กลุ่มพันธมิตรสามภราดรภาพ (Brotherhood Alliance) Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/กลุ่มพันธมิตรสามภราดรภ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sun, 22 Dec 2024 02:51:34 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 กลุ่มชาติพันธุ์เมียนมารุกหนัก ยึดฐานบัญชาการภาคตะวันตกของกองทัพเมียนมาได้สำเร็จ https://thestandard.co/myanmar-ethnic-groups-seize-western-army-base/ Sun, 22 Dec 2024 02:51:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1022197 myanmar-ethnic-groups-seize-western-army-base

กองทัพอาระกัน (Arakan Army: AA) เปิดเผยว่า สามารถบุกยึด […]

The post กลุ่มชาติพันธุ์เมียนมารุกหนัก ยึดฐานบัญชาการภาคตะวันตกของกองทัพเมียนมาได้สำเร็จ appeared first on THE STANDARD.

]]>
myanmar-ethnic-groups-seize-western-army-base

กองทัพอาระกัน (Arakan Army: AA) เปิดเผยว่า สามารถบุกยึดฐานบัญชาการภาคตะวันตกของกองทัพเมียนมา ที่ตั้งอยู่ในเมืองแอนน์ (Ann) รัฐยะไข่ ได้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (20 ธันวาคม) หลังโจมตีเป็นเวลานานกว่า 2 เดือน โดยถือเป็นฐานบัญชาการกองทัพเมียนมาแห่งที่ 2 จากทั้งหมด 14 ฐาน ทั่วประเทศ ที่ถูกกลุ่มชาติพันธุ์ติดอาวุธบุกยึดไว้ได้ 

 

โดยก่อนหน้านี้กลุ่มพันธมิตรสามภราดรภาพ (Three Brotherhood Alliance) ที่มีกองทัพอาระกันรวมอยู่ด้วย สามารถยึดฐานบัญชาการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ตั้งอยู่ในเมืองล่าเสี้ยว ของรัฐฉาน สำเร็จเมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

 

โฆษกกองทัพอาระกันเปิดเผยกับหนังสือพิมพ์ The Irrawaddy ว่า รองผู้บัญชาการและเสนาธิการทหารในรัฐยะไข่ถูกกองทัพอาระกันควบคุมตัวไว้ได้หลังการบุกยึดฐานบัญชาการภาคตะวันตกดังกล่าว ขณะที่พบว่ามีทหารเมียนมาบางส่วนหลบหนีไปได้ ซึ่งกองทัพอาระกันยังคงพยายามติดตามตัว ท่ามกลางการโจมตีทางอากาศในพื้นที่อย่างต่อเนื่องของกองทัพเมียนมา

 

คลิปวิดีโอที่ถูกเผยแพร่ออกมาแสดงให้เห็นว่า ทหารของกองทัพเมียนมาจำนวนมากพร้อมทั้งครอบครัวยกธงขาวยอมจำนนต่อกองทัพอาระกัน ขณะที่คลิปวิดีโอจากโดรนเผยให้เห็นภาพของฐานบัญชาการที่ได้รับความเสียหายและถูกไฟไหม้

 

โดยกองทัพอาระกันเริ่มโจมตีฐานทหารของกองทัพเมียนมาในรัฐยะไข่ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว และสามารถยึดเมืองต่างๆ ภายในรัฐยะไข่ได้ 12 แห่งจากทั้งหมด 17 แห่ง รวมถึงเมืองปาเลตวา (Paletwa) ในรัฐชินที่อยู่ใกล้เคียง

 

ภาพ: AA Info Desk

 

อ้างอิง: 

 

The post กลุ่มชาติพันธุ์เมียนมารุกหนัก ยึดฐานบัญชาการภาคตะวันตกของกองทัพเมียนมาได้สำเร็จ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลทหารเมียนมาประกาศให้พันธมิตรสามภราดรภาพเป็น ‘กลุ่มก่อการร้าย’ ตัดขาดเจรจาสันติภาพ https://thestandard.co/myanmar-junta-states-brotherhood-alliance-members-terrorist-groups/ Wed, 04 Sep 2024 09:46:20 +0000 https://thestandard.co/?p=979512 พันธมิตรสามภราดรภาพ

รัฐบาลทหารเมียนมาเผยแพร่แถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านม […]

The post รัฐบาลทหารเมียนมาประกาศให้พันธมิตรสามภราดรภาพเป็น ‘กลุ่มก่อการร้าย’ ตัดขาดเจรจาสันติภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พันธมิตรสามภราดรภาพ

รัฐบาลทหารเมียนมาเผยแพร่แถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (2 กันยายน) ประณามกลุ่ม ‘พันธมิตรสามภราดรภาพ (Three Brotherhood Alliance)’ ที่ประกอบด้วย 3 กลุ่มชาติพันธุ์ติดอาวุธ ได้แก่ กองทัพโกก้าง (Myanmar National Democratic Alliance Army: MNDAA), กองทัพตะอางหรือปะหล่อง (Ta’ang National Liberation Army: TNLA) และกองทัพอาระกัน (Arakan Army: AA) ว่าเป็นกลุ่มก่อการร้าย

 

โดยเนื้อหาแถลงการณ์กล่าวหากลุ่มพันธมิตรสามภราดรภาพที่เป็นผู้เปิดฉากปฏิบัติการ 1027 ต่อต้านกองทัพเมียนมาในพื้นที่รัฐฉานเหนือตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว ว่าได้กระทำการก่อการร้าย ทั้งการใช้ระเบิดโจมตีในพื้นที่พลเรือน สังหารผู้บริสุทธิ์ และบังคับให้พลเรือนเข้าร่วมเป็นนักรบของกลุ่มชาติพันธุ์ ตลอดจนทำลายโครงสร้างพื้นฐานและอาคารที่เป็นของรัฐ

 

แถลงการณ์ดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางสถานการณ์สู้รบระหว่างกองทัพเมียนมากับกลุ่มชาติพันธุ์ที่ยังคงตึงเครียดในหลายพื้นที่ โดยก่อนหน้านี้ทหารเมียนมาเผชิญกับความพ่ายแพ้และสูญเสียหลายเมืองสำคัญให้แก่กลุ่มชาติพันธุ์ รวมถึงเมืองล่าเสี้ยว เมืองเอกในรัฐฉานเหนือ และล่าสุดยังพยายามปิดล้อมมัณฑะเลย์ เมืองใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ

 

ขณะที่การประกาศให้กลุ่มพันธมิตรสามภราดรภาพเป็นกลุ่มก่อการร้าย หมายความว่ารัฐบาลทหารจะไม่เข้าร่วมการเจรจาหรือเจรจาสันติภาพกับกลุ่มดังกล่าวอีกต่อไป

 

นอกจากนี้ยังหมายความว่ารัฐบาลจีนจะไม่สามารถเป็นตัวกลางช่วยจัดการเจรจาสันติภาพระหว่างรัฐบาลทหารกับกลุ่มชาติพันธุ์เหมือนกับที่เคยพยายามทำมาก่อนหน้านี้

 

ด้าน พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา กล่าวในระหว่างเยือนสำนักงานกองบัญชาการทหารภาคตะวันออกในเมืองตองจี เมืองหลวงของรัฐฉานใต้ วานนี้ (3 กันยายน) เตือนว่าใครก็ตามที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มพันธมิตรสามภราดรภาพจะถือว่าเป็นผู้สนับสนุนการก่อการร้าย

 

ภาพ: Thierry Falise / LightRocket via Getty Images

อ้างอิง:

The post รัฐบาลทหารเมียนมาประกาศให้พันธมิตรสามภราดรภาพเป็น ‘กลุ่มก่อการร้าย’ ตัดขาดเจรจาสันติภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กองกำลังต้านรัฐประหาร ยึดคืนเมืองจากทหารเมียนมา 35 เมือง https://thestandard.co/three-brotherhood-alliance-fight-back-35-cities/ Thu, 01 Feb 2024 04:41:30 +0000 https://thestandard.co/?p=894669 เมียนมา

สถานการณ์สู้รบในเมียนมาระหว่างกองทัพรัฐบาลทหาร กับกองกำ […]

The post กองกำลังต้านรัฐประหาร ยึดคืนเมืองจากทหารเมียนมา 35 เมือง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เมียนมา

สถานการณ์สู้รบในเมียนมาระหว่างกองทัพรัฐบาลทหาร กับกองกำลังชาติพันธุ์ที่จับมือกันสู้ภายใต้ชื่อ พันธมิตรสามภราดรภาพ (Three Brotherhood Alliance) ทวีความตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ และยังไม่มีท่าทีจะบรรเทาลงง่ายๆ 

 

โดยนับตั้งแต่ที่ปฏิบัติการ 1027 ของพันธมิตรสามภราดรภาพเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2023 จนถึงปัจจุบัน พบว่ากองทัพเมียนมาสูญเสียเมืองที่ปกครองให้กับกองกำลังชาติพันธุ์ไปแล้วอย่างน้อย 35 เมือง และยังมีหลายเมืองที่ทหารเมียนมาเริ่มป้องกันไม่ไหวและกำลังตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ ซึ่งต้องจับตาดูกันต่อว่าสถานการณ์จะปะทุไปอีกแค่ไหน

 

เมียนมา

 

ภาพประกอบ: ธิดามาศ เขียวเหลือ

อ้างอิง:

The post กองกำลังต้านรัฐประหาร ยึดคืนเมืองจากทหารเมียนมา 35 เมือง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดแผนที่เมียนมา กลุ่มชาติพันธุ์รุกถล่มกองทัพ ยึด 33 เมืองใน 80 วัน https://thestandard.co/gains-of-myanmars-anti-junta-offensives/ Fri, 19 Jan 2024 11:41:18 +0000 https://thestandard.co/?p=889760 กลุ่มชาติพันธุ์

สถานการณ์สู้รบในเมียนมาระหว่างกองทัพรัฐบาลทหาร กับกองกำ […]

The post เปิดแผนที่เมียนมา กลุ่มชาติพันธุ์รุกถล่มกองทัพ ยึด 33 เมืองใน 80 วัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
กลุ่มชาติพันธุ์

สถานการณ์สู้รบในเมียนมาระหว่างกองทัพรัฐบาลทหาร กับกองกำลังชาติพันธุ์ที่จับมือกันสู้ภายใต้ชื่อ พันธมิตรสามภราดรภาพ (Three Brotherhood Alliance) ทวีความตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ และยังไม่มีท่าทีจะบรรเทาลงได้ง่ายๆ แม้ว่าก่อนหน้านี้ทั้ง 2 ฝ่ายจะร่วมวงเจรจาและตกลงหยุดยิงชั่วคราว ภายใต้การไกล่เกลี่ยจากจีน แต่การหยุดยิงก็ล้มเหลวในเวลาไม่กี่วัน จากการละเมิดข้อตกลงซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายต่างโทษว่าอีกฝ่ายเปิดฉากโจมตีก่อน

 

นับตั้งแต่ปฏิบัติการ 1027 (27 ตุลาคม 2023) ของพันธมิตรสามภราดรภาพเริ่มต้น จนถึงวันนี้ผ่านไปแล้วกว่า 80 วัน พบว่ากองทัพเมียนมาสูญเสียเมืองที่ปกครองให้กับกองกำลังชาติพันธุ์ไปแล้วมากกว่า 30 เมือง และยังมีหลายเมืองที่ทหารเมียนมาเริ่มป้องกันไม่ไหวและกำลังตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ 

 

ต้องจับตาดูกันต่อว่าสถานการณ์จะปะทุไปอีกแค่ไหน เนื่องจากการสู้รบยังไม่ขยายไปถึงพื้นที่ศูนย์กลางอำนาจ เช่น กรุงเนปิดอว์ ย่างกุ้ง มัณฑะเลย์ หรือเมืองใหญ่ต่างๆ และยังไม่แน่ชัดว่ากองทัพเมียนมาจะพ่ายแพ้ในหมากรุกสงครามกระดานนี้

 

กลุ่มชาติพันธุ์

 

ภาพประกอบ: เทียนจรัส วงศ์พิเศษกุล

อ้างอิง:

The post เปิดแผนที่เมียนมา กลุ่มชาติพันธุ์รุกถล่มกองทัพ ยึด 33 เมืองใน 80 วัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘80 วัน ยึด 33 เมือง’ กลุ่มชาติพันธุ์เมียนมารุกหนัก ถล่มทัพเผด็จการทหาร กับข้อตกลงหยุดยิงที่ไม่มีจริง https://thestandard.co/myanmar-ethnic-groups-push-hard/ Thu, 18 Jan 2024 13:15:59 +0000 https://thestandard.co/?p=889437

สงครามระหว่างกองทัพเมียนมากับกองกำลังชาติพันธุ์ที่เรียก […]

The post ‘80 วัน ยึด 33 เมือง’ กลุ่มชาติพันธุ์เมียนมารุกหนัก ถล่มทัพเผด็จการทหาร กับข้อตกลงหยุดยิงที่ไม่มีจริง appeared first on THE STANDARD.

]]>

สงครามระหว่างกองทัพเมียนมากับกองกำลังชาติพันธุ์ที่เรียกตัวเองว่า ‘กลุ่มพันธมิตรสามภราดรภาพ’ (Three Brotherhood Alliance) ทวีความตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (11 มกราคม) จะปรากฏสัญญาณบวก จากการที่ทั้งสองฝ่ายตกลงหยุดยิงชั่วคราวภายหลังการเจรจาที่นครคุนหมิง ซึ่งมีรัฐบาลจีนเป็นตัวกลาง 

 

แต่สัญญาณนั้นกลับ ‘หายไป’ อย่างรวดเร็ว หลังมีรายงานการละเมิดข้อตกลงและเปิดฉากสู้รบ ซึ่งทั้งสองฝ่ายอ้างว่าอีกฝ่ายโจมตีก่อน

 

และนี่คือภาพรวมสถานการณ์ในเมียนมานับตั้งแต่ที่กลุ่มพันธมิตรสามภราดรภาพเปิดฉากสงครามภายใต้ปฏิบัติการ 1027 เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2023 จนถึงวันนี้ (17 มกราคม) ผ่านไปประมาณ 80 กว่าวัน พบว่ารัฐบาลเผด็จการทหารเมียนมาสูญเสียไปแล้ว 33 เมือง และกำลังสูญเสียโมเมนตัมในการสู้รบมากขึ้นเรื่อยๆ

 

33 เมืองใน 80 วัน และการหยุดยิงที่ไม่มีจริง

 

ภายในระยะเวลาไม่กี่วันหลังเริ่มปฏิบัติการ 1027 พันธมิตรสามภราดรภาพ ประกอบด้วย กองทัพอาระกัน (AA), กองกำลังโกก้าง หรือกองทัพพันธมิตรประชาธิปไตยแห่งชาติเมียนมา (MNDAA) และกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติตะอาง (TNLA) สามารถนำกำลังเข้ายึดหลายเมืองสำคัญทางตอนเหนือของรัฐฉาน เช่น เมืองชินฉ่วยฮ่อและแสนหวี 

 

ขณะที่การสู้รบเริ่มขยายไปยังเขตสะกาย รัฐกะฉิ่น ชิน และรัฐกะเหรี่ยง โดยกองกำลังชาติพันธุ์อื่นๆ เช่น กองทัพปลดปล่อยประชาชน (PLA), กองทัพปลดปล่อยประชาชนบามาร์ (BPLA), กองกำลังป้องกันประชาชน (PDF) และแนวร่วมประชาธิปไตยแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNDF) 

 

โดยกองกำลัง PDF ของรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ หรือรัฐบาลเงาเมียนมา ยังได้เข้ายึด 3 เมืองในเขตสะกาย จากความร่วมมือกับกองทัพกะฉิ่นอิสระ (KIA), กองทัพอาระกัน (AA) และกองกำลังปกป้องรัฐชิน (CNDF)

 

ช่วงเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมเป็นช่วงที่กองกำลังชาติพันธุ์เดินหน้ารุกไล่ทหารเมียนมาอย่างหนักและบุกเข้ายึดครองเมืองต่างๆ ทั้งในตอนเหนือของรัฐฉานและรัฐชินได้สำเร็จรวมแล้วเกือบ 30 เมือง 

 

หลังขึ้นปีใหม่ในวันที่ 4 มกราคม กองทัพเมียนมาก็ได้สูญเสียเมืองเล่าก์ก่าย เมืองเอกของเขตปกครองพิเศษโกก้าง ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะฐานที่มั่นของแก๊งคอลเซ็นเตอร์จากจีน ที่มีคนไทยและคนอีกหลายชาติตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ โดยกองกำลัง MNDAA ได้เข้าควบคุมและประกาศให้เมืองนี้กลายเป็น ‘เขตปลอดเผด็จการทหาร’ 

 

จากนั้น MNDAA ยังได้ยึดเมืองโหป่างและปันหล่อง และได้ส่งมอบให้กองทัพรวมแห่งรัฐว้า (United Wa State Army: UWSA) ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่ทรงอำนาจมากที่สุดในเมียนมา ขณะที่กลุ่ม TNLA  ก็ได้เข้ายึดเมืองโก้ดขาย 

 

อย่างไรก็ตาม ผลการเจรจาระหว่างผู้แทนกลุ่มพันธมิตรสามภราดรภาพและรัฐบาลทหารเมียนมาที่นครคุนหมิง ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากจีน มีรายงานว่าทั้งสองฝ่ายตกลงหยุดยิงชั่วคราวในพื้นที่สมรภูมิทางตอนเหนือของรัฐฉาน 

 

แต่หลังจากนั้นก็ปรากฏรายงานจากสื่อเมียนมา เช่น Irrawaddy และ Radio Free Asia ว่า การหยุดยิงนั้นยุติลง โดย Irrawaddy รายงานว่า กองทัพรัฐบาลทหารได้ละเมิดข้อตกลงในวันรุ่งขึ้นด้วยการโจมตีทางอากาศและยิงปืนใหญ่ใส่เป้าหมายกองกำลังชาติพันธุ์ในหลายเมือง และเกิดการปะทะกับกองกำลัง TNLA ในเมืองจ็อกเม, ล่าเสี้ยว และโมกก์

 

ขณะที่เมืองปะแลตวะในรัฐชิน เป็นเมืองล่าสุดที่กองกำลังชาติพันธุ์เข้ายึดไว้ได้ และประกาศเป็นเขตปลอดทหารเช่นเดียวกัน ทำให้จนถึงตอนนี้มี 33 เมืองแล้วที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังชาติพันธุ์

 

โอกาสลุกลามสู่รัฐล้มเหลว

 

รศ.ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ สถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มองฉากทัศน์ของสถานการณ์สู้รบในเมียนมา ณ ตอนนี้อาจเป็นไปได้ 2 มุม คือ

 

  1. การเจรจาสันติภาพโดยมีจีนเป็นตัวคั่นกลาง อาจช่วยไม่ให้กองกำลังชาติพันธุ์เคลื่อนทัพรุกไปถึงใจกลางอำนาจของรัฐบาลทหารเมียนมา เช่น เมืองหลวงอย่างเนปิดอว์ และเมืองข้างเคียงอย่างย่างกุ้ง มัณฑะเลย์ และตะนาวศรี
  2. ฝ่ายต่อต้านยึดครองพื้นที่ได้มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจะบีบให้กองทัพเมียนมายอมเจรจา เพื่อรักษาศูนย์กลางอำนาจไม่ให้ถูกทำลาย 

 

อย่างไรก็ตามเขาชี้ว่า หากมองย้อนไปในอดีต ช่วงที่เมียนมาได้เอกราชจากอังกฤษใหม่ๆ ในปี 1948 ก็เคยเกิดสงครามกลางเมือง และอำนาจของกองทัพเมียนมาในช่วงนั้นก็อ่อนมาก แต่ท้ายที่สุดก็สามารถกลับมาฟื้นฟูและไล่โจมตีกลุ่มกบฏได้ สะท้อนว่าสถานการณ์ ณ ตอนนี้ก็ยังมีความไม่แน่นอนจากหลายๆ ปัจจัย

 

ขณะที่ทิศทางของสถานการณ์ในระยะยาวก็อาจเกิดได้ 2 มุม คือ

 

  1. เมียนมาอาจก้าวไปสู่การเป็นรัฐล้มเหลว (Failed State) หรือรัฐที่ใกล้จะล่มสลาย จากการที่สงครามกลางเมืองยังไม่ยุติ ความเกลียดชังระหว่างผู้คน ประชาชน และรัฐบาลทหาร ที่เพิ่มมากขึ้น และการที่รัฐบาลประสบปัญหาในการส่งมอบบริการสาธารณะหรือโครงสร้างพื้นฐานแก่ประชาชน
  2. เมียนมาอาจถูกแบ่งเป็น 2-3 ส่วน ได้แก่ ใจกลางอำนาจ และอีกส่วนจะเป็นพื้นที่รอบนอก เป็นดินแดนสมาพันธรัฐทั้งเขตปลดปล่อย NUG รัฐว้า ตลอดจนพื้นที่ปกครองของรัฐชาติพันธุ์อื่นๆ 

 

โดย รศ.ดร.ดุลยภาค กล่าวว่า “สิ่งสำคัญสำหรับรัฐบาลทหารคือ การรวมอำนาจสู่ศูนย์กลางไม่ให้ประเทศแตกแยก แต่หากการสู้รบยังเดินหน้าตึงเครียดต่อไปเช่นนี้ ในระยะยาวทางออกของประเทศก็คงหนีไม่พ้นการเจรจาพูดคุยเรื่องการแบ่งอำนาจหรือสหพันธรัฐ”

 

‘จีน’ ตัวกลางสันติภาพหรือผู้หนุนหลังกองกำลังชาติพันธุ์

 

ปฏิบัติการ 1027 ของพันธมิตรสามภราดรภาพ เกิดขึ้นโดยมีสโลแกนว่า ‘กวาดล้างแก๊งหลอกลวง ช่วยเหลือเพื่อนร่วมชาติของเรา’ ซึ่งออกแบบมาเพื่อชนะใจพันธมิตรสำคัญรายที่ 4 ซึ่งก็คือ ‘จีน’ 

 

โดยจีนซึ่งมีพรมแดนติดกับเขตปกครองตนเองโกก้างในรัฐฉาน ทางตอนเหนือของเมียนมา แสดงความไม่พอใจที่แก๊งอาชญากรจากจีนผู้อยู่เบื้องหลังขบวนการค้ามนุษย์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการในพื้นที่ภายใต้การควบคุมของกองทัพเผด็จการทหาร 

 

คาดว่ามีเหยื่อของขบวนการนี้กว่า 120,000 คนถูกหลอกให้ไปทำงานและควบคุมตัวในเมียนมา ในจำนวนนี้มีชาวจีนที่ทั้งเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์และถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์เหล่านี้หลอกลวงจนสิ้นเนื้อประดาตัว

 

ช่วงปลายปีที่ผ่านมา พันธมิตรสามภราดรภาพพยายามบุกยึดเขตปกครองตนเองโกก้างมาแล้ว 2 ครั้ง แต่ก็ล้มเหลว กระทั่งล่าสุดเมื่อวันที่ 4 มกราคม จึงสามารถยึดเมืองเล่าก์ก่าย เมืองเอกของโกก้าง และฐานที่มั่นสำคัญของแก๊งอาชญากรจีนไว้ได้

 

โดยเขตโกก้างนั้นมีความเชื่อมโยงกับจีนมายาวนาน ชาวบ้านที่อาศัยอยู่จำนวนมากเป็นชนพื้นเมืองชาวจีน ร้านค้าและอาคารบ้านเรือนจำนวนมากมีป้ายภาษาจีนติดให้เห็นเป็นปกติ โดยในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 พื้นที่นี้ยังทำหน้าที่เป็นฐานทัพของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งเมียนมาด้วย

 

หลังการล่มสลายของพรรคคอมมิวนิสต์เมียนมาในปี 1989 เผิงเจียเฉิง ขุนศึกในท้องถิ่นซึ่งถูกขนานนามว่า ‘กษัตริย์โกก้าง’ ได้หันไปจงรักภักดีต่อรัฐบาลทหารเมียนมา ซึ่งกองทัพเมียนมายอมให้โกก้างเป็นเขตปกครองตนเอง และอนุญาตให้เผิงคงกองกำลังของเขาในพื้นที่ แม้ว่าจะยังมีจีนเป็นผู้อุปถัมภ์ที่สำคัญ

 

ในปี 2009 เผิงถูกโค่นล้มในการทำรัฐประหาร ซึ่งนำโดย ไป่ซั่วเฉิง ผู้นำอันดับ 2 โดยไป๋อนุญาตให้กองทัพรัฐบาลประจำการอยู่ในโกก้าง ในขณะที่ชาวบ้านได้รับสัญชาติเมียนมา

 

ขณะที่ไป๋ยังเปิดพื้นที่ให้แก๊งอาชญากรจากจีนหนีข้ามพรมแดนเข้ามาซ่อนตัวและเคลื่อนไหวตั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เพื่อแลกกับ ‘ส่วย’ จำนวนมหาศาล ซึ่งยังเป็นประโยชน์ต่อรัฐบาลทหารเมียนมาด้วย ส่งผลให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ในโกก้าง โดยเฉพาะที่เล่าก์ก่าย ขยายตัวอย่างรวดเร็ว

 

ส่วนเจียเฉิง ภายหลังถูกโค่นอำนาจก็กลับมาปรากฏตัวอีกครั้งในฐานะผู้นำของ MNDAA โดยต่อสู้กับกองทัพเมียนมาเป็นครั้งคราว แต่ไม่ประสบความสำเร็จอย่างมีนัยสำคัญ

 

หลังจากที่เขาเสียชีวิตไปในปี 2022 เผิงเติ้นเหริน ลูกชายของเขา ได้เข้ามารับช่วงต่อและวางแผนยึดคืนเขตอำนาจในโกก้างที่เสียไปทันที และเข้าร่วมในพันธมิตรสามภราดรภาพ เปิดฉากปฏิบัติการ 1027 

 

การรุกคืบเข้ายึดพื้นที่โกก้างและกวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างรวดเร็ว โดยส่งตัวผู้ร่วมขบวนการกว่า 40,000 คนให้ทางการจีน ทำให้จีนเริ่มหันมาแสดงบทบาทที่ชัดเจนมากขึ้นในปัญหาความขัดแย้งของเมียนมา โดยเป็นตัวกลางเจรจาไกล่เกลี่ยระหว่างพันธมิตรสามภราดรภาพกับกองทัพรัฐบาลทหารเมียนมา 

 

นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่า ความสำเร็จช่วงแรกของปฏิบัติการจากฝ่ายกองกำลังชาติพันธุ์ แท้ที่จริงแล้วอาจเกิดขึ้นเพราะได้รับการสนับสนุนจากจีน

 

“ผู้นำจีนอาจพยายามยิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัว รัฐบาลจีนสามารถใช้ปฏิบัติการกวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เพื่อสนับสนุนกองกำลังท้องถิ่นอย่างลับๆ ในขณะที่ควบคุมพื้นที่ด้วยวิธีนั้น” เติ้งอวี่เหวิน นักวิจารณ์การเมืองและอดีตนักข่าวชาวจีน กล่าว 

 

โดยเขาชี้ว่า การสนับสนุนปฏิบัติการของกองกำลังชาติพันธุ์ นอกจากจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับจุดยืนและความสำคัญของจีนต่อเมียนมาแล้ว ในขณะเดียวกันก็ขจัดภัยคุกคามจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ด้วย และเชื่อว่าผู้นำคนใหม่ของกองกำลังชาติพันธุ์ที่จะเข้ามาควบคุมเขตปกครองตนเองโกก้าง จะต้องสะท้อนผลประโยชน์ของจีนได้ดีขึ้น

 

ทั้งนี้ รศ.ดร.ดุลยภาค ให้ความเห็นต่อบทบาทของจีนต่อสถานการณ์สู้รบที่เกิดขึ้น โดยมองว่า นอกจากประเด็นปัญหาแก๊งอาชญากรรมแล้ว เรื่องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจก็อาจเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มีผลเช่นกัน เช่น หากรัฐบาลเมียนมายอมไฟเขียวโครงการเมกะโปรเจกต์ของจีนอย่างโครงการท่าเรือน้ำลึกในรัฐอาระกัน จีนก็อาจจะพอใจและมีส่วนช่วยยับยั้งท่าทีของกองกำลังชาติพันธุ์ไม่ให้รุกคืบไปถึงใจกลางอำนาจของรัฐบาลทหารได้ แม้จะยับยั้งได้ไม่ทั้งหมดก็ตาม

 

ไทยชูบทบาทข้างอาเซียน หนุนสันติภาพเมียนมา

 

ในการประชุม World Economic Forum ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 16 มกราคมที่ผ่านมา ปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เข้าร่วมการหารือ Diplomacy Dialogue on Myanmar โดยย้ำจุดยืนและบทบาทของไทยต่อสถานการณ์ความขัดแย้งที่กำลังเกิดขึ้นในเมียนมาว่า “ไทยจะมีบทบาทเชิงรุกและสร้างสรรค์ ทั้งร่วมกับอาเซียนและได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านของเมียนมา ตลอดจนหุ้นส่วนต่างๆ ของอาเซียน เพื่อส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในเมียนมา”

 

ขณะที่ย้ำถึงความจำเป็นที่ทุกฝ่ายในเมียนมาจะต้องมีส่วนร่วมในการเจรจา เพื่อนำไปสู่ความปรองดองและทางออกทางการเมืองอย่างสันติ

 

รองนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงสิ่งแรกที่ไทยจะดำเนินการในทันทีคือ การให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมตามที่เมียนมาต้องการ โดยเฉพาะข้อริเริ่มในการยกระดับการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ประชาชนเมียนมาตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา 

 

ด้าน รศ.ดร.ดุลยภาค แสดงความเห็นต่อท่าทีของรัฐบาลไทยว่า ในแง่หลักการก็สมเหตุสมผล โดยไทยเป็นประเทศเพื่อนบ้านใกล้ชิด ก็ต้องมีบทบาทที่แอ็กทีฟขึ้นโดยอัตโนมัติ 

 

ซึ่งประเด็นที่ควรพูดถึงเยอะคือ เรื่องระเบียงช่วยเหลือทางมนุษยธรรม (Humanitarian Corridor) ที่จะช่วยส่งเสริมบทบาทและภาพลักษณ์ของไทยทั้งในด้านการทูตและมนุษยธรรม แต่ก็มีข้อพึงระวังคือ การเลือกพื้นที่ชายแดนสำหรับเปิดระเบียงมนุษยธรรม เนื่องจากพื้นที่ของฝ่ายรัฐบาลทหารและฝ่ายกองกำลังชาติพันธุ์อาจมีความได้เปรียบ-เสียเปรียบต่างกัน และอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์กับไทยได้

 

ภาพ: Chaiwat Subprasom / Reuters

อ้างอิง:

The post ‘80 วัน ยึด 33 เมือง’ กลุ่มชาติพันธุ์เมียนมารุกหนัก ถล่มทัพเผด็จการทหาร กับข้อตกลงหยุดยิงที่ไม่มีจริง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ลุ้นชะตากรรมคนไทยกว่า 200 ชีวิตในเล่าก์ก่าย ประเทศเมียนมา จับตา 41 ชีวิตถึงไทย เตรียมถูกสอบเข้าข่ายนักต้มตุ๋น-แก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือไม่ https://thestandard.co/lao-cai-scam-town-myanmar/ Thu, 16 Nov 2023 12:43:17 +0000 https://thestandard.co/?p=866475 เล่าก์ก่าย

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา กลุ่มพันธมิตรสามภราดรภาพ […]

The post ลุ้นชะตากรรมคนไทยกว่า 200 ชีวิตในเล่าก์ก่าย ประเทศเมียนมา จับตา 41 ชีวิตถึงไทย เตรียมถูกสอบเข้าข่ายนักต้มตุ๋น-แก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือไม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เล่าก์ก่าย

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา กลุ่มพันธมิตรสามภราดรภาพ (Brotherhood Alliance) ประกอบด้วย กองทัพโกก้าง (Myanmar National Democratic Alliance Army: MNDAA), กองทัพตะอาง (Ta’ang National Liberation Army: TNLA) และกองทัพอาระกัน (Arakan Army: AA) ได้เปิดปฏิบัติการทางทหารในชื่อ ‘Operation 1027’ โจมตีฐานทหารเมียนมารอบเมืองเล่าก์ก่าย เขตปกครองตนเองโกก้าง หรือเขตปกครองพิเศษที่ 1 แห่งรัฐฉาน จนเกิดการสู้รบและนำมาซึ่งความขัดแย้งอย่างรุนแรง

 

ทั้ง 3 กองกำลังจับมือกันต่อต้านรัฐบาลทหารภายใต้อุดมการณ์เดียวกับกองกำลังพิทักษ์ประชาชน (People’s Defence Force: PDF) ซึ่งเป็นเครือข่ายกองทัพของรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ หรือรัฐบาลเงา NUG (National Unity Government) ที่มาจากขั้วอดีตสมาชิกรัฐบาลพลเรือน ซึ่งถูกกองทัพเมียนมารัฐประหารยึดอำนาจเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2021

 

เกิดอะไรขึ้นกับคนไทยในเล่าก์ก่าย 

 

คนไทยทราบข่าวสถานการณ์ความรุนแรงครั้งนี้ภายหลังจากที่ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้โพสต์ข้อความผ่าน X (Twitter) เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2566 ว่า 

 

“ผมได้รับรายงานเกี่ยวกับสถานการณ์ในเมียนมา ที่มีคนไทยและชาติอื่นๆ ติดอยู่ในเมืองเล่าก์ก่ายจากการสู้รบ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง ได้ประสานทางการเมียนมาให้ช่วยเหลือคนไทยจำนวน 162 คน และจัดให้พักในพื้นที่ปลอดภัยแล้ว ขณะนี้สถานเอกอัครราชทูตฯ กำลังหารือกับทางการเมียนมา เพื่อช่วยให้คนไทยทั้งหมดกลับไทยโดยเร็วครับ” เศรษฐาระบุ

 

ขณะที่ข้อมูลจากกระทรวงการต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายนที่ผ่านมาว่า มีกลุ่มคนไทยที่ยังอยู่ในพื้นที่เมืองเล่าก์ก่ายจำนวน 293 คน และมีกลุ่มคนไทยประมาณ 41 คนที่ถูกนายจ้างปล่อยตัวออกมาจากเมืองเล่าก์ก่ายและหลบหนีออกไปเมืองอื่นในความปกครองของกลุ่มว้าแดง โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง 

 

คนไทยทั้ง 41 คน ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของทหารว้าได้รับความช่วยเหลือจากกองทัพบก กระทรวงกลาโหม ผ่านกลไกความร่วมมือด้านการทหาร คณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย-เมียนมา (Township Border Committee: TBC) ประสานขอให้ทหารว้าเคลื่อนย้ายคนไทยกลุ่มนี้จากเมืองหนานเติ้ง พร้อมทั้งส่งมอบให้กับทหารเมียนมาในพื้นที่จังหวัดเชียงตุง ประเทศเมียนมา แล้วเคลื่อนย้ายคนไทยต่อมายังจังหวัดท่าขี้เหล็ก 

 

สำนักข่าวชายขอบ (Transborder News) รายงานอ้างอิงสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง ว่า คนไทยทั้ง 41 คนจะเดินทางข้ามมาถึงประเทศไทยในช่วงเที่ยงวันนี้ (16 พฤศจิกายน) จากนั้นจะนำตัวไปคัดกรองตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราช และนำตัวไปที่มณฑลทหารบกที่ 37 อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย เพื่อเข้าสู่กระบวนการคัดกรองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ตามกลไกการส่งต่อระดับชาติ (National Referral Mechanism: NRM) ที่จังหวัดเชียงราย 

 

ส่วนของคนไทยที่ยังคงอยู่ในเมืองเล่าก์ก่าย ขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศอยู่ระหว่างประสานการปฏิบัติกับเมียนมาและจีน เพื่อขอรับตัวคนไทยกลุ่มนี้กลับประเทศโดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งประสานกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมการอพยพคนไทยออกมายังพื้นที่ปลอดภัยโดยเร็วที่สุดเช่นกัน

 

นอกจากนี้กระทรวงกลาโหมยังได้ประสานการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามและประเมินสถานการณ์ในพื้นที่ เพื่อวางแผนความเป็นไปได้ในการเคลื่อนย้ายคนไทยที่ยังตกค้างอยู่ในพื้นที่ ให้สามารถเดินทางกลับประเทศโดยสวัสดิภาพ

 

ขณะที่ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ให้สัมภาษณ์ล่าสุดวันนี้ (16 พฤศจิกายน) ว่า ยืนยันว่าคนไทยที่อยู่ที่เมืองเล่าก์ก่ายปลอดภัยดี ตอนนี้ได้มีการหารือกับทางการของเมียนมา เพื่อเตรียมการหาเส้นทางส่งคนไทยกลับประเทศ โดยอาจจะใช้เส้นทางผ่านคุนหมิง ประเทศจีน หรือเส้นทางผ่านทางเชียงตุง ประเทศเมียนมา แต่เส้นทางดังกล่าวยังมีการสู้รบอยู่

 

พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ยังกล่าวถึงความเป็นอยู่ของคนไทยด้วยว่า ขณะนี้มีกลุ่ม NGO และสถานทูตประเทศไทยประจำกรุงย่างกุ้งคอยดูแลอยู่ โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้เร่งรัดไปยังกระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีน เพื่อเปิดเส้นทางให้คนไทยจากเมียนมาอพยพเข้าไปในพื้นที่ของจีน พร้อมยืนยันว่าคนไทยกว่า 200 คนปลอดภัยดี

 

นอกจากนี้ยังได้หารือไปยังปลัดกระทรวงมหาดไทยและปลัดสาธารณสุข รวมถึงได้สั่งการไปยังผู้กำกับการ สภ.เชียงราย และศูนย์ต่างๆ รวมถึงศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ ลงไปในพื้นที่ โดยได้มีการเตรียมความพร้อมใช้สถานที่ของตำรวจตระเวนชายแดนเป็นที่พัก รวมทั้งได้จัดเตรียมแพทย์และเจ้าหน้าที่จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ดูเรื่องกลไกการคัดแยกเหยื่อ 

 

ในวันเดียวกันนี้ คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดน ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการประชุมในวาระพิจารณา เรื่อง การช่วยเหลือคนไทยที่เมืองเล่าก์ก่าย โดยมีตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจง ได้แก่ อธิบดีกรมการกงสุล เป็นตัวแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ, รองผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ เป็นตัวแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และเจ้ากรมยุทธการทหารบก ตัวแทนผู้บัญชาการกองทัพบก

 

รังสิมันต์ โรม ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดน ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ แถลงต่อสื่อมวลชนว่า ข้อมูลที่ กมธ. ได้รับขณะนี้จำนวนคนไทยที่รอคอยความช่วยเหลือแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มแรกที่ยังอยู่ในเมืองเล่าก์ก่าย 254 คน และกลุ่มที่ 2 ที่จะเดินทางกลับประเทศไทย 41 คน 

 

รังสิมันต์กล่าวว่า กมธ. ได้ฝากไปถึงกระทรวงการต่างประเทศว่า 41 คนที่เดินทางมาตอนนี้พอทราบอุปสรรคบางอย่างแล้ว ขอให้เร่งรัดการช่วยเหลือ เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีในการช่วยเหลือในส่วนอื่นๆ ต่อไป ตนยอมรับว่าในการช่วยเหลือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและไม่ใช่เรื่องง่าย โดยที่ประชุม กมธ. จึงมีมติให้รัฐบาลเร่งรัดช่วยเหลือคนไทยที่ติดที่เล่าก์ก่ายออกมาอย่างเร่งด่วนที่สุด รวมถึงตั้งวอร์รูม (War Room) เพื่อช่วยเหลือคนไทยด้วย

 

รังสิมันต์กล่าวย้ำว่า สถานการณ์ในเมียนมาวันนี้เป็นสถานการณ์ที่รุนแรงและน่ากังวลอย่างที่สุด วันนี้เป็นบทพิสูจน์ว่า ถ้าช่วยคนที่เล่าก์ก่ายไม่ได้ เราจะไม่สามารถช่วยเหลือคนในพื้นที่อื่นได้

 

ขณะเดียวกันมีรายงานอีกว่า มีประชาชนหลายชาติทั้งชาวเมียนมา มาเลเซีย เวียดนาม และจีน ที่ทำงานอยู่ภายในเมืองเล่าก์ก่าย เริ่มตั้งแถวอพยพด้วยการเดินเท้าออกจากเมืองเล่าก์ก่าย ประเทศเมียนมา ไปยังเมืองหนานเติ้ง ประเทศจีน หลังคาดว่าอาจจะมีการปะทะครั้งใหญ่ในวันที่ 18 พฤศจิกายนนี้

 

ทั้งนี้ ก่อนออกจากเมืองประชาชนเหล่านั้นได้ทิ้งสิ่งของทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า เงิน หรือโทรศัพท์มือถือ 

 

‘เล่าก์ก่าย’ เมืองแห่งการต้มตุ๋น 

 

สำหรับเล่าก์ก่าย์ เป็นเมืองทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมียนมา อยู่ภายในเขตปกครองพิเศษโกก้างใกล้กับชายแดนจีน และได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองแห่งการต้มตุ๋น (Scam Town) โดยภายในเมืองมีสถานประกอบการ ทั้งสถานบันเทิง โรงแรม และที่ทำธุรกิจผิดกฎหมายหลายประเภททั้งคริปโตเคอร์เรนซี, หุ้น, คอลเซ็นเตอร์ และเว็บพนัน ที่ดึงดูดให้แรงงานไทยเข้าไปทำงาน ไม่ว่าจะสมัครใจหรือถูกชักจูงโดยนายหน้าหรือโบรกเกอร์

 

สอดคล้องกับที่ จารุวัฒน์ จิณห์มรรคา รองประธานมูลนิธิเอ็มมานูเอล (IMF) หนึ่งในหน่วยงานที่ร่วมประสานงานกับทหารเมียนมา เพื่อช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมต่อเหตุการณ์คนไทยในเล่าก์ก่าย ให้สัมภาษณ์กับสื่อหลายสำนักในวันนี้ว่า ได้รับแจ้งจากผู้ปกครองของผู้ลี้ภัยบางคนบอกว่า มีคนไทยจำนวนหนึ่งที่อยู่ในจังหวัดภาคเหนือถูกเพื่อนหลอกให้ไปทำงานที่เมืองเล่าก์ก่าย โดยอ้างจะได้รับค่าตอบแทนที่สูง ลักษณะงานเป็นการตอบแชต หลังจากตกลงที่จะไปทำงานจะมีนายทุนเป็นผู้ออกค่าตั๋วเครื่องบินรวมถึงพาสปอร์ตให้ และปลายทางลงที่มัณฑะเลย์ จากนั้นจะมีนายหน้ามารับเดินทางไปที่เล่าก์ก่าย 

 

เมื่อไปถึงพบว่าไม่ได้ทำงานอย่างที่ตกลงกันไว้ แต่จะมีคนส่งสคริปต์ให้ท่องเพื่อมาต้มตุ๋นคนไทย ซึ่งมีขบวนการในการสอน มีล่ามแปล และมีคนจีนอยู่ในนั้น หากใครไม่ทำงานดังกล่าวจะถูกกักขังและทำร้ายร่างกาย งดอาหาร หนักสุดคือเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม คนไทยทั้ง 41 คนที่เดินทางกลับมา ขณะนี้อยู่ในฐานะเป็นผู้เสียหายหรือผู้ต้องหาที่ต้องให้สหวิชาชีพเข้ามาสอบก่อน

 

อ้างอิง: 

The post ลุ้นชะตากรรมคนไทยกว่า 200 ชีวิตในเล่าก์ก่าย ประเทศเมียนมา จับตา 41 ชีวิตถึงไทย เตรียมถูกสอบเข้าข่ายนักต้มตุ๋น-แก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือไม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>