×
415525

เรียนรู้และอยู่เป็นสุขกับ ‘โรคสะเก็ดเงิน’ โรคผิวหนังเรื้อรังที่รักษาได้และไม่ติดต่อ [Advertorial]

โดย THE STANDARD TEAM
10.11.2020
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

  • โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) โรคที่มีอาการอักเสบเรื้อรังของผิวหนัง พบได้ทุกเพศทุกวัย ปัจจุบันมีหลักฐานว่าเป็นโรคทางภูมิคุ้มกันและไม่ติดต่อ รักษาได้ แม้จะไม่หายขาด แต่สามารถอยู่กับโรคได้อย่างสงบสุขหากผู้ป่วยมีความรู้และเข้าใจโรคอย่างถูกต้อง
  • เนื่องใน ‘วันสะเก็ดเงินโลก World Psoriasis Day’ ซึ่งตรงกับวันที่ 29 ตุลาคมของทุกปี สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล จึงถือโอกาสสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคสะเก็ดเงิน ภายใต้แคมเปญ ‘Be Informed’ ผ่านงานเสวนาในวันที่ 29 ตุลาคม สามารถรับชมงานเสวนาย้อนหลังได้ที่นี่ (ลิงก์)

‘ความน่ากังวลใจ’ น่าจะเป็นปฏิกิริยาตอบสนองปกติของคนทั่วไปที่เกิดขึ้นได้ หากต้องอยู่ใกล้คนที่ผิวหนังมี ‘ผื่นเห่อ’ เป็นจำนวนมาก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเราเองที่ยังขาดความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับโรคผิวหนังบางชนิด เช่น โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) ซึ่งมีอาการโรคเด่นทางผิวหนัง พบได้ในทุกเพศทุกวัย ที่ปัจจุบันมีหลักฐานว่าเป็นโรคทางภูมิคุ้มกันและไม่ติดต่อ  

 

 


(ซ้าย) แพทย์หญิงอรยา กว้างสุขสถิตย์ (กลาง) ศาสตราจารย์คลินิก แพทย์หญิง ณัฏฐา รัชตะนาวิน (ขวา) แพทย์หญิงพู่กลิ่น ตรีสุโกศล

 

‘โรคสะเก็ดเงิน’ ไม่ติดต่อและเป็นมากกว่าโรคทางผิวหนัง  

เนื่องใน ‘วันสะเก็ดเงินโลก World Psoriasis Day’ ซึ่งตรงกับวันที่ 29 ตุลาคมของทุกปี โดยปีนี้สถาบันโรคผิวหนังกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล จึงถือโอกาสสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคสะเก็ดเงิน ภายใต้แคมเปญ ‘Be Informed’ ซึ่งเป็นแคมเปญที่ใช้พร้อมกันทั่วโลก เพื่อต่อยอดการเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วย ผ่านการส่งเสริมให้ผู้ป่วยบอกเล่าถึงอาการต่างๆ แม้ว่าจะเป็นอาการนอกเหนือจากผิวหนังให้แพทย์รับรู้ เพื่อให้การตรวจวินิจฉัยมีประสิทธิภาพและตรงจุดมากยิ่งขึ้น โดยใจความสำคัญยังครอบคลุมใน 4 ด้าน ได้แก่

 

‘ตัวผู้ป่วย’ ที่ต้องเข้าใจเกี่ยวกับโรคสะเก็ดเงินอย่างถูกต้อง ว่าเป็นโรคไม่ติดต่อ และอาจพบโรคร่วม เช่น โรคข้ออักเสบสะเก็ดเงิน โรคหัวใจและหลอดเลือด ตลอดจนภาวะซึมเศร้าและปัญหาทางสุขภาพจิต เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าใจอาการและดูแลตัวเองได้อย่างถูกต้อง

 

‘สังคม’ การให้ข้อมูลแก่สังคมที่ถูกต้องเพื่อเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อโรคสะเก็ดเงิน ว่าเป็นโรคทางภูมิคุ้มกันและเป็นโรคไม่ติดต่อ เมื่อทราบแล้วจะได้ให้กำลังใจกับคนใกล้ชิด

 

‘สิทธิ์การรักษา’ ปัจจุบันโรคสะเก็ดเงินมีวิธีการรักษาที่หลากหลาย และผู้ป่วยสามารถใช้สิทธิการรักษาเบิกได้ทุกสิทธิ์ ยกเว้นการรักษาโดยใช้ยาชีวภาพที่ต้องลงทะเบียน หรือต้องตรวจสอบประวัติว่ามีการรักษาด้วยวิธีอื่นๆ มาแล้ว 

 

‘บุคลากรทางการแพทย์’ ไม่แต่เฉพาะแพทย์โรคผิวหนังเท่านั้น แต่บุคลากรทางการแพทย์ด้านอื่นๆ ต้องมีความพร้อม ทั้งพยาบาล นักสุขศึกษา นักกายภาพบำบัด ต้องเข้าใจลักษณะของโรคและภาวะร่วมที่จะเกิดขึ้น รู้ถึงผลข้างเคียงของโรคที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนทางกายอย่างอื่น เช่น ภาวะซึมเศร้าที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ป่วย หรือการให้คำแนะนำเรื่องการควบคุมน้ำหนัก  

 

ศาสตราจารย์คลินิก แพทย์หญิง ณัฏฐา รัชตะนาวิน อาจารย์ประจำสาขาวิชาจิตวิทยา คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า โรคสะเก็ดเงินเป็นโรคที่มีอาการอักเสบเรื้อรังของผิวหนัง ซึ่งส่งผลต่อการใช้ชีวิตของผู้ป่วยเป็นอย่างมาก ปัจจุบันอุบัติการณ์ของโรคสะเก็ดเงินในประเทศไทยพบเป็นอันดับที่ 4-5 ในคลินิกผิวหนังในโรงเรียนแพทย์และศูนย์การแพทย์ของกระทรวงสาธารณะสุข และด้านการแพทย์เองก็อยู่ในระหว่างการศึกษาถึงสาเหตุของโรคที่แท้จริงว่ามาจากสาเหตุใด

 

“ผื่นสะเก็ดเงินเกิดจากการแบ่งตัวที่ผิดปกติของเซลล์ผิวหนังที่มีการแบ่งตัวเร็วกว่าปกติประมาณ 5 เท่า ชึ่งเกิดจากการกระตุ้นของสารเคมีในเซลล์เม็ดเลือดขาวที่เรียกว่า ลิมโฟไซต์ (Lymphocytes) ชนิดเซลล์ที (T-Cell) ทำให้เกิดการอักเสบจนกลายเป็นผื่นขนาดใหญ่ตามร่างกาย ลักษณะผื่นนูนแดง มีสะเก็ดสีขาวพบได้ทั่วร่างกาย พบบ่อยบริเวณหนังศีรษะ ข้อศอก หัวเข่า หรือเล็บ บางครั้งพบที่อวัยวะเพศ และพบประวัติในครอบครัวประมาณร้อยละ 30 รวมทั้งเกิดจากสิ่งกระตุ้นภายนอกคือ แอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ และที่พบมากขึ้นในปัจจุบันคือ น้ำหนักตัวที่มากหรือมีภาวะอ้วนลงพุง เนื่องจากโปรตีนบางชนิดในไขมันอาจมีผลกระตุ้นให้เกิดโรคสะเก็ดเงินได้ นอกจากนั้นยังมีประเด็นที่น่าเป็นห่วง โดยพบว่าโรคสะเก็ดเงินมีความสัมพันธ์กับโรคอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น โรคข้ออักเสบสะเก็ดเงิน โรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงภาวะซึมเศร้าและปัญหาทางด้านจิตใจ”  

 

 

โรคสะเก็ดเงิน รักษาได้ ไม่หายขาด แต่ควบคุมและอยู่ร่วมกับโรคได้อย่างเป็นสุข
ปัจจุบันโรคสะเก็ดเงินยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ทำได้เพียงควบคุมอาการเท่านั้น ทางการแพทย์แบ่งการรักษาออกเป็น ยาทาภายนอก เช่น ยาสเตียรอยด์ ยาทางกลุ่มวิตามินดี ยาทากลุ่มน้ำมันดิบ ยาทา หรือยารับประทาน การฉายแสงอัลตราไวโอเลต เช่น Narrow band UVB, PUVA และล่าสุดได้มีนวัตกรรมในการรักษาที่ตรงจุด (Treat to Target) ในรูปแบบยาฉีดชีวโมเลกุล ซึ่งเป็นการรักษาแบบพุ่งเป้าที่ให้ผลการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า และผิวกายยังมีความเรียบเนียนขึ้น โดยแพทย์จะมีการประเมินความรุนแรงของโรคเพื่อเลือกวิธีการรักษาให้เหมาะสมในแต่ละบุคคล 

 

แพทย์หญิงอรยา กว้างสุขสถิตย์ รองผู้อำนวยการด้านพัฒนาระบบสุขภาพ สถาบันโรคผิวหนัง กล่าวเสริมว่า “ผู้ป่วยที่เริ่มมีอาการแนะนำให้มาพบแพทย์เพื่อวิเคราะห์อาการเบื้องต้น การซื้อยาสเตียรอยด์โดยไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของแพทย์ และใช้ต่อเนื่องนานๆ อาจส่งผลข้างเคียงให้ผิวหนังบริเวณนั้นบางลง มีสิวขึ้น มีขนขึ้น เนื่องจากแพทย์จะประเมินอาการตามระยะและใช้ยารักษาหลายชนิดเพื่อลดผลข้างเคียงของยาแต่ละตัว ในส่วนของยารับประทาน อาจส่งผลข้างเคียงให้ค่าตับผิดปกติได้ คนไข้ที่จะต้องใช้ยารับประทานจะต้องมีการตรวจค่าตับก่อน รวมถึงระบบไต เม็ดเลือดขาว ดังนั้นคนไข้ที่ต้องกินยาสม่ำเสมอจึงต้องตรวจร่างกายเป็นระยะเพื่อติดตามผลข้างเคียง”  

 

 

ดูแลตนเองและคนใกล้ชิดอย่างไร

แพทย์หญิงพู่กลิ่น ตรีสุโกศล รองผู้อำนวยการด้านการแพทย์ สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้ข้อมูลเพิ่มเติมถึงวิธีการดูแลตนเองอย่างเหมาะสมนั้น จะช่วยควบคุมอาการของโรคให้สงบได้ โดยแนะให้ผู้ป่วยหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นต่างๆ ได้แก่ ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ การสูบบุหรี่ แอลกอฮอล์ ความอ้วน รวมถึงยาบางชนิดที่สามารถกระตุ้นให้โรคกำเริบได้ นอกจากนี้สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงหรือการติดเชื้อ หรือโรคหวัด ก็อาจทำให้ผู้ป่วยบางรายเกิดผื่นเห่อขึ้นได้ ที่สำคัญผู้ป่วยไม่ควรย้ายหรือเปลี่ยนแพทย์ผู้ทำการรักษา เนื่องจากโรคนี้เป็นโรคเรื้อรังที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาให้ตรงจุด และติดตามอาการอย่างต่อเนื่องและใช้ระยะเวลานาน

หรือนำเคล็ดลับ 4 ประการต่อไปนี้ ไปปรับใช้เพื่อดูแลตัวเองให้กลับมาใช้ชีวิตปกติได้เร็วขึ้น

 

  1. เข้าใจโรคสะเก็ดเงิน เรียนรู้และเข้าใจโรคอย่างถูกต้อง เพื่อดูแลและรักษาได้อย่างเหมาะสมตามอาการ
  2. ดูแลร่างกายและจิตใจอย่างเคร่งครัด พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงความเครียดทั้งทางร่ายกายและจิตใจ หรือทาครีม ทาน้ำมัน เพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิวอย่างสม่ำเสมอ และออกรับแสงแดดบ้าง
  3. หลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น การแกะเกา การปล่อยให้ผิวหนังแห้งขุย การสูบบุหรี่ การดื่มสุรา
  4. สังเกตและป้องกันตนเองจากภาวะโรคแทรกซ้อน กรณีที่ผู้ป่วยมีอาการปวดบริเวณข้อส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายให้รีบไปพบแพทย์ทันที เพื่อให้ทำการวินิจฉัยและรักษาอาการที่อาจเกิดจากโรคข้อเสื่อมอักเสบ หรือผู้ป่วยบางรายที่มีน้ำหนักตัวมากเกินไป ยิ่งเป็นการเพิ่มความเสี่ยงสูงต่อการเป็นโรคหัวใจมากกว่าคนไข้ที่มีน้ำหนักในเกณฑ์ปกติ

 

การทำความเข้าใจและรู้จักโรคสะเก็ดเงินอย่างถูกต้อง จะช่วยให้ผู้ป่วยเข้าใจตนเองและรักษาได้อย่างตรงจุด ในขณะเดียวกันคนใกล้ชิดและสังคมยังมีส่วนช่วยเสริมสร้างกำลังใจให้ผู้ป่วยมีจิตใจที่เข้มแข็ง มีสติในการเผชิญหน้ากับสิ่งรบกวนทางจิตใจ ลดการเกิดพฤติกรรมการแยกตัวออกจากสังคม ลดความรู้สึกหดหู่ ขาดความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน เนื่องจากสภาพร่างกายภายนอกอันเป็นผลจากโรค โดยเฉพาะคนใกล้ชิดถือเป็นยาขนานเอกที่จะช่วยเยียวยาโรคสะเก็ดเงินให้มีอาการดีขึ้น และดำเนินชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข

 

 

พิสูจน์อักษร: ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

FYI

ผู้ที่สนใจสามารถรับชมการเสวนาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มาร่วมถ่ายทอด และให้ความรู้เกี่ยวกับการรักษาโรคสะเก็ดเงินที่ถูกต้อง รวมถึงแนวทางการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี และความมั่นใจในตนเองของผู้ป่วยย้อนหลังได้ที่นี่ (ลิงก์)

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories