กฤษฏิ์ จิระเกียรติวัฒนา Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/กฤษฏิ์-จิระเกียรติวัฒนา/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 19 Jun 2023 05:42:43 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 L’Oréal Professionnel เปิดเทรนด์สีผมใหม่ล่าสุดใน Hair Color Show สุดปัง https://thestandard.co/loreal-professionnel-hair-color-show/ Mon, 19 Jun 2023 05:42:43 +0000 https://thestandard.co/?p=805257 L’Oréal Professionnel

ไม่ว่าฤดูกาลไหนจะมาเยือน คนไทยก็มักจะสนุกไปกับการเปลี่ย […]

The post L’Oréal Professionnel เปิดเทรนด์สีผมใหม่ล่าสุดใน Hair Color Show สุดปัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
L’Oréal Professionnel

ไม่ว่าฤดูกาลไหนจะมาเยือน คนไทยก็มักจะสนุกไปกับการเปลี่ยนสีผมให้เทรนดี้ในทุกสภาพอากาศ ล่าสุดหนุ่มสาวที่มีใจรักสีผมก็ได้อัปเดตพร้อมกันว่าเทรนด์สีแบบไหนกำลังจะมา เมื่อ L’Oréal Professionnel ที่ได้ชื่อว่าเป็นตัวแม่ของวงการทำสีผม จัดอีเวนต์ Rendezvous With Future You ขึ้นมา พร้อมกับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมสูตรใหม่ของ iNOA (อินัว) ที่เป็นสูตรวีแกน โดยผู้เข้าร่วมงานมีสื่อความงาม ซาลอนพาร์ตเนอร์ ช่างทำผม ที่มาอัปเดตและสัมผัสกับ Brand Heritage ประวัติและวิวัฒนาการของ L’Oréal Professionnel ที่ผ่านมา ด้วยผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่ปรับปรุงใหม่ในปี 2023 มีเฉดสีให้เลือกมากถึง 68 เฉดสี 

 

ความน่าสนใจคือมีการนำแอปพลิเคชัน iNOA [iD] มาใช้ประโยชน์เพื่อให้ช่างทำผมและซาลอนวิเคราะห์ตรวจสภาพเส้นผมได้แม่นยำ พร้อมเลือกโทนสีผมตั้งแต่ช่วงโคนจรดปลายให้กับลูกค้า และการลองสีผมเสมือนจริงผ่าน AR ก่อนลงมือทำสีจริง รวมถึงรับสูตรสีผมและขั้นตอนการทำสำหรับลุคสีผมที่ต้องการ ทำให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์วิเคราะห์สีผมอย่างมืออาชีพ ออกแบบโดยช่างทำผมโปรโดยเฉพาะ ช่วงไฮไลต์ของงานกับ Hair Color Show ซึ่งมีเหล่าคนดังในวงการมาร่วมงานคับคั่ง อาทิ ก้อง-กฤษฏิ์ จิระเกียรติวัฒนา Brand Professional Ambassador ร่วมกับ Mr. Berni Ottjes Global Color Ambassador สร้างสรรค์ลุคสีผมให้กับนักแสดงที่มาร่วมเป็นแบบในครั้งนี้อย่าง ต้าเหนิง-กัญญาวีร์ สองเมือง และ ปิง-กฤตนัน อัญชนานันท์ โดยต้าเหนิงบอกว่า “ชอบและประทับใจกับลุคสีผมนี้มากๆ ดูเปลี่ยนไปเป็นตัวเราในเวอร์ชันที่ไม่เคยเห็น จนตอนนี้รู้สึกสนุก ตื่นเต้น และเซอร์ไพรส์กับการได้เปลี่ยนลุคกับพี่ก้องในวันนี้ แถมรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานในวันนี้”

 

 

ภาพ: Courtesy of L’Oréal Professionnel

The post L’Oréal Professionnel เปิดเทรนด์สีผมใหม่ล่าสุดใน Hair Color Show สุดปัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดใจ พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร กับทรงผมสีแดงสุดร้อนแรง ไปทำสีร้านไหน ช่างผมเป็นใคร ดูแลสีผมอย่างไร ที่นี่มีคำตอบ https://thestandard.co/pp-answered-on-his-hairstyle/ Thu, 06 May 2021 08:46:50 +0000 https://thestandard.co/?p=484934 เปิดใจ พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร กับทรงผมสีแดงสุดร้อนแรง ไปทำสีร้านไหน ช่างผมเป็นใคร ดูแลสีผมอย่างไร ที่นี่มีคำตอบ

หลังจากซีรีส์ แปลรักฉันด้วยใจเธอ จบลงอย่างงดงาม และขึ้น […]

The post เปิดใจ พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร กับทรงผมสีแดงสุดร้อนแรง ไปทำสีร้านไหน ช่างผมเป็นใคร ดูแลสีผมอย่างไร ที่นี่มีคำตอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดใจ พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร กับทรงผมสีแดงสุดร้อนแรง ไปทำสีร้านไหน ช่างผมเป็นใคร ดูแลสีผมอย่างไร ที่นี่มีคำตอบ

หลังจากซีรีส์ แปลรักฉันด้วยใจเธอ จบลงอย่างงดงาม และขึ้นแท่นเป็นซีรีส์ที่ประสบความสำเร็จและได้รับเสียงชื่นชมมากมายจากเหล่าแฟนคลับ ล่าสุดก็เตรียมฟินกันต่อเนื่องกับ แปลรักฉันด้วยใจเธอ Part 2 ที่เตรียมออนแอร์ให้ได้ชมกันตอนแรกวันที่ 27 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ จากโปสเตอร์โปรโมตซีรีส์ล่าสุด เชื่อว่าหลายคนคงได้เห็นลุคใหม่ของโอ้เอ๋ว (รับบทโดย พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร) กันแล้ว ที่คราวนี้เปลี่ยนสีผมมาในโทนสีแดงสุดร้อนแรง บอกเลยว่าเป็นการเปลี่ยนลุคได้อย่างน่าสนใจและเกินคาดมากๆ THE STANDARD POP จึงไม่รอช้า รีบสอบถามความรู้สึกของพีพีเกี่ยวกับการทำสีผมครั้งนี้มาฝากผู้อ่าน ไปดูกันว่า ผมสีแดงนี้เขาได้แต่ใดมา? 

 

 

ความรู้สึกแรกหลังรู้ว่าจะได้ทำผมสีแดง

พีพี: ที่จริงมีการพูดคุยกันมาก่อนเกี่ยวกับทรงผมในซีรีส์ Part 2 พอสรุปออกมาได้ว่าเป็นสีแดง ตอนแรกก็คิดว่าโอเคก็แค่ทำผมสีแดง แต่พอทำเสร็จจริงๆ ก็ตกใจเหมือนกันนะครับ เพราะมันแดงมาก 

 

 

เปิดวาร์ปสถานที่ทำผม และช่างทำสีผมคนโปรด

พีพี: ผมสีแดงนี้ไปทำที่ร้าน Hive Salon ครับ พี่ก้อง-กฤษฏิ์ จิระเกียรติวัฒนา เป็นคนทำให้ ปกติสนิทกับพี่ก้องอยู่แล้ว และพี่เขาก็มิกซ์สีขึ้นมาใหม่เป็นพิเศษสำหรับซีรีส์เรื่องนี้เลย 

 

ใช้เวลาทำสีผมนานกี่ชั่วโมง

พีพี: จริงๆ พีก็เพิ่งรู้นะครับว่าการทำผมสีแดงมันใช้เวลาน้อยมากกว่าที่คิด ตอนแรกนึกว่าจะนานกว่านี้ เพราะส่วนตัวเคยทำผมสีเทา สีชมพู สีม่วง มาก่อน จากประสบการณ์ที่เคยทำมันต้องใช้เวลากัดสีผม และกว่าจะได้ลงสีก็ใช้เวลารวม 6-7 ชั่วโมง แต่สีแดงทรงนี้คือพี่ก้องแค่กัดสีผมเพียง 1 รอบเอง จากนั้นก็ลงสีได้เลย เพราะว่าสีแดงมันจะติดกับเบสของสีผมที่เป็นสีส้มได้ง่ายกว่าโทนสีอื่นๆ สำหรับผมสีแดงทรงนี้ก็เลยใช้เวลาน้อยมาก แค่ประมาณ 3 ชั่วโมงเองครับ

 

 

ความรู้สึกหลังทำผมสีแดงเสร็จ

พีพี: ก็รู้สึกตกใจนิดหนึ่งครับ แต่พอสักพักก็จะเริ่มชินแล้ว รู้สึกว่าที่จริงสีแดงนี้มันเหมาะกับพีนะ พีก็ชอบสีนี้ไปเลย ถ้ามีโอกาสก็อยากจะทำสีนี้อีกครับ 

 

วิธีดูแลผมทำสีในแบบของพีพี

พีพี: หลังจากทำสีผมเสร็จที่ร้าน เขาก็จะทำทรีตเมนต์บำรุงผมให้เลยตอนนั้น จากนั้นจะต้องทิ้งสีผมไว้ให้มันติดกับเส้นผมก่อนสักประมาณ 2 วันโดยที่ไม่ต้องสระ แต่ว่าเพื่อรักษาความสะอาดก็สามารถใช้ Dry Shampoo ได้

 

หลังจากผ่านไป 2 วันก็สระผมทำความสะอาดได้ตามปกติ วันไหนที่ต้องไปถ่ายงานแล้วมีการเซ็ตผม เราก็สระด้วยน้ำอุ่นครับ แม้ว่าการสระด้วยน้ำอุ่นอาจจะทำให้สีผมหลุดเร็ว แต่ว่าน้ำอุ่นจะถนอมเส้นผมมากกว่า แล้วก็ใช้ตัวบำรุงผมต่างๆ ตามลงไปด้วยครับ 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post เปิดใจ พีพี-กฤษฏ์ อำนวยเดชกร กับทรงผมสีแดงสุดร้อนแรง ไปทำสีร้านไหน ช่างผมเป็นใคร ดูแลสีผมอย่างไร ที่นี่มีคำตอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ก้อง Hive Salon เผยเทรนด์ผมปี 2020 พร้อมเคล็ดลับดูแลเส้นผมสำหรับหนุ่มสาวไทย https://thestandard.co/2020-hair-trends/ Sat, 22 Feb 2020 07:33:37 +0000 https://thestandard.co/?p=333936

ก้อง-กฤษฏิ์ จิระเกียรติวัฒนา หรือที่หลายคนรู้จักเขาในนา […]

The post ก้อง Hive Salon เผยเทรนด์ผมปี 2020 พร้อมเคล็ดลับดูแลเส้นผมสำหรับหนุ่มสาวไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>

ก้อง-กฤษฏิ์ จิระเกียรติวัฒนา หรือที่หลายคนรู้จักเขาในนามของ ก้อง Hive Salon คือหนึ่งในแฮร์สไตลิสต์คนดัง ที่ฝากฝีไม้ลายมือการครีเอตทรงผมทั้งในแวดวงแฟชั่น และวงการบันเทิงไทยมากมาย THE STANDARD มีโอกาสได้สัมภาษณ์เขาทั้งที จึงชวนเขามาวิเคราะห์เทรนด์ทรงผมที่คาดว่าจะมาแรงแห่งปี รวมถึงเทรนด์ผมส่งตรงจาก Paris Fashion Week 2020 มาฝากผู้อ่านอีกด้วย 

 

 

ผมบ๊อบมาแน่

ก้อง: ผมบ๊อบความยาวระดับคางไปจนถึงไหปลาร้า จะเป็นทรงที่ได้รับความนิยมอีกครั้งในปี 2020 เพราะนอกจากจะเป็นลุคที่ทุกคนสามารถตัดได้ ยังสามารถดัดแปลงได้หลายแบบ ทั้งแบบลอนคลายๆ หรือลอนแบบไม่ตั้งใจ กล่าวคือ ลอนผมไว้ก่อนนอน พอตื่นก็จะได้ลุคแบบ Bed Head Hair ที่ดู Messy และเป็นธรรมชาติ ส่วนของหนุ่มๆ ทรงหนึ่งที่ชอบและคิดว่ามาแน่ๆ คือ สกินเฮด ซึ่งอาจจะไม่ได้สั้นมาก พร้อมเปลี่ยนให้คุณกลายเป็นหนุ่มคูลๆ และเหมาะอย่างยิ่งกับ Hip-Hop Culture ที่กำลังมาแรงในประเทศไทย 

 

เทรนด์สีผมที่จะมาแรงแน่นอน

ก้อง: สีน้ำตาลพาสเทลประกายสีต่างๆ เช่น ชมพู เขียว ม่วง ซึ่งจะดูไม่เอะอะ ยังคงดูสุภาพ แต่ก็แฝงไปด้วยลูกเล่น ซึ่งการทำสีน้ำตาลแบบนี้คือเป็นการทำสีแบบ Multi-Tonal หรือผมที่เหลือบและมีประกายสีหลากหลาย แต่มีพื้นเป็นสีน้ำตาล 

 

ส่องเทรนด์ผมจาก Paris Fashion Week 2020 

ก้อง: Wet look หรือการเซตผมแบบฉ่ำวาว มีให้เห็นเกือบทุกโชว์ โดยปีนี้อาจจะไม่ได้ดูฉ่ำจนเปียก แต่ก็ยังดูเป็นลุคที่ดูทันสมัย ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย โดยมีทั้งที่ดูเรียบ เนี้ยบ ไปจนถึงการเซตแบบยุ่งๆ แต่ดูเงางาม

 

Pro Tip: วิธีเซตผมแบบ Wet Look ที่แฮร์สไตลิสต์ใช้กับ Paris Fashion Show คือให้ผสมแว็กซ์กับเจลเข้าด้วยกัน โดยให้นวดแว็กซ์ที่มือก่อน แล้วผสมเจลตาม จากนั้นจึงเซต บนผมหมาดๆ ไม่ว่าจะเป็นลุคเนี้ยบๆ หรือแบบ Messy ก็ใช้ได้หมด 

 

 

เคล็ดลับและวิธีการดูแลเส้นผมสำหรับคนไทย

ก้อง: การปรึกษาช่างทำผมก่อนเปลี่ยนแปลงสีผมหรือการตัดผมเป็นเรื่อง

สำคัญ เช่น ถ้าคุณอยากฟอกผม แต่ต้องเดินทางไปเที่ยวทะเล ก็เป็นเรื่องที่

ไม่แนะนำ เพราะจะทำให้ผมเสียรุนแรง ฉะนั้น ควรคำนึงถึงไลฟ์สไตล์ของตัว

เองเป็นอันดับแรกก่อนเปลี่ยนทรงผม นอกจากนี้ใครที่รู้สึกว่าไม่อยากเปลี่ยนสีผมแบบทั้งหัว แต่อยากดูดีขึ้น อยากเซตผมแล้วดูมิติ การทำ Babylight (เป็นการทำไฮไลต์ละเอียดๆ ดูเป็นธรรมชาติมากกว่าไฮไลต์ปกติ) ซึ่งจะทำให้ใบหน้าดูละมุนขึ้น และแต่งหน้าง่ายขึ้นอีกด้วย โดยผมที่ผ่านการทำสีหรือเคมี ก็ควรหมักผมเป็นประจำ โดยวิธีหมักผมด้วยตัวเองง่ายๆ ให้ได้ผลด้วยการใช้หมวกอาบน้ำคลุมผมขณะที่ หมักผม ก็จะช่วยทำให้ทรีตเมนต์ทำงานดีขึ้น 

 

 

เราควรตัดผมบ่อยแค่ไหน 

ก้อง: ผู้หญิงกับผู้ชายจะไม่เหมือนกัน และขึ้นอยู่กับความยาวของผม โดยผู้ชายส่วนใหญ่ควรตัดผมอย่างน้อย 1 ครั้งต่อเดือน และผู้หญิง ถ้าเป็นทรงที่ยาว ถ้าช่างตัดดีและมีฝีมือ อาจจะไม่ต้องตัดบ่อย ประมาณ 3 เดือนครั้ง แต่ถ้าใครไว้ผมบ๊อบ ก็แนะนำให้มาเก็บทรงทุกๆ เดือนครึ่ง เพื่อที่จะทำให้ทรงบ๊อบดูไม่รกและดูดี 

 

 

แนะนำแฮร์ไอเท็มชิ้น Must Have

ก้อง: ผมที่ดีนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือ หนังศีรษะที่มีสุขภาพดี ฉะนั้น การบำรุงหนังศีรษะด้วยเซรั่มก็สามารถช่วยให้ผมสวยสุขภาพดีได้โดยผลิตภัณฑ์กลุ่ม Serioxyl จาก L’Oréal Professionnel เป็นหนึ่งในเคล็ดลับผมหนาและดก เพราะจากการใช้เองเป็นเวลานานพบว่า ผมเกิดใหม่อย่างต่อเนื่อง และช่วยลดผมขาดหลุดร่วงได้ดีมาก แต่ควรให้เวลากับมันอย่างน้อย 3 เดือน และใครที่มีผมสีบลอนด์ ก็อย่าลืมใช้แชมพูโทนม่วง เพื่อรักษาให้สีผมสวยและยาวนาน โดยตัวที่แนะนำคือ Magnesium Silver ในไลน์ของ Serie Expert จาก L’Oréal Professionnel ครับ 

 

 

ภาพ:  THE STANDARD, ig: @hivesalon

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

The post ก้อง Hive Salon เผยเทรนด์ผมปี 2020 พร้อมเคล็ดลับดูแลเส้นผมสำหรับหนุ่มสาวไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
รู้จักกับ ก้อง Hive Salon แฮร์สไตลิสต์ที่อาวุธลับไม่ได้มีแค่กรรไกร [Advertorial] https://thestandard.co/kong-hive-salon/ https://thestandard.co/kong-hive-salon/#respond Sat, 17 Feb 2018 04:45:02 +0000 https://thestandard.co/?p=71009

ถ้าคุณเป็นแฟชั่นนิสตาที่สนใจเรื่องความสวยงาม โดยเฉพาะทร […]

The post รู้จักกับ ก้อง Hive Salon แฮร์สไตลิสต์ที่อาวุธลับไม่ได้มีแค่กรรไกร [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>

ถ้าคุณเป็นแฟชั่นนิสตาที่สนใจเรื่องความสวยงาม โดยเฉพาะทรงผมสุดเก๋ของเหล่าศิลปินดาราและเซเลบริตี้ทั่วฟ้าเมืองไทย แน่นอนว่าคุณน่าจะเคยสะดุดตากับลุคสวย หล่อ เปรี้ยว เท่ ของ ชมพู่ อารยา, หมาก ปริญ, เด็กๆ จากซีรีส์ ฮอร์โมนส์ วัยว้าวุ่น ฯลฯ ที่ทั้งหมดล้วนผ่านฝีมือและคมกรรไกรของ กฤษฏิ์ จิระเกียรติวัฒนา หรือที่คุ้นกันดีในชื่อ ก้อง Hive Salon ช่างตัดผมแนวหน้าของเมืองไทย ที่หลายคนหวังเอาไว้ว่าอยากให้เขามาสร้างงานศิลปะให้กับทรงผมของตัวเองให้ได้สักครั้งในชีวิต

 

แต่กว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นช่างภาพตัดผมที่ประสบความสำเร็จแบบทุกวันนี้ได้ น้อยคนที่จะรู้ว่าเขาต้องฝ่าฟันมาด้วยแพสชัน ความรัก และความตั้งใจของตัวเองแบบร้อยเปอร์เซ็นต์

 

เขาคือตัวอย่างของคนรุ่นใหม่ที่ไม่เคยคิดที่จะหยุดพัฒนาตัวเอง และรู้จักใช้เทคโนโลยีที่ตอบโจทย์คนทำงานอย่างเขาได้อย่างครบวงจร ทุกวันนี้เขายังต้องเรียนรู้และหาสิ่งใหม่ๆ มาเป็นอินพุตเพื่อสร้างผลงานที่ดีขึ้นไปเรื่อยๆ อยู่ตลอดเวลา

 

และนั่นคือปัจจัยสำคัญที่สุด ที่ทำให้จากเด็กวัยรุ่นที่โดนคุณพ่อดุเพราะแอบเอาสเปรย์มาฉีดสีผม กลายเป็นช่างตัดผมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในเวลานี้

 

 

จุดเปลี่ยนจากพนักงานออฟฟิศ สู่อาชีพที่ไม่ใช่การทำงาน

ตอนแรกที่เรียนจบกลับมา ถึงจะเรียนตัดผมมา แต่ก็ยังมีความกล้าๆ กลัวๆ ที่จะเปิดร้านตัดผมเต็มตัว แล้วมีข้อเสนอมาจากบริษัทแห่งหนึ่ง คิดว่าเป็นงานที่มั่นคง มีอนาคตสามารถต่อยอดได้ ก็เลยเข้าไปทำแบบเป็นพนักงานออฟฟิศ เริ่มงาน 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น ตอนเย็นค่อยกลับมาทำร้านตัดผมที่บ้านตั้งแต่ 6 โมงถึง 4 ทุ่ม ถ้าเป็นวันเสาร์อาทิตย์ก็ทำเต็มวัน ซึ่งพอไปถึงจุดหนึ่งกลายเป็นว่ารายได้จากการทำผมมากกว่างานที่ทำประจำอยู่ จนถึงจุดที่คิดว่าเราต้องโตขึ้น เลยคิดว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะทำในสิ่งที่เรารักแบบเต็มตัว

 

ถือว่าเป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตเลยเหมือนกัน จุดเปลี่ยนจริงๆ คือวันที่ไปปรึกษาคุณพ่อ แล้วคุณพ่อบอกว่าไม่ต้องกลัวตรงนั้น ถ้าเราทำอาชีพอะไรแล้วให้ความรู้สึกว่านั่นไม่ใช่การทำงาน แต่เป็นสิ่งที่เราทำแล้วมีความสุข เราสนุก เราขยันตั้งใจทำงานเต็มที่ เราจะไม่มีวันล้มเหลวและประสบความสำเร็จได้แน่นอน

 

คุณพ่อผมเป็นมนุษย์ที่ไม่เคยเอ่ยปากชม ตั้งแต่เกิดมาจนตอนนี้อายุ 35 ปี ผมยังไม่เคยได้ยินคำชมจากเขาเลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่ถ้าถูกใจ ภูมิใจ เขาจะแสดงออกด้วยการไม่บ่น แค่นั้นพอแล้ว (หัวเราะ) แต่เขาจะไปชมเราให้คนอื่นฟังนะ แล้วคนอื่นค่อยมาบอกเราอีกทีว่าคุณพ่อบอกว่าอย่างนู้นอย่างนี้ แต่กับเราเขาไม่เคยชมต่อหน้าเลย

 

ความสนุกอยู่ในทุกงาน ความทรมานก็เช่นกัน

ตอนเป็นพนักงานออฟฟิศ ผมสนุกกับบางเรื่องและทรมานในบางเรื่อง มันสนุกตรงที่ผมได้คลุกคลีกับงานแฟชั่นที่ชอบเหมือนกัน ผมชอบจัดร้าน ผมชอบเวลาได้ไปเจอพนักงาน ได้มีทีมงานที่ดี แต่สิ่งที่ผมไม่สามารถทำได้แน่ๆ คือการตอกบัตรอยู่ที่ออฟฟิศเป็นเวลานานๆ

 

แต่กับการทำผม เราไม่เคยรู้สึกทรมานแบบเป็นเรื่องเป็นราว โดยเฉพาะการทำงานกับลูกค้าจะมีความสุขมาก แต่จะทรมานเรื่องการบริหารคน จากเดิมเราทำผมที่บ้านอย่างเดียว ตอนนี้เป็นเจ้าของร้าน ความรับผิดชอบไม่ได้จบที่เราคนเดียว มันอยู่ที่พนักงาน ทีมงานของเราด้วย เราไม่สามารถทำให้ทุกคนคิด พูด ทำ และตัดได้แบบเราเป๊ะๆ เพราะมนุษย์เรามีความคิดเป็นของตัวเองอยู่แล้ว แล้วอาชีพช่างทำผมคือการทำงานหารายได้จากคำว่าสวยงาม คน 10 คนมองอะไรสวยไม่เหมือนกัน ผมมองว่าทรงนี้สั้นเกินไป อีกคนมองว่ากำลังพอดี แต่อีกคนคิดว่ายาวไป มันเป็นอะไรที่ไม่มีบรรทัดฐานที่แน่นอน ค่อนข้างเหนื่อย แต่ก็ต้องเรียนรู้ไปเรื่อยๆ

 

 

ได้ใจเพราะใส่ใจรายละเอียด

ผมคิดว่าเป็นเรื่องของการใส่ใจรายละเอียดของลูกค้า ที่ทำให้เขาประทับใจและบอกต่อกันไปแบบปากต่อปาก ทีนี้พอลูกค้าเยอะขึ้นเราจำรายละเอียดได้ไม่หมด เวลาลูกค้ามาแล้วบอกว่าอยากได้อย่างครั้งที่แล้วนี่เป็นปัญหาเลยนะ เอ๊ะ ครั้งที่แล้วเขาทำอะไรไป

 

ซึ่งทุกวันนี้มันง่ายกว่าสมัยก่อน ผมสามารถจดบันทึก เขียนข้อมูล วาดทุกอย่างเอาไว้ในมือถือ แล้วเรียกข้อมูลของแต่ละคนขึ้นมาดูได้ทันที ใครชอบแบบไหนเป็นยังไงก็มีหมด เมื่อก่อนผมคีย์ข้อมูลลูกค้าในคอมพิวเตอร์ แต่ปัญหาคือเราเก็บข้อมูลได้แค่ตัวอักษร เราจะไม่สามารถจำได้ทั้งหมดว่าครั้งที่แล้วเขาทำผมแบบไหนกับเราเอาไว้ หรือถึงแม้ว่าพอเป็นยุคอินสตาแกรมมันจะง่ายขึ้นก็ตาม แต่ก็ไม่ได้ตอบโจทย์ผมทั้งหมด เราต้องไล่ดูรูปทั้งหมดว่าครั้งที่แล้วเขามาเมื่อไร

 

 

ในมือถือผมบันทึกรายละเอียดไว้แทบทุกอย่าง หลักๆ คือเรื่องสีผม เช่น ครั้งที่แล้วคนนี้เติมโทนสีเบอร์อะไร ทำไฮไลต์โลว์ไลต์ตรงไหนบ้าง หรือลูกค้าบอกว่าทำทรีตเมนต์ตัวนี้ให้แล้วดีมาก ก็จะเอาไว้ ครั้งหน้าถ้าเขามาเราจะได้เลือกสิ่งที่เหมาะสมให้ลูกค้าได้เลย รวมทั้งพวกความต้องการเล็กๆ น้อยๆ เช่น คนนี้ทำเคราติน ทรีตเมนต์ ยืดโคน ดัดปลาย เป็นอะไรที่เราไม่สามารถมองได้ถ้าเห็นจากแค่ภาพ Finish Look อย่างเดียว รายละเอียดทุกอย่างมันต่างกัน การที่เราสามารถวาด เขียน จด บันทึก ตัด แปะ ทุกอย่างเอาไว้ได้ในโทรศัพท์มือถือมันช่วยได้เยอะมาก  

 

ที่ไหน เมื่อไร ก็ทำงานได้

ถ้ามีเวลาก็จะพยายามเช็กไลน์ โพสต์รูปในอินสตาแกรมของร้าน เช็กอีเมล ดูว่ามีอะไรต้องทำบ้าง หลายครั้งที่พนักงานพิมพ์มาบอกว่า มีลูกค้าหรือโปรดักต์ต่างๆ ส่งใบเสนอราคา หรือมีเอกสารมาให้เซ็น พอผมใช้มือถือที่มีปากกา ผมก็แค่เปิดอีเมล ใช้ปากกาเซ็นเอกสารบนไฟล์ PDF กดเซฟแล้วส่งกลับไปให้เขา แค่นี้ก็จบแล้ว สะดวก รวดเร็ว ถ้าเป็นเมื่อก่อนต้องเปิดอีเมล ปรินต์เอกสารออกมา เซ็น สแกน แล้วถึงจะส่งกลับไปให้ลูกค้าได้ ยุ่งยากหลายขั้นตอน ถ้าอยู่ข้างนอกนี่ทำอะไรไม่ได้เลย เสียเวลา เสียโอกาสทางธุรกิจไปมาก

 

อีกอย่างหนึ่งที่ทำบ่อยมากคือ ผมต้องคอมเมนต์งานต่างๆ ตลอดเวลา อย่างเช่น มีงานที่เขาต้องออกกองถ่ายแฟชั่น แล้วผมไม่สามารถไปที่กองถ่ายได้ เขาก็จะถ่ายรูปแล้วส่งมาให้ผมดู ผมก็แค่ใช้ปากกาที่มากับมือถือวงจุดที่อยากให้แก้เอาไว้ คอมเมนต์กลับไป แล้วเขาแก้ให้ได้ทันที ทำให้ผมสามารถแอ็กชันทุกอย่างได้เหมือนผมอยู่ที่หน้าเซตจริงๆ ทั้งที่จริงๆ ผมอาจจะไปเที่ยวหรือกำลังตัดผมให้ลูกค้าอยู่ที่บ้านก็ได้

 

 

ยุคสมัยเปลี่ยน แต่การเรียนรู้ไม่มีวันสิ้นสุด

ผมเป็นคนชอบดู ชอบศึกษา และสิ่งที่ผมยึดมั่นและบอกกับพนักงานทุกคนคือการเรียนรู้ไม่มีวันสิ้นสุด ทุกปีผมยังต้องบินไปลอนดอนหรือประเทศต่างๆ ปีละครั้งเพื่อเรียนทำผมเพิ่มเติม รวมทั้งการศึกษาผ่านอินเทอร์เน็ต เช่น ยูทูบ หรืออินสตาแกรม ที่ช่างเมืองนอกจะชอบอัปเทคนิคอะไรต่างๆ มาให้เราศึกษาเต็มไปหมด ซึ่งเราทำงานกับแฟชั่นที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นเราจะหยุดเรียนรู้ไม่ได้เด็ดขาด

 

ต้องบอกก่อนว่าผมเป็นคนชอบหนังสือ และเป็นคนบ้าสะสมหนังสือมากนะครับ ผมซื้อหนังสือแฟชั่นตั้งแต่ ม.ปลาย ชอบดูรูปสวยๆ หรือหนังสือการ์ตูนผมก็เก็บเอาไว้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าต่อให้ชอบแค่ไหนผมก็ไม่สามารถแบกหนังสือ 10 เล่ม ซึ่งแต่ละเล่มอาจจะมีรูปที่ผมชอบแค่ 1 รูป เพื่อไปพรีเซนต์ให้ลูกค้าดูได้ ในขณะที่ในมือถือของผมสามารถเก็บได้เป็นร้อยรูป แล้วเปิดให้ลูกค้าดูได้หมดเลย

 

หลายครั้งผมเจอลูกค้าที่ลังเลเลือกไม่ได้ว่าอยากจะได้สีผมประมาณไหน เวลาเราเปิดให้ลูกค้าดูหนึ่งรูป แล้วต้องเลื่อนไปอีกหน้าต่างหนึ่งเพื่อให้ลูกค้าดูอีกทรงหนึ่ง แต่ตอนนี้เราสามารถเปิดในมือถือแบบแบ่งหน้าจอเปรียบเทียบให้ลูกค้าเห็นได้ชัดๆ พร้อมกันเลยว่าเขาจะชอบทรงไหนมากกว่ากัน ไม่ต้องสลับไปสลับมา อาจจะดูเป็นเรื่องเล็กๆ นะ แต่มีประโยชน์มากสำหรับช่างทำผม เพราะความรู้สึกมันแตกต่างกัน

 

 

แค่นั้นยังไม่พอนะ เมื่อก่อนเวลาหาแรงบันดาลใจ สมมติผมเจอเว็บหนึ่ง มีทรงผมสวยๆ อยู่ 30 ทรง ผมต้องแคปหน้าจอเอาไว้ 30 รูป ซึ่งเป็นอะไรที่เวิ่นเว้อมาก แต่มือถือผมตอนนี้สามารถแคปหน้าจอพร้อมกับลิงก์ของเว็บได้เลย ไม่ต้องกลับไปตามหาต้นตออีกที ทำให้ผมสามารถกลับเข้าไปอ่านเว็บนั้นได้ทันที 30 รูป นอกจากความสะดวกแล้ว ผมสามารถจัดหมวดหมู่ของภาพที่แคปหน้าจอเอาไว้ในแกลเลอรี เหมือนจัดหมวดภาพเลย อย่างเช่น หมวดผมสั้น ผมประบ่า หรือรวมสีผมของปีนี้ ซึ่งมันทำให้เราหาง่ายขึ้น เร็วขึ้น

 

 

อนาคตที่ไม่หยุดอยู่แค่ซาลอน

ตอนนี้มีโปรเจกต์ใหม่ที่จะเกิดขึ้นช่วงเดือนมีนาคม แต่ยังบอกไม่ได้ ขอเก็บเอาไว้ก่อน ที่พอบอกได้คือก่อนหน้านี้ผมเปิดบริษัทใหม่ขึ้นมาชื่อ บริษัทของก้อง เป็นชื่อที่คุณแม่ตั้งให้ เป็นบริษัทที่ดูแลเรื่องครีเอทีฟมาร์เก็ตติ้งให้กับแบรนด์ต่างๆ หาพรีเซนเตอร์ที่เหมาะสม คิดแคมเปญที่เหมาะสมในการทำการตลาดให้ ไม่ใช่แค่จัดการแถลงข่าวเปิดตัวพรีเซนเตอร์แล้วจบ นอกจากนั้นยังมีการคิดอีเวนต์ต่างๆ ที่ทำให้สนุกมากขึ้น มีโปรดักชันรองรับสำหรับการถ่ายภาพนิ่ง คือพยายามทำทุกอย่างให้ครบวงจรในบริษัทเดียว

 

แล้วก็ทำรายการท่องเที่ยวชื่อ Fashion Journal ที่พาพี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ ในวงการไปทำกิจกรรมในแต่ละประเทศ เน้นเรื่องกิน เที่ยว แฟชั่น นำเสนอคอนเทนต์ที่เราสามารถใช้คอนเน็กชันส่วนตัวมาทำได้ เช่น การพาไปเจอดีไซเนอร์ในประเทศต่างๆ พูดคุยกับผู้คน พยายามทำให้เป็นรายการที่สนุก ดูง่าย ไม่ซีเรียส และในอนาคตมีรายการที่อยากทำคือ ทำรายการเกี่ยวกับบิวตี้โดยตรงเลย อยากทำมาก แต่ยังไม่มีเวลาทำในตอนนี้

 

 

ก้อง-กฤษฏิ์ จิระเกียรติวัฒนา กับอาวุธลับที่ไม่ได้มีแค่กรรไกร

สำหรับผม ก้องมีหลายด้าน ในด้านที่เป็นคนทำงานกับด้านที่เป็นคนทั่วไป ก้องคนที่จับกรรไกรจะไม่ค่อยพูด เวลาตัดผมจะเหมือนอยู่ในโลกส่วนตัวที่มีแค่ผมกับลูกค้าที่อยู่ตรงหน้าเท่านั้น ภาพรอบข้างจะเบลอไปหมดเลย เวลาใครมาเรียกก็ไม่ค่อยได้ยินด้วยนะ (หัวเราะ) เพราะทุกครั้งที่ตัดผมจะใช้สมาธิทั้งหมดไปที่ลูกค้า เพราะตั้งใจอยากทำออกมาให้ดีที่สุดจริงๆ

 

ส่วนก้องอีกมุมก็เหมือนๆ กับคนทั่วไป เที่ยว กิน เจอเพื่อน ติดมือถือ ก็ไม่ต่างจากคนอื่นๆ แต่ในบางครั้ง การติดมือถือของผมคือการพาก้อง Hive Salon ไปค้นพบสิ่งที่อะไรที่ยังไม่เคยเห็นหรือไม่เคยทำ ได้ขีดเขียนเก็บทุกรายละเอียด จดบันทึกทุกแรงบันดาลใจ สมาร์ทโฟนเป็นเหมือนประตูที่เปิดโลกใบใหม่ให้กับก้อง Hive Salon ได้เรียนรู้และพัฒนาตัวเองในทุกๆ วัน

The post รู้จักกับ ก้อง Hive Salon แฮร์สไตลิสต์ที่อาวุธลับไม่ได้มีแค่กรรไกร [Advertorial] appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/kong-hive-salon/feed/ 0