กรรชัย กำเนิดพลอย Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/กรรชัย-กำเนิดพลอย/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Sat, 21 Mar 2026 07:16:13 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 หนุ่ม กรรชัย และ เวียร์ ศุกลวัฒน์ นำทีมโปรเจกต์ใหญ่ ‘Prasert’ เตรียมเปิดตัวใน Hong Kong FilMart 2026 https://thestandard.co/prasert-film-hong-kong-filmart-2026/ Sat, 21 Mar 2026 07:16:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1189859 ภาพ หนุ่ม กรรชัย และ เวียร์ ศุกลวัฒน์ เปิดตัวโปรเจกต์ภาพยนตร์ Prasert

ฉายแสง แอด.เวนเจอร์ บริษัทผลิตภาพยนตร์ของไทย จับมือกับ […]

The post หนุ่ม กรรชัย และ เวียร์ ศุกลวัฒน์ นำทีมโปรเจกต์ใหญ่ ‘Prasert’ เตรียมเปิดตัวใน Hong Kong FilMart 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ หนุ่ม กรรชัย และ เวียร์ ศุกลวัฒน์ เปิดตัวโปรเจกต์ภาพยนตร์ Prasert

ฉายแสง แอด.เวนเจอร์ บริษัทผลิตภาพยนตร์ของไทย จับมือกับ Kongkiat Production เปิดโปรเจกต์ภาพยนตร์แอ็กชันดราม่าเรื่อง Prasert (ประเสริฐ) นำแสดงโดย หนุ่ม กรรชัย และ เวียร์ ศุกลวัฒน์ ที่จะเปิดตัวครั้งแรกในตลาดภาพยนตร์นานาชาติ Hong Kong FilMart 2026

 

ซึ่งโปรเจกต์นี้เป็นผลงานกำกับของ ก้องเกียรติ โขมศิริ ที่เคยฝากผลงานสร้างชื่ออย่าง ขุนพันธ์ และ ข้างบ้าน (Our House) ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้บอกเล่าเรื่องราวของเจ้าของบริษัทรถเช่าที่บังเอิญกลายเป็นพยานรู้เห็นในเหตุการณ์ฆาตกรรม ทำให้เขาและครอบครัวตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มอันธพาลสุดโหดเหี้ยม ซึ่งนอกจากนักแสดงนำทั้งสองแล้ว ยังมีทัพนักแสดงอีกคับคั่ง อาทิ ตู่ ภพธร, ดัง พันกร และ แอม ฉายนันทน์ ที่จะมาร่วมประชันฝีมือในครั้งนี้

 

โดย ก้องเกียรติ โขมศิริ เปิดเผยถึงโปรเจกต์นี้ว่า “Prasert ไม่ใช่แค่ภาพยนตร์แอ็กชันดราม่าทั่วไป แต่เป็นเรื่องราวที่อยากให้ผู้ชมรู้สึกเชื่อมโยงด้วยจริงๆ เราพัฒนาทั้งเรื่องของสถานการณ์ที่เข้มข้น และการเข้าถึงอารมณ์อย่างลึกซึ้ง พร้อมนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ให้กับผู้ชม ผมหวังว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะไม่ใช่แค่มอบความบันเทิง แต่ยังทำให้ผู้ชมเชื่อมโยงกับตัวละครและหัวใจสำคัญของเรื่องอย่างแท้จริง”

 

สำหรับโปรเจกต์นี้ของ ฉายแสง แอด.เวนเจอร์ ถือเป็นการเดินหน้าผลักดันภาพยนตร์ไทยสู่ตลาดเอเชียในวงกว้างมากยิ่งขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงมุมมองบริษัทที่ว่า โอกาสของภาพยนตร์ไทยในเวทีระดับนานาชาตินั้นขึ้นอยู่กับรากฐานและคุณภาพตั้งแต่เริ่มต้น การร่วมมือในครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งโปรเจกต์ที่น่าจับตามองในวงการภาพยนตร์ไทยในอนาคต

 

ภาพ: kanchai / Instagram

 

อ้างอิง: https://variety.com/2026/film/news/num-kanchai-weir-sukollawat-thai-action-drama-prasert-1236686335/

The post หนุ่ม กรรชัย และ เวียร์ ศุกลวัฒน์ นำทีมโปรเจกต์ใหญ่ ‘Prasert’ เตรียมเปิดตัวใน Hong Kong FilMart 2026 appeared first on THE STANDARD.

]]>
หนุ่ม กรรชัย และ เวียร์ ศุกลวัฒน์ ร่วมแสดงนำในโปรเจกต์ใหญ่จาก เนรมิตรหนังฟิล์ม https://thestandard.co/kanchai-sukollawat-film-project/ Thu, 29 Jan 2026 05:45:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1170991 หนุ่ม กรรชัย และ เวียร์ ศุกลวัฒน์ นักแสดงนำโปรเจกต์ภาพยนตร์แอ็กชัน-แก๊งสเตอร์จาก เนรมิตรหนังฟิล์ม

ถูกจับตามองตั้งแต่ยังไม่เปิดตัว สำหรับภาพยนตร์แอ็กชัน-แ […]

The post หนุ่ม กรรชัย และ เวียร์ ศุกลวัฒน์ ร่วมแสดงนำในโปรเจกต์ใหญ่จาก เนรมิตรหนังฟิล์ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
หนุ่ม กรรชัย และ เวียร์ ศุกลวัฒน์ นักแสดงนำโปรเจกต์ภาพยนตร์แอ็กชัน-แก๊งสเตอร์จาก เนรมิตรหนังฟิล์ม

ถูกจับตามองตั้งแต่ยังไม่เปิดตัว สำหรับภาพยนตร์แอ็กชัน-แก๊งสเตอร์ โปรเจกต์ฟอร์มยักษ์จาก เนรมิตรหนังฟิล์ม ผลงานจากผู้กำกับมากฝีมือ โขม ก้องเกียรติ ร่วมกับนักแสดงนำ หนุ่ม กรรชัย, เวียร์ ศุกลวัฒน์ และ ตู่ ภพธร

 

หลังจาก หนุ่ม กรรชัย พิธีกรชื่อดังพูดถึงสาเหตุการไว้ผมยาวกลางรายการ โหนกระแส ทางช่อง 3 โดยให้เหตุผลว่า กำลังถ่ายทำภาพยนตร์ซึ่งเป็นโปรเจกต์ที่ยังไม่ได้ประกาศของทาง เนรมิตรหนังฟิล์ม ทั้งยังตั้งใจจะเก็บไว้เซอร์ไพรส์แฟนหนังในช่วงปลายปี ทำเอาทาง เนรมิตรหนังฟิล์ม ต้องออกมาประกาศโปรเจกต์อย่างเป็นทางการ และกลายเป็นโปรเจกต์ที่น่าจับตามองอีกเรื่องในปี 2026

 

โดยโปรเจกต์นี้เป็นผลงานของผู้กำกับ โขม ก้องเกียรติ ที่เพิ่งสร้างตำนานผู้กำกับ 100 ล้าน ไปถึง 2 เรื่องติดต่อกันในปี 2025 ที่ผ่านมา ด้วยผลงานกำกับเรื่อง เสือ 4 Tigers และ ผลงานภาพยนตร์ร่วมกับเนรมิตรหนังฟิล์มอย่าง ข้างบ้าน ซึ่งนอกจากผู้กำกับแล้ว ความน่าสนใจของโปรเจกต์นี้ยังมาพร้อมกับนักแสดงนำอย่าง หนุ่ม กรรชัย ที่ถือเป็นการกลับมาบนจอภาพยนตร์อย่างเต็มตัวในรอบ 16 ปี ร่วมกับ เวียร์ ศุกลวัฒน์, ตู่ ภพธร และนักแสดงคุณภาพอีกมากมาย

 

สำหรับโปรเจกต์นี้ จะเป็นภาพยนตร์แนวแอ็กชัน-แก๊งสเตอร์ แนวใหม่ของไทยที่น่าจับตามอง และอยากให้แฟนหนังอดใจรอรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงชื่อภาพยนตร์อย่างเป็นทางการ โดยคาดว่าจะได้รับชมกันในช่วงปลายปี 2026 นี้อีกด้วย

 

ภาพ: kanchai / Instagram

The post หนุ่ม กรรชัย และ เวียร์ ศุกลวัฒน์ ร่วมแสดงนำในโปรเจกต์ใหญ่จาก เนรมิตรหนังฟิล์ม appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : นายกฯ ออกโหนกระแส แจงเหตุไม่ร่วมดีเบต ประเทศมีปัญหาเยอะ เอาเรื่องอธิปไตยก่อน บอกพูดไม่เก่ง-ไม่ชอบตอบโต้ เดี๋ยวชวนทะเลาะ https://thestandard.co/prime-minister-jumped-bandwagon-explaining/ Fri, 26 Dec 2025 09:07:23 +0000 https://thestandard.co/?p=1158654 นายกฯ ออกโหนกระแส แจงเหตุไม่ร่วมดีเบต ประเทศมีปัญหาเยอะ เอาเรื่องอธิปไตยก่อน บอกพูดไม่เก่ง-ไม่ชอบตอบโต้ เดี๋ยวชวนทะเลาะ

วันนี้ (26 ธันวาคม) เวลา 12.30 น. ที่สถานีโทรทัศน์ไทยที […]

The post เลือกตั้ง 2569 : นายกฯ ออกโหนกระแส แจงเหตุไม่ร่วมดีเบต ประเทศมีปัญหาเยอะ เอาเรื่องอธิปไตยก่อน บอกพูดไม่เก่ง-ไม่ชอบตอบโต้ เดี๋ยวชวนทะเลาะ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ ออกโหนกระแส แจงเหตุไม่ร่วมดีเบต ประเทศมีปัญหาเยอะ เอาเรื่องอธิปไตยก่อน บอกพูดไม่เก่ง-ไม่ชอบตอบโต้ เดี๋ยวชวนทะเลาะ

วันนี้ (26 ธันวาคม) เวลา 12.30 น. ที่สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 อนุทิน ชาญวีรกูล

 

นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกรายการโหนกระแส ที่มี กรรชัย กำเนิดพลอย เป็นพิธีกรดำเนินรายการ โดยนายกรัฐมนตรีตอบคำถาม กรณีสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชา ตอนนี้ปัญหาในมุมนายกรัฐมนตรีไปถึงไหน อนุทินกล่าวว่า เราควบคุมสถานการณ์ตั้งไว้ เป้าหมายที่ทางกองทัพได้ตั้งไว้ก็บรรลุเป้าหมาย ครบ ตอบตรงๆ แบบนี้ และน่าจะมีข่าวดีในเร็ววันนี้

 

 

 

เมื่อถามว่าก่อนปีใหม่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีตอบว่า ตนจะพยายามสุดความสามารถ อยากให้ทุกอย่างกลับมาสู่สภาพที่ทุกคนไม่ต้องหวาดระแวง ประเทศไทยไม่สูญเสียอธิปไตยหรือดินแดน นี่คือเป้าหมายและทางกองทัพได้ร่วมมือกันมาตลอดเวลา ตั้งแต่เรามีความขัดแย้งกันกับประเทศเพื่อนบ้าน

 

เมื่อถามว่า มีโอกาสได้คุยกับทางทหาร ว่ายุทธวิธีก็คือต้องหวดให้หนัก แล้วค่อยมาคุยกันบนโต๊ะเจรจา มุมมองของนายกรัฐมนตรีพอจะทราบเรื่องนี้หรือไม่ นายกรัฐมนตรีตอบว่า ตนคิดว่าในภาษาทางการทหาร เขามีคำว่า Rules of Engagement ในการปะทะ คำว่า หวดให้หนัก เหมือนเป็นภาษาร้านกาแฟ แต่ประเทศเราทำตามกฎของการปะทะมาโดยตลอด เราก็โดนหนัก ที่บอกไปทำเขาหนัก เรารับรู้รับทราบ เราตอบโต้ทุกครั้งที่มีการละเมิด และถูกโจมตี และถ้ามีความเสียหายเกิดขึ้นกับพี่น้องทหารและประชาชน ตรงนี้เป็นจุดที่เราไม่สามารถจะยอมรับได้

 

เมื่อถามว่า การประชุมการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee: GBC) ล่าสุดกัมพูชาได้ส่งตัวแทนมาแต่ยังไม่จบสักที มันมีปัญหาอะไร เหมือนเขาพยายามจะดึงเวลา นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ถ้าเรามองในฐานะที่เราเป็นคู่กรณี ตราบใดที่มีการพูดคุยกันได้ เราก็ต้องถือว่าสถานการณ์น่าจะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น เพราะการพูดคุยกัน ก็คือเหมือนเดิม ไม่แย่ลงไป นอกจากจะมีการเพิ่มการโจมตีอะไรกันอีก เป็นเรื่องอนาคต แต่ในการปฏิบัติแล้ว กองทัพมีหน้าที่ปกป้องอธิปไตย รักษาดินแดน รัฐบาลมีหน้าที่สนับสนุนยุทธศาสตร์ของกองทัพ และทำความเข้าใจกับประชาคมโลก นานาชาติ ใช้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในการเจรจา

 

ส่วนรบก็ต้องว่ากันไป การเจรจาไม่ว่าจะได้ผลหรือไม่ตราบใดที่ยังมีช่องอยู่ เราก็ต้องเจรจากันไป ซึ่งเราก็เจรจากันมาหลายรอบแล้ว แต่สิ่งที่ประเทศไทยสามารถยึดถือ ตนไม่อยากใช้คำว่าได้เปรียบเสียเปรียบ แต่ต้องมีหลักยึดและแนวทางที่ถูกต้องอธิบายผู้ที่เกี่ยวข้องได้ ตนคิดว่าประเทศไทยอยู่ในจุดนี้ ประเทศไทยไม่เคยละเมิดข้อตกลง เราเซ็นกันมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลที่แล้ว แต่ก็ไม่จบ

 

ทั้งนี้ ปริญญา 4 ข้อ 1.ถอนทหาร ถอนอาวุธ 2.ถอนทุ่นระเบิด 3.ปราบปรามสแกมเมอร์ 4.จัดการบริหารเขตแดนบ้านหนองจาน บ้านหนองหญ้าแก้ว ที่สู้รบกันอยู่ ทั้ง 4 ข้อ ถามว่ายากหรือไหม สำหรับประเทศไทยทำได้เลย เป็นเรื่องที่เราปฏิบัติมาตลอด เราจะดูบนหลักนี้ เป็นเรื่องที่เราอธิบายชาวโลกได้ แต่ชาวโลกไม่สำคัญเท่ากับเราอธิบายประชาชนได้ ถ้ามีการล่วงละเมิดรุกล้ำอธิปไตย รุกล้ำดินแดน มีการทำร้ายประชาชน ตนไม่ยอม ชัดเจนตรงนี้และอยู่บนหลักนี้มาโดยตลอด

 

เมื่อถามว่า การพูดคุยจีบีซี ที่จังหวัดจันทบุรียังดำเนินอยู่ แต่ล่าสุด ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้โพสต์ข้อความว่า ยกหูคุยกับมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ว่าต้องการหยุดยิง ขณะเดียวกันอีกขาก็คุยกับเรา นายกรัฐมนตรีตอบว่า เรามีช่องทางในการพูดคุยกัน และความสัมพันธ์พื้นฐานที่รู้จักกันมาก่อน

 

ทั้งนี้มีพรรคพวกที่สนิทกัน รู้จักกัน สามารถที่จะหาทางยุติปัญหาได้ ส่วนสิ่งที่ตนรู้สึกเสียดายทุกวันนี้คือไม่รู้ เข้าผิดซอยกันหรือไม่ สำหรับตน มันมีทางที่จบได้ง่ายๆ ประเทศไทยไม่เสียหายแน่นอน ซึ่งทั้ง 4 ข้อที่อยู่ในปฏิญญาต่างคนต่างทำ มันก็จบใช่ไหม แต่พอดําเนินการไปจนถึงจุดหนึ่ง มีการแจ้งมาตลอดว่าถ้าเราเก็บกู้ระเบิดเข้าไป เขาจะไม่ยอม ถึงได้เตรียมตัวไว้เป็นอย่างดี แต่ก็ต้องเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าไป การเก็บกู้นั้นมีความชัดเจนในปฏิญญาไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมาเก็บ

 

แต่ใช้ภาษาสากลว่า การเก็บกู้เพื่อมนุษยชาติ แต่ในทางปฏิบัติคือเจอที่ไหนไม่ต้องมาบอกว่าเป็นของใคร แต่ใครเจอเก็บก่อนเลย อันนี้คือสิ่งที่ไทยทำมา เพราะฉะนั้นเราก็เข้าไปเก็บ เก็บแต่ของเขาเพราะประเทศไทยเราไม่มีนโยบายวางทุ่นระเบิด พอเก็บไป มันไม่ใช่ที่วางไว้สมัยคอมมิวนิสต์ ปี 1975 แต่มันเป็นของใหม่ จนดมความสะอาดได้ แม้กระทั่งผู้สังเกตการณ์อาเซียน หรือเอโอที ยังออกเป็นหนังสือยืนยันว่าวัตถุระเบิดนี้เพิ่งมาวาง

 

อนุทิน กล่าวว่า ตนมีโอกาสไปที่ฐานแนวชายแดน ถามว่าอันตรายไหม ก็อันตรายแต่พอประเมินได้ ก็ไปเห็นของจริง มันก็ใหม่จริง เมื่ออันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย โทรมา โดนัลด์ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ โทรมา บอกว่าของเก่า ก็บอกเห็นรึยัง ตนจับมาแล้ว ดมมาแล้ว มันมีจุดที่ตนสามารถยืนยัน และตนเป็นนายกรัฐมนตรีของไทยไม่พูดมั่วอยู่แล้ว ตนไม่ใช่เจรจาต่อรองธุรกิจ อันนี้เจรจาบนอธิปไตยของไทย บูรณภาพของแผ่นดิน ตอนนี้ของจริงมีหลักฐานจริง มีข้อเท็จจริงที่เอามาพูด เหมือนกับตอนเราชกกัน ทุกคนก็บอกแยกๆๆ อย่าไปโกรธกัน ท่านอย่าทะเลาะกัน ซึ่งคุณไม่ใช่คู่กรณี

 

เมื่อถามว่า ความแปลกคือขาหนึ่งเขาพยายามเจรจากับเรา ผ่านทางจีบีซี อีกขาหนึ่งก็ยกหูไปหาสิ่งที่เขาต้องการ นายกรัฐมนตรีตอบว่า มันจึงไม่จบ คุณคิดว่าเราเป็นคู่กรณีก็คุยกันตรงนี้ นี่คือสิ่งที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ของเราเน้นมาตลอด ย้ำแล้วย้ำอีกว่าเรื่องนี้ ปัญหาคือทวิภาคีกับผม

 

การประชุมจีบีซีครั้งนี้ถ้ายังไม่จบ แล้วตกลงกันไม่ได้ ประเทศไทยต้องมีกรอบ มีเงื่อนไขของเรา เพราะเราไม่ใช่คนละเมิด แต่เราถูกละเมิด เราจึงต้องมีกรอบของเราว่าต้องเริ่มจากตรงนี้ ซึ่งมีข้อเสนอว่าให้กลับไปที่เดิม แต่มันกลับไปที่เดิมไม่ได้ เพราะเราได้เข้าไปสถาปนาอธิปไตย คํานี้เพราะ ตนชอบคํานี้มาก ประเทศไทยได้ไปสถาปนาอธิปไตยบนพื้นที่ที่เรามั่นใจว่าเป็นพื้นที่ของเรา ฉะนั้นการดำเนินการใดๆก็แล้วแต่ ต้องเริ่มจากจุดนี้เป็นต้นไป ไม่ใช่ว่าสถาปนาอธิปไตยแล้วถอยกลับมา ๆ มันไม่ใช่ ไม่ได้

 

เมื่อถามว่า กรณีชายแดนไทย-กัมพูชาเบ็ดเสร็จคงไม่ยืดเยื้อไปถึงตอนเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 69 ใช่หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า ตนอยากให้มันจบวันนี้ด้วยซ้ำ แต่ประเทศไทยเรา ตนยังยืนยันประเทศไทยเราไม่ได้เป็นตัวปัญหา เพราะฉะนั้น ขอยกตัวอย่าง ทางกองทัพเขาแถลงชัดเจนว่าเขาสถาปนาบูรณภาพแห่งดินแดนได้แล้วตรงนั้นตรงนี้ เป็นไปตามที่เขามีเจตนารมณ์ไว้ เรียกคืนอธิปไตยให้กับราชอาณาจักรไทยแล้ว ถ้าฝั่งคู่กรณีเราต้องการยุติ เราก็ไม่ได้เสียอะไรแล้ว ก็ยุติกันยุติได้ ที่ผ่านมาที่มันจบไม่ได้เพราะเราเสียไปเราถูกยึดเอาไปเราถูกครอบครองไปอย่างนี้เป็นต้น แต่พอเรากำหนดจุดว่าตรงนี้ต้องเป็นของเรา แล้วครอบครองกลับมา ถ้าเขาจะจบตรงนี้ เราก็จบได้

 

เมื่อถามว่า ประชาชนอยากได้รั้วในแนวเขตต่างๆท่านมองเรื่องนี้อย่างไร นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ทางกองทัพเตรียมไว้อยู่แล้ว แต่คงไม่ใช่เป็นกำแพงที่ยาว เป็นเรื่องของการทหารและเรื่องของกองทัพ ซึ่งกองทัพมีความชัดเจนตรงนี้อยู่แล้วรัฐบาลไม่มีปัญหาตรงนี้ หากเป็นความต้องการของประชาชนที่อยู่ตามแนวชายแดน เพราะในบางจุดเขาต้องการความสบายใจว่าเขาจะไม่ถูกคุกคาม

 

แต่กำแพงนี้ถามว่ามันดีไหมมันก็ดี แต่ในมิติของพรรคภูมิใจไทยไม่ได้หมายถึงกำแพงที่เอาอิฐมาก่อเป็นทางยาวๆ แต่ขอใช้คำว่ารั้วของชาติ ซึ่งหากกำหนดนโยบายเกี่ยวกับความมั่นคง การสร้างรั้วของชาติ คือ การยกเลิกการเกณฑ์ทหารแล้วใช้ทหารอาสาทุก 4 ปี 1 แสนคนมีเงินเดือน ฝึกอาชีพ ฝึกทักษะทางการทหารให้เขาสามารถมีทั้งความรู้ เรียนภาษาอังกฤษใช้ในการดำรงชีวิตเมื่อเขาปลดประจำการ ถ้าเราได้คนเหล่านี้เข้ามา ซึ่งมีอยู่แล้วคนที่สมัครใจ เราจะเปลี่ยนจากคำว่าทหารเกณฑ์ เป็นทหารอาสา 4 ปี

 

ส่วนรั้วอีกอันคือการทำให้ระบบสแกมเมอร์ อาชญากรรมข้ามชาติและและอาชญากรรมเทคโนโลยีทั้งหลายไม่มีโอกาสใช้แนวชายแดนเป็นแหล่งประกอบอาชญากรรมต่างๆ เราก็ทำอยู่ตอนนี้ ย้ำว่าเรื่องของกำแพงเห็นชัดเจนว่าจะต้องสร้างกำแพงตั้งแต่เราปิดด่านชายแดนราคาพืชผลทางการเกษตรสูงขึ้นมันสำปะหลังสูงขึ้น ข้าวสูงขึ้น เพราะไม่มีของจากต่างประเทศเข้ามา

 

“รัฐบาลให้การสนับสนุนเรื่องที่ทหารเสนอขึ้นมาและรัฐบาลรับได้ เหล่าทัพก็ฟังข้อกังวลและฟังแนวทางของรัฐบาล เพราะรัฐบาลมีภาระต้องอธิบายให้นานาชาติเข้าใจและดำเนินการทางการทูต ซึ่งในปัจจุบันการทำงานของรัฐบาลและกองทัพไปได้ด้วยดี เข้าใจกันดี สนับสนุนซึ่งกันและกัน ฉะนั้นการดำเนินการจึงไปในทางเดียวกัน แต่ในทางปฏิบัติเรื่องการปกป้องพื้นแผ่นดิน ผมจะไปบอกว่าต้องไปทำอย่างนี้อย่างนั้นมันเป็นไปไม่ได้ อันนี้เป็นเรื่องที่กองทัพดำเนินการและตัดสินใจได้เลย“อนุทิน กล่าว

 

อนุทิน ยังกล่าวถึงกรณีที่ไม่ไปออกรายการดีเบตหาเสียงว่า ตนยังทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี ซึ่งไม่ใช่รักษาการ และไม่มีคำว่ารัฐบาลรักษาการ มันกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญว่าประเทศต้องมีรัฐบาลตลอดเวลา วันนี้ประเทศไทยมีปัญหาเยอะแยะ เดี๋ยวตนต้องกลับไปสมช. ตนเอาเรื่องอธิปไตยก่อนดีกว่าไหมตรงนี้สำคัญกับตนมากกว่าที่ทำอย่างไรก็ได้ให้ความเสี่ยง ความหวาดกลัว ความหวาดระแวง การสูญเสียของพี่น้องทหารและประชาชน เอาเรื่องนี้ให้จบไปก่อน

 

อนุทิน กล่าวว่า เรื่องการหาเสียงเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม ตนก็ใช้เวลากับประชาชนเกือบ 4 ชั่วโมง ในการเปิดตัวว่าผู้สมัคร สส. เปิดนโยบายของพรรคภูมิใจไทยให้รับทราบเพื่อไปพิจารณา และจากนี้ไปก็มีเวลาอีก 40 กว่าวันที่ผู้สมัครแต่ละคนไปหาเสียงในพื้นที่ โดยสไตล์การทำงานของตนทำงานเป็นทีม ถ้าตนเก่งทุกอย่าง ตนก็คงประสบความสำเร็จเร็วกว่านี้ มากกว่านี้ แต่ตนก็ใช้ทีมของตนใครมีความรู้ความสามารถด้านไหนก็เอาไป

 

เมื่อถามว่า จะไม่ไปดีเบตกับเขา อนุทินกล่าวว่า ตนพูดไม่เก่ง ตนไม่ชอบตอบโต้ พอตอบโต้ เดี๋ยวทะเลาะกัน ตนหลีกเลี่ยงการทะเลาะกัน ตนก็มีสไตล์การใช้ชีวิตของตน ซึ่งตนไม่อยากไปว่ากล่าวใคร ไม่อยากไปกล่าวหาใคร ตนไม่อยากไปแก้ตัวในสิ่งที่ถูกกล่าวหาที่ไม่เป็นความจริง เพราะไม่ได้เกิดประโยชน์อะไร สมมติมีการดีเบตกัน วันนี้ตนเป็นนายกรัฐมนตรี จะพูดอะไรก็ต้องระวังหมดทุกฝีก้าว บางทีก็สับสวิตช์ไม่ทัน ตนก็มีความชัดเจนว่า นโยบายของพรรคภูมิใจไทย ไทยแลนด์พลัส คนละครึ่งพลัส การศึกษาพลัส การค้าพลัส ขายข้าวพลัส และเรื่องสแกมเมอร์ที่ต้องเอาให้อยู่ แสดงให้เห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม และความตั้งใจเจตนารมณ์แผนการทำงานที่จะทำ ถ้ามีโอกาสได้กลับมาได้เป็นผู้บริหารประเทศอีกรอบ ตนมีความชัดเจนในตรงนี้อยู่แล้ว

 

เมื่อถามว่า ที่มีการพูดว่ากลัวที่จะพลาดพลั้ง ไม่เกี่ยวกันใช่หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า ตนพูดไม่เก่ง พูดไปแล้วก็ไม่ได้ผลบวกอะไรขึ้นมา มีแต่ลบ เพราะต้องไปทะเลาะกับเขา ต้องไปดีเฟนด์ ต้องไปชี้แจง ไม่ได้ทันได้พูดคุยกัน ไปดีเบต 5 คน 7 คน หรือบางครั้ง 10 คน พูดกันคนละ 2 นาที ตนพูดไม่ได้ ตรงนี้อาจจะเป็นจุดอ่อนของตนให้ตนพูด 3 ชั่วโมงพูดได้ แต่ให้พูด 2 นาทีพูดไม่ได้ ถ้าไปแล้วต้องไปนั่งตอบโต้ข้อกล่าวหาต่างๆไม่ได้พูดเรื่องตัวเอง มันเสียเวลาคนฟัง

 

ตนมีความชัดเจนในเรื่องนโยบายของพรรคภูมิใจไทยอยู่แล้ว ซึ่งตนก็หาทางสื่อสารกับประชาชนในรูปแบบที่สื่อสารได้ชัดเจน และไม่ถูกจำกัดด้วยเวลา ตนมีเวลา 40 กว่าวัน อย่างวันที่ 27 ธ.ค. ตนก็ไปเปิดตัวผู้สมัครสส. และเดินสาย 3-4 จังหวัดไปหาประชาชนเลย ไม่ต้องผ่านการดีเบตหรืออะไรต่างๆ ตนก็มีแนวทางการทำงาน ไปรับฟังสิ่งที่ประชาชนอยากให้เกิด อยากเห็นและคาดหวังจากตนได้ในอีกรูปแบบหนึ่ง

 

เมื่อถามว่า ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน จะไม่มีการโหวตให้อนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี และรัฐบาลที่กำลังจะเกิดขึ้นจะเป็นการต่อสู้กันระหว่างพรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทย อนุทินกล่าวว่า “ทำไมถึงไม่โหวต ที่ไม่โหวตเพราะ โกรธที่ผมยุบสภาหรือ ผมทำชั่วทำอะไร ผมทำเลวอะไรกับประเทศชาติหรือเปล่าถึงไม่มาร่วมงาน ถ้าพวกท่านบอกว่าตัวเองเป็นคนดี มีความสามารถ รักชาติรักบ้านเมืองเหมือนกัน ผมก็รักชาติรักบ้านเมืองไม่แพ้กัน ทำไมถึงทำงานร่วมกันไม่ได้ ยังทันเลือกตั้งเลย พี่น้องประชาชนยังไม่ทันตัดสินเลย แล้วมาบอกว่าไม่ทำงานร่วมกันแล้ว ถึงเวลาลุยต้องลุย ถ้าจะต้องถอยแล้วบ้านเมืองเดินหน้าไปได้ก็ต้องถอย ผมไม่เคยคิดเลยว่าจะร่วมกับใครไม่ได้ อย่างที่ผมพูดไม่ร่วมกับพรรคไหนที่ไปแต่มาตรา 112 ซึ่งเป็นแนวทางของพรรคภูมิใจไทย

 

เมื่อถามว่า หากไม่มีเรื่องนี้เข้ามาเกี่ยว สามารถคุยกันได้กับทุกพรรค อนุทิน กล่าวว่า เรื่องเลือกตั้งเป็นสิ่งที่ติดมาตั้งแต่เป็นหัวหน้าพรรคว่า ตนต้องฟังการตัดสินใจของประชาชน หากประชาชนเลือกพรรคนี้มาเท่านี้ เลือกอีกพรรคหนึ่งมาเท่านี้ เราก็สามารถแปลความต้องการของประชาชนออกมาได้ว่าเป็นอย่างไร

 

เมื่อถามว่า หากผ่านการเลือกตั้งไปแล้ว ต้องมีการจับขั้วกับพรรคกล้าธรรมและพรรคประชาธิปัตย์ แต่อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์บอกว่าไม่เอาพรรคกล้าธรรม จนทำให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ควันออกหู อนุทิน กล่าวว่า แล้วมันดีไหม พี่น้องประชาชนควรรับรู้ไหมว่า ร.อ.ธรรมนัสควันออกหู พี่น้องประชาชนได้อะไรจากการโกรธของ ร.อ.ธรรมนัส ฉะนั้นเราต้องมีกระบวนการยุติธรรม อย่างเรื่องสแกมเมอร์ วาทกรรมที่ไม่บอกคนนี้ชั่ว คนนี้เลวไปกล่าวหาก่อน โดยที่กระบวนการยุติธรรม ยังไม่มีศาลไหนที่ตัดสินเลย ถ้าอย่างนี้ใครก็ให้ทีมงานไปกล่าวหา ก็คงไม่มีใครมาทำหน้าที่รับใช้บ้านเมืองกันพอดี

 

เมื่อถามว่า ที่อภิสิทธิ์ระบุจะร่วมกับพรรคกล้าธรรม แสดงว่าเขายังไม่ได้ตัดพรรคภูมิใจไทยออกจากสมการใช่หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า รอวันที่ประชาชนตัดสินใจ เพราะไม่ได้มีข้อกฎหมายกำหนดอะไรที่หัวหน้าพรรคต้องมาบอกว่าจะร่วมกับคนนั้นไม่ร่วมกับคนนี้ ที่ผ่านมามีคนพูดแบบนี้เยอะแยะ ไม่มีวัน ไม่มีทาง เป็นไปไม่ได้ ตายดีกว่า แล้วเป็นอย่างไรตนไม่เคยพูดเลย มีแต่คนอื่นพูดว่าไม่ร่วมกับตน ซึ่งตนเพิ่งพูดว่าถ้าพรรคไหนที่แตะมาตรา 112 ตนไม่ร่วม ตั้งแต่เล่นการเมืองมาจำได้ว่าก็พูดแค่นี้ ถ้าร่วมกันต้องมานั่งหาเหตุผลอธิบาย ซึ่งฟังไม่ได้เรื่องสักอย่าง

 

เมื่อถามว่า หมายตาไว้หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า เราอยู่ในการเมืองมา จะใช้คำว่าเก๋าก็ไม่ได้เพราะเดี๋ยวจะชมตัวเอง ต้องใช้คำว่า เข้าใจทำใจได้ว่า เมื่อถึงเวลาหลังเลือกตั้งแล้ว ไม่เกินเที่ยงคืนของวันเลือกตั้งก็จะเห็นรัฐบาลทันที ไม่ว่าจะรับรองหรือไม่รับรองนี่คือสิ่งที่ตนเชื่อ และที่ผ่านการเลือกตั้งมา 3-4 ครั้ง ก็เห็นอย่างนี้ตลอดไม่ต้องรอนาน หลังการเลือกตั้งปี 2562 พรรคภูมิใจไทยได้ 51 เสียง มีโทรศัพท์มาหา 500 สาย ตนก็คิดว่าถึงเวลาคุยหรือยัง เพราะเราไม่ใช่แกนนำ แต่ตนก็ไม่เคยพูดว่า ตนจะไม่ร่วมกับใคร เพราะว่าถ้าประชาชนเลือกแล้ว ตนว่าตนมีเกราะป้องกัน ส่งเข้ามา 51 คน คนเข้ามา 71 คนเที่ยวหน้าหวังว่าจะเข้ามา 100 กว่าคน

 

เมื่อถามย้ำว่า ต้องมี 100 กว่าใช่ไหม อนุทินกล่าวว่า ก็หวัง ต้องทำให้ดีประชาชนสั่ง ประชาชนเป็นคนเลือกกำหนดเองไม่ได้ ถ้ากำหนดเองได้ก็มี 500 คนไปเลยให้หมดเรื่องหมดราว แต่มันทำไม่ได้ ตอนที่พรรคภูมิใจไทยมา 71 คน พวกตนอ่านความต้องการของพี่น้องประชาชนได้ เมื่อเสียงส่วนใหญ่ว่ามาแบบนี้ตนก็ไป เพราะตนมาทำงานให้กับประเทศและประชาชน ตนก็ทำอย่างนี้มาตลอด คนการเมืองถ้าเข้าใจหลักการทำงานของตน ที่ผ่านมาตอนทำงานเป็นรองนายกรัฐมนตรี เป็นรัฐมนตรีสาธารณสุข นายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านเข้าใจตน ท่านเห็นว่ามาทำงานร่วมกันแล้วดี สามัคคีคือพลัง ตรงไหนเข้าท่าสนับสนุน ตรงไหนไม่เข้าท่าก็ดุด่าว่ากล่าว ก็จบ4 ปี สวยงามระบบสาธารณสุขประเทศไทยก็เป็นอันดับ 6 ของโลก ประเทศไทยมีความเป็นปึกแผ่น ไม่มีความแตกแยก

 

“พอหลังเลือกตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว ผมก็มีนายกรัฐมนตรีใหม่อีก 2 คนก็ทำงาน ก็สนับสนุนยืนเคียงข้างนายกรัฐมนตรีตลอดเวลา ไม่เคยคิดจะไปทาบเงา เป็นรองนายกรัฐมนตรีเป็น รมว.มหาดไทย ทำงานสนับสนุนรัฐบาลเต็มที่ แต่อีกฝั่งไม่ได้คิดอย่างผม มันก็เลยมีวันนี้ ไม่อย่างนั้นวันนี้ผมก็ยังเป็นรองนายกรัฐมนตรีเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และก็ช่วยกันทำงานอีก 2 ปีก็จะมีการเลือกตั้ง” อนุทินกล่าว

 

เมื่อถามว่า ตอนนั้นน้อยใจหรือไม่ อนุทินกล่าวว่า “ผมเสียใจ ไม่ได้น้อยใจหัวยังไม่ได้ล้าน แต่เสียใจที่ทำไมแปลเจตนารมณ์ผมผิด และข้อกล่าวหาที่บอกว่า ผมทำงานไม่ดี ทำงานช้า ทำงานไม่ทันใจทำงานไม่เข้าเป้า แต่ผลโพลผมตามหลังนายกรัฐมนตรี เรื่องยาเสพติดก็มีคนมาร่วมกับผมเยอะแยะไปหมด แต่ก็ไม่รู้ว่าจะดีใจหรือเสียใจดี ถ้าเขาไม่ไล่เราออกมา เราก็คงไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ต้องขอบคุณที่เขาไล่ออกมา ส่วนตัวผมไม่มีโกรธ”

 

เมื่อถามว่า สรุปว่าออกเองหรือเขาไล่ออกมา อนุทิน กล่าวว่า ได้รับข้อเสนอที่รับไม่ได้ เหมือนได้รับเงิน 3 แสนบาท แต่บอกให้ไปรับ 1.8 แสนบาท แล้วจะเปลี่ยนไหม ฉันใดก็ฉันเพล (ฉันใดก็ฉันนั้น)

The post เลือกตั้ง 2569 : นายกฯ ออกโหนกระแส แจงเหตุไม่ร่วมดีเบต ประเทศมีปัญหาเยอะ เอาเรื่องอธิปไตยก่อน บอกพูดไม่เก่ง-ไม่ชอบตอบโต้ เดี๋ยวชวนทะเลาะ appeared first on THE STANDARD.

]]>
LINE MAN รับลูกนโยบาย ‘คนละครึ่ง พลัส’ ดึง ‘หนุ่ม กรรชัย’ เสริมทัพแคมเปญ ปลุกยอดขายร้านอาหารทั่วประเทศ https://thestandard.co/line-man-konla-khrueng-plus-200-million-campaign/ Wed, 15 Oct 2025 06:19:00 +0000 https://thestandard.co/?p=1130805 line-man-konla-khrueng-plus-200-million-campaign

ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN กล่าวว […]

The post LINE MAN รับลูกนโยบาย ‘คนละครึ่ง พลัส’ ดึง ‘หนุ่ม กรรชัย’ เสริมทัพแคมเปญ ปลุกยอดขายร้านอาหารทั่วประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
line-man-konla-khrueng-plus-200-million-campaign

ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN กล่าวว่า โครงการคนละครึ่ง พลัส เป็นกุญแจสำคัญในการกระตุ้นการใช้จ่ายในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว และช่วยเพิ่มความคุ้มค่าในการสั่งอาหารเดลิเวอรีได้จริง ผู้ใช้สามารถสั่งผ่าน LINE MAN และชำระด้วยสิทธิคนละครึ่ง พลัสได้สะดวก

 

ขณะเดียวกันยังช่วยกระจายรายได้ให้ร้านอาหารและไรเดอร์ทั่วประเทศ โดยที่ผ่านมา มีร้านอาหารเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งกับฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีเกือบ 100,000 ร้าน โดยกว่า 60–70% เลือกใช้ LINE MAN นอกจากนี้ยังมียอดผู้ใช้งานคนละครึ่ง ผ่าน LINE MAN จากเฟสที่ผ่านมาทั้งหมดกว่า 7 ล้านสิทธิ์

 

ล่าสุดได้เลือก ‘หนุ่ม กรรชัย’ มาร่วมแคมเปญครั้งนี้ ถือเป็นจังหวะที่คมและแม่นของ LINE MAN ที่มองเห็นเทรนด์ทันกระแส เพราะนอกจากจะเป็นคนข่าวที่อยู่ในกระแสสังคมตลอดเวลาแล้ว ยังเพิ่งสร้างปรากฏการณ์ไวรัลจากไลฟ์ดังแห่งปี ที่กวาดยอดขายถล่มทลายหลายสิบล้าน จนเป็นกระแสไวรัลดังบนโลกออนไลน์ ซึ่งมองว่าการใช้พลังความแมสและความน่าเชื่อถือของคนข่าวระดับประเทศมาเป็นกระบอกเสียงให้เข้าถึงผู้บริโภคได้กว้างขึ้น

 

ส่วนในมุมของร้านอาหารนอกจากจะเป็นแพลตฟอร์มที่ใช้งานสิทธิคนละครึ่งได้ง่ายทั้งฝั่งร้านค้าและผู้บริโภค LINE MAN ยังเพิ่มสิทธิประโยชน์ใหม่ภายใต้โครงการ คนละครึ่ง พลัส เพื่อช่วยกระตุ้นยอดขายร้านอาหารและสร้างความคุ้มค่าให้ผู้บริโภคทั่วประเทศ

 

โดยร้านอาหารที่สมัครเข้าร่วมโครงการผ่าน LINE MAN ตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน เป็นต้นไป จะได้รับสิทธิพิเศษ ได้แก่

 

  1. ลดค่าธรรมเนียม GP เป็นกรณีพิเศษ สำหรับออเดอร์จากโครงการ คนละครึ่ง พลัส
  2. คูปองส่วนลดสำหรับร้านค้าเพื่อนำไปทำโปรโมชั่น มูลค่า 3,000 บาท
  3. Ads Credit เพิ่มการมองเห็นของร้านในแอปพลิเคชัน สูงสุด 1,000 บาท
  4. ขยายระยะทางส่งฟรีเป็น 5 กิโลเมตร
  5. สื่อโฆษณา ณ จุดขาย (POSM) เพื่อให้ลูกค้าทราบว่าร้านสามารถสั่งผ่านโครงการ คนละครึ่ง พลัส ได้
  6. ส่วนลดค่าบริการระบบจัดการร้านอาหาร (POS) สูงสุด 8,000 บาท และกิจกรรมทางการตลาดออนไลน์และออฟไลน์มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นยอดขายร้านอาหารอย่างต่อเนื่อง

 

อีกทั้ง ยังได้เตรียมแคมเปญการตลาดและงบโปรโมชั่นให้ส่วนลดค่าอาหาร และคูปองส่วนลด ให้ผู้ใช้สิทธิคนละครึ่ง ทั้งหมดสะท้อนให้เห็นว่า LINE MAN ไม่ได้เพียงตอกย้ำสถานะ เบอร์ 1 คนละครึ่ง แต่ยังเดินเกมเชิงรุกด้วยกลยุทธ์ที่เข้าใจทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการ

The post LINE MAN รับลูกนโยบาย ‘คนละครึ่ง พลัส’ ดึง ‘หนุ่ม กรรชัย’ เสริมทัพแคมเปญ ปลุกยอดขายร้านอาหารทั่วประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
หนุ่ม กรรชัย ชี้แจงหลังถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการต่อว่าทีมงานออกอากาศ https://thestandard.co/num-kornchai-response-team-criticism/ Sun, 10 Aug 2025 06:38:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1105859 หนุ่ม กรรชัย พิธีกรรายการโหนกระแส ชี้แจงดราม่าทีมงาน

วันนี้ (10 สิงหาคม) หลังจากเป็นประเด็นที่วิพากษ์วิจารณ์ […]

The post หนุ่ม กรรชัย ชี้แจงหลังถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการต่อว่าทีมงานออกอากาศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
หนุ่ม กรรชัย พิธีกรรายการโหนกระแส ชี้แจงดราม่าทีมงาน

วันนี้ (10 สิงหาคม) หลังจากเป็นประเด็นที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องพิธีกรดังมักจะว่ากล่าวและติทีมงานในเวลารายการกำลังออกอากาศ ล่าสุด หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย ซึ่งมีบทบาทในฐานะผู้ดำเนินรายการฮาร์ดทอล์กชื่อดัง โหนกระแส ก็ไม่ปล่อยให้รอนาน โดยได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ชี้แจงถึงแง่มุมเบื้องหลังการทำงานระหว่างตนและทีมงานเบื้องหลัง โดยระบุข้อความดังนี้

 

“เห็นกำลังมีดราม่าเรื่องบ่นทีมงานออกอากาศ ก็คิดในใจ ตอนนี้ก็มีอยู่สองคนไม่กูก็พุทธล่ะวะ เลยย้อนกลับดูตัวเองว่ากูบ่นเยอะไปไหม แต่ได้คำตอบว่าไม่นะ ดูถูกความเป็นมนุษย์ ของทีมงานออกรายการไหม กูก็ว่าไม่นะ เลยไปคอมเมนต์เอาไว้ว่า

 

“การทำงานที่ดี คือความพร้อม ประชุมแล้ว เลือกภาพแล้ว รู้แล้วว่าจะมีอะไรที่ต้องทำบ้าง แต่สุดท้ายผิดหมด เวลาหมอผ่าตัดทุกคนต้องรู้หน้าที่ตัวเอง หมอขอมีด ดันส่งที่ดูดเสมหะให้ หรือเชฟตั้งกระทะผัดข้าวผัด ขอซอสจากลูกมือ เสือกส่งน้ำส้มสายชูให้ทั้งๆ ที่รู้ว่าผัดข้าว ทำไงดีครับ ที่สำคัญ เป็นทุกวันทั้งๆ ที่ประชุมไปแล้ว ที่สำคัญผมว่าเรื่องแบบนี้มันบ้านใครบ้านมันครับ

 

“เอาตรงๆ นะ โคตรอยากให้คนพูดเรื่องนี้ไปนั่งแทนกูมาก จะได้รู้ว่า เวลาทีมงานปล่อยภาพผิด คนโดนฟ้อง คือเจ้าของรายการ…เวลาทีมงานไม่ปล่อยภาพงานของลูกค้า คนโดนด่า คนโดนปรับ ก็คือเจ้าของรายการ…ปล่อยภาพหน้าเด็กออกมาแบบไม่เหมาะสม คนโดนด่าก็เป็นเจ้าของรายการ พิธีกร ซึ่งทั้งหมดทั้งมวล มีการพูดคุยและประชุมกันไปแล้ว ทีมงานไม่โดนหรอกครับ พิธีกรกับเจ้าของรายการนี้นี่แหละครับที่โดน“และที่สำคัญ พิธีกรรันรายการสดอยู่ ไม่มีโอกาสเดินออกไปเพื่อที่จะไปพูด ก็ต้องพูดผ่านตอนออกอากาศนั่นแหละครับ” ในส่วนของทีมงานของผม ทุกคนเข้าใจผมหมดและเข้าใจดีว่าสถานการณ์ตอนนั้นมันคืออะไร ไม่มีใครโกรธผม เพราะผมมั่นใจว่าเราอยู่กันแบบครอบครัว พวกเค้ารู้ว่าผมเป็นคนยังไง

 

“แล้วที่บอกว่าถ้าอย่างนั้นแก้ปัญหาโดยการ ไล่ทีมงานออกไปสิ ผมว่าผมไม่ถึงขนาดนั้นนะครับ ทีมงานผมเค้าคงอยากให้ผมบ่นมากกว่าไปไล่เค้าออก ที่สำคัญที่สุด อย่างที่บอกแหละครับ บ้านใครบ้านมัน เข้าใจความหมายนะครับ”

 

ภาพ: หนุ่ม กรรชัย / Facebook

อ้างอิง:

The post หนุ่ม กรรชัย ชี้แจงหลังถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการต่อว่าทีมงานออกอากาศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
หนุ่ม กรรชัย ชี้แจงการเลือกประเด็นออก ‘โหนกระแส’ ที่ผ่านมาพยายามหาความรู้ทุกด้าน แต่ตนเองไม่ใช่ซูเปอร์แมน https://thestandard.co/noom-kanchai-hone-krasae-topics/ Sat, 19 Apr 2025 07:38:24 +0000 https://thestandard.co/?p=1066015

วันนี้ (19 เมษายน) หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย โพสต์ข้อความ […]

The post หนุ่ม กรรชัย ชี้แจงการเลือกประเด็นออก ‘โหนกระแส’ ที่ผ่านมาพยายามหาความรู้ทุกด้าน แต่ตนเองไม่ใช่ซูเปอร์แมน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (19 เมษายน) หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย โพสต์ข้อความเปิดใจพร้อมอธิบายเหตุผลถึงบทบาทการทำหน้าที่พิธีกรรายการ โหนกระแส รายการฮาร์ดทอล์กชื่อดังระดับมหาชนที่ออกอากาศทางช่อง 3 โดยได้แจกแจงถึงการเลือกประเด็นที่กำลังเป็นกระแสทางสังคมขึ้นมาพูดคุยในรายการ ซึ่งไม่สามารถทำได้ทุกความคาดหวังของคนในสังคม อีกส่วนคือการทำการบ้านที่ตลอดหลายปีของการทำหน้าที่ดำเนินรายการ ตนเองต้องศึกษาหาความรู้ในหลากหลายด้าน ซึ่งก็ไม่อาจจะทำได้ในทุกประเด็น โดยตนเองเคยพูดบ่อยๆ ว่า ‘ไม่ใช่ซูเปอร์แมน’ ก่อนทิ้งท้ายว่า “ในขณะที่บางคนถามว่า โหนกระแส ให้อะไรกับสังคม แต่ผมกลับภูมิใจว่ามีท่านผู้พิพากษาบางท่านบอกกับผมว่า ขอบคุณนะที่ทำให้คนไทยได้รู้ข้อกฎหมายมากขึ้น ถึงจะนำเสนอแบบกุศโลบายก็ตาม”

 

สำหรับบทบาทของการทำหน้าที่ของ หนุ่ม กรรชัย ในฐานะสื่อมวลชนนั้นได้รับเสียงชื่นชมและความนิยมมาตลอดหลายปี ขณะเดียวกันดูเหมือนว่าเมื่อยิ่งโด่งดังก็ยิ่งได้รับการคาดหวังจากสังคมในการคัดเลือก ‘ประเด็น’ และดูเหมือนว่าแสงสะท้อนดังกล่าวจะส่งผลต่อ ‘ครูกะปิ’ หรือ ‘พี่หน่วง’ ของแฟนรายการ จนต้องออกมาชี้แจงยาวๆ ส่วนข้อความเป็นทั้งหมดในโพสต์ดังกล่าวมีดังต่อไปนี้

 

 

ผมก็อยากจะทำในทุกๆ เรื่องที่ทุกคนร้องขอมานะครับ แต่ในโลกความเป็นจริง มันไม่สามารถจะทำอะไรแบบนั้นได้ เพราะมันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ในหนึ่งสัปดาห์ซึ่งมีเรื่องราวมากมาย  และผมไม่สามารถหยิบจับมาได้ทุกเรื่อง  สุดท้ายผมก็จะถูกตำหนิ ต่อว่า ด่าทอ ว่าทำไมไม่ทำเรื่องนั้น ไม่ทำเรื่องนี้ พอผมเห็น ผมฟังแล้ว โอ้โห ผมโคตรลำบากใจเลย

 

อยากทำให้ทุกคนสมหวังนะครับ แต่ผมเองก็พูดอยู่บ่อยๆ ว่าผมไม่ใช่ซูเปอร์แมน แค่ทุกวันนี้ จากสิ่งที่ไม่เคยรู้ ผมก็ต้องเรียนรู้ ผมต้องหาความรู้เรื่องกฎหมาย ผมต้องหาความรู้ทางด้านการแพทย์ ผมต้องหาความรู้ทางด้านสิทธิเด็ก ผมต้องหาความรู้ทางด้านสังคมของทุกสังคม และอีกหลายอย่างมากๆ ปัจจัยในการทำงานของโหนกระแส มันยากมากๆ เลยนะครับ มันไม่ใช่จะทำเรื่องนี้ แล้วมันทำได้เลยอย่างที่บางคนต้องการ 

 

บางวันผมต้องเห็นคำพูดแย่ๆ ของบางคน เช่น โหนกระแสไม่ทำหรอกเรื่องผู้มีอิทธิพล เรื่องตำรวจ เรื่องคนใหญ่คนโต ทำแต่เรื่องผัวเมีย อันนี้บอกเลยว่า ความคิดแบบนี้มันอคติเกินไปครับ ลองเปิดใจแล้วไปดูให้ชัดๆ ก่อนว่า ผมทำเรื่องราวของผู้มีอิทธิพล  หรือตำรวจแย่ๆ ทหารแย่ๆ เยอะมากนะ ผมเสี่ยงมือ เสี่ยงตีน จนบางครั้งหาคำว่าความปลอดภัยแทบไม่เจอ แต่กลับมาบอกว่าผมทำแต่เรื่องผัวเมีย

 

บางวันตื่นมาเจอคนในวงการสื่อบอกว่า วิเคราะห์ข่าวแทบตายคนดูไม่กี่หมื่น โหนกระแสทำเรื่องผัวเมียคนดูสองล้าน เยี่ยม! ผมไม่รู้หรอกว่าเขาชื่นชมหรือแดกดัน แต่บางทีก็งงๆ ว่าผมตัดกางเกงยีนส์ขาย แต่คุณตัดกางเกงสแล็กขาย แต่ผู้บริโภคดันซื้อกางเกงยีนส์มากกว่า มันเป็นความผิดของผมเหรอครับ มันเป็นความผิดของคนที่ซื้อกางเกงยีนส์เหรอครับ ซึ่งถ้าคุณคิดจะแดกดันทำไมคุณถึงไม่เอาเวลาอัดคลิปแดกดันไปทำ กางเกงสแล็กของคุณให้มันแปลกใหม่ เพื่อจะได้มีคนไปจับ ไปจอง ไปซื้อกันเยอะๆ แทนที่จะออกมาพูดว่า กูอุตส่าห์ตัดกางเกงสแล็กขาย แต่พวกมึงดันไปซื้อกางเกงยีนส์ เยี่ยม!  มุมผมว่ามันไม่แฟร์เลยครับ

 

****ฝากอีกนิดนะครับว่า เรื่องราวบางเรื่องที่ผมไม่ได้ทำ ไม่ใช่เพราะไม่อยากทำ แต่บางครั้งผมไม่ถนัดและผมไม่มีความรู้ทางด้านนั้นเพียงพอ ซึ่งการนำเสนอของหลายๆ ช่อง หลายๆ รายการดีกว่าผมเยอะมาก ผมจึงเกรงว่าถ้าผมทำจะกลายเป็นไปชักใบให้เรือเสียเปล่าๆ และประการสำคัญอีกอย่างคือ บางเรื่องแขกรับเชิญเขาไม่พร้อมมาครับ ถึงอยากทำยังไงก็คงทำไม่ได้ครับ****

 

****อีกนิดนะครับ และในขณะที่บางคน ถามว่าโหนกระแสให้อะไรกับสังคม แต่ผมกลับภูมิใจว่า มีท่านผู้พิพากษาบางท่าน บอกกับผมว่า ขอบคุณนะที่ทำให้คนไทยได้รู้ข้อกฎหมายมากขึ้น ถึงจะนำเสนอแบบกุศโลบายก็ตาม 

 

อ้างอิง:

The post หนุ่ม กรรชัย ชี้แจงการเลือกประเด็นออก ‘โหนกระแส’ ที่ผ่านมาพยายามหาความรู้ทุกด้าน แต่ตนเองไม่ใช่ซูเปอร์แมน appeared first on THE STANDARD.

]]>
โหนกระแส-คนดังนั่งเคลียร์ สร้างปรากฏการณ์ใหม่ ต่อสายสัมภาษณ์แขกรับเชิญสดข้ามรายการ https://thestandard.co/tv-show-collaboration-hon-krasae-khon-dang/ Fri, 18 Apr 2025 12:45:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1065794 โหนกระแส-คนดังนั่งเคลียร์

เป็นอีกหนึ่งโมเมนต์ระดับปรากฏการณ์ของวงการโทรทัศน์ไทยเม […]

The post โหนกระแส-คนดังนั่งเคลียร์ สร้างปรากฏการณ์ใหม่ ต่อสายสัมภาษณ์แขกรับเชิญสดข้ามรายการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โหนกระแส-คนดังนั่งเคลียร์

เป็นอีกหนึ่งโมเมนต์ระดับปรากฏการณ์ของวงการโทรทัศน์ไทยเมื่อช่วงบ่ายของวันนี้ (18 เมษายน) เกิดการคอลแลบพูดคุยและสัมภาษณ์รายการข้ามช่องกันแบบสดๆ ระหว่างสองรายการฮาร์ดทอล์กชื่อดังอย่าง โหนกระแส ของช่อง 3 ดำเนินรายการโดย หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย และรายการ คนดังนั่งเคลียร์ ของช่อง 8 ดำเนินรายการโดย เมย์-ชนิตร์นันทน์ ปุณณะนิธิ หลังเกิดประเด็นร้อนกรณี ‘พีช’ ลูกชายนักการเมืองท้องถิ่นชื่อดังขับรถยนต์เบียดชนกระบะซึ่งขับโดยสองลุง-ป้าเสียหลักลงไหล่ทางจนบาดเจ็บสาหัส ที่สังคมกำลังจับตามอง

 

ภาพ: โหนกระแส ของช่อง 3 ดำเนินรายการโดย หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย

 

ภาพ: คนดังนั่งเคลียร์ ของช่อง 8 ดำเนินรายการโดย เมย์-ชนิตร์นันทน์ ปุณณะนิธิ 

 

ที่มาของปรากฏการณ์เกิดจากสองรายการต่างได้ตัวคู่กรณีสองฝั่งมาออกรายการ ซึ่งต่างฝ่ายต่างก็เล่าเปิดใจถึงเหตุการณ์จากฝั่งของตนเอง โดยรายการ โหนกระแส ได้ฝั่งลูกสาวของลุง-ป้าขับรถกระบะ ด้านฝั่งรายการ คนดังนั่งเคลียร์ ได้คู่กรณีคนสำคัญคือ ‘พีช’ ลูกชายนักการเมืองท้องถิ่นชื่อดัง ซึ่งถือเป็นการปรากฏตัวครั้งแรกหลังจากเกิดเหตุ กระทั่งต่อมาได้กลายเป็นประเด็นทางสังคม  

 

ไฮไลต์สำคัญที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์คอลแลบข้ามรายการ เมื่อฝ่ายลูกสาวของลุง-ป้ารถกระบะ เปิดใจว่าอยากจะคุยกับคู่กรณี ลูกชายนักการเมืองท้องถิ่นนามสกุลดัง หลังจากพยายามมาหลายครั้งแต่ก็ไม่สำเร็จ 

 

ภาพ: kanchai / Instagram, maychanitn / Instagram

 

กระทั่งเมื่อถึงช่วงท้ายของรายการ โหนกระแส หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย จึงตัดสินใจติดต่อไปที่รายการ คนดังนั่งเคลียร์ ที่กำลังดำเนินรายการสดในช่วงเวลาเดียวกัน เพื่อขอคอลแลบรายการเข้าสายให้คู่กรณีทั้งสองฝ่ายได้มีโอกาสพูดคุยกันและเคลียร์ใจในหลายๆ ประเด็นที่สองฝั่งยังพูดไม่ตรงกัน โดยในระหว่างต่อสายติดต่อสด หนุ่มกรรชัยเสนอไอเดียส่วนหนึ่งว่า “เอาไหม มันก็คอลแลบกันอย่างนี้ได้ ก็ลองดู มันไม่มีใครเขาทำนะ ก็มีแต่บ้อๆ บอๆ อย่างนี้ที่เขาทำ ก็ลองทำกันดู จะได้คุยกันตรงนี้ไปเลย พี่ว่ามันเป็นประโยชน์ เป็นโอกาส” ก่อนที่ไอเดียนี้จะถูกทำให้เกิดขึ้นจริง  

 

ถือเป็นเวลาประมาณ 25 นาทีของการสัมภาษณ์และพูดคุยสดระหว่างสองรายการที่สร้างมิติใหม่ให้กับคนไทยและแฟนของสองรายการได้อย่างน่าปรบมือชื่นชม 

 

ภาพ: kanchai / Instagram, maychanitn / Instagram

อ้างอิง: 

The post โหนกระแส-คนดังนั่งเคลียร์ สร้างปรากฏการณ์ใหม่ ต่อสายสัมภาษณ์แขกรับเชิญสดข้ามรายการ appeared first on THE STANDARD.

]]>
“จนก็ทุกข์ รวยก็ทุกข์ ทุกข์อยู่รอบตัวเราเสมอ” หนุ่ม กรรชัย ฝากข้อคิดจากกรณี #ดิวอริสรา https://thestandard.co/kanchai-quote-dew-arisara-debt-case/ Thu, 20 Mar 2025 09:06:48 +0000 https://thestandard.co/?p=1054325 หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ฝากข้อคิดเรื่องทุกข์ในชีวิตจากกรณีดิวอริสรายืมเงิน พร้อมให้กำลังใจให้กลับมาทำงาน

สืบเนื่องจากเรื่องราวของนักแสดงสาว ดิว-อริสรา ทองบริสุท […]

The post “จนก็ทุกข์ รวยก็ทุกข์ ทุกข์อยู่รอบตัวเราเสมอ” หนุ่ม กรรชัย ฝากข้อคิดจากกรณี #ดิวอริสรา appeared first on THE STANDARD.

]]>
หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ฝากข้อคิดเรื่องทุกข์ในชีวิตจากกรณีดิวอริสรายืมเงิน พร้อมให้กำลังใจให้กลับมาทำงาน

สืบเนื่องจากเรื่องราวของนักแสดงสาว ดิว-อริสรา ทองบริสุทธิ์ ที่หยิบยืมเงิน ซุง-ศตาวิน นาคทองเพชร อินฟลูเอ็นเซอร์ชื่อดัง และ เมย์-วาสนา อินทะแสง นักธุรกิจใหญ่ และยังไม่ได้ชดใช้ ซึ่งยังคงเป็นที่พูดถึงอย่างต่อเนื่องจนถึงวันนี้ (20 มีนาคม) ช่วงหนึ่งในรายการ โหนกระแส ของช่อง 3 หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย ผู้ดำเนินรายการ ก็ได้ฝากข้อคิดจากกรณีของดิวไว้ให้แก่แฟนรายการ พร้อมหวังว่าดิวจะสามารมารถกลับมาทำงานในวงการบันเทิงได้อีกครั้ง เพื่อชดใช้หนี้ของเธอให้หมดสิ้น

 

“สิ่งที่คุณดิวกำลังเป็นอยู่ตอนนี้มันคือวิบากกรรมในสิ่งที่เธอต้องจัดการด้วยตัวเอง แต่ผมอยากจะขอในมุมหนึ่งว่า อย่าไปด่าทอถึงลูกเขาเลย

 

“สิ่งที่เกิดขึ้นนี้มันทำให้เห็นสัจธรรมอย่างหนึ่งคือ คุณจะจนคุณก็มีทุกข์ คุณจะรวยคุณก็มีทุกข์ เพราะทุกข์มันอยู่รอบตัวเราเสมอ สุดท้ายคุณดิวควรมีโอกาสและที่ยืนในสังคมในการกลับมาทำงาน เพื่อเอาเงินไปใช้หนี้เจ้าหนี้ของเธอ”

 

ภาพ: kanchai / Instagram

อ้างอิง:

The post “จนก็ทุกข์ รวยก็ทุกข์ ทุกข์อยู่รอบตัวเราเสมอ” หนุ่ม กรรชัย ฝากข้อคิดจากกรณี #ดิวอริสรา appeared first on THE STANDARD.

]]>
หนุ่ม กรรชัย เปิดใจสัมภาษณ์ ‘ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาทำรายการโหนกระแส ก้าวขาข้างหนึ่งอยู่ที่ศาลแล้ว” https://thestandard.co/num-kanchai-hosting-challenges/ Tue, 04 Feb 2025 13:02:45 +0000 https://thestandard.co/?p=1038092 หนุ่ม กรรชัย

วันนี้ (4 กุมภาพันธ์) หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย พิธีกรชื่ […]

The post หนุ่ม กรรชัย เปิดใจสัมภาษณ์ ‘ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาทำรายการโหนกระแส ก้าวขาข้างหนึ่งอยู่ที่ศาลแล้ว” appeared first on THE STANDARD.

]]>
หนุ่ม กรรชัย

วันนี้ (4 กุมภาพันธ์) หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย พิธีกรชื่อดัง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกับสองคนบันเทิงอย่าง ฟิล์ม-รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ที่ได้แจ้งความเอาผิด หนุ่ม กรรชัย ในข้อหาหมิ่นประมาท จากประเด็นคลิปเสียงของคดีบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด

 

หนุ่ม กรรชัย ตอบกลับ ฟิล์ม รัฐภูมิ ถึงการถูกแจ้งความเอาผิดครั้งนี้ว่า เขาพร้อมที่จะแจ้งความกลับหากผลพิสูจน์ออกมาว่าเขาไม่ได้หมิ่นประมาท

 

“เรื่องคุณฟิล์ม ผมอยากให้คุณกลับไปคิดทบทวนให้ดีๆ วันนั้นผมดำเนินรายการในเรื่องราวของดิไอคอนกรุ๊ป ผมถามว่าถ้าคลิปนี้ตกอยู่ในมือของคู่กรณีของผมหรือใครที่ต้องการทำร้ายผม แล้วเขาบอกว่าผมกับนักร้องดังคนนี้ร่วมมือกันและไปเรียกเงินเขา ผมเสียหายนะ แล้วลูกผมจะมองหน้าเพื่อน มองหน้าคนอื่นๆ ได้อย่างไร ถ้ามันกลายเป็นพ่อเขาไปเรียกรับเงินชาวบ้าน ผมจึงจำเป็นที่จะต้องเปิดคลิปนั้นขึ้นมา และไม่ได้เอ่ยชื่อด้วยว่าเป็นใคร” ขณะเดียวกัน ช่วงหนึ่งของรายการ พิธีกรขวัญใจคนไทยที่เรียกขานด้วยความรักว่า ‘พี่หน่วง’ ยังพูดเปิดใจถึงการทำหน้าที่พิธีกรรายการ โหนกระแส ทางช่อง 3 ว่า 

 

“ตั้งแต่วันแรกที่ผมเข้ามาทำรายการ โหนกระแส ผมรู้เลยว่าผมก้าวขาข้างหนึ่งอยู่ที่ศาลแล้ว มันเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้” 

 

อ้างอิง: 

 

 

The post หนุ่ม กรรชัย เปิดใจสัมภาษณ์ ‘ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาทำรายการโหนกระแส ก้าวขาข้างหนึ่งอยู่ที่ศาลแล้ว” appeared first on THE STANDARD.

]]>
ฟิล์ม รัฐภูมิ ปฏิเสธ 2 ข้อหา ปมคลิปเสียงเรียกเงิน 20 ล้าน พร้อมยื่นหลักฐานแชตไลน์ มั่นใจตัวเองเดินสายบนความสุจริต https://thestandard.co/film-rattapoom-denies-2-charges/ Fri, 06 Dec 2024 12:55:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1016830

วันนี้ (6 ธันวาคม) ที่ศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจ […]

The post ฟิล์ม รัฐภูมิ ปฏิเสธ 2 ข้อหา ปมคลิปเสียงเรียกเงิน 20 ล้าน พร้อมยื่นหลักฐานแชตไลน์ มั่นใจตัวเองเดินสายบนความสุจริต appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (6 ธันวาคม) ที่ศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือ ฟิล์ม พร้อมด้วย ประมาณ เลืองวัฒนะวณิช หรือ ทนายประมาณ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ‘พยายามกรรโชกทรัพย์และหมิ่นประมาท’ ในกรณีคลิปเสียงกล่าวอ้างชื่อ หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย หรือ ภูดิท กำเนิดพลอย เรียกรับเงินกับบอสดิไอคอนกรุ๊ป จำนวน 20 ล้านบาท ซึ่งใช้เวลานานกว่า 4 ชั่วโมง 

 

ทนายประมาณกล่าวว่า วันนี้เป็นการมารับทราบ 2 ข้อกล่าวหา โดยข้อหาแรกคือพยายามกรรโชกทรัพย์ ในกรณีคลิปเสียงเกี่ยวโยงบอสดิไอคอนกรุ๊ปนั้น ตนมองว่าการพยายามกรรโชกทรัพย์จะต้องมีการข่มขู่ให้กลัว ขู่เข็ญหรือใช้กำลังประทุษร้าย แต่ตนมองว่าไม่มีถ้อยคำใดที่ไปข่มขู่ กดดัน หรือคุกคาม ทำให้เกิดความกลัว และไม่มีท่อนไหนที่ใช้กำลังประทุษร้ายหรือพยายามใช้กำลังประทุษร้ายแต่อย่างใด ซึ่งตนมองว่าไม่เข้าหลักเกณฑ์ความผิดนี้ ยืนยันว่าไม่ใช่การข่มขู่ ส่วนข้อความที่กล่าวว่า อย่าไปออกรายการอื่น ให้ไปออกรายการ โหนกระแส เพราะเป็นรายการหลักที่มีกระแสดีมาก เป็นเพียงการบอกให้รู้และเตือนสติเท่านั้น

 

ในส่วนคดีที่รัฐภูมิหมิ่นประมาทกรรชัย ปรากฏว่าคลิปเสียงทั้งหมดที่ได้ฟังก็ไม่มีข้อความส่วนใดที่รัฐภูมิไปกล่าวหาว่ากรรชัยเป็นพิธีกรที่ไม่ดี เรียกรับเงิน 20 ล้านบาทจากบอสดิไอคอนกรุ๊ป ยืนยันว่าไม่มีข้อความส่วนใดที่ไปหมิ่นประมาทใส่ความ และไม่มีการด้อยค่ากรรชัยแต่อย่างใด

 

ทนายประมาณยืนยันว่า การอ้างชื่อเป็นเพียงความคุ้นเคยกันระหว่างรัฐภูมิกับกรรชัย โดยหลังจากนั้นทั้งคู่ก็ยังพูดคุยผ่านแชตกันอยู่ ซึ่งกรรชัยยังติดต่อให้รัฐภูมิเป็นผู้ไปติดต่อประสานงานให้ โดยมีหลักฐานในส่วนนี้ที่ไม่เคยเอาออกมาเผยแพร่ เพราะไม่มีเจตนาที่จะแฉ แต่นำหลักฐานมอบให้กับพนักงานสอบสวนไปแล้ว หากจะตัดพี่ตัดน้องก็แล้วแต่กรรชัย แต่ถ้าเป็นตนเองจะให้อภัย ถ้ามีการเรียกรับเงินทองก็จะเรียกมาด่า ตักเตือนสั่งสอน เพื่อไม่ให้กลับมาทำซ้ำอีก ไม่เห็นจำเป็นจะต้องดำเนินคดี

 

ส่วนที่กรรชัยออกมาย้อนว่า “หากตนนำชื่อของประมาณไปแอบอ้างบ้างจะรู้สึกอย่างไร” ทนายประมาณกล่าวว่า ถ้ากรรชัยจะเอาชื่อไปอ้างก็แล้วแต่ แต่หากนำไปกระทำผิดกฎหมายก็ต้องได้รับโทษในสิ่งที่ตนเองทำ แต่ในฐานะคนที่รู้จักกันก็อยากขอร้องว่าอย่านำชื่อไปแอบอ้างกัน และอย่านำไปทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ยอมรับว่าการอ้างชื่อเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม แต่ไม่ได้เข้าข่ายความผิดทางกฎหมาย

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่า กรรชัยให้โอกาสโทรศัพท์หารัฐภูมิ 3-4 รอบ โดยกรรชัยกล่าวอ้างว่ามีหลักฐานการพูดคุย แต่รัฐภูมิไม่ยอมรับผิด ทนายประมาณกล่าวว่า ก็มีความเป็นไปได้ที่กรรชัยจะใช้อารมณ์ และเกิดความเครียดหลังจากที่โทรศัพท์หาแล้วไม่รับ และเป็นเรื่องส่วนบุคคล

 

ขณะที่รัฐภูมิกล่าวเสริมว่า ตอนที่กรรชัยโทรศัพท์มา 3-4 ครั้ง มีการพยายามให้ตนยอมรับในสิ่งที่ตนไม่ได้ทำ ซึ่งตนเป็นคนตรงๆ หากผิดก็ยอมรับว่าผิด แต่หากไม่ผิดแล้วจะมาหาว่าตนผิด ตนก็ไม่ยอม และเรื่องที่ผ่านมาทั้งหมดตนไม่ได้ทำอะไรผิด ที่ตนไม่ได้พูดอะไรเพราะชี้แจงข้อเท็จจริงไปตั้งแต่วันแรกแล้ว ตนทำตามกรอบกฎหมายทุกประการ แต่ในวันนี้ตนเห็นว่าสังคมไม่ได้ฟังอะไร จึงต้องออกมาพักก่อน เหมือนกับทุกคดีที่ผ่านมาตั้งแต่เด็ก และผลสุดท้ายตนเองก็ชนะทุกคดี ซึ่งยืนยันในเจตนาและความบริสุทธิ์ใจ และการกระทำทุกอย่างของตนอยู่ในคลิปเสียงอยู่แล้ว 

 

ตลอดเวลาที่ผ่านมา ตนก็เคยถูกนำชื่อไปแอบอ้าง มีการนำภาพไปสกรีนเสื้อและแอบอ้างชื่อตน แต่ตนก็ไม่เคยคิดจะเอาผิด มองว่าเป็นการทำอาชีพสุจริต ซึ่งตัวเองก็เป็นคนนั้นที่ทำอาชีพสุจริต และไม่ได้ไปแอบอ้างใครทำสิ่งไม่ดี ยืนยันว่าไม่ได้โกรธกรรชัย และไม่ได้จะไปเคลียร์ใจอะไร ตนมองว่าเฉยๆ และมองให้เป็นเรื่องปกติ 

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มีความเครียดหรือไม่กับคดีดังกล่าว รัฐภูมิกล่าวว่า ไม่เครียด แต่ตนเครียดเรื่องนักร้องเรียนที่มาร้องเรียนตนมั่วตั้งแต่แรกมากกว่า ที่บอกว่าทำไมตนไม่นำหน้าตาดีๆ ไปทำธุรกิจที่ไม่ใช่ธุรกิจบาป ยืนยันว่าตนทำธุรกิจที่สุจริตมาโดยตลอด บุคคลเหล่านี้ไม่ได้มีข้อมูล แต่อยากวิ่งหาแสง โดยบุคคลเหล่านี้ปลุกปั่นกันผ่านแชตเพื่อให้ผู้เสียหายมาแจ้งความกับตน 

 

จึงอยากฝากไปถึงผู้เสียหายทุกท่านว่า ตนรักและเป็นห่วงทุกท่าน อยู่ข้างพวกท่านมาโดยตลอด ตนอยู่เคียงข้างประชาชนมาโดยตลอด แต่นักร้องเรียนไม่รู้เรื่อง พยายามสร้างความปลุกปั่น เหตุใดจึงต้องมาโทษคนที่ไม่รู้เรื่องและสร้างวาทกรรมแปลกๆ มาโจมตีกัน จึงปรึกษากับทนายประมาณว่าจะดำเนินคดีจัดหนักแน่นอน

 

“ผมไม่รู้ว่าพวกเขาต้องการอะไรจากสังคม แต่ ณ ปัจจุบันไม่ต้องไปหาข้อมูลเท็จ ไปหาเงินมาจ่ายผมดีกว่า” รัฐภูมิกล่าว

 

รัฐภูมิกล่าวต่อว่า เบื้องต้นตนให้การปฏิเสธทั้ง 2 ข้อกล่าวหา โดยให้เหตุผลอย่างครบถ้วนและชัดถ้อยชัดคำ อย่างไรก็ตาม คาดว่าพนักงานสอบสวนจะนัดให้ตนมาพบอีกครั้งในภายหลัง

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า กังวลเรื่องเส้นทางอาชีพต่อจากนี้หรือไม่ รัฐภูมิกล่าวทิ้งท้ายว่า ทุกงานถูกยกเลิกไปหมดแล้ว ยอมรับว่ามีผลกระทบมากและเสียใจ แต่ชีวิตตนเองโดนเรื่องแบบนี้มาโดยตลอด และเดี๋ยวมาดูกันว่าผลสุดท้ายจะเป็นอย่างไร ตนมั่นใจในตัวเองมาตลอดว่าไม่เคยไปทำอะไรที่ไม่ดีและเดินทางใช้ชีวิตบนความถูกต้องเสมอ

The post ฟิล์ม รัฐภูมิ ปฏิเสธ 2 ข้อหา ปมคลิปเสียงเรียกเงิน 20 ล้าน พร้อมยื่นหลักฐานแชตไลน์ มั่นใจตัวเองเดินสายบนความสุจริต appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ฟิล์ม รัฐภูมิ’ เข้ารับทราบข้อกล่าวหา พยายามกรรโชกทรัพย์-หมิ่นประมาท ปมคลิปเสียงเงิน 20 ล้านบาท ยืนยันพกความมั่นใจมาเต็มร้อย https://thestandard.co/film-rattapoom-extortion-defamation-case/ Fri, 06 Dec 2024 06:31:55 +0000 https://thestandard.co/?p=1016564 ‘ฟิล์ม รัฐภูมิ’ เข้ารับทราบข้อกล่าวหา

วันนี้ (6 ธันวาคม) เมื่อเวลา 11.00 น. ที่กองบังคับการปร […]

The post ‘ฟิล์ม รัฐภูมิ’ เข้ารับทราบข้อกล่าวหา พยายามกรรโชกทรัพย์-หมิ่นประมาท ปมคลิปเสียงเงิน 20 ล้านบาท ยืนยันพกความมั่นใจมาเต็มร้อย appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘ฟิล์ม รัฐภูมิ’ เข้ารับทราบข้อกล่าวหา

วันนี้ (6 ธันวาคม) เมื่อเวลา 11.00 น. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ฟิล์ม-รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ พร้อม ประมาณ เลืองวัฒนะวณิช ทนายความ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกในข้อหาพยายามกรรโชกทรัพย์และหมิ่นประมาท จากกรณีคลิปเสียงที่แอบอ้างชื่อ หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย หรือ ภูดิท กำเนิดพลอย เรียกรับเงินจากกลุ่มบอสผู้ต้องหาดิไอคอนกรุ๊ปจำนวน 20 ล้านบาท

 

ประมาณเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบตามข้อกฎหมาย ตนเองมองว่าฟิล์มไม่เข้าข่ายความผิดทั้ง 2 คดี โดยข้อหาหมิ่นประมาทตนได้ดูข้อความแล้วยังไม่พบข้อความใดที่รัฐภูมิไปใส่ความหรือดูหมิ่นทำให้สังคมเกลียดชังหนุ่ม กรรชัย แต่อย่างใด

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าพฤติการณ์ของฟิล์มจะเข้าข่ายความผิดพยายามฉ้อโกงหรือไม่ ประมาณกล่าวว่า ข้อหาพยายามฉ้อโกงก็ไม่เข้าหลักเกณฑ์ เนื่องจากการฉ้อโกงจะต้องหลอกลวงและแสดงข้อความอันเป็นเท็จ และได้ไปซึ่งทรัพย์สิน เรื่องนี้ต้องพิจารณาคลิปเสียงว่ามีเจตนาทุจริตส่วนไหน

 

เมื่อถามต่อว่าที่พนักงานสอบสวนตั้งข้อกล่าวหาพยายามกรรโชกทรัพย์เนื่องจากพบว่ามีบางถ้อยคำของฟิล์มมีลักษณะข่มขู่ให้จ่ายเงิน 20 ล้านบาท มองเรื่องนี้อย่างไร ประมาณระบุว่า ตนมองว่าถ้อยคำอย่างเดียวไม่เพียงพอและองค์ประกอบยังไม่เข้า จะต้องดูว่าการที่พูดคุยกันผ่านทางโทรศัพท์ในวันดังกล่าวรัฐภูมิจะต้องเดินทางไปที่ประเทศจีนจึงมีการพูดคุยกันในรูปแบบส่วนตัว ทำให้บางถ้อยคำดูเลยเถิด ล้ำเส้น แต่ไม่ถึงขนาดเป็นความผิด อาจจะแสดงความสนิทสนมกับหนุ่ม กรรชัย มากเกินไป แต่ตนก็มองว่าไม่เข้าเกณฑ์ความผิดทางกฎหมาย

 

ส่วนปมเงิน 20 ล้านบาท รัฐภูมิได้รับการติดต่อมาจาก กฤษณ์อนงค์ สุวรรณวงศ์ ว่าเป็นเงินทำพีอาร์ ซึ่งกฤษอนงค์จะดำเนินการอย่างไรรัฐภูมิไม่ทราบ แต่มีการกล่าวอ้างว่างบในการพีอาร์ครั้งนี้ที่จะสร้างภาพลักษณ์ให้กับองค์กรต่างๆ อยู่ที่ประมาณ 20 ล้านบาท ซึ่งรัฐภูมิก็พูดไปตามข้อมูลที่ได้รับมาจากกฤษอนงค์อีกที เพียงแต่ว่าการพูดมีลักษณะเหมือนว่ารัฐภูมิเป็นผู้เสนอ แต่ความเป็นจริงแล้วงบดังกล่าวมีมาก่อนที่รัฐภูมิจะรับโทรศัพท์พูดคุยเรื่องนี้

 

อีกทั้งอยากให้ตั้งข้อสังเกตว่าการที่รัฐภูมิพูดคุยผ่านโทรศัพท์แล้วมีการพูดในลักษณะที่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายตัดสินใจว่าสิ่งที่รัฐภูมิพูดจริงหรือเท็จ หรือมีความเป็นไปได้ขนาดไหน และงบประมาณนี้คุ้มค่าที่จะลงทุนหรือไม่ โดยให้เวลาฝ่ายตรงข้าม (กลุ่มบอสดิไอคอนกรุ๊ป) ไปคิดและปรึกษาคนอื่นได้ด้วย ซึ่งไม่ใช่การไปคุกคาม ข่มขู่ หรือใช้กำลังประทุษร้าย

 

ส่วนแนวทางในการต่อสู้คดีนั้นก็ต่อสู้ตามข้อเท็จจริงที่รัฐภูมิเคยให้สัมภาษณ์มาก่อนแล้ว หากมีคำถามหรือมีข้อสงสัยเราก็พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมด

 

ถามต่อว่าพนักงานสอบสวนตั้งข้อกล่าวหาที่รุนแรงเกินไปหรือไม่ ประมาณกล่าวว่า เป็นการตั้งข้อกล่าวหาตามดุลพินิจของพนักงานสอบสวน แต่เวลาที่รับแจ้งความจากผู้เสียหายในข้อหาพยายามกรรโชกทรัพย์ก็จะต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นเสียก่อนว่าเข้าข่ายความผิดดังกล่าวหรือไม่ หากไม่เข้าก็ไม่ควรที่จะออกหมายเรียก

 

รวมทั้งพนักงานสอบสวนไปขออำนาจศาลออกหมายจับในข้อหานี้ แต่ศาลพิจารณาดูแล้วว่าไม่เข้าหลักเกณฑ์ เพราะฉะนั้นศาลจึงไม่ออกหมายจับให้ และให้ออกหมายเรียกแทน ซึ่งการออกหมายเรียกจะต้องเป็นข้อหาพยายามฉ้อโกง แต่พนักงานสอบสวนก็ยืนยันที่จะออกหมายเรียกในข้อหาพยายามกรรโชกทรัพย์

 

ประมาณยืนยันว่าไม่ได้กังวลต่อการตั้งข้อกล่าวหาของพนักงานสอบสวน แต่ขอให้แจ้งก่อนว่าคำให้การของพยานปากอื่นๆ เกี่ยวพันกับรัฐภูมิอย่างไร และมีข้อเท็จจริงตรงไหน ส่วนจะมั่นใจว่าฟิล์มผิดหรือไม่อยากให้ศาลเป็นผู้ตัดสิน ส่วนตัวมองว่าองค์ประกอบยังไม่ครบและไม่มีเจตนาที่จะทุจริต เช่นเดียวกับคดีหมิ่นประมาท ซึ่งรัฐภูมิมีความคุ้นเคยกับหนุ่ม กรรชัย อยู่แล้ว และตัวของรัฐภูมิได้ขอโทษหนุ่ม กรรชัย ไปแล้ว

 

“บางทีพูดอาจจะเลยเถิด ล้ำเส้นไปบ้าง ก็ขอโทษขอโพยกัน จริงๆ หากผมเป็นพี่หนุ่ม กรรชัย ก็ให้อภัยน้องได้” ประมาณกล่าว

 

ประมาณกล่าวทิ้งท้ายว่า เดิมทีตนเองจะมาตามหมายเรียกก่อนวันนี้ แต่เกรงว่าสื่อจะออกข่าวว่ารัฐภูมิแอบเข้าพบพนักงานสอบสวน จึงต้องมาให้ตรงกับหมายเรียก

 

รัฐภูมิกล่าวว่าวันนี้พกความมั่นใจมาเต็มร้อย เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด เหมือนกับที่เคยแจ้งตั้งแต่วันแรก ยืนยันคำเดิมไม่มีความกังวลอะไรและใช้ชีวิตปกติ โดยหลังจากเกิดเรื่องก็ไม่เคยติดต่อกับหนุ่ม กรรชัยเลย โดยวันนี้เตรียมหลักฐานมามากพอสมควร พร้อมย้ำว่าเป็นเรื่องของการทำพีอาร์เหมือนเดิม ส่วนที่หนุ่ม กรรชัย ประกาศตัดสัมพันธ์ ตนเองได้ฟังแล้วก็รู้สึกเฉยๆ แล้วแต่หนุ่ม กรรชัย และเป็นสิทธิ์ของหนุ่ม กรรชัย ตนยืนตามหลักความถูกต้องเสมอ

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ามีอะไรอยากจะขอโทษหนุ่ม กรรชัย เพิ่มเติมหรือไม่ รัฐภูมิกล่าวว่า ขอให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนก่อน ทุกอย่างจะได้จบ และขอให้อดทนรอความจริง

 

ขณะที่มีรายงานข่าวจากพนักงานสอบสวน บก.ป. ชุดทำคดีรัฐภูมิระบุว่า ตามขั้นตอนในวันนี้ หลังจากที่รัฐภูมิเข้ามารับทราบข้อกล่าวหา ก็จะทำการแจ้งข้อกล่าวหา 2 ข้อคือ ‘พยายามกรรโชกทรัพย์’ กรณีของดิไอคอนกรุ๊ป และข้อหา ‘หมิ่นประมาท’ กรณีของหนุ่ม กรรชัย โดยรวมเป็นคดีเดียวกัน เพราะเป็นพฤติกรรมเดียวกัน และหลังจากแจ้งข้อกล่าวหาเสร็จสิ้นจะมีการปล่อยตัวและจะนัดหมายมารายงานตัวอีกครั้งหลังจากนี้อีก 15 วัน

 

‘ฟิล์ม รัฐภูมิ’ เข้ารับทราบข้อกล่าวหา

‘ฟิล์ม รัฐภูมิ’ เข้ารับทราบข้อกล่าวหา

‘ฟิล์ม รัฐภูมิ’ เข้ารับทราบข้อกล่าวหา

‘ฟิล์ม รัฐภูมิ’ เข้ารับทราบข้อกล่าวหา

‘ฟิล์ม รัฐภูมิ’ เข้ารับทราบข้อกล่าวหา

‘ฟิล์ม รัฐภูมิ’ เข้ารับทราบข้อกล่าวหา

The post ‘ฟิล์ม รัฐภูมิ’ เข้ารับทราบข้อกล่าวหา พยายามกรรโชกทรัพย์-หมิ่นประมาท ปมคลิปเสียงเงิน 20 ล้านบาท ยืนยันพกความมั่นใจมาเต็มร้อย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจออกหมายเรียก ‘ฟิล์ม รัฐภูมิ’ แจ้งข้อหาพยายามฉ้อโกงบอสดิไอคอนกรุ๊ปและหมิ่นประมาทหนุ่ม กรรชัย https://thestandard.co/film-rattapoom-defamation-fraud-charges/ Sat, 30 Nov 2024 09:05:41 +0000 https://thestandard.co/?p=1014635

วันนี้ (30 พฤศจิกายน) พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู […]

The post ตำรวจออกหมายเรียก ‘ฟิล์ม รัฐภูมิ’ แจ้งข้อหาพยายามฉ้อโกงบอสดิไอคอนกรุ๊ปและหมิ่นประมาทหนุ่ม กรรชัย appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (30 พฤศจิกายน) พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวการออกหมายเรียก ฟิล์ม-รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 29 พฤศจิกายนที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนได้ไปขออนุมัติหมายจับจากศาล แต่ปรากฏว่าศาลมองว่ากรณีของฟิล์มเป็นเรื่องความผิดพยายามฉ้อโกง อัตราโทษ 2 ปี จึงไม่อนุมัติออกหมายจับให้ ดังนั้นพนักงานสอบสวนจึงต้องกลับมาทำสำนวนใหม่เพื่อขอหมายเรียก ซึ่งเข้าใจว่าตอนนี้พนักงานสอบสวนทำหมายเรียกออกไปแล้ว ซึ่งคดีพยายามฉ้อโกงอัตราโทษไม่เกิน 3 ปี จึงออกได้เพียงหมายเรียกตามคำแนะนำของศาลเท่านั้น 

 

ส่วนคดีของฟิล์มจะมีความผิดเพิ่มเติมอีกหรือไม่นั้น พล.ต.ต. จรูญเกียรติ บอกว่า ยังมีอีก 2 กรณี คือ กรณีหมิ่นประมาทของ หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย และคลิปเสียงที่มีการกล่าวอ้างถึง จิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งตอนนี้กำลังทำไปพร้อมๆ กัน หากฟิล์มเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียก ก็จะแจ้งข้อหาพยายามฉ้อโกงและแจ้งข้อกล่าวหาหมิ่นประมาทไปในคราวเดียวกัน

 

โดย พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ยังเปิดเผยในช่วงท้ายด้วยว่า สำหรับหมายเรียกของฟิล์ม ตัวเองจะกำหนดให้อยู่ภายในระยะเวลา 5 วันเท่านั้น หากไม่เข้าพบพนักงานสอบสวนจะดำเนินการออกหมายเรียกครั้งที่ 2 และ 3 ก่อนจะออกหมายจับตามลำดับต่อไป

The post ตำรวจออกหมายเรียก ‘ฟิล์ม รัฐภูมิ’ แจ้งข้อหาพยายามฉ้อโกงบอสดิไอคอนกรุ๊ปและหมิ่นประมาทหนุ่ม กรรชัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
หนุ่ม กรรชัย แจ้งความหมิ่นประมาท กฤษอนงค์ และ ฟิล์ม รัฐภูมิ ปมคลิปเสียงเรียกเงิน 20 ล้าน แลกพาบอสพอลออก โหนกระแส https://thestandard.co/noom-kanchai-kritanong-rattapoom/ Thu, 14 Nov 2024 14:30:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1008793

วันนี้ (14 พฤศจิกายน) ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หนุ […]

The post หนุ่ม กรรชัย แจ้งความหมิ่นประมาท กฤษอนงค์ และ ฟิล์ม รัฐภูมิ ปมคลิปเสียงเรียกเงิน 20 ล้าน แลกพาบอสพอลออก โหนกระแส appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (14 พฤศจิกายน) ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย พิธีกรรายการโทรทัศน์ โหนกระแส เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน

 

กรณีที่มีคลิปบันทึกเสียงเจรจาระหว่าง ฟิล์ม-รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ และ กฤษอนงค์ สุวรรณวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวต้านโกง มีพฤติการณ์เรียกรับเงินจาก ปัน-ปัญจรัศม์ กนกรักษ์ธนพร ผู้ต้องหาคดีดิไอคอนกรุ๊ป เป็นเงินจำนวน 20 ล้านบาท เพื่อแลกกับการพาออกรายการโทรทัศน์

 

กรรชัยเปิดเผยว่า หลังจากมอบหมายให้ทนายความเข้ามาแจ้งความเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายนที่ผ่านมา วันนี้เข้ามาพบตำรวจเพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม โดยข้อมูลที่ให้กับตำรวจไปนั้นเกี่ยวข้องกับบทสนทนาในคลิปเสียงที่รัฐภูมิอ้างกับปัญจรัศม์ว่าได้ติดต่อและพูดคุยกับตัวเอง เพื่อให้พา พอล-วรัตน์พล วรัทย์วรกุล ผู้ต้องหาคดีดิไอคอนกรุ๊ปไปออกรายการโทรทัศน์ รวมถึงสามารถเขียนบทพูดในรายการเพื่อเปลี่ยนผิดให้กลายเป็นถูกได้ มีค่าดำเนินการ 20 ล้านบาท ซึ่งคำกล่าวอ้างทั้งหมดถือเป็นการกระทำที่หมิ่นประมาท และทำให้ตัวเองเสียชื่อเสียง

 

กรรชัยกล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ที่ตัวเองโทรศัพท์ไปหารัฐภูมิถึง 3 ครั้ง เพราะต้องการให้โอกาสพูดข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคลิปเสียงดังกล่าว แต่เมื่อรัฐภูมิยืนยันว่าคลิปเสียงถูกตัดต่อ ตัวเองจึงตัดสินใจนำหลักฐานซึ่งเป็นคลิปเสียงฉบับเต็มมามอบให้กับตำรวจ และแจ้งความดำเนินคดีกับรัฐภูมิและกฤษอนงค์ในข้อหาหมิ่นประมาท

 

พร้อมมอบหมายให้ทนายความไปพิจารณาเพื่อแจ้งความเพิ่มเติม ซึ่งยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองกับรัฐภูมินั้นไม่เคยสนิทสนมกัน และตอนนี้ก็ไม่ได้เกี่ยวกันแล้ว

The post หนุ่ม กรรชัย แจ้งความหมิ่นประมาท กฤษอนงค์ และ ฟิล์ม รัฐภูมิ ปมคลิปเสียงเรียกเงิน 20 ล้าน แลกพาบอสพอลออก โหนกระแส appeared first on THE STANDARD.

]]>
ตำรวจเชื่อ ‘กฤษอนงค์-ฟิล์ม’ มีพฤติการณ์ตบทรัพย์หลายบอสดิไอคอนกรุ๊ป สัปดาห์นี้ชัด โดนหมายเรียก-หมายจับ https://thestandard.co/police-kritanong-rattapoom-dii-theicongroup/ Wed, 13 Nov 2024 11:00:06 +0000 https://thestandard.co/?p=1008240 กฤษอนงค์-ฟิล์ม

วันนี้ (13 พฤศจิกายน) ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการ […]

The post ตำรวจเชื่อ ‘กฤษอนงค์-ฟิล์ม’ มีพฤติการณ์ตบทรัพย์หลายบอสดิไอคอนกรุ๊ป สัปดาห์นี้ชัด โดนหมายเรียก-หมายจับ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กฤษอนงค์-ฟิล์ม

วันนี้ (13 พฤศจิกายน) ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เข้าประชุมติดตามคดีคลิปเสียงของ กฤษอนงค์ สุวรรณวงศ์ เจ้าของเพจกฤษอนงค์ต้านโกง ที่ก่อนหน้านี้ถูกกล่าวหาว่ามีพฤติการณ์เรียกรับเงินจาก บอสพอล-วรัตน์พล วรัทย์วรกุล ผู้ต้องหาคดีดิไอคอนกรุ๊ป

 

ภายหลังจากการประชุมกว่า 1 ชั่วโมง พล.ต.ต. จรูญเกียรติ เปิดเผยว่า วันนี้มีการประชุมหลายเรื่องด้วยกัน เรื่องแรกคือกรณีคลิปเสียงของกฤษอนงค์ที่มีการเรียกรับเงินจากบอสพอลจำนวน 3 แสนบาท และ 4.5 แสนบาท ซึ่งตอนนี้ตำรวจมีการรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานต่างๆ ไปแล้ว 80-90% และจะมีความชัดเจนภายในสัปดาห์นี้ เบื้องต้นในส่วนนี้จะเข้าข่ายความผิดฐานกรรโชกทรัพย์ แต่ยังระบุไม่ได้ว่าจะเป็นหมายเรียกหรือหมายจับ 

 

เรื่องต่อมาที่หารือคือเรื่องที่ทนายความของ ภูดิท กำเนิดพลอย หรือ กรรชัย กำเนิดพลอย หรือ หนุ่ม กรรชัย ที่เดินทางเข้าแจ้งความดำเนินคดีระหว่าง กฤษอนงค์ สุวรรณวงศ์ กับ ฟิล์ม-รัฐภูมิ โตคงทรัพย์ ที่มีการกล่าวอ้างชื่อ หนุ่ม กรรชัย และรายการ โหนกระแส ไปเรียกรับเงินจาก บอสปัน-ปัญจรัศม์ กนกรักษ์ธนพร และบอสพอล จำนวน 20 ล้านบาท ซึ่งในส่วนนี้เป็นความรับผิดชอบของกองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม (กก.1 บก.ป.) เบื้องต้นในส่วนที่ หนุ่ม กรรชัย แจ้งความเอาผิด 2 คนดังกล่าวคือ ข้อหาพยายามฉ้อโกงและหมิ่นประมาท 

 

พล.ต.ต. จรูญเกียรติ กล่าวว่า จากหลักฐานที่ได้มายืนยันว่าคลิปเสียงวิดีโอไม่ได้มีการตัดต่อแต่อย่างใด และขณะนี้มีการประสานทนายความของบอสพอลเพื่อให้นำหลักฐานต่างๆ มาร้องทุกข์แจ้งความดำเนินคดีแล้ว ด้านทนายความของบอสพอลเองก็ยืนยันว่าจะดำเนินคดีด้วย และกำลังรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด ซึ่งขณะนี้มีพนักงานสอบสวนเข้าไปสอบปากคำระหว่างบอสปันกับบอสพอลถึงเรื่องนี้แล้ว โดยในส่วนของ ฟิล์ม รัฐภูมิ หากไม่ได้พบความผิดเพิ่มเติม ก็จะยังไม่สามารถออกหมายจับได้ เนื่องจากเป็นคดีของศาลแขวง จึงเป็นการออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาแทน

 

เมื่อถามว่ากฤษอนงค์และฟิล์มมีพฤติกรรมแบบนี้กับบอสคนอื่นอีกหรือไม่นั้น พล.ต.ต. จรูญเกียรติ กล่าวว่า คาดว่ายังมีบอสอีกหลายคนที่ถูกกระทำเช่นนี้ แต่ตอนนี้ขอดำเนินการเป็นเรื่องๆ ไปก่อน

The post ตำรวจเชื่อ ‘กฤษอนงค์-ฟิล์ม’ มีพฤติการณ์ตบทรัพย์หลายบอสดิไอคอนกรุ๊ป สัปดาห์นี้ชัด โดนหมายเรียก-หมายจับ appeared first on THE STANDARD.

]]>
หนุ่ม กรรชัย ตอบกลับ ว.วชิรเมธี ขอไม่ฟ้องร้องเอาผิด ยืนยันตนไม่ได้เป็นศาลเตี้ย https://thestandard.co/kanchai-vajiramedhi-quotes/ Fri, 18 Oct 2024 06:37:46 +0000 https://thestandard.co/?p=997613

วันนี้ (18 ตุลาคม) ในรายการ เที่ยงวันทันเหตุการณ์ ของช่ […]

The post หนุ่ม กรรชัย ตอบกลับ ว.วชิรเมธี ขอไม่ฟ้องร้องเอาผิด ยืนยันตนไม่ได้เป็นศาลเตี้ย appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (18 ตุลาคม) ในรายการ เที่ยงวันทันเหตุการณ์ ของช่อง 3 ผู้ดำเนินรายการอย่าง หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย ออกมาพูดตอบกลับเป็นครั้งแรกถึง พระเมธีวชิโรดม หรือ ว.วชิรเมธี หลัง ว.วชิรเมธี ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงกรณีบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด โดยมีใจความกล่าวถึง หนุ่ม กรรชัย ว่าทำตนเป็นศาลเตี้ย และกลายเป็นฆาตกรต่อเนื่องไปแล้ว

 

“ผมไม่ใช่ศาล ผมเป็นแค่กระบอกเสียงที่อยากจะช่วยเหลือคนตัวเล็กๆ ที่ถูกคนตัวใหญ่ๆ รังแก หรือคนยากคนจนที่ถูกชักจูงไปในทางที่ผิด แค่อยากเป็นกระบอกเสียงให้พวกเขา ผมผิดหวังที่เห็นพระอาจารย์พิมพ์แบบนี้ ผมเสียใจครับ

 

“ที่ผมเสียใจที่สุด คือที่พระอาจารย์บอกว่า การที่ผมเอาคนที่ไม่ผิดเข้าคุก ซึ่งเรื่องทั้งหมดที่พระอาจารย์ได้พิมพ์ไป มันเข้าข้อหาหมิ่นประมาทนะครับ ผมเชื่อว่าพระอาจารย์คงทราบดี กฎหมายไทยไม่ได้บัญญัติเอาไว้ว่า ไม่ให้ผมฟ้องพระ แต่ผมเรียนในฐานะที่พระอาจารย์เคยเป็นพระอาจารย์ของผมมาก่อน ผมขอใส่บาตรนะครับ ผมขอไม่ฟ้องพระอาจารย์นะครับ”

 

โดย หนุ่ม กรรชัย ยังทิ้งท้ายว่า ตนเองเชื่อเหลือเกินว่ายังมีคนที่รักและศรัทธาในตัวของเขา ซึ่งมีผู้คนอีกมากมายที่เขาต่อสู้เพื่อช่วยเหลือ เช่นเดียวกับ ว.วชิรเมธี ที่มีลูกศิษย์และผู้ที่นับถืออยู่มากมายเช่นเดียวกัน

 

 

อ้างอิง: 

The post หนุ่ม กรรชัย ตอบกลับ ว.วชิรเมธี ขอไม่ฟ้องร้องเอาผิด ยืนยันตนไม่ได้เป็นศาลเตี้ย appeared first on THE STANDARD.

]]>
หนุ่ม กรรชัย เปิดใจต่อการทำหน้าที่สื่อมวลชนในกรณีดิไอคอนกรุ๊ป “ผมก็พร้อมจะกินหมาเน่านะ ถ้ากินแล้วมันทำให้สังคมดีขึ้น” https://thestandard.co/kunchai-media-role-d-icon-case/ Mon, 14 Oct 2024 07:19:33 +0000 https://thestandard.co/?p=995699 กรรชัย กำเนิดพลอย

วันนี้ (14 ตุลาคม) หนุ่ม- กรรชัย กำเนิดพลอย ในฐานะผู้รา […]

The post หนุ่ม กรรชัย เปิดใจต่อการทำหน้าที่สื่อมวลชนในกรณีดิไอคอนกรุ๊ป “ผมก็พร้อมจะกินหมาเน่านะ ถ้ากินแล้วมันทำให้สังคมดีขึ้น” appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรรชัย กำเนิดพลอย

วันนี้ (14 ตุลาคม) หนุ่ม- กรรชัย กำเนิดพลอย ในฐานะผู้รายงานข่าวผ่านรายการ เที่ยงวันทันเหตุการณ์ ซึ่งออกอากาศทางช่อง 3 พูดเปิดใจในช่วงหนึ่งของรายการต่อการทำหน้าที่สื่อสารมวลชนของตัวเอง ทั้งจากรายการ โหนกระแส และ เที่ยงวันทันเหตุการณ์​ ต่อกรณีบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนทางสังคมอยู่ในเวลานี้ ซึ่งในกรณีดังกล่าวมีคนมีคนชื่อเสียงในวงการบันเทิงเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องดังที่ปรากฏออกมาในพื้นที่ข่าวจำนวนหลายคน

 

หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย ในฐานะพิธีกรข่าว พูดเปิดใจว่า “ถ้าจะมองว่าผมเองไปรุมทึ้งหมาเน่า คือตัวดิไอคอน (บริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด) คือตัวพอล (วรัตน์พล วรัทย์วรกุล) หรืออย่างไรก็แล้วแต่ ผมอยากจะบอกว่า ถ้าเกิดว่าในสังคมมันมีหมาเน่า แล้วหมาเน่าตัวนี้มันส่งกลิ่นเหม็นให้กับสังคม หมาเน่าตัวนี้มันทำความเดือดร้อนมากเลย ตอนนี้มันอยู่กันไม่ได้แล้ว มันมีคนตายแล้ว ผมก็พร้อมที่จะกินนะ ถ้าผมกินแล้วมันทำให้สังคมดีขึ้น มันก็ไม่แปลกไม่ใช่เหรอครับ ผมไม่ได้ไปกินหมาเน่าแล้วทำให้สังคมมันแย่ลงนะ

 

“แล้วผมก็เชื่อว่าสื่อทุกๆ สื่อ ผมยืนยันอย่างนี้นะฮะ ทุกคนพร้อมจะกินหมาเน่าตัวนี้ เพราะอะไรครับ เพราะมันทำให้สังคมดีขึ้น เขาก็พร้อมที่จะทำ ผมพูดแทนแล้วกัน ผมเชื่อว่าทุกคนคิดเหมือนผม

 

“เพราะฉะนั้นผมไม่ได้มองว่าเป็นการมานั่งทงนั่งทึ้งหมาเน่าหรอก มันคือสิ่งที่เราควรกระทำหรือเปล่า เพราะมีผู้เสียหายฆ่าตัวตาย มาร้องเราบ้าง มีผู้เสียหายที่พิการมาร้องเราบ้าง เราจะนิ่งดูดายก็คงไม่ใช่ ถ้าจะบอกว่าผมไปทึ้งหมาเน่า แล้วยังไง มันไม่ดีเหรอ เรากำลังกินหมาเน่าแล้วมันอยู่ในท้องผมก็ช่างมัน ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมก็ขี้ออกมาแล้ว”

 

อ้างอิง:

The post หนุ่ม กรรชัย เปิดใจต่อการทำหน้าที่สื่อมวลชนในกรณีดิไอคอนกรุ๊ป “ผมก็พร้อมจะกินหมาเน่านะ ถ้ากินแล้วมันทำให้สังคมดีขึ้น” appeared first on THE STANDARD.

]]>
หนุ่ม กรรชัย – กัน จอมพลัง พาผู้เสียหายเข้าแจ้งความที่กองปราบ ด้าน บอย ปกรณ์ แจ้งความเอาผิดบริษัทฐานฉ้อโกง https://thestandard.co/kanchai-kanthas-victims-report/ Mon, 14 Oct 2024 04:42:23 +0000 https://thestandard.co/?p=995630 กรรชัย

วันนี้ (14 ตุลาคม) กัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กันจอ […]

The post หนุ่ม กรรชัย – กัน จอมพลัง พาผู้เสียหายเข้าแจ้งความที่กองปราบ ด้าน บอย ปกรณ์ แจ้งความเอาผิดบริษัทฐานฉ้อโกง appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรรชัย

วันนี้ (14 ตุลาคม) กัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กันจอมพลัง พร้อมด้วย กรรชัย กำเนิดพลอย หรือ หนุ่ม กรรชัย พิธีกรชื่อดัง และ ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ หรือ บอย ปกรณ์ ดารานักแสดง พาผู้เสียหายหลายสิบรายจากบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด มาแจ้งความดำเนินคดีที่กองบังคับการปราบปราม ถนนพหลโยธิน

 

หนุ่ม กรรชัย ระบุว่า ในวันนี้พาผู้เสียหายจากหลายๆ ที่ หลายๆ จังหวัดที่มีการกระจายตัวอยู่มาแจ้งความ ในส่วนของ บอย ปกรณ์ หลังจากที่ออกรายการไปแล้วก็ต้องการแสดงความบริสุทธิ์ใจและอยากให้สัมภาษณ์สื่อ โดยตั้งแต่เกิดเรื่องเกิดราว บอย ปกรณ์ ยังไม่ได้ให้สัมภาษณ์ที่ไหน ซึ่งตัวของบอยเองก็รวบรวมผู้เสียหายโดยการให้ผู้เสียหาย DM มาผ่าน Instagram และรวบรวมผู้เสียหายส่งมาให้ตนทางแอปพลิเคชัน LINE ซึ่งมีผู้เสียหายติดต่อ บอย ปกรณ์ มาประมาณ 40 คน และยังมีผู้เสียหายที่ไปร้องกับ กัน จอมพลัง อีกหลายคน

 

ด้าน บอย ปกรณ์ ระบุว่า วันนี้ตนมา 3 เรื่อง เรื่องแรกคือ พาผู้เสียหายมาร้องเรียนและมาแจ้งความ สำหรับผู้เสียหายที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนให้ DM มาหาตนได้เลย ซึ่งเป็นการประกาศจุดยืนว่าตนจะอยู่เคียงข้างผู้เสียหายและอยากรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น ส่วนตัวเชื่อว่าตนถูกใช้เป็นเครื่องมือจนทำให้มีผู้เสียหาย

 

สอง จะมาให้ปากคำตามที่บอกในรายการไว้ว่า ยินดีจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามกฎหมาย ซึ่งวันนี้ประสานกับตำรวจไว้แล้วว่าจะเข้ามาให้ปากคำ และสาม จะมีการลงบันทึกประจำวัน เพราะตนต้องปกป้องสิทธิของตนเอง และจะเอาผิดส่วนของบริษัทที่ไม่ได้บอกข้อมูลที่แท้จริงกับตน ทำให้ตนเข้าใจผิดและเกิดความเสียหายตรงนี้ขึ้นมา

 

บอย ปกรณ์ ระบุด้วยว่า การเอาผิดต้องคุยกับทนายอีกทีว่าจะแจ้งข้อหาอะไรบ้าง เบื้องต้น จะมีการแจ้งข้อหาฉ้อโกง และการนำรูปของตนไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ทำให้เกิดความเสียหายต่อผู้เสียหาย ขอชี้แจงและขอย้ำว่า ในการมาร้องทุกข์วันนี้ ไม่ได้เป็นการลบล้างและไม่สามารถลบล้างในสิ่งที่ตนทำได้ โดยจะรู้หรือไม่รู้ก็ตาม จนทำให้มีผู้เสียหายขึ้น เบื้องต้นจะมีการแจ้งทางบริษัทก่อน และจะดูว่าบุคคลอื่นๆ สามารถเข้าข่ายความผิดอะไรได้บ้าง

 

บอย ปกรณ์ ระบุอีกว่า ในสัญญาไม่ได้ระบุสคริปต์ แต่ระบุในส่วนของการทำงานว่า ต้องให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และปกติการทำงานลักษณะนี้ กระบวนการบนเวทีจะมีการเขียนสคริปต์ไว้อยู่แล้วเป็นปกติ

 

ส่วน กัน จอมพลัง ระบุไปถึงผู้เสียหายว่า ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกฟ้องกลับหากมีพยานหลักฐานก็ให้ประสานมายังตนเอง

 

ส่วนกรณีมีคลิปเสียงบอสพอลคุยกับนักการเมือง ระบุว่าสามารถดีดนิ้วได้เลย กัน จอมพลัง บอกว่า เบื้องต้นยังไม่ยืนยันว่าเป็นเสียงจริงหรือไม่ ต้องไปตรวจสอบก่อน แต่หากเป็นเสียงจริงก็อยากให้เจ้าตัวออกมาชี้แจง และมองว่าเรื่องต่างๆ หากเกิดเป็นกระแสสังคมแล้วไม่น่ามีใครเคลียร์ได้ หลังจากนั้นทั้ง 3 คนพาผู้เสียหายขึ้นไปแจ้งความที่ตึกกองบังคับการปราบปรามทันที

 

กรรชัย กรรชัย

The post หนุ่ม กรรชัย – กัน จอมพลัง พาผู้เสียหายเข้าแจ้งความที่กองปราบ ด้าน บอย ปกรณ์ แจ้งความเอาผิดบริษัทฐานฉ้อโกง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศาลนัดสืบพยานนัดแรก คดี ‘แอม ไซยาไนด์’ ทนายพัชเตรียม พล.ต.อ. สุรเชษฐ์-กรรชัย เบิกความ ฝั่งทนายเดชาเตรียมพยาน 89 ปาก https://thestandard.co/am-cyanide-case-first-hearing/ Thu, 04 Jul 2024 08:05:25 +0000 https://thestandard.co/?p=953947 เคส แอม ไซยาไนด์

วันนี้ (4 กรกฎาคม) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดสืบพย […]

The post ศาลนัดสืบพยานนัดแรก คดี ‘แอม ไซยาไนด์’ ทนายพัชเตรียม พล.ต.อ. สุรเชษฐ์-กรรชัย เบิกความ ฝั่งทนายเดชาเตรียมพยาน 89 ปาก appeared first on THE STANDARD.

]]>
เคส แอม ไซยาไนด์

วันนี้ (4 กรกฎาคม) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดสืบพยานโจทก์ในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง สรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์ หรือ แอม โดย พ.ต.ท. วิฑูรย์ รังสิวุฒาภรณ์ สามี และ ธันย์นิชา เอกสุวรรณวัฒน์ หรือ ทนายพัช ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-3

 

ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพื่อตระเตรียมการหรือเพื่อสะดวกในการที่จะกระทำความผิดอย่างอื่น, ชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ปลอมปนอาหาร ยาหรือเครื่องอุปโภคอื่นใด เพื่อบุคคลอื่นเสพหรือใช้ และการปลอมปนนั้นเป็นเหตุให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตาย, ทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ ซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำความผิด เพื่อจะช่วยผู้อื่นมิให้ต้องรับโทษหรือให้รับโทษน้อยลง, เป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ ซึ่งพยานหลักฐานในการกระทำความผิด ในคดีการเสียชีวิตของ ศิริพร ขันวงษ์ หรือ ก้อย 

 

โดยในวันนี้ เดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความฝ่ายผู้เสียหาย ได้เดินทางมาที่ศาลพร้อมกับแม่ของก้อยและ รพี ชำนาญเรือ ผู้ประสานงานเหยื่อคดีแอม ไซยาไนด์ 

 

เดชาเปิดเผยว่า วันนี้เป็นการสืบพยานโจทก์นัดแรก ซึ่งมีแม่ของก้อยเป็นพยานปากแรกของฝั่งตน โดยรวมฝั่งโจทก์เบิกพยานบุคคลจำนวน 89 ปาก มีทั้งนักวิชาการ ตำรวจ เจ้าหน้าที่รัฐและเอกชน รวมทั้งวัตถุพยานต่างๆ ซึ่งศาลนัดสืบพยานฝั่งโจทก์จำนวน 20 นัด 

 

ส่วนตัวมั่นใจการทำงานของตำรวจที่นำโดย พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ดูแลคดีในขณะนั้น และพนักงานอัยการ รวมถึงพยานหลักฐานต่างๆ ในสำนวนที่มีจำนวนหลายแฟ้ม ก็เชื่อมั่นว่าจำเลยไม่น่ารอด เพราะพยานหลักฐานค่อนข้างมัดแน่น เริ่มตั้งแต่ประเด็นการสั่งซื้อสารไซยาไนด์และนำสารไซยาไนด์ไปใช้ รวมทั้งพบสารไซยาไนด์ในรถของแอมและศพก้อย รวมถึงขวดสารไซยาไนด์ พยานแวดล้อมต่างๆ ที่ยืนยันสอดคล้องตรงกัน และคลิปวงจรปิดที่แน่นหนาพอสมควรในการเอาผิดจำเลย 

 

ส่วนที่ทนายพัชได้ยื่นเรื่องตาม พ.ร.บ.อุ้มหาย ต่อพนักงานอัยการ จะมีผลต่อคดีหรือไม่ ทนายเดชาระบุว่า พ.ร.บ.อุ้มหาย กับคดีนี้ไม่เกี่ยวข้องกัน เท่าที่ตนจำได้ตอนที่ยังไม่ส่งฟ้อง ทนายพัชเคยยื่นคำร้องดังกล่าวแก่ศาลแล้ว แต่ศาลยกคำร้องและให้ไปว่ากล่าวกันต่างหาก ดังนั้น ประเด็นตาม พ.ร.บ.อุ้มหาย ไม่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ ซึ่งคดีนี้มีประเด็นเดียวคือ แอมวางยาพิษก้อยและชิงทรัพย์หรือไม่ ส่วนจำเลยที่ 2 ที่เป็นตำรวจและสามีของแอมนั้น จะมีส่วนในการทำลายพยานหลักฐานเพื่อช่วยแอมหรือไม่ ส่วนจำเลยที่ 3 ก็คือทนายพัช มีประเด็นว่า ได้เป็นคนใช้ให้จำเลยที่ 2 หรือสามีของแอมทำลายหลักฐานหรือไม่ เนื่องจากมีแชตการสนทนาที่ระบุว่า ถ้าไม่มีพยานหลักฐาน คดีหลุด ศาลยกฟ้องได้ สำหรับประเด็นที่ทนายพัชต่อสู้ว่า ตำรวจจับกุมแอมโดยมิชอบด้วยกฎหมายนั้น ไม่น่าจะมีผลต่อรูปคดี เนื่องจากในนัดตรวจพยานก่อนหน้านี้ แอมยอมรับสารภาพว่า ตำรวจได้ดำเนินการจับกุมโดยชอบ และมีหนึ่งในจำนวนพยานบุคคลที่ยอมรับในประเด็นนี้ 

 

ต่อมาทนายพัชเปิดเผยว่า ตนมีความพร้อมในคดีนี้มานานแล้ว ซึ่งระยะเวลาที่ศาลนัดพิจารณาคดีนั้นอาจช้าไป เลยอาจไม่ทันใจหลายๆ คน ซึ่งยืนยันว่าวันนี้ตนเตรียมพร้อมทางคดีอย่างเต็มที่ โดยดูได้จากทีมทนายความที่มาพร้อมกับตน ซึ่งฝั่งตนได้เบิกพยานบุคคลประมาณ 10 กว่าปาก ในจำนวนนี้ได้เชิญพยานบุคคลที่มีชื่อเสียงมาให้การในชั้นศาลด้วย เช่น พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล และ กรรชัย กำเนิดพลอย ซึ่งคาดว่าน่าจะใช้เวลาสืบพยานถึงช่วงเดือนกันยายน

 

ส่วนเรื่องผลทางคดีนั้น ตนขอให้ศาลเป็นผู้ตัดสิน พวกตนและทีมทนายความมีหน้าที่เพียงนำเสนอข้อเท็จจริงอีกมุมมองหนึ่งที่โจทก์ไม่ได้นำเสนอให้ศาลเห็น ซึ่งจะมีประเด็นอะไรบ้าง ตนขอสงวนไว้เพื่อเป็นข้อต่อสู้ในชั้นศาล แต่อาจเป็นเรื่องของกล้องวงจรปิดหรือความสัมพันธ์ต่างๆ 

 

สำหรับประเด็นที่ถูกกล่าวหาว่า ทนายพัชมีส่วนร่วมให้ฝั่งจำเลยทำลายพยานหลักฐานนั้น ทนายพัชยืนยันว่า ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และบอกอีกว่า หน้าที่ของทนายความนั้นอยู่ภายใต้ข้อจำกัดตามกรอบของกฎหมาย แต่ตนมองว่า ก็มีอะไรบางอย่างอยู่ในกระบวนการที่ทำให้แอมรับสารภาพเช่นเดียวกัน

The post ศาลนัดสืบพยานนัดแรก คดี ‘แอม ไซยาไนด์’ ทนายพัชเตรียม พล.ต.อ. สุรเชษฐ์-กรรชัย เบิกความ ฝั่งทนายเดชาเตรียมพยาน 89 ปาก appeared first on THE STANDARD.

]]>
หนุ่ม กรรชัย กับ 7 ลิสต์รางวัลสายพิธีกรและสื่อมวลชน https://thestandard.co/noom-kanchai-7-awards-info/ Tue, 04 Jun 2024 08:11:29 +0000 https://thestandard.co/?p=941051

ยังคงเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงมาอย่างต่อเนื่องระหว่างพิธี […]

The post หนุ่ม กรรชัย กับ 7 ลิสต์รางวัลสายพิธีกรและสื่อมวลชน appeared first on THE STANDARD.

]]>

ยังคงเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงมาอย่างต่อเนื่องระหว่างพิธีกรชื่อดัง หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย และกลุ่มลัทธิเชื่อมจิต ซึ่งมีการแจ้งความกันทั้งสองฝ่าย โดยทางหนุ่ม กรรชัย ได้มอบอำนาจให้ทนายความเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มลัทธิเชื่อมจิต ซึ่งประกอบด้วยพ่อ แม่ ลูก และธรรมราช สาระปัญญา ทนายความส่วนตัว ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ก่อนที่ล่าสุดเมื่อวานนี้ (3 มิถุนายน) จะเกิดเหตุการณ์ที่ สน.ทองหล่อ จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างเผ็ดร้อนบนโลกออนไลน์อยู่ในเวลานี้

 

จากประเด็นดังกล่าว THE STANDARD POP ถือโอกาสนี้พาทุกคนไปย้อนชมรางวัลที่การันตีความสามารถในฐานะสื่อมวลชนและพิธีกร หรือ ‘ครูกะปิ’ ของแฟนๆ รายการโหนกระแสอย่าง หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย ไปพร้อมกัน

 

 

ภาพประกอบ: ฉัตรชัย เฉยชิต

The post หนุ่ม กรรชัย กับ 7 ลิสต์รางวัลสายพิธีกรและสื่อมวลชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: สรุปทุกคำตอบของ ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ ผ่านการตอบคำถามในรายการโหนกระแส https://thestandard.co/pita-hone-krasae-conclusion/ Mon, 10 Jul 2023 13:46:56 +0000 https://thestandard.co/?p=814924 พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

วันนี้ (10 กรกฎาคม) พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกรัฐ […]

The post ชมคลิป: สรุปทุกคำตอบของ ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ ผ่านการตอบคำถามในรายการโหนกระแส appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

วันนี้ (10 กรกฎาคม) พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์เปิดใจก่อนการโหวตลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีในรัฐสภาวันที่ 13 กรกฎาคมนี้ ผ่านรายการ โหนกระแส สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 โดยมี หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย เป็นผู้ดำเนินรายการ

 

THE STANDARD สรุปทุกคำตอบของพิธาในการให้สัมภาษณ์รายการ โหนกระแส วันนี้

 

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

The post ชมคลิป: สรุปทุกคำตอบของ ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ ผ่านการตอบคำถามในรายการโหนกระแส appeared first on THE STANDARD.

]]>