กรมประชาสัมพันธ์ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/กรมประชาสัมพันธ์/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 15 Oct 2026 03:35:08 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 โฆษกรัฐบาลโต้ข่าวเจ้าหน้าที่ IMF ตำหนิไทยเป็นข่าวเท็จ ชี้จงใจดิสเครดิตรัฐบาล ส่งศูนย์ข่าวปลอมตรวจสอบแล้ว https://thestandard.co/government-denies-imf-criticism-fake-news/ Thu, 15 Oct 2026 03:33:49 +0000 https://thestandard.co/government-denies-imf-criticism-fake-news/ โลโก้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก (World Bank)

วันนี้ (14 ตุลาคม) เวลา 08.55 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล เอกภพ […]

The post โฆษกรัฐบาลโต้ข่าวเจ้าหน้าที่ IMF ตำหนิไทยเป็นข่าวเท็จ ชี้จงใจดิสเครดิตรัฐบาล ส่งศูนย์ข่าวปลอมตรวจสอบแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
โลโก้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก (World Bank)

วันนี้ (14 ตุลาคม) เวลา 08.55 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล เอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการประชุมประจำปี 2026 ของสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ว่า ขณะนี้เดินมาถึงครึ่งทางแล้ว จากการรับฟังคนที่มาร่วมงานมีความประทับใจในการจัดงาน รวมถึงเนื้อหาสาระของงานที่มีความเข้มข้น ในส่วนของประเทศไทย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รวมถึงหลายภาคส่วน ก็ได้ขึ้นเวทีแสดงบทบาทด้านการเงินการคลังได้อย่างน่าสนใจ

 

เอกภพกล่าวว่า อยากให้ประชาชนช่วยกันสังเกตข่าวที่ไม่ค่อยดีนัก เหมือนมีความจงใจปล่อยออกมาพยายามดิสเครดิตว่าการจัดประชุมครั้งนี้ประเทศไทยไม่ได้รับโอกาสหรือถูกโจมตี ซึ่งจากการตรวจบางสำนักข่าวที่ระบุว่าเจ้าหน้าที่บริหาร IMF ตำหนิประเทศไทย ทั้งที่ข้อเท็จจริงสิ่งที่เขาพูดไม่มีการตำหนิประเทศไทย แต่เป็นการพูดถึงวงกว้างว่าทั่วโลกเผชิญกับปัญหาอะไร ในทางกลับกัน เขายังได้ชื่นชมประเทศไทยว่าได้ประโยชน์จากการเกิดขึ้นของเทคโนโลยี AI และประเทศไทยอยู่ในภูมิภาคที่มีโอกาสทางเศรษฐกิจด้านการค้าขายระหว่างประเทศค่อนข้างสูง แต่ถูกเพจสำนักข่าวดังกล่าวบิดเบือนและให้ข้อมูลเท็จ ซึ่งวันนี้รัฐบาลส่งข้อมูลไปศูนย์ข่าวปลอมของกรมประชาสัมพันธ์แล้ว

 

เอกภพกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังมีการตัดคำพูดของนายกรัฐมนตรีในเวที CNN Global Perspectives: In Bangkok ซึ่งตั้งใจจัดเป็นเวทีคู่ขนานกับการประชุม World Bank เพื่อนำเสนอมุมมองของประเทศไทยสู่ชาวโลก โดยได้ตัดท่อนที่นายกรัฐมนตรีพูดถึงโอเลี้ยงว่าไม่เหมาะสม แต่ไม่มีใครพูดถึงภาพรวมการพูดของนายกรัฐมนตรีที่พูดถึงการเปิดโอกาสประเทศไทยสู่เวทีโลก การเชื่อมโยงเศรษฐกิจไทย และสิ่งที่ประเทศไทยได้ทำเพื่อขับเคลื่อนให้ได้อยู่ในจุดที่สายตาชาวโลกมองเห็น ที่สำคัญคือทำให้ประเทศไทยได้เป็นจุดยืนผู้นำด้านการเงินการคลังระหว่างประเทศได้ด้วย

 

ดังนั้น การจัดงาน World Bank ครั้งนี้ คิดว่าคนไทยทุกคนควรจะภูมิใจ แต่เสียใจที่คนบางส่วนใช้โอกาสนี้ทำให้สิ่งที่ควรจะเป็นความภาคภูมิใจแปดเปื้อนหรือสูญเสียไป เพียงแค่หวังโจมตีรัฐบาล อย่าลืมว่า 35 ปีที่แล้ว World Bank มาจัดที่ประเทศไทย ขณะนั้นเรายังเป็นประเทศยากจน ผ่านมาวันนี้ประเทศไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดด

 

ดังนั้น การที่มีคนบางกลุ่มต้องการปล่อยภาพหรือข่าวที่เป็นข้อความเท็จ ทำให้ความตั้งใจเล็กๆ น้อยๆ ของคนที่มาร่วมงานสูญเสียไป จึงคิดว่าอีกครึ่งทางของการจัดงาน อยากให้ทุกคนมาเป็นเจ้าภาพที่ดี ไม่ต้องชื่นชอบหรือเชียร์รัฐบาลก็ได้ แต่ขอให้ดูงานนี้ด้วยความเป็นกลาง และคิดว่าจะใช้ประโยชน์ให้ประชาชนอย่างไร ไม่ต้องคิดว่าเป็นผลงานรัฐบาลหรือหน้าตาของนายกรัฐมนตรี แต่ให้คิดว่าเป็นหน้าตาและผลงานของประเทศร่วมกัน จึงอยากเชิญชวนให้มาสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ด้วยกัน

 

อย่างไรก็ตาม เอกภพระบุว่า ไม่รู้ว่าข่าวดังกล่าวมาจากสำนักข่าวหรือตั้งตัวเป็นสำนักข่าว แต่ว่ามีการใช้บัญชีโซเชียล ซึ่งรัฐบาลดำเนินการส่งไปศูนย์ข่าวปลอมเพื่อตรวจสอบว่าเป็นเฟคนิวส์ และประชาชนควรติดตามต่อหรือไม่ เพราะการเอาข้อมูลเท็จไปแชร์โดยไม่ได้ตรวจสอบเป็นเรื่องที่น่ากังวล รัฐบาลไม่ได้ต้องการเอาผิดหรือไล่ฟ้อง แต่อยากให้นำเสนอข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง

 

เมื่อถามว่า กลุ่มผู้ชุมนุมพยายามเข้าไปในที่ประชุมและจะปักหลักค้างคืนวันที่ 18 ตุลาคม จะกระทบอะไรหรือไม่ เอกภพกล่าวว่า ไม่รู้ว่าความต้องการคืออะไร แต่เราสามารถพูดคุยกันได้หรือไม่ ซึ่งการชุมนุมเป็นสิทธิโดยชอบ แต่ต้องไม่เบียดบังสิทธิผู้อื่นและต้องไม่ทำผิดกฎหมาย ถ้ามีอะไรที่ไม่สบายใจควรใช้การพูดคุยดีกว่า

The post โฆษกรัฐบาลโต้ข่าวเจ้าหน้าที่ IMF ตำหนิไทยเป็นข่าวเท็จ ชี้จงใจดิสเครดิตรัฐบาล ส่งศูนย์ข่าวปลอมตรวจสอบแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศุภมาสขอโทษดราม่าเพจประชาสัมพันธ์ชัยนาท ย้ำสื่อรัฐต้องให้ข้อมูล ไม่แสดงความเห็นซ้ำเติมประชาชน https://thestandard.co/supamas-apology-state-media-chai-nat/ Tue, 06 Oct 2026 08:04:03 +0000 https://thestandard.co/supamas-apology-state-media-chai-nat/ ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำลังให้สัมภาษณ์

วันนี้ (6 ตุลาคม) เวลา 14.15 น. ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ศ […]

The post ศุภมาสขอโทษดราม่าเพจประชาสัมพันธ์ชัยนาท ย้ำสื่อรัฐต้องให้ข้อมูล ไม่แสดงความเห็นซ้ำเติมประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำลังให้สัมภาษณ์

วันนี้ (6 ตุลาคม) เวลา 14.15 น. ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ กล่าวถึงกรณีดราม่าเพจสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาท ที่โพสต์ข่าวคุณยายลุยน้ำท่วมไปซื้อน้ำปลา

 

ก่อนให้สัมภาษณ์ ศุภมาสได้ยกมือไหว้ขอโทษ พร้อมกล่าวว่า ในฐานะรัฐมนตรีผู้กำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ อาจมีเรื่องที่ทำให้ประชาชนไม่สบายใจ โดยได้กำชับกรมประชาสัมพันธ์และสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดชัยนาทว่า มีหน้าที่นำเสนอข้อมูลข่าวสารที่สร้างสรรค์ เป็นประโยชน์ ช่วยเหลือประชาชน และสร้างขวัญกำลังใจ ไม่มีหน้าที่แสดงความคิดเห็นที่อาจสร้างความไม่สบายใจให้กับประชาชน โดยเฉพาะในช่วงเวลานี้ที่ประชาชนกำลังเผชิญสถานการณ์รอบด้าน

 

ศุภมาสย้ำว่า ในช่วงนี้ หากสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดใดสามารถช่วยเหลือประชาชนได้ ก็ต้องดำเนินการโดยไม่ต้องคำนึงว่าเป็นภาระหน้าที่ของตนเองหรือไม่ เพราะขณะนี้ทุกคนถือเป็นข้าราชการและเป็นหน่วยงานในรัฐบาล

 

อย่างไรก็ตาม กรณีที่เกิดขึ้นถือเป็นครั้งแรกที่ได้รับทราบว่าเกิดปัญหาลักษณะนี้ที่จังหวัดชัยนาท ส่วนจังหวัดอื่นยังไม่พบปัญหา โดยในฐานะรัฐมนตรีผู้กำกับดูแล ขอส่งกำลังใจให้สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอื่น ๆ ทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด

 

ศุภมาสยังกล่าวว่า หลังเกิดเหตุอุทกภัย ได้กำชับสื่อของรัฐ ซึ่งถือเป็นหน่วยงานสำคัญ โดยสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) ได้ปรับผังรายการและนำเสนอข่าวสถานการณ์น้ำท่วม เพื่อเป็นช่องทางให้ประชาชนรับทราบข้อมูลและขอความช่วยเหลือ พร้อมเน้นย้ำว่า เมื่อเป็นสื่อของรัฐ ก็ต้องทำหน้าที่ให้ถูกต้องและฉับไว

The post ศุภมาสขอโทษดราม่าเพจประชาสัมพันธ์ชัยนาท ย้ำสื่อรัฐต้องให้ข้อมูล ไม่แสดงความเห็นซ้ำเติมประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘เอกนิติ’ สั่งทำแผนที่เสี่ยงน้ำท่วมภาคกลางล่วงหน้า 7-10 วัน ให้จังหวัดเร่งเตือนภัย เตรียมจุดอพยพและเครื่องจักรช่วยประชาชน https://thestandard.co/ekaniti-flood-risk-map-central/ Tue, 29 Sep 2026 01:41:53 +0000 https://thestandard.co/ekaniti-flood-risk-map-central/ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งภาคกลาง

วานนี้ (28 กันยายน) เวลา 10.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล เอกน […]

The post ‘เอกนิติ’ สั่งทำแผนที่เสี่ยงน้ำท่วมภาคกลางล่วงหน้า 7-10 วัน ให้จังหวัดเร่งเตือนภัย เตรียมจุดอพยพและเครื่องจักรช่วยประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งภาคกลาง

วานนี้ (28 กันยายน) เวลา 10.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งภาคกลาง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 3/2569 เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัย การบริหารจัดการน้ำ และการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ภาคกลาง โดยมีรัฐมนตรี ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมทั้งที่ประชุมและผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์

 

เอกนิติระบุว่า หลายพื้นที่ในภาคกลางยังต้องเฝ้าระวังฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และระดับน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่เพิ่มสูงขึ้น จึงสั่งให้ทุกหน่วยงานทำงานเชิงรุกและใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน ตั้งแต่การประเมินน้ำเหนือเขื่อนและท้ายเขื่อน การบริหารอ่างเก็บน้ำ พื้นที่เสี่ยงและเส้นทางระบายน้ำ ไปจนถึงการแจ้งเตือนและช่วยเหลือประชาชน

 

ที่ประชุมมอบหมายให้คณะอนุกรรมการฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประเมินพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้า 7–10 วัน พร้อมจัดทำแผนที่เสี่ยงอุทกภัย หรือ Risk Map ระบุพื้นที่และระดับความเสี่ยง เพื่อให้จังหวัดและหน่วยปฏิบัติวางแผนเฝ้าระวัง แจ้งเตือน อพยพ และจัดกำลังกับเครื่องจักรเข้าช่วยเหลือได้ตรงจุด

 

เอกนิติสั่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และแจ้งเตือนประชาชนโดยเร็ว พร้อมตรวจความพร้อมของจุดและเส้นทางอพยพ เครื่องสูบน้ำ เครื่องจักรกล และอุปกรณ์ช่วยเหลือ ส่วนการปรับการระบายน้ำต้องประเมินผลกระทบจากข้อมูลน้ำเหนือเขื่อนและท้ายเขื่อนร่วมกันก่อนดำเนินการ

 

ด้านการสื่อสาร ให้กรมประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลสถานการณ์ พื้นที่เสี่ยง และแนวทางปฏิบัติด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย ขณะที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และหน่วยงานในพื้นที่ต้องแจ้งเตือนและเตรียมความช่วยเหลือให้สอดคล้องกับแผนที่เสี่ยงและสถานการณ์จริง

 

สำหรับการช่วยเหลือผู้ประสบภัย เอกนิติให้ ปภ. ประสานกรมบัญชีกลางเรื่องเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน และจัดช่องทางให้คำแนะนำแก่จังหวัดที่ติดขัดในการดำเนินการ พร้อมเตรียมเจ้าหน้าที่ รถสนับสนุนการอพยพ ระบบไฟฟ้าและน้ำประปา ศูนย์พักพิง อาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค ถุงยังชีพ และสถานพยาบาล โดยให้ความสำคัญกับการดูแลกลุ่มเปราะบาง

 

“ทุกหน่วยต้องทำงานเชิงรุก ประเมินพื้นที่เสี่ยงให้เร็ว ใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน และทำให้ประชาชนรู้ล่วงหน้าว่าพื้นที่ใดเสี่ยง ต้องเตรียมตัวอย่างไร พร้อมเตรียมจุดอพยพ เครื่องมือ เครื่องจักร และระบบช่วยเหลือให้พร้อม เป้าหมายคือให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุดและได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที” เอกนิติกล่าว

 

ทั้งนี้ ปภ. ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการฯ จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามการบริหารจัดการน้ำ การแจ้งเตือน การอพยพ ตลอดจนการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้ประสบภัยในภาคกลางต่อไป

The post ‘เอกนิติ’ สั่งทำแผนที่เสี่ยงน้ำท่วมภาคกลางล่วงหน้า 7-10 วัน ให้จังหวัดเร่งเตือนภัย เตรียมจุดอพยพและเครื่องจักรช่วยประชาชน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศุภมาสสั่งเชื่อมข้อมูลศูนย์กลาง-ท้องถิ่น รับมือน้ำท่วม ย้ำแจ้งเตือนทุกช่องทาง เน้นเข้าถึงกลุ่มเปราะบาง https://thestandard.co/supamas-flood-warning-data-connect/ Sat, 26 Sep 2026 08:04:44 +0000 https://thestandard.co/?p=1259869 ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำลังแถลงข่าว

วันนี้ (26 กันยายน) ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนัก […]

The post ศุภมาสสั่งเชื่อมข้อมูลศูนย์กลาง-ท้องถิ่น รับมือน้ำท่วม ย้ำแจ้งเตือนทุกช่องทาง เน้นเข้าถึงกลุ่มเปราะบาง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำลังแถลงข่าว

วันนี้ (26 กันยายน) ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ได้กำชับหน่วยงานในกำกับดูแล โดยเฉพาะกรมประชาสัมพันธ์และสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด ให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เร่งสื่อสารข้อมูลการเฝ้าระวัง การแจ้งเตือน และช่องทางช่วยเหลือประชาชนให้ถูกต้อง รวดเร็ว เข้าถึงทุกกลุ่ม พร้อมประสานผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมลงพื้นที่เร่งช่วยเหลือประชาชนโดยเร็ว

 

ศุภมาส กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยเน้นย้ำให้ติดตามสถานการณ์ ประสานงาน และแจ้งเตือนอย่างรวดเร็ว ตนจึงมุ่งเน้นการเชื่อมโยงข้อมูลจากส่วนกลาง จังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้การสื่อสารนำไปสู่การป้องกันและช่วยเหลือได้จริง

 

ในฐานะกรรมการกำกับและติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาค เขตตรวจราชการที่ 2 (นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม สมุทรปราการ) และเขตตรวจราชการที่ 9 (จันทบุรี ตราด นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว) ศุภมาส ให้ความสำคัญกับการติดตามทั้งพื้นที่ประสบภัยและพื้นที่เสี่ยง เพื่อประสานความช่วยเหลือ รวบรวมปัญหาข้อจำกัดเสนอต่อนายกรัฐมนตรีในการสนับสนุนระดับนโยบาย โดยการลงพื้นที่มุ่งเน้นติดตามความพร้อมการแจ้งเตือน ดูแลกลุ่มเปราะบาง และรับฟังปัญหาโดยไม่เพิ่มภาระแก่เจ้าหน้าที่หน้างาน

 

สำหรับการสื่อสารภาวะวิกฤตเชิงรุก ได้มอบหมายกรมประชาสัมพันธ์บูรณาการข้อมูลร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมชลประทาน จังหวัด กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานในพื้นที่ โดยแบ่งการทำงานเป็น 3 ระยะ

 

  1. ก่อนเกิดภัย: เน้นเฝ้าระวังและแจ้งเตือนล่วงหน้า สื่อสารข้อมูลฝน ระดับน้ำ พื้นที่เสี่ยงอย่างชัดเจน แนะนำการเตรียมตัว เส้นทางอพยพ จุดพักพิง และใช้ช่องทางระดับชุมชนเพื่อให้ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยติดเตียงได้รับข้อมูลทั่วถึง
  2. ระหว่างเกิดภัย: รายงานสถานการณ์ต่อเนื่อง ทั้งจุดน้ำท่วม เส้นทางหลีกเลี่ยง จุดช่วยเหลือ และเชื่อมต่อข้อมูลความเดือดร้อนไปยังหน่วยงานรับผิดชอบ ให้ความสำคัญกับการอพยพ ยา อาหาร และน้ำดื่มของกลุ่มเปราะบาง
  3. หลังสถานการณ์คลี่คลาย: สื่อสารข้อมูลการฟื้นฟู เยียวยา การตรวจสอบความปลอดภัยก่อนกลับเข้าบ้าน การดูแลสุขอนามัย เอกสารและขั้นตอนขอรับความช่วยเหลือ เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตปกติได้เร็วที่สุด

 

นอกจากนี้ ศุภมาสได้มอบหมายให้เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่รังสิต จังหวัดปทุมธานี เพื่อติดตามสถานการณ์บริเวณสะพานแดง คลอง 1 อำเภอธัญบุรี รับฟังปัญหาชุมชนศาลเจ้าคลอง 1 และร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี รวมถึงนายกเทศมนตรีนครรังสิต ตรวจความพร้อมประตูระบายน้ำกึ่งถาวรปากคลองรังสิต เพื่อประสานการระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา

 

ศุภมาสกล่าวอีกว่า สิ่งสำคัญคือประชาชนต้องได้รับการดูแลตลอดก่อนเกิดภัย ระหว่างเกิดภัย และหลังน้ำลด ก่อนเกิดเหตุต้องรู้ความเสี่ยง ระหว่างเกิดเหตุต้องรู้จุดขอความช่วยเหลือ และหลังคลี่คลายต้องได้ข้อมูลการฟื้นฟูที่ชัดเจน รวมถึงตรวจสอบเส้นทางก่อนเดินทาง หากต้องการความช่วยเหลือแจ้งได้ที่สายด่วนนิรภัย 1784 หรือ LINE @1784DDPM

The post ศุภมาสสั่งเชื่อมข้อมูลศูนย์กลาง-ท้องถิ่น รับมือน้ำท่วม ย้ำแจ้งเตือนทุกช่องทาง เน้นเข้าถึงกลุ่มเปราะบาง appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลชวนประชาชนติดตามรายการ ‘คุยกับ ครม.อนุทิน’ เปิดมุมคิด-เจาะนโยบาย ฟังคำตอบจากรัฐมนตรีโดยตรง เริ่ม 5 ก.ย.นี้ https://thestandard.co/government-policy-talk-anutin/ Fri, 04 Sep 2026 07:14:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1250824 ภาพกราฟิกประชาสัมพันธ์รายการ ‘คุยกับ ครม.อนุทิน’ พร้อมรายละเอียดวันเวลาออกอากาศ

วันนี้ (4 กันยายน) รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐ […]

The post รัฐบาลชวนประชาชนติดตามรายการ ‘คุยกับ ครม.อนุทิน’ เปิดมุมคิด-เจาะนโยบาย ฟังคำตอบจากรัฐมนตรีโดยตรง เริ่ม 5 ก.ย.นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพกราฟิกประชาสัมพันธ์รายการ ‘คุยกับ ครม.อนุทิน’ พร้อมรายละเอียดวันเวลาออกอากาศ

วันนี้ (4 กันยายน) รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเชิญชวนประชาชนติดตามรายการ ‘คุยกับ ครม.อนุทิน’ รายการที่จะเปิดมุมคิด เจาะนโยบาย เบื้องหลังการทำงาน และทิศทางการบริหารประเทศ ผ่านการพูดคุยกับรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบโดยตรง เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้และเข้าใจว่ารัฐบาลกำลังทำอะไร มีเป้าหมายอย่างไร และจะเกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างไร

 

สำหรับรายการ ‘คุยกับ ครม.อนุทิน’ จะชวนรัฐมนตรีมาพูดคุยแบบตรงไปตรงมาในประเด็นสำคัญที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ทั้งแนวคิดเบื้องหลังการกำหนดนโยบาย การขับเคลื่อนงานในแต่ละด้าน ตลอดจนคำถามและข้อสงสัยที่ประชาชนต้องการคำตอบ

 

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า รัฐบาลต้องการเพิ่มช่องทางการสื่อสารที่ทำให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลจากผู้กำหนดและรับผิดชอบนโยบายโดยตรง เพราะนอกจากการรับรู้ว่านโยบายคืออะไรแล้ว สิ่งสำคัญคือประชาชนควรได้ทราบถึงเหตุผล เป้าหมาย และผลที่จะเกิดขึ้นจากการดำเนินงานของรัฐบาล

 

เพื่อให้ทุกคำถามมีคำตอบ ประชาชนสามารถติดตามรายการ ‘คุยกับ ครม.อนุทิน’ ได้ทุกวันเสาร์ เวลา 09.05 น. ทางโทรทัศน์ NBT, MCOT HD และ ททบ.5 และช่องทางออนไลน์ กรมประชาสัมพันธ์, NBT Connext และไทยคู่ฟ้า

The post รัฐบาลชวนประชาชนติดตามรายการ ‘คุยกับ ครม.อนุทิน’ เปิดมุมคิด-เจาะนโยบาย ฟังคำตอบจากรัฐมนตรีโดยตรง เริ่ม 5 ก.ย.นี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศุภมาสกำชับเครือข่ายหอกระจายข่าว 80,000 แห่งทั่วประเทศ ยกระดับการสื่อสาร เตือนอุทกภัย เร็ว ถูกต้อง สู้ฤดูน้ำหลาก https://thestandard.co/supamas-flood-alert/ Fri, 28 Aug 2026 13:24:25 +0000 https://thestandard.co/?p=1247899 ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำลังกล่าวบนเวทีในกิจกรรมเสริมสร้างความเข้มแข็งเครือข่ายหอกระจายข่าว

วันนี้ (28 สิงหาคม) ที่จังหวัดอุดรธานี ศุภมาส อิศรภักดี […]

The post ศุภมาสกำชับเครือข่ายหอกระจายข่าว 80,000 แห่งทั่วประเทศ ยกระดับการสื่อสาร เตือนอุทกภัย เร็ว ถูกต้อง สู้ฤดูน้ำหลาก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำลังกล่าวบนเวทีในกิจกรรมเสริมสร้างความเข้มแข็งเครือข่ายหอกระจายข่าว

วันนี้ (28 สิงหาคม) ที่จังหวัดอุดรธานี ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ เป็นประธานเปิดกิจกรรม ‘เสริมสร้างความเข้มแข็งเครือข่ายผู้ดูแลหอกระจายข่าวเพื่อการสื่อสารในภาวะวิกฤต (ในช่วงฤดูน้ำหลาก)’ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมี พิสิษฐ์ชัย อภัยปิยกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ พร้อมด้วยผู้บริหารกรมประชาสัมพันธ์ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ดูแลหอกระจายข่าว และเครือข่ายในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรม

 

ศุภมาสกล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้สะท้อนการเตรียมความพร้อมเชิงรุกของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการป้องกันและลดผลกระทบจากอุทกภัย โดยเตรียมกลไกการสื่อสารในระดับพื้นที่ให้พร้อมก่อนเกิดเหตุ เพื่อให้ประชาชนมีเวลาเตรียมพร้อม ป้องกันตนเอง และลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น

 

“ในช่วงฤดูน้ำหลาก หลายพื้นที่มีความเสี่ยงต่อสถานการณ์อุทกภัย นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยต่อความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน และมีดำริว่าการแจ้งเตือนภัยจะต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว ชัดเจน และเข้าถึงประชาชนให้มากที่สุด” ศุภมาสกล่าว

 

ศุภมาสกล่าวต่อว่า กรมประชาสัมพันธ์ได้บูรณาการความร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทยในการใช้หอกระจายข่าวเป็นกลไกสำคัญของชุมชน เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลจากภาครัฐไปสู่ประชาชนในระดับหมู่บ้าน ปัจจุบันมีเครือข่ายหอกระจายข่าวประมาณ 80,000 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งสามารถเชื่อมโยงการทำงานกับสถานีวิทยุ โทรทัศน์ และสื่อออนไลน์ของกรมประชาสัมพันธ์ ทำให้ข้อมูลสำคัญเข้าถึงประชาชนในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง

 

“ผู้ดูแลหอกระจายข่าวไม่ได้เป็นเพียงผู้ประกาศข่าว แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบการสื่อสารภาครัฐ มีบทบาทสำคัญในการรับ ตรวจสอบ และส่งต่อข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง รวมทั้งช่วยสร้างความเข้าใจและลดความสับสนของประชาชนในสถานการณ์ที่ต้องการข้อมูลอย่างรวดเร็ว” ศุภมาสกล่าว

 

ศุภมาสกล่าวอีกว่า กรมประชาสัมพันธ์เป็นสื่อของรัฐที่ประชาชนเชื่อถือและพึ่งพาได้ทั้งในภาวะปกติและภาวะวิกฤติ การเสริมความพร้อมให้เครือข่ายผู้ดูแลหอกระจายข่าวจะช่วยให้การสื่อสารของรัฐเข้าถึงประชาชนถึงระดับหมู่บ้านและชุมชน และทำให้ข้อมูลเตือนภัยไปถึงพื้นที่เสี่ยงได้ทันเวลา

The post ศุภมาสกำชับเครือข่ายหอกระจายข่าว 80,000 แห่งทั่วประเทศ ยกระดับการสื่อสาร เตือนอุทกภัย เร็ว ถูกต้อง สู้ฤดูน้ำหลาก appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประกาศรับมืออุทกภัยน่านขั้นสูงสุด หลังน้ำป่าทะลักท่วม 8 ตำบลตัดขาดการเดินทาง ตั้ง 7 ศูนย์อพยพเร่งช่วยผู้ประสบภัย https://thestandard.co/nan-flood-highest-level-8-subdistricts/ Wed, 19 Aug 2026 04:24:42 +0000 https://thestandard.co/nan-flood-highest-level-8-subdistricts/ ภาพน้ำท่วมสูงในพื้นที่จังหวัดน่านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลาก

วันนี้ (19 สิงหาคม) ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ ป้องกันและแก […]

The post ประกาศรับมืออุทกภัยน่านขั้นสูงสุด หลังน้ำป่าทะลักท่วม 8 ตำบลตัดขาดการเดินทาง ตั้ง 7 ศูนย์อพยพเร่งช่วยผู้ประสบภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพน้ำท่วมสูงในพื้นที่จังหวัดน่านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลาก

วันนี้ (19 สิงหาคม) ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ ป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มจังหวัดน่าน สรุปสถานการณ์การประชุมติดตามความคืบหน้าเมื่อเวลา 08.00 น. ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่หลายอำเภออย่างรุนแรง

 

สถานการณ์ล่าสุดพบว่า มีมวลน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมหลายตำบล โดยเฉพาะในพื้นที่ อำเภอปัว ซึ่งได้รับผลกระทบหนักถึง 8 จาก 12 ตำบล ได้แก่ ตำบลวรนคร, ศิลาแลง, ศิลาเพชร, เจดีย์ชัย, ปัว, แงง, ไชยวัฒนา และสถาน

 

มวลน้ำได้ส่งผลให้ถนนทางหลวงหมายเลข 101 ช่วงสะพานบ้านร้อง–ปั๊ม ปตท. หน้าโลตัสปัว รวมถึงถนนสายรองหลายแห่งถูกตัดขาด ไม่สามารถสัญจรได้ ขณะที่พื้นที่ด้านทิศตะวันออกของ อำเภอท่าวังผา (ตำบลยมและตำบลจอมพระ) ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมสูงจนมองไม่เห็นผิวถนน รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านได้ โดยมวลน้ำจากอำเภอปัวได้ไหลไปสมทบที่พื้นที่ฝายน้ำย่างอย่างต่อเนื่อง

 

ด้านระบบโทรคมนาคมในพื้นที่อำเภอปัวส่วนใหญ่ยังใช้งานได้ตามปกติ แต่มีบางช่วงที่สัญญาณอาจขาดหายเนื่องจากกระแสไฟฟ้าดับ และยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง

 

ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ฯ ได้ประกาศแนะนำเส้นทางสัญจรสำหรับประชาชนที่มีความจำเป็นต้องเดินทาง ดังนี้:

 

  • จากอำเภอเมืองน่าน: ยังสามารถเดินทางไปถึงที่ว่าการอำเภอปัวได้
  • จากอำเภอเฉลิมพระเกียรติ สู่ อำเภอเมืองน่าน: แนะนำให้ใช้เส้นทางเลี่ยง เฉลิมพระเกียรติ–บ่อเกลือ–สันติสุข
  • จากอำเภอบ่อเกลือ สู่ อำเภอปัว: เส้นทางปกติถูกตัดขาด ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 1081 เชื่อมต่อถนนหมายเลข 3 แทน

 

สำหรับมาตรการให้ความช่วยเหลือ อำเภอปัวได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ส่วนหน้า ณ ที่ว่าการอำเภอปัว พร้อมจัดตั้ง ศูนย์อพยพและพักพิง 7 แห่ง เพื่อเร่งเคลื่อนย้ายประชาชนจากพื้นที่เสี่ยง

 

  • หอประชุมอำเภอปัว
  • หอประชุมโรงเรียนชุมชนศิลาเพชร (อบต.ศิลาเพชร)
  • หอประชุมเทศบาลตำบลปัว (ทต.ปัว)
  • วัดป่าเหมือด (ทต.ศิลาแลง)
  • บริเวณสามแยกทางเข้าบ้านดอนไชย (อบต.ศิลาเพชร จุดที่ 2)
  • อบต.วรนคร และโรงเรียนจอมแจ้ง (อบต.วรนคร)
  • โรงเรียนบ้านเสี้ยว (อบต.ไชยวัฒนา)

 

นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน ประสานขอจัดตั้ง โรงครัวพระราชทาน พร้อมสั่งการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดตั้งโรงครัวประจำศูนย์พักพิงทุกแห่ง โดยมีโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัวเตรียมความพร้อมทางการแพทย์เพื่อดูแลผู้ประสบภัยอย่างเต็มกำลัง

 

เนื่องจากกระแสน้ำในพื้นที่มีความเชี่ยวกราก องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่านและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เร่งส่งมอบเรือยาง เรือท้องแบน เสื้อชูชีพ และอุปกรณ์กู้ภัยเข้าพื้นที่ พร้อมส่ง เจ็ตสกี เข้าสนับสนุนภารกิจตามที่อำเภอปัวร้องขอ

 

ขณะเดียวกัน กองพันทหารม้าที่ 10 ได้ส่งกำลังพลจำนวน 50 นาย ลงพื้นที่สนับสนุนการอพยพและช่วยเหลือประชาชน (ประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือสามารถประสานงานได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 098-750-6047)

 

ทั้งนี้ ทางการขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีน้ำท่วมสูงหรือน้ำไหลเชี่ยว ติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

 

อ้างอิง : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน กรมประชาสัมพันธ์

The post ประกาศรับมืออุทกภัยน่านขั้นสูงสุด หลังน้ำป่าทะลักท่วม 8 ตำบลตัดขาดการเดินทาง ตั้ง 7 ศูนย์อพยพเร่งช่วยผู้ประสบภัย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เตือนภัยระดับวิกฤต น่านเผชิญน้ำป่า-ดินสไลด์ สะพานขาด-เสาไฟล้ม ปภ. ชี้รับมือฝนตกหนักถึง 21 ส.ค. https://thestandard.co/nan-flood-landslide-bridge-power-pole/ Wed, 19 Aug 2026 02:42:48 +0000 https://thestandard.co/nan-flood-landslide-bridge-power-pole/ ภาพสะพานขาดและเสาไฟฟ้าล้มพาดกลางถนนจากเหตุน้ำป่าไหลหลากในจังหวัดน่าน

(19 สิงหาคม 2569) สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่านเ […]

The post เตือนภัยระดับวิกฤต น่านเผชิญน้ำป่า-ดินสไลด์ สะพานขาด-เสาไฟล้ม ปภ. ชี้รับมือฝนตกหนักถึง 21 ส.ค. appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพสะพานขาดและเสาไฟฟ้าล้มพาดกลางถนนจากเหตุน้ำป่าไหลหลากในจังหวัดน่าน

(19 สิงหาคม 2569) สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่านเข้าสู่ขั้นวิกฤตและมีความรุนแรง หลังเกิดฝนตกหนักสะสมอย่างต่อเนื่องตลอดคืนที่ผ่านมา โดยวัดปริมาณน้ำฝนสะสม 24 ชั่วโมงได้สูงถึง 339.6 มิลลิเมตร ส่งผลให้เกิดมวลน้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือน พื้นที่การเกษตร และเกิดดินสไลด์ในหลายอำเภอ โดยเฉพาะอำเภอปัว อำเภอภูเพียง และอำเภอสันติสุข

 

กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จังหวัดน่าน รายงานว่า เมื่อเวลา 04.00 น. ที่ผ่านมา มวลน้ำป่าได้ไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่อย่างฉับพลัน โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักคือ อำเภอปัว ครอบคลุม 5 ตำบล ได้แก่ ตำบลอวน (หมู่ 2, 8, 10), ตำบลวรนคร (หมู่ 3, 6, 7), ตำบลศิลาแลง (หมู่ 1, 5), ตำบลไชยวัฒนา (หมู่ 2) และตำบลปัว (หมู่ 1, 4, 7, 8)

 

มวลน้ำได้เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนหลายหลังคาเรือน ส่งผลให้ถนนบางจุดไม่สามารถสัญจรได้ และเกิดเหตุดินสไลด์ในพื้นที่หมู่ 10 ตำบลอวน ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งอพยพประชาชนและสำรวจความเสียหายเบื้องต้น

 

สถานการณ์ใน อำเภอสันติสุข พบน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนในพื้นที่ตำบลพงษ์ นอกจากนี้ กระแสน้ำที่เชี่ยวกรากได้พัด ฝายนาเลา (ฝายชลประทาน) จนผนังพังเสียหายไป 1 ข้าง ส่งผลกระทบต่อถนนข้างฝาย เจ้าหน้าที่ได้ประกาศเตือนให้ประชาชนเตรียมรับมวลน้ำขนาดใหญ่ที่จะไหลลงมาสมทบ

 

ขณะที่ อำเภอภูเพียง น้ำได้ล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนในตำบลฝายแก้ว และตำบลเมืองจัง วิกฤตการณ์ที่น่ากังวลเกิดขึ้นเมื่อเวลา 06.00 น. บริเวณ สะพานข้ามลำน้ำกุ๋ย (ทางหลวงชนบท นน.4020 / นน.4034) พื้นที่คาบเกี่ยวบ้านสบกุ๋ยและบ้านเมืองจัง เกิดเหตุสะพานขาด และมีเสาไฟฟ้าแรงสูงล้มพาดปิดทับกลางถนน ส่งผลให้รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านได้

 

เจ้าหน้าที่ได้ประกาศปิดเส้นทางสัญจร ถนนสายน่าน – เมืองจัง โดยเด็ดขาด พร้อมเตือนประชาชนห้ามเข้าใกล้พื้นที่เกิดเหตุสะพานขาด เนื่องจากเสาไฟฟ้าแรงสูงที่ล้มพาดกลางถนนอาจมีกระแสไฟฟ้ารั่วและเป็นอันตรายถึงชีวิต โดยต้องรอให้เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเข้าดำเนินการตัดไฟและเคลียร์พื้นที่

 

สำหรับประชาชนที่ต้องการเดินทางเข้า-ออก ตำบลเมืองจัง สามารถใช้เส้นทางเลี่ยงได้ ดังนี้:

 

  • เส้นทางสายเหนือ (แนะนำ): จากเมืองน่าน ใช้ถนนสาย 1080 (น่าน – ท่าวังผา) เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงชนบท นน.4019 (ใกล้ค่าย ตชด.324) วิ่งตรงผ่านบ้านหาดผาขน มุ่งหน้าเข้าสู่ตำบลเมืองจัง
  • เส้นทางสายตะวันออก: จากเมืองน่าน / ภูเพียง ใช้ถนนสาย 1169 (น่าน – สันติสุข) เลี้ยวเข้าเส้นทางเชื่อมท้องถิ่น มุ่งหน้าไปยัง อบต.เมืองจัง
  • เส้นทางท้องถิ่นเลียบลำน้ำ: อ้อมเข้าทางฝั่งตำบลผาสิงห์ หรือตำบลบ่อ ผ่านบ้านหาดเค็ด เพื่อเข้าสู่พื้นที่เมืองจังฝั่งเหนือ

 

ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน และ ปภ. ได้ออกประกาศเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากอย่างต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 21 สิงหาคม 2569 เนื่องจากยังคงมีกลุ่มฝนปกคลุมในพื้นที่ ขอให้ผู้ที่อยู่อาศัยใกล้ทางน้ำไหลหรือที่ลาดเชิงเขา เตรียมพร้อมอพยพทันทีหากระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้น

 

ทั้งนี้ หากประชาชนต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉิน สามารถติดต่อ กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน โทรศัพท์ 0-5471-6174 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หากมีรายงานความเสียหายเพิ่มเติม ทางจังหวัดจะแจ้งให้ทราบโดยด่วนต่อไป

 

อ้างอิง : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน กรมประชาสัมพันธ์

The post เตือนภัยระดับวิกฤต น่านเผชิญน้ำป่า-ดินสไลด์ สะพานขาด-เสาไฟล้ม ปภ. ชี้รับมือฝนตกหนักถึง 21 ส.ค. appeared first on THE STANDARD.

]]>
ไอคอนสยามชวนชมศิลปะ-ผ้าไทย-งานคราฟต์ ผ่านนิทรรศการ กิจกรรมและพื้นที่สร้างสรรค์ตลอดเดือนวันแม่ [ADVERTORIAL] https://thestandard.co/iconsiam-thai-art-crafts-exhibit/ Mon, 03 Aug 2026 08:08:12 +0000 https://thestandard.co/?p=1237591 ภาพรวมกิจกรรมศิลปะ ผ้าไทย และงานคราฟต์ที่ไอคอนสยาม ตลอดเดือนวันแม่

เดือนสิงหาคมนี้ ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ […]

The post ไอคอนสยามชวนชมศิลปะ-ผ้าไทย-งานคราฟต์ ผ่านนิทรรศการ กิจกรรมและพื้นที่สร้างสรรค์ตลอดเดือนวันแม่ [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพรวมกิจกรรมศิลปะ ผ้าไทย และงานคราฟต์ที่ไอคอนสยาม ตลอดเดือนวันแม่

เดือนสิงหาคมนี้ ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา เตรียมเปิดพื้นที่รวบรวมผ้าไทย ศิลปะ งานคราฟต์ และภูมิปัญญาท้องถิ่นจากทั่วประเทศ เพื่อร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมสืบสานพระราชปณิธานด้านการอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมไทย และชวนชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาสัมผัสเสน่ห์ของมรดกทางวัฒนธรรมไทย ผ่านนิทรรศการ กิจกรรมและพื้นที่สร้างสรรค์ทั่วพื้นที่ไอคอนสยาม ดังนี้

 

‘สิริขัตติยกษัตริย์ ดวงใจรักแห่งแผ่นดิน’ นิทรรศการรวมผลงานศิลปินแห่งรัชสมัย

 

เริ่มต้นด้วยนิทรรศการเทิดพระเกียรติ ‘สิริขัตติยกษัตริย์ ดวงใจรักแห่งแผ่นดิน’ จัดขึ้นระหว่าง 1-8 สิงหาคม 2569 ณ Thara Hall, Walk Way และ Arts Way ชั้น M ไอคอนสยาม ชวนผู้ชมร่วมสัมผัสผลงานจากศิลปินแห่งชาติและศิลปินชั้นเยี่ยมแห่งรัชสมัย อาทิ จักรพันธุ์ โปษยกฤต, ปัญญา วิจินธนสาร, วัชระ ประยูรคำ, อลงกรณ์ หล่อวัฒนา, พินิตย์ พันธประวัติ, นภดล วิรุฬห์ชาตะพันธ์ และชูศิษฐ์ วิจารณ์โจรกิจ ถ่ายทอดพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผ่านมุมมองและฝีมืออันเป็นเอกลักษณ์ในศิลปะ 5 แขนง ได้แก่ จิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ ศิลปะไทย และศิลปะภาพยนตร์ดิจิทัลสามมิติ

 

ไฮไลต์ของนิทรรศการนี้คือ ภาพยนตร์แอนิเมชันเทิดพระเกียรติความยาว 6 นาที ซึ่งหยิบรายละเอียดจากงานจิตรกรรม ประติมากรรม และแม่พิมพ์โลหะ มาร้อยเรียงเป็นภาพเคลื่อนไหวสามมิติ ออกแบบสร้างสรรค์โดยชูศิษฐ์ วิจารณ์โจรกิจ ร่วมกับ Decide Kit Studio

 

โดยงานนี้จะจัดพิธีเปิดในวันที่ 3 สิงหาคม 2569 โดยพลเอกพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล เสด็จทรงเป็นองค์ประธาน พร้อมมอบโปสการ์ดที่ระลึกชุด ‘สิริขัตติยกษัตริย์ ดวงใจรักแห่งแผ่นดิน’ ออกแบบโดยชูศิษฐ์ วิจารณ์โจรกิจ ให้แก่ผู้เข้าร่วมงานในวันเปิดนิทรรศการ

 

นอกจากนี้ ในวันที่ 6 สิงหาคม 2569 เวลา 14.00-16.00 น. ยังมีกิจกรรมเสวนา 2 หัวข้อ ได้แก่ ‘ศิลปินแห่งชาติและนายช่างเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์’ โดยจักรพันธุ์ โปษยกฤต และ ‘จากศิลปะไทยสู่การเคลื่อนไหวของภาพพอร์ตเทรตร่วมสมัยในสยามประเทศ’ โดยปัญญา วิจินธนสาร ศิลปินแห่งชาติ

 

ผู้ที่สนใจสะสมผลงานสามารถเลือกซื้อชิ้นงานที่จัดแสดงภายในนิทรรศการ รวมถึงจองภาพพิมพ์รีโปรดักชันพระบรมรูปคู่ ‘สิริขัตติยกษัตริย์ ดวงใจรักแห่งแผ่นดิน’ พร้อมลายเซ็นลิมิเต็ดเอดิชัน ล่วงหน้าได้ที่เบอร์ 06-5239-4591 จำกัดเพียง 100 ชุดเท่านั้น

 

ภาพรวมกิจกรรมศิลปะ ผ้าไทย และงานคราฟต์ที่ไอคอนสยาม ตลอดเดือนวันแม่ 1

 

‘Legacy of Thai Textiles & Fashion’ พาผ้าไทยจาก 10 ชุมชนสู่แฟชั่นร่วมสมัย

 

สำหรับผู้ที่สนใจผ้าไทยและแฟชั่น อยากให้ลองไปเดินในงาน ‘Legacy of Thai Textiles & Fashion’ จัดโดยสำนักนายกรัฐมนตรี โดยกรมประชาสัมพันธ์ ระหว่างวันที่ 11-13 สิงหาคม 2569 ณ เจริญนคร ฮอลล์ และ Thara Hall ชั้น M ไอคอนสยาม

 

งานนี้รวบรวมเครื่องแต่งกายและผลงานสร้างสรรค์กว่า 100 ชิ้น จาก 10 ชุมชนต้นแบบทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มทอผ้าศรีวิชัย จ.สุราษฎร์ธานี, กลุ่ม ธ.มณโฑ จ.อุดรธานี, กลุ่มขวัญตา จ.หนองบัวลำภู, กลุ่ม ME-D NATHAP จ.สงขลา, กลุ่ม T.Chattuwan จ.ร้อยเอ็ด, กลุ่มมนตราธิกาญจน์ จ.กาฬสินธุ์, บริษัท ไทยซิลค์วิลเลจ จำกัด จ.เชียงใหม่, อู๋ไหมไทย กลุ่มทอผ้าบ้านแม่สารบ้านตอง จ.ลำพูน, กลุ่มอิมปานิ จ.ราชบุรี และกลุ่มไหมทองสุรนารี จ.นครราชสีมา ซึ่งพัฒนาร่วมกับช่างฝีมือ ผู้ประกอบการชุมชน นักออกแบบ สไตลิสต์ และผู้เชี่ยวชาญด้านแฟชั่น เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงวางรากฐานการอนุรักษ์และพัฒนาผ้าไทยให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับนานาชาติ พร้อมสืบสานพระราชปณิธานผ่านแนวพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในการยกระดับผ้าไทยสู่แฟชั่นร่วมสมัยที่สามารถแข่งขันบนเวทีโลกได้อย่างสง่างาม

 

นอกจากนิทรรศการแล้ว ยังมีกิจกรรมเสวนาจากผู้ทรงคุณวุฒิและคนในแวดวงแฟชั่น อาทิ สุดฤทัย เลิศเกษม อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์, ดร.ศรินดา จามรมาน ที่ปรึกษาโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก”, ศิริชัย ทหรานนท์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ THEATRE, วิชระวิชญ์ อัครสันติสุข ผู้ก่อตั้งแบรนด์ WISHARAWISH และเจนสุดา ปานโต สิริสันต์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ JANESUDA รวมถึงแฟชั่นโชว์ที่นำผ้าไทยมาถ่ายทอดผ่านมุมมองร่วมสมัยโดยนายแบบและนางแบบชื่อดัง อาทิ โอปอล-สุชาตา ช่วงศรี, ออม-กรณ์นภัส เศรษฐรัตนพงศ์, ลีน่า-ลลินา ชูเอ็ทท์, หมิว-ณัชชา เตชะมงคลาภิวัฒน์ แบงค์-ศรราม เอนกลาภ และอีกมากมาย

 

‘THREADS OF LEGACY: S’CRAFT 2026’ คอลเล็กชันกระเป๋าผ้าไทยลิมิเต็ดเอดิชัน 88 ชิ้น

 

สำหรับ S’CRAFT กระเป๋าผ้าไทยจากความร่วมมือระหว่างแบรนด์ SIRIVANNAVARI โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และไอคอนคราฟต์ ปีนี้ชวนทุกคนมาสัมผัสคอลเล็กชันใหม่ ‘THREADS OF LEGACY: S’CRAFT 2026’ ระหว่างวันที่ 11-13 สิงหาคม 2569 ณ S’CRAFT, Thara Hall ชั้น M และระหว่างวันที่ 14-31 สิงหาคม 2569 ณ ICONCRAFT ชั้น 4 ไอคอนสยาม

 

ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวของสายใยแห่งพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ได้รับการสืบสานและต่อยอดผ่านพระราชกรณียกิจขององค์ดีไซเนอร์ ผู้ทรงนำงานฝีมือจากชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศมาพัฒนาให้เข้ากับยุคสมัย และก้าวไปสู่สายตาของผู้คนในระดับสากล

 

ภาพรวมกิจกรรมศิลปะ ผ้าไทย และงานคราฟต์ที่ไอคอนสยาม ตลอดเดือนวันแม่ 2

 

คอลเล็กชันนี้นำเสนอกระเป๋าผ้าไทยลิมิเต็ดเอดิชันเพียง 88 ชิ้น แต่ละใบสร้างสรรค์จากผ้าทอฝีมือช่างระดับมาสเตอร์และช่างทอรุ่นใหม่ผู้ชนะการประกวดระดับประเทศ ก่อนเติมรายละเอียดด้วยงานออกแบบและงานปักมือจาก SIRIVANNAVARI Atelier & Academy เปลี่ยนผ้าทอจากชุมชนให้กลายเป็นกระเป๋าดีไซน์ร่วมสมัย โดยยังคงลวดลาย เทคนิค และอัตลักษณ์เฉพาะตัวของผ้าแต่ละผืนไว้อย่างครบถ้วน

 

ผลงานเด่นประจำปีนี้ คือ ‘VICHIT RATTANA EXCLUSIVE COLLECTOR’S EDITION’ กระเป๋าทรง Boxy Bag จำนวน 4 ใบ ได้แก่ Ruby Edition, Navy Edition, Onyx Edition และ Grey Edition รังสรรค์จากผ้าทอโดยวีรธรรม ตระกูลเงินไทย และมีชัย แต้สุริยา เพิ่มความพิเศษด้วยงานเครื่องทองบริเวณหูจับจากฝีมือช่างทองหลวง อาจารย์ไพโรจน์ สืบสาม และ อาจารย์นิพนธ์ ยอดคำปัน

 

พร้อมงานปักที่ได้รับแรงบันดาลใจจากฉลองพระองค์ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

 

ภาพรวมกิจกรรมศิลปะ ผ้าไทย และงานคราฟต์ที่ไอคอนสยาม ตลอดเดือนวันแม่ 3

 

นอกจากนี้ S’CRAFT 2026 ยังนำเสนอกระเป๋าหลากหลายรูปทรงจากผ้าทอมือของศิลปินรุ่นใหม่ผู้ชนะการประกวดผ้าลายพระราชทานและงานหัตถกรรม ถ่ายทอดสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายในสถานที่สำคัญ 8 แห่ง ซึ่งเชื่อมโยงกับชื่อชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ ได้แก่ เรือนต้น, พระตำหนักจิตรลดา, พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย, พระราชวังดุสิต, พระที่นั่งบรมพิมาน, พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท, พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน และพระที่นั่งศิวาลัยมหาปราสาท

 

‘THAI TEXTILE HEROES 2026’ เปิดพื้นที่ให้ช่างฝีมือและคนรุ่นใหม่พาผ้าไทยไปต่อ

 

ฝั่ง ICONCRAFT ชั้น 4-5 ไอคอนสยาม จัดงาน ‘THAI TEXTILE HEROES 2026’ ระหว่างวันที่ 1-31 สิงหาคม 2569 ชวนทุกคนมาทำความรู้จักผ้าไทย งานหัตถกรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นในมุมมองร่วมสมัย ผ่านผลงานของช่างฝีมือและนักสร้างสรรค์ผู้เป็นฮีโร่ตัวจริงเบื้องหลังงานศิลป์ไทย

 

เริ่มต้นด้วย ‘นิทรรศการผ้าทอเยาวชนรุ่นใหม่’ ระหว่างวันที่ 1-9 สิงหาคม 2569 ซึ่งรวบรวมผลงานจากค่ายพัฒนาผ้าทอไทยมาให้ชม ก่อนต่อด้วยการจัดแสดงผ้าทอและสิ่งทอที่ได้รับรางวัลจากโครงการ ‘Cultural Textile Awards 2026’ ระหว่างวันที่ 10-14 สิงหาคม 2569 เพื่อเชิดชูฝีมือของผู้สร้างสรรค์จากทั่วประเทศ และแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของงานสิ่งทอไทยที่พร้อมก้าวไปสู่เวทีระดับสากล

 

นอกจากนี้ บริเวณ Globe ชั้น 4 ยังมีนิทรรศการ ‘ผ้าไทยใส่ให้สนุก’ ระหว่างวันที่ 9-31 สิงหาคม 2569 ชวนผู้ชมไปทำความรู้จักที่มา แนวคิด และเป้าหมายของโครงการที่ริเริ่มโดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในการต่อยอดผ้าไทยให้เข้ากับการแต่งกายในชีวิตประจำวัน พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับงานหัตถกรรมและชุมชนทั่วประเทศ

 

ภาพรวมกิจกรรมศิลปะ ผ้าไทย และงานคราฟต์ที่ไอคอนสยาม ตลอดเดือนวันแม่ 4

ภาพรวมกิจกรรมศิลปะ ผ้าไทย และงานคราฟต์ที่ไอคอนสยาม ตลอดเดือนวันแม่ 5

 

‘บุปผาบรมราชินีนาถ’ จากพรรณไม้ทรงคุณค่าสู่อนาคตสิ่งทอไทย

 

ส่วนใครที่สนใจเรื่องราวของพรรณไม้และงานหัตถศิลป์ไทย สามารถไปชมงาน ‘บุปผาบรมราชินีนาถ Her Majesty the Queen’s Blossoms’ จัดโดยไอคอนสยามร่วมกับมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ระหว่างวันที่ 11-16 สิงหาคม 2569 ณ วัฒนาฮอลล์ ชั้น 3 ไอคอนสยาม

 

ภาพรวมกิจกรรมศิลปะ ผ้าไทย และงานคราฟต์ที่ไอคอนสยาม ตลอดเดือนวันแม่ 6

 

ไฮไลต์ภายในงานคือ ‘นิทรรศการดอกไม้ในพระนามาภิไธย’ ที่ชวนทุกคนมาทำความรู้จักพรรณไม้ทรงคุณค่าหลายชนิดที่ได้รับพระราชทานพระนามาภิไธย ไม่ว่าจะเป็นกุหลาบควีนสิริกิติ์ กล้วยไม้แคทลียาควีนสิริกิติ์ บัวควีนสิริกิติ์ และดอนญ่าควีนสิริกิติ์ พร้อมเลือกชมผลิตภัณฑ์ลวดลาย ‘บุปผาบรมราชินีนาถ’ ซึ่งสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงออกแบบ และนำมาจำหน่ายที่ไอคอนสยามเป็นแห่งแรก

 

‘Thai Textiles Trend Book SPRING/SUMMER 2027’ ต่อยอดผ้าไทยจากชุมชนสู่การออกแบบระดับสากล

 

และสุดท้าย ไอคอนสยามร่วมกับกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เปิดตัวหนังสือ ‘Thai Textiles Trend Book SPRING/SUMMER 2027’ ผลงานเล่มที่ 7 ภายใต้แนวพระดำริ ‘ผ้าไทยใส่ให้สนุก’ โดยมีสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงดำรงตำแหน่งบรรณาธิการบริหาร พร้อมจัดนิทรรศการให้เข้าชมระหว่างวันที่ 11-14 สิงหาคม 2569 ณ สุราลัย ฮอลล์ ชั้น 7 ไอคอนสยาม โดยหนังสือเล่มนี้มาพร้อมแนวคิด ‘Village to the World: The Soul of the Locality, The Pulse of the Globe’ หรือ ‘จากอัตลักษณ์แห่งถิ่นฐาน สู่สุนทรียภาพที่คนทั้งโลกหลงรัก’ ชวนมองผ้าไทยให้ไกลกว่าเครื่องนุ่งห่ม ด้วยการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาเชื่อมโยงกับกีฬา ศิลปะ ดนตรี การออกแบบที่อยู่อาศัย และไลฟ์สไตล์ร่วมสมัยเพื่อเป็นแนวทางให้ผู้ประกอบการและนักออกแบบนำไปต่อยอดได้จริง

 

ภาพรวมกิจกรรมศิลปะ ผ้าไทย และงานคราฟต์ที่ไอคอนสยาม ตลอดเดือนวันแม่ 7

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 1338 หรือติดตามรายละเอียดทาง Facebook: ICONSIAM

 

The post ไอคอนสยามชวนชมศิลปะ-ผ้าไทย-งานคราฟต์ ผ่านนิทรรศการ กิจกรรมและพื้นที่สร้างสรรค์ตลอดเดือนวันแม่ [ADVERTORIAL] appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ ยังไม่ปรับ ครม. แค่กระตุกรัฐมนตรีเร่งสร้างผลงาน ชี้ สส. มีสิทธิ์นั่งรัฐมนตรีตามผลงาน https://thestandard.co/pm-not-reshuffle-cabinet-ministers-performance/ Tue, 07 Jul 2026 06:58:40 +0000 https://thestandard.co/?p=1227704 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กำลังให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่ทำเนียบรัฐบาล

วันนี้ (7 กรกฎาคม) เวลา 12.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอน […]

The post นายกฯ ยังไม่ปรับ ครม. แค่กระตุกรัฐมนตรีเร่งสร้างผลงาน ชี้ สส. มีสิทธิ์นั่งรัฐมนตรีตามผลงาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กำลังให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่ทำเนียบรัฐบาล

วันนี้ (7 กรกฎาคม) เวลา 12.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการประกาศให้รัฐมนตรีที่ถูกมองว่าเป็นรัฐมนตรีโลกลืมเร่งสร้างผลงาน ว่า ทำให้รัฐมนตรีมีความคึกคักหรือไม่ว่า คึกคักมาตลอด ไม่ได้เพิ่งคึกคัก ไม่ได้เป็นเรื่องสนุกสนาน เพราะทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ ในรัฐบาลของตนเปิดโอกาสให้รัฐมนตรีทุกคนได้รายงานว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาแต่ละคนได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง เพื่อให้รัฐมนตรีรับทราบ และแสวงหาความร่วมมือและการสนับสนุนระหว่างกัน เพื่อให้รัฐมนตรีทุกคนได้สื่อสารการทำงานให้พี่น้องประชาชนรับทราบมากขึ้น

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรีมองไปที่กระทรวงไหนเป็นพิเศษหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไม่ครับ มองทั่วไป ทุกกระทรวงมีความสำคัญเหมือนกันหมด รวมถึงกระทรวงในโควตาพรรคเพื่อไทยด้วย ขอให้ทุกคนร่วมกันสื่อสารการทำงานของกระทรวงให้ประชาชนรับทราบมากที่สุด โดยให้กรมประชาสัมพันธ์ และโฆษกรัฐบาล ประสานกับโฆษกแต่ละกระทรวง เพื่อเผยแพร่ผลงานออกไปให้มากที่สุด

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า นอกจากรัฐมนตรีแล้วยังรวมถึงคณะโฆษกรัฐบาล โฆษกพรรค และโฆษกกระทรวงด้วยใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ทั้งทีม พร้อมระบุว่า มีผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศและประชาชน รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นให้กับนานาชาติเป็นจำนวนมาก แต่เหตุใดจึงยังอยู่ในวงเล็ก จึงต้องสื่อสารออกไป ทำให้เป็น Digital Footprint

 

เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีจะปรับคณะรัฐมนตรีภายใน 3 ย้ำเดือนเลยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า “ยังครับ”

 

เมื่อถามย้ำว่า ระยะเวลาในการปรับคณะรัฐมนตรีกำหนดไว้เท่าใด หกเดือนหรือหนึ่งปี นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ดูที่ผลงานเป็นหลัก ส่วนการประเมินผลงานนั้น ไม่ได้วัดจากหน้าสื่ออย่างเดียว แต่สามารถประเมินได้จากนโยบายและการทำงานที่ลงไปถึงมือประชาชน ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของรัฐบาลว่าจะทำได้มากแค่ไหน

 

เมื่อถามว่า ในการพูดคุยกับคณะรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยเมื่อเช้านี้ ที่ตึกไทยคู่ฟ้าก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีนั้น เป็นนิมิตหมายของการทำงานอันดีหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เราทำงานกันมาสองสามเดือนแล้ว มีความเชื่อใจ ความคุ้นเคย และให้เกียรติซึ่งกันและกัน

 

เมื่อถามว่า ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ประเมินผลงานฝ่ายนิติบัญญัติด้วยหรือไม่ และบุคคลเหล่านั้นมีโอกาสที่จะเป็นรัฐมนตรีหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า “อยู่ที่การทำงาน ผลงาน และอยู่ที่สถานการณ์”

 

เมื่อถามต่อว่า มีโอกาสที่รัฐมนตรีจะกลับไปเป็น สส. หรือไม่ นายกรัฐมนตรียิ้ม แต่ไม่ได้ตอบคำถาม

The post นายกฯ ยังไม่ปรับ ครม. แค่กระตุกรัฐมนตรีเร่งสร้างผลงาน ชี้ สส. มีสิทธิ์นั่งรัฐมนตรีตามผลงาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศุภมาส วาง 5 โจทย์ใหญ่กองทุนสื่อฯ ปลอดภัย สร้างสรรค์ ประชาชนเข้าถึง เข้าใจ รู้เท่าทันอย่างเท่าเทียม https://thestandard.co/supamas-media-fund-policy/ Wed, 01 Jul 2026 08:58:40 +0000 https://thestandard.co/?p=1225630 ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำลังกล่าวในงานประชุม

วันนี้ (1 กรกฎาคม) เวลา 10.00 น. ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมน […]

The post ศุภมาส วาง 5 โจทย์ใหญ่กองทุนสื่อฯ ปลอดภัย สร้างสรรค์ ประชาชนเข้าถึง เข้าใจ รู้เท่าทันอย่างเท่าเทียม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำลังกล่าวในงานประชุม

วันนี้ (1 กรกฎาคม) เวลา 10.00 น. ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำแผนการดำเนินงาน แผนการเงิน และงบประมาณ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 พร้อมมอบนโยบายและทิศทางการดำเนินงาน

 

ศุภมาส กล่าวว่า ปีงบประมาณ 2570 เป็นปีสุดท้ายของแผนยุทธศาสตร์กองทุนฯ ระยะที่ 2 (พ.ศ. 2566–2570) จึงเป็นโอกาสสำคัญในการสรุปผลและกำหนดทิศทางในระยะต่อไป โดยรัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้มอบโจทย์เชิงนโยบาย 5 ประการ เพื่อใช้เป็นกรอบจัดทำแผนปี 2570 ได้แก่ ปรับบทบาทกองทุนฯ จากผู้ให้ทุนสู่การเป็นภาคีร่วมสร้าง (Co-creator)

 

ด้วยรูปแบบการสนับสนุนที่คล่องตัวมากขึ้น บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมประชาสัมพันธ์ และ บมจ.อสมท เพื่อพัฒนา Local Content Creators และ Local Heroes ในทุกจังหวัด จัดทำแนวปฏิบัติร่วม (Code of Conduct) และสนับสนุนแพลตฟอร์มดิจิทัลของไทย สร้างพื้นที่เรียนรู้ที่ปลอดภัยสำหรับประชาชนทุกช่วงวัยผ่านกิจกรรมรู้เท่าทันภัยออนไลน์ และผลักดันการปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เป็นอุปสรรคในการต่อยอดผลงานสร้างสรรค์และทรัพย์สินทางปัญญา

 

“โจทย์ทั้ง 5 ข้อนี้คือความรับผิดชอบร่วมกันของทุกฝ่าย เพื่อสร้างพื้นที่สร้างสรรค์และปลอดภัย ให้เด็ก เยาวชน และประชาชนเข้าถึง เข้าใจ และฉลาดใช้สื่อได้อย่างเท่าเทียม ดิฉันพร้อมผลักดันและสนับสนุนอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้แผนปี 2570 นำไปปฏิบัติได้จริงและเกิดผลต่อประเทศอย่างยั่งยืน และขอให้ทางกองทุนฯ ปรับหลักเกณฑ์การขอรับทุนสนับสนุนให้มีความยืดหยุ่น โดยลดเอกสาร เฟ้นหา Creator คุณภาพ เพื่อสื่อสารเนื้อหาที่สร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ต่อสังคม” ศุภมาส กล่าว

 

บทบาทสำคัญของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ คือการเป็นกลไกหลักของรัฐบาลไทยในการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการผลิตสื่อที่มีคุณภาพ สร้างสรรค์ และปลอดภัยต่อสังคม โดยเปิดโอกาสให้ภาคีเครือข่าย ภาคประชาชน ภาคเอกชน และหน่วยงานต่าง ๆ ยื่นขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อผลิตสื่อสร้างสรรค์ เช่น สื่อโทรทัศน์ วิทยุ ภาพยนตร์ สื่อออนไลน์ หรือนวัตกรรมสื่อรูปแบบใหม่ พร้อมสนับสนุนการสร้างสื่อต้นแบบที่มีสาระประโยชน์ ส่งเสริมวัฒนธรรม การเรียนรู้ และคุณธรรม เพื่อเป็นทางเลือกที่ดีให้แก่สังคม

 

อีกทั้งรณรงค์และสร้างความเข้าใจให้แก่ประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ให้สามารถวิเคราะห์ คัดกรอง และเลือกรับสื่ออย่างมีวิจารณญาณ ไม่ตกเป็นเหยื่อของสื่อที่ไม่ปลอดภัย โดยประสานความร่วมมือกับเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมทางสื่อที่ดี

 

ศุภมาส กล่าวว่า ในฐานะที่ดิฉันก็เป็นแม่คนหนึ่ง ดิฉันเข้าใจดีว่าพ่อแม่ทุกคนเป็นห่วงลูกหลานเมื่อต้องใช้สื่อออนไลน์ เด็ก เยาวชน และผู้สูงอายุ ล้วนถูกหลอกลวงได้ง่ายจากมิจฉาชีพและผู้ไม่หวังดีที่ใช้สื่อสมัยใหม่เป็นเครื่องมือ รวมทั้งอาจถูกยุยงปลุกปั่นให้เกิดความเกลียดชังในสังคม การสร้างความเข้าใจในการเลือกใช้สื่อและรับสื่อที่สร้างสรรค์จึงเป็นเรื่องสำคัญ ดิฉันอยากให้กองทุนฯ สร้างพื้นที่เรียนรู้ที่ปลอดภัยและเข้าถึงได้ง่ายในชีวิตประจำวัน ให้คนทุกวัยรู้เท่าทันภัยออนไลน์และดูแลกันได้จริง

The post ศุภมาส วาง 5 โจทย์ใหญ่กองทุนสื่อฯ ปลอดภัย สร้างสรรค์ ประชาชนเข้าถึง เข้าใจ รู้เท่าทันอย่างเท่าเทียม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ลุ้นผลเลือกตั้งพญาไท กปน. เปิดหีบนับคะแนนทันทีหลัง 17.00 น. ‘ชัชชาติ’ นำผู้ว่าฯ กทม. ส่วน ‘วรวิทย์’ พรรคประชาชน นำ สก. https://thestandard.co/phaya-thai-election-chadchart/ Sun, 28 Jun 2026 11:18:11 +0000 https://thestandard.co/?p=1224242 เจ้าหน้าที่ กปน. กำลังนับคะแนนเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้ง

วันนี้ (28 มิถุนายน) เวลา 17.00 น. ภายหลังปิดหีบเลือกตั […]

The post ลุ้นผลเลือกตั้งพญาไท กปน. เปิดหีบนับคะแนนทันทีหลัง 17.00 น. ‘ชัชชาติ’ นำผู้ว่าฯ กทม. ส่วน ‘วรวิทย์’ พรรคประชาชน นำ สก. appeared first on THE STANDARD.

]]>
เจ้าหน้าที่ กปน. กำลังนับคะแนนเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้ง

วันนี้ (28 มิถุนายน) เวลา 17.00 น. ภายหลังปิดหีบเลือกตั้ง กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ทั้ง 10 หน่วย ภายในลานอเนกประสงค์ กรมประชาสัมพันธ์ เขตพญาไท ได้เริ่มกระบวนการนับคะแนนทันที โดยเจ้าหน้าที่นำหีบบัตรเลือกตั้งออกมาตรวจสอบความเรียบร้อยต่อหน้าผู้สังเกตการณ์ ตัวแทนผู้สมัคร และประชาชนที่ยังคงปักหลักรอฟังผลการนับคะแนน

 

การนับคะแนนดำเนินไปอย่างเป็นระบบตามขั้นตอนที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด โดยเริ่มจากการเปิดหีบบัตร แยกบัตรดี บัตรเสีย และบัตรไม่ประสงค์ลงคะแนน ก่อนขานคะแนนทีละใบอย่างเปิดเผย เพื่อให้ผู้สังเกตการณ์สามารถตรวจสอบได้ตลอดกระบวนการ

 

อย่างไรก็ตาม ภายหลังการนับคะแนนดำเนินไปได้ระยะหนึ่งของหน่วยเลือกตั้งในจุดดังกล่าวนี้ พบว่า ผู้สมัครหมายเลข 9 ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ มีคะแนนนำมากที่สุด ขณะที่การเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ผู้สมัครหมายเลข 2 วรวิทย์ ฉายสุวรรณ์ จากพรรคประชาชน มีคะแนนนำอยู่

 

เจ้าหน้าที่ กปน. กำลังนับคะแนนเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้ง 1เจ้าหน้าที่ กปน. กำลังนับคะแนนเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้ง 2เจ้าหน้าที่ กปน. กำลังนับคะแนนเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้ง 3เจ้าหน้าที่ กปน. กำลังนับคะแนนเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้ง 4เจ้าหน้าที่ กปน. กำลังนับคะแนนเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้ง 5

The post ลุ้นผลเลือกตั้งพญาไท กปน. เปิดหีบนับคะแนนทันทีหลัง 17.00 น. ‘ชัชชาติ’ นำผู้ว่าฯ กทม. ส่วน ‘วรวิทย์’ พรรคประชาชน นำ สก. appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประมวลภาพพญาไท ‘ฝนถล่ม’ ก่อนปิดหีบ ประชาชนยังฝ่าอากาศใช้สิทธิ์เลือกตั้งต่อเนื่อง https://thestandard.co/phaya-thai-election-rain-vote/ Sun, 28 Jun 2026 11:06:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1224229 ประชาชนกำลังใช้สิทธิ์เลือกตั้งท่ามกลางสายฝนที่เขตพญาไท

วันนี้ (28 มิถุนายน) เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ฝน กระหน่ำต […]

The post ประมวลภาพพญาไท ‘ฝนถล่ม’ ก่อนปิดหีบ ประชาชนยังฝ่าอากาศใช้สิทธิ์เลือกตั้งต่อเนื่อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประชาชนกำลังใช้สิทธิ์เลือกตั้งท่ามกลางสายฝนที่เขตพญาไท

วันนี้ (28 มิถุนายน) เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ฝน กระหน่ำตกลงมาอย่างหนักบริเวณลานอเนกประสงค์ กรมประชาสัมพันธ์ เขตพญาไท ซึ่งเป็นจุดเลือกตั้งขนาดใหญ่ของพื้นที่ที่รวมหน่วยเลือกตั้งไว้ถึง 10 หน่วย ตั้งแต่หน่วยที่ 15–24 อย่างไรก็ตาม แม้สภาพอากาศจะไม่เอื้ออำนวย แต่ประชาชนยังคงทยอยเดินทางมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) อย่างต่อเนื่อง

 

เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งได้อำนวยความสะดวกและดูแลความเรียบร้อยบริเวณหน่วยเลือกตั้ง เพื่อให้การใช้สิทธิ์ของประชาชนเป็นไปอย่างราบรื่นตลอดทั้งวัน

 

สำหรับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ สก. ในครั้งนี้ เปิดให้ประชาชนใช้สิทธิ์ตั้งแต่เวลา 08.00–17.00 น. โดยทั่วกรุงเทพมหานครมีหน่วยเลือกตั้งทั้งสิ้น 6,628 หน่วย และมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานกว่า 74,000 คน ขณะที่กรุงเทพมหานครตั้งเป้าหมายอัตราการออกมาใช้สิทธิ์ไว้ที่ร้อยละ 70 จากจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. กว่า 4.42 ล้านคน

 

ต่อมาเวลา 17.00 น. ได้มีการปิดหีบเลือกตั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งทั้ง 10 หน่วย เริ่มดำเนินการนับคะแนนบัตรเลือกตั้งทั้งสองประเภทพร้อมกัน ได้แก่ บัตรสีเขียวสำหรับเลือกผู้ว่าฯ กทม. และบัตรสีชมพูสำหรับเลือก สก.

 

ภายหลังการนับคะแนนแล้วเสร็จ จะมีการติดประกาศผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการบริเวณหน้าหน่วยเลือกตั้ง เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ ก่อนส่งผลเข้าสู่ระบบรายงานผลออนไลน์ของกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีศูนย์ประมวลผลอยู่ที่ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า เพื่อรวบรวมและรายงานผลคะแนนจากทุกหน่วยเลือกตั้งทั่วกรุงเทพมหานคร

 

ประชาชนกำลังใช้สิทธิ์เลือกตั้งท่ามกลางสายฝนที่เขตพญาไท 1ประชาชนกำลังใช้สิทธิ์เลือกตั้งท่ามกลางสายฝนที่เขตพญาไท 2ประชาชนกำลังใช้สิทธิ์เลือกตั้งท่ามกลางสายฝนที่เขตพญาไท 3ประชาชนกำลังใช้สิทธิ์เลือกตั้งท่ามกลางสายฝนที่เขตพญาไท 4ประชาชนกำลังใช้สิทธิ์เลือกตั้งท่ามกลางสายฝนที่เขตพญาไท 5ประชาชนกำลังใช้สิทธิ์เลือกตั้งท่ามกลางสายฝนที่เขตพญาไท 6ประชาชนกำลังใช้สิทธิ์เลือกตั้งท่ามกลางสายฝนที่เขตพญาไท 7ประชาชนกำลังใช้สิทธิ์เลือกตั้งท่ามกลางสายฝนที่เขตพญาไท 8ประชาชนกำลังใช้สิทธิ์เลือกตั้งท่ามกลางสายฝนที่เขตพญาไท 9

The post ประมวลภาพพญาไท ‘ฝนถล่ม’ ก่อนปิดหีบ ประชาชนยังฝ่าอากาศใช้สิทธิ์เลือกตั้งต่อเนื่อง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศุภมาส ชวนคนไทยสวมใส่ผ้าไทยทุกวัน หนุน Soft Power สร้างมูลค่าเศรษฐกิจ https://thestandard.co/supamas-thai-fabric-soft-power-economy/ Mon, 08 Jun 2026 09:54:47 +0000 https://thestandard.co/?p=1215887 ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในพิธีปิดโครงการ Soft Power สาขาแฟชั่น พร้อมผ้าไทย

ภายในงานมีการจัดแสดงผลงานจาก 10 ชุมชน กว่า 100 ผลิตภัณฑ […]

The post ศุภมาส ชวนคนไทยสวมใส่ผ้าไทยทุกวัน หนุน Soft Power สร้างมูลค่าเศรษฐกิจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในพิธีปิดโครงการ Soft Power สาขาแฟชั่น พร้อมผ้าไทย

ภายในงานมีการจัดแสดงผลงานจาก 10 ชุมชน กว่า 100 ผลิตภัณฑ์ พร้อมแฟชั่นโชว์ “THE WALK OF WOVEN IDENTITIES” ที่นำลายผ้าและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาออกแบบใหม่ให้ร่วมสมัย สะท้อนว่าผ้าไทยสามารถสวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน และต่อยอดเป็นรายได้ให้กับชุมชน

 

ศุภมาส กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่ได้เห็นคนรุ่นใหม่หันมาสนใจอัตลักษณ์ไทย โดยการจัดงานครั้งนี้เป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงฟื้นฟูผ้าไทยให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมและสร้างอาชีพแก่ประชาชนทั่วประเทศ และสืบสานพระราชปณิธานของ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ที่ทรงฉลองพระองค์ด้วยผ้าไทยในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงร่วมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ผู้ทรงนำผ้าไทยสู่เวทีโลกผ่านโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” จนได้รับการถวายตำแหน่งทูตด้านแฟชั่นและการออกแบบจากองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) เป็นพระองค์แรกของโลก

 

“ผ้าไทยคือเรื่องราวของวิถีชีวิต วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของคนไทย งานครั้งนี้เปิดโอกาสให้นักออกแบบและผู้ประกอบการต่อยอดผ้าไทยให้ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ควบคู่กับการรักษารากเหง้าของชาติ” ศุภมาสกล่าว

 

ศุภมาสยังได้เชิญชวนประชาชนสวมใส่ผ้าไทยในชีวิตประจำวัน โดยทุกครั้งที่เราเลือกสวมใส่ผ้าไทย คือการสร้างรายได้ให้ช่างทอไทย และส่งเสริมให้ Soft Power ไทยเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมขอบคุณคณะทำงานและผู้ประกอบการทุกภาคส่วน ก่อนประกาศปิดงานอย่างเป็นทางการ

The post ศุภมาส ชวนคนไทยสวมใส่ผ้าไทยทุกวัน หนุน Soft Power สร้างมูลค่าเศรษฐกิจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
กสทช. แจงแนวทางดึงงบกองทุน กทปส. ซื้อลิขสิทธิ์บอลโลก 2026 ชี้ต้องรอความชัดเจนจากกรมประชาสัมพันธ์ พร้อมประเมินความคุ้มค่า https://thestandard.co/nbtc-world-cup-2026-rights-fund/ Fri, 22 May 2026 05:38:04 +0000 https://thestandard.co/?p=1209892 ภาพอาคารสำนักงาน กสทช.

วันนี้ (22 พฤษภาคม) ความคืบหน้าประเด็นการจัดสรรงบประมาณ […]

The post กสทช. แจงแนวทางดึงงบกองทุน กทปส. ซื้อลิขสิทธิ์บอลโลก 2026 ชี้ต้องรอความชัดเจนจากกรมประชาสัมพันธ์ พร้อมประเมินความคุ้มค่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพอาคารสำนักงาน กสทช.

วันนี้ (22 พฤษภาคม) ความคืบหน้าประเด็นการจัดสรรงบประมาณเพื่อซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้เปิดเผยถึงแนวทางและความเป็นไปได้ในการพิจารณานำเงินจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) มาใช้สนับสนุนโครงการดังกล่าว

 

ไตรรัตน์ ระบุว่า กระบวนการพิจารณาอนุมัติงบประมาณนั้น จำเป็นต้องรอให้กรมประชาสัมพันธ์ ในฐานะหน่วยงานเจ้าภาพหลัก ดำเนินการประสานงานและเจรจาต่อรองเรื่องลิขสิทธิ์กับสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนเสียก่อน จากนั้นจึงจะสามารถนำรายละเอียดและตัวเลขงบประมาณที่แน่นอนเข้าสู่วาระการพิจารณาของคณะกรรมการ (บอร์ด) กสทช. เพื่อลงมติชี้ขาดต่อไป

 

สำหรับประเด็นข้อห่วงใยจากหลายภาคส่วน ที่ตั้งข้อสังเกตว่าการนำงบประมาณจากกองทุน กทปส. ไปใช้อาจเป็นการผิดวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งกองทุนหรือไม่นั้น รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. ได้ชี้แจงว่า บทบาทภารกิจหลักของกองทุนบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม (USO) และกองทุน กทปส. คือการส่งเสริมให้ประชาชนชาวไทยสามารถเข้าถึงการติดต่อสื่อสารและการรับชมกิจการโทรทัศน์ได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม

 

ดังนั้น การสนับสนุนการถ่ายทอดสดจึงไม่ได้ถือว่าขัดต่อวัตถุประสงค์โดยตรง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมูลค่าลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกในครั้งนี้มีตัวเลขที่สูงมาก การอนุมัติงบประมาณจึงต้องผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบและรัดกุมที่สุด

 

นอกจากมิติด้านข้อกฎหมายและงบประมาณแล้ว บอร์ด กสทช. ยังต้องประเมินถึง ความคุ้มค่า ในการลงทุนอย่างละเอียด โดยมีปัจจัยสำคัญหลายประการเข้ามาประกอบการตัดสินใจ อาทิ การที่ทีมชาติไทยไม่ได้ผ่านเข้ารอบสุดท้าย ประกอบกับช่วงเวลาการถ่ายทอดสดการแข่งขัน ซึ่งตรงกับช่วงดึกและช่วงเช้าตรู่ของประเทศไทยตามเวลาท้องถิ่นของประเทศเจ้าภาพ อาจส่งผลให้ไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจและการบริโภคภายในประเทศได้มากเท่าที่ควรตามที่หลายฝ่ายคาดหวัง

 

พร้อมกันนี้ ยังต้องนำบทเรียนจากการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกปี 2022 มาทบทวน โดยเฉพาะปัญหาจอดำ บนบางแพลตฟอร์ม เนื่องจากฟีฟ่ามีมาตรการควบคุมเรื่องลิขสิทธิ์ที่เข้มงวดและรัดกุมเป็นอย่างมาก หากเกิดการละเมิดเงื่อนไขข้อตกลงแม้แต่น้อย อาจเสี่ยงต่อการถูกสั่งระงับสัญญาณถ่ายทอดสดในทันที

 

ทั้งนี้ ขั้นตอนการดำเนินการในระยะต่อไป สำนักงาน กสทช. จะรอติดตามผลการเจรจาต่อรองค่าลิขสิทธิ์จากทางกรมประชาสัมพันธ์อย่างใกล้ชิด โดยการเรียกประชุมบอร์ด กสทช. เพื่อพิจารณาวาระนี้อย่างเป็นทางการ จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีการส่งเรื่องและรายละเอียดเข้ามาตามขั้นตอนของระบบราชการอย่างครบถ้วนแล้วเท่านั้น จึงจะมีการจัดประชุมเพื่อพิจารณาความเหมาะสมต่อไป

The post กสทช. แจงแนวทางดึงงบกองทุน กทปส. ซื้อลิขสิทธิ์บอลโลก 2026 ชี้ต้องรอความชัดเจนจากกรมประชาสัมพันธ์ พร้อมประเมินความคุ้มค่า appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศุภมาส แจงเหตุพับแผนซื้อลิขสิทธิ์ ฟุตบอลโลก เหตุราคาสูง-อธิบายประชาชนไม่ได้ หากราคาไม่ยุติธรรม ต้องเก็บเงินไว้ทำอย่างอื่น https://thestandard.co/supamas-scraps-world-cup-license/ Tue, 19 May 2026 03:46:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1208667 ศุภมาส อิสรภักดี รมต.ประจำสำนักนายกฯ แถลงข่าวพับแผนซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก

วันนี้ (19 พฤษภาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล ศุภมาส อิสรภักดี ร […]

The post ศุภมาส แจงเหตุพับแผนซื้อลิขสิทธิ์ ฟุตบอลโลก เหตุราคาสูง-อธิบายประชาชนไม่ได้ หากราคาไม่ยุติธรรม ต้องเก็บเงินไว้ทำอย่างอื่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศุภมาส อิสรภักดี รมต.ประจำสำนักนายกฯ แถลงข่าวพับแผนซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก

วันนี้ (19 พฤษภาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล ศุภมาส อิสรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวรัฐบาลเตรียมถอยเรื่องการซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 ระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน – 19 กรกฎาคม ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโกเป็นเจ้าภาพ ว่า อย่างที่ทราบว่านายกรัฐมนตรีมีความปรารถนาดี อยากให้คนไทยมีความสุข และได้ดูบอลโลกในช่วงเดือนหน้า สัปดาห์ที่แล้วที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) จึงมีมติให้ทางกรมประชาสัมพันธ์ไปพูดคุยกับภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่ให้การสนับสนุนในรอบก่อน แต่หลังจากคุยแล้วพบว่าสถานการณ์ไม่เหมือนเดิม เนื่องจากมีสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลาง ขณะเดียวกันเวลาถ่ายทอดสดก็ไม่เหมือนเดิม จึงทำให้โอกาสที่จะขายสินค้าได้เพิ่มขึ้นตามร้านอาหารอาจจะไม่ได้มาก

 

ส่วนราคาค่าลิขสิทธิ์ที่เสนอขายไทยมานั้น ศุภมาส กล่าวว่า ไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะเป็นกติกาของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า แต่เป็นราคาที่ถ้าซื้อแล้วจะอธิบายกับพี่น้องประชาชนไม่ได้ เนื่องจากประเทศไทยมีประชากรเกือบ 70 ล้านคน ขณะที่ประเทศอื่นมี 1,500 ล้านคน มากกว่าไทย 20 เท่า แต่ค่าลิขสิทธิ์ถูกกว่าไทยเพียงเล็กน้อย ซึ่งหากคิดเป็นรายหัว ราคาก็จะห่างกันประมาณ 10-20 เท่า เพราะฉะนั้นรัฐบาลจึงเล็งเห็นว่าขณะนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาทางเศรษฐกิจ และเรื่องปากท้องของประชาชนก็เป็นสิ่งสำคัญ แต่ตัวเลขที่มีการเสนอมาค่อนข้างสูง ขณะเดียวกันก็ไม่มีเอกชนมาเป็นสปอนเซอร์เหมือนรอบก่อน เพราะช่วงเวลาที่มีการถ่ายทอดไม่เหมาะสม รวมถึงการขายโฆษณาก็ไม่เหมือนในอดีต

 

ศุภมาส กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อ 4 ปีที่แล้ว เรามีเงินของ กสทช. หนึ่งก้อน และมีเงินของเอกชนมาสนับสนุนอีกหนึ่งก้อน แต่รอบนี้ไม่มีเอกชนมาช่วยสนับสนุน ฉะนั้นตนในฐานะผู้กำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ จะนำข้อมูลเข้าไปในที่ประชุม ครม. เพื่อขอความเห็นว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ

 

ส่วนจะมีช่องทางอื่นให้คนไทยได้รับชมฟุตบอลโลกอย่างใดบ้าง ศุภมาส ระบุว่า ขณะนี้กำลังตรวจสอบกับทางฟีฟ่า เพราะมีกระแสข่าวว่าทางฟีฟ่ามีช่องทางรับชมที่ต้องเสียเงินเอง และคนอาจเข้ารับชมได้ หรือบางแมตช์ที่อาจมีการถ่ายทอด 5 – 10 นาที ก็มีแนวคิด แต่ขณะนี้ข้อมูลยังไม่ชัดเจน

 

ทั้งนี้ ประชาชนถอดใจได้เลยหรือไม่ว่ารัฐบาลจะไม่เดินหน้าต่อเรื่องการซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก ศุภมาส ระบุว่า ยังต้องรอดูว่ามีเอกชนรายใดที่อาจเห็นโอกาสทางธุรกิจ ซึ่งตอนนี้ยังพอมีเวลาอยู่

 

ส่วนมีโอกาสที่เจ้าของลิขสิทธิ์จะลดราคาลงหรือไม่ ศุภมาส กล่าวว่า ก็คงต้องรอดูก่อน แต่ตัวเลขที่เสนอมาจะต้องอธิบายกับประชาชนได้ด้วย และหากไม่ใช่ราคาที่ยุติธรรม ก็ต้องเก็บเงินไว้ทำอย่างอื่น

 

สำหรับตัวเลขค่าลิขสิทธิ์เป็นไปตามกระแสข่าวก่อนหน้านี้หรือไม่ ศุภมาส กล่าวว่า ตนไม่ได้เป็นคนพูด และไม่ทราบด้วยว่าข่าวมาจากไหน

 

ส่วนจะถือว่าตอนนี้รัฐบาลพับโครงการเลยหรือไม่ ศุภมาส กล่าวว่า เรื่องฟุตบอลโลกรัฐก็อยากสนับสนุน เพราะเป็นเรื่องการปลูกฝังให้กับเยาวชน แต่การช่วยสนับสนุนวงการฟุตบอลไทยก็มีหลายช่องทาง และการลงทุนนี้ในเวลานี้ก็อาจไม่คุ้มค่าพอ จึงต้องดูเป็นรายกรณี พร้อมย้ำว่า หลังจากนี้ขอให้รอดูผลการประชุม ครม. ว่าเห็นเป็นอย่างไร ซึ่งคาดว่าจะมีการแถลงข่าวอีกครั้งหนึ่ง

The post ศุภมาส แจงเหตุพับแผนซื้อลิขสิทธิ์ ฟุตบอลโลก เหตุราคาสูง-อธิบายประชาชนไม่ได้ หากราคาไม่ยุติธรรม ต้องเก็บเงินไว้ทำอย่างอื่น appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลยังไม่ถอยเรื่องลิขสิทธิ์บอลโลก 2026 แต่ต้องประเมินความคุ้มค่า 1,700 ล้านบาท https://thestandard.co/world-cup-2026-rights-cost-evaluate/ Mon, 18 May 2026 12:37:36 +0000 https://thestandard.co/?p=1208608 ภาพ อนุทิน ชาญวีรกูล และ ภราดร ปริศนานันทกุล แถลงความคืบหน้าลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมห […]

The post รัฐบาลยังไม่ถอยเรื่องลิขสิทธิ์บอลโลก 2026 แต่ต้องประเมินความคุ้มค่า 1,700 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพ อนุทิน ชาญวีรกูล และ ภราดร ปริศนานันทกุล แถลงความคืบหน้าลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยืนยันว่า รัฐบาลยังพยายามอย่างเต็มที่ในการหาแนวทางให้คนไทยได้รับชมการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน – 19 กรกฎาคมนี้ โดยระบุว่ารัฐบาลทำหน้าที่ประสานงานและอำนวยความสะดวกให้ผู้ที่แสดงเจตจำนงเข้ามาร่วมผลักดันเรื่องนี้

 

นายกรัฐมนตรีชี้แจงว่า การดำเนินการดังกล่าวไม่ได้ใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน หรือเงินของรัฐโดยตรง พร้อมย้ำถึงโอกาสที่คนไทยจะได้รับชมฟุตบอลโลกว่า รัฐบาลจะทำ “Best Effort” หรือพยายามให้ดีที่สุด

 

ขณะที่ ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลไม่ได้ ‘ถอย’ จากเรื่องลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก แต่ขณะนี้กรมประชาสัมพันธ์และ กสทช. อยู่ระหว่างหารือถึงความเป็นไปได้ หลังพบว่าค่าใช้จ่ายรวมอาจสูงถึงราว 1,700 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าลิขสิทธิ์ประมาณ 1,300 ล้านบาท ภาษีราว 300 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายดำเนินการอื่นๆ อีกประมาณ 100 ล้านบาท

 

ภราดรระบุว่า รัฐบาลต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่า เงินจำนวนดังกล่าวควรถูกใช้เพื่อการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกในระยะเวลาประมาณ 1 เดือน หรือสามารถนำไปต่อยอดเพื่อพัฒนาฟุตบอลไทยในระยะยาวได้คุ้มค่ากว่าหรือไม่ เช่น โครงการพัฒนาเยาวชน ฟุตบอลระดับภูมิภาค หรือการสนับสนุนฟุตบอลอาชีพในระดับ T3

 

ทั้งนี้ รัฐบาลขอบคุณหากภาคเอกชนต้องการเข้ามาสนับสนุนหรือซื้อลิขสิทธิ์ และยืนยันว่าจะต้องตัดสินใจในเร็วๆ นี้ เนื่องจากฟุตบอลโลก 2026 กำลังจะเปิดฉากในวันที่ 11 มิถุนายนนี้

The post รัฐบาลยังไม่ถอยเรื่องลิขสิทธิ์บอลโลก 2026 แต่ต้องประเมินความคุ้มค่า 1,700 ล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครม. เคาะแผนถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ดึง 7 หน่วยงานร่วมดูแล ลิขสิทธิ์-เทคนิค-กฎหมาย https://thestandard.co/cabinet-world-cup-2026-broadcast/ Wed, 13 May 2026 06:45:45 +0000 https://thestandard.co/?p=1206677 ภาพประกอบข่าวการประชุม ครม. อนุมัติแผนถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026

วันนี้ (13 พฤษภาคม) รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยถึ […]

The post ครม. เคาะแผนถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ดึง 7 หน่วยงานร่วมดูแล ลิขสิทธิ์-เทคนิค-กฎหมาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบข่าวการประชุม ครม. อนุมัติแผนถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026

วันนี้ (13 พฤษภาคม) รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยถึงมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ได้เห็นชอบให้กรมประชาสัมพันธ์เป็นหน่วยงานหลักในการประสานงานให้เกิดการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกปี 2026 ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน – 19 กรกฎาคม 2569 ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก

 

ทั้งนี้ ครม.ยังมีมติกำหนดบทบาทและหน้าที่ของ 7 หน่วยงาน ที่ต้องรับไม้ต่อเพื่อดำเนินงานร่วมกัน เพื่อให้การถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกครั้งนี้สามารถดำเนินการได้ทันตามกรอบเวลา และเป็นไปตามข้อกำหนดและขั้นตอน ดังนี้

 

  • มอบหมายให้กรมประชาสัมพันธ์ รับหน้าที่เป็นหน่วยงานหลักในการประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อบริหารจัดการการถ่ายทอดสดให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยจะประสานกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และภาคเอกชน ในส่วนของค่าใช้จ่ายลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
  • มอบหมายให้กระทรวงการคลัง พิจารณายกเว้นภาษีที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างลิขสิทธิ์ รวมถึงการผ่อนปรนระเบียบพัสดุในกรณีที่มีข้อจำกัด เพื่อให้การดำเนินงานมีความคล่องตัว
  • มอบหมายให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รับผิดชอบด้านเทคนิคการรับ-ส่งสัญญาณ และมาตรการป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ โดยเฉพาะการสกัดกั้นสัญญาณไม่ให้รั่วไหลไปยังเว็บไซต์พนันออนไลน์
  • มอบหมายให้สำนักงานอัยการสูงสุด ตรวจสอบร่างสัญญาและให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย เพื่อให้การลงนามในสัญญาซื้อลิขสิทธิ์ถูกต้องตามระเบียบ
  • มอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการรักษาความสงบเรียบร้อย และมีมาตรการเข้มงวดในการป้องกันการเล่นพนันฟุตบอลตลอดช่วงการแข่งขัน
  • มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกันดูแลเรื่องลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญา และการประสานงานกับต่างประเทศในส่วนที่เกี่ยวข้อง

 

นอกจากนี้ จะยังมีการประสานงานกับ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) เพื่อขอสนับสนุนให้มีการเชื่อมโยงสัญญาณจากต่างประเทศมายังประเทศไทย เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการรับชมผ่านโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิทัลและช่องทางอื่น ๆ ได้อย่างทั่วถึง

 

ทั้งนี้ การแบ่งงานอย่างชัดเจนดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทุกขั้นตอนดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อบรรลุเป้าหมายในการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก และส่งมอบความสุขให้แก่ประชาชนตามนโยบายของรัฐบาล

The post ครม. เคาะแผนถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ดึง 7 หน่วยงานร่วมดูแล ลิขสิทธิ์-เทคนิค-กฎหมาย appeared first on THE STANDARD.

]]>
บอลโลก 2026 คนไทยจะได้ดูไหม? กับความจริงของดีลลิขสิทธิ์ที่ยังไม่จบ https://thestandard.co/world-cup-2026-broadcast-rights-deal-uncertain/ Tue, 12 May 2026 10:16:53 +0000 https://thestandard.co/?p=1206388 ลูกฟุตบอลพร้อมถ้วยฟุตบอลโลก 2026

เหลืออีกเพียง 1 เดือน ศึกฟุตบอลโลก 2026 กำลังจะเริ่มขึ้ […]

The post บอลโลก 2026 คนไทยจะได้ดูไหม? กับความจริงของดีลลิขสิทธิ์ที่ยังไม่จบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ลูกฟุตบอลพร้อมถ้วยฟุตบอลโลก 2026

เหลืออีกเพียง 1 เดือน ศึกฟุตบอลโลก 2026 กำลังจะเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 11 มิถุนายน ถึง 19 กรกฎาคมนี้ ใน 3 ประเทศเจ้าภาพ สหรัฐอเมริกา, แคนาดา และเม็กซิโก

 

แต่สำหรับแฟนบอลชาวไทย เวลานี้สิ่งที่ถูกพูดถึงมากที่สุดอาจไม่ใช่คำถามว่า “ใครจะเป็นแชมป์โลก?” หากเป็นคำถามที่เรียบง่ายกว่านั้นคือ… “แล้วเราจะได้ดูบอลโลกหรือเปล่า?”

 

นี่คือความกังวลใหญ่ที่สุดของแฟนฟุตบอลไทยในเวลานี้ เพราะจนถึงวันนี้ (12 พฤษภาคม) ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่า คนไทยจะได้รับชมการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกแบบฟรีทีวีเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา

 

ช่วงตลอดวันที่ผ่านมา กระแสข่าวเรื่อง ‘รัฐบาลอนุมัติงบ 1,300 ล้านบาท’ เพื่อซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก ถูกแชร์ออกไปอย่างกว้างขวาง จนหลายคนเข้าใจว่าเรื่องดังกล่าวถูกเคาะเรียบร้อยแล้ว

 

แต่ข้อเท็จจริงล่าสุดไม่ใช่เช่นนั้น

 

รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาชี้แจงว่า คณะรัฐมนตรีเพียงรับทราบเรื่องการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 เท่านั้น และยังไม่มีการอนุมัติงบประมาณใดๆ ทั้งสิ้น

 

สิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ คือการมอบหมายให้กรมประชาสัมพันธ์เป็นหน่วยงานหลักในการประสานงานร่วมกับ กสทช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางให้คนไทยสามารถรับชมฟุตบอลโลกได้

 

ฝั่งรัฐบาลยังย้ำด้วยว่า หากมีแนวทางที่ทำให้ประชาชนได้รับชมฟุตบอลโลกโดยไม่กระทบงบประมาณรัฐ ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีต่อทุกฝ่าย และเมื่อได้ข้อสรุปที่ชัดเจน จะมีการประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

 

ดังนั้น ข่าวเรื่อง ‘ใช้งบกลาง 1,300 ล้านบาท’ จึงถือเป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อน เพราะรัฐบาลยืนยันว่ายังไม่มีการใช้งบดังกล่าว และไม่ได้ใช้เงินภาษีแบบ 100% ตามที่หลายคนเข้าใจ

 

คำถามต่อมาคือ แล้วทำไมไทยถึงยังปิดดีลลิขสิทธิ์ไม่ได้?

 

คำตอบสำคัญมีอยู่ 2 เรื่องใหญ่

 

เรื่องแรกคือราคาลิขสิทธิ์ที่พุ่งสูงขึ้นมหาศาล เพราะฟุตบอลโลก 2026 เป็นครั้งแรกที่ขยายทีมจาก 32 เป็น 48 ทีม ทำให้จำนวนแมตช์เพิ่มขึ้นเป็น 104 นัด ส่งผลให้ FIFA เลือกจะตั้งราคาลิขสิทธิ์สูงขึ้นตามไปด้วย (ย้ำว่าไม่ใช่แค่ในไทย แต่หลายประเทศทั่วโลกก็กำลังเผชิญปัญหาเดียวกัน)

 

อีกเรื่องคือ..โมเดลธุรกิจที่เปลี่ยนไป

 

ในอดีต กสทช. มักเป็นกลไกหลักในการสนับสนุนงบประมาณ แต่ปัจจุบันข้อจำกัดของกองทุนทำให้ต้องอาศัยภาคเอกชนเข้ามาร่วมลงทุนมากขึ้น ขณะที่เอกชนเองก็ลังเล เพราะต้นทุนสูงเกินกว่าจะทำกำไรจากโฆษณาได้ง่ายเหมือนเดิม

 

โดยเฉพาะฟุตบอลโลกครั้งนี้ที่แข่งขันในทวีปอเมริกา ทำให้เวลาถ่ายทอดสดในไทยส่วนใหญ่อยู่ช่วง 23.00-11.00 น. ซึ่งไม่ใช่ช่วง prime time สำหรับตลาดโฆษณา

 

แม้จำนวนแมตช์เพิ่มขึ้น ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกเกมจะดึงเรตติ้งได้สูง เพราะความสนใจของผู้ชมยังคงกระจุกอยู่กับทีมใหญ่และเกมสำคัญเป็นหลัก

 

อีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญคือ ฟุตบอลโลกไม่ได้อยู่ภายใต้กฎ Must Have อีกต่อไป

 

เดิมทีฟุตบอลโลกเคยเป็นหนึ่งในรายการกีฬาที่ กสทช. บังคับให้ต้องถ่ายทอดสดผ่านฟรีทีวี เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่เมื่อกฎดังกล่าวถูกยกเลิก ผู้ถือสิทธิ์สามารถเลือกโมเดลธุรกิจแบบจัดทำแพ็กเกจได้อย่างอิสระ

 

นั่นหมายความว่าต่อให้ฟุตบอลโลกที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ก็ไม่มีอะไรการันตีอีกแล้วว่าคนไทยจะได้ดูฟรีเหมือนในอดีต

 

แต่..รัฐบาลชุดปัจจุบันที่นำโดย อนุทิน ชาญวีรกูล ยังพยายามผลักดันให้เกิดการถ่ายทอดสดฟรี โดยประสานงานผ่านกรมประชาสัมพันธ์และ กสทช. พร้อมส่งสัญญาณชัดเจนว่า “คนไทยต้องได้ดูฟรี”

 

สิ่งที่น่าสนใจคือ ไทยไม่ได้เผชิญปัญหานี้เพียงประเทศเดียว

 

ในอาเซียน เวลานี้ยังมีอีกหลายชาติที่ยังไม่มีลิขสิทธิ์ในมือ ไม่ว่าจะเป็นไทย, มาเลเซีย, ลาว, เมียนมา และบรูไน ขณะที่เวียดนาม, กัมพูชา, อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ ปิดดีลเรียบร้อยแล้ว

 

แม้แต่ประเทศขนาดใหญ่อย่างจีนและอินเดีย ก็ยังมีการต่อรองราคากับ FIFA อย่างหนัก เพราะมองว่าราคาลิขสิทธิ์สูงเกินจริง และสะท้อนโมเดลธุรกิจกีฬายุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยมูลค่าทางการค้ามหาศาล

 

อย่างไรก็ดี หากอิงจากประสบการณ์จากมหกรรมฟุตบอล ไม่ว่าจะ ฟุตบอลโลก หรือฟุตบอลยูโรที่ผ่านมา เชื่อว่า ประเทศไทยน่าจะได้ลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกในท้ายที่สุด

 

เพียงแต่..มีความเป็นไปได้ไม่น้อยว่า การประกาศดีลสำเร็จอาจเกิดขึ้นแบบกระชั้นชิด ก่อนฟุตบอลโลกเริ่มต้นเพียง 1-2 สัปดาห์ เหมือนหลายครั้งที่ผ่านมา

The post บอลโลก 2026 คนไทยจะได้ดูไหม? กับความจริงของดีลลิขสิทธิ์ที่ยังไม่จบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
โฆษกรัฐบาลแจง ครม.แค่รับทราบถ่ายทอดสดบอลโลก 2026 ยันไม่ใช้งบแผ่นดิน 1,300 ล้าน โยนกรมประชาสัมพันธ์ชี้แจงแหล่งเงิน https://thestandard.co/government-clarifies-world-cup-broadcast-funding/ Tue, 12 May 2026 08:11:33 +0000 https://thestandard.co/?p=1206315 โฆษกรัฐบาล รัชดา ธนาดิเรก ชี้แจงกรณีงบประมาณถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026

วันนี้ (12 พฤษภาคม) รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรั […]

The post โฆษกรัฐบาลแจง ครม.แค่รับทราบถ่ายทอดสดบอลโลก 2026 ยันไม่ใช้งบแผ่นดิน 1,300 ล้าน โยนกรมประชาสัมพันธ์ชี้แจงแหล่งเงิน appeared first on THE STANDARD.

]]>
โฆษกรัฐบาล รัชดา ธนาดิเรก ชี้แจงกรณีงบประมาณถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026

วันนี้ (12 พฤษภาคม) รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณีกระแสข่าวคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติงบประมาณ 1,300 ล้านบาท เพื่อซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ว่า วันนี้ ครม.ยังไม่มีการพิจารณาเรื่องงบประมาณใด ๆ โดยมติดังกล่าวเป็นเพียงการรับทราบ และมอบหมายให้กรมประชาสัมพันธ์เป็นหน่วยงานประสานงานเพื่อดำเนินการให้เกิดการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 เท่านั้น

 

รัชดา กล่าวว่า แนวทางดำเนินการของกรมประชาสัมพันธ์มีอยู่แล้ว แต่ยังไม่ลงรายละเอียดในขณะนี้ โดยหากได้ข้อสรุปที่ชัดเจนแล้วจะถือเป็นข่าวดีสำหรับประชาชน ส่วนวันนี้ขอให้ข้อมูลเพียงเท่านี้ก่อน สำหรับรูปแบบการดำเนินการนั้น มีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงมอบหมายให้กรมประชาสัมพันธ์เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการประสานงาน

 

โฆษกรัฐบาลย้ำว่า ข่าวที่ระบุว่ารัฐบาลอนุมัติงบกลาง 1,300 ล้านบาทนั้น เป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อน และขอยืนยันว่าไม่มีการใช้งบกลาง รวมถึงไม่ได้ใช้งบประมาณแผ่นดิน 100%

 

“ไม่ใช่งบประมาณของรัฐบาล ส่วนแหล่งเงินจะมาจากที่ใดนั้น กรมประชาสัมพันธ์จะเป็นผู้ชี้แจงเอง” รัชดา กล่าว

 

พร้อมระบุว่า หากมีแนวทางหรือการประสานงานใดที่จะทำให้คนไทยได้รับชมฟุตบอลโลก โดยไม่กระทบงบประมาณของรัฐ ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ทำให้ประชาชนมีความสุขร่วมกัน และขอให้ประชาชนสบายใจได้ว่า เมื่อกระบวนการทั้งหมดสิ้นสุด จะมีการชี้แจงรายละเอียดอย่างเป็นทางการอีกครั้ง.

The post โฆษกรัฐบาลแจง ครม.แค่รับทราบถ่ายทอดสดบอลโลก 2026 ยันไม่ใช้งบแผ่นดิน 1,300 ล้าน โยนกรมประชาสัมพันธ์ชี้แจงแหล่งเงิน appeared first on THE STANDARD.

]]>