ดารา Archives – THE STANDARD https://thestandard.co/podcast_tag/ดารา/ สำนักข่าวออนไลน์ นำเสนอข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ ให้ความรู้ ความคิด และแรงบันดาลใจ. Wed, 11 Apr 2018 04:53:13 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.3 อาหนิง นิรุตติ์ เชื่อว่า สิ่งที่น่าสะสมที่สุดคือ ความดี https://thestandard.co/podcast/randomwisdom01/ Wed, 11 Apr 2018 17:01:08 +0000 https://thestandard.co/?post_type=podcast&p=83100

นิรุตติ์ ศิริจรรยา หรือ อาหนิง นักแสดงที่คนทั้งในและนอก […]

The post อาหนิง นิรุตติ์ เชื่อว่า สิ่งที่น่าสะสมที่สุดคือ ความดี appeared first on THE STANDARD.

]]>

นิรุตติ์ ศิริจรรยา หรือ อาหนิง นักแสดงที่คนทั้งในและนอกวงการบันเทิงต่างยอมรับ ผู้ชายที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมากว่า 70 ปี มองเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างไร ค้นพบอะไรในการใช้ชีวิตสงบเงียบ และมีอะไรที่เขาอยากถ่ายทอดให้คนรุ่นใหม่ได้เข้าใจชีวิต

 


 นักแสดงคือสินค้าและลูกจ้าง

“ผมต้องเชื่อฟังผู้กำกับ เพราะผู้กำกับคือคนที่ใหญ่ที่สุดในกองถ่าย อาทำอย่างนี้ไม่ได้ อาต้องทำอย่างนั้น ฉากนี้อาต้องร้องไห้ ผมจะไปบอกผมไม่ทำ แค่นี้ดีแล้ว มันไม่ใช่ นักแสดงเป็นสินค้า ผู้กำกับคือผู้พัฒนาสินค้า เขากำลังพัฒนาตัวผม แล้วเอาออกไปขายจนเป็นที่นิยมของผู้บริโภค”


“เรามีงานต้องรับผิดชอบ ที่ผมบอกว่าไม่ได้ดูละครที่ตัวเองเล่น เพราะว่าบางครั้งวันที่ละครเราออก เราทำงาน และเวลาทำงานของนักแสดงเขาเริ่มกันตั้งแต่ตี 5 กว่าจะกลับถึงบ้านก็เที่ยงคืนแล้ว คุณจะบอก ผู้กำกับครับ ผมขอเบรกไปดูละครที่ผมเล่นก่อนได้ไหม หรือขอนั่งดูย้อนหลังก่อนได้ไหม มันก็ไม่ได้ เราต้องทำงาน เราเป็นลูกจ้าง ขอให้คิดอยู่ตลอดเวลาว่า เราคือลูกจ้าง ไม่ว่าคุณจะเป็นพระเอก 50 ตุ๊กตาทอง คุณก็ยังเป็นลูกจ้าง ถ้าเขาไม่จ้างคุณก็ไม่มีวันได้ตุ๊กตาทอง คิดอันนี้ไว้ให้หนัก อย่าไปหลงตัวว่าฉันเก่ง ฉันแน่ ฉันเป็นผู้นำของนักแสดงเหล่านี้ ถ้าไม่มีเรา เขาหาคนอื่นได้นะ เพราะเราก็คือสินค้าชนิดหนึ่ง มันไม่ใช่โทรศัพท์ออกมารุ่นใหม่ ตกน้ำได้ ไม่พัง แต่ถ้าเราตกน้ำเราจมนะ ฉะนั้นคนที่เขาพยายาม ไม่ยอมตกน้ำ เขาก็จะอยู่แทนคุณ”

อย่าไปหลงตัวเองที่คนอื่นเรียกเราว่า ซูเปอร์สตาร์ เราไม่ได้อยู่ในอวกาศ เราไม่ใช่ดาว เรายังเดินอยู่บนพื้นดิน เราแค่ลูกจ้างเขา ไม่มีใครจ้างเรา เราก็ดับวูบไปเท่านั้นเอง

 

การทำงานคือการเรียนรู้ตลอดชีวิต

“ถ้าคุณรำคาญกับอาชีพ อย่าอยู่ ผมเข้ามาแสดงเรื่องแรก โดยที่ยังไม่รู้ว่าจะมีเรื่องที่สองหรือไม่ แต่ผมรักงานนี้ และผมไม่รำคาญที่จะต้องทำอะไรซ้ำๆ ผมคิดว่าการทำงานเป็นการเรียนไม่รู้จบ ผมมีโอกาส และมีโชคที่ได้ค้นพบตัวเองว่าเราชอบอาชีพแบบนี้ ผมก็เลยลาออกจากสายการบิน เพื่อเข้าสู่อาชีพการแสดง ผมไม่ได้จบมหาวิทยาลัย หรือโรงเรียนการแสดง แต่ผมยังเรียนรู้อยู่เรื่อยๆ จนกระทั่งถึงวันนี้ ผมก็ยังเรียนไม่จบ”

 

ต้องเข้าใจตัวเอง และต้องเข้าใจคนอื่น

“ถ้าผมไม่รู้ในสิ่งที่ผมทำ ผมจะกลัวมาก ถ้าไม่รู้ แล้วสักแต่พูดไป มันจะได้อะไร เราต้องรู้และเข้าใจในสิ่งที่เราพูด และคิดว่ามันดีมีประโยชน์ ถ้าเราไม่รู้ไม่เข้าใจก็จะทำไปผิดๆ เหมือนมอเตอร์ไซค์ที่เขาใส่ไซเลนเซอร์เก็บเสียงมา เราก็ไปถอดมันออก แล้วก็ไปขี่อย่างเมามันในอารมณ์ มีความสุขอยู่คนเดียว คุณก็จะทำงานร่วมกับคนอื่นไม่ได้ เพราะเราทำงานเป็นกลุ่ม ทั้งครอบครัว ทั้งบริษัท ทั้งประเทศ หรือกับเพื่อนเราก็ต้องเข้าใจว่าแต่ละคนว่ามีนิสัยไม่เหมือนกัน กินก็ไม่เหมือนกัน นอนก็ไม่เหมือนกัน อยู่ก็ไม่เหมือนกัน ฉะนั้นเราต้องเข้าใจเพื่อนเราทุกคน หรือคนในครอบครัวเราเองนิสัยก็ยังไม่เหมือนกัน และถ้าหากว่าคุณยังไม่เข้าใจคนในครอบครัว คุณจะมาเข้าใจผมหรือคนอื่นได้อย่างไร”

 

 

อย่าตัดสินใครง่ายๆ

“นักแสดงไม่ใช่คนวิเศษ ไม่มีใครวิเศษหรอก พวกเขาก็เหมือนคุณนั่นแหละ หรือบางคนอาจเลวกว่าคุณก็ได้ ผมไม่ได้มาด่าพวกเดียวกันเอง แต่ผมหมายถึง ความเป็นปุถุชน ทุกคนเท่ากันหมด นักแสดงไม่ได้วิเศษกว่าเรา เพียงแต่เรารู้จักเขาเท่านั้น คุณเห็นเขาเลวมากในการแสดง ตัวจริงเขาอาจจะดีมากก็ได้ อย่าด่วนตัดสินใครง่ายๆ ถ้าเรายังไม่รู้จักตัวตนของเขาเลย”

 

ชีวิตควรมีระบบจัดการและวางแผน

“คุณต้องมีระบบจัดการหรือวางแผนชีวิตตั้งแต่คุณตื่น วันนี้กลับบ้าน พรุ่งนี้คุณจะทำอะไร ไม่ใช่จัดการว่า ไม่มีอะไรทำ ตื่นมา 6 โมงเช้า มาดูพระอาทิตย์ขึ้น แล้วกลับไปนอนต่อ มันไม่ใช่ เดี๋ยวพรุ่งนี้มันก็ขึ้นอีก พรุ่งนี้ผมไปทำงานเช้า ผมก็ตื่นเช้าได้ ผมก็ดูมันได้ ผมก็รับอากาศสดชื่นได้ มันอยู่ที่ระบบการจัดการและการวางแผน มันต้องควบคู่กันไปอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่เด็กจนบรรลุนิติภาวะ ผมก็ยังดำเนินแผนของผมอยู่อย่างนี้ ถ้าคุณไม่มีระบบจัดการในชีวิต คุณจะจัดการใครได้ คนงานผมก็มี สุนัขผมก็เลี้ยง อาหารการกินเนี่ย คุณจะกินของหวานก่อนไหมล่ะ หรือจะเอาของหวานไปกินพร้อมกับข้าว มันก็ล้มละลาย”

 

 

ทำตั้งแต่พอมี และค่อยๆ ทำ

“เริ่มต้นทำตั้งแต่เราพอมี ไม่ใช่รอให้มีก่อนแล้วค่อยไปทำ มันไม่มีวันสำเร็จ เพราะต่อให้มีแล้ว รวยแล้ว มันก็จะมีอะไรมาดึงคุณไป มีปีศาจรออยู่อีกมากมาย แค่มีโอกาส หรือพอมีบ้าง ทำสักครึ่งหนึ่งที่มี เหลืออีกครึ่งหนึ่งเก็บไว้ ค่อยๆ ทำ เช่นเดียวกับการแสดง เช่นเดียวกับความดี เช่นเดียวกับการเรียนรู้ คุณก็เริ่มเรียนรู้ตั้งแต่น้อยๆ จนกระทั่งจบมหาวิทยาลัย ทำปริญญาโท ด็อกเตอร์ มันก็เริ่มต้นมาจากน้อยๆ แล้วค่อยๆ ทำทั้งนั้น อาชีพการงานเราก็เช่นกัน ไม่มีใครมาถึงก็แสดง แล้วมีชื่อเสียง แล้วมีสตางค์มากมายเลยทันที ไม่มีหรอก ทุกคนต้องผ่านความสาหัสของชีวิตมากมาย ทั้งหัวเราะทั้งร้องไห้นั่นแหละ”

 

สะสมทำไม ในเมื่อสุดท้ายเราก็จากไป

“จะสะสมไว้ทำไม เรามาอาศัยในโลกนี้ชั่วคราวเท่านั้น ใช้ชีวิตให้มีความสุขที่สุด ทำความดีให้มากที่สุด วันหนึ่งเราก็จากโลกนี้ไป จะอะไรกันนักหนา เพราะที่สุดแล้วคุณก็เอาอะไรไปไม่ได้สักอย่าง แต่ว่ามันมีกิเลสไงมนุษย์ อยากได้อยากมีไปเพื่ออะไร เพื่ออวดเท่านั้นเอง อวดว่าฉันมีมากกว่าใคร อวดว่าคนอื่นไม่มีแต่ฉันมี แล้วมันทำอะไรได้ ทำอะไรไม่ได้”

ผมเกิดมาบนโลกใบนี้ผมมีความสุขแล้ว ไม่ต้องสะสมอะไร เพราะวันหนึ่งผมก็ไม่ได้เป็นเจ้าของที่นี่ ต่อไปใครจะมาอยู่ที่นี่ก็ไม่รู้ แค่ทำวันนี้ให้ดีที่สุด อยู่ให้มีความสุขที่สุด ไม่เบียดเบียนใครที่สุด แล้ววันหนึ่งก็จากที่นี่ไป เท่านั้นเอง


Credits


Intro Voice-over
มนต์ชัย วงศ์กิตติไกรวัล

 

Show Creator ภูมิชาย บุญสินสุข

Episode Producers อธิษฐาน กาญจนะพงศ์, ปวริศา ตั้งตุลานนท์

Episode Editor เชษฐพงศ์ ชูประดิษฐ์

Sound Designer & Engineer ศุภณัฐ เดชะอำไพ

Coordinator & Admin อภิสิทธิ์ หรรษาภิรมย์โชค

Art Director อนงค์นาฏ วิวัฒนานนท์

Photographer ศศิพิมพ์ อนันตกรณีวัฒน์

Proofreader ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์

Webmaster จินตนา ประชุมพันธ์

Music Westonemusic

The post อาหนิง นิรุตติ์ เชื่อว่า สิ่งที่น่าสะสมที่สุดคือ ความดี appeared first on THE STANDARD.

]]>
แม็กซ์ เจนมานะ กับอีพีอัลบั้มแรกในชีวิตที่ได้จากการนั่งคุยกับตัวเอง https://thestandard.co/podcast/multipleeargasms12/ Mon, 27 Nov 2017 04:38:39 +0000 https://thestandard.co/?post_type=podcast&p=50684

  แม็กซ์ เจนมานะ เป็นชื่อที่คุ้นหูนักฟังเพลงชาวไทย […]

The post แม็กซ์ เจนมานะ กับอีพีอัลบั้มแรกในชีวิตที่ได้จากการนั่งคุยกับตัวเอง appeared first on THE STANDARD.

]]>

 

แม็กซ์ เจนมานะ เป็นชื่อที่คุ้นหูนักฟังเพลงชาวไทยมาหลายต่อหลายปีแล้ว นับตั้งแต่เป็นที่รู้จักจากรายการ The Voice Thailand ซีซัน 1 แต่ในปีนี้คือก้าวใหญ่ของเขาในฐานะศิลปิน เมื่อแม็กซ์ได้ฤกษ์ออกอัลบั้มอีพีแรกของตัวเองในชื่อ Let There Be Light ที่บรรจุเรื่องราวชีวิตแม็กซ์เอาไว้ในนั้นอย่าง full circle

 


 

พูดถึงซิงเกิล ‘ดารา’ และอีพีอัลบั้ม ‘Let There Be Light’

ดารา เป็นซิงเกิลจากอีพีอัลบั้ม Let There Be Light ซึ่งเป็นเพลงที่ 3 จากทั้งหมด 5 เพลง อีพีนี้มีการเรียงแทร็กไว้เรียบร้อยแล้ว ควรฟังตั้งแต่เพลงที่ 1 ไล่ไปเพลงที่ 5 เป็นเพลงที่ป๊อปที่สุด เสียงตอบรับก็ค่อนข้างดี


เนื้อเพลงพูดถึงคนที่เรารู้จัก ซึ่งจริงๆ เขาอาจไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดก็ได้ บางทีดาราอาจจะสวยที่สุดเมื่อมองจากตรงนี้ มองไกลๆ อาจจะเป็น perfect distant ที่เรามีให้กัน


ในอีพีนี้มีโบนัสแทร็ก 1 เพลง เป็นเวอร์ชันอังกฤษของเพลง ปีศาจ ชื่อเพลงว่า Demons ซึ่งแม็กซ์อัดเล่นสดๆ เลย


การออกอัลบั้มเป็นความฝันของแม็กซ์ตั้งแต่เด็กๆ แล้ว ศิลปินทุกคนอยากออกอัลบั้มเป็นของตัวเอง มันเป็น physical artwork ที่จับแล้วเราภูมิใจว่านี่แหละผลงานของเรา จับต้องได้จริง


ตอนนี้ปล่อยซิงเกิลในอัลบั้มมาได้ครึ่งทางแล้ว แต่ละเพลงมีที่มาต่างๆ กัน อย่างเช่น ไวน์ (Wine) เป็นเพลงที่แต่งมา 2 ปี วนบ่มอารมณ์อยู่กับเพลงนี้มานาน สุดท้ายก็ได้ Whal & Dolph มาช่วย ตกลงกันว่าจะทำเพลงด้วยกันจนสำเร็จออกมาเป็นเพลงนี้ เวิร์สแรกเขาที่คิดขึ้นมาช่วยคลี่คลายทั้งเพลงหมดเลย ท่อนที่ร้องว่า “ถ้าฉันไม่ลืมเรื่องเรา แบบนี้แล้วมันจะผิดหรือเปล่า” แล้วแม็กซ์ก็แต่งต่อ “ดั่งรสที่เคยลิ้มลองและรักตั้งแต่แรกเจอ” แล้วจากนั้นแม็กซ์ก็จบทั้งเพลงได้อย่างรวดเร็ว


พอก้าวข้ามเพลง ไวน์ มาได้ แม็กซ์ก็ไปแต่งเพลง วันหนึ่งฉันเดินเข้าป่า (Into The Woods) ต่อ โดยเกิดจากการรวมสองเพลงเข้าด้วยกัน แล้วก็มาแต่งเพลง ดารา (Dara) ต่อ เป็นเปียโนตัวเดียว ส่วนเพลง ปีศาจ (Demons) เกิดจากการแต่งเพลงเป็นภาษาอังกฤษก่อนแล้วแปลงเป็นภาษาไทย ซึ่งแม็กซ์ชอบทั้งสองเวอร์ชัน เลยทำทั้งสองภาษาใส่ไว้เป็นโบนัสแทร็ก และแทร็กสุดท้ายเป็นเพลงกล่อมเด็ก ชื่อว่าเพลง ชัดเจน (Chadjen) ก็อยากให้รอฟัง เป็นเพลงสุดท้ายของอีพีซึ่งให้อารมณ์สว่างที่สุด เพราะมันดาร์กมาพอแล้ว


อัลบั้มนี้แม็กซ์เขียนผ่านช่วงมรสุมชีวิตในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ 25 ปี เป็นช่วงที่ชีวิตงงมากจากการหาทางไปต่อในระหว่างที่เรียนจบและกำลังเริ่มทำงาน ทุกเพลงในอัลบั้มจึงเป็นการ self therapy ที่เรียงเป็นสี เป็นช่วงเวลา และเป็นเรื่องราว ครบทุกด้านของชีวิตแม็กซ์เอง

 

เส้นทางชีวิตนักดนตรีของแม็กซ์ เจนมานะ

ตอนแรกแม็กซ์อยากเป็นมือกลองจากการไปเล่นดนตรีในโบสถ์โปรเตสแตนต์ ซึ่งเล่นเป็นวงดนตรี ไม่ใช่ร้องประสานเสียงเป็นวง Choir แล้วเวลาแม็กซ์มองวงดนตรีจะรู้สึกว่ามือกลองเท่มาก ถึงตอนนี้เวลาฟังเพลงก็ยังตีตามเสียงกลองอยู่


แต่พอคุยกับพ่อตอนจะเริ่มเล่นดนตรี พ่อกลับบอกให้เรียนกีตาร์ เพราะกลองแบกของเยอะ ก็เชื่อพ่อ เลยไปเรียนกีตาร์คลาสสิก


เพลงแรกที่ฟังแล้วฟินมากต้องย้อนกลับไปปี 2002-2003 แม็กซ์อายุประมาณ 12-13 นั่นคือวง Coldplay เพลง The Scientist ฟัง Keane เพลง Bedshaped ฟัง John Mayer เพลง No Such Things ฟัง Jason Mraz เพลง Remedy แล้วก็ฟังเพลงดิสนีย์


เทปแรกที่ได้ฟังคือ A Rush of Blood to the Head ของ Coldplay ฟังวนทั้งคืน กดกรอ กดฟังทั้งคืนจนเช้า เปิดอัลบั้มด้วยเพลง Politik ก็ไปลองฝึกเล่นเปียโนแบบนั้นที่มันร็อก จากนั้นก็ไปฟัง Papa Roach, Dream Theater แล้วก็กลับมาฟัง John Mayer


หลังจากเดอะวอยซ์ก็เริ่มชีวิตศิลปินที่ไม่ได้มีการทำการบ้านอะไรเลย เอาเงินเก็บไปซื้อเครื่องดนตรีทั้งที่ก็ยังไม่รู้ว่าเรารักมันขนาดไหน แต่พอเข้ามาในวงการดนตรีก็เริ่มรู้สึกว่าคนอื่นเท่กว่า คูลกว่า


พ่อเคยบอกว่าเวลาคนที่จะเก่งอะไรสักอย่าง 3 ปีคือระยะเวลาที่ใช้เรียนรู้ เพิ่งเริ่มรู้เรื่อง 4 ปีเนี่ยพอจะรู้แล้ว 5 ปีคือตัดสินแล้วว่าเราอยู่ในวงการนั้นได้หรือเปล่า ตอนนี้เป็นปีที่ 5 ของแม็กซ์ ก่อนนี้แม็กซ์ฟังเพลงยากมาตลอด จนเข้าปีนี้ก็กลับมาฟังเพลงง่าย เหมือนเป็น full circle ของแม็กซ์

 

โชว์ที่ฟังแล้วฟินจน eargasm

ครั้งแรกคือวง Keane ไปดูตอนอายุ 14 บอกพี่ให้ซื้อที่หน้าสุด แต่ปรากฏพี่ซื้อที่หลังสุด ก็ฟินมาก ร้องไห้ ชอบเพลงซาวด์อังกฤษแบบนี้ อีกครั้งที่ฟินมากเมื่อไม่นานมานี้คือตอนฟัง One Republic มันเป็นคอนเสิร์ตแบบที่เราชอบ สื่อสารกันด้วยเพลงอย่างเดียว ไม่มีอะไรมาก มีนักร้อง มีนักดนตรีมาเล่นเพลง

 

3 เพลงที่มีอิทธิพลต่อชีวิต

John Mayer แน่นอน เพลง Born and Raised เป็นช่วงที่เมเยอร์มีปัญหาเรื่องเส้นเสียงแล้วไปอยู่มอนทานา โฟกัสมาก อัลบั้มนี้ลดทอนทุกอย่างแล้วกลับสู่เบสิก มันจริงใจมาก ฟังได้ตลอดเลย


แล้วก็ Foster The People เพลง The Truth กับ Coldplay ชุด Parachute ตอนแรกฟังเพลง The Scientist ก่อน แล้วก็กลับไปฟัง A Rush of Blood to the Head แล้วยังไม่สาแก่ใจ ก็ไปฟัง Parachute ยืมครูฝรั่งมาฟัง ชอบเพลง Don’t Panic มันกระชับ มันได้ฟีล เป็นอัลบั้มที่อัดสด เลยหลงมาก มันเป็นความ pure ของศิลปินที่ทำอัลบั้มแรก

 

นิยามของ Full Circle

ตอนนี้กำลังเชื่อในความ full circle ของทุกอย่าง มันคือความคิดที่ว่าถ้าเราจะรักอะไรสักอย่าง เราต้องผ่านจุดที่เกลียดมันก่อน แล้วกลับมารักมันอีกครั้ง คือมันจะเป็นอะไรที่ทำให้เราเข้าใจมันในทุกด้าน พอกลับมาก็รักมันในแบบที่มันเป็นจริงๆ อย่างเรื่องดนตรีที่แม็กซ์เคยเทิดทูนมันมากจนเริ่มเกลียดมัน เพราะรู้สึกว่าตัวเองห่วย depressed จนกลับมาคิดว่าเราต้องทุ่มทุกอย่างเพื่อที่จะอยู่ตรงนี้ให้ได้ ก็กลับมาเล่นดนตรี ก็ full circle พอดี อาจจะมี circle อื่นอีกก็ได้ แต่วงนี้มันครบวงแล้ว

 

Eargasm Combo

เพลงที่ 1 – เลือกเพราะมีศิลปินท่านหนึ่งได้จากไปคือ Tom Petty เพราะรู้จักเพลงนี้จากโชว์ของ John Mayer ที่เรียกได้ว่าดีมากของเขา


เพลงที่ 2 – เพลงของศิลปินไทยที่แม็กซ์นับถือมาก ทำให้เชื่อว่าเพลงไทยดีๆ ยังสามารถทำได้ในแบบของยุคสมัยนี้ สามารถก้าวผ่านความแมสไปสู่อีกระดับหนึ่ง และยังเข้าใจวิถีชีวิตแบบคุณอยู่คือเพลงของพี่ฮิวโก้ สงสัยมากว่าพี่เล็กแต่งเหรอ ก็พบว่าพี่ฟองเบียร์แต่ง ก็เลยเข้าใจว่านักแต่งเพลงก็มีหลายด้าน นอกจากเพลงที่เราคุ้นเคยแล้วก็มีด้านแบบนี้ที่มันเอาตายเลย มันดีมาก โดนทุกหมัดเลย


เพลงที่ 3 – ของน้องชายสุดหล่อ The TOYS ซึ่งเป็นเด็กสมัยใหม่ที่โฟกัส ทำให้นึกถึงเมเยอร์ตอนหนุ่ม เขารู้ว่าต้องทุ่มเทให้สิ่งนี้ เป็นรุกกี้ของปีนี้ที่มาแรงมาก

 

Eargasm Combo Song list

  1. Free Fallin’ – Tom Petty
  2. บันไดสีแดง – HUGO
  3. ก่อนฤดูฝน – The TOYS

 


 

Credits
The Host แพท บุญสินสุข

The Guest ณัฐวุฒิ เจนมานะ

 

Show Creator แพท บุญสินสุข

Show Producer นทธัญ แสงไชย

Episode Editor นทธัญ แสงไชย

Sound Designer & Engineer ศุภณัฐ เดชะอำไพ

Coordinator & Admin อภิสิทธิ์​ หรรษาภิรมย์โชค

Art Director กริณ ลีราภิรมย์

Graphic Designer เทียนจรัส วงศ์พิเศษกุล

Proofreader ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

Music Westonemusic.com

The post แม็กซ์ เจนมานะ กับอีพีอัลบั้มแรกในชีวิตที่ได้จากการนั่งคุยกับตัวเอง appeared first on THE STANDARD.

]]>