กรมที่ดิน Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/กรมที่ดิน/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Mon, 06 Jul 2026 07:32:46 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 อนุฯแก้พิพาทที่ดินหลีเป๊ะ จ่อลงพื้นที่ตรวจสอบ ยืนยันสิทธิ์ภายใน 60 วัน ก่อนสรุปเสนอ นายกฯ https://thestandard.co/lipe-land-dispute-probe/ Mon, 06 Jul 2026 07:32:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1227253 พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ แถลงข่าวการประชุมคณะกรรมการแก้ปัญหาที่ดินชาวเล เกาะหลีเป๊ะ

วันนี้ (6 กรกฎาคม) เวลา 11.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พิพัฒ […]

The post อนุฯแก้พิพาทที่ดินหลีเป๊ะ จ่อลงพื้นที่ตรวจสอบ ยืนยันสิทธิ์ภายใน 60 วัน ก่อนสรุปเสนอ นายกฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ แถลงข่าวการประชุมคณะกรรมการแก้ปัญหาที่ดินชาวเล เกาะหลีเป๊ะ

วันนี้ (6 กรกฎาคม) เวลา 11.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกะทรวงคมนาคม เปิดหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการแก้ปัญหาพิพาทที่ดินชาวเล เกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล ว่า ที่ประชุมมีมติให้ตั้งคณะอนุกรรมการจัดทำข้อมูลด้านเทคนิค โดยมีผู้แทนกรมแผนที่ทหารเป็นประธาน ร่วมด้วยนายอำเภอ ผู้แทน จังหสัดสตูล กรมที่ดิน กรมอุทยานฯ ดีเอสไอ และตัวแทนภาคประชาชน โดยกำหนดกรอบทำงาน 60 วัน ก่อนสรุปเสนอคณะกรรมการชุดใหญ่ และรายงานต่อนายกฯ

 

ขณะเดียวกัน ฝ่ายผู้เรียกร้องขอให้ชะลอการดำเนินคดี เพื่อให้อนุกรรมการชุดใหม่พิจารณาข้อเท็จจริงให้รอบด้าน ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบ

 

ส่วนปัญหาการขายทอดจากประชาชนสู่เอกชนเป็นอุปสรรคหรือไม่ พิพัฒน์ระบุว่า ไม่เป็นปัญหา ให้พิจารณาเฉพาะผู้ถือครองปัจจุบัน ส่วนการซื้อขายหลายทอดให้ยึดตามหลักฐาน โดยย้ำว่าปัญหาที่ดินเกาะหลีเป๊ะมีความซับซ้อน บางส่วนถูกต้อง บางส่วนยังมีข้อพิพาท

 

ทั้งนี้ ที่ประชุมโฟกัสพื้นที่พิพาทบริเวณโรงเรียน ซึ่งมีข้อร้องเรียนว่าพื้นที่หายไปประมาณ 1 ไร่ อาจเป็นแนวชายหาดที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้อยู่แล้ว ก่อนมอบให้อนุกรรมการลงพื้นที่ตรวจสอบและพิสูจน์สิทธิอีกครั้ง

The post อนุฯแก้พิพาทที่ดินหลีเป๊ะ จ่อลงพื้นที่ตรวจสอบ ยืนยันสิทธิ์ภายใน 60 วัน ก่อนสรุปเสนอ นายกฯ appeared first on THE STANDARD.

]]>
พลพีร์ขอปลัดภูเก็ตให้ความร่วมมือกระบวนการสอบ ยันไม่มียัดคดีตัดตอนแชทหลุด ลุยสแกนต่อทุนต่างชาติฮุบเกาะ พบเข้าข่ายนอมินีกว่า 400 บริษัท https://thestandard.co/phonphir-phuket-nominee-400-firms/ Sat, 27 Jun 2026 12:11:28 +0000 https://thestandard.co/?p=1223812 ภาพพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กำลังให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

วันนี้ (27 มิถุนายน) ที่ศูนย์จัดแสดงสินค้า อิมแพ็ค เมือ […]

The post พลพีร์ขอปลัดภูเก็ตให้ความร่วมมือกระบวนการสอบ ยันไม่มียัดคดีตัดตอนแชทหลุด ลุยสแกนต่อทุนต่างชาติฮุบเกาะ พบเข้าข่ายนอมินีกว่า 400 บริษัท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กำลังให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

วันนี้ (27 มิถุนายน) ที่ศูนย์จัดแสดงสินค้า อิมแพ็ค เมืองทองธานี พลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่ตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เข้าจับกุม รุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต ว่า เท่าที่ทราบเป็นเรื่องการรับส่วยสอบข้าราชการท้องถิ่น ของปลัดจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ส่วนเรื่องผู้มีอิทธิพลและเรื่องส่วยของจังหวัดภูเก็ต ตนคิดว่าเป็นเรื่องของกรมการปกครองที่ดำเนินการสอบสวนอยู่แล้ว แต่เหตุที่สอบช้าเพราะรุ่งเรืองใช้สิทธิในการลาถึงสองครั้ง ครั้งละ 10 วัน ซึ่งเป็นเวลาเกือบหนึ่งเดือน

 

ทั้งนี้การส่งข้าราชการกลับไปปฏิบัติหน้าที่ต้นสังกัด ไม่ได้แปลว่าเขาจะบริสุทธิ์หรือมีความผิด เพราะการสืบสวนยังคงดำเนินต่อไป แต่ในห้วงระยะเวลาที่นำตัวมาช่วยราชการอาจจะเกินเวลาจึงต้องส่งกลับพื้นที่ก่อน โดยมีการสอบสวนตามเดิม ซึ่งคาดว่าจะรู้ผลในเร็วๆ นี้

 

ส่วนการที่ตำรวจควบคุมตัวปลัดจังหวัดภูเก็ต จะต้องมีการประสานงานเพื่อนำตัวเพื่อมาให้ข้อมูลในการสอบของกรมการปกครองหรือไม่ พลพีร์ ระบุว่า เรื่องส่วยที่ตำรวจออกหมายจับเป็นเรื่องการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ซึ่งอธิบดีกรมการปกครองจะต้องเรียกสอบอีกครั้งหนึ่งว่ามูลเหตุเป็นอย่างไร ดังนั้น ปลัดจังหวัดภูเก็ตจึงมีสองคดีใหญ่ที่ต้องตอบสังคมและประชาชนให้ได้ ซึ่งตนเชื่อว่าอธิบดีกรมการปกครอง มีหลักเกณฑ์ในการสอบอยู่แล้ว และคณะกรรมการสอบภายในของกรมการปกครอง มีความแม่นยำเรื่องข้อกฎหมายอยู่แล้ว

 

“อยากขอปลัดจังหวัดภูเก็ตว่า เมื่อเราถูกหมายเรียกแล้วขอให้เข้ามาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อกรมเถอะ เพราะกรมก็ไม่อยากให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น และตามจริงแล้วกระทรวงมหาดไทยก็เป็นกระทรวงที่มีข้าราชการน้ำดี แต่ตราบใดที่เริ่มมีน้ำเสียเข้ามาบริหารให้กับประชาชนก็เริ่มจะไม่ดี ศักยภาพบุคลากรความคิด ความอ่าน ความรู้ ความสามารถจางหายเกินไป วันนี้ขอให้มาช่วยกันเอาศักดิ์ศรีของกระทรวงมหาดไทยกลับคืนมา ถ้าเกิดว่าท่านรักกระทรวงมหาดไทยให้ความร่วมมือกับท่านอธิบดีเถอะครับ ไม่ว่าจะสอบท่านเรื่องไหน ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย ไม่ผิดคือไม่ผิด”

 

ส่วนจะถูกมองว่าเป็นการยัดคดีให้ปลัดจังหวัดภูเก็ต เพื่อตัดตอนหลังออกมาเปิดเผยแชท ‘ช่วยน้ำเงินด้วย’ หรือไม่ พลพีร์ ยืนยันว่า การยัดคดีเป็นไปไม่ได้เลย เพราะเรื่องการสอบท้องถิ่นไม่ใช่เรื่องปีนี้ แต่เป็นครั้งที่แล้ว ฉะนั้นเป็นเรื่องที่ผูกพันกันมา แปลว่าท่านรู้เรื่องอยู่ก่อนแล้วหรือไม่ และไม่ได้ปฏิบัติตามเพื่อการป้องกันหรือไม่ หรือไม่ได้แจ้งมาที่กรมและผู้บังคับบัญชาหรือไม่ ฉะนั้นคำถามพวกนี้ท่านต้องตอบให้ได้

 

“หากท่านเห็นของเสีย ควรรีบชำระหรือบอกผู้ที่เกี่ยวข้อง เพราะผู้บริหารนั่งอยู่บนหอคอย ไม่เห็นหรอก บางทีที่ลงไปเขาก็ไม่อยากคุยกับเรา ฉะนั้น คนในพื้นที่เป็นบุคคลที่สำคัญมากๆ ต่อกลไกการพัฒนาระบบราชการของกระทรวงมหาดไทย” พลพีร์กล่าว

 

พลพีร์ ยังเปิดเผยถึงความคืบหน้าการปราบปรามผู้มีอิทธิพลและนอมินีในจังหวัดภูเก็ตว่า จากการตรวจสอบร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ พบว่าตัวเลขบริษัทที่เข้าข่ายนอมินีพุ่งสูงกว่า 400 บริษัทแล้ว จากที่สแกนอยู่กว่า 10,000 บริษัท ซึ่งหากพบความผิดจะบังคับจำหน่ายที่ดินและดำเนินคดีทางแพ่งและอาญาทันที

 

ส่วนปัญหาการออกเอกสารสิทธิ์มิชอบ เช่น การงอกของที่ดิน สค.1 จาก 5 ไร่เป็น 8 ไร่ หรือการทับซ้อนพื้นที่ป่าไม้และ ส.ป.ก. ตนได้สั่งการให้อธิบดีกรมที่ดินตรวจสอบย้อนหลังทั้งหมดว่าออกมารวมถึงปล่อยปละละเลยมาตั้งแต่สมัยใคร โดยในอีก 1-2 สัปดาห์ข้างหน้าตนจะลงพื้นที่ไปตรวจสอบด้วยตัวเอง ยืนยันว่ารัฐบาลเร่งแก้ไขอย่างลึกถึงต้นตอ แต่ขอให้ประชาชนรอสักนิดเพราะเราจะทำตัวเป็นศาลเตี้ยไม่ได้ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย

 

พลพีร์ กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานว่าผู้ประกอบการในภูเก็ตอาจทำผิดกฎหมายถึง 30-40% ว่า เรื่องนี้ต้องตั้งคำถามว่าคนปกครองภูเก็ตปล่อยให้เปิดโดยไม่มีใบอนุญาตได้อย่างไร แต่อยู่ๆ จะให้ข้าราชการตามไปสั่งปิดหมดทั้งเกาะจนเศรษฐกิจเดินหน้าไม่ได้ก็คงไม่ใช่ภูเก็ตอีกต่อไป

 

ดังนั้น จุดเริ่มต้นต้องชัดเจน ตั้งแต่ผู้ว่าราชการจังหวัดลงไปต้องไม่ปล่อยปละละเลยให้มีกลุ่มอิทธิพลที่เรียกตัวเองว่าโกนั้นโกนี้ หรือพวกกุ๊ยเข้ามาเก็บส่วยขูดรีดประชาชน หลังจากนี้ตนจะเชิญคณะกรรมาธิการสภาฯ ที่ลงพื้นที่มาร่วมประชุมสรุปข้อมูลเพื่อหาทางออกร่วมกัน ยืนยันว่าจะไม่ยอมให้กฎหมายต้องไปตามแก้เพื่อให้คนทำผิดกลายเป็นถูก และจะดำเนินการปรับปรุงทุกอย่างให้ผู้ประกอบการกลับเข้ามาอยู่ภายใต้กฎหมายที่ถูกต้องอย่างแน่นอน

The post พลพีร์ขอปลัดภูเก็ตให้ความร่วมมือกระบวนการสอบ ยันไม่มียัดคดีตัดตอนแชทหลุด ลุยสแกนต่อทุนต่างชาติฮุบเกาะ พบเข้าข่ายนอมินีกว่า 400 บริษัท appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประธาน กมธ.ป.ป.ช. ลงพื้นที่หาดนุ้ย-หาดฟรีด้อม จ.ภูเก็ต ให้เวลาเจ้าหน้าที่ 15 วันส่งข้อมูล เร่งสอบปมนอมินี-ถือครองที่ดินมิชอบ https://thestandard.co/pacc-phuket-land-nominee-probe/ Sat, 27 Jun 2026 12:04:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1223808 อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ประธาน กมธ.ป.ป.ช. พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจสอบการถือครองที่ดินมิชอบที่หาดนุ้ยและหาดฟรีด้อม จังหวัดภูเก็ต

วันนี้ (27 มิถุนายน) อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ประธานคณะกรรมาธ […]

The post ประธาน กมธ.ป.ป.ช. ลงพื้นที่หาดนุ้ย-หาดฟรีด้อม จ.ภูเก็ต ให้เวลาเจ้าหน้าที่ 15 วันส่งข้อมูล เร่งสอบปมนอมินี-ถือครองที่ดินมิชอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ประธาน กมธ.ป.ป.ช. พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจสอบการถือครองที่ดินมิชอบที่หาดนุ้ยและหาดฟรีด้อม จังหวัดภูเก็ต

วันนี้ (27 มิถุนายน) อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการ และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องของจังหวัดภูเก็ต ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงบริเวณหาดนุ้ยและหาดฟรีดอม ตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต เพื่อติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการถือครองที่ดินโดยมิชอบ การบุกรุกพื้นที่สาธารณะ การใช้บุคคลสัญชาติไทยเป็นนอมินี และปัญหากลุ่มผู้มีอิทธิพลในพื้นที่

 

อาสพลธ์เปิดเผยภายหลังการลงพื้นที่ว่า การเดินทางมาในครั้งนี้เป็นการลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพข้อเท็จจริงร่วมกับ สส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยในกรณีของหาดนุ้ยนั้น ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษามาตั้งแต่ปี 2557 แล้วว่าการออกโฉนดที่ดินเป็นไปโดยมิชอบ และได้ดำเนินการเพิกถอนเอกสารสิทธิ์เรียบร้อยแล้ว

 

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมาธิการฯ ยังได้รับเรื่องร้องเรียนเพิ่มเติมเกี่ยวกับพื้นที่ข้างเคียงอีกจำนวน 7 แปลง ซึ่งหลังจากนี้จะทำการรวบรวมข้อเท็จจริง และเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง ทั้งกรมป่าไม้ และสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เข้ามาชี้แจงข้อมูลประกอบการพิจารณา ยืนยันว่าหากตรวจสอบแล้วพบว่ามีการออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบ ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายและพิจารณาเพิกถอนเอกสารสิทธิ์เพิ่มเติมทันทีหากมีเหตุอันควร

 

ส่วนกรณีหาดฟรีดอม อาสพลธ์ระบุว่า จากข้อมูลของกรมที่ดินพบว่า พื้นที่ดังกล่าวถูกแบ่งออกเป็นที่ดิน 9 แปลง ซึ่งศาลได้มีคำพิพากษาเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ไปแล้ว 2 แปลงเนื่องจากเป็นการออกโดยมิชอบ ส่วนอีก 7 แปลงที่เหลือนั้น อยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างละเอียดถึงที่มาของการออกโฉนดและหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เนื่องจากมีข้อสงสัยอย่างมากว่าอาจเป็นพื้นที่ป่า

 

นอกจากนี้ ในพื้นที่หาดฟรีดอมยังพบปัญหาคดีบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติรวมแล้วถึง 24 คดี ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการของสถานีตำรวจในพื้นที่ โดยบางคดีมีความคืบหน้า แต่บางคดียังไม่สามารถติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีได้ ทางคณะกรรมาธิการฯ จึงได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรัดการดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด โดยกำหนดกรอบระยะเวลาให้ติดตามผลและรายงานความคืบหน้าภายใน 90 วัน หากพบว่ามีความล่าช้าเกินกว่าเหตุ คณะกรรมาธิการฯ จะนำเรื่องกลับมาพิจารณาเพื่อหาสาเหตุต่อไป

 

สำหรับกรอบระยะเวลาในการทำงานนั้น อาสพลธ์ย้ำว่า คณะกรรมาธิการฯ ยังไม่ได้กำหนดวันสิ้นสุดการดำเนินงาน แต่ในเบื้องต้นได้ประสานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เร่งรัดรวบรวมเอกสารและข้อมูลหลักฐานทั้งหมด ส่งมายังคณะกรรมาธิการฯ ผ่านสำนักงานจังหวัดภูเก็ตภายใน 15 วัน เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและพิจารณาตามอำนาจหน้าที่ของกฎหมายอย่างเร่งด่วนต่อไป

 

อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ประธาน กมธ.ป.ป.ช. พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจสอบการถือครองที่ดินมิชอบที่หาดนุ้ยและหาดฟรีด้อม จังหวัดภูเก็ต 1อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ประธาน กมธ.ป.ป.ช. พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจสอบการถือครองที่ดินมิชอบที่หาดนุ้ยและหาดฟรีด้อม จังหวัดภูเก็ต 2อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ประธาน กมธ.ป.ป.ช. พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจสอบการถือครองที่ดินมิชอบที่หาดนุ้ยและหาดฟรีด้อม จังหวัดภูเก็ต 3อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ประธาน กมธ.ป.ป.ช. พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจสอบการถือครองที่ดินมิชอบที่หาดนุ้ยและหาดฟรีด้อม จังหวัดภูเก็ต 4อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ประธาน กมธ.ป.ป.ช. พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจสอบการถือครองที่ดินมิชอบที่หาดนุ้ยและหาดฟรีด้อม จังหวัดภูเก็ต 5อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ประธาน กมธ.ป.ป.ช. พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจสอบการถือครองที่ดินมิชอบที่หาดนุ้ยและหาดฟรีด้อม จังหวัดภูเก็ต 6

The post ประธาน กมธ.ป.ป.ช. ลงพื้นที่หาดนุ้ย-หาดฟรีด้อม จ.ภูเก็ต ให้เวลาเจ้าหน้าที่ 15 วันส่งข้อมูล เร่งสอบปมนอมินี-ถือครองที่ดินมิชอบ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภูมิใจไทย เตรียมเสนอแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา 2 ประเด็น ยกเลิกหมวดปฏิรูปประเทศ – ให้อำนาจท้องถิ่นเก็บภาษี https://thestandard.co/bhumjaithai-constitutional-reform-local-tax/ Tue, 16 Jun 2026 10:58:08 +0000 https://thestandard.co/?p=1219148 ศุภชัย ใจสมุทร สส.พรรคภูมิใจไทย แถลงข่าว

วันนี้ (16 มิถุนายน) เวลา 16.20 น. ที่พรรคภูมิใจไทย ศุภ […]

The post ภูมิใจไทย เตรียมเสนอแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา 2 ประเด็น ยกเลิกหมวดปฏิรูปประเทศ – ให้อำนาจท้องถิ่นเก็บภาษี appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศุภชัย ใจสมุทร สส.พรรคภูมิใจไทย แถลงข่าว

วันนี้ (16 มิถุนายน) เวลา 16.20 น. ที่พรรคภูมิใจไทย ศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมพรรคประจำสัปดาห์ ว่า พรรคภูมิใจไทยมีมติแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราใน 2 ประเด็น คือ การยกเลิกหมวดการปฏิรูปประเทศ และการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจในการออกกฎหมายเกี่ยวกับภาษีท้องถิ่น เพื่อนำเงินจากภาษีของท้องถิ่นที่เก็บได้ไปบริหารและพัฒนาท้องที่ท้องถิ่นนั้นๆ ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในเร็วๆ นี้ จะมีการเสนอเรื่องดังกล่าวต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อดำเนินการต่อไป และเมื่อบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมแล้ว แม้สมัยประชุมนี้อาจพิจารณาไม่ทัน แต่สมัยประชุมหน้าสามารถดำเนินการได้ทันที

 

เมื่อถามว่า จะต้องมีการทำประชามติหรือไม่ ศุภชัย กล่าวว่า ไม่ต้องทำประชามติ ซึ่งเป็นการเสนอเข้าสู่สภาตามปกติ เป็นการเสนอรายมาตรา ซึ่ง สส. ทำได้อยู่แล้ว เพราะไม่ได้เป็นการแก้ทั้งฉบับ ซึ่งเหตุที่จะยกเลิกหมวดการปฏิรูปประเทศ เพราะในสถานการณ์ปัจจุบันมีความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาในมิติของภูมิรัฐศาสตร์ การปฏิรูปประเทศที่อยู่ในรัฐธรรมนูญจะทำให้ไม่สามารถแก้ปัญหาในสิ่งที่เกิดขึ้นกับประเทศได้อย่างทันท่วงที เพราะการแข่งขันของประเทศมีความจำเป็นต้องฉับไว อีกทั้งเครื่องมือต่างๆ ไม่ควรติดอยู่กับรัฐธรรมนูญที่เคยร่างมา ซึ่งวันนี้ไม่เหมาะสมแล้ว

 

ศุภชัย กล่าวด้วยว่า ขณะที่เรื่องภาษีท้องถิ่นมีกฎหมายลูกหลายฉบับ ซึ่งที่ผ่านมา ท้องถิ่นมีอำนาจในการดำเนินการหลายเรื่อง การเขียนมาตรา 3 เพิ่มเติมจะเป็นโอกาสที่ทำให้ท้องถิ่นเกิดการพัฒนาได้ดีขึ้น ความจริงวันนี้ต้องยอมรับว่าการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น อุปสรรคอย่างหนึ่งคือเรื่องของงบประมาณแผ่นดินที่มีไม่มากพอ

 

ศุภชัย ยังกล่าวถึงกรณีที่ดินเขากระโดง ว่า ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ โดยเฉพาะ พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย และภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น ที่วันนี้ยังไม่ยอมหยุด ซึ่งวันนี้ผู้ที่อธิบายเรื่องเขากระโดงได้ชัดเจนที่สุด คือ ชนินทร์ แก่นหิรัญ ทนายความ ที่อธิบายทุกอย่างตามขั้นตอนทางเฟซบุ๊กทุกวัน ทั้งข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และพยานหลักฐานต่างๆ

 

รวมถึงแถลงของกรมที่ดินที่ชัดเจนว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้เสนอแผนที่หนึ่งฉบับ เริ่มตั้งแต่กิโลเมตรแรกถึงกิโลเมตรที่ 2 ระบุว่า เขตของการรถไฟฯ จากราง 15 เมตร ส่วนหลักกิโลเมตรที่ 2 ถึงหลักกิโลเมตรที่ 4 จากราง 20 เมตร จากกิโลเมตรที่ 4 ไปถึงกิโลเมตรที่ 8 ระบุว่า 100 เมตร หากคิดกลับมาเป็นพื้นที่ประมาณ 500 ไร่ ไม่ใช่ 5,000 ไร่

 

นอกจากนี้ กรมที่ดินยังแถลงชัดเจนว่า ในเขตพื้นที่ที่อ้าง 15, 20 และ 100 เมตร กรมที่ดินไม่เคยออกเอกสารสิทธิ์ เพราะการรถไฟฯ อ้างว่าเป็นของตัวเอง แต่ถัดจากพื้นที่ที่การรถไฟฯ อ้าง และมีคนขอออกเอกสารสิทธิ์หรือโฉนดที่ดิน การรถไฟฯ ได้ไปชี้แนวเขตรับรองให้ประชาชนอยู่ในแนวเขตบริเวณจุดที่พ้นจากรัศมีที่ระบุไว้แล้วหลายร้อยแปลง หมายความว่า การรถไฟฯ ยอมรับว่านอกเขตดังกล่าวเป็นที่ของประชาชน

 

ศุภชัย กล่าวว่า วันนี้เป็นเรื่องที่ทั้งทนายอั๋นและพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ต้องเข้าไปรับรู้ว่าสิ่งที่ชนินทร์ชี้แจงมาไม่ถูกต้องตรงไหนก็โต้แย้ง แต่ทุกวันนี้ทั้งสองท่านไม่สนใจที่จะโต้แย้ง แต่ยังเดินหน้าเรื่องคำพิพากษาถึงที่สุด ซึ่งเป็นเรื่องเดิม และมีผู้ติดตามทั้งสองท่านหลงเชื่ออยู่ โดยที่ทั้งสองท่านทำแต่เรื่องการเมืองโดยไม่มีข้อเท็จจริง ตนจึงอยากให้ทั้งทนายอั๋นและพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ไปชี้แจงตอบโต้กับชนินทร์ว่า ข้อมูลที่มีอยู่เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร และพูดให้ประชาชนรับรู้ด้วยว่าเป็นอย่างไร

 

ศุภชัย กล่าวอีกว่า วันนี้พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ไม่ยอมพูดถึงเรื่องที่เคยไปถมดินถมหินไปยังที่ดินของตัวเองที่ริมแม่น้ำแควน้อย จังหวัดกาญจนบุรี พื้นที่ประมาณ 1,500 ตารางเมตร แปลความได้อย่างหนึ่งว่า ศาลไม่เชื่อว่าที่ดังกล่าวเป็นที่งอกริมตลิ่งแบบที่พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ระบุ แต่เป็นพื้นที่ที่รุกล้ำเข้าไปในลำน้ำ ผิดพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การเดินเรือในน่านน้ำไทย ซึ่งศาลสั่งให้รื้อ

 

“วันนี้มีประชาชนหลงเชื่อมากมายว่าการดำเนินการของที่ดินเขากระโดงเป็นการบุกรุกที่หลวง ซึ่งเราเรียกร้องว่าให้รอกระบวนการยุติธรรม แต่ท่านก็ยังไม่หยุด และยังอ้างว่านายกรัฐมนตรีมีบ้านอยู่ตรงนั้นผิดกฎหมาย ซึ่งไม่มีหลักกฎหมายที่ไหนในโลกว่ามีทะเบียนบ้านอยู่ตรงนั้นจะผิดกฎหมาย จึงอยากฝากบอกพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ว่า กรณีที่จังหวัดกาญจนบุรี ริมแม่น้ำแควน้อย วันนี้เหมือนท่านทรงศีลเคร่งครัดในศีลธรรมบริสุทธิ์

 

แต่ขอถามกลับว่า จริงๆ แล้วสิ่งที่พลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ทำจนศาลตัดสินแล้วสั่งให้รื้อแบบนั้นโกงหรือไม่โกง ดังนั้น ที่บอกว่า ‘โกงเจอกู’ เหมือนเป็นวาทกรรมที่หลอกให้คนเชื่อแล้วลงคะแนนให้เท่านั้น จริงๆ ไม่ควรมาเชิดหน้าชูตา แต่ขอให้ออกมาชี้แจงให้ประชาชนรับทราบ อย่าทำตัวเป็นผู้บริสุทธิ์ อย่าทำตัวเป็นพระที่ขึ้นธรรมาสน์สอนคนอื่น มีผู้หลักผู้ใหญ่ฝากมาบอกว่า ถ้าจะขึ้นธรรมาสน์สอนธรรมะต้องล้างตีนก่อน” ศุภชัย กล่าว.

The post ภูมิใจไทย เตรียมเสนอแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา 2 ประเด็น ยกเลิกหมวดปฏิรูปประเทศ – ให้อำนาจท้องถิ่นเก็บภาษี appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุชาติ ประกาศทวงคืนหาดจังหวัดภูเก็ต ยันไม่ไว้หน้าใคร รอดูกลางเดือน ก.ค. ได้เห็นเป็นฉากๆ https://thestandard.co/suchart-phuket-beach-reclaim/ Tue, 16 Jun 2026 04:55:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1218873 สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แถลงข่าว

วันนี้ (16 มิถุนายน) เวลา 09.40 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล สุช […]

The post สุชาติ ประกาศทวงคืนหาดจังหวัดภูเก็ต ยันไม่ไว้หน้าใคร รอดูกลางเดือน ก.ค. ได้เห็นเป็นฉากๆ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แถลงข่าว

วันนี้ (16 มิถุนายน) เวลา 09.40 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงกรณีเพจเฟซบุ๊ก ‘ศูนย์ข้อมูลภูเก็ต’ ระบุถึงการดำเนินการในที่ดินป่าไม้บริเวณเทศบาลเชิงทะเล กว่า 50 ไร่ ที่ไม่มีใครกล้าทำอะไร เหตุเกรงใจท่านรอง หวงอำนาจเหมือนชามข้าวหมา ว่า เมื่อวานนี้ได้มีการประชุมคณะกรรมการภูเก็ตโมเดล ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ตนทำไทม์ไลน์หาดต่างๆ ที่ลงพื้นที่ไปตรวจสอบ ซึ่งบางหาดมีศาลตัดสินจนถึงที่สุดแล้ว เช่น หาดนุ้ย มีการตัดสินแล้วเมื่อปี 2561 – 2562 แต่พบว่ากลับเข้ามายึดที่ดินอีก ก็ต้องนำหมายไปติด ซึ่งจะมีการกำหนดระยะเวลา 45 วัน และมีสิทธิ์อุทธรณ์ ทางหน่วยงานก็ต้องยอมให้อุทธรณ์ แต่เมื่อครบกำหนดแล้ว เราก็จะต้องดำเนินการตามกฎหมาย

 

หากมีการรื้อครั้งนี้ก็จะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว จะมีการนำชุดป่าไม้ ชุดอุทยาน ชุดฉลามขาว และชุดพยัคฆ์ไพร ไปรวมกันเป็นชุดเฉพาะกิจอยู่ที่นั่นเลย แล้วจะให้ประชาชนและชาวประมงได้ใช้ประโยชน์ ไม่ใช่ว่าประชาชนมาหาปลาแล้วกลับมีมาเฟียเอาปืนมายิงชาวบ้าน หรือยิงเรือ แบบนี้ไม่ถูกต้อง และวันนี้เราต้องเอาคืนให้กับประชาชน ไม่ใช่ว่าชาวบ้านเดินลงหาดแล้วถูกเก็บเงิน 300 บาท แบบนี้ มันเป็นจิ๊กโก๋กลางซอย ทำแบบนี้ไม่ได้ เดี๋ยวเราจะเอาคืนให้หมด

 

เมื่อถามว่า เพจดังกล่าวยังระบุว่าเป็นการแย่งชามข้าวหมากันของรองผู้ว่าฯ สุชาติ กล่าวว่า ตนไม่ได้โทษใคร แต่หากมีใครทำผิดก็ไม่ไว้หน้าอยู่แล้ว เพราะนายกรัฐมนตรีสั่งตนอย่างเด็ดขาดว่า ไม่ให้สนใจใครทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ กรม หรือกระทรวงของตนเอง ก็ไม่ไว้หน้าเหมือนกัน

 

พร้อมยกตัวอย่างว่า เช่น อุทยานแห่งชาติสิรินาถ ที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นพื้นที่อุทยาน แต่ก็มีโรงแรมหลายแห่งที่ศาลมีคำบังคับคดีถึงที่สุดแล้ว ขณะนี้ตนกำลังทำตัวเลขโฉนดส่งให้อธิบดีกรมที่ดิน เพื่อให้มีการเพิกถอนโฉนดที่ออกมาไม่ถูกต้อง เช่น การนำ ส.ค.1 มาครอบ ซึ่งก็จะได้เห็นว่า ตนได้รื้อโรงแรมดังๆ อีกหลายแห่ง ซึ่งความจริงตนไม่ได้อยากรื้อ แต่ศาลสั่งว่าเมื่อคดีถึงที่สุดแล้วต้องรื้อถอน แม้จะเสียดาย แต่ก็ต้องทำตามกฎหมาย

 

เมื่อถามต่อว่า ก่อนหน้านี้ที่ส่งเจ้าหน้าที่อุทยานไปตรวจสอบ เคยมีข้อมูลว่าข้าราชการระดับรองผู้ว่าฯ มาเกี่ยวข้องเรื่องส่วยด้วยหรือไม่ สุชาติ กล่าวว่า ขอไม่ก้าวล่วง แต่ยอมรับว่ามีปัญหาเรื่องความร่วมมือกัน แต่ตนก็เข้าใจ เพราะเมื่อวานมีการประชุมข้าราชการ ก็ได้ข้อมูลว่าได้รับแรงกดดันเยอะมาก ซึ่งหากใครไม่ไหว ห่วงความปลอดภัยในชีวิตและครอบครัว ก็สามารถย้ายได้ จะนำคนใหม่ไปทำงานแทน

 

หลังจากนี้กระทรวงจะนำชุดเฉพาะกิจทั้ง 3 กรม ลงไปอยู่ในพื้นที่ พร้อมย้ำว่าต้องปกป้องหาดของประชาชน และคาดว่าประมาณกลางเดือนกรกฎาคม ประชาชนจะได้เห็นเป็นฉากๆ ทีละแปลง ที่จะครบกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ แต่ตอนนี้ก็ปล่อยให้เขาลั้นลาไปก่อน แล้วรอเวลาอีกนิดหนึ่ง

The post สุชาติ ประกาศทวงคืนหาดจังหวัดภูเก็ต ยันไม่ไว้หน้าใคร รอดูกลางเดือน ก.ค. ได้เห็นเป็นฉากๆ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทนายเขากระโดง ย้ำปมที่ดิน ศาลไม่ได้สั่งเพิกถอนโฉนดทันที เตือนอย่าตีความเกินผลคำพิพากษา โยงผิดจริยธรรมการเมือง https://thestandard.co/khao-kradong-land-lawyer-warns/ Sat, 13 Jun 2026 03:23:20 +0000 https://thestandard.co/?p=1217886 ภาพทนายความ ชนินทร์ แก่นหิรัญ แถลงข่าวหรือให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับคดีที่ดินเขากระโดง

วันนี้ (13 มิถุนายน) ชนินทร์ แก่นหิรัญ ทนายความกลุ่มผู้ […]

The post ทนายเขากระโดง ย้ำปมที่ดิน ศาลไม่ได้สั่งเพิกถอนโฉนดทันที เตือนอย่าตีความเกินผลคำพิพากษา โยงผิดจริยธรรมการเมือง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพทนายความ ชนินทร์ แก่นหิรัญ แถลงข่าวหรือให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับคดีที่ดินเขากระโดง

วันนี้ (13 มิถุนายน) ชนินทร์ แก่นหิรัญ ทนายความกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบ (ชาวบ้านผู้ถือครองเอกสารสิทธิในพื้นที่) รับผิดชอบคดีเขากระโดง โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า “ส.ค.1 ( ใบแจ้งการครอบครองที่ดิน) ที่ปรากฏในหน้าสื่อได้อธิบายไปแล้ว แต่ก็ดูไม่อาจซับสติปัญญาในการรับรู้ได้สำหรับบางคน”

 

ชนินทร์ ระบุว่า เห็นว่า การอ้างพระราชกฤษฎีกา พ.ศ. 2462 ซึ่งไม่ปรากฏชื่อของราษฎรในพื้นที่พิพาทแม้แต่คนเดียว กับแบบแจ้งการครอบครองปี 2498 นั้น ยังไม่พอจะสรุปว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มีกรรมสิทธิ์ครบทั้ง 5,083 ไร่เลย เพราะต้องพิสูจน์ต่อว่า พระราชกฤษฎีกานั้นมีผลทางกฎหมายเพียงใด เป็นเพียงการกำหนดเขตเพื่อสร้างทางรถไฟหรือเป็นการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์โดยสมบูรณ์ และแนวเขตตามเอกสารนั้นครอบคลุมที่ดินแต่ละแปลงที่ถูกฟ้องในวันนี้จริงหรือไม่ ส่วน ส.ค.1 เป็นเพียงแบบแจ้งการครอบครอง ไม่ใช่โฉนด ไม่ใช่หลักฐานกรรมสิทธิ์เด็ดขาด และไม่อาจใช้แทนการพิสูจน์แนวเขตตามกฎหมายได้

 

ประเด็นที่สอง การพูดว่า ‘ศาลฎีกาและศาลปกครองชี้หมดแล้ว กรมที่ดินมีหน้าที่เพิกถอน’ เป็นการพูดเกินผลของคำพิพากษา เพราะคำพิพากษาย่อมต้องอ่านว่า ศาลวินิจฉัยกับคู่ความใด ที่ดินแปลงใด และสั่งให้เพิกถอนอะไรบ้าง ไม่ใช่เอาคำพิพากษาในคดีหนึ่งไปขยายผลว่าโฉนดทุกแปลงในพื้นที่ 5,083 ไร่ไม่ชอบด้วยกฎหมายทั้งหมดโดยอัตโนมัติ โดยเฉพาะบุคคลภายนอกที่ไม่ใช่คู่ความเดิม ยังมีสิทธิพิสูจน์สิทธิที่ดีกว่า หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงที่แตกต่างได้ตามหลักวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 (วนอีกแล้ว)

 

ประเด็นที่สาม ศาลปกครองไม่ได้สั่งให้กรมที่ดินเพิกถอนโฉนดทั้ง 995 แปลงทันที แต่ให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และตามกระบวนการของประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 61 ซึ่งหมายความว่า ต้องสอบสวน แสวงหาข้อเท็จจริง รับฟังผู้มีส่วนได้เสีย ตรวจสอบแนวเขต และพิจารณาเป็นรายแปลงว่าเอกสารสิทธิออกโดยคลาดเคลื่อนหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายจริงหรือไม่ คำว่า ‘มีอำนาจเพิกถอน’ จึงไม่ใช่คำเดียวกับ ‘ต้องเพิกถอนทันที’

 

ประเด็นที่สี่ การนำบันทึกข้อตกลงระหว่าง ชัย ชิดชอบ กับ ยุค จีระพันธ์ มาอ้าง ก็ต้องแยกให้ชัดว่าเป็นข้อพิพาทระหว่างใคร กับที่ดินบริเวณใด และมีผลรับสภาพสิทธิของ รฟท. ทั้ง 5,083 ไร่หรือไม่ การที่บุคคลหนึ่งเคยทำสัญญา ขอใช้พื้นที่ หรือยอมรับข้อเท็จจริงบางส่วนในเหตุการณ์เฉพาะ ไม่ได้แปลว่าทายาทหรือบุคคลอื่นทุกคนต้องถูกผูกพันว่าโฉนดของตนไม่ชอบด้วยกฎหมายทั้งหมด

 

ประเด็นที่ห้า การยกระดับเรื่องนี้ไปเป็นความผิดจริยธรรมร้ายแรงของบุคคลทางการเมือง ต้องมีข้อเท็จจริงเฉพาะตัวและเจตนาที่ชัด ไม่ใช่เพียงอาศัยข้อพิพาทสิทธิในที่ดินที่ยังอยู่ในศาล แล้วสรุปว่าผู้ถือเอกสารสิทธิหรือบุคคลในครอบครัวนักการเมืองเป็นผู้กระทำผิดจริยธรรมทันที เพราะตราบใดที่เอกสารสิทธิยังไม่ถูกเพิกถอนโดยชอบ และคดียังอยู่ระหว่างพิสูจน์ การกล่าวหาเช่นนั้นย่อมเป็นการตัดสินล่วงหน้าทางการเมืองมากกว่าการวิเคราะห์ตามกฎหมาย

The post ทนายเขากระโดง ย้ำปมที่ดิน ศาลไม่ได้สั่งเพิกถอนโฉนดทันที เตือนอย่าตีความเกินผลคำพิพากษา โยงผิดจริยธรรมการเมือง appeared first on THE STANDARD.

]]>
เสรีพิศุทธ์ ยื่นหนังสือถึงนายกฯ จี้ ปมเขากระโดง ร้องฟันอธิบดีกรมที่ดิน-แจ้งเอาผิด ‘เนวิน’ รุกที่ รฟท. https://thestandard.co/seripisut-khao-kradong-srt/ Wed, 10 Jun 2026 04:53:57 +0000 https://thestandard.co/?p=1216622 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ยื่นหนังสือร้องเรียนที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล

วันนี้ (10 มิถุนายน) เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เ […]

The post เสรีพิศุทธ์ ยื่นหนังสือถึงนายกฯ จี้ ปมเขากระโดง ร้องฟันอธิบดีกรมที่ดิน-แจ้งเอาผิด ‘เนวิน’ รุกที่ รฟท. appeared first on THE STANDARD.

]]>
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ยื่นหนังสือร้องเรียนที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล

วันนี้ (10 มิถุนายน) เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย เดินทางมาที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล 1111 สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อยื่นหนังสือถึง อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อขอให้ตรวจสอบติดตามการปฏิบัติหน้าที่ของอธิบดีกรมที่ดิน และข้าราชการตำรวจ ในการดำเนินคดีเพิกถอนที่ดินเขากระโดง โดยมี สมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

 

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส กล่าวว่า วันนี้ตั้งใจมาพบ อนุทิน และตั้งใจมาดักรอในวันประชุม ครม. แต่เนื่องจากการยื่นหนังสือต้องยื่นที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล ทำให้ไม่ได้พบ โดยนำเอกสารและภาพถ่ายรวม 5 หน้า เพื่อประกอบการพิจารณา ระบุว่าเป็นข้อมูลสรุปเกี่ยวกับที่ดินเขากระโดง

 

พร้อมย้ำว่า การกระทำของอธิบดีกรมที่ดินที่ไม่ยอมเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ของผู้บุกรุกที่ดินการรถไฟบริเวณเขากระโดง เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาล ทั้งที่ทราบว่าที่ดินกว่า 5,083 ไร่ 80 ตารางวา เป็นกรรมสิทธิ์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย

 

อีกทั้งยังมีการนำไปใช้ทำสนามฟุตบอล สนามแข่งรถ และจัดตั้งบริษัทหลายแห่งเพื่อประโยชน์ส่วนตน ถือเป็นการกระทำผิดกฎหมาย จึงขอให้เร่งรัดผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติให้ดำเนินคดีสอบสวนกับ เนวิน ชิดชอบ และผู้เกี่ยวข้องให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้คดีดังกล่าวศาลฎีกา ศาลอุทธรณ์ภาค 3 และศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว

 

ส่วนกรณีที่ ศุภชัย ใจสมุทร ระบุว่าจะดำเนินคดีกับผู้ที่ออกมากล่าวหาเรื่องที่ดินเขากระโดง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส กล่าวว่า ตนพูดในฐานะอะไร และอีกฝ่ายพูดในฐานะอะไร ตนไม่ได้มีผลประโยชน์กับ อนุทิน ชาญวีรกูล หรือ เนวิน ชิดชอบ และทำหน้าที่ สส. ฝ่ายค้าน เมื่อรัฐบาลทำไม่ถูกต้องก็ต้องตรวจสอบ ไม่ใช่ร่วมรัฐบาลแล้วไม่กล้าท้วงติง

 

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส กล่าวต่อว่า ศุภชัย ใจสมุทร เป็นทนายความ มีความรู้กฎหมาย แต่การที่ออกมาพูดอาจเป็นการเอาใจฝ่ายการเมือง พร้อมตั้งคำถามถึงการไม่มีตำแหน่งรัฐมนตรีว่าเกิดจากอะไร และวิพากษ์เรื่องระบบการเมืองและการใช้เงินในการจัดตั้งรัฐบาล โดยระบุว่าเป็นความเห็นส่วนตัว พร้อมย้ำว่าตนทำหน้าที่ตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา

 

ด้านกรณีกรมที่ดินชี้แจงว่า คำพิพากษาไม่ได้ครอบคลุมพื้นที่กว่า 5,000 ไร่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ระบุว่า ก่อนแต่งตั้งอธิบดีต้องพิจารณาความสามารถ หากรับปากได้ก็ต้องดำเนินการให้ได้จริง แต่เมื่อเข้ามารับตำแหน่งแล้วกลับไม่ดำเนินการเพิกถอนที่ดิน จึงได้ร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. กรณีอาจมีการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ

 

เมื่อถูกถามว่าฝ่ายการเมืองที่กล้าดำเนินคดีมีเพียงบางราย เช่น นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม และ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ หรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ระบุว่า หากไม่ดำเนินการตนก็จะเดินหน้าดำเนินคดีต่อไป พร้อมย้ำว่าหากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ทำหน้าที่ จะมีการดำเนินคดีเพิ่มเติมเช่นกัน

 

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ยื่นหนังสือร้องเรียนที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล 1พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ยื่นหนังสือร้องเรียนที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล 2พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ยื่นหนังสือร้องเรียนที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล 3พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ยื่นหนังสือร้องเรียนที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล 4พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ยื่นหนังสือร้องเรียนที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล 5

The post เสรีพิศุทธ์ ยื่นหนังสือถึงนายกฯ จี้ ปมเขากระโดง ร้องฟันอธิบดีกรมที่ดิน-แจ้งเอาผิด ‘เนวิน’ รุกที่ รฟท. appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทนายเขากระโดงเบรกถวายฎีกา ชี้คดียังไม่สิ้นสุด อาจกระทบหลักนิติธรรม https://thestandard.co/khao-kradong-lawyer-halts-petition/ Wed, 10 Jun 2026 02:41:21 +0000 https://thestandard.co/?p=1216540 ทนายความกำลังให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับคดีที่ดินเขากระโดง

วันนี้ (10 มิถุนายน) ชนินทร์ แก่นหิรัญ ทนายความผู้รับผิ […]

The post ทนายเขากระโดงเบรกถวายฎีกา ชี้คดียังไม่สิ้นสุด อาจกระทบหลักนิติธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทนายความกำลังให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับคดีที่ดินเขากระโดง

วันนี้ (10 มิถุนายน) ชนินทร์ แก่นหิรัญ ทนายความผู้รับผิดชอบคดีที่ดินเขากระโดง ออกมาแสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว กรณีมีกลุ่มนักกฎหมายเตรียมยื่นถวายฎีกาเพื่อขอความเป็นธรรมเกี่ยวกับข้อพิพาทที่ดินเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมขอให้มีการตรวจสอบการดำเนินงานของอธิบดีกรมที่ดินและพวก

 

ก่อนหน้านี้ มีกระแสจากทนายความรายหนึ่งระบุว่าจะยื่นถวายฎีกาต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อขอให้วินิจฉัยและเร่งรัดการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทที่ดินดังกล่าว ซึ่งอ้างว่าได้รับความเดือดร้อนและไม่ได้รับความเป็นธรรม

 

ชนินทร์ ระบุว่า การถวายฎีกาถือเป็นสิทธิของประชาชนที่กฎหมายเปิดช่องไว้เพื่อร้องทุกข์หรือขอความเป็นธรรม แต่ต้องใช้อย่างสุจริต รอบคอบ และอยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริงที่ครบถ้วน โดยเฉพาะเมื่อผู้ยื่นเป็นผู้ประกอบวิชาชีพกฎหมาย ยิ่งต้องตระหนักถึงกระบวนการยุติธรรมมากกว่าบุคคลทั่วไป

 

ชนินทร์ยังตั้งข้อสังเกตว่า เนื้อหาในฎีกาดังกล่าวมีลักษณะสื่อให้เข้าใจว่าข้อพิพาทที่ดินเขากระโดงได้ข้อยุติแล้ว และที่ดินทั้งหมดเป็นของ การรถไฟแห่งประเทศไทย โดยไม่มีข้อโต้แย้ง ทั้งที่ข้อเท็จจริงยังมีคดีสำคัญอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ทั้งคดีปกครองระหว่างการรถไฟฯ กับ กรมที่ดิน และคดีแพ่งที่เกี่ยวข้องกับผู้ถือเอกสารสิทธิหลายราย ซึ่งยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด

 

นอกจากนี้ ยังระบุว่าเอกสารสิทธิในพื้นที่ดังกล่าวยังไม่ถูกเพิกถอนตามกระบวนการกฎหมาย และยังอยู่ภายใต้ข้อพิพาทในชั้นศาล การนำเสนอข้อมูลเพียงด้านเดียวอาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อสาธารณะ

 

“ที่สำคัญหลักเกณฑ์การถวายฎีกาไม่ควรถูกใช้เป็นช่องทางในการแทรกแซงหรือก้าวล่วงกระบวนการพิจารณาคดีของศาล การนำข้อพิพาทที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาไปสื่อสารในลักษณะเหมือนคดีสิ้นสุดแล้ว อาจทำให้เกิดข้อกังขาต่อหลักนิติธรรม” ทนายชนินทร์ระบุ

 

ทั้งนี้ ชนินทร์ย้ำว่า กระบวนการยุติธรรมต้องให้ศาลเป็นผู้พิจารณาข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานของทุกฝ่ายอย่างรอบด้าน และไม่ควรมีการตัดสินสิทธิของบุคคลล่วงหน้าก่อนมีคำพิพากษาถึงที่สุด

 

ชนินทร์ พร้อมทิ้งท้ายว่า ไม่ว่าผลคดีเขากระโดงจะออกมาอย่างไร การเคารพกระบวนการยุติธรรมและการไม่ชี้นำข้อเท็จจริงล่วงหน้า ยังคงเป็นหลักการสำคัญที่ทุกฝ่ายควรยึดถือร่วมกัน

The post ทนายเขากระโดงเบรกถวายฎีกา ชี้คดียังไม่สิ้นสุด อาจกระทบหลักนิติธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทรงศักดิ์ ประชุมมอบนโยบายที่ดินแห่งชาตินัดแรก​ เล็งจัดสรรที่ทำกินให้ประชาชน เมินเสรีพิศุทธ์ ลงพื้นที่เขากระโดง https://thestandard.co/thongsak-land-policy-khao-kradong/ Mon, 18 May 2026 05:09:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1208389 ทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกฯ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ

วันนี้ (18 พฤษภาคม) เวลา 10.40 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ทรงศ […]

The post ทรงศักดิ์ ประชุมมอบนโยบายที่ดินแห่งชาตินัดแรก​ เล็งจัดสรรที่ทำกินให้ประชาชน เมินเสรีพิศุทธ์ ลงพื้นที่เขากระโดง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกฯ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ

วันนี้ (18 พฤษภาคม) เวลา 10.40 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ทรงศักดิ์​ ทอง​ศรี​ รองนายกรัฐมนตรี​ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2569 โดยมีหน่วยงาน​ที่​เกี่ยวข้อง​เข้าร่วมอย่างพร้อม​เพียง​ พร้อมกล่าวในช่วงต้น​ ว่า​ เป็นการประชุมคณะกรรมการนโยบายที่เด่นแห่งชาติซึ่งเป็นการประชุม ครั้งที่ 1/2569 หรือเป็นการประชุมครั้งแรกของตน

 

สืบเนื่องจากนายกรัฐมนตรีได้มอบหมาย ให้ตนทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการ ซึ่งถือเป็นคณะกรรมการที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน การนโยบายการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้อง กับการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดิน ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะเป็นหลักประกันสำคัญของครอบครัวในการดำเนินชีวิต ถ้าประชาชน​อยู่บนที่ดิน​ ที่มีความมั่นใจว่าถูกต้อง​ เขาจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ครอบครัวมีความสุข และความมั่นคงในการดำเนินชีวิต

 

ทรงศักดิ์​ กล่าวก่อนการประชุม​ ยืนยันว่า​เป็นเพียงจัดสรรที่ดินของรัฐ​ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์​ให้ประชาชนได้ทำกิน​ ไม่เกี่ยวข้องกับการจัดสรรที่ดินในโครงการแลน​ด์บริดจ์​​ โดยเป้าหมายการจัดสรรที่ดินต้องดูตัวเลข​ของหน่วยงานของเจ้าของที่ดิน​ พร้อมดูเรื่องการส่งเสริมการเพราะปลูกและพัฒนาสินค้า​

 

ส่วนการแก้ปัญหาชาวต่างชาติใช้นอมินีถือครองที่ดิน นายทรงศักดิ์​ กล่าวว่า​ ที่ดินนั้นบุกรุกและกรณีที่ดินถูกต้องแต่มีนอมินีเข้าไปถือครอง​ ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่หากพบว่ากระทำผิดก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย

 

ทรงศักดิ์ ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย เตรียมลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อติดตามและตรวจสอบกรณีข้อพิพาทที่ดินเขากระโดง พร้อมประกาศจับตาตระกูลชิดชอบ ว่า เขาเป็นคนไทย ไปไหนก็ได้

 

ส่วนกรณีที่มีการระบุว่ามีการยึดพื้นที่เขากระโดงนั้น ตนยังไม่ทราบข้อเท็จจริง เพราะประชาชนส่วนใหญ่ที่อยู่อาศัยในพื้นที่มีกรรมสิทธิ์และถือครองโฉนดที่ดินที่รัฐออกให้ โดยกรมที่ดินเป็นผู้ออกเอกสารสิทธิ และรัฐธรรมนูญก็ให้ความคุ้มครองสิทธิของประชาชน ดังนั้น ผู้ที่ถือครองอยู่จึงถือว่าอยู่โดยชอบด้วยกฎหมาย หากจะระบุว่าเอกสารสิทธิเหล่านี้ออกโดยไม่ชอบ ก็ต้องมีหน้าที่พิสูจน์และหักล้างข้อเท็จจริงดังกล่าว

 

เมื่อถามว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ มีสิทธิลงพื้นที่ตรวจสอบเรื่องนี้หรือไม่ ทรงศักดิ์ กล่าวว่า เขาคงต้องการลงไปเพื่อให้เกิดความชัดเจน

 

เมื่อถามว่า มองการเคลื่อนไหวครั้งนี้อย่างไร ทรงศักดิ์ กล่าวว่า “ก็เป็นข่าวนะ”

 

เมื่อถามย้ำถึงกรณีที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ระบุว่าจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อถอดถอนอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมถึงไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ออกจากตำแหน่ง โดยอ้างว่ามีพฤติกรรมละเว้นการปฏิบัติหน้าที่และอาจเข้าข่ายผิดจริยธรรมร้ายแรง จากกรณีไม่ดำเนินการเกี่ยวกับที่ดินเขากระโดงนั้น ทรงศักดิ์ ย้อนถามว่า “นายกรัฐมนตรีเป็นเจ้าพนักงานที่ดินหรือไม่ ถ้าไม่ได้เป็น ก็ไม่ได้เกี่ยวกับนายกรัฐมนตรี”

 

ทั้งนี้ กรณีที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ เป็นข้อพิพาทยาวนานระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กับผู้ครอบครองที่ดินในพื้นที่ หลัง รฟท. อ้างสิทธิในที่ดินบางส่วนตามแนวเขตที่ดินรถไฟ ขณะที่ประชาชนจำนวนหนึ่งถือครองโฉนดและเอกสารสิทธิที่ออกโดยกรมที่ดิน ทำให้เกิดข้อถกเถียงทั้งในมิติทางกฎหมาย การเมือง และสิทธิของประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง.

The post ทรงศักดิ์ ประชุมมอบนโยบายที่ดินแห่งชาตินัดแรก​ เล็งจัดสรรที่ทำกินให้ประชาชน เมินเสรีพิศุทธ์ ลงพื้นที่เขากระโดง appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ พบกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน บอกหากไม่มีท่านผมคงเป็นง่อยเปิดทางท้องถิ่นใช้งบช่วยภัยพิบัติทันที https://thestandard.co/pm-meets-village-headmen-disaster-relief-funds/ Mon, 11 May 2026 07:05:47 +0000 https://thestandard.co/?p=1205926 นายกรัฐมนตรี พบปะ กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน เพื่อมอบนโยบายและรับฟังปัญหา

วันนี้ (11 พฤษภาคม) ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบร […]

The post นายกฯ พบกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน บอกหากไม่มีท่านผมคงเป็นง่อยเปิดทางท้องถิ่นใช้งบช่วยภัยพิบัติทันที appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกรัฐมนตรี พบปะ กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน เพื่อมอบนโยบายและรับฟังปัญหา

วันนี้ (11 พฤษภาคม) ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในการมอบนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยให้แก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อขับเคลื่อนการปฏิบัติงานในพื้นที่ โดยมี พลพีร์ สุวรรณฉวี วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง พรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน และผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วม

 

นายกรัฐมนตรี กล่าวยินดีต้อนรับกำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่เดินทางมาที่ทำเนียบรัฐบาลวันนี้ครั้งแรก เนื่องจากก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นคนละคน พร้อมระบุต่อว่า สิ่งสำคัญในการบริหารราชการแผ่นดิน คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายกส่วนท้องถิ่น เป็นตำแหน่งที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาเป็นเวลานาน จึงอยากให้ทุกท่านทราบว่าเป็นส่วนหนึ่งในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล ดูแลความสุขความทุกข์ของราษฎร เป็นบุคคลกลุ่มแรกที่เมื่อราษฎรเจอทุกข์จะนึกถึงและต้องไปหา

 

“เขาไปหาท่านก่อนมาหาพวกผมอีก ฉะนั้นต้องทำตัวเป็นคนกลางระหว่างภาครัฐและประชาชน ช่วยเหลือการปฏิบัติงานระดับท้องที่และการขับเคลื่อนงานของรัฐบาล กระทรวงมหาดไทย และขอให้ทราบว่าพวกท่านมีความสำคัญกับตนจริง ๆ หากไม่มีพวกท่าน พวกผมคงเป็นง่อย”

 

เราจะได้พบกันตลอดระยะเวลาในการลงพื้นที่ วันหยุดสุดสัปดาห์ก็ต้องไปหาประชาชนดีกว่า ไปเที่ยวก็คงไม่สนุก เพราะมีเรื่องในหัวเยอะแยะ ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันที่จะทราบเรื่องราวจากปากคนที่เป็นตัวแทนพี่น้องประชาชน อีกทั้งช่วงนี้เกิดเหตุการณ์ต่าง มีสิ่งที่ทำให้สังคมเปลี่ยนแปลงไป จึงขอให้ทุกคนศึกษาและทำความเข้าใจกฎหมายเบื้องต้น โดยเฉพาะกฎหมายที่สร้างความสงบสุขให้แก่บ้านเมือง ซึ่งทุกคนควรจะมีความรู้ความเข้าใจ ไม่ต้องถึงขั้นเรียนนิติศาสตร์ หรือเนติบัณฑิต ซึ่งต้องใช้กฎหมายเหล่านี้ปราบผู้มีอิทธิพล

 

นายกรัฐมนตรีย้ำว่า กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ต้องไม่เป็นเอง แต่เป็นผู้มีอิทธิพลในด้านคุณงามความดี พร้อมย้ำว่า ทุกท่านก็มีอิทธิพลกับรัฐบาล หากเสนออะไรมารัฐบาลผมไม่ยอมรับฟังจะอยู่ได้หรือไม่ แบบนี้ถึงเรียกว่าเป็นอิทธิพลที่ดี ช่วยกันปราบมาเฟีย ซึ่งผู้มีอิทธิพลสามารถใช้พูดในทางที่ดีได้

 

นายกรัฐมนตรี ยังยกตัวอย่างสุภาษิตว่า ‘เตะหมาต้องดูเจ้าของ’ หากใครมาทำร้ายคนในปกครองของท่าน ประชาชนถือว่ามีพระคุณ ให้โอกาสเรามาทำงาน ฉะนั้นใครจะมาข่มเหงรังแกไม่ได้ สำหรับตนแล้วก็ไม่ยอมเหมือนกัน หากคนในปกครองของตนไม่ผิด ใครจะรังแกไม่ได้ ตนป้องไว้เต็มที่ ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของการเป็นนักปกครอง แต่หากประชาชนถูกริดรอน ไม่ใช่เป็นการบกพร่องในหน้าที่ แต่เป็นการบกพร่องต่อประชาชนที่เลือกเราให้เข้ามาทำหน้าที่ เป็นการทำลายความเชื่อมั่นในตัวของพวกเรา

 

นายกรัฐมนตรี ยังมอบนโยบายสำคัญ คือ การปราบปรามแก้ไขปัญหายาเสพติด สิ่งที่ตนดูแลควบคุมไม่ได้คือชุมชน เนื่องจากเป็นหน้าที่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนการปราบปรามการลำเลียงถือเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะอำนวยความสะดวกในการปราบปราม

 

รวมทั้งการเพิ่มศักยภาพในการป้องกันสาธารณภัย โดยกระทรวงมหาดไทยมีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งการเป็นผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้บริหารในระดับแรก สามารถประกาศภัยพิบัติได้ในพื้นที่ ไม่จำเป็นต้องรอผู้ว่าราชการจังหวัด

 

พร้อมระบุว่า ได้หารือกับผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินอย่างจริงจัง กับสิ่งที่เป็นกังวลจากผู้ใหญ่บ้านว่าจะมานั่งตรวจสอบเมื่อน้ำท่วม ดินถล่ม ถนนขาด ซึ่งได้บอกไปว่าท้องถิ่นไม่มีเวลาประเมินสถานการณ์ หรืออาจติดต่อผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอำเภอก็ยังไม่ได้ จึงได้รับคำยืนยันจากผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินว่าให้ดำเนินการได้ แต่เจตนาต้องสุจริต การดำเนินการต้องอธิบายได้ว่าเป็นการช่วยเหลือประชาชน ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถตรวจสอบได้ว่างบประมาณที่เบิกไปได้ใช้ในภารกิจอย่างคุ้มค่าหรือไม่

 

“หากมีเจตนารมณ์เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาชนแล้ว รัฐบาลจะไม่ให้ใครมาเอาผิดกับท่านได้ หากพวกท่านสุจริตจริง เพราะหากท่านผิดทีเดียว ระบบการปกครองจบสิ้น ช่วยเหลือชาวบ้านเวลาที่ชาวบ้านต้องการไม่ได้ แล้วจะมีรัฐบาลไว้ทำไม มีกระทรวงมหาดไทย กำนัน ผู้ใหญ่บ้านไว้ทำไม จะไปต่างอะไรกับการเป็นลูกบ้าน”

 

ส่วนเรื่องอาชญากรรม ขอให้เท่าทันกับการทำอาชญากรรมใหม่ๆ ทั้งการค้ามนุษย์ สแกมเมอร์ ประชาชนบางคนถูกหลอกก็ถึงขั้นหมดเนื้อหมดตัว อดีตข้าราชการหลายคนก็โดนมาแล้ว จึงต้องมีการตัดไฟตั้งแต่ต้นลม รัฐบาลได้ปราบปรามเครือข่าย แต่ขอให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านช่วยบอกกับชาวบ้านว่า การที่จะเรียกว่า สามล้อถูกหวย เป็นไปไม่ได้

 

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อ ในส่วนที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจชุมชน ลดรายจ่าย-เพิ่มรายได้ สนับสนุนนโยบายเพิ่มเศรษฐกิจของรัฐบาล ซึ่งในต้นเดือนมิถุนายนจะมีโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ประชาชนต้องไปขึ้นทะเบียน เพื่อได้รับสิทธิในโครงการ แต่ไม่ใช่โครงการคนละครึ่ง แต่มันเป็น 60:40 ที่ประชาชนออก 40% และรัฐจ่ายสมทบอีก 60% ซึ่งเงินเหล่านี้ก็จะช่วยเยียวยาให้ประชาชนสามารถจับจ่ายใช้สอยได้มากขึ้น ได้ของมากขึ้นโดยใช้เงินลดลง โดยรัฐบาลและประชาชนมีส่วนร่วมในระบบการเงินที่ถูกต้อง และต้องอยู่ในระบบของการเสียภาษี ซึ่งการทำทุกอย่างก็ต้องมีความโปร่งใส และเป็นวินัยในการใช้เงินให้กับประชาชน

 

“ผมก็ดูมาจากการดำเนินนโยบายคนละครึ่งพลัสเมื่อปีที่แล้ว (พฤศจิกายน 2568) เห็นว่าประชาชนมีความพึงพอใจ มีความสนุกในการใช้ และเป็นการเพิ่มเงินหมุนเวียนเข้ามาในระบบเศรษฐกิจระดับ 100,000 ล้านบาท หากเม็ดเงินก้อนนี้เข้าไปหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของประเทศแล้ว จะเป็นการกระตุ้นให้เศรษฐกิจและเงินหมุนเวียนในระบบดีขึ้น ครั้งนี้เราจะออกโครงการเป็น 2 ช่วง ครั้งที่แล้วเราออกเงินเป็น 2,000 บาท แต่ครั้งนี้เราจะออก 4,000 บาท ในส่วนของประชาชนเป็นเดือนละ 1,000 บาท จำนวน 4 เดือน สนับสนุนให้เป็น 40:60 เชื่อว่าประชาชนจะจับจ่ายใช้สอยได้เพิ่มมากขึ้น ก็ฝากให้ทุกคนไปเร่งดำเนินการ ตรงนี้เป็นการร่วมมือกันในการทำให้เศรษฐกิจของประเทศไทยเข้มแข็งในที่สุด”

 

อนุทิน ยังกล่าวต่ออีกว่า ในเรื่องของไทยช่วยไทย เรื่องของการลดค่าใช้จ่ายหลายอำเภอ เราได้จัดให้นำสินค้าที่มีราคาต่ำกว่าตลาดทั่วไปเข้าไปขายเพื่อลดความเดือดร้อนให้กับประชาชน ยกตัวอย่างน้ำปลาที่มีฉลากเปลี่ยนไป ไม่ใช่ของปลอม แต่เป็นการลดค่าการตลาด-ค่าโฆษณาออกไป นำน้ำปลาคุณภาพดีมากรอกใส่ขวด โดยผู้ประกอบการก็ช่วยกันกรอกเพื่อเป็นการลดต้นทุน ลดการโฆษณา และกระทรวงพาณิชย์กับกระทรวงมหาดไทยร่วมมือกันนำมาขาย โดยไม่ต้องมีต้นทุนในเรื่องของการสร้างมูลค่าทางการตลาด จึงสามารถขายได้ต่ำกว่าราคาทั่วไปถึงร้อยละ 20-30 ซึ่งส่วนใหญ่ก็เฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 20 ถือว่าเป็นประโยชน์กับประชาชน โดยเราจะทำต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าวิกฤตการณ์จะคลี่คลาย ซึ่งสินค้าเหล่านี้พอลงไปถึงชุมชน เราใช้ระบบรถพุ่มพวงนำสินค้าเหล่านี้ใส่รถพุ่มพวงขับไปในพื้นที่ตำบลต่าง ๆ 10-20 หมู่บ้าน เพื่อเข้าถึงประชาชนได้มากที่สุด ดังนั้นพวกเราเป็นทุกอย่างของชาวบ้าน ให้สามารถซื้อสินค้าในราคาที่ถูกกว่า แต่คุณภาพเหมือนกันทุกอย่าง

 

นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานมอบนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยให้แก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อขับเคลื่อนการปฏิบัติงานในพื้นที่ ว่า วันนี้เป็นการพบปะหารือกำนันผู้ใหญ่บ้าน โดยเป็นการขอความร่วมมือ ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลแรกที่ใกล้ชิดประชาชน จึงขอให้กำนันผู้ใหญ่บ้านช่วยเจ้าพนักงานเร่งสแกนชุมชนทุกชุมชนให้ปลอดภัยจากยาเสพติด ป้องกันการซื้อขาย การเสพ

 

ส่วนกรณีที่ ภัณฑิล น่วมเจิม สส.พรรคประชาชน อภิปรายโจมตีว่า กำนันผู้ใหญ่บ้านมีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดนั้น จะบั่นทอนต่อการทำงานของข้าราชการหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คนที่ทำดีมีมากกว่า แต่ก็เห็นว่า สส. คนดังกล่าวได้ออกมาขออภัยแล้ว ดังนั้น ถ้าเขาพูดถูกก็คงไม่ออกมาขออภัย ซึ่งมันจบไปในตัวเองแล้ว

 

ทั้งนี้ภายหลังการมอบนโยบายฯ นายกฯร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่มาร่วมงาน ณ บริเวณโถงกลาง ตึกสันติไมตรี จากนั้นนายกฯถ่ายรูปร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่ด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้า

 

นายกรัฐมนตรี พบปะ กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน เพื่อมอบนโยบายและรับฟังปัญหา 1นายกรัฐมนตรี พบปะ กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน เพื่อมอบนโยบายและรับฟังปัญหา 2นายกรัฐมนตรี พบปะ กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน เพื่อมอบนโยบายและรับฟังปัญหา 3นายกรัฐมนตรี พบปะ กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน เพื่อมอบนโยบายและรับฟังปัญหา 4นายกรัฐมนตรี พบปะ กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน เพื่อมอบนโยบายและรับฟังปัญหา 5นายกรัฐมนตรี พบปะ กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน เพื่อมอบนโยบายและรับฟังปัญหา 6

The post นายกฯ พบกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน บอกหากไม่มีท่านผมคงเป็นง่อยเปิดทางท้องถิ่นใช้งบช่วยภัยพิบัติทันที appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ ชี้ 3 รมช. มหาดไทย ต้องทำหน้าที่เปรียบเสมือน รมว. แก้ปัญหาได้ทุกด้าน สั่งงานวันนี้ต้องเสร็จตั้งแต่วานซืน https://thestandard.co/anutin-tasks-interior-deputy-ministers/ Tue, 07 Apr 2026 03:38:21 +0000 https://thestandard.co/?p=1195368 อนุทิน ชาญวีรกูล ประชุมมอบนโยบายรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

วันนี้ (7 เมษายน) เวลา 09.20 น. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรั […]

The post นายกฯ ชี้ 3 รมช. มหาดไทย ต้องทำหน้าที่เปรียบเสมือน รมว. แก้ปัญหาได้ทุกด้าน สั่งงานวันนี้ต้องเสร็จตั้งแต่วานซืน appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน ชาญวีรกูล ประชุมมอบนโยบายรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

วันนี้ (7 เมษายน) เวลา 09.20 น. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการมอบนโยบายในวันนี้ว่า วันนี้เป็นการประชุม เนื่องจากถือว่าเป็นรัฐบาลใหม่ กระทรวงมหาดไทยมีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง 3 ท่าน โดยได้มีการแจ้งให้ทราบว่าแต่ละท่านกำกับดูแลหน่วยงานใดบ้าง ซึ่งเป็นการกำกับดูแลในสายงาน แต่ภารกิจหน้าที่ของทุกท่านต้องทำหน้าที่เปรียบเสมือนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่สามารถแก้ปัญหาได้ทุกด้าน ไม่ใช่แก้ปัญหาหรือดำเนินการได้เฉพาะหน่วยงานที่กำกับดูแล

 

ส่วนการวาง KPI รัฐมนตรีช่วยว่าการทั้ง 3 ท่าน อนุทินกล่าวว่า ทุกคนต้องทำงานอย่างหนัก ทั้ง 3 ท่านที่ผ่านมาจนถึงจุดนี้ ได้พิสูจน์ความสามารถ ความรู้ ประสบการณ์ ความทุ่มเท ความเสียสละ และความพร้อมในการทำงาน จึงได้รับการพิจารณาให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ดังนั้น เรื่อง KPI จึงไม่มีเป็นแผ่นกระดาษ ถ้าล้าเมื่อไรก็ต้องไปพักเมื่อนั้น ซึ่งตนคิดว่าทั้งสามท่านอยู่ในช่วงวัยที่มีความพร้อมที่จะทำงานเสียสละเพื่อประชาชน

 

เมื่อถามว่า ในส่วนของการทำงานสั่งวันนี้ ต้องเสร็จตั้งแต่เมื่อวานหรือไม่ อนุทินกล่าวว่า สำหรับ 3 ท่านนี้ อาจต้องเสร็จตั้งแต่วานซืน เพราะได้ทำงานร่วมกับตนมาเป็นระยะเวลานาน เคยเป็นเลขานุการของตนมาก่อน เป็นลูกพรรค และเป็นผู้ที่ตนมอบหมายให้รับผิดชอบพื้นที่ดูแลประชาชน

 

เมื่อถามว่า รัฐมนตรีช่วยว่าการทั้ง 3 ท่านอายุยังไม่มาก แต่ต้องทำงานร่วมกับข้าราชการที่มีอายุมาก จะทำงานได้ราบรื่นหรือไม่ อนุทินย้อนถามว่า ใครบอกว่าไม่มาก ทุกคนเป็น สส. มาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 สมัย

 

“อายุไม่มากเมื่อเทียบกับผม แต่จริง ๆ แล้วพวกเขาอยู่ในช่วงวัยทำงาน มีคุณวุฒิและวัยวุฒิ สามารถทำงานร่วมกับทุกฝ่ายได้ และมีความเข้าใจใกล้ชิดกับประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมาก” นายกรัฐมนตรีกล่าว

 

สำหรับการกำกับดูแลหน่วยงานในกระทรวงมหาดไทย เบื้องต้นได้มอบหมายให้วรศิษฐ์ กำกับดูแลกรุงเทพมหานคร (กทม.) กรมการปกครองส่วนท้องถิ่น องค์การจัดการน้ำเสีย และองค์การตลาด

 

เจเศรษฐ์ กำกับดูแลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมโยธาธิการและผังเมือง รวมถึงการประปานครหลวงและการประปาส่วนภูมิภาค ส่วนพลพีร์ กำกับดูแลกรมการพัฒนาชุมชน กรมที่ดิน การไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

 

ขณะที่นายกรัฐมนตรีรับผิดชอบกำกับดูแลกรมการปกครอง ตลอดจนสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย

 

ภาพ: เห็นทุกคน

The post นายกฯ ชี้ 3 รมช. มหาดไทย ต้องทำหน้าที่เปรียบเสมือน รมว. แก้ปัญหาได้ทุกด้าน สั่งงานวันนี้ต้องเสร็จตั้งแต่วานซืน appeared first on THE STANDARD.

]]>
นายกฯ เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์กระทรวงมหาดไทย แนะนำ 3 รมช. ลูกเทพ มั่นใจไม่ใช่เด็ก มีประสบการณ์ ผ่านงานการเมืองมาแล้ว https://thestandard.co/pm-interior-deputy-ministers-experience/ Tue, 07 Apr 2026 02:23:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1195348 อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อม 3 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงมหาดไทย

วันนี้ (7 เมษายน) เวลา 07.47 น. ที่ศาลาว่าการกระทรวงมหา […]

The post นายกฯ เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์กระทรวงมหาดไทย แนะนำ 3 รมช. ลูกเทพ มั่นใจไม่ใช่เด็ก มีประสบการณ์ ผ่านงานการเมืองมาแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อม 3 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงมหาดไทย

วันนี้ (7 เมษายน) เวลา 07.47 น. ที่ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงมหาดไทย ในโอกาสเข้ารับหน้าที่ภายหลังการถวายสัตย์ปฏิญาณตนเมื่อวันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา พร้อมด้วย พลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และวรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

 

โดยมี อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยรองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย อธิบดี ผู้ว่าการ ตลอดจนข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมให้การต้อนรับ

 

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าสักการะพระพุทธมหานวนาคปฏิมากร ณ หอพระนาคปรก สวนสิรินธราภิรมย์ ใจกลางศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้ประกอบพิธีสมโภชเมื่อวันที่ 6 เมษายน 69 ที่ผ่านมา โดยเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (สมเด็จธงชัย)

 

จากนั้น รับการแสดงความเคารพในฐานะผู้บัญชาการกองอาสารักษาดินแดน และรองผู้บัญชาการกองอาสารักษาดินแดน โดยกองเกียรติยศ กองอาสารักษาดินแดน (อส.) กระทรวงมหาดไทย แล้วสักการะศาลพระชัยมงคล ศาลพระกาฬไชยศรี พระอนุสาวรีย์สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ องค์ปฐมเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย

 

จากนั้นเดินขึ้นบันไดโถงกลางเพื่อสักการะพระรูปสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ และเดินเข้าสู่ห้องรับรองเพื่อสักการะพระรูปหล่อสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ พร้อมถวายราชสักการะพระบรมรูป พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฏวิทยมหาราช และพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ ห้องรับรองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

 

ก่อนที่จะเดินเข้าสู่ห้องประชุมราชสีห์ เพื่อแนะนำตัวและพบปะข้าราชการกระทรวงมหาดไทยที่เข้าร่วม และผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยังศาลากลางจังหวัดและที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ โดยมี ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดจังหวัด หัวหน้าสำนักงานจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัด นายอำเภอ ปลัดอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และภาคีเครือข่ายของกระทรวงมหาดไทย ร่วมรับฟัง

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวทักทายข้าราชการกระทรวงมหาดไทย พร้อมระบุว่า รู้สึกยินดีที่ได้กลับมาปฏิบัติงานร่วมกับทุกท่านอีกครั้ง โดยครั้งนี้มีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยทั้ง 3 ท่าน ซึ่งได้พิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นผู้มีความสามารถ มีประสบการณ์ และสามารถสร้างประโยชน์ให้กับประชาชน โดยล้วนผ่านการทำงานในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาหลายสมัย

 

ทั้งนี้ พลพีร์ เคยดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรี และรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี โดยทำงานร่วมกับตนมาตั้งแต่ปี 2562 ขณะที่ เจเศรษฐ์ เคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี ที่มีประสบการณ์ทำงานในสภาอย่างต่อเนื่อง และมีความเข้าใจปัญหาของประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี

 

ส่วน วรศิษฐ์ เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสมัยที่ 3 จากจังหวัดสตูล มีบทบาทสะท้อนปัญหาด้านการประมงและการทำกินของประชาชนในภาคใต้เข้าสู่พรรคภูมิใจไทย ซึ่งตนเป็นหัวหน้าพรรค ทำให้พรรคมีบทบาทในประเด็นดังกล่าวมากยิ่งขึ้น

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า ทั้ง 3 ท่านจะเข้ามาร่วมทำงานในกระทรวงมหาดไทย โดยมีแนวทางการทำงานไปในทิศทางเดียวกัน

 

สำหรับการกำกับดูแลหน่วยงานในกระทรวงมหาดไทย เบื้องต้นได้มอบหมายให้วรศิษฐ์ กำกับดูแลกรุงเทพมหานคร (กทม.) กรมการปกครองส่วนท้องถิ่น องค์การจัดการน้ำเสีย และองค์การตลาด 

 

เจเศรษฐ์ กำกับดูแลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมโยธาธิการและผังเมือง รวมถึงการประปานครหลวงและการประปาส่วนภูมิภาค ส่วนพลพีร์ กำกับดูแลกรมการพัฒนาชุมชน กรมที่ดิน การไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 

 

ขณะที่นายกรัฐมนตรีรับผิดชอบกำกับดูแลกรมการปกครอง ตลอดจนสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย

 

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อม 3 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงมหาดไทย 1อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อม 3 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงมหาดไทย 2อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อม 3 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงมหาดไทย 3อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อม 3 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงมหาดไทย 4อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อม 3 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงมหาดไทย 5อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อม 3 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงมหาดไทย 6อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อม 3 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงมหาดไทย 7อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อม 3 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงมหาดไทย 8อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อม 3 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงมหาดไทย 9อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อม 3 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงมหาดไทย 10

The post นายกฯ เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์กระทรวงมหาดไทย แนะนำ 3 รมช. ลูกเทพ มั่นใจไม่ใช่เด็ก มีประสบการณ์ ผ่านงานการเมืองมาแล้ว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ดีเอสไอยืนยันคดีเขากระโดงยังไม่จบ ส่งหลักฐานหนุน ป.ป.ช.-หน่วยงานรัฐ สู้คดีทวงคืนที่ดิน 995 แปลง https://thestandard.co/dsi-khao-kradoong-land-case/ Mon, 16 Mar 2026 07:19:15 +0000 https://thestandard.co/?p=1188100 ภาพเจ้าหน้าที่ ดีเอสไอ แถลงข่าวเกี่ยวกับคดีที่ดิน เขากระโดง

วันนี้ (16 มีนาคม) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ออกเอกสารข่า […]

The post ดีเอสไอยืนยันคดีเขากระโดงยังไม่จบ ส่งหลักฐานหนุน ป.ป.ช.-หน่วยงานรัฐ สู้คดีทวงคืนที่ดิน 995 แปลง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพเจ้าหน้าที่ ดีเอสไอ แถลงข่าวเกี่ยวกับคดีที่ดิน เขากระโดง

วันนี้ (16 มีนาคม) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ออกเอกสารข่าวชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีที่ปรากฏกระแสข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ ระบุว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษได้ยุติการสืบสวนคดีข้อพิพาทที่ดินเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ จนทำให้สาธารณชนเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่ากระบวนการตรวจสอบในเรื่องดังกล่าวเสร็จสิ้นและจะไม่มีการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องแล้วนั้น

 

กรมสอบสวนคดีพิเศษ ขอยืนยันว่าข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง และขอชี้แจงลำดับเหตุการณ์เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องว่า กรณีนี้เริ่มต้นจากมีประชาชน 2 ราย เข้ายื่นเรื่องร้องเรียนให้ดีเอสไอดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งมีมติไม่เพิกถอน เอกสารสิทธิที่ดินเอกชนที่ทับซ้อนกับแนวเขตที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) แม้ว่าก่อนหน้านี้ศาลฎีกาจะมีคำพิพากษาชี้ขาดแล้วว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ดินของรัฐ

 

ที่ผ่านมา กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้รับเรื่องไว้เป็นสำนวนสืบสวนที่ 97/2568 โดยได้รวบรวมพยานหลักฐานอย่างรัดกุม ทั้งคำพิพากษาศาล คำวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกา ข้อมูลจากสำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ รวมถึงการลงพื้นที่หาข่าว และประสานข้อมูลร่วมกับกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.)

 

จากการสืบสวนพบว่า ข้อพิพาทที่ดินเขากระโดงมีการฟ้องร้องทางกฎหมายทั้งคดีแพ่ง คดีอาญา และคดีปกครอง รวมกันมากกว่า 18 คดี โดยในส่วนของคดีแพ่ง ศาลฎีกาได้พิพากษาถึงที่สุดแล้วว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ดินของรัฐ นำไปสู่การฟ้องศาลปกครอง ซึ่งศาลปกครองได้สั่งให้กรมที่ดินตั้งคณะกรรมการตามมาตรา 61 เพื่อพิจารณาเพิกถอนเอกสารสิทธิ แต่ท้ายที่สุดคณะกรรมการฯ กลับมีมติไม่เพิกถอนเอกสารสิทธิทั้ง 995 แปลง จนนำไปสู่การฟ้องร้องในศาลปกครองเพิ่มเติมอีกคดีหนึ่ง

 

สำหรับประเด็นการเอาผิดทางอาญากับเจ้าหน้าที่รัฐ (คณะกรรมการตามมาตรา 61) พบว่ามีการไปร้องทุกข์กล่าวโทษไว้ทั้งที่ดีเอสไอ และ บก.ปปป. ซึ่งทาง บก.ปปป. ได้ทำการส่งสำนวนไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินการไต่สวนแล้ว ดังนั้น ภายใต้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ดีเอสไอจึงมีความจำเป็นต้องส่งสำนวนการสืบสวนไปรวมที่ ป.ป.ช. เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปในทิศทางเดียวกันและถูกต้องตามขั้นตอนของกฎหมาย

 

อย่างไรก็ตาม ในประเด็นข้อหาบุกรุกที่ดินของรัฐนั้น กฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 30 ได้กำหนดให้เรื่องที่เกี่ยวเนื่องกันอยู่ในอำนาจการวินิจฉัยของ ป.ป.ช. ด้วยเช่นกัน ซึ่งหาก ป.ป.ช. มีมติประการใด หรือประสานขอให้ดีเอสไอช่วยดำเนินการเพิ่มเติม ดีเอสไอก็พร้อมสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ดีเอสไอยังได้จัดส่งผลการสืบสวนทั้งหมดไปยังหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้นำไปใช้เป็นฐานข้อมูลในการต่อสู้คดีในชั้นศาลและปกป้องผลประโยชน์ของชาติ

 

กรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวย้ำในตอนท้ายว่า การส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. ไม่ใช่การยุติการดำเนินการในคดีเขากระโดงทั้งหมดตามที่สังคมเข้าใจ แต่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกรอบกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยดีเอสไอยังคงมุ่งมั่นที่จะป้องกัน ปราบปราม และสอบสวนคดีพิเศษภายใต้หลักนิติธรรมอย่างโปร่งใสต่อไป

The post ดีเอสไอยืนยันคดีเขากระโดงยังไม่จบ ส่งหลักฐานหนุน ป.ป.ช.-หน่วยงานรัฐ สู้คดีทวงคืนที่ดิน 995 แปลง appeared first on THE STANDARD.

]]>
​บทสรุป 7 เดือน ดีเอสไอส่งสำนวนรุกที่เขากระโดง ให้ ป.ป.ช. ไต่สวนปมละเว้นเพิกถอนที่ดินรัฐ ย้ำคดีแพ่ง-ปกครองยังสู้ต่อในศาล https://thestandard.co/dsi-nacc-khao-kradong-land/ Sun, 15 Mar 2026 11:17:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1187828 ภาพอินโฟกราฟิกสรุปคดีเขากระโดง แสดงโลโก้ DSI, การรถไฟแห่งประเทศไทย และ ป.ป.ช.

ความคืบหน้ากรณีข้อพิพาทการบุกรุกและการออกเอกสารสิทธิทับ […]

The post ​บทสรุป 7 เดือน ดีเอสไอส่งสำนวนรุกที่เขากระโดง ให้ ป.ป.ช. ไต่สวนปมละเว้นเพิกถอนที่ดินรัฐ ย้ำคดีแพ่ง-ปกครองยังสู้ต่อในศาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพอินโฟกราฟิกสรุปคดีเขากระโดง แสดงโลโก้ DSI, การรถไฟแห่งประเทศไทย และ ป.ป.ช.

ความคืบหน้ากรณีข้อพิพาทการบุกรุกและการออกเอกสารสิทธิทับที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) บริเวณเขากระโดง ตำบลอิสาณ และตำบลเสม็ด อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ เนื้อที่รวมกว่า 4,414 ไร่

 

วันนี้ (15 มีนาคม) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้มีมติส่งสำนวนการสืบสวนทั้งหมดให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

 

คดีดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นจากการที่ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มอบหมายให้ พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ผู้อำนวยการกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รับผิดชอบการสืบสวนข้อร้องเรียน (เรื่องสืบสวนที่ 97/2568) โดยมีการรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องจากหลายหน่วยงาน ทั้งกรมที่ดิน การรถไฟฯ และสำนักงานธนารักษ์พื้นที่

 

ต่อมาเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 เจ้าหน้าที่สำนักงานอาณาบาล (ฝ่ายกฎหมาย) ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อดำเนินคดีอาญากับกลุ่มบุคคลและเจ้าหน้าที่รัฐที่ร่วมกันบุกรุกและยึดถือครอบครองที่ดินเขากระโดง

 

ภายหลังจากการสืบสวนอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 7 เดือน ล่าสุดมีรายงานจากสำนักงาน ป.ป.ช. ว่าได้รับสำนวนคดีดังกล่าวจากดีเอสไอแล้ว โดย พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการกองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ออกมาชี้แจงถึงสาเหตุที่ดีเอสไอมีมติไม่รับเรื่องนี้เป็นคดีพิเศษ

 

โฆษกดีเอสไอระบุว่า ในระหว่างการสืบสวน ดีเอสไอพบข้อมูลว่า กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ดำเนินการสืบสวนข้อร้องเรียนในประเด็นเดียวกันนี้อยู่ก่อนแล้ว และได้ส่งสำนวนไปยัง ป.ป.ช. เพื่อเข้าสู่กระบวนการไต่สวนข้อเท็จจริง

 

ดังนั้น ภายใต้บทบัญญัติของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 เมื่อพบว่ามีการกล่าวหาเจ้าหน้าที่รัฐกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ (กรณีออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ) ดีเอสไอจึงมีความจำเป็นต้องยุติการสืบสวนในส่วนของตน และรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดส่งไปประกอบสำนวนที่ ป.ป.ช. เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญที่มอบอำนาจให้ ป.ป.ช. เป็นผู้พิจารณาเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐ

 

นอกจากคดีอาญาที่ส่งต่อให้ ป.ป.ช. แล้ว โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษยังได้กล่าวถึงความคืบหน้าในส่วนของคดีทางแพ่งและคดีปกครอง ซึ่งยังคงค้างคาอยู่ในกระบวนการยุติธรรม โดยก่อนหน้านี้ ศาลได้มีคำพิพากษาให้กรมที่ดินตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน เพื่อพิจารณาเพิกถอนเอกสารสิทธิ

 

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการสอบสวนฯ ของกรมที่ดินได้มีมติไม่เพิกถอนที่ดิน ทำให้เกิดการฟ้องร้องทางปกครองเพื่อขอให้เพิกถอนมติดังกล่าว ซึ่งขณะนี้คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครอง รวมถึงยังมีคดีฟ้องขับไล่ทางแพ่งระหว่างหน่วยงานรัฐและราษฎรในพื้นที่ ทั้งนี้ ดีเอสไอได้พิจารณาจัดส่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์จากการสืบสวนทั้งหมดไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์และหน่วยงานในท้องที่ เพื่อนำไปใช้ประกอบการพิจารณาแก้ไขปัญหาต่อไป

The post ​บทสรุป 7 เดือน ดีเอสไอส่งสำนวนรุกที่เขากระโดง ให้ ป.ป.ช. ไต่สวนปมละเว้นเพิกถอนที่ดินรัฐ ย้ำคดีแพ่ง-ปกครองยังสู้ต่อในศาล appeared first on THE STANDARD.

]]>
DSI รวมหลักฐานเพิ่มเติมคดีเขากระโดง ไม่กังวลรัฐบาลเปลี่ยนขั้ว รอคำตอบจากกรมที่ดิน ก่อนสรุปรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ https://thestandard.co/dsi-khokradong-land-case-update/ Fri, 12 Sep 2025 07:24:56 +0000 https://thestandard.co/?p=1118543 dsi-khokradong-land-case-update

วันนี้ (12 กันยายน) ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) พ.ต.ต. ณ […]

The post DSI รวมหลักฐานเพิ่มเติมคดีเขากระโดง ไม่กังวลรัฐบาลเปลี่ยนขั้ว รอคำตอบจากกรมที่ดิน ก่อนสรุปรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
dsi-khokradong-land-case-update

วันนี้ (12 กันยายน) ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) พ.ต.ต. ณฐพล ดิษยธรรม ผู้อำนวยการกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยความคืบหน้ากรณีการสืบสวนเรื่องที่ดินเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน

 

พ.ต.ต. ณฐพลระบุว่า ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนรวบรวมพยานหลักฐานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และที่ผ่านมาเราได้มีการสอบปากคำเจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทย ที่ได้มาร้องทุกข์กล่าวโทษไปแล้ว ซึ่งอยู่ในขั้นที่การรถไฟฯ จะทยอยส่งมอบพยานหลักฐานให้กับพนักงานสืบสวน จากนั้น เราจะได้มีการรวบรวมหลักฐาน ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลที่ได้รับมาจากสำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นต้น เราก็ได้ส่งข้อมูลทั้งหมดไปให้ส่วนแผนที่ฯ ของ DSI ทำการวิเคราะห์ข้อมูลแผนที่ 

 

หลังจากนี้ ก็จะรอหลักฐานเอกสารแผนที่พิพาทจากการรถไฟฯ ซึ่งยังคงรออย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ เรายังได้ทำหนังสือขอข้อมูลที่กรมที่ดิน แต่ทางกรมที่ดินยังไม่ได้มีการตอบกลับมา หากทางกรมที่ดินมีการตอบกลับมาจึงจะสามารถตอบได้ว่าเราจะรับเป็นคดีพิเศษได้หรือไม่ ดังนั้น ตอนนี้จึงอยู่ระหว่างรอเอกสารพยานหลักฐานจากกรมที่ดิน และการรถไฟฯ เพิ่มเติม

 

พ.ต.ต.ณฐพล กล่าวอีกว่า สำหรับการสอบปากคำพยาน เรายังคงเน้นไปที่เจ้าหน้าที่การรถไฟฯ และสำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ กรมที่ดิน ส่วนพยานบุคคลยังไม่มีเรียกมาสอบปากคำ เพราะตอนนี้การรวบรวมพยานหลักฐานเอกสารเป็นเรื่องสำคัญที่สุด โดยเฉพาะข้อมูลที่ปรากฏในสารบบที่ดิน

 

ส่วนที่หลังจากนี้จะมีการแต่งตั้งอธิบดีกรมที่ดินคนใหม่โดยกระทรวงมหาดไทย หรือการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมที่กำกับดูแล DSI จะส่งผลกระทบต่อการสืบสวนหรือไม่นั้น พ.ต.ต.ณฐพลย้ำว่า กระบวนการทำคดีเขากระโดง เราทำไปตามกรอบอำนาจหน้าที่ ที่มีการรถไฟฯ กล่าวหา ก็จะต้องรวบรวมไปตามกฎหมาย และทำอย่างตรงไปตรงมา และยิ่งเราทำในรูปแบบของคณะพนักงานสืบสวน ก่อนที่จะดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งก็ต้องมีการประชุมคณะพนักงานสืบสวนจากพยานหลักฐานที่ได้มาทั้งหมดก่อน พร้อมเน้นย้ำว่า ไม่มีความกังวลจากการเปลี่ยนขั้วรัฐบาล

The post DSI รวมหลักฐานเพิ่มเติมคดีเขากระโดง ไม่กังวลรัฐบาลเปลี่ยนขั้ว รอคำตอบจากกรมที่ดิน ก่อนสรุปรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภูมิธรรม บอก แก้ปัญหาเขากระโดงเป็นหน้าที่อธิบดีกรมที่ดินคนใหม่ ย้ำ ไม่แทรกแซงทำได้ทันทีให้เร็วที่สุด https://thestandard.co/new-land-chief-khao-kradong/ Mon, 25 Aug 2025 04:25:22 +0000 https://thestandard.co/?p=1110812

วันนี้ (25 สิงหาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล ภูมิธรรม เวชยชัย ร […]

The post ภูมิธรรม บอก แก้ปัญหาเขากระโดงเป็นหน้าที่อธิบดีกรมที่ดินคนใหม่ ย้ำ ไม่แทรกแซงทำได้ทันทีให้เร็วที่สุด appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (25 สิงหาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีมีการแต่งตั้งขจรเกียรติ รักพานิชมณี เป็นอธิบดีกรมที่ดินคนใหม่แล้วนั้น ต่อจากนี้ขั้นตอนการแก้ไขปัญหาที่ดินเขากระโดงจะเป็นอธิบดีกรมที่ดินดำเนินการได้ทันที หรือจำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบอีกหรือไม่ว่า เรื่องนี้ยังเหมือนเดิม ไม่มีอะไรที่ต้องกังวล เป็นเรื่องที่อธิบดีกรมที่ดินต้องไปดำเนินการ ชัดเจนอยู่แล้วในคำสั่งต่างๆ ของข้อสรุป ที่คณะทำงานดำเนินการแล้ว

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ถึงกระแสข่าวว่าอธิบดีกรมที่ดินคนใหม่ป่วยเข้าโรงพยาบาลทำอะไรไม่ได้นั้น ภูมิธรรมกล่าวว่า ไม่จริง วันนี้ก็มาพบตนเอง ยืนยันว่า เขาต้องทำหน้าที่ของเขา

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มีกรอบเวลาดำเนินการให้กับอธิบดีกรมที่ดินหรือไม่ ภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่มี ให้เขาทำตามหน้าที่ กรอบเวลาหรืออะไรต่างๆก็อยู่ในหน้าที่หมดแล้ว

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ในฐานะที่กำกับดูแลกระทรวงมหาดไทย ประเมินหรือไม่ว่าขั้นตอนหรือเวลาที่เหมาะสมที่จะดำเนินการในเรื่องนี้จะใช้เวลานานหรือไม่ ภูมิธรรม กล่าวว่า ตนเคยพูดไปแล้วว่า ให้เร็วที่สุด ปฏิบัติตามคำสั่งศาลให้เต็มที่ ให้ศาลรู้ว่าเราได้มาปฏิบัติ ไม่เช่นนั้นจะเข้าข่ายละเมิดอำนาจศาล หรือไม่ปฏิบัติหน้าที่ที่ควรจะต้องทำ เป็นหน้าที่ของอธิบดีกรมที่ดิน เดี๋ยวเขาก็ทำเอง ตนไม่แทรกแซง

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า อธิบดีกรมที่ดินคนใหม่จะเซ็นเพิกถอนที่ดินเขากระโดงได้ทันก่อนวันที่ 29 สิงหาคมหรือไม่ ภูมิธรรม กล่าวว่า ทำได้ทันทีเร็วที่สุด

The post ภูมิธรรม บอก แก้ปัญหาเขากระโดงเป็นหน้าที่อธิบดีกรมที่ดินคนใหม่ ย้ำ ไม่แทรกแซงทำได้ทันทีให้เร็วที่สุด appeared first on THE STANDARD.

]]>
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 6 บิ๊กข้าราชการมหาดไทย ‘ขจรเกียรติ’ นั่งอธิบดีที่ดิน ‘เชษฐา’ คุมกรม ปภ. https://thestandard.co/royal-decree-appoints-6-new-interior-officials/ Sat, 23 Aug 2025 02:41:30 +0000 https://thestandard.co/?p=1110273

วันนี้ (23 สิงหาคม) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ปร […]

The post โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 6 บิ๊กข้าราชการมหาดไทย ‘ขจรเกียรติ’ นั่งอธิบดีที่ดิน ‘เชษฐา’ คุมกรม ปภ. appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (23 สิงหาคม) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ โดยมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการกระทรวงมหาดไทยระดับสูงจำนวน 6 ราย ให้พ้นจากตำแหน่งเดิมและไปดำรงตำแหน่งใหม่ มีผลตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป

 

  • ขจรเกียรติ รักพานิชมณี พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา และได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมที่ดิน

 

  • เชษฐา โมสิกรัตน์ พ้นจากตำแหน่งรองปลัดกระทรวง และได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)

 

  • พรพจน์ เพ็ญพาส พ้นจากตำแหน่งอธิบดีกรมที่ดิน และได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รองปลัดกระทรวง

 

  • สันติ รังษิรุจิ พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง และได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา

 

  • ไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง และได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี

 

  • ภาสกร บุญญลักษม์ พ้นจากตำแหน่งอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง

 

ทั้งนี้ ประกาศดังกล่าวลงนามโดย ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ลงวันที่ 22 สิงหาคม 2568

The post โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 6 บิ๊กข้าราชการมหาดไทย ‘ขจรเกียรติ’ นั่งอธิบดีที่ดิน ‘เชษฐา’ คุมกรม ปภ. appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทินเตือนอธิบดีกรมที่ดินคนใหม่ อย่าเซ็นเพิกถอนสุ่มสี่สุ่มห้า ปมเขากระโดง ระวังซ้ำรอยติดคุก เชื่อภูมิธรรมใช้มาตรฐานเดียวคดีอัลไพน์ https://thestandard.co/anutin-warning-khao-kradong-land-dispute/ Tue, 05 Aug 2025 08:29:54 +0000 https://thestandard.co/?p=1103835 อนุทิน ชาญวีรกูล เตือนอธิบดีกรมที่ดินระวังผลทางกฎหมาย ปมเพิกถอนโฉนด เขากระโดง

วันนี้ (5 สิงหาคม) ที่พรรคภูมิใจไทย อนุทิน ชาญวีรกูล หั […]

The post อนุทินเตือนอธิบดีกรมที่ดินคนใหม่ อย่าเซ็นเพิกถอนสุ่มสี่สุ่มห้า ปมเขากระโดง ระวังซ้ำรอยติดคุก เชื่อภูมิธรรมใช้มาตรฐานเดียวคดีอัลไพน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
อนุทิน ชาญวีรกูล เตือนอธิบดีกรมที่ดินระวังผลทางกฎหมาย ปมเพิกถอนโฉนด เขากระโดง

วันนี้ (5 สิงหาคม) ที่พรรคภูมิใจไทย อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึง กรณีที่หากอธิบดีกรมที่ดินคนใหม่เซ็นเพิกถอนโฉนดที่ดิน เขากระโดง จะมีผลอย่างไรต่อไปว่า ต้องดูตามกฎหมาย ถ้าสุ่มสี่สุ่มห้า เซ็นแล้วผิดกฎหมาย ทำไปด้วยเจตนารมณ์ที่ไม่บริสุทธิ์ จงใจทำให้เกิดความเสียหาย หรือเป็นการกลั่นแกล้งกัน ก็ให้ดูว่าในสมัยก่อนมีอธิบดีกรมที่ดิน อดีตปลัดกระทรวง ต้องถูกโทษจำคุกเรื่องแบบนี้เราก็เห็นกันมาหมดแล้ว การไปเพิกถอนมติหรืออะไรต่างๆ ก็เห็นตัวอย่างกันมาหมดแล้ว ถ้าใครที่ทำเพื่อที่ต้องการจะมาดำรงตำแหน่งนี้ ก็ไม่มีใครห้าม และไม่มีอะไรมาห้ามให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบหรือความเสียหายไม่ให้เขาดำเนินคดีกลับ

 

เมื่อถามว่า ที่ดินเขากระโดง จะอยู่แค่ระดับอธิบดีหรือฝ่ายการเมืองจะได้รับผลกระทบด้วยหรือไม่ อนุทินกล่าวว่า ตนไม่ทราบ ส่วนนี้ต้องไปถามผู้ที่เสียหาย 

 

เมื่อถามว่า ภูมิธรรมประกาศใช้มาตรฐานเดียวกันกับกรณีที่ดินอัลไพน์ เชื่อหรือไม่ อนุทินกล่าวว่า ถ้าคนระดับท่านพูดก็ต้องเชื่อ แต่ขอให้ท่านทำให้เร็วเหมือนกับเรื่องเขากระโดง 

 

เมื่อถามว่า มองอย่างไร ที่มีการเดินหน้าเพิกถอนที่ดินเขากระโดง ทำให้ 4 อธิบดีถูกโยกย้ายออกจากตำแหน่ง เหมือนเป็นการล้างบาง อนุทินกล่าวว่า อธิบดีกรมที่ดินขอย้ายตัวเองเพราะปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามข้อสั่งการ 

 

เมื่อถามว่าอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดนโยกย้ายอีกหนึ่งตำแหน่ง อนุทิน กล่าวว่า ตรงนี้ไม่รู้ว่าโดนเรื่องอะไร 

 

เมื่อถามต่อว่า เป็นการตั้งใจล้างบางสายสีน้ำเงินหรือไม่ อนุทินตอบทันทีว่า อธิบดีปภ. ไม่ใช่สายสีน้ำเงิน ซึ่งอธิบดี ปภ.อยู่กับ เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่เป็นเด็กติดตามกันมา ซึ่งเสริมศักดิ์เองก่อนหน้านี้ก็มีข่าวว่าจะมานั่งเป็น มท.1 – มท.2 ด้วยซ้ำ อันนี้จึงไม่เกี่ยวกับสายสีน้ำเงินแน่นอน และไม่เกี่ยวกับตนแน่นอน เพราะใครๆก็รู้ว่าอธิบดี ปภ.  ทำงานมาตั้งแต่เป็นรุ่นเด็กอยู่แล้วว่าอยู่กับใครมา

 

เมื่อถามว่าสุดท้ายที่ดินเขากระโดง มองว่าต้องรื้อหรือจะยื้อกันไปอีกนานหรือไม่ อนุทินกล่าวว่า ตนไม่รู้ว่าจะใช้คำว่ายื้อถูกหรือไม่ เพราะเรื่องพวกนี้ เป็นเรื่องของกฎหมาย สมัยตนอยู่กระทรวงมหาดไทยก็ยัง เรียกอธิบดีกรมที่ดิน มาถามว่าถ้าตนไม่ใช่ มท.1 ผลจะเป็นแบบนี้หรือไม่ ท่านก็ยังยืนยัน นอนยัน นั่งยัน ว่าก็เป็นแบบนี้ ไม่ว่าใครจะมาเป็น มท.1 ผลของคณะกรรมการมาตรา 61 ก็เป็นเช่นนี้ 

 

อนุทินกล่าวว่า ตนยังบอกให้ทุกคนเป็นพยานบันทึกกันไว้ ซึ่งตนก็มีบันทึกไปที่ปลัดกระทรวงมหาดไทย ขอให้ดำเนินการทุกอย่างในเรื่องนี้ เพราะเป็นที่สนใจของประชาชน และเป็นเรื่องที่มีความกังขา ขอให้ทำให้ถูกต้องทุกอย่าง ใครที่คิดว่าทำถูกต้องตามกฎหมายก็ทำไป และรับผิดชอบในสิ่งที่ตนเองได้กระทำ ถ้าทำไม่ผิดมันก็ไม่ผิด

 

เมื่อถามว่า ถ้าประชาชนที่ได้รับโฉนดอย่างถูกต้องถูกเพิกถอนสิทธิ์ จะมีคำแนะนำอย่างไร อนุทิน กล่าวว่า ควรต้องหาวิธีแก้ไขกันต่อไป เพราะไม่ใช่แค่ชาวบ้าน แต่เศรษฐกิจก็จะพังไปหมด ซึ่งที่ดินส่วนใหญ่มีโฉนดหมดแล้ว คงไม่มีใครโง่ที่จะซื้อที่ดินที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เรื่องของที่ดินไม่ใช่การโอนเฉพาะ 2 ฝ่าย เจ้าหน้าที่กรมที่ดินต้องรับรู้ ไม่ใช่ว่าโอนวันนี้อีก 3 ปี 5 ปี จะไปเพิกถอน ไม่เช่นนั้นจะไม่มีใครกล้าลงทุน

 

“หากไม่ลงทุน ทุกอย่างก็กระจุกอยู่ในเมืองใหญ่ๆ เอาชัวร์ๆ ซื้อบนถนนสีลม สุขุมวิท เท่านั้นหรือ อีกหน่อยตำบลปากช่อง เขาค้อ สันกำแพง ก็ไม่มีใครกล้าไปลงทุน ถ้าทำแบบนี้ ทุกอย่างต้องมีความชัดเจน”

 

อนุทิน กล่าวต่อว่า รัฐธรรมนูญมีการคุ้มครองอยู่แล้ว แต่บางคนก็ตีลูกมึนไปทำความเดือดร้อนให้ประชาชน ขออย่าลืมว่าเขากระโดงมีกว่า 900 ครอบครัว ไม่ใช่จ้องแต่ครอบครัวการเมือง แล้วได้รับผลกระทบไปด้วยก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร 

 

ส่วนจะให้มีการฟ้องร้องกลับหรือไม่นั้น อนุทิน บอกว่า ตนไม่มีที่ดินตรงนั้น คงตอบแทนไม่ได้ แต่เห็นว่ารัฐบาลควรมีมาตรการคุ้มครอง ไม่ใช่พอถึงเวลาก็เอาเงินภาษีประชาชนมาเวนคืน

 

ส่วนกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ลงพื้นที่ตรวจสอบสนามบินขนงพระว่า อาจรุกล้ำทางสาธารณะนั้น อนุทิน กล่าวว่า ประเด็นนี้ก็ให้หน่วยงานตรวจสอบ และมีเอกสารหลักฐานที่จะต้องไปชี้แจง

 

เมื่อถามต่อว่า ดีเอสไอควรจะไปตรวจสอบรีสอร์ตบนที่ดินของ แพทองธาร ด้วยหรือไม่ อนุทิน หัวเราะ พร้อมย้อนว่า “ชอบถามแบบนี้” ก่อนกล่าวต่อว่า หากจะทำก็ต้องทำให้เท่าเทียมกันทุกคน แต่การเที่ยวไปตรวจที่ตรงนั้นตรงนี้ แล้วอีกหน่อยใครจะกล้าลงทุน เศรษฐกิจก็นิ่งหมด พร้อมย้ำว่า เศรษฐกิจดีขึ้น เพราะมีการเปลี่ยนมือ การลงทุน การขาย การได้กำไร คนถึงจะไปจับจ่ายใช้สอย ใช้เงิน เศรษฐกิจต้องหมุนด้วยเงิน 

 

ฉะนั้น หากทำแบบนี้ อีกหน่อยมีคนนำที่ดินต่างจังหวัดมาขายใครจะกล้าซื้อ แล้วโฉนดถูกต้องหรือไม่ใครจะทราบ เพราะบางโฉนดออกมาตั้งแต่ พ.ศ. 2480 จะไม่ถูกได้อย่างไรก็ต้องอนุมานว่าถูกไว้ก่อน จึงขออย่าใช้กลไกทางราชการมากลั่นแกล้งทางการเมือง แบบนี้ถือว่าไม่มีประโยชน์ เพราะหากมีการเปลี่ยนขั้วเปลี่ยนข้างก็โดนกลับ ประเทศไทยก็ไม่สงบสุข “ทีนี้รู้หรือยังทำไมประเทศไทยไม่สงบสุข เพราะคนแบบนี้ไง”

The post อนุทินเตือนอธิบดีกรมที่ดินคนใหม่ อย่าเซ็นเพิกถอนสุ่มสี่สุ่มห้า ปมเขากระโดง ระวังซ้ำรอยติดคุก เชื่อภูมิธรรมใช้มาตรฐานเดียวคดีอัลไพน์ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภูมิธรรม เตรียมนำคำชี้แจงอธิบดีกรมที่ดิน ปมเขากระโดง ให้คณะกรรมการตรวจสอบ ยืนยันไม่กลั่นแกล้ง แต่หลายฝ่ายคลางแคลงใจ https://thestandard.co/khokradong-land-investigation/ Wed, 23 Jul 2025 05:01:41 +0000 https://thestandard.co/?p=1098781 khokradong-land-investigation

วันนี้ (23 กรกฎาคม) ที่กระทรวงมหาดไทย ภูมิธรรม เวชยชัย […]

The post ภูมิธรรม เตรียมนำคำชี้แจงอธิบดีกรมที่ดิน ปมเขากระโดง ให้คณะกรรมการตรวจสอบ ยืนยันไม่กลั่นแกล้ง แต่หลายฝ่ายคลางแคลงใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
khokradong-land-investigation

วันนี้ (23 กรกฎาคม) ที่กระทรวงมหาดไทย ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ใปนฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่ เดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะกำกับดูแลกรมที่ดินตั้งคณะกรรมการตรวจสอบคำสั่งอธิบดีกรมที่ดินกรณีไม่เพิกถอนโฉนดที่ดินบริเวณเขากระโดง ตำบลอิสาณ และตำบลเสม็ด อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ ได้มีการกำหนดกรอบเวลาการตรวจสอบหรือไม่ว่า 

 

ภูมิธรรมกล่าวว่า ตนให้เดชอิศม์ ในฐานะกำกับดูแลกรมที่ดินเป็นผู้ดำเนินการต่อ และตนตั้งใจตั้งแต่ต้นว่า เข้ามาทำงานในกระทรวงมหาดไทยที่ถูกกล่าวหาว่าล่าช้า หรือไม่มีประสิทธิภาพ เพราะเจ้าหน้าที่เองเขาคิดว่าเขาทำงาน ก็ต้องพิสูจน์กัน หากพบว่าทำงานเต็มที่ก็ไม่ได้มีปัญหา ตนไม่ได้มีความต้องการที่จะมายุ่งเกี่ยว หรือกลั่นแกล้งบังคับขู่เข็ญเจ้าหน้าที่หรือพนักงาน อย่างที่ตนบอกเรื่องเขากระโดง เป็นเรื่องที่สนใจ ซึ่งตนได้เรียกอธิบดีกรมที่ดินมาคุยแล้วว่า ถูกผิดตนไม่ตัดสิน 

 

แต่เป็นเรื่องที่หลายฝ่ายคลางแคลงใจ จึงมีหน้าที่ทำตรงนี้ให้ชัดจะได้จบไป ไม่ใช่เป็นประเด็นมาถามได้ทุกวัน และก่อนหน้านี้ทำอะไรมาก็ให้ชี้แจง สังคมจะได้เข้าใจว่า สิ่งที่เขาทำคืออะไร ถ้าคิดว่าที่เขาทำไม่มีอะไรผิดก็ชี้แจงให้เคลียร์ก็จบ ซึ่งตนได้เปิดโอกาสให้เขาชี้แจงก่อนแล้ว และจากที่ดูก็เป็นประเด็นที่เกี่ยวข้อง และคงเป็นหน้าที่แบบเดิมๆที่เขาคิด หรืออาจจะมีปัญหาอื่นๆ ตนก็ไม่สามารถไปตอบได้ ต้องดูในรายละเอียด 

 

“เพราะฉะนั้น คณะกรรมการชุดดังกล่าวที่ตั้งขึ้นมาเป็นคนนอกเสียส่วนใหญ่ และผมบอกให้ตั้งคณะกรรมการเพื่อให้แฟร์กับทุกฝ่าย เท่าที่ดูเขาก็บอกว่า ให้มันแฟร์ให้ทุกฝ่ายรับรู้รับทราบ และรีบดำเนินการ เหมือนกับที่ผมไปกลาโหม ผมไม่อยากให้อะไรมันเยิ่นเย้ออย่างอุยกูร์ก็พิสูจน์แล้วรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่เป็นดราม่า ว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ผมและใครต่อใครไปไม่ได้ คุณมาริษเมื่อวาน ก็ไปยืนพูดอยู่ที่นิวยอร์ก เพราะฉะนั้นผมคิดว่า ต้องทำให้เรื่องที่สังคมมอง หรืออะไรที่เป็นการปั่นประเด็น และไม่เหมาะสมก็ต้องระมัดระวังเพราะบางทีข้อเท็จจริงมันไม่ใช่อย่างนั้นเลย” ภูมิธรรม กล่าว

 

ภูมิธรรม กล่าวอีกว่า เรื่องที่ดินเขากระโดง หลังจากที่เขาชี้แจงแล้วก็ตั้งคณะกรรมการสอบว่าคำชี้แจงถูกต้องหรือไม่ ถ้าถูกต้องก็จบ ถ้ามีปัญหาก็ต้องว่ากันไปตามเนื้องาน ส่วนคำชี้แจงดังกล่าวจะนำเข้าสู่คณะกรรมการเพื่อพิจารณาด้วย

The post ภูมิธรรม เตรียมนำคำชี้แจงอธิบดีกรมที่ดิน ปมเขากระโดง ให้คณะกรรมการตรวจสอบ ยืนยันไม่กลั่นแกล้ง แต่หลายฝ่ายคลางแคลงใจ appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘เดชอิศม์’ เซ็นตั้งคณะกรรมการ 7 คน สอบอธิบดีกรมที่ดิน ปมไม่เพิกถอนที่ดินเขากระโดง ย้ำเพื่อความชัดเจน และเป็นธรรม https://thestandard.co/khokradong-land-review/ Tue, 22 Jul 2025 07:36:14 +0000 https://thestandard.co/?p=1098406 khokradong-land-review

วันนี้ (22 กรกฎาคม) เดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการก […]

The post ‘เดชอิศม์’ เซ็นตั้งคณะกรรมการ 7 คน สอบอธิบดีกรมที่ดิน ปมไม่เพิกถอนที่ดินเขากระโดง ย้ำเพื่อความชัดเจน และเป็นธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>
khokradong-land-review

วันนี้ (22 กรกฎาคม) เดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงนามในคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 2143/2568 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบคำสั่งอธิบดีกรมที่ดิน กรณีไม่เพิกถอนโฉนดที่ดินบริเวณเขากระโดงตำบลอิสาณและตำบลเสม็ด อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีเนื้อหาว่า ด้วยปรากฏข่าวสารเป็นที่แพร่หลายเกี่ยวกับความเคลือบแคลงสงสัยในผลการตรวจสอบ การถือครองที่ดินบริเวณเขากระโดงของกรมที่ดิน 

 

กรณีศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้อธิบดีกรมที่ดินตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามมาตรา 61 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ทำการตรวจสอบแนวเขตที่ดินบริเวณเขากระโดง ตำบลอิสาณและตำบลเสม็ด อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อหาแนวเขตที่ดิน ที่เป็นของการรถไฟแห่งประเทศไทยให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขแดงที่ 842-876/2560 และคดีหมายเลขแดงที่ 8027/2561 และคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ภาค 3 คดีหมายเลขแดงที่ 1112/2563 

 

ต่อมาอธิบดีกรมที่ดินเห็นชอบตามมติของคณะกรรมการสอบสวนดังกล่าวที่ไม่เพิกถอนหรือแก้ไขเอกสารแสดงสิทธิในที่ดินที่ทับซ้อนกับที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย บริเวณเขากระโดง ตำบลอิสาณและตำบลเสม็ด อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ และมีคำสั่งให้ยุติเรื่อง 

 

ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการในเรื่องดังกล่าวเกิดความชัดเจน เป็นธรรม และเป็นไปตามคำพิพากษาศาลฎีกา ศาลอุทธรณ์ ภาค 3 และศาลปกครองกลางที่เกี่ยวข้อง อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ แผ่นดิน พ.ศ. 2534 มาตรา 20 วรรคหนึ่ง และวรรคสอง ประกอบคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 2035/2567 ลงวันที่ 14 กรกฎาคม 2568 จึงแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบคำสั่งอธิบดีกรมที่ดิน กรณีไม่เพิกถอนโฉนดที่ดินบริเวณเขากระโดง เพื่อทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว โดยมีองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ ดังนี้

 

  1. เชษฐา โมสิกรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานกรรมการ
  2. พ.ต.อ. ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เป็นกรรมการ
  3. ปรัชญา ทัพทอง อัยการพิเศษฝ่ายสำนักงานคณะกรรมการอัยการ เป็นกรรมการสำนักงานอัยการสูงสุด
  1. ปาริชาติ เพชรวงค์ อัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิประชาชนระหว่างประเทศสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นกรรมการ

 

  1. ไกรศรี สว่างศรี ผู้อำนวยการส่วนแผนที่และเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นกรรมการ
  2. ไพโรจน์ โพธิ์บอน อาณาบาลบังคับคดี 5 สำนักงานอาณาบาลการรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นกรรมการ
  3. ไทย์ธน รุ่งเรือง เป็นกรรมการ

 

ส่วนอำนาจหน้าที่ คณะกรรมการมีอำนาจพิจารณาเสนอความเห็นเกี่ยวกับผลการตรวจสอบคำสั่งอธิบดีกรมที่ดิน กรณีไม่เพิกถอนโฉนดที่ดินบริเวณเขากระโดง ตำบลอิสาน และตำบลเสม็ด อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ โดยตรวจสอบข้อเท็จจริง และรวบรวมพยานหลักฐานทั้งปวงที่เกี่ยวข้อง รับฟังพยานบุคคล ตรวจสอบเอกสาร วัสดุ หรือสถานที่ เชิญบุคคลหรือผู้แทนหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงข้อมูลและข้อเท็จจริง ตลอดจนขอให้จัดส่งเอกสารเพื่อประกอบการพิจารณาตามความจำเป็น รวมทั้งดำเนินการอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ในเรื่องดังกล่าว จนกว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จ และส่งสรุปผลการตรวจสอบ พร้อมเสนอความเห็นต่อผู้แต่งตั้งเพื่อพิจารณาสั่งการต่อไป

The post ‘เดชอิศม์’ เซ็นตั้งคณะกรรมการ 7 คน สอบอธิบดีกรมที่ดิน ปมไม่เพิกถอนที่ดินเขากระโดง ย้ำเพื่อความชัดเจน และเป็นธรรม appeared first on THE STANDARD.

]]>