VUCA ตัวย่อแทนความหมายของความผันผวน ไม่แน่นอน ซับซ้อน แ […]
The post สิ่งที่คนวัย 30 ต้องจัดการเงินให้รอดในยุค VUCA World appeared first on THE STANDARD.
]]>
VUCA ตัวย่อแทนความหมายของความผันผวน ไม่แน่นอน ซับซ้อน และคลุมเครือ ซึ่งก็คือโลกที่เป็นอยู่ทุกวันนี้
โค้ชหนุ่มและโอมศิริ มาพร้อมแผนแก้เกมทั้งเรื่องการเงิน การทำงาน การใช้ชีวิต เหมาะสำหรับคนทำงานวัยหลักเลข 3 ที่กำลังเผชิญความท้าทายในหลายมิติ เพื่อพร้อมรับมือให้รอดปลอดภัย มองเห็นโอกาสใหม่ๆ และปรับตัวได้อย่างเหมาะสม
สำหรับตอนนี้ใครที่อายุ 30 เป็นต้นไป และกำลังเจอผลกระทบจากโควิด-19 ที่เอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้ ทั้งเรื่องการเงินและเป้าหมายของชีวิต เราจะมีวิธีดูแลชีวิต และจัดการการเงินของเราอย่างไรให้มีความสุข และให้รอดในยุคที่เรียกว่า VUCA WORLD
คำว่า VUCA นั้นย่อมาจาก Volatility (ความผันผวน) Uncertainty (ความไม่แน่นอน) Complexity (ความซับซ้อน) และ Ambiguity (ความคลุมเคลือ)
วัย 30 เป็นวัยที่มีประสบการณ์ทำงานมาเยอะระดับหนึ่ง และเป็นวัยที่เริ่มมีภาระแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการมีบ้าน รถ บัตรเครดิต หรือแม้กระทั่งมีชีวิตคู่ที่ต้องรับผิดชอบด้วย ซึ่งทั้งหมดล้วนใช้เงินทั้งนั้น ดังนั้น ระยะเวลาที่เหลือต้องนึกถึงอนาคตในวัยเกษียณ ที่ต้องอาศัย เงินต้น ระยะเวลา และผลตอบแทนต่อการทำแผนเกษียณให้ถึงเป้าด้วย เช่น หากเราอยากมีเงินใช้หลังเกษียณ 40,000 บาทต่อเดือน เราอาจต้องออมเงินไปลงทุนเฉลี่ยเดือนละ 10,000 บาท และหาการลงทุนให้ได้ผลตอบแทนอย่างน้อย 6% ต่อปี ก็โอเคแล้ว
หากคิดเทียบเป็นบัญญัติไตรยางค์แบบนี้มันง่าย…แต่โลกแห่งความเป็นจริงไม่เคยง่ายเลย โดยเฉพาะความแน่นอนที่ไม่เคยมีอยู่จริง
จากแผนข้างต้น ถ้าเราทำได้ตามแผนแบบนั้นเรื่อยๆ ก็สามารถไปถึงเป้าหมายได้ แต่โลกเปลี่ยนไปตั้งแค่โควิดเข้ามาในชีวิต ซึ่งส่งผลกระทบต่อความผันผวนต่อเศรษฐกิจและโลกของการลงทุนด้วยเช่นกัน ดังนั้น กลุ่มธุรกิจที่เราเคยลงทุนไว้กับธีมต่างๆ มันจึงเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และส่งผลต่อเรื่องอัตราผลตอบแทนที่เราเคยคำนวณไว้ไม่เป็นอย่างที่คาดหวัง แต่ไม่ต้องตกใจ สิ่งที่เราแก้ได้กับความผันผวนนี้ คือการเติมเรื่อง Vision หรือวิสัยทัศน์และมุมมองในการมองหาทางออกด้วยการค่อยๆ ปรับตัวจากสิ่งที่เกิดขึ้น เช่น หากเป็นธีมการลงทุนก็ต้องดูว่าสถานการณ์เช่นนี้ ควรต้องย้ายการลงทุนหรือปรับพอร์ตไปเติมธีมไหนที่สามารถยังรักษาอัตราผลตอบแทน เพื่อให้เป้าหมายเกษียณของเรายังคงเดินหน้าได้ต่อบ้าง
จากความผันผวนที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุน มาสู่ความไม่แน่นอนของอาชีพการทำงาน ที่ใครจะไปคิดว่า อาชีพที่ทั้งดูดีและมั่นคงอย่างสายการบิน จะเป็นอุตสาหกรรมแรกๆ ที่ได้รับผลกระทบจนมาถึงทุกวันนี้ ทำให้หลายคนต้องเปลี่ยนอาชีพกันอย่างฉับพลัน เพื่อหาเงินให้เกิดสภาพคล่อง ต่อการกินอยู่ และไม่ให้กระทบต่อแผนการเงินอย่างแผนเกษียณในระยะยาวด้วย
ซึ่งวิธีจัดการกับความไม่แน่นอนนี้ เริ่มต้นด้วยการยอมรับกับสถานการณ์ด้วยความเข้าใจ และศึกษากับความต้องการของตลาดที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ด้วยการเพิ่มความรู้และทักษะใหม่ๆ ต่อการสร้างโอกาสและรายได้หลากหลายช่องทางเพิ่มเข้ามาในชีวิต ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ตอกย้ำเรื่องการเงินกับคนทำงานได้ดีถึงเรื่องการมีรายได้หลายช่องทาง ซึ่งเป็นการลดความเสี่ยงต่อชีวิตและการเงินได้เป็นอย่างดี
ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ได้มีเพียงเรื่องของอาชีพ และการสร้างรายได้จากตัวเราเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีปัญหาเชิงโครงสร้างที่ซับซ้อนซึ่งส่งผลกระทบมาถึงชีวิตเราด้วยเช่นกัน เช่น เรื่องของมลพิษทางอากาศอย่าง ฝุ่น PM2.5 ก็เป็นอีกความเสี่ยงหนึ่งที่มาทำร้ายสุขภาพของเราได้อย่างเงียบๆ จนในระยะยาวอาจเกิดโรคร้ายแรงที่ต้องใช้เงินจำนวนมากมารักษาได้เหมือนกัน นี่คือสิ่งที่เราต้องระมัดระวังทั้งเรื่องสุขภาพ และเงินก้อนที่เก็บมาทั้งชีวิตจะหายไปเพราะการรักษาจากการไม่ได้วางแผนรองรับความเสี่ยงเรื่องเหล่านี้ไว้
ประเด็นส่งท้ายที่สำคัญก็คือ ความคลุมเครือที่ไม่แน่ชัดต่อเหตุการณ์โควิด-19 ว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้จะจบลงตรงไหน และเราจะสามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติได้อย่างไร ซึ่งคงไม่มีใครตอบได้อย่างแน่ชัด ซึ่งนำไปสู่สิ่งที่มนุษย์อย่างเราทำได้ดีที่สุดนั่นคือ การปรับตัวยืดหยุ่นไปตามสถานการณ์และสภาพแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นแผนชีวิต แผนการลงทุน การหาอาชีพเสริม อาชีพใหม่ และแผนการดูแลตัวเองจากปัญหาที่ซับซ้อน ซึ่งพ่วงมาด้วยความเสี่ยงอยู่เสมอ
โดยเฉพาะเป้าหมายทางการเงินที่ควรปรับตามสถานการณ์ชีวิตของเราเองด้วย ปัจจุบันก็มีเครื่องมือทางการเงินอย่างประกันที่ตอบโจทย์ทั้งความคุ้มครองชีวิตควบคู่ไปกับการลงทุน ออกแบบแผนและปรับเปลี่ยนได้ในแต่ละช่วงเวลา ต้องการความมั่นคงก็ปรับเพิ่มทุนคุ้มครองชีวิต ต้องการผลตอบแทนก็นำไปลงทุนได้ ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยในสถานการณ์อย่างปัจจุบัน
วางแผนการเงินและชีวิตให้มั่นคง ปรับยืดหยุ่นเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ชีวิต ด้วยไทยประกันชีวิต ทีแอล ยูนิเวอร์แซลไลฟ์ 90/90 ประกันชีวิตควบการลงทุน รายละเอียด คลิก https://bit.ly/3moYyHr
#ให้รักเป็นทุกคำตอบของชีวิต #ไทยประกันชีวิต
สามารถฟังพอดแคสต์ The Money Case by The Money Coach
ผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ ที่คุณสะดวกหรือใช้อยู่แล้วได้เลย
Credits
Show Creators จักรพงษ์ เมษพันธุ์, ภูมิชาย บุญสินสุข
Show Producer เชษฐพงศ์ ชูประดิษฐ์
Episode Producer โอมศิริ วีระกุล
Sound Designer & Engineer กฤตพล จียะเกียรติ
Recording Engineer ขจีพรรณ วิจิตรรัตน์
Art Director อนงค์นาฏ วิวัฒนานนท์
Proofreader พรนภัส ชำนาญค้า
Webmaster รพีพรรณ เกตุสมพงษ์
Channel Admin เอกราช มอเซอร์
Social Media Admins สุทธกิตติ์ สุทธาวรรณกุล, ธิติกร ลิ้มทองมณี, วนัชพร ดวงนิล, วิมลณัฐ พรศิริอนันต์
Archive Officer ชริน จำปาวัน
The post สิ่งที่คนวัย 30 ต้องจัดการเงินให้รอดในยุค VUCA World appeared first on THE STANDARD.
]]>
ในวัยที่มีทั้งครอบครัว มีลูก รวมถึงพ่อแม่ให้ดูแลไปพร้อม […]
The post ลูกก็ต้องดู พ่อแม่ก็ต้องแคร์ จัดการเงินยังไงให้ไหว Feat. TaxBugnoms appeared first on THE STANDARD.
]]>
ในวัยที่มีทั้งครอบครัว มีลูก รวมถึงพ่อแม่ให้ดูแลไปพร้อมๆ กัน แบบที่เรียกกันว่า ‘Sandwich Generation’ จะจัดการเรื่องเงินและวางแผนชีวิตอย่างไรให้ไหวไปตลอดรอดฝั่ง
โค้ชหนุ่มและโอมศิริ ชวน ถนอม เกตุเอม บล็อกเกอร์และกูรูภาษีเจ้าของเพจ TaxBugnoms มาแชร์เรื่องราวชีวิตในมุมที่ไม่ค่อยได้เล่าที่ไหนมาก่อน เมื่อพ่อที่เคยคิดว่าเกษียณแล้วรวย กลายเป็นผู้ป่วยอัลไซเมอร์ บวกกับลูกกำลังเข้าเรียน งานของภรรยากระทบจากโควิด-19 เต็มๆ
ติดตามฟังและเรียนรู้วิธีคิด บทเรียนจากเคสได้ในเอพิโสดนี้
จัดการเงินให้พร้อมเพื่อพ่อแม่อยู่สบาย ด้วยไทยประกันชีวิตบุพการีมีเงินใช้ สนใจรายละเอียด คลิก http://bit.ly/3bcG3Sw
#ให้รักเป็นทุกคำตอบของชีวิต #ไทยประกันชีวิต
สามารถฟังพอดแคสต์ The Money Case by The Money Coach
ผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ ที่คุณสะดวกหรือใช้อยู่แล้วได้เลย
Credits
Show Creators จักรพงษ์ เมษพันธุ์, ภูมิชาย บุญสินสุข
Show Producer เชษฐพงศ์ ชูประดิษฐ์
Episode Producer โอมศิริ วีระกุล
Sound Designer & Engineer กฤตพล จียะเกียรติ
Recording Engineer ขจีพรรณ วิจิตรรัตน์
Art Director อนงค์นาฏ วิวัฒนานนท์
Proofreader วรรษมล สิงหโกมล
Webmaster ณฐพร โรจน์อนสรณ์
Channel Admin เอกราช มอเซอร์
Social Media Admin สุทธกิตติ์ สุทธาวรรณกุล, ธิติกร ลิ้มทองมณี, วนัชพร ดวงนิล
Archive Officer ชริน จำปาวัน
The post ลูกก็ต้องดู พ่อแม่ก็ต้องแคร์ จัดการเงินยังไงให้ไหว Feat. TaxBugnoms appeared first on THE STANDARD.
]]>
โค้ชหนุ่มและโอมศิริ ชวน พุฒิ ภูมิจิต วิศวกร, ร็อกสตาร์, […]
The post ชีวิตคู่ดี๊ดีแค่ไหนก็ประมาทเรื่องเงินไม่ได้ Feat. พุฒิ ภูมิจิต appeared first on THE STANDARD.
]]>
โค้ชหนุ่มและโอมศิริ ชวน พุฒิ ภูมิจิต วิศวกร, ร็อกสตาร์, พ่อบ้านใจกล้ามาแชร์เรื่องชีวิตคู่ มุมมองการสร้างรายได้ บริหารจัดการเงินกับชีวิตคู่ที่วางแผนไม่มีลูก รวมถึงมุมมองเรื่องประกันชีวิต ในวันที่คำนึงถึงความเสี่ยงมากกว่าช่วงที่ผ่านมา
ให้ชีวิตคู่มั่นคงอุ่นใจ ด้วยไทยประกันชีวิต ธนทวี1 15/6 (1) คลิก http://bit.ly/3kJ5w9e
#ให้รักเป็นทุกคำตอบของชีวิต #ไทยประกันชีวิต
สามารถฟังพอดแคสต์ The Money Case by The Money Coach
ผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ ที่คุณสะดวกหรือใช้อยู่แล้วได้เลย
Credits
Show Creators จักรพงษ์ เมษพันธุ์, ภูมิชาย บุญสินสุข
Show Producer เชษฐพงศ์ ชูประดิษฐ์
Episode Producer โอมศิริ วีระกุล
Sound Designer & Engineer กฤตพล จียะเกียรติ
Recording Engineer ขจีพรรณ วิจิตรรัตน์
Art Director อนงค์นาฏ วิวัฒนานนท์
Proofreader วรรษมล สิงหโกมล
Webmaster ณฐพร โรจน์อนุสรณ์
Channel Admin เอกราช มอเซอร์
Social Media Admin สุทธกิตติ์ สุทธาวรรณกุล, ธิติกร ลิ้มทองมณี, วนัชพร ดวงนิล
Archive Officer ชริน จำปาวัน
The post ชีวิตคู่ดี๊ดีแค่ไหนก็ประมาทเรื่องเงินไม่ได้ Feat. พุฒิ ภูมิจิต appeared first on THE STANDARD.
]]>
โค้ชหนุ่มและโอมศิริ ชวนคุยเรื่องวางแผนการเงินและชีวิต เ […]
The post โสด งานหนัก ออกแบบการเงินยังไงให้แฮปปี้ตลอดชีวิต appeared first on THE STANDARD.
]]>
โค้ชหนุ่มและโอมศิริ ชวนคุยเรื่องวางแผนการเงินและชีวิต เจาะกลุ่มคนที่ติดใจกับความโสด รักงาน จนอาจละเลยเรื่องสุขภาพและการวางแผนการเงิน พร้อมแขกรับเชิญที่มาแชร์เรื่องราวชีวิต บทเรียน แนวคิด เพื่อส่งต่อสู่การวางแผนชีวิตให้แฮปปี้ไปตลอด และไม่เป็นภาระต่อคนใกล้ตัว
โสดสตรอง ดูแลตัวเองลดความเสี่ยงด้านสุขภาพ ด้วยไทยประกันชีวิตสุขภาพโกลด์ คลิก http://bit.ly/3bcOEV6
#ให้รักเป็นทุกคำตอบของชีวิต #ไทยประกันชีวิต
สามารถฟังพอดแคสต์ The Money Case by The Money Coach
ผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ ที่คุณสะดวกหรือใช้อยู่แล้วได้เลย
Credits
Show Creators จักรพงษ์ เมษพันธุ์, ภูมิชาย บุญสินสุข
Show Producer เชษฐพงศ์ ชูประดิษฐ์
Episode Producer โอมศิริ วีระกุล
Sound Designer & Engineer กฤตพล จียะเกียรติ
Recording Engineer ขจีพรรณ วิจิตรรัตน์
Art Director อนงค์นาฏ วิวัฒนานนท์
Proofreader วรรษมล สิงหโกมล
Webmaster ไชยพร ศิริกลการ
Channel Admin เอกราช มอเซอร์
Social Media Admins สุทธกิตติ์ สุทธาวรรณกุล, ธิติกร ลิ้มทองมณี, วนัชพร ดวงนิล
Archive Officer ชริน จำปาวัน
The post โสด งานหนัก ออกแบบการเงินยังไงให้แฮปปี้ตลอดชีวิต appeared first on THE STANDARD.
]]>
คนรุ่นใหม่วัย 20 กำลังสนใจและลงทุนในตลาดหุ้นมากขึ้นจริง […]
The post การลงทุน ความหวังของคนรุ่นใหม่ Feat. NamFinance appeared first on THE STANDARD.
]]>
คนรุ่นใหม่วัย 20 กำลังสนใจและลงทุนในตลาดหุ้นมากขึ้นจริงหรือ
โค้ชหนุ่ม และโอมศิริ คุยกับ น้ำ-ธนธร กาญจนิศากร เจ้าของเพจ NamFinance ตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่มีทักษะรอบด้าน ทั้งพิธีกร คนทำคอนเทนต์ เป็นนักวางแผนการเงินที่ให้ความรู้เรื่องการเงินการลงทุนอย่างต่อเนื่อง
รู้จักตัวตน แนวคิด มุมมอง ผ่านเส้นทางการทำงาน รวมถึงวิธีคิดเรื่องเงินและการลงทุนใน The Money Growth เอพิโสดส่งท้ายซีซัน 2 นี้
หาความรู้เพิ่มเติมหรือหาโซลูชันที่ตอบโจทย์การลงทุน เหมาะกับผู้ที่อยากเตรียมพร้อมก่อนเริ่มลงมือ เข้าไปอ่านข้อมูลดีๆ ได้ที่ www.setinvestnow.com ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
อยากเปิดบัญชีลงทุน ไปที่เมนูเปิดบัญชี คลิกต่อไปยังโบรกเกอร์ที่พร้อมให้บริการได้ง่ายๆ เลยที่ www.setinvestnow.com/openacc
เราเป็นเด็กต่างจังหวัดที่มีพ่อแม่ทำธุรกิจเกี่ยวกับด้านการเงินอยู่แล้ว จากนั้นก็ได้มีโอกาสไปเป็นนักเรียนทุนที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ โดยที่ทุนนั้นเป็นทุนแบบให้เปล่า ไม่ต้องใช้คืน ช่วงระหว่างเรียนเราก็ทำงานหลายอย่าง เช่น เป็นพิธีกร ทำงานเบื้องหลังต่างๆ ในช่วงที่เรียนเอกการเงินการลงทุนมีความรู้สึกว่าเรื่องการเงินมันฟังแล้วดูเครียดสำหรับทั้งตัวเองและคนทั่วไป จึงมีไอเดียอยากที่จะทำรายการเกี่ยวกับการเงินที่มันดูน่าอ่านและเข้าใจง่าย หลังจากที่เรียนจบมาก็ได้เป็นที่ปรึกษาการเงิน และมีพี่เฟิร์น ศิรัถยา เป็นไอดอลในเรื่องการเงินการลงทุนของตนเอง ตอนนั้นตัดสินใจทักไปหาพี่เฟิร์นในปี 2015 พอผ่านมา 2 ปี ก็ได้มีโอกาสไปร่วมงานกับพี่เฟิร์นตามที่ฝันจริงๆ ด้วยการไปเป็นพิธีกรรายการการเงินของ Wealth Me Up จุดนั้นทำให้เราเชื่อเสมอว่า แม้ว่าเราจะโฟกัสอะไรที่มันดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ ดูเหมือนยังห่างไกลเหลือเกิน แต่ถ้าเรายังโฟกัสมันอยู่เสมอ วันหนึ่งมันจะเป็นจริงได้แน่นอน ตั้งแต่นั้นมาเราก็ได้รับโอกาสอีกหลายอย่างตามมา และเริ่มเข้ามาทำงานด้านสื่อมากขึ้น จึงได้ตัดสินใจทำเพจ NamFinance ขึ้นมา และวาดรูปตัวการ์ตูนน้องเหรียญมาประกอบการเล่าเรื่องการเงินให้ดูน่าสนุกและเข้าใจง่ายมากขึ้น
แม้ว่าเราจะโฟกัสอะไรที่มันดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ ดูเหมือนยังห่างไกลเหลือเกิน แต่ถ้าเรายังโฟกัสมันอยู่เสมอ วันหนึ่งมันจะเป็นจริงได้แน่นอน
ต้องบอกเลยว่าคนยุคนี้โชคดีมากที่มีโอกาสเข้าถึงสื่อและความรู้ต่างๆ จากหลายแหล่ง ดังนั้นความสนใจเกี่ยวกับเรื่องการเงินจึงเปลี่ยนไปแน่นอน คนรุ่นเก่าอยากจะรู้เรื่องการเงินการลงทุนส่วนใหญ่ก็ไปตลาดหลักทรัพย์กัน แต่คนรุ่นใหม่อยากรู้เรื่องอะไรก็หาได้สะดวกและง่ายมากๆ นั่นทำให้เขาเริ่มอยากรู้มากขึ้นว่าการเก็บเงินแต่ละแบบเป็นอย่างไร มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันอย่างไรบ้าง
อย่างไรก็ตาม แนะนำว่าเราควรนำข้อมูลที่ได้มาคิดวิเคราะห์ต่อด้วยว่ามันเกิดประโยชน์กับตัวเราอย่างไรบ้าง และต้องระมัดระวังในการลงทุนตามคนอื่น เพราะวิธีการลงทุนของคนอื่นแม้มันอาจจะทำให้คนๆ นั้นประสบความสำเร็จในเรื่องการเงินการลงทุน แต่มันอาจจะไม่ได้เหมาะกับเราก็ได้ ด้วยปัจจัยหลายๆ อย่างที่แตกต่างกัน
คำถามแรกที่ไม่อยากให้มาถามเลยก็คือจัดการหนี้สินตัวเองอย่างไรดี สิ่งที่น่ากลัวสำหรับยุคนี้คือคนใช้บัตรเครดิตกันค่อนข้างเยอะ และบางคนมองว่าการเป็นหนี้เป็นเรื่องปกติ ที่บอกแบบนี้ไม่ใช่ว่าหนี้เป็นอะไรที่จะทำให้คนเราล้มเหลวในชีวิตขนาดนั้น เพราะทุกอย่างมีทางออกเสมอ เพียงแต่เราต้องรู้จักตัวเองและค่อยๆ หาทางแก้ไขจนสำเร็จ อีกคำถามหนึ่งที่คนวัยเริ่มทำงานมาถามเยอะคือลงทุนอะไรดี ต้องบอกตรงๆ ว่าคำถามนี้เราไม่สามารถตอบได้ทันที เพราะมันแคบเกินไป จำเป็นต้องถามกลับไปว่าตอนนี้เป้าหมายด้านการเงินของเขามีอะไรบ้าง แล้วมีการวางแผนเกษียณไว้แล้วหรือยัง เพราะบางทีเราไปคิดกันแต่เรื่องการลงทุนให้เงินเติบโตเร็วๆ แต่ดันลืมคิดไปว่าเราจะให้เงินเติบโตเร็วๆ ไปเพื่ออะไร รวมถึงสถานการณ์ในชีวิตของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน ดังนั้นเรื่องนี้ต้องพูดคุยกันก่อนระดับหนึ่ง จึงจะแนะนำได้ว่าควรเลือกวิธีไหน ที่สำคัญเราต้องดูด้วยว่ากระแสรายรับรายจ่ายของเขาเป็นอย่างไร มีเงินเก็บสภาพคล่องหรือเปล่า ยิ่งในช่วงโควิด-19 เราจะเห็นได้ชัดเลยว่าเงินสดสำคัญมาก และเมื่อเรารู้ว่าเป้าหมายการลงทุนของเขาคืออะไร เราก็จะแบ่งเป้าหมายเป็นระยะสั้นกับระยะยาว จากนั้นค่อยไปวิเคราะห์ต่อว่าเป้าหมายนั้นน่าจะเหมาะสมกับสินค้าการเงินอะไร และเขาสามารถรับความเสี่ยงกับสินค้าการเงินนั้นๆ ได้หรือไม่
ส่วนใหญ่ที่เห็นคือเด็กรุ่นใหม่ต้องการเกษียณตั้งแต่อายุ 40-45 ปี ซึ่งเราก็ไม่ไปขัดเขา แต่จะใช้วิธีถามกลับไปว่าน้องเก็บเงินเดือนละแสนได้ไหม พอเขาตอบตัวเองได้เขาจะรู้ว่าบางครั้งความฝันกับความเป็นจริงมันไม่ได้สอดคล้องกัน หรือถ้าเป็นไปได้ก็มีอยู่ 3 อย่าง คือ
1. เงินต้นของเราต้องมีเยอะมากพอ
2. ระยะเวลาต้องมากพอที่เราจะเก็บเงินก้อนเพื่อเกษียณได้เร็วตามที่ต้องการ
3. เรื่องผลตอบแทน เราต้องวิเคราะห์นิสัยตัวเองก่อนว่าเราเป็นคนรับความเสี่ยงได้แค่ไหน บางคนอยากมีเงินก้อน 10-20 ล้าน แต่รับความเสี่ยงได้แค่เงินฝาก มันก็เป็นไปไม่ได้ในความเป็นจริง
สถานการณ์ในช่วงนี้ทำให้เข้าใจได้ว่าทำไมคนถึงคิดว่าตลาดหุ้นเป็นหนทางที่จะทำให้เงินเติบโตขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ถ้าสังเกตดูจะพบว่าคนที่เข้าไปในตลาดหุ้นช่วงนี้จะเป็นเรื่องของอารมณ์มากกว่าการวิเคราะห์หุ้นจากปัจจัยพื้นฐาน เพราะคนมองเรื่องการเก็งกำไรมากกว่าที่จะดูว่าบริษัทนั้นๆ ลงทุนกับอะไรและผลประกอบการเป็นอย่างไร แม้มันจะเป็นเรื่องปกติ แต่เราก็ต้องดูด้วยว่าเงินที่เราเอาไปลงทุนตรงนั้นมันปกติสุขของเราหรือเปล่า เข้าใจว่าทุกคนอยากเห็นเงินของตัวเองเติบโตด้วยกันทั้งนั้น แต่การที่เราจะไปลงทุนตรงนั้นเราต้องรู้ตัวด้วยว่าเรามีความเสี่ยง การที่เราเห็นหุ้นตัวหนึ่งติดบวก 20 เราต้องรู้ตัวด้วยว่าหุ้นตัวนั้นก็มีโอกาสติดลบ 20 ได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นเราต้องคิดทั้งกรณีที่ได้และเสีย ถ้าเงินที่เรานำไปลงทุนตรงนั้นมันไม่นิ่งพอ ใจของเรามันก็จะไม่นิ่งแน่นอน ซึ่งถ้าเราไม่อยากเสี่ยงแบบนั้น และอยากให้มีคนมาช่วยดูแลเรื่องการเงิน กองทุนรวมอาจจะตอบโจทย์และง่ายกับเรามากกว่า
ตัวเราเองไม่ได้มีเวลาที่จะมาอยู่หน้าจอตลอดเวลา ดังนั้นเงินส่วนใหญ่ก็จะอยู่ที่กองทุนรวม เพราะว่ามีผู้จัดการกองทุนมาช่วยดูแล แล้วก็มีเงินส่วนหนึ่งที่ลงทุนในหุ้นด้วย เราก็แบ่งออกเป็น 2 พอร์ต คือ พอร์ตที่เก็บยาวและพอร์ตที่เก็บเพื่อการเก็งกำไร ส่วนกองทุนรวมเราก็จะแบ่งไปตามเป้าหมายการเงินของตนเอง เช่น พอร์ตสำหรับเกษียณ พอร์ตสำหรับผ่อนคอนโด พอร์ตสำหรับซื้อของที่อยากได้ ซึ่งในแต่ละพอร์ตก็จะลงทุนต่างกัน จริงๆ แล้วมันก็มีหลายหลักในการแบ่ง ซึ่งมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป ดังนั้นเราต้องกระจายความเสี่ยงไว้ด้วย สิ่งที่จะช่วยเราได้มากก็คือการประเมินความเสี่ยงก่อนการลงทุน ซึ่งในสมัยนี้สะดวกมากๆ เพราะมีสรุปให้ด้วย หรือถ้าคิดง่ายๆ ก็คือ เอา 100 ตั้งลบด้วยอายุของเราตอนนี้ เช่น อายุ 20 ปี ลบออกมาก็จะเหลือ 80 นั่นแปลว่าเราสามารถลงทุนความเสี่ยงสูงได้เพราะเรายังอายุน้อยอยู่ ส่วนอีก 20% ก็อาจจะนำไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ไม่เสี่ยง เช่น เงินฝาก สลากออมทรัพย์ หรือตราสารหนี้ต่างๆ เป็นต้น
โดยส่วนตัวแล้วเป็นคนที่ชอบทำอะไรหลายอย่าง จึงต้องบริหารเวลาให้ดี ซึ่งจะมีหลักอยู่ 2 ข้อด้วยกัน คือ งานไหนที่จำเป็น และงานไหนที่เร่งด่วน ก่อนอื่นเราก็ต้องถามตัวเองว่างานไหนเราควรทำอะไร เพราะบางงานเราอาจจะมอบหมายให้คนอื่นทำแทนเราก็ได้ จากนั้นก็แบ่งเวลาให้ชัดเจน ในยุคนี้เราปฏิเสธไม่ได้ว่าเราอยู่กับโซเชียลตลอดเวลา มันไม่ผิดที่เราเล่น แต่เราต้องคิดว่าเราปล่อยให้เวลาไหลไปเรื่อยๆ หรือเปล่า ที่สำคัญเราต้องพยายามสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้เราเป็นคนที่เราต้องการ เพราะมันจะทำให้เราไม่ต้องแบ่งเวลาไปพักผ่อน เพราะเราพักผ่อนไปพร้อมกับการใช้ชีวิตประจำวันอยู่แล้ว เรื่องแบบนี้ต้องค่อยๆ ฝึกไปแล้วจะทำได้เอง
อาจจะลองสังเกตง่ายๆ ว่าตัวเราใช้เวลาอยู่กับอะไรมากที่สุด ต้องลองเอาตัวเองไปอยู่ในหลายๆ ที่แล้วทดลองทำ ถามตัวเองว่าเราอยู่แล้วมีความสุขและเพลิดเพลินกับมัน เราสนุกหรือปล่อยเวลาให้ไหลไปได้เรื่อยๆ ไหม อย่างน้ำเองเวลาวาดรูป น้ำจะไม่เล่นมือถือเลย เราโฟกัสมาก เราจะรู้ตัวเองว่าเราหลงใหลกับเรื่องนี้ ก็ค่อยๆ ศึกษาไป ถ้ารู้แล้วแต่ด้วยชีวิตประจำวันเรายังทำงานแบบนั้นไม่ได้ เราต้องเข้าใจก่อนว่าบางอย่างมันยังไม่ถึงเวลา มันต้องสะสมและยอมเหนื่อยก่อน เราอาจจะลองแบ่งเวลาดูว่าอะไรที่ทำให้เรามีความสุขที่นอกเหนือจากเรื่องงานไหม
สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้เราเป็นคนที่เราต้องการ
พึ่งพาตัวเองได้ ไม่ทำให้ใครเป็นห่วงหรือเดือดร้อนเพราะเรา การพึ่งพาตัวเองได้ไม่จำเป็นต้องวัดที่ตัวเงินว่าเยอะขนาดไหน เพราะสิ่งสำคัญของชีวิตคือมีเงิน มีความสำเร็จ และต้องมีความสุขด้วย เราควรมีทุกด้านไปพร้อมๆ กัน อยากฝากถึงคนรุ่นใหม่ว่าลองค้นหาว่าอะไรคือสิ่งที่ตัวเองทำแล้วได้ช่วยเหลือผู้คนและมีความสุขไปด้วย แล้วเรื่องอื่นจะตามมาเอง เพราะตัวเราเองที่มาถึงจุดนี้ได้เพราะอยากเห็นคนไทยมีการวางแผนเรื่องการเงินจริงๆ ถ้าเราทำเรื่องนี้ได้ ทุกอย่างจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นแน่นอน
พึ่งพาตัวเองได้ ไม่ทำให้ใครเป็นห่วงหรือเดือดร้อนเพราะเรา เพราะสิ่งสำคัญของชีวิตคือมีเงิน มีความสำเร็จ และต้องมีความสุขด้วย
สามารถฟังพอดแคสต์ The Money Growth by The Money Coach
ผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ ที่คุณสะดวกหรือใช้อยู่แล้วได้เลย

Credits
Show Creators จักรพงษ์ เมษพันธุ์, ภูมิชาย บุญสินสุข, นครินทร์ วนกิจไพบูลย์ Show Producer เชษฐพงศ์ ชูประดิษฐ์
Project Manager ณปภัช ฤทธิอัครกุล
Episode Producer โอมศิริ วีระกุล
Sound Editor เชษฐพงศ์ ชูประดิษฐ์
Video Editor เสาวภา โตสวาท
Sound Designer & Engineer กฤตพล จียะเกียรติ
Recording Engineer ขจีพรรณ วิจิตรรัตน์
Videographer ศักดิภัท ประพันธ์วรคุณ
Graphic Designer นิสากร ฤทธาภัย
Show note หนึ่งฤดี ธนสารวิสุทธิ์
Proofreader ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์
Webmaster ณฐพร โรจน์อนุสรณ์
Channel Admin เอกราช มอเซอร์
Social Media Admin สุทธกิตติ์ สุทธาวรรณกุล, ธิติกร ลิ้มทองมณี, วนัชพร ดวงนิล
Archive Officer ชริน จำปาวัน
The post การลงทุน ความหวังของคนรุ่นใหม่ Feat. NamFinance appeared first on THE STANDARD.
]]>
7 คำถามจากทางบ้านกับเรื่องประกัน ที่ตามมาด้วยความ ‘อิหย […]
The post อ้าว เฮ้ย เดี๋ยวนะ ถาม-ตอบเคสประกัน กับความไม่เหมือนที่คุยกันไว้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
7 คำถามจากทางบ้านกับเรื่องประกัน ที่ตามมาด้วยความ ‘อิหยังวะ’ เช่น เกิดเรื่องแล้วเคลมไม่ได้ ถึงเวลาแล้วได้เงินไม่ครบ แบบนั้นแบบนี้ไม่คุ้มครอง ฯลฯ
โค้ชหนุ่มและโอมศิริ ชวน เอ้-ศิวัฒม์ สิงหสุตกร ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันมาตอบให้เคลียร์ๆ ต้องแก้อย่างไร ไปเช็กตรงไหน ครอบคลุมทุกเรื่องที่คุณอาจต้องเจอเมื่อมีประกัน
ศึกษาข้อมูลด้านการประกันภัยได้ที่เว็บไซต์ คปภ. www.oic.or.th หรือติดต่อสอบถาม ร้องเรียนได้ที่ สายด่วน 1186
สามารถฟังพอดแคสต์ The Money Case by The Money Coach
ผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ ที่คุณสะดวกหรือใช้อยู่แล้วได้เลย
Credits
Show Creators จักรพงษ์ เมษพันธุ์, ภูมิชาย บุญสินสุข
Show Producer เชษฐพงศ์ ชูประดิษฐ์
Episode Producer โอมศิริ วีระกุล
Sound Designer & Engineer กฤตพล จียะเกียรติ
Recording Engineer ขจีพรรณ วิจิตรรัตน์
Art Director อนงค์นาฏ วิวัฒนานนท์
Proofreader พรนภัส ชำนาญค้า
Webmaster ณฐพร โรจน์อนุสรณ์
Channel Admin เอกราช มอเซอร์
Social Media Admin สุทธกิตติ์ สุทธาวรรณกุล, ธิติกร ลิ้มทองมณี, วนัชพร ดวงนิล
Archive Officer ชริน จำปาวัน
The post อ้าว เฮ้ย เดี๋ยวนะ ถาม-ตอบเคสประกัน กับความไม่เหมือนที่คุยกันไว้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
“การใช้ชีวิตของคุณจะนำไปสู่ ‘อิสรภาพทางการเงิน’ ได้มากก […]
The post ปรับไลฟ์สไตล์ก่อนลงทุน สำคัญอย่างไร Feat. กวี ชูกิจเกษม appeared first on THE STANDARD.
]]>
“การใช้ชีวิตของคุณจะนำไปสู่ ‘อิสรภาพทางการเงิน’ ได้มากกว่าการลงทุน”
โค้ชหนุ่ม และโอมศิริ คุยกับ กวี ชูกิจเกษม นักวิเคราะห์หุ้นและนักลงทุนสาย VI ว่าด้วยเรื่องอิสรภาพทางการเงินแบบเรียลๆ เข้มๆ รวมถึงประเด็นสำคัญอย่างไลฟ์สไตล์หรือการใช้ชีวิตที่ควรฉุกคิดและปรับเปลี่ยนก่อนลงทุน เพื่อความสำเร็จทั้งเรื่องการลงทุนและชีวิต
หาความรู้เพิ่มเติมหรือหาโซลูชันที่ตอบโจทย์การลงทุน เหมาะกับผู้ที่อยากเตรียมพร้อมก่อนเริ่มลงมือ เข้าไปอ่านข้อมูลดีๆ ได้ที่ www.setinvestnow.com ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
อยากเปิดบัญชีลงทุน ไปที่เมนูเปิดบัญชี คลิกต่อไปยังโบรกเกอร์ที่พร้อมให้บริการได้ง่ายๆ เลยที่ www.setinvestnow.com/openacc
อิสรภาพทางการเงินไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าคุณมีเท่าไร แต่ขึ้นอยู่กับว่าคุณใช้เท่าไร
ทุกวันนี้เราคงเห็นกันอยู่แล้วว่าเรื่องการเงินการลงทุนมันใกล้ตัวเรามากขึ้นเรื่อยๆ เด็กรุ่นใหม่มีความเข้าใจเรื่องการเงินการลงทุนมากขึ้นเพราะมันอยู่บนมือถือ ต่างจากสมัยก่อนที่เราจัดการเรื่องพวกนี้ได้ค่อนข้างยาก แม้ว่าในสมัยนี้คนเริ่มพูดคุยกันเรื่องการเงินการลงทุนมากขึ้น แต่สังเกตได้ว่าจะมีความโลภเข้าไปเกี่ยวข้อง หลายคนอยากรวยเร็ว อยากมีอิสรภาพทางการเงินเร็ว ทุกครั้งที่ผมได้ยินคนมาปรึกษาเรื่องนี้ ผมก็จะบอกว่าถ้าอยากมีอิสรภาพทางการเงิน ก็สามารถมีได้ตั้งแต่วันนี้เลย เริ่มต้นจากการสำรวจตัวเองก่อน เพราะการมีอิสรภาพทางการเงินไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าคุณมีเท่าไร แต่ขึ้นอยู่กับว่าคุณใช้เท่าไร สิ่งที่เราใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน แค่ลดลงไปบางส่วนที่ไม่จำเป็น ก็สามารถช่วยให้เรามีอิสรภาพทางการเงินได้เร็วขึ้นแล้ว แต่ที่คนส่วนใหญ่ไม่คิดแบบนี้เพราะคนเรามักจะไม่เริ่มต้นจากจุดที่ง่ายๆ แต่ดันไปเริ่มต้นจากการคุยกันว่าจะสร้างรายได้อย่างไร ซึ่งในความเป็นจริง คนเราเมื่อมีรายได้มากขึ้นก็มักจะเอาไปใช้จ่ายมากขึ้นอยู่ดี ทางที่ดีหยุดใช้ก่อนดีไหม เพราะบางครั้งเราไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังสร้างค่าใช้จ่ายที่เป็นภาระในอนาคต ผมอยากแนะนำให้มีการคุยเรื่องการเงินการลงทุนในชีวิตประจำวันที่ไม่ใช่ความโลภ อย่าลืมว่าในโลกนี้บางคนมีหมื่นล้านก็ยังไม่มีอิสรภาพทางการเงิน เพราะเขาไม่หยุด หรือค่าใช้จ่ายมันมากจนเขาหยุดไม่ได้ มันไม่มีทางลัดสำหรับเรื่องการเงินการลงทุน คนที่มีทางลัดแล้วเอามาเขียนหนังสือก็เปรียบเสมือนคนที่ถูกหวยแล้วเอามาเขียนหนังสือ ซึ่งมีแค่บางคนเท่านั้นที่จะเป็นแบบนั้นได้ ผมจึงอยากชวนทุกคนมาพูดคุยกันในเชิงของความจริงและความเป็นไปได้ที่เราจะสามารถสร้างอิสรภาพทางการเงินที่แท้จริง
คนเราเมื่อมีรายได้มากขึ้นก็มักจะเอาไปใช้จ่ายมากขึ้นอยู่ดี ทางที่ดีหยุดใช้ก่อนดีไหม เพราะบางครั้งเราไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังสร้างค่าใช้จ่ายที่เป็นภาระในอนาคต
การทำงานสำหรับเรามันเป็นความสนุกและทำให้เรามีความสุข เพราะการมีอิสรภาพทางการเงินไม่ได้แปลว่าเราต้องเลิกทำงาน เพียงแต่มันทำให้เราทำงานแบบสบายใจและสนุกมากขึ้น ผมเคยลองหยุดงานโดยไม่ทำอะไรเลยเดือนหนึ่งเต็มๆ แล้วพบว่ามันไม่โอเค เรามีความสุขกับการได้ไปทำงานมากกว่า ที่สำคัญคนที่มีอิสรภาพทางการเงินมักจะประสบความสำเร็จในการทำงาน และกล้าทำงานที่เสี่ยงมากขึ้นเรื่อยๆ ลองสังเกตซีอีโอก็ได้ คนที่จะมาอยู่ในตำแหน่งนี้ได้จะต้องมีอิสรภาพทางการเงินก่อน เพราะคนเรายิ่งแก่ลง อำนาจและความสามารถในการตัดสินใจยิ่งน้อยลง พูดง่ายๆ คือความกล้าจะน้อยลง ดังนั้นการมีอิสรภาพทางการเงินจะช่วยให้เขากล้าตัดสินใจมากขึ้น เพราะผลกระทบต่อรากฐานของเขามันไม่ได้เยอะ แม้จะตัดสินใจพลาดแล้วล้ม เขาก็ยังมีอิสรภาพทางการเงินและสามารถไปทำอะไรต่อได้
ดังนั้นคนที่มีอิสรภาพทางการเงินจะเป็นคนกล้าตัดสินใจและมีโอกาสประสบความสำเร็จได้มากกว่า และการมีอิสรภาพทางการเงินควรมีก่อนอายุ 60 ปี เพราะไม่อย่างนั้นก็ยากที่จะมีได้ เพราะมันต้องอาศัยการสร้างและสะสม แนะนำให้มองในจุดที่เราเป็นไปได้ก่อน อย่าเพิ่งตั้งเป้าหมายเป็นตัวเลขที่สูงเกินไป แล้วเราจะเครียดน้อยลง
คนที่มีอิสรภาพทางการเงินจะเป็นคนกล้าตัดสินใจและมีโอกาสประสบความสำเร็จได้มากกว่า
สมัยที่ผมเริ่มทำงานใหม่ๆ ผมใช้เงินอย่างเห็นคุณค่าจริงๆ อะไรที่ไม่ได้จำเป็นมากผมจะไม่ใช้เลย ผมเชื่อว่าทุกคนมีลิมิตของการประหยัด อย่างโทรศัพท์มือถือถ้าไม่พังจริงๆ ผมก็จะไม่เปลี่ยน เพราะการที่เรามีเงิน เราสามารถเลือกได้ว่าจะเอาไปซื้อสินทรัพย์ไร้สาระหรือสินทรัพย์จำเป็น การประหยัดไม่ได้ทำให้มีอิสรภาพทางการเงิน แต่การประหยัดทำให้เรามีอิสรภาพทางการเงินได้เร็วขึ้น นอกจากนี้สินทรัพย์บางอย่าง เช่น นาฬิกา พระเครื่อง ไวน์ เป็นต้น ถึงมันจะไม่มีเงินปันผลหรือมีมูลค่าด้วยตัวมันเอง แต่ถ้าเรารู้จริงในสิ่งนั้น เราจะสามารถทำเงินกับมันได้ ส่วนสินทรัพย์ที่มีมูลค่าด้วยตัวมันเองอย่าง หุ้น ตราสารหนี้ กองทุน แนะนำให้ใช้วิธีเก็บสะสมไปเรื่อยๆ อย่าไปซีเรียสว่าลงทุนไปแล้วต้องโตทันที เพราะกว่ามันจะโตต้องใช้เวลา มันเป็นการสะสมประสบการณ์จากเงินของเราเองที่นำไปลงทุน ที่สำคัญผมจะใช้เงินที่ได้จากดอกเบี้ยหรือเงินปันผลเท่านั้น เป็นการเน้นการนำรายได้ที่เป็น Passive Income มาใช้ ไม่ใช่รายได้ที่ได้จากการทำงาน
ในยุคนี้ไม่ว่าเราจะใฝ่ฝันในเรื่องอะไรหรือเก่งในเรื่องไหน ให้เราโฟกัสและเรียนรู้กับมันจริงๆ และถึงแม้เราจะไม่เก่งอะไรเลย ก็ยังสามารถฝากกองทุนแล้วจัดพอร์ตให้มันนิ่งได้ ในชีวิตประจำวันเราควรพูดคุยกันเรื่องการเงินการลงทุน และสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกันได้ โดยมีพื้นฐานความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องเงินที่ถูกต้อง เรื่องเงินไม่ใช่สิ่งชั่วร้าย คนเรามีพื้นฐานชีวิตมาไม่เท่ากัน ดังนั้นเปลี่ยนชีวิตให้เป็นไปตามที่ต้องเป็นก่อน แล้วค่อยศึกษาเพิ่มเติมแบบค่อยเป็นค่อยไป ความใฝ่ฝันของผมคือการได้เห็นคนไทยมีอิสรภาพทางการเงินจริงๆ สักครึ่งหนึ่งของประเทศก็ยังดี
การที่เรามีเงิน เราสามารถเลือกได้ว่าจะเอาไปซื้อสินทรัพย์ไร้สาระหรือสินทรัพย์จำเป็น การประหยัดไม่ได้ทำให้มีอิสรภาพทางการเงิน แต่การประหยัดทำให้เรามีอิสรภาพทางการเงินได้เร็วขึ้น
โดยธรรมชาติของคนส่วนใหญ่ เมื่อเรามีรายได้มากขึ้น ค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นตามไลฟ์สไตล์ของเรา และบางคนอาจจะใช้จ่ายเกินฐานะไปด้วยซ้ำ รายได้ที่เพิ่มขึ้นในลักษณะนี้กลับไปสร้างหนี้ให้เพิ่มขึ้นด้วย ผมจึงอยากแนะนำว่าให้ทุกคนพยายามคงไลฟ์สไตล์เดิมของตัวเองไว้ แล้วเอารายได้ที่เพิ่มขึ้นไปลงทุน เพราะเงินก้อนนี้จะทำงานให้เราตอนเราหลับ แล้วคนที่บอกว่าไม่มีเวลาไปศึกษาเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องการเงินการลงทุน คุณต้องกลับมาคิดก่อนว่าเอาเวลาไปทำอะไรหมด เพราะคนที่ประสบความสำเร็จและมีงานหลายอย่างก็ยังมีเวลาศึกษาหาความรู้ตลอดเวลา เราต้องใช้เวลาให้คุ้มค่า เช่น ในเวลาขับรถก็สามารถเปิดฟังอะไรที่มีสาระได้ มันอยู่ที่คุณจะจัดการกับชีวิตอย่างไรมากกว่า คนจะประสบความสำเร็จหรือไม่ตัดกันที่เรื่องความรู้ เพราะโลกนี้ไม่มีความยุติธรรม คนที่ใช้เวลาเรียนรู้และลงทุนลงแรง คนที่มีวินัยและขยันมากกว่าเขาก็ควรได้รับความสำเร็จที่มากกว่า แท้จริงแล้วความเรียบง่ายในชีวิตและความเข้าใจตัวเองจะช่วยส่งเสริมการมีอิสรภาพทางการเงิน บางคนมัวแต่มองหางานที่รัก แต่ลืมว่าตัวเองรักอะไร ถ้าเราเข้าใจในสิ่งที่เรารักจริงๆ เราจะหารายได้จากสิ่งนั้นได้
พยายามคงไลฟ์สไตล์เดิมของตัวเองไว้ แล้วเอารายได้ที่เพิ่มขึ้นไปลงทุน เพราะเงินก้อนนี้จะทำงานให้เราตอนเราหลับ
สามารถฟังพอดแคสต์ The Money Growth by The Money Coach
ผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ ที่คุณสะดวกหรือใช้อยู่แล้วได้เลย

Credits
Show Creators จักรพงษ์ เมษพันธุ์, ภูมิชาย บุญสินสุข, นครินทร์ วนกิจไพบูลย์ Show Producer เชษฐพงศ์ ชูประดิษฐ์
Project Manager ณปภัช ฤทธิอัครกุล
Episode Producer โอมศิริ วีระกุล
Sound Editor เชษฐพงศ์ ชูประดิษฐ์
Video Editor เสาวภา โตสวาท
Sound Designer & Engineer กฤตพล จียะเกียรติ
Recording Engineer ขจีพรรณ วิจิตรรัตน์
Videographer ศศิพิมพ์ อนันตกรณีวัฒน์
Graphic Designer นิสากร ฤทธาภัย
Show note หนึ่งฤดี ธนสารวิสุทธิ์
Proofreader ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์
Webmaster ณฐพร โรจน์อนุสรณ์
Channel Admin เอกราช มอเซอร์
Social Media Admin สุทธกิตติ์ สุทธาวรรณกุล, ธิติกร ลิ้มทองมณี, วนัชพร ดวงนิล
Archive Officer ชริน จำปาวัน
The post ปรับไลฟ์สไตล์ก่อนลงทุน สำคัญอย่างไร Feat. กวี ชูกิจเกษม appeared first on THE STANDARD.
]]>
สำหรับคนที่ปีนี้ตั้งใจจะซื้อประกันสักที ไม่ว่าจะด้วยเหต […]
The post อยากซื้อประกัน ต้องรู้และคิดคำนวณเรื่องพวกนี้ก่อน ฉบับ 2021 appeared first on THE STANDARD.
]]>
สำหรับคนที่ปีนี้ตั้งใจจะซื้อประกันสักที ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร
โค้ชหนุ่มและโอมศิริ ชวน เอ้-ศิวัฒม์ สิงหสุตกร ผู้เชี่ยวชาญด้านประกัน มาตอบทุกเรื่องที่ควรรู้ ควรคิดคำนวณ และวางแผนก่อนซื้อ
ซื้อประเภทไหนดี ประกันโควิด-19 ควรซื้อไหม ซื้อประมาณไหนที่เหมาะกับเรา ถ้าซื้อแล้วไม่คุ้มครองตามสัญญาต้องทำอย่างไร ติดตามได้ใน The Money Case เอพิโสดนี้
อ่านเพิ่มเติม เคล็ดไม่ลับซื้อประกัน 101 ฉบับ คปภ. ช่วยดูแล
สามารถฟังพอดแคสต์ The Money Case by The Money Coach
ผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ ที่คุณสะดวกหรือใช้อยู่แล้วได้เลย
Credits
Show Creators จักรพงษ์ เมษพันธุ์, ภูมิชาย บุญสินสุข
Show Producer เชษฐพงศ์ ชูประดิษฐ์
Episode Producer โอมศิริ วีระกุล
Sound Designer & Engineer กฤตพล จียะเกียรติ
Recording Engineer ขจีพรรณ วิจิตรรัตน์
Art Director อนงค์นาฏ วิวัฒนานนท์
Proofreader ภาวิกา ขันติศรีสกุล
Webmaster ณฐพร โรจน์อนุสรณ์
Channel Admin เอกราช มอเซอร์
Social Media Admin สุทธกิตติ์ สุทธาวรรณกุล, ธิติกร ลิ้มทองมณี, วนัชพร ดวงนิล
Archive Officer ชริน จำปาวัน
The post อยากซื้อประกัน ต้องรู้และคิดคำนวณเรื่องพวกนี้ก่อน ฉบับ 2021 appeared first on THE STANDARD.
]]>
วัยใกล้เลข 5 ลาออกมาลงทุนหุ้น ความรู้จากศูนย์สู่พอร์ตหล […]
The post คุยกับ คุณป้าเม่า-เล่าเรื่องหุ้น สูงวัยใกล้เกษียณก็เริ่มลงทุนหุ้นได้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
วัยใกล้เลข 5 ลาออกมาลงทุนหุ้น ความรู้จากศูนย์สู่พอร์ตหลักสิบล้าน และตอนนี้กำลังเป็น YouTuber ให้ความรู้เรื่องลงทุนด้วย!
โค้ชหนุ่ม และ โอมศิริ ชวน คุณป้าเม่า-เล่าเรื่องหุ้น นักลงทุนหุ้นประสบการณ์สิบปี มาย้อนเส้นทางชีวิต เปิดมุมมองและแนวทางที่ไม่เหมือนใคร ทำให้เห็นว่าไม่มีคำว่าสายไปที่จะเริ่มลงทุนในหุ้น
หาความรู้เพิ่มเติมหรือหาโซลูชันที่ตอบโจทย์การลงทุน เหมาะกับผู้ที่อยากเตรียมพร้อมก่อนเริ่มลงมือ เข้าไปอ่านข้อมูลดีๆ ได้ที่ www.setinvestnow.com ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
อยากเปิดบัญชีลงทุน ไปที่เมนูเปิดบัญชี คลิกต่อไปยังโบรกเกอร์ที่พร้อมให้บริการได้ง่ายๆ เลยที่ www.setinvestnow.com/openacc
เราเริ่มทำงานตั้งแต่อายุ 17 ปี ตำแหน่งเลขานุการในบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง ช่วงนั้นไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องหุ้นเลย แต่โชคดีมีเจ้านายที่เก่งมากเรื่องการลงทุนในหุ้น แล้วเราก็มีหน้าที่อ่านรายงานหุ้นและกรอกข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนของนายด้วย
พอเราทำงานมาได้ประมาณ 40 ปี ช่วงนั้นเกิดวิกฤตซัพไพรม์พอดี บริษัทมีการปรับโครงสร้าง เป็นเหตุให้เราตัดสินใจลาออกมา แต่ก็ไม่รู้จะทำอะไรต่อ วันหนึ่งน้องสาวก็แนะนำว่าให้ลองไปลงทุนตลาดหุ้น ด้วยความที่บ้านเป็นครอบครัวแบบกงสี ทำให้เราไม่ต้องใช้จ่ายอะไรมาก จึงสามารถเก็บเงินไว้ส่วนหนึ่งเป็นเงินออมได้
ส่วนการทำช่อง YouTube ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมาทำอะไรแบบนี้ จู่ๆ วันหนึ่งหมอดูก็ทักว่าเราเหมาะที่จะเป็นคนทำประโยชน์ให้กับสาธารณะ เช่น การทำออนไลน์ ทำช่อง YouTube อะไรแบบนี้ แต่เราก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนพูดไม่เก่ง พูดช้า แถมยังเป็นป้าอีก ใครจะฟัง สุดท้ายก็ตัดสินใจว่าจะลองดู เพราะคิดว่าถึงแม้ไม่มีใครดู ก็ทำเก็บไว้ให้ลูกดูก็ได้
ช่วงแรกที่ทำคลิปออกมาก็ทำตามทฤษฎีที่บอกว่าคลิปที่ดีต้องยาวประมาณ 10 นาที แต่พอทำไปทำมาเราก็รู้สึกว่านั่นไม่ใช่ตัวเรา คลิปของป้าเม่าทุกวันนี้จึงยาวเป็นชั่วโมงอย่างที่เห็น เพราะมันคือสไตล์ของเรา หลังจากที่ทำต่อเนื่องมาเรื่อยๆ ก็เริ่มมีแฟนคลับจำนวนหนึ่งเข้ามาติดตาม จนถึงตอนนี้กลายเป็นว่าผลตอบรับเกินกว่าที่เราคาดเอาไว้มาก
การซื้อหุ้นช่วงที่ราคาลงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ เราจำเป็นต้องรู้พื้นฐานและกราฟเทคนิคด้วย จึงจะมีโอกาสได้มากกว่าเสีย
ก้อนทุนก้อนแรก 50,000 บาท นำไปลงทุนในหุ้นก่อนเลย แต่แม้ช่วงนั้นจะเป็นช่วงหลังวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ประมาณ 2 ปี เราก็ยังคงขาดทุน ดังนั้นอยากบอกทุกคนว่าการซื้อหุ้นช่วงที่ราคาลงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ เราจำเป็นต้องรู้พื้นฐานและกราฟเทคนิคด้วย จึงจะมีโอกาสได้มากกว่าเสีย
หลังจากนั้นเราก็ศึกษาเรื่องหุ้นไปเรื่อยๆ จนเริ่มมีกำไร ทำให้เรามีเงินเท่าไรก็นำไปใส่พอร์ตไว้ก่อน เพราะปี 2553 เป็นช่วงที่ขาขึ้นมาก แต่พอถึงปี 2554 ซึ่งมีเหตุการณ์น้ำท่วม หุ้นที่เราลงทุนไปก็เริ่มขาดทุน เราหาหนทางที่จะพลิกสถานการณ์กลับมา ตอนนั้นซื้อสลากออมทรัพย์ไว้ แต่ก็ยังขายไม่ได้ สุดท้ายจึงใช้วิธีไปกู้เงินและนำมาใส่พอร์ตเพิ่มเข้าไป แม้จะยังขาดทุนอยู่แต่ก็ขาดทุนน้อยลง
ช่วงนั้นหุ้นสวิงขึ้นลงไปเรื่อยๆ เราจึงตัดสินใจที่จะรอถึง 1 ปี 7 เดือนโดยไม่ทำอะไรกับพอร์ตเลย ปรากฏว่าหุ้นที่เราลงทุนไว้โตขึ้นถึง 141% ทำให้เงินจาก 50,000 บาท กลายเป็น 12 ล้านบาททันที นับว่าเป็นการรอคอยที่คุ้มค่า จึงอยากเป็นกำลังใจให้กับคนที่ติดดอยอยู่ตอนนี้ ประสบการณ์นั้นทำให้ป้าเม่าทำคลิปที่ชื่อว่า ‘เม่าติดดอย’ ออกมา
ส่วนตัวชอบลงทุนในกลุ่มไอที รวมถึงกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ด้วย เพราะเคยลงทุนในหุ้นอิเล็กทรอนิกส์ตัวหนึ่ง เกือบจะโยนเข้ากรุไปแล้ว แต่ปรากฏว่าราคามันกลับเด้งขึ้นมา
ที่สำคัญเรามองว่าพฤติกรรมมนุษย์ทุกวันนี้เกี่ยวข้องกับเรื่องเทคโนโลยีทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์ไอที เราทุกคนต่างใช้มันทั้งตอนตื่นเช้าและก่อนนอน ดังนั้นชีวิตเราผูกกับเรื่องของไอทีตลอดเวลา และไม่ใช่เฉพาะในเมืองไทย แต่พฤติกรรมแบบนี้เกิดขึ้นทั่วโลก เราจึงมองว่ามันเป็นเทรนด์ที่ไปได้อีกไกล
ทนดอยมาตั้งนาน ทนรวยไม่ได้หรืออย่างไร
จากที่เราแค่ต้องการหาค่ากับข้าวรายวัน เพราะเราลาออกจากงานประจำมา ช่วงแรกเราลงทุนในหุ้นแบบซื้อมาขายไปเพราะต้องการเก็งกำไร แต่เมื่อได้ศึกษามากขึ้นเรื่อยๆ และเริ่มถือหุ้นยาวขึ้น ทำให้ได้เงินปันผลมาจำนวนหนึ่ง จำได้ว่าปีแรกได้เงินปันผลมา 9,000 บาท สำหรับเราตอนนั้นรู้สึกว่าเยอะมาก ซึ่งเงินปันผลตรงนี้ก็สามารถนำไปขอคืนภาษีได้อีก จนทุกวันนี้กลายมาเป็นรายได้ที่เลี้ยงชีพเราได้จริงๆ
ช่วงแรกที่เปิดช่องมา เราทำคลิปหลากหลายแนวมาก เช่น การลงทุนในหุ้น, กองทุน, สลากออมสิน, สลาก ธกส., ประกันสังคม ทำแบบครอบจักรวาล อะไรที่เกี่ยวกับเรื่องการเงินการลงทุนก็ทำหมด แต่ปรากฏว่ามีแฟนคลับเข้ามาติดตามเราในเรื่องหุ้นเยอะ พอเราแซมเรื่องอื่นเข้าไปเขาก็ไม่ชอบ ตอนนี้จึงเน้นแต่เรื่องหุ้นเป็นหลัก ตั้งใจว่าจะทำไปเรื่อยๆ ไม่มีกำหนดว่าจะทำถึงเมื่อไร เพราะเราทำแล้วมีความสุข อยากจะให้ความรู้คนอื่นไปจนกว่าร่างกายของเราจะไม่อำนวยแล้ว
ไม่มีเศรษฐีคนไหนในโลกนี้ที่รวยจากการนำเงินไปฝาก
อย่างที่ทราบกันดีว่าไม่มีเศรษฐีคนไหนในโลกนี้ที่รวยจากการนำเงินไปฝาก ส่วนใหญ่จะรวยจากการลงทุน โดยเฉพาะการลงทุนในหุ้นหรืออสังหาริมทรัพย์
ที่ผ่านมาในประเทศไทยมีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ประมาณ 2-3 ล้านบัญชี หลังจากมีวิกฤตโควิด-19 ปรากฏว่าคนหันมาเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นถึง 5 แสนกว่าบัญชี ซึ่งถือว่าเยอะมาก สาเหตุที่คนเข้ามาสนใจตลาดหุ้นอาจจะเพราะอยากเข้ามาขุดทองในตลาดหุ้น แต่ความเป็นจริงแล้วตลาดหุ้นเต็มไปด้วยเสือสิงห์กระทิงแรด ยิ่งถ้าเป็นมือใหม่ยิ่งต้องระวัง เพราะโอกาสที่เราจะเข้าไปเอาเงินจากตลาดหุ้นนั้นไม่มีทาง อย่างน้อยเราต้องศึกษาหาความรู้ ใช้เวลาเป็นปี รวมถึงต้องผ่านช่วงเวลาหรือวิกฤตต่างๆ เพื่อที่จะเข้าใจมันอย่างแท้จริง
ใครที่เข้ามาช่วงนี้โชคดี เพราะเป็นช่วงวิกฤต เราจะได้เรียนรู้ว่าตลาดหุ้นได้รับผลกระทบอย่างมาก ป้าเม่าได้ทำคลิปที่ชื่อว่า ‘มือใหม่เล่นหุ้นต้องรู้อะไรบ้าง’ ทั้งหมด 10 ตอน เชื่อว่ามือใหม่ที่อยากเล่นหุ้นได้ฟังแล้วจะเป็นการเปิดโลกทัศน์ในเรื่องการลงทุนในหุ้นมากพอสมควร นอกจากนี้ก็ยังมีเรื่องกราฟเทคนิคด้วยอีก 4 ตอน
สำหรับผู้สูงวัย แนะนำว่าควรใช้วิธีลดความเสี่ยงด้วยการทำ DCA เช่น สมมติมีเงิน 5 ล้านบาท ก็ให้ทยอยลงทุนเดือนละ 50,000 บาท ค่อยๆ ออมไป เพราะจะทำให้ต้นทุนหุ้นของเราอยู่ในราคาเฉลี่ยและไม่เสียหาย ที่สำคัญต้องคัดเลือกหุ้นที่ดีด้วย หากลุ่มที่มีขนาดใหญ่ เช่น SET50, SET100 แต่ต้องรู้ก่อนว่าไม่ใช่หุ้นทุกตัวจะดีเสมอ ดังนั้นการทำ DCA จะทำให้เราได้ค่าเฉลี่ย และเรื่องกราฟเทคนิคจะช่วยเราได้ว่า เราควรซื้อหุ้นจังหวะไหน
ป้าเม่ามีคลิปเกี่ยวกับ DCA ประมาณ 4-5 คลิป คิดว่าเป็นประโยชน์มากสำหรับผู้สูงวัยที่ต้องการเลือกหุ้นเพื่อการลงทุน นอกจากนี้ยังมีคลิปเกี่ยวกับประสบการณ์และการวิเคราะห์หุ้นต่างๆ ของป้าเม่าเอง รวมไปถึงข้อคิดเกี่ยวกับการลงทุนด้วยเช่นกัน
ติดตามช่องYouTube คุณป้าเม่า-เล่าเรื่องหุ้น
สามารถฟังพอดแคสต์ The Money Growth by The Money Coach
ผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ ที่คุณสะดวกหรือใช้อยู่แล้วได้เลย

Credits
Show Creators จักรพงษ์ เมษพันธุ์, ภูมิชาย บุญสินสุข, นครินทร์ วนกิจไพบูลย์ Show Producer เชษฐพงศ์ ชูประดิษฐ์
Project Manager ณปภัช ฤทธิอัครกุล
Episode Producer โอมศิริ วีระกุล
Sound Editor เชษฐพงศ์ ชูประดิษฐ์
Video Editor เสาวภา โตสวาท
Sound Designer & Engineer กฤตพล จียะเกียรติ
Recording Engineer ขจีพรรณ วิจิตรรัตน์
Videographer ศศิพิมพ์ อนันตกรณีวัฒน์
Graphic Designer นิสากร ฤทธาภัย
Show note หนึ่งฤดี ธนสารวิสุทธิ์
Proofreader พรนภัส ชำนาญค้า
Webmaster ณฐพร โรจน์อนุสรณ์
Channel Admin เอกราช มอเซอร์
Social Media Admin สุทธกิตติ์ สุทธาวรรณกุล, ธิติกร ลิ้มทองมณี, วนัชพร ดวงนิล
Archive Officer ชริน จำปาวัน
The post คุยกับ คุณป้าเม่า-เล่าเรื่องหุ้น สูงวัยใกล้เกษียณก็เริ่มลงทุนหุ้นได้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
‘กองทุนรวม’ ยังน่าลงทุนอยู่ไหมในปี 2021 โค้ชหนุ่ม และ โ […]
The post กองทุนรวม บาทเดียวก็ลงทุนได้ เลือกซื้ออย่างไรให้พอร์ตโต appeared first on THE STANDARD.
]]>
‘กองทุนรวม’ ยังน่าลงทุนอยู่ไหมในปี 2021
โค้ชหนุ่ม และ โอมศิริ ชวน หมอนัท-ธนัฐ ศิริวรางกูร เจ้าของเพจ คลินิกกองทุน มาตอบทุกคำถามที่สนใจ ธีมการลงทุนปีนี้ไปทางไหน ควรซื้อกี่กอง สัดส่วนในการจัดพอร์ตควรเป็นอย่างไร เพื่อให้โจทย์ที่วางไว้สำเร็จตามแผน
หาความรู้เพิ่มเติมหรือหาโซลูชันที่ตอบโจทย์การลงทุน เหมาะกับผู้ที่อยากเตรียมพร้อมก่อนเริ่มลงมือ เข้าไปอ่านข้อมูลดีๆ ได้ที่ www.setinvestnow.com ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
อยากเปิดบัญชีลงทุน ไปที่เมนูเปิดบัญชี คลิกต่อไปยังโบรกเกอร์ที่พร้อมให้บริการได้ง่ายๆ เลยที่ www.setinvestnow.com/openacc
การก้าวเข้าสู่สายอาชีพด้านการเงินการลงทุน
อดีตผมเป็นสัตวแพทย์ จากนั้นได้ไปเรียนต่อปริญญาโทด้านการเงิน จบออกมาทำงานเป็นนักวิเคราะห์กองทุนรวมในบริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่ง กองทุนรวมถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่ไม่มีเวลาจัดการด้านการลงทุนของตนเอง รวมถึงไม่มีความรู้ที่มากพอ ที่สำคัญกองทุนรวมเริ่มต้นง่าย ใช้เงินน้อย เป็นการฝึกวินัยในการออมไปในตัว
ทุกคนสามารถเปิดกองทุนรวมได้ตั้งแต่อายุ 20 ปี หรือถ้าเป็นพ่อแม่ที่มีลูกเล็กก็สามารถเปิดบัญชีเพื่อลูกได้ เพื่อส่งเสริมการออมให้ลูกตั้งแต่เด็กๆ เมื่อเด็กอายุถึง 20 ปี ก็ค่อยโอนมาเป็นชื่อของลูก ผมเองก็ใช้วิธีนี้กับลูกเหมือนกัน โดยส่วนตัวพอร์ตที่ผมเลือกจะเน้นไปที่กองทุนปันผล โดยประเมินกองทุนจากผลตอบแทนที่ค่อนข้างสม่ำเสมอและไปถึงเป้าหมายที่เราต้องการได้
สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำงานและเงินเดือนยังไม่เยอะ เริ่มต้นง่ายๆ ได้ด้วยการแบ่งสัดส่วนประมาณ 10% ของรายได้มาลงทุนในกองทุนรวม โดยอาจจะเลือกกองทุนที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ หรือถ้ากลัวเรื่องความเสี่ยงมากก็ให้ลงทุนในกองทุนที่มีความเสี่ยงต่ำๆ เพื่อเป็นเงินเก็บสำรองฉุกเฉินก็ได้
กองทุนรวมเริ่มต้นง่าย ใช้เงินน้อย เป็นการฝึกวินัยในการออมไปในตัว
ธีมการลงทุนในกองทุนรวมปี 2021
ตอนนี้โลกของเราเข้าถึงการลงทุนในต่างประเทศได้ง่ายขึ้น มีการเชื่อมโยงถึงกัน ทุกคนจึงสามารถรับข้อมูลข่าวสารที่เป็นโอกาสในการลงทุนได้ทั่วโลก เทรนด์ที่มาแรงในตอนนี้คือคนอยากนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ที่เติบโตได้ เช่น หุ้นของบริษัทใหญ่ๆ แตกต่างจากสมัยก่อนที่คนนิยมลงทุนในหุ้นไทย
ในปีนี้เศรษฐกิจบ้านเราอาจจะเติบโตไม่ค่อยดีนัก แต่ก็มีโอกาสเติบโตได้ ดังนั้นคนยุคนี้จึงนิยมกระจายการลงทุนไปในต่างประเทศ โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีโอกาสเติบโตได้ในระยะยาว ได้แก่ กลุ่ม เฮลท์แคร์ เพราะอะไรที่เกี่ยวกับสุขภาพ อุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมถึงวัคซีน ล้วนแล้วแต่มีเทคโนโลยีใหม่ๆ เกิดขึ้นมาเสมอ รวมถึงในโลกอนาคตจะก้าวหน้าไปถึงการตัดต่อพันธุกรรมเพื่อให้คนมีชีวิตยืนยาวขึ้นอีกด้วย
อีกกลุ่มหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือด้านเทคโนโลยี อย่างที่เราเห็นกันว่าตอนนี้มีเทคโนโลยีใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา นอกจากนี้ที่ขาดไม่ได้เลยก็คือกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นเสาสัญญาณโทรศัพท์ หรืออสังหาริมทรัพย์ที่คนยังต้องการเช่าอยู่ สังเกตง่ายๆ ว่าอะไรที่จำเป็นและต้องอยู่กับชีวิตเราไปนานๆ นั่นคือสิ่งที่น่าสนใจในการลงทุน
แนวทางการเลือกกองทุนรวม
แนะนำว่าไม่จำเป็นต้องลงทุนเยอะก็ได้ แต่ให้เน้นลงทุนแบบกระจายในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม โดยการดูผลตอบแทนหรือกำไรย้อนหลังที่ค่อนข้างสม่ำเสมอ เพราะการเลือกกองทุนรวมจะต่างจากการเลือกหุ้น หุ้นจะดูผลตอบแทนย้อนหลังไม่ได้ เพราะว่าหุ้นขึ้นอยู่กับอนาคตมากกว่า ที่สำคัญให้คอยมอนิเตอร์ผู้จัดการกองทุนด้วยว่าย้ายที่ไปหรือยัง
ส่วนใครที่เน้นการลงทุนระยะยาว แนะนำว่าให้เลือกกองทุนที่ไม่มีสตาร์อยู่ หรืออาจจะเลือกลงทุนใน SET50 ก็ได้ เพราะเราจะได้ 50 ตัวแรกที่ดีอยู่ตลอดเวลา เป็นการใช้ระบบมาช่วยในการจัดพอร์ตไปในตัว
สำหรับคนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ แนะนำให้ลงทุนในกองทุนรวมที่เป็นบริษัทในเทรนด์ เช่น ด้านสุขภาพ ด้านเทคโนโลยี หรือด้านอสังหาริมทรัพย์ ประมาณ 10-30% ส่วนใครที่รับความเสี่ยงได้กลางๆ ก็สามารถลงทุนได้ประมาณ 30-60% ส่วนใครที่รับความเสี่ยงได้สูงมากก็สามารถลงทุนในกองทุนได้ถึง 70-80% โดยเน้นไปที่หุ้นเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่เยอะกว่า ปีที่ผ่านมาหุ้นและกองทุนตกก็จริง แต่สำหรับผมมองว่ามันเป็นการทำให้นักลงทุนมือใหม่ได้รับบทเรียนและได้เรียนรู้สำหรับการวางแผนในปีนี้
กองทุนรวมกับการวางแผนระยะยาวในชีวิต
กองทุนรวมสามารถนำมาใช้ในการวางแผนระยะยาวในชีวิตได้ และผมมองว่าค่อนข้างเหมาะสมด้วย เพราะการลงทุนในหุ้นมีโอกาสที่เราจะหลุดโฟกัสได้ง่ายกว่า กองทุนรวมจึงถือเป็นตัวช่วยในการวางแผนที่ดี ทำให้เราสามารถวางแผนเกษียณระยะยาวได้โดยที่เราไม่ต้องพะวงระหว่างทางมากนัก ไม่ต้องติดตามทุกวันหรือทุกไตรมาสเหมือนหุ้น แต่สำหรับใครที่อยากมั่งคั่งเร็วหน่อยก็ใช้หุ้นเป็นส่วนเสริมเข้าไปได้
สำหรับคนที่มีเงินก้อนอยู่ อาจจะใช้การลงทุนแบบใส่เข้าไปเป็นก้อนหรือซื้อทุกเดือนแบบสม่ำเสมอที่เรียกกันว่า DCA ก็ได้ เป็นการสะสมไปเรื่อยๆ ยกตัวอย่างตัวผมเองที่เป็นฟรีแลนซ์ จะมีเงินก้อนหนึ่งที่ผมต้องบริหารจัดการไว้สำหรับครอบครัว ผมจึงเลือกการบริหารแบบกระแสเงินสด แต่สำหรับของลูก ผมจะเน้นให้ลงทุนแบบ DCA คือเน้นความสม่ำเสมอ ก่อนอื่นให้ดูที่เป้าหมายของตัวเองก่อนว่าต้องการอะไร จากนั้นก็เลือกกองทุนที่มีผลตอบแทนย้อนหลังสม่ำเสมอ เปรียบเทียบค่าธรรมเนียม แต่ผมแนะนำว่าถ้าบางตัวค่าธรรมเนียมแพงกว่าแต่ผลตอบแทนดี เราก็ควรลงทุน เพราะมันตอบโจทย์ที่เราต้องการ
หัวใจสำคัญอยู่ที่การแบ่งเงินไว้สำหรับใช้และลงทุนเพื่อให้ดำเนินชีวิตต่อไปได้ ถ้าเราสม่ำเสมอเรื่องการลงทุน ผลตอบแทนก็จะสม่ำเสมอกับเราด้วยเช่นกัน
แง่คิดเกี่ยวกับการลงทุนในกองทุนรวม
การลงทุนในกองทุนรวมมีข้อดีที่ทำให้เราได้ผลตอบแทนที่คาดการณ์ได้ เราสามารถคำนวณกลับมาได้ว่าเราจะต้องนำเงินใส่เข้าไปในพอร์ตเท่าไรจึงจะได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ กองทุนรวมเน้นความมีวินัย แต่ในสถานการณ์วิกฤตแบบนี้ แต่ละคนก็ควรประเมินสภาพคล่องของตนเองก่อน ถ้ายังมีรายได้เข้ามาเพียงพออยู่ แนะนำว่าให้ลงทุนต่อไปเหมือนก่อนหน้านี้ที่ทำมา เพราะมันคือการสร้างวินัย และในวิกฤตเรายิ่งมีโอกาสได้ผลตอบแทนดีกว่าช่วงอื่นๆ อยู่แล้ว
หรืออีกแนวทางคือ เราอาจจะไปลงทุนในกองทุนที่มีความเสี่ยงต่ำก็ได้ หัวใจสำคัญอยู่ที่การแบ่งเงินไว้สำหรับใช้และลงทุนเพื่อให้ดำเนินชีวิตต่อไปได้
กองทุนรวม ถ้าเราลงทุนอย่างมีวินัย และเลือกลงทุนในกองทุนที่ได้ผลตอบแทนดี ระยะยาวก็ดีอยู่แล้ว รวมถึงช่วยประหยัดภาษีด้วย แล้วเราก็สามารถนำเงินที่ประหยัดได้มาเก็บเป็นเงินออมอีกที ถือว่าเป็นเครื่องมือที่ดีในการลงทุนระยะยาวเลยทีเดียว
สิ่งสำคัญ เราต้องประเมินรายจ่ายในแต่ละเดือนด้วย ถ้ารายได้ไม่พอก็ต้องหางานทำเพิ่ม ถ้าใครยังมีแรงลงทุนก็ให้ลงทุนต่อเนื่องไป ถ้าเราสม่ำเสมอเรื่องการลงทุน ผลตอบแทนก็จะสม่ำเสมอกับเราด้วยเช่นกัน
สามารถฟังพอดแคสต์ The Money Growth by The Money Coach
ผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ ที่คุณสะดวกหรือใช้อยู่แล้วได้เลย

Credits
The Hosts จักรพงษ์ เมษพันธุ์, โอมศิริ วีระกุล
Show Creator จักรพงษ์ เมษพันธุ์
Executive Producer เชษฐพงศ์ ชูประดิษฐ์
Project Manager ณปภัช ฤทธิอัครกุล
Show Producer โอมศิริ วีระกุล
Sound Editor เชษฐพงศ์ ชูประดิษฐ์
Video Editor เสาวภา โตสวาท
Sound Designer & Engineer กฤตพล จียะเกียรติ
Recording Engineer ขจีพรรณ วิจิตรรัตน์
Videographer ศศิพิมพ์ อนันตกรณีวัฒน์
Graphic Designer นิสากร ฤทธาภัย
Show note หนึ่งฤดี ธนสารวิสุทธิ์
Proofreader พรนภัส ชำนาญค้า
Webmaster ไชยพร ศิริกลการ
Channel Admin เอกราช มอเซอร์
Social Media Admin สุทธกิตติ์ สุทธาวรรณกุล, ธิติกร ลิ้มทองมณี, วนัชพร ดวงนิล
Archive Officer ชริน จำปาวัน
The post กองทุนรวม บาทเดียวก็ลงทุนได้ เลือกซื้ออย่างไรให้พอร์ตโต appeared first on THE STANDARD.
]]>
มนุษย์ทุกคนมีวันที่ต้องตกงาน เราจะออมและลงทุนอย่างไรให้ […]
The post ลงทุนสูตรถนน 5 สาย เกษียณไวทำได้จริง Feat. นิ้วโป้ง Fundamental VI appeared first on THE STANDARD.
]]>
มนุษย์ทุกคนมีวันที่ต้องตกงาน เราจะออมและลงทุนอย่างไรให้มีเงินใช้เมื่อถึงวันนั้น
โค้ชหนุ่ม และ โอมศิริ ชวน นิ้วโป้ง-อธิป กีรติพิชญ์ นักลงทุนมากประสบการณ์ เจ้าของเพจ นิ้วโป้ง Fundamental VI มาย้อนเส้นทางชีวิตมนุษย์เงินเดือน จุดเปลี่ยนกระตุกใจ และสูตรลงทุนแบบถนน 5 สายที่จะทำให้คุณเกษียณได้ไว มีเงินใช้ตามที่ต้องการ กลายเป็นคนส่วนยอดพีระมิดที่มีเงินเก็บได้จริง
อยากได้ความรู้เพิ่มเติมที่ตอบโจทย์การลงทุน เหมาะกับผู้ที่อยากเตรียมพร้อมก่อนเริ่มลงมือ เข้าไปอ่านข้อมูลดีๆ ได้ที่ https://www.setinvestnow.com/th/home ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
อยากเปิดบัญชีลงทุน www.setinvestnow.com/openacc คลิกไปที่เมนูเปิดบัญชี และคลิกต่อไปยังโบรกเกอร์ที่พร้อมให้บริการได้ง่ายๆ
ชีวิตวัยทำงานกับการออม
ผมเรียนจบ พ.ศ. 2539 จนถึงตอนนี้ทำงานมาได้ 24 ปีแล้ว อาชีพแรกเป็นวิศวกรทำโทรศัพท์บ้าน ช่วงนั้นรายได้ดีมาก แต่เรากลับไม่มีเงินเก็บเลย เพราะใช้ชีวิตเที่ยวเล่นสนุกสนานกับเพื่อนๆ เป็นหลัก จนมาถึงจุดเปลี่ยนครั้งแรกในชีวิต ผมประสบอุบัติเหตุขณะขับรถไปทำงานที่นครปฐม ตอนนั้นเพื่อนถามว่ามีประกันไหม ผมตอบว่าไม่มี
โชคดีที่ตอนนั้นบริษัทดูแลรักษาให้ เหตุการณ์นั้นมันทำให้ผมฉุกคิดได้ว่า ถ้าเราเป็นอะไรไป เราจะไม่มีเงินเก็บไว้ให้พ่อแม่เลย ผมจึงตัดสินใจซื้อประกันชีวิต โดยที่ผมไม่รู้ว่ามันคือแผนเกษียณ และไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันใช้ลดหย่อนภาษีได้ จากนั้นก็รู้จักกับกองทุนประกันสังคม บริษัทจะหักจากเงินเดือนของเราไปส่วนหนึ่ง ซึ่งก็มีกองทุนชราภาพอยู่ในนั้นด้วย แต่รุ่นพี่บอกผมว่า อย่าไปคาดหวังกับเงินส่วนนี้มาก มันไม่ได้เยอะขนาดนั้น
จากนั้นก็ได้รู้จักกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่บริษัทมีให้ พอทำงานมาได้ 24 ปีก็พบว่า กองทุนนี้มันใหญ่อยู่เหมือนกันถ้าเรารู้จักเก็บออมดีๆ ต่อมาผมก็ได้รู้จักกับ LTF RMF ซึ่งนำมาหักภาษีได้ จากนั้นก็มาลงทุนในภาคความสมัครใจ เช่น ซื้อหุ้นและอสังหาริมทรัพย์ ทั้งหมดนี้คือการลงทุน 5 อย่าง ผมเชื่อว่า ถ้าเราทุกคนทำสิ่งเหล่านี้ได้อย่างสม่ำเสมอและถูกต้อง แผนเกษียณสำเร็จได้แน่นอน
เริ่มต้นแผนเกษียณครั้งแรกในชีวิต
แผนเกษียณสำหรับผมคือ แผนรองรับในวันที่เรามีแรงและเวลาเหลือเฟือ แต่ไม่มีรายได้ มนุษย์ทุกคนต้องมีวันตกงาน ไม่ว่าคุณจะทำงานอะไรก็ตาม วันตกงานของคุณคือวันเกษียณ ดังนั้นแผนเกษียณคือแผนที่เตรียมพร้อมสำหรับวันนั้น ซึ่งวันนั้นจะยาวนานอย่างน้อย 20 ปี นั่นคือช่วงอายุประมาณ 60-80 ปี สำหรับตัวผมไม่ได้มีการวางแผนเกษียณไว้ชัดเจน แต่ถ้าเราลงทุนครบ 5 อย่างตามที่กล่าวมาอย่างสม่ำเสมอ เราก็สามารถวางแผนเกษียณสำเร็จได้ ยิ่งกว่านั้นสิ่งที่เราลงทุนยังสามารถนำมาหักภาษีได้ด้วย อะไรที่หักภาษีได้แสดงว่าคุณทำประโยชน์ให้ประเทศชาติ และคุณกำลังรับผิดชอบชีวิตตัวเอง ถ้ายังไม่พอก็ออมภาคสมัครใจเพิ่ม อย่างหุ้นหรือที่ดิน สิ่งที่ผมทำทั้งหมดนี้เป็นการตั้งหลักด้วยกระบวนการ ซึ่งแตกต่างจากการตั้งเป้าด้วยตัวเลข
แผนเกษียณสำหรับผมคือ แผนรองรับในวันที่เรามีแรงและเวลาเหลือเฟือ แต่ไม่มีรายได้ มนุษย์ทุกคนต้องมีวันตกงาน ไม่ว่าคุณจะทำงานอะไรก็ตาม วันตกงานของคุณคือวันเกษียณ
สัดส่วนในการออมช่วงแรก
เรื่องของสัดส่วนในการออมอยู่ที่แต่ละบุคคล เพราะบางคนที่บ้านมีภาระ บางคนต้องดูแลพ่อแม่ ผมอยากบอกว่าให้เราทำตามที่เราไหว
ผมเชื่อว่า ถ้าเราทำสิ่งที่ถูกต้องอย่างไม่หักโหมและทำไปเรื่อยๆ สุดท้ายแล้วมันจะสำเร็จในปลายทาง
พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปหลังจากเริ่มวางแผนเกษียณ
ต้องยอมรับว่าเปลี่ยน หลังจากที่เกิดจุดเปลี่ยนในชีวิตคือการประสบอุบัติเหตุครั้งใหญ่ในวัยเริ่มทำงาน ผมก็ขอย้ายกลับมาอยู่ที่กรุงเทพฯ มาใช้ชีวิตกับพ่อแม่ พอมีเวลาว่างเราก็ใฝ่หาความก้าวหน้าด้วยการไปเรียนปริญญาโท ทำให้เวลาเริ่มไม่มี ชีวิตจึงเข้าสู่ลู่ของการพัฒนาตัวเอง เมื่อสภาพแวดล้อมเปลี่ยน เราก็ได้เจอเพื่อนๆ ที่พัฒนาตัวเองเหมือนกัน หลังจากนั้นผมก็เริ่มศึกษาเรื่องการออมมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วพอได้มาเจอผู้หญิงที่เราอยากจะแต่งงานด้วย ชีวิตเราก็เริ่มเปลี่ยนอีกครั้ง เรื่องนี้ผมเชื่อว่าเกิดขึ้นกับผู้ชายทุกคน เพราะมันทำให้เราอยากมีอนาคตและความมั่นคงมากขึ้น
ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ คิดว่ามาเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ไหม
ต้องเรียกว่าเกินมาเยอะมาก รุ่นพี่คนหนึ่งเคยบอกผมว่า อย่าหยุดคิด อย่าหยุดฝัน เพราะระหว่างทางเราอาจจะมีเป้าหมายที่ใหญ่ขึ้นก็ได้ ทุกวันนี้ผมเน้นกระบวนการ ไม่ได้ตั้งเป้าที่ตัวเลข มันจึงทำให้ผมมาไกลเกินที่ตั้งเป้าไว้แต่แรกแล้ว ผมมองว่ามันเป็นกิจกรรมที่ผมทำไปเรื่อยๆ และผมเลือกที่จะคิดว่าตัวเองไม่มีเวลาและไม่มีเงิน ดังนั้นการใช้ชีวิตของผมจึงเน้นกระบวนการที่สม่ำเสมอมากกว่า
อย่าหยุดคิด อย่าหยุดฝัน เพราะระหว่างทางเราอาจจะมีเป้าหมายที่ใหญ่ขึ้นก็ได้
ตัวอย่างเคสที่ 1 น้องนาวทำงานมาได้ 2 ปี ปัจจุบันอายุ 25 ปี เงินเดือน 25,000 บาท เคยฟังพี่โป้งจากรายการ The Money Growth ซีซัน 1 จึงเริ่มหัดออมด้วยการตัดเงินเดือน 15% ตอนแรกตัดมาเพื่อเป็นเงินฉุกเฉิน 6 เดือน และอยากมีแผนเกษียณเพราะอยากมีเงินใช้หลังอายุ 55 ปี เดือนละประมาณ 30,000 บาท ปัจจุบันไม่มีหนี้สินเลย มีเพียงค่าเช่าคอนโดเดือนละ 4,500 บาท และมีแผนจะแต่งงานกับแฟนอีกประมาณ 6 ปี ส่วนพ่อแม่ก็มีรายได้ดูแลตัวเองอยู่แล้ว อยากให้พี่โป้งช่วยแนะแนวเกี่ยวกับเป้าหมายและแผนการเกษียณ
คีย์เวิร์ดสำคัญคือ อายุ 25 ปี เงินเดือน 25,000 บาท คำว่าเกษียณอายุ 55 ปี และอยากมีเงินใช้หลังเกษียณ 30,000 บาท อย่างแรกคือน้องอายุยังน้อยอยู่ เพิ่งจะทำงานได้ประมาณ 3 ปี เพราะฉะนั้นยังอยู่ในช่วงออมเงินได้ ใช้เงินเป็น หาเงินเก่ง ต่อเงินงอกเงย จริงๆ แล้วออมเงินได้ ใช้เงินเป็น ต้องทำให้ได้ก่อนจบมหาวิทยาลัย และตั้งแต่อายุ 22 ปีเป็นต้นไป เราจะเข้าสู่กระบวนการหาเงิน
ดังนั้นพอถึงอายุ 25 ปี ให้ตั้งเป้าเลยว่าต้องพัฒนาตนเอง และทำให้ตนเองเป็นผู้เชี่ยวชาญในสายอาชีพนั้นๆ เพื่อทำให้เงินเดือนเพิ่มพูนมากที่สุด หาเงินเก่งเป็นเรื่องสำคัญ เพราะการสร้างรายได้จะเป็นต้นน้ำของการออมทั้งหมด และการหาเงินเก่งจะทำให้แผนเกษียณมาเร็วขึ้น สำหรับในยุคนี้การเพิ่มเงินเดือนอาจจะเป็นเรื่องยาก ให้มองหาการมีรายได้หลายทาง เพราะต่อไปจะเป็นยุคสมัยของสิ่งเหล่านี้ คำแนะนำต่อไปคือ เงินหลังเกษียณ 30,000 บาท น้องอยากใช้เงินตั้งแต่อายุ 55-80 ปี คือใช้เงินโดยที่ไม่มีรายได้เลย 25 ปี กับการที่ทำงานมา 30 ปี ตอนนี้เงินเดือนอยู่ที่ 25,000 บาท แสดงว่าการเพิ่มรายได้สำคัญมากอย่างที่บอกไป ส่วนการออม 15% ดีอยู่แล้ว แค่ต้องเร่งสร้างรายได้จากการพัฒนาตนเอง เพื่อที่จะลงทุนใน 5 อย่างแบบเน้นกระบวนการ ถ้าทำแบบนี้ได้ก็สำเร็จได้
หาเงินเก่งเป็นเรื่องสำคัญ เพราะการสร้างรายได้จะเป็นต้นน้ำของการออมทั้งหมด และการหาเงินเก่งจะทำให้แผนเกษียณมาเร็วขึ้น
ตัวอย่างเคสที่ 2 นายจอม ปัจจุบันอายุ 35 ปี มีรายได้เฉลี่ย 40,000 บาทต่อเดือน อยากเกษียณตอนอายุ 60 ปี และมีเงินใช้ประมาณ 50,000 บาท ตอนนี้มีเงินสำรองแล้ว 6 เดือน ภาระอื่นๆ ไม่มีนอกจากผ่อนคอนโดเดือนละ 8,000 บาทต่อเดือน และส่งเงินให้ที่บ้านเดือนละ 5,000 บาท ด้วยความที่บริษัทไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เขาจึงรับผิดชอบชีวิตตนเองด้วยการซื้อ RMF ในช่วงหลัง ตอนนี้รับความเสี่ยงได้ไม่สูงมาก อยากทราบว่าจะออกแบบเป้าหมายแผนการเกษียณได้อย่างไรบ้าง
คีย์เวิร์ดสำคัญคือ อายุ 35 ปี รายได้ 40,000 บาทต่อเดือน ต้องการเกษียณ 60 ปี มีเงินใช้ 50,000 บาท เส้นทางการทำงานจากอายุ 35-60 ปี เป็นเวลา 25 ปี ถือว่าเป็นระยะเวลาที่ค่อนข้างนาน จุดเริ่มต้นคือรายได้ 40,000 บาท แต่อยากมีเงินใช้หลังเกษียณ 50,000 บาท ดังนั้นระบบการออมต้องดี และที่สำคัญต้องเพิ่มรายได้ ปัจจุบันเป็นยุคสมัยของการอัปสกิล รีสกิล และการสร้างรายได้หลายทาง ถ้าเราทำตรงนี้ได้แล้ว สุดท้ายมันสำคัญที่กระบวนการ ให้มามองเรื่องการออมในกองทุนประหยัดภาษี เพราะรายได้เท่านี้ต้องเสียภาษี อะไรที่ออมแล้วหักภาษีได้ สิ่งนั้นดีเสมอ การออมไปก่อนและใช้เท่าที่มีในปัจจุบันเป็นการสร้างฐานความมั่นคงในชีวิตให้เพิ่มมากขึ้น ยิ่งทำยิ่งดีกับตนเองทั้งในปัจจุบันและอนาคต นอกจากนี้แนะนำให้ลงทุนในประกันชีวิตและลงทุนในภาคสมัครใจต่อไป
การออมไปก่อนและใช้เท่าที่มีในปัจจุบันเป็นการสร้างฐานความมั่นคงในชีวิตให้เพิ่มมากขึ้น ยิ่งทำยิ่งดีกับตนเองทั้งในปัจจุบันและอนาคต
ข้อดีของการเป็นมนุษย์เงินเดือน
ข้อดีของมนุษย์เงินเดือนมีเยอะ อย่างแรกคือมีรายได้ที่แน่นอน สิ่งนี้คนที่ทำธุรกิจหรือฟรีแลนซ์ไม่มี เพราะเขาต้องบริหารจัดการเองทั้งหมด มนุษย์เงินเดือนจะรู้ล่วงหน้าว่าจะออมได้เท่าไร แล้วยุคหลังโควิด-19 เทรนด์ Work from Home และ Work from Anywhere จะเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นมนุษย์เงินเดือนจะมีข้อได้เปรียบในเรื่องการมองหาอาชีพที่ 2 จากการใช้สกิลของตนเอง ทำอะไรได้ให้ทำ แต่อย่าลืมว่าเราต้องเป็นมนุษย์ 200% คือต้องขยันและทำงานได้มีประสิทธิภาพด้วย
ดังนั้นผมแนะนำว่า มนุษย์เงินเดือนให้วางแผนเกษียณจากฐานเงินเดือนของตนเอง และหารายได้ทางอื่นไปด้วย เพื่อที่จะออมในช่องทางต่างๆ ต่อไป ถ้าทำสิ่งเหล่านี้อย่างถูกต้องและไม่หักโหม ทำไปให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้ คุณจะประสบความสำเร็จในแผนเกษียณอย่างแน่นอน
สามารถฟังพอดแคสต์ The Money Growth by The Money Coach
ผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ ที่คุณสะดวกหรือใช้อยู่แล้วได้เลย

Credits
The Hosts จักรพงษ์ เมษพันธุ์, โอมศิริ วีระกุล
Show Creator จักรพงษ์ เมษพันธุ์
Executive Producer เชษฐพงศ์ ชูประดิษฐ์
Project Manager ณปภัช ฤทธิอัครกุล
Show Producer โอมศิริ วีระกุล
Sound Editor เชษฐพงศ์ ชูประดิษฐ์
Video Editor เสาวภา โตสวาท
Sound Designer & Engineer กฤตพล จียะเกียรติ
Recording Engineer ขจีพรรณ วิจิตรรัตน์
Graphic Designer นิสากร ฤทธาภัย
Show note หนึ่งฤดี ธนสารวิสุทธิ์
Proofreader วรรษมล สิงหโกมล, ภาวิกา ขันติศรีสกุล
Webmaster ไชยพร ศิริกลการ
Channel Admin เอกราช มอเซอร์
Social Media Admin สุทธกิตติ์ สุทธาวรรณกุล, ธิติกร ลิ้มทองมณี, วนัชพร ดวงนิล
Archive Officer ชริน จำปาวัน
The post ลงทุนสูตรถนน 5 สาย เกษียณไวทำได้จริง Feat. นิ้วโป้ง Fundamental VI appeared first on THE STANDARD.
]]>
ทำงานเก่งแล้วอยากลงทุนให้เก่งด้วย เป็นไปได้ไหม โ […]
The post ทำงานและลงทุนแบบมนุษย์เงินเดือนสายพันธุ์ใหม่ Feat. นานิ นิธินวกร appeared first on THE STANDARD.
]]>
ทำงานเก่งแล้วอยากลงทุนให้เก่งด้วย เป็นไปได้ไหม
โค้ชหนุ่ม และ โอมศิริ ชวน นานิ นิธินวกร เจ้าของหนังสือ สร้างเงินล้านก่อนเรียนจบ และ สร้างเงินล้านด้วยงานออฟฟิศ มาพูดคุยถอดวิธีคิด ทำอย่างไรถึงมีเงินล้านตั้งแต่อายุ 20 บทเรียนการทำงานทั้งจาก Grab, Agoda และปัจจุบันคือ Senior Product Owner ของ Revolut ดิจิทัลแบงกิ้งสัญชาติอังกฤษ
รวมทั้งแง่มุมด้านการลงทุนที่เรียนรู้จากความผิดพลาด และแนวคิดใหม่อย่างการ ‘ลงทุนในบริษัทที่ทำงาน’ จริงๆ แล้วเป็นอย่างไร
อยากได้ความรู้เพิ่มเติมที่ตอบโจทย์การลงทุน เหมาะกับผู้ที่อยากเตรียมพร้อม ก่อนเริ่มลงมือ เข้าไปอ่านข้อมูลดีๆ ได้ที่ https://www.setinvestnow.com/th/home ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
อยากเปิดบัญชีลงทุน www.setinvestnow.com/openacc คลิกไปที่เมนูเปิดบัญชี และคลิกต่อไปยังโบรกเกอร์ที่พร้อมให้บริการได้ง่ายๆ
การเรียนรู้ของเราเริ่มต้นจากความผิดพลาด
ก้าวเข้าสู่โลกการเงินการลงทุนได้อย่างไร
เริ่มมาจากการที่คุณพ่อของเราเริ่มศึกษาเกี่ยวกับการเงินการลงทุนด้วยตัวเองก่อน เวลาที่เขาอ่านหนังสืออะไร ได้ยินได้ฟังอะไรมา เขาก็จะมาเล่าให้เราฟังอยู่ตลอด ตั้งแต่เราเรียนอยู่ช่วงประถมปลาย รวมถึงในวันเกิดเรา คุณพ่อก็มักจะให้หนังสือเกี่ยวกับเรื่องการเงินการลงทุน ทำให้เราสนใจและศึกษาตามคุณพ่อมาเรื่อยๆ พอถึงจุดหนึ่งเราก็เริ่มอยากลองลงทุนเอง เราก็เริ่มลงทุนกับตลาดหลักทรัพย์จากเงินแต๊ะเอียของตัวเองก่อน ซึ่งช่วงนั้นก็ได้ผลตอบแทนกลับมาค่อนข้างดี จากนั้นก็ลงทุนเองมาเรื่อยๆ ระหว่างช่วงก่อนไปเรียนที่สิงคโปร์จากการสอบชิงทุนได้ เราก็ไปหารายได้ด้วยการสอนพิเศษ เพื่อที่จะนำเงินที่ได้มาลงทุนในพอร์ตเพิ่มขึ้น โชคดีมากที่ช่วงนั้นตลาดเป็นขาขึ้น ทำให้ก่อนอายุ 20 ปีเราก็สามารถมีเงินล้านได้ เราจึงเริ่มเขียนหนังสือ สร้างเงินล้านก่อนเรียนจบ แต่ผ่านมาสักระยะหนึ่ง เราก็เริ่มเจ็บตัวกับการลงทุน จุดนั้นเองเป็นจุดที่เราได้เริ่มเรียนรู้จริงๆ
เป้าหมายหลังจากที่ได้จับเงินล้านแล้วคืออะไร
โดยส่วนตัวเราเป็นคนอยากมีอิสรภาพทางการเงินอยู่แล้ว และอยากมีก่อนอายุ 35 ปีด้วย อิสรภาพในความหมายของเราคือ การที่ตัวเราเองสามารถเลือกได้ว่าจะทำงานประจำหรือไม่ หรือพูดง่ายๆ ว่าการมีอิสระที่จะเลือกได้ แต่เราก็ยังมีภาระที่ต้องรับผิดชอบร่วมกับครอบครัว ทำให้ต้องค่อยๆ สร้างแบบค่อยเป็นค่อยไป
อะไรคือเป้าหมายในการทำงาน
เรามองว่าการทำงานประจำจะทำให้พอร์ตการลงทุนของเราโตขึ้นได้มากกว่าการที่เราออกมาเป็นนักลงทุนเต็มเวลา แต่ช่วงแรกที่ทำงานประจำ เราก็แทบไม่มีเงินเก็บเลย เพราะเราทำงานที่ไทย และเรตเงินเดือนของไทยก็ไม่ได้สูงเท่าในต่างประเทศ เราจึงเริ่มคิดที่จะพัฒนาตัวเองเป็นมนุษย์เงินเดือนสายพันธุ์ใหม่ เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขียนหนังสือเล่มที่ 2 ที่ชื่อว่า สร้างเงินล้านด้วยงานออฟฟิศ ในจุดนั้นเราได้เรียนรู้ว่าเราต้องพยายามควบคุมค่าใช้จ่าย เพื่อให้สามารถแบ่งเงินมาลงทุนต่อเนื่องได้ตามที่ตั้งใจไว้ โชคดีที่เรามีโอกาสในงานใหม่ๆ ด้วย เราก็พยายามผลักตัวเองไปทำงานในบริษัทที่เป็นสายเทคสตาร์ทอัพ จนวันหนึ่งก็สามารถเข้าทำงานที่บริษัทในสิงคโปร์ได้จริงๆ เราจึงเริ่มเก็บเงินได้ตั้งแต่ตอนนั้น แล้วก็เริ่มสนุกกับการลงทุน ไม่ได้เคร่งเครียดเท่ากับช่วงแรก เพราะโดยส่วนตัวเชื่อว่า ถ้าเราใฝ่ดี เราจะได้รับโอกาสที่เข้ามาในชีวิตเสมอ
เราต้องมองหาบริษัทที่เติบโตไปกับเขาได้ เพราะการทำงานถือเป็นการลงทุนกับบริษัทนั้นๆ ด้วยเช่นกัน
ชื่นชอบการลงทุนในอุตสาหกรรมกลุ่มไหนเป็นพิเศษ
ตั้งแต่แรกที่เริ่มลงทุน เราก็เลือกหุ้นกลุ่มที่เราคิดว่าตัวเองรู้จริงมาตลอด หุ้นที่เราศึกษามันอย่างจริงจัง ช่วงที่ทำงานอยู่ที่สิงคโปร์ เราก็ทำมากกว่าคนอื่น เพราะมีความเชื่อว่าถ้าเราฉลาดให้เท่าคนอื่น แต่ขยันกว่าคนอื่นสองเท่า เราก็ได้สองเท่า จึงได้โปรโมตค่อนข้างเร็ว ตอนโปรโมตทางบริษัทก็ขึ้นเงินเดือนให้ และได้ถือหุ้นบริษัทด้วย เพราะเขาต้องการให้เราอยู่กับเขานานๆ เราก็รู้สึกตื่นเต้นมาก แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรมากมาย พอย้ายที่ทำงาน เขาก็ให้หุ้นเราอีก แต่ก็ต้องอยู่ให้ครบปีตามเงื่อนไขของบริษัท ช่วงนั้นเราก็เริ่มศึกษาการเติบโตของหุ้นแต่ละตัวแบบจริงจัง ก็ทำให้รู้ว่าเราต้องมองหาบริษัทที่เราเติบโตไปกับเขาได้ เพราะการทำงานถือเป็นการลงทุนกับบริษัทนั้นๆ ด้วยเช่นกัน ต่อมาเราก็ได้เข้าทำงานในบริษัทฟินเทคตามที่ตั้งใจไว้ แนะนำน้องๆ ที่เพิ่งเริ่มทำงานว่า ในชีวิตช่วงแรกของการทำงานประจำ ให้โฟกัสการมีหัวหน้าที่ดีก่อนการมีเงินเดือนเยอะ เพราะมันมีผลกับโอกาสที่เราจะได้รับด้วย และโดยส่วนตัวมองว่าเรื่องการเงินการลงทุนเป็นเรื่องที่สำคัญมาก อยากให้ประเทศไทยปลูกฝังเรื่องนี้ตั้งแต่เด็กๆ เพราะมันจะเป็นประโยชน์กับเด็กไทยอย่างมาก
ฉลาดให้เท่าคนอื่น แต่ขยันมากกว่าคนอื่นสองเท่า
จากสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลต่อการทำงานและการลงทุนมากน้อยแค่ไหน
ตัวเราเองก็เจอผลกระทบอยู่เหมือนกัน แต่มองว่ามันเป็นการตอกย้ำให้เรารู้ว่า การวางแผนล่วงหน้าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ช่วงเวลาที่เกิดวิกฤต ให้สังเกตว่ามันจะมีเรื่องอื่นๆ ตามมาด้วย เช่น หุ้นก็จะลง หรือบางคนอาจจะถูกให้ออกจากงาน ดังนั้นถ้าเราไม่มีเงินสดอยู่กับตัวเลยจะลำบากมาก สถานการณ์โควิด-19 ทำให้เรารู้ตัวว่าต้องเตรียมแผนสำรองไว้เสมอ เพราะไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้นกับเราในอนาคต
อยากฝากอะไรถึงนักลงทุนรุ่นใหม่
แนะนำว่าให้มองตัวเองเป็นหุ้นตัวหนึ่งในบริษัท แล้วถ้าเราเป็นบริษัทนี้ เราจะลงทุนอย่างไรให้บริษัทเติบโต ก่อนอื่นต้องวางกลยุทธ์ของตัวเองให้ได้ว่าจะให้บริษัทนี้ขยายไปในทิศทางไหนบ้าง เพื่อให้มันเติบโตได้ในระยะยาวและยั่งยืน ได้ผลกำไรมาก็นำไปลงทุนต่อ พูดง่ายๆ คือให้มองตัวเองเป็นบริษัท และทำตัวเองให้เป็นบริษัทที่น่าลงทุน นอกจากนี้สิ่งสำคัญในชีวิตนอกจากเรื่องเงินและการลงทุนของตัวเราเอง เราต้องไม่ลืมครอบครัวและเพื่อน เพราะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พวกเขาคือคนที่คอยเติมเต็มและสนับสนุนเราจริงๆ
มองตัวเองเป็นบริษัท และทำตัวเองให้เป็นบริษัทที่น่าลงทุน
สามารถฟังพอดแคสต์ The Money Growth by The Money Coach
ผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ ที่คุณสะดวกหรือใช้อยู่แล้วได้เลย

Credits
The Hosts จักรพงษ์ เมษพันธุ์, โอมศิริ วีระกุล
Show Creator จักรพงษ์ เมษพันธุ์
Executive Producer เชษฐพงศ์ ชูประดิษฐ์
Project Manager ณปภัช ฤทธิอัครกุล
Show Producer โอมศิริ วีระกุล
Sound Editor เชษฐพงศ์ ชูประดิษฐ์
Video Editor เสาวภา โตสวาท
Sound Designer & Engineer กฤตพล จียะเกียรติ
Recording Engineer ขจีพรรณ วิจิตรรัตน์
Videographer ศศิพิมพ์ อนันตกรณีวัฒน์
Graphic Designer นิสากร ฤทธาภัย
Show note หนึ่งฤดี ธนสารวิสุทธิ์
Proofreader พรนภัส ชำนาญค้า
Webmaster ไชยพร ศิริกลการ
Channel Admin เอกราช มอเซอร์
Social Media Admin สุทธกิตติ์ สุทธาวรรณกุล, ธิติกร ลิ้มทองมณี, วนัชพร ดวงนิล
Archive Officer ชริน จำปาวัน
The post ทำงานและลงทุนแบบมนุษย์เงินเดือนสายพันธุ์ใหม่ Feat. นานิ นิธินวกร appeared first on THE STANDARD.
]]>
ฟรีแลนซ์กับความมั่นคงดูเป็นเรื่องที่สวนทางกัน เราจะวางแ […]
The post เป็นฟรีแลนซ์ก็วางแผนการเงินการลงทุนให้ชีวิตมั่นคงได้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
ฟรีแลนซ์กับความมั่นคงดูเป็นเรื่องที่สวนทางกัน เราจะวางแผนและตั้งเป้าหมายให้เกิดสิ่งนั้นได้อย่างไร
โค้ชหนุ่มและโอมศิริ ชวน ปั้น-จิตรกร แสงวิสุทธิ์ เจ้าของเพจ นายปั้นเงิน ฟรีแลนซ์ผู้ให้ความรู้เรื่องวางแผนการเงินการลงทุน มาแชร์วิธีตั้งเป้าหมาย การสร้างพอร์ตสำคัญอย่างการเกษียณ และการจัดสรรเงินลงทุนให้เหมาะสมในทุกช่วงวัยของชีวิตฟรีแลนซ์
อะไรคือข้อดีของฟรีแลนซ์หรือคนที่ทำงานอิสระ
ตามชื่อเลยก็คือมีอิสระ อยากจะทำอะไรเมื่อไรก็ได้ อยากจะรับงานเมื่อไรก็ได้ ในความเป็นจริง ช่วงแรกของชีวิตฟรีแลนซ์อาจจะได้อิสระในแง่ของเวลา เลือกที่จะไปเที่ยวหรือทำงานวันไหนก็ได้ แต่ในวันที่มีงานเข้ามาเยอะๆ ฟรีแลนซ์บางคนอาจจะทำงานหนักกว่าคนที่ทำงานประจำด้วยซ้ำ สิ่งสำคัญจึงอยู่ที่การจัดการเวลาของตัวเอง ข้อดีอีกเรื่องของฟรีแลนซ์หรืออาชีพอิสระก็คือไม่มีเพดานรายได้ ขึ้นอยู่กับความสามารถในการรับงานของเราว่าทำได้มากน้อยแค่ไหน
ทำไมมีความคิดเรื่องการวางแผนเกษียณตั้งแต่อายุ 29 ปี
เมื่อก่อนเคยคิดว่าการวางแผนเกษียณเป็นเรื่องของผู้สูงอายุ แต่พอมาคิดดูแล้วถ้าเราวางแผนเร็วกว่าคนทั่วไป 20 ปี ผลตอบแทนที่ได้จะต่างกันมหาศาลเลย สมมติถ้าเราวางแผนเกษียณตั้งแต่เรียนจบ ช่วงที่อายุ 20 กว่าๆ ในประเทศไทยคนเกษียณอายุ 60 ปี ความต่างจะอยู่ที่ประมาณ 35 ปี ถ้าเราเริ่มเร็ว เราก็จะมีโอกาสมากกว่าคนอื่น เราจะสามารถออกแบบชีวิตที่ต้องการได้หลากหลายและยืดหยุ่นมากขึ้น ต่างจากคนที่อายุมากแล้วเพิ่งมาวางแผนเกษียณ เพราะถ้าถึงตอนนั้น สถานะทางครอบครัว สถานะทางการเงิน หรือเรื่องต่างๆ จะยิ่งกำหนดกรอบให้เราต้องมีชีวิตแบบนั้น เราไม่สามารถฝันอะไรได้เยอะ ผมเรียนจบบัญชีมาและอยู่กับตัวเลขมาตั้งแต่ตอนนั้น เราก็เลยเข้ามาศึกษาเรื่องการเงินด้วย พอได้มาศึกษาจริงๆ ก็ทำให้เรารู้ว่าการเงินเป็นคนละเรื่องกับบัญชี งานที่ผมทำช่วงแรกดูเหมือนจะอิสระ แต่ในวันที่เราเริ่มรับงานแบบเดิมเข้ามาเรื่อยๆ มันก็ดูคล้ายกับงานประจำเหมือนกัน แค่เราไม่ได้สวัสดิการเหมือนงานประจำเท่านั้นเอง เราก็ยังคงต้องทำงานในช่วงเวลาเดิมของเราอยู่ เพียงแต่ว่าในช่วงที่เราอยากมีรายได้หรือเวลาเพิ่มขึ้น เราก็สามารถเลือกได้ว่าจะรับหรือไม่รับงานที่เข้ามา
ถ้าเราเริ่มเร็ว เราก็จะมีโอกาสมากกว่าคนอื่น
มีวิธีการออมหรือการลงทุนอย่างไรหลังจากที่มาเป็นฟรีแลนซ์
ด้วยความที่ผมเคยทำงานประจำมาก่อน ก็จะพอรู้ว่าเราต้องแบ่งสัดส่วนการใช้และเก็บเงินอย่างไร แต่ช่วงแรกที่มาเป็นฟรีแลนซ์อึดอัดมาก เพราะรายได้ไม่มั่นคงหรือเข้ามาเหมือนเดิม เงินก็ยังน้อย ไม่รู้จะเอาที่ไหนไปเก็บ เราก็เก็บเท่าที่เก็บได้มาเรื่อยๆ ในวันที่เรามีรายได้เพิ่มขึ้น เราก็วางแผนเงินออมล่วงหน้าไว้ ส่วนใหญ่ฟรีแลนซ์จะรู้ว่ารายได้ในอนาคตของเราจะเข้ามาเมื่อไร เราก็สามารถกำหนดได้ว่าเราจะเก็บเท่าไรจากรายได้ที่เราคาดการณ์ไว้ล่วงหน้า อีกวิธีคือการจัดสัดส่วนเงินเก็บไว้ 1 ปีล่วงหน้า เช่น ปีนี้เราตั้งใจจะเก็บเงิน 100,000 บาท เราก็ควรเก็บมาตั้งแต่ปีที่แล้ว เพราะเราไม่รู้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น คนที่เป็นฟรีแลนซ์ต้องมองให้ไกลกว่าคนทำงานประจำ ในอีก 3 เดือน 6 เดือนข้างหน้าเราต้องเก็บเงินไว้เท่าไร เพราะความเสี่ยงมันเยอะกว่างานประจำอยู่แล้ว
คนที่เป็นฟรีแลนซ์ต้องมองให้ไกลกว่าคนทำงานประจำ
การลงทุนในชีวิตครั้งแรกของนายปั้นเงิน
จริงๆ ผมลงทุนมาตั้งแต่ตอนเรียนแล้ว ขอเงินพ่อมาลงทุนในหุ้น 30,000 บาท ตอนนั้นเราเรียนบัญชีก็มีความรู้เกี่ยวกับการอ่านงบการเงิน ร้อนวิชามาก เราเริ่มที่หุ้นเพราะกองทุนหรืออย่างอื่นไม่ได้มีงบการเงินให้ดู ช่วงแรกหุ้นตัวไหนงบการเงินดีเราก็ซื้อทันที ตอนนั้นยังไม่รู้จักการกระจายพอร์ตหรือการสังเกตธุรกิจ หุ้นตัวแรกที่ซื้อเป็นหุ้นเกี่ยวกับธุรกิจเหล็ก แช่ไว้ 1 ปี ด้วยความที่ธุรกิจเหล็กเป็นอะไรที่ตลาดไม่ค่อยสนใจ งบการเงินจึงไม่ได้โตอะไรมากมาย พอถือไปเรื่อยๆ ก็เริ่มรู้สึกว่าทำไมราคานิ่ง ได้แค่เงินปันผลมานิดหน่อย เพื่อนที่ซื้อหุ้นพร้อมกันแต่ลงตัวอื่นราคากลับขึ้นไปเรื่อยๆ ตอนนั้นก็เป็นบทเรียนให้เราว่า ควรจะมีมุมมองที่หลากหลายมากกว่านี้ หลังจากนั้นมาก็ไปลงทุนแบบเทรดเดอร์ ช่วงแรกก็ยังไปได้อยู่ แต่ช่วงหลังเราอยากได้มากขึ้นก็เลยไปเชื่อคนอื่น หุ้นตัวนั้นตัวนี้ดีก็ซื้อตาม ตอนนั้นเริ่มทำงานแล้วก็เอาเงินตัวเองใส่เข้าไปเรื่อยๆ จนผลตอบแทนเริ่มขาดทุนหนักมาก ขาดทุนหลักแสน เริ่มรู้สึกว่าเทรดเดอร์อาจจะไม่ใช่ทางของเรา ตัดสินใจนำเงินออกมาจากพอร์ตไปลงทุนในหุ้นใหญ่ๆ กระจายสัดส่วนมาในสินทรัพย์อื่นบ้าง เพราะตอนแรกไม่เคยสนใจกองทุนเลย เพราะคิดว่ามันช้า แต่พอศึกษาก็พบว่ากองทุนบางประเภทก็ช่วยให้เราเร็วได้ จากเดิมที่เราสนใจแต่เรื่องผลตอบแทน เราก็มาสนใจเรื่องความเสี่ยงมากขึ้น เพราะการลงทุนมีสองด้านเสมอ พอเรากระจายสัดส่วนพอร์ตได้ดีแล้ว เราก็มาศึกษาเรื่องการวางแผนการเงิน การวางแผนการเกษียณ และเรื่องอื่นๆ เพิ่มเติม
คำแนะนำสำหรับฟรีแลนซ์ที่อยากเริ่มลงทุน
ไม่ว่าอาชีพอะไรหลักการลงทุนก็เหมือนกัน เพียงแต่เครื่องมืออาจจะต่างกัน มนุษย์เงินเดือนอาจจะมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นสวัสดิการ ดังนั้นคนที่เป็นฟรีแลนซ์ควรจะเริ่มลงทุนให้ไว เพราะเรามีข้อดีตรงที่เพดานรายได้เราไม่จํากัด ถ้าเราหาได้มากก็สามารถนำเงินมาทบได้มากขึ้น แต่สำหรับฟรีแลนซ์ที่ต้องการลงทุนระยะยาว แนะนำว่าให้ประเมินตัวเองก่อน ผมเชื่อว่าคนที่เป็นฟรีแลนซ์จะวางแผนชีวิตได้ค่อนข้างดี ก่อนจะเริ่มลงทุน เราต้องวางแผนให้ดีว่าชีวิตของเรามีเป้าหมายอะไรบ้าง โดยอาจจะทำประกันคุ้มครองความเสี่ยงที่จำเป็นไว้ด้วย ฟรีแลนซ์ควรจะเก็บเงินสำรองให้มากกว่ามนุษย์เงินเดือน เพราะถ้างานไม่เข้าเงินจะกลายเป็นศูนย์ทันที อย่างน้อยควรจะมีเงินสำรองไว้ประมาณ 1 ปี แต่ช่วงที่มีโควิดแบบนี้ ผมคิดว่าอาจจะไม่พอ ควรจะต้องสำรองไว้ 18-24 เดือนด้วยซ้ำ เพราะหลายๆ อย่างมันไม่แน่นอน
ไม่ว่าอาชีพอะไรหลักการลงทุนก็เหมือนกัน เพียงแต่เครื่องมืออาจจะต่างกัน คนที่เป็นฟรีแลนซ์ควรจะเริ่มลงทุนให้ไว เพราะเรามีข้อดีตรงที่เพดานรายได้เราไม่จํากัด และก่อนจะเริ่มลงทุน เราต้องวางแผนให้ดีว่าชีวิตของเรามีเป้าหมายอะไรบ้าง
สำหรับตัวผมเอง พอร์ตที่สำคัญที่สุดคือพอร์ตการเกษียณ ผมวางแผนไว้ว่าอายุ 55-60 ปีจะเลิกทำงาน ผมก็จะต้องคิดแล้วว่าช่วงเวลานั้นจะต้องมีเงินเท่าไร และเราอยากจะใช้เงินเดือนละเท่าไร จากวันนี้ไปถึงตอนนั้นเป็นระยะเวลากี่ปี ต้องการผลตอบแทนเท่าไร แล้วก็มาดูว่าระหว่างทางก่อนเกษียณเรามีเรื่องอะไรที่อยากจะได้บ้าง ผมเป็นคนชอบการท่องเที่ยว เราอาจจะต้องเก็บเงินไว้เพื่อไปเที่ยวทุกปี ถ้าในช่วงเหตุการณ์ปกติ ผมจะไปเที่ยวต่างประเทศปีละ 1-2 ครั้ง ใช้งบประมาณครั้งละประมาณ 50,000 บาท ผมก็จะคิดแล้วว่าต้องเก็บเงินเท่าไร อาจจะลงทุนในพอร์ตที่ใช้เงินไม่มากแต่เก็บไปเรื่อยๆ ก็หารออกมาว่าต้องเก็บเดือนละเท่าไร แผนตรงนี้เป็นแผนระยะสั้นที่สามารถยืดหยุ่นได้ แต่เงินที่เราต้องใช้แน่ๆ ก็ควรจะเก็บไว้ในออมทรัพย์หรือในตราสารหนี้ระยะยาวก็ได้ สำหรับคนที่อยากจะแต่งงานในอีก 3-5 ปีข้างหน้าถือว่าเป็นแผนระยะกลาง ให้คิดตั้งแต่ตอนนี้เลย หรือบางคนต้องเก็บเงินไว้สำหรับการศึกษาของลูก ก็ต้องวางแผนไว้ล่วงหน้า เพราะขนาดของเงินในแต่ละเวลากับเป้าหมายมันไม่เท่ากัน ระยะสั้นเราอาจจะเสี่ยงได้น้อย ระยะกลางเราอาจจะเสี่ยงได้มากหน่อย ต้องรู้จักตัวเองว่าสามารถยืดหยุ่นอย่างไรได้บ้าง แล้วก็จัดพอร์ตให้เหมาะสมกับเป้าหมายของเรา
ช่วยแนะนำเกี่ยวกับการจัดพอร์ตสำหรับคนแต่ละช่วงอายุ
คนแต่ละช่วงอายุมีความต้องการไม่เหมือนกัน ตอนนี้ผมอาจจะมีหลายพอร์ตเพราะมีหลายเป้าหมาย แต่ในวันที่ผมอายุมากขึ้น เรารู้แล้วว่าชีวิตต้องการอะไร เราจะเริ่มจัดพอร์ตรวมกันและเริ่มเน้นความต้องการใดความต้องการหนึ่งมากขึ้น ช่วงอายุ 25-30 ปี เราจะฝันเยอะและกล้าเสี่ยง ถ้าเราเริ่มวางแผนตั้งแต่อายุน้อย เราจะมองเห็น Career Path ของเรา คนที่เป็นฟรีแลนซ์จะมองออกว่าตัวเองมีโอกาสเติบโตอย่างไรได้บ้าง ในช่วงที่เราโฟกัสกับการทำงาน ขณะเดียวกันก็โฟกัสกับแผนการเกษียณไปด้วย การที่เราวางแผนเกษียณตั้งแต่อายุน้อย เราจะมีโอกาสและมีความยืดหยุ่นมากกว่าคนอื่น ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขชีวิตของแต่ละคน อย่างไรก็ตาม ต้องมีเงินสำรองของตัวเองไว้ด้วย ส่วนคนอายุ 35-45 ปี ฟรีแลนซ์อายุเท่านี้จะมีประสบการณ์และเริ่มมั่นคงมากขึ้น มีการวางแผนมากขึ้น ช่วงอายุเท่านี้ยังสามารถรับความเสี่ยงได้อยู่ แต่อาจจะไม่ได้มากเท่าคนอายุ 25-30 ปี คนที่มีเวลามากพออาจจะไปศึกษาและลงทุนในหุ้น คนที่รับความเสี่ยงได้สูงอาจจะลงทุนในหุ้นสัก 70% และ 30% ลงทุนในตราสารหนี้หรือสินทรัพย์ประเภทอื่น ถ้าไม่มีความรู้ความเข้าใจในหุ้น แนะนำให้ไปลงทุนในกองทุนรวม โดยจัดสัดส่วนให้เหมาะสมกับรูปแบบชีวิตที่ต้องการ ส่วนคนที่อายุ 45-55 ปี ฟรีแลนซ์ส่วนใหญ่ในอายุเท่านี้จะมั่นคงแล้ว หรือบางคนอาจจะเปิดกิจการ มีบริษัทเป็นของตัวเอง แต่สิ่งที่ต้องมองคืออีกไม่กี่ปีก็ต้องหยุดทำงาน เพราะร่างกายไม่ได้แข็งแรงเหมือนเดิมแล้ว อาจจะแบ่งเงินไปอยู่ในกลุ่มออมทรัพย์หรือสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำ เช่น ตราสารหนี้ หรือบางคนที่รู้สึกว่าทั้งหมดที่เก็บมาปลอดภัยแล้ว ก็สามารถยกเงินทั้งหมดไปไว้ในออมทรัพย์ก็ได้ รายได้ที่เข้ามาก็เป็นโบนัสที่เอาไปใช้จ่ายแทน อยากบอกว่าเครื่องมือเป็นเรื่องสำคัญ คนที่มีเวลามากหน่อยอาจจะไปศึกษาหุ้นรายตัว แต่คนที่มีเวลาน้อยก็ควรไปลงทุนในกองทุนรวม หรือบางคนอยากได้เงินบำนาญเหมือนเพื่อนที่ทำงานประจำ ก็อาจจะไปทำประกันบำนาญไว้ เพื่อที่อนาคตจะได้มีเงินเข้ามาสม่ำเสมอ
อยากฝากอะไรกับชาวฟรีแลนซ์
เรื่องการเงินเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับทุกคน แม้ว่าฟรีแลนซ์จะเป็นอาชีพที่หาเงินได้ค่อนข้างเก่ง แต่อย่าลืมว่าอาชีพนี้ก็ค่อนข้างเสี่ยง เพราะมันไม่มั่นคงเหมือนงานประจำ แนะนำว่าควรแบ่งเงินบางส่วนมาทำให้ชีวิตมั่นคงด้วย ในวันที่เราอายุมากขึ้นความสามารถของเราจะยิ่งถดถอยลงไป ในวันนั้นถ้าเราไม่สามารถทำงานได้เหมือนเดิม และไม่มีเงินสำรอง มันอาจจะทำให้เราหาทางไปต่อไม่ถูก
ในวันที่เรามีความสามารถในการทำงานอยู่ ก็ควรจะแบ่งเงินไปวางแผนสำรองให้ตัวเอง เพื่อที่เราจะได้เดินไปข้างหน้าแบบไม่ต้องพะวงข้างหลัง
หากหารายได้มากมายแล้ว ก็อย่าลืมนำเงินไปต่อเงินด้วยการลงทุน และหากอยากได้ความรู้เพิ่มเติมที่ตอบโจทย์การลงทุน เหมาะกับผู้ที่อยากเตรียมพร้อม ก่อนเริ่มลงมือ เข้าไปอ่านข้อมูลดีๆ ได้ที่นี่ https://www.setinvestnow.com/th/home ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
อยากเปิดบัญชีลงทุน www.setinvestnow.com/openacc คลิกไปที่เมนูเปิดบัญชี และคลิกต่อไปยังโบรกเกอร์ที่พร้อมให้บริการได้ง่ายๆ
Credits
The Hosts จักรพงษ์ เมษพันธุ์, โอมศิริ วีระกุล
Show Creator จักรพงษ์ เมษพันธุ์
Executive Producer เชษฐพงศ์ ชูประดิษฐ์
Project Manager ณปภัช ฤทธิอัครกุล
Show Producer โอมศิริ วีระกุล
Sound Editor เชษฐพงศ์ ชูประดิษฐ์
Sound Designer & Engineer กฤตพล จียะเกียรติ
Recording Engineer ขจีพรรณ วิจิตรรัตน์
Videographer อนุรักษ์ นนทจิตต์
Graphic Designer นิสากร ฤทธาภัย
Show note หนึ่งฤดี ธนสารวิสุทธิ์
Proofreader ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์
Webmaster ณฐพร โรจน์อนุสรณ์
Channel Admin เอกราช มอเซอร์
Social Media Admin สุทธกิตติ์ สุทธาวรรณกุล, ธิติกร ลิ้มทองมณี, วนัชพร ดวงนิล
Archive Officer ชริน จำปาวัน
The post เป็นฟรีแลนซ์ก็วางแผนการเงินการลงทุนให้ชีวิตมั่นคงได้ appeared first on THE STANDARD.
]]>
โค้ชหนุ่มและโอมศิริขอมอบ ‘พรปีใหม่’ เวอร์ชันการเงิน-การ […]
The post พรการเงิน-การลงทุน 6 ข้อ ต้อนรับปี 2564 appeared first on THE STANDARD.
]]>
โค้ชหนุ่มและโอมศิริขอมอบ ‘พรปีใหม่’ เวอร์ชันการเงิน-การลงทุน ที่กลั่นกรองมาจากบทเรียนช่วงฝ่าวิกฤตอันหนักหน่วงในปีที่ผ่านมา ถือเป็น Mindset เพื่อริเริ่มหรือต่อยอดทางการเงินและการลงทุนให้ราบรื่นลุล่วงตลอดทั้งปี
ปีนี้ทำให้เราทุกคนเห็นความสำคัญของแผนการเงินที่มารองรับความไม่แน่นอนในสภาพเศรษฐกิจ ยังทำให้เรามองเห็นภาพรวมในอนาคตหลังวิกฤตครั้งนี้ว่าแผนการเงินสำคัญกับตัวเรามากแค่ไหน
วิกฤตครั้งนี้ฉีกตำราเงินสำรองฉุกเฉินอย่างน้อย 3-6 เดือน เพราะอย่างน้อยเราควรจะต้องมีเงินสำรองฉุกเฉิน 10-12 เดือน เพราะก่อนหน้านี้คงไม่มีใครคาดคิดว่าวิกฤตครั้งนี้จะยาวนานข้ามปี
หลายคนเข้ามาในตลาดหุ้นก็เพื่อผลกำไร แต่ผลกำไรจะยั่งยืนได้อย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับแผนการลงทุนที่แน่นอน
สถานการณ์ที่ผ่านมาตอกย้ำเราว่า ยุคนี้ใครมีรายได้เพียงหนึ่งทางย่อมมีความเสี่ยงสูงต่อการใช้จ่ายเป็นอย่างมาก ทางที่ดีหัดหารายได้หลายๆ ทาง เพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตและสภาพคล่องทางการเงินในโลกที่ไม่มีการงานอะไรแน่นอนจะดีกว่า
ช่วงวิกฤตโควิด-19 เป็นช่วงที่เราเห็นปริมาณของคนเป็นหนี้จำนวนมากที่หัดมาใช้บริการพักชำระหนี้สินกันเยอะมาก แต่การเป็นหนี้ไม่ใช่เรื่องผิด หากหนี้สินที่เกิดขึ้นเป็นหนี้จำเป็น เช่น หนี้ที่อยู่อาศัย หรือหนี้ดีเพื่อต่อยอดให้เงินทำงาน สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ เราต้องมีทักษะบริหารหนี้ เพื่อสร้างให้เกิดโอกาสในการต่อยอดในการลงทุนมากกว่า
แผนเกษียณกลายเป็นคำที่หลายคนเริ่มใหม่ความสนใจมากขึ้นหลังเผชิญหน้ากับวิกฤตครั้งนี้ และการมีแผนเกษียณนั่นย่อมก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านความคิด พฤติกรรมการใช้เงิน การหาความรู้เพื่อการลงทุนที่เหมาะสมทั้งผลตอบแทนและความเสี่ยง ต่ออนาคตข้างหน้าที่จะได้เกษียณอย่างมีความสุขโดยปราศจากความกังวลเรื่องเงินในบั้นปลายของชีวิต
คำอวยพรใดไม่สำคัญเท่าเราลงมือทำ ความสำเร็จทุกประการเราสร้างได้ด้วยตัวเอง เริ่มตั้งแต่วันนี้ สานต่อพรทางการเงินให้เป็นจริง คุณสามารถหาโซลูชั่นที่ตอบโจทย์การลงทุนในแบบคุณ ศึกษาข้อมูล ก่อนเริ่มต้นลงมือได้ที่เว็บไซต์ใหม่ที่เหมาะกับผู้อยากเริ่มต้นลงทุน www.setinvestnow.com ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
หากอยากเปิดบัญชีลงทุนก็มีเมนูเปิดบัญชีที่คุณสามารถคลิกต่อไปยังโบรกเกอร์ที่พร้อมให้บริการได้ง่ายๆ www.setinvestnow.com/openacc
สามารถฟังพอดแคสต์ The Money Growth by The Money Coach
ผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ ที่คุณสะดวกหรือใช้อยู่แล้วได้เลย

Credits
The Hosts จักรพงษ์ เมษพันธุ์, โอมศิริ วีระกุล
Show Creator จักรพงษ์ เมษพันธุ์
Executive Producer เชษฐพงศ์ ชูประดิษฐ์
Project Manager ณปภัช ฤทธิอัครกุล
Show Producer โอมศิริ วีระกุล
Sound Editor เชษฐพงศ์ ชูประดิษฐ์
Sound Designer & Engineer กฤตพล จียะเกียรติ
Recording Engineer ขจีพรรณ วิจิตรรัตน์
Videographer ศศิพิมพ์ อนันตกรณีวัฒน์
Graphic Designer นิสากร ฤทธาภัย
Proofreader ภาวิกา ขันติศรีสกุล
Webmaster รพีพรรณ เกตุสมพงษ์
Channel Admin เอกราช มอเซอร์
Social Media Admin สุทธกิตติ์ สุทธาวรรณกุล, ธิติกร ลิ้มทองมณี, วนัชพร ดวงนิล
Archive Officer ชริน จำปาวัน
The post พรการเงิน-การลงทุน 6 ข้อ ต้อนรับปี 2564 appeared first on THE STANDARD.
]]>
อยากลงทุน…แต่ไม่มีเวลาศึกษา ต้องฟัง! เพราะนักลงทุ […]
The post อาชีพหมอที่ว่ายุ่ง แบ่งเวลามาลงทุนเองอย่างไร Feat. หมอยุ่งอยากมีเวลา appeared first on THE STANDARD.
]]>
อยากลงทุน…แต่ไม่มีเวลาศึกษา ต้องฟัง! เพราะนักลงทุนรายนี้ประกอบอาชีพ ‘หมอ’ ที่ขึ้นชื่อว่ายุ่งสุดๆ แต่ยังมีเวลาศึกษา ลงทุน แถมยังให้ความรู้เรื่องลงทุนผ่านเพจ หมอยุ่งอยากมีเวลา
โค้ชหนุ่มและโอมศิริ ชวน หมอตุ้ย-พญ.อรพรรณ คงพันธุ์วิจิตร มาแชร์ประสบการณ์และวิธีคิดเรื่องการลงทุน จุดที่เอะใจ ความเละในช่วงเริ่ม การแบ่งเวลาศึกษา รวมถึงวิธีคัดกรองหุ้น
ติดตามได้ใน The Money Growth by The Money Coach เอพิโสดนี้
สำหรับท่านที่สนใจและกำลังมองหากวิธีการวางแผนภาษี หรือสนใจกองทุนรวม สามารถติดตามข้อมูลทาง Facebook: Thai Mutualfund ให้เงินทำงาน ผ่านกองทุนรวม
อะไรทำให้หันมาสนใจด้านการเงินการลงทุน
โดยส่วนตัวไม่เคยสนใจด้านการเงินการลงทุนมาก่อน ช่วงที่เรียนแพทย์ก็ขอเงินคุณพ่อคุณแม่ใช้มาตลอด พอจบมาก็ไปใช้ทุนต่างจังหวัด 3 ปี ช่วงนั้นมีรายได้เข้ามาบ้าง แต่เรายังไม่รู้จักเรื่องการเงินการลงทุน รวมถึงเรื่องวางแผนภาษีด้วย เราก็ใช้เงินไปวันๆ เหมือนมนุษย์เงินเดือนทั่วไป ต่อมาเราเรียนแพทย์เฉพาะทางอีก 3 ปี เรียนจบอายุก็ 30 นิดๆ แล้ว ประจวบกับชีวิตในตอนนั้นเกิดสะดุดลง ทำให้เราต้องหันกลับมาทบทวนตัวเองว่าด้านไหนที่เราควรจะปรับปรุงพัฒนาให้ดีขึ้น หนึ่งในนั้นก็เป็นเรื่องการเงิน เพราะเรารู้สึกว่าเราทำงานเยอะ แต่ทำไมเงินออมในบัญชีมีน้อยมาก ตอนนั้นก็เริ่มต้นจากการซื้อหนังสือเกี่ยวกับการเงินการลงทุนมาอ่านเอง ทำให้เริ่มรู้ว่าเราต้องมีรายได้ที่เป็น Passive Income รวมถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายด้านภาษีก็เป็นสิ่งที่สำคัญ การลงทุนแรกจึงเป็นการลงทุนในกองทุนลดหย่อนภาษี LTF ก่อน สักพักก็มีคนชวนเข้ามาเล่นหุ้น เราก็คิดง่ายๆ ว่าแค่ซื้อถูกขายแพงก็ได้กำไร หุ้นตัวแรกที่ซื้อเป็นกลุ่มอสังหาฯ รับเหมา ด้วยความที่ไม่มีความรู้ ทำให้ช่วงแรกที่ลงทุนไม่เป็นไปตามที่เราคิดไว้ เราก็ไปซื้อหนังสือเกี่ยวกับการลงทุนหุ้นมาศึกษาเอง แล้วค่อยๆ วิเคราะห์ตัวเองว่าชอบแบบไหน ทำให้ค้นพบว่าเราชอบการลงทุนตามแนวพื้นฐาน เป็นการลงทุนหุ้นเหมือนการลงทุนในกิจการนั้นๆ อีกอย่างเราไม่มีเวลามานั่งมอนิเตอร์ราคาหุ้น พอมั่นใจแล้วก็ศึกษาการลงทุนตามแนวพื้นฐานมากขึ้นและลงทุนต่อเนื่องมาเรื่อยๆ จากวันนั้นถึงวันนี้ที่ศึกษาการเงินการลงทุนอย่างจริงจังก็ประมาณ 6 ปีแล้ว
บริหารเวลาในการทำงานกับการศึกษาด้านการเงินการลงทุนอย่างไรบ้าง
เวลาทำงานเราก็ทำงานตามปกติ ในช่วงแรกๆ เราก็จะแบ่งเวลาที่เราว่างสักครึ่งชั่วโมงถึงหนึ่งชั่วโมงต่อวัน หรือในช่วงก่อนนอน เพื่อมาอ่านหนังสือด้านการเงินการลงทุน ถ้าเราอ่านมาเรื่อยๆ จนมีพื้นฐานแล้ว การอ่านครั้งต่อไปมันก็จะเร็วขึ้นเอง เราจะเริ่มจับประเด็นได้ จากการลงทุนตอนแรกที่มันเละ มันก็ค่อยๆ ดีขึ้น ซึ่งมันก็ต้องอาศัยระยะเวลาเป็นปี ความรู้เป็นอะไรที่สั่งสมได้
ปัจจุบันชอบลงทุนในหุ้นกลุ่มไหนเป็นพิเศษ
ด้วยความที่เราเป็นแพทย์ เราจึงชอบศึกษาหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล เพราะเราจะรู้ว่าตรงไหนที่จะมากระทบกับธุรกิจนี้ กับอีกกลุ่มหนึ่งที่ชอบคือหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว นอกนั้นก็จะมีหุ้นค้าปลีกบ้าง
วิธีการลงทุนสไตล์หมอยุ่ง
ใช้ทั้ง 2 วิธี สำหรับกองทุนลดหย่อนภาษี จะใช้การลงทุนแบบ DCA ส่วนหนึ่ง และลงทุนแบบเป็นก้อนส่วนหนึ่ง เพราะเราจะรู้อยู่แล้วตั้งแต่ต้นปีว่าเราต้องเสียภาษีประมาณเท่าไร และต้องซื้อกองทุนเพื่อลดหย่อนภาษีประมาณเท่าไร 70% เราจะนำไปลงทุนแบบ DCA ส่วนอีก 30% เราก็แบ่งไว้เพื่อติดตามทิศทางของตลาด ดูจังหวะที่เหมาะสมเพื่อเข้าไปลงทุนเพิ่ม ส่วนหุ้นที่เราลงทุนเองก็จะดูหุ้นตัวที่เราสนใจ แล้วก็รอราคาที่เหมาะสม
ทิศทางในปีหน้า
ปีหน้าต้องดีกว่าปีนี้อยู่แล้ว หุ้นหลายตัวอาจจะต้องใช้เวลาในการปรับตัวขึ้นมา ส่วนวัคซีนก็น่าจะมาช่วงกลางปีหน้า และกว่าจะกระจายวัคซีนออกไปให้ทั่วถึงก็อาจต้องใช้เวลาอีกสักพัก
มีแนวทางการคัดเลือกหุ้นและการลงทุนอย่างไรบ้าง
โดยส่วนตัวลงทุนตามแนวพื้นฐาน อย่างแรกเราก็คัดเลือกหุ้นมาเบื้องต้นก่อน ส่วนนี้ก็แล้วแต่ว่าแต่ละคนจะมีวิธีการคัดเลือกอย่างไร ส่วนตัวจะชอบหุ้นในอุตสาหกรรมที่คิดว่าจะเติบโตในอนาคต พอเราคัดหุ้นมาได้สักชุดหนึ่ง เราก็ค่อยมาศึกษาว่ากิจการของหุ้นตัวนั้นเป็นอย่างไรบ้าง ต้องเข้าใจกิจการก่อน จากนั้นก็มาดูงบการเงิน กิจการไหนที่ดูโดดเด่นเป็นผู้นำในตลาด ให้เราเข้าไปศึกษารายละเอียดของบริษัทนั้นๆ ในเว็บไซต์ของ SET ก็ได้ แล้วไปดูงบการเงินที่เขียนใน 56-1 รายได้และกำไรของเขาเป็นอย่างไร แนวโน้มที่ผ่านมาในอดีตเป็นอย่างไร เพื่อที่เราจะได้คาดการณ์ในอนาคตได้ถูกว่ามันน่าจะไปในทิศทางไหน รวมถึงก่อนจะซื้อ เราต้องประเมินมูลค่าหุ้นได้ อย่างน้อยเราต้องรู้ว่าหุ้นที่เราจะซื้อ ราคาตอนนั้นมันถูกหรือแพง
วางเป้าหมายการลงทุนของตัวเองไว้อย่างไรบ้าง
ด้วยความที่ทำงานโรงพยาบาลรัฐ เราก็จะมีเรื่องสวัสดิการต่างๆ และประกันชีวิตอยู่แล้ว เป้าหมายการลงทุนตอนนี้จึงเน้นเพื่อการเกษียณเป็นหลัก และการบริหารพอร์ตเพื่อความมั่งคั่ง เพื่อตอบโจทย์สิ่งที่ตัวเองต้องการ นั่นคือการมีเวลา
ใน 1 วัน บริหารจัดการเวลาของตัวเองอย่างไรบ้าง
ตื่นนอนประมาณ 6 โมงเช้า เวลา 6-7 โมงเช้าก็จะเขียนเพจ ช่วงเวลาที่เขียนก็จะได้รวบรวมความรู้เกี่ยวกับการเงินการลงทุนไปในตัวอยู่แล้ว พอถึงช่วง 7-8 โมงก็เตรียมตัวไปทำงาน พอดีคอนโดฯ อยู่ใกล้ที่ทำงาน เราก็ใช้เวลาขับรถไปที่ทำงานไม่นาน ตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 4 โมงเย็น เราก็ทำงานประจำที่เราทำอยู่ปกติ ดูแลคนไข้ มีประชุมบ้าง มีสอนบ้าง หลัง 4 โมงเย็นก็กลับคอนโดฯ มาออกกำลังกายสักครึ่งชั่วโมง จากนั้นก็รับประทานอาหาร ดูโทรทัศน์ ถึงช่วงทุ่มหนึ่งเราก็ไปอาบน้ำ หลังจากนั้นก็มาอ่านหนังสือ เราก็จะดูว่าช่วงนั้นเราต้องอ่านหนังสือเพิ่มเติมในเรื่องอะไร ช่วงที่โควิด-19 ระบาด เราก็ต้องอ่านหนังสือและงานวิจัยต่างๆ เกี่ยวกับโควิด-19 มากพอสมควร พอถึงช่วงประมาณ 3 ทุ่ม เราก็เริ่มคิดเนื้อหาเกี่ยวกับเพจของเราว่าเราจะเขียนอะไรบ้าง และหุ้นที่เราศึกษาอยู่ไปถึงไหนแล้ว พอประมาณ 4-5 ทุ่มเราก็เข้านอน
ผลลัพธ์การลงทุนตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้
ตอนนี้เริ่มดีขึ้นและเป็นเชิงบวก เพราะเราถือหุ้นมาสักพักหนึ่งแล้ว ถามว่าการลงทุนตอนนี้ตอบโจทย์การมีเวลาของเราได้ไหม มันก็ตอบโจทย์พอสมควรแล้ว แต่เราก็ยังอยากทำงานประจำของเราอยู่ เราอยากเห็นพอร์ตของเราโตขึ้นเรื่อยๆ เพราะมันก็เป็นความสุขของเรา สิ่งที่แตกต่างจากเมื่อก่อนอย่างชัดเจนคือเรื่องของเป้าหมาย เมื่อก่อนเราใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ ไม่ได้วางแผนเรื่องการเงินการลงทุนอะไรเลย แต่พอถึงวันนี้เรารู้สึกเลยว่าชีวิตการเงินของเรามันคล่องตัวขึ้นและมีอิสระมากขึ้น งานไหนที่ไม่อยากทำก็ปฏิเสธได้ ต่างจากเมื่อก่อนที่เราต้องทำงานพาร์ตไทม์ ต้องไปอยู่เวรตอนกลางคืน และยังเลือกอะไรไม่ได้มากนัก
สามารถฟังพอดแคสต์ The Money Growth by The Money Coach
ผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ ที่คุณสะดวกหรือใช้อยู่แล้วได้เลย

Credits
The Hosts จักรพงษ์ เมษพันธุ์, โอมศิริ วีระกุล
Show Creator จักรพงษ์ เมษพันธุ์
Executive Producer เชษฐพงศ์ ชูประดิษฐ์
Project Manager ณปภัช ฤทธิอัครกุล
Show Producer โอมศิริ วีระกุล
Sound Editor เชษฐพงศ์ ชูประดิษฐ์
Sound Designer & Engineer กฤตพล จียะเกียรติ
Recording Engineer ขจีพรรณ วิจิตรรัตน์
Videographer ศศิพิมพ์ อนันตกรณีวัฒน์
Graphic Designer นิสากร ฤทธาภัย
Shownote หนึ่งฤดี ธนสารวิสุทธิ์
Proofreader ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์
Webmaster ไชยพร ศิริกลการ
Channel Admin เอกราช มอเซอร์
Social Media Admin สุทธกิตติ์ สุทธาวรรณกุล, ธิติกร ลิ้มทองมณี, วนัชพร ดวงนิล
Archive Officer ชริน จำปาวัน
The post อาชีพหมอที่ว่ายุ่ง แบ่งเวลามาลงทุนเองอย่างไร Feat. หมอยุ่งอยากมีเวลา appeared first on THE STANDARD.
]]>
ไม่บ่อยนักที่กูรูภาษี ถนอม เกตุเอม (TaxBugnoms) จะมาแชร […]
The post โลกการลงทุนของกูรูภาษี และตอบคำถามยอดฮิต appeared first on THE STANDARD.
]]>
ไม่บ่อยนักที่กูรูภาษี ถนอม เกตุเอม (TaxBugnoms) จะมาแชร์เรื่องการลงทุน รวมถึงตอบคำถามเน้นๆ เรื่องภาษีที่เกี่ยวพันกับการลงทุนแบบเต็มอิ่ม แบบนี้ต้องยื่น แบบไหนต้องเสีย ครอบคลุมทุกคำถามฮิตจากเคสจริง และคำแนะนำการลงทุนเพื่อช่วยประหยัดภาษีในช่วงปลายปีแบบนี้
ติดตามได้ใน The Money Growth by The Money Coach เอพิโสดนี้
สำหรับท่านที่สนใจและกำลังมองหากวิธีการวางแผนภาษี หรือสนใจกองทุนรวม สามารถติดตามข้อมูลทาง Facebook : Thai Mutualfund ให้เงินทำงาน ผ่านกองทุนรวม
รู้จักโลกการลงทุนตั้งแต่เมื่อไร
ประมาณ 10 ปีที่แล้ว ปี 2008 ตอนนั้นอายุ 20 กว่าๆ ตัวเราเริ่มมีรายได้เยอะขึ้น จนมีความรู้สึกว่าอยากให้เงินเพิ่มขึ้น เพราะเงินเดือนตอนนั้นน่าจะไม่เพียงพอ เริ่มต้นด้วยการค้นหาเรื่องการลงทุนในกูเกิลเหมือนคนทั่วไป โดยเริ่มจากหุ้นก่อน เรามีเพื่อนเป็นโบรกเกอร์ ก็เลยถามเพื่อนว่าเปิดพอร์ตต้องทำอย่างไรบ้าง ช่วงนั้นเป็นช่วงหลังวิกฤตซับไพร์มพอดี ทำให้ซื้อหุ้นอะไรก็กำไรดี หุ้นตัวแรกที่ซื้อคือหุ้นสื่อสาร เพราะเรามองว่าเทคโนโลยีการสื่อสารเป็นอะไรที่เป็นเทรนด์และมีความสำคัญ กำไรที่ได้ในตอนนั้นเยอะมาก เรียกได้ว่าสองเท่าของเงินเดือน เป็นช่วงที่พีกสุดๆ แต่พอผ่านไปสักระยะหนึ่งก็เกิดวิกฤตต่างๆ จากที่เราลงทุนแบบกระจายในหุ้นหลายตัว ก็เปลี่ยนมาโฟกัสหุ้นแค่ตัวเดียว เป็นหุ้นกลุ่มพลังงาน ซึ่งตอนนั้นสถานการณ์พลิก ทำให้กำไรที่ได้มาก่อนหน้านี้หายเกลี้ยง แต่โชคดีที่ตอนนั้นเราไม่ได้ลงทุนในหุ้นอย่างเดียว เราก็เริ่มไปศึกษากองทุนลดหย่อนภาษีเพิ่มเติม จุดนั้นทำให้เราเข้าใจตลาดและการลงทุนมากขึ้น
ก่อนจะถึงช่วงที่ดิ่งลงมา ช่วงนั้นยอมรับความเสี่ยงของตัวเองได้มากน้อยแค่ไหน
ก่อนลงทุน อย่างที่รู้กันดีว่าจะมีการให้ประเมินการยอมรับความเสี่ยงของตัวเอง ตอนนั้นเราก็เข้าใจว่าอายุเรายังน้อยอยู่ ยอมรับความเสี่ยงได้เยอะ เราก็เลยลงทุนแบบทุ่มสุดตัว พอมาถึงวันที่มันดิ่งลงมาจริงๆ เราเข้าใจทันทีว่าเราไม่ได้ยอมรับความเสี่ยงได้อย่างที่เราคิด
การทำแบบประเมินยอมรับความเสี่ยงสำคัญมาก เพราะมันทำให้เราเข้าใจตัวเอง ไม่ใช่เรื่องแปลกที่คุณอายุน้อย แต่คุณไม่พร้อมที่จะยอมรับความเสี่ยง เพราะแต่ละคนมีความแตกต่างกัน สิ่งสำคัญคือต้องเช็กตัวเองให้ดี และมั่นใจจริงๆ ก่อนลงทุน
อะไรเป็นสาเหตุให้เริ่มเปลี่ยนจากการลงทุนในหุ้นมาเป็นกองทุน
เราอยากลองอะไรหลายๆ แบบ เพื่อที่จะรู้ว่าแบบไหนที่เหมาะสมกับเราที่สุด ตอนแรกเราเริ่มจากหุ้นซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่สุดก่อน แต่พอผ่านมาเรื่อยๆ เราเริ่มรู้ว่าแค่นั้นไม่พอ ต้องศึกษาอย่างอื่นเพิ่มด้วย ก็ค่อยๆ เติมสิ่งที่เราขาด เริ่มกระจายความเสี่ยงของตัวเองมากขึ้น ทำให้เข้าใจว่า คนที่ลงทุนในหุ้นถ้าได้กำไรเขาจะมีความภูมิใจมาก ต่างจากคนที่ลงทุนในกองทุน แม้ว่าจะได้กำไรแต่เขาจะไม่ได้รู้สึกภูมิใจขนาดนั้น เพราะเขาจะรู้สึกว่ามันคือฝีมือของผู้จัดการกองทุน แต่ส่วนตัวมองว่ามันมีข้อดีตรงที่ การลงทุนในกองทุนเป็นเหมือนการแบ่งหน้าที่ให้คนอื่นทำให้ ความภูมิใจอาจจะไม่มากเท่ากับหุ้นที่เราเลือกด้วยตัวของเราเอง แต่อย่าลืมว่าเราไม่จำเป็นต้องเก่งเรื่องการเงินทุกเรื่อง แต่เราจำเป็นต้องบริหารจัดการการเงินของเราให้อยู่รอดให้ได้ ดังนั้นวิธีการไหนก็ได้ ขอแค่เราโอเคกับมันก็พอ สำหรับตัวเองเลยรู้สึกว่ากองทุนเหมาะกับเรามากกว่า เพราะมันช่วยประหยัดเวลา เพียงแค่เราหาเงินมาลงทุน และทำความเข้าใจกับมันมากขึ้น ก็จัดการการเงินของตัวเองได้แล้ว
เราไม่จำเป็นต้องเก่งเรื่องการเงินทุกเรื่อง แต่เราจำเป็นต้องบริหารจัดการการเงินของเราให้อยู่รอดให้ได้
การจัดพอร์ตสไตล์ ถนอม เกตุเอม
ตอนนี้ในพอร์ตยังมีหุ้นไทยเยอะอยู่ ถ้าเทียบสัดส่วนกองทุนกับหุ้นจะอยู่ที่ประมาณ 60:40 โดยถ้าเทียบจากทั้งหมด สินทรัพย์เสี่ยงจะอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 60% ที่เหลือจะเป็นหุ้นอสังหาริมทรัพย์ เงินฝาก และอื่นๆ
จากปี 2008 จนถึงตอนนี้ ปี 2020 คิดว่าโลกการลงทุนเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยแค่ไหน
มายเซ็ตของเราแบ่งได้เป็น 2 ช่วงหลักๆ ช่วงแรกเราอยากเป็นนักลงทุนที่เก่ง แต่พอผ่านไปช่วงหนึ่ง เราเจอความผิดหวัง เจออะไรมากมายเข้ามาในชีวิต ทำให้เราเริ่มอยากเป็นนักลงทุนที่สบาย คือหาเงินมาเติมแล้วมีคนช่วยบ้างหรือลงทุนเองบ้าง เป็นการบาลานซ์ที่มากขึ้น พอถึงตอนนี้เราเข้าใจแล้วว่า ไม่ว่าอะไรที่เป็นการลงทุนก็มีความเสี่ยงหมด เพียงแต่เราต้องเข้าใจมันเท่านั้นเอง
ถ้าคุณจะเป็นนักลงทุนที่เก่ง คุณต้องยอมเสียเวลาศึกษา ต้องยอมทุ่มเทกับมัน ถ้าคุณจะให้คนอื่นช่วยจัดการให้ โดยที่คุณหาเงินมาเติม คุณก็ต้องหาเงินได้เรื่อยๆ เช่นกัน
กระแสเงินสดของคุณต้องสม่ำเสมอ ดังนั้นการลงทุนแต่ละอย่างก็จะมีวิธีการคิดคนละแบบ ในแต่ละช่วงวัยเราอาจจะถนัดไม่เหมือนกัน และคิดไม่เหมือนกัน มันเปลี่ยนแปลงไปได้เรื่อยๆ แต่อย่างไรก็ตามขอให้ท้ายที่สุด การเงินของเราดี และได้ผลตอบแทนที่ตัวเองพอใจ อย่าเปรียบเทียบกับใครจนเป็นทุกข์ ผ่านมา 10 กว่าปี มองว่าเทรนด์การลงทุนเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ คนเริ่มหันมาสนใจการลงทุนมากขึ้น ประกอบกับเทคโนโลยีที่มีมากขึ้นด้วย ทำให้คนมีตัวช่วยเยอะ ดังนั้นอยู่ที่เราว่าจะเลือกอย่างไรต่างหาก ทางเลือกมีมากขึ้น สำคัญคือเลือกทางที่เหมาะกับเราให้ได้ในแต่ละช่วง
ถ้าขายกองทุนลดหย่อนภาษีก่อนกำหนด จะต้องเจอกับอะไรบ้าง
การขายกองทุนลดหย่อนภาษีก่อนเป็นการทำผิดเงื่อนไขอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นกองทุนลดหย่อนภาษีประเภทไหนก็ตาม เงื่อนไขคือต้องถือให้ครบตามกำหนด ถ้าถือครบกำหนด กำไรจากการขายถึงจะได้รับการยกเว้นภาษี ซึ่งแตกต่างจากกองทุนเปิดทั่วไปที่ขายเมื่อไรก็ได้ และถ้ามีการปฏิบัติผิดเงื่อนไข คุณจะต้องคืนภาษีที่คุณใช้สิทธิ์ลดหย่อนไป
รายได้จากการขาย RMF เมื่อถือครบกำหนด ต้องยื่นภาษีหรือไม่
ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ยื่นกับเสียคนละเรื่องกัน ยื่นคือการแจ้งว่ามี อาจจะไม่เสียก็ได้ สิ่งสำคัญคือต้องยื่น ยื่นจะไม่เสียเพราะมันเป็นข้อยกเว้น ดังนั้นขอตอบว่าต้องยื่น แต่ไม่เสียภาษี แล้วจะมีคนถามอีกว่าถ้าไม่เสียภาษีก็ไม่ต้องยื่นได้ไหม ทำได้แต่มันจะเกิดข้อสงสัยตามมา ทางสรรพากรอาจจะติดต่อมาเพื่อถามว่าทำไมไม่ยื่น เกิดอะไรขึ้น อีกประเด็นคือ การซื้อ RMF เราอาจจะไม่ได้ซื้อกองเดิมตลอด พอคุณมีการเปลี่ยนไปซื้อกองอื่นของอีก บลจ. กรมสรรพากรอาจจะสงสัยว่าคุณถือครบ 5 ปีหรือยัง จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมถึงควรยื่นทุกครั้ง แม้ว่าจะไม่เสียภาษีก็ตาม
ช่วยแนะนำเกี่ยวกับกองทุนลดหย่อนภาษีสำหรับผู้ที่สนใจ
ก่อนอื่นไม่ควรตั้งคำถามว่า ซื้ออะไรดีกว่า แต่ควรถามว่า ซื้อแล้วดีสำหรับใคร เป้าหมายของตัวเองเป็นแบบไหน เรื่องอายุเป็นแค่ปัจจัยหนึ่ง ควรถามต่อไปว่า อีก 10 ปีข้างหน้าเราจะใช้เงินกับอะไร เรื่องนี้เป็นเรื่องของมุมมองในการบริหารจัดการเงินของแต่ละคนมากกว่า อย่าไปยึดว่าอะไรสำคัญ ประเด็นที่สองคือ จะซื้ออะไรดีกว่า ต้องถามตัวเองว่ามีเงินพอไหม มีรายได้แน่นอนหรือไม่ ถ้าเป็น RMF คุณต้องมีเงินลงต่อเนื่อง ในวันนี้คุณอาจจะมองว่าแบบนี้ดีกว่า แต่ในอนาคตอาจจะไม่ใช่ก็ได้ สำหรับผมเป้าหมายอายุ 55 ปี วางแผนไว้เรื่องเกษียณ ลูกโตพอดี ก็มีเงินจาก RMF ให้ลูก ซึ่งจัดพอร์ตแยกกันไว้เรียบร้อย
กำไรจากการขายหุ้นต้องเสียภาษีอย่างไร
ก่อนอื่นต้องถามก่อนว่าหุ้นอะไร ถ้าเป็นหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ กำไรจะได้รับการยกเว้นภาษีทั้งหมด แต่ถ้าเป็นหุ้นที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ กำไรต้องเสียภาษี
หุ้นต่างประเทศต้องเสียภาษีไหม
ต้องถามก่อนว่า รายได้ที่เกิดขึ้นจากการขายทรัพย์สินในต่างประเทศไหม เพราะถ้าเป็นแบบนั้นจะมีเงื่อนไขว่า ข้อแรก ต้องนำกำไรโยกเข้ามาในประเทศไทยในปีที่มีรายได้นั้นๆ และข้อสอง ในปีนั้นๆ ตัวเราต้องอาศัยอยู่ในประเทศไทยถึง 180 วัน ถ้าเข้าสองเงื่อนไขนี้ถึงจะต้องเสียภาษีในประเทศไทย
เงินปันผลที่ต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย 10%
เงินปันผล ไม่ว่าในหรือนอกตลาดใช้หลักการเดียวกัน เมื่อเราได้เงินปันผลมา เราต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย 10% โดยภาษีหัก ณ ที่จ่ายมีอยู่ 2 ประเภท แบบแรก Final Tax คือการหักภาษีแล้วมีสิทธิ์เลือกว่าจะจบ หัก 10% แล้วไม่ต้องยุ่งกับมันอีก แบบที่สอง ต้องนำมารวมเพื่อคำนวณภาษี ซึ่งเงินปันผลเป็น Final Tax ได้ แต่เราก็สามารถนำไปรวมเพื่อคำนวณภาษีได้ ถ้าเป็นหุ้นจะมีเรื่องเครดิตภาษีเงินปันผลเข้ามาเกี่ยวด้วย โดยภาษีนิติบุคคลกับภาษีบุคคลธรรมดาคือภาษีประเภทเดียวกัน คือภาษีเงินได้ ซึ่งจะมีหลักการว่าห้ามซ้ำซ้อนกัน ดังนั้นถ้าเป็นแบบนี้จะเป็นการคิดภาษีสองครั้งจากเงินก้อนเดียว เรื่องของเครดิตภาษีเงินปันผลจะมาช่วยให้เราคิดกลับไปว่า ควรจะเป็นรายได้ทั้งหมดเท่าไรก่อนจะเสียภาษีรายได้นิติบุคคล เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียภาษีซ้ำซ้อน แนะนำว่าให้ลองนำไปรวมดูก่อนว่าได้เพิ่มขึ้นหรือน้อยลง ถ้าได้คืนน้อยลงก็ไม่ต้องรวม ให้ใช้แบบ Final Tax ข้อสังเกตง่ายๆ ถ้าเป็นคนที่มีรายได้เยอะ นำมารวมจะไม่ค่อยคุ้ม แต่ถ้าเป็นนักลงทุนอยากให้ลอง เพราะน่าจะมีโอกาสได้ภาษีคืน
การเสียภาษีเงินปันผลของกองทุนกับหุ้น
ตามกฎหมายกองทุนรวมไม่ใช่เงินปันผล ชื่อจริงๆ ของกองทุนรวมคือ ส่วนแบ่งกำไรจากกองทุนรวม เมื่อก่อนทั้งสองอย่างนี้เป็นเงินได้คนละประเภท ส่วนแบ่งกำไรจากกองทุนรวมเป็นประเภทที่ 8 เงินปันผลจากหุ้นเป็นประเภทที่ 4 แต่เมื่อวันที่ 20 สิงหาคมปีที่แล้วเป็นต้นมา กฎหมายระบุใหม่ว่ากองทุนรวมมีสถานะเป็นนิติบุคคลเทียบเท่ากับบริษัท ดังนั้นเมื่อกองทุนรวมมีการจ่ายปันผล จึงเรียกได้ว่าเป็นปันผลและเป็นเงินได้ประเภทเดียวกัน ดังนั้นถ้าจะนำมาคิดต้องนำมาหมดทุกกอง ถ้ามีทั้งหุ้นและกองทุนรวมต้องนำมาทั้งคู่
แนวทางการขอคืนภาษี
สิ่งสำคัญคือหลักฐานการหักภาษี ถ้าเป็นหุ้นจะมีส่งมาที่บ้านเรา หรือถ้าสมัคร Investor Portal ไว้ สามารถนำไฟล์ไปอัปโหลดตอนยื่นภาษีได้ จะมีข้อมูลที่เราได้รับเงินปันผลทั้งหมดในนั้น ถ้าใครเป็นนักลงทุนแนะนำให้ใช้วิธีนี้ เพราะมันง่ายและได้ข้อมูลครบ ไม่ต้องกังวลกับการเก็บเอกสาร
เล่นหุ้นแล้วได้กำไรเยอะ สรรพากรสามารถตรวจสอบได้หรือไม่
การตรวจสอบจะมาจากการนำเงินที่ได้ไปทำอะไร เช่น ไม่เคยยื่นภาษี แต่มีเงินไปซื้อบ้าน 20 ล้าน อาจจะถูกสงสัยได้ แต่ถ้าเป็นการเล่นหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ กำไรที่ได้จะได้รับการยกเว้นภาษีอยู่แล้ว จึงไม่ต้องกังวล เพราะทุกอย่างมีที่มาที่ไปหมดอยู่แล้ว
การลงทุนกับการวางแผนภาษี สามารถดำเนินไปด้วยกันอย่างไรได้บ้าง
กรณีที่เราต้องการลงทุนเพื่อลดหย่อนภาษีด้วย แสดงว่าเรามีรายได้เยอะ สิ่งที่เราต้องถามตัวเองคือ กองทุนลดหย่อนภาษีที่เราเลือกสามารถตอบโจทย์เป้าหมายของเราได้หรือเปล่า ถ้าเรามีช่องทางลดหย่อนภาษีที่ถูกต้อง เราสามารถทำตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดได้ทั้งหมด และมันตรงกับเป้าหมายของเราด้วย เราก็สามารถใช้ตรงนี้เป็นทางเลือกในการวางแผนการเงินไปด้วยได้เช่นกัน
สามารถฟังพอดแคสต์ The Money Growth by The Money Coach
ผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ ที่คุณสะดวกหรือใช้อยู่แล้วได้เลย

Credits
The Hosts จักรพงษ์ เมษพันธุ์, โอมศิริ วีระกุล
Show Creator จักรพงษ์ เมษพันธุ์
Executive Producer เชษฐพงศ์ ชูประดิษฐ์
Project Manager ณปภัช ฤทธิอัครกุล
Show Producer โอมศิริ วีระกุล
Sound Editor เชษฐพงศ์ ชูประดิษฐ์
Sound Designer & Engineer กฤตพล จียะเกียรติ
Recording Engineer ขจีพรรณ วิจิตรรัตน์
Videographer ศศิพิมพ์ อนันตกรณีวัฒน์
Graphic Designer นิสากร ฤทธาภัย
Shownote หนึ่งฤดี ธนสารวิสุทธิ์
Proofreader ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์
Webmaster ณฐพร โรจน์อนุสรณ์
Channel Admin เอกราช มอเซอร์
Social Media Admin สุทธกิตติ์ สุทธาวรรณกุล, ธิติกร ลิ้มทองมณี, วนัชพร ดวงนิล
Archive Officer ชริน จำปาวัน
The post โลกการลงทุนของกูรูภาษี และตอบคำถามยอดฮิต appeared first on THE STANDARD.
]]>
กลับมาแล้ว! The Money Growth ซีซัน 2 โค้ชหนุ่ม-จักรพงษ์ […]
The post ไขความลับของแนวคิด ใช้แรงทำเงิน ให้เงินทำงาน Feat. เฟิร์น ศิรัถยา appeared first on THE STANDARD.
]]>
กลับมาแล้ว! The Money Growth ซีซัน 2 โค้ชหนุ่ม-จักรพงษ์ เมษพันธุ์ และ โอมศิริ วีระกุล ชวน เฟิร์น-ศิรัถยา อิศรภักดี โฮสต์รายการ Morning Wealth ที่คลุกคลีด้านสื่อการเงินการลงทุนกว่า 10 ปี
ย้อนเส้นทางชีวิต บทเรียนการทำงาน สไตล์การลงทุน คอนเซปต์ ‘ใช้แรงทำเงิน ให้เงินทำงาน’ จริงๆ แล้วเป็นอย่างไร ในโลกการลงทุนอะไรเปลี่ยนไปแล้วบ้าง รวมถึงคำแนะนำให้ลงทุนสำเร็จตามเป้า และวิธีเริ่มง่ายๆ ผ่านกองทุนรวม
สามารถแนะนำ ติชมรายการ ส่งคำถาม หรือเสนอประเด็นที่อยากฟังมาได้ที่ [email protected]
ด้วยความที่เรารู้จักตัวเองว่าเราชอบเรื่องเงินและชอบงานที่เกี่ยวข้องกับการพูด เราเลยไปลองทำงานแต่ละอย่าง แล้วค่อยๆ ตัดตัวเลือกที่ไม่ใช่ออกไป เพราะส่วนใหญ่คนปกติไม่รู้หรอกว่าตัวเองชอบอะไรจนกว่าจะทำไปถึงจุดหนึ่งแล้วรู้ว่ามันไม่ใช่ จึงจะถอยออกไปทำสิ่งใหม่ โชคดีที่เราศึกษาเรื่องการเงินมาตั้งแต่มหาวิทยาลัย เริ่มลงทุนเร็วกว่าคนอื่นๆ ยิ่งในวัยเรียนเป็นวัยที่สำคัญ เพราะยิ่งได้เรียนรู้และมีเวลาลองผิดลองถูกมากเท่าไร เรายิ่งรู้จักตัวเองมากขึ้นเท่านั้น ที่สำคัญเราเป็นคนทำงานเยอะ เพราะชอบทำ ไม่ได้ทำเพราะอยากจะได้เงิน จริงอยู่ว่าทุกคนในช่วงแรกต้องทำงานเพื่อให้ได้เงินมาเลี้ยงชีพก่อน ปากท้องอิ่ม เราถึงจะไปคิดถึงความสุขด้านอื่นๆ ได้ การที่เราทำงานที่เรารักและใช้เวลากับมันนานพอ มันจะกลายเป็นแพสชันไปเอง มีงานที่ได้เงินและมีความสุขไปพร้อมกัน
ประโยคที่ว่า ใช้แรงทำเงิน ให้เงินทำงาน เกิดขึ้นจริงๆ จังๆ ในช่วงที่เราทำงานมาประมาณ 7-8 ปีแล้ว ที่ใช้คำนี้ก็มาจากชีวิตตัวเอง เราจะไม่สามารถให้เงินทำงานได้เลยถ้าเราไม่ใช้แรงทำเงินก่อน อย่าหวังว่าจะออมก่อนถ้ายังไม่มีกิน ตามหลักของทฤษฎีมาสโลว์ ความต้องการ 5 ขั้นของมนุษย์ เราอย่าเพิ่งไปหวังความสำเร็จหรือการยอมรับจากสังคม ถ้าเรายังไม่มีความต้องการพื้นฐานที่เพียงพอในเรื่องการกินหรือที่อยู่อาศัย ในเรื่องการเงินก็เช่นกัน พื้นฐานที่สำคัญที่สุด เราต้องมั่นใจว่าเรามีกินและต้องไม่เบียดเบียนใคร ไม่เป็นหนี้ หรือถ้าเป็นหนี้ก็เป็นหนี้ที่จัดการได้ จากนั้นค่อยเก็บเงินเพื่อมาลงทุน ข้อดีของเราคือความสามารถในการใช้แรงทำเงินได้จำนวนมาก บวกกับโชคดีที่รู้เรื่องการเงินเร็ว ก็เลยแบ่งเงินส่วนหนึ่งมาใช้เงินทำงานตั้งแต่เรียนปี 3 ทำให้เราเริ่มต้นได้เร็วมาก ถ้าย้อนกลับไปได้อยากเริ่มเร็วกว่านี้ด้วยซ้ำ เด็กสมัยนี้ยิ่งได้เปรียบ เพราะยิ่งเริ่มเร็ว เมื่อเวลาผ่านไป 10-20 ปี ดอกเบี้ยที่เราจะได้มันจะยิ่งทบต้นกลายเป็น 2 เท่า 4 เท่าได้เลย
เราจะไม่สามารถให้เงินทำงานได้เลย ถ้าเราไม่ใช้แรงทำเงินก่อน อย่าหวังว่าจะออมก่อนถ้ายังไม่มีกิน
เริ่มลงทุนในกองทุนรวมก่อน ลงทุน SET50 ตั้งแต่ปี 2008 เป็นช่วงที่เราซื้อได้ถูกและไม่คิดเยอะ เพราะตอนนั้นเงินน้อย สิ่งแรกที่ลงทุนคือกองทุนดัชนี เพราะว่าต้นทุนต่ำ ส่วนหุ้นรายตัวก็เริ่มลงทุนในหุ้นปันผล เป็นหุ้นที่อยู่ในอุตสาหกรรมสื่อสาร แต่ตอนนี้ไม่ได้ถือแล้ว ช่วงแรกเราเน้นปันผล แต่ตอนนี้เปลี่ยนไปแล้ว เลยอยากจะบอกว่าสิ่งที่เราทำในตอนแรกอาจจะไม่ใช่ตัวเราในอนาคตก็ได้ เราสามารถเปลี่ยนได้เสมอ ตอนนี้ที่ไม่ได้ลงหุ้นปันผลเลย เพราะว่าเราไม่ได้ต้องการกระแสเงินสดระหว่างทาง เราต้องการเงินก้อนใหญ่ปลายทาง แนะนำว่าใครที่อยากได้เงินก้อน ให้ลงทุนในหุ้นที่มีอนาคตหรือกองทุนที่ไม่ปันผล
สิ่งที่เราทำในตอนแรกอาจจะไม่ใช่ตัวเราในอนาคตก็ได้ เราสามารถเปลี่ยนได้เสมอ
โดยส่วนตัวมี 2 หลักที่ใช้คือ 1. กล้าเสี่ยง ไม่กลัวรวย กล้าเสี่ยง หมายถึงการลงทุนในหุ้นเกือบ 100% เพราะเราอายุยังน้อย มีเวลาอีกเยอะให้เงินทำงาน และกล้าเสี่ยงกับเทรนด์ในอนาคตใหม่ๆ ที่จะมาเปลี่ยนแปลงโลก สิ่งที่อยากแนะนำคือหุ้นที่เกี่ยวกับ Security เพราะเทคโนโลยีมาพร้อมกับการรักษาความปลอดภัย รวมถึงกลุ่ม Healthcare กลุ่ม AI หรือ Machine Learning ต่างๆ สังคมผู้สูงอายุที่จะต้องใช้บริการบางอย่าง อย่ายึดติดกับของเก่า ส่วนคำว่า ไม่กลัวรวย หมายถึงให้อดทนที่จะรวย ความรวยต้องใช้ความอดทน ไม่ใช่ว่าซื้อวันนี้ พรุ่งนี้ได้ 10 ล้าน จะรวยในตลาดทุนต้องใช้เวลาและรู้จักอดทน กลัวรวยคือการซื้อปุ๊บขายปั๊บ แต่ถ้าเราอดทนรวย เราจะปล่อยให้เงินทำงานจนท้ายที่สุดมันจะสร้างผลกำไรให้เราได้ดีมาก ตัวเราเองช่วงเริ่มลงทุนก็มีสมุดอยู่เล่มหนึ่งที่จดด้วยปากกา เขียนว่าเราลงทุนอะไรเท่าไรบ้าง ทำอย่างนี้ทุกเดือน ตั้งแต่เงินหลักพัน หลักหมื่น จนกลายมาเป็น 6 หลัก เราเลยรู้ว่ามันคือผลของความอดทนที่ต้องใช้เวลา เหมือนกับการปลูกต้นไม้ กว่ามันจะให้ดอกผลและร่มเงากับเราได้ก็ใช้เวลาเป็น 10 ปี การลงทุนก็เหมือนกัน ต้องใช้เวลาเป็น 10 ปีกว่าจะเห็นชัด สิ่งสำคัญคือความสม่ำเสมอในการดูสิ่งที่เราลงทุนไป ถ้าเราดูเป็นประจำ พอมีการเปลี่ยนแปลงแต่ละปีเราจะรู้สึกดี และเห็นการเติบโตของเงินชัดเจน
สิ่งสำคัญคือต้องลงมือทำ ไม่ทำไม่รู้ เพราะคนที่มีเงินเดือนน้อยแต่มีวินัยมากกว่า สามารถเก็บเงินได้เยอะกว่าคนที่มีเงินเดือนเยอะ แต่ไม่เคยเริ่มเก็บแน่นอน
เราเคยเป็นหนี้ กยศ. มาก่อน และที่บ้านสร้างวินัยการเงินให้เราด้วยการให้เราไปซื้อบ้าน เพราะเขาอยากให้เรามีทรัพย์สินเป็นของตัวเอง ดังนั้นเราจึงต้องทำงานเพื่อเอาเงินเดือนไปผ่อนบ้านและหนี้ กยศ. เป้าหมายแรกของเราคือการปลดหนี้ พอเรามีเงินเดือนก็เลยเอาไปโปะหนี้ก่อนเลย ทำให้ไม่กี่ปีก็ใช้หนี้หมด ระหว่างนั้นก็ลงทุนไปด้วย โดยตั้งเป้าหมายล้านแรกในชีวิตก่อน ไม่ได้ตั้งเป้าหมายใหญ่มากมาย เพราะเราเริ่มต้นด้วยเงินเดือน 12,000 บาท วันที่มีล้านแรกรู้สึกมันเร็วกว่าที่คิด ด้วยความที่เราใช้แรงทำเงินไปด้วย และเราไม่ได้ทำงานอย่างเดียว ทำงานประจำแล้วก็ทำงานพิเศษอื่นๆ อีก ทำให้เรามีรายได้ 2 ทางมาตลอด พอมีล้านแรกก็อยากก็ขยับเป้าหมายไปที่ 10 ล้าน แน่นอนว่าเราต้องใช้แรงทำเงินหนักๆ เพื่อที่จะสามารถแบ่งเงินไปทำงานได้เยอะขึ้น สิ่งสำคัญคืออย่าพยายามยกฐานรายจ่ายตัวเองขึ้นไปเยอะ เพื่อที่จะได้แบ่งเงินไปทำงานได้เยอะขึ้นเรื่อยๆ สิ่งแรกที่ต้องทำคือใช้แรงทำเงินให้ดีก่อน โฟกัสกับงานของตัวเอง ทำให้คนรู้สึกว่าต้องเป็นเรา สิ่งสำคัญคือต้องมีวินัย อย่าหยุดลงทุน ล้านแรกสำหรับบางคนยาก เพราะมีกิเลสเยอะ แต่โชคดีที่เรามีความต้องการไม่ค่อยสูง มันเลยทำได้ง่ายและเร็ว
ตอนนี้เป้าหมายก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว เป้าหมายไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขแล้ว เพราะเรารู้สึกว่าตัวเลขสำหรับเราโอเคแล้ว ใช้ชีวิตอยู่ได้และมีอิสรภาพทางการเงินระดับหนึ่ง เรามีทุกวันนี้ได้เพราะเรามีความรู้เรื่องการเงิน เราเลยอยากบอกเรื่องนี้กับคนอื่นๆ
การแบ่งปันในเรื่องที่ดี ไม่จำเป็นต้องมีก่อนค่อยแบ่ง มันคือการสอนเขาตกปลา มากกว่าให้ปลา เป็นความสุขที่ได้ช่วยคนอื่น และเป็นความสุขทางใจ
พอเราใช้แรงทำเงิน ใช้เงินทำงาน สุดท้ายคือ ใช้ชีวิต หลายคนลืมไปว่าชีวิตเรามีลิมิต ทั้งเรื่องสุขภาพกายและสุขภาพใจ จริงๆ ตอนนี้ก็ใช้ชีวิตเหมือนเกษียณแล้ว เราปฏิเสธงานบางอย่างที่รู้สึกว่าไม่ไหว อาจจะไม่ไหวด้วยร่างกาย ไม่ถนัด หรือไม่ใช่โฟกัสของเรา เราเลือกทำในสิ่งที่ลงทุนเท่ากันแต่ได้ผลที่มากกว่า และถามความรู้สึกตัวเองเสมอว่าไหวไหม งานบางอย่างแม้ว่าเงินจะดีแต่สุขภาพไม่ไหวก็จะปฏิเสธ เราเลยรู้สึกว่า คำว่าเกษียณสำหรับเราคือการใช้ชีวิตให้มีความสุขทั้งกาย ใจ และมีเงิน คนสมัยนี้เรื่องกายกับใจน่าเป็นห่วงมาก เพราะเขาไปโฟกัสเรื่องเงินมากเกินไป ยิ่งในโลกโซเชียลทุกคนต่างมองเห็นความดูดีภายนอกของกันและกัน เราควรกลับมาดูแลตัวเอง ใช้ชีวิตในแบบที่รักตัวเอง เพราะชีวิตเรามีชีวิตเดียว ควรที่จะใช้ให้ดีที่สุด
พอเราใช้แรงทำเงิน ใช้เงินทำงาน สุดท้ายคือใช้ชีวิต
วิกฤตทำให้เราเห็นว่าอะไรสำคัญในชีวิต สุขภาพสำคัญมากในตอนนี้ การที่เราไม่แข็งแรงจะทำให้เราติดเชื้อได้เร็ว และมีโอกาสแพร่เชื้อได้ด้วย ต่อมาคือเรื่องการเงินที่ต้องมีสภาพคล่อง Cash is King มาสำคัญในช่วงที่มันเกิดวิกฤต กำไรขาดทุนไม่สำคัญเท่ากระแสเงินสด เพราะเราต้องจ่ายทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ เงินเดือนพนักงาน ถ้าจ่ายไม่ไหว แม้ว่าจะมีกำไรบริษัทก็ไปต่อไม่ได้ ชีวิตคนเราก็เหมือนกัน แม้ว่าจะมีทรัพย์สิน แต่ไม่มีสภาพคล่อง ก็ไม่สามารถขายออกมาได้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเงินสด แต่เงินสดที่มากไปก็ไม่ดี โควิด-19 ทำให้เราเห็นว่าเราต้องมีรายได้เพียงพอสำหรับ 3-6 เดือนที่อาจไม่มีงานทำ ยิ่งถ้าเราอยู่ในธุรกิจท่องเที่ยว เราจำเป็นต้องมีสภาพคล่องที่มากกว่า 6 เดือน
รายได้ทางเดียวไม่ตอบโจทย์ เราเป็นคนที่มีรายได้ 2 ทางมาตลอดคือ Active และ Passive ทั้งฝั่งของการใช้แรงทำเงินและให้เงินทำงาน ถ้าทำแบบนี้ ไม่ว่าสถานการณ์ไหนเราก็พร้อมลุย เพราะวันไหนที่รู้สึกว่า Active ไม่เวิร์ก Passive ก็ยังช่วยเราได้
อยากขอบคุณ เพราะการที่เราทำงานและมีคนได้ประโยชน์จากงานที่เราทำ เรายิ่งมีความสุขแบบทวีคูณ เวลาได้ข้อความที่คนส่งมาบอกว่า เริ่มลงทุนมาตั้งแต่ที่ฟังเรา จนตอนนี้ปลดหนี้ได้แล้ว เราก็รู้สึกหัวใจมันเต็ม และอยากขอบคุณทุกคนที่ให้โอกาส ตั้งแต่ที่ทำงานที่แรก รวมถึง THE STANDARD ด้วยที่ชวนมาทำสิ่งดีๆ ตรงนี้ เฟิร์นไม่ใช่คนเก่ง แต่เราขยันและชอบหาอะไรทำเพื่อพัฒนาตัวเอง ดังนั้นไม่ต้องเกิดมาเก่งก็ทำได้ เราเชื่อว่าเราสามารถเป็นตัวเราที่ดีขึ้นได้ถ้าอยากจะเป็น
การลงทุนควรเริ่มตั้งแต่วันนี้ ยิ่งเริ่มเร็วเท่าไรยิ่งดี และในสมัยนี้เราต้องมีโฟกัส ต้องทำอะไรที่ต้องเป็นเราเท่านั้นถึงจะได้งานนี้ เพราะตอนนี้คนที่สามารถพัฒนาศักยภาพได้มีเยอะมาก แต่มันจะมีบางอย่างที่ต้องเป็นคุณเท่านั้น หาจุดนั้นให้เจอว่าคืออะไร และปฏิเสธสิ่งที่ไม่ใช่ มันคือศิลปะ The Art of Saying No
สุดท้าย จงเป็นตัวของตัวเอง เพราะคำว่าประสบความสำเร็จของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนเป็นโค้ชหรือเป็นเบื้องหลังที่คนไม่รู้จักเลย แต่ทุกคนรักเขาเพราะเขาช่วยเหลือสังคมเยอะมาก อย่านิยามความสำเร็จว่าเป็นแค่ตัวเลข ลองนิยามความสำเร็จในแบบของคุณเอง แล้วคุณจะรู้ว่ามันมีความสุขได้ง่ายกว่านั้น ตัวเลขเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราปากท้องอิ่มก็จริง แต่ท้ายที่สุดมันอยู่ที่ว่าเราตอบโจทย์ในชีวิตเราได้ไหม หาคุณและค่าของเราให้เจอ เพราะเราต้องมีคุณประโยชน์ก่อน จึงจะสามารถสร้างคุณค่าให้คนอื่นได้
เดือนธันวาคมแล้ว ผู้ที่สนใจและกำลังมองหาวิธีการวางแผนภาษีปีนี้ มีกิจกรรมดีๆ มาให้ติดตาม กับ ‘Mutual Fund Fair: Facebook LIVE! เปิดร้านออนไลน์ขายกองทุนประหยัดภาษี’ พบกับการรีวิวกองทุน SSF/RMF จากกูรูกองทุนรวม เรียกได้ว่าจัดมาครบ ดูจบ เลือกลงทุนได้เลย วันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม 2563 เวลา 13.30-16.00 น. กดติดตามทาง Facebook: Thai Mutualfund: ให้เงินทำงาน ผ่านกองทุนรวม
สามารถฟังพอดแคสต์ The Money Growth by The Money Coach
ผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ ที่คุณสะดวกหรือใช้อยู่แล้วได้เลย

Credits
The Hosts จักรพงษ์ เมษพันธุ์, โอมศิริ วีระกุล
Show Creator จักรพงษ์ เมษพันธุ์
Executive Producer เชษฐพงศ์ ชูประดิษฐ์
Project Manager ณปภัช ฤทธิอัครกุล
Show Producer โอมศิริ วีระกุล
Sound Editor เชษฐพงศ์ ชูประดิษฐ์
Sound Designer & Engineer กฤตพล จียะเกียรติ
Recording Engineer ขจีพรรณ วิจิตรรัตน์
Videographer ศศิพิมพ์ อนันตกรณีวัฒน์
Graphic Designer นิสากร ฤทธาภัย
Shownote หนึ่งฤดี ธนสารวิสุทธิ์
Proofreader พรนภัส ชำนาญค้า
Channel Admin เอกราช มอเซอร์
Webmaster ไชยพร ศิริกลการ
Social Media Admin สุทธกิตติ์ สุทธาวรรณกุล, ธิติกร ลิ้มทองมณี, วนัชพร ดวงนิล
Archive Officer ชริน จำปาวัน
The post ไขความลับของแนวคิด ใช้แรงทำเงิน ให้เงินทำงาน Feat. เฟิร์น ศิรัถยา appeared first on THE STANDARD.
]]>
คำถามสั้นๆ ง่ายๆ จากผู้ฟัง The Money Case ที่ทีมงานเองก […]
The post ตอนได้ล้านแรก โค้ชหนุ่มทำยังไงกับเงินก้อนนั้น appeared first on THE STANDARD.
]]>
คำถามสั้นๆ ง่ายๆ จากผู้ฟัง The Money Case ที่ทีมงานเองก็ยังไม่เคยรู้ สู่คำตอบที่มากกว่าแค่เรื่องราว แต่ชวนตั้งคำถามกลับ ให้แนวทาง รวมถึงวิธีการปรับใช้ให้เหมาะกับชีวิตทางการเงินของตัวเอง
สามารถฟังพอดแคสต์ The Money Case by The Money Coach
ผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ ที่คุณสะดวกหรือใช้อยู่แล้วได้เลย
Credits
The Host จักรพงษ์ เมษพันธุ์
The Co-host โอมศิริ วีระกุล
Show Creator จักรพงษ์ เมษพันธุ์
Show Producer เชษฐพงศ์ ชูประดิษฐ์
Sound Designer & Engineer กฤตพล จียะเกียรติ
Art Director อนงค์นาฏ วิวัฒนานนท์
Proofreader ลักษณ์นารา พักตร์เพียงจันทร์
Webmaster รพีพรรณ เกตุสมพงษ์
Social Media Admin สุทธกิตติ์ สุทธาวรรณกุล, ธิติกร ลิ้มทองมณี, ณัฐชัย ตั้งวงศ์วิวัฒน์
Archive Officer ชริน จำปาวัน
Channel Admin เอกราช มอเซอร์
The post ตอนได้ล้านแรก โค้ชหนุ่มทำยังไงกับเงินก้อนนั้น appeared first on THE STANDARD.
]]>
เป็นพี่สาวที่คอยช่วยเหลือน้องชายตลอด เพราะพ่อแม่ฝากฝังไ […]
The post ควรทำยังไงกับน้องชายที่เป็นหนี้แล้วไม่เข็ด เสพติดการพึ่งพา appeared first on THE STANDARD.
]]>
เป็นพี่สาวที่คอยช่วยเหลือน้องชายตลอด เพราะพ่อแม่ฝากฝังไว้ กลายเป็นว่าน้องชายก่อหนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่เข็ด กู้ซื้ออะไรได้ก็กู้ พอมีปัญหาก็มาขอให้ช่วยแก้ ทั้งเครียด หมดเงินไปก็เยอะ
ฟังคำแนะนำและแนวทางแก้ปัญหาจากโค้ชหนุ่มและโอมศิริในเอพิโสดนี้
สามารถส่งคำถามหรือแชร์เรื่องราวของคุณมาได้ที่ [email protected] ไม่จำเป็นต้องปรึกษาปัญหาอย่างเดียว ใครมีเคสที่ประสบความสำเร็จในช่วงวิกฤตที่อยากเล่า อยากแชร์ ก็ส่งมาแบ่งปันให้ผู้ฟังคนอื่นๆ ได้เช่นกัน
สามารถฟังพอดแคสต์ The Money Case by The Money Coach
ผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ ที่คุณสะดวกหรือใช้อยู่แล้วได้เลย
Credits
The Host จักรพงษ์ เมษพันธุ์
The Co-host โอมศิริ วีระกุล
Show Creator จักรพงษ์ เมษพันธุ์
Show Producer เชษฐพงศ์ ชูประดิษฐ์
Sound Designer & Engineer กฤตพล จียะเกียรติ
Art Director อนงค์นาฏ วิวัฒนานนท์
Proofreader ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์
Webmaster ณฐพร โรจน์อนุสรณ์
Social Media Admin สุทธกิตติ์ สุทธาวรรณกุล, ธิติกร ลิ้มทองมณี, ณัฐชัย ตั้งวงศ์วิวัฒน์
Archive Officer ชริน จำปาวัน
Channel Admin เอกราช มอเซอร์
The post ควรทำยังไงกับน้องชายที่เป็นหนี้แล้วไม่เข็ด เสพติดการพึ่งพา appeared first on THE STANDARD.
]]>
เป็นหนี้ก้อนใหญ่จากเรื่อง 18+ ลดละได้จึงอยากเก็บออม เลิ […]
The post เคสหนี้ 18+ ของคนใฝ่ดีเรื่องเงิน แต่ไม่ลงมือทำสักที appeared first on THE STANDARD.
]]>
เป็นหนี้ก้อนใหญ่จากเรื่อง 18+ ลดละได้จึงอยากเก็บออม เลิกสร้างหนี้ แต่พอหาความรู้ทางการเงิน หาทางเพิ่มรายได้มากๆ เข้า กลับสับสน ไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน จนจัดการชีวิตตัวเองได้ยากลำบาก
ฟังคำแนะนำและแนวทางแก้ปัญหาจากโค้ชหนุ่มและโอมศิริในเอพิโสดนี้
สามารถส่งคำถามหรือแชร์เรื่องราวของคุณมาได้ที่ [email protected] ไม่จำเป็นต้องปรึกษาปัญหาอย่างเดียว ใครมีเคสที่ประสบความสำเร็จในช่วงวิกฤตที่อยากเล่า อยากแชร์ ก็ส่งมาแบ่งปันให้ผู้ฟังคนอื่นๆ ได้เช่นกัน
สามารถฟังพอดแคสต์ The Money Case by The Money Coach
ผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ ที่คุณสะดวกหรือใช้อยู่แล้วได้เลย
Credits
The Host จักรพงษ์ เมษพันธุ์
The Co-host โอมศิริ วีระกุล
Show Creator จักรพงษ์ เมษพันธุ์
Show Producer เชษฐพงศ์ ชูประดิษฐ์
Sound Designer & Engineer กฤตพล จียะเกียรติ
Art Director อนงค์นาฏ วิวัฒนานนท์
Proofreader ภาวิกา ขันติศรีสกุล
Webmaster ณฐพร โรจน์อนุสรณ์
Social Media Admin สุทธกิตติ์ สุทธาวรรณกุล, ธิติกร ลิ้มทองมณี, ณัฐชัย ตั้งวงศ์วิวัฒน์
Archive Officer ชริน จำปาวัน
Channel Admin เอกราช มอเซอร์
The post เคสหนี้ 18+ ของคนใฝ่ดีเรื่องเงิน แต่ไม่ลงมือทำสักที appeared first on THE STANDARD.
]]>