wongnai Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/podcast_tag/wongnai/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 26 Dec 2017 08:15:17 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 แพสชัน ปรับตัว ไม่หยุดนิ่ง และอีกหลายสิ่งที่ เคน นครินทร์ เรียนรู้จาก The Secret Sauce https://thestandard.co/podcast/thesecretsauce-special-episode/ Tue, 26 Dec 2017 07:49:21 +0000 https://thestandard.co/?post_type=podcast&p=58238

ในโอกาสช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่แบบนี้ โปรดิวเซอร์ […]

The post แพสชัน ปรับตัว ไม่หยุดนิ่ง และอีกหลายสิ่งที่ เคน นครินทร์ เรียนรู้จาก The Secret Sauce appeared first on THE STANDARD.

]]>

ในโอกาสช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่แบบนี้ โปรดิวเซอร์ของรายการ The Secret Sauce นึกสนุกด้วยการชวน คุณเคน นครินทร์ โฮสต์ประจำรายการและบรรณาธิการบริหาร THE STANDARD มาพูดคุยถึงสิ่งที่เขาได้เรียนรู้และนำมาปรับใช้จากการทำรายการมาตลอด 17 Episode รวมถึงแบ่งปันประสบการณ์ของตัวเองเพิ่มเติม เพื่อเป็นข้อคิดและประโยชน์ให้กับคุณผู้ฟังสำหรับการทำงานและการทำธุรกิจ

 

จุดร่วมสำคัญในการสร้างแบรนด์ของแขกรับเชิญรายการ The Secret Sauce

แขกรับเชิญทุกคนมีแพสชันในสิ่งที่เขาทำ อาจไม่ใช่สิ่งที่รัก แต่เป็นสิ่งที่ทำแล้วสนุกกับมัน อย่างคุณ โจ้ ธนา (Chief Marketing Officer ธนาคารไทยพาณิชย์) ถึงแม้เขาจะไม่ได้มีแพสชันกับการทำธุรกรรมทางการเงิน แต่เขามีแพสชันในการสร้างอะไรบางอย่าง อยากทำโปรเจกต์ใหม่ อยากลองท้าทายตัวเองดูว่าจะทำอะไรเพื่อองค์กรและสังคมได้บ้าง หรือบางคนที่รักในสิ่งที่ตัวเองทำอย่างคุณ Vin Buddy ช่างภาพเวดดิ้งแถวหน้าของเมืองไทย เขารู้ตัวว่าชอบเก็บโมเมนต์ที่ดีที่สุดในชีวิตของคน นั่นคือการแต่งงาน เขาก็ถ่ายมันไปเรื่อยๆ ตั้งแต่วันที่ยังไม่มีชื่อเสียง หรืออย่างคู่รักที่สร้างแบรนด์ Diamond Grains เป็นหนุ่มสาวที่มีแพสชันในการทำธุรกิจ เขาอาจไม่ใช่คนที่มีแพสชันว่าตัวเองรักสุขภาพ แต่เขามีแพสชันว่าอยากเป็นเจ้าของธุรกิจ เมื่อมีโอกาสสร้างมัน เขาจึงรักโปรดักต์ตัวเองเหมือนลูก  

 

“ถ้าคุณอยากรู้ว่าแพสชันของตัวเองคืออะไร อาจเริ่มจากหาสิ่งที่ตัวเองทำแล้วรู้สึกดีกับมันก็พอ ลองถามตัวเองดูว่า ถ้าเราทำสิ่งนั้นแล้วไม่ได้เงินเลยยังจะทำอยู่ไหม”

 

อย่างตัวผมเองเป็นคนชอบเล่าเรื่อง ชอบเขียนหนังสือ ชอบที่จะได้ทำสื่อดีๆ คอนเทนต์ดีๆ ที่เราเชื่อว่ามันมีประโยชน์ สิ่งนี้แม้ว่าจะไม่ได้เงิน เราก็ยังมีความสุข มีคนเคยบอกว่าการมีแพสชันไม่ได้ทำให้เรารักในสิ่งที่ทำมากกว่าคนอื่น แต่ไม่ว่าคุณจะเกลียดหรือเบื่อสิ่งที่ทำมากแค่ไหน คุณจะไม่มีวันล้มเลิกจากมัน ถ้าคุณมีแพสชันที่ใหญ่กว่าตัวคุณคอยยึดไว้อยู่ ยังไงคุณก็จะอยู่กับมันได้อีกนาน

 

วิธีค้นหาแพสชันของตัวเอง
ผมมีโอกาสได้ไปคุยกับคุณบุ๋ม บุณย์ญานุช ผู้บริหาร Bar B Q Plaza เขาบอกว่า ถ้าไม่รู้ว่าตัวเองมีแพสชันกับอะไรให้เริ่มจากลิสต์สิ่งที่ตัวเองชอบ เช่น ชอบคุยกับคนอื่น ชอบลงพื้นที่ ชอบอยู่เงียบๆ คนเดียว หรือแม้กระทั่งแค่ชอบใส่เสื้อยืด เราอาจหาสิ่งที่อยากทำเจอจากสิ่งเหล่านั้น หรือเราอาจมีทักษะบางอย่างที่เราเก่งกว่าคนอื่น เช่น เป็นคนตรงต่อเวลามาก เป็นคนที่ทุกคนชอบปรึกษา เราอาจเจอสิ่งที่ทำแล้วถนัดและมีความสุข


นอกจากนี้ลองมองหาสิ่งที่เราทำได้ดีกว่าคนอื่น และทำแล้วมีประโยชน์กับคนอื่น ตัวผมเองนึกถึงเรื่องนี้ตอนที่มีโอกาสได้มาทำงานสื่อ เรารู้ว่าสื่อมีอิทธิพลอย่างมากกับสังคม มากกว่าแค่การเขียนให้ดี มีคนกดไลก์กดแชร์มากมาย เราอยากสร้างประโยชน์กลับไปให้ประเทศชาติด้วย

 

ประทับใจการทำมาร์เก็ตติ้งของแบรนด์ไหน

หลายคนทำมาร์เก็ตติ้งโดยออกมาจากธรรมชาติของตัวเอง เขาย้อนกลับไปดูว่าจุดเด่นของแบรนด์คืออะไร หลายครั้งเป็นความจริงใจที่ตัวเจ้าของแบรนด์เองก็ยังไม่รู้ อย่าง BOYY เป็นแบรนด์กระเป๋าที่ไม่มีแผนกมาร์เก็ตติ้ง แต่สิ่งที่เขาทำคือการสร้างภาพลักษณ์ ให้ลูกค้าเชื่อในแบรนด์เสมอว่าเป็นแบรนด์ระดับโลก เขาจะไม่เอากระเป๋าไปวางขายชั้นเดียวกับแบรนด์ระดับธรรมดาเด็ดขาด และต้องเลือกวางขายในร้านมัลติแบรนด์ที่ใหญ่ที่สุดเท่านั้น หรืออย่างของสปา divana เขาสร้างเซอร์วิสในระดับสุดยอดให้เกิดการพูดปากต่อปาก ไม่ใช่ใส่ใจแค่ลูกค้า แต่รวมไปถึงคนขับรถ เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจ

 

การมองปัญหาไม่ใช่ปัญหา

แขกรับเชิญทุกคนไม่เคยมีใครมองปัญหาว่าเป็นปัญหา เป็นวิธีคิดที่ต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้สำหรับคนที่อยากทำธุรกิจหรืออยากเติบโตในสายงานตัวเอง ผมอยากให้มองว่าปัญหาคือส่วนหนึ่งของงาน เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเจอ ผมมักพูดเสมอว่าปัญหาไม่ใช่กำแพง มันคือสะพานนำไปสู่ความสำเร็จ แขกรับเชิญทุกคนเจอปัญหาจนเป็นเหมือนเพื่อนของมัน ถ้าพูดในแง่ของการออกแบบ ปัญหาทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ เมื่อไรที่มีปัญหา คนมักสร้างสิ่งใหม่ที่มาแก้ไขและตอบโจทย์ความต้องการได้เสมอ

 

แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือวิธีการแก้ปัญหา สิ่งนี้ขึ้นอยู่กับคน อย่างตัวผมเองจะเริ่มจัดการจากปัญหาใหญ่ที่สุด เร่งด่วนที่สุด ถ้าแก้อันนี้ไม่ได้ตายแน่ และอันอื่นค่อยๆ คลายต่อทีละปม บางปัญหาอาจไม่ต้องใช้เราแก้ แต่ให้มองหาคนที่เหมาะสม บางปัญหาเราอาจหามุมอื่นมามองและสร้างเป็นโอกาสใหม่ๆ ในการทำธุรกิจได้

 

อีกสิ่งที่สำคัญของคนทำธุรกิจในปัจจุบันคือห้ามหยุดนิ่ง ต้องเรียนรู้ตลอดเวลา และต้องรู้จักปรับตัวให้เก่ง เข้ากับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นให้ได้ เหมือนอย่างที่ คุณโจ้ ธนาเล่าว่า ถ้าธนาคารไม่ปรับตัว วันหนึ่งจะสูญพันธุ์ หรืออย่าง คุณชลากรณ์ Workpoint เป็นทีวีที่ปรับตัวเร็วที่สุด ได้ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดเอเชี่ยนเกมส์ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ไม่ใช่โทรทัศน์องค์การเฉพาะกิจได้ดีลกีฬาใหญ่ขนาดนี้ เป็นคอนเทนต์ที่คนไทยดูเยอะ และเขาทดลองผ่านหลายแพลตฟอร์มเลย ทั้งทางไลน์ ทำบนยูทูบ ไลฟ์สด 24 ชั่วโมง

 

คำแนะนำสำหรับคนที่เป็นลูกน้องหรือพนักงาน

 

สิ่งที่หัวหน้าต้องการจากลูกน้องคือ ​
1. มีทัศนคติที่ดี อย่าง คุณปลา เจ้าของแบรนด์ iberry เขาเลือกคนจากทัศนคติก่อนเลย มันสำคัญว่าคนคนนั้นจะอยู่ในองค์กรได้หรือเปล่า เขามีทัศนคติที่เป็นบวกกับสิ่งที่ทำไหม ชอบมันจริงๆ ไหม สามารถทำงานหนักได้หรือเปล่า

 

2. เป็นคนขยัน ขยันเรียนรู้ ขยันในขอบเขตงานตัวเอง เด็กสมัยนี้อาจต้องการความสุขในการทำงาน โดยลืมไปว่าสิ่งที่เขาให้องค์กรมันอาจน้อยกว่าสิ่งที่องค์กรกำลังให้กลับไปเสียอีก อย่าคิดว่าตัวเองจะรักหรือไม่รักองค์กร แต่อยากให้คิดว่าองค์กรจะให้คุณได้เรียนรู้อะไรบ้าง ที่นี่จะทำให้คุณเก่งขึ้นยังไง

 

3. การให้คำสัญญาและทำได้จริง เช่น เรามอบหมายงานให้ลูกน้องส่งวันจันทร์ แต่วันศุกร์เขาก็สามารถส่งมาได้แล้ว สร้างความประทับใจให้หัวหน้า ดังนั้นถ้าคุณทำงานได้ดี รับผิดชอบในส่วนของตัวเอง เวลาได้รับงานสามารถทำได้เต็มที่ร้อยเปอร์เซ็นต์ คุณจะทำให้หัวหน้าไว้ใจที่สุด นี่คือคนแบบที่หัวหน้ารัก และถ้ามีตำแหน่งงานว่าง หัวหน้าจะโปรโมตคนแบบนี้แหละ

 

หัวหน้าแบบไหนที่คิดว่าดีและตัวคุณเคนเองก็กำลังพยายามเป็นอยู่

ผมเป็นหัวหน้ามือใหม่ครับ อยู่ในช่วงเรียนรู้ แต่จากที่ได้คุยมาและพอจะแบ่งปันได้ ผมคิดว่าหัวหน้าเป็นเหมือนพ่อแม่นะ ถ้าคิดว่าหัวหน้าคือผู้นำครอบครัว วิธีการบริหารลูกน้องก็จะเปลี่ยนไป

สิ่งที่สำคัญที่หัวหน้าควรมีสำหรับผมคือ


1. Vision พื้นฐานหัวหน้าต้องมีวิสัยทัศน์ให้คนตาม ถ้าคุณเป็น Boss ทำหน้าที่แบบหัวหน้า คุณก็เป็นได้แค่ตำแหน่ง แต่ถ้าคุณเปลี่ยนเป็นคำว่า Leader เป็นผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ ตั้งใจหาความรู้ มองไปข้างหน้าว่าองค์กรจะเติบโตอย่างไร สร้างความมั่นใจให้ลูกน้อง

 

2. Delegate คนที่เป็นผู้นำควรจะมอบหมายงานได้ดี เรามีงานอยู่เยอะมาก ต้องดูทุกอย่าง แต่สิ่งที่จะแบ่งเบาภาระได้คือการแจกจ่ายงานให้ลูกน้องได้อย่างตรงจุด อย่างที่เขาบอกกันว่า Put the right man on the right job สิ่งนี้สำคัญมาก

 

3. รับผิดก่อนรับชอบ ถ้าเกิดอะไรขึ้นก็ตามเราต้องเป็นคนรับหน้าก่อนเสมอ เพราะถ้าเวลาคนชม คนก็มักจะชมเราก่อน ดังนั้นเวลาเกิดอะไรผิดพลาด เราก็ต้องซัพพอร์ตด้วยเหมือนกัน อย่าให้เขาผิดคนเดียว

 

4. รับฟัง มีความเห็นอกเห็นใจ รับฟังปัญหาลูกน้องเสมอ คอยดูว่าตอนนี้เขาเหนื่อยไปไหม มีปัญหาอะไรหรือเปล่า

 

ตั้งแต่ทำรายการ The Secret Sauce เราให้พื้นที่แบรนด์ต่างๆ ฝากผลงานมากมาย คราวนี้อยากให้คุณเคนฝาก THE STANDARD อย่างปีหน้าเราจะได้เห็นอะไรใหม่ๆ บ้าง

ในแง่ของการทำคอนเทนต์ เราอยากเป็นสำนักข่าวที่ทำเนื้อหาที่มีประโยชน์ สร้างสรรค์ ให้แรงบันดาลใจผู้คน เป็นมิชชันที่มีมาตั้งแต่ต้นจนตอนนี้ก็ยังเป็นเช่นนั้นอยู่ แต่แผนในปีหน้าที่จะทำคือ THE STANDARD DAILY รายการเฟซบุ๊กไลฟ์ของ คุณต๊ะ พิภู เป็นรายการวิเคราะห์ข่าวคนเมืองที่มีสาระไม่ดราม่า นำเสนอให้เข้าใจง่าย เริ่มต้นวันที่ 15 มกราคม 2561 ออกอากาศทุกวันจันทร์ถึงศุกร์

 

อย่างที่สองคือเราจะมีแพลตฟอร์มในการติดต่อสื่อสารที่เพิ่มมากขึ้น ตอนนี้เรามีเว็บไซต์ เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม ไลน์ทูเดย์ และแมกกาซีน แต่ในปีหน้าเราจะมีอีเมล เป็น Newsletter และ LINE Official Account นำเสนอข้อมูลข่าวสารส่งให้คุณถึงมือเลย

 

สุดท้ายเป็นความตั้งใจของตัวผมเอง ตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา เราทำคอนเทนต์แบบออนไลน์และแมกกาซีน เป็นการสื่อสารทางเดียวมาโดยตลอด แต่ผมเชื่อว่าโลกดิจิทัลจะไปขนาดไหน ยังไงเรายังต้องเจอหน้ากัน ผมอยากเจอหน้าคนอ่านบ้าง อยากจัดอีเวนต์ให้ได้มาเจอกัน เป็นงานแบบ THE STANDARD คือมีสาระแต่ไม่เครียดจนเกินไป อย่างไรฝากติดตามกันด้วยครับ

 


 

Credits
Show Creator
นครินทร์ วนกิจไพบูลย์

Episode Producer ปวริศา ตั้งตุลานนท์

Episode Editor เชษฐพงศ์ ชูประดิษฐ์

Sound Designer & Engineer ศุภณัฐ เดชะอำไพ

Coordinator & Admin อภิสิทธิ์​ หรรษาภิรมย์โชค

Art Director กริณ ลีราภิรมย์

Graphic Designer เทียนจรัส วงศ์พิเศษกุล

Proofreader พรนภัส ชำนาญค้า

Music Westonemusic

The post แพสชัน ปรับตัว ไม่หยุดนิ่ง และอีกหลายสิ่งที่ เคน นครินทร์ เรียนรู้จาก The Secret Sauce appeared first on THE STANDARD.

]]>
‘Wongnai’ แพลตฟอร์มที่กำลังไปไกลกว่าเรื่องอาหาร จากการสร้างความดีสะสม https://thestandard.co/podcast/thesecretsauce06/ Mon, 11 Sep 2017 23:00:47 +0000 https://thestandard.co/?post_type=podcast&p=26240

     อะไรคือเคล็ดลับความสำเร็จของเว็บไซต […]

The post ‘Wongnai’ แพลตฟอร์มที่กำลังไปไกลกว่าเรื่องอาหาร จากการสร้างความดีสะสม appeared first on THE STANDARD.

]]>

     อะไรคือเคล็ดลับความสำเร็จของเว็บไซต์และแอปพลิเคชันค้นหาร้านอาหารที่คนใช้มากที่สุด ‘ความดีสะสม’ -คำนี้หมายถึงอะไร ตอนนี้ ‘วงใน’ (Wongnai) แตกไลน์ไปทำอะไรอีกบ้าง วัฒนธรรมองค์กรข้างในเจ๋งแค่ไหน และทำไมถึงอยากเข้าตลาดหุ้นใน 3 ปี

     เคน นครินทร์ คุยกับ ยอด ชินสุภัคกุล ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้ง Wongnai

 


 

00.59

     เหตุผลที่อยากคุยกับคุณยอดในครั้งนี้มาจากจดหมายที่คุณยอดเขียนถึงพนักงานทุกคนในบริษัทในโอกาสครบรอบ 7 ปี เนื้อความว่าด้วยการเติบโตของบริษัทและสิ่งที่เขาในฐานะซีอีโออยากโฟกัส 4 ข้อ นั่นคือ หนึ่ง Growth (สร้างความเติบโตของ user) สอง Long-term Strategy (สร้างความดีสะสมที่สอดคล้องกับตัวตนของเรา) สาม IPO (เข้าตลาดหุ้นภายใน 3 ปี) และสี่ People & Culture (สร้างวัฒนธรรมองค์กร) มีหลายประเด็นที่ผมคิดว่าน่าสนใจ และอยากชวนคุยต่อยอดในวันนี้

 

01.57

เหตุผลที่เขียนจดหมายถึงพนักงานทุกคน

  • ปกติวงในจะมีประชุมใหญ่ปีละ 2 ครั้งในช่วงต้นปีและกลางปี ต้นปีคือ Insider’s day รวมพนักงานจากทุกจังหวัดทั่วประเทศมาประชุมรวมกัน
  • ปีนี้พนักงานเพิ่มขึ้นเยอะมาก สูงไปถึง 165 คน บวกเด็กฝึกงานอีก 20 คน รวมเป็นเกือบ 200 ชีวิต
  • คุณยอดต้องการสื่อสารวิชันของตัวเองให้พนักงานทุกคนได้รู้ เป็นเรื่องสำคัญของบริษัท พอพูดพรีเซนต์จบ พนักงานเห็นว่าดี อยากให้ทุกคนได้รับทราบร่วมกัน เลยต้องเขียนอีกรอบพร้อมส่งไปหาทุกคน แล้วมีน้องอีกคนพูดว่าแมสเสจมันกว้าง มันพูดถึงภาพรวมประเทศไทย เลยให้เขียนลงโซเชียลดีกว่า

 

03.56

อะไรคือสิ่งที่ทำให้มาถึงทุกวันนี้

  • แพลตฟอร์มมันมีประโยชน์กับคนใช้งานทุกคน ทำให้ระบบค้นหามันดี มีรีวิวจากผู้ใช้จริง พยายามพัฒนาสิ่งนี้มาเกือบ 7 ปี ให้รีวิวมันมากขึ้น ทำให้ผู้ใช้มากขึ้น
  • ในการทำให้ผู้ใช้มากขึ้นก็ต้องทำระบบให้ดี ให้เสิร์ชเจอง่าย มีอัลกอริทึมที่ดี ข้อมูลสมเหตุสมผล เคลียร์ข้อมูลเก่าๆ ที่ไม่มีแล้วเพื่อป้องกันการเข้าใจผิด ทำทุกอย่างให้ประสบการณ์การใช้งานมันดี คุณยอดเรียกสิ่งนี้ว่า ‘ความดีสะสม’ คือสร้างคุณค่าให้กับผู้ใช้งาน พอมีความดีสะสมมากขึ้น มีชื่อเสียง คนก็อยากร่วมงาน รายได้ต่างๆ ก็จะตามเข้ามา
  • ทุกวันนี้มีลูกค้าและเอเจนซีติดต่อเข้ามาประมาณ 300 ครั้งต่อสัปดาห์
  • โปรดักต์ของวงในไม่ใช่แค่แอปฯ หรือเว็บไซต์ แต่มันคือประสบการณ์ทั้งหมดตั้งแต่เปิดเข้ามาเลย
  • user คือสิ่งที่สำคัญมาก อัตราการเติบโตของรายได้ ขึ้นอยู่กับ user ดังนั้นการทำความดีสะสมให้ user จึงสำคัญมาก
  • ไม่ใช่แค่มีเดียแบบ UGC (User Generated Content) แต่ทุกธุรกิจต้องมีคุณค่าให้ในตัวเอง เช่น น้ำดื่มที่เป็นน้ำแร่ ต้องสร้างคุณค่าให้คนซื้อเชื่อว่า มันดี มันให้ความรู้สึกพิเศษ

 

08.27

ปัญหาและความผิดพลาด

     คุณยอดแบ่งปัญหาเป็น 2 แบบคือ ปัญหาที่ไม่ดี (bad problems) เช่น ในปี 2012 ไม่มีคนใช้เว็บไซต์ เปิดมา 2 ปีแล้วมีสมาชิกแค่ 30,000 คน ซึ่งน้อยกว่าปัจจุบันร้อยเท่า คนจำนวนเท่านี้ขายโฆษณาไม่ได้เลย เกิดความเครียด อายเพื่อน เงินไม่มี ขาดทุน 5-6 ล้าน หรือมีคนฟ้อง ถึงแม้เราจะมีเงื่อนไขตั้งไว้แล้ว แต่ก็ยังมีคนฟ้อง ห้ามไม่ให้เอารูปไปใช้ ร้านอาหารโทรมาด่าว่ารีวิวไม่ดี ไม่ใช่ความจริง สิ่งเหล่านี้ก็บั่นทอนจิตใจในระยะสั้น แต่สุดท้ายก็คิดได้ว่ามันคือปัญหาที่ดี (good problems) เพราะเรามีคนใช้เยอะมากจนคนเหล่านี้ต้องแคร์ สร้างอิมแพกต์ได้ ดังนั้นเราก็สามารถสู้กับปัญหาได้หมด

 

10.56

จุดเปลี่ยนและวิธีคิดในการมองปัญหา

  • ความอึด อดทน ไม่ยอมแพ้ คุณยอดและทีมงานไม่เคยมาบ่นว่าจะเลิกดีไหม จะทำต่อดีไหม มีแต่พูดกันว่าจะทำอะไรต่อ ขั้นต่อไปคืออะไร ฟีเจอร์อะไรที่ทำให้คนเข้ามาใช้เยอะขึ้น เรามีแต่เพิ่มสิ่งที่อยากจะทำ ตอนนั้นมีสิ่งที่อยากจะทำเกินหนึ่งพันอย่าง เปลี่ยนจากพลังลบเป็นพลังบวก
  • โชคและโอกาสก็มีส่วน พอสมาร์ทโฟนเข้ามา อินเทอร์เน็ตเข้ามา ทำให้เซอร์วิสเข้าถึงคนได้เยอะขึ้นมาก แต่เราเองก็ทำอะไรเยอะเหมือนกันก่อนจะถึงจังหวะนั้น เพราะตอนโอกาสมา โปรดักต์เราพร้อมแล้ว มันก็ยิ่งไปได้เร็วขึ้น

 

“เว็บไซต์แบบ UGC (User Generated Content) มันมี positive network effect ยิ่งมีคนใช้เยอะ ยิ่งมีรีวิวเยอะ เว็บไซต์ยิ่งมีประโยชน์ มันก็เลยเป็นตลาดที่เรียกว่า winner takes all คือยิ่งมีคนใช้เยอะที่สุดก็จะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่อันดับสอง สาม ก็จะมีโอกาสขึ้นมาได้น้อย”

 

16.08

แนวคิดในการแตกไลน์

  • เริ่มตั้งแต่การตั้งชื่อวงใน คิดเลยว่าไม่ควรตั้งชื่อที่สื่อถึงอาหารเกินไปเพราะในอนาคตอาจจะมีการรีวิวอย่างอื่นด้วย อย่างเว็บไซต์ที่เป็นแรงบันดาลใจ อย่าง Tripadvisor หรือ Yelp เขารีวิวหลายอย่าง อาหาร คลินิก ร้านตัดขนแมว มีหมดเลย ก็มองว่าอีกหน่อยจะทำแบบนี้บ้าง
  • มองจากโอกาสที่มีตลาด คู่แข่ง การเติบโต คุณยอดเห็นว่า beauty กับ travel น่าสนใจ travel มันใหญ่กว่าเยอะเลย แต่ไม่ได้โตเร็วเท่า beauty แถมคู่แข่งของ travel เยอะมาก เป็น red ocean ฉลามเยอะ กลับมาที่ความดีสะสม เว็บไซต์ที่ดีอยู่แล้วเยอะเลย เลยตัดสินใจไปที่ beauty
  • ส่วน cooking มีลูกค้าขอมาว่า วงในทำสูตรอาหารด้วยสิ พอลองทำ ปรากฏว่ามันฮิตแบบล้านวิวอย่างต่อเนื่อง ก็เริ่มมารีเสิร์ชอย่างจริงจัง ถึงรู้ว่าคนเสิร์ชหาสูตรทำอาหารเยอะมาก เมนูข้าวมันไก่ ผัดไทย มันยังไม่มีที่ดีๆ คุณภาพก็ยังไม่ได้ถูกจัดอันดับขนาดนั้น
  • เรื่อง Line Man ต้องยกความดีให้ Line โอกาสนี้พลาดไม่ได้ ธุรกิจส่งอาหารยังน้อยอยู่มาก ถือเป็นการตัดสินใจที่ดีมาก ผลตอบรับดีมาก
  • Alipay คนจีนเข้ามาเมืองไทยเยอะ เรื่องการใช้โมบายล์เพย์เมนต์น่าจะเข้าไทยในไม่ช้า เพราะจีนนำไปก่อนแล้ว

 

24.08

เทคนิคทำให้จำนวนผู้ใช้เติบโต

  • การบริหารและตั้งเป้าหมายให้ทีม คุณยอดเป็นวิศวกรมาก่อน จะบ้าเรื่องตัวเลข ทุกอย่างที่ทำจะพยายามวัดอิมแพกต์
  • คุณยอดเรียกทีมมาร์เก็ตติ้งว่าทีม Growth สมมติทีมจ่ายเงินไปเท่านี้ แล้วผลมันกลับมาเท่าไร ต้องวัดออกมาให้ได้ เราไม่ได้อยากเป็นการตลาดทั่วไปที่ทำมาร์เก็ตติ้ง ทำแคมเปญ ทำ commercial ad สิ่งที่ทำน่าจะ contribute ทุก growth ถ้า growth คือผู้ใช้ คือรีวิว สิ่งที่คุณทำ กิจกรรมที่คุณสร้าง ควรจะตอบแทนกลับมาทุก growth อะไรที่ทำแล้วฟุ้งเฟ้อ ทำแล้วไม่รู้ได้อะไรหรือเปล่า เราก็จะทำให้น้อยที่สุด

 

25.45

วิธีการตั้งเป้ากับทีม Growth

     ใช้ OKR (Objective and Key Result) ซึ่งตั้งเป็นไตรมาส อย่างทีม Growth วัดผลว่าแต่ละอันต้องโตเป็นเท่าไร ซึ่งถ้าถามว่าแต่ละอันมันทำให้พนักงานกดดันไหม เราตั้งใจให้เกิดความรู้สึกแบบนั้น เพราะเวลาเรารับคนเข้ามา เราชอบคนที่อยากทำอะไรให้มันเกิดอิมแพกต์อยู่แล้ว ชอบในการถูกวัดผล ไม่งั้นเขาก็จะรับไม่ได้ ดังนั้นการวัดผลก็เป็นคีย์อีกอย่างหนึ่งของวงใน

 

26.35

รับคนเข้าทีมอย่างไร
     ดูว่าเขาเหมาะกับวัฒนธรรมองค์กรของเรา 4 ข้อนี้ไหม
     Impact ชอบทำอะไรให้มันเกิดอิมแพกต์ รับความกดดันได้ ชอบทำงานใหญ่ สามารถวัดผลได้ ดังนั้นคำถามในการประชุม เช่น งานที่คุณทำแล้วภาคภูมิใจที่สุดคืออะไร ถ้าตอบสิ่งที่วัดผลได้ก็จะดี แต่ถ้าแค่ชอบก็ไม่ค่อยเข้าทางเท่าไร พูดถึงเรื่องการวัดผลมากกว่ากระบวนการทำ

     Passion เชื่อมั่นในเป้าหมายของบริษัทและสิ่งที่ทำ อาจจะให้เขาพูดถึงสิ่งที่ชอบ เช่น งานอดิเรกของเขาคืออะไร แล้วฟังคำตอบว่าเขาลงลึกแค่ไหนในสิ่งที่ชอบ หรือแค่ตื้นเขิน

     Speed ความเร็วในการทำงาน วงจรในการทำงาน ไม่ใช่แค่เร็ว แต่ต้องสามารถปรับปรุงผลงานตัวเองในทุกๆ วงจรได้ เช่น โปรแกรมเมอร์ 1 สัปดาห์ต้องมีผลงานใหม่ออกมาเพื่อที่จะได้ดูผล หรืออย่างบางคนบอกว่าเขียน 3 ตัวต่อสัปดาห์ ในขณะที่คนอื่นได้ 7 ตัว เขาจะทำยังไง

     Flexible ความยืดหยุ่นของ job description โยกย้ายเขาไปตำแหน่งอื่น เขาพร้อมปรับตัวไหม หรือยึดติด

 

32.16
หน้าที่ของซีอีโอ

  • ช่วงแรกๆ ต้องเข้าไปยุ่งในทุกๆ อย่าง การออกแบบโปรดักต์ การตลาด ทำบัญชี การจ้างคน ตอนนั้นมีพนักงานประมาณ 30 คน
  • ยุคที่สอง เริ่มดีลกับภายนอกมากขึ้น หาทุนเพิ่ม ดีลพาร์ตเนอร์ชิปใหญ่ๆ เดย์ทูเดย์โอเปอเรชัน เริ่มมีการจ้าง C-level HR มาแบ่งเบาภาระ
  • พอยุคที่สาม สื่อสารวิชัน สร้างคัลเจอร์ กลายเป็นว่าแมสเสจเราสำคัญมาก เป็นสิ่งที่คนยึดถือ ส่วนการสร้างคัลเจอร์เป็นตัวกำหนดว่าเขาควรทำอะไร อย่างไร เป็นตัวอย่างให้เขา สร้างค่านิยมส่งผ่านไปสู่พนักงานใหม่ๆ

 

“ถ้าวันนี้คุณทำอะไรที่มันอิมแพกต์ วันต่อมาคุณอาจได้ซองอิมแพกต์จากผมก็ได้ เป็นเงินสดเลย หรืออย่างบางคนทำงานได้ยืดหยุ่นมาก แม้บริษัทเราไม่มีโอที แต่คนนี้จะได้ซอง flexible ไป”

 

37.09

วัฒนธรรมองค์กร
     ตอนปลายปีจะมีการประเมินพนักงาน ของเราก็จะมี core value rating ด้วย คือให้คะแนนเขาผ่านทัศนคติ สมมติว่าคนคนนี้อาจจะทำงานธรรมดา แต่ระหว่างปีเขาทำงานอะไรได้เจ๋งมาก เขาอาจจะได้ core value rating สูง ซึ่งสุดท้ายก็มีผลต่อโบนัสของเขา

 

“เราใช้ core value rating ในบทสนทนาทุกวัน มันมีประโยคที่คนบอกว่า บทสวดมนต์ พูดทุกวันยังไม่เสื่อมค่าลงเลย core value ก็เหมือนกัน มันใช้ได้ เช่น เวลามีคนบอกว่าอาทิตย์หน้าไม่ว่างประชุม คนปกติอาจจะเลื่อนออก แต่ผมเลื่อนเข้าเลย สปีด”

 

39.47

วิชันในอนาคต

  • เราอยากเป็น super lifestyle platform ที่เชื่อมคนเข้ากับทุกโปรดักต์ ทำให้ชีวิตคนไทยดีขึ้น
  • ตลาดของเรายังเป็นคนไทยอยู่ ยังไม่ไปต่างประเทศ เพราะมาร์เก็ตไซส์ไม่ได้ นักท่องเที่ยวมาแป๊บเดียวก็กลับ ความต้องการต่างกัน รสนิยมไม่เหมือนกัน และเรตติ้งการรีวิวของคนไทยใช้กับชาติอื่นไม่ได้ สุดท้ายก็คือพนักงานเราเข้าใจคนไทยด้วยกันมากที่สุด
  • อยากขยายอีก 2-3 ทางไปรีวิวสิ่งอื่นๆ ขยายพื้นที่เพิ่มในหลายๆ จังหวัด เราอยากคอนเน็กต์คนเข้ากับสิ่งดีๆ อยากไปถึงความโลคัลมากขึ้น
  • ตอนนี้ที่เราทำคือค้นหาและรีวิวร้าน แต่ยังไม่เคยไปมีความสัมพันธ์กับเขาลึกกว่านั้น เช่น การทำ POS (Point of Sale) จองโต๊ะ สั่งอาหารล่วงหน้า การจ่ายสตางค์ ซึ่งมันเป็นวิถีที่เราทำได้ แต่ยังไม่เคยทำ

 

42.40

การเข้าตลาดหุ้น

     เราเหมือนเป็นรุ่นพี่ด้านสตาร์ทอัพ ถ้าเราไม่ทำให้คนอื่นดู แล้วรุ่นน้องอีกเป็นร้อยบริษัทจะเอาความหวังมาจากไหน นักลงทุน รัฐบาล ถ้าไม่มีบริษัทแบบนี้เข้าตลาดหุ้นได้จะมองว่าเมืองไทยยังขาด exit เราจะได้เป็นตัวอย่างให้รุ่นหลังได้อีกเยอะมากเลย

 

“สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ทุก 100 บาท เงินเข้าไปถึงธุรกิจคนไทย 5-10 บาทเท่านั้นเอง นอกนั้นไปอยู่ที่ Facebook, Google, Youtube บริษัทพวกนี้ไม่ได้จ่ายภาษี เจ้าของเป็นต่างชาติ เราก็คิดว่าการที่เราเป็นบริษัทสตาร์ทอัพสัญชาติไทยให้คนไทยใช้ก็น่าจะสู้กับต่างชาติได้มากขึ้น จะได้ไม่เป็นเมืองขึ้นทางด้านเทคโนโลยีของต่างชาติมากเกินไป”

 

48.14
รายได้
     มาจากการโฆษณาเยอะที่สุด ที่เหลือก็จะเป็น sponsorship กับพวกขายดีลอีกนิดหน่อย ถามว่าเราจะอยู่ได้ไหม ข้อเท็จจริงก็คือบริษัทใหญ่อย่าง Google, Facebook รายได้หลักยังมาจากโฆษณาอยู่ เราก็น่าจะไม่ต่างกัน ดังนั้นไม่มีอะไรต้องกลัวว่าการทำธุรกิจด้วยการทำโฆษณาจะไม่เติบโตหรือไม่ยั่งยืน

 

49.34

แนะนำคนทำธุรกิจด้านเทคสตาร์ทอัพ
     1. การที่คนล้มเหลวเยอะเป็นเรื่องปกติ มีอีกหลายคนที่เข้าใจผิดตั้งแต่ต้นว่าเราต้องมีสตาร์ทอัพเป็นจำนวนมาก แต่จริงๆ มีแค่ 5-10 บริษัทก็พอที่ใหญ่และเกี่ยวข้องกับผู้คน จำนวนนี้จะไดรฟ์มูลค่าถึง 80% ของธุรกิจเหมือน Top 5 ของอเมริกา หรือ Top 3 ของที่จีน ยิ่งมีเยอะ ยิ่งล้มเหลวเยอะ ถ้าธุรกิจคุณเล็กนิดเดียว เฟซบุ๊กออกมาฟีเจอร์เดียวก็ฆ่าคุณตายแล้ว
     2. ต้องถึก อย่าไปคาดหวังว่าทำดีๆ แล้วขายบริษัทไปภายใน 3-4 ปี คุณยอดอยู่วงในมา 7 ปีแล้วยังเห็นทางไปต่อได้ ต่างชาติก็เหมือนกัน ดังนั้นคุณเป็นใครถึงคิดว่าจะประสบความสำเร็จได้เร็วขนาดนั้น
     3. ไอเดียไม่ได้สำคัญเท่าการลงมือทำ ตอนที่ผมทำแรกๆ มักจะมีคนพูดว่า อยากทำเหมือนกัน อยากทำแบบนี้ แต่ไม่มีคนลงมือทำจริงสักคน

 

54.02

Secret Sauce
     1. การสร้างความดีสะสม ทำโปรดักต์ให้ดีขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้ผู้ใช้เข้ามามากขึ้น สร้างคุณค่าจนรายได้เข้ามาเอง

     2. หา Monopoly ในตลาด ทำให้โปรดักต์มีคนใช้มากจนที่ 2 ที่ 3 ในตลาดไม่สามารถตามได้

     3. วัฒนธรรมองค์กร เอาวัฒนธรรมองค์กรมาใช้และประเมินผลงานจริง

     4. สื่อสารวิชันของซีอีโอให้ทั่วถึง พูดเป็นตัวอย่างให้เข้าใจตรงกัน คนจะได้ยึดถือและเห็นเป้าหมายเดียวกัน

 


 

Credits

 

The Host นครินทร์ วนกิจไพบูลย์

The Guest ยอด ชินสุภัคกุล

 

Show Creator นครินทร์ วนกิจไพบูลย์

Episode Producers ปวริศา ตั้งตุลานนท์, อธิษฐาน กาญจนพงศ์

Episode Editor เชษฐพงศ์ ชูประดิษฐ์

Sound Designer & Engineer ศุภณัฐ เดชะอำไพ

Coordinator & Admin อภิสิทธิ์​ หรรษาภิรมย์โชค

Art Director กริณ ลีราภิรมย์

Graphic Designer เทียนจรัส วงศ์พิเศษกุล

Photographer อธิษฐาน กาญจนพงศ์

Music Westonemusic.com

The post ‘Wongnai’ แพลตฟอร์มที่กำลังไปไกลกว่าเรื่องอาหาร จากการสร้างความดีสะสม appeared first on THE STANDARD.

]]>