กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) – THE STANDARD https://thestandard.co สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 07 Mar 2023 06:51:17 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.5.5 ครม. ไฟเขียว เพิ่มค่าป่วยการ อสม. เป็น 2,000 บาทต่อเดือน อนุทินเตรียมตั้งคำขอ ใช้งบประมาณปี 67 https://thestandard.co/cabinet-approve-procuration-vhv/ Tue, 07 Mar 2023 06:50:51 +0000 https://thestandard.co/?p=759508

วันนี้ (7 มีนาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และร […]

The post ครม. ไฟเขียว เพิ่มค่าป่วยการ อสม. เป็น 2,000 บาทต่อเดือน อนุทินเตรียมตั้งคำขอ ใช้งบประมาณปี 67 appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (7 มีนาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบให้เพิ่มค่าป่วยการอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และอาสาสมัครกรุงเทพมหานคร (อสส.) จากเดิมเดือนละ 1,000 บาท เป็น 2,000 บาทต่อคน ตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ และให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ตั้งคำของบประมาณรายจ่ายประจำปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2567 

 

อนุทินกล่าวว่า ต้องขอบคุณ ครม. ที่ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของพี่น้อง อสม. และได้อนุมัติการเพิ่มเงินค่าป่วยการในครั้งนี้ให้สอดคล้องกับภารกิจของ อสม. และ อสส. ที่เพิ่มขึ้นมีทั้งภารกิจ 9 งานหลัก และภารกิจที่รัฐบาลมอบหมายเพิ่มเติมใน 4 กลุ่มหลัก ได้แก่

 

  1. การคัดกรองเพื่อประเมินสุขภาวะผู้สูงอายุ 9 ด้าน

 

  1. สร้างความรอบรู้และให้บริการดูแลสุขภาพตามสภาพปัญหาในแต่ละด้าน

 

  1. ประสานภาคีเครือข่ายดูแลผู้สูงอายุให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ปฏิบัติงานในระยะ Post-Pandemic ของโรคโควิด

 

  1. ติดตามผู้ผ่านการบำบัดยาเสพติดในระบบสมัครใจบำบัด

 

อนุทินกล่าวอีกว่า อสม. และ อสส. ได้รับค่าป่วยการในอัตราปัจจุบันที่ 1,000 บาทต่อคนต่อเดือนมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2561 โดยผู้จะได้รับค่าป่วยการจะต้องเป็น อสม. และ อสส. ที่มีรายชื่อในฐานข้อมูลประวัติของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ มีระยะเวลาปฏิบัติงานที่แน่นอน มีการรายงานผลปฏิบัติงานตามหลักเกณฑ์ ซึ่งปัจจุบันมี อสม. อยู่ 1,075,163 คน และ อสส. 15,000 คน รวม 1,090,163 คน ก่อนจะเสนอ ต่อ ครม. ในครั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้ศึกษาเปรียบเทียบอัตราค่าป่วยการ กับค่าใช้จ่ายของ อสม. ในการปฏิบัติงานแล้วพบว่า ค่าป่วยการที่ได้นั้นต่ำกว่าค่าใช้จ่ายที่ อสม. ได้มาโดยตลอด

 

“กระทรวงสาธารณสุขเห็นถึงความเสียสละของพี่น้อง อสม. และ อสส. กว่า 1.09 ล้านคน ที่นอกจากจะให้เวลาเพื่อส่วนรวมแล้วหลายครั้ง ยังต้องแบกรับค่าใช้จ่ายต่างๆ ตามภารกิจ และปัจจุบันนี้ค่าครองชีพต่างๆ ก็สูงขึ้นด้วย จึงเห็นควรเสนอให้ปรับเพิ่มค่าป่วยการขึ้นเป็น 2,000 บาทต่อคนต่อเดือน และให้สอดคล้องกับภารกิจที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงานในการทำหน้าที่ดูแลสุขภาพของพี่น้องประชาชนต่อไป” อนุทินกล่าวทิ้งท้าย 

The post ครม. ไฟเขียว เพิ่มค่าป่วยการ อสม. เป็น 2,000 บาทต่อเดือน อนุทินเตรียมตั้งคำขอ ใช้งบประมาณปี 67 appeared first on THE STANDARD.

]]>
สธ. เผย 17 จังหวัดแซนด์บ็อกซ์ พร้อมรับนักท่องเที่ยว เปิดประเทศปลอดภัย 1 พ.ย. นี้ https://thestandard.co/moph-17-sandbox-provinces-ready-to-accept-tourists/ Fri, 29 Oct 2021 12:14:32 +0000 https://thestandard.co/?p=553889 ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์

วันนี้ (29 ตุลาคม) นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับ […]

The post สธ. เผย 17 จังหวัดแซนด์บ็อกซ์ พร้อมรับนักท่องเที่ยว เปิดประเทศปลอดภัย 1 พ.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์

วันนี้ (29 ตุลาคม) นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ พร้อมด้วย นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 6, จุฑารัตน์ มากคงแก้ว ผู้ช่วยผู้ตรวจราชการ เขตสุขภาพที่ 9, สิริพรรณ โชติกมาศ ผู้ช่วยผู้ตรวจราชการ เขตสุขภาพที่ 8, กองมณี สุรวงษ์สิน ผู้ช่วยผู้ตรวจราชการ เขตสุขภาพที่ 11 และ อมรรัตน์ ลิ้มจิตสมบูรณ์ หัวหน้ากลุ่มตรวจราชการ เขตสุขภาพที่ 5 แถลงข่าวความพร้อมของเขตสุขภาพในการรองรับการเปิดประเทศวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้

 

นพ.ธเรศ กล่าวว่า รัฐบาลมีมาตรการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยววันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ ใน 3 กลุ่ม ได้แก่ 

 

  1. กลุ่มเข้ารับการกักตัวรูปแบบต่างๆ ซึ่งเดินทางจากประเทศใดก็ได้ 

 

  1. กลุ่มแซนด์บ็อกซ์นำร่องท่องเที่ยว 17 จังหวัด (พื้นที่สีฟ้า) ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, กระบี่, ชลบุรี, เชียงราย, ตราด, บุรีรัมย์, ประจวบคีรีขันธ์, พังงา, เพชรบุรี, ภูเก็ต, ระนอง, ระยอง, เลย, สมุทรปราการ, สุราษฎร์ธานี, หนองคาย และอุดรธานี ซึ่งเปิดเฉพาะพื้นที่ดำเนินการ ไม่ได้เปิดทั้งจังหวัด ผู้เดินทางมาจากประเทศใดก็ได้, รับวัคซีนครบ, จองที่พัก SHA Plus 7 วัน, มีประกันสุขภาพวงเงิน 5 หมื่นดอลลาร์, ผลตรวจ RT-PCR เป็นลบ 72 ชั่วโมง, ต้องลงทะเบียนหมอชนะ, อยู่ในแซนด์บ็อกซ์ 7 วัน, ตรวจหาเชื้อเมื่อมาถึง และตรวจอีกครั้งเมื่อครบกำหนดออกจากพื้นที่

 

  1. กลุ่ม Test to Go เดินทางมาจากประเทศเสี่ยงต่ำ 45 ประเทศ และ 1 เขตบริหารพิเศษ รอผลตรวจหาเชื้อในโรงแรม 1 คืน ปลอดภัยถึงไปท่องเที่ยวได้

 

ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขมอบหมายเขตสุขภาพและจังหวัดเตรียมความพร้อมเรื่องดูแลสุขภาพ พื้นที่ท่องเที่ยว ภาคประชาชน และผู้ประกอบการ ตั้งแต่ก่อนเปิดประเทศ มีการประเมินความมั่นคงด้านสุขภาพ ซึ่งขณะนี้การติดเชื้อลดลง จำนวนเตียงผู้ป่วยสีเหลือง-สีแดงมีเพียงพอ สามารถขยายเพิ่มได้ และมี Hospitel รองรับ ความครอบคลุมของวัคซีนระดับจังหวัดมากกว่า 50% พื้นที่นำร่องมากกว่า 70% ส่งเสริมผู้ประกอบการให้ได้มาตรฐาน COVID Free Setting โรงแรมมาตรฐาน SHA Plus โดยประเมินตนเอง หากผ่านจะได้รับใบรับรอง ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถร่วมประเมินได้ และจะมีการสุ่มตรวจโดยคณะกรรมการร่วมของจังหวัดทุก 2-3 สัปดาห์

 

ส่วนระหว่างเปิดประเทศมีแอปพลิเคชันติดตามตัว มีระบบประเมินติดตามสถานการณ์โดยจังหวัด หากมีการระบาดเพิ่มมากขึ้นจะมีการปรับมาตรการตามลำดับ ทั้งปรับลดกิจกรรม ให้ไปเที่ยวเฉพาะพื้นที่ ให้อยู่เฉพาะโรงแรม หรืออาจยุติรับนักท่องเที่ยว สำหรับกิจกรรมในพื้นที่แซนด์บ็อกซ์ จังหวัดจะออกโปรแกรมและควบคุมเส้นทางระบบปิด อยากให้ประชาชนมั่นใจถึงกระบวนการเตรียมความพร้อมทั้งหมด

The post สธ. เผย 17 จังหวัดแซนด์บ็อกซ์ พร้อมรับนักท่องเที่ยว เปิดประเทศปลอดภัย 1 พ.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สธ. ย้ำคลินิกให้บริการ Swab หรือตรวจ ATK ห้ามตั้งจุดบริการในพื้นที่สาธารณะ เช่น ทางเท้า หลังประชาชนร้องเรียน หวั่นเป็นคลัสเตอร์ ฝ่าฝืนมีโทษ https://thestandard.co/moph-repeat-clinic-provide-swab-not-set-up-service-points-in-public-areas/ Wed, 18 Aug 2021 05:09:40 +0000 https://thestandard.co/?p=526295 Clinic service points

วันนี้ (18 สิงหาคม) นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนั […]

The post สธ. ย้ำคลินิกให้บริการ Swab หรือตรวจ ATK ห้ามตั้งจุดบริการในพื้นที่สาธารณะ เช่น ทางเท้า หลังประชาชนร้องเรียน หวั่นเป็นคลัสเตอร์ ฝ่าฝืนมีโทษ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Clinic service points

วันนี้ (18 สิงหาคม) นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ด้วยสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด ที่มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ โรงพยาบาลเอกชน หรือคลินิกจึงเข้ามาให้บริการตรวจคัดกรองและตรวจทางห้องปฏิบัติการยืนยันการติดเชื้อโรคโควิด ด้วยวิธี RT-PCR หรือ Antigen Test Kit (ATK) เพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด อีกทั้งอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนให้ได้รับบริการตรวจคัดกรองจากสถานพยาบาลใกล้บ้าน ซึ่งภาครัฐก็ขอขอบคุณสถานพยาบาลเอกชนที่เข้ามามีส่วนร่วมในการฝ่าฟันวิกฤตการระบาดของโรคโควิด โดยในระยะเวลาที่ผ่านมาโรงพยาบาลเอกชนและคลินิกต่างก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี 

 

แต่ก็มีการพบข้อร้องเรียนจากประชาชนเกี่ยวกับคลินิกที่มีการตั้งจุดบริการคัดกรองโควิดในพื้นที่สาธารณะ จนประชาชนโดยรอบเกิดความกังวลว่าจะเกิดการสัมผัสกับผู้ป่วย หรือเกิดคลัสเตอร์โควิดจากจุดบริการของคลินิก 

 

ดังนั้นเพื่อป้องกัน กรม สบส. ขอเน้นย้ำให้ผู้ประกอบกิจการและผู้ดำเนินการคุมเข้มมาตรฐานบริการตรวจคัดกรองและตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันการติดเชื้อโควิด มีการจัดตั้งจุดให้ถูกต้อง ปลอดภัย ตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด โดยให้จัดตั้งจุดบริการคัดกรองในรูปแบบ One Stop Service ตั้งแต่การคัดกรอง จนสิ้นสุดการรักษา แยกจากจุดบริการผู้ป่วยนอก (OPD) ทั่วไป ห้ามปะปนกับจุดให้บริการอื่นๆ ของคลินิก หรือพื้นที่สาธารณะ อย่างทางเท้าด้านหน้าคลินิกโดยเด็ดขาด หากกรม สบส. ตรวจพบว่าคลินิกแห่งใดปฏิบัติไม่ถูกต้องตามมาตรฐานก็จะดำเนินการตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ซึ่งมีโทษทั้งจำและปรับ

 

ด้าน ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรม สบส. กล่าวต่อว่า สำหรับบทกำหนดโทษของสถานพยาบาลเอกชนที่ตั้งจุดให้บริการตรวจคัดกรองโรคโควิดไม่เหมาะสม จนอาจจะก่อให้เกิดการแพร่กระจายของโรคนั้น ตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลจะมีความผิดในฐานไม่ควบคุมและดูแลให้ผู้ประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาลปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพของตน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และในกรณีที่พบว่าผู้ให้บริการมิใช่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม หรือผู้ประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ ผู้ให้บริการรายดังกล่าวจะถือว่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 ฐานประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนและรับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือมีความผิดตามพระราชบัญญัติวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ พ.ศ. 2547 ฐานประกอบวิชาชีพเทคนิคการแพทย์โดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนและรับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

ทั้งนี้ ท่านใดพบเห็นการจัดตั้งจุดบริการตรวจคัดกรองโรคโควิดของคลินิกที่อาจจะก่อให้เกิดอันตรายในเขตกรุงเทพฯ สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน กรม สบส. 1426 และในส่วนภูมิภาคให้แจ้งที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

The post สธ. ย้ำคลินิกให้บริการ Swab หรือตรวจ ATK ห้ามตั้งจุดบริการในพื้นที่สาธารณะ เช่น ทางเท้า หลังประชาชนร้องเรียน หวั่นเป็นคลัสเตอร์ ฝ่าฝืนมีโทษ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สธ. เตรียมปลดล็อกชุดตรวจโควิด Rapid Antigen Test ในโรงพยาบาลเอกชน คัดกรองผู้ป่วย ก่อนส่งต่อโรงพยาบาลหรือแยกกักตัวที่บ้าน (Home Isolation) https://thestandard.co/moph-prepare-to-unlock-rapid-antigen-test-kits-in-private-hospitals/ Sat, 10 Jul 2021 12:11:22 +0000 https://thestandard.co/?p=511018 ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.)

วันนี้ (10 กรกฎาคม) นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนั […]

The post สธ. เตรียมปลดล็อกชุดตรวจโควิด Rapid Antigen Test ในโรงพยาบาลเอกชน คัดกรองผู้ป่วย ก่อนส่งต่อโรงพยาบาลหรือแยกกักตัวที่บ้าน (Home Isolation) appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.)

วันนี้ (10 กรกฎาคม) นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กล่าวถึงการใช้ชุดตรวจ Rapid Antigen Test ควบคู่กับ Home Isolation ว่าขณะนี้ประชาชนต้องการตรวจหาเชื้อและพบว่ามีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้น สัปดาห์ที่ผ่านมา สบส. จึงประชุมกับสมาคมโรงพยาบาลเอกชน โดยอนุญาตให้ใช้การตรวจ Rapid Antigen Test เพื่อให้ตรวจหาเชื้อได้เร็วขึ้น ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป และหากตรวจพบผู้ติดเชื้อจะมีระบบการดูแล 2 แนวทาง 

 

แนวทางที่ 1 หากโรงพยาบาลเอกชนมีเตียง และประเมินผู้ติดเชื้อเบื้องต้นพบว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ควรรักษาในโรงพยาบาล เช่น อาการหนัก อายุมาก เป็นกลุ่มเสี่ยง ให้หาเตียงรองรับ 

 

แนวทางที่ 2 หากผู้ติดเชื้อแข็งแรงดี ไม่มีอาการ สถานพยาบาลเอกชนสามารถดำเนินมาตรการ ‘แยกกักตัวที่บ้าน’ ได้ทันที โดยได้รับความยินยอมและสมัครใจจากผู้ติดเชื้อ 

 

นพ.ธเรศกล่าวต่อว่า ขณะนี้ได้จัดทำร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องสถานพยาบาลอื่นซึ่งได้รับการยกเว้นไม่ต้องอยู่ในบังคับตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล เฉพาะผู้ป่วยโรคติดต่ออันตรายตามด้วยโรคติดต่อ กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ณ ที่พำนักของผู้ป่วย (Home Isolation) เป็นการชั่วคราว และทำหลักเกณฑ์ค่าใช้จ่ายการแยกกักตัวที่บ้าน เพื่อช่วยให้ประชาชนได้รับการดูแลติดตามอาการอย่างรวดเร็ว ดูแลค่าใช้จ่าย ไม่ให้เป็นภาระ โดยจะนำเข้าสู่ที่ประชุม ครม. ต่อไป 

 

โดยก่อนหน้านี้ นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวถึงแนวทางการใช้ชุดตรวจ Rapid Antigen Test จากการประชุม EOC กระทรวงสาธารณสุข ว่าที่ประชุมมีข้อแนะนำในการใช้ Rapid Antigen Text ดังนี้ 

 

  1. ชุดตรวจที่นำมาใช้ต้องผ่านการประเมินและขึ้นทะเบียนกับ อย. แล้วเท่านั้น โดยปัจจุบันมี 24 ยี่ห้อที่อนุญาตให้ใช้ในลักษณะ Professional Use หรือใช้ในบุคลากรทางการแพทย์เท่านั้น ยังไม่สามารถนำไปตรวจเองได้

 

  1. ใช้ในสถานพยาบาลของรัฐหรือเอกชนที่ผ่านการรับรองทางห้องปฏิบัติการเครือข่ายการตรวจ SARS-CoV-2 โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เท่านั้น ซึ่งขณะนี้มี 300 กว่าแห่งทั่วประเทศ

 

  1. การเก็บตัวอย่างทำได้หลายแบบ เช่น การแหย่จมูก การแหย่ช่องปากถึงคอ หรือการแหย่จมูกอย่างเดียว ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของชุดตรวจ

 

  1. ใช้ในการคัดกรองผู้ป่วยเบื้องต้นเท่านั้น และควรได้รับการยืนยันการตรวจอีกครั้งด้วย RT-PCR 

 

  1. เตรียมพร้อมแนวทางการรักษา และการคัดแยกตามความรุนแรง ควบคู่กับการทำ Home Isolation สำหรับผู้ไม่มีอาการหรืออาการน้อย 

The post สธ. เตรียมปลดล็อกชุดตรวจโควิด Rapid Antigen Test ในโรงพยาบาลเอกชน คัดกรองผู้ป่วย ก่อนส่งต่อโรงพยาบาลหรือแยกกักตัวที่บ้าน (Home Isolation) appeared first on THE STANDARD.

]]>
สธ. ออกหลักเกณฑ์เพิ่ม แพ้หรือมีอาการไม่พึงประสงค์จากวัคซีนป้องกันโควิด-19 เข้ารักษาที่โรงพยาบาลเอกชนฟรี https://thestandard.co/moph-additional-regulations-covid-19-vaccine-allergy/ Sun, 30 May 2021 08:16:57 +0000 https://thestandard.co/?p=494351 แพ้วัคซีน

วันนี้ (30 พฤษภาคม) นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนั […]

The post สธ. ออกหลักเกณฑ์เพิ่ม แพ้หรือมีอาการไม่พึงประสงค์จากวัคซีนป้องกันโควิด-19 เข้ารักษาที่โรงพยาบาลเอกชนฟรี appeared first on THE STANDARD.

]]>
แพ้วัคซีน

วันนี้ (30 พฤษภาคม) นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการกำหนดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการผู้ป่วยฉุกเฉินโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 ฉบับที่ 1 และ 2 ให้ผู้ป่วยด้วยโรคโควิด-19 สามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์จากสถานพยาบาลอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม 

 

โดยจากสถานการณ์ปัจจุบันที่มีผู้ป่วยรายใหม่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง การสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้แก่ประชาชนชาวไทยผ่านการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมในการนำพาประเทศให้ก้าวพ้นวิกฤตการณ์การระบาดของโรค แต่ด้วยสุขภาพร่างกายของแต่ละบุคคลย่อมแตกต่างกัน อีกทั้งการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ในครั้งนี้มีผู้เข้ารับบริการนับล้านราย จึงอาจจะมีบางรายที่เกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการฉีดวัคซีน จึงดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมประกาศฉบับก่อนหน้าออกเป็นประกาศฉบับที่ 3 กำหนดให้สถานพยาบาลเอกชนให้บริการแก่บุคคลที่เกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด -19 เฉกเช่นเดียวกับผู้ป่วยโรคโควิด-19 โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่าย

 

นพ.ธเรศ กล่าวต่ออีกว่า สำหรับประกาศหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการกำหนดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการผู้ป่วยฉุกเฉินโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 (ฉบับที่ 3) นั้น ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2563 เว้นแต่ค่าใช้จ่ายที่เกิดจากอาการแพ้วัคซีนหรืออาการไม่พึงประสงค์ที่เกิดจากการฉีดวัคซีน ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป

 

“ส่งผลให้ประชาชนที่เกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 จากสถานพยาบาลเอกชนที่รัฐกำหนด สามารถเข้ารับการดูแลรักษาได้ฟรีจากสถานพยาบาลเอกชน ซึ่งนอกจากการเพิ่มสิทธิเบิกจ่ายในข้างต้นแล้ว ประกาศฉบับที่ 3 ยังได้เพิ่มสิทธิในการเบิกจ่ายค่าพาหนะขนส่งผู้ป่วยทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ และอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ของบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อให้การดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคโควิด-19 เป็นไปอย่างราบรื่นและเหมาะสมกับสภาวการณ์ในปัจจุบันด้วย” นพ.ธเรศ กล่าวทิ้งท้าย

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post สธ. ออกหลักเกณฑ์เพิ่ม แพ้หรือมีอาการไม่พึงประสงค์จากวัคซีนป้องกันโควิด-19 เข้ารักษาที่โรงพยาบาลเอกชนฟรี appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพเผย หมอเหรียญทองตั้งโรงพยาบาลสนาม มีการยื่นขออนุมัติถูกต้องตามขั้นตอน https://thestandard.co/dss-say-gold-medal-doctor-set-up-field-hospital-correctly/ Mon, 10 May 2021 04:19:11 +0000 https://thestandard.co/?p=486742 กรมสนับสนุนบริการสุขภาพเผย หมอเหรียญทองตั้งโรงพยาบาลสนาม มีการยื่นขออนุมัติถูกต้องตามขั้นตอน

วันนี้ (10 พฤษภาคม) นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนั […]

The post กรมสนับสนุนบริการสุขภาพเผย หมอเหรียญทองตั้งโรงพยาบาลสนาม มีการยื่นขออนุมัติถูกต้องตามขั้นตอน appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพเผย หมอเหรียญทองตั้งโรงพยาบาลสนาม มีการยื่นขออนุมัติถูกต้องตามขั้นตอน

วันนี้ (10 พฤษภาคม) นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า จากกรณีที่มีประชาชนตั้งข้อสงสัยถึงการตั้งโรงพยาบาลสนามเพื่อรองรับผู้ป่วยโควิด-19 โดยสถานพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในเขตหลักสี่ว่า ได้มีการดำเนินการอย่างถูกต้อง และมีความปลอดภัยต่อชุมชนหรือไม่อย่างไรนั้น 

 

สบส. ขอเรียนว่า ด้วยสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ ทำให้สถานพยาบาลหลายแห่งต้องดำเนินการสำรองเตียงเพื่อรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ในแต่ละวัน ซึ่งอาจจะเป็นปัญหาการขาดแคลนเตียง หรือเกิดผลกระทบกับการให้บริการทางการแพทย์ประเภทอื่นๆ ในอนาคต 

 

ดังนั้นกระทรวงสาธารณสุขจึงได้ออกประกาศ เรื่อง สถานพยาบาลอื่นซึ่งได้รับการยกเว้น ไม่ต้องอยู่ในบังคับตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลกรณีให้บริการเฉพาะผู้ป่วยโรคโควิด-19 เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบกิจการสถานพยาบาลเอกชนที่มีจิตอาสาในการช่วยเหลือสังคม โดยไม่ต้องขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการฯ และใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาล แต่ต้องได้รับอนุมัติจาก สบส. หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดก่อน ที่ผ่านมาทำให้มีโรงพยาบาลสนามในรูปแบบนี้ เช่น Hospitel และโรงพยาบาลสนามเต็มรูปแบบ (ข้อมูล ณ วันที่ 9 พฤษภาคม 2564 มีจำนวน Hospitel 67 แห่ง จำนวนเตียง 13,695 เตียง)

 

นพ.ธเรศ กล่าวต่อว่า ในกรณีการตั้งโรงพยาบาลสนามในเขตหลักสี่นั้น ผู้ประกอบกิจการได้มีการยื่นหนังสือขออนุมัติเปิดโรงพยาบาลสนามกับ สบส. เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา แต่ยังอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง และจะสามารถเปิดให้บริการได้ก็ต่อเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ของ สบส. ได้ตรวจสอบสถานที่ว่าเป็นไปตามมาตรฐานโรงพยาบาลสนามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดเสียก่อน จึงขอชี้แจงกับพี่น้องประชาชนให้มั่นใจได้ว่า การจัดตั้งโรงพยาบาลสนามนั้นจะมีการควบคุมมาตรฐานการดำเนินการตั้งแต่การเลือกสถานที่ การจัดเตรียมวัสดุ อุปกรณ์เวชภัณฑ์ ระบบการดูแลรักษา/ส่งต่อผู้ป่วย ระบบสื่อสาร การป้องกันควบคุมการติดเชื้อ ระบบรักษาความปลอดภัย การจัดการขยะและน้ำเสีย การยอมรับของชุมชน โดยบูรณาการความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาวิชาชีพ เพื่อประโยชน์ต่อผู้ป่วยโควิด-19 และมีความปลอดภัยสูงสุดแก่พี่น้องประชาชนโดยรอบ

 

ด้าน ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดี สบส. กล่าวต่อว่า สำหรับผู้ประกอบกิจการสถานพยาบาลเอกชนที่มีความประสงค์จะจัดตั้งโรงพยาบาลสนามรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ภาครัฐก็มีความยินดีที่จะอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ในการดำเนินการ แต่ขอให้มีการปฏิบัติที่ถูกต้องตามกฎหมาย ดำเนินการยื่นเรื่องขออนุมัติจากผู้อนุญาต ผ่านการตรวจสอบคุณภาพมาตรฐานจากเจ้าหน้าที่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อพี่น้องประชาชน และหากมีข้อสงสัยหรือมีข้อคำถาม ก็สามารถสอบถามได้ที่สายด่วน สบส. 1426 ในวันและเวลาราชการ

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกรณีของโรงพยาบาลเอกชนที่เกิดเป็นกระแสข่าวดังกล่าว สืบเนื่องจาก สิระ เจนจาคะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) กรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามดังกล่าว เมื่อวันที่ 7 พฤษาภาคม หลังระบุว่า ได้รับหนังสือจากกลุ่มชาวบ้านที่สำนักงานเขตหลักสี่ ซึ่งขอคัดค้านและขอให้ตรวจสอบการสร้างโรงพยาบาลสนามของ พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ว่าเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของกฎหมายหรือไม่ ก่อนที่จะมีการพูดคุยผ่านโทรศัพท์ให้นักข่าวฟังและมีการโต้เถียงกันอยู่ระยะเวลาหนึ่ง

The post กรมสนับสนุนบริการสุขภาพเผย หมอเหรียญทองตั้งโรงพยาบาลสนาม มีการยื่นขออนุมัติถูกต้องตามขั้นตอน appeared first on THE STANDARD.

]]>
อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ย้ำป่วยโควิด-19 รักษาฟรีทั้งโรงพยาบาลรัฐ-เอกชน ขอประชาชนอย่ากังวล https://thestandard.co/free-covid-19-treatment-for-both-public-and-private-hospitals/ Fri, 07 May 2021 07:51:17 +0000 https://thestandard.co/?p=485398 รัหษาโควิด ฟรี

วันนี้ (7 พฤษภาคม) นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับ […]

The post อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ย้ำป่วยโควิด-19 รักษาฟรีทั้งโรงพยาบาลรัฐ-เอกชน ขอประชาชนอย่ากังวล appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัหษาโควิด ฟรี

วันนี้ (7 พฤษภาคม) นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กล่าวถึงค่ารักษาโควิด-19 ในโรงพยาบาลเอกชนว่า จากกรณีที่มีการแชร์ภาพค่ารักษาผู้ป่วยโควิด-19 ในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง โดยมีค่ารักษาเกือบ 1 ล้านบาทนั้น

 

จากสถานการณ์การระบาดระลอกใหม่ของโควิด-19 ที่มีผู้ป่วยจำนวนมากในแต่ละวันนั้น สร้างความตึงเครียดและวิตกกังวลให้กับประชาชนทั่วประเทศเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และยิ่งมีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อว่า การเข้ารับการรักษาพยาบาลโควิด-19 ในสถานพยาบาลเอกชน ผู้ป่วยจะต้องจ่ายส่วนต่างของค่าห้องพัก ค่าห้องความดันลบ หรือค่ายาเพิ่ม หากเกินวงเงินที่รัฐบาลกำหนด

 

นพ.ธเรศ ชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด โดยกระทรวงสาธารณสุขได้มีการออกประกาศ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการกำหนดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการผู้ป่วยฉุกเฉิน 3 ฉบับ เพื่อดูแลค่าใช้จ่ายตามหลักเกณฑ์เงื่อนไข ได้แก่

 

  1. ค่ายา ค่าห้อง เครื่องมือแพทย์ที่ใช้ครอบคลุมการดูแลผู้ป่วย
  2. ประกาศเพิ่มเติมในรายการยาให้ครอบคลุมมากขึ้น
  3. ค่ารถรับ-ส่งผู้ป่วยจากที่บ้าน ค่าทำความสะอาดรถ 

 

ค่ารักษาพยาบาลกรณีการเจ็บป่วยหลังการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เนื่องจากเป็นกรณีต้องได้รับการรักษาทันท่วงที 

 

โดยผู้ป่วยโควิด-19 สามารถเข้ารับสิทธิ์การรักษาในสถานพยาบาลตามสิทธิ์รักษาของตนเอง หรือสถานพยาบาลใดก็ได้ทั้งรัฐและเอกชน หรือแม้ไม่ได้เป็นผู้ป่วย แต่หากเป็นกลุ่มเสี่ยงที่มีอาการเข้าข่ายที่จะติดเชื้อโรคโควิด-19 ก็สามารถเดินทางไปตรวจที่สถานพยาบาลใดก็ได้ หากแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นผู้ป่วยโควิด-19 จะถูกส่งตัวรักษาตามกระบวนการโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ยกเว้นการขอใช้สิทธิ์เพิ่มเติมเพื่ออำนวยความสะดวก ให้เป็นสิทธิ์ของผู้ป่วยหรือญาติที่จะทำความยินยอมตกลงกับสถานพยาบาล

 

ทั้งนี้ ในส่วนของสถานพยาบาลภาคเอกชนจะดำเนินการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) แล้วทาง สปสช. ก็จะไปเรียกเก็บจากกองทุนต่างๆ ในภายหลัง ซึ่งค่าใช้จ่ายจะครอบคลุมค่าห้อง ค่าอาหาร ค่ายา ค่าพาหนะรับ-ส่งแล้ว

 

ดังนั้น เมื่อมีผู้ป่วยเข้าไปรักษาในโรงพยาบาล หน้าที่ของผู้ดำเนินการสถานพยาบาลต้องทำ 2 เรื่อง คือ 

 

  1. ให้การดูแลผู้ป่วยให้ปลอดภัย 
  2. เรียกเก็บค่าใช้จ่ายจาก สปสช. หากไม่ดำเนินการจะมีโทษตามมาตรา 66 จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

“ที่ผ่านมาพบกรณีสถานพยาบาลฝ่าฝืนเรียกเก็บค่ารักษาพยาบาลกับผู้ป่วย จำนวน 44 เรื่อง ใน 74 ราย เนื่องจากบางครอบครัวก็เข้าไปรักษาหลายคน ทั้งนี้ สถานพยาบาลได้คืนเงินผู้ป่วยครบทั้ง 74 รายแล้ว และยังมีเรื่องคงค้างในเดือนเมษายนอยู่จำนวนหนึ่ง จะมีการสอบสวนต่อไป อย่างไรก็ตาม หากประชาชนมีข้อสงสัยเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ สอบถามเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่สายด่วน สปสช. 1330 และสายด่วน สบส. 1426” นพ.ธเรศกล่าวทิ้งท้าย

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

The post อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ย้ำป่วยโควิด-19 รักษาฟรีทั้งโรงพยาบาลรัฐ-เอกชน ขอประชาชนอย่ากังวล appeared first on THE STANDARD.

]]>
สธ. เผย จัดเตรียมเตียงรับผู้ป่วยโควิด-19 อย่างเพียงพอ เตรียมฟัน รพ.เอกชน ปมปฏิเสธรักษาผู้ติดเชื้อ https://thestandard.co/ministry-of-public-health-adequate-treatment-beds-for-covid-19-patients/ Thu, 15 Apr 2021 09:06:35 +0000 https://thestandard.co/?p=476107 สธ. เผย จัดเตรียมเตียงรับผู้ป่วยโควิด-19 อย่างเพียงพอ เตรียมฟัน รพ.เอกชน ปมปฏิเสธรักษาผู้ติดเชื้อ

วันนี้ (15 เมษายน) นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับ […]

The post สธ. เผย จัดเตรียมเตียงรับผู้ป่วยโควิด-19 อย่างเพียงพอ เตรียมฟัน รพ.เอกชน ปมปฏิเสธรักษาผู้ติดเชื้อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สธ. เผย จัดเตรียมเตียงรับผู้ป่วยโควิด-19 อย่างเพียงพอ เตรียมฟัน รพ.เอกชน ปมปฏิเสธรักษาผู้ติดเชื้อ

วันนี้ (15 เมษายน) นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขมอบหมายให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพจัดตั้ง Hospitel คือการใช้โรงแรมที่ขณะนี้ไม่มีผู้พักอาศัยทำให้เป็นสถานพยาบาลชั่วคราวและใช้ดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ซึ่งมีมาตรฐานทั้งเชิงโครงสร้าง สิ่งแวดล้อม ความเป็นมิตรต่อชุมชน เครื่องมือทางการแพทย์ และการจัดบริการทางการแพทย์ ขณะนี้มีสถานพยาบาลขึ้นทะเบียนแล้ว 23 แห่ง ซึ่งจะเป็นทางเลือกสำคัญที่จะช่วยดูแลรักษาผู้ติดโควิด-19 ได้อีกทางหนึ่ง 

 

ขณะเดียวกัน กรุงเทพมหานครและปริมณฑลได้เตรียมโรงพยาบาลในสังกัดทั้งจากสาธารณสุข กองทัพบก โรงพยาบาลตำรวจ และโรงพยาบาลเอกชน ไว้ทั้งหมด 6,525 เตียง ปัจจุบันมีผู้ใช้เตียงแล้วกว่า 3,700 เตียง ในส่วนนี้จะเก็บไว้สำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีอาการมาก ทั้งนี้ เชื่อว่าสามารถรองรับดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ในพื้นที่ได้ ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายจะเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่จะไม่เพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน 

 

นอกจากนี้ นพ.ธเรศ ยังกล่าวถึงกรณีได้รับแจ้งว่า มีคลินิกหลายแห่งรับตรวจหาโควิด-19 แล้วพบผลบวก แต่ไม่ดำเนินการดูแลผู้ป่วยต่อ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพจึงออกประกาศกำหนดให้คลินิกและโรงพยาบาลทุกแห่งมีระบบให้คำปรึกษาถึงทุกขั้นตอนการตรวจหาเชื้อว่าต้องปฏิบัติอย่างไร คลินิกที่จะตรวจต้องได้รับการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เมื่อตรวจจนได้รับทราบผล หากเป็นผลบวกต้องแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการควบคุมโรคติดต่อและกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และต้องดำเนินการจัดหาเตียงให้ผู้ป่วยโดยการประสานและส่งต่อ ย้ำว่า หากไม่ดำเนินการตามนี้จะมีโทษตามกฎหมาย 

 

ส่วนกรณีที่สถานพยาบาลเอกชนปฏิเสธไม่รับการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 นั้น กระทรวงสาธารณสุขได้มีประกาศอยู่แล้วว่า โรคโควิด-19 ถือเป็นโรคติดต่ออันตรายที่สถานพยาบาลทุกแห่งจะต้องให้การดูแลรักษาผู้ป่วยให้ได้รับความปลอดภัย หากสถานพยาบาลใดไม่ปฏิบัติตามจะมีความผิดทางกฎหมาย ซึ่งล่าสุดได้รับแจ้งข้อมูลมาว่า มีโรงพยาบาลแห่งหนึ่งย่านบางนาไม่ปฏิบัติตามประกาศนี้ กระทรวงจึงกำลังอยู่ระหว่างพิจารณาลงโทษตามขั้นตอนต่อไป 

 

“สำหรับบุคคลหรือเจ้าของสถานที่ใดที่พบผู้ป่วยโควิด-19 แล้วไม่แจ้งให้หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องทราบภายใน 3 ชั่วโมง จะมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท ส่วนผู้ป่วยที่ได้รับแจ้งผลการตรวจว่าติดโควิด-19 แต่ไม่ยอมเข้ารับการรักษา จะถือว่าเป็นความผิด โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท ส่วนกรณีผู้ที่ปกปิดข้อมูลหรือแจ้งข้อมูลเท็จกับเจ้าหน้าที่สอบสวนโรค ก็จะมีโทษปรับเช่นกัน” นพ.ธเรศ กล่าว

The post สธ. เผย จัดเตรียมเตียงรับผู้ป่วยโควิด-19 อย่างเพียงพอ เตรียมฟัน รพ.เอกชน ปมปฏิเสธรักษาผู้ติดเชื้อ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สั่งดำเนินคดีโรงพยาบาลเอกชนในสมุทรสาคร โฆษณาจองวัคซีนโควิด-19 ไม่ขออนุมัติ หวั่นมีข้อมูลไม่ถูกต้อง https://thestandard.co/order-prosecution-of-private-hospitals-in-samut-sakhon/ Sun, 28 Mar 2021 08:50:26 +0000 https://thestandard.co/?p=469950 สั่งดำเนินคดีโรงพยาบาลเอกชนในสมุทรสาคร โฆษณาจองวัคซีนโควิด-19 ไม่ขออนุมัติ หวั่นมีข้อมูลไม่ถูกต้อง

วันนี้ (28 มีนาคม) นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับ […]

The post สั่งดำเนินคดีโรงพยาบาลเอกชนในสมุทรสาคร โฆษณาจองวัคซีนโควิด-19 ไม่ขออนุมัติ หวั่นมีข้อมูลไม่ถูกต้อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
สั่งดำเนินคดีโรงพยาบาลเอกชนในสมุทรสาคร โฆษณาจองวัคซีนโควิด-19 ไม่ขออนุมัติ หวั่นมีข้อมูลไม่ถูกต้อง

วันนี้ (28 มีนาคม) นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า รัฐบาลตั้งเป้าให้ประชาชนทุกคนได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ภายในปี 2564 เพื่อให้ประชาชนทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข จึงอาจมีการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง สร้างความเข้าใจผิดแก่ประชาชนได้ 

 

กรม สบส. ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงมอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่ของกรม สบส. เฝ้าระวังการโฆษณา หรือประกาศที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดแก่ประชาชนอย่างใกล้ชิด โดยในช่วงวันที่ 25 มีนาคม พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจพบการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อโซเชียลโดยโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรสาคร ถึงบริการรับจองฉีดวัคซีนโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 จึงเร่งประสานงานกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) สมุทรสาครตรวจสอบข้อมูล

 

โดยจากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่า โรงพยาบาลเอกชนดังกล่าวไม่ได้มีการขออนุมัติโฆษณาจากผู้อนุญาต และการโฆษณาให้เข้าใจผิดจึงสั่งการให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประสานงานกับ สสจ. สมุทรสาคร แจ้งให้โรงพยาบาลเอกชนดังกล่าวระงับการโฆษณาแล้วในวันที่ 27 มีนาคม พร้อมกับนำเรื่องเข้าคณะกรรมการเปรียบเทียบคดี พิจารณาและดำเนินการทางกฎหมายต่อไป

 

ด้าน ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรม สบส. กล่าวต่อว่า กรม สบส. ขอเน้นย้ำให้สถานพยาบาลเอกชนทุกแห่งศึกษาและปฏิบัติตามประกาศ เรื่อง ‘หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขและค่าใช้จ่ายในการโฆษณาหรือประกาศเกี่ยวกับสถานพยาบาล’ อย่างเคร่งครัด โดยประกาศฯกำหนดให้การกระทำไม่ว่าโดยวิธีใดๆ ให้ประชาชนเห็น ได้ยิน หรือทราบข้อความ เสียง หรือภาพ เพื่อการโฆษณาหรือประกาศอันเป็นประโยชน์ทางการค้าของสถานพยาบาล จะต้องขออนุมัติจากผู้อนุญาตคือ กรม สบส.หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเสียก่อนจึงจะเผยแพร่ได้ ซึ่งการกำหนดให้ต้องขออนุมัติโฆษณาหรือประกาศที่เกี่ยวข้องกับสถานพยาบาลก่อนการเผยแพร่นั้นก็ถือว่าเป็นประโยชน์กับทั้งประชาชนและสถานพยาบาล หากโฆษณาผ่านการอนุมัติแล้วประชาชนก็จะมีความมั่นใจในการบริการของสถานพยาบาลว่ามิได้มีการโอ้อวดเกินจริงหรือหลอกลวง และสถานพยาบาลเองก็วางใจได้ว่าการโฆษณาหรือประกาศของตนนั้นถูกต้องตามกฎหมาย ปลอดปัญหาการฟ้องร้อง หรือดำเนินคดีจากเจ้าหน้าที่ อีกทั้งวัคซีนเป็นยา โฆษณาต้องได้รับอนุญาตจากสำนักงายคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) 

 

ขณะนี้ทาง อย. ก็มีคำสั่งให้ระงับโฆษณาตามพระราชบัญญัติยาแล้วเช่นเดียวกัน 

 

ส่วนการโฆษณาสถานพยาบาลโดยไม่ขออนุมัตินั้น ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท และปรับอีกไม่เกินวันละไม่เกิน 10,000 บาทจนกว่าจะระงับการโฆษณา

 

ทั้งนี้หากประชาชนพบเบาะแสการโฆษณาโอ้อวดเกินจริงของสถานพยาบาลเอกชนในเขตกรุงเทพมหานคร สามารถแจ้งได้ทางสายด่วน กรม สบส. 1426 หรือหากอยู่ในส่วนภูมิภาคก็แจ้งได้ที่ สสจ. ในพื้นที่

 

ด้าน นพ.นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร ให้สัมภาษณ์ว่า สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาครได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวแล้ว พบว่ามีการโฆษณาเปิดจองวัคซีนโควิด-19 ผ่านช่องทางเว็บไซต์และเฟซบุ๊กของสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และมีการคัดลอก นำข้อมูลไปเผยแพร่ต่อยังเว็บไซต์และเฟซบุ๊กอื่นๆ จริง จึงได้ดำเนินการแจ้งให้ผู้รับอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาลเอกชนดังกล่าวเข้าพบ และสั่งระงับการโฆษณาทันที ซึ่งสถานพยาบาลดังกล่าวยินดีให้ความร่วมมือ ยินยอมระงับการโฆษณาในทุกช่องทางแล้ว

 

ทั้งนี้กระทรวงสาธารณสุขยังไม่อนุญาตให้สถานพยาบาลทุกสังกัด รวมถึงเอกชน เปิดให้ประชาชนจองวัคซีนในทุกกรณี เนื่องจากยังอยู่ในสภาวะฉุกเฉิน หากพบเห็นการโฆษณาขอให้นำหลักฐานแจ้งมายังกระทรวงสาธารณสุข กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดที่สถานพยาบาลตั้งอยู่ทันที เพื่อป้องกันประชาชนหลงเชื่อ

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง: 

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post สั่งดำเนินคดีโรงพยาบาลเอกชนในสมุทรสาคร โฆษณาจองวัคซีนโควิด-19 ไม่ขออนุมัติ หวั่นมีข้อมูลไม่ถูกต้อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
สธ. สั่งโรงพยาบาลเอกชนระงับโฆษณาจองวัคซีนโควิด-19 ยังไม่อนุญาตให้เปิดจอง https://thestandard.co/private-hospitals-withhold-covid-19-vaccine-reservation/ Sun, 28 Mar 2021 08:19:32 +0000 https://thestandard.co/?p=469943 สธ. สั่งโรงพยาบาลเอกชนระงับโฆษณาจองวัคซีนโควิด-19 ยังไม่อนุญาตให้เปิดจอง

วันนี้ (28 มีนาคม) นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับ […]

The post สธ. สั่งโรงพยาบาลเอกชนระงับโฆษณาจองวัคซีนโควิด-19 ยังไม่อนุญาตให้เปิดจอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
สธ. สั่งโรงพยาบาลเอกชนระงับโฆษณาจองวัคซีนโควิด-19 ยังไม่อนุญาตให้เปิดจอง

วันนี้ (28 มีนาคม) นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ให้สัมภาษณ์ว่า กรณีพบโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งมีการโฆษณาเปิดจองวัคซีนโควิด-19 โดยต้องเสียค่าใช้จ่ายจำนวน 500 บาทต่อคน ถือว่าเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมายมาตรา 38 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ถือเป็นการโฆษณาการประกอบกิจการสถานพยาบาลที่ไม่ได้รับอนุญาต กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่กำกับดูแลสถานพยาบาลเอกชน จึงได้ส่งหนังสือไปยังสถานพยาบาลดังกล่าวเพื่อให้ระงับการเผยแพร่การโฆษณา ซึ่งทางโรงพยาบาลได้รับทราบเรื่องแล้ว 

 

ด้าน นพ.นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร ให้สัมภาษณ์ว่า สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาครได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวแล้ว พบว่ามีการโฆษณาเปิดจองวัคซีนโควิด-19 ผ่านช่องทางเว็บไซต์และเฟซบุ๊กของสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และมีการคัดลอก นำข้อมูลไปเผยแพร่ต่อยังเว็บไซต์และเฟซบุ๊กอื่นๆ จริง จึงได้ดำเนินการแจ้งให้ผู้รับอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาลเอกชนดังกล่าวเข้าพบ และสั่งระงับการโฆษณาทันที ซึ่งสถานพยาบาลดังกล่าวยินดีให้ความร่วมมือ ยินยอมระงับการโฆษณาในทุกช่องทางแล้ว

 

ทั้งนี้กระทรวงสาธารณสุขยังไม่อนุญาตให้สถานพยาบาลทุกสังกัด รวมถึงเอกชน เปิดให้ประชาชนจองวัคซีนในทุกกรณี เนื่องจากยังอยู่ในสภาวะฉุกเฉิน หากพบเห็นการโฆษณาขอให้นำหลักฐานแจ้งมายังกระทรวงสาธารณสุข กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดที่สถานพยาบาลตั้งอยู่ทันที เพื่อป้องกันประชาชนหลงเชื่อ

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

The post สธ. สั่งโรงพยาบาลเอกชนระงับโฆษณาจองวัคซีนโควิด-19 ยังไม่อนุญาตให้เปิดจอง appeared first on THE STANDARD.

]]>
สธ. แจ้งโรงพยาบาลเอกชนทั่วประเทศ ให้กลุ่มเสี่ยงติดเชื้อและผู้ป่วยโควิด-19 ตรวจและรักษาฟรี https://thestandard.co/high-risk-covid-19-patients-free-examination-and-treatment/ Wed, 23 Dec 2020 04:25:44 +0000 https://thestandard.co/?p=434899 สธ. แจ้งโรงพยาบาลเอกชนทั่วประเทศ ให้กลุ่มเสี่ยงติดเชื้อและผู้ป่วยโควิด-19 ตรวจและรักษาฟรี

วันนี้ (23 ธันวาคม) นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนั […]

The post สธ. แจ้งโรงพยาบาลเอกชนทั่วประเทศ ให้กลุ่มเสี่ยงติดเชื้อและผู้ป่วยโควิด-19 ตรวจและรักษาฟรี appeared first on THE STANDARD.

]]>
สธ. แจ้งโรงพยาบาลเอกชนทั่วประเทศ ให้กลุ่มเสี่ยงติดเชื้อและผู้ป่วยโควิด-19 ตรวจและรักษาฟรี

วันนี้ (23 ธันวาคม) นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) ให้สัมภาษณ์ว่า การระบาดระลอกใหม่ของโควิด-19 ที่เกิดขึ้นในจังหวัดสมุทรสาครเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น สร้างความวิตกกังวลให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ หรือผู้ที่มีประวัติการเดินทางเข้าไปยังพื้นที่เสี่ยงเป็นอย่างมาก กรม สบส.จึงขอความร่วมมือไปยังโรงพยาบาลเอกชนทั่วประเทศให้ปฏิบัติตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการกำหนดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการผู้ป่วยฉุกเฉินโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ กรณีโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด ซึ่งสถานพยาบาลเอกชนถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญในระบบการสาธารณสุขไทย เพื่อที่จะร่วมกับภาครัฐหยุดการแพร่ระบาดของโรคติดต่ออันตราย และสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนในการเข้าถึงการรักษาพยาบาล โดยไม่ต้องกังวลต่อภาระค่าใช้จ่าย 

 

โดยประกาศกระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้ผู้ป่วยด้วยโรคโควิด-19 เป็นผู้ป่วยฉุกเฉิน ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการรักษาพยาบาลโดยฉุกเฉินจากสถานพยาบาล โดยให้ประชาชนเข้ารับสิทธิการรักษาในสถานพยาบาลตามสิทธิรักษาของตนเอง แต่หากมีความจำเป็นหรือมีภาวะฉุกเฉิน สามารถเข้ารับการรักษาที่สถานพยาบาลใดก็ได้ทั้งรัฐ และเอกชน หรือหากเป็นกลุ่มเสี่ยงที่มีอาการเข้าข่ายป่วยโรคโควิด-19 และต้องการตรวจวินิจฉัยว่าตนมีอาการของโรคโควิด-19 หรือไม่ ก็สามารถเดินทางไปตรวจที่โรงพยาบาลตามสิทธิ หรือตามโรงพยาบาลใดๆ ก็ได้ทั้งรัฐและเอกชน หากแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นผู้ติดโรคโควิด-19 จะถูกส่งตัวรักษาตามกระบวนการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่หากว่าไม่มีอาการเข้าข่ายป่วยตามหลักเกณฑ์ แล้วต้องการตรวจหาเชื้อโควิด-19 โดยที่แพทย์ไม่ได้วินิจฉัยให้จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง หากสถานพยาบาลใดปฏิเสธการรักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคโควิด-19 หรือเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากผู้ป่วยหรือญาติ จะถือว่ามีความผิดตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ซึ่งมีอัตราโทษ ตามมาตรา 66 แห่งพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

ทั้งนี้ กรม สบส.ขอกำชับให้สถานพยาบาลเอกชนทุกแห่งให้การรักษาพยาบาลผู้ป่วยอย่างเต็มความสามารถ โดยไม่เอาค่าใช้จ่ายมาเป็นเงื่อนไข ห้ามเรียกเก็บค่ารักษาพยาบาลจากผู้ป่วยหรือญาติโดยเด็ดขาด และให้จัดเก็บเอกสารหลักฐานค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการรักษาพยาบาลของผู้ป่วย เพื่อนำมาประกอบการเบิกจ่ายตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนด และหากประชาชนมีปัญหาหรือข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่สายด่วน กรม สบส. โทร. 1426 ในวันและเวลาราชการ

 

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

The post สธ. แจ้งโรงพยาบาลเอกชนทั่วประเทศ ให้กลุ่มเสี่ยงติดเชื้อและผู้ป่วยโควิด-19 ตรวจและรักษาฟรี appeared first on THE STANDARD.

]]>