×

ถอดรหัสพันธุกรรมโบราณ ไขคำตอบการกระจายตัวของมนุษย์ดึกดำบรรพ์

21.07.2017
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

5 Mins. Read
  • นักวิทยาศาสตร์สามารถถอดรหัสพันธุกรรมของมนุษย์โบราณที่ถูกค้นในภูเขาน้ำแข็งแห่งหนึ่งที่ประเทศเอธิโอเปียได้อย่างครบถ้วนเป็นครั้งแรก โดยซากมนุษย์โบราณดังกล่าวเก่าแก่ถึง 4,500 ปี!
  • สองงานวิจัยล่าสุด ที่ประกาศเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2017 เป็นงานวิจัยที่สามารถถอดรหัสพันธุกรรมของมนุษย์โบราณได้สำเร็จเป็นจำนวนมาก ที่น่าทึ่งคือ รหัสพันธุกรรมที่ถูกศึกษายังสามารถบ่งชี้ประวัติศาสตร์ประชากรของมนุษย์ในแอฟริกาโบราณได้ด้วย!
  • สรุปได้ว่า มนุษย์โบราณเหล่านี้มีการเดินทางและกระจายตัวมากกว่าที่นักวิทยาศาสตร์เคยคาดกันก่อนหน้านี้

     ทุกวันนี้ใครๆ ก็รู้ว่าการตรวจดีเอ็นเอนั้น นอกจากจะใช้ระบุตัวตนได้แล้ว ยังใช้ระบุความเป็นญาติได้ด้วย ซึ่งในทางวิทยาศาสตร์ การระบุความเป็นญาติยังทำให้มนุษย์อย่างเราเข้าใจธรรมชาติได้ลึกซึ้งขึ้นด้วย

     ความคล้ายคลึงของดีเอ็นเอระหว่างมนุษย์กับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ทำให้เรารู้ว่า เราเป็นญาติสนิทกับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ แค่ไหน นอกจากนี้ การศึกษาดีเอ็นเอจากซากมนุษย์ในยุคดึกดำบรรพ์ในสถานที่ต่างๆ ประกอบกับการเปรียบเทียบดีเอ็นเอของมนุษย์ปัจจุบันยังช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถมองเห็นภาพการกระจายตัวและการอพยพของมนุษย์ในยุคโบราณได้โดยไม่ต้องนั่งไทม์แมชชีนอีกด้วย

     นักวิทยาศาสตร์รู้ดีว่าต้นกำเนิดของมนุษย์เราอยู่ที่ทวีปแอฟริกา

     แต่ที่ผ่านมาแทบไม่มีใครสนใจศึกษารหัสพันธุกรรมจากซากมนุษย์โบราณในแอฟริกาเลย เนื่องจากสภาพอากาศที่ทั้งร้อนและชื้นของแอฟริกานั้นพร้อมจะทำลายดีเอ็นเอยุคดึกดำบรรพ์ให้สูญสลายไปจนไม่หลงเหลือมาให้นักวิทยาศาสตร์ได้เก็บตัวอย่าง ทำให้เหล่านักวิทยาศาสตร์มุ่งเน้นไปยังซากมนุษย์โบราณในสถานที่หนาวเย็นอย่างทวีปยุโรปและไซบีเรีย

 

การศึกษาดีเอ็นเอของมนุษย์โบราณตามสถานที่ต่างๆ บนโลก จะเห็นว่ามีการศึกษาในทวีปแอฟริกาน้อยมาก

 

     อย่างไรก็ตาม แสงแห่งความหวังได้เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 2015

     นักวิทยาศาสตร์สามารถถอดรหัสพันธุกรรมของมนุษย์โบราณที่ถูกค้นในภูเขาน้ำแข็งแห่งหนึ่งที่ประเทศเอธิโอเปียได้อย่างครบถ้วนเป็นครั้งแรก โดยซากมนุษย์โบราณดังกล่าวเก่าแก่ถึง 4,500 ปี!

     ปัจจุบัน ความก้าวหน้าของการกำจัดสิ่งแปลกปลอมที่มากับดีเอ็นเอ และการที่นักวิทยาศาสตร์พบว่ากระดูกชิ้นเล็กๆ ในหูของมนุษย์โบราณนั้นอัดแน่นไปด้วยดีเอ็นเอ! ทำให้พวกเขามีความหวังจะถอดรหัสพันธุกรรมของซากมนุษย์ในแอฟริกามากขึ้น

 

กระดูกชิ้นเล็กๆ ในหูมนุษย์โบราณที่นักวิทยาศาสตร์สามารถหาดีเอ็นเอมาศึกษาได้

Photo: journals.plos.org

 

     สองงานวิจัยล่าสุดที่ประกาศเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2017 เป็นงานวิจัยที่สามารถถอดรหัสพันธุกรรมของมนุษย์โบราณได้สำเร็จเป็นจำนวนมาก ที่น่าทึ่งคือ รหัสพันธุกรรมที่ถูกศึกษายังสามารถบ่งชี้ว่าประวัติศาสตร์ประชากรของมนุษย์ในแอฟริกาโบราณได้ด้วย!

     งานวิจัยแรกเป็นของทีมนักวิจัยจาก Harvard Medical School ในบอสตัน

     พวกเขาสามารถถอดรหัสจีโนมของมนุษย์โบราณ 15 คนที่ถูกพบในแอฟริกาตะวันตกและตะวันออก โดยซากเหล่านั้นมีอายุตั้งแต่ 500- 6,000 ปีก่อน การวิเคราะห์และผลการศึกษาจีโนมทั้งหมดนั้นค่อนข้างซับซ้อน ดังนั้นจะยกตัวอย่างผลมาเพียงบางส่วนให้พอเห็นภาพดังนี้

     ซากมนุษย์โบราณ 3,000 ปีจากประเทศแทนซาเนีย (Tanzania) ซึ่งอยู่ในแอฟริกาตะวันออก เป็นซากของมนุษย์ที่เลี้ยงสัตว์แบบเร่ร่อน หลักฐานที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์มั่นใจคือ หลักฐานแวดล้อมจากสถานที่ที่ค้นพบและดีเอ็นเอบางส่วนของซากมนุษย์โบราณนั้นตรงกับตัวอย่างดีเอ็นเอของชนเร่ร่อนในยุคปัจจุบันที่อาศัยอยู่ทางตอนใต้ของแอฟริกา

     ข้อสรุปที่ได้คือ ชาวแอฟริกันตะวันออกในสมัยโบราณมีการกระจายถิ่นฐานไปทั่วและมีส่วนหนึ่งมาอาศัยอยู่ทางตอนใต้ของแอฟริกา

     นอกจากนี้พันธุกรรมจากซากมนุษย์โบราณที่มีอายุ 2,000 ปีจากแอฟริกาใต้ยังมีความสัมพันธ์กับซากของมนุษย์โบราณฝั่งตะวันออกด้วย เมื่อนักวิจัยนำความเกี่ยวข้องกันที่ค้นพบนี้มาประกอบกับความรู้เดิมที่มี ทำให้นักวิจัยสรุปได้ว่า เผ่าพันธุ์มนุษย์จากฝั่งแอฟริกาตะวันตกมีการเดินทางมายังแอฟริกาใต้และตะวันออกเมื่อ 1,000-2,000 ปีมาแล้ว

     อีกงานวิจัยเป็นของนักวิจัยจาก Uppsala University แห่งประเทศสวีเดน

     ทีมวิจัยจากสวีเดนพบหลักฐานที่แสดงถึงการอพยพย้ายถิ่นในลักษณะเดียวกับทีมวิจัยแรก แต่ดีเอ็นเอที่ได้เป็นของซากมนุษย์โบราณ 6 คน รวมทั้งเด็กผู้ชายเมื่อ 2,000 ปีก่อน ซึ่งถูกพบในแอฟริกาใต้

     สรุปได้ว่า มนุษย์โบราณเหล่านี้มีการเดินทางและกระจายตัวมากกว่าที่นักวิทยาศาสตร์เคยคาดกันก่อนหน้านี้

     นักวิทยาศาสตร์จำนวนมากมีความหวังว่าดีเอ็นเอจากซากมนุษย์โบราณเหล่านี้จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เห็นภาพรวมของมนุษย์ชาติในอดีตได้ลึกกว่านี้ แน่นอนว่านักวิจัยต้องค้นหาตัวอย่างดีเอ็นเอที่เก่าแก่ในระดับหมื่นหรือแสนปีให้ได้ ซึ่งการจะสกัดดีเอ็นเอโบราณขนาดนั้นได้อาจต้องใช้เทคนิคใหม่ๆ ที่มีคุณภาพยิ่งกว่านี้ ซึ่งผลการพัฒนาเทคนิคเหล่านี้อาจจะนำมาตอบโจทย์ชีวิตมนุษย์ปัจจุบันได้

     อย่างน้อยๆ ก็การตรวจหาดีเอ็นเอในคดีต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นนั่นเอง

 

Cover Photo: humansarefree.com

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising