Menu

จับตา 7 ปรากฏการณ์ทางวิทยาศาสตร์ที่พลาดไม่ได้ในปี 2018

28.12.2017
  • LOADING...
  • 278

HIGHLIGHTS

4 Mins. Read
  • จันทรุปราคา เครื่องตรวจจับคลื่นความโน้มถ่วงแห่งใหม่ การสำรวจดาวอังคารเพื่อตั้งอาณานิคม ยิงกระสุนใส่ดาวเคราะห์น้อย เตรียมจับตา 7 ปรากฏการณ์ทางวิทยาศาสตร์ที่จะเกิดขึ้นในปี 2018

ปี 2018 ที่กำลังจะมาถึงนี้ ความก้าวหน้าในแวดวงวิทยาศาสตร์คงจะเกิดขึ้นมากมายไม่แพ้ปีที่ผ่านมา หลายเรื่องเป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้ว่าจะมีการค้นพบ แต่หลายเรื่องก็ถูกวางแผนและทำนายไว้แล้วว่าจะเกิดขึ้น


ส่วนจะมีเรื่องอะไรบ้าง ลองไปดูกันเลย

 

 

1. ปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวง

วันที่ 31 มกราคม เวลาราวๆ สองทุ่มครึ่ง


เตรียมตัวชมปรากฏการณ์จันทรุปราคาเต็มดวง ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เงาของโลกพาดผ่านไปยังดวงจันทร์ ทำให้เราเห็นดวงจันทร์ค่อยๆ มืดลงๆ ในขณะที่เกิดการบังมากที่สุด ดวงจันทร์จะไม่มืด แต่ปรากฏเป็นสีแดงอิฐ เนื่องจากแสงอาทิตย์หักเหผ่านชั้นบรรยากาศของโลกไปยังดวงจันทร์


ถ้าพลาดชมในครั้งนี้สามารถรอชมได้อีกครั้งในวันที่ 28 กรกฎาคมปีเดียวกัน แต่เป็นเวลาตีสามครึ่ง ซึ่งต้องตื่นเช้ามาก แถมต้องลุ้นอีกว่าในช่วงนั้นจะมีเมฆฝนหรือไม่


แนะนำให้รีบหาเวลาชมเสียตั้งแต่เดือนมกราคมเสียเลย

 

 

2. การทดลองเบลล์ เฟส 2 (Belle II Experiment) เริ่มเดินเครื่อง

ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ จะมีการทดลองด้านฟิสิกส์อนุภาคที่เรียกว่า Belle II Experiment ที่ประเทศญี่ปุ่น การทดลองนี้ดำเนินการโดยองค์กรวิจัยเครื่องเร่งอนุภาคสำหรับฟิสิกส์พลังงานสูง (High Energy Accelerator Research Organization) ที่มุ่งเน้นศึกษาธรรมชาติของอนุภาคเล็กๆ เพื่อเติมเต็มความเข้าใจฟิสิกส์พื้นฐาน งานวิจัยที่ผ่านมาที่เกิดจากการทดลองในช่วงแรกนั้นมีมากมาย และในครั้งนี้อุปกรณ์ต่างๆ เช่น ตัวตรวจจับ ได้ถูกอัพเกรดขึ้น


ไม่แน่ว่าในปี 2018 นี้อาจมีการตรวจพบสัญญาณใหม่ๆ ที่นำไปสู่กุญแจความเข้าใจเรื่องลึกลับในฟิสิกส์อย่าง สสารมืด ปฏิสสาร และปรากฏการณ์อื่นๆ ได้มากขึ้น

 

 

3. KAGRA เครื่องตรวจจับคลื่นความโน้มถ่วงแห่งใหม่เปิดใช้งาน

KAGRA (Kamioka Gravitational Wave Detector) เป็นเครื่องตรวจจับคลื่นความโน้มถ่วงของสถาบันวิจัยรังสีคอสมิก (Institute for Cosmic Ray Research) แห่งมหาวิทยาลัยโตเกียว


อุปกรณ์นี้มีลักษณะเป็นท่อรูปตัว L ยาวด้านละ 3 กิโลเมตร ถูกติดตั้งไว้ใต้ดิน ใช้หลักการตรวจจับคลื่นความโน้มถ่วงอย่างเดียวกับ LIGO ความยาวของท่อและปัจจัยอื่นๆ ถูกออกแบบมาเพื่อตรวจจับคลื่นความโน้มถ่วงที่มาจากดาวนิวตรอนชนกัน


โครงการนี้เลื่อนการเปิดใช้งานมาหลายครั้งแล้ว หวังว่าในปี 2018 นี้ KAGRA จะพร้อมใช้งานตามกำหนดการล่าสุด และนำมาซึ่งการค้นพบใหม่ๆ ไม่แพ้เครื่องตรวจจับรุ่นพี่อย่าง LIGO ของสหรัฐอเมริกา และ VIRGO ของยุโรป

 

 

4. การส่งยานอวกาศ InSight และการลงจอด

วันที่ 5 พฤษภาคม องค์การนาซาจะส่งยานอวกาศ InSight ไปสำรวจดาวอังคาร โดยมีกำหนดการลงจอดบนดาวอังคารในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2018 เมื่อลงจอดแล้วจะทำการเจาะพื้นผิวดาวอังคารลึกราว 5 เมตร เพื่อวัดอุณหภูมิและเก็บข้อมูลทางธรณีวิทยา


นอกจากนี้ยังทำการตรวจวัดการสั่นสะเทือนของพื้นผิวดาวอังคารด้วยความละเอียดสูง (การสั่นไหวเพียงครึ่งหนึ่งของรัศมีอะตอมไฮโดรเจนก็สามารถตรวจจับได้) เพื่อศึกษาแผ่นดินไหวบนดาวอังคาร (Marsquakes), อัตราการพุ่งชนของอุกกาบาต, การเลื่อนตัวของแผ่นดินบนดาวอังคาร


แผนการเดินทางไปตั้งอาณานิคมบนดาวอังคารน่าจะได้ประโยชน์จากภารกิจนี้อย่างมาก

 

5. ยานอวกาศฮายาบุสะ 2 (Hayabusa 2) และยานอวกาศไอไซริส-เร็กซ์ (OSIRIS-REx) เดินทางถึงเป้าหมาย

เดือนกรกฎาคมปีนี้ ยานอวกาศฮายาบุสะ 2 ขององค์การอวกาศ JAXA ประเทศญี่ปุ่นจะเดินทางถึงดาวเคราะห์น้อยริวกุ (162173 Ryugu) จากนั้นจะทำการยิงกระสุนระเบิดลงสู่ดาวเคราะห์น้อยเพื่อให้ผิวดาวแตกกระจายขึ้นมาจนยานอวกาศสามารถโฉบเก็บตัวอย่างสสารดาวเคราะห์น้อยเพื่อนำกลับมายังโลก


ไม่ต้องกังวลไปว่ากระสุนระเบิดจะทำลายดาวเคราะห์น้อยให้หายไปจากระบบสุริยะ เพราะดาวเคราะห์น้อยดวงนี้มีเส้นผ่านศูนย์กลางเกือบ 1 กิโลเมตร ซึ่งระเบิดไม่ได้รุนแรงพอจะทำลายมันได้


จากนั้นในเดือนสิงหาคม ยานอวกาศโอไซริส-เร็กซ์ขององค์การนาซาจะเดินทางไปถึงดาวเคราะห์น้อยเบนนู (101955 Bennu) แล้วทำการเก็บตัวอย่างสสารจากดาวเคราะห์น้อยดวงนี้เช่นกัน


กำหนดการเดินทางมาถึงโลกของยานฮายาบุสะ 2 คือปลายปี 2020 ส่วนยานโอไซริส-เร็กซ์จะถึงโลกกลางปี 2023


คราวนี้เราจะได้รู้ชัดกันเสียทีว่าดาวเคราะห์น้อยที่มีอยู่มากมายในระบบสุริยะที่นักลงทุนหลายคนหวังจะส่งยานไปทำเหมืองที่นั่นเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าแค่ไหน

 

6. กล้องโทรทรรศน์อีเวนต์ฮอไรซัน (Event Horizon Telescope) เตรียมเผยภาพหลุมดำ

ทีมนักดาราศาสตร์ใช้เวลานานนับ 20 ปีในการเชื่อมต่อกล้องโทรทรรศน์วิทยุจำนวนมากจากที่ขั้วโลกใต้ ฮาวาย อเมริกา และยุโรป ให้ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งติดตั้งนาฬิกาอะตอมที่มีความแม่นยำสูง เพื่อให้ทราบว่าข้อมูลแต่ละส่วนเก็บที่เวลาใด ผลลัพธ์ที่ได้คือเครือข่ายกล้องโทรทรรศน์ที่มีขนาดใหญ่ชื่อว่า อีเวนต์ฮอไรซัน เปิดใช้งานไปเมื่อเดือนเมษายน ปี 2017 ที่ผ่านมานี้


นักดาราศาสตร์วางแผนจะใช้กล้องโทรทรรศน์อีเวนต์ฮอไรซันสังเกตการณ์หลุมดำมวลยิ่งยวดที่มีมวล 4 ล้านเท่าของมวลดวงอาทิตย์ โดยหลุมดำดวงนี้อยู่ที่ใจกลางกาแล็กซีทางช้างเผือกของเรา ซึ่งตามแผนแล้ว ในปี 2018 น่าจะมีข่าวคราวออกมาว่าข้อมูลที่เก็บได้เป็นอย่างไรบ้าง

 

 

7. การส่งยานปาร์กเกอร์โซลาร์โพรบ (Parker Solar Probe)

ระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม ถึง 19 สิงหาคม เป็นช่วงที่องค์การนาซาจะส่งยานอวกาศชื่อ ปาร์กเกอร์โซลาร์โพรบ ไปสู่ดวงอาทิตย์ เพื่อศึกษาบรรยากาศชั้นโคโรนาและสภาพโดยรอบ เนื่องจากนักฟิสิกส์ยังไม่มีคำตอบชัดเจนว่าเหตุใดบรรยากาศชั้นโคโรนาของดวงอาทิตย์จึงร้อนกว่าผิวดวงอาทิตย์ นอกจากนี้นักฟิสิกส์ยังพบว่า ลมสุริยะซึ่งเป็นอนุภาคมีประจุไฟฟ้าปริมาณมหาศาลที่พุ่งออกมาจากดวงอาทิตย์อยู่ตลอดเวลานั้น บางส่วนมีการเร่งความเร็วขึ้นอย่างเป็นปริศนา (Solar Wind Acceleration)


ดังนั้นข้อมูลสภาพแวดล้อมรอบๆ ดวงอาทิตย์จะนำมาซึ่งการพัฒนาดาวเทียม พัฒนาส่วนป้องกันรังสีของเครื่องบินโดยสาร เพิ่มความปลอดภัยให้กับนักบินอวกาศ รวมทั้งปรับปรุงโครงสร้างที่เกี่ยวกับโรงไฟฟ้าให้มีความปลอดภัยยิ่งขึ้น


ความรู้พื้นฐานที่ยานอวกาศลำนี้ได้มาน่าจะช่วยให้ในอนาคตอันใกล้ เราอาจมีระบบป้องกันดาวเทียมจากลมสุริยะได้ดี และในอนาคตระยะไกล มนุษย์เราคงสบายใจที่จะเดินทางไปในอวกาศได้อย่างปลอดภัย


  • LOADING...
  • 278
READ MORE
FOLLOW US