×

สตีเฟน ฮอว์คิง เป็นใคร

14.03.2018
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

3 Mins. Read
  • สตีเฟน ฮอว์คิง เกิดเมื่อวันที่ 8 มกราคม ปี 1942 ซึ่งตรงกับวันครบรอบ 300 ปีวันคล้ายวันเกิดของนักดาราศาสตร์ชาวอิตาเลียน กาลิเลโอ กาลิเลอี ผู้ใช้กล้องโทรทรรศน์ส่องสำรวจวัตถุบนท้องฟ้าจนค้นพบสิ่งต่างๆ มากมาย
  • ขณะที่ฮอว์คิงอายุ 21 ปี และกำลังศึกษาฟิสิกส์ด้านเอกภพวิทยาอยู่นั้น เขาได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Amyotrophic Lateral Sclerosis: ALS) ทำให้เขาเริ่มต้องใช้ชีวิตลำบากขึ้นเรื่อยๆ จนที่สุดต้องนั่งรถเข็นและใช้อุปกรณ์สังเคราะห์เสียงในการสื่อสาร
  • ในปี 1974 ฮอว์คิงเผยแพร่งานวิจัยที่ทำให้โลกฟิสิกส์สั่นสะเทือน เพราะเขาทำการคำนวณร่วมกับนักฟิสิกส์คนอื่นๆ แล้วพบว่าหลุมดำกลไกการแผ่รังสีจากอุณหภูมิ ซึ่งทุกวันนี้นักฟิสิกส์เรียกรังสีที่หลุมดำแผ่ออกมาว่า รังสีของฮอว์คิง (Hawking Radiation)

วันที่ 14 มีนาคม ปี 2018 เป็นวันคล้ายวันเกิดของนักฟิสิกส์อัจฉริยะอย่างอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ผมตื่นมาตอนเช้าและกำลังเตรียมเขียนเรื่องของไอน์สไตน์ แต่กลับได้ข่าวในช่วงสายๆ ว่าวันนี้เป็นวันที่นักฟิสิกส์ชาวอังกฤษผู้มีนามว่า สตีเฟน ฮอว์คิง (Stephen Hawking) เสียชีวิตแล้วในวัย 76 ปี ทำให้วันนี้ต้องมาเขียนเล่าเรื่องนักฟิสิกส์ผู้เป็นแรงบันดาลใจทั้งในแง่การวิจัยและการสู้ชีวิตแทน

 

ระหว่างที่หาข้อมูลก็พบเรื่องน่าทึ่งคือ สตีเฟน ฮอว์คิง เกิดเมื่อวันที่ 8 มกราคม ปี 1942 ซึ่งตรงกับวันครบรอบ 300 ปีวันคล้ายวันเสียชีวิตของนักดาราศาสตร์ชาวอิตาเลียน กาลิเลโอ กาลิเลอี ผู้ใช้กล้องโทรทรรศน์ส่องสำรวจวัตถุบนท้องฟ้าจนค้นพบสิ่งต่างๆ มากมาย

 

เรียกได้ว่าเป็นความบังเอิญของวันเกิดและวันเสียชีวิตที่น่าตกใจจริงๆ

 

ดังนั้นวันนี้เรามาทำความรู้จักอัจฉริยะคนหนึ่งที่โลกฟิสิกส์สูญเสียไปกันเถอะ

 

ในช่วงมัธยม ฮอว์คิงไม่ได้เรียนโดดเด่น แต่ก็ชอบประดิษฐ์ของต่างๆ ร่วมกับครูและเพื่อนๆ ต่อมาเขาตัดสินใจเข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ทว่าขณะที่ฮอว์คิงอายุ 21 ปี และกำลังศึกษาฟิสิกส์ด้านเอกภพวิทยาอยู่นั้น เขาได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Amyotrophic Lateral Sclerosis: ALS) หรืออีกชื่อคือ Lou Gehrig’s Disease ทำให้เขาเริ่มต้องใช้ชีวิตลำบากขึ้นเรื่อยๆ จนที่สุดต้องนั่งรถเข็นและใช้อุปกรณ์สังเคราะห์เสียงในการสื่อสาร

 

ในปี 1974 ฮอว์คิงเผยแพร่งานวิจัยที่ทำให้โลกฟิสิกส์สั่นสะเทือน เพราะเขาทำการคำนวณร่วมกับนักฟิสิกส์คนอื่นๆ แล้วพบว่าหลุมดำมีอุณหภูมิค่าหนึ่งด้วย โดยหลุมดำยิ่งมีมวลมากก็ยิ่งมีอุณหภูมิต่ำ

 

นักฟิสิกส์รู้มานานแล้วว่าวัตถุใดๆ ที่มีอุณหภูมิมากกว่าศูนย์สัมบูรณ์ (−273.15°C) จะมีการแผ่รังสีออกมาเสมอ ในตอนนั้นฮอว์คิงเสนอว่าหลุมดำก็ควรจะมีการแผ่รังสีออกมาเนื่องจากอุณหภูมิของมันเช่นกัน

 

แต่การแผ่รังสีของหลุมดำดูเป็นเรื่องที่ขัดแย้งกับธรรมชาติของหลุมดำที่ไม่มีสิ่งใดหลุดออกมาจากภายในหลุมดำได้

 

ฮอว์คิงสามารถอธิบายกลไกการแผ่รังสีของหลุมดำได้อย่างสมเหตุสมผล ซึ่งทุกวันนี้นักฟิสิกส์เรียกรังสีที่หลุมดำแผ่ออกมาว่า รังสีของฮอว์คิง (Hawking Radiation) แต่กลไกการแผ่รังสีของหลุมดำนั้นเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและเข้าใจได้ค่อนข้างยากมากๆ

 

ผมเองประทับใจกับผลงานของฮอว์คิง จึงศึกษาเรื่องนี้และทำโปรเจกต์เล็กๆ เกี่ยวกับการแผ่รังสีของฮอว์คิงตอนที่ผมเรียนด้านฟิสิกส์ในระดับปริญญาตรีด้วย

 

จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีใครยืนยันและตรวจจับรังสีของฮอว์คิงจากหลุมดำได้ แต่นักฟิสิกส์หลายคนเห็นพ้องต้องกันว่าถ้ามีการตรวจจับรังสีจากหลุมดำได้ ฮอว์คิงก็น่าจะได้รับรางวัลโนเบลอย่างไม่ต้องสงสัย

 

ในด้านการทำงาน ฮอว์คิงเคยได้รับตำแหน่งศาตราจารย์ลูเคเชียนด้านคณิตศาสตร์ (Lucasian Professor of Mathematics) ของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ซึ่งเป็นตำแหน่งอันทรงเกียรติที่ เซอร์ ไอแซก นิวตัน เคยได้รับด้วย

 

หนังสือขายดีที่สุดทั่วโลกของฮอว์คิงและเป็นหนังสือที่สร้างปรากฏการณ์แห่งยุคมีชื่อว่า ประวัติย่อของเวลา (A Brief History of Time) ได้รับการแปลมากกว่า 35 ภาษาทั่วโลก รวมทั้งภาษาไทย

 

ต่อมาเขาเขียนหนังสือ The Universe in a Nutshell (2001) ซึ่งมีการใช้รูปภาพอธิบายขยายความเนื้อหาที่เคยกล่าวไว้ในหนังสือ A Brief History of Time ให้เข้าใจง่ายขึ้น แน่นอนว่าหนังสือเล่มนั้นก็ติดอันดับหนังสือขายดี

 

ผมเชื่อว่าหนังสือ ประวัติย่อของเวลา ได้สร้างนักฟิสิกส์และทำให้คนทั่วไปหลายคนสนใจฟิสิกส์เพิ่มขึ้นอย่างมากมาย แม้อ่านแล้วจะไม่ได้เข้าใจเนื้อหาทั้งหมดก็ตาม อย่างน้อยๆ ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้ตอนเรียนมัธยมปลายแล้วรู้สึกสนใจเอกภพและธรรมชาติของกาลเวลาจนเลือกเรียนต่อด้านฟิสิกส์

 

ชีวิตของฮอว์คิงถูกนำไปดัดแปลงสร้างเป็นภาพยนตร์ในปี 2014 เรื่อง The Theory of Everything

 

นอกจากนี้ฮอว์คิงยังเป็นเพื่อนกับนักฟิสิกส์ชื่อ คิป ธอร์น ผู้ร่วมเขียนบทภาพยนตร์เรื่อง Interstellar และเป็นผู้ที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์จากการตรวจจับคลื่นความโน้มถ่วงด้วย

 

แม้ว่า สตีเฟน ฮอว์คิง จะจากโลกใบนี้ไปแล้ว

 

แต่งานวิจัยของเขายังคงส่งแรงกระเพื่อมในโลกฟิสิกส์อย่างรุนแรง เพราะทุกวันนี้นักฟิสิกส์ทั่วโลกพยายามไขปริศนาเรื่องการแผ่รังสีและข้อมูลสูญหายในหลุมดำกันอยู่ กล่าวได้ว่าทั้งหนังสือ งานวิจัย และการใช้ชีวิตของเขาได้กลายเป็นมรดกทางสติปัญญาให้กับมนุษยชาติตลอดไป

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories