กลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/กลุ่มประชาชนร่างรัฐธรร/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 05 Mar 2025 09:46:42 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 กลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญจี้ กกต. สืบสวนเอง ปมฮั้วเลือกตั้ง สว. ชี้มีข้อมูลแต่แรก-สืบสวนได้ง่ายกว่าองค์กรอื่น https://thestandard.co/thai-ec-urged-investigate-senate-election/ Wed, 05 Mar 2025 09:46:42 +0000 https://thestandard.co/?p=1048871 กลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญ

วันนี้ (5 มีนาคม) กลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญ เดินทางมาย […]

The post กลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญจี้ กกต. สืบสวนเอง ปมฮั้วเลือกตั้ง สว. ชี้มีข้อมูลแต่แรก-สืบสวนได้ง่ายกว่าองค์กรอื่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
กลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญ

วันนี้ (5 มีนาคม) กลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญ เดินทางมายังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อส่งมอบข้อมูลความผิดปกติของกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในปี 2567 และการติดตามความคืบหน้าในกระบวนการสอบสวน

 

นอกจากนี้ยังได้แนบภาพหลักฐาน ประกอบด้วย ภาพผู้สมัคร สว. 67 กลุ่มเสื้อเหลืองสูทดำ ขึ้นรถทะเบียนบุรีรัมย์กลับด้วยกัน, ภาพ Pattern การโหวต เขียนเลขเหมือนกันทุกช่อง ส่งกลุ่มละ 7 คนเป็น สว. รวมถึงบทวิเคราะห์การเลือก สว. 67 ระดับประเทศ ใน 8 จังหวัดได้ใครตัวจริงใครตัวโหวต 

 

พบปัญหาตั้งแต่วันสมัคร-วันเลือกระดับประเทศ

 

กลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญแถลงว่า นับตั้งแต่ปี 2567 ที่ สว. ซึ่งมาจากการสรรหาและคัดเลือกโดยคณะรัฐประหารหรือคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้หมดวาระลง และจะต้องมีการเลือก สว. ชุดใหม่ โดยระบบการเลือกกันเองจาก 20 กลุ่มอาชีพหรือความรู้ ความเชี่ยวชาญ 

 

ทางกลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญได้ติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่อย่างต่อเนื่อง จึงเห็นว่า กระบวนการเลือกดังกล่าวเป็นโอกาสสำคัญที่จะทำให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมและมีข้อเรียกร้องไปยัง สว. ชุดใหม่ ให้ดำเนินการผลักดันการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่โดยประชาชน เนื่องจากกระบวนการดังกล่าวจะต้องอาศัยเสียงเห็นชอบจาก สว. ไม่น้อยกว่าหนึ่งในสาม

 

ขณะเดียวกัน เนื่องจากระบบการเลือก สว. เป็นระบบการเลือกกันเองจาก 20 กลุ่มอาชีพหรือความรู้ ความเชี่ยวชาญ ซึ่งเป็นระบบที่ประชาชนทั่วไปไม่มีสิทธิลงคะแนนเลือกเหมือนการเลือกตั้ง ทางกลุ่มจึงได้รณรงค์ให้ประชาชนที่มีสิทธิสมัคร สว. และเปิดตัว Senate67.com เพื่อหวังเป็นสื่อกลางในการให้ข้อมูลกับประชาชนในการติดตามบรรดาผู้สมัครรับเลือกเป็น สว. ว่ามีประวัติ ผลงาน หรือเป้าหมายทางการเมืองอย่างไร โดยเฉพาะเรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่โดยประชาชน

 

แต่ตลอดเส้นทางของการผลักดัน ทางกลุ่มกลับพบปัญหาเรื่องการมีส่วนร่วมตั้งแต่การเปิดรับสมัครไปจนถึงกระบวนการคัดเลือก สว. ในระดับประเทศ ตั้งแต่กระบวนการประชาสัมพันธ์หรือส่งต่อข้อมูลข่าวสารให้พี่น้องประชาชนเป็นไปอย่างล่าช้า คลุมเครือ และไม่เพียงพอ ซึ่งเป็นภาระหน้าที่โดยตรงของ กกต. อย่างปฏิเสธไม่ได้

 

ต่อมาในขั้นตอนการเปิดรับสมัคร สว. ก็พบปัญหาการรับสมัครเป็นไปอย่างล่าช้า มีอุปสรรคที่มาจากความไม่รู้และไม่เข้าใจตัวบทกฎหมายและระเบียบของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากมีการตีความคุณสมบัติหรือเอกสารหลักฐานที่ใช้ในการสมัครแตกต่างกันไปในแต่ละอำเภอ

 

เมื่อเข้าสู่กระบวนการแนะนำตัวผู้สมัคร สว. ก็ยังพบว่า ภายใต้ระเบียบที่ กกต. กำหนด ได้กีดกันการมีส่วนร่วมของประชาชน ส่งผลให้กระบวนการแนะนำตัวเป็นไปอย่างปิดลับและเอื้อต่อการทุจริตในการเลือก สว. เพราะไม่ได้เปิดให้ตรวจสอบ จนกระทั่งศาลปกครองได้มีคำพิพากษาเพิกถอนระเบียบ กกต. และนำมาสู่ระเบียบใหม่ 

 

ต่อมาเมื่อเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งแต่ระดับอำเภอไปจนถึงระดับประเทศ ทางกลุ่มก็ต้องพบอุปสรรคจากการที่ กกต. ไม่ยอมอำนวยความสะดวกอย่างเพียงพอในการสังเกตการณ์กระบวนการเลือก และพบว่า ไม่มีการเปิดเผยคะแนนดิบในการเลือกแต่ละระดับ รวมถึงไม่เปิดเผยบันทึกภาพและเสียงในการเลือกกันเองของแต่ละกลุ่มอาชีพในทุกระดับ

 

8 ความผิดปกติ กระบวนการเลือกกันเอง

 

นอกจากนี้ จากการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลของภาคประชาสังคม นำโดยโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ยังทำให้พบความผิดปกติในกระบวนการเลือกกันเอง โดยเฉพาะในการเลือกระดับประเทศ ดังนี้ 

 

  • ในรอบเลือกกันเอง มีกลุ่มที่คะแนนสูงมากๆ ระหว่าง 30-50 คะแนน ทิ้งห่างจากผู้สมัครส่วนใหญ่ 
  • หลังรอบเลือกกันเอง มี 8 จังหวัดที่มีผู้สมัคร สว. ผ่านเข้าสู่รอบเลือกไขว้เกือบทั้งจังหวัด ได้แก่ บุรีรัมย์ พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สตูล เลย อำนาจเจริญ ยโสธร สุรินทร์ ซึ่งล้วนเป็นจังหวัดที่อยู่ภายใต้อิทธิพลทางการเมืองของพรรคภูมิใจไทย
  • ในรอบเลือกไขว้ มีผู้สมัครจำนวนมากที่ไม่มีคะแนนเลย ไม่เลือกตัวเอง ซึ่งผู้สมัครกลุ่มดังกล่าวส่วนใหญ่มาจากจังหวัดที่อยู่ภายใต้อิทธิพลทางการเมืองของพรรคภูมิใจไทยและพรรคพลังประชารัฐ โดยเห็นชัดว่าใครเป็นผู้ที่เข้ามาโยนคะแนนให้กับคนอื่น
  • ในรอบเลือกไขว้ มีกลุ่มผู้สมัครที่ได้คะแนนนำจน ‘ล้นกระดาน’ อย่างผิดปกติ และผู้สมัครกลุ่มนี้ยังมีคะแนนเกาะกลุ่มกันอย่างเป็นระบบ โดยผู้สมัครกลุ่มนี้ จะมีผู้สมัครที่ได้คะแนนนำกลุ่มละ 6 คน เท่าๆ กัน 
  • เมื่อดูตั้งแต่การเลือกระดับอำเภอจนถึงระดับประเทศ จะพบปรากฏการณ์ ‘ดาวค้างฟ้า’ ที่มีผู้สมัคร สว. บางคน ได้คะแนน ‘ทิ้งห่าง’ ชนะแบบลอยลำทุกระดับจนได้เป็น สว. ซึ่งก็มาจากกลุ่ม 8 จังหวัดที่มีผู้สมัคร สว. ผ่านเข้าสู่รอบเลือกไขว้เกือบทั้งจังหวัด 
  • จากข้อมูลของผู้สังเกตการณ์ พบว่า มีการลงคะแนนเป็นรูปแบบเดียวกัน เรียงหมายเลขเหมือนกันทั้งหมด และผู้สมัครที่ได้รับเลือกจากระบบนี้ก็มาจากกลุ่ม 8 จังหวัดที่มีผู้สมัคร สว. ผ่านเข้าสู่รอบเลือกไขว้เกือบทั้งจังหวัด 

 

ควรตรวจสอบตั้งแต่วันเลือกตั้ง

 

จากความผิดปกติดังกล่าว ทางกลุ่มเห็นว่า องค์กรที่มีอำนาจและความรับผิดชอบในการสืบสวนสอบสวนความผิดปกติของการเลือก สว. ชุดใหม่ คือ กกต. 

 

หาก กกต. ทำหน้าที่เก็บข้อมูลความผิดปกติตั้งแต่วันเลือกและรีบตรวจสอบทันทีหลังเลือก สว. เสร็จ สังคมจะได้รับทราบข้อเท็จจริงและยุติข้อกล่าวหาไปนานแล้ว โดยไม่ต้องพึ่งพากรมสอบสวนคดีพิเศษ ​(DSI) จะต้องถกเถียงกันว่า DSI จะพิจารณาและลงมติว่าจะรับข้อกล่าวหาเกี่ยวกับขบวนการโกงการเลือก สว. เป็นคดีพิเศษ เพื่อดำเนินการสืบสวนสอบสวนในข้อหา ‘อั้งยี่’ และข้อหาอื่นๆ หรือไม่ 

 

กกต. มีข้อมูล-สืบสวนได้ง่ายกว่าองค์กรอื่น

 

ทั้งนี้ ทางกลุ่มเชื่อว่า กกต. เป็นผู้ที่มีข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับกระบวนการเลือก สว. ในปี 2567 ข้อมูลที่ผิดปกติเหล่านี้ ล้วนอยู่ในมือของสำนักงาน กกต. ตั้งแต่แรก และ กกต. เป็นองค์กรที่มีความสามารถที่จะเริ่มการสืบสวนสอบสวนให้เสร็จได้โดยเร็ว โดยง่ายที่สุดกว่าองค์กรอื่น 

 

ดังนั้น หาก กกต. ไม่ทำหน้าที่ของตัวเองเช่นนี้ ประชาชนจึงต้องหวังพึ่งพาอำนาจขององค์กรอื่นเข้ามาทำแทน และหากองค์กรอื่นสามารถแสดงบทบาทในการสืบสวนและเปิดเผยข้อเท็จจริงที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพกว่าได้ กกต. อาจจะเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มีเหตุอันสมควร ซึ่งถือว่าเป็นความผิดทางกฎหมาย

 

สุดท้ายนี้ ทางกลุ่มมีความประสงค์นำข้อมูลและข้อสังเกตต่อความผิดปกติในกระบวนการเลือก สว. มาส่งมอบให้กับ กกต. เพื่อเรียกร้องให้ กกต. รีบทำหน้าที่โดยตรวจสอบและสรุปผลการตรวจสอบเกี่ยวกับข้อกล่าวหาต่อการโกงการเลือก สว. โดยเร็ว

 

The post กลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญจี้ กกต. สืบสวนเอง ปมฮั้วเลือกตั้ง สว. ชี้มีข้อมูลแต่แรก-สืบสวนได้ง่ายกว่าองค์กรอื่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
เหตุใดที่ประชุมรัฐสภาจึงล่มเป็นครั้งแรกตั้งแต่ยังไม่เริ่มพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ https://thestandard.co/key-messages-parliament-session-collapse/ Thu, 13 Feb 2025 10:42:52 +0000 https://thestandard.co/?p=1041505

วันนี้ (13 กุมภาพันธ์) ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้ […]

The post เหตุใดที่ประชุมรัฐสภาจึงล่มเป็นครั้งแรกตั้งแต่ยังไม่เริ่มพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (13 กุมภาพันธ์) ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 3 ที่มีวาระสำคัญคือการพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ซึ่งเสนอโดยพรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทย มีสาระสำคัญที่การแก้ไขมาตรา 256 ว่าด้วยเงื่อนไขการแก้รัฐธรรมนูญ และเพิ่มหมวด 15/1 จัดทำฉบับใหม่ ที่ชื่อว่าเป็นฉบับของประชาชน ทั้ง 2 พรรคเห็นตรงกันในหลักการเบื้องต้น แต่มีบางรายละเอียดที่ต่างกัน

 

หากการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้สำเร็จจะมีผลให้อำนาจของ สว. ถูกตัดลงไป จากเดิมที่วาระการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจำเป็นต้องอาศัยเสียงเห็นชอบจาก สว. ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดที่มีอยู่ของรัฐสภา ให้ใช้เสียงเห็นชอบจาก สส. เป็นหลัก นำมาสู่ความเห็นที่แตกต่างหลากหลาย

 

อย่างไรก็ตาม การประชุมร่วมกันของรัฐสภาหนนี้เป็นอันต้องสะดุดลงหลังดำเนินการประชุมไปได้เพียง 2 ชั่วโมงกว่า โดยยังไม่ได้เข้าสู่เนื้อหาการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยซ้ำ THE STANDARD เรียงลำดับข้อเท็จจริงและจุดยืนที่นำมาสู่ ‘ที่ประชุมรัฐสภาล่ม’ ครั้งแรกในรัฐบาลนี้

 

กลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญเดินเท้ากว่า 2 กิโลเมตร พร้อมนำกล้วยหลายหวีมามอบให้ สว. เฝ้าติดตามการประชุมร่วมกันของรัฐสภาตั้งแต่ช่วงเช้า

กลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญเดินเท้ากว่า 2 กิโลเมตร พร้อมนำกล้วยหลายหวีมามอบให้ สว. เฝ้าติดตามการประชุมร่วมกันของรัฐสภาตั้งแต่ช่วงเช้า

ภาพ: ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

 

ไม่ขอสังฆกรรมด้วย ปกป้องครอบครัวภูมิใจไทย

 

ตั้งแต่ช่วงเช้า พรรคภูมิใจไทยนำโดย แนน บุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรค และ ไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค แถลงข่าวหลังขออนุญาตวอล์กเอาต์จากการประชุม โดยยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยสนับสนุนการแก้รัฐธรรมนูญ แต่ต้องอยู่ในกรอบกฎหมายและกระบวนการที่ชอบธรรม ซึ่งการแก้ไขครั้งนี้อาจขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2564 พรรคจึงตัดสินใจไม่ขอมีส่วนร่วมในกระบวนการ

 

ไชยชนกเน้นว่า พรรคภูมิใจไทยไม่ได้ขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายและไม่เกิดข้อสงสัย พร้อมย้ำว่า การตัดสินใจนี้เป็นจุดยืนของพรรคเอง ไม่เกี่ยวข้องกับความเห็นของพรรคร่วมรัฐบาล

 

“หากยังคลุมเครือ เราขอใช้เวลาให้มีช่องทางที่ชัดเจน ไม่ขัดกฎหมาย และไม่มีข้อสงสัยดีกว่า ไม่ใช่เรื่องที่จะช็อตคัตหรือทำให้ง่ายๆ ผมต้องปกป้องครอบครัวภูมิใจไทยเท่านั้นเอง”

 

ทั้งนี้ ไชยชนกระบุด้วยว่า เพียง 70 เสียงของพรรคภูมิใจไทยไม่ถึงกับทำให้กระบวนการเดินต่อไม่ได้

 

สส. ภูมิใจไทย ที่พร้อมใจกันใส่เสื้อสีน้ำเงินพากันลุกออกจากที่นั่ง หลัง ไชยชนก ชิดชอบ ขออนุญาตวอล์กเอาต์

ภาพ: ฐานิส สุดโต

 

สว. สีขาว เสนอยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความก่อน

 

เมื่อเริ่มการประชุมไม่นาน นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว. นำโดยกลุ่ม สว. สีขาว หรือกลุ่มที่เรียกตัวเองว่าเป็น สว. อิสระ เสนอญัตติด่วนขอให้รัฐสภาส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 และการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ต้องทำประชามติก่อนหรือไม่

 

นพ.เปรมศักดิ์ ย้ำว่า กลุ่ม สว. สีขาว ไม่ได้คัดค้านการแก้รัฐธรรมนูญ แต่ต้องการให้เป็นไปตามขั้นตอนที่ถูกต้อง อยากให้ทุกขั้นตอนเข้าตามตรอกออกตามประตู เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาภายหลัง พร้อมโต้กลับ สว. สีน้ำเงิน ที่กดดันให้กลุ่มของตนเองถอนชื่อจากญัตติ

 

“การพยายามโยงพวกเราให้กับเข้ากับพรรคการเมืองเป็นการกระทำเก่าๆ เลิกทำเสียเถอะ ลูกไม้ทางการเมืองแบบนี้เด็กอนุบาลเขาก้าวตามทันแล้ว ใครคิดไม่ตรงกับตัวเองก็หาว่ามีเบื้องหลังอย่างนั้นอย่างนี้ คนที่กล่าวว่าการประชุมเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นการกระทำที่อาจหมิ่นเหม่ สุ่มเสี่ยง นั่นแหละคือการกระทำที่น่าละอายมากกว่า เพราะเป็นการให้ข้อมูลที่ผิดต่อสาธารณชน” นพ.เปรมศักดิ์ กล่าว

 

ขณะที่ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส. พรรคประชาธิปัตย์ สนับสนุนให้เลื่อนญัตติของ นพ.เปรมศักดิ์ ขึ้นมาพิจารณาก่อน โดยให้เหตุผลว่า เพื่อความชัดเจนว่าการแก้ไขมาตรา 256 และการตั้ง สสร. ต้องมีการทำประชามติก่อนหรือไม่ พร้อมยืนยันว่า พรรคไม่ได้ต้องการถ่วงเวลา แต่ต้องการให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเกิดขึ้นได้จริงโดยไม่เสียของและ “ไม่ไปตายตอนจบ”

 

นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ ระหว่างเสนอญัตติด่วนขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกระบวนการแก้รัฐธรรมนูญ

ภาพ: ฐานิส สุดโต

 

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมรัฐสภามีมติ 275 ต่อ 247 เสียง ไม่เห็นด้วยกับการเลื่อนญัตติของ นพ.เปรมศักดิ์ ขึ้นมาพิจารณาก่อน ส่งผลให้การพิจารณาดำเนินไปตามระเบียบวาระเดิม คือการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เสนอโดยพรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทย

 

นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ควรเร่งรัดให้เสร็จก่อนการเลือกตั้งปี 2570 เพราะรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ

 

“การกำหนดกรอบเวลาแบบนั้นเป็นความคิดแบบเผด็จการ … หากกระบวนการไม่ถูกต้องอาจนำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายในภายหลัง และทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญล้มเหลวในที่สุด” นพ.เปรมศักดิ์ กล่าว

 

สว. สีน้ำเงิน ประกาศวอล์กเอาต์ ท้ายสุดที่ประชุมล่ม

 

จากนั้นปรากฏว่า พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. แจ้งต่อ วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภาว่า ไม่เห็นด้วยกับการประชุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายในวันนี้ ก่อนจะขออนุญาตออกจากห้องประชุมทันที โดยมีกลุ่ม สว. สีน้ำเงินลุกออกจากห้องประชุม ไม่เว้นแต่ พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ด้วย ขณะที่กลุ่ม สส. พรรคเพื่อไทย จากที่นั่งประชุมก็ลุกขึ้นมาจับกลุ่มหารือกลางห้องประชุมด้วยท่าทีเคร่งเครียด

 

ต่อมา นันทนา นันทวโรภาส สว. แสดงความเห็นว่า บรรยากาศที่ห้องประชุมสะท้อนภาพลักษณ์ของวุฒิสภาว่าเราทำอะไรกันอยู่ เมื่อโหวตลงมติแล้วเป็นเช่นไรทำไมไม่ยอมรับมตินั้น ทำไมจึงบอกว่าถ้าแพ้มติจะวอล์กเอาต์ นี่เป็นมติของสมาชิกรัฐสภา และก่อนลงมติก็อภิปรายอย่างกว้างขวาง จบสิ้นกระบวนความแล้ว เหตุใดผลไม่ถูกใจจึงวอล์กเอาต์

 

“ดิฉันมองว่าสิ่งนี้เป็นภาพลักษณ์ที่พินาศของรัฐสภาแห่งนี้ นี่คือสถานที่ที่เป็นที่รวมของผู้แทนปวงชน และทำไมเราอยู่ในระบอบประชาธิปไตยแต่ไม่ยอมรับกติกานี้ ทำไมไม่ให้เดินไปตามกระบวนการ เป็นไปอย่างศักดิ์สิทธิ์ตามที่ประธานรัฐสภาบรรจุด้วยมือของท่านเอง และทุกคนก็มาอภิปรายให้เหตุผลว่าแก้รัฐธรรมนูญไปทำไม” นันทนากล่าว

 

สส. จากหลากหลายพรรคพากันลุกออกจากห้องประชุม ภายหลังการนับองค์ประชุมมีผู้แสดงตนไม่ครบและไม่สามารถประชุมต่อไปได้

ภาพ: ฐานิส สุดโต

 

ท้ายที่สุดเมื่อมีสมาชิกเสนอให้นับองค์ประชุม มีผู้แสดงตนเพียง 204 คนจากสมาชิกรัฐสภาทั้งหมด 692 คน มี สส. แสดงตน 172 คน และ สว. แสดงตนเพียง 32 คน ถือว่าไม่ครบองค์ประชุม ประธานรัฐสภาจึงปิดการประชุมทันทีในเวลา 12.03 น. ก่อนนัดให้มาประชุมอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ (14 กุมภาพันธ์)

 

ผู้สื่อข่าวตรวจสอบผลการแสดงตนพบว่า พรรคเพื่อไทยแสดงตนเพียง 22 คน ส่วนพรรคภูมิใจไทย, พรรคกล้าธรรม, พรรครวมไทยสร้างชาติ, พรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคพลังประชารัฐ ไม่แสดงตนทั้งพรรค

 

เพื่อไทยยอมเดินทางโค้ง เลี่ยงอุปสรรค

 

หลังที่ประชุมรัฐสภาล่ม พรรคประชาชนแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนทันที ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ กล่าววิจารณ์ความรับผิดชอบของพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยว่า เซ็นเซอร์ตัวเอง ไม่แสดงตนเป็นองค์ประชุม ทำให้การประชุมล่ม ทั้งที่ก่อนหน้านี้พรรคเพื่อไทยเคยประกาศสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พร้อมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีแสดงภาวะผู้นำในการควบคุมเสียงพรรคร่วมรัฐบาลให้เข้าร่วมประชุม

 

ณัฐพงษ์ยืนยันด้วยว่า การแก้ไขมาตรา 256 สามารถเดินหน้าได้ทันทีตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และไม่จำเป็นต้องส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาอีก โดยเชื่อว่าหากเปิดโอกาสให้มีการอภิปรายก่อนจะเป็นผลดีต่อประชาชนมากกว่า พร้อมทั้งแสดงความกังวลว่า ความขัดแย้งภายในพรรคร่วมรัฐบาลอาจเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

 

สส. พรรคเพื่อไทย จับกลุ่มปรึกษากันระหว่างการประชุมแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ภาพ: ฐานิส สุดโต

 

ต่อมาพรรคเพื่อไทยนำโดย สุทิน คลังแสง และ ชูศักดิ์ ศิรินิล แถลงข่าวทันทีเช่นกัน พร้อมยืนยันว่า ไม่ได้เตะถ่วงการแก้รัฐธรรมนูญ แต่ต้องการหาทางออกที่แน่นอน โดยเสนอให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก่อน เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถเดินหน้าได้จริง

 

“สมาชิกบางท่านอาจมองว่าเรามีเจตนาอะไรแน่ เราจึงต้องบอกให้ชัดเจนในการผลักดันให้สำเร็จ ถ้าเดินทางตรงไม่ได้ก็ขอเดินทางโค้ง หากทางโค้งแล้วมันไม่สำเร็จก็ขอหยุดการเดินทางไว้ก่อนดีกว่า ดีกว่าเดินไปแล้วตกเหว” สุทินกล่าว

 

สุทินพยายามอธิบายต่อไปว่า หากเสนอพิจารณาแล้วถูกโหวตให้ตกไป ถ้าทำแบบนี้ก็รู้แล้วว่าความล้มเหลวรออยู่ เราจึงแสวงหาความเป็นไปได้ คือการให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยร่างกฎหมายนี้ก่อน ซึ่งร่างยังคงอยู่ในสภาต่อไป หากคำวินิจฉัยเป็นคุณก็หมายความว่าเรามีโอกาสชนะเกินครึ่ง แต่ถ้าไม่เป็นคุณก็จะได้ชัดเจนสักทีว่ามันแก้ไม่ได้ เพราะตอนนี้สมาชิกหลายคนกังวลว่าต้องทำประชามติกี่รอบ หากพิจารณาแล้วจะถูกตัดสิทธิหรือไม่

 

“ทางดีที่สุดคือยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้ว ความหวังเรายังมี” สุทินกล่าว

 

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ พร้อม สส. พรรคประชาชน แถลงข่าวภายหลังที่ประชุมรัฐสภาล่ม

ภาพ: ฐานิส สุดโต

 

ทางแพร่งที่คลุมเครือของคำวินิจฉัย

 

ความคลุมเครือของกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเริ่มเข้าสู่จุดเปลี่ยน ภายหลังประธานรัฐสภาตัดสินใจบรรจุร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมรัฐสภา ตามข้อเสนอของคณะที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายของประธานสภา ซึ่งได้รับข้อมูลใหม่จาก พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่มีความมั่นใจหลังเข้าหารือกับประธานศาลรัฐธรรมนูญว่า การทำประชามติ 2 ครั้งเพียงพอ โดยไม่จำเป็นต้องทำประชามติก่อนบรรจุเข้าระเบียบวาระการประชุม

 

ประเด็นที่หลายฝ่ายยังคงกังวลคือ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ไม่ได้ชี้ชัดว่าจำเป็นต้องทำประชามติทั้งหมดกี่ครั้ง และก่อนหรือหลังบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระ ทำให้กังวลถึง ‘ความเสี่ยง’ ว่าหากเดินหน้าประชุมวาระแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญต่อไปอาจส่งผลกระทบทางกฎหมายตามมาภายหลัง

 

สำหรับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 4/2564 ระบุว่า รัฐสภามีอำนาจแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ แต่หากต้องการแก้ไขทั้งฉบับต้องจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ผ่านกระบวนการที่ได้รับความเห็นชอบจากประชาชนก่อน โดยต้องมีการทำประชามติ เพื่อถามประชาชนว่าต้องการให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ก่อนเริ่มยกร่างใหม่ และต้องทำประชามติอีกครั้งหลังร่างเสร็จ เพื่อให้ประชาชนให้ความเห็นชอบ

 

กลุ่มมวลชนที่ปักหลักรอหน้าอาคารรัฐสภาสาดสีและโยนกล้วย เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ภายหลังที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาล่ม

ภาพ: ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

The post เหตุใดที่ประชุมรัฐสภาจึงล่มเป็นครั้งแรกตั้งแต่ยังไม่เริ่มพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญขนกล้วยมาฝาก สว. ผิดหวังประชุมรัฐสภาล่ม https://thestandard.co/con-for-all-bananas-senate/ Thu, 13 Feb 2025 08:45:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1041432

วันนี้ (13 กุมภาพันธ์) กลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญพร้อมด […]

The post กลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญขนกล้วยมาฝาก สว. ผิดหวังประชุมรัฐสภาล่ม appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (13 กุมภาพันธ์) กลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญพร้อมด้วยแนวร่วมจัดกิจกรรม ‘อยากเลือกตั้ง สสร. ชวน สว. ทำเรื่องกล้วยๆ’ ที่บริเวณหน้าอาคารรัฐสภา เพื่อติดตามการประชุมร่วมกันของรัฐสภา วาระพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ โดยมวลชนเดินเท้ามาจากรถไฟฟ้า MRT สถานีเตาปูน มาที่อาคารรัฐสภาฝั่งทางเข้าสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ถนนสามเสน ตั้งแต่ช่วงเช้า พร้อมขนกล้วยมาจำนวนหลายหวี

 

อย่างไรก็ตาม ภายหลังที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาล่ม เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ โดยยังไม่ได้เข้าสู่วาระพิจารณาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กลุ่มผู้ชุมนุมได้แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ด้วยการโยนกล้วยและสาดสีน้ำเงิน โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของรัฐสภาเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

 

ต่อมาพรรคเพื่อไทย พรรคประชาชน และกลุ่ม สว. พันธุ์ใหม่ เดินทางมารับหนังสือร้องเรียนจากกลุ่มมวลชน

 

ขณะที่ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) กล่าวว่า ชัดเจนว่ามีคนไม่ต้องการให้อภิปราย และไม่ต้องการให้มีการลงมติ หลายท่านคงรู้ว่าประชาชนต้องการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่และคงไปต่อรองอะไรมาจึงโหวตให้ไม่ได้ หากโหวตไม่รับก็กลัวประชาชนจะไม่สนับสนุนต่อ เลยต้องทำอะไรก็ได้เพื่อให้ตัวเองไม่ลงมติ ขอเชิญให้ สส. ทั้งนี้เหลือเวลาพรุ่งนี้อีก 1 วัน ก็ขอให้ สส. และ สว. เข้าประชุมให้ครบองค์ อภิปรายว่าคิดเห็นอย่างไร นำเหตุผลมาพูดคุยกัน

 

“วันนี้ผมเจ็บกับภูมิใจไทย เพราะพรรคภูมิใจไทยบอกว่าต้องการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) แต่การกระทำกลับตรงกันข้าม คือ ไม่เข้าร่วมประชุมและโยนภาระไปให้พรรคเพื่อไทย ถ้าพรรคเพื่อไทยกล้าหาญก็คงเดินหน้าต่อ แต่ก็ได้ข่าวว่าวันนี้ สส. ของพรรคก็เข้าร่วมประชุมไม่เยอะมาก เข้าใจว่านายกรัฐมนตรียังไม่ได้พูดอะไร การแก้รัฐธรรมนูญเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลชุดนี้ที่แถลงไว้ต่อรัฐสภา เราอยากเห็นสัญญาณที่จริงใจและจริงจังจากนายกฯ ถ้าท่านต้องการเดินหน้านโยบายนี้ก็ออกมาพูดอะไรหน่อย และบอกให้ สส. ทุกคนเข้าร่วมประชุมในวันพรุ่งนี้และเดินหน้าต่อไปให้ได้” ยิ่งชีพกล่าว

 

The post กลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญขนกล้วยมาฝาก สว. ผิดหวังประชุมรัฐสภาล่ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
กลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญยื่นหนังสือเชิญ สว. พบปะประชาชน หวังรัฐสภารับทั้ง 2 ร่างแก้ไข เปิดทางสู่ฉบับใหม่ https://thestandard.co/con-for-all-senate-2-drafts/ Mon, 10 Feb 2025 05:24:56 +0000 https://thestandard.co/?p=1040233

วันนี้ (10 กุมภาพันธ์) ที่อาคารรัฐสภา ตัวแทน สว. ประกอบ […]

The post กลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญยื่นหนังสือเชิญ สว. พบปะประชาชน หวังรัฐสภารับทั้ง 2 ร่างแก้ไข เปิดทางสู่ฉบับใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (10 กุมภาพันธ์) ที่อาคารรัฐสภา ตัวแทน สว. ประกอบด้วย พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์, พิชาญ พรศิริประทาน และ สุทนต์ กล้าการขาย รับหนังสือจากกลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญ นำโดย ธีรัตม์ พณิชอุดมพัชร์ เพื่อขอเชิญสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เข้าร่วมกิจกรรมพบปะประชาชนในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568

 

ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล ตัวแทนกลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญ ระบุว่า สืบเนื่องจากในวันที่ 13-14 กุมภาพันธ์นี้ จะมีการประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช …. (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1) ซึ่งพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนเป็นผู้เสนอ 

 

กลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญเห็นว่า วุฒิสภาถือเป็นส่วนสำคัญในการพิจารณาเรื่องดังกล่าว เนื่องจากต้องมี สว. เห็นชอบไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภา หรือต้องได้รับเสียงสนับสนุนจาก สว. จำนวน 67 คน เพื่อช่วยให้กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญเกิดขึ้นได้โดยเร็ว

 

“หาก สว. ชุดนี้ไม่โหวตให้ผ่าน เราไม่รู้เลยว่าอนาคตการร่างรัฐธรรมนูญจะเกิดขึ้นอีกเมื่อไร และการร่างรัฐธรรมนูญคงไม่เสร็จทันก่อนการเลือกตั้งปี 2570 แน่ เพราะฉะนั้นวันที่ 13 และ 14 กุมภาพันธ์นี้ จึงมีความจำเป็นอย่างมาก ที่รัฐสภาจะต้องผ่านร่างรัฐธรรมนูญทั้ง 2 ร่างให้ได้ เพื่อให้กระบวนการจัดทำฉบับใหม่ได้เดินหน้าต่อได้” ภัสราวลีกล่าว 

 

ดังนั้นเพื่อเป็นการแสดงออกถึงความจริงใจที่มีต่อประชาชนและยืนยันถึงเป้าหมายในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยประชาชน ตัวแทนกลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญจึงขอกราบเรียนเชิญประธานวุฒิสภาและสมาชิกวุฒิสภา เข้าร่วมกิจกรรม ‘ผ่าน 256 สักที อยากมี สสร. เลือกตั้ง’ เพื่อพบปะประชาชนและแสดงวิสัยทัศน์ต่อการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ผ่านเวที ‘รัฐธรรมนูญใหม่เป็นจริงได้’ ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 18.00 น. ณ อาคารรัฐสภา 

 

นอกจากนี้ในวันดังกล่าวทางกลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญจะร่วมเดินขบวนมายังอาคารรัฐสภา เพื่อติดตามรับฟังการอภิปรายของสมาชิกรัฐสภา พร้อมทั้งจัดกิจกรรมต่างๆ อาทิ การจัดเวทีเสวนา การแสดงดนตรี กิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ การออกร้านจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม และซุ้มกิจกรรมของเครือข่ายภาคประชาชน ที่อาคารรัฐสภา ฝั่งวุฒิสภา

 

ด้านพิสิษฐ์กล่าวว่าจะรับเรื่องดังกล่าวเพื่อนำกราบเรียนต่อประธานวุฒิสภา ถึงการขอเชิญร่วมเวทีพบปะประชาชนดังกล่าวต่อไป

The post กลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญยื่นหนังสือเชิญ สว. พบปะประชาชน หวังรัฐสภารับทั้ง 2 ร่างแก้ไข เปิดทางสู่ฉบับใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘Con for All’ ขอพบนายกฯ หารือแนวทางประชามติสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ https://thestandard.co/referendum-meeting-for-new-constitution/ Mon, 15 Jan 2024 07:50:49 +0000 https://thestandard.co/?p=887879 รัฐธรรมนูญ

วันนี้ (15 มกราคม) กลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญ หรือ Con […]

The post ‘Con for All’ ขอพบนายกฯ หารือแนวทางประชามติสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐธรรมนูญ

วันนี้ (15 มกราคม) กลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญ หรือ Con for All เข้ายื่นหนังสือขอเข้าพบ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อหารือทางออกการทำประชามติเพื่อร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดยมี สมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง เป็นผู้รับหนังสือ

 

กลุ่ม Con for All ระบุว่า ตามที่คณะกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางในการทำประชามติ เพื่อแก้ไขปัญหาความเห็นที่แตกต่างในเรื่องรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ที่นายกฯ เป็นผู้ลงนามออกคำสั่งแต่งตั้ง ได้แถลงสรุปผลการศึกษาแนวทางการทำประชามติไปเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2566 

 

“จากผลสรุปดังกล่าว ทำให้กลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญอันประกอบไปด้วยองค์กรภาคประชาชนและภาคประชาสังคมไม่น้อยกว่า 43 องค์กร มีความรู้สึกผิดหวังและมีความห่วงกังวลต่ออนาคตการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เนื่องจากเห็นว่าแนวทางการทำประชามติดังกล่าวจะไม่เป็นที่ยอมรับจากทุกภาคส่วน

 

“เพราะเป็นการตั้งคำถามประชามติที่มีความกำกวมและมีประเด็นให้ต้องตัดสินใจมากกว่าหนึ่งประเด็นในหนึ่งคำถาม อันอาจนำไปสู่การบิดเบือนเจตนารมณ์ของประชาชน หรือไม่สะท้อนเจตนารมณ์ที่แท้จริงของประชาชน” กลุ่ม Con for All ระบุ

 

ตัวแทนของกลุ่ม Con for All ยังกล่าวด้วยว่า การตั้งคำถามประชามติในเชิงปิดกั้นความคิด ความเชื่อ ความฝัน ต่อการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ อาจนำไปสู่ความขัดแย้งในระหว่างการจัดออกเสียงประชามติ เนื่องจากตัวคำถามไม่ได้เปิดกว้างเพียงพอต่อประชาชนที่มีความคิดเห็นที่แตกต่างทางการเมือง รวมถึงเป็นการนำสถาบันฯ เข้ามาสู่ใจกลางความขัดแย้งของการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยไม่จำเป็น จนอาจกลายเป็นชนวนที่ทำให้การทำประชามติซึ่งเป็นประตูด่านแรกของการร่างรัฐธรรมนูญใหม่อย่างที่รัฐบาลมีความตั้งใจไม่ประสบความสำเร็จ

 

ด้วยเหตุนี้ ทางกลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญจึงมีความประสงค์ที่จะเข้าพบนายกฯ และคณะรัฐมนตรี ในฐานะผู้มีอำนาจพิจารณาให้ความเห็นชอบการจัดออกเสียงประชามติตามรัฐธรรมนูญ และพระราชบัญญัติว่าด้วยการจัดออกเสียงประชามติฯ เพื่อหารือทางออกเกี่ยวกับแนวทางการทำประชามติ

 

ทั้งนี้ในวันนี้ทางกลุ่ม Con for All ได้นำป้ายไวนิลมีข้อความว่า “เปิดคำถามประชามติโดยประชาชน ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ สสร. เลือกตั้ง 100%” พร้อมคำถามประชามติว่า “ท่านเห็นชอบหรือไม่ว่า รัฐสภาต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ โดยสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน”

 

The post ‘Con for All’ ขอพบนายกฯ หารือแนวทางประชามติสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>