×

นักวิทยาศาสตร์พิสูจน์ได้ว่า ‘สุนัขใช้ใบหน้าสื่อสารกับมนุษย์’

30.10.2017
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

2 Mins. Read
  • น่าทึ่งที่ความแตกต่างด้านสายพันธุ์ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการสื่อสารกัน เพราะในทางวิทยาศาสตร์แล้ว สุนัขเองมีวิธีสื่อสารที่วิวัฒนาการขึ้นมาเพื่อการสื่อสารกับมนุษย์โดยเฉพาะ
  • ทีมนักวิจัยจากศูนย์วิจัยการรับรู้ของสุนัข (Dog Cognition Centre) ภาควิชาจิตวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยพอร์ตสมัท (University of Portsmouth) นำโดย ดร.จูลีอาน คามินสกี (Juliane Kaminski) ใช้กล้องวิดีโอตรวจจับพฤติกรรมและการแสดงสีหน้าของสุนัขสายพันธุ์ต่างๆ 24 ตัวในสถานการณ์ที่มีมนุษย์หันหน้าเข้าหาหรือหันหลังให้มัน เปรียบเทียบกับในสถานการณ์ที่แสดงให้สุนัขเห็นว่ามีอาหารอยู่ในมือมนุษย์ เพื่อพิสูจน์ว่าสุนัขมีสีหน้าที่เปลี่ยนไปเมื่อมนุษย์ให้ความสนใจกับมันหรือไม่
  • ผลปรากฏว่าเมื่อสุนัขเห็นมนุษย์หันหน้ามาหา มันจะแสดงสีหน้าท่าทางและส่งเสียงดังออกมามากเมื่อเทียบกับจังหวะที่มนุษย์หันหลังให้มัน แม้กระทั่งการมีขนมขบเคี้ยวของโปรดอยู่ในมือมนุษย์ก็ไม่ทำให้สุนัขแสดงสีหน้าได้มากเท่ากับการเจอหน้ามนุษย์

     คนรักสุนัขหลายคนคงจะเข้าใจดีเวลาเพื่อนสี่ขาทำท่าทาง ส่งเสียง หรือแม้กระทั่งทำหน้าทำตาเว้าวอน รวมทั้งการสะบัดหางไปมา ทำเสียงครางหงิงๆ วิ่งวนเป็นวงกลม ฯลฯ แสดงว่ามันต้องการสื่อสารบางอย่างกับเรา

     น่าทึ่งที่ความแตกต่างด้านสายพันธุ์ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการสื่อสารกัน ไม่ใช่เพียงเพราะเราเอาใจใส่และพยายามเข้าใจสุนัข แต่ในทางวิทยาศาสตร์แล้ว สุนัขเองก็มีวิธีสื่อสารที่วิวัฒนาการขึ้นมาเพื่อการสื่อสารกับมนุษย์โดยเฉพาะเช่นกัน

     ต้องขอบคุณกล้ามเนื้อใบหน้าและพัฒนาการของระบบประสาทที่ทำให้สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมส่วนมากสามารถแสดงออกทางสีหน้าได้ แน่นอนว่ารวมถึงสุนัขและมนุษย์ด้วย คำถามคือ พฤติกรรมการแสดงสีหน้าในสุนัขอย่างการหลับตาพริ้ม ทำตาโต แยกเขี้ยวใส่ ฉีกยิ้มจนลิ้นห้อย และอื่นๆ อีกมากที่เราเห็นเป็นการแสดงออกทางอารมณ์รูปแบบหนึ่งที่เป็นไปโดยอัตโนมัติ หรือว่ามันรู้จักควบคุมสีหน้าได้ตามใจนึกเมื่อรู้ว่ามีมนุษย์กำลังจับจ้องมันอยู่กันแน่

     ทีมนักวิจัยจากศูนย์วิจัยการรับรู้ของสุนัข (Dog Cognition Centre) ภาควิชาจิตวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยพอร์ตสมัท (University of Portsmouth) นำโดย ดร.จูลีอาน คามินสกี (Juliane Kaminski) ใช้กล้องวิดีโอตรวจจับพฤติกรรมและการแสดงสีหน้าของสุนัขสายพันธุ์ต่างๆ 24 ตัวในสถานการณ์ที่มีมนุษย์หันหน้าเข้าหาหรือหันหลังให้มัน เปรียบเทียบกับในสถานการณ์ที่แสดงให้สุนัขเห็นว่ามีอาหารอยู่ในมือมนุษย์ เพื่อพิสูจน์ว่าสุนัขมีสีหน้าที่เปลี่ยนไปเมื่อมนุษย์ให้ความสนใจกับมันหรือไม่

     ผลปรากฏว่าเมื่อสุนัขเห็นมนุษย์หันหน้ามาหา มันจะแสดงสีหน้าท่าทางและส่งเสียงดังออกมามากเมื่อเทียบกับจังหวะที่มนุษย์หันหลังให้มัน แม้กระทั่งการมีขนมขบเคี้ยวของโปรดอยู่ในมือมนุษย์ก็ไม่ทำให้สุนัขแสดงสีหน้าได้มากเท่ากับการเจอหน้ามนุษย์

     การวิเคราะห์ภาพทีละเฟรมๆ ยังพบอีกด้วยว่า การแสดงออกทางใบหน้าที่สุนัขกระทำมากที่สุด ก็คือการทำตาโตด้วยการเลิกหนังตาขึ้นและการแลบลิ้น

     ทำไมต้องเป็นสองท่าทางนี้? คำตอบอาจอยู่ที่การคัดเลือกสายพันธุ์โดยมนุษย์เรานั่นเอง!

 

     สุนัขเป็นสัตว์ชนิดแรกๆ ที่มนุษย์เริ่มนำมาเลี้ยง (domestication) หลักฐานทางโบราณคดีชี้ว่าการเลี้ยงสุนัขมีมาตั้งแต่ในยุคที่ยังดำรงชีพด้วยการล่าสัตว์และเก็บของป่า (hunter-gatherer) การเปรียบเทียบลำดับพันธุกรรมเพื่อสืบสายวงศ์วานของสุนัขยืนยันว่าสายพันธุ์สุนัขบ้านเริ่มต้นขึ้นเมื่อราว 18,800-32,100 ปีมาแล้วในแถบยุโรป ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานี้ แม้สุนัขบ้านจะถูกคัดเลือกและพัฒนาสายพันธุ์ขึ้นมามากมาย แต่หนึ่งในลักษณะสำคัญที่เป็นหัวใจของการเปลี่ยนผ่านจากสุนัขป่ามาเป็นสุนัขบ้านที่ยังคงดำรงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน ก็คือความเป็นมิตรและความสามารถที่จะสื่อสารกับมนุษย์ได้

     แม้ว่าในปัจจุบันจะยังไม่มีการศึกษาการแลบลิ้นของสุนัขและตีความอย่างเป็นระบบ แต่ก่อนหน้านี้นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่ามันอาจจะหมายถึงอาการเครียด หรือเป็นเพียงกลไกการระบายความร้อนก็ได้

     ขณะที่ทีมของดร.จูลีอาน คาดว่ากล้ามเนื้อปากที่ผ่อนคลายลงจนลิ้นห้อยลงมา เป็นสัญญาณของการแสดงความตั้งใจจดจ่อที่จะรับคำสั่งและตอบสนองต่อพฤติกรรมของมนุษย์ตรงหน้า

     ส่วนการทำตาโต ทีมนักวิจัยคาดว่ามันอาจส่งผลต่ออารมณ์ของมนุษย์โดยตรง งานวิจัยก่อนหน้าพบว่าสุนัขจากสถานรับเลี้ยงที่ทำตาโตบ่อยๆ จะมีโอกาสถูกรับไปเลี้ยงดูมากกว่า เพราะสีหน้าแบบนี้คล้ายกับเวลาที่มนุษย์แสดงอาการเศร้า จึงตามมาด้วยความสงสารในที่สุด นอกจากนี้ การทำตาแป๋วใส่มนุษย์นั้นก็คือการ ‘แอ๊บ’ ทำหน้าเด็กเพื่อที่จะได้ดูน่ารักขึ้นในสายตามนุษย์

     การแสดงสีหน้าในรูปแบบนี้เรียกได้ว่าเป็นไม้เด็ดที่สุนัขงัดมาใช้เรียกร้องความสนใจจากเรา ซึ่งได้ผลมานานนับหมื่นปีแล้ว แต่ทีมของดร.จูลีอาน ก็ยังไม่ปักใจเชื่อเต็มร้อยว่าสุนัขตั้งใจที่จะสื่อสารกับเราจริงๆ บางทีมันอาจจะเป็นสัญชาตญาณที่เกิดจากจิตใต้สำนึกอันเป็นผลมาจากการวิวัฒนาการร่วมระหว่างเรากับสุนัขมานับหมื่นปีก็เป็นได้ แต่อย่างน้อยที่สุด สิ่งที่บอกได้จากการทดลองนี้ก็คือ สุนัขรับรู้และพร้อมที่จะตอบรับความสนใจที่เรามีให้กับมัน

     “การตอบสนองที่สัตว์เลี้ยงมีให้กับเรา เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความรัก ความผูกพัน และความน่าเอ็นดู นี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เราต้องการสัตว์เลี้ยงมาเป็นเพื่อนคู่ใจก็ได้” พอล มอร์ริส (Paul Morris) หนึ่งในสมาชิกทีมวิจัยกล่าวปิดท้าย

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising