กรมประมง Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/กรมประมง/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Fri, 08 May 2026 10:49:37 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ศุภมาส สั่งสแกนปลากระป๋องทั่วประเทศ หลังผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม พบเพิ่ม โรงงานปลากระป๋องเก๊ https://thestandard.co/government-inspects-canned-fish-factories/ Fri, 08 May 2026 10:45:58 +0000 https://thestandard.co/government-inspects-canned-fish-factories/ รัฐมนตรี ศุภมาส อิศรภักดี กำลังสั่งการตรวจสอบโรงงานผลิตปลากระป๋อง

วันนี้ (8 พฤษภาคม) ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักน […]

The post ศุภมาส สั่งสแกนปลากระป๋องทั่วประเทศ หลังผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม พบเพิ่ม โรงงานปลากระป๋องเก๊ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐมนตรี ศุภมาส อิศรภักดี กำลังสั่งการตรวจสอบโรงงานผลิตปลากระป๋อง

วันนี้ (8 พฤษภาคม) ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีปลากระป๋องไม่ตรงตามฉลาก ซึ่งภายหลังจากลงพื้นที่ตรวจสอบด้วยตนเอง และสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่เพิ่มเติม พบโรงงานที่เข้าข่ายลักษณะเดียวกัน คือ ใช้วัตถุดิบปลาไม่ตรงตามฉลากมาผลิตปลากระป๋อง ไม่ได้มีเพียงแค่ บริษัท ศรีรุ้งงามฟู้ดส์ จำกัด ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครสั่งหยุดประกอบกิจการชั่วคราว

 

ศุภมาส กล่าวว่า ตั้งแต่พบเคสแรกที่จังหวัดสมุทรสาคร ตนได้กำชับให้ 3 หน่วยงานหลักลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานผลิตปลากระป๋องและอาหารกระป๋องทั่วประเทศ ประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัด (สคบ.จังหวัด) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด เพื่อตรวจสอบมาตรฐาน GMP ฉลากสินค้า และวัตถุดิบที่ใช้ผลิต โดยไม่รอให้มีเรื่องร้องเรียนเพิ่มเติม

 

“ดิฉันไม่เคยมองว่าเรื่องนี้เป็นเพียงความผิดพลาดของโรงงานเดียว และได้สั่งตรวจเข้มทั่วประเทศไปก่อนหน้านี้แล้ว ทุกเบาะแสที่ประชาชนช่วยกันส่งเข้ามา รัฐบาลพร้อมขยายผลโดยไม่มีข้อยกเว้น” ศุภมาส กล่าว

 

สำหรับกรณีที่จังหวัดสมุทรสงคราม ได้ประสานผู้ว่าราชการจังหวัด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด อย. กรมประมง และ สคบ. เข้าตรวจสอบโรงงานต้นทางทันที หากพบการใช้ปลาชนิดอื่นแทนชนิดที่ระบุบนฉลาก จะดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ฐานผลิตอาหารปลอม มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 10 ปี ปรับตั้งแต่ 5,000 ถึง 100,000 บาท พร้อมอายัดสินค้าและสั่งหยุดกิจการชั่วคราว

 

ศุภมาส ย้ำว่า การคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแล สคบ. พร้อมทำงานร่วมกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่กำกับกรมประมง เพื่อพิสูจน์สายพันธุ์ปลาในทุกตัวอย่างที่ตรวจพบ และเดินหน้าเอาผิดผู้กระทำผิดให้ถึงที่สุด

ทั้งนี้ ประชาชนที่พบผลิตภัณฑ์ไม่ตรงฉลาก หรือสงสัยว่าได้รับความเสียหาย สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 สายด่วน อย. 1556 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ ocpb.go.th หรือศูนย์ดำรงธรรม ณ ศาลากลางจังหวัดทุกจังหวัด

The post ศุภมาส สั่งสแกนปลากระป๋องทั่วประเทศ หลังผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม พบเพิ่ม โรงงานปลากระป๋องเก๊ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ณัฐชาสุ่มเปิดปลากระป๋องจากสมุทรสาคร พบไม่ตรงฉลาก ตั้งข้อสังเกตโยงรัฐบาลปราบปลาหมอคางดำไม่สำเร็จ https://thestandard.co/nattacha-canned-fish-probe/ Wed, 06 May 2026 09:52:34 +0000 https://thestandard.co/nattacha-canned-fish-probe/ ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส. พรรคประชาชน กำลังเปิดปลากระป๋องสองกระป๋องต่อหน้าสื่อมวลชน เพื่อทดสอบเนื้อปลาภายใน

ปัญหาความผิดปกติของชนิดพันธุ์สัตว์น้ำในอุตสาหกรรมอาหารก […]

The post ณัฐชาสุ่มเปิดปลากระป๋องจากสมุทรสาคร พบไม่ตรงฉลาก ตั้งข้อสังเกตโยงรัฐบาลปราบปลาหมอคางดำไม่สำเร็จ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส. พรรคประชาชน กำลังเปิดปลากระป๋องสองกระป๋องต่อหน้าสื่อมวลชน เพื่อทดสอบเนื้อปลาภายใน

ปัญหาความผิดปกติของชนิดพันธุ์สัตว์น้ำในอุตสาหกรรมอาหารกระป๋องกำลังเป็นประเด็นที่ถูกการตรวจสอบโดยหลายฝ่าย ล่าสุดวันนี้ (6 พฤษภาคม) พรรคประชาชนได้ตั้งข้อสังเกตกรณีพบเนื้อปลาในบรรจุภัณฑ์ไม่ตรงกับฉลากที่ระบุว่าเป็นปลาซาร์ดีนหรือปลาแมกเคอเรล

 

นอกจากนี้ ยังมีการตั้งข้อสงสัยว่าอาจมีความเชื่อมโยงกับการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในพื้นที่แหล่งผลิต ซึ่งเรื่องนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิทธิผู้บริโภค ภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมอาหาร และความโปร่งใสในการจัดการวิกฤตสิ่งแวดล้อมของภาครัฐ

 

ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แถลงข่าวถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลทางสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับการพบปลาชนิดอื่นในผลิตภัณฑ์ปลากระป๋อง ก่อนการแถลงข่าว ณัฐชาได้นำปลากระป๋องที่สุ่มซื้อจากร้านค้าทั่วไปในจังหวัดสมุทรสาครจำนวน 2 กระป๋อง ซึ่งเป็นคนละยี่ห้อกับที่เป็นข่าว มาเปิดทดสอบต่อหน้าสื่อมวลชน พบว่าเนื้อปลาภายในไม่ใช่ปลาซาร์ดีนตามที่ระบุไว้บนฉลาก

 

ณัฐชาระบุว่า สังคมกำลังตั้งคำถามว่าปลาที่พบคือปลานิลหรือปลาหมอคางดำ เนื่องจากปลาทั้งสองชนิดมีลักษณะทางกายภาพใกล้เคียงกันมาก หากถูกตัดหัวออกไปจะทำให้แยกแยะด้วยตาเปล่าได้ยาก เพราะจุดสังเกตหลักของปลาหมอคางดำคือแถบสีดำบริเวณแก้ม

 

ล่าสุดกรมประมงได้ออกมาระบุว่าผลการตรวจสอบปลาในกระป๋องที่เป็นข่าวคือปลานิล แต่นักวิชาการของกรมประมงให้สัมภาษณ์ในภายหลังว่ายังไม่ทราบกระบวนการตรวจสอบหรือการเทียบเคียงดีเอ็นเอที่แน่ชัด ทำให้ณัฐชาตั้งคำถามว่ากรมประมงใช้วิธีการใดในการพิสูจน์ หรือใช้เพียงแอปพลิเคชัน FishAI ในการตรวจสอบ รวมถึงตั้งข้อสังเกตถึงเหตุผลทางธุรกิจที่บริษัทผู้ผลิตต้องเลือกใช้ปลานิลขนาดเล็กมาแปรรูป

 

ข้อกังวลที่สำคัญคือทำเลที่ตั้งของโรงงานผู้ผลิตปลากระป๋องส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครและสมุทรสงคราม ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ

 

ณัฐชาชี้ให้เห็นว่า ขนาดของปลาหมอคางดำที่กรมประมงรับซื้อในโครงการกำจัดนั้นมีขนาดประมาณ 2-3 นิ้ว ซึ่งสอดคล้องกับขนาดของปลาที่พบในกระป๋อง จึงนำมาสู่ข้อสงสัยว่ารัฐบาลอาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำได้จริง และอาจมีการปกปิดกระบวนการทำลายโดยการนำมาแปรรูปหรือไม่

 

ทั้งนี้ ปลาหมอคางดำถือเป็นสัตว์คุ้มครองพิเศษที่ห้ามเคลื่อนย้ายหรือแปรรูปโดยไม่ได้รับอนุญาต หากจะมีการนำมาแปรรูปเพื่อแก้ปัญหา รัฐบาลต้องออกประกาศและมีมาตรการรองรับให้ชัดเจนตามขั้นตอนทางกฎหมาย

 

ในประเด็นผลกระทบต่ออุตสาหกรรมโดยรวม ณัฐพงษ์ สุมโนธรรม สส. สมุทรสาคร พรรคประชาชน กล่าวว่า ความไม่ชัดเจนในเรื่องนี้จะสร้างความเสียหายต่อผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าอย่างถูกต้อง รวมถึงภาพลักษณ์ของจังหวัดที่เป็นแหล่งผลิต รัฐบาลต้องเร่งตรวจสอบเพื่อให้ผลิตภัณฑ์ตรงตามฉลาก สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค ดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่กระทำผิด และให้ความเป็นธรรมกับแบรนด์ที่ได้มาตรฐาน

 

ภายหลังการแถลง อานุภาพ ลิขิตอำนวยชัย สส.สมุทรสงคราม พรรคประชาชน ได้นำเนื้อปลาจากกระป๋องที่เปิดทดสอบมาแสดงให้สื่อมวลชนดู พร้อมระบุว่าก้างมีลักษณะใหญ่และแข็งกว่าปลาแมกเคอเรลทั่วไป ส่วนเนื้อปลามีความนิ่มกว่าปลาซาร์ดีน แม้จะสามารถรับประทานได้แต่ถือเป็นสินค้าที่ไม่ตรงตามฉลากที่ระบุไว้

 

ณัฐชากล่าวทิ้งท้ายว่า ปลากระป๋องที่นำมาทดสอบเป็นเพียงตัวอย่างที่สุ่มซื้อมาได้จากร้านค้าในพื้นที่ ซึ่งขัดแย้งกับกระแสข่าวที่ระบุว่ามีการเก็บสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานออกจากชั้นวางจำหน่ายแล้ว พรรคประชาชนจะติดตามการทำงานของกรมประมงอย่างใกล้ชิด และจะนำปลากระป๋องที่เหลือส่งให้ทีมนักวิจัยในมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อทำการตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์คู่ขนานไปกับการทำงานของรัฐบาลต่อไป

 

ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส. พรรคประชาชน กำลังเปิดปลากระป๋องสองกระป๋องต่อหน้าสื่อมวลชน เพื่อทดสอบเนื้อปลาภายใน 1ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส. พรรคประชาชน กำลังเปิดปลากระป๋องสองกระป๋องต่อหน้าสื่อมวลชน เพื่อทดสอบเนื้อปลาภายใน 2ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส. พรรคประชาชน กำลังเปิดปลากระป๋องสองกระป๋องต่อหน้าสื่อมวลชน เพื่อทดสอบเนื้อปลาภายใน 3ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส. พรรคประชาชน กำลังเปิดปลากระป๋องสองกระป๋องต่อหน้าสื่อมวลชน เพื่อทดสอบเนื้อปลาภายใน 4ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส. พรรคประชาชน กำลังเปิดปลากระป๋องสองกระป๋องต่อหน้าสื่อมวลชน เพื่อทดสอบเนื้อปลาภายใน 5ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส. พรรคประชาชน กำลังเปิดปลากระป๋องสองกระป๋องต่อหน้าสื่อมวลชน เพื่อทดสอบเนื้อปลาภายใน 6

The post ณัฐชาสุ่มเปิดปลากระป๋องจากสมุทรสาคร พบไม่ตรงฉลาก ตั้งข้อสังเกตโยงรัฐบาลปราบปลาหมอคางดำไม่สำเร็จ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศุภมาสลุยตรวจโรงงานปลากระป๋อง เผยใช้ปลานิลแทนแมคเคอเรลนับหมื่นกระป๋อง อ้างเป็นล็อตทดลอง ขณะ อย. ชี้เข้าข่ายอาหารปลอม https://thestandard.co/supamas-canned-fish-tilapia-mackerel-fraud-2/ Wed, 06 May 2026 09:50:55 +0000 https://thestandard.co/supamas-canned-fish-tilapia-mackerel-fraud-2/ ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานผลิตปลากระป๋อง

วันนี้ (6 พฤษภาคม) ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักน […]

The post ศุภมาสลุยตรวจโรงงานปลากระป๋อง เผยใช้ปลานิลแทนแมคเคอเรลนับหมื่นกระป๋อง อ้างเป็นล็อตทดลอง ขณะ อย. ชี้เข้าข่ายอาหารปลอม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานผลิตปลากระป๋อง

วันนี้ (6 พฤษภาคม) ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นำคณะลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานผลิตปลากระป๋องในจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อติดตามข้อเท็จจริงกรณีการร้องเรียนเรื่องวัตถุดิบไม่ตรงตามฉลาก โดยระบุว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นไปตามความห่วงใยของนายกรัฐมนตรีที่มีต่อผู้บริโภค โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 เพื่อตรวจสอบกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นทางว่าดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่

 

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบความผิดที่กระทบต่อสิทธิพื้นฐานของผู้บริโภคอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการได้รับข้อมูลสินค้าที่ไม่ถูกต้อง และการจำกัดอิสระในการเลือกซื้อสินค้า เนื่องจากหากผู้บริโภคทราบข้อเท็จจริงว่าเป็นปลานิล ย่อมมีสิทธิที่จะเลือกซื้อในราคาที่ถูกกว่า หรือตัดสินใจเลือกซื้อยี่ห้ออื่นได้ตามความเหมาะสม ซึ่งทางสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) จะเข้ามาทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้เสียหายต่อไป

 

ศุภมาสเปิดเผยเพิ่มเติมว่า แม้ผู้ประกอบการจะอ้างว่าความผิดเกิดขึ้นเพียงเรื่องเดียวคือการใช้ปลาไม่ตรงตามที่ขออนุญาตไว้ แต่ในทางกฎหมายถือว่าเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานและกฎหมายหลายฉบับ ทั้งในส่วนของ พ.ร.บ.อาหาร และกฎหมายโรงงานเกี่ยวกับการขออนุญาตจัดตั้งสถานประกอบการ ซึ่งได้สั่งการให้อุตสาหกรรมจังหวัดตรวจสอบความถูกต้องของโรงงาน พร้อมประสานไปยังศูนย์ดำรงธรรมและ สคบ. ทั่วประเทศ เพื่อรับข้อมูลจากผู้เสียหายเพิ่มเติม โดยเชื่อว่าจากจำนวนปลากระป๋องที่อายัดไว้กว่า 10,000 กระป๋อง น่าจะมีผู้ได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก

 

ทั้งนี้ เมื่อสอบถามถึงสาเหตุของการเปลี่ยนชนิดปลา ผู้ประกอบการอ้างว่าเป็นเพียงล็อตทดลอง เพื่อหาวัตถุดิบอื่นมาทดแทน แต่เกิดความผิดพลาดในกระบวนการ ซึ่งศุภมาสตั้งข้อสังเกตว่าคำชี้แจงดังกล่าวดูไม่สมเหตุสมผล เนื่องจากมีการผลิตออกมาเป็นจำนวนมากถึงหลักหมื่นกระป๋อง อีกทั้งความผิดพลาดนี้ได้ส่งผลกระทบต่อความมั่นใจของผู้บริโภคในวงกว้างและกระทบต่อผู้ผลิตรายอื่น

 

ส่วนประเด็นเรื่องต้นทุนที่อ้างว่าไม่ต่างกันแต่เลือกใช้ปลานิลเพราะยังไม่มีจำหน่ายในท้องตลาดนั้น ทางเจ้าหน้าที่จะนำมาพิจารณาอย่างละเอียดอีกครั้งว่าสอดคล้องกับข้อเท็จจริงหรือไม่

 

ทางด้าน ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ระบุว่า ขณะนี้ได้ดำเนินการอายัดสินค้าทุกชนิดที่ต้องสงสัยว่าวัตถุดิบไม่ตรงตามฉลาก พร้อมสั่งการให้ผู้ประกอบการเรียกคืนสินค้าทั้งหมดจากท้องตลาดทันที

 

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเอกสารการจัดซื้อปลานิลไม่สอดคล้องกับใบอนุญาตผลิตปลากระป๋องยี่ห้อดังกล่าวที่ระบุว่าเป็นปลาแมคเคอเรล ขณะนี้ได้ส่งตัวอย่างไปให้กรมประมงวิเคราะห์สายพันธุ์และให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ตรวจสอบการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์และโลหะหนัก รวมถึงตรวจสอบมาตรฐานสุขลักษณะ (GMP) ของสถานที่ผลิต ซึ่งพบว่าไม่ได้ดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ได้รับอนุญาตไว้

 

สำหรับบทลงโทษนั้น ผู้ประกอบการรายนี้จะถูกดำเนินคดีในข้อหาผลิตอาหารปลอมตาม พ.ร.บ.อาหาร ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 10 ปี ปรับตั้งแต่ 5,000 ถึง 100,000 บาท รวมถึงข้อหาแสดงฉลากไม่ถูกต้อง มีโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท และสถานที่ผลิตไม่ถูกสุขลักษณะซึ่งมีโทษปรับตามกฎหมาย โดยเน้นย้ำว่าความผิดดังกล่าวเป็นคดีอาญาที่ยอมความไม่ได้ หากผลการตรวจวิเคราะห์พบการปนเปื้อนเพิ่มเติมก็จะถูกดำเนินคดีซ้ำตามกฎหมายต่อไป

 

ทั้งนี้ ขอให้ผู้บริโภคที่พบว่าปลากระป๋องยี่ห้อนี้เป็นปลานิลหรือชนิดอื่นที่ไม่ใช่แมคเคอเรล สามารถติดต่อเรียกร้องค่าเสียหายได้ที่ อย. และ สคบ. ทุกแห่งทั่วประเทศ

 

อย่างไรก็ตาม เจ้าของโรงงานได้เข้าชี้แจงต่อศุภมาส พร้อมระบุว่า สินค้าขายได้ไม่ดี จากสภาพเศรษฐกิจ พร้อมได้ยกมือไหว้ขอโทษ และกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ว่าทางบริษัทต้องขอโทษกับข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น ซึ่งบริษัทไม่ได้นิ่งนอนใจ เบื้องต้นได้ติดต่อเจรจาพูดคุย และเยียวยาผู้เสียหายที่เป็นเจ้าของโพสต์ร้องเรียนแล้ว

 

เจ้าของโรงงานยืนยันด้วยว่า ตลอดระยะเวลาที่ดำเนินกิจการมาตั้งแต่ปี 2554 รวมระยะเวลา 15 ปี บริษัทตั้งใจผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ราคาเข้าถึงง่าย เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถจับต้องได้ โดยบริษัทเป็นลักษณะธุรกิจครอบครัวขนาดเล็กที่สืบทอดต่อจากบิดา โดยมีการส่งสินค้าไปจำหน่ายตามร้านขายส่ง ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครและใกล้เคียง แต่ไม่ได้ส่งไปจำหน่ายทั่วประเทศ และไม่ได้ส่งไปจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อ

 

ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานผลิตปลากระป๋อง 1ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานผลิตปลากระป๋อง 2ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานผลิตปลากระป๋อง 3ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานผลิตปลากระป๋อง 4ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานผลิตปลากระป๋อง 5ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานผลิตปลากระป๋อง 6ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานผลิตปลากระป๋อง 7ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานผลิตปลากระป๋อง 8ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานผลิตปลากระป๋อง 9

The post ศุภมาสลุยตรวจโรงงานปลากระป๋อง เผยใช้ปลานิลแทนแมคเคอเรลนับหมื่นกระป๋อง อ้างเป็นล็อตทดลอง ขณะ อย. ชี้เข้าข่ายอาหารปลอม appeared first on THE STANDARD.

]]>
สิ้น ‘จรัลธาดา กรรณสูต’ องคมนตรี ถึงแก่อนิจกรรมที่ รพ.จุฬาฯ ในวัย 76 ปี https://thestandard.co/jarantada-kannasut-privy-councillor-dies/ Thu, 19 Feb 2026 08:27:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1180025 ภาพ จรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี

วันนี้ (19 กุมภาพันธ์) มีรายงานว่า จรัลธาดา กรรณสูต องค […]

The post สิ้น ‘จรัลธาดา กรรณสูต’ องคมนตรี ถึงแก่อนิจกรรมที่ รพ.จุฬาฯ ในวัย 76 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ จรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี

วันนี้ (19 กุมภาพันธ์) มีรายงานว่า จรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี ถึงแก่อนิจกรรมอย่างสงบที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เมื่อช่วงเที่ยงวันนี้ สิริอายุ 76 ปี โดยกำหนดการพระพิธีศพและการบำเพ็ญกุศลจะมีการแจ้งให้ทราบต่อไป

 

สำหรับ จรัลธาดา กรรณสูต ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นองคมนตรีในรัชกาลปัจจุบัน โดยมี พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีในขณะนั้น ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ

 

จรัลธาดา เกิดเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2492 เป็นบุตรชายของ ปรีดา กรรณสูต อดีตอธิบดีกรมประมงและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหม่อมราชวงศ์เติมแสงไข รพีพัฒน์ มีศักดิ์เป็นพระปนัดดา (เหลน) ในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ และพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์

 

ด้านการศึกษา จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก่อนเข้ารับราชการในสังกัดกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเติบโตในสายงานบริหารภาครัฐอย่างต่อเนื่อง

 

เส้นทางการทำงาน จรัลธาดา เคยดำรงตำแหน่งสำคัญ อาทิ อธิบดีกรมประมง ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และที่ปรึกษาสำนักราชเลขาธิการ ก่อนเข้ารับตำแหน่งองคมนตรี นอกจากนี้ยังทำหน้าที่ในงานสาธารณประโยชน์และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริหลายด้าน เช่น ประธานคณะกรรมการมูลนิธิโครงการหลวง ประธานกรรมการบริหารกองทุนพระราชทานสำหรับศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และรองประธานมูลนิธิโครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน

 

ตลอดการทำงาน จรัลธาดา ได้รับรางวัลและเกียรติยศหลายรายการ อาทิ นิสิตเก่าดีเด่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รางวัลเกษตรศาสตร์ปราดเปรื่อง และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงเครื่องราชอิสริยาภรณ์อาทิตย์อุทัยจากประเทศญี่ปุ่น

 

การจากไปของจรัลธาดา กรรณสูต นับเป็นการสูญเสียบุคคลสำคัญของประเทศ ผู้มีบทบาททั้งในงานราชการ การพัฒนาภาคเกษตร และงานสาธารณประโยชน์ที่เกี่ยวเนื่องกับโครงการพระราชดำริมาอย่างยาวนาน

The post สิ้น ‘จรัลธาดา กรรณสูต’ องคมนตรี ถึงแก่อนิจกรรมที่ รพ.จุฬาฯ ในวัย 76 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธรรมนัสฝ่าฝน ลุยน้ำท่วม ระดมกำลังใช้เรือ-เจ็ตสกี อพยพประชาชน https://thestandard.co/thammanat-flood-rescue-evacuate/ Wed, 26 Nov 2025 02:15:41 +0000 https://thestandard.co/?p=1147663 ธรรมนัสฝ่าฝน ลุยน้ำท่วม ระดมกำลังใช้เรือ-เจ็ตสกี อพยพประชาชน

วานนี้ (25 พฤศจิกายน) เวลา 22.20 น. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่ […]

The post ธรรมนัสฝ่าฝน ลุยน้ำท่วม ระดมกำลังใช้เรือ-เจ็ตสกี อพยพประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ธรรมนัสฝ่าฝน ลุยน้ำท่วม ระดมกำลังใช้เรือ-เจ็ตสกี อพยพประชาชน

วานนี้ (25 พฤศจิกายน) เวลา 22.20 น. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการน้ำในสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ (ศนภ.) ระดมเรือของตำรวจ กรมประมง ภาคเอกชน และจิตอาสา รวมถึงเจ็ตสกีจากทั่วประเทศ ตระเวนอพยพประชาชนออกจากจุดพื้นที่น้ำท่วมสูง ตั้งแต่เวลา 13.30 – 21.30 น. ซึ่งสามารถช่วยชีวิตประชาชนได้กว่า 500 ชีวิต

 

จากนั้นเวลา 22.10 น. ร.อ.ธรรมนัส ได้ลงเยี่ยมพร้อมให้กำลังใจประชาชน ณ ศูนย์พักพิงโรงเรียนหาดใหญ่รัฐประชาสรรค์ หลังพบว่าศูนย์ขาดแคลนแพทย์ประจำ ยาสามัญ เสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยน และอาหารไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้ประสบภัยที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

ทั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัส ได้ลงพื้นที่พร้อมสั่งการด่วนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดหาอาหาร น้ำดื่ม เสื้อผ้า และเวชภัณฑ์เพิ่มเติมทันที โดยกำชับให้มีแพทย์ประจำศูนย์อย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับผู้เจ็บป่วย ซึ่งภายหลังคำสั่งการ คณะแพทย์-พยาบาล รถฉุกเฉิน รวมถึงสิ่งของจำเป็นถูกส่งถึงศูนย์พักพิงทันเวลา ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างเร่งด่วนและมีประสิทธิภาพ

 

ธรรมนัสฝ่าฝน ลุยน้ำท่วม ระดมกำลังใช้เรือ-เจ็ตสกี อพยพประชาชน 1
ธรรมนัสฝ่าฝน ลุยน้ำท่วม ระดมกำลังใช้เรือ-เจ็ตสกี อพยพประชาชน 2
ธรรมนัสฝ่าฝน ลุยน้ำท่วม ระดมกำลังใช้เรือ-เจ็ตสกี อพยพประชาชน 3
ธรรมนัสฝ่าฝน ลุยน้ำท่วม ระดมกำลังใช้เรือ-เจ็ตสกี อพยพประชาชน 4
ธรรมนัสฝ่าฝน ลุยน้ำท่วม ระดมกำลังใช้เรือ-เจ็ตสกี อพยพประชาชน 5
ธรรมนัสฝ่าฝน ลุยน้ำท่วม ระดมกำลังใช้เรือ-เจ็ตสกี อพยพประชาชน 6
ธรรมนัสฝ่าฝน ลุยน้ำท่วม ระดมกำลังใช้เรือ-เจ็ตสกี อพยพประชาชน 7

The post ธรรมนัสฝ่าฝน ลุยน้ำท่วม ระดมกำลังใช้เรือ-เจ็ตสกี อพยพประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
CPF จับปลาหมอคางดำ ผลิตเป็น ‘น้ำปลาหับเผยแม่กลอง’ ร่วมมือกับ กรมราชทัณฑ์ กรมประมง พร้อมวางขายในตลาดเดือน พ.ย. นี้ https://thestandard.co/cpf-black-tilapia-fish-sauce-maeklong/ Wed, 29 Oct 2025 10:19:19 +0000 https://thestandard.co/?p=1137053 CPF ปลาหมอคางดำ

CPF จับปลาหมอคางดำ ผลิต ‘น้ำปลาหับเผยแม่กลอง’ ร่วมมือกั […]

The post CPF จับปลาหมอคางดำ ผลิตเป็น ‘น้ำปลาหับเผยแม่กลอง’ ร่วมมือกับ กรมราชทัณฑ์ กรมประมง พร้อมวางขายในตลาดเดือน พ.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
CPF ปลาหมอคางดำ

CPF จับปลาหมอคางดำ ผลิต ‘น้ำปลาหับเผยแม่กลอง’ ร่วมมือกับ กรมราชทัณฑ์ กรมประมง ส่งขึ้นแท่นสินค้าโอทอปสมุทรสงคราม พร้อมวางตลาด พ.ย. นี้

 

จังหวัดสมุทรสงครามยกระดับ ‘น้ำปลาหับเผยแม่กลอง’ ผลิตภัณฑ์จากปลาหมอคางดำ ขึ้นเป็นสินค้าโอทอป (OTOP) อย่างเป็นทางการ โดยเตรียมวางจำหน่ายสู่ตลาดภายในเดือนพฤศจิกายนนี้

 

โดย เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2568 สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองสมุทรสงคราม ได้ออกหนังสือรับรองขึ้นทะเบียน ‘น้ำปลาหับเผยแม่กลอง’ ขึ้นเป็นสินค้าโอทอปอย่างเป็นทางการ โดยมีเรือนจำกลางสมุทรสงครามเป็นผู้ผลิต ภายใต้การนำของนายโอชา วณิโชภาส พร้อมได้รับรหัสผู้ประกอบการเลขที่ 7501001128

 

ซึ่งถือเป็นความสำเร็จของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างเรือนจำกลางสมุทรสงคราม กรมราชทัณฑ์ กรมประมง และบริษัท ซีพีเอฟ จำกัด (มหาชน) ในการนำปลาหมอคางดำ ซึ่งเป็นสัตว์น้ำต่างถิ่นที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อาหารสร้างมูลค่าเพิ่ม

 

มานิต หนูเทศ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางสมุทรสงคราม กล่าวว่า โครงการนี้เกิดจากการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อแก้ปัญหาปลาหมอคางดำในธรรมชาติ โดยนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์น้ำปลาแท้ พร้อมใช้เป็นหลักสูตรฝึกอาชีพให้ผู้ต้องขัง เพื่อสร้างโอกาสและอาชีพหลังพ้นโทษ ขณะเดียวกันยังช่วยขยายผลสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ในวงกว้าง

 

ด้าน วิรัตน สนิทมัจโร ประมงจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวต่อว่า การแปรรูปปลาหมอคางดำเป็นน้ำปลาเป็นหนึ่งในแนวทางบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน ลดปริมาณปลาหมอคางดำในธรรมชาติให้อยู่ในระดับควบคุมได้ พร้อมสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนและผู้ต้องขัง รวมถึงส่งเสริมให้เกิดการบริโภคผลิตภัณฑ์จากปลาหมอคางดำในวงกว้างมากขึ้น

 

“เรียกได้ว่า การขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าโอทอป จะช่วยสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค และจูงใจให้มีการนำปลาหมอคางดำไปแปรรูปเชิงพาณิชย์มากขึ้น ซึ่งจะเป็นต้นแบบให้พื้นที่อื่น ๆ นำไปต่อยอดและช่วยลดปริมาณปลาหมอคางดำอย่างเป็นระบบ” วิรัตน ย้ำ

 

ทั้งนี้ สำนักงานพัฒนาชุมชนได้ให้คำแนะนำด้านมาตรฐานการผลิตเพื่อให้ได้สินค้าที่ถูกสุขลักษณะ ปลอดภัย และคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น โดยใช้วัตถุดิบหลักคือ ปลาหมอคางดำ และ เกลือสมุทร ทำให้น้ำปลาหับเผยแม่กลองมีรสชาติเฉพาะตัว และสะท้อนภูมิปัญญาท้องถิ่นของจังหวัด

 

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน หลายจังหวัด เช่น สมุทรสาคร เพชรบุรี และสมุทรปราการ ได้นำแนวทางนี้ไปใช้ในการแปรรูปปลาหมอคางดำเป็นน้ำปลาเช่นกัน โดยกรมประมงสนับสนุนให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและรายได้ให้ชุมชน พร้อมผลักดันให้เป็นต้นแบบของการแก้ปัญหาทรัพยากรประมงและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน

The post CPF จับปลาหมอคางดำ ผลิตเป็น ‘น้ำปลาหับเผยแม่กลอง’ ร่วมมือกับ กรมราชทัณฑ์ กรมประมง พร้อมวางขายในตลาดเดือน พ.ย. นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แพทองธารชี้แจงดราม่าพาลูกวิ่งเล่น ไม่สนแก้ปัญหาปลาหมอคางดำ เผยสั่งงานกรมประมงแล้ว ชี้มนุษย์มีหลายมิติ แนะแบ่งเวลาให้ถูกต้อง https://thestandard.co/paetongtarn-clarifies-running-drama-black-chin-tilapia-issue/ Wed, 19 Mar 2025 06:30:39 +0000 https://thestandard.co/?p=1053813 ปลาหมอคางดำ

วันนี้ (19 มีนาคม) แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัม […]

The post แพทองธารชี้แจงดราม่าพาลูกวิ่งเล่น ไม่สนแก้ปัญหาปลาหมอคางดำ เผยสั่งงานกรมประมงแล้ว ชี้มนุษย์มีหลายมิติ แนะแบ่งเวลาให้ถูกต้อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปลาหมอคางดำ

วันนี้ (19 มีนาคม) แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีดราม่า พาลูกวิ่งเล่นหน้าสนามหญ้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ในขณะที่ประชาชนเดือดร้อนและมีกลุ่มผู้ชุมนุมมาเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำเมื่อวานนี้ (18 มีนาคม) ว่า คนเราไม่ได้มีมิติเดียว ทำงานก็คือทำงาน เรื่องของประชาชนและความเดือดร้อนกรณีปลาหมอคางดำได้สั่งการกรมประมงเรียบร้อยแล้ว 

 

ส่วนการพาลูกวิ่งเล่นเป็นสิ่งที่ทำทุกครั้งที่มีโอกาส ไม่ได้รบกวนการทำงานแต่อย่างใด เพราะวันใดที่ตารางแน่นไม่สามารถใกล้ชิดกับลูกได้ก็ไม่ได้เจอกัน เรื่องนี้ต้องมีความเข้าใจในชีวิตของมนุษย์ ชีวิตมนุษย์แม่ก็ทำงาน มนุษย์พ่อก็ทำงาน มนุษย์ลุงป้าน้าอาก็ทำงาน และทุกมนุษย์ก็มีครอบครัว ทุกชีวิตสามารถมีความสุขของตัวเองได้ การจัดสรรเวลาเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ได้แปลว่าทำอย่างหนึ่งแล้วไม่ได้ทำอย่างหนึ่ง ในเรื่องงานก็อยู่ในหัวตลอดเวลาอยู่แล้ว เพราะทำงานทุกวัน พร้อมแนะนำให้ทุกท่านดูแลสุขภาพ แบ่งเวลาให้ถูกต้อง ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีต่อองค์กร ครอบครัว หน่วยงาน และประเทศ 

 

นายกรัฐมนตรียังระบุด้วยว่า เรื่องดราม่าเป็นเรื่องปกติ ถ้าไม่มีก็อาจจะคิดถึง อย่างไรก็ตาม วานนี้สมาคมการประมงแห่งประเทศไทยก็มาขอบคุณที่รัฐบาลได้แก้ปัญหา IUU และตนได้ยืนยันไปว่า ปัญหาทุกปัญหาของประชาชนคือสิ่งที่รัฐบาลต้องดูแล 

 

“อันไหนรีบดูแลได้ก็จะรีบ อันไหนเร่งได้ก็จะเร่ง ส่วนอันไหนต้องรอเพื่อความแน่ชัด เพื่อความชัดเจนก็ต้องรอ เพื่อความปลอดภัยก็ต้องทำ ทุกปัญหาไม่มีการชั่งใจว่าปัญหาไหนสำคัญก่อนปัญหาไหน เพราะตนเองคิดว่าถ้าเป็นเราจะทำอย่างไร ซึ่งคำนี้อยู่ในใจทุกปัญหาอยู่แล้ว ขอให้เชื่อมั่นในตรงนี้” แพทองธารกล่าว

The post แพทองธารชี้แจงดราม่าพาลูกวิ่งเล่น ไม่สนแก้ปัญหาปลาหมอคางดำ เผยสั่งงานกรมประมงแล้ว ชี้มนุษย์มีหลายมิติ แนะแบ่งเวลาให้ถูกต้อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ นำแถลง หลัง ครม. ยอมรับคุยทักษิณ ปมมีชื่อในญัตติซักฟอก บอกเป็นพ่อนายกฯ ไม่ใช่ดาราฮอลลีวูดถึงตั้งโต๊ะแถลง https://thestandard.co/thaksin-censure-pm-responds/ Tue, 11 Mar 2025 06:32:09 +0000 https://thestandard.co/?p=1050784

วันนี้ (11 มีนาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล แพทองธาร ชินวัตร นา […]

The post นายกฯ นำแถลง หลัง ครม. ยอมรับคุยทักษิณ ปมมีชื่อในญัตติซักฟอก บอกเป็นพ่อนายกฯ ไม่ใช่ดาราฮอลลีวูดถึงตั้งโต๊ะแถลง appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (11 มีนาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้รับรายงานจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า ปี 2568 มีผลผลิตผลไม้หลายชนิดเพิ่มมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะทุเรียน ซึ่งเป็นผลไม้เศรษฐกิจที่สร้างรายได้ต่อการส่งออกของไทยมากกว่า 150,000 ล้านบาทต่อปี โดยมีลูกค้าหลักที่รับซื้อคือประเทศจีน 

 

ดังนั้นการแก้ปัญหาเพื่อไม่ให้ราคาทุเรียนตกต่ำกว่าปีที่ผ่านมาและปัญหาสินค้าตกค้างกรณีที่มีผลผลิตออกมาเป็นจำนวนมากอีก 2-3 เดือนข้างหน้า ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมเพื่อบริหารจัดการเรื่องของผลไม้ออกสู่ตลาด โดยสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง กระทรวงคมนาคม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของประเทศจีน เพื่ออำนวยความสะดวกในเรื่องของการบริหารจัดการ

 

นอกจากนี้ยังได้มอบหมายให้กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พิจารณาหามาตรการแก้ไขปัญหากุ้งทะเลของไทยที่ต้องการให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้นในระยะยาว ซึ่งที่ผ่านมาตัวเลขการส่งออกกุ้งของไทยตกลงเป็นอย่างมาก ก็จะมีโครงการสนับสนุนอาหารกุ้งทะเล โครงการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง โครงการกระจายผลผลิตกุ้งทะเลคุณภาพสู่ผู้บริโภคในประเทศ และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตกุ้ง เพื่อให้ไทยเป็นผู้นำการผลิตและส่งออกกุ้งอีกครั้ง

 

นายกรัฐมนตรียังเปิดเผยด้วยว่า คณะรัฐมนตรีถึงชอบตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอการกำหนดราคาอ้อยขั้นสุดท้าย ผลตอบแทนการผลิต และจำหน่ายน้ำตาลทรายขั้นสุดท้าย ฤดูกาลผลิตปี 2566/67 เป็นรายเขต 9 เขต โดยมีราคาขั้นสุดท้าย 1,404.17 บาทต่อตันอ้อย และผลตอบแทนการผลิตและจำหน่ายน้ำตาลทรายขั้นสุดท้ายอัตราเฉลี่ยทั่วประเทศ 601.79 บาทต่อตันอ้อย

 

ทักษิณเป็นพ่อนายกฯ ไม่ใช่ดาราฮอลลีวูด

 

นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ยังเคลียร์กันไม่จบ ที่ฝ่ายค้านมีการยื่นญัตติโดยมีชื่อ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นคนนอก มีการพูดคุยกับทักษิณเพื่อขอความเห็นหรือปรึกษาหรือไม่ว่า ทักษิณไม่ได้ว่าอะไรเลย มีแค่ถามว่าเข้าได้ด้วยเหรอ เพราะไม่ได้อยู่ในสภา หรือให้ไปตอบในสภาหรืออย่างไร ซึ่งเป็นการถามเล่นๆ ไม่ได้มีอะไรหรอก เพราะคนนอกเข้าไม่ได้อยู่แล้ว ก็ว่าไป

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ส่วนตัวการยื่นญัตติโดยมีชื่อทักษิณได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตามข้อเท็จจริง อย่าใช้อารมณ์ในเรื่องนี้ ต้องถามว่าหลักการคืออะไร กฎคืออะไรแล้วดีกว่า ถ้าไม่ทำตามกฎและหลักการจะตั้งขึ้นมาไว้ทำไมแค่นั้นเอง แต่ถ้าหลักการสามารถเข้าได้ ได้เลย เราจะห้ามทำไม และถ้าหากหลักการเข้าไม่ได้จะฝืนไปทำไม ก็แค่นั้นเอง

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีโอกาสให้ทักษิณตั้งโต๊ะแถลงข่าวเพื่อให้สาธารณชนได้ทราบหรือไม่ นายกรัฐมนตรีถามกลับว่า “ทักษิณจะแถลงเพื่ออะไร แต่ถ้าจะให้มีประเด็นอื่นๆ ต่อไป มองว่าไม่จำเป็น ทักษิณเป็นคุณพ่อของนายกรัฐมนตรีคนที่ 31 เท่านั้นเอง ทักษิณไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีด้วย จะไปอภิปรายด้วยหรือจัดโต๊ะแถลงข่าวทำไม ถ้าฮอลลีวูดชวนไปเป็นดาราถึงจะแถลงได้”

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มองว่าเรื่องการยื่นญัตติอภิปรายเป็นเกมการเมืองหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวย้อนถามว่า อยากรู้ว่าจะพาเหลือเวลาอภิปรายกี่วัน

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่า นายกรัฐมนตรีเห็นว่าควรจะให้มีการอภิปรายกี่วัน นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า อยากรู้สภาเหลือเวลากี่วัน 

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่า นายกรัฐมนตรีอยากให้อธิบายกี่วัน แพทองธารกล่าวว่า ได้หมด จะกี่วันก็ได้ กี่วันก็มา ตอนนี้อยากรู้สภาเหลือเวลากี่วัน 

 

The post นายกฯ นำแถลง หลัง ครม. ยอมรับคุยทักษิณ ปมมีชื่อในญัตติซักฟอก บอกเป็นพ่อนายกฯ ไม่ใช่ดาราฮอลลีวูดถึงตั้งโต๊ะแถลง appeared first on THE STANDARD.

]]>
รมช. อัครา ประกาศปิดอ่าวไทย 15 ก.พ. นี้ คุ้มครองฤดูปลาวางไข่ ฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำ https://thestandard.co/protect-fish-spawning-gulf-thailand/ Wed, 12 Feb 2025 09:49:49 +0000 https://thestandard.co/?p=1041109 Protect-Fish-Spawning-Gulf-Thailand

วันนี้ (12 กุมภาพันธ์) อัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่ากา […]

The post รมช. อัครา ประกาศปิดอ่าวไทย 15 ก.พ. นี้ คุ้มครองฤดูปลาวางไข่ ฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Protect-Fish-Spawning-Gulf-Thailand

วันนี้ (12 กุมภาพันธ์) อัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประธานในพิธีประกาศใช้มาตรการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำมีไข่ วางไข่ เลี้ยงตัวอ่อนในทะเลอ่าวไทย ประจำปี 2568 (ปิดอ่าวไทย) ณ บริเวณท่าเทียบเรือประมงชุมพร ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร 

 

อัคราระบุว่า มาตรการปิดอ่าวไทยเป็นมาตรการสำคัญในการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำมีไข่ วางไข่ เลี้ยงตัวอ่อน เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำ และการบริหารจัดการทรัพยากรประมงให้เกิดความยั่งยืน สร้างประชากรสัตว์น้ำรุ่นใหม่ขึ้นมาหมุนเวียนในระบบนิเวศ โดยกรมประมงเตรียมประกาศปิดอ่าวไทย ใน 2 ช่วงเวลาต่อเนื่องกัน ได้แก่ 

 

  • ช่วงที่ 1: ระหว่างวันที่ 15 กุมภาพันธ์ – 15 พฤษภาคม 2568 กำหนดมาตรการปิดอ่าวไทยตอนกลาง ตั้งแต่ปลายแหลมเขาม่องไล่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ถึงอำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยเพิ่มเติมรายละเอียดการอนุญาตให้ใช้เครื่องมือประมงบางชนิด 

 

  • ช่วงที่ 2: ระหว่างวันที่ 16 พฤษภาคม – 14 มิถุนายน 2568 กำหนดมาตรการปิดอ่าวไทยตอนกลางและเขตต่อเนื่อง ตั้งแต่ปลายแหลมเขาม่องไล่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ถึงอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 

 

ทั้งนี้ หากผู้ใดฝ่าฝืนจะมีความผิดตามมาตรา 70 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ต้องระวางโทษ ปรับตั้งแต่ 5,000 บาทถึง 30 ล้านบาท รวมถึงขึ้นอยู่กับขนาดของเรือประมง หรือปรับจำนวน 5 เท่าของมูลค่าสัตว์น้ำที่ได้จากการทำการประมงแล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า และต้องได้รับโทษทางปกครองอีกด้วย

 

“ไม่ได้นิ่งนอนใจกับทุกปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวประมงทั้งในเรื่องแรงงานภาคประมง, การจำหน่ายเรือออกจากระบบ และเรื่องอื่นๆ ได้มีเร่งรัดดำเนินการและเตรียมประกาศข่าวดีให้พี่น้องชาวประมงได้ทราบเร็วๆ นี้” อัครากล่าว

The post รมช. อัครา ประกาศปิดอ่าวไทย 15 ก.พ. นี้ คุ้มครองฤดูปลาวางไข่ ฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นฤมลเผย ไทย-จีน ลงนามพิธีสารเกณฑ์ตรวจสอบ-สุขอนามัย เตรียมส่งปลากะพงขาวไปจีน สร้างมูลค่ากว่า 4.9 พันล้านต่อปี https://thestandard.co/thailand-china-lates-calcarifer/ Thu, 06 Feb 2025 12:17:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1038953

วันนี้ (6 กุมภาพันธ์) ศ. ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรี […]

The post นฤมลเผย ไทย-จีน ลงนามพิธีสารเกณฑ์ตรวจสอบ-สุขอนามัย เตรียมส่งปลากะพงขาวไปจีน สร้างมูลค่ากว่า 4.9 พันล้านต่อปี appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (6 กุมภาพันธ์) ศ. ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ ดร.ซุนเหมยจวิน เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำสำนักงานศุลกากรแห่งชาติจีน ลงนามในพิธีสารว่าด้วยหลักเกณฑ์การตรวจสอบกักกันโรคและสุขอนามัยทางสัตวแพทย์ของกรมประมงที่มาจากการเพาะเลี้ยงส่งออกมายังสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แห่งราชอาณาจักรไทย และสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เนื่องในโอกาสการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการของ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี 

 

“พิธีสารฯ ฉบับนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ไทยสามารถส่งออกปลากะพงขาว ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากการเพาะเลี้ยงชนิดแรกภายใต้พิธีสารฯ ไปยังจีนได้ โดยคาดว่าจะสามารถส่งออกได้ปีละมากกว่า 50,000 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่ากว่า 4.9 พันล้านบาทต่อปี” ศ. ดร.นฤมล กล่าว

 

ศ. ดร.นฤมล เปิดเผยอีกว่า การลงนามครั้งนี้ยังเป็นการกำหนดแนวทางและมาตรฐานด้านสุขอนามัยของผลิตภัณฑ์ประมงที่มาจากการเพาะเลี้ยง ซึ่งจะช่วยให้กระบวนการพิจารณาอนุญาตการส่งออกสินค้าประมงชนิดใหม่เป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น ถือเป็นความสำเร็จของความร่วมมือระหว่างไทยและจีนที่จะช่วยส่งเสริมศักยภาพการส่งออกสินค้าประมงของไทย รวมถึงสร้างโอกาสให้เกษตรกรและผู้ประกอบการไทยสามารถขยายตลาดสินค้าประมงคุณภาพสู่สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพทางการค้าและส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศในระยะยาว

The post นฤมลเผย ไทย-จีน ลงนามพิธีสารเกณฑ์ตรวจสอบ-สุขอนามัย เตรียมส่งปลากะพงขาวไปจีน สร้างมูลค่ากว่า 4.9 พันล้านต่อปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไทยส่งกุ้งแช่แข็งผ่านรถไฟจีน-สปป.ลาว สำเร็จ กรมประมงหวังเป็นผู้นำส่งออกสินค้าสัตว์น้ำคุณภาพ https://thestandard.co/thai-frozen-shrimp-railway/ Thu, 30 Jan 2025 09:06:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1036244 thai-frozen-shrimp-railway

วันนี้ (30 มกราคม) บัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เปิดเผย […]

The post ไทยส่งกุ้งแช่แข็งผ่านรถไฟจีน-สปป.ลาว สำเร็จ กรมประมงหวังเป็นผู้นำส่งออกสินค้าสัตว์น้ำคุณภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
thai-frozen-shrimp-railway

วันนี้ (30 มกราคม) บัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากกงสุล (ฝ่ายเกษตร) ประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2568 ว่าการลำเลียงสินค้ากุ้งสุกแช่แข็งจากจังหวัดสงขลา น้ำหนักรวม 24 ตัน ผ่านเส้นทางรถไฟจีน-สปป.ลาว ผ่านด่านรถไฟโม่ฮาน โดยการขนส่งครั้งนี้ใช้วิธีแบบผสมผสานระหว่างรถบรรทุกและเส้นทางรถไฟจีน-สปป.ลาว ซึ่งสามารถลดระยะเวลาในการขนส่งได้ถึง 14 วัน

 

อีกทั้งระบบการขนส่งด้วยเทคโนโลยีห่วงโซ่ความเย็นตลอดเส้นทางนั้นมีศักยภาพ ช่วยส่งเสริมการขยายตัวทางเศรษฐกิจและด้านการตลาดของสินค้าประมงในรูปแบบทั้งแช่เย็นและแช่แข็ง ให้เข้าถึงตลาดภายในสาธารณรัฐประชาชนจีนได้สะดวกรวดเร็วมากขึ้น โดยยังคงรักษาคุณภาพความสดและความปลอดภัยของสินค้าประมงของไทย และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวจีนได้มากขึ้น

 

การส่งออกสินค้าประมงแช่แข็งไทยผ่านด่านรถไฟโม่ฮานในครั้งนี้ นับเป็นตัวอย่างที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพด้านขนส่งสินค้าระหว่างไทยและจีน ซึ่งสามารถรองรับและส่งเสริมการเปิดตลาดสินค้าสัตว์น้ำแช่เย็นและสินค้าประมงแช่แข็ง จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการรับทราบถึงระบบการขนส่งสินค้าผ่านเส้นทางรถไฟ เป็นทางเลือกหนึ่งที่จะอำนวยความสะดวกและสามารถเชื่อมต่อการขนส่งสินค้าไปยังเมืองและมณฑลต่างๆ ของจีนได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ช่วยขยายช่องทางการส่งออกให้หลากหลายยิ่งขึ้น

 

นอกจากนี้ ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ในโอกาสการเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะกำหนดให้มีการลงนามในพิธีสารว่าด้วยหลักเกณฑ์การตรวจสอบ กักกัน และสุขอนามัยทางสัตวแพทย์ ของผลิตภัณฑ์ประมงที่มาจากการเพาะเลี้ยงส่งออกมายังสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แห่งราชอาณาจักรไทย และสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งพิธีสารฉบับนี้มาจากความร่วมมือของหน่วยงานทั้งสองประเทศที่มุ่งหวังให้เกิดประโยชน์ต่อการค้า และการเปิดตลาดผลิตภัณฑ์ประมงชนิดใหม่ (ปลากะพงขาว) กรมประมงเล็งเห็นถึงการพัฒนาศักยภาพการผลิตและการส่งออกสินค้าสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์แปรรูปอื่น ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและข้อกำหนดของสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นคู่ค้าที่สำคัญ โดยมีเป้าหมายที่จะผลักดันประเทศไทยขึ้นสู่การเป็นผู้นำด้านการส่งออกสินค้าสัตว์น้ำคุณภาพสู่ตลาดจีนในอนาคต

 

“กรมประมงยังคงมุ่งมั่นที่จะผลักดันการส่งออกสินค้าประมงของไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าพัฒนาคุณภาพสินค้า ขยายตลาดส่งออก และสนับสนุนผู้ประกอบการในทุกมิติ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมประมงไทยให้ก้าวสู่ความเป็นผู้นำในระดับสากลอย่างยั่งยืน” อธิบดีกรมประมงกล่าวทิ้งท้าย

The post ไทยส่งกุ้งแช่แข็งผ่านรถไฟจีน-สปป.ลาว สำเร็จ กรมประมงหวังเป็นผู้นำส่งออกสินค้าสัตว์น้ำคุณภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลเผยความคืบหน้ามาตรการขจัด ‘ปลาหมอคางดำ’ ตั้งเป้า 3 ล้านกิโลกรัม แปรรูป-วิจัยโครโมโซม 4n ทำหมันปลา https://thestandard.co/gov-update-tilapia-4n-chromosome-research/ Tue, 26 Nov 2024 03:25:14 +0000 https://thestandard.co/?p=1012722

วันนี้ (26 พฤศจิกายน) อนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำ […]

The post รัฐบาลเผยความคืบหน้ามาตรการขจัด ‘ปลาหมอคางดำ’ ตั้งเป้า 3 ล้านกิโลกรัม แปรรูป-วิจัยโครโมโซม 4n ทำหมันปลา appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (26 พฤศจิกายน) อนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยความคืบหน้าการขจัดปัญหาปลาหมอคางดำ ล่าสุดกรมประมงลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือดำเนิน ‘โครงการแก้ไขปัญหาเพื่อขจัดภัยจากการแพร่ระบาดปลาหมอคางดำ ระยะเร่งด่วน’ ระหว่างการยางแห่งประเทศไทย กรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริมการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ และกรมวิชาการเกษตร ร่วมดำเนินงานแบบบูรณาการ ทั้งในด้านการบริหารจัดการ ด้านวิชาการ และการปฏิบัติงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการนำปลาหมอคางดำที่จับออกจากธรรมชาติ 

 

โดยนำไปกำจัดด้วยกรรมวิธีที่เหมาะสมและอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของแต่ละหน่วยงาน ตลอดจนสนับสนุนการแลกเปลี่ยนข้อมูลองค์ความรู้ เพื่อรองรับและสนับสนุนภารกิจต่างๆ โดยต้องไม่ขัดต่อกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่ง หลักเกณฑ์การปฏิบัติของทุกหน่วยงาน

 

อนุกูลกล่าวว่า การลงนามดังกล่าวเป็นการบูรณาการความร่วมมือแก้ไขปัญหาการระบาดของปลาหมอคางดำ Big Cleaning ครั้งใหญ่ โดยมุ่งขจัดปัญหาการระบาดของปลาหมอคางดำให้หมดไปจากแหล่งน้ำธรรมชาติของไทยและบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของเกษตรกร ดำเนินการตามมาตรการ ดังนี้ การควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำทุกแห่ง การนำปลาหมอคางดำที่กำจัดเหล่านี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ตามวาระแห่งชาติในการแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำ ภายใต้แผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ พ.ศ. 2567-2570

 

สำหรับงบประมาณในการบริหารจัดการนั้น มาจากเงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร วงเงินงบประมาณ 60 ล้านบาท มีเป้าหมายกำจัดปลาหมอคางดำจำนวน 3,000,000 กิโลกรัม ซึ่งสอดคล้องตามพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร พ.ศ. 2554 มาตรา 7 (4) การดำเนินการที่จำเป็นและเร่งด่วนเพื่อป้องกันและขจัดภัยอันจะเป็นผลเสียหายแก่เกษตรกร

 

อนุกูลกล่าวอีกว่า ยังมีการดำเนินการโดยใช้วิธีธรรมชาติ คือการปล่อยปลาผู้ล่าอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการดำเนินการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในระยะยาว เช่น การเหนี่ยวนำชุดโครโมโซม 4n เพื่อให้เกิดหมันในปลาหมอคางดำ และกรอบแนวทางงานวิจัยอื่นๆ ซึ่งกรอบงานวิจัยเหล่านี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการของบประมาณจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. 

 

นอกจากนี้ยังมีแผนระยะยาวสำหรับฟื้นฟูระบบนิเวศ ฟื้นฟูแหล่งอาศัย ปล่อยสัตว์น้ำประจำถิ่น เพื่อให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพ และความสมบูรณ์ของระบบนิเวศอีกด้วย

 

“จากแนวทางการปฏิบัติงานและความร่วมมือจากทุกฝ่ายอย่างเป็นรูปธรรม จะสามารถช่วยบรรเทาให้วิกฤตการระบาดของปลาหมอคางดำในประเทศไทยดีขึ้น และจะขับเคลื่อนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องเพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ เพื่อฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์ให้กับระบบนิเวศของแหล่งน้ำธรรมชาติของไทยได้อย่างยั่งยืน” อนุกูลกล่าว

 

The post รัฐบาลเผยความคืบหน้ามาตรการขจัด ‘ปลาหมอคางดำ’ ตั้งเป้า 3 ล้านกิโลกรัม แปรรูป-วิจัยโครโมโซม 4n ทำหมันปลา appeared first on THE STANDARD.

]]>
สรุปจากต้นจนจบ อนุกรรมาธิการฯ คลายปม ‘ปลาหมอคางดำ’ เริ่มที่ไหน จบอย่างไร? https://thestandard.co/blackchin-tilapia-starting-point/ Wed, 25 Sep 2024 10:02:36 +0000 https://thestandard.co/?p=987949

วันนี้ (25 กันยายน) ที่อาคารรัฐสภา ‘คณะอนุกรรมาธิการพิจ […]

The post สรุปจากต้นจนจบ อนุกรรมาธิการฯ คลายปม ‘ปลาหมอคางดำ’ เริ่มที่ไหน จบอย่างไร? appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (25 กันยายน) ที่อาคารรัฐสภา ‘คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาสาเหตุและแนวทางการแก้ไขปัญหา รวมถึงผลกระทบ จากการนำเข้าปลาหมอคางดำ เพื่อการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ในราชอาณาจักรไทย’ นำโดย นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการฯ พร้อมด้วย ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส. กทม. พรรคประชาชน ในฐานะรองประธานคณะอนุกรรมาธิการฯ แถลงสรุปผลการดำเนินงาน

 

นพ.วาโยกล่าวว่า ปลาหมอคางดำไม่เคยปรากฏขึ้นในราชอาณาจักรไทย กระทั่งช่วงปลายปี 2553-2555 มีเอกชนรายหนึ่งขอนำเข้าปลาหมอคางดำเข้ามา ที่ตำบลยี่สาร อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ต่อมาช่วงปลายปีเดียวกัน เริ่มพบการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในพื้นที่ดังกล่าว และพบรายงานว่าตั้งแต่ช่วงต้นปี 2555 เป็นต้นมา มีการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้นจนส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำพื้นถิ่นในแหล่งน้ำธรรมชาติ รวมถึงสัตว์น้ำที่ถูกเพาะเลี้ยงตามบ่อหรือฟาร์มจนได้รับความเสียหาย ซึ่งแพร่ระบาดไปแล้วกว่า 79 อำเภอ ในพื้นที่ 19 จังหวัด

 

คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาสาเหตุและแนวทางการแก้ไขปัญหา รวมถึงผลกระทบจากการนำเข้าปลาหมอคางดำฯ แถลงผลการศึกษา

 

นพ.วาโย แถลงว่า จากการได้ค้นหาสาเหตุของปัญหา พบว่า ปรากฏเอกชนเพียงรายเดียว คือ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ในปี 2549 ที่ดำเนินการขออนุญาตนำเข้ามาในราชอาณาจักรต่อกรมประมง ซึ่งมอบหมายให้คณะกรรมการด้านความหลากหลายและความปลอดภัยทางชีวภาพของกรมประมง (IBC) เป็นผู้พิจารณา และได้รับอนุญาต แต่บริษัทยังไม่ได้นำเข้ามาในช่วงเวลาดังกล่าว 

 

จนกระทั่งมีการขออนุญาตในปี 2555 ซึ่งครั้งนี้นำเข้าปลาหมอคางดำจำนวน 2,000 ตัวจากกานา โดยแจ้งว่าเพื่อนำมาพัฒนาปรับปรุงสายพันธุ์ปลานิล ณ ศูนย์วิจัยสัตว์น้ำของบริษัท ด้วย 2 เงื่อนไข คือ

 

  1. ขอให้มีการเก็บตัวอย่างครีบดองในน้ำยาเก็บตัวอย่าง และส่งให้กรมประมงโดยไม่ทำให้ปลาตาย

 

  1. เมื่อสิ้นสุดการศึกษาวิจัย ให้รายงานผลการศึกษา หากผลการศึกษาไม่เป็นไปตามเป้าหมายและไม่ประสงค์ที่จะทำการศึกษาต่อไป ให้ทำลายปลาดังกล่าวทั้งหมด และแจ้งกรมประมงเพื่อส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบการทำลาย

 

อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ชี้แจงว่า เนื่องจากปลายังมีขนาดเล็กและเปราะบางเกินไป จึงไม่สามารถตัดครีบปลาได้ จึงเป็นการพ้นวิสัยที่ไม่ต้องปฏิบัติตามข้อ 1 และเป็นหน้าที่ของกรมประมงที่จะต้องทำ

 

โดยเมื่อบริษัทไม่สามารถทำการศึกษาวิจัยได้ จึงทำลายและฝังกลบ พร้อมส่งมอบให้กับกรมประมงจำนวน 25 ตัว แต่ทว่ารายงานของกรมประมงไม่ปรากฏผลดังกล่าว ทั้งยังระบุว่าการดำเนินการข้อ 1 เป็นหน้าที่ของบริษัท

 

ปลาหมอคางดำที่แพร่ระบาดในพื้นที่น้ำจืดและน้ำกร่อย จังหวัดสมุทรสาคร

ภาพ: ฐานิส สุดโต

 

ต่อมาเมื่อเกิดการระบาด กรมประมงศึกษาวิเคราะห์เส้นทางการแพร่ระบาดจากโครงสร้างพันธุกรรมของประชากร พบว่าแต่ละประชากรย่อยไม่มีความแตกต่างกันทางพันธุกรรมมากนัก บ่งชี้ว่าประชากรปลาหมอคางดำที่แพร่ระบาดในไทยมีแหล่งที่มาร่วมกัน

 

นอกจากนี้ การแพร่กระจายของปลาหมอคางดำมีลักษณะเป็นหย่อมไม่เชื่อมกัน บ่งชี้ว่าการแพร่ระบาดในแต่ละพื้นที่อาจมีสาเหตุเริ่มต้นมาจากการเคลื่อนย้ายปลาหมอคางดำโดยการกระทำของมนุษย์มากกว่าการแพร่กระจายไปตามเส้นทางน้ำที่ติดต่อกับชายฝั่งทะเล

 

ล่าสุดเมื่อเดือนสิงหาคม 2567 กรมประมงได้นำข้อมูลลำดับพันธุกรรมของปลาหมอคางดำที่ระบาดใน 6 จังหวัด ซึ่งเก็บอยู่ในธนาคารพันธุกรรมหรือ DNA Bank ของกรมประมง ประกอบกับการสนับสนุนข้อมูลจากฐานข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ พบว่าปลาหมอคางดำที่เก็บตัวอย่างจาก 6 จังหวัดที่มีรายงานการระบาดในช่วง พ.ศ. 2560-2564 อยู่ในกลุ่มเดียวกันกับตัวอย่างข้อมูลทางพันธุกรรมที่มาจากประเทศกานาและโกตดิวัวร์

 

รัฐควรฟ้องร้องหาผู้รับผิดชอบ

 

ขณะที่ณัฐชากล่าวว่า รัฐควรมีการดำเนินการทางกฎหมายสอบหาผู้ซึ่งต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในราชอาณาจักร โดยปรากฏพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ มาตรา 97 ซึ่งบัญญัติว่า ‘ผู้ใดกระทำหรือละเว้นการกระทำใดโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ที่เป็นการทำลายหรือทำให้สูญหายเสียหายจากทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเป็นของรัฐหรือสาธารณสมบัติของแผ่นดิน มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบ เพื่อใช้ค่าเสียหายให้แก่รัฐตามมูลค่าทั้งหมดของทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกทำลายสูญหายหรือเสียหายไป

 

สำหรับหน่วยงานที่ควรดำเนินการดังกล่าวเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติ ได้แก่ กรมประมง, กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์การบริหารส่วนจังหวัดต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบ

 

ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ รองประธานคณะอนุกรรมาธิการฯ ขณะให้สื่อมวลชนรับประทานปลาหมอคางดำทอด

ภาพ: ศวิตา พูลเสถียร

 

นอกจากนี้ คณะอนุกรรมาธิการฯ ยังเห็นว่า กระทรวงต่างๆ ควรบูรณาการแก้ไขปัญหาและฟื้นฟูผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่และอำนาจเกี่ยวกับการเกษตรกรรม การจัดหาแหล่งน้ำ และพัฒนาระบบชลประทาน ซึ่งส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร ตลอดทั้งการผลิตสินค้าเกษตรกร จึงควรเร่งดำเนินการจัดการและประเมินความเสียหายทางเกษตรเศรษฐศาสตร์ ค่าเสียหายทางเศรษฐกิจ ผลกระทบต่อระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดและเยียวยาค่าเสียหาย

 

สำหรับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน ควรเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการทางกฎหมาย ต่อผู้ซึ่งรับผิดชอบตามกฎหมาย รวมถึงกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่และอำนาจส่งเสริมสนับสนุนกำกับการอุดมศึกษาวิจัย และนวัตกรรมก็ควรร่วมด้วย

 

จบหน้าที่อนุกรรมาธิการฯ ฝากการบ้านรัฐบาล

 

นพ.วาโย ยังกล่าวถึงข้อเสนอทั้ง 26 ข้อของคณะอนุกรรมาธิการฯ ว่ายังต้องมีการปรับปรุงใหม่ เนื่องจากต้องเรียบเรียงและปรับตามสถานการณ์ ก่อนจะมีการเผยแพร่ฉบับเต็มแก่สาธารณชน ซึ่งมีทั้งข้อเสนอแนะและข้อสังเกตที่พบ รวมถึงการบ่งชี้ไปในแนวทางไหน และควรมีการดำเนินการอย่างไร

 

ส่วนจะถือว่าพอใจกับผลการศึกษาที่ทำมาหรือไม่นั้น นพ.วาโย กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นฝ่ายนิติบัญญัติ คณะอนุกรรมาธิการฯ และผู้แทนประชาชน ต้องบอกว่าเราสามารถทำได้ในระดับหนึ่ง ความพอใจคืออย่างน้อยเรารับทราบปัญหาที่แท้จริงจากฝั่งประชาชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมถึงปัญหาที่พบของตัวเจ้าหน้าที่รัฐเอง เพราะเขามีความคับแค้นใจในบางครั้งเหมือนกัน ซึ่งได้ชี้แจงกับคณะอนุกรรมาธิการฯ แล้ว

 

โดยจากการเรียบเรียงคำตอบของปัญหาทั้งหมด จึงนำมาสู่บทสรุปว่าต้องมีผู้ลงมือกระทำอะไรสักอย่าง

 

“ผมยอมรับว่าอำนาจของคณะอนุกรรมาธิการฯ ค่อนข้างแคบ จึงทำได้เพียงข้อเสนอแนะ แต่อยากให้หน่วยงานต่างๆ ทั้งของรัฐและเอกชน รวมถึงภาคีเครือข่ายต่างๆ สามารถนำข้อมูลที่เรารวบรวมมานี้ไปดำเนินการต่อ” นพ.วาโย ระบุ

 

นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ประธานคณะอนุกรรมาธิการฯ ในการประชุมเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำแพร่ระบาด

ภาพ: ศวิตา พูลเสถียร

 

นพ.วาโย กล่าวว่า แม้คณะอนุกรรมาธิการฯ จะหมดหน้าที่ แต่หน้าที่ในการเป็นผู้แทนประชาชนยังคงดำเนินอยู่ต่อไป ซึ่งวางเอาไว้ว่า เรื่องนี้ต้องไม่จบแค่นี้ เราจะนำเรื่องนี้เข้ามาติดตามและตรวจการบ้านเรื่อยๆ เป็นระยะ ไม่เกิน 3 เดือน จะพยายามคอยดูความคืบหน้าและนำเข้ามาประชุมในคณะกรรมาธิการชุดใหญ่ และคณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กรรมาธิการ อว.) สภาผู้แทนราษฎร ต่อไป

 

นพ.วาโย ยืนยันว่า คณะอนุกรรมาธิการฯ ไม่ใช่ผู้ที่มีอำนาจตัดสิน แต่เป็นผู้มีอำนาจในการเก็บรวบรวมรายงานต่างๆ ส่วนงบประมาณจำนวน 450 ล้านบาทนั้น ไม่มีการขอเพิ่มเติม เพียงให้กรมประมงจัดสรร พร้อมยืนยันว่าแม้คณะอนุกรรมาธิการฯ หมดวาระแล้ว แต่งบประมาณส่วนนี้ยังไม่ได้ทิ้ง ทั้งนี้ หากใครมีข้อมูลเพิ่มเติมสามารถส่งมาที่คณะกรรมาธิการ อว. ได้

 

ส่วนจะมีการดำเนินการเรื่องนี้ต่อหรือไม่ นพ.วาโย ยอมรับว่า ฝ่ายนิติบัญญัติไม่มีอำนาจไปบังคับให้เขากระทำการตามคำแนะนำได้ ซึ่งเป็นข้อจำกัดอย่างหนึ่ง ย้ำว่าทุกหน่วยงานมีหน้าที่ของตนเอง หากมีเจ้าหน้าที่ที่มิได้ทำตามหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ประชาชนก็ต้องตรวจสอบ

 

“ขณะนี้มีอย่างน้อย 15 หน่วยงานที่ได้เข้าสู่กระบวนการของศาลปกครอง ทางด้านประชาชนเองเราก็ได้เชิญสภาทนายความและภาคประชาชนเข้ามาร่วมด้วยเช่นเดียวกัน และเริ่มมีการดำเนินการฟ้องร้องคดีไปแล้ว และหลายหน่วยงานก็มีการออกระเบียบในพื้นที่กรุงเทพฯ ในการกำหนดเกณฑ์เยียวยาออกมาแล้ว ซึ่งผมเชื่อว่าไม่กี่เดือนนี้จะสัมฤทธิ์ผล” นพ.วาโย กล่าว

 

ปลาหมอคางดำที่แพร่ระบาดในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร

ภาพ: ฐานิส สุดโต

The post สรุปจากต้นจนจบ อนุกรรมาธิการฯ คลายปม ‘ปลาหมอคางดำ’ เริ่มที่ไหน จบอย่างไร? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ณัฐชาเสนอตัดงบกรมประมง 5% ชี้ ไม่เห็นงบแก้ปัญหาปลาหมอคางดำ เห็นแต่งบก่อสร้างศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำที่บ้านรัฐมนตรี https://thestandard.co/natcha-proposes-cutting-the-budget-of-fisheries-department/ Wed, 04 Sep 2024 04:39:35 +0000 https://thestandard.co/?p=979310

วันนี้ (4 กันยายน) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 2 […]

The post ณัฐชาเสนอตัดงบกรมประมง 5% ชี้ ไม่เห็นงบแก้ปัญหาปลาหมอคางดำ เห็นแต่งบก่อสร้างศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำที่บ้านรัฐมนตรี appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (4 กันยายน) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 21 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) ที่มี พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 เป็นประธานการประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 วงเงิน 3,750,000,000,000 บาท ปรับลด 7,824,398,500 บาท โดยเป็นการพิจารณาเรียงรายมาตรา

 

ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส. กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน กล่าวอภิปรายขอตัดงบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลง 5% โดยให้เหตุผลซึ่งผูกพันไปถึงกรมประมงว่า เนื่องจากสถานการณ์การแพร่พันธุ์ของปลาหมอคางดำ ซึ่งเป็นภัยลุกลามของสัตว์น้ำต่างถิ่นตลอดปี 2567 มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนไปแล้วทั้งสิ้น 19 จังหวัด 76 อำเภอ และเกษตรกรได้รับผลกระทบกว่า 50,000 ราย

 

ทั้งนี้งบประมาณในปี 2568 กรมประมงมีการของบประมาณการเพิ่มผลผลิตในแหล่งน้ำชุมชน เพื่อเพิ่มรายได้และลดค่าครองชีพให้กับประชาชน จำนวน 307 ล้านบาท และถูกปรับลดไป 51 ล้านบาท ซึ่งตนเองเห็นว่ารายการดังกล่าวนี้ หากกรมประมงทำหน้าที่อย่างเต็มที่จะไม่ต้องใช้งบประมาณที่สูงขนาดนี้

 

นอกจากนี้ยังไม่เห็นงบประมาณที่ใช้สำหรับการแก้วิกฤตปลาหมอคางดำในครั้งนี้เลย แม้ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ยกให้เป็นวาระแห่งชาติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่จะยกให้เป็นวาระแห่งชาติได้อย่างไรในเมื่องบประมาณปี 2568 ไม่มีงบประมาณในส่วนนี้

 

นอกจากนี้เห็นว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์อนุมัติงบประมาณสำหรับก่อสร้างศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำที่เป็นพื้นที่ของรัฐมนตรีอีก 208 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบผูกพันไปอีก 3 ปี โดยในปี 2568 ของบประมาณไปทั้งสิ้น 141 ล้านบาท เป็นเรื่องที่ไม่ควรอย่างยิ่ง

 

“ณ วันนี้ สถานการณ์ที่วิกฤตที่สุด กรมประมงยังไม่มีรายงาน ไม่มีเอกสาร ไม่มีงบประมาณ ที่จริงใจและจริงจังที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้เลย นอกจากงบสิ่งปลูกสร้างศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำในบ้านท่านรัฐมนตรี การขุดลอกกว๊านพะเยา ซึ่งเป็นบ้านของท่านรัฐมนตรี อย่างอื่นไม่มีเลย นั่นหมายความว่าอย่างไร ณ วันนี้ ผมเห็นว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะกรมประมง ไม่จริงใจต่อการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน จึงขอปรับลดงบประมาณในส่วนของกรมประมงและกระทรวงเกษตรสหกรณ์”

The post ณัฐชาเสนอตัดงบกรมประมง 5% ชี้ ไม่เห็นงบแก้ปัญหาปลาหมอคางดำ เห็นแต่งบก่อสร้างศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำที่บ้านรัฐมนตรี appeared first on THE STANDARD.

]]>
กมธ.อว. เรียกกรมประมง – 5 บริษัทส่งออกปลาสวยงามเข้าชี้แจง ปมส่งออก ‘ปลาหมอคางดำ’ ยืนยันเป็นความผิดชิปปิ้งกรอกข้อมูลพลาด https://thestandard.co/black-chin-tilapia-export-error-investigation/ Fri, 09 Aug 2024 01:47:04 +0000 https://thestandard.co/?p=969228 ปลาหมอคางดำ

วานนี้ (8 สิงหาคม) คณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร […]

The post กมธ.อว. เรียกกรมประมง – 5 บริษัทส่งออกปลาสวยงามเข้าชี้แจง ปมส่งออก ‘ปลาหมอคางดำ’ ยืนยันเป็นความผิดชิปปิ้งกรอกข้อมูลพลาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ปลาหมอคางดำ

วานนี้ (8 สิงหาคม) คณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กมธ.อว.) สภาผู้แทนราษฎร นำโดย ฐากร ตัณฑสิทธิ์ จัดประชุมวาระพิจารณากรณีการส่งออกปลาหมอคางดำ (Blackchin Tilapia) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556-2559 มีการเชิญตัวแทนกรมประมงและบริษัทเอกชนที่สำแดงการส่งออกปลาหมอคางดำเข้าชี้แจง

 

โดยมี ประพันธ์ ลีปายะคุณ รองอธิบดีกรมประมง และผู้แทน 5 บริษัทเข้าชี้แจง ประกอบด้วย

  1. บริษัท ไทย เฉียน หวู่ จำกัด
  2. บริษัท แอดวานซ์ อควาติก จำกัด
  3. ห้างหุ้นส่วนจำกัด สมิตรา อแควเรี่ยม
  4. บริษัท พี.แอนด์.พี อควาเรี่ยม เวิลด์ เทรดดิ้ง จำกัด
  5. บริษัท เอเชีย อะควาติคส์ จำกัด

 

ขณะที่ ห้างหุ้นส่วนจำกัด วี อควอเรียม ทำหนังสือแจ้ง กมธ.อว. ว่าไม่สามารถเข้าชี้แจงได้ ส่วนอีก 3 บริษัท ไม่ตอบรับ ประกอบด้วย ห้างหุ้นส่วนจำกัด ฉาง ซิน เอ็นเตอร์ไพร์ส, ห้างหุ้นส่วนจำกัด ซีฟู๊ดส์ อิมปอร์ต – เอ็กซ์ปอร์ต และบริษัท นิว วาไรตี จำกัด ส่วนบริษัท หมีขาว จำกัด ปิดกิจการไปแล้ว ไม่สามารถติดต่อได้

 

ทางกรมประมงทำเอกสารชี้แจงว่าเคยมีการตรวจสอบการส่งออกในปี พ.ศ. 2560 ใจความว่า สรุปข้อเท็จจริงประเด็นการส่งออกปลาหมอคางดำในช่วงปี พ.ศ. 2556-2559 ยังไม่มีพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2499 เป็นกฎหมายในการควบคุมการส่งออก

 

ผู้ส่งออกสัตว์น้ำต้องมาขออนุญาตก่อนการส่งออกกับด่านตรวจประมงที่ต้องการส่งออก ใช้เพียงเอกสารใบกำกับสินค้า หรือ Invoice เป็นเอกสารประกอบการส่งออก หรืออาจมีใบรับรองสุขภาพสัตว์น้ำ (Health Certificate) ประกอบในกรณีที่ประเทศปลายทางร้องขอ ไม่ต้องแสดงแหล่งที่มาของสัตว์น้ำในการส่งออก กระทั่งปี พ.ศ. 2561 กรมประมงได้มีการออกประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดชนิดสัตว์น้ำที่ห้ามนำเข้า ส่งออก นำผ่าน หรือเพาะเลี้ยง พ.ศ. 2561 มีผลบังคับใช้ในวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2561

 

ในช่วงปี พ.ศ. 2556-2559 มีข้อมูลการส่งออกปลาหมอคางดำเป็นการส่งออกในลักษณะปลาสวยงามมีชีวิต จำนวน 326,240 ตัว เฉลี่ยปีละประมาณ 80,000 ตัว ส่งออกไปยัง 17 ประเทศ ได้แก่ ปากีสถาน, ตุรกี, คูเวต, อาเซอร์ไบจาน, ออสเตรเลีย, รัสเซีย, โปแลนด์, อิหร่าน, ซิมบับเว, แคนาดา, อียิปต์, เลบานอน, ญี่ปุ่น, อิสราเอล, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, มาเลเซีย และสหรัฐอเมริกา โดยผู้ส่งออก 11 ราย

 

ประพันธ์ชี้แจงว่า จากการตรวจสอบพบว่าการกรอกข้อมูลในระบบมีความผิดพลาดคลาดเคลื่อนในการกรอกข้อมูลการส่งออก 212 ครั้ง จากการส่งออกปลาสวยงามในช่วงดังกล่าวกว่า 24,000 ครั้ง เช่น บริษัทต้องการกรอกข้อมูลการส่งออกปลา Sardine แต่กรอกเป็น Sarotherodon Melanotheron หรือปลาหมอคางดำ ในเบื้องต้นพบว่าในช่วงดังกล่าวไม่มีการส่งออกปลาหมอคางดำ เพียงแต่มีการกรอกข้อมูลผิดพลาดเท่านั้น ซึ่งเป็นผลการตรวจสอบเมื่อปี พ.ศ. 2560

 

ฐากรกล่าวว่า ยังติดใจการชี้แจงการดำเนินการของกรมประมงในกรณีที่เกษตรกรร้องเรียนการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ กลับไม่ตรวจสอบความเดือดร้อนของประชาชน แต่กลับไปตรวจสอบการส่งออก แล้วได้ข้อสรุปว่าเป็นการกรอกเอกสารผิด ซึ่งเป็นประเด็นที่ทางกรมประมงยังตอบไม่ชัดเจน ทาง กมธ.อว. คงตั้งข้อสังเกตไว้

 

นอกจากนี้ผู้แทน 5 บริษัท ยืนยันว่าไม่เคยส่งออกปลาหมอคางดำ พร้อมนำเอกสารใบกำกับสินค้าและใบสั่งซื้อสินค้ามาแสดง พร้อมชี้แจงในทิศทางเดียวกันว่ามอบหมายให้บริษัทส่งออกหรือชิปปิ้งดำเนินการกรอกเอกสารส่งออกกับกรมประมง ไม่ทราบว่าเกิดความผิดพลาดในการกรอกข้อมูลของชิปปิ้งในจุดใด ขณะที่บางบริษัทระบุว่ามอบหมายชิปปิ้งดำเนินการกรอกข้อมูลการส่งออกปลาหมอคางดำเกินไว้ แต่ไม่มีการส่งออกจริง โดยยืนยันจากใบสั่งซื้อสินค้า

 

ดังนั้นที่ประชุมมีมติมอบหมายให้คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาสาเหตุและแนวทางการแก้ไขปัญหา รวมถึงผลกระทบจากการนำเข้าปลาหมอคางดำ เพื่อการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ในราชอาณาจักรไทย ที่มี นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง เป็นประธาน ไปจัดทำรายงานผลการศึกษาเสนอต่อ กมธ.อว. เพื่อพิจารณาสรุป โดยเฉพาะในประเด็นความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชนและสิ่งแวดล้อม ซึ่งรัฐบาลประเมินไว้กว่า 450 ล้านบาท

 

ซึ่ง กมธ.อว. ได้มีมติไปแล้วเมื่อวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา ว่ารัฐบาลสามารถนำเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินมาใช้ได้ จากนั้น กมธ.อว. จะส่งรายงานให้ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี รวมทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการปัญหาปลาหมอคางดำต่อไป ขณะเดียวกัน หากหน่วยงานใดต้องการข้อมูล สามารถขอมาที่ กมธ.อว. ได้

 

หลังการชี้แจงกว่า 2 ชั่วโมง วิชัยยุทธ​ แช่มโชติ​ เจ้าหน้าที่ส่งออกบริษัท เอเชีย อะควาติคส์ จำกัด เปิดเผยว่า ทางบริษัทไม่เคยนำเข้าและส่งออกปลาหมอคางดำ ซึ่งวันนี้ได้นำหลักฐานมายื่นต่อคณะกรรมาธิการฯ ว่าการส่งออกของบริษัทที่ถูกระบุว่ามีปลาหมอคางดำนั้น เกิดจากการกรอกข้อมูลผิดพลาดของบริษัทชิปปิ้งขนส่งสินค้า ที่กรอกชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Sarotherodon melanotheron 1 ล็อต จำนวน 900 ตัว แต่ความจริงแล้วปลาดังกล่าวคือปลาบู่หมาจู ชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Brachy Gobius sp. เป็นปลาชนิดสวยงาม เพราะบริษัททำกิจการส่งออกปลาสวยงาม ซึ่งเป็นความผิดพลาดที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว และไม่ได้ผิดจากทางบริษัท

 

วิชัยยุทธกล่าวต่อว่า ยังพบข้อมูลของทุกบริษัทเป็นไปในทิศทางเดียวกันว่าเกิดจากข้อผิดพลาดในการกรอกข้อมูลส่งออกของบริษัทชิปปิ้ง คาดว่าอาจเป็นเพราะทางบริษัทชิปปิ้งไม่มีความถนัดเฉพาะทางเกี่ยวกับสายพันธุ์ปลา เพราะต้องขนส่งสัตว์หลายชนิด

 

The post กมธ.อว. เรียกกรมประมง – 5 บริษัทส่งออกปลาสวยงามเข้าชี้แจง ปมส่งออก ‘ปลาหมอคางดำ’ ยืนยันเป็นความผิดชิปปิ้งกรอกข้อมูลพลาด appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประมงสมุทรสาครปล่อยปลากะพงนักล่า 20,000 ตัวสุดท้ายลงคลองไปกำจัดปลาหมอคางดำ ขอประชาชนอย่าล่าปลากะพง https://thestandard.co/release-20000-sea-bass/ Fri, 26 Jul 2024 10:08:33 +0000 https://thestandard.co/?p=963444

วันนี้ (26 กรกฎาคม) ช่างภาพข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่เ […]

The post ประมงสมุทรสาครปล่อยปลากะพงนักล่า 20,000 ตัวสุดท้ายลงคลองไปกำจัดปลาหมอคางดำ ขอประชาชนอย่าล่าปลากะพง appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (26 กรกฎาคม) ช่างภาพข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่เก็บภาพการปล่อยปลากะพง ซึ่งกรมประมงกำหนดสถานะให้เป็นปลาผู้ล่า จำนวน 20,000 ตัว ลงคลองพิทยาลงกรณ์ บริเวณหน้าที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) พันท้ายนรสิงห์ (หลังเก่า) จังหวัดสมุทรสาคร

 

เพื่อหวังให้ปลากะพงฝูงนี้ได้กำจัดลูกปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำที่ทยอยเกิดใหม่และขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว โดยปลากะพงชุดนี้มีขนาดประมาณ 4-5 นิ้ว ส่งมาจากฟาร์มเพาะเลี้ยงขนาดใหญ่ของอำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา

 

เผดิม รอดอินทร์ ประมงจังหวัดสมุทรสาคร ระบุว่า ปลากะพงชุดนี้นับเป็นชุดสุดท้ายที่ทางจังหวัดจะปล่อยสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ หลังจากนี้เชื่อว่าลูกปลาหมอคางดำจะลดลงเพราะเจอกับปลากะพงนักล่า ซึ่งประมงจังหวัดสมุทรสาครจะหาวิธีจัดการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำต่อไป

 

ทั้งนี้ ขอขอบคุณชาวประมงและประชาชนชาวสมุทรสาครทุกคนที่ให้ความร่วมมือกับสำนักงานประมงจังหวัดสมุทรสาครไม่จับปลากะพงในแหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อปล่อยให้ปลากะพงได้ทำหน้าที่ช่วยกันกำจัดปลาหมอคางดำให้หมดไปจากแหล่งน้ำสาธารณะในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร

 

 

The post ประมงสมุทรสาครปล่อยปลากะพงนักล่า 20,000 ตัวสุดท้ายลงคลองไปกำจัดปลาหมอคางดำ ขอประชาชนอย่าล่าปลากะพง appeared first on THE STANDARD.

]]>
วาโย ก้าวไกล แจงไทม์ไลน์ปลาหมอคางดำ ชี้ ปลาที่เอกชนนำเข้า-เลิกวิจัย จนพบระบาดครั้งแรกสอดคล้องกัน https://thestandard.co/wayo-blackchin-tilapia-timeline/ Fri, 26 Jul 2024 00:51:48 +0000 https://thestandard.co/?p=963029

วานนี้ (25 กรกฎาคม) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาโย อัศว […]

The post วาโย ก้าวไกล แจงไทม์ไลน์ปลาหมอคางดำ ชี้ ปลาที่เอกชนนำเข้า-เลิกวิจัย จนพบระบาดครั้งแรกสอดคล้องกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วานนี้ (25 กรกฎาคม) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาโย อัศวรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เป็นผู้อภิปรายปิดญัตติ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแนวทางการแก้ปัญหาเร่งด่วนการระบาดของปลาหมอคางดำใน 17 จังหวัด เพื่อเสนอความเห็นต่อรัฐบาลให้แก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน

 

วาโยอภิปรายว่า โดยสรุปของเหตุการณ์นี้ เรากล่าวได้ว่าในประเทศไทยไม่เคยมีปลาสายพันธุ์นี้เข้ามาก่อน มีครั้งแรกเมื่อบริษัทเอกชนขอนำเข้ามาวิจัยในปี 2549 ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการด้านความหลากหลายและความปลอดภัยทางชีวภาพของกรมประมง (BIC) โดยมีเงื่อนไข ก่อนที่จะเข้ามาในแผ่นดินไทยครั้งแรกในเดือนธันวาคม 2553 ต่อมาไม่นานเมื่อเดือนมกราคม 2554 เอกชนผู้ทำวิจัยประกาศเลิกทำวิจัย แต่หลังจากนั้นภายในปีเดียวกัน จากรายงานกรมประมง ในปลายปี 2554 มีประชาชนพบปลาหมอคางดำแถวคลองรอบศูนย์วิจัย หลังจากนั้นก็เริ่มแพร่ระบาดในจังหวัดใกล้เคียง

 

ทำให้เกิดคำถามขึ้นมาว่า สรุปแล้วปลาที่ระบาดอยู่นี้หลุดมาจากการวิจัยหรือไม่ เมื่อตนสืบค้นต่อไปก็พบงานวิจัยที่เคยทำและตีพิมพ์ตั้งแต่ปี 2565 ไว้แล้ว เป็นการเก็บตัวอย่างจากปลาหมอคางดำตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา โดยเปรียบเทียบพันธุกรรมปลาที่เก็บได้ในบ่อพักของห้องแล็บเอกชนในปี 2560 ด้วย พบผลสรุปการศึกษาว่าระยะห่างทางพันธุศาสตร์หรือความใกล้ชิดของดีเอ็นเอมีต่ำมาก แสดงให้เห็นว่าแต่ละประชากรย่อยของปลาไม่มีความแตกต่างทางพันธุกรรม เป็นการยืนยันที่มาของการแพร่ระบาด โดยข้อมูลระยะห่างทางพันธุศาสตร์และการจัดลำดับความสัมพันธ์เชิงวิวัฒนาการชี้ให้เห็นว่าประชากรปลาหมอคางดำในประเทศไทยมีแหล่งที่มาร่วมกัน

 

วาโยอภิปรายต่อไปว่า จากการศึกษาโดยกรมประมงที่ตีพิมพ์เมื่อปี 2565 มีข้อเสนอแนะออกมาว่าการระบุแหล่งต้นกำเนิดยังทำไม่ได้ เพราะไม่มีตัวอย่างดีเอ็นเอตอนต้นมาเปรียบเทียบ จึงแนะนำว่าควรเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอของสัตว์น้ำที่นำเข้ามา เพื่อเป็นตัวอย่างอ้างอิงในทุกครั้ง สำหรับสัตว์น้ำที่มีความเสี่ยง

 

ทั้งนี้ หากย้อนกลับไปสืบค้นอีกจะพบว่ามติคณะกรรมการ BIC ครั้งที่ 2/2553 ที่อนุญาตให้เอกชนนำเข้าปลาหมอคางดำอย่างมีเงื่อนไขนั้น ปรากฏเงื่อนไขทั้งหมด 4 ข้อ กล่าวคือ

 

  1. ให้กรมประมงเก็บตัวอย่างครีบโดยไม่ทำให้ปลาตาย 3 ตัว ซึ่งเป็นการเก็บดีเอ็นเอโดยเฉพาะ
  2. เมื่อสิ้นสุดการทดลอง ให้ผู้ขอนำเข้าแจ้งผลการทดลองแก่กรมประมง
  3. ต้องมีมาตรการป้องกันไม่ให้สัตว์ทดลองหลุดรอดไปในธรรมชาติ
  4. กรณีผลทดลองได้ผลไม่ดี ผู้นำเข้าไม่ประสงค์ใช้ปลาต่อไป ขอให้ผู้นำเข้าทำลายและเก็บซากเอาไว้ให้กรมประมงตรวจสอบ

 

แม้จากข่าวสารที่ปรากฏ บริษัทเอกชนจะระบุว่ามีเพียง 2 เงื่อนไขที่ได้รับจากกรมประมง คือ การให้เก็บตัวอย่างครีบ และเรื่องของการทำลาย ซึ่งเป็นหน้าที่ของบริษัทเอกชน แต่แม้แต่ 2 เงื่อนไขจาก 4 ข้อที่ว่ามานี้ ตนและคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาสาเหตุและแนวทางการแก้ไขปัญหา รวมถึงผลกระทบจากการนำเข้า ปลาหมอคางดำ เพื่อการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ในราชอาณาจักรไทย ได้พยายามหาข้อมูลตัวอย่างครีบที่มีดีเอ็นเอ เพื่อตอบโจทย์เชื่อมโยงว่าปลานี้มาจากไหนกันแน่ ตนและคณะอนุกรรมาธิการฯ กลับไม่ได้รับคำตอบใดจากทั้งกรมประมงและบริษัทเอกชน

 

จึงเป็นที่มาของวันที่ 25 กรกฎาคม เมื่อฝ่ายนิติบัญญัติไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรแล้ว จึงต้องฝากไปถึงรัฐมนตรีว่าจะตอบคำถามเหล่านี้ได้อย่างไร ที่ต้องให้ความสำคัญกับครีบปลาก็เพราะกฎหมายกำหนดว่าห้ามนำเข้าปลาโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่การอนุญาตนี้เป็นการอนุญาตแบบมีเงื่อนไข หากผู้ได้รับอนุญาตไม่ปฏิบัติตาม ก็ย่อมเท่ากับไม่ได้รับอนุญาต ทั้งการให้ตัดครีบปลาและให้ทำลายซากปลา เมื่อบริษัทเอกชนไม่ได้ทำทั้งคู่ แบบนี้เท่ากับได้รับอนุญาตหรือไม่

 

วาโยอภิปรายต่อว่า จากกฎหมายที่มีอยู่ในขณะนี้ แม้ พ.ร.บ.การประมง พ.ศ. 2490 และ พ.ร.ก.การประมง พ.ศ. 2558 จะยังคลุมเครือว่าจะนำมาใช้ได้หรือไม่ และยังมีการกำหนดโทษที่ต่ำเกินไป เมื่อเทียบกับผลกระทบในปัจจุบันที่ไม่ใช่แค่เรื่องการระบาด แต่ยังเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และอนาคตของลูกหลานไทย แต่ก็ยังมี พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ที่กำหนดให้ผู้ก่อความเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบ ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่รัฐตามมูลค่าทั้งหมดของทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกทำลาย สูญหาย หรือเสียหายไป

 

“ตอนนี้ทุกมาตรการที่รัฐมนตรีและหน่วยงานต่างๆ ออกมา ไม่ว่าจะเป็นความพยายามรับซื้อ หรือการแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการอื่นๆ ล้วนใช้เงินภาษีของพวกเราและประชาชนทั้งนั้น ถ้ามันมีผู้ที่ควรจะต้องรับผิดชอบ เขาควรจะต้องเป็นคนจ่ายเงินนี้แทนพวกเราทั้งหมด” วาโยกล่าว

 

วาโยกล่าวต่อว่า ผู้ที่มีอำนาจรักษาการตาม พ.ร.บ. นี้คือนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่เห็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ พูดถึงเรื่องนี้แม้แต่ครั้งเดียว และแม้เราไม่สามารถหาหลักฐานครีบของปลาตั้งแต่ต้นได้ แต่ถ้าลองย้อนเส้นเวลากลับไปตั้งแต่ประเทศไทยไม่เคยมีปลาหมอคางดำเข้ามาก่อน จนมาถึงปลายปี 2553 เอกชนนำเข้ามาเหยียบแผ่นดินไทยที่ตำบลยี่สาร อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม มาถึงต้นปี 2554 เลิกทำวิจัย และในปลายปี 2554 เจอปลาหมอคางดำครั้งแรกในแหล่งน้ำที่ตำบลยี่สาร อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ที่เดียวกัน

 

บวกกับการที่งานวิจัยบ่งบอกว่าปลาหมอคางดำที่ระบาดอยู่ในขณะนี้มีแหล่งที่มาเดียวกัน และเจอครั้งแรกที่ตำบลยี่สาร คนเอาเข้ามาครั้งแรกก็ที่ตำบลยี่สาร ย่อมมีเหตุอันควรเชื่อได้อย่างยิ่ง ถ้าเป็นคดีอาญา ประชาชนฟ้องเอง ศาลไต่สวนอย่างไร ก็ย่อมว่ามีมูล แต่ตอนนี้ยังไม่มีเจ้าภาพแม้แต่คนเดียวที่จะออกมาต่อสู้เพื่อเงินภาษี สิ่งแวดล้อม และอนาคตลูกหลานของเรา

The post วาโย ก้าวไกล แจงไทม์ไลน์ปลาหมอคางดำ ชี้ ปลาที่เอกชนนำเข้า-เลิกวิจัย จนพบระบาดครั้งแรกสอดคล้องกัน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดเอกสารฉบับ ‘CPF’ แจงอนุ กมธ. ปมปัญหาปลาหมอคางดำ ลูกปลามีชีวิตแค่ 2 สัปดาห์ ยังไม่ได้เริ่มการวิจัย ทำตามเงื่อนไขกรมประมง https://thestandard.co/cpf-document-in-the-case-of-blackchin-tilapia/ Thu, 25 Jul 2024 10:23:00 +0000 https://thestandard.co/?p=962912

วันนี้ (25 กรกฎาคม) เปรมศักดิ์ วนัชสุนทร ผู้บริหารสูงสุ […]

The post เปิดเอกสารฉบับ ‘CPF’ แจงอนุ กมธ. ปมปัญหาปลาหมอคางดำ ลูกปลามีชีวิตแค่ 2 สัปดาห์ ยังไม่ได้เริ่มการวิจัย ทำตามเงื่อนไขกรมประมง appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (25 กรกฎาคม) เปรมศักดิ์ วนัชสุนทร ผู้บริหารสูงสุดด้านการวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ยื่นหนังสือให้ข้อมูลคณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม แจงละเอียดทุกขั้นตอนการนำเข้าลูกปลาหมอคางดำ 2,000 ตัว จากประเทศกานาว่า ตามที่คณะกรรมาธิการฯ เชิญบริษัทเข้าร่วมการประชุมกับคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาสาเหตุและแนวทางการแก้ไขปัญหา รวมถึงผลกระทบจากการนำเข้าปลาหมอคางดำ เพื่อการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ในราชอาณาจักรไทยนั้น 

 

บริษัทขอชี้แจงว่า CPF นำเข้าลูกปลาหมอคางดำในชื่อสามัญ ‘Blackchin Tilapia’ และชื่อวิทยาศาสตร์ ‘Sarotherodon Melanotheron’ ขนาด 1 กรัม จำนวน 2,000 ตัว จากประเทศกานา เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2553 ใช้เวลาเดินทาง 35 ชั่วโมง เมื่อมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิได้เปิดกล่องโฟมบรรจุลูกปลาพร้อมกับเจ้าหน้าที่กรมประมงที่ประจำ ณ ด่านกักกัน พบว่ามีลูกปลาตายจำนวนมาก และเมื่อรับลูกปลามาถึงฟาร์มได้ตรวจคัดแยก พบว่าลูกปลามีชีวิตเหลืออยู่เพียง 600 ตัว ในสภาพที่ไม่แข็งแรง จึงนำลูกปลาที่ยังมีชีวิตลงในบ่อเลี้ยงซีเมนต์ เนื่องจากปลามีสุขภาพไม่แข็งแรง ลูกปลาทยอยตายต่อเนื่องทุกวัน

 

เนื่องจากสภาพลูกปลาที่เหลือไม่แข็งแรงและจำนวนไม่เพียงพอต่อการวิจัย จึงโทรปรึกษาเจ้าหน้าที่กรมประมง (นักวิชาการประมง 4 ตำแหน่งในขณะนั้น) กลุ่มวิจัยความหลากหลายทางชีวภาพสัตว์น้ำจืด ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบที่มีชื่อระบุอยู่ในหนังสืออนุมัตินำเข้า โดยเจ้าหน้าที่แจ้งว่า ให้เก็บตัวอย่างใส่ขวดโหลแช่ฟอร์มาลีน และให้นำมาส่งที่กรมประมง ดังนั้น ในสัปดาห์ที่ 2 ของการรับปลาเข้ามา จึงเก็บตัวอย่างจำนวน 50 ตัว ดองฟอร์มาลีนเข้มข้นเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน 

 

จากนั้น วันที่ 6 มกราคม 2554 (สัปดาห์ที่ 3) ปลาทยอยตายจนเหลือเพียง 50 ตัว บริษัทจึงตัดสินใจไม่เริ่มดำเนินโครงการและยุติการวิจัยทั้งหมด และทำลายลูกปลาทั้งหมดโดยใช้คลอรีนใส่ลงน้ำในบ่อเลี้ยงซีเมนต์ เพื่อฆ่าเชื้อและทำลายลูกปลาที่เหลือ 

 

หลังจากนั้นเก็บลูกปลาทั้งหมดแช่ฟอร์มาลีนเข้มข้น 24 ชั่วโมง แล้วนำมาฝังกลบพร้อมโรยปูนขาวในวันที่ 7 มกราคม 2554 รวมระยะเวลาที่ลูกปลาชุดนี้มีชีวิตอยู่ในประเทศไทยเพียง 16 วันเท่านั้น และบริษัทแจ้งต่อกรมประมงถึงการตายของลูกปลา รวมถึงทำลายซากลูกปลาตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่กรมประมงท่านดังกล่าว และส่งตัวอย่างลูกปลาดองทั้งตัวในฟอร์มาลีนทั้งหมด 50 ตัว จำนวน 2 ขวด ขวดละ 25 ตัว ให้กับ ศิริวรรณ ที่กรมประมง 

 

นอกจากนี้ ในวันที่ 6 มกราคม 2554 บริษัทเดินทางมาที่กรมประมง และโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ท่านเดิมเรื่องการส่งมอบตัวอย่างลูกปลาดองทั้ง 2 ขวด ซึ่งเจ้าหน้าที่มอบหมายให้เจ้าหน้าที่อีกท่านหนึ่งลงมารับตัวอย่างแทน ที่ชั้น 1 อาคารจุฬาภรณ์ กรมประมง โดยเจ้าหน้าที่ไม่ได้ขอให้ตัวแทนบริษัทกรอกแบบฟอร์มใดๆ ทำให้เข้าใจว่าการส่งมอบสมบูรณ์แล้ว

 

ถัดมาอีก 7 ปี ในปี 2560 มีข้อมูลจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนว่า พบปลาหมอคางดำระบาดในพื้นที่สมุทรสงคราม กรมประมงจึงเข้าตรวจเยี่ยมฟาร์มยี่สาร อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ในวันที่ 1 สิงหาคม 2560 ซึ่งเจ้าหน้าที่จากกรมประมงตรวจสอบไม่พบปลาหมอคางดำในบ่อเลี้ยง จึงขอสุ่มในบ่อพักน้ำที่เชื่อมต่อกับแหล่งน้ำธรรมชาติแทน ซึ่งบ่อพักน้ำ R2 ของฟาร์มไม่ได้เป็นส่วนของบ่อเลี้ยง แต่เป็นส่วนที่เชื่อมกับแหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อรอการกรองและฆ่าเชื้อทำความสะอาดก่อนนำน้ำเข้ามาใช้ในฟาร์ม

 

ทั้งนี้ เนื่องจากบ่อพักน้ำเป็นส่วนที่เชื่อมกับแหล่งน้ำธรรมชาติ ทำให้ปลาที่อยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติย่อมมีอยู่ในบ่อพักน้ำ เนื่องจากเป็นแหล่งน้ำเดียวกัน และยังไม่เข้าสู่ระบบการเลี้ยง ดังนั้น การสุ่มในบ่อพักน้ำจึงไม่แปลกที่ปลาจะเป็นชนิดเดียวกันกับปลาในแหล่งน้ำธรรมชาติ การนำมาเปรียบเทียบว่าเป็นปลาชนิดเดียวกันหรือไม่ จึงเป็นการตั้งสมมติฐานที่ทราบคำตอบตั้งแต่ต้นว่าเป็นปลาชนิดเดียวกัน เพราะมาจากแหล่งน้ำธรรมชาติเดียวกัน 

 

เปรมศักดิ์กล่าวย้ำว่า บริษัทไม่มีการวิจัยหรือเลี้ยงปลาหมอคางดำอีกเลย นับตั้งแต่เดือนมกราคม 2554 ถึงแม้ว่าบริษัทมั่นใจว่าไม่ได้เป็นต้นเหตุของการแพร่ระบาด แต่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ และพร้อมให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน จึงนำศักยภาพองค์กรขับเคลื่อน 5 โครงการสำคัญ ประกอบด้วย

 

  1. ร่วมกับกรมประมงรับซื้อปลาหมอคางดำจากทุกจังหวัดทั่วประเทศที่มีการระบาด จำนวน 2 ล้านกิโลกรัม ในราคา 15 บาทต่อกิโลกรัม

 

  1. สนับสนุนปล่อยปลาผู้ล่าลงสู่แหล่งน้ำ 2 แสนตัว ตามแนวทางของกรมประมง

 

  1. สนับสนุนกิจกรรมจับปลา โดยสนับสนุนอุปกรณ์จับปลาและกำลังคนในทุกพื้นที่ที่ประสบปัญหา

 

  1. ร่วมกับสถาบันการศึกษา 3 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และมหาวิทยาลัยขอนแก่น พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารจากปลาหมอคางดำ

 

  1. ร่วมทำวิจัยกับผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หาแนวทางควบคุมประชากรปลาหมอคางดำในระยะยาว

The post เปิดเอกสารฉบับ ‘CPF’ แจงอนุ กมธ. ปมปัญหาปลาหมอคางดำ ลูกปลามีชีวิตแค่ 2 สัปดาห์ ยังไม่ได้เริ่มการวิจัย ทำตามเงื่อนไขกรมประมง appeared first on THE STANDARD.

]]>
กรมประมงแถลงมาตรการด่วน ทำปลาหมอคางดำให้เป็นหมัน มั่นใจภายใน 3 ปีเอาอยู่ https://thestandard.co/urgent-measures-to-make-blackchin-tilapia-sterile/ Wed, 17 Jul 2024 06:54:21 +0000 https://thestandard.co/?p=959054

วันนี้ (17 กรกฎาคม) บัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เปิดเผ […]

The post กรมประมงแถลงมาตรการด่วน ทำปลาหมอคางดำให้เป็นหมัน มั่นใจภายใน 3 ปีเอาอยู่ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (17 กรกฎาคม) บัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ ปลาหมอคางดำ ในประเทศไทย ซึ่งพบตั้งแต่ปี 2560 และแพร่ระบาดเป็นวงกว้างในพื้นที่ภาคกลางเมื่อต้นปี 2567 ในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, สมุทรปราการ, สมุทรสาคร, สมุทรสงคราม และเพชรบุรี 

 

ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เล็งเห็นความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวประมง และปัญหาเชิงระบบนิเวศที่กำลังจะตามมา จึงกำหนดเป็นวาระเร่งด่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำขึ้น และออก 5 มาตรการสำคัญ ได้แก่ 

 

1) การควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำทุกแห่งที่พบการแพร่ระบาด 

 

2) การปล่อยปลาผู้ล่า เช่น ปลากะพงขาวและปลาอีกง หรือปลาผู้ล่าชนิดอื่น เพื่อกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติ

 

3) การนำปลาหมอคางดำที่กำจัดออกจากระบบนิเวศไปใช้ประโยชน์ เช่น ทำปลาป่น แปรรูปเป็นหลายเมนู 

 

4) การสำรวจและเฝ้าระวังการแพร่กระจายของปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติตามพื้นที่กันชนต่างๆ 

 

5) การประชาสัมพันธ์ สร้างความตระหนักรู้ และการมีส่วนร่วมกำจัดปลาหมอคางดำให้กับทุกภาคส่วน 

 

ที่ผ่านมากรมประมงได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันพบการแพร่ระบาดเพิ่มในบางพื้นที่ของ 9 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี, ระยอง, ฉะเชิงเทรา, ราชบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช และสงขลา และได้รับแจ้งว่ามีการระบาดเพิ่มอีก 2 จังหวัด ได้แก่ นครปฐมและนนทบุรี รวมทั้งสิ้นเป็น 16 จังหวัดที่พบการแพร่ระบาด

 

ทั้งนี้ ทางจังหวัดจัดตั้งคณะทำงานขึ้น เพื่อดำเนินการทำร่างแผนปฏิบัติการ และงบประมาณแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในพื้นที่ให้สอดคล้องกับมาตรการดังกล่าว เพื่อให้แผนรายจังหวัดสามารถปฏิบัติได้จริงและเห็นผลเป็นรูปธรรมที่สุด ในขณะนี้ทุกจังหวัดได้เริ่มดำเนินการตามแผนเบื้องต้นไปแล้ว โดยมีหน่วยงานกรมประมงในพื้นที่ร่วมบูรณาการกับภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประมงท้องถิ่น และภาคประชาชน ในการดำเนินการ 

 

นอกจากนี้ ร.อ. ธรรมนัส ได้หารือกับนายกรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว เบื้องต้นจะใช้เงินจากกองทุน​สงเคราะห์​การทำ​สวนยาง​ ในระหว่างที่รอของบกลาง และได้สั่งการเร่งด่วนมายังอธิบดีกรมประมงให้เร่งจัดจุดรับซื้อปลาหมอคางดำในพื้นที่จังหวัดต่างๆ ภายใน 1 สัปดาห์ ในราคา 15 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อเพิ่มแรงจูงใจให้ประชาชนมีส่วนร่วมควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำทุกแห่งที่พบการแพร่ระบาด 

 

สำหรับกระแสสังคมที่มีคำถามเกี่ยวกับเรื่องต้นตอของการแพร่ระบาดอย่างหนักของปลาหมอคางดำในขณะนี้ กรมประมงขอชี้แจงว่า ปลาชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกา และได้ขออนุญาตนำเข้ามาในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อวิจัยปรับปรุงพันธุ์จากบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งในขณะนั้นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ออกพระราชกฤษฎีกาห้ามมิให้นำสัตว์น้ำบางชนิดเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. 2547 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบเรื่องสุขอนามัยของสัตว์น้ำที่ผู้นำสัตว์น้ำทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิตเข้ามาในราชอาณาจักร อันเป็นการควบคุมโรคสัตว์น้ำมิให้แพร่ระบาด 

 

ดังนั้น หากภาคเอกชนใดต้องการนำเข้ามาในประเทศต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ โดยผ่านการพิจารณาให้ความเห็นทางวิชาการจากคณะกรรมการระดับสถาบันด้านความปลอดภัยและความหลากหลายทางชีวภาพของกรมประมง (IBC) และเมื่อได้รับอนุญาตนำเข้าแล้ว เจ้าหน้าที่ด่านตรวจสัตว์น้ำ กรมประมง จะดำเนินการตรวจสอบและควบคุมการนำเข้าสัตว์น้ำนั้นจนสู่แหล่งทดลองที่ได้รับการอนุญาต คือกระบวนการที่บริษัทดังกล่าวดำเนินการขออนุญาตอย่างถูกต้อง เพื่อนำเข้ามาวิจัยปรับปรุงพันธุ์ 

 

ภายหลังบริษัทดังกล่าวยกเลิกการทำวิจัย และไม่ได้แจ้งต่อกรมประมงในการจัดการทำลายตัวอย่างตามเงื่อนไขที่กรมประมงกำหนด 

 

จากการลงตรวจสอบพื้นที่เลี้ยงของบริษัทในช่วงพบการแพร่ระบาดในปี 2560 ของเจ้าหน้าที่กรมประมง จึงได้รับรายงานว่า ได้ทำลายตัวอย่างทั้งหมดโดยการฝังกลบ จากที่เป็นประเด็นในสื่อต่างๆ กรมประมงได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปรับตัวอย่างปลาหมอคางดำที่ใช้วิจัยจากบริษัทดังกล่าวที่ฟาร์ม จำนวน 50 ตัวอย่าง และต้องการให้กรมประมงนำตัวอย่างดังกล่าวมาตรวจสอบว่ามี DNA ตรงกับปลาหมอคางดำที่แพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้หรือไม่ 

 

กรมประมงได้ดำเนินการตรวจสอบเอกสารหรือหลักฐานการรับมอบตัวอย่างในสมุดลงทะเบียนรับตัวอย่างและฐานข้อมูลในระบบ ตั้งแต่นำเข้าจนถึงปี 2554 ไม่พบหลักฐานการรับตัวอย่างและขวดตัวอย่างดังกล่าวแต่อย่างใด 

 

ที่สำคัญ ในระยะยาวกรมประมงจะนำ ‘โครงการวิจัย การเหนี่ยวนำชุดโครโมโซม 4n ในปลาหมอคางดำ’ มาใช้ โดยโครงการดังกล่าว กรมประมงได้มีแนวทางควบคุมการแพร่ขยายพันธุ์ของปลาหมอคางดำด้วยหลักการทางพันธุศาสตร์ ด้วยการศึกษาสร้างประชากรปลาหมอคางดำพิเศษที่มีชุดโครโมโซม 4 ชุด (4n) จากนั้นจะปล่อยปลาหมอคางดำพิเศษเหล่านี้ลงสู่แหล่งน้ำ เพื่อให้ไปผสมพันธุ์กับปลาหมอคางดำปกติที่มีชุดโครโมโซม 2 ชุด (2n) การผสมพันธุ์นี้จะทำให้เกิดลูกปลาหมอคางดำที่มีชุดโครโมโซม 3 ชุด (3n) ซึ่งลูกปลาที่มีโครโมโซม 3 ชุดนี้จะกลายเป็นปลาหมอคางดำที่เป็นหมัน ไม่สามารถสืบพันธุ์ต่อได้ 

 

ในเบื้องต้นของการศึกษานี้จะทดลองในบ่อทดลองเลียนแบบธรรมชาติภายในศูนย์วิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำเพชรบุรี และจะทยอยปล่อยอย่างน้อย 250,000 ตัว ภายในระยะเวลา 15 เดือน (กรกฎาคม 2567 – กันยายน 2568) คาดว่าสามารถเริ่มปล่อยพันธุ์ปลาได้อย่างช้าที่สุดในเดือนธันวาคม 2567 อย่างน้อยจำนวน 50,000 ตัว และเมื่อดำเนินการควบคู่กับวิธีการควบคุมอื่นๆ เช่น การใช้ปลาผู้ล่าและการจับปลาไปใช้ประโยชน์ จะส่งผลให้การเพิ่มจำนวนปลาหมอคางดำรุ่นใหม่ลดลงจนควบคุมการระบาดได้ในอนาคต ภายใน 3 ปี

The post กรมประมงแถลงมาตรการด่วน ทำปลาหมอคางดำให้เป็นหมัน มั่นใจภายใน 3 ปีเอาอยู่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ​ แถลงมติ ครม. ไฟเขียวงบกลาง 291 ล้านบาท พาคนไทยกลับจากอิสราเอล-โครงการปุ๋ยคนละครึ่ง ไร่ละ 500 บาท https://thestandard.co/thailand-budget-approves-291m-bath/ Tue, 25 Jun 2024 07:46:29 +0000 https://thestandard.co/?p=949550

วันนี้ (25 มิถุนายน) ที่ทำเนียบรัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน นาย […]

The post นายกฯ​ แถลงมติ ครม. ไฟเขียวงบกลาง 291 ล้านบาท พาคนไทยกลับจากอิสราเอล-โครงการปุ๋ยคนละครึ่ง ไร่ละ 500 บาท appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (25 มิถุนายน) ที่ทำเนียบรัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาเหรียญเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดลักษณะของเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ตามที่กระทรวงการคลังได้เสนอ

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ได้สั่งการให้กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พิจารณาพื้นที่โครงการประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สวนสาธารณะและสวนพฤกษชาติศรีนครเขื่อนขันธ์ที่อยู่บริเวณคุ้งบางกระเจ้า ให้เป็นพื้นที่นำร่อง Sandbox พร้อมประกาศหลักเกณฑ์คุ้มครองพื้นที่ป่าคุ้มครองสิ่งแวดล้อม เว้นการจัดเก็บให้ได้รับการยกเว้นการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และสั่งการให้องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาพิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนคุ้งบางกระเจ้า เพื่อนำมาเสนอคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง ซึ่งต่อยอดจากการลงพื้นที่ของตนเมื่อเดือนที่ผ่านมา โดยพื้นที่บางกระเจ้าเป็นปอดของคนกรุงเทพมหานครที่เราต้องรักษาไว้

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า ได้ขอให้กรมประมงและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง และหามาตรการในการแก้ไขปัญหาการนำเข้ากุ้งมาประเทศไทยจำนวนมาก ทำให้ราคากุ้งในประเทศไทยตกต่ำ ตลอดจนกุ้งที่นำเข้ามานั้นมีราคาต่ำกว่ากุ้งในประเทศ ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งได้รับผลกระทบ ไม่มีโรงงานรับซื้อ

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อไปว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรียังเห็นชอบงบประมาณปี 2567 งบกลางจำนวนเงิน 291 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการให้ความช่วยเหลือและอพยพคนไทยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในประเทศอิสราเอลเพิ่มเติม โดยให้กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหม กระทรวงยุติธรรม และกระทรวงแรงงาน รับไปดำเนินการต่อไป ทั้งนี้ ตนได้สั่งการเพิ่มเติมไปว่า ตัวประกันที่เหลืออีก 6 คน ขอให้รายงานความคืบหน้าและขั้นตอนโดยเร่งด่วน รวมถึงการที่เราได้ให้คำมั่นกับรัฐบาลฝรั่งเศสว่าจะให้หยุดยิงในช่วงโอลิมปิก ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญอยู่

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า คณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติเสนอขออนุมัติงบรายจ่ายประจำปี 2567 งบกลาง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝนปี 2567 และกักเก็บน้ำในฤดูแล้งปี 2567-2568 ในกรอบวงเงิน 7,600 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นโครงการที่มีความสำคัญเร่งด่วน และในปีนี้จะมีน้ำเพิ่มขึ้น 10% อีกทั้งรัฐมนตรีหลายท่านก็เป็น สส. มีความผูกพันในพื้นที่ ต้องการให้ลงพื้นที่เพื่อพูดคุยถึงการบริหารจัดการ และใส่เงินเข้าไปในงบกลาง เอาเงินไปช่วย ไม่ท่วม ไม่แล้ง ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่เรื่องการใส่ใจฝ่ายบริหารก็ยังให้ความสำคัญ

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอโครงการสนับสนุนปุ๋ยลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ภายใต้มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2567-2568 ไม่เกินครัวเรือนละ 500 บาทต่อไร่ ไม่เกิน 20 ไร่ หรือไม่เกิน 10,000 บาทต่อราคาปุ๋ยที่จ่ายจริง โดยให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สำรองจ่าย และรัฐบาลจะจัดสรรงบชดเชยให้กับ ธ.ก.ส. พร้อมอัตราต้นทุนทางการเงิน โดยที่โครงการเดิมให้ความช่วยเหลือไร่ละ 1,000 บาท จะไม่มีการดำเนินการอีกต่อไป

The post นายกฯ​ แถลงมติ ครม. ไฟเขียวงบกลาง 291 ล้านบาท พาคนไทยกลับจากอิสราเอล-โครงการปุ๋ยคนละครึ่ง ไร่ละ 500 บาท appeared first on THE STANDARD.

]]>