กล้อง Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/กล้อง/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 05 Mar 2026 04:10:56 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 เจาะลึกเทคโนโลยีกล้อง Xiaomi 17 Ultra สมาร์ทโฟนที่ทำให้ Xiaomi ถึงกับเรียกว่า ‘Master of Night’ https://thestandard.co/xiaomi-17-ultra-camera-tech/ Sat, 28 Feb 2026 15:00:23 +0000 https://thestandard.co/?p=1182779 ภาพประกอบเทคโนโลยีกล้อง Xiaomi 17 Ultra ที่พัฒนาร่วมกับ Leica

Xiaomi 17 Ultra สมาร์ทโฟน Flagship รุ่นล่าสุดของ Xiaomi […]

The post เจาะลึกเทคโนโลยีกล้อง Xiaomi 17 Ultra สมาร์ทโฟนที่ทำให้ Xiaomi ถึงกับเรียกว่า ‘Master of Night’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบเทคโนโลยีกล้อง Xiaomi 17 Ultra ที่พัฒนาร่วมกับ Leica

Xiaomi 17 Ultra สมาร์ทโฟน Flagship รุ่นล่าสุดของ Xiaomi ที่พัฒนาระบบกล้องร่วมกับ Leica เปิดตัวครั้งแรกในประเทศจีนเมื่อช่วงเดือนธันวาคม 2568 และได้เปิดตัวในระดับโลกที่งาน MWC Barcelona 2026 ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ณ เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน

 

THE STANDARD WEALTH ได้ร่วมเดินทางไปยังกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เพื่อเข้าร่วมการแนะนำระบบกล้องของ Xiaomi 17 Ultra พร้อมสื่อมวลชนจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และยุโรป โดยทีมวิศวกรของ Xiaomi ได้อธิบายรายละเอียดเชิงเทคนิคของระบบกล้อง พร้อมเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้ซักถามอย่างเต็มที่ ณ โรงงานอัจฉริยะ Xiaomi เขตฉางผิง

 

 

ความร่วมมือระหว่าง Xiaomi กับ Leica แบรนด์กล้องสัญชาติเยอรมันที่มีประวัติยาวนานกว่าศตวรรษ เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2022 ครอบคลุมตั้งแต่ซีรีส์ Ultra, Mix Fold ไปจนถึงซีรีส์ T เมื่อเข้าสู่ปีที่ 4 ทั้งสองฝ่ายยกระดับไปสู่โมเดล ‘Strategic Co-creation’ หรือการร่วมสร้างสรรค์เชิงกลยุทธ์ มุ่งเน้น 3 เสาหลัก ได้แก่ เลนส์ (Optics), ความสวยงามของภาพ (Aesthetics) และประสบการณ์การใช้งาน (Experience)

 

ตัวเครื่องมีดีไซน์ที่ได้แรงบันดาลใจจากกล้องคลาสสิก, มุมโค้งมน, ขอบเรียบ บางเพียง 8.29 มม. น้ำหนัก 219 กรัม ถือเป็นรุ่น Ultra ที่บางและเบาที่สุดของ Xiaomi

 

ภายในขับเคลื่อนด้วยชิป Snapdragon 8 Gen 5 แบตเตอรี่ 6,000 mAh และจอแสดงผล Hyper RGB ที่ความสว่างสูงสุด 3,500 นิต โดย Xiaomi ตั้งชื่อให้สมาร์ทโฟนรุ่นนี้ว่า ‘Master of Night’ เพื่อสะท้อนจุดแข็งด้านการถ่ายภาพในสภาพแสงน้อย

 

ภาพประกอบเทคโนโลยีกล้อง Xiaomi 17 Ultra ที่พัฒนาร่วมกับ Leica 1ภาพประกอบเทคโนโลยีกล้อง Xiaomi 17 Ultra ที่พัฒนาร่วมกับ Leica 2

 

เซนเซอร์ LOFIC หัวใจของการถ่ายภาพ HDR แบบฮาร์ดแวร์

 

หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญคือกล้องหลักเซนเซอร์ขนาด 1 นิ้ว ที่ใช้เทคโนโลยี ‘LOFIC’ (Lateral Overflow Integration Capacitor) เป็นเซนเซอร์รุ่น Light Fusion 1050L คู่กับเลนส์ Leica Ultra-Pure Optics โดยกล้องหลักใช้เลนส์ 23 มม.

 

ทีมวิศวกรอธิบายว่าเป็นจุดสมดุลที่เหมาะสมที่สุด เพราะหากใช้ 35 มม. จะต้องบีบอัดระบบเลนส์อย่างหนักเพื่อให้เซนเซอร์ 1 นิ้วอยู่ในตัวเครื่องที่บางขนาดนี้ได้ ซึ่งจะส่งผลเสียต่อคุณภาพภาพ

 

หากย้อนดูวิวัฒนาการของการถ่ายภาพแบบ HDR บนสมาร์ทโฟน เจเนอเรชันแรกอย่าง Multi-frame HDR ใช้วิธีรวมหลายเฟรมเข้าด้วยกัน ซึ่งมักเจอปัญหาภาพเบลอจากการเคลื่อนไหว ส่วนเจเนอเรชันที่สองอย่าง DCG (Dual Conversion Gain) ลดปัญหาภาพเบลอได้ แต่ยังมีข้อจำกัดเรื่องไฮไลต์ที่ถูกตัดขาดเพราะพิกเซลเก็บแสงได้ไม่มากพอ

 

LOFIC แก้ปัญหาทั้งสองนี้พร้อมกัน โดยเพิ่มหน่วยเก็บประจุไฟฟ้าเสริมไว้ในแต่ละพิกเซล หากเปรียบแสงเป็นน้ำฝนและตัวรับแสง (Photodiode) เป็นถัง เวลาน้ำเต็มก็จะล้น ทำให้ส่วนสว่างของภาพขาวโพลน LOFIC ทำหน้าที่เหมือนถังสำรองขนาดใหญ่ที่คอยรับน้ำส่วนเกิน จึงไม่มีข้อมูลแสงสูญหาย

 

ผลคือ HDR ระดับฮาร์ดแวร์ที่เก็บรายละเอียดทั้งส่วนมืด ส่วนกลาง และส่วนสว่างได้ในชัตเตอร์เดียวจากการทดสอบของ Xiaomi ระบุว่า LOFIC รับแสงในส่วนที่สว่างได้มากกว่าเซนเซอร์ทั่วไปถึง 6.3 เท่า ทำให้ฉากที่มีคอนทราสต์สูงอย่างพระอาทิตย์ตกหรือดอกไม้ไฟ ได้ภาพที่สีสันเป็นธรรมชาติทั้งส่วนมืดและส่วนสว่าง

 

ทั้งนี้ระบบกล้องไม่ได้พึ่ง LOFIC เพียงอย่างเดียว แต่ยังใช้ร่วมกับ Multi-frame และ DCG ตามสถานการณ์ โดยตัวกล้องจะตรวจจับสภาพแวดล้อมแล้วเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมโดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ทีมวิศวกรยังตอบคำถามสื่อมวลชนว่ากำลังพิจารณานำ LOFIC ไปใช้กับเซนเซอร์ตัวอื่นอย่างเลนส์เทเลโฟโตในอนาคตด้วย

 

ภาพประกอบเทคโนโลยีกล้อง Xiaomi 17 Ultra ที่พัฒนาร่วมกับ Leica 3 ภาพประกอบเทคโนโลยีกล้อง Xiaomi 17 Ultra ที่พัฒนาร่วมกับ Leica 4

 

เลนส์เทเลโฟโต 200 ล้านพิกเซล กับระบบซูมกลไกระดับ Leica APO

 

อีกความก้าวหน้าที่น่าสนใจคือเลนส์เทเลโฟโต 200 ล้านพิกเซลจาก Leica ที่มาพร้อมระบบ ‘Mechanical Optical Zoom’ ครอบคลุมช่วง 75-100 มม. ต่างจากสมาร์ทโฟนทั่วไปที่มักใช้เลนส์โฟกัสคงที่แล้วอาศัยการครอปดิจิทัล

 

ทีมวิศวกรของ Xiaomi อธิบายเหตุที่เลือกช่วง 75-100 มม. เพราะเป็นช่วงนที่ใช้งานบ่อยที่สุดในการถ่ายภาพประจำวัน ตั้งแต่ 75 มม. สำหรับภาพครึ่งตัว, 85-90 มม. สำหรับภาพบุคคลระยะใกล้ และ 100 มม. สำหรับระยะไกล ระบบนี้ให้คุณภาพระดับออปติคัลได้สูงสุดถึง 400 มม. หรือซูมได้ราว 17.2 เท่าเมื่อเทียบกับกล้องหลัก โดยไม่ต้องครอปเซนเซอร์

 

เมื่อถูกถามว่าทำไมไม่ขยายระยะซูมไปถึง 120 มม. ทีมวิศวกรอธิบายว่าการผลักระบบซูมกลไกให้ไกลกว่านี้จะต้องเพิ่มความสูงของ Camera Deco ซึ่งกระทบกับดีไซน์ตัวเครื่อง ช่วง 75-100 มม. จึงเป็นจุดสมดุลระหว่างความละเอียดสูงกับข้อจำกัดทางกายภาพ

 

ภาพประกอบเทคโนโลยีกล้อง Xiaomi 17 Ultra ที่พัฒนาร่วมกับ Leica 5 ภาพประกอบเทคโนโลยีกล้อง Xiaomi 17 Ultra ที่พัฒนาร่วมกับ Leica 6

 

Xiaomi ระบุว่าเลนส์ตัวนี้มีโครงสร้างซับซ้อนที่สุดเท่าที่เคยทำมา ประกอบด้วยชิ้นเลนส์ 8 ชิ้นจัดเป็น 3 กลุ่ม เมื่อเปลี่ยนระยะโฟกัส เลนส์ต้องเคลื่อนที่ได้ไกลถึง 7 มม. พร้อมปรับโฟกัสใหม่ตลอดเวลา

 

ทีมวิศวกรจึงออกแบบระบบ ‘Dual Carriage’ ที่ใช้ตัวเลื่อน (Carriage) ขนาดใหญ่สำหรับขับเคลื่อนระบบซูม และตัวเลื่อนขนาดเล็กสำหรับปรับโฟกัสอัตโนมัติอย่างแม่นยำ

 

เลนส์ตัวนี้ยังเป็นเลนส์ซูมออปติคัลระดับ ‘Leica APO’ (Apochromatic) ตัวแรกบนสมาร์ทโฟน ใช้ชิ้นเลนส์แก้วสมรรถนะสูง 3 ชิ้นเพื่อแก้ปัญหา Chromatic Aberration หรือขอบสีม่วงที่มักเกิดบริเวณขอบวัตถุ ซึ่งเป็นปัญหาที่แก้ด้วยซอฟต์แวร์ได้ยาก

 

Xiaomi ระบุว่าการออกแบบแบบหลายชิ้นเลนส์นี้ให้ผลลัพธ์ดีกว่าคู่แข่งที่ใช้ชิ้นเลนส์แก้วพิเศษเพียงชิ้นเดียว

 

ภาพประกอบเทคโนโลยีกล้อง Xiaomi 17 Ultra ที่พัฒนาร่วมกับ Leica 7 ภาพประกอบเทคโนโลยีกล้อง Xiaomi 17 Ultra ที่พัฒนาร่วมกับ Leica 8

 

ฮาร์ดแวร์นำ อัลกอริทึมเสริม

 

แนวคิดที่ Xiaomi ย้ำตลอดการแนะนำคือการพึ่งพาออปติกส์และฮาร์ดแวร์เป็นหลัก โดยเริ่มตั้งแต่รุ่น 15 Ultra ที่นำเสนอแนวคิด ‘Optical Night Imagery’ และ Xiaomi 17 Ultra ก็สานต่อด้วยระบบกล้อง 3 ตัว ครอบคลุมช่วง 14-100 มม. ซึ่งเดิมเป็นระบบ 4 กล้อง แต่ได้รวมเลนส์เทเลโฟโต 2 ตัวเข้าเป็นเซนเซอร์ 200 ล้านพิกเซลเพียงตัวเดียว

 

ระบบกล้องยังรองรับ Leica Essential Mode ที่ฝึกอัลกอริทึมจากโปรไฟล์สีของกล้อง Leica M9 และ M3 เพื่อให้ภาพมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบ Leica โดย Xiaomi เป็นผู้พัฒนาอัลกอริทึมหลัก ขณะที่ Leica เข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่ขั้นตอนกำหนดเป้าหมายทางภาพ และทดสอบคุณภาพตลอดกระบวนการ

 

สำหรับเซนเซอร์ 200 ล้านพิกเซล Xiaomi ระบุว่ากระบวนการ Color Calibration ค่อนข้างสมบูรณ์แล้ว เนื่องจากมีประสบการณ์กับเซนเซอร์ระดับนี้มาก่อน

 

อีกคำถามที่น่าสนใจคือเรื่องวิดีโอและระบบกันสั่นเทียบกับคู่แข่งอย่าง iPhone ซึ่ง Xiaomi ยอมรับตรงๆ ว่าเรื่อง ระบบกันสั่นวิดีโอ (Video Stabilization) และความสม่ำเสมอในการประมวลผลวิดีโอยังเป็นสิ่งที่ต้องพัฒนาต่อ ทั้งเฟรมเรต, การจัดการหน่วยความจำ และการทำงานร่วมกันของกล้องหลายตัว พร้อมระบุว่าผู้ใช้จะเห็นการพัฒนาอย่างชัดเจนในรุ่นถัดไป

 

ภาพประกอบเทคโนโลยีกล้อง Xiaomi 17 Ultra ที่พัฒนาร่วมกับ Leica 9 ภาพประกอบเทคโนโลยีกล้อง Xiaomi 17 Ultra ที่พัฒนาร่วมกับ Leica 10

 

ในฐานะผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่อันดับ 3 ของโลก (ตามข้อมูลที่ Xiaomi ระบุ) Xiaomi 17 Ultra สะท้อนการลงทุนด้านเทคโนโลยีกล้องที่จริงจัง ทั้งเซนเซอร์ LOFIC ที่แก้ปัญหา HDR ในระดับฮาร์ดแวร์ และเลนส์เทเลโฟโตซูมกลไกที่ซับซ้อนระดับ Leica APO

 

จากที่ THE STANDARD WEALTH ได้ลองถ่ายจริงระหว่างทริป กล้องตอบสนองได้ดีในช่วงค่ำที่แสงน้อย ภาพออกมาคมชัดและสีดูเป็นธรรมชาติ รวมถึงสภาพแสงอื่นๆ ก็ถ่ายออกมาได้ดีเช่นกัน ถือว่าน่าสนใจสำหรับคนที่ให้ความสำคัญกับกล้องสมาร์ทโฟนซึ่งปัจจุบันถือเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ไปเสียแล้ว

 

สำหรับ Xiaomi 17 Series จะเปิดให้ เปิด Pre-order ระหว่าง 28 ก.พ. – 6 มี.ค. 2569 โดยมีให้เลือก 2 แบบคือ ความจุ 16GB+1TB ราคา 48,990 บาท ส่วนความจุ 16GB+512GB ราคา 44,990 บาท ดูรายละเอียดเพิ่มเติม: https://bit.ly/xiaomi-17-series ส่วนวันที่จำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทยนั้นยังไม่ได้มีการกำหนดแต่อย่างใด

 

ภาพประกอบเทคโนโลยีกล้อง Xiaomi 17 Ultra ที่พัฒนาร่วมกับ Leica 11 ภาพประกอบเทคโนโลยีกล้อง Xiaomi 17 Ultra ที่พัฒนาร่วมกับ Leica 12 ภาพประกอบเทคโนโลยีกล้อง Xiaomi 17 Ultra ที่พัฒนาร่วมกับ Leica 13 ภาพประกอบเทคโนโลยีกล้อง Xiaomi 17 Ultra ที่พัฒนาร่วมกับ Leica 14

The post เจาะลึกเทคโนโลยีกล้อง Xiaomi 17 Ultra สมาร์ทโฟนที่ทำให้ Xiaomi ถึงกับเรียกว่า ‘Master of Night’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
GoPro หายไปไหน แล้วทำไมแบรนด์ DJI จึงกลายเป็นชื่อเรียกใหม่ของกล้องพกพา https://thestandard.co/the_secret_sauce/key-takeaway-gopro-and-dji/ Tue, 25 Nov 2025 11:50:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1147485

ครั้งหนึ่ง… ไม่ว่าคุณจะถือกล้อง Action Camera ยี่ […]

The post GoPro หายไปไหน แล้วทำไมแบรนด์ DJI จึงกลายเป็นชื่อเรียกใหม่ของกล้องพกพา appeared first on THE STANDARD.

]]>

ครั้งหนึ่ง… ไม่ว่าคุณจะถือกล้อง Action Camera ยี่ห้ออะไร เพื่อนของคุณก็จะเรียกมันว่า ‘GoPro’

 

นี่คือพลังของแบรนด์ที่กลายเป็น Generic Name เพราะ GoPro ในยุครุ่งเรืองไม่ได้ขายแค่กล้อง แต่ขายไลฟ์สไตล์ ขายความเท่ จนบริษัทมีมูลค่าสูงถึง 1 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2015 หรือเมื่อสิบปีก่อน

 

แต่ 2025 บัลลังก์นี้กำลังสั่นคลอนอย่างรุนแรง เมื่อยักษ์ใหญ่จากจีนอย่าง DJI ที่เคยครองน่านฟ้าด้วยโดรน ได้ยึดพื้นที่กล้องพกพาที่เคยเป็น Legacy ของ GoPro ไปเสียแล้ว

 

🟡 DJI จากโดรนลอยฟ้าสู่กล้องในกระเป๋าทุกคน

 

ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 5 ปีก่อน DJI เป็นที่รู้จักในฐานะเจ้าตลาดโดรนระดับโลก แต่วันนี้ DJI กลายเป็นชื่อแรกที่คนทำคอนเทนต์นึกถึง เมื่อต้องเลือกกล้องพกพา

 

ข้อมูลจาก Jiuqian Consulting ระบุว่า DJI ครองตลาดกล้อง Action Camera ทั่วโลกไปแล้วถึง 66% ในขณะที่ GoPro เหลือเพียง 18%

 

นอกจากนี้ ข้อมูลจาก BCN+R ยังชี้ให้เห็นอัตราการเติบโตที่น่ากลัวของ DJI ในตลาดกล้องวิดีโอที่ส่วนแบ่งตลาดพุ่งทะยานจาก 7.3% ในปี 2021 กลายมาเป็น 37.7% ในปี 2024 แซงหน้าทุกค่ายขึ้นมาเป็นผู้นำ

 

ส่วนแบ่งที่สวนทางกันอย่างสิ้นเชิงนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นจากแค่ความบังเอิญ แต่มาจากการค่อย ๆ สร้างความไว้ใจจนกลายเป็นมาตรฐานใหม่แบบที่ GoPro เคยเป็นในอดีต

 

🟡 GoPro ยักษ์ใหญ่ที่ขยับช้าเกินไป

 

มูลค่าบริษัท GoPro เคยสูงถึง 1.68 หมื่นล้านเหรียญ ในปี 2015 พวกเขาสร้างตัวเองมาจากโลกของกีฬา Extreme และกลุ่มผู้ใช้ที่รักการผจญภัย นั่นคือจุดแข็งที่ทำให้แบรนด์เติบโตเร็วและมีฐานแฟนเหนียวแน่น แต่เมื่อโลกก้าวเข้าสู่ยุคของ Vlogger และ Creator ที่เน้นความคล่องตัว ความง่าย และความเร็ว GoPro ก็ต้องเผชิญกับความท้าทายใหม่

 

กล้องของ GoPro ยังคงทนเหมือนเคย แต่ความต้องการของผู้ใช้เปลี่ยนไป ที่สำคัญคือมี Pain Point ที่ GoPro ณ ขณะนั้นไม่ได้ปรับตามเสียงผู้ใช้ ทั้งเรื่องแบตเตอรี่ที่หมดไว ภาพในที่แสงน้อยที่ยังไม่ดีพอ หรือเมนูที่ใช้งานยาก

 

จังหวะการปรับตัวที่ช้ากว่าคู่แข่ง ทำให้ภาพของแบรนด์เริ่มจางลงในสายตาผู้บริโภคยุคใหม่

 

🟡 DJI ขายระบบนิเวศของการสร้างคอนเทนต์

 

คำถามคือ DJI เริ่มกระโดดเข้ามาแย่งชิงตลาดได้อย่างไร

 

DJI ไม่ได้กระโจนเข้ามาแข่งด้วยโฆษณา หรือราคาถูก แต่ใช้ DNA แบบวิศวกร ค่อย ๆ แก้ปัญหาของ Creator ทีละจุด

 

📸 เปลี่ยนจากการขายกล้อง เป็นขายโซลูชันที่ผู้บริโภคมองหา: ขณะที่ GoPro พยายามขายความถึกทน DJI เลือกที่จะสร้างโปรดักต์ที่แก้ Pain Point ของ Creator โดยตรง

 

🔸ส่งกล้องจิ๋วติดกิมบอล (Osmo Pocket) มาแก้ปัญหาภาพนิ่งไม่สวย

🔸ส่งไมโครโฟนไร้สายคุณภาพสูง (DJI Mic) มาปิดจุดอ่อนการอัดเสียง

🔸ออกกล้อง Action Camera ที่มีจอด้านหน้าและระบบแม่เหล็กที่ถอดเปลี่ยนได้เร็ว เพื่อความสะดวกสำหรับ Content Creator

 

📸 สร้าง Ecosystem ที่สมบูรณ์: พวกเขาไม่ได้ทำให้ลูกค้าซื้อแค่กล้องตัวเดียวจบ แต่ทำให้รู้สึกว่าสินค้า DJI คือ ‘ชุดเครื่องมือ’ ที่ต้องใช้ร่วมกันเพื่อให้การถ่ายทำราบรื่นที่สุด ไม่ว่าจะเป็นโดรน, กิมบอล, หรือกล้อง Action Cam ทั้งหมดเชื่อมโยงกันจนคู่แข่งเจาะเข้ามาแย่งลูกค้าได้ยาก

 

🟡 อนาคตสงคราม 3 ก๊กของสามยักษ์ใหญ่

 

แม้ GoPro จะเสียพื้นที่ในตลาดหลัก แต่พวกเขาก็ไม่ได้นั่งรอความพ่ายแพ้ บริษัทกำลังปรับตัวไปสู่บทบาทใหม่ ใช้คลังวิดีโอมหาศาลที่เคยถูกเก็บไว้มานาน ให้กลายเป็นสินค้าขายได้ ด้วยการจับมือกับบริษัท AI ที่ต้องการข้อมูลภาพจากโลกจริง

 

ส่วน DJI ก็ไม่ได้หยุดแค่กล้อง พวกเขากำลังเข้าสู่โลกของจักรยานไฟฟ้า หุ่นยนต์ดูดฝุ่น และอุปกรณ์อัจฉริยะอื่น ๆ เพราะเป้าหมายของพวกเขา ไม่ใช่แค่การเป็นผู้นำตลาดกล้อง แต่เป็นการสร้างอาณาจักรเทคโนโลยีที่เข้ามาอยู่ในชีวิตผู้คนทุกวัน

 

นอกจากนั้น ยังมีInsta360 คือผู้เล่นใหม่คนสำคัญที่ไม่หยุดนวัตกรรม จนอาจตีเสมอ DJI ได้ในไม่ช้า ด้วยกล้อง 360 องศา เลนส์ความละเอียดสูง และการร่วมมือกับ Leica ที่ยกระดับคุณภาพไปอีกขั้น

 

เรื่องของ GoPro และ DJI ไม่ใช่แค่เกมธุรกิจ แต่มันคือภาพสะท้อนของโลกที่เปลี่ยนเร็ว และความจริงที่ว่า ไม่มีแบรนด์ไหนยืนหนึ่งได้ตลอดไป

 

ความแข็งแกร่งของแบรนด์ ไม่อาจทดแทนความเข้าใจในผู้ใช้ และความกล้าในการเปลี่ยนแปลงก่อนจะสายเกินไป

The post GoPro หายไปไหน แล้วทำไมแบรนด์ DJI จึงกลายเป็นชื่อเรียกใหม่ของกล้องพกพา appeared first on THE STANDARD.

]]>
รีวิวใช้งานจริง Fujifilm X-Half , Fujifilm X-E5 ตัวไหนเหมาะกับใคร? https://thestandard.co/life/fujifilm-x-half-vs-x-e5-user-review-guide/ Fri, 18 Jul 2025 00:41:31 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1097581 Fujifilm X-Half , Fujifilm X-E5

รีวิวใช้งานจริง Fujifilm X-Half, Fujifilm X-E5 ตัวไหนเห […]

The post รีวิวใช้งานจริง Fujifilm X-Half , Fujifilm X-E5 ตัวไหนเหมาะกับใคร? appeared first on THE STANDARD.

]]>
Fujifilm X-Half , Fujifilm X-E5

รีวิวใช้งานจริง Fujifilm X-Half, Fujifilm X-E5 ตัวไหนเหมาะกับใคร?

 

หลังจากที่ Fujifilm เปิดตัวกล้อง 2 รุ่น 2 สไตล์ใหม่ อย่าง Fujifilm X-Half และ Fujifilm X-E5 ทางเรามีโอกาสพาเจ้ากล้องสองตัวนี้ไปเดินเล่น ใช้งานจริงในสถานที่ต่างๆ พร้อมกับทดลองใช้งานในหลายๆ สถานการณ์ ก็ได้ข้อสรุปว่ากล้องสองตัวนี้มีคาแรกเตอร์ที่ชัดเจนและแตกต่างกันออกไปมากๆ วันนี้เราเลยอยากจะมาสรุปว่า กล้องใหม่สองรุ่นนี้มีข้อดีอะไร และเหมาะกับใครบ้าง

 

 

Fujifilm X-Half

นี่คือกล้องที่เกิดมาเพื่อมอบประสบการณ์ให้กับคนที่อยากทดลองใช้กล้องฟิล์ม ทั้งน้ำหนัก ขนาด วิธีการถ่าย ถอดแบบจากกล้องฟิล์มทั้งหมด และยังเป็นกล้องที่เหมาะกับการพกไปถ่ายเล่นในวันหยุด เพราะมีน้ำหนักเบา ขนาดตัวจริงเล็กประมาณฝ่ามือได้ ใส่กระเป๋ากางเกงสบายๆ เลย

 

Fujifilm X-Half , Fujifilm X-E5

 

จุดเด่นของ Fujifilm X-Half

 

  • การจำลองโหมดฟิล์มที่ต้องถ่ายให้จบม้วนถึงจะดูรูปทั้งหมดได้ นี่คือความสนุกและเสน่ห์ของการถ่ายฟิล์มที่ใครหลายคนคิดถึง
  • ต้องโยกขึ้นฟิล์มก่อนถ่ายรูป นี่คืออีกหนึ่งลูกเล่นที่หลายคนคิดถึง นั่นคือการขึ้นฟิล์มเพื่อถ่ายรูป เหมือนเป็นการบอกตัวกล้องว่าฉันพร้อมจะถ่ายรูปแล้ว
  • สี Film Simulations ที่มีให้เลือกหลากหลาย ช่วยให้เรากลับไปคิดถึงการเลือกสีฟิล์ม และยังช่วยเพิ่มสีสันในภาพอีกด้วย
  • เลนส์ที่ติดมาเป็นระยะพอดีถ่ายได้หลายสถานการณ์ เพราะระยะของเลนส์มีความกว้างเป็นมุมมองที่กว้าง ออกไปถ่ายสตรีทข้างทาง หรือถ่ายคนก็ได้ทั้งหมด
  • มีเอฟเฟกต์ลูกเล่นสนุกๆ ให้การถ่ายรูปไม่น่าเบื่อ เช่น การมีเอฟเฟกต์ Fish Eye หรือเอฟเฟกต์แสงรั่ว เหมือนเราถ่ายรูปหัวฟิล์ม
  • ลูกเล่น Half Frame ที่สามารถถ่าย 2 รูปต่อกันแบบน่ารักๆ

 

 

Fujifilm X-E5

กล้องที่เหมาะกับคนถ่ายรูปจริงจัง แต่อยากได้กล้องที่ขนาดไม่ใหญ่มาก แถมการอัปเกรดของโมเดลนี้เป็นเหมือนการแก้จุดด้อยต่างๆ ของรุ่นก่อน ทั้งการเพิ่ม Dial ให้ปรับแต่งและใช้งานง่าย แถมมีการเพิ่มระบบกันสั่น เรียกว่าเป็นกล้องที่พกไปตัวเดียวลุยได้ทุกสถานการณ์เลย

 

 

จุดเด่นของ Fujifilm X-E5

 

  • เพิ่มปุ่มเยอะขึ้นกว่าเดิม ช่วยทำให้ควบคุมกล้องได้ง่ายขึ้น แถมเราสามารถปรับแต่งปุ่มต่างๆ เพื่อให้เราใช้งานตัวกล้องได้อย่างถนัดยิ่งขึ้น
  • เลนส์แพนเค้กระยะ 23 f 2.8 ถือเป็นเลนส์คุณภาพโอเค ใช้งานได้ดีเลย
  • Dial พิเศษแสดงสถานะของโหมด Film Simulations ว่าตอนนี้ใช้ฟิล์มอะไรอยู่ แถมเปลี่ยนฟิลเตอร์ฟิล์มได้ง่ายๆ และยังตั้งโปรไฟล์สีรูปได้หลายแบบอีกด้วย
  • สามารถเซ็ตคีย์ลัดการครอประยะภาพได้ว่าอยากถ่ายภาพระยะใกล้ไกลประมาณไหนสามารถตั้งได้ง่ายๆ
  • ปุ่มเชื่อมบลูทูธบริเวณท้ายของกล้อง เป็นการออกแบบที่ทำให้รู้สึกเหมือนกับว่าเราได้โหลดฟิล์มออกจากกล้อง ซึ่งปัจจุบันคือการเชื่อมบลูทูธเพื่อโหลดฟิล์มนั่นเอง

 

The post รีวิวใช้งานจริง Fujifilm X-Half , Fujifilm X-E5 ตัวไหนเหมาะกับใคร? appeared first on THE STANDARD.

]]>
Sigma BF กล้องมินิมัลตัวจบที่ได้ทั้งถือทำทรงและใช้งานจริง https://thestandard.co/life/sigma-sigma-bf/ Mon, 24 Feb 2025 08:02:21 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=1045246

หน้าตาเรียบๆ แต่การใช้งานจัดเต็ม   คนรักการถ่ายรูป […]

The post Sigma BF กล้องมินิมัลตัวจบที่ได้ทั้งถือทำทรงและใช้งานจริง appeared first on THE STANDARD.

]]>

หน้าตาเรียบๆ แต่การใช้งานจัดเต็ม

 

คนรักการถ่ายรูปอาจจะมีเรื่องให้ใจสั่นอีกครั้งเมื่อ SIGMA เปิดตัวกล้องรุ่นใหม่ Sigma BF เป็นกล้องฟูลเฟรมที่เน้นการใช้งานง่าย ดีไซน์ได้แรงบันดาลใจจากกล้องในอดีตอย่าง Camera Obscura มาปรับทำให้ดูเรียบ มีปุ่มไม่กี่ปุ่ม มีจอแสดงผล และจอแสดงสถานะกล้อง นี่ถือเป็นกล้องตัวจบที่ใช้งานได้หลากหลายและมีประสิทธิภาพ ด้วยเซ็นเซอร์ฟูลเฟรม 35 มม. ทำให้ได้ภาพที่คมชัด แถมมีโทนสีให้เลือกใช้งานได้ถึง 13 แบบ เรียกว่าจบงานหลังกล้องได้เลย แถมรองรับการถ่ายวิดีโอแบบ 6K สูงสุด 120 เฟรมต่อวินาที

 

กล้องตัวนี้อาจไม่สามารถถอดเปลี่ยนเมมโมรีการ์ดได้ แต่เขามากับหน่วยความจำในตัวเครื่องขนาด 230 GB อธิบายง่ายๆ คือสามารถจัดเก็บไฟล์ JPEG ได้มากกว่า 14,000 ไฟล์, ภาพ RAW ที่ไม่บีบอัด 4,300 ภาพ หรือวิดีโอ 2.5 ชั่วโมงในการตั้งค่าคุณภาพสูงสุด โดยรวมภายนอกเป็นครั้งแรกของแบรนด์ที่ทำกล้องเป็นวัสดุอะลูมิเนียมชิ้นเดียว หรือที่เรียกว่า Unibody กล้องตัวนี้ยังมีความสามารถและรายละเอียดอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย มารอดูกันว่าเราจะได้เห็นกล้องตัวจริงรุ่นนี้ในประเทศไทยเมื่อไร

 

ภาพ: SIGMA

อ้างอิง: 

The post Sigma BF กล้องมินิมัลตัวจบที่ได้ทั้งถือทำทรงและใช้งานจริง appeared first on THE STANDARD.

]]>
Canon เปิดตัวกล้องราคาเบา! เอาใจ Gen Z จีนสายคอนเทนต์ ชูจุดเด่นถ่ายวิดีโอสวยกว่าสมาร์ทโฟน https://thestandard.co/canon-gen-z-digital-camera-sales/ Thu, 08 Aug 2024 12:19:44 +0000 https://thestandard.co/?p=969143 Canon

Canon เดินหน้ามัดใจคนรุ่นใหม่ในจีนด้วยการเปิดตัวกล้องดิ […]

The post Canon เปิดตัวกล้องราคาเบา! เอาใจ Gen Z จีนสายคอนเทนต์ ชูจุดเด่นถ่ายวิดีโอสวยกว่าสมาร์ทโฟน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Canon

Canon เดินหน้ามัดใจคนรุ่นใหม่ในจีนด้วยการเปิดตัวกล้องดิจิทัลรุ่นเริ่มต้นที่ราคาสบายกระเป๋า ใช้งานง่าย เน้นคุณภาพของภาพและวิดีโอที่เหนือกว่า เพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ต้องการสร้างคอนเทนต์โดนๆ ลงโซเชียลมีเดีย

 

ล่าสุด Canon เปิดบูธในงาน Bilibili World ณ นครเซี่ยงไฮ้ เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นงานเทศกาลอนิเมะที่ใหญ่ที่สุดในจีน จัดขึ้นโดย Bilibili แพลตฟอร์มสตรีมมิงวิดีโอชื่อดัง โดยมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 2.5 แสนคน และพบว่าบูธของ Canon ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก

 

“กล้องถ่ายวิดีโอได้ดีกว่าสมาร์ทโฟนนะ” พนักงานของ Canon กล่าวกับคู่รักคู่หนึ่งที่กำลังถือกล้อง EOS R100 “แฟนของคุณจะต้องดีใจมากๆ กับวิดีโอที่ถ่ายออกมา” กล้องรุ่นนี้มีราคาเพียง 3,399 หยวน (ประมาณ 15,000 บาท) ซึ่งใกล้เคียงกับราคาสมาร์ทโฟน แต่มีน้ำหนักมากกว่าประมาณสองเท่า

 

Canon กำลังเร่งทำการตลาดกล้อง R100 และรุ่นอื่นๆ ที่ใช้งานง่ายสำหรับกลุ่ม Gen Z ในจีนที่มีจำนวนประมาณ 300 ล้านคน โดยมีการให้ยืมกล้องในงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์จักรยาน ร้านกาแฟ และธุรกิจอื่นๆ ที่ได้รับความนิยมในหมู่คนรุ่นใหม่ 

 

นอกจากนี้ Canon ยังจัดคลาสสอนถ่ายภาพและวิดีโอสำหรับนักเรียน โดยมีช่างภาพมืออาชีพมาสอนวิธีการถ่ายภาพและวิดีโอที่ดูดีบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งจัดขึ้นแล้วกว่า 120 แห่ง ณ สิ้นปี 2023

 

โดยปกติแล้ว กลุ่ม Gen Z ในจีนนิยมใช้สมาร์ทโฟนถ่ายภาพ แต่ด้วยกระแส ‘Daka’ หรือการเช็กอินสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เพื่อเพิ่มความนิยมในโลกออนไลน์ ทำให้หลายคนหันมาใช้กล้องถ่ายรูปมากขึ้น เพื่อให้ได้ภาพและวิดีโอที่สวยงามและมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น

 

“ฉันอยากโพสต์รูปภาพและวิดีโอที่สวยกว่านี้ ฉันเลยซื้อกล้องเป็นครั้งแรกเมื่อปลายปีที่แล้ว” นักศึกษาคนหนึ่งในปักกิ่งกล่าว

 

ผู้ใช้สามารถอัปโหลดภาพถ่ายและวิดีโอจากกล้อง Canon รวมถึง R100 ไปยังสมาร์ทโฟนของตนโดยใช้แอปพลิเคชันเฉพาะ ซึ่งช่วยให้สามารถแก้ไขและโพสต์ลงโซเชียลมีเดียได้อย่างรวดเร็ว

 

ข้อมูลจาก Camera & Imaging Products Association ของญี่ปุ่นระบุว่า ยอดจัดส่งกล้องดิจิทัลในจีนเพิ่มขึ้น 25% เป็น 1.56 ล้านเครื่องในปี 2023 ซึ่งฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดของโควิดที่ลดลง โดยจีนเป็นตลาดเดียวที่เติบโตในปี 2023 ขณะที่ตลาดอื่นๆ เช่น สหรัฐฯ ญี่ปุ่น และยุโรป ยังคงประสบปัญหาจากการแข่งขันกับสมาร์ทโฟน

 

ความต้องการของจีนยังคงแข็งแกร่งในปี 2024 โดยคิดเป็น 23% ของยอดจัดส่งกล้องดิจิทัลทั่วโลกในช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคม รองจากอเมริกาเท่านั้น

 

“เราคาดว่าการเติบโตจะสูงกว่า 30% ในปี 2024 และหวังว่าจะเติบโตได้เท่ากับหรือมากกว่าการเติบโตของตลาดโดยรวม” Hideki Ozawa ประธานและซีอีโอของ Canon (China) กล่าว และเสริมว่า “เราต้องการครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุดตลอดทั้งปี”

 

อ้างอิง:

The post Canon เปิดตัวกล้องราคาเบา! เอาใจ Gen Z จีนสายคอนเทนต์ ชูจุดเด่นถ่ายวิดีโอสวยกว่าสมาร์ทโฟน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Nikon สลัดคราบผู้ผลิตกล้อง! ทุ่ม 1 แสนล้านเยน ปรับโฉมธุรกิจครั้งใหญ่ หวังรุ่งในอุตสาหกรรมอวกาศและเซมิคอนดักเตอร์เพื่อฟื้นกำไร https://thestandard.co/nikon-chipmaking-and-space/ Sat, 13 Jul 2024 04:22:22 +0000 https://thestandard.co/?p=957253 Nikon

Nikon บริษัทผู้ผลิตกล้องถ่ายรูปชื่อดังของญี่ปุ่น กำลังเ […]

The post Nikon สลัดคราบผู้ผลิตกล้อง! ทุ่ม 1 แสนล้านเยน ปรับโฉมธุรกิจครั้งใหญ่ หวังรุ่งในอุตสาหกรรมอวกาศและเซมิคอนดักเตอร์เพื่อฟื้นกำไร appeared first on THE STANDARD.

]]>
Nikon

Nikon บริษัทผู้ผลิตกล้องถ่ายรูปชื่อดังของญี่ปุ่น กำลังเผชิญกับความท้าทายในตลาดกล้องดิจิทัลที่กำลังหดตัว จึงตัดสินใจทุ่มเงินลงทุน 1 แสนล้านเยนเพื่อปรับเปลี่ยนธุรกิจครั้งใหญ่ โดยนำความเชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ออปติคัล (Optical) มาใช้ในอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเติบโตสูง เช่น อวกาศและเซมิคอนดักเตอร์

 

การปรับปรุงครั้งใหญ่กำลังดำเนินการที่ Tochigi Nikon ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตของกลุ่มบริษัททางตอนเหนือของโตเกียว โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างโรงงานที่สามารถผลิตเลนส์ได้ทุกประเภท ตั้งแต่เลนส์ขนาดเล็กเท่าเมล็ดข้าว ไปจนถึงผลิตภัณฑ์สำหรับอุปกรณ์การผลิตชิป

 

Tochigi Nikonเปิดดำเนินการในปี 1961 และขยายโรงงานอย่างต่อเนื่องจนมีอาคารต่างๆ กว่า 10 แห่ง เป้าหมายคือการรวมการผลิตทั้งหมดไว้ที่อาคารใหม่ 2 แห่ง ซึ่งมีพื้นที่รวมประมาณ 20,000 ตารางเมตร ซึ่งมากกว่าพื้นที่รวมของอาคารเดิมทั้งหมดภายในปีงบประมาณ 2027

 

การปรับปรุงครั้งนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของแผนการลงทุน 1 แสนล้านเยนของ Nikonจนถึงปี 2030 นอกจากนี้ บริษัทยังพิจารณาที่จะลงทุนเพิ่มเติมใน Tochigi Nikonที่เกี่ยวข้องกับเลนส์สำหรับการผลิตชิป

 

Tokunari Muneaki ประธานคนใหม่ของ Nikonซึ่งเข้าร่วมบริษัทในช่วงที่ Nikonตกต่ำที่สุด เริ่มต้นด้วยการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนในธุรกิจกล้องถ่ายรูป การผลิตกล้อง DSLR ซึ่งดำเนินการที่โรงงานในจังหวัดมิยางิ ถูกย้ายไปยังโรงงานในประเทศไทย โรงงานที่เกี่ยวข้องกับเลนส์กล้องในประเทศถูกปิดและรวมเข้ากับโรงงานในประเทศไทยและโทจิงิ นอกจากนี้ Nikonยังขายหุ้นที่ถือครองไขว้กันเพื่อหาเงินทุน

 

หลังจากเยี่ยมชมโรงงานต่างๆ Tokunari สรุปว่า บริษัทซึ่งมีความภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์ของตน มุ่งเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปภายใต้ชื่อ Nikonมากเกินไป เทคโนโลยีด้านออปติคัลและการวัดความแม่นยำของ Nikonซึ่งได้รับการพัฒนามาตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทในปี 1917 นั้น เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในโลก แต่ผลกำไรยังคงได้รับอิทธิพลจากกลุ่มลูกค้าที่แคบ และแนวโน้มตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป

 

Tokunari จึงตัดสินใจมุ่งเน้นไปที่ส่วนประกอบออปติคัล โดยเฉพาะเทคโนโลยีเลนส์ ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย ไม่ใช่แค่ในกล้องและเซมิคอนดักเตอร์เท่านั้น

 

การเดิมพันนี้เริ่มที่จะประสบความสำเร็จ องค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA) กำลังนำส่วนประกอบของ Nikonไปใช้กับกล้องที่ใช้ในดาวเทียมสังเกตการณ์ ในด้านเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง Lasertec บริษัทญี่ปุ่นที่ผูกขาดอุปกรณ์ทดสอบ EUV เลือก Nikonเป็นซัพพลายเออร์ส่วนประกอบออปติคัล

 

ในปีงบประมาณที่ผ่านมา ส่วนประกอบออปติคัลของ Nikonทำกำไรจากการดำเนินงานได้ 1.68 หมื่นล้านเยน เพิ่มขึ้นจาก 100 ล้านเยนในปีงบประมาณ 2020 ปัจจุบันธุรกิจส่วนประกอบออปติคัลเป็นธุรกิจที่ทำรายได้สูงสุดเป็นอันดับสองรองจากกล้อง ซึ่งทำรายได้ 4.65 หมื่นล้านเยนในปีงบประมาณ 2023

 

Nikonวางแผนที่จะขยายธุรกิจไปสู่การพิมพ์โลหะ 3 มิติ ซึ่งใช้ส่วนประกอบออปติคัลด้วย แต่อย่างไรก็ตาม ตลาดยังไม่ได้ตอบรับอย่างเต็มที่กับแนวคิดที่ว่า Nikonจะฟื้นตัวอย่างมาก

 

Kazuyoshi Saito นักวิเคราะห์จาก Iwai Cosmo Securities กล่าวว่า “เราสามารถประเมินมูลค่าความมั่นคงของกำไรผ่านการปฏิรูปโครงสร้างได้ แต่ด้วยอัตราการเติบโตในปัจจุบันของ Nikonจะกลายเป็นเพียงบริษัทที่ไม่ได้ขาดทุน แต่ไม่มีลักษณะพิเศษใดๆ”

 

คาดว่ายอดขายในปีงบประมาณนี้จะเพิ่มขึ้น 4% เป็น 7.45 แสนล้านเยน แต่กำไรสุทธิจะลดลง 8% เหลือ 3 หมื่นล้านเยน ท่ามกลางการลงทุนเพื่อการเติบโต โดยกำไรสุทธิคาดว่าจะลดลงเป็นปีที่สองติดต่อกัน แม้ว่ารายได้จะเพิ่มขึ้น

 

ภาพ: David Caudery / Digital Camera Magazine / Future via Getty Images

อ้างอิง:

The post Nikon สลัดคราบผู้ผลิตกล้อง! ทุ่ม 1 แสนล้านเยน ปรับโฉมธุรกิจครั้งใหญ่ หวังรุ่งในอุตสาหกรรมอวกาศและเซมิคอนดักเตอร์เพื่อฟื้นกำไร appeared first on THE STANDARD.

]]>
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยากให้นักเตะติดกล้องไว้ที่ตัวระหว่างการแข่งขัน https://thestandard.co/manchester-united-camera-mounted/ Wed, 14 Feb 2024 09:45:13 +0000 https://thestandard.co/?p=899799 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

มีรายงานว่า ตระกูลเกลเซอร์ เจ้าของทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต […]

The post แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยากให้นักเตะติดกล้องไว้ที่ตัวระหว่างการแข่งขัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

มีรายงานว่า ตระกูลเกลเซอร์ เจ้าของทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องการให้นักเตะในทีมติดกล้องไว้ที่ตัว เพื่อให้เห็นมุมมองระหว่างการแข่งขัน

 

การติดกล้องไว้ที่นักเตะจะทำให้แฟนบอลสามารถชมเกมจากมุมมองของผู้เล่นคนโปรดของพวกเขาได้ ซึ่งฝั่งเกลเซอร์เชื่อว่าแฟนๆ จะยอมจ่ายเงินเพื่อดูเกมผ่านมุมมองของนักเตะคนโปรดของพวกเขาอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด หรือ บรูโน แฟร์นันด์ส

 

มีรายงานว่า หัวหน้าฝ่ายการตลาดของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เชื่อว่า ฐานแฟนบอลจำนวนมากทั่วโลกจะกระตือรือร้นกับแนวคิดนี้ ขณะที่ เอ็ด วูดเวิร์ด เชื่อว่า เทคโนโลยี AR คือโอกาสอันยิ่งใหญ่ของสโมสรเช่นกัน

 

โดยก่อนหน้านี้ การใช้กล้องติดตัว หรือ Bodycam ได้รับการทดสอบมาแล้วในการถ่ายทอดสดของ TNT Sports ระหว่างฤดูกาลนี้ เพียงแต่เป็นการใช้ในตอนวอร์มอัพก่อนแข่งเท่านั้น

 

เทคโนโลยีนี้ ผู้เล่นที่สวมเสื้อกั๊ก GPS จะติดกล้องไว้ โดยต้องเจาะรูเล็กๆ บนเสื้อเพื่อให้กล้องทะลุออกมาได้ ขณะที่กล้องจะมีหน้าจอป้องกันการแตก และมีน้ำหนักเบาจนมีความรู้สึกเหมือนไม่ได้มีกล้องติดอยู่

 

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

 

ภาพประกอบ: กันยกร กาญจนวิไล

อ้างอิง:

 

The post แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยากให้นักเตะติดกล้องไว้ที่ตัวระหว่างการแข่งขัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Nikon, Sony และ Canon ต่อสู้กับภาพปลอมที่สร้างจาก AI ด้วยเทคโนโลยีกล้องแบบใหม่ที่ฝัง ‘ลายเซ็นดิจิทัล’ https://thestandard.co/nikon-sony-canon-digital-signatures/ Wed, 24 Jan 2024 08:05:26 +0000 https://thestandard.co/?p=891554

Nikon, Sony Group และ Canon กำลังพัฒนาเทคโนโลยีกล้องที่ […]

The post Nikon, Sony และ Canon ต่อสู้กับภาพปลอมที่สร้างจาก AI ด้วยเทคโนโลยีกล้องแบบใหม่ที่ฝัง ‘ลายเซ็นดิจิทัล’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

Nikon, Sony Group และ Canon กำลังพัฒนาเทคโนโลยีกล้องที่ฝังลายเซ็นดิจิทัลลงในภาพ เพื่อให้สามารถแยกแยะจากภาพปลอมที่มีความซับซ้อนเพิ่มขึ้น

 

Nikon จะเสนอกล้อง Mirrorless พร้อมเทคโนโลยีการตรวจสอบสำหรับช่างภาพข่าวและมืออาชีพอื่นๆ ลายเซ็นดิจิทัลที่ป้องกันการแก้ไขจะรวมข้อมูล เช่น วันที่, เวลา, สถานที่ และชื่อผู้ถ่ายภาพ

 

ความพยายามเช่นนี้เกิดขึ้นเนื่องจากภาพปลอมที่ดูเหมือนจริงมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ทั้งผู้ผลิตและผู้ใช้เนื้อหาต้องเผชิญกับการตัดสินใจที่ยากลำบาก ภาพปลอมของ โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และ ฟูมิโอะ คิชิดะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้รับความนิยมในปีนี้

 

พันธมิตรขององค์กรข่าวทั่วโลก บริษัทเทคโนโลยี และผู้ผลิตกล้อง ได้เปิดตัวเครื่องมือที่ใช้งานผ่านเว็บชื่อ Verify เพื่อตรวจสอบภาพฟรี หากภาพมีลายเซ็นดิจิทัล เว็บไซต์จะแสดงข้อมูลวันที่ สถานที่ และข้อมูลอื่นๆ

 

ลายเซ็นดิจิทัลในปัจจุบันเป็นมาตรฐานสากลที่ Nikon, Sony และ Canon ใช้ร่วมกัน ซึ่งบริษัทญี่ปุ่นครองส่วนแบ่งประมาณ 90% ของตลาดกล้องดิจิทัลทั่วโลก โดยหากภาพถูกสร้างขึ้นด้วยปัญญาประดิษฐ์หรือมีการแก้ไข เครื่องมือ Verify จะทำเครื่องหมายว่า ‘ไม่มีข้อมูลการตรวจสอบ’

 

Sony จะเปิดตัวเทคโนโลยีในฤดูใบไม้ผลิปี 2024 เพื่อใส่ลายเซ็นดิจิทัลในกล้อง Mirrorless 3 รุ่นระดับมืออาชีพผ่านการอัปเดตเฟิร์มแวร์ บริษัทกำลังพิจารณาทำให้เทคโนโลยีนี้เข้ากันได้กับวิดีโอด้วย

 

เมื่อช่างภาพส่งภาพถ่ายไปยังองค์กรข่าว Sony จะตรวจจับลายเซ็นดิจิทัลด้วยเซิร์ฟเวอร์การตรวจสอบของตนเอง และตัดสินว่าภาพนั้นถูกสร้างขึ้นด้วย AI หรือไม่ Sony และ The Associated Press ได้ทดสอบเครื่องมือนี้ในเดือนตุลาคม ขณะเดียวกัน Sony จะขยายกลุ่มกล้องที่สามารถใช้งานได้ และเรียกร้องให้องค์กรข่าวอื่นๆ นำเทคโนโลยีนี้มาใช้ด้วย

 

Canon จะเปิดตัวกล้องที่มีคุณสมบัติทำนองเดียวกันในช่วงต้นปี 2024 บริษัทยังพัฒนาเทคโนโลยีที่เพิ่มลายเซ็นดิจิทัลในวิดีโอ ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการพัฒนาร่วมกับ Thomson Reuters และ Starling Lab for Data Integrity ซึ่งเป็นสถาบันที่ก่อตั้งโดยมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด นอกจากนี้ Canon ยังเปิดตัวแอปพลิเคชันจัดการภาพ เพื่อตรวจสอบว่าภาพถ่ายนั้นถ่ายโดยมนุษย์หรือไม่

 

ความสามารถในการสร้างภาพปลอมกำลังเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน Google ได้เปิดตัวเครื่องมือในเดือนสิงหาคมที่ฝังลายน้ำดิจิทัลที่มองไม่เห็นในภาพที่สร้างด้วย AI ในปี 2022 Intel พัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถตรวจสอบว่าภาพเป็นของแท้หรือไม่ โดยการวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงสีผิวที่บ่งบอกถึงการไหลเวียนของเลือดใต้ผิวหนังของผู้ถูกถ่าย ส่วน Hitachi กำลังพัฒนาเทคโนโลยีป้องกันการปลอมแปลงสำหรับการตรวจสอบตัวตนออนไลน์

 

อ้างอิง:

The post Nikon, Sony และ Canon ต่อสู้กับภาพปลอมที่สร้างจาก AI ด้วยเทคโนโลยีกล้องแบบใหม่ที่ฝัง ‘ลายเซ็นดิจิทัล’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
GoPro HERO12 Black กล้องสายลุยที่ฟังก์ชันเยอะขึ้น ในราคาที่ถูกลง https://thestandard.co/life/gopro-hero12-black/ Tue, 12 Sep 2023 09:10:53 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=840766 GoPro HERO12 Black

ใครที่เป็นสายท่องเที่ยว ชอบลุย ชอบทำกิจกรรม กล้อง GoPro […]

The post GoPro HERO12 Black กล้องสายลุยที่ฟังก์ชันเยอะขึ้น ในราคาที่ถูกลง appeared first on THE STANDARD.

]]>
GoPro HERO12 Black

ใครที่เป็นสายท่องเที่ยว ชอบลุย ชอบทำกิจกรรม กล้อง GoPro น่าจะเป็นอุปกรณ์ที่คุณควรมีติดตัวเอาไว้ ด้วยฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน ทำให้เจ้ากล้องตัวนี้ยังคงเป็นเพื่อนที่คอยเก็บโมเมนต์สำคัญๆ ของสายลุยมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

 

และมาถึงตอนนี้ GoPro ได้ออกกล้องรุ่นใหม่คือ GoPro HERO12 Black ที่มีการพัฒนา ลบข้อเสียของรุ่นก่อนๆ ให้ดีขึ้นมาอีก โดยตัวใหม่นี้หน้าตาอาจจะเหมือนตัวก่อนๆ แต่บอกเลยฟังก์ชันข้างในแทบจะเปลี่ยนใหม่หมด เริ่มต้นที่หน้าจอเมนูใช้งานง่ายขึ้น, ถ่ายวิดีโอ HDR ได้, ระบบกันสั่นดีมากขึ้น, สามารถถ่ายได้หลายสัดส่วนทั้งแนวตั้ง แนวนอน เหมาะมากหากต้องการถ่ายแล้วเอาไปตัดลง Reels หรือ TikTok, เลนส์มีมุมมองกว้างขึ้น เก็บรายละเอียดครบมากขึ้น, ถ่ายกลางคืนได้ดีขึ้น, เชื่อมต่อเสียงกับกล้อง GoPro ตัวอื่นๆ ได้ บลูทูธสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์อื่นได้ และแบตเตอรี่ใช้งานได้นานกว่าเดิม 2 เท่า 

 

จริงๆ ยังมีอีกหลายฟังก์ชันที่ทาง GoPro ได้เพิ่มเข้าไป แต่สิ่งที่น่าตกใจคือ ราคาที่ถูกลง โดยตัวเก่าราคาจะอยู่ที่ 18,500 บาท แต่ GoPro HERO12 Black ราคาปรับลงมาอยู่ที่ 14,900 บาท

 

ใครที่สนใจก็สามารถสั่งซื้อออนไลน์ได้ตั้งแต่เวลา 20.00 น. ของวันที่ 13 กันยายน 2566 เป็นต้นไป แต่ถ้าอยากจะดูตัวจริงก็ไปที่หน้าร้านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ GoPro ทั่วประเทศ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/GoProThailand

 

ภาพ: GoPro

The post GoPro HERO12 Black กล้องสายลุยที่ฟังก์ชันเยอะขึ้น ในราคาที่ถูกลง appeared first on THE STANDARD.

]]>
กล้อง Mirrorless ยอดขายพุ่ง 3 ปีติด สวนทางสมาร์ทโฟนหดตัวปีที่ 2 สะท้อนเทรนด์ผู้คนยังลงทุนใน ‘อุปกรณ์ถ่ายภาพ’ ที่ดีเพื่อบันทึกความทรงจำ https://thestandard.co/mirrorless-boom-3-years-in-a-row/ Mon, 07 Aug 2023 11:47:11 +0000 https://thestandard.co/?p=826612

ในโลกที่ทุกคนมีกล้องสมาร์ทโฟนอยู่ในกระเป๋า ทำไม ‘Mirror […]

The post กล้อง Mirrorless ยอดขายพุ่ง 3 ปีติด สวนทางสมาร์ทโฟนหดตัวปีที่ 2 สะท้อนเทรนด์ผู้คนยังลงทุนใน ‘อุปกรณ์ถ่ายภาพ’ ที่ดีเพื่อบันทึกความทรงจำ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ในโลกที่ทุกคนมีกล้องสมาร์ทโฟนอยู่ในกระเป๋า ทำไม ‘Mirrorless’ ถึงมียอดขายพุ่งกระฉูดขนาดนี้? คำถามนี้อาจอยู่ในใจของหลายๆ คน ซึ่งสะท้อนจากตัวเลขยอดขายของอุตสาหกรรมกล้อง

 

ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ยอดจัดส่งทั่วโลกของกล้องเหล่านี้สูงถึง 253,000 ล้านเยน หรือราว 6.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นยอดขายที่ทำลายสถิติเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน โดยความนิยมที่เพิ่มขึ้นอาจมาจากหลายปัจจัยทั้ง

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

ประสิทธิภาพที่เหนือกว่า: กล้องเหล่านี้มักจะให้คุณภาพของภาพและประสิทธิภาพที่ดีกว่าเมื่อเทียบกับกล้องสมาร์ทโฟน โดยให้สีสันที่เข้มข้นขึ้น ประสิทธิภาพในสภาวะแสงน้อยที่ดีขึ้น และภาพที่มีรายละเอียดมากขึ้น

 

คุณสมบัติขั้นสูง: การรวมปัญญาประดิษฐ์ไว้ในกล้อง เช่น Z9 รุ่นเรือธงของ Nikon ทำให้กล้องสามารถตรวจจับวัตถุต่างๆ ได้โดยอัตโนมัติ ตั้งแต่คน นก ไปจนถึงยานพาหนะ และปรับการตั้งค่าเพื่อให้ได้ภาพที่ดีที่สุด

 

อิทธิพลของการท่องเที่ยว: การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวมีส่วนสำคัญในการกระตุ้นยอดขายเหล่านี้ ตัวอย่างเช่น จีนซึ่งเป็นแหล่งนักท่องเที่ยวที่สำคัญของโลก มีการซื้อกล้อง Mirrorless เพิ่มขึ้น 44% ญี่ปุ่นและยุโรปก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญที่ 30% และ 9% ตามลำดับ

 

จากข้อมูลขององค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าในไตรมาสแรกของปี 2023 สิ่งนี้บ่งชี้ว่าเมื่อมีผู้คนเดินทางมากขึ้น พวกเขายังลงทุนในอุปกรณ์การถ่ายภาพที่ดีขึ้นเพื่อบันทึกภาพประสบการณ์ของพวกเขา

 

ในขณะที่กล้อง Mirrorless มียอดขายเพิ่มขึ้น สมาร์ทโฟนกำลังประสบปัญหา โดยยอดขายลดลง 11% ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ สิ่งที่น่าสนใจคือตัวเลขลดลงเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน

 

สิ่งนี้อาจบ่งบอกถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นในหมู่ผู้บริโภคสำหรับอุปกรณ์พิเศษที่มีฟังก์ชันการทำงานที่เหนือกว่าสำหรับงานเฉพาะอย่าง เช่น การถ่ายภาพ

 

บริษัทต่างๆ ไม่ได้พึ่งพาเทคนิคที่เหนือกว่าของกล้อง Mirrorless เพียงอย่างเดียว แต่ยังเดินเกมในหลายๆ ด้าน ทั้งขอคำแนะนำเครื่องมือที่เหมาะสำหรับมือใหม่ผ่านการเพิ่มเครื่องมือเพื่อป้องกันข้อผิดพลาดทั่วไป เช่น รูปภาพที่พร่ามัวหรือมีแสงน้อย

 

ขณะที่น้ำหนักเป็นอุปสรรคสำคัญในอดีต ได้มีความพยายามที่จะลดสิ่งนี้ลง เช่น EOS R100 ของ Canon ซึ่งมีน้ำหนักเท่ากับ iPhone สองเครื่อง

 

นอกจากนี้ยังมีการขยายสายผลิตภัณฑ์ โดย Canon เปิดตัวรุ่นใหม่ 6 รุ่นภายใน 1 ปี สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของแบรนด์ในตลาดที่กำลังเติบโต ตลอดจนรักษาสมดุลระหว่างคุณภาพกับราคาที่สามารถจ่ายได้และความเป็นมิตรกับผู้ใช้

 

พูดง่ายๆ ก็คือกล้อง Mirrorless ไม่ได้มีไว้สำหรับมืออาชีพเท่านั้น เหมาะสำหรับใครก็ตามที่ต้องการถ่ายภาพสวยๆ ไม่ว่าจะไปเที่ยวพักผ่อนหรือเก็บภาพความทรงจำที่บ้านก็ตาม

 

อ้างอิง:

The post กล้อง Mirrorless ยอดขายพุ่ง 3 ปีติด สวนทางสมาร์ทโฟนหดตัวปีที่ 2 สะท้อนเทรนด์ผู้คนยังลงทุนใน ‘อุปกรณ์ถ่ายภาพ’ ที่ดีเพื่อบันทึกความทรงจำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Nikon สู้ศึก Talent War สั่งทลายโครงสร้างเพดานเงินเดือนพนักงาน พร้อมทุ่มไม่อั้น หวังดึงดูดคนเก่งทักษะสูงมาร่วมงาน https://thestandard.co/nikon-talent-war/ Sat, 06 May 2023 07:46:00 +0000 https://thestandard.co/?p=786035 Nikon

สำนักข่าว Nikkei รายงานว่า Nikon บริษัทผู้ผลิตกล้องถ่าย […]

The post Nikon สู้ศึก Talent War สั่งทลายโครงสร้างเพดานเงินเดือนพนักงาน พร้อมทุ่มไม่อั้น หวังดึงดูดคนเก่งทักษะสูงมาร่วมงาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
Nikon

สำนักข่าว Nikkei รายงานว่า Nikon บริษัทผู้ผลิตกล้องถ่ายรูปและส่วนประกอบชิปชื่อดังของญี่ปุ่น ได้เขย่าโครงสร้างการจ้างงานของตัวเองใหม่ เพื่อให้สามารถดึงดูดคนเก่งและแรงงานทักษะสูงเข้ามาร่วมงานได้มากขึ้น เพื่อรองรับแผนการขยายตลาดใหม่ของบริษัทและ Talent War ที่รุนแรงในปัจจุบัน

 

ภายใต้โปรแกรมการจ้างงานใหม่นี้ Nikon ได้ยกเลิกเพดานเงินเดือนที่เคยมีอยู่ในโครงสร้างเดิมให้สามารถจ่ายเงินเดือนได้แบบไม่มีลิมิต โดยจะพิจารณาตามทักษะและหน้าที่ความรับผิดชอบของพนักงานรายนั้นๆ แทน 

 

และภายใต้โครงสร้างใหม่นี้ แม้แต่พนักงานที่อายุน้อยก็มีโอกาสได้รับค่าจ้างมากกว่า 20 ล้านเยน หรือราว 5 ล้านบาท ต่อปี 

 

Nikkei ระบุว่า Nikon ได้รับพนักงานใหม่ภายใต้นโยบายใหม่นี้เข้ามาแล้วราว 10 คน ซึ่งประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญด้านการขยายธุรกิจในต่างประเทศและผู้เชี่ยวชาญด้านการเข้าซื้อและควบรวมกิจการ 

 

โดยบริษัทมีแผนจะรับแรงงานทักษะสูงในตำแหน่งวิศวกร Data Scientist หรือนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล และผู้ที่มีทักษะด้านเทคโนโลยีเข้ามาอีกหลายตำแหน่ง

 

โดยเบื้องต้นพนักงานใหม่กลุ่มนี้จะได้รับสัญญาการจ้างงานเป็นเวลา 1-3 ปี แต่หากคนเก่งเหล่านี้ต้องการทำงานกับ Nikon ต่อหลังจากนั้น บริษัทก็จะหาตำแหน่งแบบถาวรให้ 

 

ปัจจุบัน Nikon อยู่ระหว่างขยายการเติบโตไปยังธุรกิจใหม่ๆ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ และการแปรรูปวัสดุและการผลิตเซลล์สำหรับเวชศาสตร์ฟื้นฟูที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง โดยในปีที่ผ่านมา บริษัทได้เข้าซื้อกิจการ SLM Solutions Group ผู้ผลิตเครื่องพิมพ์สามมิติในเยอรมนี ด้วยมูลค่ากว่า 600 ล้านดอลลาร์

 

บริษัทญี่ปุ่นโดยทั่วไปจะมีรูปแบบการจ่ายผลตอบแทนแบบ Seniority-Based Pay Scales หรือระบบอาวุโส อย่างไรก็ดี โครงสร้างการจ่ายเงินเดือนรูปแบบเดิมของญี่ปุ่นกำลังถูกท้าทายจากสงครามแย่งชิงคนเก่งในตลาด ที่ทำให้หลายบริษัทต้องแข่งขันกันด้านค่าตอบแทน เพื่อให้ตัวเองมีความน่าดึงดูด

 

นอกจาก Nikon แล้ว ปัจจุบันก็มีบริษัทอื่นๆ ในญี่ปุ่น เช่น NEC และ Fujitsu ก็เริ่มหันมาใช้โครงสร้างการจ่ายผลตอบแทนรูปแบบใหม่แล้วเช่นกัน 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


อ้างอิง:

The post Nikon สู้ศึก Talent War สั่งทลายโครงสร้างเพดานเงินเดือนพนักงาน พร้อมทุ่มไม่อั้น หวังดึงดูดคนเก่งทักษะสูงมาร่วมงาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
พลังอินฟลูเอ็นเซอร์คนดัง กระตุ้นยอดสั่งจองกล้อง Fujifilm X100V ดันราคาขายในตลาดมือสองขยับขึ้น 68,724 บาท จากราคาเดิม 48,000 บาท https://thestandard.co/fujifilm-x100v-go-viral/ Sun, 23 Apr 2023 10:07:30 +0000 https://thestandard.co/?p=780149

พลังอินฟูเอ็นเซอร์ขับเคลื่อนได้ทุกอย่าง ไม่เว้นแม้แต่ตล […]

The post พลังอินฟลูเอ็นเซอร์คนดัง กระตุ้นยอดสั่งจองกล้อง Fujifilm X100V ดันราคาขายในตลาดมือสองขยับขึ้น 68,724 บาท จากราคาเดิม 48,000 บาท appeared first on THE STANDARD.

]]>

พลังอินฟูเอ็นเซอร์ขับเคลื่อนได้ทุกอย่าง ไม่เว้นแม้แต่ตลาดกล้องดิจิทัล เมื่อ Edward Lee และ Will Bowers คนดังที่มีผู้ติดตามใน TikTok รวมๆ กันมากกว่าแสนคน แสดงความชอบกล้อง Fujifilm X100V กระตุ้นให้เกิดการสั่งจองอย่างล้นหลาม

 

Bloomberg รายงานว่า ขณะนี้ในญี่ปุ่นมีการสั่งจองกล้อง Fujifilm X100V ที่มีราคา 1,399 ดอลลาร์สหรัฐ (48,000 บาท) ผ่านร้าน Big Camera จำนวนมาก แต่สินค้าก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ เนื่องจากบริษัทไม่ได้เตรียมสต๊อกสินค้าไว้

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

ความต้องการดังกล่าวเกิดจากพลังของอินฟลูเอ็นเซอร์อย่าง Edward Lee ซึ่งมีผู้ติดตามบน TikTok จำนวน 72,000 คน ตามด้วย Will Bowers ที่มีผู้ติดตาม 89,000 คน ทั้งสองคนได้สร้างคอนเทนต์เกี่ยวกับกลิ่นอายของ Fujifilm X100V ที่ถูกออกแบบมาในยุค 1980 ผสมผสานระหว่างยุคอนาล็อกเข้ากับเทคโนโลยีดิจิทัล โดยมีคุณสมบัติการโฟกัสได้แม้ในที่แสงน้อย และภาพถ่ายคล้ายกับการถ่ายภาพด้วยฟิล์มแบบดั้งเดิม  

 

ทำให้คอนเทนต์ดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมาก จนเกิดแฮชแท็ก #Fujix100v มีผู้เข้าชมบน TikTok จำนวน 52 ล้านครั้ง และมีช่างภาพนำภาพที่ถ่ายจาก Fujifilm X100V มาเผยแพร่ทำให้มียอดไลก์มากกว่า 284,000 ไลก์

 

โดยราคากล้อง Fujifilm X100V ที่ขายอยู่ในตลาดมือสองขยับราคาขึ้น 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ (68,724 บาท) และ Fujifilm เองได้นำกล้องมือสองหลากหลายรายการมาจำหน่ายผ่าน Amazon และ Walmart

 

Yang Cheng รองประธานฝ่ายโซลูชันการถ่ายภาพของ Sony กล่าวว่า ความสามารถของ Fujifilm X100V เป็นฟีเจอร์แบบไฮบริดที่ผู้ผลิตกล้องรายใหญ่ให้ความสนใจ เพราะสามารถถ่ายทั้งภาพนิ่งและวิดีโอได้อย่างเสถียร ด้วยคุณสมบัติการป้องกันภาพสั่นไหวของวิดีโอ

 

ด้านผู้เชี่ยวชาญในตลาดกล้องระบุว่า อย่าซื้อกล้องเพียงเพราะความคลั่งไคล้เท่านั้น แต่ให้ซื้อกล้องเพื่อใช้งานเป็นหลัก เริ่มตั้งแต่มือใหม่หัดเล่นกล้องอาจเริ่มที่กล้องเปลี่ยนเลนส์ได้ แม้ว่าจะมีราคาสูงกว่าก็ตาม

 

อย่างไรก็ตามแม้หลายๆ คนได้คาดการณ์ว่าสมาร์ทโฟนได้เข้ามาชิงพื้นที่จากกล้องดิจิทัลระดับล่างไปแล้ว แต่ 2 ปีที่ผ่านมา กล้องดิจิทัลทั่วโลกได้เริ่มกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง สร้างกระแสให้ Canon, Nikon และแบรนด์ญี่ปุ่นอื่นๆ ออกมาผลักดันกล้องรุ่นไฮเอนด์มากขึ้น

 

ทั้งนี้ราคาเฉลี่ยของกล้องดิจิทัลทั่วโลกในปี 2022 อยู่ที่ 85,000 เยน หรือราว 21,835 บาท ตามรายงานของ Camera & Imaging Products Association (CIPA) ซึ่งนี่เป็นราคาที่เพิ่มขึ้น 2 เท่าในช่วง 3 ปี 

 

อ้างอิง:

The post พลังอินฟลูเอ็นเซอร์คนดัง กระตุ้นยอดสั่งจองกล้อง Fujifilm X100V ดันราคาขายในตลาดมือสองขยับขึ้น 68,724 บาท จากราคาเดิม 48,000 บาท appeared first on THE STANDARD.

]]>