MEAN – THE STANDARD https://thestandard.co สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 01 Feb 2018 07:01:33 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.5.5 บอย โกสิยพงษ์ ขอบอก อัลบั้ม Rhythm & Boyd เรียงเพลงตามไคลแมกซ์หนังสตีเวน สปีลเบิร์ก https://thestandard.co/podcast/multipleeargasms21/ Thu, 01 Feb 2018 17:01:32 +0000 https://thestandard.co/?post_type=podcast&p=66333

ในปี 2018 บอย โกสิยพงษ์ เอาอัลบั้มคลาสสิก Rhythm & […]

The post บอย โกสิยพงษ์ ขอบอก อัลบั้ม Rhythm & Boyd เรียงเพลงตามไคลแมกซ์หนังสตีเวน สปีลเบิร์ก appeared first on THE STANDARD.

]]>

ในปี 2018 บอย โกสิยพงษ์ เอาอัลบั้มคลาสสิก Rhythm & Boyd มา reproduce ทั้งอัลบั้มด้วยทีมงานเดิม รวมทั้งคอนเสิร์ตที่จะเล่นแบบเรียงเพลงไปทั้งอัลบั้ม เพราะอรรถรสของอัลบั้มนี้คือการเรียงเพลงที่พิถีพิถัน ให้ได้กราฟแบบหนังสปีลเบิร์ก!

 


 

ที่นำอัลบั้ม Rhythm & Boyd มาทำใหม่คือทำอะไรบ้าง

อัลบั้มนี้เป็นอัลบั้มแรกที่ผมได้ปล่อยสู่วงการเพลง เป็นแลนด์มาร์กที่สำคัญเลย พอมันผ่านไป 24 ปี เราจะมีคอนเสิร์ตด้วย ผมก็คิดว่าถ้าอัลบั้มนี้มันเป็นคน 24 ปี ต่อมามันจะเป็นยังไง

 

ผมก็เลยเอาเพลงทั้งอัลบั้มมาทำใหม่เลย ด้วยนักดนตรีชุดเดิม นักร้องชุดเดิม ซึ่งก็ไม่ครบนะครับ เพราะมีมือแซกโซโฟนคนหนึ่งเขาเสียชีวิตไปแล้ว ก็ทดแทนไม่ได้ แต่ที่เหลือชุดเดิมหมดเลย ผมก็ทำเป็นเทปคาสเซ็ตต์ขึ้นมาเพื่อมอบให้คนที่ซื้อบัตรคอนเสิร์ตทุกคน จะได้รู้สึกถึงบรรยากาศเก่าๆ

 

ส่วนในปกก็จะโตขึ้น คิวปิดที่เคยเป็นเด็กตัวเล็กๆ ก็โตขึ้น แต่ไม่ใช่น้องคนเดิมนะ เพราะหาคนเก่าไม่เจอแล้ว แต่อาร์ตไดเรกชันเหมือนเดิม แอปเปิ้ลที่ถูกกัดคำเดียวก็เป็น 2 คำ หรือในปกหลังทุกคนที่เคยทำเบื้องหลังเมื่อตอนนั้น ไม่ว่าจะเป็นผม หรือสุกี้ ฯลฯ ก็มาถ่ายรูปช็อตเดิมลงในนี้เหมือนเดิม แต่ว่าแก่ลงกันหมดเลย

 

 

เรียกว่าเป็นอัลบั้ม remaster?

ไม่ใช่ remaster แต่เป็นการ reproduce เลย เป็นการทำโปรดักชันใหม่ ตั้งแต่ขั้น 0 จนถึงขั้น 10 อะไรที่ผมรู้สึกว่าทำผิดพลาดไปในตอนนั้นแล้วแก้ไม่ทันแล้ว อันไหนที่ผมไม่ชอบ ผมก็เปลี่ยน แล้วก็บันทึกเสียงด้วย 96k ซึ่งหูคนปกติไม่ได้ยินแล้วว่ามันละเอียดขนาดไหน แต่ถ้าใช้เครื่องเสียงดีๆ ก็จะเข้าใจ

 

มันมีบางอย่างที่ผมอยากปรับปรุงจากเมื่อ 24 ปีที่แล้วครับ บางคอร์ดผมไม่ชอบ บางช่วงผมอยากมีเสียงสตริงแต่ตอนนั้นผมทำไม่เป็น ตอนนี้มีคนช่วย arrange แล้ว มันก็ถูกปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปเยอะ

 

ในงานก็มีขายเป็นคาสเซ็ตต์ รวมทั้งมีเครื่องเล่นคาสเซ็ตต์ขายที่งานพร้อมกันด้วย เราอยากให้อารมณ์ของการ ‘ออกเทป’ มันกลับมา ก็มีอีกหลายอัลบั้มของผมที่จะนำกลับมาทำเป็นคาสเซ็ตต์ รวมถึงเป็นซีดีด้วย ซึ่งมีทั้งเป็นซีดีปกติและซีดีทอง รวมทั้งแผ่นเสียงหลายฟอร์แมต ทั้งหน้าเดียวตลอดหรือหน้าละ 2 เพลง และที่พิเศษไปกว่านั้นคือเราจะทำเทปรีลด้วย แบบครึ่งนิ้ว ที่เอาไว้ฟังตามบ้าน ก็ยังมีคนที่มีเครื่องเล่นอยู่ รับรองว่าทุกคนจะสะใจกับคุณภาพอัลบั้มนี้มากๆ

 

Track by Track: Rhythm & Boyd

ก่อนหน้านี้เพลงไทยช่วงนั้นจะเป็นเพลงโซลเสียมากกว่า พวกเพลง ข้าวนอกนา, หุ่นไล่กา หลายเพลงเลยที่คุณปราจีน ทรงเผ่า เป็นนักทำเพลงที่มีอิทธิพลของเพลงโซลเยอะมาก

 

Interlude – เวลาฟังเพลงผมชอบฟังทั้งอัลบั้ม เนื่องจากเราเป็นคนยุคเดิม เลยไม่ได้ฟังเจาะเป็นเพลงๆ ไป เรานั่งฟังแม้กระทั่งช่องว่างระหว่างเพลง ช่องว่างระหว่างเพลงในอัลบั้มนี้ก็แตกต่างกันหมด ด้วยเหตุผลที่ต่างกัน แค่ผมเรียงช่องว่างระหว่างเพลงทุกเพลง ก็ใช้เวลา 2-3 อาทิตย์ละ เพราะเราเชื่อว่าการฟังให้รื่นที่สุดจะทำให้คนฟังเข้าใจสิ่งที่เราอยากจะเสิร์ฟ เหมือนเราเป็นพ่อครัว เราก็ต้องทำอาหารเป็นคอร์ส รอจังหวะที่เหมาะสม เปลี่ยนเมนูไปเรื่อยๆ Interlude ก็เป็นตัวเริ่มต้นที่ผมให้กินไอศกรีมก่อน เพื่อคลีนหู แล้วค่อยเข้าเพลงหลักเพลงแรก นั่นคือ รักคุณเข้าแล้ว

 

คือถ้ามองเป็นเมนู ผมทำต้มยำเป็นเมนูแรก ผมก็จะไม่เสิร์ฟยำเป็นเมนูต่อไป ก็จะเปลี่ยนเป็นอย่างอื่น อาจเสิร์ฟผัดน้ำมันหอยแทน หรือของย่างแทน เพื่อให้คนฟังเซอร์ไพรส์ตลอดเวลา

 

รักคุณเข้าแล้ว – เป็นเพลงที่วางในสลอตของเพลง เพียงคำเดียว แต่คุณสมเกียรติเขาบอกว่าผมจะทำเพลง รักคุณเข้าแล้ว ได้ดีกว่า ผมก็เชื่อเลย ผมไม่เคยสงสัยในเซนส์ของคุณสมเกียรติ (หรือ Z-MYX) เลย เพราะเซนส์ป๊อปของเขาแม่นมาก ที่เลือกป๊อดมาร้อง เพราะเคยร่วมงานกันแล้วในเพลง ลมหายใจ ทำให้รู้ว่าเขามีศักยภาพมากๆ เขาจะมีเสียงของ Lenny Kravitz ที่มีความเป็นโซลด้วย ทำให้เพลงเข้าถึงจิตวิญญาณมากขึ้น

 

คืนนี้ – ผมก็อยากนำเสนอ น้อย-กฤษดา สุโกศล แคลปป์ ผมชอบเทคนิคการบันทึกเสียงของ Marvin Gaye ชุดที่เขาเมามากๆ วิธีของเขาคือจะร้องซ้อนกัน แล้วเสียงก็จะซ้อนกันไปมา ผมเลยอยากให้เพลงนี้เป็นมู้ดมิวสิก เป็น ambience มีผมพูดเสียงต่ำๆ อยู่ด้วย คือหลังจากจบเพลง รักคุณเข้าแล้ว ที่เป็นเนื้อหาไปแล้ว เราก็เข้าสู่เพลงมู้ด เพื่อ carry ให้อารมณ์ยังคงอยู่ แต่ไม่ชัดเจนมาก ผมเลยบันทึกเสียง 3-4 เสียง โดยไม่ต้องให้ประสานกัน ให้ทุกอย่างมัวๆ เหมือนฟิล์มนัวร์

 

ฤดูที่แตกต่าง – พอเราผ่านมู้ดมาแล้ว ก็เสิร์ฟอาหารใหม่ที่ชัดเจน เนื้อหาเป็นปรัชญาชีวิตที่ได้มาจากแม่ จริงๆ เพลงนี้ไม่ได้อยู่ในอัลบั้มแต่แรก แต่นำมาใส่หลังจากเกิดอุบัติเหตุ ถ้าอยากรู้ก็ไปอ่านที่ผมเขียนไว้ในเฟซบุ๊ก (ตอนที่ 4 และ ตอนที่ 5) ซึ่งมีอัพเดตเรื่องราวความเป็นมาของอัลบั้มและชีวิตผมไว้ในช่วงนี้ ส่วนในคอนเสิร์ตก็มีอีบุ๊กแจกให้อ่านก่อนเข้าดูครับ ส่วนนภที่ได้ร้องเพลงนี้เขาเป็นเพื่อนกับป๊อด ก็มาที่ห้องอัดด้วย ป๊อดก็แนะนำว่าเพลงนี้ลองให้นภร้องดู ปรากฏว่ามันใช่มากจริงๆ

 

คลั่ง – ก็วิธีคิดเหมือนเดิม เรากลับมาที่เพลงมู้ดๆ ก็เล่าถึงความรู้สึกที่ผมมีต่อภรรยาในตอนที่ยังจีบไม่สำเร็จ เราก็ต้องขับรถไปบ้านเขา แต่เข้าไปคุยไม่ได้ เราโทรศัพท์หาเขาก็ไม่ได้ เพราะพ่อเขาอยู่ตรงโทรศัพท์ตลอดเลย เราก็ไม่กล้าพูด สมัยนั้นมีแต่โทรศัพท์บ้าน เพลงนี้ก็ได้พี่ฮาร์ท (เบิร์ดกะฮาร์ท) มาช่วยร้อง

 

เก็บดาว – พอนัวร์แล้วเราก็กลับมาชัดอีก เพื่อให้การฟังเพลงมันไม่เลี่ยนจนเกินไป เพลงนี้เกิดจากผมชอบดูการ์ตูน ชอบเพลงการ์ตูนที่มันเพราะๆ เป็นเหมือนของหวานคั่น ก่อนจบเพลงหน้า A ด้วยความที่เรามองทุกอย่างเป็นเทป เลยจัดเรียงแบบหน้าเทป เพลงนี้ก็ได้พี่มาริสา สุโกศล หนุนภักดี และสรรธร ไกรยูรเสน เป็นน้องชายคุณฟอร์ด ซึ่งตอนแรกผมตั้งใจจะให้พี่แต๋ม-ชรัส เฟื่องอารมย์ มาร้อง ให้เป็นเจ้าชายสูงวัยหน่อย แต่แกไม่สะดวก เลยเลือกเป็นเจ้าชายหนุ่มแทน เป็นคุณสรร ที่ได้ฟังแกร้องเพลงจากรายการประกวดช่อง 3 ยุคนั้น

 

เจ้าหญิง – พอฟังหน้า A จบ บางคนก็อาจจะพักไปเข้าห้องน้ำ ไปอะไร ผมก็คิดว่าเราไม่ต้องมีอะไรมาคั่น ก็ใส่เพลงชัดๆ เข้าไปเลย ป๊อดก็จะสวิงสวายอย่างเต็มที่ในเพลงนี้ เป็นเพลงที่แต่งให้ภรรยาผมนี่แหละ แต่ยังไม่ได้เป็นภรรยาตอนนั้น

 

ลมหายใจ – เป็นเพลงที่ดังมาอยู่แล้ว แล้วถ้าผมใส่เพลงนัวร์ๆ มาอีก คนน่าจะเริ่มจับแพตเทิร์นผมได้ ก็เหมือนปล่อยสองหมัด เหมือนดูหนังสตีเวน สปีลเบิร์ก ที่ช่วงไคลแมกซ์จะมีการพีกย้ำอยู่ 3-4 ที ผมก็เอาสิ่งนี้มาช่วยเรียงเพลง

 

ดอกไม้ – เป็นเพลงสั้นๆ ที่ตั้งใจว่าก่อนจะเข้าไปนัวร์อีกรอบกับเพลงต่อไป ผมต้องให้คนฟังได้ยินเพลงที่เพราะมากๆ แต่จบเร็ว ภายในนาทีครึ่ง เพื่อให้เขาถวิลหาอีก ฟังแล้วก็ต้องอยากกรอฟังอีกรอบ เพราะมันน่ารัก มันกุ๊กกิ๊กเหลือเกิน

 

ข่าวของเธอ – ผมอยากให้คนฟังมู้ดที่ชัดมาก มู้ดที่เกรี้ยวกราด โชว์ความมืดของเพลง เพราะตอนจบจะเป็นเพลงผม ก็ต้องทำให้อารมณ์มันขัดแย้งกัน ไม่งั้นเดี๋ยวตอนจบมันจะไม่เด่น ก็ต้องเอาเพลงนี้กดความรู้สึกของคน พอเพลงจบ ผมก็มี Interlude เล็กๆ เพื่อให้คนพักแป๊บหนึ่งแล้วก็เข้าเพลงสุดท้าย สบายๆ เหมือนความเครียดมันถูกคลายลงแล้ว ผมจะไม่จบอัลบั้มด้วยอารมณ์ร้ายๆ เด็ดขาด ผมไม่ชอบ sad ending ผมชอบจบ happy ending

 

จะเก็บเธออยู่ในใจเสมอ – หลังจากจบเพลงเครียดๆ พอขึ้นเพลงนี้ที่ผมร้อง ผมก็จะดูเท่ขึ้นมาทันที เพราะผมร้องไม่ได้ดีมาก

 

นอกจากนี้ผมยังใช้เวลาของช่องว่างระหว่างเพลงอย่างละเอียดที่สุด เพราะว่าเสี้ยววินาทีหนึ่งก็มีผลต่อความรู้สึกของการฟังได้ gap ที่ gap ตั้งแต่อัลบั้มชุด Rhythm & Boyd จนถึงชุด Boyd-Nop ไม่มีเท่ากันเลยครับ ยกเว้นโรงงานซีดีเขาขี้เกียจทำเป็น 2 วินาทีเท่ากันให้หมด ซึ่งผมไม่ชอบเท่าไร

 

 

คอนเสิร์ต Rhythm & Boyd

จะมีขึ้นวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 นี้ ซึ่งบัตรหมดไปแล้ว แต่เราก็ไม่อยากเพิ่มรอบ เพราะคิดดูแล้ว วันแรกที่ประกาศขายบัตรเราไม่ได้บอกคนดูว่าจะมีรอบ 2 ได้ ทำให้มีคนมารอซื้อบัตรตั้งแต่เที่ยงคืนก่อนเปิดขาย เราเลยตัดสินใจไม่เพิ่มรอบดีกว่า อยากให้คนที่ให้เวลากับเรารู้สึกว่ามันคุ้มค่าที่เขารอ

 

คอนเสิร์ตนี้จะเล่นเพลงเรียงตามอัลบั้มทุกอย่างเลย แล้วก็มีบรรยากาศแบบใหม่ ต่างจากคอนเสิร์ตของผมปีที่ผ่านๆ มา ที่ผมใช้กราฟแบบสปีลเบิร์กตลอด แต่ปีนี้จะเปลี่ยนไป ต้องไปรอดูกัน

 

50 ปี บอย โกสิยพงษ์ กับการ reproduce อัลบั้มคลาสสิก

ปีนี้จะได้เห็นอัลบั้มเก่าๆ ที่กลับมา reproduce อีกครั้งหนึ่ง มันเหมือนเราได้ไป revisit อัลบั้มเหล่านั้นอีกครั้งหนึ่ง ชุดไหนเราอยากแก้แต่แก้ไม่ทัน ก็มาจัดการใหม่ในรอบนี้ ทั้งอัลบั้ม EP.1, Simplify รวมถึง The Million Ways to Love Part 1

 

ส่วน The Million Ways to Love Part 2 จะปล่อยให้ฟังพร้อมกับคอนเสิร์ตของอัลบั้มเลย ในเดือนพฤศจิกายนปีนี้ ขายบัตรพร้อมกับอัลบั้มเลย

 

ทีแรกอัลบั้มนี้ผมกะว่าจะเป็นชุดสุดท้ายที่ทำ แล้วก็จะรีไทร์จากการแต่งเพลงตัวเองละ ไปทำให้คนอื่นดีกว่า เพราะการทำเพลงตัวเองมันใช้พลังงานหนักมาก อัลบั้มนี้ทำไป 150 กว่าเพลง เพื่อมาเลือกเหลือ 13 เพลง มันเหนื่อยมาก เบื่อแล้ว

 

แต่พอหลังจากผมฟังเพลงชุดหนึ่งของ Rumer ที่นภ พรชำนิมาเปิดให้ผมฟัง ผมดันกลับมีไฟขึ้นมาอีกครั้ง ผมอยากไปแตะมาตรฐานเดียวกับเขาให้ได้ เลยกลายเป็นว่าหลังจากนี้น่าจะได้ฟังเพลงจากผมอีกเยอะเลยครับ

 

อยากให้ลองฟังดูครับ เพลง Better Place

 

ตอนนี้อัลบั้ม Simplify กำลังทำอยู่ เพื่อให้ทันคอนเสิร์ตช่วงเดือนสิงหาคมปีนี้ คือปีนี้ครบรอบ 50 ปีบอย โกสิยพงษ์ ก็จะทำทุกอย่างในแคมเปญของบอย ก็มีหนังสืออีก 5 เล่ม ที่ต่อเรื่องชีวิตของผมจนถึงอายุ 50 เล่าเรื่องอุปสรรคความทุกข์ที่ผมเจอ ช่วงที่ผมมีอีโก้มาก ช่วงที่ผมตกต่ำถึงที่สุด ช่วงที่ครอบครัวผมตาย ก็จะเล่าว่าผมผ่านช่วงนั้นมาอย่างไร

 

Eargasm Combo

  1. รักคุณเข้าแล้ว – cover by ต๋อง อภิชา
  2. จะเก็บเธออยู่ในใจเสมอ – cover by โปเต้ วง MEAN
  3. เก็บดาว – cover by SloJoe

 


 

Credits
The Host
แพท บุญสินสุข

The Guest บอย โกสิยพงษ์

Show Creator แพท บุญสินสุข

Show Producer นทธัญ แสงไชย

Episode Editor นทธัญ แสงไชย

Sound Designer & Engineer ศุภณัฐ เดชะอำไพ

Coordinator & Admin อภิสิทธิ์​ หรรษาภิรมย์โชค

Art Director กริน ลีราภิรมย์

Graphic Designer เทียนจรัส วงศ์พิเศษกุล

Proofreader พรนภัส ชำนาญค้า

Music Westonemusic.com

The post บอย โกสิยพงษ์ ขอบอก อัลบั้ม Rhythm & Boyd เรียงเพลงตามไคลแมกซ์หนังสตีเวน สปีลเบิร์ก appeared first on THE STANDARD.

]]>
MEAN วงป๊อปที่สื่อสารกับแฟนเพลงได้เก่งพอๆ กับเล่นดนตรี https://thestandard.co/podcast/multipleeargasms11/ Mon, 20 Nov 2017 05:54:02 +0000 https://thestandard.co/?post_type=podcast&p=47711

     วง MEAN ถือกำเนิดขึ้นท่ามกลางการเติ […]

The post MEAN วงป๊อปที่สื่อสารกับแฟนเพลงได้เก่งพอๆ กับเล่นดนตรี appeared first on THE STANDARD.

]]>

     วง MEAN ถือกำเนิดขึ้นท่ามกลางการเติบโตของโซเชียลเน็ตเวิร์ก ที่เรียกร้องให้วงดนตรีต้องทำงานได้ตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการ ตั้งแต่แต่งเพลง เล่นดนตรี จบงานมิกซ์เพลง ไปจนถึงโปรโมตตัวเอง และสื่อสารกับผู้ฟังทางหน้าโซเชียลเน็ตเวิร์ก

     วงหน้าใหม่ที่เป็นที่พูดถึงอย่างมากในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาอย่างวง MEAN ก็ทำงานเหล่านั้นได้อย่างน่าทึ่ง

 


 

กว่าจะเป็นวง MEAN

     วง MEAN มีสมาชิก 4 คน คือ ปาล์ม มือคีย์บอร์ด ควบตำแหน่งแอดมินเพจ, โปเต้ ร้องนำ, กัน มือเบส และพัด มือกีตาร์ ควบตำแหน่งหัวหน้าวง

     ทั้งสี่คนรู้จักกันที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในชุมนุม TU Folksong หลังจากเรียนจบก็แยกย้ายไปทำงานต่างๆ กันไป โปเต้ก็ไปประกวด AF ซีซัน 8 ปาล์มก็ไปทำงานเป็นเบื้องหลังงานเพลง ทั้งเพลงโฆษณา เพลงรายการทีวี เล่นแบ็กอัพด้วย ทั้งวงค่อนข้างแน่ใจว่าจะเป็นนักดนตรีกันแน่ๆ มาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย กันจะมีสโลแกนติดตลกว่า “อย่าให้การเรียนมาทำให้ดนตรีเสีย” ด้วยความที่เรียนสายบริหารธุรกิจโลจิสติกส์มา ทำให้ตอบตัวเองได้ชัดเจนว่าไม่ไปทำงานต่อสายงานนี้แน่นอน เพราะไม่ชอบ เป็นสี่ปีที่เรียนให้รู้ว่าไม่ชอบทำงานทางนี้ เลยอยากบอกน้องๆ ที่เรียนอยู่ว่าถ้ารู้ว่าชอบอะไรแล้วต้องซิ่วก็ซิ่วไป อย่าไปเสียดายเวลาที่เรียนมาขนาดนั้น มันดีกว่าต้องอยู่กับสิ่งที่ไม่ชอบไปตลอด

     ปาล์มรู้ว่าชอบดนตรีตั้งแต่ประมาณ 3 ขวบ ตอนนั้นฟังเพลงตามคุณพ่อที่มักพาปาล์มไปตกปลาที่โอไฮโอ สหรัฐอเมริกา แล้วก็เปิดเพลงเฉลียงฟัง แล้วคุณพ่อก็ซื้อคีย์บอร์ด Casio เล็กๆ ให้เป็นของขวัญ ก็เล่นมาตั้งแต่วันนั้น

 

ดนตรีที่เป็นแรงบันดาลใจให้วง MEAN

     สำหรับปาล์มคือเพลงที่พ่อร้องให้ฟัง เพลง กล่อมลูก ของเฉลียง ฟังแล้วก็รู้สึกดีมากเลย

     ส่วนโปเต้นั้นนอกจากติดตามวง BNK48 แล้ว ตั้งแต่เด็กๆ ก็มักร้องเพลงเล่นๆ ตามถนนเวลาเดินไปไหนมาไหน แล้วปรากฏว่าโดนแม่ค้าแซว ก็เขิน หลังจากนั้นก็ไม่ค่อยกล้าร้องเพลงอีก แต่โชคดีที่บ้านโปเต้เป็นร้านขายเทปเพลงกับหนังสือ เลยได้ฟังเพลงมาตลอด จนกระทั่งขึ้น ม.4 ก็พบว่าอยากร้องเพลงจริงจัง โปเต้ก็ไปเรียนร้องเพลง 1 คอร์ส 3 เดือน หลังจากนั้นก็ร้องเพลงมาต่อเนื่องเลย

     แต่ตอนนั้นก็ไม่ได้มีภาพในหัวชัดมากว่าต้องทำงานเป็นนักร้องนักดนตรี แต่ก็ประกวดมาเรื่อยๆ เช่น AF

     กันเป็นมือเบส แต่จริงๆ แล้วเล่นกีตาร์มาก่อน เล่นจริงจังมากจนถึง ม.6 เล่นเพลงสายร็อก Dream Theatre ฯลฯ มีกีตาร์สีส้ม จนเข้า TU Folksong ปรากฏว่ามือเบสที่ชุมนุมขาดคน ก็ได้เจอพี่จั๊มป์ วง Tattoo Colour เลยผันตัวไปเล่นเบสแทนมาจนทุกวันนี้

     ส่วนพัด หัวหน้าวง ที่ได้ตำแหน่งนี้มาก็เพราะว่าโดนเพื่อนผลักดัน เพราะเป็นคนระเบียบจัด ชอบจัดคิวซ้อม จัดตาราง ทำบัญชีวง เพื่อนเลยให้เป็นหัวหน้า

 

ประสบการณ์ความฟินทางดนตรีที่ทำให้ eargasm

     โปเต้ – มีเพลงหนึ่งที่นึกถึงเสมอเวลามีคนถามว่าชอบเพลงอะไรที่สุด ไม่ได้เพลงฮิตอะไรเลย แต่อยู่ในชีวิตของโปเต้มาช่วงหนึ่ง คือเพลง Sorry for the Stupid Things ของ Babyface เป็นศิลปินอาร์แอนด์บี คือปกติก็ไม่ได้ร้องแนวอาร์แอนด์บี แต่ฟังเพลงนี้แล้วชอบมาก รู้สึกเพราะมาก ทั้งเนื้อหาและทำนอง โปเต้เคยแชร์เพลงนี้ง้อแฟน แต่ก็ไม่ได้ช่วย

     กัน – คือตอนที่ไปดูคอนเสิร์ต Coldplay หลังจากเป็นสายปั่นมาตลอด ก็พบว่าเพลงที่ดี เพลงที่คนทั่วไปชอบฟังก็คือเพลงที่เพราะ ก็เลยมาชอบ Coldplay ชอบเปิดดูคอนเสิร์ตของวงในยูทูบ ดูจนจำได้หมดว่าตรงนี้จะเปิดไฟสีนี้ ตรงนี้จะมีพลุ รู้คิวหมดเลย พอไปดูคอนเสิร์ต Coldplay ที่ราชมังฯ แม้จะรู้อยู่แล้วว่าพลุจะจุดตอนไหน แต่พอถึงจังหวะนั้นน้ำตาก็ไหลเลย ยืนอึ้งซึ้งอยู่ตรงนั้น ซาวด์ดีมาก เล่นดีมาก

     พัด – ส่วนมากพัดประทับใจการไปเล่นคอนเสิร์ตมากกว่า ก่อนนี้เคยไปเล่นคอนเสิร์ตของ LOVEiS ที่ช่างชุ่ย ปกติที่ชุมนุม TU Folksong จะมีธรรมเนียมเล่นเพลง Season Changes ปิดทุกงานที่เล่น วันนั้นเราไปเล่นแล้วมีพี่นภ พรชำนิ ขึ้นมาร้องเพลงนี้ปิดโชว์ของเรา ความรู้สึกเราคือนี่คือเสียงที่เราฟังมาตลอด เขามาเล่นเหมือนเราอยู่ในคอนเสิร์ต B-Day เป็นเพลงที่มีความหมายกับเรามาก ปกติเพลงพี่บอยจะอยู่ในความนึกคิดของเราตลอดเวลา อย่างเพลงนี้พัดจะชอบท่อน “หากไม่รู้จักเจ็บปวดก็คงไม่ซึ้งถึงความสุขใจ” หรืออีกเพลงที่ชอบคือ Live and Learn ที่ชอบท่อน “สุขก็เตรียมไว้ เพราะความทุกข์คงตามมาอีกไม่ไกล” พอเราได้เล่นเพลงเหล่านั้นกับคนที่ร้องมัน แต่งมันขึ้นมา หรือได้เล่นให้พวกเขาฟัง มันเป็นประสบการณ์ที่เงินเท่าไรก็ซื้อไม่ได้จริงๆ

     ปาล์ม – ชอบเพลงของวง Queen เป็นเพลงที่คุณพ่อชอบฟัง เป็นครั้งแรกที่เราฟังเพลงแล้วได้เห็นว่าเปียโนมันร็อกได้ เป็นวงที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับเราเลย ช่วงหนึ่งที่เคยทำวงก่อนหน้าวง MEAN ปาล์มท้อมาก ไม่รู้จะทำยังไงต่อไป ก็เลยเปิดเพลงเก่าๆ ฟัง ก็ไปเจอเพลง We Are The Champion มันมีท่อนที่ร้องว่า “And we keep on fighting.” ฟังแล้วมันพีกเลย เราเลยลุกขึ้นมา keep on fighting ลองดูอีกครั้ง เราเลยมาตั้งวงที่มีสมาชิก 4 คนเหมือนกับวง Queen แล้วคำที่พ้องกับ Queen ก็คือ MEAN เลยกลายเป็นวงนี้

     นี่ไม่เคยบอกที่ไหนมาก่อนเลย

 

พูดถึงเพลง หมายความว่าอะไร

     พัดเป็นคนเขียนเนื้อ ส่วนทำนองคือได้กันเป็นคนแต่ง ส่วนเวลาเริ่มแต่งเนื้อเพลงจะมีเทคนิคคือโปเต้จะร้องขึ้นมาเป็นภาษาเกาหลีก่อน เป็นเทคนิคของพี่บอย ที่ดราฟต์แรกจะร้องเป็นภาษาที่ไม่มีความหมายก่อน ไม่ได้ปั๊บปาจั๊ดจา แล้วพี่บอยก็จะพูดเนื้อเพลงลงไปแบบไม่มีทำนอง แล้วเอาสองอย่างนี้มารวมกัน

     เทคนิคนี้ช่วยให้อารมณ์ของคำมันออก นึกคำที่จะใส่ออก

 

การเป็นศิลปินในยุคโซเชียลเน็ตเวิร์ก

     ทุกวันนี้ศิลปินไม่ใช่แค่เล่นดนตรีอย่างเดียวแล้ว แต่ต้องสร้างคอนเทนต์ลงในโซเชียลเน็ตเวิร์กด้วย

     ปาล์มมองว่าปัจจุบันนี้ ศิลปินต้องเป็นเหมือนค่ายเพลงที่สมบูรณ์แล้ว ต้องทำทุกอย่างได้ครบวงจร ค่ายเพลงในปัจจุบันจะช่วยเหลือเรื่องคอนเน็กชัน ที่บางทีเราอาจจะไปไม่ถึง นั่นแปลว่าเราควรจะทำทุกกระบวนการได้ ทำเพลงเองได้ด้วย จบงานมิกซ์เองได้ด้วยซ้ำ เพราะถ้าจะมารอให้คนอื่นทำให้ มันไม่ทันการณ์แล้ว เราต้องรู้ว่า target group ของเราเป็นใคร ต้องรู้ว่าเพลงที่เราทำมันจะอยู่ท่ามกลางเหล่าเพลงจำนวนมากได้ไหม มันจะแตกต่างอย่างไร เพราะว่าคอนเทนต์มันมีอยู่ทั่วไปหมดเลย

     ในขณะเดียวกันก็ต้องมีคอนเทนต์ที่ให้คนอื่นเข้าถึงตัวเราเองได้ เพราะสมัยก่อนสื่อสามารถบังคับให้คนดูเราได้ ศิลปินมีหน้าที่แค่ทำเพลง แล้วค่ายเพลงก็ทำให้คนได้เห็นเราเอง แต่เดี๋ยวนี้บางทีเพลงไปแล้ว คนยังไม่รู้เลยว่าเราเป็นใคร ซึ่งทำให้หลายวงมีปัญหา เพราะทำให้คนฟังเปิดเพลงผ่านไป

     มันจะมีช่วงหนึ่งที่ทุกๆ ศิลปินแข่งกันที่ยอดวิว ใครยอดวิวเยอะก็ชนะ แต่ทุกวันนี้ไม่เกี่ยวแล้ว บางวงมีวิวในยูทูบเยอะมาก แต่แทบไม่มีงานเลยก็มี

     ทุกวันนี้คนฟังและคนจ้างงานต่างมองกันที่ความเหมาะสมและเนื้องานจริงๆ ว่าถ้าให้วงนั้นมาที่งานแล้วเขาจะได้อะไรจากการฟังเพลงของวงนี้ หรือคนฟังก็ต้องได้อะไรจากการที่วงนี้มาเล่น

 

Eargasm Combo Talk

     เพลงที่ 1 – เป็นเพลงที่น่าสนใจ และนำมาทำใหม่ในแบบฉบับของวง MEAN เป็นเพลงที่มีความหมายกับปาล์มมาก เพราะมีวันหนึ่งที่รู้สึกแย่กับตัวเอง คิดว่าตัวเองถึงขั้นเป็น Music Director คอนเสิร์ตใหญ่ๆ มาแล้ว แต่กลับทำวงตัวเองให้ไปไกลกว่านี้ไม่ได้ มันท้อเหลือเกิน แล้วก็ไม่สร้างสรรค์อะไรอีกเลย จนรู้สึกว่าทำไมเราทุ่มเทให้กับดนตรีขนาดนี้ แล้วเราไม่ได้อะไรกลับมาเลย มันเกิดอะไรขึ้น จนเพลงนี้ออกมา แล้วมีเนื้อร้องว่า “เฮ้ เธออยากจะรักใคร รักไปแต่ต้องรักตัวเอง” ก็เลยรู้สึกว่า เออ จริง ถ้าเราไม่รักตัวเองแล้วจะไปรักใครได้

     เพลงที่ 2 – เป็นเพลงที่อยากนำเสนอมาก เป็นเพลงภาษาที่สาม เป็นอีกฟังก์ชันที่วงพวกเราทำได้ เป็นเพลงที่เป็นจุดเริ่มต้นจริงๆ ของวง MEAN กับ LOVEiS เพราะเราได้ไปปล่อยซิงเกิลแรกที่โอกินาวา แล้วเพลงนี้ก็เป็นเพลงที่เราหยิบมาเล่นด้วยต้องการให้เข้าถึงคนญี่ปุ่น กระแสตอบรับวันนั้นก็ดีมาก มีคนญี่ปุ่นช่วยร้องตาม

     เพลงที่ 3 – เป็นเพลงที่เราจะเล่นทุกครั้งตอนปิดโชว์ของ TU Folksong เป็นเพลงที่มีความหมายดีมากๆ และเหมือนให้อะไรหลายอย่างกับพวกเรานอกจากความเพราะ นอกจากเนื้อหาที่ดี มันมีอะไรมากกว่านั้น

 

Eargasm Combo Song list

  1. รักตัวเอง – Room39
  2. Himawari no Yakusoku – Motohiro Hata
  3. ฤดูที่แตกต่าง (Seasons Change) – Boyd Kosiyabong

 


 

Credits

The Host แพท บุญสินสุข

The Guest ปิยะพงษ์ เล็กประยูร

ปวีร์ ปรีชาวีรกุล

กันตพิชญ์ ยาวิราช

วรภัทร วงศ์สุคนธ์

 

Show Creator แพท บุญสินสุข

Show Producer นทธัญ แสงไชย

Episode Editor นทธัญ แสงไชย

Sound Designer & Engineer ศุภณัฐ เดชะอำไพ

Coordinator & Admin อภิสิทธิ์​ หรรษาภิรมย์โชค

Art Director กริณ ลีราภิรมย์

Graphic Designer เทียนจรัส วงศ์พิเศษกุล

Proofreader ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

Music Westonemusic.com

The post MEAN วงป๊อปที่สื่อสารกับแฟนเพลงได้เก่งพอๆ กับเล่นดนตรี appeared first on THE STANDARD.

]]>