กฤษฎา จีนะวิจารณะ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/กฤษฎา-จีนะวิจารณะ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 05 Aug 2024 04:43:48 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 นายกฯ บอก พร้อมพิจารณาปรับ ครม. ถ้าพรรคร่วมรัฐบาลเสนอมา ขอรอพ้นช่วงคดี ส.ค. นี้ ด้าน รทสช. ส่งชื่อ ‘เอกนัฏ’ นั่งเก้าอี้ รมช. https://thestandard.co/srettha-is-ready-to-consider-adjusting-the-cabinet/ Mon, 05 Aug 2024 04:43:48 +0000 https://thestandard.co/?p=967335

วันนี้ (5 สิงหาคม) เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษ […]

The post นายกฯ บอก พร้อมพิจารณาปรับ ครม. ถ้าพรรคร่วมรัฐบาลเสนอมา ขอรอพ้นช่วงคดี ส.ค. นี้ ด้าน รทสช. ส่งชื่อ ‘เอกนัฏ’ นั่งเก้าอี้ รมช. appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (5 สิงหาคม) เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เสนอชื่อปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในโควตาของพรรคที่ว่างอยู่ 1 ตำแหน่งว่า เรื่องยังไม่ถึงมือของตน และในเดือนสิงหาคมคิดว่ามีเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบตุลาการเยอะไปหมด จริงๆ แล้วต้องให้เกียรติตรงนั้นก่อนดีกว่า ให้หลายเรื่องมันจบไปก่อนดีกว่า แต่แน่นอนถ้าเกิดพรรคร่วมรัฐบาลเสนอมาเราก็ต้องพิจารณา แต่ว่าคงไม่ใช่เร็วๆ นี้

 

รทสช. ส่งชื่อ ‘เอกนัฏ’ นั่งเก้าอี้ รมช.

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โควตารัฐมนตรีของพรรค รทสช. ที่ยังว่างอยู่ 1 ตำแหน่ง หลังจาก กฤษฎา จีนะวิจารณะ ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังนั้น ล่าสุด พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรค รทสช. ได้ทำหนังสือถึงนายกฯ แสดงเจตจำนงว่าสำหรับโควตารัฐมนตรีของพรรค รทสช. ที่ว่างอยู่ 1 ตำแหน่งนั้น จะมีการสลับปรับเปลี่ยนภายในพรรค รทสช. เอง

 

ทั้งนี้ หากมีการปรับ ครม. พรรค รทสช. ขอเสนอชื่อของ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ สส. บัญชีรายชื่อ ในฐานะเลขาธิการพรรค เข้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี เนื่องจากขณะนี้เอกนัฏถือว่าไม่มีคดีความติดตัวแล้ว

The post นายกฯ บอก พร้อมพิจารณาปรับ ครม. ถ้าพรรคร่วมรัฐบาลเสนอมา ขอรอพ้นช่วงคดี ส.ค. นี้ ด้าน รทสช. ส่งชื่อ ‘เอกนัฏ’ นั่งเก้าอี้ รมช. appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลเศรษฐา รัฐมนตรีทิ้งเก้าอี้แล้ว 3 คน https://thestandard.co/3-ministers-resigned-from-srettha-government/ Wed, 22 May 2024 02:28:48 +0000 https://thestandard.co/?p=936362 รัฐมนตรี

การเข้าบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน นายกรั […]

The post รัฐบาลเศรษฐา รัฐมนตรีทิ้งเก้าอี้แล้ว 3 คน appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐมนตรี

การเข้าบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศไทย ในฐานะผู้นำรัฐบาลที่มีทีมงานคือคณะรัฐมนตรี แต่ยังเข้าทำงานไม่ถึงขวบปี ในสมัยแรกมีรัฐมนตรีทยอยลาออกแล้ว 3 คน

 

 

ปานปรีย์ พหิทธานุกร

อดีตรองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ

ลาออก: หลังการปรับ ครม. เศรษฐา 1/1

เหตุผล: ถูกปรับพ้นตำแหน่งรองนายกฯ แต่ยังคง รมว.ต่างประเทศ เพียงตำแหน่งเดียวเท่านั้น

 

กฤษฎา จีนะวิจารณะ

อดีต รมช.คลัง

ลากออก: หลังการปรับ ครม. เศรษฐา 1/1

เหตุผล: ไม่ให้เกียรติ มีแนวคิดในการทำงานแตกต่างกัน แบ่งงานให้รับผิดชอบที่แทบไม่มีบทบาท

 

พิชิต ชื่นบาน

อดีต รมต.ประจำสำนักนายกฯ

ลาออก: หลังเข้าทำงานได้ 23 วัน

เหตุผล: ถูก 40 สว. ยื่นร้องคุณสมบัติ พ่วงร้องนายกฯ แสดงสปิริตให้รัฐบาลเดินหน้าทำงานต่อ

 

อ้างอิง: THE STANDARD รวบรวม

The post รัฐบาลเศรษฐา รัฐมนตรีทิ้งเก้าอี้แล้ว 3 คน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประสานเสียงแจงปมกฤษฎาลาออก รมช.คลัง พิชัยชี้ ต้องใช้เวลาสำหรับการชี้แจง ยอมรับเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เผ่าภูมิย้ำไร้ปัญหาขัดแย้ง https://thestandard.co/explaining-krisada-resignation-deputy-finance-minister/ Tue, 14 May 2024 03:52:14 +0000 https://thestandard.co/?p=933096

วันนี้ (14 พฤษภาคม) ที่จังหวัดเพชรบุรี พิชัย ชุณหวชิร ร […]

The post ประสานเสียงแจงปมกฤษฎาลาออก รมช.คลัง พิชัยชี้ ต้องใช้เวลาสำหรับการชี้แจง ยอมรับเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เผ่าภูมิย้ำไร้ปัญหาขัดแย้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (14 พฤษภาคม) ที่จังหวัดเพชรบุรี พิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีที่ กฤษฎา จีนะวิจารณะ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ยื่นหนังสือชี้แจงการลาออกจากตำแหน่งถึงนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่า พิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ไม่ให้เกียรติกันในการปฏิบัติงานอย่างเหมาะสมว่า เรื่องนี้ไม่สามารถตอบสั้นๆ ได้ และขออนุญาตว่าหากจะตอบต้องมีเวลา

 

พิชัยยังปฏิเสธที่จะชี้แจงถึงวันเวลาสำหรับการเตรียมตัวในการชี้แจง และจะกระทบต่อการทำงานในกระทรวงการคลังหรือไม่ รวมถึงปฏิเสธถึงการอ่านจดหมายแล้วหรือไม่ โดยระบุเพียงสั้นๆ ว่า เรื่องดังกล่าวนี้สามารถเข้าใจได้ การทำงานต้องมีเหตุและผล ส่วนการนัดหารือร่วมกับผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยนั้น ทุกอย่างสามารถพูดคุยได้ 

 

ขณะที่ ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์​ กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ตนไม่ทราบในรายละเอียด​ ขอให้เขาไปว่ากัน​เอง​ หากวิจารณ์ไปก็เหมือนจินตนาการแล้วมาพูด จึงต้องไปถามผู้ที่เกี่ยวข้อง

 

ส่วน เผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ตนเห็นข้อเท็จจริงตามข่าว แต่ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร แต่ในส่วนของตัวเนื้อหาสาระของหนังสือนั้นเราก็ต้องให้เกียรติท่าน ต้องถามที่ท่าน ตนไม่สามารถตอบตรงนี้ได้

 

เผ่าภูมิกล่าวอีกว่า ก่อนมีการแบ่งงานในกระทรวงการคลังนั้น ก็ได้มีการหารือกันก่อนแล้ว แต่ไม่ทราบในรายละเอียดว่ามีท่าทีอย่างไร ซึ่งก็ต้องให้เกียรติท่านกฤษฎา ชี้แจงว่ามีความเห็นหรือมีความไม่สบายใจอย่างไร แต่ยืนยันว่าตนไม่ได้มีความขัดแย้งเพราะรู้จักกันมา 10 ปี ตั้งแต่ยังอยู่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) 

 

ส่วนหน่วยงานที่กฤษฎากำกับดูแลอยู่นั้นจะมีการแบ่งงานใหม่อย่างไร เผ่าภูมิกล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มีการดำเนินการในส่วนนั้น

The post ประสานเสียงแจงปมกฤษฎาลาออก รมช.คลัง พิชัยชี้ ต้องใช้เวลาสำหรับการชี้แจง ยอมรับเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เผ่าภูมิย้ำไร้ปัญหาขัดแย้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดหนังสือลาออก ‘กฤษฎา’ ยกเหตุ ‘แนวคิดการทำงานขัดกับ รมว. ใหม่-ไม่ได้รับเกียรติในการปฏิบัติงาน’ https://thestandard.co/kritsada-resignation-letter/ Mon, 13 May 2024 13:44:14 +0000 https://thestandard.co/?p=932954 กฤษฎา จีนะวิจารณะ

วันนี้ (13 พฤษภาคม) ผู้สื่อข่าวเปิดเผยหนังสือขอลาออกจาก […]

The post เปิดหนังสือลาออก ‘กฤษฎา’ ยกเหตุ ‘แนวคิดการทำงานขัดกับ รมว. ใหม่-ไม่ได้รับเกียรติในการปฏิบัติงาน’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กฤษฎา จีนะวิจารณะ

วันนี้ (13 พฤษภาคม) ผู้สื่อข่าวเปิดเผยหนังสือขอลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังของ กฤษฎา จีนะวิจารณะ ที่ส่งถึง เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 8 พฤษภาคม 2567 โดยเนื้อหาภายในระบุว่า

 

“ตามที่ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งกระผมให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ตั้งแต่วันที่ 22 กันยายน 2566 นั้น กระผมขอเรียนว่า กระผมมีความประสงค์ขอลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และทุกตำแหน่งที่ได้รับแต่งตั้งหรือมอบหมาย ตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม 2567 เป็นต้นไป

 

“โดยที่ในช่วงที่ผ่านมา กระผมได้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังในการกำกับดูแลภารกิจของกระทรวงการคลัง และหน่วยงานต่างๆ ตามที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในขณะนั้นมอบหมายอย่างเต็มกำลังความสามารถ ซึ่งสามารถผลักดันการแก้ไขปัญหาภาระหนี้สินของประชาชน การฟื้นฟูดูแลผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และมาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2567 มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะอดีตข้าราชการของกระทรวงการคลัง ได้ดำเนินการรักษาวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด ซึ่งกระผมขอขอบพระคุณนายกรัฐมนตรีที่ได้ให้โอกาสและสนับสนุนในการปฏิบัติหน้าที่ที่สำคัญร่วมกับนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และคณะรัฐมนตรีตลอดช่วงระยะเวลาดังกล่าวเป็นอย่างดี

 

“อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยมีแนวคิดในการทำงานที่แตกต่างกัน รวมทั้งการไม่ให้เกียรติต่อกันในการปฏิบัติงานอย่างเหมาะสม กระผมจึงเห็นว่าคงไม่สามารถที่จะทำงานร่วมกันให้เกิดประโยชน์แก่เศรษฐกิจของประเทศต่อไปได้” หนังสือระบุ

The post เปิดหนังสือลาออก ‘กฤษฎา’ ยกเหตุ ‘แนวคิดการทำงานขัดกับ รมว. ใหม่-ไม่ได้รับเกียรติในการปฏิบัติงาน’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ เผย ‘กฤษฎา’ ลาออก รมช.คลัง มีผลแล้ว เตรียมหารือ รทสช. เสนอตั้งคนใหม่แทนหรือไม่ https://thestandard.co/krisada-chinavicharana-09052024/ Fri, 10 May 2024 04:32:13 +0000 https://thestandard.co/?p=931875

วันนี้ (9 พฤษภาคม) เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงก […]

The post นายกฯ เผย ‘กฤษฎา’ ลาออก รมช.คลัง มีผลแล้ว เตรียมหารือ รทสช. เสนอตั้งคนใหม่แทนหรือไม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (9 พฤษภาคม) เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการลาออกของ กฤษฎา จีนะวิจารณะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ว่าการลาออกถือว่ามีผลเรียบร้อยแล้ว ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีโอกาสได้พูดคุยกับพรรครวมไทยสร้างชาติว่าจะมีการเสนอชื่อรัฐมนตรีเข้ามาใหม่หรือไม่ แต่ในการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรจังหวัดเพชรบุรีจะได้พูดคุยกัน ขอให้เจอท่านก่อนแล้วกัน

 

ส่วนการเดินทางไปตรวจราชการที่จังหวัดสุพรรณบุรี, กาญจนบุรี และราชบุรี ระหว่างวันที่ 10-12 พฤษภาคม 2567 ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการกระชับความสัมพันธ์กับพรรคร่วมรัฐบาลด้วยหรือไม่นั้น เศรษฐากล่าวว่า เอาประชาชนเป็นที่ตั้งดีกว่า เป็นนโยบายของรัฐบาลอยู่แล้วที่จะไปทุกภาคส่วน แม้ตนจะเป็นนายกรัฐมนตรีที่มาจากพรรคเพื่อไทย สัปดาห์ที่แล้วก็ลงพื้นที่ที่มีทั้งพรรคพลังประชารัฐและพรรคเพื่อไทย ต้นเดือนเมษายนก็ลงพื้นที่ภาคใต้ของพรรครวมไทยสร้างชาติ 

 

เศรษฐากล่าวอีกว่า หลักการใหญ่คือดูแลพี่น้องประชาชนเป็นหลัก ดังนั้นการลงพื้นที่เพื่อดูแลพี่น้องประชาชนจะไปดูว่าสามารถช่วยอะไรตรงไหนได้บ้าง ส่วนเรื่องการกระชับความสัมพันธ์แน่นอนว่าเราอยู่ด้วยกันหลายพรรค การให้เกียรติซึ่งกันและกันเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งเย็นวันนี้ก็จะไปรับประทานอาหารเย็นที่บ้านของ ประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา

The post นายกฯ เผย ‘กฤษฎา’ ลาออก รมช.คลัง มีผลแล้ว เตรียมหารือ รทสช. เสนอตั้งคนใหม่แทนหรือไม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ ยังไม่รู้ผลเบรก ‘กฤษฎา’ บอกยังไม่เห็นหนังสือลาออก https://thestandard.co/thai-pm-unaware-of-krisada-resignation/ Thu, 09 May 2024 04:29:36 +0000 https://thestandard.co/?p=931411

วันนี้ (9 พฤษภาคม) เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงค […]

The post นายกฯ ยังไม่รู้ผลเบรก ‘กฤษฎา’ บอกยังไม่เห็นหนังสือลาออก appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (9 พฤษภาคม) เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าหลังให้โอกาส กฤษฎา จีนะวิจารณะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กลับไปทบทวนการลาออกจากตำแหน่งอีกครั้งว่า ตอนนี้ยังไม่ทราบ ต้องไปดูที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีก่อน หากใบลาออกมาถึงแล้วก็ถือว่ามีผลทันที 

 

เมื่อถามต่อว่า หากการลาออกมีผลจะกระทบต่อการทำงานของกระทรวงการคลังหรือไม่ เศรษฐากล่าวว่า ไม่มี ส่วนที่มีการถกเถียงถึงขั้นตอนการลาออกจบสิ้นไปแล้วนั้น หากหนังสือลาออกมาแล้วก็ถือว่าจบสิ้น แต่ตนยังไม่เห็นหนังสือดังกล่าว

 

เมื่อถามว่า เป็นห่วงหรือไม่ว่าเหตุการณ์ในลักษณะนี้จะเกิดขึ้นอีกในกระทรวงอื่น จะต้องพูดคุยและสอบถามอย่างชัดเจนหรือไม่ เศรษฐากล่าวว่า เป็นห่วงทุกเรื่อง ในความไม่สบายใจของทุกคน จะพยายามทำอย่างเต็มที่เพื่อให้ทุกคนมีความสบายใจ แต่ต้องยึดผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก ซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้พูดคุยกับพรรครวมไทยสร้างชาติ และขออย่าพูดถึงวิธีการอะไรที่ยังไม่เกิดขึ้น เพราะทุกคนทราบดีว่าเป็นโควตาของพรรครวมไทยสร้างชาติ 

 

เศรษฐากล่าวอีกว่า ส่วนตัวให้เกียรติพรรคร่วมรัฐบาลเสมอ ส่วนจะสามารถเปลี่ยนโควตากระทรวงได้หรือไม่ ส่วนตัวก็ไม่ทราบ เพราะยังไม่มีการพูดคุยกัน ต้องรอการพูดคุย และตอนนี้ยังไม่ได้พูดคุยกับ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ แต่เชื่อว่าวันที่ประชุมคณะรัฐมนตรีน่าจะมีการพูดคุยกัน

The post นายกฯ ยังไม่รู้ผลเบรก ‘กฤษฎา’ บอกยังไม่เห็นหนังสือลาออก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: สรุปเหตุการณ์ ‘กฤษฎา’ รมช.คลัง ยื่นหนังสือลาออก | Morning Wealth 9 พ.ค. 2567 https://thestandard.co/morning-wealth-09052024/ Thu, 09 May 2024 02:04:06 +0000 https://thestandard.co/?p=931350 กฤษฎา จีนะวิจารณะ

สรุปเหตุการณ์ ‘กฤษฎา จีนะวิจารณะ’ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระ […]

The post ชมคลิป: สรุปเหตุการณ์ ‘กฤษฎา’ รมช.คลัง ยื่นหนังสือลาออก | Morning Wealth 9 พ.ค. 2567 appeared first on THE STANDARD.

]]>
กฤษฎา จีนะวิจารณะ

สรุปเหตุการณ์ ‘กฤษฎา จีนะวิจารณะ’ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ยื่นหนังสือลาออก ด้านนายกรัฐมนตรีสั่งเบรกให้กลับไปทบทวน รายละเอียดเป็นอย่างไร

การเลือกตั้งอินเดีย ในมุมการลงทุนคาดหวังอะไรหลังการเลือกตั้งครั้งนี้ พูดคุยกับ สกลฉัฐฐ์ เชาวน์เลิศเสรี CFA นักวิเคราะห์การลงทุน SCB Chief Investment Office ธนาคารไทยพาณิชย์

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 . ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: สรุปเหตุการณ์ ‘กฤษฎา’ รมช.คลัง ยื่นหนังสือลาออก | Morning Wealth 9 พ.ค. 2567 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เมื่อรัฐบาลเศรษฐาเจอสึนามิหลังปรับ ครม. รัฐมนตรีทิ้งเก้าอี้ลาออก https://thestandard.co/thai-cabinet-ministers-resign-after-reshuffle/ Thu, 09 May 2024 01:26:48 +0000 https://thestandard.co/?p=931344 ครม. รัฐมนตรี ลาออก

ฉับพลันที่ กฤษฎา จีนะวิจารณะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงก […]

The post เมื่อรัฐบาลเศรษฐาเจอสึนามิหลังปรับ ครม. รัฐมนตรีทิ้งเก้าอี้ลาออก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครม. รัฐมนตรี ลาออก

ฉับพลันที่ กฤษฎา จีนะวิจารณะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ยื่นหนังสือลาออกไปยังเจ้ากระทรวงการคลัง พิชัย ชุณหวชิร ทำเอาทำเนียบรัฐบาลร้อนระอุ 

 

สึนามิลูกแรกจาก ปานปรีย์ พหิทธานุกร ที่ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ภายหลังโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งไม่ถึง 3 ชั่วโมง ยังสั่นสะเทือนตึกไทยคู่ฟ้าและพรรคเพื่อไทยไม่หาย

 

สึนามิลูกที่สองจากกฤษฎาปรากฏขึ้นตามมาติดๆ หลังจากมีคำสั่งลงนามแบ่งงานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง คำสั่งนี้กระทบอย่างไร เหตุใดจึงต้องยื่นลาออก

 

หากลงลึกไปยังคำสั่งแบ่งงาน ส่วนราชการที่อยู่ภายใต้การดูแลของกฤษฎาหลังปรับทัพใหม่ เหลือเพียงสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เท่านั้น 

 

ขณะที่รัฐวิสาหกิจและหน่วยงานของรัฐในกำกับของกระทรวงการคลังที่กฤษฎาดูแล ได้แก่ การยาสูบแห่งประเทศไทย, สถาบันคุ้มครองเงินฝาก (สคฝ.), บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน), สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) หรือ สพพ.

 

เมื่อเทียบกับการดูแลหน่วยงานก่อนปรับงานที่ได้ดูแลส่วนราชการถึง 3 หน่วยงาน คือ กรมบัญชีกลาง กรมสรรพสามิต และสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง 

 

ส่วนรัฐวิสาหกิจและหน่วยงานของรัฐในกำกับของกระทรวงการคลังที่กฤษฎาดูแล ได้แก่ ธนาคารต่างๆ ของรัฐ, บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม องค์การสุรา, การยาสูบแห่งประเทศไทย และสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล 

 

งานลด ความน้อยใจจึงบังเกิดจริงหรือไม่ คงตอบได้ยาก เพราะจนถึงขณะนี้ยังไม่มีคำยืนยันจากกฤษฎา มีเพียงการนำรถประจำตำแหน่งมาคืนที่กระทรวงการคลัง 

 

พร้อมคำให้สัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรีที่ระบุว่า ได้ระงับใบลาออกดังกล่าวไว้ก่อน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น ต้องมีการพูดคุยกัน หากมีความไม่สบายใจเรื่องการแบ่งงานก็ยังมีโปรเจกต์อีกเยอะในกระทรวงการคลัง สามารถมาทำงานร่วมกับสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้ และรัฐมนตรีก็ยินดีจะมอบหมายงานเพิ่มเติมให้ ขอให้ไปคิดก่อนคืนหนึ่ง แล้วค่อยว่ากันใหม่ แต่ก็ต้องให้เกียรติรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพราะท่านแบ่งงานไปแล้ว 

 

เจ้ากระทรวง = เจ้าถิ่น

 

หากมองย้อนไปในรัฐบาลเศรษฐาชุดแรก บริบทนี้ไม่ได้เพิ่งเกิด ความร้อนแรงของการจัดสรรตำแหน่งตามโควตาพรรคร่วมรัฐบาลมีมาก่อนแล้ว แต่ละกระทรวงย่อมมีเจ้าถิ่น เมื่อมีแกะดำโดดเดี่ยวเข้าไปในฝูง มองไกลๆ ก็ยังดูออกว่า ความสนใจที่เกิดขึ้นมักน้อยกว่าแกะขาวฝูงใหญ่ 

 

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์: มีเจ้ากระทรวงเป็นพรรคพลังประชารัฐ นำโดย ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า มีรัฐมนตรีช่วยว่าการจากพรรคเพื่อไทยคือ ไชยา พรหมา และจากพรรครวมไทยสร้างชาติ อนุชา นาคาศัย ที่ปัจจุบันถูกปรับออกทั้งคู่

 

กระทรวงการคลัง: มีเจ้ากระทรวงเป็นพรรคเพื่อไทย เดิมนำโดย เศรษฐา ทวีสิน มีรัฐมนตรีช่วยว่าการจากพรรคเพื่อไทยคือ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และจากพรรครวมไทยสร้างชาติ กฤษฎา จีนะวิจารณะ ที่กำลังอยู่ระหว่างทบทวนการลาออกตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี

 

การเขย่าใหม่ของ ครม.เศรษฐา ที่เกิดขึ้น จึงมีทั้งพรรคที่สถานการณ์เป็นบวกอย่างพรรคพลังประชารัฐ เพราะได้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาครอบครองแบบไร้พรรคร่วม พรรคที่นิ่งสนิท มั่นคงไม่เปลี่ยนแปลงคือ พรรคภูมิใจไทย 

 

ขณะที่พรรครวมไทยสร้างชาติกลับได้รับผลกระทบหนัก เมื่อมีโควตา 1 รัฐมนตรีว่าการและ 3 รัฐมนตรีช่วยว่าการ การแฝงตัวทำงานภายใต้เจ้าถิ่นพรรคอื่น แม้จะมีตำแหน่งเป็นถึงรัฐมนตรีช่วยว่าการ แต่เมื่อพวกพ้องที่รายล้อมมาจากคนละประเภท คงไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนน้ำกับน้ำมันที่จะรวมตัวกันได้ 

 

กระทรวงการคลัง เผือกร้อนของรัฐบาลเศรษฐา

 

ตั้งแต่รัฐบาลเศรษฐาเข้ามาบริหารประเทศ สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยคือ ปัญหาในการบริหารเศรษฐกิจ และความขัดแย้งกับธนาคารแห่งประเทศไทย 

 

การแบ่งงานของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังที่กฤษฎาได้มาแค่ สบน. ขณะที่รัฐมนตรีช่วยว่าการคนอื่นๆ กลับได้ดูแลกรมเกรดเอ ทั้งกรมศุลกากร กรมสรรพสามิต และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง 

 

หากดูปริมาณและความสำคัญ เป็นธรรมดาที่กฤษฎาคงออกลูกน้อยใจ แต่เมื่อมองเข้าไปถึงไส้ในของการทำงาน สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ‘การสื่อสาร’ 

 

เมื่อตัดสินใจไม่ว่าอย่างไรย่อมมีทั้งคนพอใจและไม่พอใจ นี่คือคำให้สัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรี แต่ความไม่พอใจย่อมไม่ใช่ความเข้าใจและยอมรับ 

 

ตั้งแต่การประกาศลาออกของปานปรีย์หลังถูกตัดตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีออกไป ปฏิเสธไม่ได้ว่า ส่วนหนึ่งคือการสื่อสารของคนปรับไปยังคนถูกปรับ 

 

การแบ่งหน่วยงานในสังกัดก็เช่นกัน เมื่อลดภาระงาน เพิ่มเติมงานส่วนใด การสื่อสารเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เมื่อคำสั่งออกมาและไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ บวกกับไร้การสื่อสารให้เข้าใจ ทางเดียวที่ทำได้คือต้องจากไป พร้อมกับรอยร้าวในการขับเคลื่อนกระทรวง อนาคตจะเดินหน้าอย่างไร เมื่ออดีตปลัดกระทรวงก็ยังไม่อาจทนอยู่ได้ โควตาพรรคร่วมรัฐบาลที่จะเข้ามาทำหน้าที่จะกลมเกลียวพอที่จะทำงานร่วมกันได้หรือไม่ เมื่อการแบ่งงานดูไม่สมดุล

 

ที่สำคัญรัฐมนตรีประกาศลาออกเป็นคนที่สอง ปัญหาการจัดสรรตำแหน่งก็ยังไม่จบ จนเกิดเป็นคำถามในใจประชาชนว่า สิ่งที่เกิดขึ้น รัฐบาลได้เอาเวลามาพัฒนาความเป็นอยู่ของพวกเขาให้ดีขึ้นแล้วหรือไม่

 

ปิดจบตำนานลูกหม้อกระทรวงการคลัง?

 

กฤษฎาสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ ปักหลักในกระทรวงการคลังอย่างท้าทายในรอบแรกมาได้ หากย้อนประวัติไป คงไม่แปลกถ้าจะเรียกว่าเป็นคนกระทรวงการคลังอย่างแท้จริง 

 

จากรองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง สู่ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ไต่เต้าเป็นอธิบดีกรมสรรพสามิต อธิบดีกรมศุลกากร และจบท้ายด้วยปลัดกระทรวงการคลัง ก่อนจะลาออกจากราชการ เพื่อมารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

 

แต่บทบาทเมื่อดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังในรัฐบาลเศรษฐากลับแทบไม่ปรากฏชื่อในหน้าสื่อ และอีกทางหนึ่ง พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ให้สัมภาษณ์ไว้ด้วยว่า หากกฤษฎาลาออกจริง “ก็หาคนอื่นแทน แค่นี้เอง และไม่ได้รู้สึกตกใจ เพราะทางการเมืองถือเป็นเรื่องปกติ” 

 

ไม่ว่าผลของการทบทวนของกฤษฎาจะเป็นอย่างไร จะจบสวย กลับไปทำงาน ได้รับการเกลี่ยงานตามที่เห็นสมควร หรือค่ำคืนที่ผ่านมาแล้วผ่านไป ไม่อาจย้อนกลับ ปรากฏหนังสือลาออกจบสถานะลูกหม้อกระทรวงการคลังไว้ที่ตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการ สมกับเสียงรอสายของเจ้าตัวที่ยังบรรเลงว่า “สิ้นสุดกันที ไม่ว่าชาตินี้ชาติไหน เท่านี้ก็สาแก่ใจ ซาบซึ้งทรวงในอกเรา” 

 

ฉากทัศน์ถัดไปก็คงต้องลุ้นว่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่ในโควตาของพรรครวมไทยสร้างชาติของรัฐบาลที่นำโดยเศรษฐา จะมีใครกล้าเข้ามาทดแทนหรือไม่

The post เมื่อรัฐบาลเศรษฐาเจอสึนามิหลังปรับ ครม. รัฐมนตรีทิ้งเก้าอี้ลาออก appeared first on THE STANDARD.

]]>
จุลพันธ์-เผ่าภูมิ ไม่รู้รายละเอียดกระแสข่าว ‘กฤษฎาลาออก’ https://thestandard.co/chulphan-phaophum-dont-know-kritsada-resigning/ Wed, 08 May 2024 13:08:42 +0000 https://thestandard.co/?p=931316

วันนี้ (8 พฤษภาคม) จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าก […]

The post จุลพันธ์-เผ่าภูมิ ไม่รู้รายละเอียดกระแสข่าว ‘กฤษฎาลาออก’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (8 พฤษภาคม) จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว กรณีกระแสข่าวลาออกของ กฤษฎา จีนะวิจารณะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ว่าทราบจากข่าวแล้ว แต่ส่วนตัวยังไม่ได้โทรหากฤษฎา พร้อมทบทวนการแบ่งงานใหม่

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ได้คุยกับ พิชัย ชุณหวชิร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หรือยังเกี่ยวกับกรณีนี้ โดยจุลพันธ์ตอบว่า ให้รอฟังจากท่านเอง (พิชัย) พร้อมระบุว่า ภารกิจของกระทรวงการคลังมีกว้างมาก และข้ามไปถึงภารกิจของรองนายกรัฐมนตรี

 

นอกจากนี้ยังปฏิเสธว่า สาเหตุที่กฤษฎาลาออกไม่น่ามาจากการหลีกเลี่ยงโครงการดิจิทัลวอลเล็ต เนื่องจากให้ความร่วมมือมาโดยตลอด

 

ขณะที่ เผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกระแสข่าวการลาออกของกฤษฎาว่า เห็นตามข่าวเท่านั้น แต่ยังไม่รู้ข้อเท็จจริง

 

ส่วนประเด็นปัญหาการแบ่งงาน ตนไม่ทราบจริงๆ และยังไม่ได้ยกหูคุยกับกฤษฎา

 

สำหรับความเป็นไปได้ที่มีการแบ่งงานใหม่ เผ่าภูมิกล่าวว่า ไม่ใช่หน้าที่ของตน เป็นอำนาจของพิชัยจะเป็นคนดูเรื่องความเหมาะสม

 

ท่ามกลางกระแสข่าวเกี่ยวกับการคาดเดาว่าอาจมีปมมาจากอำนาจหน้าที่และการแบ่งงานที่ลดลง

 

ย้อนกลับไปในยุคที่ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ยังดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กฤษฎามีอำนาจในการสั่งการ การอนุญาต การอนุมัติ การกำกับดูแล และการปฏิบัติราชการหรือดำเนินการอื่นที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยส่วนราชการในสังกัด ดังนี้

 

  • กรมบัญชีกลาง
  • กรมสรรพสามิต
  • สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง

 

ส่วนเรื่องที่เป็นราชการอันเกี่ยวกับงานของรัฐวิสาหกิจในสังกัด ดังนี้

 

  • ธนาคารกรุงไทย
  • ธนาคารออมสิน
  • ธนาคารอาคารสงเคราะห์
  • ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย
  • บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม
  • องค์การสุรา
  • การยาสูบแห่งประเทศไทย
  • สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล

 

แต่ในปัจจุบัน กฤษฎามีส่วนราชการในสังกัดเพียงสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะเท่านั้น และดูแลงานของรัฐวิสาหกิจและหน่วยงานของรัฐในกำกับ ดังนี้

 

  • การยาสูบแห่งประเทศไทย
  • สถาบันคุ้มครองเงินฝาก
  • บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน)
  • สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย
  • สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน)

The post จุลพันธ์-เผ่าภูมิ ไม่รู้รายละเอียดกระแสข่าว ‘กฤษฎาลาออก’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ รับ ‘กฤษฎา’ ยื่นลาออก รมช.คลัง จริง สั่งเบรกให้กลับไปทบทวน 1 คืน ด้าน ‘พีระพันธุ์’ บอก หากออกก็แค่หาคนแทน https://thestandard.co/kritsada-submits-resignation-as-deputy-finance-minister/ Wed, 08 May 2024 09:58:55 +0000 https://thestandard.co/?p=931242

วันนี้ (8 พฤษภาคม) เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษ […]

The post นายกฯ รับ ‘กฤษฎา’ ยื่นลาออก รมช.คลัง จริง สั่งเบรกให้กลับไปทบทวน 1 คืน ด้าน ‘พีระพันธุ์’ บอก หากออกก็แค่หาคนแทน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (8 พฤษภาคม) เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าว กฤษฎา จีนะวิจารณะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ยื่นใบลาออกว่า หลังจากได้รับทราบข่าวก็ได้ต่อสายหากฤษฎา ซึ่งกำลังจะส่งใบลาออกมาให้ พร้อมเบรกขอให้ไปคิดก่อนคืนหนึ่ง แล้วค่อยว่ากันใหม่

 

เศรษฐากล่าวว่าตอนนี้ตนได้ระงับใบลาออกดังกล่าวไว้ก่อน สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่ถึงอย่างไรก็ต้องมีการพูดคุยกัน พร้อมกับบอกไปว่าหากมีความไม่สบายใจเรื่องการแบ่งงานก็ยังมีโปรเจกต์อีกเยอะในกระทรวงการคลัง ซึ่งก็สามารถมาทำงานร่วมกับสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้ และรัฐมนตรีก็ยินดีจะมอบหมายงานเพิ่มเติมให้

 

เมื่อถามว่าได้สอบถามสาเหตุของการลาออกหรือไม่ เศรษฐากล่าวว่าก็คงเป็นเรื่องการแบ่งงาน ซึ่งการพูดคุยโทรศัพท์กับกฤษฎาก็หัวเราะ ตนจึงบอกไปว่าขอให้คิดดูก่อน จะยังไม่รับใบลาออก และกฤษฎาเองก็เป็นรุ่นน้องตนมานาน

 

เมื่อถามว่าได้พูดคุยกับ พิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ว่ามีปัญหาอะไรหรือไม่ เศรษฐากล่าวว่าไม่ได้คุย ซึ่งพิชัยได้โทรหากฤษฎาแต่ไม่รับสาย

 

เมื่อถามย้ำว่านายกรัฐมนตรีจะต้องพิจารณาเรื่องการแบ่งงานใหม่ใช่หรือไม่ เศรษฐากล่าวว่า ตนคิดว่าต้องให้เกียรติรัฐมนตรีเพราะท่านแบ่งงานไปแล้ว แต่ถึงอย่างไรก็ยังมีงานอีกเยอะที่ทุกคนจะต้องช่วยกัน

 

เมื่อถามย้ำว่าจะต้องมีการพูดคุยกันภายในหลังมีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือไม่ เพราะบางคนแอบน้อยใจแต่ไม่ออกอาการ เศรษฐากล่าวว่า อย่างที่บอกคือมีทั้งคนพอใจและไม่พอใจ แต่ถึงอย่างไรก็ต้องมีการตัดสินใจออกไป โดยต้องยึดโยงกับงาน และที่ผ่านมาก็มีการพูดคุยกันตลอด พร้อมยืนยันว่าจะไม่มีผลกระทบต่อการทำงาน รัฐมนตรีที่มีการลาออกไปก่อนหน้านี้ก็มีการแต่งตั้งใหม่มาทดแทนแล้ว

 

เมื่อถามว่าจะต้องมีการเคลียร์ใจกับกฤษฎาหรือไม่ เพราะเป็นรัฐมนตรีช่วยอันดับ 3 เศรษฐากล่าวว่า ตนได้โทรไปหาเรียบร้อยแล้ว จึงจะขอรอคำตอบในวันพรุ่งนี้ ซึ่งก็หวังว่าผลการเบรกจะสำเร็จ เพราะตนกับท่านรู้จักกันมานาน

 

‘พีระพันธุ์’ ยืนยัน รทสช. ยังมั่นคง สร้างข่าวให้ตายก็ไม่มีกระแสใต้น้ำ

 

ด้าน พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าว กฤษฎา จีนะวิจารณะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งว่า “คงเป็นกระแสข่าว ผมยังไม่ทราบ ไม่เห็น ผมเพิ่งประชุมเสร็จเดี๋ยวนี้เอง”

 

เมื่อถามว่ามองอย่างไรถึงการแบ่งงานของกระทรวงการคลังเมื่อวานนี้ (7 พฤษภาคม) พีระพันธุ์กล่าวว่า ผมไม่ทราบ ไม่เห็น เพราะไม่ได้ดูกระทรวงการคลัง

 

เมื่อถามว่าไม่ได้มีการมาปรึกษาหรือพูดคุยก่อนลาออกใช่หรือไม่ พีระพันธุ์กล่าวว่ายังไม่มี ยังไม่ได้คุยกัน

 

เมื่อถามว่าหากเป็นการลาออกจริงจะส่งผลต่อการทำงานหรือไม่ พีระพันธุ์กล่าวว่า “ก็หาคนอื่นแทนแค่นี้เอง”

 

เมื่อถามย้ำว่าจะมีการยับยั้งการลาออกหรือไม่ พีระพันธุ์กล่าวว่า ผมไม่ทราบเรื่อง เพิ่งเลิกประชุม ออกมาก็โดนสัมภาษณ์ตรงนี้ว่าลาออก

 

หาก ‘กฤษฎา’ ลาออกแค่หาคนแทน

 

ผู้สื่อข่าวถามว่ากฤษฎาได้มีการยื่นหนังสือลาออกกับรัฐมนตรีว่าการฯ เมื่อสักครู่ พีระพันธุ์กล่าวว่าตนไม่ทราบเลย เพิ่งประชุมเสร็จ ซึ่งไม่ได้รู้สึกตกใจ เพราะทางการเมืองถือเป็นเรื่องปกติ เมื่อออกก็ต้องหาคนแทน แต่ตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังก็ยังเป็นโควตาของพรรครวมไทยสร้างชาติ

 

เมื่อถามว่านอกจากนี้ สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ยังลาออกจากสมาชิกพรรค และประธานยุทธศาสตร์พรรครวมไทยสร้างชาติ พีระพันธุ์กล่าวว่าตนก็ไม่ทราบเหมือนกัน เพราะแต่ละคนก็มีภารกิจส่วนตัวของเขา เราจะไปยุ่งเขาได้อย่างไร ใครจะอยู่ ใครจะไป ใครจะทำอะไร พร้อมยืนยันว่าการลาออกของกฤษฎาไม่กระทบพรรคร่วมหรือรัฐบาล และไม่ทราบว่าในพรรครวมไทยสร้างชาติมีคลื่นใต้น้ำหรือไม่

 

“ผมทำงานมาไม่มีปัญหา พร้อมยืนยันว่าภายในพรรคไม่ได้มีปัญหา แต่สื่อมวลชนพยายามทำให้มีปัญหา จะทำอย่างไรก็ไม่มีเพราะพรรคผมมั่นคง สร้างข่าวกันไปให้ตายก็ไม่มีทาง และก่อนหน้านี้ก็มีคนลาออกก็ไม่มีปัญหาอะไร” พีระพันธุ์กล่าว

 

พีระพันธุ์กล่าวว่า การประชุมพรรคมีการวางหลักเกณฑ์ไว้ว่าประชุมสัปดาห์ละครั้ง ก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไร รอบนี้ก็เพิ่งประชุม เพราะว่าเพิ่งตั้งคณะรัฐมนตรีมาใหม่ ภารกิจยังแน่น ไม่ได้มีการประชุม ซึ่งส่วนตัวยังไม่ทราบสาเหตุการลาออกว่าเกี่ยวกับการแบ่งงานหรือไม่ เนื่องจากยังไม่ได้พูดคุยกัน และไม่ทราบถึงความสัมพันธ์ระหว่าง พิชัย ชุณหวชิร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และกฤษฎา เพราะพิชัยก็เพิ่งได้รับตำแหน่งและโปรดเกล้าฯ เมื่อวานนี้ ซึ่งไม่ว่าจะตำแหน่งอะไรก็ต้องทำงานร่วมกันให้ได้เท่านั้นเอง

 

เมื่อถามว่าในฐานะหัวหน้าพรรคต้องมีการพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีหรือไม่ พีระพันธุ์กล่าวว่าตนต้องคุยกับกฤษฎาไม่ใช่นายกรัฐมนตรี ซึ่งการแบ่งงานทุกอย่างอยู่ที่เจ้ากระทรวง ส่วนพรรครวมไทยสร้างชาติจะต้องเรียกรวมเพื่อประชุมหรือไม่นั้น จะต้องตรวจสอบว่ากฤษฎาลาออกจริงหรือไม่ พร้อมกับกล่าวย้ำว่าเป็นเรื่องปกติ การเมืองก็เป็นแบบนี้ และยืนยันว่าไม่ต้องประชุมพรรค เพราะกรรมการบริหารพรรคก็ตัดสินใจได้ และในวันที่ 13 พฤษภาคมนี้จะมีการสัมมนาพรรคเป็นการภายใน

The post นายกฯ รับ ‘กฤษฎา’ ยื่นลาออก รมช.คลัง จริง สั่งเบรกให้กลับไปทบทวน 1 คืน ด้าน ‘พีระพันธุ์’ บอก หากออกก็แค่หาคนแทน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิด 3 แหล่งที่มาเงินสำหรับแจกดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท https://thestandard.co/digital-wallet-3-sources/ Wed, 10 Apr 2024 08:05:38 +0000 https://thestandard.co/?p=921500 ดิจิทัลวอลเล็ต

วันนี้ (10 เมษายน) ที่ทำเนียบรัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน นายกร […]

The post เปิด 3 แหล่งที่มาเงินสำหรับแจกดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดิจิทัลวอลเล็ต

วันนี้ (10 เมษายน) ที่ทำเนียบรัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วย จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง, กฤษฎา จีนะวิจารณะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง, ลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง, ดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, เผ่าภูมิ โรจนสกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ เฉลิมพล เพ็ญสูตร ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ร่วมแถลงรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการเติมเงิน 10,000 บาทผ่าน ดิจิทัลวอลเล็ต 

 

ลวรณ ในฐานะปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวชี้แจงถึงรายละเอียดว่า รัฐบาลดำเนินตามกฎหมายทุกประการ โดยใช้แหล่งเงินที่มาจากงบประมาณทั้ง 500,000 ล้านบาท จากงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 และ 2568 แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ

 

  1. เงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 จำนวน 152,700 ล้านบาท ซึ่งได้มีการขยายงบประมาณในปี 2568 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
  1. เงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 จากการดำเนินการโครงการจากหน่วยงานของรัฐ 172,300 ล้านบาท โดยใช้มาตรา 28 และมอบหมายให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. เป็นผู้ดูแลประชาชนในกลุ่มที่เป็นเกษตรกรจำนวน 27 ล้านคน
  1. งบการบริหารจากเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 จำนวน 175,000 ล้านบาท

 

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวนี้จะเริ่มขึ้นในช่วงปลายปี 2567 

 

ดิจิทัลวอลเล็ต

 

ภาพประกอบ: ธิดามาศ เขียวเหลือ

The post เปิด 3 แหล่งที่มาเงินสำหรับแจกดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘เศรษฐา’ อัดมาตรการปลุกอสังหา ลดค่าโอน-จดจำนองเหลือ 0.01% เร่งระบายสต็อกบ้านราคาสูง (ไม่เกิน) 7 ล้านบาท คาดกระตุ้น GDP ได้ถึง 1.8% https://thestandard.co/srettha-real-estate-transfer-mortgage-fee/ Tue, 09 Apr 2024 12:37:55 +0000 https://thestandard.co/?p=921252 เศรษฐา

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค […]

The post ‘เศรษฐา’ อัดมาตรการปลุกอสังหา ลดค่าโอน-จดจำนองเหลือ 0.01% เร่งระบายสต็อกบ้านราคาสูง (ไม่เกิน) 7 ล้านบาท คาดกระตุ้น GDP ได้ถึง 1.8% appeared first on THE STANDARD.

]]>
เศรษฐา

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เผยชุดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ ประกาศลดค่าโอน-จำนองอสังหาริมทรัพย์เหลือ 0.01% บ้านราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท คาดกระตุ้น GDP ได้ถึง 1.8%

 

วันนี้ (9 เมษายน) กฤษฎา จีนะวิจารณะ และ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบชุดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยประกาศลดค่าจดทะเบียนโอนอสังหาริมทรัพย์จาก 2% เหลือ 0.01% และลดค่าจดทะเบียนการจำนองอสังหาริมทรัพย์จาก 1% เหลือ 0.01% โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่กฎหมายได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567 

 

โดยการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ร่วมโครงการนี้ต้องมีราคาซื้อขายและราคาประเมินทุนทรัพย์ไม่เกิน 7 ล้านบาท และวงเงินจำนองไม่เกิน 7 ล้านบาทต่อสัญญา โดยไม่รวมถึงกรณีการขายเฉพาะส่วน และต้องมีผลเฉพาะที่จดทะเบียนโอนในคราวเดียวกันเท่านั้น ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวสำหรับผู้ซื้อที่เป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทยเท่านั้น

 

สำหรับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่ร่วมโครงการนี้ รวมทั้งอสังหาริมทรัพย์มือ 1 และมือ 2 ได้แก่

  • อาคารที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยว บ้านแฝด หรือบ้านแถว
  • อาคารพาณิชย์
  • ที่ดินพร้อมอาคาร
  • ห้องชุดที่จดทะเบียนอาคารชุด

 

ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวเป็นมาตรการที่บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (Developer) ต่างๆ เรียกร้องมายาวนาน เนื่องจากก่อนหน้านี้รัฐบาลกำหนดเพดานมาตรการลดค่าโอน-จดจำนองไว้ที่บ้านราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทเท่านั้น

 

นอกจากมาตรการลดค่าโอนและจดจำนองแล้ว ครม. ยังอนุมัติชุดมาตรการกระตุ้นอื่นๆ อีกรวมเป็น 5 มาตรการ ได้แก่ มาตรการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับผู้ที่ต้องการปลูกสร้างบ้าน, โครงการสินเชื่อบ้าน Happy Home วงเงินโครงการ 2 หมื่นล้านบาท โดยธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.), โครงการสินเชื่อบ้าน Happy Life วงเงินโครงการ 1 หมื่นล้านบาท โดย ธอส., มาตรการให้การส่งเสริมกิจการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย โดยให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ที่การสร้างที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย และโครงการสินเชื่อบ้านออมสินเพื่อประชาชน วงเงินโครงการ 1 หมื่นล้านบาท

 

เปิดผลกระทบทั้งทางบวกและลบ (ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น)

 

พรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สำหรับรายได้ที่รัฐคาดว่าจะสูญเสีย จะเป็นรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งคาดว่าจะอยู่ที่เดือนละ 2 พันล้านบาท (โดยหากนับรวมเดือนเมษายน-ธันวาคมนี้จะอยู่ที่ราว 1.6 หมื่นล้านบาท)

 

อย่างไรก็ดี อีกทางหนึ่งมาตรการนี้น่าจะกระตุ้นภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีธุรกิจเฉพาะให้เพิ่มขึ้นในหลักร้อยถึงพันล้านบาท และทำให้เกิดกิจกรรมในพื้นที่เศรษฐกิจนั้นๆ

 

พรชัยยังคาดว่าชุดมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์นี้จะช่วยทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ขยายตัวได้ 1.7-1.8% แบ่งเป็น

  • มาตรการลดค่าธรรมเนียม จะช่วยกระตุ้นให้ GDP ขยายตัวได้ 1.58%
  • มาตรการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับผู้ที่ต้องการปลูกสร้างบ้าน จะช่วยกระตุ้นให้ GDP ขยายตัวได้ 0.01%
  • การปล่อยสินเชื่อจาก ธอส. จะช่วยกระตุ้นให้ GDP ขยายตัวได้ราว 0.07-0.08%
  • การปล่อยสินเชื่อจากธนาคารออมสิน จะช่วยกระตุ้นให้ GDP ขยายตัวได้ในระดับใกล้เคียงกับ ธอส.

 

ส่องสถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยกลุ่ม 3-7.5 ล้านบาท

 

ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคาร และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) เปิดเผยกับ THE STANDARD WEALTH ว่า ชุดมาตรการดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นให้คนออกมาซื้ออสังหาริมทรัพย์มากขึ้น โดยเฉพาะบ้านราคาตั้งแต่ 3-7 ล้านบาทจะเห็นการเปลี่ยนแปลง ‘อย่างมีนัยสำคัญ’ เนื่องจากมาตรการดังกล่าวจะช่วยให้ ‘ผู้ที่มีกำลังซื้อ’ และ ‘ผู้มีศักยภาพ’ ตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ได้ง่ายและเร็วขึ้น เป็นกระตุ้นเศรษฐกิจ

 

ดร.วิชัย กล่าวอีกว่า สถานการณ์อุปทาน (Supply) ตลาดที่อยู่อาศัยกลุ่ม 3-7.5 ล้านบาท อยู่ในภาวะ ‘อุปทานสูงสะสม’ โดยในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 50-60% ของตลาดอสังหาริมทรัพย์ทั้งประเทศ มีสต็อกอสังหาริมทรัพย์กลุ่ม 3-7.5 ล้านบาท เหลืออยู่ 80,000 หน่วย นับเป็นจำนวนที่สูงกว่าช่วงโควิดเมื่อปี 2563

 

ตัวอย่างเช่นในปี 2566 ปีเดียว มีการเปิดตัวโครงการใหม่รวมทั้งสิ้น 28,000 หน่วยในปี 2566 ขณะที่ขายได้เพียง 25,000 หน่วยเท่านั้น

The post ‘เศรษฐา’ อัดมาตรการปลุกอสังหา ลดค่าโอน-จดจำนองเหลือ 0.01% เร่งระบายสต็อกบ้านราคาสูง (ไม่เกิน) 7 ล้านบาท คาดกระตุ้น GDP ได้ถึง 1.8% appeared first on THE STANDARD.

]]>
รมช.-ปลัดกระทรวงการคลังยืนยัน ขาดดุลงบประมาณเพิ่มไม่กระทบเครดิตเรตติ้ง https://thestandard.co/budget-deficit-does-not-affect-credit-rating/ Fri, 05 Apr 2024 05:16:53 +0000 https://thestandard.co/?p=919759

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังเชื่อ ขาดดุลงบประมาณเพิ […]

The post รมช.-ปลัดกระทรวงการคลังยืนยัน ขาดดุลงบประมาณเพิ่มไม่กระทบเครดิตเรตติ้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังเชื่อ ขาดดุลงบประมาณเพิ่มไม่กระทบเครดิตเรตติ้ง ด้านปลัดกระทรวงการคลังระบุ นโยบายการเงินและนโยบายการคลังควรสอดประสานกัน ชี้อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจที่ระดับ 2% ยังต่ำเกินไป

 

วันนี้ (5 เมษายน) กฤษฎา จีนะวิจารณะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า จากแผนการคลังระยะปานกลาง (ปีงบประมาณ 2568-2571) ฉบับทบทวน ซึ่งรัฐบาลมีการปรับประมาณการการขาดดุลการคลังเพิ่ม โดยในปี 2568 เพิ่มขึ้น 150,000 ล้านบาท จะไม่กระทบอันดับเครดิตเรตติ้งของไทย เนื่องจากทุนสำรองระหว่างประเทศของไทยยังสูงกว่า 200,000 ล้านบาท เงินคงคลังยังอยู่ที่ 500,000-600,000 ล้านบาท ภาวะการคลังและอัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ และหนี้สาธารณะก็ไม่เกิน 70%

 

ทั้งนี้ ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 2 เมษายน ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบแผนการคลังระยะปานกลาง (ปีงบประมาณ 2568-2571) ฉบับทบทวน ซึ่งรัฐบาลมีการปรับประมาณการการขาดดุลการคลังในปี 2568 เพิ่มขึ้นเป็น 865,700 ล้านบาท จาก 713,000 ล้านบาท ในแผนการคลังฉบับก่อน (เพิ่มขึ้น 152,700 ล้านบาท)

 

กฤษฎากล่าวอีกว่า แม้การไปถึงเป้าหมายงบประมาณสมดุลจะชะลอตัวออกไป อย่างไรก็ดี เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ให้นโยบายชัดเจนเกี่ยวกับการลดรายจ่าย โดยเฉพาะรายจ่ายประจำ ส่วนการเพิ่มรายได้ ขณะนี้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ก็กำลังทำแผนปฏิรูปอยู่

 

นอกจากนี้ “แม้รายจ่ายในอนาคตน่าจะเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังมีบางส่วนที่จะลดลง เช่น การจ่ายเงินสมทบให้กับกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ก็ใกล้จะเต็มแล้ว ทำให้ไม่ต้องจ่ายเพิ่มแล้ว จากปกติต้องจ่ายสมทบปีละ 50,000 ล้านบาท” กฤษฎากล่าว

 

สำหรับการปฏิรูปโครงสร้างภาษี ซึ่งรวมไปถึงภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) กฤษฎาระบุว่า ทุกรัฐบาลที่ผ่านมามีความตั้งใจที่จะทำ แต่ต้องพิจารณาถึงสภาพเศรษฐกิจและสถานการณ์ที่เหมาะสมด้วย

 

ขณะที่ ลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ระบุว่า การทำงบประมาณสมดุลยังเป็นเป้าหมายที่กระทรวงการคลังอยากเห็นอยู่ แต่เวลาอาจจะต้องเลื่อนออกไป

 

สำหรับประเด็นผลกระทบต่ออันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) ลวรณมองว่า เวลาที่หน่วยงานจัดอันดับเครดิตประเมินจะพิจารณาจากการขาดดุล ซึ่งเป็นสิ่งที่เปิดเผยทั่วไปอยู่ใน 2 ส่วน ได้แก่ เงินที่ได้จากการขาดดุลเอาไปใช้ทำอะไร เกิดประโยชน์อย่างไร และการใช้คืนเงินว่ารัฐบาลจะมีแผนการใช้เงินคืนที่ชัดเจนหรือไม่

 

“โดยหากทางการไทยมีคำตอบที่ดี ทั้ง 2 ส่วนนี้ก็ไม่น่าจะกระทบการประเมินเครดิตเรตติ้ง” ลวรณกล่าว

 

สำหรับประเด็นหนี้สาธารณะที่ ลวรณคาดว่าขึ้นไปสู่ระดับ 66-67% ต่อ GDP ในปี 2568-2569 ตามแผนการคลังระยะปานกลาง ฉบับทบทวน ที่ ครม. มีมติเห็นชอบไปเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา มองว่ายังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้

 

ปลัดกระทรวงการคลังยังระบุว่า นโยบายการเงินและนโยบายการคลังควรสอดประสานกัน โดยมองว่าอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจที่ระดับ 2% ยังต่ำเกินไป ทำให้การอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจและการกระตุ้นกำลังซื้อจึงเป็นเรื่องจำเป็น

 

“การแก้ปัญหาเศรษฐกิจไทยคงไม่ได้มาจากการดูระยะสั้นอย่างเดียวหรือระยะยาวอย่างเดียว ไม่ใช่ว่าเราไม่แก้ปัญหาระยะยาว แต่ระยะสั้นจำเป็นต้องทำเร่งด่วนกว่าหรือไม่ ผมว่าวันนี้ต้องนำข้อเท็จจริงมาคุยกันว่า อะไรที่จำเป็น อะไรที่ควรทำ การแก้ปัญหาระยะยาวไม่ผิด แต่ระยะสั้นก็ควรทำ” ลวรณกล่าว

The post รมช.-ปลัดกระทรวงการคลังยืนยัน ขาดดุลงบประมาณเพิ่มไม่กระทบเครดิตเรตติ้ง appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ นำทีมแถลงแก้หนี้นอกระบบ ย้ำห้ามคิดดอกเบี้ยเกิน 15% ต่อปี เตรียมปล่อยสินเชื่อหวังดึงลูกหนี้กลับเข้าระบบ https://thestandard.co/srettha-solving-the-problem-of-informal-debt/ Tue, 28 Nov 2023 06:46:48 +0000 https://thestandard.co/?p=870741 แก้หนี้นอกระบบ

วันนี้ (28 พฤศจิกายน) ที่ทำเนียบรัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน นา […]

The post นายกฯ นำทีมแถลงแก้หนี้นอกระบบ ย้ำห้ามคิดดอกเบี้ยเกิน 15% ต่อปี เตรียมปล่อยสินเชื่อหวังดึงลูกหนี้กลับเข้าระบบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แก้หนี้นอกระบบ

วันนี้ (28 พฤศจิกายน) ที่ทำเนียบรัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วย อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, กฤษฎา จีนะวิจารณะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และ พล.ต.อ. ธนา ชูวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) แถลงข่าววาระแห่งชาติการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ 

 

โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า หนี้นอกระบบที่เป็นปัญหากัดกร่อนสังคมไทยมาอย่างยาวนาน ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ของคนไทย วันนี้เราจะเอาจริงกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อคืนศักดิ์ศรี สร้างความมั่นคงให้กับคนไทยทุกคน โดยจะร่วมกับฝ่ายปกครอง ตำรวจ และกระทรวงการคลัง ฟื้นฟูเศรษฐกิจระดับครัวเรือนถึงมหภาค ยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน ไม่ให้กลับไปเป็นหนี้ซ้ำ ซึ่งที่ผ่านมามีการประเมินตัวเลขประชาชนที่เป็นหนี้นอกระบบกว่า 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งตนยังมองว่าเป็นตัวเลขที่ต่ำเกินไป แต่ปัญหาจริงน่าจะมากกว่านั้น 

 

“พวกเขาไม่สามารถแม้กระทั่งจะฝัน ถูกปิดโอกาสการเติบโต ส่งผลกระทบเป็นโดมิโน ผมถือว่าเรื่องหนี้นอกระบบคือการค้าทาสยุคใหม่ พรากอิสรภาพไปจากผู้คน” นายกรัฐมนตรีกล่าว

 

แก้หนี้ ไม่ใช่ยาปาฏิหาริย์

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า วันนี้รัฐบาลได้บูรณาการหลายภาคส่วน โดยจะรับบทเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ย ดูแลทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้อย่างเป็นธรรม ทั้งเรื่องดอกเบี้ยที่แพงเกิน การทวงหนี้ที่รุนแรง เพื่อทำให้ลูกหนี้มีอากาศหายใจ ยืนยันว่าจะดำเนินการไม่ให้ซับซ้อน มีขอบเขตตั้งแต่ต้นจนจบ มีการทำข้อมูลกลาง มีตัวเลขตรวจสอบได้ มีวิธีเข้าสู่กระบวนการสื่อสารกับประชาชนอย่างตรงไปตรงมา ให้เข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยที่ถูกต้อง ซึ่งตนได้ฝากให้หน่วยงานฝ่ายปกครองและตำรวจทำงานอย่างมีเป้าหมาย มีกรอบเวลาชัดเจน โดยหลังไกล่เกลี่ยรัฐบาลโดยกระทรวงการคลังก็จะเข้ามาปรับโครงสร้างหนี้ให้ 

 

“การแก้หนี้ครั้งนี้ไม่ใช่ยาปาฏิหาริย์ แต่ผมมั่นใจว่าเศรษฐกิจที่ดีขึ้น จะทำให้ประชาชนมีรายได้ ไม่จำเป็นต้องก่อหนี้อีก และรายย่อยก็สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้” นายกรัฐมนตรีกล่าว

 

นายกรัฐมนตรียังเปิดเผยว่า วันที่ 12 ธันวาคมนี้ จะแถลงแก้หนี้แบบครบวงจร ทั้งในและนอกระบบ ตนจะทำให้โครงการนี้ปลดปล่อยประชาชน จากการเป็นทาสหนี้นอกระบบ

 

ห้ามคิดดอกเบี้ยเกินร้อยละ 15 ต่อปี

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า เกณฑ์การไกล่เกลี่ยมีการกำหนดเพดานการคิดดอกเบี้ยหรือไม่ นายกรัฐมนตรียืนยันว่าเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ห้ามคิดเกิน 15% ต่อปี ซึ่งต้องดูว่าตั้งแต่เป็นหนี้จ่ายไปแล้วเท่าไร หากจ่ายเกินไปแล้วก็ต้องยกเลิกต่อกัน และยืนยันว่ามาตรการที่จะดำเนินการนี้ไม่เหมือนในอดีต เพราะที่ผ่านมาไม่ได้ทำงานแบบบูรณาการ แต่ครั้งนี้จะทำงานเชิงรุกมากขึ้น 

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า ขออย่าลืมว่าก็ยังมีการแก้ไขหนี้ในระบบอีกด้วย ที่จะทำให้ประชาชนลืมตาอ้าปากได้ ทำให้การกลับมาเป็นหนี้ยากยิ่งขึ้น ถ้าจะพูดว่าไม่ให้กลับมาเป็นหนี้อีกเลย คิดว่าจะลำบาก แต่ต้องมีความเป็นธรรม ตามที่กฎหมายกำหนด การที่เรามีความร่วมมือวันนี้ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี นำทุกภาคส่วนมาบูรณาการ มาแก้ไขปัญหา คงไม่ใช่ว่าเรามองไม่เห็นปัญหา เพราะไม่อย่างนั้นคงไม่มานั่งในวันนี้ 

 

เราให้ความสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจ และนโยบายของรัฐบาลยังมีอีกมาก ในเรื่องของการทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น แต่ขั้นตอนแรกเราต้องลดค่าใช้จ่ายของประชาชน และวันที่ 8 ธันวาคม จะประชุมร่วมกันระหว่างนายอำเภอกับผู้กำกับทั่วประเทศ มีการกำหนด KPI ชัดเจน ติดตามผลงานอย่างต่อเนื่อง คงไม่เหมือนสมัยก่อนที่ทำกันมา 

 

ส่วนเรื่องผู้มีอิทธิพล ที่อาจทำให้ประชาชนไม่กล้าเข้ามาไกล่เกลี่ย เศรษฐายืนยันว่า ทางกระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการอยู่แล้วว่าเราไม่ยอมรับผู้มีอิทธิพลนอกระบบ หรือมาเฟีย ก็ต้องบริหารจัดการไป บ้านเมืองมีกฎหมาย อัตราดอกเบี้ยที่คิดไว้ก็ต้องชัดเจน จึงต้องเรียกมาคุยทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้ ทั้งฝ่ายปกครองและความมั่นคง

 

ขอลูกหนี้ที่โดนข่มขู่ แจ้งศูนย์ดำรงธรรม

 

ด้านอนุทินกล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยน้อมรับข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี โดยจะบูรณาการตั้งแต่ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งมั่นใจว่าบุคคลเหล่านี้มีความใกล้ชิดกับประชาชน จึงจะเป็นจุดที่จะบูรณาการความร่วมมือกับตำรวจและกระทรวงการคลัง แก้ปัญหาคลายทุกข์ให้กับประชาชน โดยกระทรวงมหาดไทยจะทำงานบริหารเชิงพื้นที่ ด้วยบุคลากร นายอำเภอ กับผู้กำกับสถานีตำรวจ ช่วยเหลือลูกหนี้ ไกล่เกลี่ย ประนีประนอม ปราบปรามผู้กระทำความผิดอย่างเด็ดขาด ร่วมกันทำอย่างโปร่งใส ให้ความเป็นธรรมตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด 

 

ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยขอเรียนเชิญประชาชนที่ประสบปัญหา ทั้งถูกข่มขู่ คุกคาม ดูหมิ่น กระทำโดยไม่เป็นธรรม หรือแม้กระทั่งอยากปรับจากหนี้นอกระบบมาเป็นหนี้ในระบบ มายังศูนย์ดำรงธรรม ทั้งที่อำเภอและจังหวัดทุกแห่ง ส่วนใครที่หวั่นเกรงผู้มีอิทธิพล ตนได้สั่งให้กรมการปกครองออกสำรวจ สร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่าจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง 

 

ด้าน รอง ผบ.ตร. ยืนยันว่าที่ผ่านมา ตำรวจบังคับใช้กฎหมายจับกุมสืบสวนดำเนินคดี จากสภาพปัญหาเราเห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชนที่ถูกทวงหนี้ โดยตำรวจมีสายด่วน 1599 รับแจ้งเหตุ ที่ผ่านมาได้เอ็กซเรย์พื้นที่ ขึ้นบัญชีผู้ประกอบการนอกระบบ ทั้งระดับ S, M และ L เพื่อบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา เราได้ดำเนินการจับกุมไปแล้วกว่า 134 ราย เป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ เช่น เครือข่ายรับจำนำรถยนต์ เป็นต้น 

 

คลังพร้อมปล่อยกู้ ดึงลูกหนี้กลับเข้าสู่ระบบ

 

ขณะที่กฤษฎาระบุว่า นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ให้ข้อสั่งการเพื่อดูแลประชาชนที่เป็นลูกหนี้หลังปรับโครงสร้าง โดยเราจะเข้ามาดูแลด้วยธนาคารของรัฐ ในส่วนของธนาคารออมสิน มีโครงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ โดยจะปล่อยกู้ให้ไม่เกิน 50,000 บาทต่อราย ระยะเวลาใช้คืนไม่เกิน 5 ปี และมีโครงการสินเชื่อสำหรับอาชีพอิสระรายย่อย ให้กู้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย ระยะเวลาใช้คืนสูงสุด 8 ปี อัตราดอกเบี้ยเป็นไปตามความสามารถของลูกหนี้

 

ส่วนธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ มีโครงการปล่อยกู้ให้กับเกษตรกรที่นำที่ดินไปจำนอง หรือค้ำประกันเงินกู้นอกระบบรายละไม่เกิน 2.5 ล้านบาท อีกทั้งมีช่องทางพิโกไฟแนนซ์สำหรับธุรกิจสินเชื่อ ซึ่งมีมาลงทะเบียนแล้วกว่า 1 พันราย 

 

มหาดไทย สั่งผู้ว่าฯ-นายอำเภอ เร่งดึงลูกหนี้นอกระบบ เข้าระบบ 

 

อนุทินกล่าวภายหลังการแถลงข่าวว่า เมื่อช่วงเดือนที่แล้วได้มีการตั้งศูนย์ขึ้นทะเบียนพี่น้องประชาชนที่มีหนี้นอกระบบ ซึ่งมีการเปิดทางออนไลน์และออฟไลน์ให้ประชาชนที่เป็นลูกหนี้นอกระบบได้ขึ้นทะเบียน 

 

ส่วนลูกหนี้ที่มีความเกรงกลัวต่อผู้มีอิทธิพลนั้น กระทรวงมหาดไทยได้สั่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดอำเภอ และเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในกลไกของกระทรวงมหาดไทยลงไปสำรวจว่า ยังมีลูกหนี้คนใดที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนกับกระทรวงมหาดไทย เข้าไปพูดคุยและไกล่เกลี่ยเพื่อแก้ปัญหาหนี้นอกระบบให้มากที่สุด 

 

อนุทินยังกล่าวถึงกรณีที่เจ้าหนี้มีการข่มเหงหรือรังแก หรือมีการใช้อิทธิพลทำความเดือดร้อนให้กับลูกหนี้ด้วยว่า ต้องพิจารณาดูว่าเข้าข่ายผู้มีอิทธิพลหรือไม่ ขณะนี้กระทรวงมหาดไทยกำลังจัดระเบียบสังคมให้มีความเป็นนิติรัฐมากขึ้น เจ้าหน้าที่รัฐ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความปกครอง ต้องดูแลความปลอดภัยของประชาชน ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันหลายฝ่าย 

 

อนุทินกล่าวอีกว่าในวันที่ 1 ธันวาคมนี้ อย่ามองว่าเป็นวันดีเดย์ในการแก้หนี้นอกระบบ เพราะที่ผ่านมาก็มีการแก้ปัญหามาโดยตลอด เมื่อทำผิดกฎหมาย คิดดอกเบี้ยเกินอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ก็เข้าข่ายผิดกฎหมาย

 

รองรับคู่สาย เปิด 24 ชั่วโมง 

 

ส่วนสายด่วน 1599 สามารถรับคู่สายได้จำนวนเท่าใด อนุทินกล่าวว่า คนไทยเรามีหนี้เยอะ อย่าโทรศัพท์เข้ามาอย่างเดียว เพราะอะไรมากไปมันก็ไม่ได้ เราเปิดช่องทางไว้หลายทาง จะมีการประชาสัมพันธ์ออกไปว่าจะลงทะเบียนอย่างไร ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ยืนยันว่ามีความปลอดภัย ไม่เพียงใช้กฎหมายเข้ม ถ้าไกล่เกลี่ยกันได้ก็เป็นเรื่องดี เราจะพยายามดูแลไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกรังแกกันเกินไป โดยข้อมูลที่ได้มาจะส่งต่อไปยังนายอำเภอ เพื่อให้มีการไปเรียกลูกหนี้และเจ้าหนี้เข้ามาไกล่เกลี่ยก่อน 

 

“การเป็นหนี้นั้น ผู้กู้ยอมให้ปล่อยกู้ ซึ่งมีการเห็นต้องอยู่แล้ว แต่จะต้องไม่มีฝ่ายใดถูกรังแก คนเป็นหนี้ไม่ใช่คนที่ทำความผิด โดยเฉพาะคนที่เป็นลูกหนี้นอกระบบ เขาหมดหนทางที่จะหาแหล่งเงินที่ถูกต้องตามกฎหมาย เราจึงต้องหาหนทางให้เขา อย่างน้อยนโยบายที่ได้รับมาจากนายกฯ ที่ให้หน่วยงานต่างๆ ทำงานร่วมกัน” อนุทินกล่าว 

 

ส่วนจำนวนเจ้าหนี้ที่เป็นผู้มีอิทธิพลมีจำนวนมากน้อยแค่ไหนนั้น อนุทินกล่าวว่า จะต้องพิจารณาตามมาตรฐานที่กรมการปกครองดำเนินการขึ้นบัญชี ต้องพิจารณาว่าผู้มีอิทธิพลอยู่บนพื้นฐาน 16 ข้อหรือไม่ รวมถึงต้องมีการพิจารณาว่ามีการข่มเหงรังแกชาวบ้านหรือไม่ด้วยเช่นกัน  

 

ข้าราชการปล่อยกู้ คือเจ้าหนี้

 

เมื่อถามว่า กระทรวงมหาดไทยต้องกำชับข้าราชการประจำหรือไม่ เนื่องจากที่ผ่านมา พบข้าราชการมีการปล่อยกู้หนี้นอกระบบเสียเอง อนุทินกล่าวว่า ไม่มีข้าราชการประจำเป็นผู้ปล่อยหนี้นอกระบบ พร้อมกล่าวติดตลกอีกว่า ข้าราชการอาจเป็นลูกหนี้เสียมากกว่า เพราะข้าราชการประจำมีรายได้ 30,000-40,000 บาทเท่านั้น จะนำเงินที่ไหนไปปล่อยกู้ หากมีการร้องเรียนเข้ามา เราก็ไม่ได้มองเขาเป็นข้าราชการ แต่มองว่าเป็นเจ้าหนี้ ก็ว่าไปตามกฎหมาย

The post นายกฯ นำทีมแถลงแก้หนี้นอกระบบ ย้ำห้ามคิดดอกเบี้ยเกิน 15% ต่อปี เตรียมปล่อยสินเชื่อหวังดึงลูกหนี้กลับเข้าระบบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ เตรียมให้ ธ.ก.ส.-ออมสิน ปล่อยกู้ให้แรงงานไทยที่กลับจากอิสราเอล 1-1.5 แสนบาท ดอกเบี้ย 0.1% ผ่อนยาว 20 ปี หวังจูงใจกลับประเทศ https://thestandard.co/loans-for-thai-workers-returning-from-israel/ Wed, 25 Oct 2023 10:23:05 +0000 https://thestandard.co/?p=858478 แรงงานไทยที่กลับจากอิสราเอลเดินอยู่ข้างเครื่องบิน

วันนี้ (25 ตุลาคม) เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนต […]

The post นายกฯ เตรียมให้ ธ.ก.ส.-ออมสิน ปล่อยกู้ให้แรงงานไทยที่กลับจากอิสราเอล 1-1.5 แสนบาท ดอกเบี้ย 0.1% ผ่อนยาว 20 ปี หวังจูงใจกลับประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แรงงานไทยที่กลับจากอิสราเอลเดินอยู่ข้างเครื่องบิน

วันนี้ (25 ตุลาคม) เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังเรียก จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และ กฤษฎา จีนะวิจารณะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เข้าหารือถึงการช่วยเหลือแรงงานไทยในอิสราเอลว่าเบื้องต้นการหารือยังไม่ได้ข้อสรุป เพียงแต่ต้องการพูดเพื่อให้แรงงานที่ยังอยู่ที่อิสราเอลได้คิด เพราะจากการประเมินสถานการณ์ทั่วไปยังเลวร้ายอยู่ และการปฏิบัติการภาคพื้นดินก็เกิดขึ้นได้เร็วๆ นี้ ขณะที่นายจ้างก็ใช้กุศโลบายเพิ่มเงินและจะจ่ายเงินค่าแรงในวันที่ 10 พฤศจิกายน และตอนนี้ยังรอคำตอบจากเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทยว่าจะทำอย่างไรในเรื่องนี้

 

นายกรัฐมนตรียังบอกด้วยว่า เมื่อได้มีการพูดคุยก็ตระหนักดีว่าแรงงานที่ไปทำงานบางคนกู้หนี้ยืมสินเพื่อจ่ายค่านายหน้าประมาณ 1-1.5 แสนบาท หากเขากลับมาแล้วไม่ได้เงินจะเป็นปัญหา ซึ่งกฤษฎาเสนอว่าธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) จะให้เงินกู้ยืมได้ 1.5 แสนบาท เพื่อไปใช้ให้กับบริษัทนายหน้าหรือคนที่แรงงานติดหนี้อยู่ โดยเป็นการให้เงินกู้แบบผ่อนระยะยาว 10 ปี ดอกเบี้ย 0.1% หากเป็นระยะเวลา 20 ปี หารออกมาแล้วตกเดือนละ 600 กว่าบาท

 

“ซึ่งจริงๆ เรื่องนี้ผมยังไม่อยากพูด เพราะต้องไปศึกษาเรื่องดอกเบี้ย ระยะเวลา เช่น หากเป็นระยะเวลา 30 ปี จำนวนเงินก็จะยิ่งต่ำลงไป นี่ก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง แต่ก็ยังมีคำถามอีกว่าหากเขาไม่ได้ไปทำงานด้านการเกษตรจะทำอย่างไร ธ.ก.ส. จะปล่อยกู้ได้หรือไม่ เพราะไม่เข้าข่าย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังจึงเสนอว่าจะให้ธนาคารออมสินช่วยดูแล ซึ่งเราพยายามทำงานกันมาโดยตลอด ถ้ายังไม่มีคำตอบที่ 100% ตนยังไม่อยากพูด แต่ก็เข้าใจว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ หากแรงงานที่อิสราเอลฟังอยู่ขอให้สบายใจว่าเราจะไม่ทอดทิ้งท่าน และอยากให้ญาติพี่น้องช่วยพูดว่าให้กลับมาเถอะ เพราะสถานการณ์จะเลวร้ายลงไปอีก อันนี้เป็นนโยบายคร่าวๆ อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงอีก ตอนนี้ทีมงานพยายามหาข้อสรุปให้ได้โดยเร็ว” นายกรัฐมนตรีกล่าว

The post นายกฯ เตรียมให้ ธ.ก.ส.-ออมสิน ปล่อยกู้ให้แรงงานไทยที่กลับจากอิสราเอล 1-1.5 แสนบาท ดอกเบี้ย 0.1% ผ่อนยาว 20 ปี หวังจูงใจกลับประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ลูกหนี้แบงก์รัฐเตรียมเฮ! รมช.คลัง แย้ม เตรียมออกมาตรการ ‘รวมหนี้’ ช่วยประชาชนปรับโครงสร้าง-แก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน https://thestandard.co/krisada-prepare-launching-debt-consolidation-for-household-debt/ Fri, 20 Oct 2023 06:23:19 +0000 https://thestandard.co/?p=856796 รวมหนี้

กฤษฎา จีนะวิจารณะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิด […]

The post ลูกหนี้แบงก์รัฐเตรียมเฮ! รมช.คลัง แย้ม เตรียมออกมาตรการ ‘รวมหนี้’ ช่วยประชาชนปรับโครงสร้าง-แก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน appeared first on THE STANDARD.

]]>
รวมหนี้

กฤษฎา จีนะวิจารณะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เตรียมออกมาตรการรวมหนี้ เพื่อช่วยประชาชนปรับโครงสร้างหนี้และแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนไทย ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึง 90.7% ต่อ GDP โดยในเบื้องต้นอาจให้ธนาคารออมสินเป็นผู้รวมหนี้และทำ Pilot Project

 

กฤษฎากล่าวต่อว่า ตนได้ให้นโยบายกับทางธนาคารของรัฐไป เพื่อแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน ไม่ว่าจะส่วนหนี้เสียหรือหนี้ดี โดยในส่วนหนี้ดีควรจะต้องลดดอกเบี้ยให้ เพื่อให้สามารถผ่อนเท่าเดิม และลดต้นได้มากขึ้น 

 

ในส่วนของหนี้เสีย แม้แต่ละสถาบันการเงินได้มีการสำรองไว้แล้ว แต่ก็ควรเร่งดำเนินการแก้ไข โดยตนคาดหวังว่าถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะเอาหนี้มารวมไว้ที่สถาบันการเงินใดสถาบันหนึ่ง โดยออมสินอาจรับเป็นเจ้าภาพ

 

“มาตรการนี้อาจเป็นลักษณะว่าเอาหนี้มารวมกันไว้ที่ออมสิน ให้ออมสินเป็นคนดำเนินการให้ โดยการดำเนินการลักษณะนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อผลกำไรหรือขาดทุน (Gain / Loss) ของแบงก์ โดยจากที่คุยกันเบื้องต้น อยากให้ทางออมสินไปทำ Pilot Project”

 

ขณะที่ วิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ออมสินน้อมรับนโยบายของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังในการตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) เพื่อแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน

 

พร้อมระบุว่า การตั้ง AMC มีประโยชน์ เนื่องจากปัจจุบันสถาบันการเงินของรัฐมีข้อจำกัดในการปรับโครงสร้างหนี้และการขายหนี้ ขณะที่ลูกหนี้รายย่อยที่เป็นหนี้เสีย (NPL) ไม่สามารถปรับโครงสร้างหนี้ได้

 

ดังนั้นหนี้ส่วนนี้ที่เป็นหนี้เสียจะค้างอยู่ในระบบของธนาคาร เพื่อต้องรายงานต่อบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด หรือเครดิตบูโร และเครดิตบูโรจะเก็บข้อมูลไว้อีก 5 ปี ลูกหนี้รายย่อยจึงจะมีการบันทึกว่ามีเครดิตไม่ดีนานถึง 8 ปี

 

ฉะนั้นหากสามารถตั้ง AMC ได้ ก็จะสามารถโอนหนี้ส่วนนี้ไปยัง AMC ซึ่งออมสินเป็นเจ้าของเองได้ จะทำให้ปรับโครงสร้างหนี้ได้คล่องตัวมากขึ้นและลูกหนี้รายย่อยจะหลุดจากการมีเครดิตไม่ดีได้เร็วขึ้น โดยการตั้ง AMC ในครั้งนี้จะเริ่มด้วยหนี้ของออมสินก่อน หลังจากนั้นจะขยายไปที่แบงก์รัฐอื่น

The post ลูกหนี้แบงก์รัฐเตรียมเฮ! รมช.คลัง แย้ม เตรียมออกมาตรการ ‘รวมหนี้’ ช่วยประชาชนปรับโครงสร้าง-แก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไม่พลิกโผ! ครม. ตั้ง ‘ลวรณ แสงสนิท’ นั่งปลัดคลัง มีผลวันที่ 1 ตุลาคมนี้ https://thestandard.co/lavaron-permanent-secretary-finance/ Wed, 13 Sep 2023 12:23:20 +0000 https://thestandard.co/?p=841391 ปลัดกระทรวงการคลัง

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบแต่งตั้ง ลวรณ แสงสนิ […]

The post ไม่พลิกโผ! ครม. ตั้ง ‘ลวรณ แสงสนิท’ นั่งปลัดคลัง มีผลวันที่ 1 ตุลาคมนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปลัดกระทรวงการคลัง

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบแต่งตั้ง ลวรณ แสงสนิท ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลัง โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566 พร้อมจับตาการโยกย้ายและแต่งตั้งตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงกระทรวงการคลังอื่นๆ

 

วันนี้ (13 กันยายน) จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในการแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงกระทรวงการคลังตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยให้ ลวรณ แสงสนิท ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลัง แทนที่ กฤษฎา จีนะวิจารณะ ที่ได้ลาออกจากตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลังก่อนเกษียณอายุราชการ เพื่อรับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงการคลังตำแหน่งอื่นๆ รวมถึงตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพากร จะมีการหารือในวันพรุ่งนี้ (14 กันยายน) ซึ่งเป็นวันที่ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีกำหนดการประชุมมอบนโยบาย ณ กระทรวงการคลัง

 

ทั้งนี้ ลวรณเคยดำรงตำแหน่งสำคัญในกระทรวงการคลังหลายตำแหน่ง ตัวอย่างเช่น ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.), อธิบดีกรมสรรพสามิต และอธิบดีกรมสรรพากรในปัจจุบัน นอกจากนี้ปัจจุบันยังดำรงตำแหน่งกรรมการธนาคารกรุงไทยและประธานกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาลอีกด้วย

 

สำหรับตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลังถือเป็นตำแหน่งที่สำคัญ เนื่องจากเป็นผู้บริหารระดับสูงสุดของกระทรวงการคลัง โดยมีความรับผิดชอบควบคุมราชการประจำในกระทรวง กำหนดแนวทางและแผนการปฏิบัติราชการของกระทรวง และลำดับความสำคัญของแผนการปฏิบัติราชการประจำปีของส่วนราชการในกระทรวงให้เป็นไปตามนโยบายที่รัฐมนตรีกำหนด

 

รวมไปถึงการกำกับ เร่งรัด ติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติราชการของส่วนราชการในกระทรวง และมีส่วนในการกำหนดนโยบายการบริหารเงิน งบประมาณ และการดำเนินนโยบายของรัฐบาล สะท้อนว่าตำแหน่งนี้มีความสำคัญต่อการรักษาเสถียรภาพทางการเงินและการสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจในประเทศอย่างมาก

The post ไม่พลิกโผ! ครม. ตั้ง ‘ลวรณ แสงสนิท’ นั่งปลัดคลัง มีผลวันที่ 1 ตุลาคมนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครม. เศรษฐา 1 ตบเท้าเข้าทำเนียบก่อนถวายสัตย์ฯ นายกฯ จ่อแถลงข่าวที่ทำเนียบครั้งแรก https://thestandard.co/srettha-1-05-09-2566/ Tue, 05 Sep 2023 05:59:06 +0000 https://thestandard.co/?p=837603

วันนี้ (5 กันยายน) ที่ทำเนียบรัฐบาล บรรยากาศก่อนคณะรัฐม […]

The post ครม. เศรษฐา 1 ตบเท้าเข้าทำเนียบก่อนถวายสัตย์ฯ นายกฯ จ่อแถลงข่าวที่ทำเนียบครั้งแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (5 กันยายน) ที่ทำเนียบรัฐบาล บรรยากาศก่อนคณะรัฐมนตรีเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณตน โดยมี พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เดินทางมาถึงเป็นคนแรก ตามด้วย สุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เดินทางมาถึงเป็นลำดับถัดมา พร้อมให้สัมภาษณ์เพียงสั้นๆ ว่า การประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษในวันพรุ่งนี้จะเข้ากระทรวงเป็นครั้งแรก เพื่อเร่งผลักดันนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ให้สามารถนำไปต่อยอดทางเศรษฐกิจ 

 

จากนั้นตามมาด้วย สันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย สุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม, เกรียง กัลป์ตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย, สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, ชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย, ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, ไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, พวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม 

 

ตามด้วย วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, จักรพงษ์ แสงมณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ, ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กฤษฎา จีนะวิจารณะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง, สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, ประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 

 

และตามมาด้วย พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม, สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, ปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ, อนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข 

 

ขณะที่ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เดินทางมาถึงเวลา 10.40 น. และ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เดินทางมาถึงช่วงเวลาใกล้เคียงกัน 

 

จากนั้น อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางมาพร้อมรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย ได้แก่ ทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย, พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน, พล.ต.อ. เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ นภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

 

ส่วน พล.ต.อ. พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขณะนี้ยังไม่มีสื่อมวลชนจับภาพได้ จึงคาดว่าน่าจะเข้าไปทางด้านหลังของตึก

 

ทั้งนี้ ภายหลังจากเสร็จสิ้นการเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณแล้ว คณะรัฐมนตรีทั้งหมดจะเดินทางกลับมายังทำเนียบรัฐบาลเพื่อร่วมถ่ายรูปหมู่บริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า จากนั้นเศรษฐาจะนำทีมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเป็นครั้งแรกที่ห้องโถงตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

 

The post ครม. เศรษฐา 1 ตบเท้าเข้าทำเนียบก่อนถวายสัตย์ฯ นายกฯ จ่อแถลงข่าวที่ทำเนียบครั้งแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘กฤษฎา’ ปลัดคลัง ยื่นลาออกแล้ว หลังมีชื่อติดโผ รมช.คลัง https://thestandard.co/krisada-resigned-after-being-named-in-minister-list/ Thu, 31 Aug 2023 08:07:24 +0000 https://thestandard.co/?p=836057 กฤษฎา จีนะวิจารณะ

กฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง ได้ยื่นหนังสือลาออ […]

The post ‘กฤษฎา’ ปลัดคลัง ยื่นลาออกแล้ว หลังมีชื่อติดโผ รมช.คลัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
กฤษฎา จีนะวิจารณะ

กฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งแล้ว หลังมีชื่อติดโผตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังของรัฐบาลเศรษฐา 1

 

วันนี้ (31 สิงหาคม) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง และ อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ลงนามอนุมัติการลาออกแล้ว

 

ทั้งนี้ การลาออกดังกล่าวเป็นการลาออกก่อนเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2566 ท่ามกลางกระแสข่าวที่ว่า กฤษฎาเตรียมรับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังของรัฐบาลเศรษฐา 1

 

โดยก่อนการดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลัง กฤษฎาเคยดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมศุลกากร อธิบดีกรมสรรพสามิต และผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลังมาแล้ว

 

สำหรับกระบวนการแต่งตั้งปลัดกระทรวงการคลังคนต่อไป แหล่งข่าวกระทรวงฯ เปิดเผยกับ THE STANDARD WEALTH ว่า ต้องรอให้ได้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่มาดูแลเรื่องการเสนอชื่อผู้ดำรงตำแหน่งปลัดฯ ต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ทราบผลการพิจารณา ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมี ครม. ก่อน

The post ‘กฤษฎา’ ปลัดคลัง ยื่นลาออกแล้ว หลังมีชื่อติดโผ รมช.คลัง appeared first on THE STANDARD.

]]>
กฤษฎา จีนะวิจารณะ เข้าพบพีระพันธุ์ ปัดตอบปมนั่งเก้าอี้ รมช.คลัง หลังมีข่าวขยับจากโควตาเพื่อไทยมารวมไทยสร้างชาติ https://thestandard.co/krisada-chinavicharana-28082023/ Tue, 29 Aug 2023 00:37:50 +0000 https://thestandard.co/?p=834524

วานนี้ (28 สิงหาคม) เวลาประมาณ 19.45 น. กฤษฎา จีนะวิจาร […]

The post กฤษฎา จีนะวิจารณะ เข้าพบพีระพันธุ์ ปัดตอบปมนั่งเก้าอี้ รมช.คลัง หลังมีข่าวขยับจากโควตาเพื่อไทยมารวมไทยสร้างชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (28 สิงหาคม) เวลาประมาณ 19.45 น. กฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง เดินทางเข้ามาที่ทำการพรรครวมไทยสร้างชาติ เพื่อเข้าพบ พีระพันธุ์ สาลี​รัฐ​วิภาค​ โดยใช้เวลาราว 20 นาที ก่อนที่กฤษฎาจะลงมาพร้อมซองเอกสารสีน้ำตาล 

 

โดยผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่า เป็นการมาส่งรายชื่อเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรีแล้วหรือไม่ กฤษฎา​กล่าวว่า​ “มาคุยงานกันเฉยๆ ครับ​”

 

เมื่อถามย้ำว่า ตกลงนั่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทยหรือพรรครวมไทยสร้างชาติ​ กฤษฎา​​กล่าวว่า​ “ยังไม่ใช่ครับ​”

 

เมื่อถามย้ำว่า จะตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรีเมื่อใด​ กฤษฎา​กล่าวว่า “ตอนนี้ยังคงดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลังอยู่”

 

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้แหล่งข่าวในพรรครวมไทยสร้างชาติยืนยันว่า โควตารัฐมนตรีของพรรครวมไทยสร้างชาติยังมี 4 เก้าอี้เหมือนเดิม ประกอบด้วย 

 

  • พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ จะไปเป็นรองนายกรัฐมนตรีควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
  • พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สส. นครศรีธรรมราช ไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
  • อนุชา นาคาศัย สส. ชัยนาท ไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

 

และมีโควตารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งคาดว่าจะเป็น กฤษฎา จีนะวิจารณะ ซึ่งปัจจุบันยังดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลัง แม้ก่อนหน้านี้จะมีข่าวว่ามานั่งเก้าอี้รัฐมนตรีในโควตาพรรคเพื่อไทย

The post กฤษฎา จีนะวิจารณะ เข้าพบพีระพันธุ์ ปัดตอบปมนั่งเก้าอี้ รมช.คลัง หลังมีข่าวขยับจากโควตาเพื่อไทยมารวมไทยสร้างชาติ appeared first on THE STANDARD.

]]>