กล้องโทรทรรศน์ฮับเบิล Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/กล้องโทรทรรศน์ฮับเบิล/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 10 Jun 2024 10:36:39 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 NASA ปรับแผนการทำงานไจโรสโคปบนกล้องฮับเบิล เพื่อยืดอายุภารกิจสำรวจจักรวาล https://thestandard.co/nasa-adjusts-hubble-gyroscope/ Mon, 10 Jun 2024 10:33:28 +0000 https://thestandard.co/?p=943539

NASA ประกาศปรับแผนการใช้งานกล้องฮับเบิลให้สามารถทำงานโด […]

The post NASA ปรับแผนการทำงานไจโรสโคปบนกล้องฮับเบิล เพื่อยืดอายุภารกิจสำรวจจักรวาล appeared first on THE STANDARD.

]]>

NASA ประกาศปรับแผนการใช้งานกล้องฮับเบิลให้สามารถทำงานโดยใช้ไจโรสโคป (Gyroscope) เพียงตัวเดียว เพื่อแก้ปัญหาและยืดอายุให้กล้องยังปฏิบัติภารกิจสำรวจจักรวาลต่อไปได้

 

เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลถูกส่งเข้าสู่ Safe Mode ในทันที หลังจากไจโรสโคปตัวหนึ่งทำงานผิดพลาด ส่งผลให้กล้องฮับเบิลไม่สามารถหันตำแหน่งไปสำรวจวัตถุบนท้องฟ้าได้อย่างแม่นยำ ซึ่งเป็นไจโรสโคปตัวเดิมที่เกิดปัญหาขึ้นซ้ำ ทั้งในเดือนพฤศจิกายน 2023 และเมษายน 2024

 

เพื่อให้กล้องฮับเบิลทำงานสำรวจต่อไปได้ NASA จึงต้องตัดสินใจปรับแผนให้กล้องทำงานได้ด้วยไจโรสโคปเพียงตัวเดียว จากเดิมที่สามารถใช้ไจโรสโคป 2-3 ตัวเพื่อช่วยปรับการหมุนตำแหน่งของกล้อง ทั้งนี้ เพื่อให้มีไจโรสโคปสำรองสำหรับการทำงานในอนาคต และยืดอายุภารกิจของฮับเบิลไปได้จนถึงปี 2030 เป็นอย่างน้อย

 

การทำงานโดยอาศัยไจโรสโคปเพียงตัวเดียว ทำให้กล้องฮับเบิลต้องใช้เวลาเพื่อปรับทิศและล็อกตำแหน่งไปยังเป้าหมายบนท้องฟ้า เช่นเดียวกับมีข้อจำกัดของพื้นที่ในการสำรวจได้ในแต่ละช่วง และไม่สามารถติดตามวัตถุที่อยู่ใกล้กว่าดาวอังคารได้เหมือนเคย แต่จะไม่มีผลกระทบต่อคุณภาพของข้อมูลที่กล้องโทรทรรศน์อวกาศสามารถบันทึกไว้ได้

 

NASA คาดว่ากล้องฮับเบิลจะกลับมาปฏิบัติภารกิจได้ตามปกติในช่วงกลางเดือนมิถุนายน โดยนับเป็นปีที่ 34 ของกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล หลังจากเดินทางขึ้นสู่วงโคจรตั้งแต่เดือนเมษายน 1990

 

อ้างอิง:

The post NASA ปรับแผนการทำงานไจโรสโคปบนกล้องฮับเบิล เพื่อยืดอายุภารกิจสำรวจจักรวาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
กล้องฮับเบิลตรวจพบไอน้ำในบรรยากาศของดาวเคราะห์นอกระบบขนาดเล็กที่สุด https://thestandard.co/nasas-hubble-finds-water-vapor-in-small-exoplanets-atmosphere/ Tue, 06 Feb 2024 12:47:23 +0000 https://thestandard.co/?p=896786 ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ

นักดาราศาสตร์ตรวจพบไอน้ำในบรรยากาศของดาวเคราะห์นอกระบบส […]

The post กล้องฮับเบิลตรวจพบไอน้ำในบรรยากาศของดาวเคราะห์นอกระบบขนาดเล็กที่สุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ

นักดาราศาสตร์ตรวจพบไอน้ำในบรรยากาศของดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ GJ 9827 d ที่อยู่ห่างโลกไป 97 ปีแสง จากข้อมูลล่าสุดของกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล

 

น้ำเป็นหนึ่งในโมเลกุลที่พบได้ทั่วไปในเอกภพ และถือเป็นสิ่งจำเป็นของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดบนโลก ทำให้การค้นหาชีวิตในแห่งหนอื่นของเอกภพ มักดำเนินควบคู่ไปกับการตรวจหาร่องรอยของน้ำบนดาวเคราะห์ที่โคจรรอบดาวฤกษ์ดวงอื่น โดย GJ 9827 d มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเป็น 2 เท่าของโลก ทำให้เป็นดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะขนาดเล็กสุดที่นักดาราศาสตร์เคยตรวจพบไอน้ำในบรรยากาศได้

 

Laura Kreidberg จาก Max Planck Institute for Astronomy หนึ่งในคณะวิจัยที่ค้นพบข้อมูลดังกล่าว ระบุว่า “การพบน้ำบนดาวเคราะห์ขนาดเล็กเพียงนี้ เป็นการค้นพบที่สำคัญมาก มันช่วยพาเราเข้าใกล้การตามหาดาวที่คล้ายโลกจริงๆ ได้มากยิ่งขึ้น”

 

อย่างไรก็ตาม แม้ดาวเคราะห์ GJ 9827 d จะมีไอน้ำในบรรยากาศของดาว แต่โอกาสในการพบชีวิตมีอยู่น้อยมาก เนื่องจากเป็นดาวเคราะห์ที่ร้อนมากกว่า 426 องศาเซลเซียส หรือร้อนเทียบเท่าดาวศุกร์ และนักดาราศาสตร์ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นดาวเคราะห์หินหรือดาวเคราะห์ก๊าซประเภท ‘มินิเนปจูน’ ที่อุดมไปด้วยไฮโดรเจนในผิวบรรยากาศ

 

ดาวเคราะห์ GJ 9827 d ถูกค้นพบโดยกล้องโทรทรรศน์อวกาศเคปเลอร์ในปี 2017 โดยโคจรรอบดาวฤกษ์ประเภทดาวแคระแดงในทุกๆ 6.2 วัน และอยู่ห่างจากโลกไปประมาณ 97 ปีแสง ในทิศของกลุ่มดาวปลาคู่ โดยกล้องฮับเบิลได้ตรวจดูการ Transit หรือสังเกตดูแสงของดาวฤกษ์ที่หรี่ไปเมื่อถูกดาวเคราะห์เคลื่อนผ่านหน้ารวม 11 ครั้ง จนนำไปสู่การตรวจพบไอน้ำในบรรยากาศ

 

Thomas Greene นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์แห่งศูนย์วิจัย Ames ของ NASA ระบุว่า “การพบน้ำเป็นจุดเริ่มต้นของการค้นพบสิ่งอื่นๆ ข้อมูลจากฮับเบิลเปิดประตูให้งานวิจัยในอนาคตที่อาจใช้กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์ ศึกษาดาวเคราะห์นอกระบบแบบนี้ได้ละเอียดขึ้น ผ่านการตรวจดูในช่วงอินฟราเรด เช่น การตรวจหาโมเลกุลอย่างคาร์บอนมอนอกไซด์ คาร์บอนไดออกไซด์ และมีเทน ที่ช่วยให้เราทำความเข้าใจการก่อตัวของดาวเคราะห์ดวงนั้นๆ ได้ เมื่อมีองค์ประกอบข้อมูลมาอย่างครบถ้วน”

 

ภาพ: NASA, ESA, Leah Hustak (STScI), Ralf Crawford (STScI) 

อ้างอิง:

The post กล้องฮับเบิลตรวจพบไอน้ำในบรรยากาศของดาวเคราะห์นอกระบบขนาดเล็กที่สุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
กล้องโทรทรรศน์ฮับเบิลค้นพบ ‘หลุมดำ’ พเนจรในกาแล็กซีทางช้างเผือก https://thestandard.co/hubble-telescope-discovers-wandering-black-hole-in-milky-way-galaxy/ Wed, 15 Jun 2022 03:37:32 +0000 https://thestandard.co/?p=641927 หลุมดำ

สื่อต่างประเทศรายงานวานนี้ (14 มิถุนายน) ว่ากล้องโทรทรร […]

The post กล้องโทรทรรศน์ฮับเบิลค้นพบ ‘หลุมดำ’ พเนจรในกาแล็กซีทางช้างเผือก appeared first on THE STANDARD.

]]>
หลุมดำ

สื่อต่างประเทศรายงานวานนี้ (14 มิถุนายน) ว่ากล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลตรวจพบ ‘หลุมดำ’ ที่ล่องลอยอย่างโดดเดี่ยวบนกาแล็กซีทางช้างเผือกของเราได้เป็นครั้งแรก

 

ทีมนักวิจัยที่ทำการสำรวจเทหวัตถุดังกล่าวแบ่งออกเป็น 2 ทีมด้วยกัน โดยทีมแรกซึ่งนำโดย ไคแลช ซาฮุ (Kailash Sahu) นักวิทยาศาสตร์จากสถาบันวิทยาการกล้องโทรทรรศน์อวกาศในบัลติมอร์ ประเมินว่าหลุมดำดังกล่าวอาจมีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์ถึง 7 เท่า ขณะที่ทีมของ แคซี แลม (Casey Lam) นักศึกษาปริญญาเอก และ เจสซิกา ลู (Jessica Lu) รองศาสตราจารย์ภาควิชาดาราศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ประเมินว่าเทหวัตถุนี้อาจเป็นหลุมดำหรือดาวนิวตรอน โดยมีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์ประมาณ 1.6-4.4 เท่า

 

ทีมของซาฮุประเมินว่า หลุมดำนี้เคลื่อนที่ด้วยความเร็วถึง 160,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งรวดเร็วกว่าดวงดาวเกือบทั้งหมดในกาแล็กซีของเรา ส่วนทีมของแลมและลูประเมินว่า เทหวัตถุนี้เคลื่อนที่ด้วยความเร็วราว 108,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

 

หลุมดำที่ค้นพบล่าสุดนี้อยู่ห่างออกไปจากโลกราว 5,000 ปีแสง ล่องลอยอยู่ในแขนกังหันของกาแล็กซีทางช้างเผือกที่มีชื่อว่า Carina-Sagittarius อย่างไรก็ตาม การค้นพบในครั้งนี้ทำให้ทีมวิจัยสามารถนำสถิติมาประเมินได้ว่า หลุมดำโดดเดี่ยวที่อยู่ใกล้โลกมากที่สุดอาจอยู่ห่างออกไปเพียง 80 ปีแสงเท่านั้น

 

ทั้งนี้ หลุมดำเป็นเทหวัตถุที่เกิดจากการแตกดับของดวงดาว โดยเมื่อดาวฤกษ์ที่มีมวลมหาศาลสิ้นอายุขัยลงก็จะเกิดการระเบิดครั้งรุนแรง หรือที่เรียกว่าปรากฏการณ์ซูเปอร์โนวา ท้ายที่สุดก็จะเหลือทิ้งไว้แต่เพียงซากที่สิ้นสลาย นั่นก็คือหลุมดำที่มืดมิด

 

บางครั้ง การระเบิดก็อาจทำให้หลุมดำเคลื่อนที่พุ่งตัวไปทั่วกาแล็กซีเหมือนกับลูกพินบอล โดยนักดาราศาสตร์เชื่อว่ามีหลุมดำที่ล่องลอยอย่างอิสระในจักรวาลกว่า 100 ล้านแห่ง ซึ่งตามหลักการนั้น นักวิทยาศาสตร์ควรจะต้องค้นพบหลุมดำจำนวนมากที่พเนจรอยู่ในเอกภพ แต่ในความเป็นจริงแล้ว พวกมันมีลักษณะคล้ายกับเทหวัตถุที่ล่องหนได้ เพราะหลุมดำดูดกลืนแม้กระทั่งแสงจนแทบจะไม่สามารถมองเห็นได้เลย ฉะนั้น การค้นพบหลุมดำจึงเป็นเรื่องที่ยากยิ่ง โดยโอกาสที่จะตรวจจับหลุมดำได้นั้นก็ต่อเมื่อมองเห็นสภาพแวดล้อมภายนอกที่หลุมดำทำปฏิกิริยาด้วย

 

ทั้งนี้ เราคงต้องรอดูข้อมูลจากการสังเกตการณ์ของกล้องโทรทรรศน์ฮับเบิลเพิ่มเติม เพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับเทหวัตถุลึกลับนี้ โดยนักดาราศาสตร์ยังคงเดินหน้าปฏิบัติค้นหา ‘วัตถุล่องหน’ ต่อไป เพื่อทำความเข้าใจถึงวิวัฒนาการและการแตกดับของดวงดาว

 

แฟ้มภาพ: FECYT, IAC Via Hubblesite

อ้างอิง:

The post กล้องโทรทรรศน์ฮับเบิลค้นพบ ‘หลุมดำ’ พเนจรในกาแล็กซีทางช้างเผือก appeared first on THE STANDARD.

]]>