×

ภารกิจหาบ้านใหม่ให้มวลมนุษยชาติของ TESS กล้องโทรทรรศน์สำรวจดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ

20.04.2018
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

2 Mins. Read
  • องค์การนาซา (NASA) ได้ส่งกล้องโทรทรรศน์อวกาศตัวใหม่ขึ้นสู่ห้วงอวกาศโดยมีเป้าหมายคือการค้นหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ (Exoplanet) จากบรรดาดาวฤกษ์สว่างที่อยู่ไม่ไกลจากโลกมนุษย์มากนัก
  • “TESS ได้รับการติดตั้งกล้องโทรทรรศน์ที่ไวต่อการรับภาพมากๆ ถึงสี่ตัว ซึ่งจะทำให้มันสำรวจฟากฟ้าได้เกือบทั้งผืนเลยทีเดียว” จอร์จ ริกเกอร์ (George Ricker) หัวหน้าโครงการจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์กล่าวด้วยความมั่นใจ
  • ทีมวิทยาศาสตร์คาดว่า TESS จะทำให้มนุษย์รู้จักดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะดวงใหม่อีกกว่า 3,000 ดวง ซึ่งจะเน้นไปที่ดาวเคราะห์ที่มีขนาดใกล้เคียงกับโลกรวมถึงโคจรอยู่ในระยะไม่ใกล้ไม่ไกลจากดาวฤกษ์จนเกินไปนัก

ความใฝ่ฝันที่จะย้ายไปอยู่ดาวดวงใหม่ของมนุษยชาติกำลังจะเข้าใกล้ความจริงมากขึ้นอีกเล็กน้อย เมื่อองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐอเมริกาหรือที่รู้จักกันดีในชื่อองค์การนาซา (NASA) ได้ส่งกล้องโทรทรรศน์อวกาศตัวใหม่ขึ้นสู่ห้วงอวกาศโดยมีเป้าหมายคือการค้นหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ (Exoplanet) จากบรรดาดาวฤกษ์สว่างที่อยู่ไม่ไกลจากโลกมนุษย์มากนัก

 

กล้องโทรทรรศน์อวกาศนี้มีชื่อว่า Transiting Exoplanet Survey Satellite หรือ TESS ซึ่งจะทำหน้าที่มองหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะด้วยการสังเกตปรากฏการณ์ดาวเคราะห์ผ่านหน้าดาวฤกษ์ (Transit) ซึ่งจะทำให้แสงจากดาวฤกษ์หรี่ลงเล็กน้อย และเมื่อตรวจจับแล้วจะส่งสัญญาณมายังพื้นโลกให้นักดาราศาสตร์จะได้ติดตามตรวจสอบกันต่อไปด้วยกล้องโทรทรรศน์ภาคพื้นดิน (รวมถึงกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์เวบบ์ที่จะส่งขึ้นไปสมทบในปี ค.ศ. 2020)

 

 

เมื่อเก็บข้อมูลแล้วทีมนักฟิสิกส์ดาราศาสตร์จะวิเคราะห์สเปกตรัมของดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะในขณะที่มันเคลื่อนที่ผ่านหน้าดาวฤกษ์ดวงแม่ของมัน ซึ่งจะเผยข้อมูลในแง่ส่วนประกอบทางเคมีของชั้นบรรยากาศที่ปกคลุมดาวเคราะห์ดวงนั้นๆ ได้

 

ก่อนหน้านี้องค์การนาซามีอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่นี้อยู่แล้ว นั่นก็คือกล้องโทรทรรศน์อวกาศเคปเลอร์ (Kepler Space Telescope) ซึ่งเริ่มงานมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2009 และค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะไปแล้วกว่า 2,650 ดวงที่อยู่ในระยะหลายร้อยปีแสงจนถึงหนึ่งพันปีแสงจากโลก แต่ TESS จะก้าวไปได้ไกลกว่านั้นในแง่ปริมาณและความหวังที่มอบให้กับมนุษยชาติ

 

 

“TESS ได้รับการติดตั้งกล้องโทรทรรศน์ที่ไวต่อการรับภาพมากๆ ถึงสี่ตัว ซึ่งจะทำให้มันสำรวจฟากฟ้าได้เกือบทั้งผืนเลยทีเดียว” จอร์จ ริกเกอร์ (George Ricker) หัวหน้าโครงการจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์กล่าวด้วยความมั่นใจ

 

กล้องแต่ละตัวที่ติดไปกับ TESS จะถ่ายภาพกินพื้นที่ 24 องศาในแนวตั้งและแนวนอน เมื่อผนวกกำลังของกล้องทั้งสี่ตัวเข้าด้วยกัน TESS จะถ่ายภาพในแนวตั้งได้กว้างถึง 96 องศา เหมือนเรากำลังดูดาวในท้องฟ้าโล่งๆ จากเส้นขอบฟ้าแล้วกวาดสายตาจนแหงนไปจรดจุดที่อยู่เหนือศีรษะเลยทีเดียว

 

 

แถมกล้องดังกล่าวจะเลื่อนเปลี่ยนตำแหน่งไปทุกๆ 27 วัน เมื่อผ่านไปสองปี อาณาเขตการสำรวจอวกาศของ TESS จะครอบคลุมพื้นที่กว่า 85% ของท้องฟ้าทั้งหมดที่มนุษย์มองออกไปจากโลก!

 

ที่น่าสนใจคือ วงโคจรของกล้องโทรทรรศน์อวกาศนี้เป็นวงรีมาก โดยที่ TESS จะอยู่ห่างจากโลกมากที่สุดที่ระยะ 373,000 กิโลเมตร และจะเฉียดเข้าใกล้โลกมากที่สุดที่ 108,000 กิโลเมตร ซึ่งช่วงนี้นี่เองที่มันจะสามารถส่งข้อมูลติดต่อกับทีมนักวิทยาศาสตร์ที่ประจำอยู่ภาคพื้นได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

 

นอกจากนี้วงโคจรของ TESS นั้นถือว่าเสถียรมาก มันจะได้รับรังสีในปริมาณต่ำและมีอุณหภูมิแปรผันไปไม่มาก ซึ่งส่งผลดีอย่างยิ่งต่ออุปกรณ์ต่างๆ

 

 

นับจากนี้ไปอีกราวๆ หนึ่งเดือน ในวันที่ 17 พฤษภาคม มันจะบินเฉียดดวงจันทร์เพื่ออาศัยแรงโน้มถ่วงจากบริวารของโลกเราดีดตัวออกไปสู่วงโคจรที่กว้างขึ้นและทำมุม 40 องศาเมื่อเทียบกับระนาบที่ดวงจันทร์โคจรรอบโลก ในที่สุดช่วงกลางเดือนมิถุนายน TESS จะเข้าสู่วงโคจรรอบโลกทุกๆ 13.7 วัน ซึ่งทีมนักวิทยาศาสตร์คำนวณแล้วว่าเป็นจังหวะเวลาอันประจวบเหมาะที่มันจะได้รับแรงโน้มถ่วงเสริมจากดวงจันทร์ในการล่องลอยอยู่ในวงโคจรนี้ไปได้อีกนาน

 

ย้ำอีกครั้งว่า ภารกิจของ TESS คือการสำรวจแสงจากดาวฤกษ์กว่า 500,000 ดวง โดยที่ทีมนักวิทยาศาสตร์เลือกสำรวจดาวฤกษ์ที่สุกสว่างกว่าที่กล้องโทรทรรศน์อวกาศเคปเลอร์เคยสังเกต 30-100 เท่า และอยู่ใกล้โลกมากกว่า ทำให้การติดตามเพื่อสังเกตต่อไปในอนาคตทำได้ง่ายกว่า

 

ทีมวิทยาศาสตร์คาดว่า TESS จะทำให้มนุษย์รู้จักดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะดวงใหม่อีกกว่า 3,000 ดวง ซึ่งจะเน้นไปที่ดาวเคราะห์ที่มีขนาดใกล้เคียงกับโลกรวมถึงโคจรอยู่ในระยะไม่ใกล้ไม่ไกลจากดาวฤกษ์จนเกินไปนัก

 

แน่นอนว่าทีมนักวิทยาศาสตร์มองหาร่องรอยธาตุและสารประกอบแห่งชีวิต เช่น มีเทน ออกซิเจน และน้ำ ฯลฯ

 

 

อีกหนึ่งปัจจัยความสำเร็จที่ขาดไปไม่ได้คือบริษัท SpaceX ที่ก่อตั้งโดยอีลอน มัสก์ (Elon Musk) ซึ่งองค์การนาซาได้ใช้บริการจรวดแบบใช้ซ้ำได้ ‘Falcon 9’ ในการขนส่งดาวเทียม TESS ขึ้นสู่อวกาศโดยการยิงจรวดเกิดขึ้นที่แหลมคะแนเวอรัล (Canaveral Cape) รัฐฟลอริดา ในเวลา 18.51 น. ตามเวลาท้องถิ่น ใช้เวลา 49 นาทีในการนำกล้องโทรทรรศน์อวกาศขึ้นสู่วงโคจร หลังจากปล่อยไปเพียง 9 นาที จรวด Falcon 9 ท่อนแรกก็ร่อนลงสู่ฐานจอดกลางมหาสมุทรแอตแลนติกอย่างปลอดภัย

 

ในอีกสองปีข้างหน้า มนุษยชาติจะรู้จักดาวเคราะห์ดวงใหม่เพิ่มขึ้นมาอีกหลายพันดวง ไม่แน่ว่าหนึ่งในนั้นอาจเป็นบ้านหลังต่อไปของลูกหลานเราก็ได้

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories