กฤษฎา บุญราช Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/กฤษฎา-บุญราช/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 12 Jul 2023 13:52:40 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 สภากาชาดไทยลงพื้นที่ฉีดวัคซีน HPV ป้องกันมะเร็งปากมดลูก เด็กในค่ายผู้ลี้ภัย จ.ราชบุรี ส่งเสริมคุณภาพชีวิตบุคคลกลุ่มเปราะบาง https://thestandard.co/red-cross-hpv-vaccine/ Wed, 12 Jul 2023 13:52:40 +0000 https://thestandard.co/?p=816084 วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก (HPV)

วันนี้ (12 กรกฎาคม) กฤษฎา บุญราช ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาช […]

The post สภากาชาดไทยลงพื้นที่ฉีดวัคซีน HPV ป้องกันมะเร็งปากมดลูก เด็กในค่ายผู้ลี้ภัย จ.ราชบุรี ส่งเสริมคุณภาพชีวิตบุคคลกลุ่มเปราะบาง appeared first on THE STANDARD.

]]>
วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก (HPV)

วันนี้ (12 กรกฎาคม) กฤษฎา บุญราช ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่สภากาชาดไทย ลงพื้นที่อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ตรวจเยี่ยมการให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก (HPV) แก่กลุ่มนักเรียนหญิงอายุระหว่าง 9-15 ปี ในจังหวัดราชบุรี รวมทั้งกลุ่มเด็กหญิงที่ไม่มีสัญชาติไทย และบุตรคนต่างด้าวที่ไม่มีเอกสารพิสูจน์สถานะตนเอง (Stateless People) ซึ่งอาศัยอยู่ในสถานที่พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้ลี้ภัยการสู้รบ บ้านถ้ำหิน อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี โดยมีองค์กรระหว่างประเทศสหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (IFRC) และองค์กร International Rescue Committee (IRC) ร่วมสังเกตการณ์ 

 

กฤษฎากล่าวว่า การบริการฉีดวัคซีนครั้งนี้เป็นไปตามที่สภากาชาดไทยได้รับบริจาควัคซีน HPV ชนิด 4 สายพันธุ์ จากภาคเอกชน เพื่อสนับสนุนพันธกิจของสภากาชาดไทยในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชนไทยและบุคคลกลุ่มเปราะบาง ซึ่งเป็นการดำเนินงานตามหลักมนุษยธรรม 

 

โดยสภากาชาดไทยได้มอบหมายให้สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ และเหล่ากาชาดจังหวัด นำวัคซีน HPV ไปฉีดให้กับเด็กหญิงกลุ่มที่อาศัยอยู่ในพื้นที่พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้ลี้ภัยสงครามตามแนวชายแดน จำนวน 40,000 โดส หรือ 20,000 คน เพื่อลดการติดเชื้อ HPV ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดมะเร็งปากมดลูก และเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันมะเร็งปากมดลูก ทั้งนี้ มีกำหนดฉีดทั้งสิ้น 2 เข็ม ห่างกัน 6 เดือน 

 

กฤษฎากล่าวว่า สภากาชาดไทยโดยสำนักงานบรรเทาทุกข์ฯ และสำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและดิจิทัล ได้นำเทคโนโลยีการถ่ายภาพจดจำใบหน้าและการถ่ายภาพม่านตาเข้ามาช่วยสนับสนุนทางการแพทย์ เพื่อบันทึกข้อมูลของผู้รับบริการฉีดวัคซีนที่ไม่มีเอกสารยืนยันตัวตนในการเข้ารับวัคซีน รวมทั้งสามารถนำข้อมูลนี้ไปต่อยอดในการทำงานด้านมนุษยธรรม 

 

โดยเชื่อมโยงข้อมูลเข้ากับการบริการสาธารณสุขของไทย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดต่อต่างๆ ในกลุ่มประชากรข้ามชาติที่อยู่ในประเทศไทย ณ พื้นที่พักพิงชั่วคราว สำหรับผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา และจะเป็นประโยชน์กับคนไทยในพื้นที่ใกล้เคียงด้วย

The post สภากาชาดไทยลงพื้นที่ฉีดวัคซีน HPV ป้องกันมะเร็งปากมดลูก เด็กในค่ายผู้ลี้ภัย จ.ราชบุรี ส่งเสริมคุณภาพชีวิตบุคคลกลุ่มเปราะบาง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2566 : กฤษฎาชี้เทศบาลควรมีอิสระอย่างเหมาะสมในการทำงานเพื่อประชาชน ไม่ควรบังคับให้ใส่เสื้อโหลเหมือนกันทั้ง ปท. เหตุแต่ละแห่งความพร้อมไม่เหมือนกัน https://thestandard.co/kritsada-municipality-freedom/ Thu, 22 Jun 2023 13:54:13 +0000 https://thestandard.co/?p=806956

วันนี้ (22 มิถุนายน) กฤษฎา บุญราช ประธานกรรมการสถาบันส่ […]

The post เลือกตั้ง 2566 : กฤษฎาชี้เทศบาลควรมีอิสระอย่างเหมาะสมในการทำงานเพื่อประชาชน ไม่ควรบังคับให้ใส่เสื้อโหลเหมือนกันทั้ง ปท. เหตุแต่ละแห่งความพร้อมไม่เหมือนกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (22 มิถุนายน) กฤษฎา บุญราช ประธานกรรมการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ เป็นประธานเปิดงานการประชุมและการสัมมนาทางวิชาการสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 1/2556 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี โดยมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 3,500 คน 

 

โดยกฤษฎากล่าวว่า เทศบาลถือเป็นหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นที่มีความใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน เนื่องจากมีเขตพื้นที่ความรับผิดชอบเหมาะสมกับภารกิจและหน้าที่ความรับผิดชอบทำให้เทศบาลสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ตรงตามความต้องการของประชาชนในพื้นที่ได้มากที่สุด ที่ผ่านมาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โดยเฉพาะเทศบาลหลายแห่งสามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามอำนาจหน้าที่และนโยบายของรัฐบาล โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง 

 

กฤษฎากล่าวว่า ในปี 2566 สถาบันปิดทองฯ ได้เป็นหน่วยงานกลางในการประสานการซ่อมแซมแหล่งน้ำขนาดเล็กในเขตลุ่มน้ำมูลให้แก่ส่วนราชการที่จะโอนมอบให้แก่เทศบาลและ อบต. เพราะเทศบาลและ อบต. ไม่สามารถรับโอนมอบที่ยังไม่เรียบร้อยมาได้ ดังนั้นขอถือโอกาสนี้ฝากข้อคิดเห็นและข้อพิจารณาไว้ให้ที่ประชุมสัมมนาสันนิบาตได้ขบคิดว่า จะทำอย่างไรให้เทศบาลมีความเป็นอิสระอย่างเพียงพอหรือเหมาะสมกับการเป็นหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นที่สามารถทำงานเพื่อประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

 

กฤษฎากล่าวต่อว่า ตนเห็นว่าถ้าเทศบาลได้กำหนดอำนาจหน้าที่และภารกิจให้เหมาะสมกับศักยภาพในการจัดเก็บรายได้หรือภาษีท้องถิ่นได้อย่างเพียงพอ โดยไม่ต้องอาศัยเงินงบประมาณอุดหนุนจากรัฐบาลหรือราชการส่วนกลาง รวมถึงการถ่ายโอนงานต่างๆ ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ชัดเจนกว่าปัจจุบันด้วย น่าจะทำให้เทศบาลมีอิสระในการทำงานที่คล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากขึ้น 

 

“ดังนั้น การกำหนดภารกิจของเทศบาลแต่ละแห่งจึงไม่ควรกำหนดให้เหมือนกันทุกเทศบาล ควรกำหนดตามศักยภาพ ไม่ควรตัดเสื้อโหลมาบังคับให้ทุกเทศบาลใส่เหมือนกัน” กฤษฎากล่าว 

The post เลือกตั้ง 2566 : กฤษฎาชี้เทศบาลควรมีอิสระอย่างเหมาะสมในการทำงานเพื่อประชาชน ไม่ควรบังคับให้ใส่เสื้อโหลเหมือนกันทั้ง ปท. เหตุแต่ละแห่งความพร้อมไม่เหมือนกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ ใส่เสื้อม่อฮ่อมลงพื้นที่แพร่-เชียงราย เสียงปรบมือดังลั่นหลังโยนหินถาม “อยากให้ทำต่อไหม” https://thestandard.co/thailandelection2562-prayuth-phrae-chiang-rai/ https://thestandard.co/thailandelection2562-prayuth-phrae-chiang-rai/#respond Sun, 17 Mar 2019 08:28:39 +0000 https://thestandard.co/?p=224794

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจราช […]

The post นายกฯ ใส่เสื้อม่อฮ่อมลงพื้นที่แพร่-เชียงราย เสียงปรบมือดังลั่นหลังโยนหินถาม “อยากให้ทำต่อไหม” appeared first on THE STANDARD.

]]>

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดเชียงรายและจังหวัดแพร่ พร้อมพลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และพลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วานนี้ (16 มีนาคม) โดยเริ่มต้นด้วยการสักการะอนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช จากนั้นจึงเดินทางไปตรวจติดตามการดำเนินงานดูแลผู้สูงอายุ และกลุ่มผู้ใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ณ มหาวิทยาลัยวัยที่สาม นครเชียงราย จังหวัดเชียงราย โดยมีประชาชนจำนวนมากให้การต้อนรับ

 

 

เวลา 11.00 น. ณ ศาลากลางจังหวัดเชียงราย นายกฯ และคณะ ลงพื้นที่ตรวจราชการการดำเนินการของจังหวัดเชียงราย เรื่อง ‘ไม้มีค่า ป่าชุมชน คนอยู่กับป่า’ พร้อมติดตามการแก้ปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ท่ามกลางประชาชนกว่า 20,000 คนที่มารอให้การต้อนรับ โดยพลเอก ประยุทธ์ กล่าวว่ารัฐบาลกำลังผลักดันกฎหมายป่าชุมชนให้สำเร็จ โดยมีเป้าหมายป่าชุมชนทั่วประเทศจำนวนกว่า 20,000 หมู่บ้าน พร้อมขอให้ประชาชนช่วยดูแลป่าไม้ ซึ่งประชาชนจะได้รับประโยชน์จากการดูแลป่า การเก็บหาของป่า และเกิดรายได้จากป่าชุมชนด้านอื่นๆ นำเข้าเป็นกองทุนของหมู่บ้านได้ ในช่วงหนึ่งของการกล่าวบนเวที นายกฯ ได้ฝากบทเพลง ‘วันใหม่’ ให้ทุกคนได้ฟัง คิด และร่วมกันนำพาบ้านเมืองของเราไปสู่สิ่งที่ดีกว่า

 

 

จากนั้น 12.25 น. นายกฯ เดินทางไปเป็นประธานในพิธีเปิดสะพานข้ามแม่น้ำกกที่กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม แล้วเดินทางไปที่สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ โดยสวมใส่เสื้อพื้นเมือง ‘ม่อฮ่อม’ ตรวจราชการจังหวัดแพร่ ย้ำเดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ สู่เศรษฐกิจรากหญ้า ครอบคลุมป่าชุมชน การบริหารจัดการป่าไม้-น้ำ การเกษตร สาธารณสุข OTOP และท่องเที่ยวนวัตวิถี โดยมีประชาชนกว่า 6,000 คน มาต้อนรับและรับฟังนโยบาย

 

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวบนเวทีว่าดีใจที่มาเยือนเมืองแพร่ ซึ่งเป็น ‘ประตูแห่งล้านนาตะวันออก’ และเป็นครั้งแรกที่ได้มา ‘มาเยือนเมืองแป้ มาแลประชา เพราะฮักจึงมา มาหาฮักนะ’ วันนี้ได้นำครอบครัวมาด้วยคือรัฐมนตรีร่วมคณะ นอกจากนี้ยังกล่าวถึงนโยบาย ‘ไม้มีค่า ป่าชุมชน คนอยู่กับป่า’ ซึ่งเป็นการรักษาความมั่นคงของทรัพยากร สร้างความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ ‘ปลดล็อก’ ให้ประชาชน สามารถเก็บทำกิน เป็นมรดกลูกหลาน เป็นสินทรัพย์ที่ถูกกฎหมายภายใต้กฎหมาย เป็นธรรม สร้างสรรค์ และเป็นประโยชน์

 

นอกจากนี้นายกฯ ยังกล่าวถึงผลงานของรัฐบาลตลอด 4 ปีที่ผ่านมา พร้อมหยอกล้อกับชาวบ้านว่าหากต้องการให้ทำอย่างต่อเนื่องขอให้ปรบมือ ซึ่งชาวบ้านที่มาฟังต่างปรบมือกันอย่างกึกก้อง ทำให้นายกฯ หุบยิ้มไว้ไม่อยู่

 

ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลนี้มุ่งสร้างอนาคตให้ประชาชน ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี สิ่งสำคัญที่สุดของการพัฒนาคือ ประชาชนต้องได้รับประโยชน์ โดยยึดหลักความสมดุล สนับสนุนการกระจายผลประโยชน์จากการพัฒนาให้แก่ประชาชนในพื้นที่ วันนี้ขอเพียงให้ประชาชนมีความรัก ความสามัคคี และร่วมกันทำมาหากินอย่างสุจริต โดยนายกรัฐมนตรีร่วมร้องเพลง ‘คนดีไม่มีวันตาย’ ให้กำลังใจประชาชนด้วย

 

  

 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

อ้างอิง:

The post นายกฯ ใส่เสื้อม่อฮ่อมลงพื้นที่แพร่-เชียงราย เสียงปรบมือดังลั่นหลังโยนหินถาม “อยากให้ทำต่อไหม” appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/thailandelection2562-prayuth-phrae-chiang-rai/feed/ 0
‘686 องค์กรฯ ต้านสารพิษ’ ออกแถลงการณ์ ‘ผิดหวังเป็นที่สุด’ หลัง คกก. วัตถุอันตรายเดินหน้าใช้พาราควอตต่อ 2 ปี https://thestandard.co/ban-paraquat/ https://thestandard.co/ban-paraquat/#respond Fri, 15 Feb 2019 02:07:23 +0000 https://thestandard.co/?p=199663

หลังคณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติ 16 ต่อ 5 เสียง อนุญาตให […]

The post ‘686 องค์กรฯ ต้านสารพิษ’ ออกแถลงการณ์ ‘ผิดหวังเป็นที่สุด’ หลัง คกก. วัตถุอันตรายเดินหน้าใช้พาราควอตต่อ 2 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>

หลังคณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติ 16 ต่อ 5 เสียง อนุญาตให้ใช้สารเคมีอันตรายสำหรับกำจัดวัชพืช 3 รายการ คือ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต กับพืช 6 ประเภท คือ ยางพารา ปาล์ม มันสำปะหลัง อ้อย ข้าวโพด และไม้ผลที่ขึ้นทะเบียน โดยจะให้พิจารณาเรื่องนี้อีกครั้งใน 2 ปีข้างหน้า เว้นแต่สามารถหาสารเคมีอื่นทดแทนก่อนได้

ล่าสุด เครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Thai-PAN) ออกแถลงการณ์ ระบุว่า

เครือข่ายสนับสนุนการแบนสารพิษร้ายแรง 686 องค์กร รู้สึกผิดหวังและเศร้าสลดที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติไม่แบนพาราควอต สารพิษร้ายแรงที่มากกว่า 50 ประเทศทั่วโลกห้ามใช้แล้ว สวนทางกับข้อเสนอของ (1) กระทรวงสาธารณสุข และคณะกรรมการขับเคลื่อนปัญหาสารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง (2) สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (3) คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข (4) คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (5) ผู้ตรวจการแผ่นดิน (6) คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (7) สภาเกษตรกรแห่งชาติ (8) สภาเภสัชกรรม (9) แพทยสภา (10) เครือข่ายประชาคมวิชาการ (11) เครือข่ายนักธุรกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (12) องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เป็นต้น ที่เรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการยกเลิกสารพิษนี้ภายในปี 2562

เครือข่ายฯ ผิดหวังเป็นที่สุดต่อบทบาทของ นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และข้าราชการระดับสูงกลุ่มหนึ่งในกระทรวงดังกล่าว ซึ่งมีบทบาทอย่างสำคัญที่ทำให้ตัวแทนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทั้ง 5 คนในคณะกรรมการวัตถุอันตรายเสนอให้มีการใช้พาราควอตต่อไป โดยจะให้มีการพิจารณาเรื่องนี้ใหม่เมื่อพ้นระยะ 2 ปีไปแล้ว การกระทำดังกล่าวถือเป็นการเพิกเฉยต่อข้อมูลทางวิชาการอันหนักแน่น และเสียงเรียกร้องขององค์กรต่างๆ ปล่อยให้มีการใช้สารพิษร้ายแรง ซึ่งคุกคามต่อชีวิตของเกษตรกร ผู้บริโภค และเด็กทารกทุก 1 ใน 2 คนที่จะลืมตามาดูโลก

รัฐบาล คสช. ซึ่งมีอำนาจเต็มในการบริหารประเทศ กำกับดูแลหน่วยงานของรัฐ โดยมีกรรมการที่มาจากหน่วยงานของรัฐมากถึง 19 คน จากกรรมการวัตถุอันตรายทั้งหมด 29 คน ต้องมีส่วนในความรับผิดชอบในการลงมติที่เอื้อต่อประโยชน์ของบริษัทสารพิษกำจัดศัตรูพืชในครั้งนี้ และประชาชนควรจะเป็นผู้ตัดสินใจให้บทเรียนกับผู้ที่มีอำนาจในการตัดสินใจทางนโยบายที่ไม่ได้ทำหน้าที่ที่ต้องกระทำ รวมทั้งมีมาตรการที่เหมาะสมต่อหน่วยงานและผู้ที่ลงมติไม่แบนสารพิษร้ายแรงครั้งนี้จำนวน 16 คนด้วย


เครือข่ายฯ ขอขอบคุณกรรมการวัตถุอันตรายเสียงข้างน้อยจำนวน 5 คน ซึ่งประกอบไปด้วยตัวแทนจากกระทรวงสาธารณสุข และ รศ.ดร.จิราพร ลิ้มปานานนท์ ที่ลงมติให้มีการคุ้มครองชีวิตของประชาชนและปกป้องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากสารพิษโดยการเสนอให้มีการแบนสารพิษดังกล่าว

เครือข่ายขอประกาศว่า จะเดินหน้าเคลื่อนไหวเพื่อให้มีการยกเลิกพาราควอตและสารพิษร้ายแรงอื่นๆ ต่อไป โดยสนับสนุนให้ผู้ตรวจการแผ่นดินดำเนินการยื่นเรื่องนี้ต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลปกครอง รณรงค์ไม่สนับสนุนสินค้าและบริการจากผู้ผลิตและผู้ที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนสารพิษร้ายแรง และร่วมกันรณรงค์ไม่ให้บุคคล กลุ่มบุคคล ที่เลือกข้างกลุ่มทุนสารพิษ ไม่ให้เข้ามามีอำนาจในการบริหารประเทศอีก

ปัญหาอุปสรรคในการแบนสารพิษร้ายแรงสะท้อนให้เป็นความอัปลักษณ์ของกฎหมายวัตถุอันตรายที่ให้อำนาจการแบนสารพิษไปไว้ในมือของหน่วยงานที่ปราศจากความรู้และความตระหนักในเรื่องความสำคัญของสุขภาพและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งผลประโยชน์ทับซ้อนของบุคลากรบางกลุ่มในคณะกรรมการกับบริษัทสารพิษ ซึ่งสังคมไทยต้องใช้ความรู้และพลังของประชาชนเพื่อทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้อย่างถึงราก

เราเห็นการเติบโตและตื่นขึ้นของพลังประชาชนในทุกพื้นที่ของประเทศ เราเห็นการลุกขึ้นขององค์กรและสภาวิชาชีพต่างๆ ที่ลุกขึ้นเปล่งเสียงเรียกร้องให้ยุติการใช้สารพิษร้ายแรงซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อระบบเกษตรกรรม อาหาร และชีวิตของพวกเราทั้งหมด พลังเหล่านี้จะเติบโตขยายตัวมากขึ้น

เราเชื่อมั่นในพลังของประชาชนว่าจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวให้เกิดขึ้น ในระยะเวลาอันใกล้

เครือข่ายสนับสนุนการแบนสารพิษที่มีอันตรายร้ายแรง 686 องค์กร
14 กุมภาพันธ์ 2562

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post ‘686 องค์กรฯ ต้านสารพิษ’ ออกแถลงการณ์ ‘ผิดหวังเป็นที่สุด’ หลัง คกก. วัตถุอันตรายเดินหน้าใช้พาราควอตต่อ 2 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/ban-paraquat/feed/ 0
กรมฝนหลวงฯ ตั้งหน่วยปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็วเตรียมพร้อมทำฝนช่วยลด ฝุ่นละอองในอากาศกรุงเทพฯ เริ่ม 15-18 ม.ค. นี้ https://thestandard.co/rain-reduce-dust-in-the-air-bkk/ https://thestandard.co/rain-reduce-dust-in-the-air-bkk/#respond Mon, 14 Jan 2019 06:54:41 +0000 https://thestandard.co/?p=179579

นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิด […]

The post กรมฝนหลวงฯ ตั้งหน่วยปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็วเตรียมพร้อมทำฝนช่วยลด ฝุ่นละอองในอากาศกรุงเทพฯ เริ่ม 15-18 ม.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า จากสถานการณ์มลพิษฝุ่นละอองในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีการรายงานจากกรมควบคุมมลพิษเมื่อวานนี้ (13 ม.ค.) ว่า ค่าฝุ่นละออง PM2.5 เพิ่มสูงขึ้น มีค่าเกินมาตรฐาน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งเริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน

โดย นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนทั่วกรุงเทพมหานคร จึงสั่งการให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยด่วน

นายสุรสีห์กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมฝนหลวงและการบินเกษตร จึงได้ตั้งหน่วยปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็วจำนวน 1 หน่วย ได้แก่ หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงเคลื่อนที่เร็วจังหวัดระยอง เตรียมความพร้อมปฏิบัติการในวันที่มีสภาพอากาศเอื้ออำนวยในการทำฝน เพื่อช่วยลดปริมาณฝุ่นละอองในอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

 

ซึ่งจากการประสานงานกับกรมควบคุมมลพิษ การติดตามสภาพอากาศ และศึกษาถึงความเป็นไปได้ คาดว่าในระหว่างวันที่ 15-18 มกราคม 2562 มีแนวโน้มที่จะสามารถทำฝนหลวงได้โดยใช้เครื่องบิน CASA จำนวน 2 ลำ ทั้งนี้ในการปฏิบัติการดังกล่าวที่ผ่านมายังมีข้อจำกัดในการปฏิบัติการ 3 ประเด็น คือ              

1) ไม่สามารถทำการบินเข้าพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นในได้ด้วยเงื่อนไขกฎการบิน ซึ่งจะต้องทำการบินห่างจากสนามบินนานาชาติอย่างน้อยระยะ 50 ไมล์

2) พื้นที่โดยรอบกรุงเทพมหานคร ยังมีพื้นที่เก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตรที่ไม่ต้องการฝน ซึ่งจะทำให้ผลผลิตเกิดความเสียหายได้

3) เงื่อนไขทางสภาพอากาศไม่เอื้อต่อการปฏิบัติการ เนื่องจากความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศต่ำกว่า 60%

อย่างไรก็ตาม กรมฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องและจะเร่งดำเนินการปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อช่วยเหลือพื้นที่ที่ประสบปัญหา

โดยเจ้าหน้าที่ทุกคนจะปฏิบัติภารกิจด้วยความตั้งใจอย่างเต็มความสามารถทันทีเมื่อสภาพอากาศเอื้ออำนวย

ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์และข้อมูลข่าวสารอย่างต่อเนื่องได้ทางเว็บไซต์/เพจเฟซบุ๊ก กรมฝนหลวงและการบินเกษตร

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post กรมฝนหลวงฯ ตั้งหน่วยปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็วเตรียมพร้อมทำฝนช่วยลด ฝุ่นละอองในอากาศกรุงเทพฯ เริ่ม 15-18 ม.ค. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/rain-reduce-dust-in-the-air-bkk/feed/ 0
ถนนยางพารามาแล้ว ต้นทุนกิโลเมตรละ 3 ล้านบาท เชื่อทำทั่วประเทศแก้ปัญหาราคาตกต่ำได้ https://thestandard.co/rubber-road-solve-cheap-rubber-problem/ https://thestandard.co/rubber-road-solve-cheap-rubber-problem/#respond Sun, 25 Nov 2018 08:20:28 +0000 https://thestandard.co/?p=153448

กฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เผยราย […]

The post ถนนยางพารามาแล้ว ต้นทุนกิโลเมตรละ 3 ล้านบาท เชื่อทำทั่วประเทศแก้ปัญหาราคาตกต่ำได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

กฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เผยรายงานจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายจังหวัด ซึ่งขณะนี้ดำเนินการทำถนนดินซีเมนต์ผสมยางพารา โดยจังหวัดต้นแบบที่กำลังดำเนินการคือ หนองบัวลำภู สงขลา อุทัยธานี สุราษฎร์ธานี ตรัง และชุมพร นอกจากนี้ยังสั่งการด่วนที่สุดให้ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ผู้ตรวจราชการกระทรวง ผู้ว่าการยางแห่งประเทศไทย ผู้บริหารหน่วยงานกระทรวงเกษตรทุกพื้นที่ เร่งติดตามปัญหาการใช้ยางพาราในหน่วยงานภาครัฐ เนื่องจากมีรายงานว่าการใช้งบประมาณของในบางจุดยังมีปัญหาการอนุมัติอยู่

 

ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะต้องเร่งประสานงานกับปลัดกระทรวงคมนาคม อธิบดีกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาสนับสนุนการใช้ยางพาราในถนนสายรองต่างๆ ทั่วประเทศ โดยใช้งบประมาณเหลือจ่ายของปี 2561 หรือของปี 2562 หรืออาจจะใช้งบประมาณกลางปีแล้วแต่กรณี

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ความเห็นว่า ต้นทุนการทำถนนดินซีเมนต์ผสมยางพารา เฉลี่ยกิโลเมตรละ 3 ล้านบาท แบ่งเป็นค่ายางพารากิโลเมตรละ 4 แสนบาท หากผลักดันให้ใช้ทำถนนภายในหมู่บ้านทุกชุมชนทั่วประเทศ 8.8 หมื่นหมู่บ้าน จะช่วยให้ราคายางพาราดีขึ้น สำหรับการก่อสร้าง 1 กิโลเมตร จะใช้น้ำยางพาราไม่น้อยกว่า 12 ตัน ที่สำคัญเกษตรกรจะมีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย

 

ถือเป็นการแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำอีกรูปแบบหนึ่งของรัฐบาล โดยยังมุ่งเน้นแก้ไขเรื่องการลดอุปทานลง เพื่อกดดันให้ราคาน้ำยางพาราสูงขึ้น ขณะเดียวกันยังเกิดคำถามตามมาเรื่องการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับห่วงโซ่อุปทานของยางพารา ซึ่งอาจจะจำเป็นสำหรับการแก้ไขปัญหาในระยะยาวมากกว่า

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

The post ถนนยางพารามาแล้ว ต้นทุนกิโลเมตรละ 3 ล้านบาท เชื่อทำทั่วประเทศแก้ปัญหาราคาตกต่ำได้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/rubber-road-solve-cheap-rubber-problem/feed/ 0
อาจารย์ยักษ์ไม่หวั่นข่าวปรับพ้น ครม. หลังเสนอเลิกใช้ 3 สารเคมี ตั้งใจมาช่วยงานนายกฯ แค่ 1 ปี https://thestandard.co/wiwad-stop-propose-using-3-chemicals/ https://thestandard.co/wiwad-stop-propose-using-3-chemicals/#respond Tue, 11 Sep 2018 03:58:31 +0000 https://thestandard.co/?p=120277

ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมามีประเด็นข่าวลือที่สะพัดตามหน้าสื่อ […]

The post อาจารย์ยักษ์ไม่หวั่นข่าวปรับพ้น ครม. หลังเสนอเลิกใช้ 3 สารเคมี ตั้งใจมาช่วยงานนายกฯ แค่ 1 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>

ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมามีประเด็นข่าวลือที่สะพัดตามหน้าสื่อในแวดวงการเมืองว่า รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีจะปรับ นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร หรืออาจารย์ยักษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์คนปัจจุบันออกจากคณะรัฐมนตรี ขณะที่หลายฝ่ายมองว่าข่าวลือดังกล่าวถูกปล่อยมาจากกลุ่มผู้เสียผลประโยชน์ หลังอาจารย์ยักษ์มีแนวทางที่จะเลิกใช้สารเคมี 3 ชนิดคือ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซตในการเกษตร

 

ล่าสุดวันนี้ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเจ้ากระทรวง ยืนยันว่านายวิวัฒน์ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด และทำงานด้วยดีมาโดยตลอด ซึ่งข่าวที่มีการนำเสนอไปนั้นไม่เป็นความจริง

 

ขณะที่นายวิวัฒน์ก็ได้ตอบคำถามถึงกระแสข่าวนี้เช่นกันว่าตนเองไม่ทราบกระแสข่าว แต่ไม่กังวลเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรี เพราะตั้งใจจะมาช่วยงานนายกรัฐมนตรีประมาณ 1 ปี ซึ่งก็ใกล้จะครบกำหนดแล้ว

 

ส่วนตัวมองว่าหากออกมาทำงานในฐานะเกษตรและภาคประชาชนจะมีเวลามากขึ้น และยืนยันว่าข่าวลือดังกล่าวไม่ทำให้ตนหมดกำลังใจ แต่ในทางตรงกันข้ามก็ทำให้เกิดเป็นกระแส มีคนมาสนใจช่วยงานของตนมากขึ้น

 

นายวิวัฒน์เปิดเผยอีกว่างานสำคัญของตนตอนนี้คือการปลดหนี้เกษตรกรทั่วประเทศ ซึ่งต้องแก้ปัญหาด้วยเกษตรยั่งยืน 5 ประเภทคือ เกษตรธรรมชาติ, เกษตรอินทรีย์, เกษตรทฤษฎีใหม่, วนเกษตร และเกษตรแบบผสมผสาน รวมถึงการหยุดใช้สารพิษ โดยเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เห็นด้วยกับการหยุดใช้ยาฆ่าแมลงและปุ๋ยเคมี ซึ่งทางกระทรวงได้ตั้งคณะกรรมการร่วมกับเกษตรกรแล้ว อยู่ในขั้นตอนการหาข้อมูลประกอบ

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

The post อาจารย์ยักษ์ไม่หวั่นข่าวปรับพ้น ครม. หลังเสนอเลิกใช้ 3 สารเคมี ตั้งใจมาช่วยงานนายกฯ แค่ 1 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/wiwad-stop-propose-using-3-chemicals/feed/ 0
กลุ่มชาวนาประชารัฐเข้าทำเนียบฯ ส่งเสียงเชียร์ สวมเสื้อกองหนุนลุงตู่ ประยุทธ์แขวะ จำนำข้าวต้องไม่เป็นภาระประเทศ https://thestandard.co/peasant-group-meet-prayuth/ https://thestandard.co/peasant-group-meet-prayuth/#respond Fri, 08 Jun 2018 07:47:34 +0000 https://thestandard.co/?p=96153

ช่วงเช้าวันนี้ (8 มิ.ย.) เวลา 9.30 น. ที่ตึกสันติไมตรี […]

The post กลุ่มชาวนาประชารัฐเข้าทำเนียบฯ ส่งเสียงเชียร์ สวมเสื้อกองหนุนลุงตู่ ประยุทธ์แขวะ จำนำข้าวต้องไม่เป็นภาระประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ช่วงเช้าวันนี้ (8 มิ.ย.) เวลา 9.30 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำคณะผู้นำชาวนา องค์กรชาวนา ที่ได้รับรางวัลเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรดีเด่นด้านข้าว ประจำปี 2561 และตัวแทนชาวนารุ่นใหม่ เข้าเยี่ยมคารวะ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

 

สำหรับจุดสนใจของงานนี้คือเสื้อที่ตัวแทนชาวนาสวมใส่มาร่วมงาน โดยเป็นเสื้อสีฟ้าที่มีข้อความบนหลังเสื้อว่า ‘กองหนุนลุงตู่’

 

นายพูลพัชร พูลเจริญ ที่ปรึกษาสมาคมชาวนาข้าวไทย กล่าวว่านายกฯ ให้โอกาสพวกเรามีทั้งแหล่งทุนทุกอย่าง ประเด็นที่พวกเรารักนายกฯ ไม่ใช่จะเพิ่งรัก แต่รักมาตั้งแต่ปี 2546 โดยชาวนาได้ไปทำข้าวที่กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ กองพันทหารเสือ ปีนั้นสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานเลี้ยงทุกคน คนที่มาเข้าเฝ้าฯ ใส่ชุดราตรีสโมสรทั้งหมด มีพันเอกพิเศษท่านเดียวที่ลาดตระเวนตลอดพระที่นั่ง ไม่ได้กินอะไรอะไรตลอดเวลา เขาชื่อพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งตอนนั้นเป็นรองผู้บัญชาการกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ เราประทับใจคนผู้นี้มาก เพราะจงรักภักดีต่อชาติและราชบัลลังก์ เวลาชาวนามีปัญหาก็ให้โอกาสเรา สนับสนุนแหล่งเงินทุน ชาวนาสามารถเข้าถึงได้ เราจึงรวมตัวกัน 5 สมาคมเป็นหนึ่งเดียว เป็นชาวนาประชารัฐ ในเมื่อเรารัก เราก็ต้องแสดงออก

 

ปี 2554 มีการให้แหนบ ท่านบอกกับทุกคนว่าใครที่มาเสียเงิน 700 บาทให้ไปรับคืนที่กรมทหารราบที่ 21 พลเอก ประยุทธ์ ไม่เอาใจใคร ปากกับใจตรงกัน จึงเป็นที่มาของการสนับสนุน และตัวย่อ FOS ก็หมายถึง Friend of Somkid ที่จัดหาแหล่งเงินทุนในเราในรูปแบบประชารัฐ พวกเรามีกันทั่วประเทศ

 

ขณะที่พลเอก ประยุทธ์ กล่าวมอบนโยบายด้านข้าวตอนหนึ่งว่า วันนี้หลายอย่างดีขึ้น ตัวเลขดีขึ้น แต่รัฐบาลไม่ได้มองตัวเลขอย่างเดียว ต้องแก้ปัญหาภายใน จึงพยายามคิดทุกอย่าง ทุกวัน อยากให้เกษตรกรเรียนรู้ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศมากกว่าปลูกข้าวอย่างเดียว ข้าวต่างประเทศมีการพัฒนาพันธุ์คล้ายกับเรา และหลายประเทศปลูกเหมือนกันหมด ถือเป็นสิ่งที่เป็นอันตราย เพราะเมื่อปลูกมากราคาก็น้อยลง

 

แต่หน้าที่ของรัฐบาลต้องยกระดับชีวิตชาวนาไทย จึงมีหลายโครงการออกไป เช่น การแก้ปัญหาข้าวราคาตก แต่ขอร้องในเรื่องจำนำข้าวต้องไม่เป็นภาระให้กับประเทศ เกินราคาตลาดโลกไม่ได้ ซึ่งเป็นหน้าที่รัฐบาลที่ต้องแก้ปัญหาไม่ให้แย่กว่าเดิม แต่จะดีทั้งหมดคงไม่ได้ จึงต้องมาร่วมหารือว่าจะทำอย่างไร เพราะทั้งหมดเป็นกลไกสำคัญในการแก้ปัญหา ไม่ใช่รัฐบาลฝ่ายเดียว

 

พลเอก ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่าได้สั่งการให้ตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียนจากชาวนาไปแล้ว ดังนั้นใครมีปัญหาอะไร รวมถึงเรื่องหนี้นอกระบบ ขอให้ไปแจ้งได้เลย ไม่ต้องกลัว ไม่มีใครเหนือกฎหมาย และมีรัฐบาลและ คสช. ดูแลอยู่ กฎหมายคือกฎหมาย

 

อย่างไรก็ตาม บรรพบุรุษตนก็ทำนาอยู่ภาคอีสาน จึงพอจะรู้เรื่องนี้อยู่บ้าง สิ่งที่พูดจึงเป็นการสร้างความเข้าใจและให้ช่วยกันแก้ปัญหา ซึ่งทั้งหมดถือเป็นการปฏิรูปการเกษตร เราต้องเข้มแข็งตั้งแต่วันนี้ ต้องแก้ปัญหาให้ได้ในสมัยเรา ไม่ใช่ต่างคนต่างฟัง ถ้ารัฐบาลคิดแต่ทุกคนต้องช่วยกันทำ ต้องทำการบ้านไปด้วยกันถึงจะแก้ได้ และหวังว่ารัฐบาลหน้าก็ต้องแก้ได้ ไม่เช่นนั้นปัญหาแบบนี้ก็จะเป็นไปชั่วนาตาปี สุดท้ายขอให้ชาวนาอย่าท้อแท้ อย่าสิ้นหวัง และร่วมกันทำเพื่ออนาคต

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากกล่าวกับตัวแทนกลุ่มชาวนาแล้ว จากนั้นพลเอก ประยุทธ์ ได้เดินทักทายกับตัวแทนเกษตรกร โดยในช่วงหนึ่งได้มีชาวนาตะโกนขึ้นว่า “สู้ๆ” ทำให้พลเอก ประยุทธ์ ถึงกับหัวเราะชอบใจ ก่อนจะกล่าวว่า “จะให้สู้กับใคร ตอนนี้ก็สู้อยู่กับปัญหา วันนี้ทำหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี และนายกฯ ไม่เคยทอดทิ้งใคร ทำงานเพื่อทุกคนนั่นแหละ ทำงานเพื่อคนทั้ง 70 ล้านคน”

 

ทั้งนี้ช่วงหนึ่งหลังการถ่ายรูปร่วมกับคณะตัวแทนชาวนา เมื่อนายกรัฐมนตรีหันไปเห็นข้อความบนหลังเสื้อของตัวแทนชาวนาที่มีข้อความว่า ‘กองหนุนลุงตู่’ ได้ทำท่าตกใจพร้อมถามกลับว่า “เฮ้ย!ใครไปทำมา เดี๋ยวก็หาว่าผมเอาใจ”

 

Photo : thaigov.go.th

The post กลุ่มชาวนาประชารัฐเข้าทำเนียบฯ ส่งเสียงเชียร์ สวมเสื้อกองหนุนลุงตู่ ประยุทธ์แขวะ จำนำข้าวต้องไม่เป็นภาระประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/peasant-group-meet-prayuth/feed/ 0
เครือข่ายฯ แบนพาราควอตบุกทำเนียบ รมว. เกษตรฯ รับข้อเสนอด้วยตนเอง https://thestandard.co/ban-paraquat-go-to-meet-agriculture-and-cooperatives-minister-at-government-house/ https://thestandard.co/ban-paraquat-go-to-meet-agriculture-and-cooperatives-minister-at-government-house/#respond Tue, 05 Jun 2018 06:07:58 +0000 https://thestandard.co/?p=95285

วันนี้ (5 มิ.ย.) เครือข่ายสนับสนุนการแบนสารพิษที่มีอันต […]

The post เครือข่ายฯ แบนพาราควอตบุกทำเนียบ รมว. เกษตรฯ รับข้อเสนอด้วยตนเอง appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (5 มิ.ย.) เครือข่ายสนับสนุนการแบนสารพิษที่มีอันตรายร้ายแรง นัดชุมนุมกันที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นหนังสือถึง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอให้ทบทวนมติและกระบวนการพิจารณาเพื่อยกเลิกการใช้พาราควอตและคลอร์ไพริฟอส โดยทางเครือข่ายเรียกร้องขอยื่นหนังสือโดยตรงต่อนายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เท่านั้น

 

 

หลังเจรจาอยู่พักใหญ่ ในที่สุดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ เดินทางมารับหนังสือด้วยตนเอง ขณะที่เครือข่ายฯ ได้อ่านแถลงการณ์ระบุว่า ตามที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายได้มีการประชุมครั้งที่ 30-1/2561 พิจารณาการควบคุมวัตถุอันตราย 3 ชนิด ได้แก่ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2561 และมีมติไม่ยกเลิกการใช้วัตถุอันตรายทั้ง 3 ชนิด

 

โดยให้เหตุผลว่าข้อมูลผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพยังไม่เพียงพอ ซึ่งขัดแย้งกับผลการพิจารณาของคณะกรรมการหลายชุดก่อนหน้านี้ รวมทั้งความเห็นของประชาคมวิชาการและมติของสภาเกษตรกรแห่งชาติ ในการนี้เครือข่ายสนับสนุนการแบนสารพิษที่มีอันตรายร้ายแรง

 

 

เครือข่ายภาคประชาชน 686 องค์กร ที่ได้ติดตามสถานการณ์เรื่องนี้และสนับสนุนมติของกระทรวงสาธารณสุข มีข้อสังเกตต่อกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการวัตถุอันตรายและการทำงานของคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการควบคุมวัตถุอันตราย พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต ดังนี้

 

1. ในขณะที่กรมวิชาการเกษตรขอปรึกษาคณะกรรมการวัตถุอันตรายในประเด็นผลกระทบต่อสุขภาพ เพื่อควบคุมสารทั้ง 3 ชนิด แต่การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการควบคุมวัตถุอันตรายฯ กลับเลือกตัวแทนจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และอดีตข้าราชการกระทรวงเกษตรฯ ถึง 4 คน และอีก 4 คนเลือกจากผู้ที่แสดงจุดยืนสนับสนุนกระทรวงเกษตรฯ จากคณะกรรมการที่มีจำนวน 12 คน ซึ่งล้วนแต่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านผลกระทบต่อสุขภาพ

 

2. อนุกรรมการเฉพาะกิจฯ ดังกล่าวใช้ข้อมูลเก่าล้าสมัย เพื่อโน้มน้าวให้มีการใช้สารพิษร้ายแรงดังกล่าวต่อไป โดยเพิกเฉยต่อข้อมูลเชิงประจักษ์และรายงานใหม่ๆ เป็นจำนวนมาก จนกระทั่งเครือข่ายนักวิชาการจากหลายสถาบัน เช่น สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล และมหาวิทยาลัยนเรศวร ต้องจัดเวทีให้ข้อเท็จจริงทางวิชาการ

 

3. กระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการวัตถุอันตรายในวันที่ 23 พฤษภาคม 2561 มีกรรมการอย่างน้อย 3 คนมีส่วนได้เสียกับสมาคมค้าสารเคมีกำจัดศัตรูพืช แต่กลับไม่มีการแสดงการมีส่วนได้เสียและไม่มีการสละสิทธิ์ลงคะแนน ซึ่งอาจขัด พ.ร.บ. วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 มาตรา 12 วรรค 2

 

 

ทั้งนี้ทางเครือข่ายฯ เรียกร้องขออำนาจนายกรัฐมนตรี พิจารณายกเลิกการใช้พาราควอตและคลอร์ไพริฟอส    

 

ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ กล่าวว่า รัฐบาลคำนึงถึงสุขภาพของประชาชน ทางนายกรัฐมนตรีจึงมอบหมายให้ตนออกมารับหนังสือ แต่ทั้งนี้การอนุญาตให้ใช้พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต เป็นอำนาจการพิจารณาของคณะกรรมการวัตถุอันตราย

 

 

อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรฯ จะรับเป็นเจ้าภาพตั้งคณะกรรมการร่วมขึ้นมาเพื่อให้เครือข่ายฯ เสนอข้อมูลใหม่เพื่อนำไปยื่นต่อคณะกรรมการวัตถุอันตรายพิจารณาทบทวนใหม่ตามขั้นตอน

 

ส่วนข้อสังเกตจากทางเครือข่ายฯ ที่ว่ามีตัวแทนคณะกรรมการวัตถุอันตราย รวมถึงเจ้าหน้าที่ในกรมวิชาการเกษตร มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับบริษัทเอกชนที่ใช้สารพาราควอตนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ยืนยันว่าขอให้แจ้งรายชื่อและหลักฐานมา หากเป็นข้าราชการสังกัดกระทรวงเกษตรตนจะจัดการให้ทันที

The post เครือข่ายฯ แบนพาราควอตบุกทำเนียบ รมว. เกษตรฯ รับข้อเสนอด้วยตนเอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/ban-paraquat-go-to-meet-agriculture-and-cooperatives-minister-at-government-house/feed/ 0
โยกอธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดทางสอบสวนทุจริตวัคซีนพิษสุนัขบ้า https://thestandard.co/rabies-vaccine-corruption-investigate/ https://thestandard.co/rabies-vaccine-corruption-investigate/#respond Wed, 02 May 2018 05:46:17 +0000 https://thestandard.co/?p=87803

เมื่อวานนี้ (1 พ.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล ที่ประชุมคณะรัฐมน […]

The post โยกอธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดทางสอบสวนทุจริตวัคซีนพิษสุนัขบ้า appeared first on THE STANDARD.

]]>

เมื่อวานนี้ (1 พ.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอย้ายข้าราชการพลเรือนสามัญ ให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน 2 ราย ได้แก่ นายอภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ ให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง และนายสรวิศ ธานีโต ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมปศุสัตว์

 

นายอภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ ให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง

นายสรวิศ ธานีโต ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง ให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมปศุสัตว์

 

ซึ่งในภายหลัง นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงว่า ได้เสนอ ครม. ให้โยกย้ายอธิบดีกรมปศุสัตว์ออกจากตำแหน่ง เพื่อให้การสอบสวนปัญหาการจัดซื้อวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเป็นไปอย่างโปร่งใส เนื่องจากที่ผ่านมาได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงสอบสวนความผิดวินัยร้ายแรงข้าราชการกรมปศุสัตว์ 5 คน ที่อยู่ในชุดคณะกรรมการจัดซื้อวัคซีนในปี 2559 โดยไม่ผ่านการรับรองของ อย. และพบวัคซีนตกมาตรฐาน 1 ล้านโดส

 

“สำหรับการสลับตำแหน่งครั้งนี้ เนื่องจากกรมปศุสัตว์มีปัญหาเรื่องของวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าที่ได้รับร้องเรียนให้ตรวจสอบการทุจริตที่เกิดขึ้นทั้งก่อนและขณะนายอภัย ดำรงตำแหน่ง ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงในเบื้องต้นแล้วพบว่า มีมูลการทุจริตเกิดขึ้นจริงในการประกวดราคารับซื้อวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าในปี 2559 โดยขณะนี้ทางองค์การอาหารและยา (อย.) ได้เรียกคืนวัคซีนที่แจกไปแล้วทั้งหมด และเป็นผลต่อเนื่องให้เกิดโรคพิษสุนัขบ้ารุนแรงมากขึ้นในปี 2561”

 

อ้างอิง:

The post โยกอธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดทางสอบสวนทุจริตวัคซีนพิษสุนัขบ้า appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/rabies-vaccine-corruption-investigate/feed/ 0
เก็บตก นายกฯ ลงพื้นที่คิกออฟ ‘ไทยนิยมยั่งยืน’ ครั้งแรก ทำนาโยน-พายเรือดูนาบัว https://thestandard.co/prayut-thaism-field-trip/ https://thestandard.co/prayut-thaism-field-trip/#respond Thu, 22 Feb 2018 06:53:24 +0000 https://thestandard.co/?p=72293

เมื่อวานนี้ (21 ก.พ.) พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐ […]

The post เก็บตก นายกฯ ลงพื้นที่คิกออฟ ‘ไทยนิยมยั่งยืน’ ครั้งแรก ทำนาโยน-พายเรือดูนาบัว appeared first on THE STANDARD.

]]>

เมื่อวานนี้ (21 ก.พ.) พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะ ลงพื้นที่พบประชาชนและติดตามงานนโยบายของรัฐบาลที่จังหวัดนครปฐม

โดยได้เดินทางไปยังศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรแหลมบัว ตำบลแหลมบัว เพื่อตรวจเยี่ยมพื้นที่ที่ประสบความสำเร็จในการน้อมนำแนวพระราชดำริ ‘ศาสตร์พระราชา’ และการประยุกต์เทคโนโลยีการลดต้นทุนการผลิตข้าว และการทำข้าวอินทรีย์

 

 

ช่วงหนึ่ง นายกฯ ได้ร่วมกิจกรรมนาโยนที่แปลงนาสาธิต ซึ่งระหว่างที่นายกฯ กำลังโยนต้นกล้าข้าวอยู่นั้น นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เข้ามาร่วมโยนด้วย แต่ปรากฏว่านายกฤษฎากลับโยนต้นกล้าจำนวนหนึ่งไม่พ้นจากที่โยน และตกกลับมาใส่ศีรษะนายกรัฐมนตรี สร้างความตกใจให้คนมาร่วมงานอย่างมาก ซึ่งนายกฤษฎาก็ได้ยกมือไหว้ขอโทษ โดยนายกฯ ก็หัวเราะกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 

ต่อมาออกเดินทางต่อไปยังที่ดินพระราชทาน บ้านศาลาดิน หมู่ที่ 3 ตำบลมหาสวัสดิ์ อำเภอพุทธมณฑล เพื่อเยี่ยมชมแปลงนาบัวลุงแจ่ม สวัสดิ์โต ซึ่งเป็นการปฏิรูปที่ดินตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานที่ดินส่วนพระองค์ให้กับเกษตรกร เมื่อปี พ.ศ. 2518 ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปที่ดินในประเทศไทย

 

 

ที่นี่นายกฯ ได้ลงเรือพายชื่นชมนาบัวด้วยตัวเอง โดยบอกว่าไม่ต้องมีใครมาพายให้ พายเองได้ บ้านติดคลองเคยพายมาก่อน ขณะเดียวกันได้ให้เลขาธิการนายกรัฐมนตรี สอบถามเรียนรู้วิธีการปลูกบัว เพื่อนำไปปลูกที่ทำเนียบรัฐบาลและปลูกอย่างไรไม่ให้ปลากินบัวหมด

 

ระหว่างการลงพื้นที่ของนายกฯ และคณะ ซึ่งถือว่าเป็นเริ่มการลงพื้นที่ขับเคลื่อนโครงการ ‘ไทยนิยม ยั่งยืน’ อย่างเป็นทางการครั้งแรก ได้กล่าวกับชาวบ้านที่มาต้อนรับว่า

 

 

“วันนี้เราจะรับทุกเรื่อง ต้องดูแล 74,000 หมู่บ้าน ไทยนิยมคือคนไทยทุกคนนิยมในการทำความดีเพื่อส่วนรวมและเพื่อคนอื่น ตนก็ใช้หลักการของตน คือไทยนิยมตนไม่ใช่นักการเมือง ผมเป็นทหาร เป็นนักการทหารเก่า แต่ตนเข้าใจหัวอกของพี่น้องประชาชน เพราะอยู่กับท่านมาตั้งแต่เด็ก อย่างไรก็ตามขอให้ทุกคนช่วยกันจัดระเบียบกลุ่มของตัวเองให้ได้ มีใครเคยมาพูดแบบนี้หรือไม่”

 

Photo: สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

The post เก็บตก นายกฯ ลงพื้นที่คิกออฟ ‘ไทยนิยมยั่งยืน’ ครั้งแรก ทำนาโยน-พายเรือดูนาบัว appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/prayut-thaism-field-trip/feed/ 0
คลิปสปอตไลต์ฝุ่นไม่อันตรายอย่างที่คิด! กรมควบคุมมลพิษแจงอย่าตื่นตระหนก https://thestandard.co/spotlight-clip-dust-is-not-dangerous/ https://thestandard.co/spotlight-clip-dust-is-not-dangerous/#respond Tue, 13 Feb 2018 07:42:52 +0000 https://thestandard.co/?p=69923

จากกรณีที่มีการแชร์คลิปวิดีโอแสงสปอตไลต์ตอนกลางคืน บริเ […]

The post คลิปสปอตไลต์ฝุ่นไม่อันตรายอย่างที่คิด! กรมควบคุมมลพิษแจงอย่าตื่นตระหนก appeared first on THE STANDARD.

]]>

จากกรณีที่มีการแชร์คลิปวิดีโอแสงสปอตไลต์ตอนกลางคืน บริเวณสวนลุมพินี กรุงเทพฯ ที่มีฝุ่นละอองลอยอยู่ในอากาศเป็นจำนวนมาก พร้อมระบุข้อความว่า ‘ไม่แปลกใจที่คนจะป่วยทางเดินหายใจเยอะขนาดนี้ ฝุ่นในกรุงเทพฯ หนาแน่นมาก ใช้สปอตไลต์ส่องแล้วเห็นชัด’ โดยผู้ใช้เฟซบุ๊ก Pidech Ponpipat ที่โพสต์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งภายหลังพบว่าคลิปดังกล่าวมีการเผยแพร่มาตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2560 ไม่ใช่เหตุการณ์ปัจจุบัน

 

ล่าสุดนายเถลิงศักดิ์ เพ็ชรสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักจัดการคุณภาพอากาศและเสียง หรือ คพ. ได้ชี้แจงว่า แม้จะเป็นคลิปเก่า แต่จากการสังเกตพบว่าฝุ่นที่ลอยอยู่ในคลิปดังกล่าวเป็นฝุ่นละอองขนาดใหญ่ เพราะสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ไม่ใช่ฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM2.5 ที่มีขนาดเล็กกว่าเส้นผม 20 เท่า โดยฝุ่นละอองขนาดใหญ่เกิดจากการจราจร การก่อสร้าง และการเผาในที่โล่ง ฝุ่นดังกล่าวสามารถเข้าสู่ทางเดินหายใจได้ แต่ไม่อันตรายเท่าฝุ่นขนาดเล็กที่จะเข้าไปได้ลึกถึงปอด ดังนั้นไม่ควรตื่นตระหนก

 

นอกจากนี้นายเถลิงศักดิ์ยังระบุว่า การเฝ้าระวังและการป้องกันสามารถทำได้โดยสวมหน้ากากอนามัย โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ส่วนมาตรการในอนาคตมีการพูดถึงแนวทางในการลดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 เช่น การลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว การดับเครื่องยนต์ขณะรถติด ส่วนการห้ามนำรถยนต์เก่ามาใช้ในเขตกรุงเทพฯ จะต้องหารือกับทุกฝ่ายอย่างรอบคอบ

 

ด้านกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า ปริมาณฝุ่นในกรุงเทพฯ และปริมณฑลขณะนี้มีค่าที่เกินเกณฑ์มาตรฐานเพียงบางพื้นที่เท่านั้น ประชาชนส่วนใหญ่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ออกกำลังกายได้ตามปกติ ยกเว้นกลุ่มเสี่ยง ผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคหอบหืดและโรคหัวใจ ที่อาจจะมีอาการผิดปกติ เช่น ระคายเคือง แสบตา แสบจมูก น้ำมูกไหล ไอ คอแห้ง เจ็บคอ หายใจลำบาก อึดอัดแน่นหน้าอก ปวดศีรษะ คลื่นไส้ และอาเจียน ควรงดออกจากบ้าน ซึ่งหากมีอาการผิดปกติควรรีบไปพบแพทย์ หรือโทรสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422

 

สำหรับสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในวันนี้ (13 ก.พ.) เวลา 12.00 น. โดยกรมควบคุมมลพิษพบว่า ตรวจวัดได้ระหว่าง 44-59 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินเกณฑ์มาตรฐาน 3 สถานี ที่เขตบางนา (57) วังทองหลาง (56) และริมถนนอินทรพิทักษ์ เขตธนบุรี (59) โดยทุกเขตมีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับตัวเลขที่ตรวจวัดเมื่อเวลา 08.00 น. ของวันเดียวกัน ที่เกินเกณฑ์มาตรฐาน 4 สถานี และตรวจวัดได้ระหว่าง 48-64 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ขณะที่เกณฑ์มาตรฐานกำหนดไว้ที่ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

 

โดยก่อนหน้านี้นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้หน่วยฝนหลวงเคลื่อนที่เร็วจังหวัดนครสวรรค์และจังหวัดระยอง นำเครื่องบิน รุ่นคาราวาน 2 ลำ บินรอบกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อสลายหมอกควันในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะในจุดที่ฝุ่นละอองเกินเกณฑ์มาตรฐาน แต่ยังไม่สามารถขึ้นปฏิบัติการได้ภายใน 1-2 วัน เพราะมีมวลอากาศเย็นลงมาปกคลุม

 

สำหรับประชาชนทั่วไป นายแพทย์ปุณพงศ์ หาญศิริพันธุ์ แพทย์เฉพาะทางอายุรศาสตร์ (อนุสาขาอายุรศาสตร์โรคระบบการหายใจและภาวะวิกฤตโรคระบบหายใจ) โรงพยาบาลพญาไท 2 (สนามเป้า) ที่ให้ข้อมูลกับ THE STANDARD ว่า หน้ากากอนามัยทั่วไปไม่สามารถกรองฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ได้ หากต้องอยู่นอกอาคารเป็นเวลานานควรเลือกใช้หน้ากาก N95 ที่สามารถกรองฝุ่นละอองที่มีขนาดใหญ่กว่า 0.3 ไมครอนได้  

 

 

อ้างอิง:

The post คลิปสปอตไลต์ฝุ่นไม่อันตรายอย่างที่คิด! กรมควบคุมมลพิษแจงอย่าตื่นตระหนก appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/spotlight-clip-dust-is-not-dangerous/feed/ 0
เปิดกรุนาฬิกา ครม. ประยุทธ์ 5 https://thestandard.co/prayut-5-watches-collection/ https://thestandard.co/prayut-5-watches-collection/#respond Fri, 19 Jan 2018 16:30:43 +0000 https://thestandard.co/?p=63826

  ถึงคิวที่ ป.ป.ช. เปิดกรุรัฐมนตรีใหม่ ครม. ประยุท […]

The post เปิดกรุนาฬิกา ครม. ประยุทธ์ 5 appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

ถึงคิวที่ ป.ป.ช. เปิดกรุรัฐมนตรีใหม่ ครม. ประยุทธ์ 5 จำนวน 18 คน ทั้ง ครม. หน้าใหม่ป้ายแดง 10 คน และหน้าเก่าสลับเก้าอี้ 8 คน

เมื่อจุดสนใจของบัญชีทรัพย์สินเปลี่ยนจากเงินและสินทรัพย์ เป็นนาฬิกา 

THE STANDARD จึงรวบรวมนาฬิกาในตู้ ของบรรดารัฐมนตรีใหม่มาให้ชมกัน

 

 

ภาพประกอบ: Nisakorn Rittapai

The post เปิดกรุนาฬิกา ครม. ประยุทธ์ 5 appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/prayut-5-watches-collection/feed/ 0
เปิดตู้เซฟ ครม. ประยุทธ์ 5 รมช. ศึกษา หนี้ท่วม 66 ล้าน สุวพันธุ์ แจงละเอียด นาฬิกา-ไอโฟน https://thestandard.co/listing-of-assets-and-liabilities/ https://thestandard.co/listing-of-assets-and-liabilities/#respond Fri, 19 Jan 2018 08:30:10 +0000 https://thestandard.co/?p=63548

วันนี้ (19 มกราคม 2561) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปรา […]

The post เปิดตู้เซฟ ครม. ประยุทธ์ 5 รมช. ศึกษา หนี้ท่วม 66 ล้าน สุวพันธุ์ แจงละเอียด นาฬิกา-ไอโฟน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (19 มกราคม 2561) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีการเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่งในรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา กรณีเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 หรือ ครม. ประยุทธ์ 5 จำนวน 18 ราย

 

นอกจากนี้ยังเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินกรณีรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 จำนวน 16 ราย

 

กรณีพ้นจากตำแหน่งครบ 1 ปี เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2560 จำนวน 2 ราย

 

และกรณีพ้นจากตำแหน่งครบ 1 ปี เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2560 จำนวน 4 ราย

 

รวมถึงการเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองของนายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กรณีพ้นจากตำแหน่งครบ 1 ปี เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2560 และ พล.อ. กัมปนาท รุดดิษฐ์ สมาชิก สนช. กรณีพ้นจากตำแหน่งครบ 1 ปี เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2560

 

สำหรับรัฐมนตรีใหม่ที่เพิ่งเคยเข้ารับตำแหน่งเป็นครั้งแรก จำนวน 10 ราย มีดังนี้

  1. นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มีทรัพย์สิน 29,320,171.27 บาท หนี้สิน 6,316,092.67 บาท มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 23,005,078.60 บาท

 

  1. พล.อ. ชัยชาญ ช้างมงคล เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และนางวิภาพร ช้างมงคล คู่สมรส มีทรัพย์สิน 31,868,090.60 บาท หนี้สิน 1,633,736.57 บาท มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 30,234,354.03 บาท

 

  1. นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และนางมณี โควสุรัตน์ คู่สมรส มีทรัพย์สิน 60,073,687.80 บาท หนี้สิน 59,239.70 บาท มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 60,014,448.10 บาท

 

  1. นายกฤษฎา บุญราช เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนางขนิษฐา บุญราช คู่สมรส มีทรัพย์สิน 17,541,927.58 บาท หนี้สิน 2,273,858.40 บาท มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 15,268,069.18 บาท

 

  1. นายลักษณ์ วจนานวัช เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนางศรัณยา วจนานวัช คู่สมรส มีทรัพย์สิน 84,566,662.89 บาท ไม่มีหนี้สิน

 

  1. นายวิวัฒน์ ศัลยกําธร เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนางมาลิน ศัลยกำธร คู่สมรส มีทรัพย์สิน 28,489,813.95 บาท ไม่มีหนี้สิน

 

  1. นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และนางวรรณา ชูโชติถาวร คู่สมรส มีทรัพย์สิน 179,116,947.43 บาท ไม่มีหนี้สิน

 

  1. นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

มีทรัพย์สิน 16,028,670.98 บาท ไม่มีหนี้สิน

  1. นายอุดม คชินทร เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนางกาญจนา คชินทร คู่สมรส มีทรัพย์สิน 67,144,730.37 บาท หนี้สิน 210,000,000 บาท มีหนี้สินมากกว่าทรัพย์สิน 66,934,730.37 บาท ทั้งนี้ หนี้สินทั้งหมดมาจากเงินกู้จากธนาคารและสถาบันการเงินอื่นของคู่สมรส

 

  1. นายสมชาย หาญหิรัญ เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และนางอัญชลี หาญหิรัญ คู่สมรส มีทรัพย์สิน 72,480,554.96 บาท ไม่มีหนี้สิน

 

ส่วนรัฐมนตรี ครม. ประยุทธ์ 5 ที่เคยดำรงตำแหน่งอยู่ก่อนแล้ว แต่ถูกสับเปลี่ยนตำแหน่ง 8 ราย ประกอบด้วย

 

พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ อดีต รมว.กระทรวงเกษตร

รับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี

รวมทรัพย์สินและคู่สมรสมากกว่าหนี้สิน 35,278,559.78 บาท

 

สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

รับตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

รวมทรัพย์สินและคู่สมรสมากกว่าหนี้สิน 26,129,821.50  บาท

 

สุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

รับตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รวมทรัพย์สินและคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ มากกว่าหนี้สิน 90,836,749.37 บาท

 

พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

รวมทรัพย์สินและคู่สมรสมากกว่าหนี้สิน 87,545,680 บาท

 

พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม อีกตำแหน่ง

รวมทรัพย์สินและคู่สมรสมากกว่าหนี้สิน 30,849,028.14 บาท

 

ชุติมา บุณยประภัศร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

รับตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

รวมทรัพย์สินกว่าหนี้สิน 238,861,209.43 บาท

 

พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

รับตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

รวมทรัพย์สินและคู่สมรสมากกว่าหนี้สิน 48,804,646.70 บาท

 

สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

รับตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

รวมทรัพย์สินกว่าหนี้สิน 113,165,080.13 บาท

 

สำหรับการเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินครั้งนี้ สื่อมวลชนให้ความสนใจกับหมวดรายการทรัพย์สินอื่นๆ เช่น เครื่องประดับ นาฬิกา และทรัพย์สินอื่น ๆ ที่มีมูลค่ารวมกันเกิน 200,000 บาท เป็นพิเศษ ผลพวงจากกรณีของพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกลาโหม ที่ไม่ปรากฏรายการแสดงทรัพย์สินอื่นๆ ในบัญชีทรัพย์สินเลย จนเกิดประเด็นใหญ่โตเมื่อถูกพบว่าพลเอก ประวิตร มีรสนิยมใส่นาฬิกาหรูและเครื่องประดับอยู่เป็นประจำ

 

รัฐมนตรีที่ดูจะแสดงรายการทรัพย์สินอื่นๆ ละเอียดที่สุดเห็นจะเป็น สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งแจงทรัพย์สินอื่นๆ ถึง 50 รายการ แม้กระทั่งโทรศัพท์มือถือไอโฟน 6 เอส และไอโฟน 7 ก็ยังแจ้งในบัญชีทรัพย์สินด้วย

 

ขณะที่ ลักษณ์ วจนานวัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็เป็นอีกคนที่แจงทรัพย์สินระเอียดยิบ แม้กระทั่งพระพุทธรูป 17 องค์ มีราคาองค์ละ 500-2,500 บาท ก็นำมาแสดงด้วย

 

รวมไปถึงรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กอบศักดิ์ ภูตระกูล ที่ไม่มีเครื่องประดับ หรือนาฬิกาใดๆ แต่มีเปียโน 1 หลัง มูลค่า 5 แสนบาท

The post เปิดตู้เซฟ ครม. ประยุทธ์ 5 รมช. ศึกษา หนี้ท่วม 66 ล้าน สุวพันธุ์ แจงละเอียด นาฬิกา-ไอโฟน appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/listing-of-assets-and-liabilities/feed/ 0