู้มาอย่างต่อเนื่อง และถือเป็นเหตุการณ์ที่น่าเสียใจ

 

รัฐบาลย้ำถึงความจำเป็นในการเร่งเก็บกู้ทุ่นระเบิดให้ครอบคลุมและรวดเร็วมากขึ้น พร้อมเพิ่มมาตรการความระมัดระวังในพื้นที่ชายแดน โดยกองทัพภาคที่ 2 ได้ประชาสัมพันธ์ข้อมูลเพื่อสร้างความเข้าใจกับประชาชนและลดความกังวล พร้อมยืนยันว่าเป็นทุ่นระเบิดเก่าที่ตกค้างในพื้นที่ ไม่ใช่สถานการณ์ความไม่สงบใหม่

 

ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดูแลกำลังพลที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ และติดตามสถานการณ์ทั้งสองเหตุการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป

The post นายกฯ เผย เหตุยิง-จับนักเรียนเป็นตัวประกันที่สงขลา คลี่คลายสถานการณ์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองทัพภาคที่ 2 เรียกร้องกัมพูชาสอบสวนเหตุยิงเข้าพื้นที่ ‘ช่องบก’ เตือนอย่าให้เกิดซ้ำ ย้ำไทยยึดข้อตกลง-อดกลั้นสูงสุด https://thestandard.co/cambodia-chong-bok-shooting-probe/ Wed, 07 Jan 2026 02:54:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1162037 กองทัพภาคที่ 2 เรียกร้อง กัมพูชาสอบสวนเหตุยิงเข้าพื้นที่ ‘ช่องบก’ เตือนอย่าให้เกิดซ้ำ ย้ำ ไทยยึดข้อตกลง-อดกลั้นสูงสุด

วานนี้ (6 มกราคม) กองทัพภาคที่ 2 ออกแถลงการณ์ต่อเหตุการ […]

The post กองทัพภาคที่ 2 เรียกร้องกัมพูชาสอบสวนเหตุยิงเข้าพื้นที่ ‘ช่องบก’ เตือนอย่าให้เกิดซ้ำ ย้ำไทยยึดข้อตกลง-อดกลั้นสูงสุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองทัพภาคที่ 2 เรียกร้อง กัมพูชาสอบสวนเหตุยิงเข้าพื้นที่ ‘ช่องบก’ เตือนอย่าให้เกิดซ้ำ ย้ำ ไทยยึดข้อตกลง-อดกลั้นสูงสุด

วานนี้ (6 มกราคม) กองทัพภาคที่ 2 ออกแถลงการณ์ต่อเหตุการณ์ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา และท่าทีในการรักษาอธิปไตยและสันติภาพ โดยระบุว่า ตามที่ฝ่ายกัมพูชาได้มีหนังสือแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 ในพื้นที่ช่องบก อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี

 

ปัจจุบันกองทัพภาคที่ 2 สามารถควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง กำลังพลมีความพร้อม ทั้งด้านการเฝ้าตรวจและการป้องกันพื้นที่ มีการบริหารจัดการสถานการณ์ด้วยความรอบคอบ เข้มแข็ง และเป็นระบบ การปฏิบัติการเป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยของประชาชน และป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลาย

 

กองทัพภาคที่ 2 ขอยืนยันอย่างหนักแน่นว่า การปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพลตลอดแนวชายแดน เป็นไปเพื่อการปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของราชอาณาจักรไทย ตามสิทธิอันชอบธรรมภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศและหลักการสากลมาโดยตลอด ไทยยึดมั่นในพันธกรณีและข้อตกลงที่ได้ร่วมลงนาม ใช้ความอดกลั้นและความรับผิดชอบสูงสุด หลีกเลี่ยงการใช้กำลังเกินสมควร และดำเนินการด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ บนพื้นฐานของการรักษาสันติภาพ เสถียรภาพ และความมั่นคงของภูมิภาค

 

ในส่วนของความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กองทัพภาคที่ 2 คาดหวังให้ฝ่ายกัมพูชาดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม อาทิ การสอบสวนข้อเท็จจริงอย่างจริงจังและเปิดเผย การกำหนดมาตรการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะเดียวกันซ้ำอีก รวมทั้งการประสานงานผ่านกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ลดความหวาดระแวง และฟื้นฟูสถานการณ์ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว อันจะนำไปสู่สันติภาพ เสถียรภาพ และความปลอดภัยของประชาชนตามแนวชายแดนอย่างยั่งยืน

The post กองทัพภาคที่ 2 เรียกร้องกัมพูชาสอบสวนเหตุยิงเข้าพื้นที่ ‘ช่องบก’ เตือนอย่าให้เกิดซ้ำ ย้ำไทยยึดข้อตกลง-อดกลั้นสูงสุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองทัพภาคที่ 2 เปิดหลักฐานยืนยันกัมพูชาใช้ ‘เขาพระวิหาร’ เป็นฐานทหาร พบสะสมอาวุธและจรวดต่อสู้รถถัง https://thestandard.co/2nd-army-preah-vihear-military-base-evidence/ Sat, 03 Jan 2026 07:05:56 +0000 https://thestandard.co/?p=1161108 กองทัพภาคที่ 2 เปิดหลักฐานยืนยันกัมพูชาใช้ ‘เขาพระวิหาร’ เป็นฐานทหาร พบสะสมอาวุธและจรวดต่อสู้รถถัง

วันนี้ (3 มกราคม) กองทัพภาคที่ 2 ได้เผยแพร่ข้อมูลพร้อมห […]

The post กองทัพภาคที่ 2 เปิดหลักฐานยืนยันกัมพูชาใช้ ‘เขาพระวิหาร’ เป็นฐานทหาร พบสะสมอาวุธและจรวดต่อสู้รถถัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองทัพภาคที่ 2 เปิดหลักฐานยืนยันกัมพูชาใช้ ‘เขาพระวิหาร’ เป็นฐานทหาร พบสะสมอาวุธและจรวดต่อสู้รถถัง

วันนี้ (3 มกราคม) กองทัพภาคที่ 2 ได้เผยแพร่ข้อมูลพร้อมหลักฐานภาพที่แสดงให้เห็นถึงปฏิบัติการทางทหารของฝ่ายกัมพูชาในพื้นที่บริเวณปราสาทเขาพระวิหาร โดยระบุชัดเจนว่าพื้นที่ดังกล่าวถูกปรับใช้เป็นที่ตั้งทางทหาร มีการวางกำลังพลและสะสมอาวุธยุทโธปกรณ์

 

จากการตรวจสอบคลิปวิดีโอดังกล่าว พบภาพการเคลื่อนไหวของกำลังพล สิ่งปลูกสร้าง และยุทโธปกรณ์บางส่วนในเขตปราสาทเขาพระวิหาร โดยจุดที่น่าสนใจคือการตรวจพบ อาวุธจรวดต่อสู้รถถัง ซึ่งมีลักษณะตรงกับอาวุธที่ทหารไทยสามารถตรวจยึดได้ก่อนหน้านี้ในพื้นที่เนิน 500

 

กองทัพภาคที่ 2 ชี้แจงว่า หลักฐานเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงการใช้พื้นที่ปราสาทเขาพระวิหารในเชิงยุทธศาสตร์เพื่อวัตถุประสงค์ทางทหาร มากกว่าการดำรงสถานะเป็นพื้นที่โบราณสถานหรือแหล่งท่องเที่ยวตามปกติ

 

อย่างไรก็ตาม กองทัพภาคที่ 2 ได้อยืนยันเพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่า ฝ่ายไทยยังสามารถควบคุมสถานการณ์ตามแนวชายแดนได้อย่างต่อเนื่อง และขณะนี้ยังไม่พบสัญญาณของการยกระดับสถานการณ์ไปสู่การเผชิญหน้าทางทหาร แต่เจ้าหน้าที่ยังคงมีความจำเป็นต้องดำรงมาตรการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและรักษาเสถียรภาพความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนต่อไป

The post กองทัพภาคที่ 2 เปิดหลักฐานยืนยันกัมพูชาใช้ ‘เขาพระวิหาร’ เป็นฐานทหาร พบสะสมอาวุธและจรวดต่อสู้รถถัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทบ. ประณามกัมพูชาละเมิดอนุสัญญาออตตาวา หลังทหารไทยเหยียบกับระเบิดขาขาดที่ศรีสะเกษ เตรียมส่งหลักฐานฟ้องเวทีโลกและ ASEAN https://thestandard.co/royal-thai-army-condemns-cambodia/ Mon, 29 Dec 2025 06:50:41 +0000 https://thestandard.co/?p=1159692 ทบ. ประณามกัมพูชาละเมิดอนุสัญญาออตตาวา หลังทหารไทยเหยียบกับระเบิดขาขาดที่ศรีสะเกษ เตรียมส่งหลักฐานฟ้องเวทีโลกและ ASEAN

วันนี้ (29 ธันวาคม) พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เป […]

The post ทบ. ประณามกัมพูชาละเมิดอนุสัญญาออตตาวา หลังทหารไทยเหยียบกับระเบิดขาขาดที่ศรีสะเกษ เตรียมส่งหลักฐานฟ้องเวทีโลกและ ASEAN appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทบ. ประณามกัมพูชาละเมิดอนุสัญญาออตตาวา หลังทหารไทยเหยียบกับระเบิดขาขาดที่ศรีสะเกษ เตรียมส่งหลักฐานฟ้องเวทีโลกและ ASEAN

วันนี้ (29 ธันวาคม) พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงสถานการณ์ล่าสุดตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยระบุว่าได้รับรายงานด่วนจากกองทัพภาคที่ 2 ถึงเหตุการณ์ความสูญเสียจากการปฏิบัติหน้าที่รักษาความมั่นคง แม้สถานการณ์ภาพรวมจะเริ่มเข้าสู่โหมดการเจรจา แต่ยังคงมีภัยคุกคามตกค้างในพื้นที่

 

พลตรี วินธัย กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ขณะที่ชุดตรวจค้นทุ่นระเบิดจาก กองพันทหารช่างที่ 8 กองพลทหารม้าที่ 1 กำลังปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนและเคลียร์พื้นที่บริเวณ เขาสัตตะโสม อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อความปลอดภัย ได้เกิดเหตุระเบิดขึ้นจากทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ส่งผลให้ จ่าสิบเอก สุจินต์ จิตกรียาน ได้รับบาดเจ็บสาหัส แรงระเบิดทำให้สูญเสียขาข้างซ้ายและมีบาดแผลฉกรรจ์บริเวณดวงตาข้างซ้าย โดยเจ้าหน้าที่ชุดพยาบาลสนามได้เร่งปฐมพยาบาลและส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลสุรินทร์ ล่าสุดถึงมือแพทย์แล้ว

 

โฆษกกองทัพบก ระบุว่า จากการตรวจสอบพื้นที่และการประเมินสถานการณ์ คาดว่ายังมีทุ่นระเบิดสังหารบุคคลที่ฝ่ายกัมพูชาลักลอบนำมาวางดักไว้เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ยุทธวิธีที่ฝ่ายไทยได้เข้าควบคุมพื้นที่ไว้ก่อนมีการประกาศหยุดยิง ซึ่งทำให้ภารกิจการเก็บกู้ของเจ้าหน้าที่ทหารช่างเป็นไปด้วยความยากลำบากและมีความเสี่ยงสูง

 

“กองทัพบกขอยืนยันว่า เหตุการณ์นี้มีพยานหลักฐานชัดเจนที่บ่งชี้ว่าฝ่ายกัมพูชายังคงมีการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและหลักมนุษยธรรมอย่างร้ายแรง” พลตรี วินธัย กล่าว

 

ทั้งนี้ กองทัพบกไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด เพื่อดำเนินการใน 2 ช่องทางหลักทางทูตและการทหาร คือ:

 

1. ส่งข้อมูลให้กระทรวงการต่างประเทศ: เพื่อนำไปชี้แจงต่อประชาคมโลก ถึงการที่กัมพูชาละเมิดพันธกรณีภายใต้ อนุสัญญาออตตาวา (Convention on the Prohibition of the Use, Stockpiling, Production and Transfer of Anti-Personnel Mines and on their Destruction) ซึ่งว่าด้วยการห้ามใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล

 

2. รายงานต่อคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT): เพื่อให้เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานกลางเข้าตรวจสอบและพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริง ว่ามีการละเมิดข้อตกลงและคุกคามสวัสดิภาพของเจ้าหน้าที่ตามกรอบการหยุดยิง

 

กองทัพบกย้ำว่า การกระทำดังกล่าวเป็นสิ่งที่ประชาคมโลกไม่อาจยอมรับได้ และไทยจำเป็นต้องดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายระหว่างประเทศอย่างถึงที่สุด เพื่อปกป้องกำลังพลและอธิปไตยของชาติ

The post ทบ. ประณามกัมพูชาละเมิดอนุสัญญาออตตาวา หลังทหารไทยเหยียบกับระเบิดขาขาดที่ศรีสะเกษ เตรียมส่งหลักฐานฟ้องเวทีโลกและ ASEAN appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทภ.2 แถลงเหตุปะทะ ‘เขาสัตตะโสม’ กำลังพลเจ็บ 3 นาย ก่อนเซ็นหยุดยิง ล่าสุดเข้าคุมพื้นที่และจัดระเบียบแนววางกำลังใหม่ https://thestandard.co/khao-satta-som-clash-control/ Sat, 27 Dec 2025 09:23:27 +0000 https://thestandard.co/?p=1159182 ทภ.2 แถลงเหตุปะทะ ‘เขาสัตตะโสม’ กำลังพลเจ็บ 3 นาย ก่อนเซ็นหยุดยิง ล่าสุดเข้าคุมพื้นที่และจัดระเบียบแนววางกำลังใหม่

วันนี้ (27 ธันวาคม) เมื่อเวลา 13.00 น. ศูนย์ปฏิบัติการก […]

The post ทภ.2 แถลงเหตุปะทะ ‘เขาสัตตะโสม’ กำลังพลเจ็บ 3 นาย ก่อนเซ็นหยุดยิง ล่าสุดเข้าคุมพื้นที่และจัดระเบียบแนววางกำลังใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทภ.2 แถลงเหตุปะทะ ‘เขาสัตตะโสม’ กำลังพลเจ็บ 3 นาย ก่อนเซ็นหยุดยิง ล่าสุดเข้าคุมพื้นที่และจัดระเบียบแนววางกำลังใหม่

วันนี้ (27 ธันวาคม) เมื่อเวลา 13.00 น. ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ได้ออกแถลงการณ์รายงานสถานการณ์ล่าสุดตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยระบุเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นเมื่อเวลา 11.46 น. ในพื้นที่ปฏิบัติการบริเวณทิศตะวันตกของ เขาสัตตะโสม (ก่อนห้วงเวลาหยุดยิง)

 

รายงานระบุว่า กองพันทหารราบที่ 12 (พัน.ร.12) ได้ปฏิบัติการทางทหารเพื่อเข้ากวาดล้างและเคลียร์พื้นที่คูติดต่อภายในฐานปฏิบัติการของฝ่ายกัมพูชา โดยระหว่างการปฏิบัติภารกิจได้เกิดเหตุปะทะและอุบัติเหตุจากทุ่นระเบิด ส่งผลให้กำลังพลของฝ่ายไทยได้รับบาดเจ็บจำนวน 3 นาย ดังนี้

 

1. พลทหาร นรินทร์ เงาไพร ประสบเหตุเหยียบทุ่นระเบิดที่ทหารฝ่ายกัมพูชาวางดักไว้ ได้รับบาดเจ็บสาหัสบริเวณขาข้างซ้าย

 

2. จ่าสิบเอก สิระศิก จิตบุญ ถูกยิงได้รับบาดเจ็บที่บริเวณฝ่ามือข้างซ้ายและแขนข้างขวา

 

3. สิบเอก สุขสันต์ โนนโพธิ์ ถูกยิงได้รับบาดเจ็บที่บริเวณต้นแขนด้านหลังข้างขวา

 

หลังเกิดเหตุ หน่วยต้นสังกัดได้เร่งทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นในพื้นที่ปะทะ ก่อนจะดำเนินการส่งตัวผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งต่อยังโรงพยาบาลใกล้เคียงอย่างเร่งด่วนเพื่อให้แพทย์ทำการรักษาต่อไป

 

ทั้งนี้ ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับกำลังพลทั้ง 3 นาย สำหรับความคืบหน้าทางยุทธวิธีในพื้นที่เป้าหมาย (เขาสัตตะโสม) ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการเสริมความมั่นคง และ จัดระเบียบใหม่ เพื่อเตรียมสถาปนาพื้นที่ดังกล่าวเป็นแนวการวางกำลังของฝ่ายไทยต่อไป

The post ทภ.2 แถลงเหตุปะทะ ‘เขาสัตตะโสม’ กำลังพลเจ็บ 3 นาย ก่อนเซ็นหยุดยิง ล่าสุดเข้าคุมพื้นที่และจัดระเบียบแนววางกำลังใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองทัพภาคที่ 2 สรุปเหตุชายแดนไทย-กัมพูชา ปะทะหนักพื้นที่ ผามออีแดง-ภูมะเขือ ย้ำโบราณสถานไม่ใช่สนามรบ ไทยพร้อมป้องอธิปไตยตามหลักสากล https://thestandard.co/thai-cambodia-border-clash-update-december-2025/ Mon, 22 Dec 2025 02:43:15 +0000 https://thestandard.co/?p=1156688 thai-cambodia-border-clash-update-december-2025

วันนี้ (22 ธันวาคม) กองทัพภาคที่ 2 ได้สรุปภาพรวมสถานการ […]

The post กองทัพภาคที่ 2 สรุปเหตุชายแดนไทย-กัมพูชา ปะทะหนักพื้นที่ ผามออีแดง-ภูมะเขือ ย้ำโบราณสถานไม่ใช่สนามรบ ไทยพร้อมป้องอธิปไตยตามหลักสากล appeared first on THE STANDARD.

]]>
thai-cambodia-border-clash-update-december-2025

วันนี้ (22 ธันวาคม) กองทัพภาคที่ 2 ได้สรุปภาพรวมสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา โดยตลอดวันที่ 21 ธันวาคมที่ผ่านมายังคงมีการปะทะกันอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะจุดยุทธศาสตร์สำคัญบริเวณผามออีแดงและภูมะเขือ ซึ่งมีการใช้ปืนใหญ่และเครื่องยิงลูกระเบิดโจมตีกันอย่างหนาแน่น 

 

ฝ่ายไทยสามารถควบคุมจังหวะการยิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความแม่นยำสูง และมีการรวมอำนาจการยิงเข้าสู่พื้นที่เป้าหมายหลายครั้ง รวมถึงการใช้โดรนโจมตีที่ตั้งฝ่ายตรงข้ามจนได้รับความเสียหายอย่างหนัก ขณะที่ฝ่ายกัมพูชาพยายามใช้รถถังยิงตอบโต้ในช่วงค่ำ แต่ยังไม่สามารถรุกคืบแนวรบเข้ามาได้

 

สถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ถือเป็นจุดที่มีการสู้รบรุนแรงที่สุด โดยเฉพาะบริเวณซำแต โดนตรวล ภูผี และเขาสัตตะโสม ซึ่งทั้งสองฝ่ายมีการยิงปืนใหญ่และปืนครกตอบโต้กันตลอดทั้งวัน ส่วนที่บริเวณผามออีแดงและห้วยตามาเรีย มีการปะทะด้วยอาวุธประจำกายและปืนค. เป็นระยะ 

 

ขณะที่พื้นที่ภูมะเขือจนถึงพลาญหินแปดก้อน ฝ่ายกัมพูชายังคงเฝ้าตรวจและยิงกดดันอย่างต่อเนื่อง ด้านจังหวัดอุบลราชธานี สถานการณ์ในพื้นที่ช่องบกมีการยิงตรวจแนวเป็นระยะ ส่วนพื้นที่ช่องอานม้าฝ่ายกัมพูชาเริ่มถอนกำลังไปตั้งแนวรับที่สองห่างจากพื้นที่สู้รบประมาณ 10 กิโลเมตร

 

สำหรับพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ฝ่ายไทยสามารถสถาปนาที่หมายและตรึงกำลังได้อย่างมั่นคง โดยเฉพาะที่พลาญตาควายซึ่งฝ่ายไทยเข้ายึดเนิน 350 ได้สำเร็จ แม้จะมีเหตุการณ์รถ JCB เหยียบกับระเบิดระหว่างเคลียร์พื้นที่จนได้รับความเสียหาย แต่กำลังพลปลอดภัยดี 

 

นอกจากนี้ยังตรวจพบการเคลื่อนยานรบและมีการยิงจรวด BM-21 ของฝ่ายกัมพูชามายังทิศใต้ของปราสาทตาเมือนธม รวมถึงมีจรวดตกในพื้นที่บ้านหนองจูบ อำเภอพนมดงรัก จำนวน 4 ลูก แต่เบื้องต้นยังไม่มีรายงานความสูญเสีย ส่วนที่จังหวัดบุรีรัมย์ บริเวณช่องสายตะกู ทั้งสองฝ่ายยังคงตรึงกำลังเผชิญหน้ากันตลอดแนว

 

ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 2 ได้ออกแถลงการณ์เน้นย้ำว่าโบราณสถานไม่ใช่สนามรบ การที่ฝ่ายกัมพูชานำพื้นที่โบราณสถานไปใช้ติดตั้งอาวุธ กล้องตรวจการณ์ หรือระบบต่อต้านโดรน ถือเป็นการละเมิดหลักสากลอย่างร้ายแรง พร้อมยืนยันว่าปฏิบัติการทั้งหมดของฝ่ายไทยเป็นการป้องกันตนเองโดยชอบธรรมตามกฎหมายระหว่างประเทศ 

 

หลังมีหลักฐานชัดเจนว่ามีการใช้โบราณสถานเป็นฐานปฏิบัติการเพื่อโจมตีเข้ามาในฝั่งไทย โดยทหารไทยจะยังคงยึดหลักความจำเป็น ความได้สัดส่วน และมุ่งรักษาสันติภาพตามแนวชายแดนอย่างเต็มความสามารถ

The post กองทัพภาคที่ 2 สรุปเหตุชายแดนไทย-กัมพูชา ปะทะหนักพื้นที่ ผามออีแดง-ภูมะเขือ ย้ำโบราณสถานไม่ใช่สนามรบ ไทยพร้อมป้องอธิปไตยตามหลักสากล appeared first on THE STANDARD.

]]>