กราฟิกดีไซเนอร์ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/กราฟิกดีไซเนอร์/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 11 Feb 2026 08:32:13 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 เปิดบทวิเคราะห์ TDRI เมื่อ AI เขย่าตลาดงาน อาชีพไหนจะได้ไปต่อ แล้วอาชีพไหนโดนแย่งงาน https://thestandard.co/tdri-ai-job-market-impact/ Wed, 11 Feb 2026 08:32:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1177385 กราฟและตารางแสดงผลวิเคราะห์ของ TDRI เกี่ยวกับผลกระทบของ AI ต่อตลาดแรงงาน ความต้องการทักษะ AI และประสบการณ์ในแต่ละอาชีพ

การทำงานในยุคปัจจุบันมีการนำ AI มาใช้อย่างแพร่หลาย โดย […]

The post เปิดบทวิเคราะห์ TDRI เมื่อ AI เขย่าตลาดงาน อาชีพไหนจะได้ไปต่อ แล้วอาชีพไหนโดนแย่งงาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
กราฟและตารางแสดงผลวิเคราะห์ของ TDRI เกี่ยวกับผลกระทบของ AI ต่อตลาดแรงงาน ความต้องการทักษะ AI และประสบการณ์ในแต่ละอาชีพ

การทำงานในยุคปัจจุบันมีการนำ AI มาใช้อย่างแพร่หลาย โดย AI ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยลดภาระงานที่ต้องอาศัยทักษะพื้นฐานหรืองานที่มีลักษณะซ้ำ ๆ ส่งผลให้การทำงานของมนุษย์มีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

แต่กระนั้น ความนิยมในการใช้ AI ในตลาดแรงงานก็มาพร้อมกับความกังวลว่า เทคโนโลยีดังกล่าวอาจเข้ามาแทนที่แรงงานมนุษย์ในบางตำแหน่งงานหรือบางหน้าที่ รวมถึงอาจก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างต่อรูปแบบการจ้างงานและความต้องการทักษะในตลาดแรงงานโดยรวม

 

ผลการวิเคราะห์จากทีม Big Data สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ในบทความนี้ชี้ ที่จัดทำโดย ดร. พุทธิพันธุ์ หิรัณยตระกูล นักวิชาการ และนภพบ ทองระย้า นักวิจัย TDRI ชี้ให้เห็นว่า AI กำลังเสริมบทบาทแรงงานที่มีประสบการณ์

 

ขณะเดียวกัน ก็มีแนวโน้มเข้ามาทดแทนหน้าที่งานบางส่วนที่เคยเป็นบทบาทของแรงงานระดับเริ่มต้น แนวโน้มดังกล่าวอาจก่อให้เกิดปัญหาเชิงโครงสร้างในระยะยาว เนื่องจากการไม่เปิดรับแรงงานรุ่นใหม่เข้าสู่ระบบย่อมทำให้ตลาดแรงงานขาดช่องทางในการพัฒนาผู้มีประสบการณ์ในอนาคต และเสี่ยงต่อการขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะในระยะต่อไปการจ้างงานลดลง แต่งานที่ต้องการทักษะ AI กลับเพิ่มขึ้น

 

ภาพรวมตลาดงานพบจ้างงานลดลง 9.6 %

 

แม้การวิเคราะห์ภาพรวมของตลาดแรงงานจากฐานข้อมูลประกาศรับสมัครงานออนไลน์1 พบว่าเมื่อเปรียบเทียบแบบปีต่อปีในช่วงไตรมาสที่ 2 ถึงไตรมาสที่ 4 ระหว่างปี 2567–2568 ความต้องการจ้างงานมีแนวโน้มปรับตัวลดลงประมาณ 9.6% จาก 642,216 เป็น 580,505 ตำแหน่ง (ภาพที่ 1)

 

กราฟและตารางแสดงผลวิเคราะห์ของ TDRI เกี่ยวกับผลกระทบของ AI ต่อตลาดแรงงาน ความต้องการทักษะ AI และประสบการณ์ในแต่ละอาชีพ 1

ภาพที่ 1: จำนวนประกาศรับสมัครงานรายไตรมาสเปรียบเทียบปี พ.ศ. 2567 และ 2568

ที่มา: คณะวิจัย ทีม Big Data ทีดีอาร์ไอ

 

สำรวจอาชีพเสี่ยงถูก AI แย่งงาน

 

เมื่อจำแนกตามอาชีพหลัก ได้แก่ วิศวกรซอฟต์แวร์ กราฟฟิกดีไซเนอร์ นักบัญชี และวิศวกรโยธา2 พบว่าความต้องการแรงงานในอาชีพดังกล่าวลดลงสอดคล้องกับภาพรวมของการจ้างงาน ยกเว้นนักบัญชีที่ยังมีการเติบโตถึง 7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในขณะเดียวกันความต้องการทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์กลับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลายกลุ่มอาชีพ (ดูตารางที่ 1)ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าทักษะด้าน AI กำลังกลายเป็นทักษะที่นายจ้างให้ความสำคัญมากขึ้นในตลาดแรงงานปัจจุบัน

 

ตารางที่ 1: สัดส่วนและการเติบโตของงานที่ต้องการทักษะ AI ปี 2568 จำแนกตามอาชีพ

 

กราฟและตารางแสดงผลวิเคราะห์ของ TDRI เกี่ยวกับผลกระทบของ AI ต่อตลาดแรงงาน ความต้องการทักษะ AI และประสบการณ์ในแต่ละอาชีพ 2

ที่มา: คณะวิจัย ทีม Big Data ทีดีอาร์ไอ

 

ถึงแม้ AI จะถูกมองว่าเป็นเทคโนโลยีที่สามารถประยุกต์ใช้ได้ในทุกอุตสาหกรรม แต่ระดับผลกระทบในแต่ละอาชีพยังมีความแตกต่างกันพอสมควร กรณีของวิศวกรซอฟต์แวร์ ถือเป็นกรณีศึกษาที่ชัดเจนที่สุดของการที่ AI กลายเป็น “มาตรฐานทักษะใหม่” (New Normal) ที่นายจ้างต้องการ ซึ่งหมายความว่า แม้จำนวนประกาศตำแหน่งงานวิศวกรซอฟต์แวร์จะลดลงเล็กน้อยที่ 5.3% ซึ่งยังถือว่าได้รับผลกระทบน้อยกว่าค่าเฉลี่ยตลาด แต่สัดส่วนตำแหน่งงานที่ต้องการทักษะ AI กลับสูงถึง 22.2% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าอย่างรวดเร็ว ข้อเท็จจริงนี้ชี้ให้เห็นว่า AI ไม่ได้ทำให้ความต้องการแรงงานในสายงานนี้หายไป แต่ได้กลายเป็นเครื่องมือหนึ่งในการทำงานพื้นฐานไปแล้ว

 

งานกราฟิกระส่ำ ยอดรับสมัครฮวบ

 

ในทางตรงกันข้าม กลุ่มนักออกแบบกราฟิก กำลังตกอยู่ในสภาวะความเสี่ยงจากการถูกทดแทนที่ชัดเจนที่สุด สะท้อนจากจำนวนงานที่ลดลงฮวบฮาบถึง 13.0% ซึ่งแย่กว่าตลาดรวม ในขณะที่ความต้องการทักษะ AI เติบโตในอัตราเกือบ 100% ซึ่งบ่งชี้ว่างานกราฟิกพื้นฐานบางส่วนอาจถูกทดแทนด้วยเครื่องมือ AI สำเร็จรูป

 

จุดเปลี่ยนสำคัญทางเทคโนโลยีในปี 2568 คือการเปิดตัวโมเดล Image Generation อย่าง “Nano Banana” ของ Google Gemini ได้เข้ามาทลายข้อจำกัดในการจัดการกับ “ตัวอักษร” (Text Rendering) ที่ทำให้งานออกแบบเพื่อการสื่อสารยังต้องพึ่งพามนุษย์เป็นหลัก เพราะโมเดลใหม่นี้สามารถเนรมิต Infographic ที่ไม่เพียงแค่มีภาพประกอบสวยงาม แต่ยังสามารถจัดวางรูปประโยคและตัวอักษรได้อย่างถูกต้องสมบูรณ์ภายในเวลาไม่กี่นาที ความสามารถในการผลิตชิ้นงานแบบ “พร้อมใช้” (Ready-to-use) นี้เอง คือปัจจัยชี้นำสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความต้องการจ้างงานต่อไปในอนาคต

 

งานบัญชี ยังแข็งแกร่ง AI ทำแทนไม่ได้

 

ขณะที่อาชีพ นักบัญชี กลับแสดงให้เห็นถึงความ “แข็งแกร่งสวนกระแส” โดยมีสัดส่วนความต้องการทักษะ AI ยังต่ำมากเพียง 1.3% ข้อมูลนี้ยืนยันว่างานที่เกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบทางกฎหมาย การตรวจสอบ และความถูกต้องแม่นยำ ยังคงเป็นพื้นที่ที่ AI ไม่สามารถทดแทนมนุษย์ได้ในระยะสั้น

 

เช่นเดียวกับวิศวกรโยธาที่ AI ยังคงมีส่วนร่วมในการทำงานน้อยมาก ดูได้จากสัดส่วนงานที่ต้องการทักษะด้าน AI ที่มีอยู่เพียง 0.7% เนื่องจากเป็นฐานที่เล็กมาก อัตราการเติบโตอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบปีต่อปีจึงยังไม่มีนัยสำคัญมากนัก ดังนั้นการหดตัวของประกาศหางานจึงมาจากการซบเซาตามวัฏจักรเศรษฐกิจเป็นหลัก ทั้งสองอาชีพนี้แสดงให้เห็นว่า AI ยังคงทำหน้าที่เป็นเครื่องมือสนับสนุนมากกว่าการเปลี่ยนแปลงหน้าที่งานหลัก ซึ่งยังต้องอาศัยความรับผิดชอบและการตัดสินใจของมนุษย์เป็นสำคัญ

 

AI ช่วยคนมีประสบการณ์ แต่ตัดโอกาสเด็กจบใหม่

 

จากการเปรียบเทียบข้อมูลประกาศรับสมัครงานระหว่างปี 2567–2568 (ไตรมาส 2–4) พบว่าประกาศงานที่ระบุทักษะด้าน AI มีสัดส่วนที่ต้องการประสบการณ์ทำงานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไปสูงกว่าประกาศงานทั่วไปในทุกสาขาอาชีพ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบปีต่อปี (ภาพที่ 2) ตัวเลขนี้สะท้อนนัยสำคัญว่า นายจ้างไม่ได้มองทักษะ AI เป็นเพียงเครื่องมือพื้นฐานสำหรับแรงงานระดับเริ่มต้น หากแต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของแรงงานที่มีประสบการณ์อยู่แล้ว

 

กราฟและตารางแสดงผลวิเคราะห์ของ TDRI เกี่ยวกับผลกระทบของ AI ต่อตลาดแรงงาน ความต้องการทักษะ AI และประสบการณ์ในแต่ละอาชีพ 3

 

ภาพที่ 2: สัดส่วนงานที่ต้องการประสบการณ์ 3 ปีขึ้นไป เปรียบเทียบปี พ.ศ. 2567 และ 2568 จำแนกตามอาชีพ ที่มา: คณะวิจัย ทีม Big Data ทีดีอาร์ไอ

 

ปรากฏการณ์นี้สอดคล้องกับงานวิจัยของ McKinsey Global Institute ที่ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างครั้งสำคัญ เมื่อ AI เข้ามาเปลี่ยนบทบาทของมนุษย์จากเดิมที่เป็นเพียง ‘ผู้ลงมือทำ’ ให้กลายมาเป็น ‘ผู้กำกับดูแล’ การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลให้ตลาดแรงงานเกิดภาวะ “Seniority Bias” หรือความลำเอียงที่ต้องการแต่ผู้มีประสบการณ์มากขึ้น เนื่องจากองค์กรต้องการบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเชิงสาขา (Domain Expertise) เพราะแม้ AI จะช่วยดำเนินงานเชิงเทคนิคหรือเชิงปฏิบัติการได้ดีเยี่ยม แต่การใช้งานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดยังต้องอาศัยทักษะการ ‘ตรวจสอบความถูกต้อง’ (Validation) และการ ‘จัดการข้อยกเว้น’ (Exception Handling) ซึ่งเป็นจุดที่ AI ยังทำได้ไม่สมบูรณ์ องค์กรจึงต้องการคนที่พร้อม “ตรวจงาน AI” ได้ทันที ไม่ใช่คนที่ต้องมาเรียนรู้ไปพร้อมกับ AI ภาระงานที่ต้องใช้วิจารณญาณ การควบคุมคุณภาพ และความรับผิดชอบเชิงวิชาชีพ จึงยังคงเป็นพื้นที่ที่ AI ไม่อาจทดแทนมนุษย์ได้

 

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคืออาชีพวิศวกรซอฟต์แวร์ แม้ AI จะสามารถเขียนโค้ดได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ แต่กระบวนการพัฒนาระบบยังจำเป็นต้องอาศัยวิศวกรซอฟต์แวร์ที่มีประสบการณ์สูงในการตรวจสอบความถูกต้องของโค้ดเหล่านั้น ประเมินความปลอดภัย และออกแบบสถาปัตยกรรมระบบให้รองรับการขยายตัวในอนาคต รวมถึงการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ว่าจะเลือกใช้เทคโนโลยีใด หรือควรปรับโครงสร้างโค้ด (Refactor) ในส่วนไหน ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่ต้องใช้วิจารณญาณของผู้เชี่ยวชาญที่สั่งสมประสบการณ์มาอย่างยาวนาน

 

กระทบโครงสร้างระยะยาว ส่อขาดแรงงานในอนาคต

 

ข้อมูลที่กล่าวมาชี้ว่าแรงงานระดับเริ่มต้นที่เคยทำงาน routine จะถูกแทนที่ด้วย AI มากขึ้น ขณะที่แรงงานระดับอาวุโสที่สามารถกำกับ ตรวจสอบ และรับผิดชอบต่อผลงานของ AI ได้ จะยิ่งเป็นที่ต้องการ ทำให้โครงสร้างตลาดแรงงานเริ่มเปลี่ยนไปในทิศทางที่พึ่งพาแรงงานระดับอาวุโสมากขึ้น ซึ่งข้อค้นพบนี้สอดคล้องกับงานวิจัย Generative AI as Seniority-Biased Technological Change2 ของ Hosseini และ Lichtinger (2025) จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และบทความ The Great Graduate Job Drought จาก Financial Times ต่างชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่าตำแหน่งงานระดับเริ่มต้นกำลังหดตัวลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดวงจรการคัดเลือกแรงงานที่มุ่งจ้างเฉพาะผู้ที่มีทักษะและประสบการณ์พร้อมใช้งาน และจำกัดโอกาสของแรงงานรุ่นใหม่ในการพัฒนาศักยภาพ

 

วงจรดังกล่าวก่อให้เกิดความเสี่ยงในระดับโครงสร้างต่อระบบแรงงานในระยะยาว เนื่องจากทำให้เด็กจบใหม่มีแนวโน้มถูกกันออกจากตลาดงาน ส่งผลให้ความเหลื่อมล้ำระหว่างรุ่นขยายตัว ขณะเดียวกัน การลดบทบาทของตำแหน่งงานระดับต้นยังทำให้ระบบการพัฒนาบุคลากรภายในองค์กรขาดช่องทางในการสร้างผู้เชี่ยวชาญรุ่นใหม่ ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในอนาคต และกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจโดยรวมในระยะยาว

 

ข้อเสนอเชิงนโยบายจาก TDRI

 

ข้อมูลปี 2568 ชี้ชัดว่า เราไม่อาจปล่อยให้กลไกตลาดจัดการปัญหานี้โดยลำพัง เนื่องจากตลาดย่อมมุ่งสู่ประสิทธิภาพสูงสุดด้วยการเฟ้นหาเฉพาะ ‘ยอดฝีมือ’ และทิ้ง ‘ต้นกล้า’ ไว้ข้างหลัง ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายจึงไม่ใช่การขัดขวาง AI แต่คือการสร้าง ‘สะพาน’ เพื่อเชื่อม ‘ช่องว่างประสบการณ์’ (Experience Gap) ที่กำลังถ่างกว้างขึ้น

 

ภาคการศึกษาจำเป็นต้องเปลี่ยนเกณฑ์วัดผลจากการดูเพียง ‘ผลลัพธ์สุดท้าย’ สู่การให้ความสำคัญกับ ‘กระบวนการคิดและการตรวจสอบ’ เพื่อสร้างบัณฑิตที่ไม่ใช่แค่ผู้ใช้งาน (Users) แต่เป็นผู้รับผิดชอบและต่อยอดผลลัพธ์จาก AI ให้เกิดมูลค่าเพิ่มได้

 

ในขณะที่ภาคเอกชนต้องร่วมมือเปิดพื้นที่ให้เด็กจบใหม่ได้เติบโต ผ่านการออกแบบงานระดับเริ่มต้นใหม่และสร้างเส้นทางอาชีพรองรับสายงานที่มีความเสี่ยงถูกทดแทนได้สูง โดยมีรัฐเป็นผู้กำหนดแรงจูงใจ (Incentive) หรือมาตรการบังคับเพื่อให้เกิดการปรับโครงสร้างองค์กรแบบ ‘AI-Human Partnership’ ที่เน้นการทำงานร่วมกันมากกว่าการแทนที่เพื่อลดต้นทุน หากเราไม่เร่งซ่อมแซม ‘ท่อส่งกำลังคน’ (Talent Pipeline) ตั้งแต่วันนี้ ประเทศไทยอาจต้องเผชิญวิกฤตขาดแคลนแรงงานทักษะสูงอย่างรุนแรง ในวันที่ AI ถูกประยุกต์ใช้อย่างกว้างขวาง

The post เปิดบทวิเคราะห์ TDRI เมื่อ AI เขย่าตลาดงาน อาชีพไหนจะได้ไปต่อ แล้วอาชีพไหนโดนแย่งงาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy https://thestandard.co/life/fla-and-boo-sticky-monster-lab/ Wed, 17 Dec 2025 00:30:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1155535 พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์ STICKY MONSTER LAB หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy

พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรกเตอร์หน้านิ่งที่กำล […]

The post พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy appeared first on THE STANDARD.

]]>
พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์ STICKY MONSTER LAB หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy

พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรกเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างรอยยิ้มที่ Central Embassy

 

สำหรับใครที่หลงใหลในเสน่ห์ของคาแรกเตอร์หน้านิ่งที่ซ่อนอารมณ์ขี้เล่นเอาไว้ภายใต้ดีไซน์ เรียบเท่ ครั้งนี้คือโอกาสที่จะได้สัมผัสโลกของพวกเขาอย่างใกล้ชิด เพราะเราไม่ได้ชวนมาดูแค่งานอาร์ต แต่พามาคุยกับ 2 ศิลปินผู้อยู่เบื้องหลังคาแรกเตอร์สุดไอคอนิกจาก STICKY MONSTER LAB ที่ครองใจแฟนๆ ทั่วโลก และ ตอนนี้พวกเขาก็เดินทางมาสร้าง “ความสุขรูปแบบใหม่” กลางกรุงเทพฯ กับงาน Central Embassy x STICKY MONSTER LAB – FUNNY LITTLE MESS: SEASON OF GIVING ที่เปิดเฟสใหม่อย่าง FUNNY LITTLE PLAYGROUND สนามเด็กเล่นขนาดยักษ์สำหรับทุกวัย พร้อม Pop-up Store ลิมิเต็ดครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ Pop-up Café by SUPER MATCHA ที่ช่วยเติมเต็มบรรยากาศเทศกาลแห่งการให้ได้อย่างลงตัว

 

พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy 1พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy 2พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy 3พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy 4

 

ก่อนจะไปสัมผัสงานด้วยตัวเอง เราขอชวนคุณมานั่งคุยกับ คุณ Fla และ คุณ Boo สองศิลปินชาวเกาหลีใต้ถึงแนวคิดเบื้องหลัง การทำงาน และ เรื่องราวที่ซ่อนอยู่ในโลกมอนสเตอร์แสนซนนี้ไปพร้อมกัน

 

พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy 5

 

สิ่งที่แฟนคลับ STICKY MONSTER LAB พลาดไม่ได้ในงานนี้ ?

 

งาน Central Embassy x STICKY MONSTER LAB – FUNNY LITTLE MESS: SEASON OF GIVING ถือเป็นครั้งแรกที่ STICKY MONSTER LAB มาจัดแสดงให้แฟนๆ ชาวไทย ได้มาสัมผัสอย่างใกล้ชิด โดยทั้งคุณ Fla และ คุณ Boo ต่างพูดเหมือนกันว่าการจัดแสดงงานครั้งนี้เป็นการเล่าเรื่องราวของ Redmon คาแรกเตอร์ซึ่งสื่อถึงความเหงา ได้โดน Elfmon คาแรกเตอร์ซึ่งสื่อถึงความสนุกมาขโมยถุงเท้าไป ทำให้แต่ละจุดของ Entral Embassy มีเรื่องราวเรียงต่อกันตั้งแต่บริเวณหน้าห้างขึ้นไปจนถึงชั้น 6 เลยทีเดียว

 

พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy 6พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy 7

 

เรื่องราวการทำงานในครั้งนี้ทั้งสองคนได้แรงบันดาลใจจากอะไร ?

 

หลังจากที่ได้เดินสัมผัสความน่ารักของงานในครั้งนี้ เราก็ได้เกิดข้อสงสัยว่า การทำงานแต่ละครั้งของทั้งสองคน ทำงานกันยังไง และ เริ่มต้นหาแรงบันดาลใจจากอะไร การแบ่งหน้าที่คร่าวๆ ของทั้งสองคนคือ คุณ Fla จะดูแลงานที่เป็น 3D เป็นหลัก ส่วนงานที่เป็น 2D จะเป็นหน้าที่ของคุณ Boo แต่ถ้าแนวคิดหรือภาพรวมของงานจะเป็นการช่วยๆ กันออกไอเดีย

 

พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy 8พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy 9

 

การทำงานในแต่ละครั้ง แรงบันดาลใจไม่ได้มาจากอะไรที่ยิ่งใหญ่เลย แต่มักมาจากสิ่งเล็กๆ รอบตัว

 

และ ทั้งสองคนก็บอกกับเราว่า “การทำงานในแต่ละครั้ง แรงบันดาลใจไม่ได้มาจากอะไรที่ยิ่งใหญ่เลย แต่มักมาจากสิ่งเล็กๆ รอบตัว” อย่างเช่นงานในครั้งนี้ ทั้ง 2 คนก็ได้แรงบันดาลใจจาก การมองเห็นถุงเท้าที่แขวนอยู่บนต้นคริสต์มาส หลังจากนั้นก็เป็นจินตนาการของทั้งคู่จนทำให้เกิดเรื่องราวของ Redmon ที่ถูก Elfmon มาแย่งถุงเท้าไป

 

พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy 10

 

ทำไม STICKY MONSTER LAB ถึงต้องหน้านิ่ง ?

 

เชื่อว่าหลายคนที่เป็นแฟนคลับของ STICKY MONSTER LAB น่าจะตกหลุมรักหน้าตาที่นิ่งเฉย ไม่ค่อยแสดงอารมณ์ แต่ก็แอบสงสัยไม่ได้ว่าทำไมต้องสร้างให้คาแรกเตอร์หน้านิ่งด้วย ? ซึ่งเรื่องนี้ คุณ Fla และ คุณ Boo ก็ได้ให้คำตอบว่าทั้ง 2 คนก็เป็น graphic designer กันทั้งคู่ จึงให้ความสำคัญกับความเรียบง่าย เพื่อให้คนคิดตาม “การทำคาแรกเตอร์ให้ไร้อารมณ์ เป็นเหมือนการเปิดโอกาสให้ผู้คนได้ตีความ และ รู้สึกไปกับงานของเรา” และ นั่นคือหนึ่งในจุดเด่นของ STICKY MONSTER LAB

 

พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy 11

 

การทำคาแรกเตอร์ให้ไร้อารมณ์เป็นเหมือนการเปิดโอกาสให้ผู้คนได้ตีความและรู้สึกไปกับงานของเรา

 

พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy 12

 

ถ้าให้ออกแบบ MONSTER หนึ่งตัวที่สื่อถึงประเทศไทย จะออกมาเป็นแบบไหน ?

 

ไหนๆ ทั้งสองคนก็ได้เดินทางมาทำงานที่ไทยเป็นครั้งแรกทั้งที เราเลยอยากให้ทั้ง 2 คนได้คิดเล่นๆ ว่า “ถ้าต้องออกแบบ MONSTER หนึ่งตัวที่สื่อถึงประเทศไทยทั้ง 2 คนจะออกแบบให้เป็นยังไง ?” และ คำตอบคือทั้งสองคนคิดเหมือนกันเลยว่า ประเทศไทยมีเรื่องราวตำนานและเทพนิยายที่เยอะมาก และหลากหลายน่าติดตาม เลยคิดว่าการนำเทพนิยายของไทย มาปรับลุคให้เป็นสไตล์ STICKY MONSTER LAB ก็ดูเป็นความคิดที่น่าสนใจ

 

พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy 13พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy 14

 

ความฝันในอนาคตของ STICKY MONSTER LAB ในอนาคตคืออะไร ?

 

ในวันนี้ที่เราได้มาสัมผัสกับงาน FUNNY LITTLE MESS: SEASON OF GIVING ถือว่าเป็นการจัดแสดงงานที่สเกลค่อนข้างใหญ่เลยทีเดียว เราจึงอยากรู้ถึงความฝันขั้นต่อไปในอนาคตของทั้ง 2 คนว่า อยากพา STICKY MONSTER LAB เดินทางไปทำอะไรที่ตื่นเต้นอีกมั้ย ซึ่งทั้งคุณ Fla และ คุณ Boo ก็ได้บอกกับเราว่า “การจะกำหนดเป้าหมายอย่างหนึ่งว่าอยากทำอะไร หรืออยากเป็นอะไรมันยาก เราก็เลยอยากจะเป็นแบบทุกวันนี้ และสามารถทำสิ่งนี้ไปได้นานๆ อย่างสม่ำเสมอ น่าจะเป็นเป้าหมายของพวกเรา”

 

พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy 15พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy 16พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy 17

 

การจะกำหนดเป้าหมายอย่างหนึ่งว่าอยากทำอะไร หรืออยากเป็นอะไรมันยาก เราก็เลยอยากจะเป็นแบบทุกวันนี้ และสามารถทำสิ่งนี้ไปได้นานๆ อย่างสม่ำเสมอ น่าจะเป็นเป้าหมายของพวกเรา

 

สุดท้ายนี้ ถ้ามีเวลาลองแวะไปเดินเล่น ถ่ายรูป และซึมซับบรรยากาศของ FUNNY LITTLE MESS: SEASON OF GIVING ที่ Central Embassy แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมคาแรกเตอร์หน้านิ่งถึงทำให้คนยิ้มได้

 

ภาพ: ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

The post พามาคุยกับ Fla และ Boo ผู้สร้างคาแรคเตอร์หน้านิ่งที่กำลังมาสร้างร้อยยิ้มที่ Central Embassy appeared first on THE STANDARD.

]]>
BITS10 งานออกแบบตัวอักษรและแบรนดิ้งที่สร้างสีสันให้แวดวงงานออกแบบไทย https://thestandard.co/life/bits10-brand-identity-and-typography-symposium/ Tue, 07 Nov 2023 08:38:39 +0000 https://thestandard.co/?post_type=life&p=863338

BITS งานสัมมนาวิชาการว่าด้วยเรื่องไทโปกราฟีและกราฟิกดีไ […]

The post BITS10 งานออกแบบตัวอักษรและแบรนดิ้งที่สร้างสีสันให้แวดวงงานออกแบบไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>

BITS งานสัมมนาวิชาการว่าด้วยเรื่องไทโปกราฟีและกราฟิกดีไซน์ จัดโดย คัดสรร ดีมาก (Cadson Demak) ในปีนี้กลับมาอย่างยิ่งใหญ่และใหม่กว่าเดิม ด้วยการขยับขยายขอบเขตไปสู่ภาพรวมงานออกแบบครบวงจรในชื่อว่า ‘BITS10: Brand Identity and Typography Symposium’ จัดขึ้นเมื่อวันที่ 2-4 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

 

งานสัมมนาที่อัดแน่นด้วยสปีกเกอร์กว่า 30 คนทั้งจากเอเชีย ยุโรป และอเมริกา ในหัวข้อเกี่ยวกับธุรกิจฟอนต์ กราฟิกดีไซน์ และแบรนดิ้ง ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้เข้ากับการตลาดและอุตสาหกรรมการออกแบบ ทั้งยังเป็นพื้นที่สำคัญในการเชื่อมต่อโอกาสทางธุรกิจจากประเทศไทยไปยังนักออกแบบทั่วโลก 

 

ไฮไลต์อยู่ที่ Conference Day วันที่ 3-4 พฤศจิกายน กับหัวข้อที่เหล่าสปีกเกอร์มาพรีเซนต์ให้ฟัง ไม่ว่าจะเป็น 

 

 

Philip Cornwel-Smith เจ้าของผลงาน Very Thai และล่าสุด Very Bangkok ที่นำเอาวัฒนธรรมร่วมสมัยของไทยมาสะท้อนผ่านมุมมองของเขาที่เป็นทั้งนักคิด นักเขียน ช่างภาพ และภัณฑารักษ์จากอังกฤษ 

 

 

Roger Black กราฟิกดีไซเนอร์ตำนานด้านการออกแบบโลโก้และไทโปกราฟีให้กับสื่อสิ่งพิมพ์มากมาย ยกตัวอย่างเช่น Washington Post, Rolling Stone, Esquire, Fast Company, Los Angeles Times และ เว็บไซต์ Bloomberg.com เขาบินตรงจากสหรัฐอเมริกามาเล่าถึงประสบการณ์การทำงานรวมถึงเคล็ดลับให้กับนักออกแบบรุ่นใหม่

 

 

Tim Ripper ผู้ออกแบบและพัฒนาแบบอักษรที่ Commercial Type ผลงานสำคัญๆ อย่างเช่น MIT, REI, V&A Museum และ The Guardian เขาจะพาเราไปสำรวจวิวัฒนาการของรูปแบบตัวอักษรผ่านการบรรยายในหัวข้อ ‘Successor: The Synthesis of a New English Egyptian’

 

 

Yuka Shinada นักออกแบบจาก Morisawa กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น กับหัวข้อบรรยาย ‘เครื่องมือในการออกแบบตัวอักษร ตั้งแต่ยุคเก่าของญี่ปุ่นมาจนถึงความทันสมัยในปัจจุบัน’

 

 

Shunya Morita ไทป์ดีไซเนอร์จาก Fontworks ประเทศญี่ปุ่น เล่าถึงการออกแบบแบบตัวอักษร LINE แอปพลิเคชันสนทนาที่ฮิตที่สุดในประเทศญี่ปุ่นและไทย

 

 

Ryota Doi นักออกแบบชาวญี่ปุ่น และ Tao Di นักออกแบบชาวจีน จาก Monotype กับพรีเซนเทชันเรื่องของเทรนด์แบบตัวอักษรญี่ปุ่นและจีน ที่แม้จะมาจากรากภาษาเดียวกัน แต่ไม่จำเป็นต้องเทรนดิ้งไปในทิศทางเดียวกัน 

 

 

Jo De Baerdemaeker ไทป์เฟสดีไซเนอร์จาก Antwerp เขามีความสนใจในเรื่องของแบบตัวอักษรโบราณ อย่างเช่น ทิเบต มองโกเลีย และชวา นอกเหนือจากงานออกแบบของเขาที่ Antwerp แล้ว ยังใช้เวลาส่วนใหญ่บรรยายให้ความรู้ โดยเฉพาะในงาน BITS10 เขาเล่าถึงการสร้างแบรนดิ้งผ่านแบบตัวอักษร มองผ่านประวัติศาสตร์ของไทป์ดีไซน์

 

รวมถึงนักออกแบบจากไทยที่ทำให้เห็นว่าภาษาไทยในงานออกแบบพัฒนาให้ร่วมสมัยและเข้ากับยุคโลกไร้พรมแดนได้อย่างไร ไม่ว่าจะเป็น 

 

 

สันติ ตันสุขะ นักออกแบบและอาจารย์มหาวิทยาลัย เจ้าของ witti.studio ที่หลงใหลงานพิมพ์ Risograph ที่เชื่อมโลกอนาล็อกเข้ากับยุคดิจิทัล บรรยายในงาน BITS10 เกี่ยวกับเครื่องพิมพ์ดีด Redux ที่ตัวแป้นพิมพ์ในแต่ละรุ่นแตกต่างกัน ทั้งตัวภาษาไทยและภาษาอังกฤษ พร้อมทั้งเรื่องราวในการตามหาเครื่องพิมพ์ดีดแต่ละรุ่น เหล่านี้คือเรื่องราวที่แทบจะเลือนหายเกี่ยวกับไทป์ดีไซน์ ยุคของเทคโนโลยีที่เกิดขึ้น เชื่อมโยงถึงชีวิตประจำวัน

 

 

มิ้ม เตชะไพบูลย์ นักออกแบบไทยจากสมรรถภาพที่เคยทำงานในสหรัฐอเมริกามาหลายปี เธอมาบรรยายในหัวข้อสัมมนา ‘Translating Logotypes & Cross-Cultural Branding’ เกี่ยวกับโลโก้ภาษาต่างๆ ที่แตกต่างในบริบทแวดล้อม รวมถึงการแปลความหมายจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทยผ่านงานกราฟิกดีไซน์ 

 

 

วีร์ วีรพร กราฟิกดีไซเนอร์ที่เฝ้าสังเกตเหตุการณ์การเคลื่อนไหวของกลุ่มเยาวชนเกี่ยวกับการเมือง บันทึกการต่อสู้ของประชาชนผ่านศิลปะตัวอักษร

 

 

Knaz หรือ คนัช อุยยามาฐิติ นักออกแบบจากคัดสรร ดีมาก กับการออกแบบตัวอักษรภาษาไทยให้กับคีย์บอร์ด Keychron

 

สำหรับงาน BITS จัดขึ้นโดยคัดสรร ดีมาก บริษัทออกแบบตัวอักษรและกราฟิกดีไซน์ ด้วยความตั้งใจที่จะปรับปรุงให้อุตสาหกรรมการออกแบบตัวอักษรไทยเป็นสิ่งที่จับต้องได้และเกิดเป็นรูปแบบของธุรกิจอย่างจริงจัง เพื่อหวังผลระยะยาวทางด้านวัฒนธรรมยุคที่ความร่วมมือกับนานาชาติเป็นเรื่องปกติ

 

คัดสรร ดีมาก จัดงาน BITS (Brand Identity and Typography Symposium) หรืองานสัมมนาวิชาการว่าด้วยเรื่องของไทโปกราฟีและกราฟิกดีไซน์มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2553 โดยเป็นงานสัมมนาแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อให้ผู้ประกอบการ นักออกแบบ อาจารย์-นักศึกษา และผู้สนใจทั่วไป ได้ร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ เทคโนโลยีใหม่ๆ เทรนด์น่าสนใจที่กำลังจะเกิดขึ้น ไปจนถึงการต่อยอดโอกาสทางธุรกิจ

 

รายละเอียดของงาน BITS10 และรายละเอียดของสปีกเกอร์: https://conference.cadsondemak.com/bits-10

 

ติดตามคัดสรร ดีมาก ได้ที่เว็บไซต์: cadsondemak.com

 

ภาพ: Cadson Demak

The post BITS10 งานออกแบบตัวอักษรและแบรนดิ้งที่สร้างสีสันให้แวดวงงานออกแบบไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไพโรจน์ ธีระประภา กราฟิกดีไซเนอร์ผู้สร้างอัตลักษณ์ไทยให้ร่วมสมัย – Thai Power Series EP07 https://thestandard.co/thai-power-series-ep07/ Mon, 09 Sep 2019 12:05:21 +0000 https://thestandard.co/?p=285716 ไพโรจน์ ธีระประภา

ตั้งแต่ฟอนต์ของหนังเรื่อง ฟ้าทะลายโจร และ 15 ค่ำ เดือน […]

The post ไพโรจน์ ธีระประภา กราฟิกดีไซเนอร์ผู้สร้างอัตลักษณ์ไทยให้ร่วมสมัย – Thai Power Series EP07 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไพโรจน์ ธีระประภา

ตั้งแต่ฟอนต์ของหนังเรื่อง ฟ้าทะลายโจร และ 15 ค่ำ เดือน 11 ที่ขับเคลื่อนวงการกราฟิกไทยเรื่อยมาจนถึงโครงการร้อยแรงบันดาลไทย ในปัจจุบัน ไพโรจน์ ธีระประภา เป็นศิลปินที่อยากทำให้ศิลปะความเป็นไทยจับต้องได้ เข้าถึงง่าย และเชื่อว่าเอกลักษณ์แบบไทยๆ นั้นไปไกลกว่านี้ได้

 

หนึ่งในซีรีส์ Thai Power คนไทยที่เก่งและทำอะไรดีๆ เพื่อสังคม

The post ไพโรจน์ ธีระประภา กราฟิกดีไซเนอร์ผู้สร้างอัตลักษณ์ไทยให้ร่วมสมัย – Thai Power Series EP07 appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดโผ 10 อาชีพสุดปังของประเทศไทยประจำปี 2562 https://thestandard.co/job-trends-2019/ https://thestandard.co/job-trends-2019/#respond Thu, 17 Jan 2019 11:34:27 +0000 https://thestandard.co/?p=181855

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได […]

The post เปิดโผ 10 อาชีพสุดปังของประเทศไทยประจำปี 2562 appeared first on THE STANDARD.

]]>

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้ประเมิน 10 อาชีพเด่นในประเทศไทยประจำปี 2562 โดยเป็นการประเมินจากหลายๆ ปัจจัย ทั้งข้อมูลแรงงานและความต้องการแรงงานจากกระทรวงแรงงาน,​ สำนักงานสถิติแห่งชาติ, ข้อมูลประกาศหางานจากแหล่งต่างๆ, ผลสำรวจและผลวิจัยทางธุรกิจของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เป็นต้น

 

และใช้กรอบแนวทางการประเมินประกอบด้วย ความต้องการแรงงานของผู้ประกอบการ, ความั่นคงและยั่งยืน, ระดับรายได้และจำนวนคู่แข่งในตลาด โดยพบอาชีพใหม่ๆ ที่น่าสนใจในยุคนี้เป็นจำนวนมาก เช่น Data Scientist, เน็ตไอดอล, Vlogger, Blogger หรือแม้แต่นักแคสเกม ขณะที่วิชาชีพสื่อสารมวลชนดูจะไม่สู้ดีนัก เพราะติดโพลอาชีพไม่สู้ดีมากถึง 2 อันดับ

 

 

ภาพประกอบ: Nisakorn R.

อ้างอิง: ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

The post เปิดโผ 10 อาชีพสุดปังของประเทศไทยประจำปี 2562 appeared first on THE STANDARD.

]]>
https://thestandard.co/job-trends-2019/feed/ 0