กฎหมายสมรสเท่าเทียม Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/tag/กฎหมายสมรสเท่าเทียม/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 18 Aug 2026 05:00:26 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.11 จุลพันธ์ เผย ครม. ไฟเขียวกฎหมายแรงงาน 4 ฉบับ ยกระดับสวัสดิการ ‘คนประจำเรือ-ผู้รับงานทำที่บ้าน-ลูกจ้างรัฐวิสาหกิจสมรสเท่าเทียม https://thestandard.co/cabinet-approves-labor-welfare-laws/ Tue, 18 Aug 2026 05:00:26 +0000 https://thestandard.co/?p=1243118 จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กำลังแถลงข่าว

วันนี้ (18 สิงหาคม) จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการก […]

The post จุลพันธ์ เผย ครม. ไฟเขียวกฎหมายแรงงาน 4 ฉบับ ยกระดับสวัสดิการ ‘คนประจำเรือ-ผู้รับงานทำที่บ้าน-ลูกจ้างรัฐวิสาหกิจสมรสเท่าเทียม appeared first on THE STANDARD.

]]>
จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กำลังแถลงข่าว

วันนี้ (18 สิงหาคม) จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างกฎหมาย 2 ฉบับและหลักเกณฑ์ด้านแรงงานรวม 4 ฉบับ ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ เพื่ออุดช่องว่างทางกฎหมายและขยายสิทธิความคุ้มครองให้ครอบคลุมแรงงานหลากหลายกลุ่ม ทั้งกลุ่มคนประจำเรือ ผู้รับงานไปทำที่บ้าน และกลุ่มลูกจ้างรัฐวิสาหกิจกลุ่มสมรสเท่าเทียม

 

การปรับปรุงกฎหมายครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาระบบสวัสดิการและมาตรฐานแรงงานให้ทันต่อสภาพสังคมและรูปแบบการจ้างงานยุคใหม่ โดยแบ่งสาระสำคัญออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่

 

  • ยกระดับระบบสวัสดิการ คนประจำเรือ ผ่านการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติแรงงานทางทะเล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. โดยมีสาระสำคัญคือการกำหนดให้นายจ้างต้องนำคนประจำเรือเข้าสู่ระบบประกันสังคมและเงินทดแทนโดยตรง เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์ 7 กรณีตามระบบประกันสังคมและได้รับการคุ้มครองจากกองทุนเงินทดแทนหากประสบอุบัติเหตุจากการทำงาน

 

นอกจากนี้ ยังกำหนดชัดเจนว่าห้ามเจ้าของเรือให้คนประจำเรืออายุต่ำกว่า 18 ปี ทำงานระหว่าง 22.00-06.00 น. เพื่อคุ้มครองสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของเด็กและเยาวชน เว้นแต่เป็นการฝึกอบรมหรือการปฏิบัติหน้าที่ที่จำเป็นตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้สอดคล้องกับอนุสัญญาว่าด้วยแรงงานทางทะเล ค.ศ. 2006 ขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO)

 

  • ขยายความคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน ผ่านการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ให้ครอบคลุมรูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปในยุคดิจิทัล เช่น การรับงานผ่านระบบออนไลน์ รวมทั้งขยายประเภทที่ได้รับความคุ้มครอง ทั้งงานอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม เกษตรกรรม และบริการ

 

นอกจากกำหนดเกณฑ์อายุขั้นต่ำในการทำงานที่ 15 ปีและห้ามผู้ว่าจ้างใช้แรงงานเด็กต่ำกว่า 18 ปีหรือหญิงมีครรภ์ในงานเสี่ยงอันตราย ในกรณีจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับตั้งแต่ 400,000-800,000 บาท นอกจากนี้ ยังวางเกณฑ์อัตราค่าตอบแทนที่เป็นธรรม รวมทั้งเพิ่มโทษหากนายจ้างเบี้ยวเงินหรือคืนหลักประกันล่าช้าต้องจ่ายดอกเบี้ยปรับร้อยละ 15 ต่อปี

 

  • รับรองสิทธิคู่สมรสลูกจ้างรัฐวิสาหกิจตามหลักสมรสเท่าเทียม ผ่านร่างประกาศคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เพื่อปรับสิทธิประโยชน์ของลูกจ้างรัฐวิสาหกิจให้สอดคล้องกับกฎหมายสมรสเท่าเทียม ทำให้คู่สมรสตามกฎหมายทุกเพศได้รับสิทธิค่ารักษาพยาบาล เงินทดแทน และค่าทำศพอย่างเท่าเทียม โดยคาดว่าจะมีผู้ได้รับประโยชน์จากสิทธิค่ารักษาพยาบาลกว่า 12,000 คน

 

“เป้าหมายของเราคือการปิดทุกช่องว่างทางกฎหมายและยกระดับสวัสดิการของแรงงานทุกกลุ่ม ทั้งการรับรองสิทธิที่เท่าเทียมและการคุ้มครองกลุ่มเปราะบาง ทั้งเยาวชน ผู้รับงานอิสระ และคู่สมรสทุกเพศ ซึ่งเป็นก้าวสำคัญของสังคมไทยที่เคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” จุลพันธ์กล่าว

The post จุลพันธ์ เผย ครม. ไฟเขียวกฎหมายแรงงาน 4 ฉบับ ยกระดับสวัสดิการ ‘คนประจำเรือ-ผู้รับงานทำที่บ้าน-ลูกจ้างรัฐวิสาหกิจสมรสเท่าเทียม appeared first on THE STANDARD.

]]>
รัฐบาลย้ำสิทธิประกันสังคมคุ้มครอง ‘คู่สมรสทุกเพศ’ เช็กเงื่อนไขรับเงินสงเคราะห์-ค่าทำศพ หลังสมรสเท่าเทียมบังคับใช้ https://thestandard.co/equal-marriage-social-security-rights/ Sat, 15 Aug 2026 03:57:39 +0000 https://thestandard.co/?p=1242228 ภาพประกอบสิทธิประกันสังคมสำหรับคู่สมรสทุกเพศ

วันนี้ (15 สิงหาคม) พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประ […]

The post รัฐบาลย้ำสิทธิประกันสังคมคุ้มครอง ‘คู่สมรสทุกเพศ’ เช็กเงื่อนไขรับเงินสงเคราะห์-ค่าทำศพ หลังสมรสเท่าเทียมบังคับใช้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบสิทธิประกันสังคมสำหรับคู่สมรสทุกเพศ

วันนี้ (15 สิงหาคม) พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการมอบสิทธิประโยชน์และการปรับปรุงระบบให้บริการเพื่อรองรับความหลากหลายทางเพศในสังคม เพื่อให้ผู้ประกันตนทุกคนได้รับความคุ้มครองอย่างทั่วถึงและเสมอภาค

 

ภายหลังจากการบังคับใช้พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. 2567 หรือ กฎหมายสมรสเท่าเทียม ซึ่งได้ปรับเปลี่ยนนิยามจากคำว่า ‘ชายและหญิง’ เป็น ‘บุคคลสองคน’ ส่งผลให้บุคคลทุกเพศที่จดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีสถานะเป็นคู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมาย และจะได้รับการคุ้มครองสิทธิจากสำนักงานประกันสังคมอย่างเท่าเทียมกัน

 

พลอยทะเล ระบุว่า คู่สมรสทุกเพศที่จดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้อง สามารถรับสิทธิประโยชน์ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม โดยเฉพาะสิทธิกรณีเสียชีวิต ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ดังนี้:

 

  • เงินสงเคราะห์กรณีตาย: หากผู้ประกันตนทำหนังสือระบุบุคคลผู้รับผลประโยชน์ไว้ เงินสงเคราะห์จะถูกจ่ายให้แก่บุคคลดังกล่าว แต่หากไม่ได้ทำหนังสือระบุไว้ จะจ่ายให้ผู้มีสิทธิตามลำดับ
  • สามีหรือภรรยาที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย
  • บิดาและมารดา (กรณีไม่ได้จดทะเบียนสมรส จะได้รับสิทธิเฉพาะมารดา)
  • บุตร รวมถึงบุตรบุญธรรมที่ถูกต้องตามกฎหมาย
  • ค่าทำศพ: คู่สมรสสามารถเป็นผู้จัดการศพและยื่นขอรับค่าทำศพจากสำนักงานประกันสังคมได้ โดยจะมีการจ่ายค่าทำศพในอัตราเหมาจ่ายที่ 50,000 บาท ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด
  • เงินบำเหน็จชราภาพ: สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 หากเสียชีวิตก่อนรับเงินบำนาญชราภาพ ทายาทจะมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จชราภาพ (ประกอบด้วยเงินสะสมและผลประโยชน์ตอบแทน) โดยแบ่งสัดส่วนให้แก่ผู้มีสิทธิ
  • บุตรชอบด้วยกฎหมาย: ได้รับ 2 ส่วน (หากมีบุตรตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป ได้รับรวม 3 ส่วน)
  • สามีหรือภรรยาที่จดทะเบียนสมรส: ได้รับ 1 ส่วน
  • บิดาและมารดาที่มีชีวิตอยู่: ได้รับ 1 ส่วน
  • บุคคลที่ผู้ประกันตนทำหนังสือระบุไว้: ได้รับ 1 ส่วนร่วมกับทายาท

 

(หมายเหตุ: หากไม่มีทายาทหรือผู้รับผลประโยชน์ที่ระบุไว้ สิทธิจะตกทอดตามลำดับ ได้แก่ พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน, น้องร่วมบิดาหรือมารดา, ปู่ ย่า ตา ยาย และลุง ป้า น้า อา ตามลำดับ)

 

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ประกันตนสามารถกำหนดให้บุคคลอื่นที่ไม่ใช่ทายาทเป็นผู้รับผลประโยชน์ได้ โดยต้องจัดทำหนังสือระบุผู้รับผลประโยชน์ไว้ล่วงหน้าตามหลักเกณฑ์ เพื่อให้การจ่ายสิทธิเป็นไปตามเจตนารมณ์อย่างถูกต้อง

 

ทั้งนี้ ผู้มีสิทธิสามารถยื่นขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีเสียชีวิตได้ภายในระยะเวลา 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ผู้ประกันตนเสียชีวิต โดยสามารถติดต่อได้ที่สำนักงานประกันสังคมจังหวัด หรือสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ที่สะดวกทั่วประเทศ

 

“เพื่อประโยชน์ในการรักษาสิทธิและการรับสิทธิประโยชน์อย่างถูกต้อง ขอให้ผู้ประกันตนตรวจสอบและจัดเตรียมเอกสารเกี่ยวกับสิทธิของตนเองให้ครบถ้วน” พลอยทะเล กล่าว

The post รัฐบาลย้ำสิทธิประกันสังคมคุ้มครอง ‘คู่สมรสทุกเพศ’ เช็กเงื่อนไขรับเงินสงเคราะห์-ค่าทำศพ หลังสมรสเท่าเทียมบังคับใช้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ประกันสังคม ขานรับ พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม คุ้มครองสิทธิคู่สมรสทุกเพศ กรณีเสียชีวิตรับค่าทำศพ- เงินสงเคราะห์-บำเหน็จชราภาพ https://thestandard.co/social-security-marriage-equality-rights/ Fri, 14 Aug 2026 05:26:32 +0000 https://thestandard.co/?p=1241801 ภาพกราฟิกแสดงสิทธิประโยชน์ประกันสังคมสำหรับคู่สมรสทุกเพศตามกฎหมายสมรสเท่าเทียม

วันนี้ (14 สิงหาคม) กาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประ […]

The post ประกันสังคม ขานรับ พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม คุ้มครองสิทธิคู่สมรสทุกเพศ กรณีเสียชีวิตรับค่าทำศพ- เงินสงเคราะห์-บำเหน็จชราภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพกราฟิกแสดงสิทธิประโยชน์ประกันสังคมสำหรับคู่สมรสทุกเพศตามกฎหมายสมรสเท่าเทียม

วันนี้ (14 สิงหาคม) กาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า ภายหลังการบังคับใช้พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. 2567 หรือกฎหมายสมรสเท่าเทียม ซึ่งปรับเปลี่ยนนิยามจากชายและหญิง เป็นบุคคลสองคน ส่งผลให้บุคคลทุกเพศที่จดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีสถานะเป็นคู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมาย และได้รับการคุ้มครองสิทธิอย่างเท่าเทียม สำหรับสิทธิประโยชน์ จากกองทุนประกันสังคม คู่สมรสทุกเพศที่จดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้องตามกฎหมาย สามารถได้รับสิทธิประโยชน์ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด โดยเฉพาะสิทธิกรณีเสียชีวิต ได้แก่ เงินสงเคราะห์กรณีตาย ค่าทำศพ และเงินบำเหน็จชราภาพ

 

กรณีเงินสงเคราะห์กรณีตาย หากผู้ประกันตนทำหนังสือระบุบุคคลผู้รับผลประโยชน์ไว้ เงินสงเคราะห์จะจ่ายให้แก่บุคคลดังกล่าวตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด หากไม่ได้ทำหนังสือระบุไว้ จะจ่ายให้ผู้มีสิทธิตามลำดับ ได้แก่ 1. สามีหรือภรรยาที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย 2. บิดาและมารดา ทั้งนี้ กรณีไม่ได้จดทะเบียนสมรส จะได้รับสิทธิเฉพาะมารดา 3. บุตร รวมถึงบุตรบุญธรรมที่ถูกต้องตามกฎหมาย

 

กรณีค่าทำศพ คู่สมรสสามารถเป็นผู้จัดการศพและยื่นขอรับค่าทำศพจากสำนักงานประกันสังคมได้ โดยสำนักงานประกันสังคมจ่ายค่าทำศพในอัตราเหมาจ่าย 50,000 บาท ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด

 

กรณีเงินบำเหน็จชราภาพ ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 เมื่อเสียชีวิตก่อนรับเงินบำนาญชราภาพ ทายาทมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จชราภาพ ซึ่งประกอบด้วยเงินสะสมและผลประโยชน์ตอบแทน โดยแบ่งให้แก่ผู้มีสิทธิ ตามหลักเกณฑ์ ดังนี้

 

  • บุตรชอบด้วยกฎหมาย ได้รับ 2 ส่วน หากมีบุตรตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป ได้รับรวม 3 ส่วน
  • สามีหรือภรรยาที่จดทะเบียนสมรส ได้รับ 1 ส่วน
  • บิดาและมารดาที่มีชีวิตอยู่ ได้รับ 1 ส่วน
  • บุคคลที่ผู้ประกันตนทำหนังสือระบุไว้ ได้รับ 1 ส่วนร่วมกับทายาท

 

หากไม่มีทายาทหรือไม่มีผู้ที่ระบุไว้เป็นผู้รับผลประโยชน์ จะจ่ายตามลำดับ ได้แก่ พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดา ปู่ ย่า ตา ยาย และลุง ป้า น้า อา

 

เลขาธิการสำนักงานประกันสังคมแนะนำว่า ผู้ประกันตนสามารถกำหนดผู้รับผลประโยชน์เป็นบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ทายาทได้ โดยจัดทำหนังสือระบุผู้รับผลประโยชน์ไว้ล่วงหน้าตามหลักเกณฑ์ เพื่อให้การจ่ายสิทธิเป็นไปตามเจตนาของผู้ประกันตนอย่างถูกต้อง ทั้งนี้ ผู้มีสิทธิสามารถยื่นขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีเสียชีวิตได้ภายใน 2 ปี นับแต่วันที่ผู้ประกันตนเสียชีวิต ณ สำนักงานประกันสังคมจังหวัด หรือสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ที่สะดวกทั่วประเทศ

 

กาญจนากล่าวทิ้งท้ายว่า สำนักงานประกันสังคมมุ่งมั่นพัฒนาสิทธิประโยชน์และปรับปรุงระบบการให้บริการให้รองรับความหลากหลาย เพื่อให้ผู้ประกันตนทุกคนได้รับความคุ้มครองอย่างทั่วถึงและเสมอภาค พร้อมขอให้ผู้ประกันตนตรวจสอบและจัดเตรียมเอกสารเกี่ยวกับสิทธิของตนเองให้ครบถ้วน เพื่อประโยชน์ในการรักษาสิทธิและการรับสิทธิประโยชน์อย่างถูกต้อง

 

ผู้ประกันตนสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th หรือสายด่วนประกันสังคม 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ

The post ประกันสังคม ขานรับ พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม คุ้มครองสิทธิคู่สมรสทุกเพศ กรณีเสียชีวิตรับค่าทำศพ- เงินสงเคราะห์-บำเหน็จชราภาพ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ยศชนันนำพรรคเพื่อไทยร่วม Pride Festival มองเป็นหมุดหมายยกระดับวัฒนธรรม-ท่องเที่ยว https://thestandard.co/pheu-thai-pride-world-2030/ Sun, 31 May 2026 13:01:10 +0000 https://thestandard.co/?p=1213238 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ และคณะพรรคเพื่อไทยร่วมขบวน Bangkok Pride Festival 2026 ท่ามกลางสายฝน

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าก […]

The post ยศชนันนำพรรคเพื่อไทยร่วม Pride Festival มองเป็นหมุดหมายยกระดับวัฒนธรรม-ท่องเที่ยว appeared first on THE STANDARD.

]]>
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ และคณะพรรคเพื่อไทยร่วมขบวน Bangkok Pride Festival 2026 ท่ามกลางสายฝน

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รวมถึง ผู้บริหารพรรค สส. และคณะสมาชิกพรรคเพื่อไทย ร่วมเฉลิมฉลองท่ามกลางสายฝนและสนับสนุนงาน Bangkok Pride Festival 2026 ที่จัดขึ้นภายใต้แนวคิด ‘Patch the World with Pride ถักทอโลกด้วยความภาคภูมิใจ’

 

สำหรับปีนี้ พรรคเพื่อไทยได้ร่วมแสดงพลังแห่งความเท่าเทียมร่วมกับภาคประชาชน ผ่านขบวนพาเหรดภายใต้แนวคิดสากล Peace, People, Pride ซึ่งประกอบด้วย

 

Peace (สันติภาพ) – ความเสมอภาค ปราศจากการเลือกปฏิบัติ และการสร้างสังคมที่ปลอดภัยสำหรับทุกเพศสภาพ

 

People (ประชาชน) – การสื่อถึงหัวใจหลักของพรรคเพื่อไทยที่ยึดโยงกับประชาชน การเคารพในสิทธิมนุษยชน และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียม

 

Pride (ความภาคภูมิใจ) – ความภาคภูมิใจในตัวตนของกลุ่ม LGBTQIA+ และความสำเร็จของประเทศไทยในการประกาศใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียม จนพร้อมก้าวสู่เวทีโลก

 

การร่วมขบวนในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อจุดประกายในความหลากหลาย สร้างพื้นที่ปลอดภัยของคนทุกคน พร้อมแสดงความมั่นใจในศักยภาพของประเทศไทยในการผลักดันเพื่อเป็นเจ้าภาพ ‘World Pride 2030’ เทียบชั้นเมืองระดับโลกอย่างอัมสเตอร์ดัม โดยพรรคเพื่อไทยย้ำจุดยืนเคียงข้างความหลากหลาย เปิดพื้นที่ปลอดภัยให้ทุกคน ทุกเพศและทุกสถานะ

 

ยศชนันกล่าวถึงการมาร่วมงานในวันนี้ว่า วันนี้มาร่วมงาน Pride Month เพื่อต้องการส่งเสริมเรื่องความเท่าเทียมในทุกๆ ด้าน ขบวนในวันนี้มีความหลากหลาย ทั้งกลุ่ม LGBTQ+ และที่พิเศษคือมีน้องๆ ออทิสติกมาร่วมด้วย เรามีความรู้สึกว่าเรื่องความเท่าเทียมนั้นน่าจะต้องขยายผลในทุกมิติ ทุกรูปแบบ เพื่อเตรียมความพร้อมในการที่เราจะเสนอตัว เป็นเจ้าภาพจัดงาน World Pride ซึ่งเป็นงานที่สำคัญและเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายที่ไม่ได้มาง่ายๆ ตอนนี้เหลือเพียงเรากับบาร์เซโลนา 2 ที่แล้ว เราทำเรื่องสมรสเท่าเทียม ทำโครงการต่างๆ เพื่อให้ทุกคนเห็นว่าประเทศไทยเรามีความเท่าเทียมแบบไหน ซึ่งจะทำให้เราสามารถแข่งขันได้ วันนี้จึงเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่อยากสื่อสารและขยายผลให้ทุกคนเห็นว่า วันนี้ประเทศไทยพร้อมแล้วสำหรับเรื่องความเท่าเทียม

 

ทั้งนี้ การเดินหน้าเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงาน World Pride 2030 เป็นวาระแห่งที่มีความสำคัญ ในสองมิติควบคู่กัน โดยในมิติทางเศรษฐกิจ งานระดับโลกนี้จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อน ‘เศรษฐกิจสีรุ้ง’ (Rainbow Economy) ที่จะดึงดูดเม็ดเงินจากการท่องเที่ยวและยกระดับทุนทางวัฒนธรรมของประเทศไทยได้อย่างมหาศาล

 

ขณะเดียวกันในมิติด้านสิทธิเสรีภาพ การได้เป็นเจ้าภาพยังเป็นการประกาศจุดยืนบนเวทีโลก ตอกย้ำความสำเร็จของกฎหมายสมรสเท่าเทียมและประเทศไทยในฐานะหนึ่งในผู้นำที่เปิดรับ เคารพความหลากหลาย และให้คุณค่ากับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง และมีกฎหมายนี้อย่างเป็นทางการเป็นประเทศแรก ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

The post ยศชนันนำพรรคเพื่อไทยร่วม Pride Festival มองเป็นหมุดหมายยกระดับวัฒนธรรม-ท่องเที่ยว appeared first on THE STANDARD.

]]>
UNDP มอบรางวัลเหรียญทอง กทม. ชูผลงานเด่นจัดตั้ง 31 คลินิกสุขภาพเพศหลากหลาย-ลดช่องว่างค่าจ้าง https://thestandard.co/undp-bangkok-gender-equality-gold-award/ Sat, 25 Apr 2026 02:47:45 +0000 https://thestandard.co/undp-bangkok-gender-equality-gold-award/ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. รับมอบโล่รางวัลเหรียญทอง Gender Equality Seal จาก อเล็กซานเดอร์ เดอ ครู ผู้บริหารสูงสุด UNDP

วานนี้ (24 เมษายน) ที่ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเ […]

The post UNDP มอบรางวัลเหรียญทอง กทม. ชูผลงานเด่นจัดตั้ง 31 คลินิกสุขภาพเพศหลากหลาย-ลดช่องว่างค่าจ้าง appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. รับมอบโล่รางวัลเหรียญทอง Gender Equality Seal จาก อเล็กซานเดอร์ เดอ ครู ผู้บริหารสูงสุด UNDP

วานนี้ (24 เมษายน) ที่ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เขตพระนคร ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้การต้อนรับ อเล็กซานเดอร์ เดอ ครู ผู้บริหารสูงสุดของโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP)

 

ในโอกาสเดินทางมามอบรางวัลโครงการตรารับรองความเท่าเทียมทางเพศของหน่วยงานรัฐ (Gender Equality Seal) ระดับเหรียญทอง (Gold) ให้แก่กรุงเทพมหานคร ซึ่งถือเป็นหน่วยงานภาครัฐแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกที่ได้รับการรับรองในระดับสูงสุดนี้ โดยมาตรฐานดังกล่าวเป็นเครื่องมือระดับนานาชาติที่มีความเข้มข้น มุ่งประเมินความมุ่งมั่นของภาครัฐในการขับเคลื่อนความเท่าเทียมและลดช่องว่างทางเพศ ซึ่งปัจจุบันมีหน่วยงานเข้าร่วมกว่า 100 แห่ง ในกว่า 30 ประเทศทั่วโลก

 

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า รางวัลที่ได้รับในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงความสำเร็จของกรุงเทพมหานคร แต่ถือเป็นรางวัลของประเทศไทย เนื่องจากกรุงเทพมหานครเป็นศูนย์รวมของผู้คนจากทุกจังหวัด ย้อนกลับไปเมื่อเริ่มต้นโครงการเมื่อ 2 ปีก่อน กทม. ได้รับการประเมินเพียง 8.8% แต่ด้วยความร่วมมืออย่างจริงจังจากทุกภาคส่วน ทั้งภาคเอกชนและประชาสังคม ทำให้ปัจจุบันสามารถพัฒนาคะแนนขึ้นมาสูงถึง 94.8% โดยผ่านเกณฑ์ตัวชี้วัดด้านความเท่าเทียมทางเพศถึง 38 จาก 40 ตัวชี้วัด และบรรลุตัวชี้วัดที่เป็น Gold Standard ครบทั้ง 14 มาตรฐาน

 

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเน้นย้ำว่า เป้าหมายสูงสุดคือการสร้างความยั่งยืนโดยปลูกฝังให้เรื่องนี้กลายเป็นวัฒนธรรมองค์กรและเป็นแนวปฏิบัติปกติที่จะไม่ย้อนกลับไปสู่ความเหลื่อมล้ำอีก การมี UNDP เข้ามาเป็นพี่เลี้ยงช่วยให้การวัดผลเป็นไปตามมาตรฐานสากล ซึ่งจะทำให้กระบวนการนี้ถูกยึดถือเป็นแบบแผนการดำเนินงานต่อไปอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารในอนาคตหรือไม่ก็ตาม

 

ทางด้าน รศ.ทวิดา กล่าวเสริมว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กทม. ได้เรียนรู้และเห็นช่องว่างในการพัฒนางานด้านนี้อย่างมหาศาล ความสำเร็จในครั้งนี้เกิดจากการทำงานร่วมกันกับเครือข่ายภาคประชาชน เอกชน และมูลนิธิต่างๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความหลากหลายไม่ใช่ข้อจำกัดในการกำหนดนโยบายอีกต่อไป

 

ขณะที่ อเล็กซานเดอร์ เดอ ครู ผู้บริหารสูงสุดของ UNDP ได้กล่าวแสดงความยินดี พร้อมระบุว่านี่คือความสำเร็จร่วมกันที่น่าภาคภูมิใจ การที่ กทม. ได้รับรองระดับ Gold ไม่เพียงสะท้อนบทบาทผู้นำในระดับสากล แต่ยังสอดรับกับการประกาศใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมของประเทศไทย และการเตรียมความพร้อมในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดงาน World Pride ซึ่งแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของผู้บริหารเมืองที่มุ่งรับฟังปัญหาและสร้างโอกาสอย่างเท่าเทียมให้กับประชาชนทุกคน

 

สำหรับผลงานที่เป็นรูปธรรมตลอดกระบวนการเข้าร่วมโครงการ Gender Seal กรุงเทพมหานครได้บูรณาการมิติทางเพศเข้าไปในโครงการระดับเทศบาลมากกว่า 200 โครงการ สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ข้อ 5 โดยมีการใช้ข้อมูลแยกตามเพศแบบเปิด (Open sex-disaggregated data) มาออกแบบมาตรการที่ตอบสนองความต้องการของประชาชน

 

อาทิ โครงการแจกผ้าอนามัยฟรี และการติดตั้งไฟถนน LED มากกว่า 30,000 จุด ตามนโยบายกรุงเทพฯ ต้องสว่าง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในยามวิกาล ส่งผลให้ช่องว่างค่าจ้างระหว่างเพศลดลงจาก 3.1% เหลือเพียง 0.9% นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับกลุ่ม LGBTQI+ ด้วยการจัดตั้งคลินิกสุขภาพเพศหลากหลาย (BKK Pride Clinic) จำนวน 31 แห่ง ซึ่งให้บริการด้านสาธารณสุขที่ปลอดภัยและครอบคลุมแก่ประชาชนไปแล้วกว่า 8,400 คน

 

ในมิติของการบริหารทรัพยากรบุคคลภายในองค์กร กรุงเทพมหานครได้ก้าวขึ้นเป็นต้นแบบด้วยการผลักดันนโยบายลาคลอด 120 วัน พร้อมส่งเสริมการเข้าถึงศูนย์ดูแลเด็กเพื่อสร้างสมดุลระหว่างชีวิตครอบครัวและการทำงาน อีกทั้งยังเป็นหน่วยงานระดับท้องถิ่นแห่งแรกที่อนุญาตให้บุคลากรแต่งกายตามอัตลักษณ์ทางเพศ ตลอดจนส่งเสริมบทบาทผู้นำหญิง โดยปัจจุบัน กทม. มีสัดส่วนพนักงานหญิง 43% และมีผู้บริหารหญิงในระดับสูงถึง 50%

 

นีฟ คอลิเออร์-สมิธ ผู้แทน UNDP ประจำประเทศไทย กล่าวถึงความสำคัญของความสำเร็จครั้งนี้ว่า “กรุงเทพมหานครได้สร้างเกณฑ์มาตรฐานใหม่ด้านความเท่าเทียมทางเพศให้กับเมืองทั่วโลก แสดงให้เห็นว่าความเท่าเทียมทางเพศเป็นหัวใจของการบริหารเมือง การให้บริการ และการสร้างความยืดหยุ่น นี่คือภาพของการบริหารเมืองในทางปฏิบัติที่ครอบคลุมและพร้อมรับอนาคต”

 

ชื่อของประเทศไทยอยู่ในพาดหัวข่าวของสื่อทั่วโลกในเดือนมกราคมปี 2568 จากการเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียม โดยรางวัล Gender Equality Seal ระดับเหรียญทองของกรุงเทพมหานครครั้งนี้ จึงยิ่งตอกย้ำภาพลักษณ์ของเมืองในฐานะจุดหมายปลายทางที่เปิดกว้างและมีความครอบคลุม ซึ่งเป็นต้นแบบให้กับเมืองอื่นๆ

 

โดย UNDP จะยังคงร่วมมือกับกรุงเทพมหานครต่อไปในเส้นทางด้านความเท่าเทียมทางเพศ พร้อมสร้างแรงบันดาลใจกับเมืองต่างๆ ที่กำลังมุ่งมั่นขับเคลื่อนความเท่าเทียมทางเพศ

The post UNDP มอบรางวัลเหรียญทอง กทม. ชูผลงานเด่นจัดตั้ง 31 คลินิกสุขภาพเพศหลากหลาย-ลดช่องว่างค่าจ้าง appeared first on THE STANDARD.

]]>
กทม. เผยยอดจดทะเบียนสมรสวาเลนไทน์ปี 69 ทะลุ 3,200 คู่ ‘บางรัก’ ครองแชมป์ – คู่รัก LGBTQ+ แห่จดทะเบียนคึกคักรับกฎหมายสมรสเท่าเทียม https://thestandard.co/bangkok-marriage-equality-valentine/ Sat, 14 Feb 2026 12:52:07 +0000 https://thestandard.co/?p=1178571 คู่รักจดทะเบียนสมรสในวันวาเลนไทน์ ที่สำนักงานเขตบางรัก พร้อมคู่รัก LGBTQ+ หลังกฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผล

วันนี้ (14 กุมภาพันธ์) ณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร […]

The post กทม. เผยยอดจดทะเบียนสมรสวาเลนไทน์ปี 69 ทะลุ 3,200 คู่ ‘บางรัก’ ครองแชมป์ – คู่รัก LGBTQ+ แห่จดทะเบียนคึกคักรับกฎหมายสมรสเท่าเทียม appeared first on THE STANDARD.

]]>
คู่รักจดทะเบียนสมรสในวันวาเลนไทน์ ที่สำนักงานเขตบางรัก พร้อมคู่รัก LGBTQ+ หลังกฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผล

วันนี้ (14 กุมภาพันธ์) ณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยสรุปสถิติการจดทะเบียนสมรสเนื่องในเทศกาลวันวาเลนไทน์ ประจำปี 2569 ทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานคร พบว่าปีนี้บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีคู่รักจดทะเบียนสมรสรวมทั้งสิ้น 3,265 คู่ สะท้อนภาพลักษณ์ของกรุงเทพฯ ในฐานะเมืองแห่งความรักที่เปิดกว้างและส่งเสริมความเท่าเทียม

 

สำหรับเขตที่ได้รับความนิยมสูงสุดยังคงเป็น สำนักงานเขตบางรัก ที่ครองแชมป์อันดับ 1 อย่างต่อเนื่อง โดยมีคู่รักเดินทางมาร่วมสร้างครอบครัวสูงถึง 1,246 คู่ ภายใต้กิจกรรมไฮไลต์ รัก ณ บางรัก – Rak (Love) @ Bangrak ซึ่งจัดขึ้น ณ ศูนย์การค้าจิวเวลรี่เทรดเซ็นเตอร์ (JTC) ถนนสีลม

 

โดยสถิติ 5 อันดับเขตที่มีผู้จดทะเบียนสมรสสูงสุด มีดังนี้:

 

1. สำนักงานเขตบางรัก: 1,246 คู่

 

2. สำนักงานเขตบางขุนเทียน: 98 คู่

 

3. สำนักงานเขตลาดกระบัง: 96 คู่

 

4. สำนักงานเขตบางแค: 94 คู่

 

5. สำนักงานเขตหลักสี่: 86 คู่

 

ความพิเศษของวาเลนไทน์ปีนี้ คือการเปิดกว้างภายใต้ กฎหมายสมรสเท่าเทียม ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีเยี่ยม มีคู่รักหลากหลายเพศเดินทางมาจดทะเบียน ณ สำนักงานเขตทั้ง 50 แห่ง รวมจำนวน 211 คู่ แบ่งเป็น คู่รักหญิง-หญิง 159 คู่ และคู่รักชาย-ชาย 52 คู่

 

ทั้งนี้ เขตที่มีคู่รักหลากหลายเพศมาจดทะเบียนสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ เขตบางรัก (24 คู่), เขตดุสิต (23 คู่) และ เขตบางแค (16 คู่) แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของกรุงเทพมหานครในการให้บริการประชาชนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม

 

ภาพรวมการให้บริการ สำหรับการให้บริการในปีนี้ มีสัดส่วนใกล้เคียงกันระหว่างการจดทะเบียนในสำนักงานเขต (1,643 คู่) และการจดทะเบียนนอกสำนักทะเบียนหรือจุดบริการพิเศษ (1,622 คู่)

 

“กรุงเทพมหานครขอขอบคุณคู่รักทุกท่านที่เลือกให้เราเป็นส่วนหนึ่งในวันสำคัญ ข้อมูลในปีนี้สะท้อนให้เห็นว่า กทม. เป็นเมืองที่พร้อมโอบรับความรักทุกรูปแบบอย่างแท้จริง” ปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวทิ้งท้าย

The post กทม. เผยยอดจดทะเบียนสมรสวาเลนไทน์ปี 69 ทะลุ 3,200 คู่ ‘บางรัก’ ครองแชมป์ – คู่รัก LGBTQ+ แห่จดทะเบียนคึกคักรับกฎหมายสมรสเท่าเทียม appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘บางรัก-ปทุมวัน’ พร้อมรับวาเลนไทน์ 2569 โฆษก กทม. เผยยอดจดทะเบียนเพิ่มหลังสมรสเท่าเทียมบังคับใช้ ชูจุดยืนเมืองที่โอบรับทุกความรัก https://thestandard.co/bma-valentine-marriage-equality/ Sat, 14 Feb 2026 05:03:13 +0000 https://thestandard.co/?p=1178447 บรรยากาศคู่รักจดทะเบียนสมรสที่เขตบางรักในวันวาเลนไทน์ โดย กทม. เผยยอดพุ่งสูงหลังสมรสเท่าเทียม

วันนี้ (14 กุมภาพันธ์) เอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกกรุงเทพมห […]

The post ‘บางรัก-ปทุมวัน’ พร้อมรับวาเลนไทน์ 2569 โฆษก กทม. เผยยอดจดทะเบียนเพิ่มหลังสมรสเท่าเทียมบังคับใช้ ชูจุดยืนเมืองที่โอบรับทุกความรัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
บรรยากาศคู่รักจดทะเบียนสมรสที่เขตบางรักในวันวาเลนไทน์ โดย กทม. เผยยอดพุ่งสูงหลังสมรสเท่าเทียม

วันนี้ (14 กุมภาพันธ์) เอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ติดตามการเตรียมความพร้อมกิจกรรมจดทะเบียนสมรสในวันวาเลนไทน์ของสำนักงานเขตบางรักและเขตปทุมวัน ว่า กทม. มีความพร้อมเต็มร้อยที่จะต้อนรับคู่รักทุกคู่ โดยภาพรวมสถิติการจดทะเบียนสมรสในวันวาเลนไทน์ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ดังนี้

 

  • ปี 2566: จำนวน 2,604 คู่
  • ปี 2567: จำนวน 2,762 คู่
  • ปี 2568: พุ่งสูงถึง 3,292 คู่

 

เอกวรัญญู ระบุว่า ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปี 2568 เป็นผลมาจากการบังคับใช้ กฎหมายสมรสเท่าเทียม (พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์) ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2568 เป็นปีแรก ทำให้คู่รัก LGBTQ+ สามารถจดทะเบียนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

 

โดยจากข้อมูลตั้งแต่วันแรกที่กฎหมายมีผล จนถึงสิ้นปี 2568 มีคู่รักมาจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมกับ กทม. แล้วถึง 6,537 คู่ และยอดล่าสุด ณ สิ้นเดือนมกราคม 2569 ตัวเลขได้ขยับขึ้นไปถึง 6,814 คู่ สะท้อนให้เห็นว่ากรุงเทพฯ คือพื้นที่แห่งการยอมรับและโอบกอดทุกความสัมพันธ์อย่างแท้จริง

 

“กทม. ไม่ได้มองเพียงตัวเลขที่เพิ่มขึ้น แต่มองว่านี่คือภารกิจสำคัญในการสร้างเมืองที่น่าอยู่สำหรับทุกคน ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ความรักของคุณมีคุณค่าและศักดิ์ศรีเสมอกัน เราพร้อมเป็นพยานในช่วงเวลาสำคัญ เพื่อให้ทุกคนเริ่มต้นครอบครัวได้อย่างมั่นคง” โฆษกฯ กทม. กล่าว

 

สำหรับกิจกรรมในปีนี้ แต่ละเขตได้เตรียมความพิเศษไว้ต้อนรับคู่รัก ดังนี้

 

1. เขตบางรัก: ลุ้นทะเบียนสมรสทองคำ นางพรพัน วัฒนสินธุ์ ผู้อำนวยการเขตบางรัก เผยว่า ปีนี้จัดงานภายใต้ชื่อ รัก ณ บางรัก – Rak (Love) @ Bangrak ณ ศูนย์การค้าจิวเวลรี่เทรดเซ็นเตอร์ (JTC) โดยมีไฮไลต์สำคัญคือ:

 

  • ทะเบียนสมรสทองคำ: จำนวน 12 ฉบับ สำหรับผู้โชคดีจากการจับสลากทุก 2 ชั่วโมง
  • นิทรรศการเทิดพระเกียรติ: บอกเล่าเรื่องราวความรักของในหลวง รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง
  • ความพร้อม: รองรับทั้งคู่รักที่จองคิวออนไลน์กว่า 1,200 คู่ และคู่รักที่ Walk-in หน้างาน

 

2. เขตปทุมวัน: รักยั่งยืน รักษ์นิรันดร์ นายนรเทพ ชูพูล ผู้อำนวยการเขตปทุมวัน ระบุว่า งานปีนี้จัดในธีม EVERLASTING LOVE รักษ์นิรันดร์ @ปทุมวัน ณ NEXTOPIA ชั้น 5 สยามพารากอน เน้นแนวคิดความรักที่ยั่งยืนควบคู่ไปกับการใส่ใจสิ่งแวดล้อม เพื่อสื่อความหมายว่าความรักที่ดีต้องเริ่มจากวันนี้และเติบโตไปพร้อมกับเมืองที่มั่นคงและเป็นมิตรต่อโลก

 

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถตรวจสอบสถานที่จดทะเบียนสมรสทั่วกรุงเทพฯ ได้ที่เฟซบุ๊กเพจของกรุงเทพมหานคร หรือลิงก์ https://www.facebook.com/share/p/1Zw6LYtnuA/

The post ‘บางรัก-ปทุมวัน’ พร้อมรับวาเลนไทน์ 2569 โฆษก กทม. เผยยอดจดทะเบียนเพิ่มหลังสมรสเท่าเทียมบังคับใช้ ชูจุดยืนเมืองที่โอบรับทุกความรัก appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : สิทธิมนุษยชนไทยบนเวทีดีเบต เปิดจุดยืน 7 พรรคการเมืองต่อโจทย์เสรีภาพและความเท่าเทียม https://thestandard.co/thai-human-rights-parties-debate/ Thu, 29 Jan 2026 07:54:12 +0000 https://thestandard.co/?p=1171042 โลโก้ Amnesty International ประเทศไทย บนเวทีเสวนา ‘วาระผู้นำ วาระสิทธิมนุษยชน’

Amnesty International ประเทศไทยร่วมกับ The Reporters, ร […]

The post เลือกตั้ง 2569 : สิทธิมนุษยชนไทยบนเวทีดีเบต เปิดจุดยืน 7 พรรคการเมืองต่อโจทย์เสรีภาพและความเท่าเทียม appeared first on THE STANDARD.

]]>
โลโก้ Amnesty International ประเทศไทย บนเวทีเสวนา ‘วาระผู้นำ วาระสิทธิมนุษยชน’

Amnesty International ประเทศไทยร่วมกับ The Reporters, รายการข่าว 3 มิติ, คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล จัดเวทีดีเบตและแถลงนโยบาย ‘วาระผู้นำ วาระสิทธิมนุษยชน’ เมื่อวานนี้ (28 มกราคม 2569) โดยเปิดโอกาสให้ 7 พรรคการเมืองได้แสดงจุดยืนด้านสิทธิมนุษยชน ทั้งการกำหนดนโยบาย และแนวทางการส่งเสริมประเด็นดังกล่าว

 

THE STANDARD สรุปประเด็นสำคัญในเสวนา และจุดยืนด้านสิทธิมนุษยพรรคของแต่ละพรรคไว้ที่นี่

 

นักวิชาการ-ภาคประชาชนสะท้อนภาพสิทธิมนุษยชนไทยถดถอย เสรีภาพในการแสดงออกกระทบหนัก

 

เพชรรัตน์ ศักดิ์ศิริเวทย์กุล ผู้จัดการฝ่ายรณรงค์ Amnesty International ประเทศไทย ระบุว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเผชิญกับการใช้อำนาจรัฐที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชนอย่างกว้างขวาง ตั้งแต่การจำกัดสิทธิในเสรีภาพการแสดงออกและการรวมกลุ่ม การใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือคุกคามผู้เห็นต่าง การควบคุมตัวและการใช้กำลังโดยมิชอบ ตลอดจนการขาดความรับผิดและการลอยนวลพ้นผิดของเจ้าหน้าที่รัฐ ไปจนถึงนโยบายการพัฒนาและโครงการขนาดใหญ่ที่ละเมิดสิทธิในที่อยู่อาศัย ที่ดิน และการดำรงชีวิตของชุมชน

 

ขณะที่ ดร.ปุรวิชญ์ วัฒนสุข คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ระบุว่า สถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศไทยในช่วง2 ปีที่ผ่านมา เปรียบเสมือนเหรียญสองด้าน ด้านหนึ่งสะท้อนภาพความก้าวหน้าผ่านการผลักดันกฎหมายและนโยบายที่ช่วยยกระดับสิทธิขั้นพื้นฐาน เช่น กฎหมายสมรสเท่าเทียม กฎหมายกลุ่มชาติพันธุ์ และความพยายามผลักดันกฎหมายอากาศสะอาด

 

ขณะที่อีกด้านกลับยังคงปรากฏความย้อนแย้ง โดยเฉพาะการจำกัดสิทธิในเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออก ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของระบอบประชาธิปไตย

 

ขณะที่ รศ.ดร.พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เสนอว่า ประเด็นสิทธิมนุษยชนไม่ควรถูกมองเป็นเพียงหัวข้อเฉพาะด้าน แต่ควรถูกทำให้เป็นกระแสหลักที่แทรกอยู่ในทุกนโยบายของรัฐ พร้อมแสดงความคาดหวังให้แต่ละพรรคการเมืองให้ความสำคัญกับประเด็นสิทธิมนุษยชนอย่างจริงจัง โดยต้องผลักดันวาระนี้ให้เดินควบคู่ไปกับนโยบายด้านอื่นของประเทศ

 

ด้าน ผศ.ดร.พัทธ์ธีรา นาคอุไรรัตน์ สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดลเผยว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สิทธิเสรีภาพของประชาชนไทยตกต่ำลงอย่างเห็นได้ชัดแทบทุกด้าน ตั้งแต่เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การตรวจสอบรัฐและผู้มีอำนาจ ไปจนถึงการถูกฟ้องปิดปากและการใช้นิติสงคราม

 

นอกจากนี้ กลุ่มเปราะบางยังถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนมากขึ้น โดยสะท้อนผ่านจำนวนเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษา รวมถึงปัญหาสุขภาพจิตที่เพิ่มขึ้นจากความสิ้นหวังทางการเมือง เช่นเดียวกับภาวะถดถอยเสรีภาพทางวิชาการ และกระบวนการยุติธรรมยังเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม จากความล่าช้าและการเลือกปฏิบัติในคดีสำคัญหลายกรณี

 

เปิดจุดยืนแต่ละพรรคการเมือง มองสิทธิมนุษยชนอย่างไร

 

อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ตัวแทนจากพรรครวมไทยสร้างชาติ เผยจุดยืนหลักของพรรคในด้านสิทธิมนุษยชนว่า เน้นแนวทางการเป็น ‘นักปฏิบัติ’ แก้ไขปัญหาที่จับต้องได้ รวมถึงต่อสู้กับทุนผูกขาด และใช้กลไกทางกฎหมายที่เป็นรูปธรรม

 

สำหรับแนวนโยบายด้านสิทธิมนุษยชนของพรรครวมไทยสร้างชาติ คือ การเสนอตั้ง ‘ศาลที่ดิน’ เพื่อให้ศาลมีอำนาจชี้ขาดข้อพิพาทระหว่างรัฐกับประชาชน และผลักดัน พ.ร.บ.จัดการกากอุตสาหกรรม

 

นอกจากนี้ พรรครวมไทยสร้างชาติยังไม่เห็นด้วยกับการขุดคลองหรือเชื่อมแผ่นดิน (Landbridge) แบบดั้งเดิม แต่เสนอให้ทำ ‘ท่อส่งน้ำมัน-ก๊าซ’ เชื่อมสองฝั่งแทน ซึ่งมองว่าคุ้มทุนและกระทบสิ่งแวดล้อมน้อยกว่า ขณะที่อรรถวิชช์ย้ำว่า ตนเคยมีบทบาทในการตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองคดี ม.112 และตั้งกองทุนยุติธรรม

 

ด้าน กัณวีร์ สืบแสง ตัวแทนจากพรรคพลวัต ย้ำจุดยืนด้านสิทธิมนุษยชนในกรอบแนวคิด ‘มนุษยธรรมนำการเมือง’ และ ‘ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง’ โดยเน้นนโยบายระหว่างประเทศ การคุ้มครองผู้ลี้ภัย และสิทธิข้ามพรมแดน

 

สำหรับนโยบายหลักของพรรคที่กัณวีร์ต้องการผลักดัน คือ การสนับสนุนการนิรโทษกรรมคดีทางการเมืองทุกคดี รวมถึงคดีความผิดตาม ม.112 และต่อต้านกฎหมายควบคุม NGO หรือภาคประชาสังคม

 

กัณวีร์ยังประกาศสนับสนุน 6 เสาหลักสิทธิมนุษยชนที่ครอบคลุมสิทธิแห่งศักดิ์ศรี, การศึกษา, แรงงาน, เศรษฐกิจที่เป็นธรรม, ผู้สูงอายุ และความมั่นคงปลอดภัยจากภัยคุกคาม ไปพร้อมกับการแก้ไขปัญหาข้ามแดน เช่น มลพิษอย่าง PM 2.5 และการปราบปรามข้ามชาติ

 

ขณะที่ ธิติวัฐ อดิศรพันธ์กุล ตัวแทนพรรคเพื่อไทย มองสิทธิมนุษยชนเป็น ‘รากฐาน’ ที่ต้องจับต้องได้ โดยเน้นสิทธิทางเศรษฐกิจ ปากท้อง และที่ดินทำกิน พร้อมเดินหน้านโยบายสำคัญที่ขับเคลื่อนไปพร้อมกับปากท้อง เช่น การแจกเอกสารสิทธิที่ดินทำกิน (ส.ป.ก.) การยกระดับโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ การผลักดันกฎหมายชาติพันธุ์และสมรสเท่าเทียม รวมถึง พ.ร.บ. อากาศสะอาด เพื่อคืนสิทธิในการหายใจอากาศบริสุทธิ์ให้ประชาชน

 

พรรคเพื่อไทยยังขับเคลื่อนกลุ่มเปราะบางผ่านการผลักดัน พ.ร.บ. Universal Design เพื่อคนพิการ รวมถึงสนับสนุนโครงการ Landbridge โดยเชื่อว่า จะสร้างงานและรายได้ แต่ต้องรับฟังความคิดเห็นและสร้างสมดุลกับวิถีชุมชน

 

พริษฐ์ รัตนกุลเสรีเริงฤทธิ์ ตัวแทนจากพรรคเศรษฐกิจ สนับสนุนสิทธิมนุษยชนไปควบคู่กับความมั่นคง โดยเชื่อว่า ต้องโปร่งใสตรวจสอบได้ พร้อมดำเนินนโยบายสำคัญ เช่น กฎหมายการคุ้มครองผู้เปิดโปง โดยเสนอ พ.ร.บ.ปกป้องผู้เปิดเผยความจริงเพื่อผลประโยชน์แห่งชาติ เพื่อคุ้มครองข้าราชการและประชาชนที่แฉการทุจริต จากการถูกฟ้องปิดปากและถูกคุกคาม

 

นอกจากนี้ พรรคเศรษฐกิจยังสนับสนุนการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม โดยต้องการแยกงานสอบสวนและพิสูจน์หลักฐานออกจากตำรวจเพื่อความโปร่งใส ขณะที่ต่อต้านการสอดแนม พร้อมกับย้ำ รัฐมีหน้าที่ปกป้องผู้บริสุทธิ์ ซึ่งการสอดแนมใดๆ จะต้องไม่ใช้กับนักกิจกรรมหรือผู้เห็นต่างทางการเมือง แต่ต้องเป็นมาตรการเพื่อป้องกันภัยคุกคามประชาชนเท่านั้น

 

สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตัวแทนจากพรรคประชาธิปัตย์ประกาศจุดยืนด้านสิทธิมนุษยชนว่า พรรคประชาธิปัตย์ยึดหลักเสรีนิยมประชาธิปไตย คือ เน้นการจำกัดอำนาจรัฐ เพิ่มบทบาทประชาชน พร้อมทั้งประกาศตัวให้รัฐทำหน้าที่ ‘ผลักดัน’ (Facilitator) ไม่ขัดขวางเสรีภาพของประชาชน

 

ส่วนนโยบายหลักของประชาธิปัตย์ด้านสิทธิมนุษยชน สาทิตย์ระบุว่า พรรคเสนอกฎหมาย Super Act เพื่อแก้กฎหมายล้าหลัง และยกระดับโฉนดชุมชนเป็น พ.ร.บ. เพื่อกระจายการถือครองที่ดิน ขณะที่ยังผลักดันสิทธิอากาศสะอาด พร้อมประกาศปราบปราม ‘ทุนเทา’ และ ‘สแกมเมอร์’ ภายใน 90 วัน โดยเน้นจัดการเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือกลุ่มไทยเทา

 

พรรคประชาธิปัตย์ยังยืนยันว่า เจ้าหน้าที่รัฐหรือผู้มีอำนาจต้องรับผิดชอบต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนและเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามกฎหมาย โดยไม่มีการนิรโทษกรรมให้กับการกระทำผิดอาญาร้ายแรง เช่น การสังหารหรือเผาทรัพย์

 

ด้าน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ตัวแทนจากพรรคประชาชาติ ระบุจุดยืนของพรรคด้านสิทธิมนุษยชนว่า พรรคประชาชาติเคารพความหลากหลายทางวัฒนธรรมและพหุวัฒนธรรม โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เน้นหลักนิติธรรมและสิทธิมนุษยชนนำการทหาร

 

พรรคประชาชาติยังหวังผลักดันนโยบายสำคัญอย่างการยกเลิกกฎอัยการศึกและ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในพื้นที่ชายแดนใต้ โดยเปลี่ยนแปลงให้เป็นกฎหมายส่งเสริมสันติภาพและกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น

 

ขณะที่ในประเด็นสิทธิสตรีและครอบครัว พรรคไม่เห็นด้วยกับการทำแท้งเสรี แต่เสนอสวัสดิการดูแลมารดาตั้งครรภ์ 1,000 บาท และสนับสนุนการมีครอบครัวเพื่อแก้ปัญหาคุณภาพประชากร รวมถึงยังส่งเสริมนโยบายด้านสิทธิการเงินของประชาชนอย่างระบบการเงินปลอดดอกเบี้ยและล้างหนี้ กยศ. เพื่อให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตมุสลิมและแก้ปัญหาความยากจน

 

ขณะที่ รศ.ดร.มุนินทร์ พงศาปาน ตัวแทนจากพรรคประชาชน ประกาศจุดยืนด้านสิทธิมนุษยชน คือเน้นความเท่าเทียมและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ภายใต้สโลแกน ‘ไทยไม่เทา ไทยเท่ากัน’ โดยมองว่า ปัญหาเชิงโครงสร้าง กฎหมาย และกระบวนการยุติธรรมต้องได้รับการแก้ไขทั้งระบบ

 

ทั้งนี้ นโยบายสำคัญด้านสิทธิมนุษยชนที่พรรคประชาชนจะผลักดันคือ การนิรโทษกรรมคดีทางการเมืองทุกรูปแบบ รวมถึงคดีความผิดตามมาตรา 112 เพื่อให้ผู้เห็นต่างทางการเมืองและผู้ต้องขังได้รับความยุติธรรม, การคัดค้านส่งผู้ลี้ภัยกลับประเทศ และการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ ตั้งแต่ตำรวจ อัยการ ศาล และราชทัณฑ์ เพื่อขจัดระบบตั๋วและเส้นสาย

 

นอกจากนี้ พรรคประชาชนยังสนับสนุนการแก้กฎหมายฟ้องปิดปาก (Anti-SLAPP) โดยเสนอให้เจ้าหน้าที่รัฐหรือองค์กรธุรกิจฟ้องหมิ่นประมาทประชาชนได้ยากขึ้น หรือยกเลิกโทษทางอาญาในคดีหมิ่นประมาท

 

ขณะที่ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร ตัวแทนพรรคไทยสร้างไทย ต้องการให้เปลี่ยนมุมมองสิทธิมนุษยชนจาก ‘ความมั่นคงของรัฐ’ กลายเป็น ‘ความมั่นคงของมนุษย์’ โดยใช้แนวทางการเมืองแบบสันติวิธี

 

พรรคไทยสร้างไทยยังผลักดัน 2 นโยบายสำคัญ คือ ปฏิรูปองค์กรอิสระเพื่อยกระดับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ให้มีอำนาจชี้ขาดและมีน้ำหนักมากกว่าหน่วยงานความมั่นคงในการพิจารณาเรื่องการละเมิดสิทธิ และการคงไว้ซึ่งโทษประหารชีวิตในกฎหมาย แต่ให้การบังคับใช้จริงขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลยุติธรรม โดยสนับสนุนให้พิจารณาโทษสูงสุดเป็นการจำคุกตลอดชีวิตแทน

 

ภาพ: Amnesty International Thailand

The post เลือกตั้ง 2569 : สิทธิมนุษยชนไทยบนเวทีดีเบต เปิดจุดยืน 7 พรรคการเมืองต่อโจทย์เสรีภาพและความเท่าเทียม appeared first on THE STANDARD.

]]>
เลือกตั้ง 2569 : เมื่อ ‘นโยบายสิทธิมนุษยชน’ คือตัวแปรที่หายไปจากสมการการเมืองไทย? https://thestandard.co/thai-election-human-rights-politics/ Mon, 26 Jan 2026 09:58:11 +0000 https://thestandard.co/?p=1169648 ภาพประกอบสัญลักษณ์สะท้อนประเด็นสิทธิมนุษยชน ที่อาจถูกมองข้ามในการเลือกตั้งไทย

จะเป็นอย่างไร? หากการเลือกตั้ง 69 พบว่า นโยบายสิทธิมนุษ […]

The post เลือกตั้ง 2569 : เมื่อ ‘นโยบายสิทธิมนุษยชน’ คือตัวแปรที่หายไปจากสมการการเมืองไทย? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพประกอบสัญลักษณ์สะท้อนประเด็นสิทธิมนุษยชน ที่อาจถูกมองข้ามในการเลือกตั้งไทย

จะเป็นอย่างไร? หากการเลือกตั้ง 69 พบว่า นโยบายสิทธิมนุษยชนคือ ‘ตัวแปรที่หายไป’ จากสมการการเมืองไทย ท่ามกลางฝุ่นตลบของสมรภูมิการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่พรรคการเมืองต่างงัด ‘นโยบายประชานิยม’ มาประชันการขันแข่ง เพื่อช่วงชิงคะแนนเสียงจากประชาชนให้เลือก ‘คนที่ชอบ พรรคที่ใช่’ และอีกใบคือ ‘เห็นด้วย’ หรือ ‘ไม่เห็นด้วย’ ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

 

แต่ในมุมของโครงสร้างสังคมไทยก่อนการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ยังพบว่า มีวาระสำคัญทางการเมืองที่อาจจะกำลังเลือนหายไปในสนามเลือกตั้งครั้งนี้ นั่นคือ ‘วาระสิทธิมนุษยชน’ ซึ่งถือว่า เป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญที่สุดของ ‘ระบอบประชาธิปไตย’

 

เมื่อวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา วงคุยออนไลน์ Human Rights Agenda ที่หารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในประเด็นนี้ ได้ถูกจัดขึ้น เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้สังคมกลับมา ‘ตั้งคำถาม’ สู่โจทย์และประเด็นเรื่องสิทธิมนุษยชนที่อยู่ในนโยบายของพรรคการเมืองอีกครั้ง

 

ในช่วงใกล้โค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง งานนี้เป็นการรวมตัวขององค์กรสิทธิมนุษยชนและนักวิชาการชั้นนำ ที่มาร่วมกันชำแหละปรากฏการณ์เกี่ยวกับนโยบายสิทธิมนุษยชนถูกกลบด้วยกระแสการเมืองรายวันหรือกระแสข่าวอื่นๆ ที่สังคมสนใจ และนี่คือประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นในวงคุยครั้งนี้ หากเรากาบัตรเลือกตั้ง โดยทิ้งสิทธิมนุษยชนไว้ข้างหลัง ประเทศไทยอาจต้องเผชิญกับทางตันที่ซับซ้อนกว่าเดิม

 

ภาพลวงตาแห่งความก้าวหน้า: เมื่อ ‘กฎหมายใหม่’ บังหน้า ‘คดีเก่า’ และคุณค่าที่ถูกละเลย

 

ดร.ปุรวิชญ์ วัฒนสุข คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดประเด็นชวนคิดด้วยการถอดรหัสสถานการณ์บ้านเมืองในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเปรียบเสมือน ‘เหรียญสองด้าน’ ที่ขัดแย้งกันในด้านหนึ่ง ซึ่งฉากหน้าของประเทศไทยดูเหมือนกำลังก้าวเข้าสู่ยุคสมัยแห่งความเจริญงอกงามทางสิทธิมนุษยชน เราเห็นความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมอย่างการผ่าน ‘กฎหมายสมรสเท่าเทียม’ ที่ทั่วโลกต่างชื่นชมยินดี หรือความพยายามทำให้เกิด ‘กฎหมายกลุ่มชาติพันธุ์’ ที่บังคับใช้ไปแล้ว และการผลักดันให้เกิด ‘กฎหมายอากาศสะอาด’ สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึง ‘การยกระดับ’ สิทธิขั้นพื้นฐานในการดำรงชีวิต

 

แต่หากเรากระเทาะสิ่งเหล่านี้ออกไป เราจะพบ ‘ความย้อนแย้ง’ ที่น่ากังวลหลายประเด็นเกี่ยวกับเรื่องสิทธิมนุษยชน เพราะในขณะที่รัฐมอบสิทธิบางอย่างให้ เช่น สิทธิในการแต่งงานหรือสิทธิในการหายใจ รัฐไทยกลับยังคงพรากสิทธิที่เป็นหัวใจสำคัญที่สุดของระบอบประชาธิปไตยไป นั่นคือ ‘สิทธิในเสรีภาพการแสดงออก’ ของประชาชนทุกคนในประเทศ

 

“สนามการเมืองที่ลงสมัครเลือกตั้งกัน ไม่ใช่แค่บอกว่าจะทำอะไร จะ ลด แลก แจก แถม แต่ต้องบอกว่านโยบายเหล่านี้ยึดถือคุณค่าแบบไหน ฉะนั้นในวันที่ 28 มกราคม ในงานดีเบตพรรคการเมือง และวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ เป็นโอกาสดีที่เราจะมีทั้งการพูดคุย ทบทวน เพื่อมาทำให้เรื่องสิทธิมนุษยชนมาอยู่ในกระแสการรับรู้ของสังคมมากยิ่งขึ้น”

 

หลุมดำชายแดนไทย: เมื่อความมั่นคงทับซ้อนความตาย และนโยบายที่พรรคการเมือง ‘ไม่กล้าแตะ’

 

สุณัย ผาสุข จาก Human Rights Watch ได้เปรียบเทียบปัญหาชายแดนไทยว่าเป็นเหมือนหลุมดำ 3 แห่งตามแนวชายแดนไทย พื้นที่เหล่านี้กลายเป็นแดนสนธยาที่กฎหมายและความยุติธรรมมักไปไม่ถึง และยิ่งเป็นเรื่องน่าเศร้าที่กลายเป็นจุดอับสายตาที่พรรคการเมืองอาจทำเป็นมองไม่เห็นในฤดูกาลเลือกตั้งนี้ โดยสุณัยพาเราสำรวจวิกฤตสิทธิมนุษยชนผ่านสามสมรภูมิชายแดนที่พบกับคำว่า ‘ความมั่นคงของรัฐ’ มักมีค่ามากกว่า ‘ชีวิตของประชาชน’ ไม่ว่าจะเป็น วัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด เมื่อรัฐอ้างสถานะสงครามหรือความมั่นคงเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบสิ่งที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดน, ความล้มเหลวซ้ำซ้อนที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ และสงครามทุนสีเทาทางชายแดนฝั่งเมียนมา

 

สถิติแห่งความเงียบ: คุกขังคนเห็นต่างและกับดักนิรโทษกรรม

 

พูนสุข พูนสุขเจริญ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยตัวเลขที่สะท้อนเรื่องกระบวนการยุติธรรมตั้งแต่ปี 2563 โดยเผยข้อมูลปัจจุบันว่ามีคนถูกดำเนินคดีทางการเมืองกว่า 2,000 คน และปัจจุบันยังมีผู้ต้องขังในเรือนจำอย่างน้อย 55 คน ที่สำคัญคือปัญหานิรโทษกรรมที่ยังคงเป็นเรื่องที่ไม่มีใครกล้าพูดถึงหรือแตะต้องเท่าไหร่นัก

 

“เศรษฐกิจต้องไม่แยกขาดจากสิทธิ”: เมื่อเวทีโลกเปลี่ยนกติกา แต่การเมืองไทยยังสอบตกวิชา ‘ธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน’

 

สัณหวรรณ ศรีสด คณะกรรมการนิติศาสตร์สากล (ICJ) ได้ฉายภาพความท้าทายครั้งใหญ่ที่พรรคการเมืองไทยกำลังมองข้าม นั่นคือประเด็น “ธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน” (Business and Human Rights) ซึ่งนี่ไม่ใช่แค่เรื่องศีลธรรมแต่กำลังกลายเป็นกำแพงภาษีและ กติกาการค้าโลก ที่หากไทยปรับตัวไม่ทัน เราอาจตกขบวนรถไฟสายเศรษฐกิจข้ามชาติอย่างถาวร

 

แม้ไทยมีแผนปฏิบัติการระดับชาติและบทบาทในเวทีนานาชาติ แต่พรรคการเมืองกลับแทบไม่พูดถึงการคุ้มครองแรงงาน ความปลอดภัยในการทำงาน และสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม “เศรษฐกิจต้องพัฒนาไปพร้อมสิทธิและสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่แยกปากท้องออกจากความปลอดภัยของคนทำงาน”

 

สัณหวรรณเตือนว่า การเข้าเป็นสมาชิก OECD และกติกาการค้าโลกยุคใหม่ ล้วนกำหนดให้ธุรกิจต้องเคารพสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม หากรัฐไม่เตรียมความพร้อม โดยเฉพาะการช่วยเหลือ SME ให้ปรับตัวต่อมาตรฐานห่วงโซ่อุปทาน การตรวจสอบสิทธิแรงงาน และการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม ไทยอาจสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจในระยะยาว “ถ้าเราไม่ช่วยให้ธุรกิจรายย่อยพร้อมรับกติกาใหม่ นี่อาจกลายเป็นหายนะของภาคการส่งออกไทย”

 

เมื่อ ‘ชาตินิยม’ กลบเสียงคนชายขอบและที่ยืนของ ‘ผู้ลี้ภัย’ ในฤดูกาลเลือกตั้ง

 

พุทธณี กางกั้น จาก Fortify Rights ชี้ว่า บริบทการยุบสภาที่เกิดขึ้นในช่วงความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา ได้กลายเป็นตัวกำหนดทิศทางลมให้พัดไปทางชาตินิยมมากกว่าเพื่อให้ได้คะแนนเสียงในครั้งนี้

 

พุทธณีตั้งคำถามถึง ‘ฟันเฟืองสำคัญ’ ที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย แต่กลับไม่มีใครเหลียวแล โดยระบุว่าในประเทศไทยมีแรงงานข้ามชาติกว่า 3 ล้านคน แต่การเลือกตั้งในครั้งนี้ไม่มีเรื่องแรงงานข้ามชาติในพรรคการเมืองเกี่ยวกับนโยบายนี้ ซึ่งการละเลยกลุ่มคนเหล่านี้ ไม่เพียงสะท้อนแนวคิดของพรรคการเมือง แต่ยังอาจสะท้อนความบกพร่องในการมองโครงสร้างเศรษฐกิจที่ต้องพึ่งพาแรงงานเพื่อนบ้าน และสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่พวกเขาควรได้รับ

 

พุทธณียังหยิบยกความย้อนแย้งของประเทศไทยที่นั่งเก้าอี้ “คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ” (HRC) แต่กลับมีนโยบายสวนทาง โดยเฉพาะการผลักดันชาวอุยกูร์กว่า 40 ชีวิตกลับไปจีน รวมถึงกรณีส่งตัวนักปกป้องสิทธิมนุษยชนชาวชาติพันธุ์มองตานญาดกลับเวียดนามก็ยังเป็นอีกประเด็นที่น่าคิดในเรื่องนี้

 

จาก ‘บ้าน’ สู่ ‘สิทธิในชีวิต’: เมื่อรัฐมองความมั่นคงของทุนสำคัญกว่าความมั่นคงของมนุษย์

 

เพชรรัตน์ ศักดิ์ศิริเวทย์กุล จากแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ได้ขยายพรมแดนความคิดเรื่องสิทธิในการเลือกตั้งครั้งนี้ ให้กว้างกว่าแค่นโยบายแจกเงิน แต่เป็นการทวงคืนอำนาจในการกำหนดอนาคตของประชาชน ผ่านนิยามใหม่ของคำว่าบ้าน เมื่อทรัพยากรคือชีวิตไม่ใช่สินค้า เพชรรัตน์ชวนเราตั้งคำถามใหม่ว่า เวลาเราพูดถึงสิทธิในที่อยู่อาศัย เรากำลังพูดถึงอะไร

 

การที่รัฐไทยเซ็น MOU เรื่องเหมืองแร่ Rare Earth หรือการอนุญาตให้ทุนจีนเข้ามาทำเหมืองฟลูออไรด์ที่แม่ฮ่องสอน รวมถึงโครงการขนาดใหญ่อย่าง EEC และ SEC โครงการเหล่านี้ถูกขับเคลื่อนโดยอ้างว่าเป็นความมั่นคงของรัฐและกลไกทางเศรษฐกิจและการตลาด แต่กลับพบว่าโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการกลับ ‘ละเลย’ ความมั่นคงของมนุษย์เรื่องสิทธิในที่อยู่อาศัย ผลกระทบจึงตกอยู่ที่ชาวบ้านไม่ว่าจะเป็นที่ผืนนาเค็มจนปลูกข้าวไม่ได้ ปัญหา PM 2.5 หรือแม่น้ำที่ผิดเพี้ยนไปจากเดิม

 

Mainstreaming Human Rights: สิทธิมนุษยชนต้องอยู่ในทุกอณู

 

รศ.ดร.พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เสนอแนวคิดว่า สิทธิมนุษยชนไม่ควรเป็นเพียงหัวข้อหนึ่ง แต่ต้องถูกทำให้เป็นกระแสหลัก (Mainstreaming) ในทุกนโยบาย ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจหรือความมั่นคง เพราะทุกเรื่องมันเกี่ยวกันหมด แม้แต่คำถามว่า ‘ทหารมีไว้ทำไม’ หรือการจัดสรรงบประมาณความมั่นคง เรื่องเหล่านี้ก็โยงกับสิทธิมนุษยชนทั้งสิ้น

 

ขณะที่ ผศ.ดร.พัทธ์ธีรา นาคอุไรรัตน์ สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล เผยว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สิทธิเสรีภาพของประชาชนไทย ‘ตกต่ำลง’ อย่างเห็นได้ชัดแทบทุกด้าน ตั้งแต่เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การตรวจสอบรัฐและผู้มีอำนาจ ไปจนถึงการถูกฟ้องปิดปากและการใช้นิติสงคราม กลุ่มเปราะบางถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนมากขึ้น สะท้อนผ่านจำนวนเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษา รวมถึงปัญหาสุขภาพจิตที่เพิ่มขึ้นจากความสิ้นหวังทางการเมือง ขณะเดียวกัน เสรีภาพทางวิชาการก็ถดถอยอย่างรุนแรง รวมถึงกระบวนการยุติธรรมยังเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามจากความล่าช้าและการเลือกปฏิบัติในคดีสำคัญหลายกรณี

 

บัตรใบที่ 3 คือการสร้าง ‘รากฐานบ้าน’ หลังใหม่

 

8 กุมภาพันธ์ 2569 ไม่ได้มีความสำคัญเพียงแค่การเลือก สส. เข้าไปอยู่ในรัฐสภา แต่ยังรวมถึงการทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเปรียบเสมือนบัตรใบที่ 3 ที่จะกำหนดอนาคตโครงสร้างประเทศ สัณหวรรณ ศรีสด ชี้ว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันคือ ‘ต้นตอของปัญหาสิทธิ’

 

ด้าน พุทธณี กางกั้น เปรียบเทียบรัฐธรรมนูญกับการสร้างบ้านว่า “ถ้าเราเปรียบรัฐธรรมนูญเหมือนบ้าน เราก็ทราบว่ารากฐานเก่าของเราไม่แข็งแรงด้วยเหตุผลที่หลายคนก็ทราบว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่เราใช้อยู่เป็นฉบับที่อยู่ระหว่างผู้ปกครองจากการทำรัฐประหาร นี่คือความสำคัญของโอกาสที่เราจะร่วมกันสร้างเสา สร้างคาน ปูคอนกรีตให้มันแข็งแรง โดยการทำรัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชน”

 

สุดท้าย เพชรรัตน์ ศักดิ์ศิริเวทย์กุล ได้ฝากความหวังไว้ที่ปลายนิ้วของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคนว่า “อำนาจประชาชนในประเทศนี้ เราควรมีสิทธิมีเสียงในการพูดถึงอนาคต เราไม่อยากให้การเมืองเป็นเรื่องน่าเบื่อ การเมืองเป็นเรื่องของทุกคน สิ่งที่เราคุยกันวันนี้เหมือนการมอนิเตอร์การทำงานของพรรคการเมือง หวังว่า 8 กุมภา อย่าลืมกา 3 ใบ และกาเพื่อสิทธิมนุษยชน”

 

แฟ้มภาพ: Black Salmon / Shutterstock

 

อ้างอิง:

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

The post เลือกตั้ง 2569 : เมื่อ ‘นโยบายสิทธิมนุษยชน’ คือตัวแปรที่หายไปจากสมการการเมืองไทย? appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD https://thestandard.co/standard-photographer-photos-2025/ Wed, 24 Dec 2025 04:00:47 +0000 https://thestandard.co/?p=1157422 ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD

ตลอดปี 2568 มีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย หลายเหตุการ […]

The post ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD appeared first on THE STANDARD.

]]>
ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD

ตลอดปี 2568 มีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย หลายเหตุการณ์ผ่านมาแล้วผ่านไป แต่อีกหลายเหตุการณ์ยังคงวนเวียนและต่อเนื่องหรืออาจลากยาวข้ามไปปีหน้า

 

ในจำนวนหลายหมื่นภาพถ่ายจากช่างภาพ THE STANDARD ที่บันทึกเหตุการณ์ต่างๆ ตลอดปี 2568 ตามไทม์ไลน์ นี่คือภาพที่คัดสรรมาบอกเล่าแก่ผู้อ่าน เพื่อย้อนทวนความทรงจำเป็นบทเรียน รวมถึงมองภาพในอนาคตไปพร้อมๆ กัน

 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 1

 

1 มกราคม 2568 พระสงฆ์ออกบิณฑบาต ขณะที่นักท่องเที่ยวที่ยังคงสังสรรค์เฉลิมฉลองข้ามปี ในช่วงเช้าของวันขึ้นปีใหม่ 2568 บริเวณถนนข้าวสาร แหล่งท่องเที่ยวยามราตรีของกรุงเทพมหานคร

 

ทั้งนี้มีนักท่องเที่ยวบางส่วนไม่สามารถเดินทางกลับได้ ต้องอาศัยเพื่อนช่วยประคอง ขณะที่บางจุดพบขวดเบียร์และเครื่องดื่มวางเกลื่อนพื้นถนน

 

ภาพ : ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

อ่านข่าว https://thestandard.co/new-year-2568-khao-san-road/

 


 

 

1 มกราคม 2568 นักท่องเที่ยวรอชมแสงแรกของดวงอาทิตย์ ในวันขึ้นปีใหม่ บริเวณจุดชมวิวกิ่วแม่ปาน ภายในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2568 พบว่ามีนักท่องเที่ยวมากถึงกว่าวันละ 20,000 คน เดินทางมายังอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เพื่อสัมผัสความหนาวเย็นพร้อมชมวิวทิวทัศน์ธรรมชาติ

 

ภาพ : พงศ์มนัส ทาศิริ

อ่านข่าว https://thestandard.co/new-year-2568-first-light-doi-inthanon/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 3

 

4 มกราคม 2568 ปรากฏการณ์ดาวเคียงเดือน ดวงจันทร์ข้างขึ้น 3 ค่ำ เคียงดาวเสาร์ เกิดจากแสงอาทิตย์สะท้อนผิวโลกไปยังดวงจันทร์ และสะท้อนกลับมายังผู้สังเกตบนโลกอีกต่อหนึ่ง ทำให้เห็นแสงจางๆ จากด้านมืดของดวงจันทร์ ถือเป็นปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์อย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นเป็นประจำ เนื่องจากดวงจันทร์และดาวเคราะห์เปลี่ยนตำแหน่งไปเรื่อยๆ ตามคาบการโคจรรอบดวงอาทิตย์ ดังนั้นการที่ดวงจันทร์และดาวเคราะห์ปรากฏบนท้องฟ้าในทิศเดียวกันหรือเคลื่อนที่มาอยู่ในตำแหน่งใกล้เคียงกันจึงถือเป็นเรื่องปกติ

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/moon-planet-conjunction-sky-viewing/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 4

 

7 มกราคม 2568 สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พบว่าท้องฟ้าไม่แจ่มใส ทัศนียภาพการมองเห็นอาคารสูงเป็นไปได้ยาก โดยศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานครรายงานสถานการณ์ฝุ่นละออง เวลา 07.00 น. ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ตรวจวัดได้ 40.7-65.4 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) พบว่าเกินมาตรฐานอยู่ในระดับสีส้ม เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (มาตรฐานไม่เกิน 37.5 มคก./ลบ.ม.) จำนวน 70 พื้นที่

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/bangkok-pm25-exceeds-standard-health-impact/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 5

 

8 มกราคม 2568 มิน-พีชญา วัฒนามนตรี พร้อมครอบครัวและทนายความ เดินทางออกจากทัณฑสถานหญิงกลาง ภายหลังพนักงานสอบสวนคณะอัยการพิเศษพิจารณาเห็นแย้งพนักงานสอบสวนจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สั่งไม่ฟ้องในคดีดิไอคอนกรุ๊ป ในฐานความผิดฉ้อโกงประชาชน ความผิดร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน หรือแชร์ลูกโซ่ และอีกหลายข้อหาที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากพยานหลักฐานในชั้นนี้ไม่เพียงพอต่อการเอาผิด

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/min-peechaya-08012025/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 6

 

11 มกราคม 2568 เด็กทดลองนั่งบนบัลลังก์ของประธานสภาผู้แทนราษฎร ในกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2568 ที่อาคารรัฐสภา ซึ่งในปีนี้เปิดโอกาสให้เด็กๆ เข้ามาสัมผัสห้องประชุมพระสุริยันอย่างใกล้ชิด ซึ่งเป็นห้องที่ใช้จัดการประชุมรัฐสภาและประชุมสภาผู้แทนราษฎร

 

ภาพ : ศวิตา พูลเสถียร

อ่านข่าว https://thestandard.co/parliament-2025-childrens-day-event/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 7

 

11 มกราคม 2568 ผู้ปกครองพาบุครหลานเข้าร่วมกิจกรรมวันเด็กที่กองบิน 41 ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ไฮไลต์ของกิจกรรมวันเด็กที่กองบิน 41 คือ การนำเครื่องบินชนิดต่างๆ มาจัดแสดง พร้อมมีการโชว์การบินของเครื่องบินรบ F-16 สร้างความตื่นเต้นให้กับเด็กๆ เป็นอย่างมาก

 

ภาพ : พงศ์มนัส ทาศิริ

อ่านข่าว https://thestandard.co/chiangmai-childrens-day-2025/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 8

 

13 มกราคม 2568 ตัวแทนประชาชนจาก 19 จังหวัด ประมาณ 150 คน รวมตัวกันที่หน้าอาคาร ซี.พี. ทาวเวอร์ ถนนสีลม เพื่อยื่นข้อเรียกร้องถึงบริษัทพร้อมอ่านจดหมายเปิดผนึกถึง ธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์, สุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ และคณะกรรมการบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์อาหารจำกัด ให้บริษัท CPF แสดงความรับผิดชอบ หลังมีรายงานการระบาดของปลาหมอคางดำที่เริ่มต้นระบาดตั้งแต่ปลายปี 2544-2555 และบัดนี้ลุกลามไปถึง 19 จังหวัด

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/cp-responsibility-black-chin-fish/

 


 

 

14 มกราคม 2568 ประชาชนจำนวนมากเดินขึ้นไปเที่ยวชมบรรยากาศบนสะพานทศมราชัน ซึ่งการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) จัดงานมหกรรมสุขเต็มสิบ เพื่อเฉลิมฉลองการเปิดใช้งานจริงของสะพานทศมราชัน หรือสะพานพระราม 10 ซึ่งสร้างคู่ขนานสะพานพระราม 9 เป็นสะพานขึงเช่นเดียวกัน แต่ใช้เสาคู่เป็นครั้งแรกของประเทศ และจุดเด่นก็คือมีช่องทางจราจรถึง 8 ช่องทาง หรือกว้าง 42 เมตร รวมถึงเป็นสะพานข้ามแม่น้ำที่กว้างที่สุดของประเทศไทย

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/thosamrajahn-bridge-scenic-view/

 


 

 

15 มกราคม 2568 คู่รัก LGBTQIA+ โพสท่าถ่ายภาพบริเวณสนามหญ้า หน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยมีแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ร่วมบันทึกภาพประวัติศาสตร์เพื่อประชาสัมพันธ์ เนื่องในโอกาสประกาศใช้ กฎหมายสมรสเท่าเทียม

 

ภาพ : ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

อ่านข่าว https://thestandard.co/pm-celebrates-marriage-equality-lgbtqia-couples/

 


 

 

23 มกราคม 2568 คู่รัก LGBTQIA+ เดินทางมาจดทะเบียนสมรส ที่สำนักงานเขตบางรัก ซึ่งวันนี้เป็นวันแรกที่กฎหมายสมรสเท่าเทียม หรือพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 (พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม) มีผลใช้บังคับอย่างเป็นทางการ มอบสิทธิให้กับบุคคลที่มีอัตลักษณ์ทางเพศไม่ว่าเพศใดสามารถจดทะเบียนสมรสได้อย่างเท่าเทียมภายใต้กฎหมาย

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/lgbtqia-couples-register-bang-rak/

 


 

 

23 มกราคม 2568 พอร์ช-อภิวัฒน์ อภิวัฒน์เสรี และ อาม-สัพพัญญู ปนาทกูล นักแสดงซีรีส์วายและคู่รัก LGBTQIA+ กำลังโยนดอกไม้หลังจากจดทะเบียนสมรส ในวันแรกที่กฎหมายสมรสเท่าเทียม หรือพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 (พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม) มีผลใช้บังคับอย่างเป็นทางการ ทั้งคู่เปิดใจหลังจดทะเบียนสมรสว่า รู้สึกปลื้มใจและรู้สึกเกินฝัน กับเหตุการณ์ในวันนี้ที่คนทุกคนได้รับการยอมรับว่ามีคุณค่าเท่าเทียมกัน และเป็นสิ่งที่เกินจินตนาการว่าเราจะได้จรดปากกาลงในใบทะเบียนสมรสกับคนที่เรารักซึ่งเป็นเพศเดียวกัน

 

ภาพ : ศวิตา พูลเสถียร

อ่านข่าว https://thestandard.co/porch-arm-equal-marriage/

 


 

 

25 มกราคม 2568 สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ช่วงซอยหทัยราษฎร์ 37 เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร และโดยรอบ พบว่ามีฝุ่นละอองในอากาศหนาแน่นจนทำให้ทัศนวิสัยการมองเห็นแม้แต่ระยะใกล้ก็ไม่ชัดเจน และในระหว่างสำรวจบางช่วงมีกลิ่นเผาไหม้ประกอบด้วย ทั้งนี้ ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานครรายงานผลการตรวจวัด PM2.5 เวลา 07.00 น. ณ สำนักงานเขตคลองสามวา มีค่าเท่ากับ 89.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) อยู่ในระดับสีแดง มีผลกระทบต่อสุขภาพ (มาตรฐาน 75.1 มคก./ลบ.ม. ขึ้นไป)

 

ภาพ : ศวิตา พูลเสถียร

อ่านข่าว https://thestandard.co/bangkok-pm25-health-hazard/

 


 

 

25 มกราคม 2568 เจ้าหน้าที่รถไฟฟ้าบีทีเอส แจกบัตรโดยสารฟรีใหักับผู้ใช้บริการ ในวันแรกตามที่รัฐบาลออกมาตรการให้ใช้ฟรีเป็นระยะเวลา 7 วัน เพื่อหวังลดปริมาณรถยนต์ส่วนบุคคลที่จะสร้างมลพิษเพิ่ม ในช่วงที่สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในกรุงเทพมหานครมีค่าสูงจนเข้าเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยกระทรวงคมนาคมมีคำสั่งให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ในสังกัดของกระทรวงคมนาคม ให้บริการฟรีทุกเส้นทางทั้งรถไฟฟ้าบนดินและใต้ดิน ส่วนรถไฟฟ้าบีทีเอสได้ประสานเอกชนให้บริการฟรีทุกสายเช่นกัน รวมไปถึงองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ที่ให้ประชาชนใช้บริการรถเมล์ฟรีทุกสายทาง

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/first-day-free-transport/

 


 

 

28 มกราคม 2568 ชาวไทยเชื้อสายจีนย่านเยาวราช เผากระดาษเงินกระดาษทองตามความเชื่อ เนื่องในวันตรุษจีน ซึ่งปีนี้หลายครอบครัวต่างรับทราบว่ามีการรณรงค์ให้ลดและงดการจุดธูป รวมทั้งเผากระดาษเงินกระดาษทอง หลายครอบครัวเลยขอแค่ ‘เผาพอเป็นพิธี’ และส่วนมากจะราดน้ำกลบทันทีหลังกระดาษถูกเผาจนหมด เนื่องจากกังวลเรื่องมลพิษในอากาศ เพราะควันจากสิ่งเหล่านี้อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ก่อให้เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/pm2-5-reduction-chinese-new-year/

 


 

 

30 มกราคม 2568 สภาพของกรุงเทพมหานครที่ถูกปกคลุมด้วย PM2.5 ในช่วงเวลาเย็นย่านห้วยขวาง โดยเว็บไซต์ Air4Thai รายงาน ณ เวลา 17.00 น. ว่าค่าดัชนีคุณภาพอากาศ AQI อยู่ที่ 92 ซึ่งอยู่ระดับปานกลาง ส่วนค่าความเข้มข้นของ PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง อยู่ที่ 35.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

 

ภาพ : ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

อ่านข่าว https://thestandard.co/pm2-5-rise-jan-31-feb-4/

 


 

 

1 กุมภาพันธ์ 2568 ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พร้อมด้วย ไอริ บุตรสาว และ นพดล สมยานนทนากุล ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ (นายก อบจ.สมุทรปราการ) พรรคประชาชนร่วมสังเกตการณ์ผลการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดและสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ที่ศูนย์กีฬาเทศบาลเมืองบางแก้ว อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ

 

ภาพ : ศวิตา พูลเสถียร

อ่านข่าว https://thestandard.co/provincial-election-01022025-16/

 


 

 

5 กุมภาพันธ์ 2568 อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการตัดการจ่ายกระแสไฟฟ้าฝั่งประเทศเมียนมา ที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สำนักงานใหญ่ หลังมีข้อมูลว่ามีการนำไฟฟ้าไทยไปให้กับขบวนการคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมข้ามชาติใช้ ตามที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มีมติใน 5 จุดซื้อขาย

 

ภาพ : ศวิตา พูลเสถียร

อ่านข่าว https://thestandard.co/anutin-cuts-power-myanmar/

 


 

 

5 กุมภาพันธ์ 2568 บรรยากาศช่วงค่ำคืนของเมือง ‘ชเวโก๊กโก่’ เมืองในจังหวัดเมียวดี ประเทศเมียนมา หลังจากที่ทางการไทยตัดการจ่ายไฟฟ้าให้ประเทศเมียนมาใน 2 จุดบริเวณสะพานมิตรภาพไทย-พม่า แห่งที่ 2 และบ้านห้วยม่วง โดยในช่วงเวลา 17.30-21.30 น. พบว่าตามอาคารสำนักงานและคอมเพล็กซ์ด้านในยังคงเปิดไฟตามปกติ และในอาคารสูงกว่า 10 ชั้นและโดยรอบยังมีไฟทางเปิดเรียงราย แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปจากความเห็นของคนในพื้นที่ที่พูดคุยกับทีมข่าวคือ “เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ เหมือนไม่ใช่ชเวโก๊กโก่ที่เห็นทุกวัน ไม่มีแสง ไม่มีสีสัน ไม่มีพลุ หรือแม้แต่ภาพกราฟิกวูบไหว วันนี้เป็นวันแรกที่ไทยสว่างกว่า”

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/shwe-kokko-night-of-change/

 


 

 

6 กุมภาพันธ์ 2568 เจ้าหน้าที่ทหารไทยรับตัวเหยื่อ 61 คน ที่ถูกส่งต่อจากกองกำลังพิทักษ์ชายแดน BGF มายังด่านพรมแดนแม่สอดแห่งที่ 2 ซึ่งทั้งหมดเป็นชาวต่างชาติที่ถูกหลอกลวงไปทำงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์ที่เมืองชเวโก๊กโก่ จังหวัดเมียวดี ประเทศเมียนมา โดยมี ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รอรับที่ฝั่งไทย ก่อนจะส่งตัวเหยื่อทั้งหมดเข้าสู่กลไกการส่งต่อระดับชาติ (National Referral Mechanism: NRM) ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/rescue-human-trafficking-victims-shwekokko/

 


 

 

7 กุมภาพันธ์ 2568 ทีมข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่สำรวจริมแม่น้ำเมย บริเวณบ้านแม่กุใหม่ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก พื้นที่แนวชายแดนฝั่งประเทศไทยที่สามารถมองเห็นสิ่งปลูกสร้างของเคเคพาร์ก จังหวัดเมียวดี ประเทศเมียนมา ซึ่งเป็นฐานที่ตั้งสำคัญของกระบวนการสแกมเมอร์ระดับชาติ ทั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์และแก๊งค้ามนุษย์ โดยอาณาจักรเคเคพาร์กมีผู้ลงทุนหลักคือ บริษัท ตงเหมยกรุ๊ป (Dongmei Group) ประธานบริษัทคือ หวัน ค็อก คอย อดีตหัวหน้ากลุ่ม 14K ซึ่งเป็นกลุ่มอาชญากรระดับโลก ตั้งอยู่ในเขตอิทธิพลของ พ.ต. เต่ง วิน รองผู้บังคับกองพันกองทัพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNA) ซึ่งก่อนหน้านี้ใช้ชื่อว่ากองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF)

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/kk-park-call-center-base/

 


 

 

7 กุมภาพันธ์ 2568 จักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายก พร้อมด้วย ป๊อบ-สุไพรพล ช่วยชู เข้าจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมที่สำนักงานเขตบางรัก หลังใช้ชีวิตร่วมกันมากว่า 23 ปี โดยมี ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นเถ้าแก่และเป็นสักขีพยานในการจดทะเบียนสมรส ทักษิณอวยพรทั้งคู่ว่าเป็นผลพวงของสภาที่มีรัฐบาลพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ ทั้งหมดเป็นความเห็นชอบของสภาส่วนใหญ่ ต้องขอบคุณ สส. ทุกคนที่เห็นชอบให้มีการสมรสเท่าเทียม ทำให้จักรภพได้กลับมาเมืองไทย มีความสุขที่ได้ทำในสิ่งที่ตนเองชอบ ได้พบกับคนที่ตนเองรักและอยู่ร่วมกันโดยที่ไม่มีข้อจำกัดทางกฎหมาย

 

ภาพ : ศวิตา พูลเสถียร

 

อ่านข่าว https://thestandard.co/chakraphop-equal-marriage-thaksin-witness/

 


 

 

9 กุมภาพันธ์ 2568 1ใน 5 แรงงานไทยที่ถูกจับเป็นตัวประกันเข้าสวมกอดครอบครัวที่มารอรับที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หลังจากกลุ่มฮามาสปล่อยตัวเมื่อวันที่ 30 มกราคม โดยมีมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย ให้การต้อนรับ

 

ภาพ : ศวิตา พูลเสถียร

อ่านข่าว https://thestandard.co/5-thai-hostages-return/

 


 

 

10 กุมภาพันธ์ 2568 นาโอมิ เอเลน แคมป์เบลล์ เข้าพบหารือ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อหารือเรื่องแนวทางการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแฟชั่น ในโอกาสเยือนประเทศไทย ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นาโอมิกล่าวชื่นชมนายกรัฐมนตรีที่ชื่นชอบแฟชั่น ขณะที่นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณและบอกว่า ตนชอบใส่แฟชั่นที่แตกต่าง ไม่เหมือนกับนายกรัฐมนตรีคนอื่นๆ

 

ภาพ : ศวิตา พูลเสถียร

อ่านข่าว https://thestandard.co/naomi-softpower-pm/

 


 

 

10 กุมภาพันธ์ 2568 พนักงานบริษัทผู้ให้บริการการสื่อสารตรวจเช็คสายสัญญาณอินเทอร์เน็ต ที่ตั้งอยู่ด้านหลังสถานีรถไฟด่านพรมแดนคลองลึก อำเภออรัญประเทศ ที่มีแนวรั้วติดกันกับชายแดนประเทศกัมพูชา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบสถานีฐานโทรศัพท์เคลื่อนที่และจุดเชื่อมต่อระหว่างประเทศ ร่วมกับภาคเอกชนที่รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม โดยเรียกผู้ประกอบการเจ้าของสายสัญญาณจำนวน 13 ราย มาแสดงตัวเป็นเจ้าของสายพร้อมทำสัญลักษณ์ตามสายของตนเอง หากสายโทรศัพท์หรือสายอินเทอร์เน็ตใดไม่มีเจ้าของ เจ้าหน้าที่ กสทช. จะทำการตัดสายที่โยงไปประเทศกัมพูชาทันที เนื่องจากมีข้อพิรุธว่าเป็นการเชื่อมโยงสัญญาณที่ไม่ได้รับอนุญาตและอาจจะนำไปก่ออาชญากรรมแก๊งคอลเซ็นเตอร์

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/police-nbtc-soldier-internet-poipet/

 


 

 

10 กุมภาพันธ์ 2568 รถประจำทางปรับอากาศสาย 167 เกิดอุบัติเหตุอยู่ในลักษณะยกตัว ล้อหน้ายกสูงกว่า 3 เมตร และขากระจกมองข้างด้านซ้ายเกี่ยวอยู่บนสายสลิงยึดเสาไฟฟ้าแรงสูงขนาดใหญ่ พนักงานขับรถเมล์คันดังกล่าวเล่าว่า บริเวณจุดเกิดเหตุมีน้ำมันอยู่บนพื้น ทำให้ล้อรถเกิดอาการลื่น พยายามควบคุมรถ แต่รถเสียหลักปีนสลิงสายไฟ ขณะเกิดเหตุมีผู้โดยสารอยู่บนรถ 3 คน ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

 

ภาพ : ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

อ่านข่าว https://thestandard.co/bus-167-loses-control-oil-slick/

 


 

 

13 กุมภาพันธ์ 2568 การประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 3 (สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ 2) เป็นพิเศษ โดยมีวาระเพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขมาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 เพื่อเปิดทางให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทั้งนี้ไชยชนก ชิดชอบ สส. บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นแจ้งต่อที่ประชุมว่า ในฐานะเลขาธิการพรรค และตัวแทนของสมาชิกรัฐสภาในสังกัดพรรคภูมิใจไทยทั้งหมด เราได้พิจารณาแล้วว่าวาระที่จะได้รับการพิจารณาหลังจากนี้อาจผิดและขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ จึงขออนุญาตไม่ร่วมพิจารณา จากนั้นได้นำสมาชิกพรรคภูมิใจไทยทั้งหมดวอล์กเอาต์จากห้องประชุมร่วมรัฐสภา

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/bhumjaithai-mps-walkout/

 


 

 

14 กุมภาพันธ์ 2568 กลุ่มเด็กนักเรียนติดสติกเกอร์รูปหัวใจ เนื่องในวันวาเลนไทน์

 

ทำให้บริเวณ Siam Square Walking Street เป็นไปด้วยความคึกคัก หนุ่มสาวทั้งวัยเรียน วัยรุ่น ต่างพากันติดสติกเกอร์รูปหัวใจ และร่วมในงาน ‘Siam Valentine 2025’ เทศกาลติดสติกเกอร์หัวใจครั้งใหญ่ที่สุด

 

ภาพ : ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

อ่านข่าว https://thestandard.co/valentines-love-stickers/

 


 

 

15 กุมภาพันธ์ 2568 การเดินขบวนพาเหรด ขบวนล้อการเมืองและสังคมไทย ภายในงานฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ครั้งที่ 75 ที่สนามศุภชลาศัย เพื่อกระชับความสัมพันธ์ พร้อมสร้างแรงขับเคลื่อนทางสังคม ภายใต้แนวคิด ‘Dawn of Memory’ นับเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปีที่กลับมาจัดอีกครั้ง เนื่องจากสถานการณ์โควิด

 

ภาพ : ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

อ่านข่าว https://thestandard.co/thammasat-chula-political-satire-parade/

 


 

 

16 กุมภาพันธ์ 2568 หลิวจงอี ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงสาธารณะแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมคณะ เดินทางถึงสะพานมิตรภาพไทย-พม่า แห่งที่ 2 โดยมี พ.ต.อ. เพลิน กลิ่นพยอม รักษาการผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก นำดูสถานที่ ซึ่งเป็นจุดที่จะรับตัวชาวต่างชาติจากเมืองเมียวดี ประเทศเมียนมา เข้าสู่ขั้นตอนของกลไกการส่งต่อระดับชาติ (National Referral Mechanism: NRM) ของประเทศไทย ซึ่งกลุ่มคนที่ถูกปล่อยกลับมามีบางส่วนเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์ และเกี่ยวข้องกับเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งในจำนวนนั้นมีชาวจีนอยู่ด้วย และล่าสุดจากปฏิบัติการของกองกำลังทหาร BGF ในประเทศเมียนมา ในการตรวจค้นอาคารต่างๆ ในเมืองชเวโก๊กโก่ จังหวัดเมียวดี สามารถรวบรวมคนได้ประมาณ 2,000 คน ครึ่งหนึ่งเป็นชาวจีน

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/liu-zhongyi-china-thailand-myanmar-operation/

 


 

 

18 กุมภาพันธ์ 2568 การประกาศเปิดตัวผู้ถือลิขสิทธิ์ Miss Universe Thailand อย่างเป็นทางการ โดยไฮไลต์สำคัญคือการขึ้นเวทีเปิดตัวร่วมกันของ ณวัฒน์ อิสรไกรศีล หรือบอสณวัฒน์ ที่ปัจจุบันมีตำแหน่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้อำนวยการกองประกวด บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และ แอน-จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ที่ขึ้นกล่าววิสัยทัศน์ของ Miss Universe Organization ที่ถือเป็นการสยบทุกข่าวลือการไม่ลงรอยกันของเวที Miss Universe และ Miss Grand

 

ภาพ : ศวิตา พูลเสถียร

อ่านข่าว https://thestandard.co/hello-universe-the-new-era-of-mut/

 


 

 

18 กุมภาพันธ์ 2568 ชาวฟิลิปปินส์ที่ถูกส่งกลับมาพักคอยที่หน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มณฑลทหารบกที่ 310 จังหวัดตาก แสดงบาดแผลจากการถูกทำร้าย ซึ่งเกิดจากการที่เขาและเพื่อนพยายามหลบหนีจากอาคารแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่เมืองเมียวดี ประเทศเมียนมา และต่อมาได้รับการช่วยเหลือส่งกลับมาที่ประเทศไทยเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ โดยมีผู้แทนจากสถานทูตฟิลิปปินส์ และผู้แทนจากทางการไต้หวัน เดินทางมาติดต่อเพื่อขอรับตัวเหยื่อประกอบด้วยชาวฟิลิปปินส์ 16 คน และชาวไต้หวัน 5 คน

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/taiwan-philippines-victims-return/

 


 

 

18 กุมภาพันธ์ 2568 ชาวต่างชาติที่เป็นเหยื่อสแกมเมอร์ทะเลาะวิวาทภายในศูนย์ฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มณฑลทหารบกที่ 310 อำเภอเมือง จังหวัดตาก ซึ่งถูกจัดเป็นพื้นที่พักพิงชั่วคราวสำหรับดูแลเหยื่อสแกมเมอร์ชาวต่างชาติที่ได้รับการส่งตัวมาจากฝั่งจังหวัดเมียวดี ประเทศเมียนมา โดยกองกำลังทหาร DKBA เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จากตัวเลขเหยื่อสแกมเมอร์ 260 คนที่ทางการไทยรับตัวไว้เมื่อผ่านกระบวนการคัดกรองตามกลไกการส่งต่อระดับชาติ หรือ NRM ผลปรากฏว่าเป็นเหยื่อจากขบวนการค้ามนุษย์ 258 คน และอีก 2 คนที่เป็นชาวไต้หวันไม่ใช่เหยื่อ เจ้าหน้าที่จึงส่งตัวต่อให้กับตำรวจไทยดำเนินคดีสืบสวนสอบสวนและเข้าสู่กระบวนการตามขั้นตอนของกฎหมาย

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/call-center-victims-myawaddy-shelter-tak/

 


 

 

20 กุมภาพันธ์ 2568 ชาวจีน 200 คน ถูกนำตัวขึ้นเครื่องบินโดยสารจากประเทศจีนเที่ยวบินแรก ที่มาลงจอดที่ท่าอากาศยานแม่สอด ชาวจีนกลุ่มนี้มาจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ทางการเมียนมารวบรวมมาจากเมืองสแกมเมอร์ต่างๆ เช่น เคเคพาร์กและชเวโก๊กโก่ มาไว้ที่จังหวัดเมียวดี ประเทศเมียนมา เพื่อส่งต่อให้ทางการจีนโดยผ่านประเทศไทยด้วยเครื่องบินโดยสารจากประเทศจีน ตามแผนปฏิบัติการส่งตัว 3 วัน คือ วันที่ 20-22 กุมภาพันธ์ รวม 628 คน

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/first-flight-chinese-scam-gang-rescued-myanmar/

 


 

 

20 กุมภาพันธ์ 2568 ยูทูเบอร์สัญชาติฮ่องกงจ้างนางรำไทยใส่หน้ากากหลวงพี่ดำ ทำคอนเทนต์สักการะ ‘ออพติมัส ไพรม์’ หุ่นยนต์จากภาพยนตร์เรื่อง Transformers ที่ตั้งอยู่บริเวณวงเวียนถนนข้าวหลาม ย่านตลาดน้อย โดยก่อนหน้ามีการกล่าวอ้างว่า ออพติมัส ไพรม์ สามารถประทานพรให้คำขอเป็นจริง จนทำให้มีผู้คนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเริ่มเดินทางมาแก้บน โดยนำน้ำแดง น้ำมันเครื่อง พร้อมดอกดาวเรืองมาถวายเพื่อสักการะ

 

ภาพ : ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

อ่านข่าว https://thestandard.co/optimus-prime-shrine-talat-noi/

 


 

 

21 กุมภาพันธ์ 2568 Mega Mat เสื่อพลาสติกรีไซเคิลขนาด 860 ตารางเมตร ผลงานของ MVRDV ร่วมกับสถานทูตเนเธอร์แลนด์ และ GC (PTT Global Chemical) ถูกนำมาติดตั้งบนลานคนเมืองหน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ในเทศกาล Bangkok Design Week 2025

 

เสื่อขนาดยักษ์ผืนนี้เป็นงานรีไซเคิลสัญลักษณ์สะท้อนปริมาณขยะพลาสติกที่ประเทศไทยผลิตขึ้นในแต่ละวัน

 

ภาพ : ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

อ่านข่าว https://thestandard.co/listen-and-move-yoga-mega-mat-bangkok-city-hall/

 


 

 

25 กุมภาพันธ์ 2568 นักท่องเที่ยวจากหลายชาติ ซึ่งส่วนมากเป็นชาวอิสราเอลเพลิดเพลินกับการล่องห่วงยางในแม่น้ำป่าย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ขณะที่กระทรวงมหาดไทยลงพื้นที่สำรวจสถานที่ท่องเที่ยวในพื้นที่ หลังเกิดกระแสข่าวกรณีชาวอิสราเอลที่เข้ามาพำนักและท่องเที่ยว จนมีการติดป้าย ‘No Israel here’

 

ชัยวิชช์ สัมมาชีววัฒน์ อุปนายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวอำเภอปาย กล่าวว่าหลังจากที่ข่าวออกไป ซึ่งเป็นข่าวปลอม ทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความสงสัยและมีความไม่มั่นใจที่จะเข้ามาเที่ยว เราจึงพยายามประชาสัมพันธ์ให้รู้ว่ามันไม่มีอะไร และข่าวปลอมที่เกิดขึ้นเกิดจากคนกลุ่มหนึ่งที่ไม่พอใจและพยายามสร้างกระแสขึ้นมา เราจึงต้องพยายามประชาสัมพันธ์ให้คนทั้งโลกรู้ว่า อำเภอปายยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก

 

ภาพ : ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

อ่านข่าว https://thestandard.co/pai-tourism-under-review/

 


 

 

25 กุมภาพันธ์ 2568 แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลร่วมถ่ายรูปหมู่หลังรับประทานอาหารค่ำ​ที่โรงแรมแมนดาริน​ โอเรียนเต็ล แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยผลการหารือว่า วันนี้มีการคุยกันและเตรียมตัวถึงเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะเกิดขึ้น ทั้งหัวข้อและเรื่องที่อยากจะเล่า ที่อยากลงรายละเอียด ทำให้เห็นว่ารัฐบาลชุดนี้มีเอกภาพและมีศักยภาพอย่างมั่นคง มีอะไรก็ช่วยเหลือกัน ถามข้อมูลและคุยกันระหว่างกระทรวง

 

ภาพ : ศวิตา พูลเสถียร

อ่านข่าว https://thestandard.co/pm-paetongtarn-affirms-govt-unity/

 


 

 

27 กุมภาพันธ์ 2568 แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เข้าสภาผู้แทนราษฎร เพื่อตอบกระทู้สดเป็นครั้งแรก หลังรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งที่ 19 (สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ 2) โดยนายกรัฐมนตรี ได้ตอบกระทู้ถามสดเกี่ยวกับการดำเนินการแก้ไขปัญหาคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งถามโดย อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส. ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ว่าตั้งแต่ก่อนที่ตนเป็นนายกฯ ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ต่างๆ เป็นปัญหาที่แพร่หลายในทุกสังคม ทุกจังหวัด และส่งผลกระทบไปที่ประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ใช่แค่เอเชีย แต่ไปทั่วโลก ซึ่งเป็นสิ่งที่เราควรให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก

 

ภาพ : ศวิตา พูลเสถียร

อ่านข่าว https://thestandard.co/paetongtarn-parliament-commitment-call-center-crackdown/

 


 

 

28 กุมภาพันธ์ 2568 แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและคณะ ร่วมถ่ายภาพหมู่กับเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองฝั่งกัมพูชา ระหว่างลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของด่านพรมแดนบ้านคลองลึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว จากนั้นได้ไปติดตามการดำเนินการตัดและการลดสายสัญญาณการสื่อสารบริเวณด้านหลังสถานีรถไฟคลองลึก พร้อมย้ำว่า ตัดออกแล้วต้องรื้อออกให้หมด เพราะประชาชนจะไม่เชื่อมั่นว่าตัดแล้วจริงๆ

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/full-removal-of-bankhlongluek-border-signals-ordered/

 


 

 

1 มีนาคม 2568 คนไทย 119 คนไทยจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ในเมืองปอยเปต จังหวัดบันเตียเมียนเจย กัมพูชา ถูกส่งกลับมาประเทศไทย ที่ ด่านพรมแดนคลองลึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ซึ่งทางการกัมพูชาให้ข้อมูลว่าทั้งหมดสมัครใจไปทำงาน มีบอสเป็นชาวจีน ไม่เคยขอให้ช่วยเหลือ โดยทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะมีการตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน กรณีที่พบรายใดกระทำความผิดก็จะมาพิจารณาตั้งข้อกล่าวหา โดยวางโครงความผิดมูลฐานของคดีไว้ คือ องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ,อั้งยี่ซ่องโจร และร่วมกันฉ้อโกง

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/thai-rescue-cambodia/

 


 

 

4 มีนาคม 2568 รักชนก ศรีนอก สส. กทม., สหัสวัต คุ้มคง สส. ชลบุรี, อนุสรณ์ แก้ววิเชียร สส. นนทบุรี และ พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส. สมุทรปราการ พรรคประชาชน เข้าพบ มารศรี ใจรังษี เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เพื่อหารือแนวทางการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการบริหารจัดการประกันสังคม ขีดเส้น 1 สัปดาห์ต้องได้ข้อมูลมติการประชุม จี้ถามนายกฯ ปมควบรวมกองทุนสุขภาพ ที่สำนักงานประกันสังคมสำนักงานใหญ่

 

ภาพ : ศวิตา พูลเสถียร

อ่านข่าว https://thestandard.co/health-fund-merger/

 


 

 

6 มีนาคม 2568 บรรยากาศการสอบคัดเลือกเข้าเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียน เตรียมอุดมศึกษา ประจำปี 2568 ที่อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ปีนี้มีผู้สมัครสอบสูงสุดในรอบ 17 ปี มากกว่า 13,000 คน ซึ่งปีการศึกษา 2568 เปิดรับนักเรียนจำนวน 1,520 คนเท่านั้น

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/triam-udom-entrance-exam-2025/

 


 

 

7 มีนาคม 2568 เครื่องบินขับไล่กริพเพน จากกองบิน 7 สุราษฎร์ธานี บินโชว์ในงานฉลองครบรอบ 88 ปี กองทัพอากาศ ที่กองบิน 6 ดอนเมือง โดยจัดแสดงฝูงบินพาดแผลงระดับโลก ได้แก่ เครื่องบินขับไล่ F-35A จำนวน 2 เครื่อง จากสหรัฐอเมริกา เครื่องบินขับไล่กริพเพน จากกองบิน 7 สุราษฎร์ธานี เครื่องบินขับไล่จากหมู่บิน August 1st จากกองทัพอากาศจีน ซึ่งใช้เครื่องบินขับไล่แบบ J-10 จำนวน 7 เครื่อง หมู่บิน Surya Kiran จากกองทัพอากาศอินเดีย ที่เดินทางมาพร้อมเครื่องบินแบบ Hawk Mk.132 จำนวน 12 เครื่อง และ C-130J จำนวน 1เครื่อง

 

ภาพ : ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

อ่านข่าว https://thestandard.co/rtaf-88th-anniversary-international-air-show-2025/

 


 

 

11 มีนาคม 2568 ภาพขณะเกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในโรงพยาบาลรามาธิบดี ถนนพระรามที่ 6 ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่รายงานว่าที่เกิดเหตุเป็นอาคาร 1 สูง 9 ชั้น สำหรับต้นเพลิงอยู่ด้านในห้องตรวจเลือดชั้น 2 บริเวณตู้เก็บความเย็นที่ใช้เก็บเลือด อยู่ใกล้กับตู้เอกสาร เพลิงได้ลุกไหม้เอกสารและชุดโต๊ะเก้าอี้ ทำให้เกิดกลุ่มควันกระจายขึ้นไปจนถึงชั้น 9 เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลต้องรีบตัดไฟและฉีดน้ำควบคุมสถานการณ์กว่า 20 นาทีเพลิงจึงสงบ จากนั้นจึงเร่งระบายควันในอาคาร โดยไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต

 

ภาพ : ศวิตา พูลเสถียร

อ่านข่าว https://thestandard.co/ramathibodi-hospital-fire-no-injuries-reported-2/

 


 

 

12 มีนาคม 2568 ย่าน RCA ศูนย์รวมความบันเทิงชื่อดังของกรุงเทพฯ กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ โดยตลอดสองฝั่งถนนเต็มไปด้วยกิจการเปิดใหม่ของชาวจีน ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ผับ บาร์ สถานบันเทิง ร้านจำหน่ายสุรา-ยาสูบ ร้านสะดวกซื้อ 24 ชั่วโมง ตลอดจนร้านแลกเปลี่ยนสินค้าราคาแพง และสำนักงานที่ปรึกษากฎหมาย ซึ่งเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าชาวจีนโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนที่มาเป็นรูปแบบทัวร์หรือชาวจีนที่อาศัยในไทย การขยายตัวของธุรกิจใน RCA ส่วนหนึ่งเป็นผลจากกระแสทุนจีนที่เข้ามาลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง เรื่องนี้มีมุมมองทั้งด้านบวกและด้านลบ ในด้านบวก ธุรกิจเหล่านี้อาจช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่และสร้างงานให้กับคนไทย หากนายทุนจีนเลือกเช่าพื้นที่และจ้างแรงงานไทย แต่ด้านลบหากนักลงทุนจีนไม่ใช้สินค้าไทยหรือแรงงานไทย อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจดั้งเดิมของคนไทยในระยะยาว

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/rca-chinese-investment-opportunity-challenge-thailand/

 


 

 

14 มีนาคม 2568 ป้ายร้านอาหารจีนย่านห้วยขวาง ที่แปลภาษาไทยออกมาเป็นคำที่ไม่คุนหู รวมไปถึงชื่อเมนูภาษาไทยที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เช่น ไก่พื้นดิน ขาแก่ย่าง เกี้ยวน้ำหุนตุ้น และแม้แต่เมนูที่เราคิดไม่ออกด้วยซ้ำว่าเป็นอาหารแบบใด ย่านห้วยขวางมีคนจีนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจจากจีนแผ่นดินใหญ่ จนได้รับฉายาว่า ไชน่าทาวน์ 2 มีร้านอาหารจีนแท้ๆ หลากหลายสไตล์ ตั้งแต่เสฉวน กวางตุ้ง ไปจนถึงอาหารยูนนาน เข้ามาแทนที่ร้านอาหารท้องถิ่นของไทยหลายแห่ง รวมถึงธุรกิจที่รองรับไลฟ์สไตล์ของชาวจีนเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

ภาพ : ศวิตา พูลเสถียร

อ่านข่าว https://thestandard.co/chinese-menu-and-thais/

 


 

 

15 มีนาคม 2568 เจ้าหน้าที่กู้ภัยทำการค้นหาผู้ที่ติดค้างใต้ซากโครงสร้างของทางยกระดับ โครงการทางพิเศษสายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ด้านตะวันตก สัญญาที่ 3 เป็นการก่อสร้างทางการพิเศษแบบ 2 ชั้น ขนาด 6 ช่องจราจร คร่อมไปกับทางพิเศษเฉลิมมหานคร หลังเกิดเหตุถล่มลงมาทับคนงานทำให้มีผู้บาดเจ็บ 16 ราย เสียชีวิต 5 ราย

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/suriya-regrets-elevated-road-collapse-contractor-blacklist/

 


 

 

16 มีนาคม 2568 แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร พร้อมด้วยครอบครัว ร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพ พจนีย์ ณ ป้อมเพชร มารดาของ คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ โดยมี ทักษิณ ชินวัตร เป็นประธานในพิธี ที่วัดมกุฏกษัตริยาราม

 

ภาพ : ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

อ่านข่าว https://thestandard.co/potjanee-na-pombejra/

 


 

 

18 มีนาคม 2568 เครือข่ายประชาชนที่ได้รับผลกระทบจาก ปลาหมอคางดำ ประมาณ 300 คน ทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์เทปลาหมอจำนวน 2 คันรถ น้ำหนัก 2 ตัน พร้อมทั้งจุดเตาเผาพริกเผาเกลือที่หน้าประตู 5 ทำเนียบรัฐบาล เพื่อแสดงพลังเรียกร้องให้ นายกรัฐมนตรีต้องแสดงความรับผิดชอบต่อปัญหาใหญ่ระดับหายนะต่อระบบนิเวศครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์สิ่งแวดล้อมของไทย

 

ภาพ : ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

อ่านข่าว https://thestandard.co/blackchin-tilapia-govt-house/

 


 

 

19 มีนาคม 2568 เจ้าหน้าที่สำนักระบายน้ำทำการขุดเจาะทำลายชั้นคอนกรีตที่ทับถมเป็นชั้นหนาทอดยาวไปตามแนวท่อระบายน้ำ บริเวณแยกกล้วยน้ำไท ถนนพระราม 4 หลังพบการอุดตันของท่อระบายน้ำ เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า อุปกรณ์ขุดเจาะไม่สามารถทำงานได้โดยตรง เนื่องจากระยะห่างระหว่างชั้นคอนกรีตกับฝาท่อมีขนาดแคบเกินไป ขณะเดียวกันการทุบพื้นทางเท้าเพื่อเข้าถึงท่อระบายน้ำโดยตรงก็ต้องทำด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากมีสายสื่อสารและท่อสาธารณูปโภคขวางอยู่

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/concrete-blocking-drainage-pipes-rama4/

 


 

 

24 มีนาคม 2568 พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ร่วมอภิปรายครั้งแรกในรอบ 1 ปี 8 เดือน เป็นเวลา 10 นาที ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้าน พร้อมด้วยสมาชิกสภาผู้แทนพรรคพลังประชารัฐได้เข้าชื่ออภิปรายทั่วไปไม่ไว้วางใจ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผู้มีพฤติการณ์อันไม่น่าไว้วางใจให้บริหารราชการแผ่นดิน ในฐานะนายกรัฐมนตรีได้ต่อไป ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 26 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 2) วาระพิจารณาญัตติอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลวันแรก

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/no-confidence-debate-2568/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 53

 

25 มีนาคม 2568 ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ทำหน้าฉงนพร้อมดมยาดมระหว่างฟังแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ชี้แจงต่อที่ประชุมสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งที่ 26 วาระพิจารณาญัตติอภิปรายเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ซึ่งถือว่ากำลังเข้าสู่โค้งสุดท้ายเมื่อกรอบเวลาอภิปรายของ สส. ฝ่ายค้าน และเวลาชี้แจงของคณะรัฐมนตรีกำลังใกล้หมด และหากอภิปรายแล้วเสร็จภายในวันนี้ ก็จะนำไปสู่การลงมติในวันต่อไป

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/no-confidence-debate-2568-40/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 54

 

26 มีนาคม 2568 ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านฯ และศิริกัญญา ตันสกุล สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนได้ขึ้นไปบัลลังก์คณะรัฐมนตรี เพื่อพูดคุยและถ่ายภาพ กับแพทองธาร และคณะรัฐมนตรี หลังจบการลงมติในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี โดยที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร (สส.) มีมติเสียงข้างมาก ‘ไว้วางใจ’ ให้ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ด้วยคะแนนเสียงไว้วางใจ 319 เสียง ไม่ไว้วางใจ 162 เสียง เสียง งดออกเสียง 7 เสียง และไม่ลงคะแนนเสียง 0 เสียงนั้น

 

ภาพ : ศวิตา พูลเสถียร

อ่านข่าว https://thestandard.co/no-confidence-debate-2568-52/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 55

 

28 มีนาคม 2568 คนงานกำลังได้รับความช่วยเหลือหลังหนีรอดจากเหตุอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ที่กำลังก่อสร้าง ซึ่งถล่มลงมาจากเหตุแผ่นดินไหว บริเวณถนนกำแพงเพชร 2 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจัดทีมชุด USAR เข้าพื้นที่โดยด่วน

 

ภาพ : ศวิตา พูลเสถียร

อ่านข่าว https://thestandard.co/quake-rescue-kamphaengphet/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 56

 

28 มีนาคม 2568 เจ้าหน้าที่กู้ภัยทยอยเดินทางเข้าพื้นที่เหตุอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ที่กำลังก่อสร้าง ถล่มลงมาจากเหตุแผ่นดินไหว บริเวณถนนกำแพงเพชร 2

 

ภาพ : ศวิตา พูลเสถียร

อ่านข่าว https://thestandard.co/quake-rescue-kamphaengphet/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 57

 

28 มีนาคม 2568 ประชาชนที่อาศัยในคอนโดมิเนียมต่างออกมานั่งพักคอยด้านอกอาคาร หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว เนื่องจากยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหาย ขณะที่มีการประกาศให้กรุงเทพฯ เป็นพื้นที่สถานการณ์ฉุกเฉิน เป็นเหตุให้การจราจรทุกเส้นทางทั่วกรุงเทพฯ เป็นอัมพาต โดยเฉพาะในตัวเมือง ที่ตรงกับเวลาซึ่งผู้คนกำลังเลิกงานและทยอยเดินทางกลับที่พัก อีกทั้งรถไฟฟ้า BTS และรถไฟฟ้ามหานคร MRT สายสีน้ำเงินและสายสีม่วง หยุดให้บริการชั่วคราว

 

ภาพ : ศวิตา พูลเสถียร

อ่านข่าว https://thestandard.co/bts-mrt-train-services-suspended-earthquake/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 58

 

28 มีนาคม 2568 ผู้ที่ได้รับผลกระทบหลังจากเหตุแผ่นดินไหวทั้งคนไทยและคนต่างชาติ เข้ามาใช้สวนเบญจกิติ เป็นที่พักพิงชั่วคราว หลัง ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สั่งเปิดสวนสาธารณะในกรุงเทพฯ ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรองรับผู้ที่ไม่สามารถเข้าพักอาศัยในอาคารสูง และผู้ที่เดินทางกลับบ้านไม่ได้จากผลกระทบแผ่นดินไหว โดยมีจุดบริการน้ำดื่มและสุขาเคลื่อนที่สำหรับประชาชน

 

ภาพ : ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

อ่านข่าว https://thestandard.co/benjakitti-park-earthquake-relief-24-hours/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 59

 

29 มีนาคม 2568 ญาติผู้สูญหายจากเหตุอาคารก่อสร้างสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) บนถนนกำแพงเพชร 2 พังถล่มถล่มจากแผ่นดินไหว ร้องไห้ขณะเฝ้ารอและภาวนาให้พบผู้รอดชีวิต ขณะที่ศูนย์ประสานงานยังมีประชาชนทั้งชาวไทย เมียนมา และกัมพูชา เข้ามาแจ้งข้อมูลญาติที่สูญหายต่อเนื่อง

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/families-pray-for-survivors-building-collapse/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 60

 

29 มีนาคม 2568 สภาพความเสียหายของอาคารสูงย่านทองหล่อ หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว ทำให้อาคารสูงหลายแห่งในกรุงเทพมหานครเกิดความเสียหาย โดยชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่า จะส่งวิศวกรอาสา 130 คนลงพื้นที่ตรวจสอบอาคารของทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2–3 วัน เพื่อให้ประชาชนมั่นใจในความปลอดภัย

 

ภาพ : ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

อ่านข่าว https://thestandard.co/bangkok-high-rise-earthquake-damage-survey/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 61

 

29 มีนาคม 2568 การค้นหาในพื้นที่เกิดเหตุอาคารก่อสร้างสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) บริเวณถนนกำแพงเพชร 2 ยังคงดำเนินต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 31 ชั่วโมงแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ระดมกำลังเข้าพื้นที่เพื่อค้นหาผู้รอดชีวิตและผู้เสียชีวิตที่อาจยังติดอยู่ภายในซากอาคาร

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/31-hours-search-operation-building-collapse/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 62

 

30 มีนาคม 2568 ทหารสหรัฐอเมริการาว 10 นายทยอยเดินทางมาถึงพื้นที่จุดเกิดเหตุแล้ว พร้อมด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญการช่วยเหลือและกู้ภัย ท่ามกลางการระดมกำลังกันของหลายหน่วยงานเพื่อเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ติดอยู่ในซากอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ซึ่งถล่มลงมาภายหลังเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม โดยมีทีมช่วยเหลือจากนานาชาติมาร่วมปฏิบัติการต่อเนื่องเป็นวันที่ 2

 

ภาพ : ศวิตา พูลเสถียร

อ่านข่าว https://thestandard.co/us-military-team-joins-sao-building-rescue/

 


 

 

31 มีนาคม 2568 ประชาชนบางส่วนที่ได้รับคำสั่งอพยพจากอาคารสูงโดยรอบ เข้าใช้สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) พร้อมนำอุปกรณ์ทำงาน เช่น คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กและโทรศัพท์มือถือมาใช้งานระหว่างรอติดตามประกาศหรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการกลับเข้าอาคาร หลังจากที่มีรายงานการสั่นสะเทือนตามอาคารสูงในพื้นที่กทม.

 

ภาพ : ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

อ่านข่าว https://thestandard.co/work-relax-railway-park/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 64

 

2 เมษายน 2568 ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นั่งพักรับประทานคอร์นด็อก หลังจากเดินสำรวจการทำงานของทีมกู้ภัยในจุดเกิดเหตุอาคารก่อสร้างสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ต่อเนื่องเป็นวันที่ 6 โดยก่อนหน้านี้ได้ปรากฏภาพของผู้ว่าฯ นั่งสังเกตการณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่ที่บริเวณชั้น 5 ของอาคารที่ไม่ได้พังถล่ม และเกิดกระแสวิจารณ์ว่าเป็นการสร้างภาพ ชัชชาติให้สัมภาษณ์ว่า หลักการของตนเองคือไปนั่งสังเกตการณ์ และต้องประชุม 3 ช่วงเวลาในทุกวัน ร่วมกับหลายหน่วยงาน มีชาวต่างชาติที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษด้วย ซึ่งทีมกู้ภัยอาจจะไม่ได้คล่องภาษาอังกฤษมาก ตนเองในฐานะผู้นำหน่วยต้องเข้าใจสถานการณ์และช่วยเข้าไปคุยในประเด็นที่ไม่สามารถตัดสินใจได้ “ผมไม่ได้เสียกำลังใจ นึกถึงว่าคนที่อยู่หากมีชีวิตรอดก็ขอให้อดทนอีกหน่อย หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น” ชัชชาติระบุ

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/chadchart-oag-building-collapse-day-six/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 65

 

8 เมษายน 2568 ผู้ที่จับได้ใบดำแสดงอาการดีใจ การคัดเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ประจำปี 2568 ในส่วนของอำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ที่ศูนย์การฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มณฑลทหารบกที่ 33 โดยมีความต้องการทหารกองประจำการจำนวน 63 นาย โดยมีผู้สมัครใจเข้ารับการตรวจเลือก 32 นาย ทำให้มีผู้ที่ต้องเข้ารับการจับใบดำใบแดง จำนวน 119 นาย

 

ภาพ : พงศ์มนัส ทาศิริ

อ่านข่าว https://thestandard.co/chiangmai-conscription-2568/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 66

 

9 เมษายน 2568 รักชนก ศรีนอก สส. กทม. พรรคประชาชน เข้าให้กำลังใจ ไชยชนก ชิดชอบ สส.บุรีรัมย์ หลังถูกสมาชิกท้วงติงว่าอภิปรายนอกประเด็น ระหว่างการพิจารณาญัตติด่วนกรณีสหรัฐฯ เก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากไทย อัตราภาษีพื้นฐาน 10% และภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) 37% ก่อนถูกท้วง ไชยชนกได้เสนอให้สภาฯ พิจารณาแนวทางรับมือภัยพิบัติธรรมชาติและวิกฤตเศรษฐกิจโลก พร้อมเชื่อมโยงถึงภาวะโลกเดือด และปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ ว่าอาจเป็นสาเหตุของพายุ ไฟป่า และแผ่นดินไหวทั่วโลก โดยใช้เวลากว่า 45 นาทีในการอภิปราย

 

ภาพ : ศวิตา พูลเสถียร

อ่านข่าว https://thestandard.co/chaichonok-opposes-casino-bill-parliament/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 67

 

9 เมษายน 2568 กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.), ศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) และกองทัพธรรม นำโดย พิชิต ชัยมงคล แกนนำ คปท. และ จตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เคลื่อนมวลชนมายังอาคารรัฐสภา เพื่อรวมพลังหยุดร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบสถานบันเทิงครบวงจร หรือ Entertainment Complex และปกป้องประเทศชาติ

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/protesters-demand-cancellation-entertainment-complex-bill/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 68

 

10 เมษายน 2568 มณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ปรากฏตัวต่อสาธารณะครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์อาคารถล่ม โดยได้เข้าร่วมพิธีสวดพระพุทธมนต์เพื่ออุทิศส่วนกุศล เสริมความเป็นสิริมงคลและสร้างขวัญกำลังใจให้กับผู้ประสบภัย ผู้สูญหาย และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม ซึ่งจัดขึ้น ณ บริเวณลานจอดรถ สถานที่ก่อสร้างอาคาร สตง. ถนนกำแพงเพชร 2

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/monthien-first-appearance-after-collapse/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 69

 

12 เมษายน 2568 นักท่องเที่ยวต่างชาติถูกรองเท้ากินคน ขณะเล่นน้ำสงกรานต์ที่ถนนข้าวสาร ซึ่งเล่นเป็นวันแรก ทำให้มีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลมาเล่นน้ำสงกรานต์อย่างสนุกสนาน โดยมีหน่วยงานราชการทั้งสำนักงานเขตพระนคร สน.ชนะสงคราม และผู้จัดงานสงกรานต์ถนนข้าวสาร อำนวยความสะดวกและดูแลความเรียบร้อย

 

ภาพ : ศวิตา พูลเสถียร

อ่านข่าว https://thestandard.co/songkran-khaosan-road-first-day-2025/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 70

 

13 เมษายน 2568 บรรยากาศการเล่นน้ำสงกรานต์บนถนนสีลมในวันที่สองเป็นไปอย่างคึกคัก และมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับวันแรก สำหรับยอดผู้เข้าร่วมงานสงกรานต์บริเวณถนนสีลมวันแรกในวันที่ 12 เมษายน 2568 ตั้งแต่เวลา 12.00-22.00 น. มีจำนวนทั้งสิ้น 85,000 คน

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/songkran-2025-silom-water-festival/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 71

 

14 เมษายน 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประจำการบนถนนสีลม กำลังเล่นน้ำสงกรานต์กับนักท่องเที่ยว สร้างสีสันและรอยยิ้มให้กับผู้ร่วมงาน ในวันสุดท้ายของการจัดกิจกรรม

 

ภาพ : ศวิตา พูลเสถียร

อ่านข่าว https://thestandard.co/silom-songkran-festival-police-join-water-fight/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 72

 

15 เมษายน 2568 สุนัขสะบัดน้ำออกจากตัวอย่าง ในวันสุดท้ายของเทศกาลสงกรานต์ 2568 ที่ถนนเลียบคลองทวีวัฒนา จุดสาดน้ำยอดนิยมในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยมีประชาชนเล่นน้ำกันอย่างคึกคัก มีการตั้งเครื่องเสียง รถติดลำโพง และซุ้มจำหน่ายอาหาร

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/songkran-2025-final-celebration/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 73

 

16 เมษายน 2568 บรรยากาศถนนข้าวสาร ในช่วงเช้าตรู่หลังเทศกาลสงกรานต์ 2568 มีนักท่องเที่ยวบางส่วนที่ยังไม่เดินทางกลับและอยู่ในสภาพมึนเมา ขณะที่พระสงฆ์เริ่มออกบิณฑบาตผ่านถนนข้าวสาร

 

ภาพ : ศวิตา พูลเสถียร

อ่านข่าว https://thestandard.co/first-morning-khaosan-2025/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 74

 

22 เมษายน 2568 บรรยากาศในนิทรรศการ 100% DORAEMON & FRIENDS TOUR IN THAILAND กับการปรากฏตัวของคาแรกเตอร์ระดับโลก กองทัพ ‘โดราเอมอน’ หลากหลายเวอร์ชัน ขนาดเท่าตัวจริงจำนวน 57 ตัว และ ‘โดราเอมอนยักษ์’ ความสูง 12 เมตร หุ่นเป่าลมโดราเอมอนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่บริเวณ River Park ชั้น G ไอคอนสยาม

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/giant-doraemon-chao-phraya/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 75

 

25 เมษายน 2568 ผู้แทนศาสนาต่างๆในประเทศไทย ถ่ายภาพร่วมกันนหลังพิธีบูชาขอบพระคุณเพื่ออุทิศแต่ดวงพระวิญญาณของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส จัดโดยสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย มีอาร์ชบิชอป ปีเตอร์ ไบรอัน เวลส์ เอกอัครสมณทูตนครรัฐวาติกันประจำประเทศไทย ผู้แทนสมเด็จพระสันตะปาปาในประเทศไทย เป็นผู้ประกอบพิธี ที่อาสนวิหารอัสสัมชัญ บางรัก

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/religious-leaders-pope-francis/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 76

 

2 พฤษภาคม 2568 ผู้ขับขี่จักรยานยนต์ขณะฝ่าฝืนสัญญานชนไม้กั้นทางรถไฟ บริเวณที่หยุดรถไฟอโศก ถนนกำแพงเพชร 7 ในช่วงเวลาเร่งด่วนบริเวณดังกล่าวมีปัญหาการจราจรที่น่ากังวล โดยเฉพาะพฤติกรรมของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์บางส่วนที่มักไม่ปฏิบัติตามสัญญาณไฟและเสียงเตือน เมื่อมีขบวนรถไฟกำลังจะเคลื่อนผ่าน

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/asoke-intersection-railway-barrier-accident-risk/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 77

 

13 พฤษภาคม 2568 ดอกไม้ถูกนำมาวางบริเวณพื้นที่อาคารก่อสร้างสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) โดยมีชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงปิดศูนย์บัญชาการเหตุการณ์สำนักงานเขตจตุจักร ซึ่งตั้งขึ้นเพื่อจัดการสถานการณ์หลังเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา รวมระยะเวลา 48 วัน โดยภารกิจค้นหาผู้รอดชีวิตและเก็บกู้ซากอาคารได้เสร็จสิ้นลงแล้ว

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/bangkok-building-collapse-search-ends/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 78

 

13 พฤษภาคม 2568 KAWS จับมือกับ AllRightsReserved และ Central Embassy เนรมิตสนามหลวงพื้นที่แห่งประวัติศาสตร์ใจกลางกรุงเทพฯ ให้กลายเป็นแลนด์มาร์กศิลปะร่วมสมัย จัดแสดงประติมากรรม COMPANION ขนาดสูง 18 เมตร อันเป็นซิกเนเจอร์ของ KAWS ที่นั่งอยู่บนโลก โอบอุ้มดวงจันทร์ไว้อย่างอ่อนโยน ขณะที่ COMPANION ขนาดเล็กกว่านั่งพักอยู่บนตัก สะท้อนถึงการส่งต่อความรู้ คุณค่า และความใส่ใจจากรุ่นสู่รุ่น

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/kawsholiday-thailand-open-sanam-luang/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 79

 

16 พฤษภาคม 2568 ผู้ปกครองแอบซ่อนตัวตามพุ่มไม้หน้าโรงเรียนด้วยความเป็นห่วงและอยากเห็นลูกน้อยทำกิจกรรมในวันเปิดเทอมวันแรก เป็นภาพสะท้อนความรัก ความผูกพัน ที่เห็นแล้วอบอุ่นหัวใจ

 

ภาพ : ศวิตา พูลเสถียร

อ่านข่าว https://thestandard.co/back-to-school-photos-kids-adorable-moments/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 80

 

17 พฤษภาคม 2568 แย้ม อินทร์กรุงเก่า หรือ ทิดแย้ม อดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง พระอารามหลวง จังหวัดนครปฐม ถูกนำออกจากห้องควบคุมตัว เพื่อนำส่งไปขออำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางทำการฝากขัง ในคดีที่เกี่ยวข้องกับการยักยอกเงินของวัดไร่ขิง

 

ภาพ : ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

อ่านข่าว https://thestandard.co/monk-embezzlement-wat-raikhing-detention/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 81

 

16 พฤษภาคม 2568 เปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการผู้จัดการบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) 1 ใน 17 ผู้ต้องหาคดีโครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม ถูกนำตัวส่งตัวฟ้องศาลฝากขังที่ศาลอาญา หลังศาลอาญาออกหมายจับฐาน เป็นผู้มีวิชาชีพในการออกแบบ ควบคุม หรือ ทำการก่อสร้าง ซ่อมแซม หรือรื้อถอน อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างใดๆ ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ หรือวิธีการอันพึงกระทำการนั้นๆ โดยประการที่น่าจะเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่บุคคลอื่น เป็นเหตุให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตาย

 

ภาพ : ศวิตา พูลเสถียร

อ่านข่าว https://thestandard.co/premchai-remanded-in-criminal-court-sai-building-collapse/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 82

 

26 พฤษภาคม 2568 สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ มายังศาลอาญารัชดา เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง รักชนก ศรีนอก สส. กทม. พรรคประชาชน และสหัสวัต คุ้มคง สส. ชลบุรี พรรคประชาชนในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา เรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท จากกรณีที่มีการพาดพิงถึงสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เข้าซื้ออาคาร SKYY9 ย่านพระราม 9 ในสมัยที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในราคาประมาณ 7,000 ล้านบาท

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/suchart-testifies-skyy9-building-case/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 83

 

27 พฤษภาคม 2568 ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและที่ปรึกษาประธานอาเซียน ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ ‘ยาเสพติด อาชญากรรมข้ามชาติ มุมมองและความท้าทายต่อการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน’ ในการประชุมคณะกรรมการติดตาม เร่งรัดการดำเนินงานป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ครั้งที่ 3/2568 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.)

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/thaksin-war-on-drugs-red-wa/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 84

 

1 มิถุนายน 2568 Queer Habibi อินฟลูเอนเซอร์ เข้าร่วมงาน ‘Bangkok Pride Festival 2025’ ปีที่ 4 ภายใต้ธีม ‘Born This Way’ การเดินทางจากชัยชนะของกฎหมายสมรสเท่าเทียม สู่จุดมุ่งหมายถัดไปคือการรับรองอัตลักษณ์อย่างเต็มรูปแบบ โดยมี แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเป็นประธานเปิดงาน

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/bangkok-pride-2025/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 85

 

1 มิถุนายน 2568 ผู้เข้าร่วมงานถือป้ายข้อความเรียกร้องระหว่างเดินพาเหรดในงาน ‘Bangkok Pride Festival 2025’ จัดขึ้นเป็นปีที่ 4 ภายใต้ธีม ‘Born This Way’ การเดินทางจากชัยชนะของกฎหมายสมรสเท่าเทียม สู่จุดมุ่งหมายถัดไปคือการรับรองอัตลักษณ์อย่างเต็มรูปแบบ โดยมี แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเป็นประธานเปิดงาน

 

ภาพ : ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

อ่านข่าว https://thestandard.co/bangkok-pride-2025/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 86

 

6 มิถุนายน 2568 เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.)รวมตัวกันที่หน้าสถานทูตราชอาณาจักรกัมพูชาประจำประเทศไทย เพื่อแสดงจุดยืนและยื่นหนังสือกรณีข้อพิพาทพื้นที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา บรรยากาศการชุมนุม มีกลุ่มมวลชนร่วมโบกธงชาติไทย และถือป้ายข้อความที่เน้นย้ำว่าพื้นที่สามเหลี่ยมมรกต, ปราสาทตาเมือนธม, ปราสาทตาเมือนโต๊ด และปราสาทตาควาย ซึ่งกัมพูชาอ้างสิทธิ์นั้น เป็นของประเทศไทย นอกจากนี้ ยังมีป้ายข้อความตำหนิท่าทีของรัฐบาลไทย

 

ภาพ : ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

อ่านข่าว https://thestandard.co/mob-protest-cambodian-embassy/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 87

 

9 มิถุนายน 2568 บรรยากาศก่อนการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 สภาผู้แทนราษฎร นัดแรก วาระคัดเลือกตำแหน่งต่างๆ ในคณะกรรมาธิการ โดยมีกรรมาธิการทั้ง สส. และบุคคลภายนอกเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

 

ภาพ : ศวิตา พูลเสถียร

อ่านข่าว https://thestandard.co/thai-2026-budget-committee-begins-deliberations/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 88

 

6 มิถุนายน 2568 ราชา นศท. กิตติภัทร ภูศิริ เข้าร่วมกิจกรรม ที่สนธิ ลิ้มทองกุล, จตุพร พรหมพันธุ์, วีระ สมความคิด และ ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ พร้อมด้วยเครือข่ายประชาชนผู้รักชาติรักแผ่นดิน ได้รวมตัวเข้ายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลทำหน้าที่ปกป้อง รักษาอธิปไตยและความมั่นคงของชาติอย่างจริงจัง ในการยื่นหนังสือครั้งนี้ได้ระบุถึงกรณีที่ทหารและพลเรือนกัมพูชาได้รุกล้ำราชอาณาจักรไทยในหลายพื้นที่ รวมถึงมีการปลุกระดมว่าประเทศยึดครองปราสาทของกัมพูชา ซึ่งล่าสุดทางการไทยได้ตอบโต้ด้วยการปรับลดเวลาเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา และทำให้รัฐบาลกัมพูชายอมถอยกำลังบางส่วน

 

ภาพ: ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/sonthi-jatupron-border-protest/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 89

 

11 มิถุนายน 2568 อานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เข้าสู่ตำแหน่งภายหลังการรัฐประหารโดย รสช. เมื่อปี 2534 จากการเสนอชื่อโดย พล.อ. สุจินดา ร่วมพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ พล.อ. สุจินดา คราประยูร อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 19 ของประเทศไทย และอดีตรองประธานคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (รสช.) ที่วัดโสมนัสราชวรวิหาร ในพิธีมีบุคคลสำคัญจากหลายวงการ ทั้งการเมือง ทหาร และธุรกิจ เดินทางมาร่วมแสดงความอาลัยอย่างพร้อมเพรียง

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/sujinda-kraprayoon-funeral-royal-ceremony/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 90

 

จูเลีย มอร์ลีย์ ประธานและซีอีโอขององค์กรมิสเวิลด์ ซึ่งเป็นผู้จัดประกวดมิสเวิลด์ และ ตอนยอน อินฟลูเอนเซอร์ ถ่ายภาพร่วมกัน ระหว่างพิธีต้อนรับโอปอล-สุชาตา ช่วงศรี ที่ได้รับตำแหน่ง Miss World 2025 ที่เดินทางกลับถึงประเทศไทย ที่สนามบินสุวรรณภูมิ

 

ภาพ : ศวิตา พูลเสถียร

อ่านข่าว https://thestandard.co/opal-suchata-miss-world-returns/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 91

 

14 มิถุนายน แฟนนางงามจำนวนมากเข้ารวมขบวนแห่พื่อเฉลิมฉลองกับ โอปอล-สุชาตา ช่วงศรี เจ้าของตำแหน่ง Miss World 2025 คนแรกของประเทศไทยในรอบ 72 ปี อย่างอบอุ่น โดยขบวนบุปผชาติตกแต่งด้วยวัสดุโทนสีฟ้า-ขาว เคลื่อนขบวนไปตามถนนสุขุมวิท สิ้นสุดที่ศูนย์การค้า EM DISTRICT พร้อมด้วยคณะผู้สนับสนุนการจัดงาน ที่มาร่วมบันทึกประวัติศาสตร์การแห่ฉลอง

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/opal-suchata-miss-world-2025-thailand-homecoming/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 92

 

18 มิถุนายน 2568 อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มองไปที่ แพทองธาร​ ชินวัตร​ นายกรัฐมนตรี ระหว่างการชี้แจงถึงกรณีที่มีการปล่อยเสียงสนทนาทางโทรศัพท์​ระหว่างสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา และอดีตนายกรัฐมนตรี​ โดยยอมรับว่าเป็นคลิปเสียงจริง​ที่ได้มีการพูดคุยกันประมาณสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งตนได้ทราบข้อมูลมาจากคนที่เป็นล่ามแปลภาษาว่า ทางกัมพูชาโดยเฉพาะสมเด็จฮุน​ เซน โกรธแม่ทัพภาคที่ 2 ซึ่งตนก็เข้าใจและชี้แจงว่า หลังจากการปะทะกันระหว่างไทยและกัมพูชาถือว่าเป็นฝ่ายตรงข้ามกันก็มองการที่แม่ทัพภาคที่ 2 พูดแบบนั้นขออย่าถือสา​และพยายามทำความเข้าใจ ซึ่งถือเป็นเทคนิคการพูดเพื่อไม่ให้โกรธมากกว่านี้

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/pm-confirms-hun-sen-audio/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 92

 

19 มิถุนายน 2568 แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงการณ์เกี่ยวกับปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา โดยขออภัยพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับกรณีที่คลิปเสียงการสนทนาระหว่างที่ตนพูดคุยกับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่น่าเกิดขึ้นจึงต้องขออภัยที่ทำให้เกิดความไม่สบายใจ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ได้มีการพูดคุยกับแม่ทัพภาคที่ 2 และกองทัพเพื่ออธิบายถึงเจตนาว่าเป็นเพียงเทคนิคของการสื่อสารในการเจรจา เพื่อทำความเข้าใจก่อนคุยถึงรายละเอียดต่อไป และต่อรองไม่ให้เกิดการปะทะ ซึ่งเป็นความตั้งใจที่แท้จริงเพราะอยากให้สถานการณ์สงบสุขและไม่ทราบจริงๆ ว่าจะมีการอัดคลิปและเผยแพร่แบบนี้จึงได้ทำความเข้าใจกับทางกองทัพเรียบร้อยแล้ว

 

ภาพ : ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

อ่านข่าว https://thestandard.co/paetongtarn-press-clip-hun-sen-thailand/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 93

 

25 มิถุนายน 2568 อานนท์ นำภา เดินทางถึงศาลอาญา ฟังศาลชั้นต้นนัดอ่านคำพิพากษาในคดีมาตรา 112 คดีที่ 9 หมายเลขดำ อ. 2887/2564 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปราศรัยในการชุมนุม #2ธันวาไปห้าแยกลาดพร้าว เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2563 ขณะที่แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ‘Solidarity for Arnon: We Are All Arnon – Raise Your Sign, Stand for Justice’ เพื่อแสดงจุดยืนเคียงข้าง พร้อมเรียกร้องให้ยุติการดำเนินคดีอาญาทั้งหมด และให้สิทธิในการประกันตัว อานนท์ถูกดำเนินคดีมากกว่า 26 คดี เป็นคดีในมาตรา 112 ถึง 14 คดี โดยมีโทษจำคุกรวมสูงถึง 22 ปี 25 เดือน 20 วัน

 

ภาพ : ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

อ่านข่าว https://thestandard.co/solidarity-for-arnon/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 94

 

25 มิถุนายน 2568 ชาวกัมพูชาจำนวนมากมารอเดินทางข้ามแดนกลับประเทศตั้งแต่ช่วงเช้า ที่บริเวณด่านคลองลึกจังหวัดสระแก้ว หลังมีกระแสข่าวในโซเชียลมีเดียว่าด่านจะเปิดให้ผ่านได้ในช่วงเวลา 17.00-21.00 น. เมื่อถึงเวลาดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้แจ้งว่ายังไม่มีการเปิดให้ข้ามแดน ทำให้เกิดความไม่พอใจมีความวุ่นวายเกิดขึ้น เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย เจ้าหน้าที่ทหารไทยจากกองกำลังบูรพา โดยหน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ ได้ประสานงานและแจ้งให้ประชาชนชาวกัมพูชาทราบว่า ด่านตรวจคนเข้าเมืองของทั้งสองประเทศจะเปิดให้บริการชั่วคราวในช่วงเวลา 19.00-20.30 น.

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/cambodian-protest-at-thai-border-june-2025/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 96

 

28 มิถุนายน 2568 มวลชนคณะรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตยไทย นำธงชาติไทยผืนใหญ่ที่มีความยาวมากกว่า 100 เมตรจำนวนหลายผืนมากางพาดยาวไปยังเวทีปราศรัยบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อเป็นการแสดงพลัง การชุมนุมครั้งนี้มีข้อเรียกร้องให้ แพทองธาร ชินวัตร ต้องรับผิดชอบต่อคำพูดในคลิปเสียงด้วยการลาออกทันที

 

ภาพ : ศวิตา พูลเสถียร

อ่านข่าว https://thestandard.co/mob-thai-flag-protest-sovereignty/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 97

 

30 มิถุนายน 2568 ตู้ ATM บริเวณข้างตลาดดินแดงได้รับเสียหายจากลมกระโชกแรงฝนตกหนัก ทำให้พื้นที่ดินแดงทั้งถนนประชาสงเคราะห์และมิตรไมตรีเต็มไปด้วยต้นไม้ล้มระเนระนาด บ้านเรือนประชาชนบางส่วนได้รับความเสียหาย

 

ภาพ : ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

อ่านข่าว https://thestandard.co/heavy-rain-causes-damage-in-bangkok-new-warning-issued/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 98

 

1 กรกฎาคม 2568 แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โบกมือให้สื่อมวลชนขณะออกจากตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล หลังจากศาลรัฐธรรมนูญ มีมติ 9-0 รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย และมติ 7-2 สั่งให้แพทองธารหยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นไปจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย สืบเนื่องจากกรณีมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ยื่นคำร้องของ 36 สว. ขอให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นนายกรัฐมนตรีของแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) จากกรณีคลิปเสียงสนทนาระหว่างแพทองธาร กับสมเด็จฮุน เซน ที่มีเนื้อหาพาดพิงแม่ทัพภาคที่ 2 รวมถึงมีพฤติกรรมบ่งบอกอาจทำให้กระทบอธิปไตยไทย กองทัพ ประชาชน

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/paetongtarn-suspended-by-court/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 99

 

3 กรกฎาคม 2568 แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ขณะกำลังขึ้นรถเพื่อไปเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ พร้อมกับรัฐมนตรีชุดใหม่ จำนวน14 คน การปรากฏตัวครั้งนี้ของแพทองธาร นับเป็นครั้งแรก หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ มีคำสั่งรับคำร้องของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จากกรณีคลิปเสียงสนทนากับ สมเด็จ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาของกัมพูชา โดยให้ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วัน และมีมติ 7 ต่อ 2 สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/14-new-thai-ministers-arrive-at-government-house/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 100

 

10 กรกฎาคม 2568 สวนสัตว์เปิดเขาเขียว จังหวัดชลบุรี จัดงานฉลองวันเกิดครบรอบ 1 ขวบของ ‘หมูเด้ง’ ลูกฮิปโปโปเตมัสแคระขวัญใจมหาชน ภายในงานเต็มไปด้วยรอยยิ้มจากนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่เดินทางมาร่วมอวยพรให้เจ้าหมูเด้งที่ขณะนี้เติบโตสมบูรณ์แข็งแรง และหนึ่งในไฮไลต์ของงานคือ กะละมังผักผลไม้ ขนาดใหญ่ ที่เจ้าหน้าที่จัดเตรียมให้หมูเด้ง มีทั้งแตงโม แครอต แก้วมังกร และผักหลายชนิด ซึ่งล้วนเป็นของโปรดของเจ้าหมูเด้ง

 

ภาพ : ศวิตา พูลเสถียร

อ่านข่าว https://thestandard.co/moodeng-pygmy-hippo-birthday/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 101

 

15 กรกฎาคม 2568 วิลาวัลย์ หรือ สีกากอล์ฟ ถูกควบคุมตัวมายังกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) จากปฏิบัติการ ‘นารีพิฆาตพระ’ ที่ร่วมกันระหว่าง 4 หน่วยงานหลัก ได้แก่ ตำรวจสอบสวนกลางร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) , สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท.) และ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) ได้นำไปสู่การจับกุมตัวสีกากอล์ฟ หญิงอายุ 35 ปี ที่พบว่ามีความพัวพันกับพระชั้นผู้ใหญ่หลายรูป โดยมี 2 หมายจับ และ 1 หมายเรียก ได้แก่ คดีวัดชูจิตธรรมาราม พระอารามหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ คดีวัดโสธรวรารามวรวิหาร และ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดพิจิตร

 

ภาพ : ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

อ่านข่าว https://thestandard.co/sika-golf-jailed/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 102

 

15 กรกฎาคม 2568 พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ร่วมพิธีรับมอบ Blue Bunker หรือ ‘บลูบังเกอร์’ นวัตกรรมหลุมหลบภัย และฐานปฏิบัติงานเคลื่อนที่ โดยศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก เขตพื้นที่อุเทนถวาย ได้ร่วมกันประกอบและจัดสร้างขึ้นเพื่อส่งมอบให้กับกองทัพภาคที่ 2 สำหรับทหารแนวหน้า และขยายผลสู่โรงเรียน ชุมชนตามแนวชายแดน เพื่อเพิ่มความปลอดภัย

 

ภาพ : ศวิตา พูลเสถียร

อ่านข่าว https://thestandard.co/2nd-army-chief-receives-blue-bunker/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 103

 

24 กรกฎาคม 2568 สภาพของถนนสายหลักในอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เกิดเป็นหลุมจากวัตถุระเบิดที่ตกลงมา สร้างความเสียหายต่อเส้นทางสัญจร ภายหลังเหตุการณ์ความไม่สงบระหว่างประเทศไทยและกัมพูชาที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้า นอกจากนี้ยังพบความเสียหายร้ายแรงที่ร้านสะดวกซื้อภายในสถานีบริการน้ำมันซึ่งเกิดเพลิงไหม้ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต ขณะที่ ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราขอประณามการใช้อาวุธหนักโดยไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน และไม่จำกัดอยู่เฉพาะในบริบทของการปะทะกันทางทหาร

 

ภาพ : ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

อ่านข่าว https://thestandard.co/aftermath-of-thai-cambodia-border-battle/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 104

 

24 กรกฎาคม 2568 ประชาชนชาวกันทรลักษ์กว่า 300 ชีวิต จาก 3 ตำบล เข้ามาพักอาศัยในศูนย์อพยพฉุกเฉินในค่ำคืนแรก หลังเกิดสถานการณ์ความรุนแรงระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา ซึ่งเริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้า เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลศูนย์อพยพให้ข้อมูลว่า พื้นที่ดังกล่าวถูกประกาศให้เป็น พื้นที่อพยพ หรือ พื้นที่สีแดง ทำให้ประชาชนต้องอพยพออกจากบ้านเรือนตั้งแต่ช่วงเช้าทันทีที่เริ่มได้ยินเสียงการปะทะของทั้งสองฝ่าย

 

ภาพ : ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

อ่านข่าว https://thestandard.co/kantharalak-evacuees-first-night/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 105

 

25 กรกฎาคม 2568 หมู่บ้านในอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ความรุนแรงที่ฝ่ายกัมพูชายิงโต้ตอบกับฝ่ายไทย มีบ้านเรือนหลายหลังได้รับผลกระทบโดยตรงจนเสียหายไม่สามารถอยู่อาศัยได้ ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ได้ให้ข้อมูลกับทีมข่าวว่า ก่อนหน้านี้หน่วยงานราชการ ได้ประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่อันตราย (โซนสีแดง) ต้องอพยพเร่งด่วน ทำให้ก่อนหน้าที่จะเกิดความเสียหายในหมู่บ้าน ประชาชนส่วนใหญ่เดินทางออกไปหมดแล้ว

 

ภาพ : ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

อ่านข่าว https://thestandard.co/namyuen-border-damage/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 106

 

27 กรกฎาคม 2568ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ หนึ่งในศูนย์การค้าในเครือบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ทำการเปลี่ยนภาพบนจอ LED ทั้งภายในและภายนอกศูนย์การค้า เป็นภาพธงชาติไทย เพื่อแสดงพลังใจและส่งกำลังใจไปยังเจ้าหน้าที่กองทัพ รวมถึงประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดตามแนวชายแดน ไทย – กัมพูชา

 

ภาพ : ศวิตา พูลเสถียร

อ่านข่าว https://thestandard.co/centralworld-thai-flag-border-support/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 107

 

28 กรกฎาคม 2568 ปลอกกระสุนที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ หลังเกิดเหตุยิงอุกอาจส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวม 6 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย ภายในตลาด อ.ต.ก. ถนนกำแพงเพชร พล.ต.ท.ส ยาม บุญสม ผบช.น. เปิดเผยว่า จากการสอบถามภรรยาของผู้ก่อเหตุ เชื่อว่ามูลเหตุจูงใจมาจากปัญหาความขัดแย้งส่วนตัวกับกลุ่มเจ้าหน้าที่ รปภ. ซึ่งสะสมมานาน

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/or-tor-kor-market-gun-incident/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 108

 

2 สิงหาคม 2568 บรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มคณะรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยมวลชนรวมตัวกันเพื่อแสดงพลังปกป้องอธิปไตย และส่งกำลังใจให้ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมเรียกร้องให้แพทองธาร ชินวัตร ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และให้พรรคร่วมรัฐบาลถอนตัว

 

ภาพ : ศวิตา พูลเสถียร

อ่านข่าว https://thestandard.co/unity-for-border-soldiers/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 109

 

4 สิงหาคม 2568 องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก จัดกิจกรรมรวมพลังปกป้องแผ่นดินและกล่าวสดุดีนักรบผู้กล้า ทั้งทหาร ตำรวจ อาสาสมัครทหารพราน ตำรวจตระเวนชายแดน และพลเรือน ที่เสียสละเลือดเนื้อและชีวิตเพื่อปกป้องเอกราชและรักษาอธิปไตยของชาติ รวมทั้งประชาชนที่เสียชีวิต จากสถานการณ์การสู้รบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/victory-monument-homage-event/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 110

 

9 สิงหาคม 2568 พยาบาลวิชาชีพประจำโรงพยาบาลโรงพยาบาลพนมดงรักเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จังหวัดสุรินทร์ กลับเข้ามาเพื่อตรวจสอบสภาพครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่เหตุการณ์ความรุนแรงเริ่มต้น ท่ามกลางซากปรักหักพังจากเหตุความรุนแรงบริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา อาคารบางส่วนพังเสียหายจนไม่สามารถใช้งานได้ รอบบริเวณที่พักเจ้าหน้าที่เต็มไปด้วยสะเก็ดระเบิดที่กระจายทั่ว เธอเล่าน้ำตาคลอเมื่อเล่าย้อนถึงวันที่ 24 กรกฎาคม กับ 4 ชั่วโมงใต้เสียงระเบิด’ วันที่เธอและเพื่อนร่วมงานต้องอพยพเจ้าหน้าที่และคนไข้ทุกคนออกจากโรงพยาบาล “ภาพวันนั้นยังติดอยู่ในใจ ไม่มีวันลืม ความกลัว ความกังวล ทุกวินาทีเหมือนนานนับชั่วโมง แต่สิ่งเดียวที่รู้คือเราต้องพาทุกคนออกมาให้ปลอดภัย”

 

ภาพ : ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

อ่านข่าว https://thestandard.co/4-hours-phanom-dong-rak-hospital/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 111

 

10 สิงหาคม 2568 ทหารกัมพูชาขี่รถมอเตอร์ไซค์ผ่านบริเวณจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งด่านพรมแดนทั้งฝั่งไทยและกัมพูชายังคงปิดประตู งดการข้ามแดนทุกกรณี โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารทั้งสองประเทศประจำการเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย หลังจากที่ไทยและกัมพูชามีข้อตกลงยุติการใช้อาวุธตามแนวชายแดน ทำให้สถานการณ์เริ่มคลี่คลายลง ประชาชนชาวกัมพูชาเริ่มกลับมาดำเนินชีวิตตามปกติ มีการเปิดร้านค้าขายของและสัญจรไปมาบนท้องถนนมากขึ้น ขณะที่ประชาชนชาวไทยก็เริ่มทยอยกลับเข้าสู่บ้านเรือนของตนเอง

 

ภาพ : ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

อ่านข่าว https://thestandard.co/chong-sa-ngam-thailand-cambodia/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 112

 

10 สิงหาคม 2568 ชาวบ้าน หมู่ 1 ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ทยอยกลับเข้าสู่บ้านเรือนของตัวเองเพื่อสำรวจความเสียหาย หลังต้องอพยพหนีเหตุรุนแรงชายแดนไปอยู่ตามศูนย์อพยพนานกว่า 2 สัปดาห์ ชาวย้านรายหนึ่งเล่าเหตุการณ์ว่า ขณะนำรถจักรยานยนต์ไปเก็บที่บ้านเพื่อน ระหว่างกลับมาได้ยินเสียงระเบิดตกลงข้างบ้านต่อหน้า ตนรีบวิ่งลงหลุมบังเกอร์ หลบสะเก็ดระเบิด นั่งรออยู่นานหลายชั่วโมงกว่าจะได้กลับเข้าบ้าน เพราะเสียงปืนและระเบิดไม่หยุดลงแม้แต่วินาทีเดียว

 

ภาพ : ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

อ่านข่าว https://thestandard.co/kantharalak-border-conflict-return-home/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 113

 

14 สิงหาคม 2568 พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 โพสท่าถ่ายรูปหลังร่วมบรรยายพิเศษหัวข้อ สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาและบทบาทของกองทัพบก ให้แก่นักเรียนและคณาจารย์ โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พล.ท. บุญสิน ถ่ายทอดความรู้สึกจากทหารแนวหน้าว่า “หากพี่น้องคนไทยสู้ ลูกหลานเราสู้ พวกเราทหารก็สู้ และไม่ต้องห่วง ขอเพียงแค่กำลังใจจากคนไทยเท่านั้น” พร้อมยืนยันว่าทหารทุกคนพร้อมที่จะปกป้องอธิปไตยของชาติ และจะไม่ยอมให้ใครรุกล้ำเข้ามาในแผ่นดินไทยอย่างเด็ดขาด

 

ภาพ : ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

อ่านข่าว https://thestandard.co/thai-cambodia-border-defense/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 114

 

16 สิงหาคม 2568 มาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมคณะทูตจากประเทศสมาชิกอาเซียนและรัฐภาคีอนุสัญญาออตตาวาจำนวน 33 ประเทศ ลงพื้นที่ใกล้เคียงหน่วยปฏิบัติการภูมะเขือ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อเยี่ยมชมการปฏิบัติงานเก็บกู้และตรวจยึดทุ่นระเบิดรวมถึงยุทโธปกรณ์ต่างๆ ที่พบในพื้นที่ โดยมีสื่อมวลชนร่วมสังเกตการณ์ ที่ผ่านมาสามารถเก็บกู้และตรวจยึดทุ่นระเบิดสังหารบุคคลได้แล้วทั้งสิ้น 46 ทุ่น โดยในจำนวนนี้มี 16 ทุ่นอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน นอกจากนี้ยังพบทุ่นระเบิดดักรถถัง, ลูกจรวด RPG และลูกระเบิดขนาด 60 และ 82 มม.

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/maris-landmine-clearance-visit/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 115

 

21 สิงหาคม 2568 แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เดินทางออกจากศาลรัฐธรรมนูญ หลังการไต่สวนประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที คดีคลิปเสียงสนทนาระหว่าง แพทองธาร และสมเด็จฮุน เซน ศาลได้สั่งให้คู่กรณียื่นคำแถลงปิดคดีภายในวันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม จากเดิมที่ให้ยื่นในวันที่ 27 สิงหาคม ซึ่งหากไม่ยื่นจะถือว่าไม่ติดใจ และนัดแถลงด้วยวาจาปรึกษาหารือและลงมติ ตามเดิม คือ วันที่ 29 สิงหาคม และนัดอ่านคำวินิจฉัยในวันเดียวกัน

 

ภาพ : ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

อ่านข่าว https://thestandard.co/pm-pleased-after-constitutional-court-hearing/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 116

 

22 สิงหาคม 2568 ห่านจำนวน 10 ตัว ที่เทศบาลนครเชียงใหม่ นำมาทดลองให้เป็นหน่วยปฏิบัติการกำจัดจอกแหนและสาหร่ายในคูเมืองเชียงใหม่ บริเวณด้านหน้าตลาดประตูเชียงใหม่ เนื่องจากที่ผ่านมาคูเมืองเชียงใหม่ประสบปัญหามีวัชพืชในน้ำและส่งผลต่อคุณภาพน้ำ จึงทดลองใช้วิธีทางธรรมชาติด้วยการเลี้ยงห่านในบริเวณคูเมืองเพื่อให้สัตว์ช่วยควบคุมและกำจัดวัชพืชตามธรรมชาติ เพื่อแก้ปัญหาน้ำเสียและฟื้นฟูภูมิทัศน์รอบคูเมืองให้สวยงามเป็นระเบียบ

 

ภาพ : พงศ์มนัส ทาศิริ

อ่านข่าว https://thestandard.co/chiangmai-geese-clean-moat/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 117

 

26 สิงหาคม 2568 เสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล หรือ หมอบี ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวมายังกองบังคับการปราบปราม ทั้งนี้หมอบีถูกจับกุมในข้อหาสนับสนุนเจ้าพนักงานฯ , เบียดบังยักยอกทรัพย์ และสนับสนุนเจ้าหน้าที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและร่วมกันฟอกเงิน จากปมเงินบริจาควัดพระบาทน้ำพุ จังหวัดลพบุรี

 

ภาพ : ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

อ่านข่าว https://thestandard.co/mhor-b-arrested-phrabatnampu-case/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 118

 

27 สิงหาคม 2568 ทิดอลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จังหวัดลพบุรี ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัว ออกจากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หลังทำการสอบปากคำ โดยจะนำตัวไปฝากขังยังศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ซึ่งทางพนักงานสอบสวนมีความเห็นค้านการประกันตัวในชั้นสอบสวน ทั้งนี้ทิดอลงกต เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ด้วยมีหลักอันสมควรเชื่อว่าทุจริตยักยอกเงินบริจาคของวัดพระบาทน้ำพุ เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย

 

ภาพ : ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

อ่านข่าว https://thestandard.co/alongkot-b-remand-bail-opposed/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 119

 

29 สิงหาคม 2568 แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นำคณะรัฐมนตรีแถลง ที่ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีมติเพิกถอนออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จากกรณีคลิปเสียงการสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ว่า ขอเคารพต่อกระบวนการยุติธรรมจากศาลรัฐธรรมนูญ

 

ภาพ : ศวิตา พูลเสถียร

อ่านข่าว https://thestandard.co/paetongtarn-prime-minister-dismissal/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 120

 

30 สิงหาคม 2568 ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และอดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โบกมือให้สื่อมวลชนหลังเปิดเผยถึงกรณีที่มีกระแสข่าวพูดคุยกับ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในการจัดตั้งรัฐบาล ธนาธรยอมรับว่า เมื่อช่วงเช้าวันนี้ได้รับการได้ติดต่อมาจากทักษิณ เพื่อขอปรึกษาหารือว่า พรรคประชาชนจะยกมือสนับสนุน ให้ ชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย เป็นนายกรัฐมนตรีได้หรือไม่ ซึ่งได้ตอบไปว่า พรรคประชาชนมีจุดยืนเรื่องนี้อย่างชัดเจน และได้แถลงจุดยืนเรื่องนี้มา 2 เดือนแล้ว ในเรื่อง TOR หรือเงื่อนไขของการยกมือสนับสนุนผู้ใดผู้หนึ่งเป็นนายกรัฐมนตรี โดยเงื่อนไขคือยุบสภาภายใน 4 เดือน และจัดทำประชามติเพื่อแก้ไขและธรรมนูญให้เสร็จ

 

ภาพ : ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

อ่านข่าว https://thestandard.co/thanathorn-responds-to-thaksin-conditions/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 121

 

3 กันยายน 2568 ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ลงนามหนังสือข้อตกลงร่วมระหว่างพรรคประชาชนกับพรรคภูมิใจไทยกรณีเลือกบุคคลไปดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ภายหลังแถลงมติของพรรคประชาชนโหวตให้ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน เปิดเผยถึงการรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกที่ให้สนับสนุนพรรคภูมิใจไทย

 

ภาพ : ศวิตา พูลเสถียร

อ่านข่าว https://thestandard.co/peoples-party-chooses-bhumjaithai/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 122

 

3 กันยายน 2568 อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม คุยกันระหว่างการลงนามหนังสือข้อตกลงร่วมระหว่างพรรคประชาชนกับพรรคภูมิใจไทยกรณีเลือกบุคคลไปดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยมีพรรคร่วม และ 146 สส. เข้าร่วมการแถลงจัดตั้งรัฐบาล ภายหลังจากพรรคประชาชนมีมติโหวตสนับสนุนตนเองเป็นนายกรัฐมนตรี อนุทิน นำแถลงว่า ผมและบรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 146 ท่านที่อยู่ ณ ที่แห่งนี้ จะขอทำหน้าที่จัดตั้งรัฐบาล ซึ่งหัวหน้าพรรคประชาชนได้เสนอเงื่อนไขและข้อสรุปออกมาเป็นข้อตกลงร่วมระหว่างพรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทย จึงขอถือโอกาสนี้แถลงข่าวให้ประชาชนรับทราบถึงสถานะของพวกเราทุกคน

 

ภาพ : ศวิตา พูลเสถียร

อ่านข่าว https://thestandard.co/anutin-accepts-peoples-party-terms/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 123

 

7 กันยายน 2568 อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เปิดตัวรัฐมนตรีทีมเศรษฐกิจ โดยแนะนำ วรภัค ธันยาวงษ์ กับผู้สื่อข่าวว่าจะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อช่วยงาน เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เนื่องจาก วรภัคเป็นทีมเจรจาเรื่องภาษีสหรัฐ ถือเป็นการสานต่อให้เกิดความต่อเนื่อง รวมถึงตลาดทุน สำหรับ วรภัค ถือเป็นอดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย (KTB) ในช่วงปี 2556-2559 และเป็นอดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในสมัยพิชัย ชุณหวชิร และงานที่พิชัยทำไว้ต้องได้รับการสานต่อ ดีใจที่งานไม่ต้องเริ่มใหม่ หรือไปศึกษาเพราะกระทรวงการคลังเป็นกระทรวงที่สำคัญ และรู้จักกันมา 30-40 ปี แล้ว

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/anutin-unveils-vorapak-tanyawong/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 124

 

9 กันยายน 2568 ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางถึงศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อเข้าฟังคำพิพากษาศาลฎีกา ชี้ชะตาคดีชั้น 14 โดยมี แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และครอบครัวร่วมให้กำลังใจ

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/thaksin-court-case-14-hearing/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 125

 

9 กันยายน 2568 ภายหลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สั่งบังคับโทษจำคุก ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี 1 ปี โดยให้กลับไปรับโทษในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครเช่นเดิม แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางออกมาจากศาลพร้อม พินทองทา คุณากรวงศ์ พี่สาว พร้อมเปิดใจว่า “ครอบครัวรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้พระราชทานอภัยโทษลดโทษเหลือ 1 ปีให้ครอบครัว พวกเราทั้งครอบครัวต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ เรารู้สึกอยู่ทุกวัน ขอบคุณทุกท่านที่ส่งกำลังใจ ส่งความห่วงใยมาให้คุณพ่อ และครอบครัวของเรา

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/paetongtarn-thaksin-court-verdict/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 126

 

10 กันยายน 2568 ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการบริหาร บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) เดินทางเข้าพบนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ถือเป็นการเปิดตัวเข้าร่วมงานกับรัฐบาลอย่างเป็นทางการ

 

ภาพ : ศวิตา พูลเสถียร

อ่านข่าว https://thestandard.co/suphajee-anuthin-commerce-minister/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 127

 

15 กันยายน 2568 แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ และ คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ออกมาจากเรือนจำกลางคลองเปรม หลังจากที่เข้าเยี่ยมทักษิณเป็นวันแรกนับจากรับโทษจำคุกเมื่อ 9 กันยายน ที่ผ่านมา

 

ภาพ : ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

อ่านข่าว https://thestandard.co/thaksin-shinawatra-family-visit/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 128

 

24 กันยายน 2568 อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ ซึ่งเป็นการประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งแรกของรัฐบาลอนุทิน โดยมีวาระสำคัญที่จะมีการเสนอให้ ครม. เห็นชอบ คือ ร่างนโยบายของ ครม. ที่จะแถลงต่อรัฐสภา รวมถึงการแบ่งงานรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ หลังจากคณะรัฐมนตรี ทั้ง 35 คน ถ่ายภาพหมู่ร่วมกันที่บริเวณด้านหน้าสนามหญ้า หน้าตึกไทยคู่ฟ้า

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/anutin-cabinet-group-photo/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 129

 

24 กันยายน 2568 สภาพของถนนสามเสนที่เกิดเหตุทรุดตัว บริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาลและหน้าสถานีตำรวจสามเสน มีลักษณะเป็นหลุมกว้าง 30 x 30 เมตร ลึก 50 เมตร โดยชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่าเกิดจากดินไหลเข้าอุโมงค์สร้างรถไฟฟ้าซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างอุโมงค์และสถานี เมื่อเพดานสถานีเกิดความเสียหายดินจึงไหลเข้าช่องว่าง ทำให้สิ่งปลูกสร้างบริเวณใกล้เคียงทรุด

 

ภาพ : ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

อ่านข่าว https://thestandard.co/pm-anutin-road-collapse/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 130

 

1 ตุลาคม 2568 ศิลปะบนผนังหน้าซอยเจริญกรุง 30 ที่จัดทำขึ้นภายใต้โครงการ Krung Thep Creative Streets ถูกกลุ่มบุคคลพ่นสีทำลายจนเสียหาย ซึ่งชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่า เรื่องดังกล่าวรับไม่ได้ เพราะไม่มีการเคารพงานคนอื่น แม้กราฟิตี้จะเป็นศิลปะแขนงหนึ่ง แต่ต้องเคารพผลงานของผู้อื่น เคารพเมือง และสถานที่ด้วย

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/graffiti-charoenkrung30-art-respect/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 131

 

4 ตุลาคม 2568 กลุ่มผู้สนับสนุนปาเลสไตน์รวมตัวบริเวณหน้าสถานทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย เพื่อแสดงจุดยืนและยื่นข้อเรียกร้องเนื่องในโอกาสครบรอบ 2 ปีของการปฏิบัติการทางทหารในฉนวนกาซา โดยเรียกร้องไปยังรัฐบาลไทยให้ดำเนินการ คว่ำบาตรอิสราเอล พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการ หยุดยิงถาวรโดยทันที เพื่อยุติความรุนแรงในพื้นที่กาซาและภูมิภาค นอกจากนี้ ข้อเรียกร้องสำคัญยังมุ่งเน้นไปที่การต่อต้านการละเมิดสิทธิมนุษยชนและอาชญากรรมสงคราม โดยเรียกร้องให้ยุติการ ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในกาซา และการยึดครองที่ผิดกฎหมายของอิสราเอล

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/thailand-stand-with-palestine-protest-israel-embassy/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 132

 

4 ตุลาคม 2568 คู่รักจูบกันขณะที่มีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร โดยกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศเรื่อง พายุ แมตโม ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน แม้พายุจะไม่เข้าไทย แต่จากอิทธิพลของพายุแมตโม ส่งผลให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้หลายพื้นที่ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ฝน

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/storm-matmo-heavy-rain-warning/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 133

 

10 ตุลาคม 2568 ​กลุ่มมวลชนรวมตัวบริเวณบ้านหนองจาน อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว พร้อมนำสัญลักษณ์ กำแพงบ้านหนองหญ้าแก้ว บ้านหนองจาน เพื่อนำไปตั้งบริเวณหน้าแนวเขตจุดตรวจของทหารไทย เพื่อสื่อสารไปยังทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องให้เดินหน้า ทวงคืนอธิปไตยไทย พร้อมเรียกร้องให้ชาวกัมพูชาที่รุกล้ำพื้นที่ของไทย ย้ายออกจากพื้นที่ตามระยะเวลาที่ฝ่ายไทยกำหนดไว้ คือภายในวันนี้

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/srakaeo-border-rally-national-anthem-sovereignty/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 134

 

10 ตุลาคม 2568 กองทัพภาคที่ 1และกองกำลังบูรพา โดย หน่วยเฉพาะกิจที่ 12 ทำการตรวจสอบและเก็บกู้ระเบิดที่คาดว่าตกค้างในพื้นที่ปฏิบัติการของฝ่ายไทย บริเวณ บ้านหนองหญ้าแก้ว อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ระหว่างที่คณะผู้สังเกตการณ์ (IOT) ประจำราชอาณาจักรไทย และ คณะสื่อมวลชนของไทยลงพื้นที่ติดตามการเก็บกู้ระเบิด ฝั่งตรงข้ามของพื้นที่พิพาทได้มีเจ้าหน้าที่ทหารและสื่อมวลชนของกัมพูชา พยายามเก็บภาพเจ้าหน้าที่ไทยระหว่างปฏิบัติภารกิจ

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/sa-kaeo-bomb-clearance-10-oct/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 135

 

16 ตุลาคม 2568 บรรยากาศการซื้อขายทองคำย่านเยาวราช มีประชาชนจำนวนมากเดินทางเพื่อเลือกซื้อทองคำอย่างต่อเนื่อง สำหรับทิศทางราคาทองคำที่ยังคงปรับตัวขึ้น ทางสมาคมค้าทองคำได้ประกาศราคาทองคำประจำวัน ณ เวลา 16.57 น. (ประกาศครั้งที่ 21 ของวัน) ทองคำแท่ง 96.5%ขายออก 65,300.00 บาท รับซื้อ65,200.00 บาท ทองรูปพรรณ 96.5%ขายออก66,100.00 บาท

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/yaowarat-gold-rush-buy-surge/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 136

 

20 ตุลาคม 2568 ประชาชนใช้ก้อนกินต่อตัวเพื่อทำการยืนยันตัวตนกับตู้ ATM หน้าธนาคารกรุงไทย ในช่วงเช้าของวันแรกในการลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งพลัสของรัฐบาล โดยมีประชาชนจำนวนมากมาเข้าแถวรอเข้าพบเจ้าหน้าที่ธนาคาร โดยสาเหตุหลักมาจากปัญหาหลากหลายอย่างในการใช้งานแอปพลิเคชัน ‘เป๋าตัง’ ซึ่งเป็นช่องทางหลักในการลงทะเบียนและรับสิทธิ์ปัญหาที่ทำให้ต้องมาธนาคารเพื่อขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่โดยตรง คือ ยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้าไม่สำเร็จ ในแอปพลิเคชันเป๋าตัง โดยหลายรายพยายามสแกนซ้ำหลายครั้งตามคำแนะนำ เช่น ถอดหน้ากากอนามัย เปลี่ยนมุมแสงสว่าง หรือถือโทรศัพท์ให้เหมาะสม แต่ก็ยังไม่สามารถผ่านขั้นตอนการยืนยันตัวตนได้

 

ภาพ : ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

อ่านข่าว https://thestandard.co/people-rush-krungthai-pao-tang-fix/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 137

 

22 ตุลาคม 2568 วรภัค ธันยาวงษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง แถลงข่าวปฏิเสธข้อกล่าวหาบิดเบือนข้อเท็จจริงที่พยายามเชื่อมโยงตนเองกับเครือข่ายหลอกลวงต้มตุ๋นข้ามชาติ รวมถึงข้อกล่าวหาเรื่องการเป็นนอมินีในการซื้อหุ้นบริษัทหลักทรัพย์ฟินันเซีย ไซรัส (FSS) และยอมรับว่าเคยพบกับ ยิม เลียก ประธานกรรมการของ BIC Bank Cambodia แต่ไม่เคยเป็นกรรมการบริหาร หรือที่ปรึกษาใดๆ และไม่เคยรับเงินหรือผลตอบแทนใดๆ ส่วนรูปภาพและชื่อของตนที่ถูกนำไปลงเป็นที่ปรึกษากลุ่มนั้น ก็ไม่เคยรับทราบมาก่อน “ผมปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตภายใต้เวลาจำกัดของรัฐบาลชุดนี้ และเมื่อถูกใส่ร้ายจนกระทบต่อภาพรวม ผมจึงตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ไม่เปิดช่องให้นำเรื่องส่วนตัวกระทบรัฐบาล และเพื่อให้มีเวลาสู้คดี”

 

ภาพ : ศวิตา พูลเสถียร

อ่านข่าว https://thestandard.co/vorapak-resigns-scam-denial/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 138

 

23 ตุลาคม 2568 บรรยากาศช่วงเย็นของวันแรกที่ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูหนาวเป็นไปอย่างสวยงาม ท้องฟ้าที่เปิดโล่ง จนทำให้มองเห็นทิวทัศน์ในระยะไกลอย่างเขาเขียว จังหวัดชลบุรี กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศว่า ประเทศไทยได้เริ่มต้นเข้าสู่ฤดูหนาวตั้งแต่วันที่ 23 ตุลาคม 2568 โดยจะเริ่มมีอากาศเย็นบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน จากนั้นอากาศเย็นจะขยายพื้นที่ครอบคลุมบริเวณภาคกลางและภาคตะวันออก โดยอุณหภูมิต่ำสุดบริเวณประเทศไทยตอนบนจะลดลงต่ำกว่า 23 องศาเซลเซียส ซึ่งอยู่ในเกณฑ์อากาศเย็นเกือบทั่วไป

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/bangkok-clear-winter-air/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 139

 

24 ตุลาคม 2568 กัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กัน จอมพลัง พร้อมด้วย กาญจนา สถาวร ประธานมูลนิธิกันจอมพลัง ช่วยสู้ และเจ้าหน้าที่บัญชี ได้เปิดแถลงข่าวเพื่อชี้แจงต่อสาธารณชนเกี่ยวกับประเด็นความโปร่งใสของเงินบริจาค 200 ล้านบาท และการดำเนินงานของมูลนิธิฯ หลังถูกตั้งข้อสงสัยหลายประเด็น ที่ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/gun-clears-200-million-donation/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 140

 

26 ตุลาคม 2568 ขบวนพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จออกจาก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เพื่อเคลื่อนมายัง พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ภายในพระบรมมหาราชวัง โดยมี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ตามรถยนต์หลวงพระบรมศพ

 

ภาพ : ศวิตา พูลเสถียร

อ่านข่าว https://thestandard.co/queen-mother-procession-to-palace-5-words/

 


 

 

28 ตุลาคม 2568 บรรยากาศการเตรียมงานประเพณียี่เป็งเชียงใหม่ ประจำปี 2568 ได้มีการปรับเปลี่ยนโทนสีการตกแต่งทัศนียภาพในพื้นที่สำคัญให้เป็น โทนสีขาว-ดำ เพื่อเป็นการแสดงความอาลัยและถวายพระเกียรติแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

 

โดยจุดที่มีการปรับเปลี่ยนโทนสีแล้ว เช่น บริเวณแยกหน้าพุทธสถาน และบริเวณประตูช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ การดำเนินการนี้จะครอบคลุมพื้นที่สำคัญอื่น ๆ ในเขตเมืองด้วย

 

ภาพ : พงศ์มนัส ทาศิริ

อ่านข่าว https://thestandard.co/chiang-mai-yi-peng-black-white/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 142

 

4 พฤศจิกายน 2568 โรงเรียนอัสสัมชัญ ได้จัดพิธีถวายอาลัยและแปรอักษรเพื่อ น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยนักเรียนโรงเรียนอัสสัมชัญ จำนวน 1,250 คน ได้รวมใจกันแปรอักษรพระสาทิสลักษณ์จากเพลทแปรอักษรในอัตราส่วน 1 ต่อ 25 ภายใต้การดูแลของฝ่ายเชียร์และแปรอักษรฯ

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/assumption-students-human-formation/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 143

 

8 พฤศจิกายน 2568 สนามศุภชลาศัยเต็มไปด้วยผู้ที่เข้ามาชมการแข่งขันฟุตบอลนักเรียน 7 คน แชมป์กีฬา 7HD แชมเปียนคัพ 2025 รอบชิงขนะเลิศ ระหว่างโรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท และ หมอนทองวิทยา ซึ่งได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้วงการลูกหนังขาสั้นไทย กับภาพเหตุการณ์ ‘สนามแตก’ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนกับฟุตบอลนักเรียน

 

ภาพ : ศวิตา พูลเสถียร

อ่านข่าว https://thestandard.co/thai-youth-football-phenomenon/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 144

 

9 พฤศจิกายน 2568 นำ้จากแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณท่าเรือสะพานพระพุทธยอดฟ้า ฝั่งพระนคร ล้นทะลักเข้าท่วมพื้นที่ท่าเรือ และนองมายังทางเท้า ถึงพื้นถนนใต้สะพาน เนื่องจากมีการปรับเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา 2,750 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ส่งผลให้เกิดน้ำทะลักเข้าสู่บริเวณดังกล่าว

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/chadchart-inspects-dam-water-overflow/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 145

 

12 พฤศจิกายน2568 ชาวบ้านทอดแหจับปลาบนถนน บริเวณสะพานป่าโมก จังหวัดอ่างทอง หลังระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้น จนทำให้พนังกั้นน้ำบางจุดพังเสียหาย ส่งผลให้น้ำไหลทะลักเข้าท่วมชุมชน สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอ่างทองรายงานสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่พบว่า เกิดน้ำล้นตลิ่งและน้ำท่วมขังในบ้านเรือนและพื้นที่เกษตรกรรม รวม 4 อำเภอ 33 ตำบล 155 หมู่บ้าน 11 ชุมชน มีประชาชนได้รับผลกระทบ 3,392 ครัวเรือน พื้นที่เกษตรเสียหาย 338.3 ไร่ 54 ตารางเมตร จากทั้งหมด 375.0025 ไร่ 54 ตารางเมตร

 

ภาพ : ศวิตา พูลเสถียร

อ่านข่าว https://thestandard.co/ang-thong-flood-before-pm-visit/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 146

 

13 พฤศจิกายน 2568 พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร., อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ทักทายกันก่อนเข้าชี้แจงต่อ คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณากรณีคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ (ก.ร.ตร.) มีมติชี้มูลความผิดทางวินัยร้ายแรง พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ สุขวิมล อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกกว่า 200 นาย กรณีรับส่วยจากขบวนการเว็บพนันออนไลน์ ที่เกี่ยวข้องกับนักการเมือง ซึ่งกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/surachet-torsak-gambling-web-probe/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 147

 

19 พฤศจิกายน 2568 เครื่องบินโดยสารขณะบินต่ำผ่านโซนเมืองในกรุงเทพมหานคร เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงลักษณะอากาศในฤดูหนาว ทำให้กระแสลมเปลี่ยนทิศทางและมีความแรงมากขึ้น จึงต้องปรับเส้นทางบินให้เครื่องบินทำการวิ่งขึ้นและร่อนลงจากทาง ทิศใต้ขึ้นไปทางทิศเหนือ เพื่อให้ทำการบินสวนกับทิศทางลมที่เปลี่ยนแปลงไป การปรับทิศทางดังกล่าวส่งผลให้เครื่องบินที่ทำการร่อนลงสู่สนามบินดอนเมืองจำเป็นต้องทำการบินผ่านเขตเมืองกรุงเทพมหานคร อาทิ ย่านบางเขน ลาดพร้าว ดินแดง เพชรบุรี สุขุมวิท คลองเตย ก่อนร่อนลงสู่สนามบิน

 

ภาพ : ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

อ่านข่าว https://thestandard.co/cool-weather-airplanes-city-sighting/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 148

 

22 พฤศจิกายน 2568 บรรยากาศด้านนอกเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ระหว่างที่พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย พ.ต.ท. ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และพ.ต.ต. ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ พ.ต.ท. อนุรักษ์ โรจนนิรันดร์กิจ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เดินทางมาเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เอื้อประโยชน์กลุ่มผู้ต้องขังชาวจีน

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/justice-minister-bangkok-prison-raid/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 149

 

27 พฤศจิกายน 2568 สภาพของตัวเมืองหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ในช่วงกลางคืน หลังจากระดับน้ำในตัวเมืองเริ่มลดระดับลง จนผู้ประสบภัยบางส่วนสามารถทยอยออกจากศูนย์พักพิงชั่วคราวเพื่อกลับเข้าไปสำรวจบ้านเรือนได้ แต่ระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานทั้งไฟฟ้า น้ำประปา และสัญญานโทรศัพท์ อินเทอร์เน็ต ยังไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/hatyai-flood-recedes-still-critical/

 


 

 

28 พฤศจิกายน 2568 ประชาชนต่อแถวซื้อข้าวเหนียวไก่ทอด หลังมวลน้ำในพื้นที่เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ลดระดับลงจนเกือบเข้าสู่ภาวะปกติ จากการสำรวจพบว่า ร้านอาหารที่ได้รับความนิยมสูงสุดและมีประชาชนยืนรอต่อคิวกันอย่างหนาแน่น คือร้านจำหน่าย ข้าวเหนียวไก่ทอด และ ร้านชาเย็น

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/hat-yai-flood-queue-sticky-chicken/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 151

 

28 พฤศจิกายน 2568 สภาพของบ้านหลังหนึ่งที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ ตั้งอยู่ในเขต 8 อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยพล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เป็นประธานเปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมและฟื้นฟูพื้นที่บริเวณเขต 8 โดยมีการระดมกำลังกู้ความเชื่อมั่นหลังน้ำลด โดยเฉพาะในพื้นที่เขต 8 ที่มักมีข่าวเรื่องความไม่ปลอดภัย โดยสั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงทำความเข้าใจกับทุกหลังคาเรือนและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/police-raid-hat-yai-looters/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 152

 

29 พฤศจิกายน 2568 พ่อค้าแม่ค้านำสินค้าที่ได้รับความเสียหายจากการถูกน้ำท่วมขังและจมโคลน ทั้งที่ทำความสะอาดแล้วและยังไม่ทำความสะอาด นำมาวางจำหน่ายแบบเทกระจาด ลดราคาสินค้าลงกว่า 70 – 80% ซึ่งถือเป็นการขายต่ำกว่าราคาทุน ทำให้บรรยากาศย่านการค้าหาดใหญ่พลาซ่า และตลาดกิมหยง ซึ่งเป็นย่านเศรษฐกิจสำคัญ หลังจากผ่านพ้นวิกฤติน้ำท่วมใหญ่ เป็นไปอย่างคึกคัก

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/hatyai-flood-goods-80-sale/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 153

 

29 พฤศจิกายน 2568 สภาพของรถยนต์ที่เสียหายหลังประสบเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 15 ปี ของเมืองหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ขณะที่สถานการณ์การฟื้นฟู พบว่าภาพรวมการทำความสะอาดยังเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานอย่าง น้ำประปาและไฟฟ้า ยังไม่สามารถกลับมาใช้งานได้เต็มที่และทั่วถึงทุกพื้นที่ ส่งผลให้ประชาชนทำได้เพียงขนย้ายข้าวของเครื่องใช้ที่จมน้ำนานกว่า 1 สัปดาห์จนเสียหาย ออกมากองทิ้งไว้บริเวณหน้าบ้านและพื้นที่ส่วนกลาง เพื่อเปิดทางกวาดโคลนและไล่น้ำขังออกจากตัวบ้านเท่านั้น และยังกองขยะมหึมาที่เกิดจากข้าวของเสียหาย รวมถึงซากสัตว์ที่ถูกกระแสน้ำพัดพามา เริ่มส่งกลิ่นเน่าเหม็นรุนแรงคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ สร้างผลกระทบต่อสุขภาพจิตและระบบทางเดินหายใจของชาวบ้านที่กลับเข้าไปพักอาศัย

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/hat-yai-flood-aid-distribution/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 154

 

30 พฤศจิกายน 2568 รถยนต์ที่เสียหายจอดทิ้งไว้ริมถนนจากเหตุน้ำท่วม ถูกเขียนข้อความ ขณะที่สภาพตัวเมืองหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งกำลังเข้าสู่ช่วงฟื้นฟูหลังผ่านพ้นวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ โดยพบว่ากำลังเผชิญกับมลภาวะระลอกใหม่ นั่นคือปัญหาฝุ่นละอองสะสม ที่ฟุ้งกระจายไปทั่วเมือง กลายเป็นอุปสรรคสำคัญในการใช้ชีวิตและฟื้นฟูบ้านเรือน ต้นตอของฝุ่นหนาในพื้นที่เกิดจากตะกอนดินโคลนจำนวนมหาศาลที่มากับน้ำ เมื่อน้ำแห้งลง ดินโคลนเหล่านี้จึงแห้งกรังและแตกตัวเป็นฝุ่นผงขนาดเล็ก ประกอบกับมีการเร่งทำความสะอาดบ้านเรือน และการจราจรที่เริ่มกลับมาคับคั่ง ทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจาย

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/toxic-dust-post-flood-hat-yai/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 155

 

30 พฤศจิกายน 2568 สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เสด็จฯ ร่วมวิ่งในรายการ Amazing Thailand Marathon Bangkok 2025 Presented by Toyota ในระยะ ฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กิโลเมตร พร้อมด้วย เอเลียด คิปโชเก ตำนานนักวิ่งมาราธอนระดับโลก ท่ามกลางนักวิ่งกว่า 48,000 คน ที่เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ทั้งนี้ เอเลียด คิปโชเก วิ่งเข้าเส้นชัยฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กม. ในงาน ATMBKK 2025 ด้วยเวลา 2.13.40 ชั่วโมง

 

ภาพ : ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

อ่านข่าว https://thestandard.co/queen-runs-half-marathon-kipchoge/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 156

 

1 ธันวาคม 2568 ผู้ที่ชื่นชอบการอ่านกำลังค้นหาหนังสือการ์ตูนที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม หลังจากร้านหนังสือ ‘ชอบอ่านจัง ร้านหนังสือตามสั่ง’ ประกาศให้ผู้ที่รักหนังสือมารับหนังสือที่กองอยู่หน้าร้าน ซึ่งหนังสือถูกทำลายเสียหาย 100% มูลค่าความเสียหายกว่า 2 ล้านบาท ชัยณรงค์ ฉัตรศิริเวช เจ้าของร้าน เล่าว่า ร้านแห่งนี้อยู่คู่เมืองหาดใหญ่มากว่า 14 ปีแห่งนี้ ปกติแล้วเขาเตรียมพร้อมเสมอสำหรับน้ำท่วมประจำปี โดยการขนย้ายหนังสือขึ้นสู่ชั้น 2 แต่ปีนี้มวลน้ำมาเร็วและรุนแรงเกินคาดคิด วินาทีที่เขาและภรรยาฝ่ากระแสน้ำมาถึงหน้าร้านและเปิดประตูเข้าไป พบว่าน้ำได้เข้ายึดพื้นที่อย่างรวดเร็ว การต้องจำใจทิ้งร้าน คือการตัดสินใจที่เจ็บปวดที่สุด แต่เขาต้องทิ้งหนังสือที่รัก เพื่อรักษาชีวิต แม้แต่รถยนต์และบ้านพักส่วนตัวก็จมอยู่ใต้น้ำเช่นกัน เมื่อระดับน้ำลดลง สิ่งที่เข้ามาแทนที่คือความว่างเปล่าในหัวใจ ชัยณรงค์เล่าถึงวินาทีแรกที่ก้าวเท้ากลับเข้ามาในร้านว่า “มันตื้อมันคิดอะไรไม่ออก ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน”

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/bookstore-owner-and-muddy-books/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 157

 

1 ธันวาคม 2568 สภาพของจุดพักขยะชั่วคราวในตัวเมืองหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาหลังเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ ทำให้เกิดวิกฤตซากขยะหลังน้ำลด โดยมีการเร่งเก็บกู้คเพื่อจัดการขยะ 2.5 หมื่นตัน จังหวัดสงขลามีพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมรวม 10 อำเภอ ได้แก่ เมืองสงขลา, บางกล่ำ, ควนเนียง, คลองหอยโข่ง, นาหม่อม, หาดใหญ่, รัตภูมิ, จะนะ, ระโนด และสิงหนคร ซึ่งเป็นผลให้มีปริมาณขยะจำนวนมากจากบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วม รวมถึง เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เศษซากสิ่งก่อสร้าง และขยะทั่วไป

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/songkhla-cleanup-25k-tons-waste/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 158

 

3 ธันวาคม 2568 สภาพของกรุงเทพมหานครที่ถูกปกคลุมโดย PM2.5 โดยศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ของฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) อยู่ระหว่าง 34.9-59.5 มคก./ลบ.ม. เกินมาตรฐานในระดับสีส้ม เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ จำนวน 62 พื้นที่ เช่น เขตบางรัก 59.5 มคก./ลบ.ม., เขตสาทร 57.8 มคก./ลบ.ม., เขตลาดกระบัง 55.5 มคก./ลบ.ม., เขตบางคอแหลม 53.4 มคก./ลบ.ม. และเขตหนองแขม 53.4 มคก./ลบ.ม. ขณะที่ ดัชนีคุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ

 

ภาพ : ศวิตา พูลเสถียร

อ่านข่าว https://thestandard.co/bangkok-pm25-high-62-districts/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 159

 

3 ธันวาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ควบคุมตัว นานา ไรบีนา หรือ ไรบีนา อินทชัย อายุ 45 ปี นักแสดงและพิธีกร เพื่อทำการลงบันทึกจับกุมและสอบปากคำ ตามหมายจับในข้อหาความผิดตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และข้อหาฉ้อโกง ภายหลังมีกลุ่มผู้เสียหายหลายรายเข้าแจ้งความดำเนินคดี

 

ภาพ : ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

อ่านข่าว https://thestandard.co/nana-detained-public-fraud-loan/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 160

 

9 ธันวาคม 2568 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงนำทัพนักกีฬาไทย เข้าสู่สนามพิธีเปิดซีเกมส์ ในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดการแข่งขัน ที่ราชมังคลากีฬาสถาน

 

ภาพ : ศวิตา พูลเสถียร

 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 161

 

9 ธันวาคม 2568 บรรยากาศในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ราชมังคลากีฬาสถาน

 

ภาพ : ศวิตา พูลเสถียร

 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 162

 

9 ธันวาคม 2568 BAMBAM (แบมแบม GOT7) ศิลปิน K-Pop สัญชาติไทยขึ้นเวทีด้วยพลังเต็มร้อย โชว์เพลง “Wheels Up” บทเพลงที่สะท้อนความทะเยอทะยานและแรงผลักดันของนักกีฬาในสนามแข่งขัน ในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ราชมังคลากีฬาสถาน

 

ภาพ : ศวิตา พูลเสถียร

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 163

 

11 ธันวาคม 2568 สส.พรรคภูมิใจไทย และ สส.พรรคประชาชน จับกลุ่มพูดคุยกันด้วยท่าทีเคร่งเครียด โดยคาดว่า เป็นการเจรจาเหตุผลที่พรรคภูมิใจไทยร่วมโหวตให้คงเงื่อนไขเสียง สว. 1 ใน 3 ของวุฒิสภา ในมาตรา 256/28 ของร่างรัฐธรรมนูญ ท่ามกลางกระแสข่าวนายกรัฐมนตรีเตรียมกราบบังคมทูลฯ เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้มีการเลือกตั้ง สส. ใหม่เป็นการทั่วไปแล้ว ระหว่างการประชุมร่วมกันของรัฐสภา วาระพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยังคงดำเนินต่อไป หลังจากการลงมติแบบขานชื่อในมาตรา 256/28

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/last-hour-urgent-motion-referendum/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 164

 

11 ธันวาคม 2568 สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรเปิดข้อความที่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โพสต์ข้อความว่า ผมขอคืนอำนาจกลับไปยังพี่น้องประชาชนครับ ข้อความดังกล่าวถูกโพสต์ระหว่างที่มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา วาระพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยังคงดำเนินต่อไป หลังจากการลงมติแบบขานชื่อในมาตรา 256/28

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/last-hour-urgent-motion-referendum/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 165

 

11 ธันวาคม 2568 สมาชิกรัฐสภาจับกลุ่มกันถ่ายภาพเป็นที่ระลึก หลังรับทราบพระราชกฤษฎีกาปิดสมัยประชุมวิสามัญ โดยก่อนหน้าวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา แจ้งต่อที่ประชุมว่า อีกไม่เกิน 1 ชั่วโมง พระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎรจะมีผล หลังจากสมาชิกรัฐสภาร่วมกันเสนอญัตติด่วนขอให้รัฐสภาแจ้งต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ดำเนินการให้มีการออกเสียงประชามติครั้งแรก เพื่อถามความเห็นของประชาชนต่อการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ส่งคำถามประชามติไปยัง ครม. ด้วยคะแนนเสียงเห็นด้วย 494 เสียง ไม่เห็นด้วย 1 เสียง งดออกเสียง 9 เสียง ไม่ลงคะแนนเสียง 1 เสียง

 

ภาพ : ฐานิส สุดโต

อ่านข่าว https://thestandard.co/parliament-final-meeting-photo/

 


 

ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD 166

 

12 ธันวาคม 2568 อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยืนจิบกาแฟ ยามเช้าด้วยท่าทีผ่อนคลาย ที่ตึกสันติไมตรี กล่าวถึงกรณีที่มีการยุบสภาจะแถลงเหตุผลในการยุบสภาหรือไม่ ซึ่งนายกรัฐมนตรี กล่าวสั้นๆ ว่า ยังไม่มี เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ได้แจ้งพรรคร่วมรัฐบาลล่วงหน้าก่อนยุบสภาหรือไม่ นายกรัฐมนตรีได้ยิ้ม ไม่ตอบคำถามนี้ และผู้สื่อข่าวถามว่าการยุบสภาจะกระทบต่อสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชาหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า “ไม่กระทบครับ”

 

ภาพ : ศวิตา พูลเสถียร

อ่านข่าว https://thestandard.co/anutin-pm-dissolution-border/

The post ภาพข่าวแห่งปี 2568 ผ่านชัตเตอร์ของช่างภาพ THE STANDARD appeared first on THE STANDARD.

]]>
จิราพร ผู้แทนรัฐบาลร่วมงานทูตยุโรป ย้ำสมรสเท่าเทียมไม่ใช่แค่ปรับกฎหมาย แต่เป็นทิศทางใหม่ของสังคมไทย https://thestandard.co/thailand-equal-marriage/ Fri, 20 Jun 2025 01:35:43 +0000 https://thestandard.co/?p=1087020 thailand-equal-marriage

วานนี้ (19 มิถุนายน) ที่โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ จิราพร สิ […]

The post จิราพร ผู้แทนรัฐบาลร่วมงานทูตยุโรป ย้ำสมรสเท่าเทียมไม่ใช่แค่ปรับกฎหมาย แต่เป็นทิศทางใหม่ของสังคมไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
thailand-equal-marriage

วานนี้ (19 มิถุนายน) ที่โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ จิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะแขกเกียรติยศผู้แทนรัฐบาล ได้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในงาน EU-AUS-CAN-UK Pride Reception 2025 ซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมือของสถานเอกอัครราชทูตสหภาพยุโรป ออสเตรเลีย แคนาดา และสหราชอาณาจักร ประจำประเทศไทย

 

จิราพรกล่าวว่า การที่ประเทศไทยผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียมในปีนี้ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่ไม่เพียงสะท้อนความก้าวหน้าของชุมชน LGBTQIA+ แต่ยังแสดงให้เห็นถึงพลังของความรัก ความยุติธรรม และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่ไม่ควรถูกจำกัดด้วยเพศสภาพหรือรสนิยมทางเพศ การแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เพื่อใช้ภาษาที่ครอบคลุมทุกเพศ ถือเป็นมากกว่าการปรับปรุงกฎหมาย แต่เป็นการสะท้อนถึงทิศทางของสังคมไทย ที่กำลังก้าวไปสู่ความเสมอภาคอย่างแท้จริง

 

“ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่รับรองการสมรสของคู่รักเพศเดียวกันตามกฎหมาย ถือเป็นก้าวที่แสดงออกถึงความเท่าเทียม และเป็นสัญญาณแห่งความหวังให้กับทั้งภูมิภาคเอเชีย อย่างไรก็ตาม การออกกฎหมายเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ยังมีความท้าทายอีกมากที่ต้องร่วมกันขับเคลื่อน ทั้งด้านการศึกษา การสร้างความเข้าใจ และการปรับปรุงกฎหมาย รัฐบาลไทยพร้อมทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน ทั้งในประเทศและนานาชาติ เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเท่าเทียม ปลอดภัย และได้รับความเคารพจากคนในสังคม” จิราพรกล่าว

 

จิราพรได้กล่าวแสดงความขอบคุณต่อสหภาพยุโรป ออสเตรเลีย แคนาดา และสหราชอาณาจักร ที่ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง และร่วมยืนหยัดในหลักการสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญให้ประเทศไทยเดินหน้าสู่ความเท่าเทียมอย่างยั่งยืน การจัดกิจกรรมครั้งนี้ ถือเป็นเวทีสำคัญที่สะท้อนการยอมรับของประชาคมโลก ต่อบทบาทของประเทศไทยในฐานะผู้นำด้านความเท่าเทียมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

The post จิราพร ผู้แทนรัฐบาลร่วมงานทูตยุโรป ย้ำสมรสเท่าเทียมไม่ใช่แค่ปรับกฎหมาย แต่เป็นทิศทางใหม่ของสังคมไทย appeared first on THE STANDARD.

]]>
ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทย ‘สมรสเท่าเทียมพระราชทาน’ https://thestandard.co/royal-endorsement-same-sex-marriage/ Wed, 28 May 2025 09:39:46 +0000 https://thestandard.co/?p=1079527

19 พฤษภาคม 2568 กลายเป็นวันประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของปร […]

The post ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทย ‘สมรสเท่าเทียมพระราชทาน’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

19 พฤษภาคม 2568 กลายเป็นวันประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงประกอบพิธีมงคลสมรสพระราชทานให้แก่ กำพล วงษ์นารี และ ณัฐภูมิศ์ แถนสีแสง ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

 

นับเป็นคู่สมรสเท่าเทียมคู่แรกที่ได้รับพระราชทานพิธีสมรสอย่างเป็นทางการในประวัติศาสตร์ชาติไทย

 

ภายหลังพิธี ณัฐภูมิศ์ได้โพสต์ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ความตอนหนึ่งระบุว่า

 

“ข้าพระพุทธเจ้าและครอบครัว สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ อันหาที่สุดมิได้ ซึ่งเป็นเกียรติอันสูงสุดแก่ครอบครัว และวงศ์ตระกูลของข้าพเจ้า ขอพระองค์ทรงพระเจริญ”

 

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ประเทศไทยได้ประกาศใช้ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. 2567 ซึ่งเป็นกฎหมายที่รับรองสิทธิในการจดทะเบียนสมรสของคู่รักเพศเดียวกัน โดยให้ความเท่าเทียมทางกฎหมายในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นสิทธิในการครอบครองทรัพย์สินร่วมกัน การรับมรดก การตัดสินใจทางการแพทย์ รวมถึงสิทธิในการรับบุตรบุญธรรม

 

กฎหมายสมรสเท่าเทียมของไทย ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการเคลื่อนไหวเพื่อความเสมอภาคทางเพศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยทำให้ประเทศไทยกลายเป็นชาติที่ 3 ในเอเชีย (ต่อจากไต้หวันและเนปาล) ที่ให้สิทธิสมรสแก่คู่รักเพศเดียวกันอย่างสมบูรณ์

 

พิธีสมรสพระราชทานครั้งนี้ จึงไม่เพียงแต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความรัก แต่ยังสะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านของสังคมไทยสู่ความเท่าเทียมและยอมรับในความหลากหลายอย่างเป็นทางการ

 

ภาพ: Nutthabhum Taenseesang / Facebook

The post ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทย ‘สมรสเท่าเทียมพระราชทาน’ appeared first on THE STANDARD.

]]>
ย้อนรอยประวัติศาสตร์ LGBTQIA+ ประเทศไทย: จากไร้ตัวตน ไร้การยอมรับ สู่สมรสเท่าเทียม และขบวน PRIDE ในวันนี้ https://thestandard.co/lgbtq-history-thailand/ Wed, 28 May 2025 02:30:10 +0000 https://thestandard.co/?p=1078643

ธงสีรุ้งที่โบกสะบัดอยู่กลางถนนสายหลักพร้อมกับขบวนของกลุ […]

The post ย้อนรอยประวัติศาสตร์ LGBTQIA+ ประเทศไทย: จากไร้ตัวตน ไร้การยอมรับ สู่สมรสเท่าเทียม และขบวน PRIDE ในวันนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>

ธงสีรุ้งที่โบกสะบัดอยู่กลางถนนสายหลักพร้อมกับขบวนของกลุ่มคนมากมายในทุกๆ ปี คือสัญลักษณ์ความสำเร็จของการต่อสู้อย่างยาวนานของกลุ่มความหลากหลายทางเพศ หรือ LGBTQIA+ ของประเทศไทย 

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2568 คือวันที่ชาว LGBTQIA+ รวมถึงประเทศไทยได้รับ ‘ชัยชนะ’ เป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง นั่นก็คือ วันที่ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 หรือ ‘กฎหมายสมรสเท่าเทียม’ ประกาศใช้อย่างเป็นทางการ เป็นวันที่ ‘ความรัก’ ชนะทุกอุปสรรคทั้งในเชิงกฎหมาย สังคม และวัฒนธรรม

 

ย้อนรอย LGBTQIA+ ไทย จากไร้ตัวตนสู่สมรสเท่าเทียมและ Pride Parade

 

แต่อย่างไรก็ตาม กว่าจะถึงวันที่ทุกเสียงมีความหมาย กลุ่ม LGBTQIA+ ในประเทศไทยต้องผ่านอะไรมาบ้าง?

 

ตัวตนที่ไร้ตัวตนของ LGBTQIA+ ในอดีต

 

‘กะเทย’ ‘ตุ๊ด’ หรือคำอย่าง ‘ประเทือง’ ที่ถูกทำให้เป็นเพลงฮิต สะท้อนอดีตที่ไม่สวยงามของกลุ่ม LGBTQIA+ แม้อดีต ประเทศไทยจะมีภาพเป็นประเทศพหุวัฒนธรรมและดูเปิดกว้าง แต่ทว่า ความรักของคนเพศเดียวกันเคยเป็นสิ่งที่ต้องหลบซ่อน ทั้งจากสายตาสังคม บทลงโทษทางกฎหมาย และการเหมารวมในสื่อบันเทิง

 

ในอดีตจริยธรรมทางศาสนาปิดกั้นเรื่องความหลากหลายทางเพศกว่าปัจจุบันมาก

ในอดีตจริยธรรมทางศาสนาปิดกั้นเรื่องความหลากหลายทางเพศกว่าปัจจุบันมาก

 

LGBTQIA+ ถูกมองผ่านเลนส์ของความตลกขบขัน ความเบี่ยงเบน หรือแม้แต่ความบกพร่องทางจิตใจ บริบทในศาสนาและบรรทัดฐานของรัฐไทยในอดีตของกลุ่มคนที่มีเพศไม่ตรงกับเพศกำเนิด เป็น ‘บาป’ หรือ ‘ผิดกฎหมายและจริยธรรม’

 

อำนาจต่อรองทางสังคมที่เกิดขึ้นจากการรวมกลุ่ม

 

ปลายศตวรรษที่ 20 เริ่มมีสัญญาณที่ดีเริ่มขึ้น โดยปี 2499 ประเทศไทยได้ปรับปรุงกฎหมายอาญาฉบับใหม่ และยกเลิกบทลงโทษการรักร่วมเพศ ที่เคยมีมาแต่อดีต

 

กฎหมายในอดีตยังไม่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เหมือนกันของกลุ่ม LGBTQIA+

กฎหมายในอดีตยังไม่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เหมือนกันของกลุ่ม LGBTQIA+

 

ต่อมาสังคมไทยเริ่มเปิดพื้นที่ LGBTQIA+ ในวงกว้างมากขึ้น แม้ในเชิงสังคมจะยังไม่ยอมรับอย่างเต็มที่ แต่ก็เริ่มมีการรวมกลุ่มเพื่อสร้างพลังและอำนาจต่อรองมากขึ้น พูดถึงสิทธิ และสร้างพื้นที่ของตัวเองในสื่อ นิตยสารสำหรับเกย์เริ่มตีพิมพ์ และมีหนังไทยที่เล่าเรื่องตัวละครเกย์อย่างจริงจัง

 

แรงเสียดทานที่ยังเหลือในพื้นที่สื่อ

 

กลุ่ม LGBTQIA+ มีพื้นที่สื่อมากขึ้นในหนังไทยอย่าง เพลงสุดท้าย (2528/2529) ละครเวที ฉันผู้ชายนะยะ (2530) ละครโทรทัศน์กระแสหลักหลายเรื่องที่มีบทตัวละครเกย์หรือสาวประเภทสอง เช่น น้ำตาลไหม้, ชายไม่จริงหญิงแท้, เมืองมายา ฯลฯ 

 

แม้หลายเรื่องจะยังใช้คาแรกเตอร์เพศหลากหลายเพื่อความตลก แต่ก็เป็นการเปิดพื้นที่ในสื่อกระแสหลักให้สังคมได้เห็นตัวตนของกลุ่ม LGBTQIA+ มากขึ้น

 

ย้อนรอย LGBTQIA+ ไทย จากไร้ตัวตนสู่สมรสเท่าเทียมและ Pride Parade

 

อย่างไรก็ตาม แรงเสียดทานจากสังคมยังมีหลงเหลือ เช่น หนังเรื่อง เกมส์ (2519) ก็เป็นการเล่าถึงความผิดหวังที่หญิงสาวพบว่าสามีเป็นเกย์ หรือการใช้สื่อในด้านลบกับกลุ่ม LGBTQIA+ เช่น คดีนายถั่วดำล่อลวงเด็กชาย และการเชื่อมโยงโรคเอดส์เข้ากับกลุ่มชายรักชาย

 

เมื่อการเปลี่ยนแปลงเกิดจากการร่วมมือ

 

ภาพสังคมที่เปลี่ยนไปต่อกลุ่ม LGBTQIA+ เกิดจากการรวมพลังของหลายภาคส่วน โดยเฉพาะสื่อบันเทิง ภาคประชาชน และนักเคลื่อนไหวสิทธิมนุษยชนที่ทำงานอย่างต่อเนื่องมานานหลายทศวรรษ

 

ในด้านสื่อบันเทิง หนังไทยอย่าง สตรีเหล็ก (2543), Beautiful Boxer (2546) และ รักแห่งสยาม (2550) ได้จุดประกายการพูดคุยเรื่องความหลากหลายทางเพศในสังคมอย่างกว้างขวาง ช่วยให้คนไทยได้เข้าใจชีวิตของผู้ที่แตกต่างจากตนมากขึ้น

 

ภาพยนตร์ รักแห่งสยาม เปรียบเสมือนคลื่นการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทย

ภาพยนตร์ รักแห่งสยาม เปรียบเสมือนคลื่นการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทย

 

นั่นทำให้คนในวงการก็มีการ Come Out หรือออกมาเปิดเผยเรื่องอัตลักษณ์ทางเพศมากขึ้น สร้างแรงกระเพื่อมต่อการยอมรับในสังคมไทยหลายกรณี เช่น ปอย ตรีชฎา (นางงามและนักแสดงสาวข้ามเพศ) ที่คว้าตำแหน่งนางงามระดับนานาชาติในปี 2547 และเป็นที่รักและชื่นชอบของคนทุกเพศ

 

ภาคประชาชนเองก็ไม่ได้นิ่งเฉย ตั้งแต่การเรียกร้องสิทธิในการแต่งกายตามเพศสภาพในโรงเรียน การรณรงค์ไม่ให้ระบุสาวประเภทสองว่า ‘โรคจิตถาวร’ ในใบตรวจเลือกทหาร ไปจนถึงการผลักดัน พ.ร.บ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 ซึ่งเป็นกฎหมายแรกที่ห้ามการเลือกปฏิบัติโดยเหตุแห่งเพศอย่างชัดเจน

 

‘สมรสเท่าเทียม’ เบ่งบานในประเทศไทย

 

กิจกรรมไพรด์พาเหรดมีส่วนอย่างยิ่งในการสร้างพื้นที่เชิงสัญลักษณ์ให้กลุ่มหลากหลายทางเพศ ย้อนกลับไปปี 2542 กรุงเทพฯ เคยจัดขบวนพาเหรดเกย์ไพรด์ครั้งแรกๆ โดยความริเริ่มขององค์กรเอกชนและนักกิจกรรม ก่อนจะจัดต่อเนื่องทุกปีถึงราวปี 2549 

 

ทุกเพศทุกวัยทั้งไทยและเทศต่างฉลอง Pride Month อย่างชื่นมื่นที่ประเทศไทย

ทุกเพศทุกวัยทั้งไทยและเทศต่างฉลอง Pride Month อย่างชื่นมื่นที่ประเทศไทย

 

ต่อมาขบวนพาเหรดก็เริ่มกลับมาจัดในปี 2565 และต่อเนื่องถึงปี 2566 ในหลายจังหวัด มีผู้ร่วมงานจำนวนมาก ทั้งชาวไทยและต่างชาติ ภายในงานมีการรณรงค์ โบกธงสีรุ้ง การแสดง และการสนับสนุนจากหลายหน่วยงาน สะท้อนการเปิดรับความหลากหลายทางเพศ ข้อเรียกร้องเรื่องสมรสเท่าเทียมก็เป็นประเด็นสำคัญในการจัดงาน

 

ย้อนรอย LGBTQIA+ ไทย จากไร้ตัวตนสู่สมรสเท่าเทียมและ Pride Parade

 

และในที่สุด ​​จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ก็มาถึง นั่นคือการรับรองกฎหมายสมรสเท่าเทียมในประเทศไทย เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2568 ถือเป็นผลของการเดินทางอันยาวนานกว่า 20 ปีของภาคประชาชน องค์กรสิทธิ และประชาชนผู้ร่วมลงชื่อมากกว่าแสนราย เพื่อผลักดันให้ความรักทุกรูปแบบได้รับการยอมรับในทางกฎหมาย

 

ซีรีส์วาย ผลลัพธ์สู่บรรทัดฐานใหม่ของสังคมไทย 

 

ประวัติศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลงมาพร้อมกับบรรทัดฐานใหม่บนพื้นที่สื่อที่ขับเคลื่อนด้วย ‘ซีรีส์วาย’ หรือซีรีส์ที่ถ่ายทอดความรักของ LGBTQIA+ มากขึ้น

 

จากเนื้อหาที่เริ่มต้นเพียงเพื่อความบันเทิงและความฟินของกลุ่มแฟนคลับเฉพาะกลุ่ม วันนี้ซีรีส์วายของไทยได้กลายเป็นสื่อกระแสหลักที่มีอิทธิพลอย่างสูงทั้งในประเทศและระดับโลก ความจิ้นไม่ใช่จุดขายหลักอีกต่อไป แต่คือ ‘การเล่าเรื่องของมนุษย์’ ผ่านความสัมพันธ์ของคนเพศเดียวกันอย่างจริงจัง ละเอียด และมีมิติที่หลากหลายมากขึ้น

 

ภาพ: Facebook ช่อง one31

 

ซีรีส์หลายเรื่องไม่เพียงแค่โด่งดังในหมู่แฟนคลับไทย แต่ยังถูกซื้อลิขสิทธิ์ฉายในหลายประเทศทั่วเอเชียและยุโรป แบรนด์ระดับโลกเลือกนักแสดงวายไปเดินพรมแดง พรีเซนต์สินค้า หรือแม้แต่ร่วมแคมเปญเพื่อความเท่าเทียม

 

Y Economy หรือเศรษฐกิจจากซีรีส์วาย กลายเป็นหนึ่งใน Soft Power ที่สำคัญของประเทศไทย สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของบรรทัดฐานทางสังคม และความเข้าใจต่อความหลากหลายทางเพศในระดับสากล

 

ICONSIAM PRIDE OUT LOUDER กับการสนับสนุน LGBTQ+ ในประเทศไทย

 

ปี 2568 ถือเป็นปีประวัติศาสตร์ของประเทศไทยในฐานะประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่บังคับใช้ กฎหมายสมรสเท่าเทียม อย่างสมบูรณ์ และในเดือน Pride Month นี้ หนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของกรุงเทพฯ อย่าง ICONSIAM และ ICS ก็ลุกขึ้นมาเป็นแนวหน้าในการเฉลิมฉลองความหลากหลายด้วยแคมเปญ ‘ICONSIAM PRIDE OUT LOUDER – ให้เสียงของความภูมิใจ ไปไกลกว่าที่เคย’

 

ICONSIAM Pride Out Louder

 

แคมเปญนี้ไม่เพียงแค่สร้างบรรยากาศสีรุ้งทั่วพื้นที่ แต่ยังเต็มไปด้วยกิจกรรมที่แสดงถึงพลังของความเข้าใจ ยอมรับ และผลักดันความเท่าเทียมในทุกมิติของสังคม

 

กิจกรรมสำคัญที่จัดขึ้น ได้แก่

 

  • PRIDE SUCCESSORS SERIES ถ่ายทอดเรื่องราวของ LGBTQIA+ ผู้สร้างแรงบันดาลใจ
  • Fan Meet ซีรีส์ ‘กี่หมื่นฟ้า’ ที่ผสมผสาน Soft Power จากวายเข้ากับการสนับสนุนความหลากหลาย
  • Reflection of Pride ศิลปะแสงสีสะท้อนอารมณ์แห่งความภาคภูมิใจ
  • Pride Out Wall พื้นที่เปิดรับเสียงจากคนรุ่นใหม่ ว่าภาพของ Pride Era ควรเป็นอย่างไร
  • MERGE Pop-Up สนับสนุนสินค้าและแฟชั่นที่แสดงจุดยืนของความหลากหลาย

 

ICONSIAM ไม่ได้มอง Pride เป็นเพียงเทศกาล แต่คือโอกาสในการแสดงออกถึงความมุ่งมั่นในการผลักดัน ความเท่าเทียมทางเพศในประเทศไทย สู่ระดับสากล ด้วยพลังของพื้นที่สร้างสรรค์ วัฒนธรรม และ Soft Power ไทย

 

PRIDE OUT LOUDER คือเสียงสะท้อนของยุคสมัยใหม่ ที่ทุกหัวใจไม่เพียงมีสิทธิ์รัก แต่ยังมีสิทธิ์ภาคภูมิใจในความเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่

 

LGBTQIA+ กับอนาคตของสังคมไทยที่เปิดกว้างมากขึ้น

 

จากอดีตที่ LGBTQIA+ ต้องซ่อนตัวตนในเงามืด สู่วันที่สามารถแต่งงานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และเฉลิมฉลองเสียงของตนเองในแลนด์มาร์กอย่าง ICONSIAM คือหลักฐานของพัฒนาการทางสังคมที่สำคัญ

 

ความเท่าเทียมทางเพศในประเทศไทย คือ ‘โครงสร้างของสังคม’ ที่กำลังเปลี่ยนไปสู่การยอมรับทุกตัวตนอย่างแท้จริง และตราบใดที่เสียงของผู้คนยังเปล่งออกมาอย่างไม่หยุดยั้ง ความเปลี่ยนแปลงก็จะยังคงเดินหน้า

 

ย้อนรอย LGBTQIA+ ไทย จากไร้ตัวตนสู่สมรสเท่าเทียมและ Pride Parade

 

เพราะทุกหัวใจควรได้เปล่งประกายในแบบของตัวเอง อย่างเต็มภาคภูมิที่สุด

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

The post ย้อนรอยประวัติศาสตร์ LGBTQIA+ ประเทศไทย: จากไร้ตัวตน ไร้การยอมรับ สู่สมรสเท่าเทียม และขบวน PRIDE ในวันนี้ appeared first on THE STANDARD.

]]>
สมรสเท่าเทียมสู่ ‘Rainbow Economy’ คาด Bangkok Pride 2025 ฟื้นนักท่องเที่ยวกลับมา 3 แสนคน กระตุ้นเศรษฐกิจ 4.5 พันล้านบาท https://thestandard.co/bangkok-pride-2025-tourism/ Tue, 06 May 2025 12:59:50 +0000 https://thestandard.co/?p=1071795 bangkok-pride-2025-tourism

รัฐ-เอกชน ดัน Bangkok Pride Festival ดึงดูดนักท่องเที่ย […]

The post สมรสเท่าเทียมสู่ ‘Rainbow Economy’ คาด Bangkok Pride 2025 ฟื้นนักท่องเที่ยวกลับมา 3 แสนคน กระตุ้นเศรษฐกิจ 4.5 พันล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
bangkok-pride-2025-tourism

รัฐ-เอกชน ดัน Bangkok Pride Festival ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกเข้าไทย ปักหมุด Global Festival at Global Destination ‘ส.อ.ท.’ ดันขึ้นแท่นอุตสาหกรรมใหม่ คาดปีนี้กระตุ้นเศรษฐกิจ 4.5 พันล้านบาท ดึงนักท่องเที่ยว 3 แสนคน เอกชนชี้ สมรสเท่าเทียมสร้าง ‘Rainbow Economy’ เผยหากกฎหมายรับรองเพศสภาพผ่าน เพิ่มการจ้างงานอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกว่า 76,000 ตำแหน่ง

 

พิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และซอฟต์พาวเวอร์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ส.อ.ท. มองเห็นศักยภาพของความคิดสร้างสรรค์ในฐานะกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยสามารถยกระดับและเพิ่มมูลค่าให้อุตสาหกรรมดั้งเดิม (First Industries) ที่ร่วมสมัยและตอบโจทย์ตลาดต่อยอดไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ (Next-Gen Industries)

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

“ปีนี้เป็นปีที่กฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลแล้ว กลุ่ม LGBTQIA+ ถือเป็นกำลังสำคัญที่สะท้อนถึงพลัง ส่งผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในระดับองค์กรและระดับอุตสาหกรรม ที่ถือเป็นอุตสาหกรรมใหม่ สะท้อนให้เห็นมูลค่าอย่างมีนัยสำคัญ”

 

วาดดาว-อรรณว์ ชุมาพร ประธานและผู้ก่อตั้ง บริษัท นฤมิตไพรด์ จำกัด ในฐานะผู้จัดงาน Bangkok Pride Festival กล่าวว่า หากดูจากความสำเร็จของการจัดงาน Bangkok Pride Festival ในปีที่ผ่านมา นอกจากแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็ง ความหลากหลาย ความรักที่ไม่มีข้อจำกัด ยังสร้างคอมมูนิตี้ LGBTQIA+ สู่เศรษฐกิจ อุตสาหกรรมซีรีส์วาย อุตสาหกรรมภาพยนตร์ การท่องเที่ยว ดังนั้นปีนี้รูปแบบของการจัดงานต่อยอดภายใต้ธีม Born This Way: การต่อสู้ที่เดินต่อไปจากสมรสเท่าเทียม สู่การรับรองอัตลักษณ์

 

วาดดาว-อรรณว์ ชุมาพร ประธานและผู้ก่อตั้ง บริษัท นฤมิตไพรด์ จำกัด

 

วาดดาวระบุอีกว่า ปีนี้คาดหวังว่าจะมีคนเข้ามาร่วมขบวนพาเหรดกับทั้งคนไทยและชาวต่างชาติมากกว่า 300,000 คน เพิ่มขึ้นจากปี 2023 ที่มีคนเข้าร่วมขบวนพาเหรด 100,000 คน และปี 2024 เพิ่มเป็นกว่า 250,000 คน และที่สำคัญจะเกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากกฎหมายสมรสเท่าเทียมในไทย ที่คาดว่าภายใน 2 ปี จะเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ถึง 4 ล้านคนต่อปี สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นกว่า 67 ล้านบาทต่อปี

 

อีกทั้งหากกฎหมายรับรองเพศสภาพผ่าน จะสามารถเพิ่มการจ้างงานใหม่ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกว่า 76,000 ตำแหน่ง

 

“ปีนี้คาดว่างานนี้จะกระตุ้นเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 4.5 พันล้านบาท เราอยากให้ Bangkok Pride Festival 2025 เป็นมากกว่าเทศกาลแห่งชาติ เป็น Pride Destination ด้วยขบวนไพรด์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก และไทยจะเป็นอันดับ 1 ในเอเชียที่คนอยากมาร่วมขบวนไพรด์พาเหรดมากที่สุด”

 

วาดดาวระบุอีกว่า หลังไทยมีกฎหมายสมรสเท่าเทียม ปัจจุบันมีคู่รักจดทะเบียนสมรสมากถึง 15,231 คู่รัก ซึ่ง 11,478 คู่เป็นคู่หญิง-หญิง นี่จึงสะท้อนถึงการเปิดกว้างทั้งกฎหมายของไทย และในขณะเดียวกันก็เกิด ‘Rainbow Economy’ สร้างเศรษฐกิจใหม่ เป็นกลไกกระตุ้นเศรษฐกิจที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกอีกด้วย

 

ด้านฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า นอกจากปีนี้จะจัดที่กรุงเทพฯ จะต่อยอดการท่องเที่ยวไปยังเมืองรองทั่วประเทศ เช่น พัทยา, ชลบุรี, เชียงใหม่ และภูเก็ต

 

ทั้งนี้ ปี 2568 ททท. ตั้งเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศสำหรับตลาดระยะไกล (Long-haul) ไว้ที่ 10.6 ล้านคน แบ่งเป็นสัดส่วนตลาดนักท่องเที่ยวชาวยุโรป 7 ล้านคน, ชาวอเมริกัน 1.4 ล้านคน, ตะวันออกกลาง 1 ล้านคน และแอฟริกา 1.6 แสนคน

 

สรัลธร อัศเวศน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานบริหารธุรกิจ ศูนย์การค้า บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า กลุ่มสยามพิวรรธน์มีนโยบายส่งเสริมความหลากหลายและเห็นคุณค่าของความแตกต่าง ปีนี้จึงพร้อมสนับสนุนจัดงานในระดับ Global Festival at Global Destination ที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวสู่ Pride Parade ขบวนสีรุ้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศตลอดเส้นทางถนนพระรามที่ 1 ในวันที่ 1 มิถุนายน 2025 ซึ่งงานจะเริ่มตั้งแต่ 30 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2025

 

สำหรับไทย ถือเป็นชาติแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ประกาศใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมอย่างเป็นทางการ ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2025 การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่เพียงเป็นชัยชนะความหลากหลาย แต่ยังกลายเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ อนาคตคาดว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นถึง 4 ล้านคนต่อปี และสร้างรายได้เข้าประเทศมากกว่า 2 พันล้านดอลลาร์

The post สมรสเท่าเทียมสู่ ‘Rainbow Economy’ คาด Bangkok Pride 2025 ฟื้นนักท่องเที่ยวกลับมา 3 แสนคน กระตุ้นเศรษฐกิจ 4.5 พันล้านบาท appeared first on THE STANDARD.

]]>
6 เดือน รัฐบาลแพทองธาร สำนักงานสถิติแห่งชาติรายงานผล ประชาชนชอบนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่-เงินหมื่น-ลดราคาพลังงาน https://thestandard.co/6-month-paetongtarn-govt/ Mon, 05 May 2025 05:30:49 +0000 https://thestandard.co/?p=1071179

วันนี้ (5 พฤษภาคม) จิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายก […]

The post 6 เดือน รัฐบาลแพทองธาร สำนักงานสถิติแห่งชาติรายงานผล ประชาชนชอบนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่-เงินหมื่น-ลดราคาพลังงาน appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (5 พฤษภาคม) จิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อการบริหารงานของรัฐบาลครบ 6 เดือน โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไปสำรวจความคิดเห็นของประชาชน ในครัวเรือนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปในทุกจังหวัดทั่วประเทศพบว่า ประเด็นความพึงพอใจในนโยบายต่อมาตรการต่อโครงการของรัฐบาล ในระดับมากที่สุด-มาก ใน 5 อันดับแรก ดังนี้

 

  1. นโยบาย 30 บาท รักษาทุกที่ ร้อยละ 71.6  
  2. โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ เงินหมื่นร้อยละ 55.8 
  3. กฎหมายสมรสเท่าเทียม ร้อยละ 41.3
  4. การลดภาระ ค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้า-พลังงานแก่ประชาชน ร้อยละ 32.6 
  5. การส่งเสริมการท่องเที่ยวร้อยละ 30.3

 

เมื่อพิจารณาความพึงพอใจต่อผลงานรัฐบาลจำแนกเป็นรายภาค พบว่า ประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ยังมีสัดส่วนสูงที่ร้อยละ 40.1 รองมาคือ ภาคเหนือ ที่ร้อยละ 28.5 ภาคกลาง ร้อยละ 24.7 ภาคใต้ ร้อยละ 20.1 และกรุงเทพมหานคร ร้อยละ 14.7 

 

เมื่อพิจารณาเป็นรายกลุ่มอายุพบว่าประชาชนในกลุ่มอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป มีความพึงพอใจฯ ในระดับมาก-มากที่สุดในสัดส่วนที่สูงกว่ากลุ่มอายุอื่น ร้อยละ 31.5 ส่วนของการให้บริการของภาครัฐพบว่า ประชาชนมีความพึงพอใจต่อการให้บริการของภาครัฐในระดับมาก-มากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ไฟฟ้า ร้อยละ 66 น้ำประปา ร้อยละ 59.7 ถนนหนทาง ร้อยละ 55.1 การบริการสาธารณสุข ร้อยละ 52.2 และการจัดเก็บขยะมูลฝอย ร้อยละ 46.4

 

จิรายุกล่าวต่อไป ว่าจากผลสำรวจพบเรื่องที่ประชาชนต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือเร่งด่วน 5 อันดับแรก ได้แก่ การควบคุมราคาสินค้าอุปโภค-บริโภคร้อยละ 86.7 รองลงมาได้แก่ ลดภาระค่าใช้จ่าย ด้านพลังงาน เช่น ไฟฟ้า น้ำประปา น้ำมันเชื้อเพลิง อยากให้ทำต่อเนื่อง ร้อยละ 67.5 การแก้ปัญหายาเสพติด ร้อยละ 43.0 การแก้ปัญหาหนี้สิน ร้อยละ 35.5 และเพิ่มสวัสดิการเช่น เงินผู้มีรายได้น้อย การรักษาพยาบาลการศึกษา ร้อยละ 30.3 สำหรับในช่องทาง ที่ประชาชนสนใจติดตาม/รับรู้ฯมากที่สุดยังเป็นทางโทรทัศน์ ร้อยละ 68.4 รองลงมาได้แก่ สื่อสังคมออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ก ไลน์ ติ๊กต๊อก อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ ร้อยละ 59.6 และญาติ/หรือคนรู้จัก ร้อยละ 16.9 

 

ทั้งนี้ ในการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร เมื่อวันอังคารที่ 29 เมษายน ที่ผ่านมาที่จังหวัดนครพนม สำนักงานสถิติ ได้รายงานความคืบหน้าในการดำเนินงานตามนโยบายที่นายกรัฐมนตรีได้แถลงนโยบาย และสั่งการไว้ในหลายประเด็น เช่น โครงการคุณสู้ เราช่วย เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อย โดยตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2567-18 มีนาคม 2568 มีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้ว 1.3 ล้านบัญชี 

 

การแก้ปัญหายาเสพติดในโครงการท่าวังผาโมเดล และธวัชบุรีโมเดล มุ่งสู่จังหวัดสีขาว เพื่อค้นหาผู้เสพยาเสพติด (Re X-Ray) ดำเนินการ Re X-Ray ได้ 1,066,407 ราย (จากเป้าหมาย 4,112,206 ราย) (ข้อมูล ณ วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568) 

 

ตลอดจนการจัดสวัสดิการสังคม เช่น การดำเนินโครงการบ้านเพื่อคนไทยมีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 250,033 ราย ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติการกู้สินเชื่อ (Pre-Approve) จำนวน 135,678 คน ซึ่งคาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ในปี 2568 และสามารถเข้าพักอาศัยได้ในปี 2570

The post 6 เดือน รัฐบาลแพทองธาร สำนักงานสถิติแห่งชาติรายงานผล ประชาชนชอบนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่-เงินหมื่น-ลดราคาพลังงาน appeared first on THE STANDARD.

]]>
เด็ก ครอบครัว โรงเรียน เดินต่อไปด้วยกันอย่างไร หลังไทยมีสมรสเท่าเทียม https://thestandard.co/thai-equal-marriage-families/ Wed, 12 Feb 2025 04:30:39 +0000 https://thestandard.co/?p=1040913 thai-equal-marriage-families

ภายหลัง 23 มกราคม 2568 วันประวัติศาสตร์ที่ร่าง พ.ร.บ.แก […]

The post เด็ก ครอบครัว โรงเรียน เดินต่อไปด้วยกันอย่างไร หลังไทยมีสมรสเท่าเทียม appeared first on THE STANDARD.

]]>
thai-equal-marriage-families

ภายหลัง 23 มกราคม 2568 วันประวัติศาสตร์ที่ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 หรือ ‘สมรสเท่าเทียม’ มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ คู่รัก LGBTQIA+ ต่างพากันเข้าจรดปากกาจดทะเบียนสมรส เป็นสัญญาณว่าความเท่าเทียมทางกฎหมายของคู่รักที่มีความหลากหลายทางเพศได้กลายเป็นจริงแล้วในประเทศไทย

 

อย่างไรก็ตาม หนทางสู่ความเท่าเทียมในชีวิตจริงสำหรับเยาวชน LGBTQIA+ ยังคงอีกยาวไกล แม้ว่ากฎหมายจะช่วยลดอุปสรรคทางกฎหมายได้ แต่ความท้าทายทางสังคมและวัฒนธรรมยังคงอยู่ 

 

รายงาน ‘สุขภาพจิตและสุขภาวะของเด็กและเยาวชนหลากหลายทางเพศในประเทศไทย’ โดยองค์กร เซฟ เดอะ ชิลเดรน (Save the Children) เผยให้เห็นถึงความเปราะบางของเยาวชนกลุ่มนี้ โดย 71% กำลังเผชิญกับภาวะซึมเศร้า 25% มีพฤติกรรมทำร้ายตัวเอง และ 15% เคยพยายามคร่าชีวิตตนเอง เนื่องจากต้องเผชิญความรุนแรงในหลายระดับ ทั้งแรงกดดันจากสังคม และอคติที่นำมาสู่การเลือกปฏิบัติ 

 

ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าการมีกฎหมายอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ การเปลี่ยนแปลงทัศนคติและการสร้างสภาพแวดล้อมที่ยอมรับและเข้าใจความหลากหลายทางเพศอย่างแท้จริง เป็นสิ่งสำคัญยิ่งกว่า การเปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชน LGBTQIA+ ได้แสดงออกถึงตัวตนอย่างอิสระ ปราศจากการตีตราและการเลือกปฏิบัติ จะช่วยให้พวกเขามีความภาคภูมิใจในตนเอง และเติบโตขึ้นได้อย่างมีคุณภาพ 

 

เนื่องในสัปดาห์แห่งความรัก ก่อนเข้าสู่วันวาเลนไทน์ THE STANDARD โอกาสได้สนทนากับ พีราณี ศุภลักษณ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิเด็กและความหลากหลายทางเพศ จาก เซฟ เดอะ ชิลเดรน เพื่อชวนเจาะลึกลงไปในปัญหาที่เยาวชน LGBTQIA+ ต้องเผชิญในสังคมไทย และจะมีแนวทางแก้ไขอย่างไรเพื่อให้ไทยเป็นพื้นที่แห่งความเสมอภาคสำหรับคนทุกกลุ่มอย่างแท้จริง 

 

พิราณี ศุภลักษณ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิเด็กและความหลากหลายทางเพศ จาก เซฟ เดอะ ชิลเดรน

พิราณี ศุภลักษณ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิเด็กและความหลากหลายทางเพศ จาก เซฟ เดอะ ชิลเดรน

 

สังคมที่กดทับเรื่องเพศ ต้นตอของอคติ

 

พีราณีเริ่มต้นด้วยการเล่าสภาพปัญหาจากที่ได้รับฟังมาจากเด็กและเยาวชน โดยปัญหาหลักจะอยู่ที่การรังแกหรือบูลลี่ (Bully) ในโรงเรียน และการยอมรับของครอบครัว มีเด็กบางคนที่ไม่สามารถอาศัยในบ้านได้ เพราะถูกทำร้ายทั้งทางร่างกายและจิตใจ รวมถึงไม่สามารถเป็นตัวของตัวเองได้

 

“รายงานวิจัยของ Save the Children ก็พบว่า ถ้ามีคนอย่างน้อย 1 คนในครอบครัวที่ยอมรับในตัวเด็ก จะเป็นตัวเพิ่มพลังสุขภาพจิตได้ดีมาก”

 

พีราณีมองว่าต้นตอของอคติและการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศที่เกิดกับเยาวชนนั้น ประกอบไปด้วยหลายปัจจัย แต่สิ่งสำคัญคือสังคมไทยมีลักษณะที่มองว่าเรื่องทางเพศ เป็นเรื่องที่พูดไม่ได้ อีกทั้งกำหนดบรรทัดฐานให้การพูดเรื่องเพศ ต้องจำกัดอยู่ในเพศชายและหญิงตามมาตรฐานที่ดีของสังคมเท่านั้น

 

“ด้วยเหตุนี้จึงทำให้สิ่งอื่นที่แปลกออกไปจากค่านิยมที่สังคมบอกว่าเป็นเรื่องที่ดี” พีราณีอธิบาย “อคติถูกส่งต่อมา ไม่ใช่แค่จากการเลี้ยงดูในครอบครัว แต่ในหลักสูตรการเรียนการสอนก็เช่นเดียวกัน เพราะในห้องเรียนก็ไม่ได้มีการพูดถึงครอบครัวที่หลากหลาย มีแค่ผู้ชายผู้หญิงคู่กัน”

 

เด็ก ครอบครัว โรงเรียน เดินต่อไปด้วยกันอย่างไร หลังไทยมีสมรสเท่าเทียม

 

พีราณีชี้ว่า ความเป็นมนุษย์มีความหลากหลาย รวมถึงเรื่องเพศ เพศไม่ใช่สิ่งไม่ดีที่พูดถึงไม่ได้ เพียงแต่สังคมไทยยังไม่ได้มีการปลูกฝังค่านิยมเหล่านั้น

 

ถึงกระนั้นเอง เด็กๆ ก็มีความดีใจที่สมรสเท่าเทียมได้บังคับใช้ เพราะรู้สึกได้ว่าไม่ต้องปิดบังตัวเองอีกต่อไป สามารถแสดงความรักได้เหมือนที่คนอื่นมี เป็นตัวของตัวเองได้มากขึ้นแล้ว 

 

ที่สำคัญเยาวชนอาจมีความคาดหวังว่าสังคมจะเข้าใจพวกเขามากขึ้น จะไม่มีคำถามแปลกๆ มาจากภาครัฐ ตลอดจนตั้งคำถามว่า หลังจากสมรสเท่าเทียม เมื่อไรจะมีกฎหมายเปลี่ยนคำนำหน้านาม เปลี่ยนจาก ด.ช. เป็น ด.ญ. ซึ่งแสดงให้เห็นว่า กฎหมายรับรองอัตลักษณ์ทางเพศเป็นเรื่องที่ต้องเดินหน้าต่อ

 

พีราณีเน้นย้ำว่า เรื่องคำนำหน้าหรือการกำหนดอัตลักษณ์ทางเพศเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญ เนื่องจากในระบบการศึกษายังมีจำกัดเพียงเพศชายและเพศหญิงตั้งแต่เกิด นับจากตอนจดสูจิบัตร ทำให้เด็กคนหนึ่งเข้าไปสู่โรงเรียนอนุบาล ต้องถูกตัดผม ถูกบังคับให้ใส่กระโปรงหรือกางเกงตามที่สังคมกำหนด โดยไม่มีอิสระในตัวเลือกอื่นๆ และหากไม่สามารถทำตามกฎได้ก็จะถูกลงโทษ

 

“จริงๆ แล้วเป็นเรื่องค่อนข้างหนักนะสำหรับชีวิตเด็กคนหนึ่ง ที่ต้องพยายามทำตัวให้อยู่ในกรอบตลอดเวลา” 

 

บทบาทครอบครัว รับฟังเพื่อเติบโตไปด้วยกัน

 

พีราณียังเห็นความเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกช่วงที่สื่อมวลชนให้ความสำคัญกับกฎหมายสมรสเท่าเทียม เพราะพบว่าผู้ปกครองเริ่มสามารถพูดเกี่ยวกับสมรสเท่าเทียมได้ ไม่ว่าจะมีบุตรเป็น LGBTQIA+ หรือไม่ก็ตาม ผู้ปกครองต่างรู้สึกว่าจำเป็นต้องปรับตัว ทำความเข้าใจกับสังคมที่กำลังจะเปลี่ยนไปสู่การโอบรับความหลากหลายทางเพศมากขึ้นได้

 

“เด็กๆ เองเขาก็คิดว่า พ่อแม่ หรือคุณลุงคุณป้าที่บ้าน ดูซีรีส์วาย เขาเปิดรับมากขึ้น เห็นโลกมากขึ้นเลย”

 

ท้ายสุดกลับมาจบที่ว่า ผู้ปกครองทุกคนก็คงอยากเลี้ยงลูกให้เติบโตมาอย่างที่ตนเองจะรู้สึกภาคภูมิใจ แต่ผู้ปกครองอาจไม่ได้เข้าใจทุกเรื่องที่เด็กพูด ดังนั้น การรับฟังคือปัจจัยสำคัญ ผู้ปกครองควรจะสามารถรับฟังและยอมรับเด็กได้

 

“อาจไม่ต้องเข้าใจในทุกครั้ง หรือเข้าใจตั้งแต่ครั้งแรกที่เด็กพูด เพียงแต่ไม่ได้ห้ามหรือค้านในสิ่งที่เด็กพูด แต่ช่วยยืนอยู่เคียงข้างสิ่งที่ลูกหลานของตัวเองเป็น ให้เราเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่เขาสามารถเล่าได้” พีราณีกล่าว

 

พีราณีมองว่า บทบาทของครอบครัวและผู้ปกครองควรจะเป็นผู้พร้อมสนับสนุน ซึ่งหากต้องการความช่วยเหลือ ผู้ปกครองก็สามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆ เองได้ง่ายในปัจจุบันนี้ ในขณะเดียวกัน ลูกหลานเองอาจจะต้องรับฟังผู้ปกครองเช่นกัน ค่อยๆ ทำความเข้าใจว่าแต่ละคนเติบโตมาแตกต่างกัน ซึ่งจะช่วยกันสร้างวัฒนธรรมแห่งการรับฟังกันในครอบครัวด้วย

 

จับมือกัน

 

ถึงเวลาการศึกษาต้องเปลี่ยนตามสังคม

 

นอกจากสถาบันทางสังคมที่เล็กที่สุดอย่างครอบครัวแล้ว เรื่องการศึกษาที่บ่มเพาะประชากรขึ้นมา ก็ควรต้องปรับตามให้ทันด้วย เพราะทุกวันนี้หลักสูตรในปัจจุบันยังไม่ได้มีภาพของความหลากหลาย ยังคงปลูกฝังความเชื่อดั้งเดิมเรื่องเพศ ที่มีทั้งแบบที่ดีและไม่ดี ทั้งที่ความจริงหลักสูตรการศึกษาสามารถโอบรับความหลากหลายทางเพศได้มากกว่านี้ 

 

พีราณียกตัวอย่าง วิชาสุขศึกษา ที่สามารถสอนเกี่ยวกับร่างกายมนุษย์ ที่ไม่ได้นิยามแค่ว่ามีเพียงเพศชายและหญิง รวมถึงสอนให้เกิดความเข้าใจว่า เรื่องเพศเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของชีวิตมนุษย์เท่านั้น ไม่ใช่สิ่งที่แปลกหรือผิดบาป แต่คือความเป็นคน

 

กล่าวโดยสรุปคือ พีราณีมองว่าหลักสูตรการเรียนการสอนเพื่อสร้างความเข้าใจในเรื่องความหลากหลายทางเพศนั้น ไม่จำเป็นต้องสร้างวิชาใหม่ขึ้นมารองรับ แต่สามารถสอดแทรกเข้าไปในแต่ละวิชาที่มีอยู่แล้วได้

 

คู่รักตำรวจ ชายชาย

 

อย่างไรก็ตาม กิจกรรมที่สืบทอดกันมานาน เช่น วันพ่อ วันแม่ อาจจะต้องเปลี่ยน เพราะที่ผ่านมาหลายครอบครัวไม่ได้มีลักษณะเป็นพ่อแม่ลูกอยู่แล้ว บ้างเป็นเลี้ยงเดี่ยว หรืออยู่กับปู่ย่า ตรงกันข้าม กิจกรรมนี้อาจสร้างบาดแผลให้เด็กด้วยซ้ำ จึงเสนอว่าควรปรับเป็นวันครอบครัว ที่มีนิยามกว้างไกลไปกว่า ‘พ่อ-แม่-ลูก’ เพราะครอบครัวเป็นพื้นที่ของความปลอดภัยและเติบโต ควรเป็นวันที่ครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกันมากกว่า ยิ่งมีกฎหมายสมรสเท่าเทียม ยิ่งเป็นเหตุผลให้เห็นความเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้ได้เร็วขึ้น

 

ท้ายที่สุด อคติและความไม่เข้าใจของสังคมที่มีต่อเด็กและเยาวชน LGBTQIA+ มีที่มาหลักๆ จากค่านิยมทางสังคมที่ครอบคลุมทั้งผู้ปกครอง ครู ตลอดจนระบบการศึกษา พีราณีให้ความเห็นว่า การเปลี่ยนแปลงค่านิยมทางสังคมต้องใช้เวลา แต่ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ กฎหมายเพิ่งบังคับใช้เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่โรงเรียนอาจยังไม่ได้เปลี่ยนชั่วข้ามคืน

 

“เราอาจใช้สิ่งนี้เป็นโอกาสให้ทั้งเด็ก ครู ผู้ปกครอง ได้พูดคุยในเรื่องนี้ อาจจะค่อยๆ เปลี่ยนในอีก 10-20 ปี ส่วนตัวเห็นความหวังว่า เด็กๆ กำลังจะเติบโตในสังคมที่อย่างน้อยกฎหมายก็ให้การยอมรับว่า การสร้างครอบครัวเป็นสิทธิของทุกเพศ เรื่องนี้จะถูกมองว่าแปลกน้อยลง ปกติมากขึ้น และจะเริ่มสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับเรื่องอื่นไปเรื่อยๆ” พีราณีทิ้งท้าย

The post เด็ก ครอบครัว โรงเรียน เดินต่อไปด้วยกันอย่างไร หลังไทยมีสมรสเท่าเทียม appeared first on THE STANDARD.

]]>
ชมคลิป: เจาะโอกาสธุรกิจไทยได้อานิสงส์ ‘กฎหมายสมรสเท่าเทียม’ | THE STANDARD WEALTH https://thestandard.co/morning-wealth-26012025/ Sun, 26 Jan 2025 02:00:51 +0000 https://thestandard.co/?p=1034258 morning-wealth-26012025

หลังการบังคับใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมอย่างเป็นทางการ ซึ่ง […]

The post ชมคลิป: เจาะโอกาสธุรกิจไทยได้อานิสงส์ ‘กฎหมายสมรสเท่าเทียม’ | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
morning-wealth-26012025

หลังการบังคับใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมอย่างเป็นทางการ ซึ่งไทยนับเป็นประเทศแรกในอาเซียนและประเทศที่ 3 ในเอเชีย จะสร้างโอกาสให้กับธุรกิจและเศรษฐกิจอย่างไรบ้าง ติดตามได้ในไฮไลต์นี้

 

ติดตาม รายการ Morning Wealth ทุกวัน จันทร์ – ศุกร์ เวลา 7.00-8.00 น. ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH

 

อัปเดตข่าวสารจากสำนักข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุน โดยทีมข่าว THE STANDARD ได้ที่ https://thestandard.co/wealth/

The post ชมคลิป: เจาะโอกาสธุรกิจไทยได้อานิสงส์ ‘กฎหมายสมรสเท่าเทียม’ | THE STANDARD WEALTH appeared first on THE STANDARD.

]]>
เปิดตัวเลขคู่รัก LGBTQIA+ จรดปากกาจดทะเบียน ‘สมรสเท่าเทียม’ ทั่วประเทศวันแรก https://thestandard.co/1st-day-equal-marriage-registration/ Fri, 24 Jan 2025 12:48:38 +0000 https://thestandard.co/?p=1034165

วันที่ 23 มกราคม 2568 นับเป็นวันแรกที่พระราชบัญญัติ (พ. […]

The post เปิดตัวเลขคู่รัก LGBTQIA+ จรดปากกาจดทะเบียน ‘สมรสเท่าเทียม’ ทั่วประเทศวันแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันที่ 23 มกราคม 2568 นับเป็นวันแรกที่พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 หรือกฎหมายสมรสเท่าเทียม มีผลใช้บังคับอย่างเป็นทางการ ซึ่งผ่านมา 120 วันนับจากการประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเมื่อเดือนกันยายน 2567

 

เนื้อหาในกฎหมายฉบับใหม่ดังกล่าว ปรับแก้ไขมาตรากว่า 70 มาตราในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มีรายละเอียดการปรับถ้อยคำถึงเพศแบบทวิลักษณ์ เช่น ชาย-หญิง เป็นคำว่า ‘บุคคล’ ส่วนสามีหรือภรรยาให้ใช้คำว่า ‘คู่สมรส’ โดยให้ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมในเรื่องการสมรสตามกฎหมายโดยไม่คำนึงถึงเพศ 

 

หากย้อนกลับไปในวันที่ 23 มกราคม สำนักทะเบียนทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขต 50 เขตของกรุงเทพมหานคร ก็มีบรรดาคู่รัก LGBTQIA+ ที่จูงมือคนที่รักมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสมรสเท่าเทียมที่จะถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ไทย 

 

ข้อมูลจากกระทรวงมหาดไทย (ณ วันที่ 23 มกราคม 2568 เวลา 20.30 น.) เปิดเผยว่า การจดทะเบียนสมรสทั่วประเทศมีทั้งสิ้น 2,817 คู่ แบ่งเป็นสมรสเท่าเทียม 1,874 คู่ แยกเป็น ชาย-ชาย 634 คู่, หญิง-หญิง 1,240 คู่ และชาย-หญิง 943 คู่ ซึ่งสำนักทะเบียนที่มีคู่รักเดินทางมาจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมมากที่สุด ได้แก่ สำนักทะเบียนปทุมวัน 183 คู่

 

 

ภาพประกอบ: พิชามญชุ์ วรรณสาร

The post เปิดตัวเลขคู่รัก LGBTQIA+ จรดปากกาจดทะเบียน ‘สมรสเท่าเทียม’ ทั่วประเทศวันแรก appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘สมรสเท่าเทียม’ อีกความหวังช่วยกระตุ้น GDP ไทยโตเพิ่ม 0.3% ต่อปีใน 2 ปี https://thestandard.co/wealth-in-depth-equal-marriage-thaigdp/ Fri, 24 Jan 2025 02:40:34 +0000 https://thestandard.co/?p=1033828 wealth-in-depth-equal-marriage-thaigdp

วันที่ 23 มกราคม 2568 เป็นวันแห่งประวัติศาสตร์ของประเทศ […]

The post ‘สมรสเท่าเทียม’ อีกความหวังช่วยกระตุ้น GDP ไทยโตเพิ่ม 0.3% ต่อปีใน 2 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
wealth-in-depth-equal-marriage-thaigdp

วันที่ 23 มกราคม 2568 เป็นวันแห่งประวัติศาสตร์ของประเทศไทยที่บังคับใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมอย่างเป็นทางการ ซึ่งนับเป็นประเทศแรกในอาเซียนและประเทศที่ 3 ในเอเชีย และไทยจะกลายเป็นชาติที่ 38 ของโลกที่มีกฎหมายสมรสเท่าเทียม แต่ในมุมของเศรษฐกิจกับธุรกิจ ‘สมรสเท่าเทียม’ จะมีผลมากหรือน้อยแค่ไหน

 

โดยสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ ประเมินว่าการผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียมของไทย นอกจากจะช่วยยกระดับด้านความเท่าเทียมทางเพศของไทยแล้ว ยังก่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจด้วย โดยเฉพาะกับธุรกิจบริการในหลายสาขา

 

ทั้งนี้ จากการศึกษาของ Williams Institute สถาบันด้านการวิจัยในสหรัฐอเมริกา พบว่าภายหลังที่สหรัฐฯ บังคับใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมทั่วประเทศในช่วงปี 2558-2562 สามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ถึง 3.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ ยังช่วยสร้างการจ้างงานในธุรกิจที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นถึง 45,000 ราย

 

เจาะโอกาสธุรกิจได้อานิสงส์ ‘กฎหมายสมรสเท่าเทียม’

 

ธุรกิจบริการที่จะมีโอกาสเติบโตจากการมีกฎหมายสมรสเท่าเทียมมีหลากหลายธุรกิจ เช่น ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการจัดงานแต่งงาน เช่น ธุรกิจสตูดิโอถ่ายภาพ ธุรกิจเช่าชุดแต่งงาน สิทธิในการสมรสจะช่วยเพิ่มความต้องการในการจัดงานเฉลิมฉลองการแต่งงานมากขึ้น

 

Wonders & Weddings บริษัทให้บริการจัดงานแต่งงานของไทยคาดการณ์ว่ายอดจองการจัดงานแต่งงานจะเพิ่มมากขึ้น โดยการจองจัดงานแต่งงานของกลุ่ม LGBTQIA+ จะคิดเป็น 25% จากยอดจองทั้งหมด การจัดงานแต่งงานถือเป็นการฉลองก้าวสำคัญ (Milestone) ในชีวิตของหลายคน ซึ่งกลุ่มบุคคลหลากหลายทางเพศก็ต้องการเฉลิมฉลองช่วงเวลาสำคัญนี้เช่นกัน

 

บรรยากาศของคู่สมรสที่มาจดทะเบียนสมรสในวันที่ 23 มกราคม 2568 เป็นวันแห่งประวัติศาสตร์ของประเทศไทยที่บังคับใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมอย่างเป็นทางการ

บรรยากาศของคู่สมรสที่มาจดทะเบียนสมรสในวันที่ 23 มกราคม 2568 เป็นวันแห่งประวัติศาสตร์ของประเทศไทยที่บังคับใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมอย่างเป็นทางการ

 

โดยจากข้อมูลของ Ipsos ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยและให้คำปรึกษาด้านตลาดข้ามชาติ ให้ข้อมูลว่าประชากร 9% ของไทยระบุตนเองว่าเป็นกลุ่ม LGBTQIA+ ซึ่งความต้องการในการจัดงานเฉลิมฉลองที่เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจโรงแรมและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการจัดงานแต่งงานเติบโตอย่างมาก

 

ทั้งนี้ เพื่อคว้าโอกาสจากการมีกฎหมายสมรสเท่าเทียม ไทยควรผลักดันในการเป็นศูนย์กลางการจัดงานแต่งงานของทุกเพศสภาพในเอเชีย เนื่องจากความพร้อมในด้านกฎหมาย ความเป็นเลิศในด้านการจัดงานและธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องของไทย และการมีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลาย ทั้งทางด้านธรรมชาติ วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ เหมาะสมอย่างยิ่งในการเป็นสถานที่สำหรับการจัดงานแต่งงานและฮันนีมูน ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ให้กับไทยเป็นอย่างมาก

 

แนะภาครัฐอำนวยความสะดวกให้ชาวต่างชาติ

 

หากกฎหมายสมรสเท่าเทียมของไทยครอบคลุมถึงการอนุญาตให้ชาวต่างชาติสามารถจดทะเบียนสมรสได้ ภาครัฐต้องคำนึงถึงการอำนวยความสะดวกในด้านการจดทะเบียนสมรส โดยเฉพาะในเรื่องเอกสาร วีซ่า ระยะเวลาในการดำเนินการ และสนับสนุนให้ธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องในการจัดงานแต่งงานมีมาตรฐานและคุณภาพ เพื่อสร้างความประทับใจและประสบการณ์ที่ดีให้กับคู่รักต่างชาติ เพื่อที่จะช่วยประชาสัมพันธ์ให้ไทยเป็นจุดหมายยอดนิยมของคู่รัก LGBTQIA+ ทั่วโลกในการแต่งงาน

 

สำหรับธุรกิจท่องเที่ยวและร้านอาหาร การมีกฎหมายสมรสเท่าเทียมจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่ม LGBTQIA+ ในการเดินทางมาท่องเที่ยวยังประเทศไทยที่เป็นจุดหมายการเดินทางที่เป็นมิตร โดยข้อมูลจาก World Travel & Tourism Council ระบุว่า สัดส่วนของกลุ่มนักท่องเที่ยว LGBTQIA+ คิดเป็น 10% ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก และค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้คิดเป็น 16% ของค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวทั้งหมด หรือคิดเป็นประมาณ 1.95 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ซึ่งนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ถือว่าเป็นนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง ชอบเดินทางท่องเที่ยว สัมผัสประสบการณ์ที่หลากหลาย ดังนั้นการมีกฎหมายที่รองรับและสภาพสังคมที่เป็นมิตรจะแสดงถึงการยอมรับและให้เกียรติกลุ่ม LGBTQIA+ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้รู้สึกปลอดภัยและสนใจเดินทางมาท่องเที่ยวในไทยมากขึ้น

 

บรรยากาศงาน Pride Month ที่จัดขึ้นในประเทศไทย

บรรยากาศงาน Pride Month ที่จัดขึ้นในประเทศไทย

 

หนุนธุรกิจประกันภัย-การเงินโตเด่น

 

ธุรกิจประกันภัยและธุรกิจบริการทางการเงินเป็นอีกธุรกิจบริการที่จะเติบโตมากขึ้น กฎหมายสมรสเท่าเทียมสนับสนุนให้คู่รักหลากหลายเพศได้รับสิทธิในการดูแลชีวิตของคู่รัก สิทธิในการดูแลจัดการทรัพย์สินของคู่สมรส การเป็นตัวแทนทางกฎหมาย และการสามารถรับมรดกจากคู่สมรสได้ ทำให้คู่รัก LGBTQIA+ สามารถทำประกันชีวิตให้กันและสามารถเป็นผู้รับผลประโยชน์ หรือสร้างความมั่นคงในฐานะครอบครัว เช่น การกู้เงินเพื่อซื้อบ้านร่วมกัน การถือกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินร่วมกัน ซึ่งการได้รับการรับรองจากรัฐจะช่วยสร้างความเชื่อถือให้กับธุรกิจประกันภัยและธุรกิจบริการทางการเงินได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจดังกล่าวมีแนวโน้มเติบโตจากความต้องการในการทำประกันภัยหรือการร่วมสร้างครอบครัวหรือธุรกิจร่วมกับคู่รัก

 

นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสการเติบโตของธุรกิจอื่นๆ เฉพาะกลุ่ม เช่น ธุรกิจการให้คำปรึกษาและการวางแผนครอบครัวสำหรับคู่รักหลากหลายเพศ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความบันเทิงและนันทนาการ

 

โอกาสขยายตลาดซีรีส์วาย

 

โดยเฉพาะซีรีส์วาย ซึ่งสร้างรายได้ให้กับไทยเป็นอย่างมาก และยังสามารถสอดแทรกวัฒนธรรม สินค้า และบริการ ของไทยได้เป็นอย่างดี ทำให้ไทยเป็นที่รู้จักในตลาดโลก รวมถึงโอกาสในการเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลกอย่าง World Pride ซึ่งจะสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของไทยในระดับสากล และก่อให้เกิดรายได้ในธุรกิจท่องเที่ยวและบริการที่เกี่ยวข้องของไทยได้อย่างมหาศาล

 

กฎหมายสมรสเท่าเทียมนี้จะมีส่วนสำคัญในการสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจให้กับไทย และมีส่วนเสริมในการผลักดันเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะภาคบริการให้เติบโตอย่างเต็มศักยภาพ ซึ่งกลุ่ม LGBTQIA+ เป็นกลุ่มผู้บริโภคศักยภาพที่มีกำลังซื้อสูง ไทยสามารถใช้โอกาสนี้ในการพัฒนาภาคบริการของไทย เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่าง และยกระดับความสามารถในการแข่งขันของภาคบริการไทยผ่านตลาดกลุ่มผู้บริโภค LGBTQIA+ มากขึ้น

 

Agoda ประเมิน สมรสเท่าเทียมกระตุ้น GDP เพิ่มขึ้น 0.3%

 

ภาพ: Agoda

ภาพ: Agoda

 

ด้าน Agoda ออกรายงานในหัวข้อ ‘ผลกระทบด้านเศรษฐกิจของสมรสเท่าเทียมต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย’ ระบุว่า คาดว่าการประกาศใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมในไทยน่าจะก่อให้เกิดประโยชน์ภายในระยะเวลา 2 ปี ดังนี้

 

  • นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น 4 ล้านคนต่อปี โดยเพิ่มขึ้นประมาณ 10% จากปกติ
  • ผลักดันค่าใช้จ่ายการท่องเที่ยวมากกว่า 6.7 หมื่นล้านบาท (2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในแต่ละปี
  • สนับสนุนงานเทียบเท่าเต็มเวลา (FTE) ภายในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จำนวน 76,000 ตำแหน่งงานในแต่ละปี
  • กระตุ้น GDP เพิ่มขึ้น 0.3% และสนับสนุนงานเทียบเท่าเต็มเวลาอื่นๆ อีกจำนวน 76,000 ตำแหน่งงานในเศรษฐกิจวงกว้างของไทย

 

นอกจากนี้ ไทยเป็นประเทศที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นดินแดนที่เป็นมิตรสำหรับ ชุมชน LGBTQIA+ ยอมรับความหลากหลายทางเพศอย่างกว้างขวางในหมู่ประชาชนทั่วไป ทำไทยมีจุดยืนในฐานะผู้สนับสนุนความหลากหลายทางเพศ แนวคิดสมรสเท่าเทียมของไทยในครั้งนี้คาดว่าจะช่วยเสริมสร้างชื่อประเทศไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประกาศใช้กฎหมายฉบับนี้ คาดว่าจะส่งเสริมภาพลักษณ์ของไทยในฐานะที่เป็นจุดหมายที่เป็นมิตรกับทุกคน เป็นการสร้างโอกาสการท่องเที่ยวสีรุ้ง เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจไทย

 

ภาพ: Agoda, ณาฌารัฐ ภักดีอาสา / THE STANDARD

 

ภาพ: Agoda, ณาฌารัฐ ภักดีอาสา / THE STANDARD

 

อ้างอิง:

The post ‘สมรสเท่าเทียม’ อีกความหวังช่วยกระตุ้น GDP ไทยโตเพิ่ม 0.3% ต่อปีใน 2 ปี appeared first on THE STANDARD.

]]>
โยนดอกไม้ฉลองวิวาห์แห่งความหลากหลาย ส่งท้าย ‘วันสมรสเท่าเทียม’ https://thestandard.co/marriage-equality-day/ Thu, 23 Jan 2025 14:25:47 +0000 https://thestandard.co/?p=1033760

วันนี้ (23 มกราคม) ภายหลังเวลา 20.00 น. ปิดการรับจดทะเบ […]

The post โยนดอกไม้ฉลองวิวาห์แห่งความหลากหลาย ส่งท้าย ‘วันสมรสเท่าเทียม’ appeared first on THE STANDARD.

]]>

วันนี้ (23 มกราคม) ภายหลังเวลา 20.00 น. ปิดการรับจดทะเบียนสมรสคู่รัก LGBTQIA+ วันแรก ที่เริ่มมาตั้งแต่ช่วงเช้าในกิจกรรม ‘วันสมรสเท่าเทียม’ หรือ Marriage Equality Day จัดโดยนฤมิตไพรด์ ส่งท้ายด้วยการ ‘โยนดอกไม้’ สัญลักษณ์ในการเฉลิมฉลองพิธีวิวาห์จำลอง

 

ตัวแทนคู่สมรสที่จดทะเบียนไปแล้วในวันนี้ เปิดใจถึงความรู้สึกก่อนจะร่วมพิธีโยนดอกไม้ เป็นอันสิ้นสุดการฉลองความรักที่เท่าเทียม จากนั้นตามด้วยการสังสรรค์ และรับชมการแสดงจากหลากหลายศิลปิน เช่น พัดชา เอนกอายุวัฒน์, ปิงปอง-ศิรศักดิ์ อิทธิพลพาณิชย์, COPTER, SIN SINGULAR ตลอดจน ตุ๊กตา ท็อปไลน์ และ หมอลำไอดอล

 

สำหรับคู่รักที่ประสงค์จะจดทะเบียนสมรสต่อจากนี้ สามารถเดินทางไปยื่นคำร้องได้ที่สำนักเขต ที่ว่าการอำเภอ  สถานทูต และสถานกงสุลไทย โดยไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงภูมิลำเนาของคู่สมรส

 

The post โยนดอกไม้ฉลองวิวาห์แห่งความหลากหลาย ส่งท้าย ‘วันสมรสเท่าเทียม’ appeared first on THE STANDARD.

]]>