×

เซลล์ iPS ความหวังใหม่ของการรักษาโรคพาร์กินสัน

07.09.2017
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

5 Mins. Read
  • ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น นำโดย จุน ทากาฮาชิ ประกาศความก้าวหน้าครั้งสำคัญในวงการแพทย์ผ่านวารสาร Nature ว่าด้วยความคืบหน้าของการรักษาโรคพาร์กินสันด้วยเซลล์ iPS ซึ่งเป็นเซลล์ต้นกำเนิดที่กลายสภาพไปเป็นเซลล์ชนิดอื่นได้เกือบทั้งหมดจากการชักนำ (Induced Pluripotent Stem Cell)
  • ทากาฮาชิหวังว่าเขาจะสามารถเริ่มต้นการทดลองทางคลินิกกับผู้ป่วยจริงได้ในปลายปีหน้า ซึ่งจะเป็นการทดสอบประสิทธิภาพของเซลล์ iPS กับโรคพาร์กินสันเป็นครั้งแรกของโลก
  • นอกเหนือไปจากแนวทางของทีมวิจัยที่ญี่ปุ่นแล้ว นักวิจัยชั้นแนวหน้าด้านเซลล์ต้นกำเนิดต่างก็กำลังสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ ให้แก่โลกอย่างขะมักเขม้น

     วันที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น นำโดย จุน ทากาฮาชิ (Jun Takahashi) ประกาศความก้าวหน้าครั้งสำคัญในวงการแพทย์ผ่านวารสาร Nature ว่าด้วยความคืบหน้าของการรักษาโรคพาร์กินสันด้วยเซลล์ iPS ซึ่งเป็นเซลล์ต้นกำเนิดที่กลายสภาพไปเป็นเซลล์ชนิดอื่นได้เกือบทั้งหมดจากการชักนำ (Induced Pluripotent Stem Cell)

     โรคพาร์กินสันมีสาเหตุมาจากเซลล์ประสาทกลุ่มหนึ่งในสมองส่วนกลางที่ทำหน้าที่ผลิตสารสื่อประสาทโดพามีน (Dopamine) เสื่อมสภาพไป โดพามีนจากบริเวณดังกล่าวช่วยควบคุมการเคลื่อนไหวให้เป็นไปโดยราบรื่น ดังนั้นผู้ป่วยโรคพาร์กินสันจะมีอาการผิดปกติทางการเคลื่อนไหวหลักๆ 4 ประการคือ เคลื่อนไหวช้า สูญเสียการทรงตัว เคลื่อนไหวลำบากเนื่องจากกล้ามเนื้อแข็งเกร็ง และร่างกายมีอาการสั่น

     การรักษาแบบดั้งเดิมที่ปฏิบัติกันมาตั้งแต่ 50 ปีก่อนคือการรับยาแอลโดปา (l-DOPA) เพื่อปรับโดพามีนให้เข้าสู่ระดับปกติ แต่ก็มีผลข้างเคียงสูง เช่น ทำให้ความดันต่ำ หัวใจเต้นผิดจังหวะ คลื่นไส้ อารมณ์แปรปรวน เป็นต้น และหากใช้ยาไปนานๆ ก็จะไปรบกวนสมดุลสารเคมีในสมองจนทำให้เคลื่อนไหวร่างกายได้แย่ลงไปอีก

 

เซลล์ประสาทกลุ่มหนึ่งในสมองส่วนกลางที่ทำหน้าที่ผลิตสารสื่อประสาทโดพามีน (Dopamine)

 

     ก่อนที่โลกจะเข้าสู่ยุคมิลเลนเนียม เทคโนโลยีการผ่าตัดฝังขั้วไฟฟ้าเพื่อกระตุ้นสมองส่วนลึก (Deep Brain Stimulation) เป็นความหวังให้กับผู้ป่วยพาร์กินสัน ประสาทศัลยแพทย์จะผ่าสมองของผู้ป่วยเพื่อฝังขั้วไฟฟ้าลงไปในเนื้อสมองส่วนที่เคยได้รับโดพามีนจากสมองส่วนกลาง แล้วต่อสายมายังเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าที่จะถูกฝังอยู่บริเวณหน้าอก วิธีการนี้มักใช้กับผู้ป่วยที่มีอาการหนักและไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยา อย่างไรก็ดี ผู้ป่วยต้องเข้ารับการผ่าตัดเพื่อเปลี่ยนแบตเตอรีทุกๆ 3-5 ปี

     กล่าวได้ว่าการบำบัดเยียวยาในตอนนี้ยังไม่สมบูรณ์แบบและเต็มไปด้วยปัญหา แต่ความก้าวหน้าทางวิทยาการด้านเซลล์ต้นกำเนิดได้จุดประกายความหวังที่จะรักษาโรคพาร์กินสันให้หายขาดเป็นจริงขึ้นมาได้ เพราะมันคือหนทางเดียวในตอนนี้ที่สามารถฟื้นฟูเซลล์ประสาทในสมองส่วนกลางให้กลับมาทำงานใหม่ได้อีกครั้ง

     เซลล์ต้นกำเนิด คือเซลล์ที่สามารถเพิ่มจำนวนและเปลี่ยนแปลงตัวเองไปเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่จำเพาะได้ เซลล์ต้นกำเนิดที่พบในมนุษย์ที่โตเต็มวัยจะให้กำเนิดเซลล์ได้ไม่กี่ประเภท ในขณะที่เซลล์ต้นกำเนิดที่พบในตัวอ่อนนั้นสามารถเปลี่ยนแปลงไปเป็นเซลล์ประเภทอื่นๆ ได้หลากหลายกว่ามาก รวมถึงเซลล์ประสาทด้วย

     แต่คงไม่ดีแน่ ถ้าเราต้องสร้างตัวอ่อนมนุษย์ขึ้นมาเป็นจำนวนมากแล้วทำให้ตายไปเพียงเพื่อนำเซลล์มาใช้งาน

     ในปี 2006 คาซึโทชิ ทากาฮาชิ (Kazutoshi Takahashi) และชินยะ ยามานากะ (Shinya Yamanaka) สองนักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่น สามารถชักนำให้เซลล์ผิวหนังธรรมดาๆ ย้อนวัยกลับไปเป็นเซลล์ต้นกำเนิดอีกครั้ง พวกเขาพบว่ามันมีคุณสมบัติเหมือนเซลล์ต้นกำเนิดจากตัวอ่อน นั่นคือสามารถเปลี่ยนแปลงไปเป็นเซลล์ชนิดอื่นๆ ได้เกือบทุกส่วนของร่างกาย หรือที่เรียกว่า Pluripotent Stem Cell

     ในเวลาต่อมา เซลล์ต้นกำเนิดประเภทนี้ซึ่งสามารถถูกชักนำให้เกิดได้จากเซลล์อื่นๆ ที่โตเต็มที่แล้วในห้องทดลอง มันจึงถูกเรียกว่า Induced Pluripotent Stem Cell หรือเซลล์ iPS นั่นเอง ผลงานนี้เป็นการก้าวข้ามอุปสรรคด้านจริยธรรมที่เคยมีในการทำงานกับเซลล์จากตัวอ่อนครั้งสำคัญ ทำให้ยามานากะได้รับรางวัลโนเบลสาขาสรีรวิทยา หรือการแพทย์ ในปี 2012

 

 

     แล้วล่าสุด ทีมของจุน ทากาฮาชิ ค้นพบอะไร?

     ในปี 2015 ทีมวิจัยนี้นำเซลล์จากมนุษย์สุขภาพดี 6 ราย และผู้ป่วยโรคพาร์กินสันอีก 2 ราย มาทำเป็นเซลล์ iPS แล้วชักนำให้กลายสภาพไปเป็นเซลล์ต้นกำเนิดที่จะกลายไปเป็นเซลล์ประสาทสร้างโดพามีนได้ จากนั้นนำไปปลูกถ่ายให้กับสมองของลิงแสม ซึ่งเซลล์สร้างโดพามีนของพวกมันถูกทำลายด้วยสารพิษ

     เป็นเวลากว่า 1 ปีที่ทีมวิจัยนี้เฝ้าติดตามผลการรักษาด้วยเซลล์ iPS ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้เป็นที่น่าพอใจอย่างยิ่ง การเคลื่อนไหวของลิงในการทดลองนี้ดีขึ้นตามลำดับ ในเดือนที่ 12 ลิงที่ได้รับการปลูกถ่ายเซลล์ iPS มีอาการของโรคพาร์กินสันลดลงถึง 41% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนที่จะเข้ารับการรักษา ซึ่งให้ผลดีกว่าลิงที่ได้รับยาแอลโดปาเสียอีก

     ปัญหาคือการรักษาด้วยเซลล์ iPS ยังมีสิ่งที่ต้องคำนึงอีกอย่าง คือมันมีโอกาสที่ iPS จะแบ่งเซลล์มากผิดปกติจนเกิดเป็นก้อนเนื้ออันไม่พึงประสงค์ขึ้นมาได้ ทีมนักวิจัยจึงติดตามผลต่อเป็นเวลาอีก 1 ปี เพื่อยืนยันความปลอดภัยของเซลล์ iPS ที่ปลูกถ่ายเข้าไป

     การวิเคราะห์ภาพถ่ายจากการสแกนสมองด้วยเทคนิค MRI และ PET ยืนยันว่า ก้อนเซลล์ iPS โตขึ้นในช่วง 6-9 เดือนแรก หลังจากนั้นก็แทบไม่เพิ่มขนาดขึ้นอีก ส่วนผลที่ได้จากการวิเคราะห์ชิ้นเนื้อก็ไม่พบร่องรอยของการเกิดมะเร็งแต่อย่างใด จากนั้นเซลล์ที่ปลูกถ่ายเข้าไปก็เจริญไปเป็นเซลล์ที่สร้างโดพามีนและเชื่อมต่อกับเซลล์ประสาทส่วนอื่นๆ ในสมองลิงได้ตามปกติ และปฏิกิริยาการต่อต้านเนื้อเยื่อก็เกิดขึ้นไม่มาก หากได้รับยากดภูมิคุ้มกันในปริมาณที่เหมาะสม

     ทากาฮาชิหวังว่าเขาจะสามารถเริ่มต้นการทดลองทางคลินิกกับผู้ป่วยจริงได้ในปลายปีหน้า ซึ่งจะเป็นการทดสอบประสิทธิภาพของเซลล์ iPS กับโรคพาร์กินสันเป็นครั้งแรกของโลก โดยที่ก่อนหน้านี้ได้มีการปลูกถ่ายเซลล์ iPS ให้กับหญิงชราชาวญี่ปุ่น วัย 70 ปี เพื่อรักษาโรคจอประสาทตาเสื่อมไปแล้วในปี 2014

     ความก้าวหน้าของเซลล์ iPS ยังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้ ตามทฤษฎี เซลล์ iPS ที่ได้มาจากผู้ป่วยเองจะให้ผลดีที่สุด เพราะจะไม่เกิดการต่อต้านเนื้อเยื่อ แต่นั่นก็ต้องแลกมาด้วยราคาที่แสนแพงและระยะเวลาที่ยาวนานในขั้นเตรียมการ ทีมของทากาฮาชิจึงมีแนวคิดที่จะสร้างเซลล์ iPS ที่สามารถโตได้อย่างต่อเนื่อง หรือ iPS Cell Line เพื่อนำไปใช้กับผู้ป่วยได้ทีเดียวหลายๆ คน เพียงแต่ก่อนที่จะปลูกถ่ายต้องมีการตรวจสอบความเข้ากันได้ของเนื้อเยื่อก่อน

 

     งานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งของทีมนี้ที่ตีพิมพ์ลงวารสาร Nature ในเวลาไล่เลี่ยกันได้พิสูจน์ให้เห็นว่า หากเช็กความเข้ากันได้ของเนื้อเยื่อก่อนปลูกถ่าย และได้รับยากดภูมิคุ้มกันในปริมาณที่เหมาะสม เซลล์ iPS ที่แม้มาจากลิงคนละตัวกันก็จะไม่ทำให้ร่างกายเกิดการต่อต้าน

     นอกเหนือไปจากแนวทางของทีมวิจัยที่ญี่ปุ่นแล้ว นักวิจัยชั้นแนวหน้าด้านเซลล์ต้นกำเนิดต่างก็กำลังสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ ให้แก่โลกอย่างขะมักเขม้น

     นักวิจัยจากจีนและออสเตรเลียหันไปใช้เซลล์ต้นกำเนิดจากตัวอ่อนโดยตรงแทน iPS แม้จะมีความเสี่ยงที่จะเกิดเป็นก้อนเนื้องอกมากกว่าก็ตาม เครือข่ายวิจัยนานาชาติว่าด้วยการรักษาโรคพาร์กินสันด้วยเซลล์ต้นกำเนิด หรือ GForce-PD ก็กำลังมุ่งมั่นผลิตเซลล์ต้นกำเนิดจากตัวอ่อนที่จะโตได้อย่างไม่จำกัด ส่วนทีมจากสถาบันวิจัยสคริปส์ (Scripps Research Institute) แคลิฟอร์เนีย กลับสนใจการสร้างเซลล์ iPS จากตัวผู้ป่วยเองเพื่อเลี่ยงการเกิดเนื้องอก และกำลังจะทดสอบกับมนุษย์ภายในปี 2019 นี้

     สถานการณ์ทั้งหมดนี้ดูเหมือนจะแข่งขันกันอยู่กลายๆ แต่ทุกวิธีล้วนสร้างคุณประโยชน์มหาศาลให้แก่มนุษยชาติทั้งสิ้น กว่าการทดสอบทางคลินิกจะเริ่มขึ้น กว่าที่วิธีการรักษานั้นจะเป็นมาตรฐานและได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลาย ยังคงต้องใช้ระยะเวลาและความทุ่มเทของนักวิจัยอีกมาก

     แต่อย่างน้อยที่สุด ผลงานวิจัยนี้ก็เป็นการการันตีว่าเหล่านักวิทยาศาสตร์ทั้งหลายที่กำลังจุดประทีปนำทางในดินแดนพิศวงที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน ได้ก้าวเดินมาถูกทางแล้ว

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising