<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?><articles><UUID>TSTD202608050532</UUID><time>1785907927</time>		<article>
			<ID>12311610</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1784113340000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2099732540000</endYmdtUnix>

			<title>ฟิตร่างกายลุย Hybrid Race กับโปรแกรมฝึกแบบ Team Under Armour</title>
			<category>LIFE</category>

			<publishTimeUnix>1784113340000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-07-15 18:02:20</publishTime>
			<updateTimeUnix>1784114528000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-07-15 18:22:08</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>ฟิตร่างกายลุย Hybrid Race กับโปรแกรมฝึกแบบ Team Under Armour</title>
					<description>ฟิตร่างกายลุย Hybrid Race กับโปรแกรมฝึกแบบ Team Under Armour</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-1.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-1.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>นอกจากจะเป็นที่พูดถึงกันในทุกกลุ่มของสายฟิตสายลุยแล้ว แต่ ‘Hybrid Race’ กีฬาสายวิ่งผสมสายฟิตเนสก็กำลังเป็นเป้าหมายที่รอการพิชิตของใครหลาย ๆ คนอย่างแน่นอน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แน่นอนว่าหลากหลายผู้พิชิตและหลากหลายทีมกำลังเตรียมตัวอย่างเข้มข้น รวมถึงที่ RYSE Arena เมื่อวันศุกร์ที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมาที่เหล่า TeamUA หรือ Team <a href="https://thestandard.co/tag/Under-Armour/" target="_blank" rel="dofollow noopener">Under Armour</a> ทั้ง 22 คนก็ได้เริ่มออกมา Full Body Shake เรียกเหงื่อเรียกแรงกันอย่างเข้มข้น ในอีก 5 สัปดาห์ข้างหน้าที่จะให้สายฟิตทุกคนได้ท้าทายตัวเองกันอีกครั้งในปีนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231147" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-1.jpg?x70826" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 1" width="1280" height="1700" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>ฟิต 5 สัปดาห์ก่อนแข่งกับ Under Armour</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ระยะเวลา 5 สัปดาห์ของแคมป์ฝึกซ้อม Team UA จะได้เจอกับโปรแกรมที่วางรากฐานการพัฒนาศักยภาพร่างกายอย่างเป็นระบบ เริ่มต้นจากการปรับพื้นฐานการเคลื่อนไหวเพื่อเตรียมความพร้อม ก่อนจะไต่ระดับความเข้มข้นไปสู่การจำลองสถานการณ์ในสนามแข่งจริง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231148" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-2.jpg?x70826" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 2" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ช่วงสัปดาห์แรกเริ่มด้วยการทดสอบ Movement Foundation เพื่อประเมินความพร้อม จากนั้นสร้าง Aerobic Base เสริมความทนทาน และยกระดับสู่ Strength Endurance สำหรับสถานีที่ใช้พละกำลัง พร้อมฝึกเทคนิค Transition การคุมเพซ และวางกลยุทธ์เฉพาะตัว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231149" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-3.jpg?x70826" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 3" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมื่อเข้าสู่โค้งสุดท้าย จะเน้น Race Simulation เพื่อฝึกซ้อมภายใต้ความกดดันและความเหนื่อยล้าจริง ก่อนเข้าช่วง Taper เพื่อลดการซ้อม ให้ร่างกายได้ฟื้นฟูและสะสมพลังงานเต็มเปี่ยมสำหรับวันแข่ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231151" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-4.jpg?x70826" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 4" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>เผยโฉม ‘Team UA’ ก่อนลง Full Body Shake</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับสัปดาห์แรกของ Team Under Armour ทั้ง 22 คนได้มาพบหน้ากันเพื่อทำความรู้จักและ Ice Breaking แบบฉบับสายฟิตสายลุยที่จะมาทำความรู้จักกันขณะ Planking และ Squat เรียกเหงื่อ ซึ่งแต่ละคนเดินเข้ามาพร้อมเป้าหมายที่แตกต่างกัน ทั้งการทำลายสถิติเดิมของตัวเอง หรือกลับมาทวงฟอร์มหลังผ่านสนามมา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ไม่ว่าจะเป็น Junior (@ju.nio.r12) และ Jaynoppa (@jaynoppa), Emma Arocha (@emmarchh), Pim Pimkanok (@pimmypiam) Pipe Kamtapong (@pipekubkib) นอกจากนี้ยังมี ‘รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น’ หนึ่งในนักกีฬา Under Armour มาเข้าร่วม Full Body Shakeout ในฐานะ Team UA ด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231152" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-5.jpg?x70826" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 5" width="1920" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โดยสำหรับคลาสสัปดาห์แรก TEAM UA เริ่มด้วย Easy Run ก่อนฝึกคุมแรงที่สถานี SkiErg และ RowErg ต่อด้วยโจทย์คู่อย่าง Sled Push ร่วมกับ Farmer Hold ที่ต้องถือ Kettlebell ให้มั่นคงขณะเพื่อนดัน Sled</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231153" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-6.jpg?x70826" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 6" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ครึ่งหลังทวีความเข้มข้นด้วย Burpee Broad Jump, Wall Ball, Walking Lunge และท่าท้าทายใจอย่าง Sandbag Reverse Lunge, Ab-mat Sit-up กับ Bearhug Sandbag Carry ในเวลาจำกัด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231154" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-7.jpg?x70826" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 7" width="1920" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แม้เป็นท่าที่คุ้นเคย แต่เมื่อฝึกต่อเนื่อง บททดสอบจริงคือการคุมหายใจและรักษาฟอร์มเพื่อออมแรง คลาสนี้ช่วยให้ทุกคนพบจุดแข็งและจุดที่ต้องปรับปรุง เพื่อเตรียมลุยต่อสำหรับการแข่งที่กำลังจะเข้ามา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231155" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-8.jpg?x70826" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 8" width="1920" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>เทรนก่อนเจอสนามจริงแบบ Team UA ได้กับยิมพาร์ตเนอร์</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>หากใครอยากฝึกร่างกายให้พร้อมกับเวทีท้าทายตัวเองใน Hybrid Race แบบ Team UA ก็ไม่ต้องอิจฉาไป เพราะ Under Armour เปิดโอกาสให้ทุก ๆ คนที่อยากเตรียมตัวก่อนลง Hybrid Race ได้เข้ามาฝึกในระบบเดียวกันด้วย โดยโปรแกรมนี้ร่วมมือกับยิมพาร์ตเนอร์ 3 แห่ง ได้แก่ RYSE Arena, ONTRACK Campus (เขตพระโขนง) และ FIT:D Thailand</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231156" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-9.jpg?x70826" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 9" width="1920" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่ละคลาสจะเป็นการค่อย ๆ ทำความเข้าใจองค์ประกอบที่จำเป็นต่อ Hybrid Race ตั้งแต่การสร้าง Aerobic Base การเพิ่ม Strength Endurance การควบคุมเพซ ไปจนถึงการฝึก Transition ระหว่างการวิ่งและสถานีต่าง ๆ ก่อนนำทุกอย่างมาทดลองร่วมกันผ่าน Race Simulation</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231157" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-10.jpg?x70826" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 10" width="1280" height="1700" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผู้สนใจร่วมซ้อมแบบ Team UA สามารถรับ Training Class Pass (3 เครดิต) เมื่อซื้อสินค้าครบ 6,900 บาทที่ Under Armour Brand House เพื่อเข้าเซสชันกับยิมพาร์ตเนอร์และแบ่งปันให้เพื่อนได้ โดยผู้ที่เข้าครบ 3 คลาสตามเงื่อนไข จะได้รับสิทธิ์ลงทะเบียน Race Simulation เพื่อทดสอบความพร้อมของร่างกาย จังหวะเปลี่ยนสถานี และแผนการแบ่งแรงก่อนเจอสนามจริง สามารถรับรายละเอียดและโค้ดลงทะเบียนได้จากทีมงานหน้าร้าน</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>มาทดสอบตัวเองเพื่อพัฒนาตัวเองไปอีกขั้น</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในการฝึกซ้อมสัปดาห์แรกนี้ Under Armour ได้ให้การสนับสนุนผู้ท้าชิง Hybrid Race อย่างเต็มที่กับทุกคนที่มีเป้าหมายเดียวกัน โดยมีระบบสนับสนุนตลอดเส้นทาง ทั้งโปรแกรมฝึก โค้ช ยิมพาร์ตเนอร์ เสื้อผ้าอุปกรณ์ และการฟื้นฟูร่างกาย ทำให้แบรนด์เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงการฝึก ความรู้ และคอมมูนิตี้ เพื่อผลักดันแนวคิด Make Athletes Better ให้เกิดขึ้นจริงผ่านการลงมือทำ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231158" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-11.jpg?x70826" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 11" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับใครที่กำลังมอง Hybrid Race เป็นเป้าหมายถัดไป อย่ารีรอให้ใกล้วันแข่ง เวลานี้คือเวลาที่ดีที่สุดแล้วที่จะได้ท้าทายตัวเอง และพัฒนาตัวเองไปในอีกขั้นก่อนการแข่งจริงในอีกไม่กี่สัปดาห์นี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231159" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-12.jpg?x70826" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 12" width="1920" height="1280" /><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231160" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-13.jpg?x70826" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 13" width="1920" height="1280" /></p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>BOYNEXTDOOR ขึ้นแท่นเป็นโกลบอลแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Under Armour</title>
							<url>https://thestandard.co/boynextdoor-under-armour-ambassador/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/boynextdoor-under-armour-ambassador-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>UNDER ARMOUR X MARINE SERRE แคปซูลคอลเล็กชันเพื่อฉลอง 30 ปีของแบรนด์กีฬา</title>
							<url>https://thestandard.co/under-armour-marine-serre-capsule/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/06/under-armour-marine-serre-1.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>สเตฟเฟน เคอร์รี แยกทาง Under Armour หลังร่วมงานกันนาน 13 ปี</title>
							<url>https://thestandard.co/stephen-curry-parts-under-armour/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2025/11/stephen-curry-parts-under.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/under-armour-hybrid-race-training/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12383361</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1785907152000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2101526352000</endYmdtUnix>

			<title>‘จากผู้ใช้ สู่ผู้สร้าง’ โจทย์ใหญ่ท่ามกลางคลื่น AI จีน ไทยพร้อมแค่ไหน?</title>
			<category>News</category>

			<publishTimeUnix>1785907152000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-08-05 12:19:12</publishTime>
			<updateTimeUnix>1785907207000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-08-05 12:20:07</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>‘จากผู้ใช้ สู่ผู้สร้าง’ โจทย์ใหญ่ท่ามกลางคลื่น AI จีน ไทยพร้อมแค่ไหน?</title>
					<description>‘จากผู้ใช้ สู่ผู้สร้าง’ โจทย์ใหญ่ท่ามกลางคลื่น AI จีน ไทยพร้อมแค่ไหน?</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/08/china-ai-wave-thailand-cover.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/08/china-ai-wave-thailand-cover.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>ท่ามกลางสมรภูมิการแข่งขันทางเทคโนโลยีที่ดุเดือดระดับโลก ‘กระแสคลื่น AI จีน’ กำลังก่อตัวและถาโถมเข้ามาอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ความก้าวหน้าทางวิศวกรรมเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค ‘การทูต AI’ (AI Diplomacy) อย่างเต็มรูปแบบ</p>
<p>&nbsp;</p>
<div style="background: #fff; border-radius: 16px; padding: 20px; box-shadow: 0 10px 25px rgba(0,0,0,0.12); max-width: 600px;">
<div style="margin-bottom: 12px;">
<h2 style="font-size: 22px; font-weight: bold;">ประเด็นสำคัญ</h2>
<div style="height: 6px; background-color: #e62227; margin-top: 6px; width: 100%;">&nbsp;</div>
</div>
<ul style="padding-left: 20px; margin: 0; list-style: disc;">
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section1">สีจิ้นผิงกับ ‘การทูต AI’</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section2">WAICO: องค์การ AI โลก ภายใต้การนำของจีน</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section3">โอกาส และความท้าทายของไทย ท่ามกลางคลื่น AI จีน</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section4">ไทยควรรับมือกับ ‘คลื่น AI จีน&#8217; อย่างไร</a></li>
</ul>
</div>
<p>&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p>ปัจจุบันจีนกำลังยกระดับตัวเองจากผู้ผลิตเทคโนโลยี (AI Producer) ขึ้นเป็น ‘ผู้กำหนดกติกา’ (Rule Shaper) ด้านปัญญาประดิษฐ์ของโลก ผ่านการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ‘AI Vision 2030’ และการก่อตั้งองค์การด้าน AI ระดับโลกที่เป็นรูปธรรมอย่าง ‘องค์การความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์โลก’ (World Artificial Intelligence Cooperation Organization: WAICO)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ปรากฏการณ์นี้จึงเป็นทั้ง ‘โอกาสครั้งสำคัญ’ และ ‘โจทย์ท้าทาย’ ที่ยากจะหลีกเลี่ยงสำหรับประเทศในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะประเทศไทย ว่าจะเลือกขยับตัวอย่างไรเพื่อป้องกันการเป็นเพียงแค่ ‘ทางผ่าน’ และยกระดับประเทศขึ้นในระบบนิเวศเทคโนโลยีใหม่ที่จีนกำลังพยายามก้าวเข้ามาเป็นผู้ร่วมกำหนดกติกานี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section1" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">สีจิ้นผิงกับ ‘การทูต AI’</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน นำ ‘การทูต AI’ มาใช้สร้างพันธมิตรในประชาคมโลก เพื่อปูทางไปสู่เป้าหมายหลัก นั่นคือ การก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านธรรมาภิบาล AI (AI Governance) ซึ่งจะทำให้จีนมีอำนาจในการจัดระเบียบและตั้งกฎกติกาการใช้งานเทคโนโลยีแห่งอนาคต ซึ่งมีแนวทางสำคัญ คือ การผลักดัน AI ให้เป็น ‘สินค้าสาธารณะ’ และต่อต้านการผูกขาด รวมถึงการใช้ AI เป็นข้อเสนอทางการทูตใหม่ เพื่อดึงดูดกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา หรือกลุ่มประเทศโลกใต้ (Global South) ให้เข้ามาอยู่ในวงโคจรทางเศรษฐกิจของจีน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ผศ.ดร.ชาดา เตรียมวิทยา</b> อาจารย์ประจำคณะศิลปศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ผู้เชี่ยวชาญด้านจีนศึกษา ให้สัมภาษณ์กับ <b>THE STANDARD</b> ว่า การทูตของจีนในยุคปัจจุบันได้เปลี่ยนผ่านจากการเน้นโครงสร้างพื้นฐานหรือสิ่งปลูกสร้างต่างๆ เช่น รถไฟ ถนน ท่าเรือ ภายใต้โครงการ Belt and Road Initiative (BRI) ไปสู่การเชื่อมโยงด้วยแพลตฟอร์มดิจิทัล มาตรฐานทางเทคโนโลยี และมาสู่การทูต AI ในท้ายที่สุด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>จีนได้ปรับแนวคิดจาก ‘Made in China’ หรือ ‘Made by China’ มาเป็น ‘Build with China’ ซึ่งหมายถึงการที่จีนไม่ได้แค่นำ AI ของตนมาขาย แต่เข้าไปช่วยประเทศอื่นสร้าง AI หรือ AI Agent ของตนเองขึ้นมา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อาจารย์ชาดายังมองอีกว่า AI กำลังกลายเป็น ‘Soft Power’ รูปแบบใหม่ของจีน เพราะเป็นเทคโนโลยีและเครื่องมือที่คนทั่วโลก รวมถึงนักศึกษาในทวีปต่างๆ ต้องใช้งานทุกวัน โดยมีวิศวกรหรือคนเขียนโค้ดชาวจีนอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ AI ระดับโลกหลายตัว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ขณะที่ <b>มาร์โก เฉิน (Marco Chen)</b> ที่ปรึกษาบริษัทสัญชาติอเมริกันที่ให้บริการด้านธุรกิจ กฎหมาย และดิจิทัลชั้นนำระดับโลกอย่าง Corporation Service Company (CSC) แสดงความเห็นผ่าน <b>THE STANDARD</b> ว่า อาจจะต้องระวังเล็กน้อยกับการเรียก AI ทั้งหมดว่าเป็น ‘Soft Power’ เพราะตัวเทคโนโลยีเองไม่จำเป็นต้องเป็น Soft Power แต่เมื่อ AI ทำให้คนต่างชาติรู้สึกว่าเทคโนโลยีจีน ‘ใช้งานได้จริง ราคาเข้าถึงได้ และช่วยแก้ปัญหาได้’ ตรงนี้จะเริ่มกลายเป็น ‘อำนาจดึงดูด&#8217; (Attraction) ซึ่งเข้าใกล้แนวคิด Soft Power มากขึ้น เมื่อต่างชาติเข้ามาใช้งานอย่างแพร่หลาย จะนำไปสู่การผูกพันในระบบนิเวศ (Ecosystem) ทางเทคโนโลยีของจีน ที่มีความลึกซึ้งมากกว่าแค่การซื้อขายสินค้า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>มาร์โก เฉินยังระบุว่า นอกเหนือจากการแข่งขันระหว่าง DeepSeek Vs ChatGPT ซึ่งเป็นหนึ่งในภาพแทนของการแข่งขันระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกาแล้ว ประเด็นที่สำคัญกว่าคือ บริษัทด้านเทคโนโลยี AI ของจีน ไม่ว่าจะเป็น Alibaba, ByteDance, Tencent, Baidu, DeepSeek และ AI สตาร์ทอัพอื่นๆ ก็กำลังแข่งขันกันเองภายในจีนด้วย โดยเขามองว่า การแข่งขันภายในจีนนี่เองที่เป็นหนึ่งใน ‘เครื่องเร่งนวัตกรรมของจีน’ ในปัจจุบัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section2" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">WAICO: องค์การ AI โลก ภายใต้การนำของจีน</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคมที่ผ่านมา<b> จางเจี้ยนเว่ย</b> เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกี่ยวกับรายงานสรุปผลการเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย ระหว่างวันที่ 16-20 กรกฎาคม 2026</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โดยระบุว่า ในการเยือนครั้งนี้ผู้นำรัฐบาลของไทย ได้เข้าร่วมการประชุมปัญญาประดิษฐ์โลก (WAIC 2026) ที่เซี่ยงไฮ้ ซึ่งสีจิ้นผิงได้ประกาศจัดตั้งองค์การ AI โลกอย่าง WAICO ขึ้นอย่างเป็นทางการ พร้อมประกาศว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า จีนจะให้โควตาฝึกอบรมด้าน AI จำนวน 5,000 คนแก่ประเทศกำลังพัฒนา และเตรียมจัดตั้งศูนย์ประยุกต์ใช้ AI ระหว่างประเทศสำหรับอาเซียน ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของไทยอย่างมาก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อนุทินยังได้แสดงความยินดีและสนับสนุนข้อริเริ่มของจีนในการจัดตั้งองค์การ WAICO โดยพร้อมร่วมมือกับจีนในการสร้างระบบ ‘ธรรมาภิบาล AI ระดับโลก’ ที่เปิดกว้าง ยุติธรรม และสมเหตุสมผล ทั้งยังกล่าวว่า การพัฒนา AI ควรอยู่บนพื้นฐานของหลักการ 3 ประการ ได้แก่ การคุ้มครองประชาชน การปลดปล่อยศักยภาพ และการร่วมกันสร้างความเจริญรุ่งเรือง ซึ่ง ‘สอดคล้อง’ กับความคิดริเริ่มของสีจิ้นผิง ที่มุ่งเน้นให้การพัฒนา AI มีความปลอดภัย ควบคุมได้ ครอบคลุมและเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โดยอนุทินและสีจิ้นผิง ‘เห็นพ้อง’ ที่จะยึดมั่นในความเปิดกว้าง และความร่วมมือแบบได้ประโยชน์ร่วมกัน ลดช่องว่างทางดิจิทัลผ่านความร่วมมือพหุภาคี และสร้างระบบธรรมาภิบาล AI ระดับโลกที่ยุติธรรมและสมเหตุสมผลร่วมกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>WAICO มีสมาชิกก่อตั้ง 29 ประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศกำลังพัฒนา หรือประเทศโลกใต้ โดย 5 จากทั้งหมด 11 ประเทศอาเซียน ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย เมียนมา สปป.ลาว และกัมพูชา เข้าเป็นสมาชิกองค์การนี้แล้ว ขณะที่ปัจจุบันไทยยังไม่ได้เข้าร่วมองค์การ WAICO ภายใต้การนำของจีน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>THE STANDARD</b> พูดคุยกับ <b><a href="https://thestandard.co/tag/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3-%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%97%E0%B8%8A%E0%B8%A5%E0%B8%B5/" target="_blank" rel="dofollow noopener">อาจารย์ ดร. ภากร กัทชลี</a> </b>อาจารย์ประจำภาควิชาการตลาด คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้เชี่ยวชาญด้านประเทศจีนและเจ้าของเพจ ‘อ้ายจง’ ถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกระแสคลื่น AI จีน และองค์การ WAICO</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อาจารย์ภากรมองว่า จีนแข่งขันด้านเทคโนโลยีกับสหรัฐฯ มาอย่างต่อเนื่อง และได้วางยุทธศาสตร์ ‘AI Vision 2030’ มาตั้งแต่ปี 2017 โดยมีเป้าหมายค่อยๆ ลดช่องว่างและก้าวขึ้นเป็นผู้นำโลกด้าน AI ภายในปี 2030 ซึ่งในทางปฏิบัติถือว่า ‘มีการแบ่งขั้วแล้ว’ ระหว่าง 2 ค่ายยักษ์ใหญ่นี้ แม้จีนจะบอกว่า เป็นการพัฒนาแบบพหุภาคี (Multilateral) ที่ร่วมมือกันได้หมด แต่ความจริงคือ จีนกำลังเดินรอยตามสหรัฐฯในอดีต โดยพยายามสร้างและ ‘จัดระเบียบโลกด้านธรรมาภิบาล AI’ (Global AI Governance) ของตนเอง เพื่อก้าวขึ้นมาเป็นแกนกลางและคานอำนาจกับฝั่งตะวันตก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>องค์การ WAICO เป็นหนึ่งในภาพสะท้อนที่เป็นรูปธรรมของยุทธศาสตร์ ‘AI Vision 2030’ ของจีน ซึ่งจีนพยายามใช้ AI เป็นเครื่องมือทางการทูต โดยดึงกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา หรือกลุ่มประเทศโลกใต้ เข้ามาร่วมก่อตั้งองค์การนี้ เพื่อแสดงศักยภาพให้เห็นว่า จีนคือผู้นำอย่างแท้จริงในกลุ่มประเทศเหล่านี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ส่วนประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการที่ไทยไม่ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกก่อตั้งองค์การ WAICO นั้น อาจารย์ภากรระบุว่า การที่ไทยยังไม่เข้าร่วมในทันที อาจเป็นเพราะว่าไทยต้องการ ‘การคานอำนาจ’ (Balancing) ระหว่างมหาอำนาจ เนื่องจากในความเป็นจริง ไทยก็ยังต้องพึ่งพาและมีสัดส่วนการส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาและชาติตะวันตกในมูลค่ามหาศาล</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อย่างไรก็ตาม อาจารย์ภากรคาดว่า ในอนาคตไทยมีแนวโน้มที่จะเข้าร่วมองค์การนี้ เพราะไทยจำเป็นต้องรักษาสมดุลความสัมพันธ์กับทั้งสองฝ่าย แม้ปัจจุบันไทยจะยังไม่ได้เป็นสมาชิกก่อตั้ง แต่ก็อาจสามารถอยู่ในสถานะ ‘ผู้สังเกตการณ์’ (Observer) หรือ ‘พันธมิตรหุ้นส่วน’ (Partner) ได้ ซึ่งในทางปฏิบัติ จีนก็ไม่ได้รอให้ไทยต้องเข้าเป็นสมาชิกก่อน เพราะปัจจุบันทุนจีนได้เข้ามาเตรียมลงทุนสร้าง AI Data Center ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เช่น ชลบุรี และระยอง</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section3" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">โอกาส และความท้าทายของไทย ท่ามกลางคลื่น AI จีน</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>อาจารย์ชาดามองว่า การเข้ามาของกระแสคลื่น AI จีน ทำให้ไทยมีทางเลือกในการเป็น ‘ผู้บริโภค’ ที่หลากหลายมากขึ้น และเป็นโอกาสที่ไทยจะดึงบริษัทจีนเข้ามาร่วมพัฒนา AI หรือทำวิจัยเพื่อฝึกฝนบุคลากรของเราให้มีความรู้ความสามารถทางด้าน AI เพิ่มมากยิ่งขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ขณะที่ มาร์โก เฉิน มองเห็นโอกาสจากสงครามราคา AI โดย ประเมินว่าการแข่งขัน AI ในปัจจุบันไม่ใช่แค่แข่งว่า “ใครมีโมเดลที่ฉลาดที่สุด” แต่เป็นการแข่งขันด้าน ความฉลาด (Intelligence) × ความเร็ว (Speed) × ต้นทุน (Cost) พร้อมกัน โดยทิศทางของโลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากการแข่งกันสร้างโมเดล ไปสู่สงครามราคา และการนำ AI ไปติดตั้งใช้งานจริงในวงกว้าง นำไปสู่การเปลี่ยนคำถามครั้งสำคัญในโลกธุรกิจ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>การปรากฏตัวของโมเดล AI จีนอย่าง DeepSeek, Qwen และ Kimi ได้สร้างมาตรฐานใหม่ที่ว่า AI ไม่จำเป็นต้องใช้ทรัพยากรมหาศาลเสมอไป หากโมเดลสามารถทำงานได้เก่งระดับ 90-95% ของโมเดลแนวหน้า แต่มีต้นทุนที่ถูกกว่าหลายเท่า ย่อมเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่ามาก นี่จึงเป็นโอกาสทองที่องค์กรในไทยจะสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูงได้ในราคาที่ต่ำลง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้เร็วที่สุด เพราะโลกกำลังเข้าสู่ยุคที่แข่งขันกันว่า “ใครสามารถเปลี่ยน AI ให้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจและสังคมได้เร็วกว่ากัน”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมื่อ AI ราคาถูกลง องค์กรจะไม่ถามว่า “ควรใช้ AI หรือไม่” แต่จะถามว่า “จะเอา AI ไปแทรกในกระบวนการทำงานตรงไหนได้บ้าง” มาร์โกมองว่า โอกาสของภาคธุรกิจและภาครัฐไทยคือ การนำ AI ราคาถูกเหล่านี้ไปใช้เพื่อจัดการงานที่เป็นลำดับขั้นตอนและมีปริมาณมหาศาล (Complete Multi-Step Workflows at Scale) เช่น ระบบบริการลูกค้า การวิเคราะห์เอกสาร การแปลภาษา งานบัญชี โลจิสติกส์ และการศึกษา แทนที่จะใช้เป็นแค่แชตบอตถาม-ตอบทั่วไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ส่วนประเด็นเรื่องความท้าทายในมุมมองของอาจารย์ชาดานั้น ปัญหาหลักคือ คนไทยเป็นเพียง ‘ผู้ใช้’ (User) แต่ไม่เคยเป็น ‘ผู้สร้าง’ (Creator) เมื่อเทียบกับระบบการศึกษาในทั้งสองประเทศ จีนมุ่งเน้นพัฒนา Soft Skill ให้เด็กกล้าตั้งคำถามและถกเถียง ซึ่งจำเป็นมากสำหรับการป้อนคำสั่ง Prompt ให้ AI ในขณะที่เด็กไทยส่วนใหญ่ยังมีจุดอ่อนเรื่องการตั้งคำถาม และมักใช้ AI เป็นเพียงแชตบอตไว้คุยเล่นหรือดูดวง มากกว่าที่จะใช้เพื่อการพัฒนาแอปพลิเคชันหรือเขียนโค้ด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ปัจจุบันประเทศจีนได้พัฒนาจากประเทศที่เคยรับเทคโนโลยีจากประเทศอื่นในยุคทศวรรษ 1980s มาสู่การเป็นผู้สร้าง และกำลังมุ่งสู่การเป็นผู้กำหนดกติกา AI ของโลก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>มาร์โก เฉินยังตั้งข้อสังเกตว่า แม้ไทยจะเป็นประเทศที่น่าลงทุน แต่ปัจจุบันกระแสการลงทุนด้านเทคโนโลยีจากต่างชาติกลับเทน้ำหนักไปที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างอินโดนีเซียและสิงคโปร์มากกว่า สาเหตุสำคัญมาจากประเทศเหล่านั้นมีความพร้อมด้านทรัพยากรบุคคลและระบบที่ตรงไปตรงมา ในขณะที่ไทยกำลังเผชิญปัญหาด้านภาพลักษณ์จากกระแส ‘ธุรกิจสีเทา’ ซึ่งทำให้กลุ่มนักลงทุนรู้สึกว่า สภาพแวดล้อมอาจมีความเสี่ยงในการลงทุน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ด้านอาจารย์ภากร ยังมองว่า หาก AI จีนเข้ามาทำตลาดด้วยราคาที่ถูกและเข้าถึงง่าย (Low Cost / Open Source) จะมีความเสี่ยงที่สตาร์ทอัพไทยอาจจะพึ่งพาจีนมากเกินไป คล้ายกับกรณีอุตสาหกรรม EV ที่จีนใช้กลยุทธ์ข้อได้เปรียบด้านราคา (Absolute Advantage) เข้ามาเจาะตลาดแข่งกับเจ้าอื่นๆ ในประเทศกำลังพัฒนา</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section4" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">ไทยควรรับมือกับ ‘คลื่น AI จีน&#8217; อย่างไร</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>อาจารย์ภากรเสนอว่า ทางออกคือ ไทยไม่จำเป็นต้องต่อต้านคลื่น AI จีน แต่ต้อง ‘รักษาสมดุล’ โดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีจากทั้งจีนและตะวันตก ควบคู่ไปกับการเร่งสร้างผู้ประกอบการและสร้างโมเดล AI ของตนเอง เพื่อไม่ให้ขาดดุลทางเทคโนโลยี เช่นเดียวกับอีกหลายประเทศในอาเซียนที่ก็กำลังดำเนินการในเรื่องนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อาจารย์ยังได้เผยถึงข้อมูลเชิงลึกจากการเข้าร่วมการประชุมเครือข่ายคลังสมองอาเซียน-จีน (Network of ASEAN-China Think Tanks: NACT) ที่ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งจัดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับการประชุม World AI ที่เซี่ยงไฮ้ โดยเป็นการพูดคุยในมิติของการกำกับดูแลดิจิทัล (Digital Governance) และการกำกับดูแลธรรมาภิบาล AI (AI Governance)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อาจารย์พบว่า ประเทศในกลุ่มอาเซียนอย่างอินโดนีเซีย สิงคโปร์ และมาเลเซีย เริ่มมีการวางนโยบายที่ชัดเจนและจริงจังแล้วว่าจะร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับจีนอย่างไรในด้าน AI โดยเฉพาะอินโดนีเซีย มีการจัดทำแผนงานและแผนแม่บท (Master Plan) รองรับอย่างเป็นระบบว่า ตนเองจะนำระบบ AI เข้าไปเชื่อมโยงกับอาเซียนและจีนอย่างไร อีกทั้งยังใช้วิธีบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ โดยไม่ยอมปล่อยให้เรื่องของ AI เป็นหน้าที่หรือความรับผิดชอบของกระทรวงดิจิทัล (DE) หรือกระทรวง ICT เพียงอย่างเดียว ซึ่งเหมือนกับการทำงานแบบไซโล (Silo) อย่างในอดีตที่ต่างคนต่างทำ แยกกันทำงานอย่างชัดเจน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อาจารย์ภากรมองว่า ไทยยังคงขาดการวางนโยบายและแผนการเชื่อมโยงที่เป็นเอกภาพ รวมถึงยังขาดการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบเหมือนอย่างที่อินโดนีเซียทำ ไทยจึงจำเป็นต้องหันมาให้ความสำคัญกับการทำงานแบบบูรณาการข้ามกระทรวง และต้องเร่งวางนโยบาย กฎระเบียบ เพื่อให้ไทยสามารถรับประโยชน์และถ่ายทอดเทคโนโลยี (Technology Transfer) จากทุนจีนได้อย่างแท้จริง ไม่ใช่เป็นเพียง ‘ผู้ให้เช่าที่ดิน’ หรือเป็นแค่ ‘ทางผ่าน’ ของการลงทุนเท่านั้น แต่ต้องมีการตั้งเงื่อนไขที่ไทยจะได้ประโยชน์ เช่น การตั้งศูนย์วิจัยในไทย การจ้างนักวิจัยชาวไทย การร่วมพัฒนาโมเดล AI และการสร้างทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ที่ไทยเป็นเจ้าของร่วมด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อาจารย์ยังเสนอแนะว่า การตั้ง Data Center ใช้พลังงานสูงและมีผลต่อสิ่งแวดล้อม รัฐบาลควรจัดโซนนิ่ง (Zoning) ให้ชัดเจนว่า พื้นที่ใดเหมาะสมและปลอดภัย เช่นเดียวกับจีนที่นำ Data Center ไปตั้งในเขตภูเขาตะวันตก เพื่อใช้พลังงานสะอาด และเลี่ยงพื้นที่ศูนย์กลางเศรษฐกิจ ทั้งยังจะต้องพัฒนาทักษะและฝีมือแรงงาน (Upskill / Reskill) รวมถึงพัฒนาบุคลากรเฉพาะกลุ่ม (Segment) อย่างชัดเจน ทั้งการต่อยอดให้กับผู้เชี่ยวชาญ AI เดิม และการสอนผู้เชี่ยวชาญในวิชาชีพอื่นให้นำ AI ไปประยุกต์ใช้ในสายงานของตน (Domain Expert) รวมถึงการที่ไทยต้องสร้าง AI ของตัวเอง เพื่อนำไปต่อยอด ‘จุดแข็ง’ เดิมของประเทศ เช่น ด้านการเกษตร อาหาร และการท่องเที่ยว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>‘สอดคล้อง’ กับความเห็นของอาจารย์ชาดาที่มองว่า ไทยต้องนำ AI มาเชื่อมโยงกับจุดแข็งของประเทศ เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดและมีเทคโนโลยีที่เป็นของตัวเอง ควรเรียนรู้จากจีนที่นำ AI มาผูกกับชีวิตประจำวันของคนได้อย่างไร้รอยต่อ โดยไทยต้องกลับมาทบทวนความพร้อมของตัวเองก่อนว่า ระบบคอมพิวเตอร์ เครือข่าย และบุคลากรของเราพร้อมที่จะไปร่วมพัฒนา AI ในระดับนั้นแล้วหรือไม่ ไทยต้องพัฒนาทักษะและฝีมือแรงงานให้มีความพร้อมมากยิ่งขึ้น ทั้งยังต้องเล่นบทบาทในการเป็น ‘สะพานเชื่อม’ (Bridge) ระหว่างจีน ตะวันตก และอาเซียน ซึ่งจะเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อาจารย์กล่าวทิ้งท้ายว่า หากคนไทยยังคงใช้ AI เป็นเพียงแค่แชตบอต อีก 10 ปีข้างหน้าเราก็จะยังเป็นแค่ ‘ผู้ใช้เทคโนโลยี’ ต่อไป ไทยต้องถอดบทเรียนจากจีน ที่เมื่อกว่า 40 ปีก่อนเคยเป็นเพียงประเทศยากจนที่ต้องรับเทคโนโลยีจากต่างชาติ แต่ปัจจุบันจีนสามารถยกระดับเป็นผู้ผลิต ผู้สร้าง และผู้กำหนดกติกาโลกได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เป้าหมายสำคัญ ‘ไม่ใช่’ การปรับตัวเพื่อเป็นแบบจีน แต่เพื่อเปลี่ยนตัวเองจาก ‘ผู้ใช้’ (User) ให้กลายเป็น ‘ผู้สร้าง’ (Creator) เด็กไทยรุ่นใหม่จะต้องเป็นผู้สร้างนวัตกรรมให้ได้ ไม่ใช่เป็นเพียงผู้บริโภคอย่างที่ผ่านมา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #999999;"><strong style="color: #999999;">แฟ้มภาพ:</strong><span style="color: #999999;"> Reuters / Shutterstock</span></span></p>
<div id="gtx-trans" style="position: absolute; left: 661px; top: 535.516px;">
<div class="gtx-trans-icon">&nbsp;</div>
</div>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>เปิดเหตุผล สหรัฐฯ เตรียมแบนอุปกรณ์จีนใน Data Center ส่งผลกระทบอย่างไร</title>
							<url>https://thestandard.co/us-china-ban-data-center-equipment/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/08/us-china-ban-data-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>SpaceX ทุ่มงบ AI กว่า 5.2 แสนล้านบาท ในไตรมาสเดียว พร้อมประกาศชิงลูกค้ามือถือในสหรัฐฯ</title>
							<url>https://thestandard.co/spacex-ai-mobile-us-challenge/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/08/spacex-ai-mobile-us-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>สีหศักดิ์ จี้ทูตจีนช่วยสร้างความเข้าใจ ปมดรามาสนามบินสุวรรณภูมิ ย้ำอย่าซ้ำเติมความขัดแย้ง</title>
							<url>https://thestandard.co/sihasak-china-ambassador-suvarnabhumi-drama/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/08/sihasak-china-ambassador-suvarnabhumi-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/china-ai-wave-thailand-readiness/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12383022</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1785904753000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2101523953000</endYmdtUnix>

			<title>Spider-Man: Brand New Day ทำรายได้ 1 พันล้านดอลลาร์จากทั่วโลกภายใน 6 วัน</title>
			<category>Culture</category>

			<publishTimeUnix>1785904753000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-08-05 11:39:13</publishTime>
			<updateTimeUnix>1785904948000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-08-05 11:42:28</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>Spider-Man: Brand New Day ทำรายได้ 1 พันล้านดอลลาร์จากทั่วโลกภายใน 6 วัน</title>
					<description>Spider-Man: Brand New Day ทำรายได้ 1 พันล้านดอลลาร์จากทั่วโลกภายใน 6 วัน</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/08/spider-man-brand-new-cover-1.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/08/spider-man-brand-new-cover-1.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>หลังจากที่เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ได้เพียง 6 วัน <a href="https://thestandard.co/tag/Spider-Man%3A-Brand-New-Day/" target="_blank" rel="dofollow noopener">Spider-Man: Brand New Day</a> ก็สร้างประวัติศาสตร์กลายเป็นภาพยนตร์ที่กวาดรายได้จากทั่วโลกแตะ 1 พันล้านดอลลาร์ได้รวดเร็วที่สุดตลอดกาลเป็นอันดับ 2 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เป็นรองจากอีกหนึ่งภาพยนตร์แห่งจักรวาล MCU อย่าง Avengers: End Game ที่สามารถทำรายได้จาก Box Office ทั่วโลกถึง 1.2 พันล้านดอลลาร์ ภายในสุดสัปดาห์แรกของการเปิดตัวเมื่อปี 2019</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Spider-Man: Brand New Day กวาดรายได้ในสหรัฐอเมริกาไปทั้งหมด 335 ล้านดอลลาร์ (นับว่าทุบสถิติเก่าอย่าง Avengers: End Game ที่เคยเปิดตัวในประเทศด้วยรายได้ สูงสุด) และทำรายได้ในต่างประเทศถึง 572 ล้านดอลลาร์ รวมกันเป็นจำนวน 972 ล้านดอลลาร์ ตั้งแต่ในช่วงสุดสัปดาห์แรกของการเปิดตัว และขณะนี้ภาพยนตร์ก็ทำรายได้ในประเทศได้ 407 ล้านดอลลาร์ พร้อมกับกวาดเงินจากต่างประเทศ 645.8 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ภาพยนตร์ทำรายได้ไปแล้วทั้งหมด 1.05 พันล้านดอลลาร์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Spider-Man: Brand New Day นับเป็นภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่แบบเดี่ยวของ Tom Holland เรื่องที่ 4 แล้ว โดยสำหรับภาคใหม่นี้ Destin Daniel Cretton ที่เคยฝากฝังผลงานเรื่อง Shang-Chi and the Legend of the Ten Rings ได้มาทำหน้าที่เป็นผู้กำกับ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ Jon Watts ทำหน้าที่กำกับภาพยนตร์ Spider-Man เวอร์ชันดังกล่าวทั้ง 3 ภาค ซึ่ง Spider-Man: Brand New Day ทิ้งช่วงห่างจากภาคแรกนานถึง 5 ปี ด้วยตอนจบที่ทำให้ผู้ชมต่างลุ้นและคาดเดาเรื่องราวต่อไปของ Peter Parker</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นอกจากความสำเร็จนี้แล้ว Spider-Man: Brand New Day ยังทำรายได้ในประเทศสูงสุดตลอดกาลในวันแรกของการเปิดตัว และสามารถกวาดรายได้จากอเมริกาเหนือแตะเลข 400 ล้านได้เร็วที่สุด อีกทั้งยังทำรายได้ในวันจันทร์ได้สูงที่สุดด้วยจำนวน 47 ล้านดอลลาร์ โค่นแชมป์เก่าอย่าง Black Panther ที่เคยสร้างสถิติวันจันทร์เอาไว้ในปี 2018</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #999999;"><strong style="color: #999999;">ภาพ:</strong><span style="color: #999999;"> Sony Pictures</span></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #999999;"><strong style="color: #999999;">อ้างอิง:</strong><span style="color: #999999;"> <a style="color: #999999; text-decoration: underline;" href="https://people.com/spider-man-brand-new-day-is-second-fastest-movie-to-gross-usd1-billion-worldwide-12033727" target="_blank" rel="noopener">https://people.com/spider-man-brand-new-day-is-second-fastest-movie-to-gross-usd1-billion-worldwide-12033727</a></span></span></p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>Spider-Man: Brand New Day กวาดรายได้ในอเมริกาไป 335 ล้านดอลลาร์ช่วงสุดสัปดาห์แรก</title>
							<url>https://thestandard.co/spider-man-brand-new-day-box-office/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/08/spider-man-brand-new-2.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>โรงหนังกลับมาคึกคัก หลังสไปเดอร์แมนภาคใหม่ จุดกระแสชักใยยอดขายตั๋วพรีวิวในสหรัฐฯ สูงถึง 72 ล้านดอลลาร์</title>
							<url>https://thestandard.co/spider-man-brand-new-day-sales/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/08/spider-man-brand-new-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>Tom Holland เผยความคืบหน้าหนังชีวประวัติ Fred Astaire</title>
							<url>https://thestandard.co/tom-holland-fred-astaire-biopic/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/tom-holland-fred-astaire-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/spider-man-brand-new-day-record/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12373173</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1785644794000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2101263994000</endYmdtUnix>

			<title>บริษัทสตาร์ตอัป CipherX นำเสนอ ‘เครื่องสักไร้ความเจ็บปวด’ ตัวแรกของโลก</title>
			<category>Lifestyle</category>

			<publishTimeUnix>1785644794000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-08-02 11:26:34</publishTime>
			<updateTimeUnix>1785644794000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-08-02 11:26:34</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>บริษัทสตาร์ตอัป CipherX นำเสนอ ‘เครื่องสักไร้ความเจ็บปวด’ ตัวแรกของโลก</title>
					<description>บริษัทสตาร์ตอัป CipherX นำเสนอ ‘เครื่องสักไร้ความเจ็บปวด’ ตัวแรกของโลก</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/08/cipherx-painless-tattoo-machine-cover.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/08/cipherx-painless-tattoo-machine-cover.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>บริษัทสตาร์ตอัป CipherX นำเสนอเครื่องสักรูปแบบใหม่ ‘Microneedle Tattoo Patches’ ที่ถูกออกแบบเพื่อให้ผู้ถูกสักไม่ต้องอดทนต่อเจ็บปวดอย่างที่เคยเป็นมา โดยพวกเขาคิดค้นนวัตกรรมการสักใหม่ที่ออกมาในรูปแบบเครื่องสักขนาดกะทัดรัดพอดีมือที่ง่ายต่อการพกพา พร้อมด้วยอุปกรณ์อย่างตัวแท่นโหลด และ แผ่นแปะที่มาพร้อมกับเข็มขนาดเล็กจิ๋วที่เรียงตัวเป็นลวดลายสำหรับการสัก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับวิธีสักนั้น เครื่องจะนำตัวแผ่นแปะกดลงบนผิวหนังอย่างรวดเร็ว และลายสักที่อยู่ในรูปแบบเข็มขนาดไมโครก็จะฝังตัวลงไปบนผิวหนัง ซึ่งเมื่อดึงแผ่นแปะออกหลังจากที่ทิ้งเอาไว้บนตำแหน่งเดิมราว 10-15 นาที กระบวนการสักก็จะเป็นอันเสร็จสิ้นสมบูรณ์โดยที่ผู้ถูกสักไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดเหมือนการใช้เครื่องสักทั่วไปที่มีเข็มเป็นอุปกรณ์ฝังลวดลาย โดยในตอนแรกลายจะดูจืดจางเล็กน้อย แต่เมื่อเวลาผ่านไปไม่กี่วัน เม็ดสีที่ถูกฝังบนผิวหนังเหล่านั้นก็จะพัฒนาจนกลายเป็นลายสักที่แท้จริง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>CipherX ให้ข้อมูลด้วยว่า หลังจากสักด้วยเครื่อง Microneedle Tattoo Patches แล้ว ผู้สักไม่ต้องห่อหุ้มรอยสักด้วยกระดาษใส แค่เพียงรักษาความสะอาดเป็นพิเศษพร้อมละเว้นกิจกรรมอย่างซาวน่าหรือออกกำลังกายแค่เพียง 24 ชั่วโมง โดยขณะนี้เครื่องสักมีลายที่ถูกคัดสรรมาแล้วให้เลือกเท่านั้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>CipherX ก่อตั้งโดย Ferdinand Kohle ตั้งแต่ปี 2020 หลังจากที่เขาทำงานทั้งในแวดวงดีไซน์และอุตสาหกรรมเภสัชกรรมมานาน ด้วยความที่เป็นโรคกลัวเข็มเขาจึงเริ่มสำรวจและทดลองเทคโนโลยี Microneedle หรือเข็มขนาดไมโครที่ปัจจุบันถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในหัตถการดูแลรักษาผิวหน้า และตั้งคำถามว่านวัตกรรมนี้จะพลิกโฉมแวดวงการสักได้อย่างไรบ้าง โดยตลอดหลายปีผ่านมาเขาบริหารบริษัทเคียงข้าง Karl-Anton Harms อดีตศัลยแพทย์ และมีแพลนในการร่วมงานกับศิลปินช่างสักกับนักออกแบบลายสักในอนาคต</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #999999;"><strong style="color: #999999;">ภาพ:</strong><span style="color: #999999;"> CipherX</span></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #999999;"><strong style="color: #999999;">อ้างอิง </strong><span style="color: #999999;"><a style="color: #999999; text-decoration: underline;" href="https://hypebeast.com/2026/7/cipherx-painless-tattoo-machine-launch" target="_blank" rel="noopener">https://hypebeast.com/2026/7/cipherx-painless-tattoo-machine-launch</a></span></span></p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>VING รองเท้าแตะวิ่งมาราธอนไทย ปั้นนวัตกรรมจากอีสานสู่เวทีโลกได้อย่างไร</title>
							<url>https://thestandard.co/ving-thai-marathon-sandals/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/05/ving-thai-marathon-sandals.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>Whoop ปิดดีลระดมทุนหมื่นล้านบาท แต่ก้าวแรกกลับเป็นการฟ้องสตาร์ทอัพ 20 คน เมื่อยักษ์ใหญ่สายอุปกรณ์สุขภาพกลัวมดตัวน้อยที่ชื่อ Bevel</title>
							<url>https://thestandard.co/whoop-sues-bevel-health-tech-lawsuit/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/04/whoop-sues-bevel-health.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>ยศชนัน เตรียมปฏิรูปอุทยานวิทยาศาสตร์ ดึงทุนยักษ์ปั้น New Growth Engine</title>
							<url>https://thestandard.co/science-park-reform-growth-engine/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/04/science-park-reform-growth-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/cipherx-painless-tattoo-machine/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12247104</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1782732506000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2098351706000</endYmdtUnix>

			<title>ชมคลิป: ปตท. ในสมรภูมิพลังงานโลก: รับมือความไม่แน่นอนอย่างไร ให้มั่นคงและยั่งยืน? | THE STANDARD WEALTH</title>
			<category>Video</category>

			<publishTimeUnix>1782732506000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-06-29 18:28:26</publishTime>
			<updateTimeUnix>1782735228000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-06-29 19:13:48</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>ชมคลิป: ปตท. ในสมรภูมิพลังงานโลก: รับมือความไม่แน่นอนอย่างไร ให้มั่นคงและยั่งยืน? | THE STANDARD WEALTH</title>
					<description>ชมคลิป: ปตท. ในสมรภูมิพลังงานโลก: รับมือความไม่แน่นอนอย่างไร ให้มั่นคงและยั่งยืน? | THE STANDARD WEALTH</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/06/631484_0E1_0.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/06/631484_0E1_0.jpg</thumbnail>
				</image>
									<text>
						<content>
						<![CDATA[
							<iframe width="932" height="516" src="https://www.youtube.com/embed/lTlAQRdEvkc" title="ชมคลิป: ปตท. ในสมรภูมิพลังงานโลก: รับมือความไม่แน่นอนอย่างไร ให้มั่นคงและยั่งยืน? | THE STANDARD WEALTH" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture" allowfullscreen></iframe>
						]]>
						</content>
					</text>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p><span style="font-weight: 400;">ในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และการเร่งเครื่องสู่พลังงานสะอาด หนึ่งในโจทย์ใหญ่ของชาติคือ &#8220;ประเทศไทยจะรักษาความมั่นคงทางพลังงานไปพร้อมกับการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนได้อย่างไร?&#8221;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน จาก THE STANDARD WEALTH ได้รับเกียรติพูดคุยกับ ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. เพื่อเจาะลึกวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ภายใต้การนำทัพในการสร้างสมดุลแห่ง Energy Trilemma</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">#PTT #ปตท #EnergyTransition #NetZero #TheStandardWealth</span></p>
<p>&nbsp;</p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>PTT ประกาศกำไรสุทธิ Q1/69 ทะลุ 2.5 หมื่นล้านบาท โต 10.4% ฝ่าพายุภูมิรัฐศาสตร์ แต่ Q2/69 จับตาความเสี่ยงสงครามตะวันออกกลาง-เงินเฟ้อ</title>
							<url>https://thestandard.co/ptt-q1-profit-q2-risks-69/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/05/ptt-q1-profit-q2-1.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>ขยายพอร์ตอสังหาฯ! EnCo บริษัทลูก ปตท. จับมือ i-Store ปั้นธุรกิจ Self Storage นำร่องดอนเมือง พร้อมศึกษาโอกาสร่วมทุนถือหุ้น i-Store ในอนาคต</title>
							<url>https://thestandard.co/enco-istore-self-storage-don-muang/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/05/enco-istore-self-storage-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>ถอดรหัส ปตท. รักษาสมดุล ‘ความมั่นคงชาติ-ผลประโยชน์ผู้ถือหุ้น’ ฝ่าวิกฤตพลังงานโลก ไทยจะมีน้ำมันใช้ได้นานแค่ไหน</title>
							<url>https://thestandard.co/ptt-balances-energy-security-shareholders/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/05/ptt-balances-energy-security.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/pttplc-interview/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12383415</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1785907715000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2101526915000</endYmdtUnix>

			<title>ท่ามกลางภาวะน้ำมันแพง Bond Yield พุ่ง Valuation ตึงตัว SET Index ไปต่อได้อีกแค่ไหน</title>
			<category>Opinion</category>

			<publishTimeUnix>1785907715000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-08-05 12:28:35</publishTime>
			<updateTimeUnix>1785907715000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-08-05 12:28:35</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>ท่ามกลางภาวะน้ำมันแพง Bond Yield พุ่ง Valuation ตึงตัว SET Index ไปต่อได้อีกแค่ไหน</title>
					<description>ท่ามกลางภาวะน้ำมันแพง Bond Yield พุ่ง Valuation ตึงตัว SET Index ไปต่อได้อีกแค่ไหน</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/08/set-index-oil-bond-cover.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/08/set-index-oil-bond-cover.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>ประเด็นที่ตลาดการเงินทั่วโลกจับตามากที่สุดในขณะนี้ คือการกลับมาปะทุของความตึงเครียดใน<a href="https://thestandard.co/tag/Middle-East/" target="_blank" rel="dofollow noopener">ตะวันออกกลาง</a> ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และเพิ่มแรงกดดันต่อแนวโน้มเงินเฟ้อโลก ขณะเดียวกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ก็ปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบหลายปี สะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและแนวโน้มนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ทว่าตัวเลขเงินเฟ้อดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ประจำเดือนมิถุนายนที่ประกาศล่าสุดอยู่ที่ 3.5% YoY ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 3.8% และชะลอลงจากระดับ 4.2% ในเดือนก่อนหน้า ขณะที่ Core CPI ก็ชะลอลงมาอยู่ที่ 2.6% ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์เช่นกัน ส่งผลให้แรงกดดันต่อการดำเนินนโยบายการเงินแบบเข้มงวดของ Fed ผ่อนคลายลงบางส่วน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ทั้งนี้ ตัวเลขเงินเฟ้อดังกล่าวยังไม่สะท้อนผลกระทบจากการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันในระยะล่าสุด อีกทั้งอัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่ระดับ 3.5% ยังคงสูงกว่าเป้าหมายระยะยาวของ Fed จึงประเมินว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะยังคงรอประเมินข้อมูลเศรษฐกิจเพิ่มเติมก่อนปรับเปลี่ยนนโยบายการเงิน ส่งผลให้ตลาดยังเผชิญความไม่แน่นอนจากทั้งแนวโน้มเงินเฟ้อและพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางสินทรัพย์เสี่ยง อัตราผลตอบแทนพันธบัตร และการคาดการณ์นโยบายการเงินในระยะต่อไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ท่ามกลางปัจจัยดังกล่าว ประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือการปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลต่อตลาดหุ้นไทยผ่าน 3 ด้านหลัก ได้แก่ Valuation, Fund Flow และ Earnings Yield Gap การปรับขึ้นของ Bond Yield ทำให้อัตราคิดลดสูงขึ้น กดดันมูลค่าหุ้น โดยเฉพาะหุ้นที่ซื้อขายด้วย Valuation สูงหรือมีความคาดหวังการเติบโตของกำไรในระยะยาว ขณะเดียวกัน ผลตอบแทนสินทรัพย์ปลอดภัยของสหรัฐฯ ที่สูงขึ้นย่อมเพิ่มแรงจูงใจให้เงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่ และทำให้ส่วนต่างระหว่าง Earnings Yield ของตลาดหุ้นไทยกับพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ แคบลง ซึ่งในอดีตมักสัมพันธ์กับแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ภาพที่เกิดขึ้นจริงในรอบนี้กลับแตกต่างจากทฤษฎี โดยแม้ Bond Yield จะปรับตัวสูงขึ้น แต่ต่างชาติยังคงซื้อสุทธิหุ้นไทยต่อเนื่อง โดยในเดือนกรกฎาคม (1 &#8211; 17 ก.ค. 69) มียอดซื้อสุทธิกว่า 4 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้ยอดซื้อสุทธิสะสมตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่เกือบ 7 หมื่นล้านบาท นับเป็นปีแรกที่พลิกกลับมาซื้อสุทธิหลังขายต่อเนื่อง 3 ปี (2566-2568) รวมกว่า 4.4 แสนล้านบาท สะท้อนว่ายังมีโอกาสที่เม็ดเงินต่างชาติจะทยอยไหลกลับ ซึ่งช่วยลดทอนแรงกดดันจาก Bond Yield ได้บางส่วน เมื่อพิจารณาร่วมกับตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ชะลอลง จึงประเมินว่าการปรับขึ้นของ Bond Yield ในรอบนี้สะท้อนความกังวลต่อความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและราคาพลังงานมากกว่าการคาดการณ์ว่า Fed จะกลับมาใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมื่อกลับมาที่ราคาน้ำมันซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวแปรหลัก ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยมีทั้งด้านบวกและลบ ในด้านลบ ราคาพลังงานที่สูงขึ้นอาจเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ ต้นทุนการผลิต และกำลังซื้อของภาคครัวเรือน อีกทั้งยังจำกัดโอกาสที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะดำเนินนโยบายการเงินผ่อนคลาย หากเงินเฟ้อกลับมาเร่งตัว นอกจากนี้ ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงยังอาจกดดันดุลบัญชีเดินสะพัดและค่าเงินบาทผ่านต้นทุนนำเข้าพลังงานที่เพิ่มขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในทางกลับกัน ตลาดหุ้นไทยมีโครงสร้างที่แตกต่างจากหลายประเทศ เนื่องจากมีน้ำหนักหุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีค่อนข้างสูง ซึ่งมีแนวโน้มได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้น จึงช่วยพยุงดัชนีโดยรวมได้บางส่วน ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศยังสนับสนุนบรรยากาศการลงทุน ทั้งการปรับเพิ่มประมาณการ GDP ปีนี้ของ กนง. ขึ้นเป็น 2.3% จากเดิม 1.5% และภาวะอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Real Interest Rate) ซึ่งยังอยู่ในระดับติดลบและเอื้อต่อการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ไม่ควรมองข้ามคือ SET Index ปัจจุบันซื้อขายที่ระดับ P/E ราว 16 เท่า ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยระยะยาว ทำให้ Upside จากการขยายตัวของ Valuation อาจเริ่มจำกัด การปรับขึ้นต่อจากนี้จึงต้องพึ่งปัจจัยพื้นฐานใหม่ เช่น กำไรที่โตเกินคาดหรือเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้าต่อเนื่อง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ด้วยความไม่แน่นอนที่ยังสูงทั้งจากสงครามตะวันออกกลาง เงินเฟ้อ และทิศทาง Bond Yield จึงประเมินว่า SET Index มีโอกาสทดสอบบริเวณ 1,650–1,700 จุดได้ ก็ต่อเมื่อ กระแสเงินทุนต่างชาติยังไหลเข้าต่อเนื่องและ Bond Yield สหรัฐฯ ไม่เร่งตัวขึ้นอีก ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ยังไม่มีความแน่นอนสูงนัก ขณะที่แนวรับสำคัญบริเวณ 1,530–1,540 จุด ก็อาจถูกทดสอบได้เช่นกันหากปัจจัยลบข้างต้นรุนแรงกว่าคาด ภาพการลงทุนในระยะถัดไปน่าจะอยู่ในลักษณะของการสลับกลุ่มลงทุน (Sector Rotation) มากกว่าการปรับขึ้นพร้อมกันทั้งตลาด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ภายใต้ภาพ Sector Rotation และภาวะที่ราคาน้ำมันยังมีความผันผวน ขณะที่ทิศทางการคลี่คลายของสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังไม่ชัดเจน กลยุทธ์ที่เหมาะสมคือการจัดพอร์ตแบบ Barbell Strategy โดยให้น้ำหนักหุ้นพลังงานต้นน้ำเพื่อเป็น Hedge ต่อความเสี่ยงจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง ควบคู่กับหุ้น Domestic ที่ได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยจากแรงส่งของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ทยอยฟื้นตัว เช่น กลุ่มธนาคาร กลุ่มการแพทย์ กลุ่มค้าปลีก และกลุ่มท่องเที่ยว รวมถึงกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมและโรงไฟฟ้าที่ได้รับแรงหนุนจากการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) และการขยายตัวของ Data Center ขณะที่ควรเพิ่มความระมัดระวังต่อกลุ่มสายการบิน ซึ่งมีต้นทุนเชื้อเพลิงเป็นสัดส่วนสูง และอาจเผชิญแรงกดดันต่ออัตรากำไร หากราคาน้ำมันทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่อง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ที่หากยกระดับความรุนแรงจะดันราคาน้ำมันขึ้นแรงและปลุกความเสี่ยงเงินเฟ้อรอบใหม่ รองลงมาคือทิศทางนโยบายการเงินของประเทศหลักและแนวโน้มเงินเฟ้อโลกที่หากค้างสูงนานกว่าคาดจะกดดันสินทรัพย์เสี่ยง ดังนั้น ในเชิงกลยุทธ์ จังหวะการอ่อนตัวของดัชนีจึงยังเป็นโอกาสทยอยสะสมหุ้นในธีมดังกล่าว มากกว่าการไล่ซื้อในช่วงที่ตลาดปรับตัวขึ้นแรง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #999999;"><b><strong>ภาพ:</strong> </b>Who is Danny / Shutterstock</span></p>
<div id="gtx-trans" style="position: absolute; left: 244px; top: 1720px;">
<div class="gtx-trans-icon">&nbsp;</div>
</div>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>เปิดเหตุผล สหรัฐฯ เตรียมแบนอุปกรณ์จีนใน Data Center ส่งผลกระทบอย่างไร</title>
							<url>https://thestandard.co/us-china-ban-data-center-equipment/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/08/us-china-ban-data-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>SpaceX ทุ่มงบ AI กว่า 5.2 แสนล้านบาท ในไตรมาสเดียว พร้อมประกาศชิงลูกค้ามือถือในสหรัฐฯ</title>
							<url>https://thestandard.co/spacex-ai-mobile-us-challenge/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/08/spacex-ai-mobile-us-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>Bain Capital ทุ่มกว่า 2.11 หมื่นล้านบาท ซื้อกิจการ Gong Cha เชนชาไข่มุกจากไต้หวัน ที่มีเกิน 2,000 สาขาทั่วโลก</title>
							<url>https://thestandard.co/bain-capital-acquires-gong-cha/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/08/baincapitalacquiresgongcha-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/set-index-oil-bond-yield-outlook/</sourceUrl>
		</article>

	</articles>
<!--
Performance optimized by W3 Total Cache. Learn more: https://www.boldgrid.com/w3-total-cache/

Page Caching using Disk: Enhanced (Requested URI is rejected) 

Served from: _ @ 2026-08-05 12:32:10 by W3 Total Cache
-->