Internet of Things Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/podcast_tag/internet-of-things/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Thu, 01 Apr 2021 03:02:24 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 แค่หุ้นไทยไม่พอ อยากพอร์ตโต ต้องลุยต่างประเทศ https://thestandard.co/podcast/thesecretsauce-executive-espresso194/ Wed, 31 Mar 2021 17:38:09 +0000 https://thestandard.co/?post_type=podcast&p=471359 แค่หุ้นไทยไม่พอ อยากพอร์ตโต ต้องลุยต่างประเทศ

วันนี้พอร์ตการลงทุนของคุณถูกกระจายไปในต่างประเทศบ้างแล้ […]

The post แค่หุ้นไทยไม่พอ อยากพอร์ตโต ต้องลุยต่างประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
แค่หุ้นไทยไม่พอ อยากพอร์ตโต ต้องลุยต่างประเทศ

วันนี้พอร์ตการลงทุนของคุณถูกกระจายไปในต่างประเทศบ้างแล้วหรือยัง วิธีการทำ Asset Allocation ท่ามกลางตลาดไทยและโลกที่นับวันต้องรู้ลึกและรู้จริงมากขึ้นเป็นอย่างไร เราจะคว้าโอกาสใน 4 ธีมที่น่าจับตามองแห่งอนาคต: Internet of Things, Fintech, Genomic และ Autonomous ได้อย่างไร

 

เคน นครินทร์ คุยกับ อดิศร เสริมชัยวงศ์ กรรมการผู้จัดการ Thanachart Fund Eastspring และ TMBAM Eastspring

 


สามารถฟังพอดแคสต์ The Secret Sauce
ผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ ที่คุณสะดวกหรือใช้อยู่แล้วได้เลย


 

Credits

 

Show Creator นครินทร์ วนกิจไพบูลย์

Show Producer ปวริศา ตั้งตุลานนท์
Creative ภัทร จารุอริยานนท์
Sound Editor เดชาณัฏฐ์ ธีรดุริยสฤษฏ์
Sound Designer & Engineer กฤตพล จียะเกียรติ

Art Director อนงค์นาฏ วิวัฒนานนท์
Channel Manager เชษฐพงศ์ ชูประดิษฐ์
Channel Admins เอกราช มอเซอร์, จักรภัทร อ่ำพริ้ง
Proofreader วรรษมล สิงหโกมล

Webmaster ณฐพร  โรจน์อนุสรณ์
Social Media Admin สุทธกิตติ์​ สุทธาวรรณกุล, ธิติกร ลิ้มทองมณี, วนัชพร ดวงนิล

Archive Officer ชริน จำปาวัน 

Music westonemusic.com

The post แค่หุ้นไทยไม่พอ อยากพอร์ตโต ต้องลุยต่างประเทศ appeared first on THE STANDARD.

]]>
Voice is the new interface หรือนี่จะเป็นสิ่งใหม่แทนที่สมาร์ทโฟน https://thestandard.co/podcast/tomorrowisnow08/ Tue, 30 Oct 2018 07:50:01 +0000 https://thestandard.co/?post_type=podcast&p=139546

“Hey Siri, set up a meeting at 9.”   10 ปีที่ผ่านม […]

The post Voice is the new interface หรือนี่จะเป็นสิ่งใหม่แทนที่สมาร์ทโฟน appeared first on THE STANDARD.

]]>

“Hey Siri, set up a meeting at 9.”

 

10 ปีที่ผ่านมาระบบผู้ช่วยส่วนตัวอัจฉริยะ หรือ Voice Assistant ได้พัฒนาแบบก้าวกระโดด และช่วยจัดการสารพัดสิ่งในชีวิตประจำวันของเรา เช่น เช็กสภาพอากาศ นัดประชุม บอกเส้นทางระหว่างขับรถ ไม่แน่ว่าในอนาคตเราอาจไม่ต้องพกสมาร์ทโฟนอีกต่อไป แต่ใช้หูฟังอัจฉริยะที่รองรับคำสั่งผ่านเสียง

 

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราเริ่มแยกไม่ออกว่ากำลังคุยกับ AI หรือมนุษย์ ชีวิตเราจะดีขึ้นจริงไหม เราจะอยู่อย่างไรในยุคแห่ง AI

 

เอพิโสดนี้ ซู่ชิง-จิตต์สุภา ฉิน ชวน อาจารย์เต้-ดร.อรรถพล ธำรงรัตนฤทธิ์ จากภาควิชาภาษาศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาศาสตร์คอมพิวเตอร์และการประมวลภาษาธรรมชาติ (Natural Language Processing – NLP) มาพูดคุยเรื่อง Voice Techonology ว่าจะเปลี่ยนชีวิตของเราทุกคนไปอย่างไร

 


 

ทำไมระบบผู้ช่วยส่วนตัวอัจฉริยะจึงพัฒนาไปอย่างรวดเร็วในเวลาไม่ถึง 10 ปี

เป็นการผสมผสานระหว่าง 2 ปัจจัย จุดเริ่มต้นจริงๆ คือ สมาร์ทโฟน ซึ่งตอนนี้เรามาถึงยุคที่ไม่ได้มีแค่โทรศัพท์มือถือ แต่รวมไปถึงอุปกรณ์อัจฉริยะต่างๆ (Smart Device) และเทคโนโลยี Wearables เช่น Apple Watch และ Fitbit ซึ่งนับจำนวนก้าวและวัดอัตราการเต้นของหัวใจได้นั่นเอง ระบบคอมพิวติงได้เปลี่ยนโฉมหน้าไปจากเดิม ไม่ใช่แค่คอมพิวเตอร์อีกต่อไป

 

ปัจจัยที่สองคือ ตัวอัลกอริทึม หมายถึง ชุดของโปรแกรมที่สามารถประมวลข้อมูลต่างๆ ออกมาในรูปแบบที่เราสามารถเข้าใจได้ เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้วเกิดการพัฒนาอัลกอริทึมตัวใหม่เรียกว่า Deep Learning ซึ่งนับเป็นเทคโนโลยีปฏิวัติโลกอย่างแท้จริง ส่งผลให้ Voice Technology พัฒนาแบบก้าวกระโดดไปในทิศทางที่ดีจนถึงขั้นที่นำไปประยุกต์ใช้กับอะไรก็ได้ ขายได้ และใช้กันอย่างแพร่หลาย เช่น Alexa ผู้ช่วยอัจฉริยะในบ้านของ Amazon นาฬิกา Apple Watch บนข้อมือ หรือแม้แต่โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าของทุกคน

 

เทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังการทำงานของ Voice Assitant คืออะไร

เทคโนโลยีเบื้องหลังที่เป็นอินเทอร์เฟสด่านแรก คือ Deep Learning ที่จะแปลงเสียงเป็นตัวอักษรตามคำที่เราพูดออกไป จากนั้นจะมีอัลกอริทึมอีกชุดหนึ่งที่จะประมวลภาษาธรรมชาติ (NLP) ทำให้เทคโนโลยีเข้าใจว่าคนต้องการอะไร และประมวลผลออกมาเป็นคำสั่งที่ทำให้เราสามารถสั่งการได้ เช่น ตั้งนาฬิกาปลุก ปรับอุณหภูมิแอร์ เปิดทีวี Voice Assistant จะมีชุดคำสั่งรองรับการสั่งการของเราอยู่

 

 

ตอนนี้ Google Assistant สามารถโทรไปจองโต๊ะที่ร้านอาหารได้แล้ว โดยที่พนักงานไม่รู้ว่ากำลังคุยกับ AI เป็นไปได้ไหมว่าในอนาคตเราจะไม่สามารถแยกเสียงของระบบผู้ช่วยกับมนุษย์ได้เลย

เป็นไปได้ครับ ในบริบทนี้จริงๆ แล้วเจตนาของคนโทรหาร้านอาหารมีไม่กี่อย่าง เช่น เปิดกี่โมง รับจองได้ไหม ว่างเวลาไหนบ้าง ตามหลักภาษาศาสตร์เรียกว่า ‘Script’ ซึ่งเวลาเข้าร้านอาหาร เราจะมีสคริปต์อยู่ในหัวไม่กี่แบบ เช่น เดินเข้าร้านแล้วบอกว่า “2 คนครับ” ทั้งที่พนักงานยังไม่ได้ถามเรา ถ้าลองพูดแบบนี้ตอนไปหาหมอฟันก็คงไม่เวิร์ก นี่คือการนำภาษาศาสตร์มาใช้ในเทคโนโลยีจริงๆ นักภาษาศาสตร์สามารถเขียนโปรแกรมเข้าไปว่าการโทรหาร้านอาหารมีเจตนาอะไรบ้าง

 

ประเด็นที่สองซึ่งคนพูดถึงกันเยอะมากว่าน่าขนลุกขนพองกลับไม่ใช่ภาษา แต่เป็น Paralinguistics (ภาษาที่ช่วยแสดงกริยา) เพราะ Google Assistant พูดว่า “Umm…” คล้ายกำลังคิดอะไรบางอย่างก่อนหรือแสดงความไม่แน่ใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่นักภาษาศาสตร์เติมเข้าไปให้มีความเป็นมนุษย์

 

ที่จริงเราสามารถโปรแกรมให้ Voice Assistant แกล้งพูดผิดก็ได้ การแยกความแตกต่างของการสนทนาระหว่าง AI กับมนุษย์นั้นเปรียบได้กับ Holy Grail หรือจุดสูงสุดของปัญญาประดิษฐ์เลยทีเดียว เราเรียกการทดสอบนี้ว่าทัวริง เทสต์ (Turing Test) โดยให้คนแชตกับคู่สนทนาโดยไม่เห็นหน้ากัน หากคนไม่สามารถแยกแยะได้ก็นับว่า AI ผ่านการทดสอบ ถ้าเราแยกไม่ออก 100% เมื่อไรแสดงว่าเทคโนโลยีไปถึงจุดสูงสุดแล้ว

 

Voice Assistant จะมาแทนที่สมาร์ทโฟนได้ไหม เหมือนหนังเรื่อง Her

มีแนวโน้มที่จะไปทางนี้ เพราะเสียงก็จัดเป็นอินเทอร์เฟสแบบหนึ่ง คีย์บอร์ด เมาส์ เป็นอินเทอร์เฟสที่เราใช้คุยกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีมา 30-40 ปีแล้ว ถ้ามองย้อนกลับไปมันไม่ใช่เรื่องธรรมชาติเลยที่เราจะคุยกับใครสักคนด้วยคีย์บอร์ด เพราะเราสื่อสารกันผ่านเสียง พอเกิดสมาร์ทโฟน ปุ่มก็หายไป กลายเป็นอินเทอร์เฟสใหม่ในรูปแบบทัชสกรีน แต่มันก็ยังไม่สะดวกเสียทีเดียว ปัจจุบันมีคนพยายามพัฒนาแอปพลิเคชันเดียวที่ทำได้ทุกอย่างครบวงจร แต่จริงๆ แล้วสิ่งที่เป็นธรรมชาติก็คือ การสื่อสารพูดคุยด้วยเสียง

 

ปีที่แล้วมีบทความหนึ่งได้เปิดเผยการทดสอบ Voice Assistant ของแต่ละค่ายว่าจะโต้ตอบคำพูดเหยียดเพศได้อย่างไร ปรากฏว่ามันไม่สามารถรับมือได้ดีเท่าไร คิดยังไงกับเรื่องนี้

ในกรณีนี้ มีผู้หญิงคนหนึ่งพูดกับระบบผู้ช่วยส่วนตัวเกี่ยวกับเรื่องความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งไม่ตรงกับเจตนาที่ระบบเคยป้อนข้อมูลเอาไว้ ผู้ช่วยส่วนตัวจึงต้องตอบกลับไปด้วยเจตนาที่ดีที่สุด อาจเป็นการคุยเล่น หรือหาหมายเลขสายด่วนเข้ามาให้ความช่วยเหลือ ที่แม้อาจยังไม่ตอบโจทย์เสียจนมีการตั้งคำถามว่า ระบบเหล่านี้ช่วยได้แค่เรื่องทั่วไป แต่กลับไม่สามารถแก้ปัญหาของมนุษย์จริงๆ

 

มนุษย์จะรับมือกับความฉลาดของเทคโนโลยีในอนาคตอย่างไร

การเขียนโปรแกรมเป็นทักษะสำคัญในศตวรรษที่ 21 จริงๆ สมัยก่อนมนุษย์เรียนปรัชญา วรรณคดี ซึ่งใช้ทักษะการคิด การท่องจำ การคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล ปัจจุบันเราเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ เช่น วิศวกรรมศาสตร์ การออกแบบ เรียนภาษาที่ 2-3 มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ แต่ทักษะคลื่นลูกใหม่ที่จะเข้ามามีความสำคัญในศตวรรษนี้ คือ Computational Thinking ซึ่งก็คือ การคิดเชิงคำนวณระบบระเบียบ ซึ่งแตกต่างจากคณิตศาสตร์ หลายประเทศทั่วโลกเริ่มสนใจและส่งเสริมให้เด็กรู้จักแก้ปัญหาด้วยทักษะนี้ เพราะทุกอาชีพในอนาคตต้องมีเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน เช่น นักกฎหมายที่ใช้อัลกอริทึมช่วยตรวจสอบสัญญาก็ควรเข้าใจว่า AI ทำงานอย่างไร มีข้อบกพร่องอย่างไรบ้าง

 


สามารถฟังพอดแคสต์ Tomorrow is Now
ผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ ที่คุณสะดวกหรือใช้อยู่แล้วได้เลย


 

Credits

 

The Host จิตต์สุภา ฉิน

The Guest ดร.อรรถพล ธำรงรัตนฤทธิ์

 

Show Creator ภูมิชาย บุญสินสุข

Show Producer ปิยพร อรุณเกรียงไกร

Show Co-producer ปวริศา ตั้งตุลานนท์  

Show Editor เชษฐพงศ์ ชูประดิษฐ์

Sound Designer & Engineer กฤตพล จียะเกียรติ

Coordinator & Admin อภิสิทธิ์​ หรรษาภิรมย์โชค

Art Director อนงค์นาฏ วิวัฒนานนท์

Proofreader ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

Webmaster จินตนา ประชุมพันธ์

The post Voice is the new interface หรือนี่จะเป็นสิ่งใหม่แทนที่สมาร์ทโฟน appeared first on THE STANDARD.

]]>
LOVE 4.0: แอปฯ หาคู่ กับ AI ในคราบคิวปิดจะช่วยให้เราเจอรักแท้ได้ไหม https://thestandard.co/podcast/tomorrowisnow02/ Tue, 07 Aug 2018 06:17:49 +0000 https://thestandard.co/?post_type=podcast&p=112188

รักแท้ รักคืออะไร เมื่อความสัมพันธ์ของคนยุคใหม่ไม่ได้เก […]

The post LOVE 4.0: แอปฯ หาคู่ กับ AI ในคราบคิวปิดจะช่วยให้เราเจอรักแท้ได้ไหม appeared first on THE STANDARD.

]]>

รักแท้ รักคืออะไร เมื่อความสัมพันธ์ของคนยุคใหม่ไม่ได้เกิดจากพรหมลิขิตหรือบุพเพสันนิวาส แต่มีเทคโนโลยีแสนฉลาดอย่าง AI อยู่เบื้องหลัง ซู่ชิง-จิตต์สุภา ชวนคุยเรื่อง AI ในแง่มุมของความรักความสัมพันธ์ของคนยุค 4.0 ที่จะซับซ้อนมากยิ่งขึ้นในอนาคต AI จะช่วยให้เราสมหวังและเจอคนที่ ‘ใช่’ อย่างไร มนุษย์รักกับหุ่นยนต์ได้หรือไม่ หาคำตอบกันได้ในพอดแคสต์ Tomorrow Is Now

 

Photo: giphy.com
  

ปัดซ้ายขวา หารักแท้ผ่านแอปฯ หาคู่

หลายคนอาจเคยทักแชต จีบกัน หรือหาคู่ในโลกออนไลน์มาบ้าง ปัจจุบันแอปพลิเคชันหาคู่เริ่มเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง มีรูปแบบและฟีเจอร์หลากหลายมาตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่ต่างกัน แค่ปัดขวา ก็หาคนคุยแก้เหงาสักคน (หรือ 2-3 คน) ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และอาจสานต่อความสัมพันธ์ไปเป็นคู่เดต คู่รัก คู่ชีวิต (หรือไม่ก็คู่นอน) แอปฯ ที่ดังไปทั่วโลกก็เช่น ทินเดอร์ (Tinder) และกรายน์เดอร์ (Grindr) ซึ่งเป็นที่นิยมในกลุ่ม LGBTQ ฝั่งไทยก็มีแอปฯ ฝีมือคนไทย คู่อัพ (Kooup) ที่มีวิธีจับคู่ไม่เหมือนใคร

 

คนนี้มาแรง สัญชาตญาณบอก?

ระบบอัลกอริทึมสามารถคัดกรอง ‘คู่เดต’ ให้เรา โดยวิเคราะห์จากข้อมูลส่วนตัว เช่น ประวัติ รสนิยม ไลฟ์สไตล์ งานอดิเรก ฯลฯ แต่เอาเข้าจริงแล้ว อัลกอริทึมจะช่วยเราก้าวข้ามอคติของการตัดสินคนจากรูปลักษณ์ภายนอกก่อนได้หรือเปล่า

 

ชอบจริง หรือแค่เฟลิร์ตขำๆ ให้ AI ทำนายกัน

แอปฯ หาคู่จะไม่ได้ทำหน้าที่แค่ ‘แมตช์’ เรากับคนที่ใช่ จากรูปโปรไฟล์หรือสเปกเท่านั้น แต่จะพัฒนาไปถึงขั้นอ่านอารมณ์ของอีกฝ่ายได้ว่ารู้สึกอย่างไร มีหลายบริษัทที่กำลังพัฒนาเทคโนโลยี AI ที่เข้าใจความรู้สึกของคน เช่น ใช้ Deep Learning จำแนกประเภทของอารมณ์ความรู้สึก จากสีหน้า ท่าทาง กระทั่งน้ำเสียงของผู้ใช้ ผ่านเทคโนโลยี Facial Recognition แม้แต่ร้านค้าก็เริ่มใช้เทคโนโลยีเหล่านี้วิเคราะห์อารมณ์ของลูกค้า เพื่อพัฒนาบริการและสร้างประสบการณ์ช้อปปิ้งที่ดีขึ้น บางครั้งการได้รู้ตั้งแต่แรก ก็ทำให้คนเรา move on ได้เร็วขึ้น ไม่ต้องเสียเวลา

 

Photo: Affectiva

 

รักแท้ หรือแค่ผลของอัลกอริทึม

ซีรีส์ Black Mirror ของ Netflix ได้นำเสนอแง่มุมของความรักความสัมพันธ์ในโลกอนาคตอย่างน่าสนใจในเอพิโสด ‘Hang the DJ’ ซีซัน 4 หนังเรื่องนี้เล่าถึงยุคที่ผู้คนหวังว่า AI จะช่วยเราตามหารักแท้จนเจอ โดยวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของการแมตช์และกำหนดว่าใครจะต้องอยู่กับใคร นาน 1 คืนหรือ 5 ปี เพื่อพิสูจน์ว่าทั้งสองเป็น ‘คู่แท้’ กันจริงๆ ระบบจะรันหาคู่ให้เราไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอ ‘คนที่ใช่’ คำถามก็คือเราจะยอมรับ ‘คู่แท้’ ที่ AI จัดให้หรือเปล่า

 

 

ภาพยนต์เรื่อง Her (2013) กำกับโดยสไปก์ จอนซ์

 

แล้วเราจะรักกับ AI หรือหุ่นยนต์ได้ไหม

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเราตกหลุมรักกับ AI ที่แสนฉลาดและเข้าใจเราดีที่สุด หรือหุ่นยนต์ในอนาคตเกิดมีหัวใจขึ้นมา ความรักระหว่างจักรกลอัจฉริยะกับมนุษย์จะเป็นจริงได้หรือไม่ หรือสุดท้ายจะกลายเป็นรักต้องห้าม ผิดศีลธรรม

 

Photo: giphy.com

 


 

Credits

 

The Host จิตต์สุภา ฉิน

The Guests ภูมิชาย บุญสินสุข, ปวริศา ตั้งตุลานนท์, อธิษฐาน กาญจนะพงศ์, ปิยพร อรุณเกรียงไกร

 

Show Creator ภูมิชาย บุญสินสุข

Episode Producer ปิยพร อรุณเกรียงไกร

Episode Editor เชษฐพงศ์ ชูประดิษฐ์

Sound Designer & Engineer ศุภณัฐ เดชะอำไพ

Coordinator & Admin อภิสิทธิ์​ หรรษาภิรมย์โชค

Art Director อนงค์นาฏ วิวัฒนานนท์

Graphic Design Interns ธัญญา ศิริสัมพันธ์, พันธิตรา หอมเดชนะกุล

Proofreader ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

Webmaster จินตนา ประชุมพันธ์

The post LOVE 4.0: แอปฯ หาคู่ กับ AI ในคราบคิวปิดจะช่วยให้เราเจอรักแท้ได้ไหม appeared first on THE STANDARD.

]]>
Smart Home เมื่อของใช้ในบ้านฉลาดขึ้น แล้วชีวิตเราจะดีขึ้นด้วยจริงหรือเปล่า https://thestandard.co/podcast/tomorrowisnow01/ Tue, 24 Jul 2018 09:11:00 +0000 https://thestandard.co/?post_type=podcast&p=109632

ซู่ชิง-จิตต์สุภา ฉิน ชวนคุยเรื่อง Smart Home ในแง่มุมที […]

The post Smart Home เมื่อของใช้ในบ้านฉลาดขึ้น แล้วชีวิตเราจะดีขึ้นด้วยจริงหรือเปล่า appeared first on THE STANDARD.

]]>

ซู่ชิง-จิตต์สุภา ฉิน ชวนคุยเรื่อง Smart Home ในแง่มุมที่หลากหลาย ไล่ตั้งแต่ของชิ้นไหนในบ้านที่ควรฉลาดขึ้น มีอะไรที่ฉลาดมากแล้วในทุกวันนี้ หรือมีข้าวของเครื่องใช้ชิ้นไหนหรือเปล่าที่ไม่ต้องฉลาดก็ได้ และในอนาคต บ้านจะฉลาดไปถึงไหน ด้านลบของความอัจฉริยะมีบ้างไหม รับฟังกันได้ในพอดแคสต์ Tomorrow Is Now

 


Smart Home คือบ้านที่กำลังฉลาดขึ้น รู้ใจคนมากขึ้น อุปกรณ์ในบ้านเริ่มสื่อสารกันเองได้ผ่านอินเทอร์เน็ต กลายเป็นสิ่งที่เรียกว่า Internet of Things ส่งผลให้หลายแบรนด์เริ่มพัฒนาอุปกรณ์เครื่องใช้ในบ้านให้มีประสิทธิภาพ และตรงกับความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น

 

หลอดไฟอัจฉริยะ Philips Hue

สามารถเปิด-ปิดผ่านหน้าจอสมาร์ทโฟน มีโหมดตามอารมณ์ของผู้ใช้งาน มีลูกเล่นแปลกใหม่ที่เหนือจินตนาการ อย่างแสงจำลองคล้ายแสงเหนือที่ขั้วโลก หรือแสงสีชมพูแบบดอกซากุระ ควบคุมผ่านแอปและระบบ Voice Control เช่น Google Home, Apple Homepod และ Amazon Echo

 

https://www.youtube.com/watch?v=QJt7PfUfgt8

 

ตู้เย็นอัจฉริยะ (Smart Fridge)

เชื่อมต่อกับแอปบนสมาร์ทโฟน เช็กผ่านแอปได้ว่ามีอะไรขาดเหลือบ้าง เพราะมีกล้องที่ติดตั้งไว้ภายใน บันทึกข้อมูลสินค้า วันที่ผลิตและวันหมดอายุได้ มีฟีเจอร์สอนทำอาหาร คำนวณปริมาณแคลอรี่ ไปจนถึงสั่งซื้อของออนไลน์ แถมบางรุ่นยังมีระบบเปิดประตูตู้เย็นอัตโนมัติไว้ช่วยเวลาถือของเต็มมืออีกด้วย

 

https://www.youtube.com/watch?v=WTT83C3Ot4Q


เครื่องชงกาแฟอัจฉริยะ SMARTER

ที่ใช้ระบบ AI คอยสังเกตพฤติกรรมการนอนของผู้ใช้ ทำงานร่วมกับนาฬิกา Fitbit ประมวลผลออกมาให้เครื่องชงกาแฟจัดปริมาณคาเฟอีนที่เหมาะสมกับสภาพความพร้อมของผู้ใช้ในแต่ละวัน เช่น นอนน้อย จัดกาแฟช็อตใหญ่ นอนพอดี จัดกาแฟพอเหมาะ โดยที่คนใช้ไม่ต้องออกแรงชงเองเลย

 

 

อะไรในบ้านที่ไม่ต้องฉลาดก็ได้


ตู้พับผ้า?

สิ่งประดิษฐ์ที่มีหน้าตาคล้ายตู้เสื้อผ้า ที่เมื่อเราใส่เสื้อที่ต้องการพับลงไป ข้างในระบบตรวจสอบดูว่าสิ่งที่เราใส่เข้าไปคือเครื่องแต่งกายประเภทไหน เสื้อเชิ้ต เสื้อยืด กางเกง กระโปรง จากนั้นจึงใช้แขนกลไกพับให้เบ็ดเสร็จอัตโนมัติ สำหรับบางคนอาจมองว่าไม่มีประโยชน์ เพราะใช้เวลานานและราคาแพง แต่สำหรับแม่บ้านที่ต้องดูแลเสื้อผ้าของคนทั้งครอบครัว ก็อาจช่วยอำนวยความสะดวก และทำให้เขามีเวลาส่วนตัวไปทำสิ่งอื่นเพิ่มขึ้นก็เป็นได้  

 

https://www.youtube.com/watch?v=mvwYd03ssB8

 

ถังขยะ?

จำเป็นต้องฉลาดไหม เช่น สามารถส่งข้อความเตือนเข้ามาในสมาร์ทโฟนว่าขยะเต็มแล้ว ซึ่งอาจจะไม่จำเป็นขนาดนั้น เพราะเราสามารถไปเช็กดูเองได้ไม่ยาก หรือมีความสามารถในการแยกขยะ แยกประเภท อะไรรีไซเคิลได้ อะไรรีไซเคิลไม่ได้ ซึ่งปัจจุบันมีการพัฒนา Smart Bin อยู่ แต่ยังใช้ไม่จริง


บ้านแห่งอนาคตในอุดมคติ

 

บ้านที่รู้ใจคนอยู่อาศัย

เข้าใจพฤติกรรมของคนอยู่อาศัยอย่างแท้จริง เสมือน AI ที่เรียนรู้นิสัยจนทำงานได้ถูกใจผู้ใช้งาน เริ่มตั้งแต่เรื่องเล็กๆ เช่น เปิดไฟอัตโนมัติเมื่อเราถึงบ้าน เปิดแอร์ด้วยอุณหภูมิที่เหมาะสม รวมถึงใส่ใจไปถึงการประหยัดพลังงาน ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่าย ส่งผลให้ชีวิตเจ้าของบ้านดีขึ้นรอบด้าน

 

บ้านที่ช่วยประหยัดพลังของผู้อยู่อาศัย

ทำให้ผู้อยู่อาศัยได้บริหารเวลาการใช้ชีวิตเสียใหม่ บ้านที่ทำความสะอาดตัวเองได้ ไม่สกปรก หรือไม่ต้องลงแรงทำความสะอาดนานเกินไป อย่างเช่น ไม่ต้องเสียเวลาล้างแอร์แบบเดิมๆ แต่เพิ่มพัฒนาการใหม่ๆ เข้ามาอำนวยความสะดวกได้มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีแอร์ที่เริ่มปฏิบัติการด้วยการควบคุมของแอปพลิเคชันได้แล้ว สามารถบอกให้รู้ว่า ส่วนไหนของแอร์ต้องการดูแลเป็นพิเศษ ส่วนไหนกำลังมีปัญหาต้องการซ่อมแซม

 

บ้านที่ปลอดภัยมากขึ้น

เทรนด์ปัจจุบันที่กำลังเป็นที่สนใจคือ การเติบโตของอัตราผู้สูงวัยในสังคมที่มีมากขึ้น เมื่อผู้สูงอายุต้องอยู่บ้านโดยลำพัง ตอนนี้มีนวัตกรรมที่ช่วยมอนิเตอร์ความเป็นอยู่ของคนในบ้าน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เช่น เทคโนโลยีตรวจจับการเคลื่อนไหว ทำให้รู้ว่าคนที่อยู่บ้านปลอดภัย หรืออยู่ตำแหน่งไหนของบ้าน มีตัวคอยตรวจวัดแรงสั่นสะเทือนในระดับที่ผิดปกติ เกิดการหกล้ม คนที่คอยดูมอนิเตอร์อยู่ก็จะรู้ทันที และสามารถช่วยเหลือได้ทันเวลา

 

บ้านที่มาพร้อมหุ่นยนต์

นอกจากหุ่นยนต์จะเข้ามาตอบโจทย์เรื่องความสะดวกสบาย มันอาจเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต คอยแก้เหงา คอยเป็นเพื่อน เหมือนสมัยนี้ที่บางครั้งคนก็หันมาคุยกับระบบปฏิบัติการอย่าง Siri เวลาเหงา ในอนาคตอาจมีหุ่นยนต์ที่โต้ตอบ เล่นมุกตลก หรือแชร์บทสนทนาที่ถูกใจคนใช้มากขึ้นก็เป็นได้

 


 

Credits

 

The Host จิตต์สุภา ฉิน

The Guests ภูมิชาย บุญสินสุข, นทธัญ แสงไชย, ปวริศา ตั้งตุลานนท์, เชษฐพงศ์ ชูประดิษฐ์

 

Show Creator ภูมิชาย บุญสินสุข

Episode Producer ปิยพร อรุณเกรียงไกร

Episode Editor ชษฐพงศ์ ชูประดิษฐ์

Sound Designer & Engineer ศุภณัฐ เดชะอำไพ

Art Director อนงค์นาฏ วิวัฒนานนท์

Shownote ปวริศา ตั้งตุลานนท์

Proofreader ภาวิกา ขันติศรีสกุล

Webmaster จินตนา ประชุมพันธ์

The post Smart Home เมื่อของใช้ในบ้านฉลาดขึ้น แล้วชีวิตเราจะดีขึ้นด้วยจริงหรือเปล่า appeared first on THE STANDARD.

]]>