อุบัติเหตุ Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/podcast_tag/อุบัติเหตุ/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Tue, 15 May 2018 10:35:54 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 ทราย เจริญปุระ ทำความเข้าใจโรคซึมเศร้า ที่ไม่ต้องปิดเพราะเราแค่ป่วย https://thestandard.co/podcast/ruok09/ Tue, 08 May 2018 08:27:25 +0000 https://thestandard.co/?post_type=podcast&p=89276

3 วันดี 4 วันเศร้า คือหนังสือเล่มล่าสุดของ ทราย เจริญปุ […]

The post ทราย เจริญปุระ ทำความเข้าใจโรคซึมเศร้า ที่ไม่ต้องปิดเพราะเราแค่ป่วย appeared first on THE STANDARD.

]]>

3 วันดี 4 วันเศร้า คือหนังสือเล่มล่าสุดของ ทราย เจริญปุระ ที่เธอบอกว่าตัวเองก็มีอาการเช่นเดียวกับชื่อหนังสือเล่มนั้น ด้วยโรคซึมเศร้าที่ทำให้บางวันก็หดหู่ รู้สึกไร้ค่าเหมือนที่เธอชอบใช้ศัพท์ว่า ‘วันนี้ผีมา’ อยู่เป็นประจำ นั่นยังไม่นับรวมถึงการที่เธอต้องดูแลแม่ที่ป่วยด้วยโรคสมองเสื่อมและมีประวัติเป็นซึมเศร้าเช่นเดียวกัน

 

R U OK พอดแคสต์ เอพิโสดนี้ ปอนด์ ยาคอปเซ่น และ ดุจดาว วัฒนปกรณ์ นักจิตบำบัดด้วยการเคลื่อนไหว เลยได้โอกาสชวน ทราย เจริญปุระ มาแบ่งปันประสบการณ์ความซึมเศร้า การรู้เท่าทันตัวเอง วิธีดีลให้เราอยู่ร่วมกันได้ ไปจนถึงแนวคิดเรื่องการทดแทนคุณด้วยการดูแลผู้ใหญ่ในสังคมไทย ที่เราสามารถทำความเข้าใจกันใหม่เพื่อให้ไม่มีใครต้องเจ็บปวดกับคำว่าอกตัญญู

 


 

02:39

ไม่ต้องเซอร์ไพรส์เพราะใครก็เป็นโรคซึมเศร้าได้

คงเป็นเพราะภาพข้างนอกทรายดูเบิกบาน แข็งแกร่ง ดูเป็นคนมีการระบายออกสม่ำเสมอและไม่ได้เก็บกดอะไร หลายคนจึงค่อนข้างเซอร์ไพรส์ว่าทำไมทรายเป็นโรคซึมเศร้า แต่อยากบอกว่าของอย่างนี้มันเลือกไม่ได้ค่ะ ไม่ได้หมายความว่าคนนี้เขาดูเข้มแข็ง เขาดูรวย เขาดูจน เขาคงไม่ได้เป็น คนมันจะเป็นก็จะเป็นขึ้นมาเฉยๆ เหมือนที่เราจั่วไพ่ติดใบนี้ มันก็ต้องได้ใบนี้

 

ในแต่ละช่วงของชีวิตเราก็เจอปัญหาอยู่เรื่อยๆ เพียงแค่ปัญหาของทรายมันเรื้อรัง และสำหรับทรายเองมันไม่ใช่เรื่องแปลกที่ต้องมานั่งอายหรือต้องคอยปิด เพราะเราไม่ได้ผิด เราแค่ป่วย แล้วเราก็รักษาตัวเองให้อยู่ร่วมกับสังคมได้ ไม่ใช่ไม่ยอมกินยาแล้วมานั่งฝืนจนคนอื่นเดือดร้อน ทรายว่าทรายรับผิดชอบสังคมแล้วนะ ตอนแรกก็ตกใจเหมือนกันที่ทุกคนเซอร์ไพรส์ อาจเพราะโรคนี้มันอธิบายยาก ส่วนตัวทรายเองค่อนข้างเปิดกว่าคนอื่นเพราะแม่เป็นตั้งแต่เรายังเด็ก ทรายยังเคยพาแม่ไปหาหมอ มันเลยไม่รู้สึกว่าแปลกอะไร

 

06:28

เริ่มต้นจากอาการนอนไม่หลับ

ทรายเริ่มเสิร์ชกูเกิลจากอาการนอนไม่หลับ แล้วมันตลกมากคือเราไม่แน่ใจว่าตัวเองนอนไม่หลับจริงหรือเปล่า เหมือนดูหนังเรื่อง Inception แล้วสงสัยว่านี่เราหลับหรือยัง หรือหลับไปเมื่อวันก่อน ทุกอย่างมันซ้อนกันหมด ตอนนั้นทรายประสบอุบัติเหตุรถชนแล้วแอดมิตอยู่โรงพยาบาลพอดีเลยปรึกษาจิตแพทย์ ตอนแรกสงสัยว่าเกิดจากการปวดแผล แต่ก็ไม่ใช่ มันแปลกกว่านั้น เลยรักษาไปทีละเรื่อง เริ่มจากทำให้นอนหลับก่อนโดยกินยาคลายกังวล ซึ่งมันก็เริดอยู่ แต่ก็ยังพบจิตแพทย์อยู่เรื่อยๆ เขาก็ค่อยๆ หยอดถามเราว่าถ้าหายเป็นปกติแล้วอยากทำอะไรมากที่สุด ทรายก็บอกว่าอยากขับรถ ซึ่งเราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องเป็นเรื่องนี้เพราะเรามีทางเลือกมากมาย แต่เรารู้สึกว่าอยากทำให้ได้ แล้วหลังจากนั้น มันคือกระบวนการรื้อโครงสร้างทางจิตใจ จนเจอว่าการขับรถของเราไม่ได้มีความหมายแค่การขับรถ แต่มันคือการรับผิดชอบและเป็นผู้ใหญ่เราเลยอยากทำสิ่งนี้ให้เป็นปกติที่สุด

 

ที่เรารีเควสต์จิตแพทย์ตอนนั้นเพราะเรารู้สึกว่าไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

มันน่าจะเป็นจากกรรมพันธุ์ เพราะแม่ทรายเองก็เป็นโรคซึมเศร้า ตอนนั้นทรายประมาณ 5-6 ขวบ เราก็เอาดอกไม้ที่อยู่ในบ้านไปให้เขา บอกเขาว่า ‘แม่ฮะ ให้’ สิ่งที่เขาแสดงออกคือ เขากรี๊ดแตกใส่เรา ‘แกทำอย่างนี้ได้ยังไง!’ แล้วก็ร้องไห้

เขาเองก็ตกใจเหมือนกันที่กรี๊ดใส่ลูก ตอนนั้นเขาก็รู้ตัวเองทันทีว่าไม่โอเค เลยไปหาหมอ เขาก็อันล็อกตัวเองเลยนะ เพราะแม่ทรายเป็นคนไม่ชอบการไม่มีคำตอบ ต้องหาให้เจอว่าเป็นเพราะอะไรจะได้รักษาถูกจุด เขากินยาและบอกกับทุกคนอย่างเป็นธรรมชาติมากว่าตัวเองเป็นซึมเศร้า ทรายไปเป็นเพื่อนแม่หาหมอรับยาปกติมากอย่างกับไปตลาดเลย

 

คนที่เป็นโรคนี้ตัวเองจะรู้ดีที่สุดว่าตอนนี้เราเริ่มไม่โอเคแล้ว ตอนนี้เราเริ่มประหลาดแล้ว ก็ควรไปหาหมอ ทรายเลยไม่เข้าใจว่าทำไมบางคนดิ้นรนทำทุกอย่างแล้วค่อยหาหมอเป็นอย่างสุดท้าย เหมือนคนที่อยากหุ่นดีแล้วไปกินยาลดความอ้วนก่อน แล้วค่อยออกกำลังกายเป็นอย่างสุดท้าย แต่อย่างที่บอก บางทีโรคนี้ไม่ใช่เรื่องเข้าใจง่ายในสังคมไทย มันอวดชาวบ้านไม่ได้ไงว่าลูกฉันกินยาต้านเศร้าอยู่ 3 ตัวจ้ะ มันไม่ใช่เรื่องน่าอวด

 

คนป่วยโรคนี้มันง่ายที่จะโทษตัวเองอยู่แล้ว เป็นสิ่งที่ชัดที่สุดของอาการเลย ขนาดทุกวันนี้ทรายกินยา ยังมีวันที่โทษตัวเอง ทรุดตัวในมุมมืดแล้วเหงาหงอย แต่สักพักก็รู้ตัวเองว่าขาดยา ก็ไล่ตัวเองให้ไปกินยา แล้วทุกอย่างก็โอเค สิ่งสำคัญคือเราต้องยอมรับว่าปัญหามันคือปัญหา แรกๆ เราก็ปฏิเสธว่ามันต้องไม่มีปัญหา เราต้องแข็งแกร่งและเป็นที่พึ่งให้กับทุกคนได้ แต่สุดท้ายมันก็ไม่ได้

 

 

15:57

การอยู่ร่วมกันคือการบอกความต้องการของตัวเอง

อันนี้อยากบอกคนเป็นซึมเศร้าด้วยนะว่าคุณเลิกหวังได้เลยว่าจะให้ทุกคนบนโลกมาเข้าใจคุณ มันเป็นไปไม่ได้ แต่สิ่งที่เราต้องทำคือการถนอมความรู้สึกคนที่เข้าใจเราเอาไว้ เราต้องให้พื้นที่เขาได้งงบ้าง ให้เขาเข้าใจบ้าง และเปิดโอกาสให้ถามเรากลับได้บ้าง ไม่ใช่เอะอะอะไรจะสะบัดสะบิ้งบอกว่าฉันป่วย อย่างนี้จะไม่มีใครทนเราได้แล้วจะยิ่งซึมเศร้าต่อไปเรื่อยๆ

 

เราต้องยอมรับว่าโรคนี้จะทำให้เราเป็นคนไม่น่ารักจริงๆ อย่างทรายอยู่กับแม่มา 30 กว่าปี รู้เลยว่าคนป่วยเป็นโรคนี้อยู่ด้วยยากมากจริงๆ ถ้าเรายอมตามเขาเราก็จะกลายเป็นตัวประกันของเขาไปตลอดกาล แต่ถ้าเราไม่ยอมเขาเลย เราก็จะรู้สึกผิด สิ่งที่เราต้องกลับมาตั้งต้นกันใหม่ ถ้าจะอยู่ร่วมกันคือ ทั้งคนที่ป่วยและไม่ป่วย ควรได้บอกความต้องการของตัวเองทั้งคู่ แล้วหาจุดตรงกลางว่าคือตรงไหน

 

เช่นวันนี้ทรายรู้สึกไม่โอเค ต้องพังแน่ๆ ทรายก็จะบอกน้องกับแฟนว่าวันนี้เราจะดีเลย์นะ เล่นมุกอะไรจะไม่เก็ตและอาจจะโกรธด้วยซ้ำ ครั้งหนึ่งจำได้ มันเปรตมาก คือทรายเกิดวันที่ 23 ธันวาคม พอถึงวันที่ 19 อยู่ๆ ก็อยากได้ของขวัญและเฮิร์ตมากที่ไม่มีใครซื้อให้ ซึ่งมันก็แหงอยู่แล้วเพราะมันยังไม่ถึงวันไง แล้วเราก็หม่นหมองระบายอารมณ์ต่างๆ คิดว่าตัวเองไม่สำคัญ ถ้าไม่มีใครรู้มาก่อนว่าเราป่วยก็จะรู้สึกว่าอีนี่ไหวหรือเปล่า แฟนเห็นแล้วว่าทรายโพสต์สเตตัสในเฟซบุ๊กแต่เขาก็ไม่โต้ตอบอะไร เราก็กินยานอนไป วันรุ่งขึ้นเราก็ตื่นมาด้วยสดใส และตัดพ้อแฟนไปต่างๆ นานา เขาก็บอกว่ายังไม่ถึงวันเกิดเลย ทุกคนที่นัดจะมางานวันเกิดก็ยังมา เราก็เริ่มรู้สึกตัวว่านี่เราเครียดอะไร มันเลยจบไป พอถึงวันเกิดจริงๆ ก็ร่าเริงปกติ เราก็ได้ของขวัญจากแฟน เพื่อนทุกคนก็มางาน แล้วมันก็เหมือนวันที่เราจิตตกไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ถ้าใครไม่เข้าใจก็คงจะไม่โอเคอย่างรุนแรง เพราะเราเหมือนโดนผีสิงวันเว้นวัน

 

แฟนเขาจะเห็นความผีบ้าของเรามาตลอดเพราะทำงานอยู่ในวงการเดียวกัน และเป็นเพื่อนกันมาก่อน รู้จักกันมา 10 ปี แต่คบเป็นแฟนมา 3 ปี เขาบอกทรายเลยนะว่าเขาไม่เข้าใจ เพราะเขาไม่ใช่หมอและไม่ได้เป็นซึมเศร้า บางวันทรายเดินน้ำตานองแล้วก็ล้มแปะต่อหน้า เขาปล่อยให้เราร้องจนหมดยก ร้องจนหิว จากนั้นค่อยพาเราไปกินข้าว ถามว่าช่วยไหมเขาก็ไม่ได้ช่วยอย่างบำบัด แต่แค่อยู่ข้างๆ ตลอด ยิ่งพอรู้จักกันมากขึ้นเขาจะจับสังเกตได้ อย่างบางช่วงที่ยุ่งมากแล้วมีโอกาสได้เจอกันวันเดียว แต่บังเอิญเป็นวันผีเข้าของเราพอดี เราไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะถ้าไม่ออกไปเจอก็จะไม่ได้เจอกันอีกนาน แต่ถ้าออกไปคงต้องวันนั้นพังแน่ๆ เขาก็จะรู้ว่าเราไม่โอเค งั้นเอาไว้เจอกันวันหลังก็ได้ สาธุมากๆ

 

เขาไม่ได้ตั้งข้อสงสัยกับวิธีการดูแลตัวเองของทราย ไม่ตั้งข้อสงสัยกับวันที่เราผีเปรตอสุรกาย และวันไหนดีเขาก็ไม่ได้ชมด้วยนะ เพราะถ้าทำอย่างนั้นมันจะกลายเป็นการกดดันให้เราต้องพยายามดี หรือต้องถามตัวเองว่า นี่วันอื่นๆ คงบัดซบมากใช่ไหม

 

26:13

ความคาดหวังของคนอื่นต่อโรคนี้

คนอื่นจะมาคาดหวังเราก็ไม่ผิด แต่ทรายก็มีสิทธิที่จะรู้สึกและวีนเขากลับเหมือนกัน แต่ก่อนจะระมัดระวังในการที่จะตอบโต้มากๆ หมอบอกเราว่าไม่ต้องทำอย่างนั้นก็ได้ แต่เรากลับรู้สึกว่าไม่ได้สิ ต้องรักษาภาพพจน์ แต่ภาพพจน์เราไม่ใช่แอฟ ทักษอรไง เลยเรียนรู้ว่า งั้นเราบอกเขาได้นี่นาว่าไม่ชอบอะไรอย่างไร แบบไม่ต้องหยาบคาย

 

 

28:25

ก้าวข้ามคำว่าอกตัญญูด้วยการมองแม่อย่างเป็นมนุษย์คนหนึ่ง

คำว่าอกตัญญูนี่หนีไม่ได้เลยค่ะ แรกๆ ทรายรับมือด้วยการมองให้เป็นเรื่องตลก ทรายรับมืออย่างนี้มาตั้งแต่ยุคพ่อ พ่อทรายเป็นอัลไซเมอร์กับพาร์กินสัน เขาจำเราไม่ได้ ในความเป็นลูกมันแย่มาก มันมองเป็นเรื่องดีไม่ได้เลยที่เขาเราจำเราไม่ได้ถึงขนาดยกมือไหว้ขอข้าวเรากิน แต่ทุกคนพยายามบอกว่าคนแก่ก็หลงๆ ลืมๆ อย่างนี้แหละ เราก็สงสัยว่าอ๋อ นี่กูต้องตลกหรือ เราเสียใจไม่ได้หรือที่พ่อจำเราไม่ได้ เราเสียใจมากเลยนะ

 

ตอนพ่อนั่นรอบหนึ่ง มาตอนแม่ เวลาทรายเล่าอะไรออกมาก็จะมีคนบอกว่า เรามีบุญแล้วที่ได้ดูแลแม่ เรารู้สึกหมามาก แค่รู้สึกเครียดกับแม่ก็เหมือนถูกนรกสูบลงไปแล้ว แค่คิดก็เหมือนคนเลวมากๆ แล้ว ทุกคนตอบโต้เราด้วยวิธีอย่างนี้ตลอดจนเรารู้สึกว่ามันคือปัญหาที่ไม่มีทางออก เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องชั่วครั้งชั่วคราว แต่แม่ป่วยมาตั้งแต่ทรายยังเด็ก แถมหนักขึ้นเรื่อยๆ ทรายเป็นซึมเศร้าครั้งแรกตอนรถชน แล้วก็มาเป็นอีกรอบตอนเรื่องแม่ หมอที่ดูแลทรายเขาบอกตั้งแต่แรกเลยว่าถ้าเรายังแบกแม่เอาไว้อย่างนี้ เดี๋ยวเราก็จะกลับมาเป็นซึมเศร้าอีก

เราคุย เลาะ รื้อกับจิตแพทย์อยู่นานจนยอมรับได้ว่า แม่เราก็เป็นคน เขามีข้อเสีย และเขาเพิ่งเคยเป็นแม่ เราก็เป็นคน เรามีข้อเสีย และเราเพิ่งเคยเป็นลูก มันจั่วกันมาแล้วเจอไพ่ใบนี้ และเราก็ต่างเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว เราต้องกล้าพอที่จะบอกว่าชอบหรือไม่ชอบอะไร

คนเป็นพ่อเป็นแม่เขาไม่ชอบหรอกที่เรารับมือเขาแบบนี้ แต่ถ้าคุณไม่แจ้งความต้องการของคุณ คุณก็ต้องทนอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ เราไม่ได้กบฏตอนเด็กๆ แต่ตอนนี้ทราย 30 กว่าแล้ว ถ้ามนุษย์มีชีวิต 60 ปีมันก็ปาไปครึ่งชีวิตแล้ว เราก็จะอยู่สปอยล์แม่ไปเรื่อยๆ จนไม่รู้ว่าชีวิตอยู่ตรงไหน ความสุขของเราคืออะไรที่ทำอย่างนี้ เราอาจจะรู้สึกดีที่แม่ไม่วีน แต่จริงๆ แล้วเขาแค่สมใจ หมอบอกว่าถ้าแม่เรียกแล้วเราไม่ไปเขาจะตายไหม ถ้าเขาไม่ตายก็ปล่อยเขาไป หมอเบิกเนตรเรามากว่าทำแบบนี้ได้ด้วย แต่หมอเขาพูดอย่างมนุษย์ต่อมนุษย์ด้วยกัน เราต้องถอดความเป็นแม่ลูกออกไป ลองถามตัวเองว่าถ้าคนอื่นมาทำแบบนี้กับเราเรายอมไหม เราไม่ยอมหรอก นี่มันผ่านมา 30 ปี แล้ว ถ้าดูเรื่องบุญเราคงขึ้นสวรรค์ไป 2 รอบสบายๆ พอคิดได้แบบนี้ ความรู้สึกทั้งหลายก็เบาลง

 

สิ่งสำคัญคือพอเรากล้าบอกความต้องการของเราต่อแม่มากขึ้น เขาก็ตกใจเหมือนกันที่วิธีที่เคยใช้ตอนนี้ใช้กับเราไม่ได้แล้ว แล้วมันก็จะทำให้เขารู้สึกว่า งั้นพูดดีๆ กับเราก็ได้ แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ เพราะเราเป็นลูกมาทั้งชีวิต และบางครั้งก็อดคิดไม่ได้ว่า ถ้าเราพูดเร็วกว่านี้ ปัญหาก็จะไม่ลุกลามใหญ่โตอย่างที่เป็นทุกวันนี้ก็ได้

 

ทรายเหมือนเกิดมาสปอยล์พ่อแม่ทั้งชีวิต ตั้งแต่วันที่รู้ว่าแม่ป่วย พ่อจะบอกเราว่าแม่จะไม่ฟังก์ชันเหมือนแม่คนอื่นๆ นะ บางวันแม่ขับรถไปส่งได้ แต่บางวันแม่ก็ขับรถไม่ได้เพราะกลัวสะพาน ทรายก็ไม่รู้จะบอกครูที่โรงเรียนอย่างไรว่าที่เราไปเรียนสายเพราะแม่กลัวสะพาน มันเลยกลายเป็นเราตอบว่าเราตื่นสายเอง หรือวันไหนที่แม่เฉิดฉายเปิ๊ดสะก๊าดเข้าไปในโรงเรียนในชุดผ้าไหมกระโปรงบานสีบานเย็น เราก็ต้องคอยบอกคนอื่นว่าแม่เขาตัดชุดเองเขาเลยอยากอวด ทั้งๆ ที่เราเองก็รู้สึกว่ามันประหลาด แม่กูก็ไม่ต้องเปิดตัวแรงทุกซีนอย่างนั้นก็ได้

 

มีอยู่ครั้งที่แม่เขาไปตัดผมสั้นมาก แล้วเราก็ร้องไห้ เขาบอกว่าฉันไม่ได้ตัดแขน จะร้องทำไม เขาโกรธเราที่เราร้องไห้ ไม่สมกับเป็นลูกของสาวเปรี้ยว เราเลยรู้สึกผิดที่ร้องไห้ ผมก็ผมเขา สิ่งเหล่านี้มันทำให้เรารู้สึกว่าต้องสปอยล์เขาเพราะเขาป่วยแต่เราไม่ป่วย มันเป็นความรู้สึกที่ต้องดูแลและยอมเขาไปเรื่อยๆ

ด้วยโรคหรือด้วยอะไรก็แล้วแต่ เราสปอยล์เขามาตลอดชีวิตขนาดเราให้ความเป็นเราไปแล้วเขายังไม่พอใจเลย ถามว่าเขาผิดไหมที่จะเทสต์ความรักเราด้วยวิธีแบบนี้ เขาไม่ผิดหรอก เราต่างหากผิดเองที่ไปตอบสนองเขาแบบผิดๆ

46:16

วิธีรับมือกับความคาดหวังของพ่อแม่ ที่แม้ไม่ได้เป็นโรคซึมเศร้า

หลายคนใช้วิธีทนเอา ถ้าเป็นครั้งเป็นคราวยังพอไหว แต่ถ้าต้องอยู่ในภาวะหลีกเลี่ยงไม่ได้ สิ่งที่เราต้องไม่ลืมคือ พ่อแม่เขาก็เป็นคน แล้ววันหนึ่งเขาก็ต้องตาย และถ้าวันนั้นเรายังอยู่ เราต้องอยู่อย่างเคว้งคว้างเพราะเข้ากับใครไม่ได้ เนื่องจากคุณให้พ่อกับแม่ไปหมดแล้ว นี่ทรายพูดในแง่ข้อเท็จจริง ไม่ใช่เรื่องบุญ เราต้องเริ่มตั้งแต่ต้นว่ามันต้องมีบ้างที่ต้องเป็นวันของเรา

 

 

52:15

โรคซึมเศร้าทำให้รู้จักตัวเอง และปฏิบัติต่อตัวเองเปลี่ยนไป

หลังจากป่วย สิ่งที่เห็นชัดเลยคือเราจะยืนหยัดเพื่อเสียงของตัวเองมากขึ้น ข้อแรกคือยามันแพงค่ะ เราไม่ควรกินยาแล้วให้ใครที่ไหนไม่รู้มาทำลายวันของเราด้วยคำพูดเห่ยๆ ที่แต่ก่อนเราจำเป็นต้องทน และพอรู้ตัวอย่างนี้แล้วเราก็จะไม่เอาตัวเข้าไปเสี่ยงกับภาวะบางอย่าง

การเป็นซึมเศร้าทำให้เราสำรวจตัวเองมากขึ้น ทรายอาจจะเป็นมิตรน้อยลงในสายตาของคนอื่น แต่ทรายน่ารักกับตัวเองมากขึ้นนะ

เรารู้สึกตัวเองว่าใช้เงินซื้อเสื้อโง่ๆ ตัวหนึ่งก็ได้ โดยที่ไม่ต้องรู้สึกผิดที่ไม่ได้ซื้อให้แม่ก่อน อยากซื้อก็ซื้อ อยากใส่ก็ใส่

 

ตอนที่ป่วยแรกๆ หลายคนบอกให้ทรายไปทำสมาธิหรือกรรมฐาน แต่ทรายว่าพอเป็นโรคนี้ถึงจุดหนึ่งเราจะเข้าใจไปอย่างอัตโนมัติว่า อันไหนโรคพูด อันไหนเราพูด อันนี้โรคเป็น อันนี้เราไม่ได้เป็น มันจะค่อนข้างชัด ไม่ได้หมายความว่าจะไม่อยากหายนะคะ แต่ตอนนี้ทรายไม่รู้สึกแย่กับมันเท่าตอนเป็นแรกๆ เหมือนเรามีเพื่อนบ้าๆ อยู่คนหนึ่งที่ต้องไปด้วยกัน อยู่ๆ วันนี้มันแวะมาหา ไล่ไปไหนไม่ได้ก็ให้มันนั่ง หาน้ำให้มันกิน นั่งให้พอเลยนะแล้วจะไปก็ไป ทรายรู้สึกแบบนี้ มันต่อรองหรือเลือกไม่ได้หรอกค่ะ มันจะเป็นก็เป็น แค่นั้นเอง

 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น สำหรับหลายคนที่มาปรึกษาทราย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของตัวหรือคนรอบตัว สุดท้ายมันจะขึ้นอยู่กับตัวเขาเองที่จะขวนขวาย ทรายได้แค่บอกค่ะ บางคนบอกทรายว่าอยากลองสู้ด้วยตัวเอง นี่สู้มา 2 ปีแล้ว ทรายตอบเขาว่านี่สู้ยังไม่พออีกหรือคะ มันน่าจะพิสูจน์แล้วว่าเราควรพบคนที่เชี่ยวชาญด้านนี้โดยตรง ทรายทำได้เท่านี้ แต่ถ้าน้องเขายังจะสู้ต่อเราก็ไม่รู้จะอะไรด้วยแล้ว ถามทรายได้ว่าหาหมอที่ไหน ราคาประมาณเท่าไร กินยานานไหม กินยาตัวนี้แล้วเวียนหัวจังมีตัวอื่นไหม อันนี้ทรายยินดีแลกเปลี่ยนประสบการณ์ แต่สุดท้ายมันต้องเริ่มจากตัวเองค่ะ คุณต้องพาตัวเองไป

คนป่วยเป็นซึมเศร้าเป็นคนคนหนึ่งที่มีทั้งด้านดีและไม่ดี ไม่ต่างจากคนอื่นๆ อย่าให้ความเป็นโรคมาบดบังตัวตน หลายคนคิดว่าต้องให้อภัยทุกอย่างเพราะเขาป่วย อย่างนี้ก็คงไม่มีใครเลวแล้วบนโลกนี้


ฟังรายการ R U OK พอดแคสต์ โดยแอปฯ Podcasts (สำหรับผู้ใช้ iOS), Podbean และแอปฯ ประเภท Podcast Player ยี่ห้อใดก็ได้ (สำหรับผู้ใช้ Android) หรือฟังทาง SoundCloud และ YouTube ก็ได้เช่นกัน

 


 

Credits

 

The Hosts ปอนด์ ยาคอปเซ่น, ดุจดาว วัฒนปกรณ์

The Guest อินทิรา เจริญปุระ

 

Show Creator อธิษฐาน กาญจนะพงศ์

Episode Producer อธิษฐาน กาญจนะพงศ์

Episode Editor เชษฐพงศ์ ชูประดิษฐ์

Sound Designer & Engineer ศุภณัฐ เดชะอำไพ

Coordinator & Admin อภิสิทธิ์​ หรรษาภิรมย์โชค

Art Director อนงค์นาฎ วิวัฒนานนท์

Proofreader ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

Webmaster จินตนา ประชุมพันธ์

Photographer นวลตา วงศ์เจริญ

Music Westonemusic.com

The post ทราย เจริญปุระ ทำความเข้าใจโรคซึมเศร้า ที่ไม่ต้องปิดเพราะเราแค่ป่วย appeared first on THE STANDARD.

]]>
เทยยานยนต์: เนิร์ดเรื่องรถด้วยใจรัก https://thestandard.co/podcast/toeytey05/ Thu, 07 Sep 2017 11:00:02 +0000 https://thestandard.co/?post_type=podcast&p=25133

   ความรู้ด้านรถยนต์ดูเป็นเรื่องห่างไกลจากเหล […]

The post เทยยานยนต์: เนิร์ดเรื่องรถด้วยใจรัก appeared first on THE STANDARD.

]]>

   ความรู้ด้านรถยนต์ดูเป็นเรื่องห่างไกลจากเหล่าเทยไม่น้อย เพราะเครื่องยนต์มีกลไกที่ยุ่งยาก รถเสียแต่ละทีก็นอยด์กันยกใหญ่ แต่ไม่ใช่สำหรับ ตอย-พฤฒ์พัชร เทพกาญจนา ที่สนใจเรื่องรถยนต์มาตั้งแต่เด็กจนถึงขั้นเนิร์ด

     เทยเท่ เอพิโสดนี้จะทำให้เรารู้ว่า นอกจากผู้ชายแล้ว ไม่ว่าเพศไหนๆ ก็สนใจเรื่องรถ แถมยังรู้จักรุ่นรถ ซ่อมรถ เปลี่ยนยาง เปลี่ยนอะไหล่ แถมแนะนำเพื่อนสาวว่าจะซื้อรถรุ่นไหนได้อีกด้วย

 


 

01.31

“เรื่องรายการมันจับพลัดจับผลูมาทำมากกว่า ตอนแรกเราชอบรถยนต์อยู่แล้ว เขามีโอกาสยื่นมาก็เลยสนองไป มีคนเหนอก็มีคนหนอง”

 

01.45

“เล่าความเป็นมาเป็นไปให้ฟังหน่อยว่าทำไมถึงมีความรู้สึกชอบเรื่องรถขึ้นมาได้”

“โห จริงๆ แล้วแทบจะนึกไม่ออกเลย พอจำความได้ก็ชอบเรื่องรถ ชอบอ่านหนังสือรถ จำความได้ก็อยู่กับรถ อยากขับรถเป็น แล้วก็ชอบมอง ชอบดู บางทีก็โรคจิต ชอบไปดูบังโคลนรถยนต์ อุปกรณ์เสริมเมื่อก่อนมันจะมีบังโคลนล้อหน้า-ล้อหลัง ยี่ห้อนี้มันเป็นทรงนี้ มองในแง่การออกแบบ ชอบรถที่มันออกแบบมาสวยๆ ลงตัว”

 

02.30

“คุณพ่อเป็นคนที่สนใจเรื่องงานวิศวกรรมอยู่แล้ว พ่อเขาเป็นนักบินด้วย เลยสนใจเรื่องของกลไกว่าเป็นมายังไง แล้วตอนเด็กๆ ที่จำภาพได้ก็คือเราตามพ่อไปอู่รถยนต์ แล้วพอซ่อมรถที่บ้านเราก็จะอยู่ตรงนั้นด้วย ก็เหมือนเราคลุกคลีกับรถยนต์มากกว่าเดิม”

 

02.49

“แต่ในขณะที่ชอบเรื่องรถ รู้ตัวไหมว่าเราเป็น”

“ไม่รู้เลย ไม่รู้เลยจริงๆ เด็กๆ ก็ไม่เข้าใจด้วย ไม่รู้ว่าแมนคืออะไร คือไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองไม่อยากเป็นผู้ชายนะ เราก็เป็นของเราอย่างนี้ เราบอกไม่ได้มากกว่าว่าเราคืออะไร แต่เราไม่อยากเป็นกะเทย ไม่อยากเป็นผู้หญิง แม่ก็เล่าให้ฟังว่าตอนเด็กๆ เราชอบไปเล่นต่างหูแม่ แต่เราไม่ได้คิดอะไร คือเราหยิบมาเล่นๆ มากกว่า เวลาเพื่อนมาล้อว่าเป็นตุ๊ด เราก็งงว่ากูต่างจากมึงยังไง กูไม่ชอบผู้ชายนะเว้ย กูไม่ได้อยากเป็นผู้หญิงด้วย ทำไมมึงบอกว่ากูเป็นตุ๊ดวะ ยังไม่เก็ต มาเก็ตตอนโตว่ามาเวย์นี้แหละ”

 

04.04

“เราจะสนใจมือถือ แก็ดเจ็ต ยุคที่มือถือที่มันกำลังมาแรง ตอนที่ Nokia 3310 กำลังดัง นี่รู้สึกว่าทำไมมันเป็นมือถือที่ออกแบบได้ลงตัวขนาดนี้เนี่ย สวยมาก

 

เราก็จะบ้ามือถือมาก บางทีเลิกเรียนไปห้างไม่ได้ทำอะไร ก็ไปเดินวนอยู่ตรงชั้นขายมือถือ ไปดูว่าราคาเท่าไร แล้วก็สะสมโบรชัวร์เอาไว้

 

04.59

ไม่รู้ว่าทำไมถึงชอบ แต่รู้สึกผูกพัน เราเข้าใจว่าเขาเป็นยังไง เราไม่รู้สึกเบื่อที่จะมายุ่งกับเรื่องรถยนต์ ชาติที่แล้วเป็นคนทำรถยนต์หรือเปล่าก็ไม่รู้

 

05.40

“พอเริ่มสัก ม.4-5 จำได้ว่ามีรุ่นที่ชอบมากคือ Nokia 7200 ที่ฝาพับเป็นกำมะหยี่ เป็นมือถือแนวแฟชั่น อันนี้เราต้องได้แล้ว พ่อห้ามบอกว่าไม่ได้ อันนี้ต้องซื้อให้แล้ว ใช้มาได้ 6-7 เดือนแล้วก็มีคนมาล้วงเอาไป”

 

06.35

“จริงๆ แล้วเราว่าตุ๊ดหรือเก้งจะมีมุมที่สนใจวงการบันเทิงหน่อยนึง ไม่น้อยก็มาก ด้วยความที่ตอนเด็กๆ พ่อแม่จะเปิดเพลงให้ฟัง พวกวง ABBA, Bee Gees ศิลปินไทยจะมีพุ่มพวง ดวงจันทร์,​ อัสนี-วสันต์, คริสติน่า อาร์กีล่าร์

 

ตั้งแต่เด็กๆ จำความได้ว่าตัวเองเป็นคนที่กล้าแสดงออก ฉะนั้นจะมีบางโมเมนต์ที่เราเอา Smarties ขนมเมื่อก่อนที่มันเป็นกระบอก เอามาทำเป็นไมค์อยู่บนเตียงเหมือนเวที แล้วข้างล่างก็เป็นคนดู

 

10.55

“พ่อแม่และน้องไม่เคยมาคอมเมนต์อะไร มีแต่คนนอกบ้านมาพูด ซึ่งเราไม่เข้าใจ พ่อแม่เรายังไม่ว่าอะไรเลย ก็ต้องขอบคุณคุณพ่อคุณแม่ด้วยที่เขาค่อนข้างหัวสมัยใหม่ เขาไม่ค่อยมาตีกรอบชีวิตเรามาก เขาให้อิสระเรามากเลย”

 

11.28

“โห ตอนเด็กๆ ชอบไปเล่นรถ ชอบไปมอเตอร์โชว์ มันจะมอเตอร์โชว์หัวปีท้ายปีใช่ไหม พ่อก็ต้องพาไปสวนอัมพร เซ็นทรัล ลาดพร้าว เพราะมันจัดมอเตอร์โชว์ ไปขอโบรชัวร์เขามาสะสม”

 

13.13

“ความรู้สึกครั้งแรกที่ได้เริ่มขับรถยนต์ด้วยตัวเอง”

“โห ชอบ รู้สึกว่าฉันขับได้แล้ว ทำไมไม่ให้ฉันขับล่ะ เริ่มต้นจากนั่งตักพ่อขับ แต่ขับเลยจริงๆ น่าจะ 11-12 ขวบ แต่ไม่ได้ขับบนถนนใหญ่ จะขับบนถนนส่วนบุคคลแถวๆ บ้าน ตอนนั้นชอบ รู้สึกว่า เนี่ย เราเป็นธรรมชาติมาก”

 

16.43

แค่รถโดนชนเราก็เจ็บแล้ว ไม่ชอบให้รถโดนชน ไม่ชอบเลย เพราะรู้สึกว่ารถทุกคันที่ออกมาจากโรงงาน อุปกรณ์ที่ประกอบจากโรงงานดีที่สุด จะมาซ่อมอู่ข้างนอกก็ไม่มีทางได้สีที่คุณภาพดีเท่าโรงงาน

 

18.09

ตัวเองน่ะไม่รู้สึกแปลกหรอก แต่คนอื่นจะมาทำให้เรารู้สึกแปลก ก็เราเป็นแบบนี้ เราชอบรถ จบ แต่คนอื่นจะต้องมาแบบ โห เป็นตุ๊ดเล่นรถ แปลก ทำไมล่ะ ตุ๊ดชอบรถไม่ได้เหรอ ก็โอเค อาจจะเป็นอะไรที่แปลกของเขา เป็นอะไรที่ไม่ค่อยมี หรือไม่ค่อยมีเพศที่สามที่ชอบเรื่องรถยนต์ แต่อยากจะบอกว่าทุกเรื่องน่ะ ทุกคนสามารถชอบได้

 

อย่ามาตีกรอบกันเลยว่าใครต้องชอบอะไร แต่ก็ต้องขอบคุณที่บางคนมองว่าเราเด่น มองว่าเราเป็นตุ๊ดเล่นรถ แต่อย่างที่บอกว่าตอนเด็กๆ ไม่คิดว่าจะเป็นตุ๊ดอยู่แล้ว เราก็เป็นเราอย่างนี้ปกติแหละ

 

23.48

“เพื่อนเทยคนอื่นให้เราช่วยดูรถหรือปรึกษาอะไรบ้างไหม”

“เต็มเลย เหมือนเขารู้ว่าเราชอบเรื่องรถ เขาก็ถามว่า ‘เฮ้ย รถรุ่นนี้เป็นยังไง’ ‘อาการอย่างนี้มันคือยังไง’ บางทีให้เราไปช่วยจัมป์แบตฯ ให้ ‘เฮ้ย เปลี่ยนยางยังไงวะ’ เราก็ไปช่วยเปลี่ยนยาง ทำได้หมดเลย”

 

26.45

“ก็จะเป็นเพศที่สาม เพศทางเลือก เป็นตุ๊ด เป็นเก้งที่ชอบรถเหมือนกันมีเป็นเบือเลยค่ะ อยากจะบอกว่าในเมืองไทยก็มีตุ๊ดที่ชอบรถเต็มไปหมดเลยนะคะ แล้วก็แฝงตัวอยู่ตามมุมต่างๆ เหมือนจริงๆ แล้วเป็นเอ็กซ์เมนนะคะ จะบอกว่ามันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรมาก มันก็มีอยู่แหละ แต่คนอาจจะไม่ค่อยได้สัมผัส”

 

30.17

“อย่างรายการ เรนเดียร์ เกียร์ 5 คอนเซปต์มันคือรายการรถสำหรับคนที่ไม่รู้เรื่องรถ เรามานั่งคิดว่าจริงๆ ว่าทุกคนอยู่กับรถอยู่แล้ว ทุกคนต้องใช้รถ ต้องนั่งรถ แต่ถามว่าคนที่ดูรายการรถแล้วได้ความรู้จากในนั้นมีมากขนาดไหน สุดท้ายแล้วคนยังมาถามอยู่เลยว่าใบปัดน้ำฝนต้องเปลี่ยนทุกกี่ปี ยางต้องเปลี่ยนตอนไหน แบตเตอรีต้องเปลี่ยนยังไง เขายังไม่รู้กันเลย”

 

35.33

“บางทีคนใกล้ตัวบอกว่าโดนรถชนแล้วหนี ต้องมีสติ จำทะเบียนสิ อย่างน้อยได้ทะเบียนมา เราก็ตามง่ายแล้ว หรือถ้าไม่มั่นใจในตัวเอง ให้ถ่ายรูปเหตุการณ์เก็บไว้ อย่างน้อยก็ให้ประกันเขาดูได้ว่าลักษณะมันเป็นแบบนี้ เขาจะได้ดูออกว่าใครผิดใครถูก บางทีถ้ารีบย้ายรถไป มันก็ไม่มีหลักฐานแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่งสติคือพาร์ตหลักมาก เพราะถ้ามีสติ อุบัติเหตุจะไม่เกิด”

 

36.17

“ถ้ารถเสีย ให้พยายามจอดริมถนนที่ปลอดภัย แต่ถ้ากลางดึก อย่าไว้ใจคนแปลกหน้าที่เข้ามา ให้รอความช่วยเหลือของเราเอง เราควรจะมีคอนแท็กต์รถยก ช่าง เผื่อมีปัญหาอะไร แล้วก็ควรให้คนอื่นไว้ด้วย”

 

40.30

“อยากเปลี่ยนเป็นชายหรือหญิงแท้สักครั้งไหม”

“พอโตขึ้นมา พอผ่านอะไรมาเยอะๆ เรารู้สึกว่าทุกคนมันสวยงามอยู่ในตัวอยู่แล้ว มันไม่จำเป็นว่าใครต้องเป็นอะไร บางทีต้องถามกลับว่าทำไมต้องเปลี่ยน เราต้องการอะไรในชีวิต คืออย่างเรา ถามว่าอยากมีลูกไหม ก็อยากนะ ทุกวันนี้ก็ยังไม่มั่นใจในตัวเองว่าเราจะเลี้ยงลูกได้ไหม แต่ทุกวันนี้เรามีหมา หมาก็เหมือนลูก เราเลี้ยงหมาเป็นลูก เราก็แฮปปี้แล้ว ก็เลี้ยงหมาให้มันดีก่อนเนอะ แล้วค่อยเลี้ยงลูก หรือถ้าอยากมีครอบครัว ทุกวันนี้สังคมมันก็เปิดกว้าง ความรักมันไม่มีนิยาม ไม่มีขอบเขต ใครจะรักใครอะไรก็ได้ ทุกวันนี้ทอมกับกะเทยก็รักกัน อะไรก็เกิดขึ้นได้ ฉะนั้นไม่ได้อยากเป็นเพศหญิงแท้หรือชายแท้ฝั่งใดฝั่งหนึ่งเลย รู้สึกว่าตัวเองเป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว ถือว่าเป็นตัวเรา วันนี้ไม่อยากเปลี่ยนแล้ว”

 


 

Credits

 

The Host นันท์ณภัส ธิปธรารัตนศิริ

The Guest พฤฒ์พัชร เทพกาญจนา

 

Show Creator อธิษฐาน กาญจนะพงศ์

Episode Producer อธิษฐาน กาญจนะพงศ์

Episode Editor นทธัญ แสงไชย

Sound Designer & Engineer ศุภณัฐ เดชะอำไพ

Coordinator & Admin อภิสิทธิ์​ หรรษาภิรมย์โชค

Art Director กริณ ลีราภิรมย์

Graphic Designer เทียนจรัส วงศ์พิเศษกุล

Music Westonemusic.com

The post เทยยานยนต์: เนิร์ดเรื่องรถด้วยใจรัก appeared first on THE STANDARD.

]]>