<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?><articles><UUID>TSTD202609300542</UUID><time>1790746973</time>		<article>
			<ID>12311610</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1784113340000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2099732540000</endYmdtUnix>

			<title>ฟิตร่างกายลุย Hybrid Race กับโปรแกรมฝึกแบบ Team Under Armour</title>
			<category>LIFE</category>

			<publishTimeUnix>1784113340000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-07-15 18:02:20</publishTime>
			<updateTimeUnix>1784114528000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-07-15 18:22:08</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>ฟิตร่างกายลุย Hybrid Race กับโปรแกรมฝึกแบบ Team Under Armour</title>
					<description>ฟิตร่างกายลุย Hybrid Race กับโปรแกรมฝึกแบบ Team Under Armour</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-1.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-1.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>นอกจากจะเป็นที่พูดถึงกันในทุกกลุ่มของสายฟิตสายลุยแล้ว แต่ ‘Hybrid Race’ กีฬาสายวิ่งผสมสายฟิตเนสก็กำลังเป็นเป้าหมายที่รอการพิชิตของใครหลาย ๆ คนอย่างแน่นอน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แน่นอนว่าหลากหลายผู้พิชิตและหลากหลายทีมกำลังเตรียมตัวอย่างเข้มข้น รวมถึงที่ RYSE Arena เมื่อวันศุกร์ที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมาที่เหล่า TeamUA หรือ Team <a href="https://thestandard.co/tag/Under-Armour/" target="_blank" rel="dofollow noopener">Under Armour</a> ทั้ง 22 คนก็ได้เริ่มออกมา Full Body Shake เรียกเหงื่อเรียกแรงกันอย่างเข้มข้น ในอีก 5 สัปดาห์ข้างหน้าที่จะให้สายฟิตทุกคนได้ท้าทายตัวเองกันอีกครั้งในปีนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231147" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-1.jpg?x29827" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 1" width="1280" height="1700" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>ฟิต 5 สัปดาห์ก่อนแข่งกับ Under Armour</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ระยะเวลา 5 สัปดาห์ของแคมป์ฝึกซ้อม Team UA จะได้เจอกับโปรแกรมที่วางรากฐานการพัฒนาศักยภาพร่างกายอย่างเป็นระบบ เริ่มต้นจากการปรับพื้นฐานการเคลื่อนไหวเพื่อเตรียมความพร้อม ก่อนจะไต่ระดับความเข้มข้นไปสู่การจำลองสถานการณ์ในสนามแข่งจริง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231148" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-2.jpg?x29827" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 2" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ช่วงสัปดาห์แรกเริ่มด้วยการทดสอบ Movement Foundation เพื่อประเมินความพร้อม จากนั้นสร้าง Aerobic Base เสริมความทนทาน และยกระดับสู่ Strength Endurance สำหรับสถานีที่ใช้พละกำลัง พร้อมฝึกเทคนิค Transition การคุมเพซ และวางกลยุทธ์เฉพาะตัว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231149" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-3.jpg?x29827" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 3" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมื่อเข้าสู่โค้งสุดท้าย จะเน้น Race Simulation เพื่อฝึกซ้อมภายใต้ความกดดันและความเหนื่อยล้าจริง ก่อนเข้าช่วง Taper เพื่อลดการซ้อม ให้ร่างกายได้ฟื้นฟูและสะสมพลังงานเต็มเปี่ยมสำหรับวันแข่ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231151" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-4.jpg?x29827" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 4" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>เผยโฉม ‘Team UA’ ก่อนลง Full Body Shake</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับสัปดาห์แรกของ Team Under Armour ทั้ง 22 คนได้มาพบหน้ากันเพื่อทำความรู้จักและ Ice Breaking แบบฉบับสายฟิตสายลุยที่จะมาทำความรู้จักกันขณะ Planking และ Squat เรียกเหงื่อ ซึ่งแต่ละคนเดินเข้ามาพร้อมเป้าหมายที่แตกต่างกัน ทั้งการทำลายสถิติเดิมของตัวเอง หรือกลับมาทวงฟอร์มหลังผ่านสนามมา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ไม่ว่าจะเป็น Junior (@ju.nio.r12) และ Jaynoppa (@jaynoppa), Emma Arocha (@emmarchh), Pim Pimkanok (@pimmypiam) Pipe Kamtapong (@pipekubkib) นอกจากนี้ยังมี ‘รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น’ หนึ่งในนักกีฬา Under Armour มาเข้าร่วม Full Body Shakeout ในฐานะ Team UA ด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231152" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-5.jpg?x29827" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 5" width="1920" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โดยสำหรับคลาสสัปดาห์แรก TEAM UA เริ่มด้วย Easy Run ก่อนฝึกคุมแรงที่สถานี SkiErg และ RowErg ต่อด้วยโจทย์คู่อย่าง Sled Push ร่วมกับ Farmer Hold ที่ต้องถือ Kettlebell ให้มั่นคงขณะเพื่อนดัน Sled</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231153" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-6.jpg?x29827" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 6" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ครึ่งหลังทวีความเข้มข้นด้วย Burpee Broad Jump, Wall Ball, Walking Lunge และท่าท้าทายใจอย่าง Sandbag Reverse Lunge, Ab-mat Sit-up กับ Bearhug Sandbag Carry ในเวลาจำกัด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231154" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-7.jpg?x29827" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 7" width="1920" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แม้เป็นท่าที่คุ้นเคย แต่เมื่อฝึกต่อเนื่อง บททดสอบจริงคือการคุมหายใจและรักษาฟอร์มเพื่อออมแรง คลาสนี้ช่วยให้ทุกคนพบจุดแข็งและจุดที่ต้องปรับปรุง เพื่อเตรียมลุยต่อสำหรับการแข่งที่กำลังจะเข้ามา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231155" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-8.jpg?x29827" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 8" width="1920" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>เทรนก่อนเจอสนามจริงแบบ Team UA ได้กับยิมพาร์ตเนอร์</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>หากใครอยากฝึกร่างกายให้พร้อมกับเวทีท้าทายตัวเองใน Hybrid Race แบบ Team UA ก็ไม่ต้องอิจฉาไป เพราะ Under Armour เปิดโอกาสให้ทุก ๆ คนที่อยากเตรียมตัวก่อนลง Hybrid Race ได้เข้ามาฝึกในระบบเดียวกันด้วย โดยโปรแกรมนี้ร่วมมือกับยิมพาร์ตเนอร์ 3 แห่ง ได้แก่ RYSE Arena, ONTRACK Campus (เขตพระโขนง) และ FIT:D Thailand</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231156" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-9.jpg?x29827" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 9" width="1920" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่ละคลาสจะเป็นการค่อย ๆ ทำความเข้าใจองค์ประกอบที่จำเป็นต่อ Hybrid Race ตั้งแต่การสร้าง Aerobic Base การเพิ่ม Strength Endurance การควบคุมเพซ ไปจนถึงการฝึก Transition ระหว่างการวิ่งและสถานีต่าง ๆ ก่อนนำทุกอย่างมาทดลองร่วมกันผ่าน Race Simulation</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231157" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-10.jpg?x29827" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 10" width="1280" height="1700" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผู้สนใจร่วมซ้อมแบบ Team UA สามารถรับ Training Class Pass (3 เครดิต) เมื่อซื้อสินค้าครบ 6,900 บาทที่ Under Armour Brand House เพื่อเข้าเซสชันกับยิมพาร์ตเนอร์และแบ่งปันให้เพื่อนได้ โดยผู้ที่เข้าครบ 3 คลาสตามเงื่อนไข จะได้รับสิทธิ์ลงทะเบียน Race Simulation เพื่อทดสอบความพร้อมของร่างกาย จังหวะเปลี่ยนสถานี และแผนการแบ่งแรงก่อนเจอสนามจริง สามารถรับรายละเอียดและโค้ดลงทะเบียนได้จากทีมงานหน้าร้าน</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>มาทดสอบตัวเองเพื่อพัฒนาตัวเองไปอีกขั้น</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในการฝึกซ้อมสัปดาห์แรกนี้ Under Armour ได้ให้การสนับสนุนผู้ท้าชิง Hybrid Race อย่างเต็มที่กับทุกคนที่มีเป้าหมายเดียวกัน โดยมีระบบสนับสนุนตลอดเส้นทาง ทั้งโปรแกรมฝึก โค้ช ยิมพาร์ตเนอร์ เสื้อผ้าอุปกรณ์ และการฟื้นฟูร่างกาย ทำให้แบรนด์เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงการฝึก ความรู้ และคอมมูนิตี้ เพื่อผลักดันแนวคิด Make Athletes Better ให้เกิดขึ้นจริงผ่านการลงมือทำ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231158" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-11.jpg?x29827" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 11" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับใครที่กำลังมอง Hybrid Race เป็นเป้าหมายถัดไป อย่ารีรอให้ใกล้วันแข่ง เวลานี้คือเวลาที่ดีที่สุดแล้วที่จะได้ท้าทายตัวเอง และพัฒนาตัวเองไปในอีกขั้นก่อนการแข่งจริงในอีกไม่กี่สัปดาห์นี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231159" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-12.jpg?x29827" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 12" width="1920" height="1280" /><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231160" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-13.jpg?x29827" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 13" width="1920" height="1280" /></p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>BOYNEXTDOOR ขึ้นแท่นเป็นโกลบอลแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Under Armour</title>
							<url>https://thestandard.co/boynextdoor-under-armour-ambassador/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/boynextdoor-under-armour-ambassador-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>UNDER ARMOUR X MARINE SERRE แคปซูลคอลเล็กชันเพื่อฉลอง 30 ปีของแบรนด์กีฬา</title>
							<url>https://thestandard.co/under-armour-marine-serre-capsule/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/06/under-armour-marine-serre-1.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>สเตฟเฟน เคอร์รี แยกทาง Under Armour หลังร่วมงานกันนาน 13 ปี</title>
							<url>https://thestandard.co/stephen-curry-parts-under-armour/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2025/11/stephen-curry-parts-under.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/under-armour-hybrid-race-training/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12618341</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1790746460000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2106365660000</endYmdtUnix>

			<title>วิกฤตซ้อนวิกฤต เจาะลึกฝนสุดขั้วถล่มกรุงเทพฯ และชะตากรรมอุโมงค์หนองบอน ที่ส่อเค้าไม่ถึงฝั่งฝัน</title>
			<category>News</category>

			<publishTimeUnix>1790746460000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-09-30 12:34:20</publishTime>
			<updateTimeUnix>1790746460000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-09-30 12:34:20</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>วิกฤตซ้อนวิกฤต เจาะลึกฝนสุดขั้วถล่มกรุงเทพฯ และชะตากรรมอุโมงค์หนองบอน ที่ส่อเค้าไม่ถึงฝั่งฝัน</title>
					<description>วิกฤตซ้อนวิกฤต เจาะลึกฝนสุดขั้วถล่มกรุงเทพฯ และชะตากรรมอุโมงค์หนองบอน ที่ส่อเค้าไม่ถึงฝั่งฝัน</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/bangkok-flood-nong-bon-1.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/bangkok-flood-nong-bon-1.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>เมื่อปริมาณฝน 350 มิลลิเมตรเทกระหน่ำผ่ากลางเมืองหลวง 3 วันต่อเนื่อง สร้างบาดแผลให้ชาวกรุงเทพฯ</p>
<p>&nbsp;</p>
<div style="background: #fff; border-radius: 16px; padding: 20px; box-shadow: 0 10px 25px rgba(0,0,0,0.12); max-width: 600px;">
<div style="margin-bottom: 12px;">
<h2 style="font-size: 22px; font-weight: bold;">ประเด็นสำคัญ</h2>
<div style="height: 6px; background-color: #e62227; margin-top: 6px; width: 100%;">&nbsp;</div>
</div>
<ul style="padding-left: 20px; margin: 0; list-style: disc;">
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section1">กทม. จะแก้เกมนี้อย่างไรเพื่อไม่ให้คนกรุงต้องรับกรรมซ้ำซาก?</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section2">ปริศนาตัวเลข ฝน 100 มิลลิเมตร ทำไมน้ำท่วมสูงถึงครึ่งเมตร?</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section3">เสียงสะท้อนจากนักวิชาการ ถึงเวลาเตือนภัยแบบ &#8216;รู้พิกัด-รู้ผลกระทบ&#8217;</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section4">ผ่าแผนที่น้ำท่วมเมืองหลวง ใครรอด ใครยังร่วง?</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section5">5 ข้อจำกัดทางกายภาพ ทำไมตะวันออกถึงจมมิด?</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section6">&#8216;อุโมงค์หนองบอน&#8217; ทางด่วนน้ำสองเฟสแห่งความหวัง</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section7">วิกฤตผู้รับเหมา เมื่อทางด่วนน้ำ 9.5 พันล้าน ส่อเค้าแท้ง</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section8">สแกนพอร์ต &#8216;เนาวรัตน์พัฒนาการ&#8217; ในยุคชัชชาติ</a></li>
</ul>
</div>
<p>&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p>THE STANDARD ชวนถอดรหัสความรุนแรงของพายุ เจาะลึกข้อจำกัดทางกายภาพกรุงเทพฯ โดยเฉพาะฝั่งตะวันออก ที่ท่วมหนักท่วมนานทำระบายได้ยากยิ่ง พร้อมวิเคราะห์จุดเปลี่ยนสำคัญของเมกะโปรเจกต์อุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอน มูลค่าเฉียดหมื่นล้าน ที่อาจต้องหยุดชะงักเมื่อผู้ชนะการประมูลยื่นฟื้นฟูกิจการ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section1" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">กทม. จะแก้เกมนี้อย่างไรเพื่อไม่ให้คนกรุงต้องรับกรรมซ้ำซาก?</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ภาพถนนที่แปรสภาพเป็นแม่น้ำ รถยนต์จมมิดคัน และประชาชนที่ต้องเดินลุยน้ำระดับเอวเพื่อกลับบ้าน กลายเป็นภาพจำอันขมขื่นของชาวกรุงเทพมหานครอีกครั้งในเดือนกันยายน 2569 หลังจากที่ผ่านเหตุน้ำท่วมใหญ่มาเมื่อปี 2554 ยิ่งในพื้นที่เขตลาดกระบังโซนกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกที่ถือว่าบอบช้ำอย่างหนักจากอุทกภัยรอบล่าสุดนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อุทกภัยครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของ ‘ฝนตก น้ำท่วม’ แบบปกติที่คนกรุงเคยชิน แต่มันคือผลลัพธ์ของการผสมผสานกันของความแปรปรวนทางสภาพภูมิอากาศ ข้อจำกัดทางกายภาพของเมืองหลวง และโครงสร้างพื้นฐานที่ตามไม่ทัน ซ้ำร้าย โครงการเมกะโปรเจกต์ที่เปรียบเสมือนแสงสว่างปลายอุโมงค์ ในการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน กลับกำลังเผชิญกับมรสุมลูกใหญ่ที่อาจทำให้ทุกอย่างต้องกลับไปนับหนึ่งใหม่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>THE STANDARD ชวนเจาะลึกภาพรวมอุทกภัยเดือนกันยายน 2569 ถอดรหัสปริมาณฝนสุดขั้ว สำรวจข้อจำกัดการระบายน้ำ และจับตาอนาคตของโครงการอุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอนมูลค่าเฉียดหมื่นล้านบาท ในวันที่ความหวังของคนกรุงแขวนอยู่บนเส้นด้ายของคำว่าสภาพคล่อง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ปรากฏการณ์ฝนผ่าเมือง เมื่อความรุนแรงเทียบเท่าหาดใหญ่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หากจะหาคำอธิบายว่าทำไมน้ำจึงท่วมขังอย่างหนักหน่วงในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ ต้องเริ่มต้นจากการกางสถิติปริมาณน้ำฝนในช่วงเวลาดังกล่าว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ระหว่างวันที่ 24-26 กันยายน 2569 พื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ตั้งแต่เขตมีนบุรีลากยาวไปจนถึงเขตลาดกระบัง ต้องเผชิญกับปริมาณฝนที่ตกลงมาอย่างหนักและสะสมสูงถึง 350 มิลลิเมตร ก่อนที่สถานการณ์จะเริ่มเบาบางลงแต่ไม่จบสิ้นในช่วงวันที่ 27-28 กันยายน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ลักษณะของฝนในปี 2569 ไม่ใช่ฝนที่ตกลงมาเพื่อคลายร้อน แต่เป็นผลพวงโดยตรงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ที่ทำให้ฝนมีลักษณะตกหนัก ตกนาน และตกไม่หยุด ที่สำคัญคือเป็นลักษณะของฝนที่เทลงมาผ่ากลางกรุงเทพมหานครโดยตรง ความรุนแรงของปริมาณฝนสะสมในครั้งนี้ นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญประเมินว่ามีความใกล้เคียงกับเหตุการณ์ฝนตกหนักครั้งประวัติศาสตร์ที่อำเภอหาดใหญ่เลยทีเดียว</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section2" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">ปริศนาตัวเลข ฝน 100 มิลลิเมตร ทำไมน้ำท่วมสูงถึงครึ่งเมตร?</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ทุกครั้งที่กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง สิ่งที่ตามมาคือตัวเลขคาดการณ์ปริมาณฝนสะสม เช่น 100-150 มิลลิเมตรใน 24 ชั่วโมง ทว่าสำหรับประชาชน ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ ตัวเลขเหล่านี้มักก่อให้เกิดคำถามว่า &#8220;แล้วน้ำจะท่วมเข้าบ้านฉันสูงแค่ไหน?&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>วัฒนา กันบัว อดีตผู้อำนวยการกองพัฒนาอุตุนิยมวิทยา และนักอุตุนิยมวิทยาผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ลักษณะอากาศ ได้ให้ภาพที่ชัดเจนขึ้นเพื่อแปลงตัวเลขทางวิชาการให้เป็นภาพที่สัมผัสได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หลักการง่ายๆ คือ ฝน 1 มิลลิเมตร เท่ากับน้ำ 1 ลิตรบนพื้นที่ 1 ตารางเมตร ดังนั้น หากมีฝนตกสะสม 100 มิลลิเมตร นั่นหมายความว่าพื้นที่ 1 ตารางเมตรจะต้องรับน้ำถึง 100 ลิตร หรือหากนึกภาพไม่ออก ให้เทียบเท่ากับน้ำดื่มขวดใหญ่ขนาด 1.5 ลิตร จำนวนถึง 67 ขวด เทราดลงบนพื้นที่กว้างยาวเพียงหนึ่งเมตร</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่โลกความเป็นจริงไม่ได้มีแค่พื้นที่ 1 ตารางเมตร เมื่อน้ำมหาศาลตกลงบนพื้นที่ชุมชน น้ำไม่ได้หยุดนิ่งแค่หน้าบ้านใครบ้านมัน แต่น้ำจากหลังคาบ้าน ถนนหนทาง และพื้นที่สูงโดยรอบ จะพากันไหลมารวมตัวในจุดที่ต่ำที่สุด นี่คือคำตอบว่าทำไมฝนที่ตกเพียง 100 มิลลิเมตร (หรือเทียบเป็นความลึก 10 เซนติเมตร) จึงไม่ได้แปลว่าน้ำจะท่วมแค่ข้อเท้า (10 เซนติเมตร) เสมอไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>วัฒนายกตัวอย่างที่เห็นภาพชัดเจนว่า หากพื้นที่ลุ่มแห่งหนึ่งมีขนาดเพียง 1 ใน 5 ของพื้นที่ทั้งหมดรอบๆ และน้ำจากพื้นที่โดยรอบไหลลงมากองรวมในแอ่งนั้นโดยไม่มีทางระบายออก ฝน 100 มิลลิเมตรอาจดันให้ระดับน้ำในแอ่งนั้นพุ่งสูงถึง 50 เซนติเมตร หรือท่วมมิดหัวเข่าได้อย่างง่ายดาย แน่นอนว่าตัวเลขนี้เป็นเพียงแบบจำลอง เพราะในความเป็นจริง ระดับน้ำยังต้องอิงกับสภาพพื้นที่ ทางระบายน้ำ และระยะเวลาที่ฝนตกประกอบด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>การประกาศเตือนภัยที่ต้องเปลี่ยนมุมมอง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ปัจจุบัน กรมอุตุนิยมวิทยากำหนดเกณฑ์ปริมาณฝนไว้ว่า 35.1-90.0 มิลลิเมตร คือฝนหนัก และ 90.1 มิลลิเมตรขึ้นไป คือฝนหนักมาก แต่เกณฑ์เหล่านี้บอกเพียงปริมาณ ไม่ได้บอกถึงผลกระทบ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ด้วยเหตุนี้ การรับข่าวสารของประชาชนในพื้นที่เสี่ยงจึงต้องพลิกแพลงไปสู่การสังเกตพื้นที่ บ้านอยู่ต่ำกว่าถนนหรือไม่? น้ำจากทิศทางไหนจะไหลมาบวก? ท่อระบายน้ำอุดตันหรือเปล่า? จุดนี้เคยท่วมซ้ำซากหรือไม่? การหาคำตอบให้คำถามเหล่านี้ล่วงหน้าต่างหาก คือกุญแจสำคัญในการตัดสินใจย้ายรถยนต์ ยกตู้เย็น หรือเตรียมตัวอพยพก่อนที่มวลน้ำจะมาถึงประตูบ้าน</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section3" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">เสียงสะท้อนจากนักวิชาการ ถึงเวลาเตือนภัยแบบ &#8216;รู้พิกัด-รู้ผลกระทบ&#8217;</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ มองลึกไปกว่าแค่เรื่องปริมาณฝน เขาวิเคราะห์ว่าประเทศไทยกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องเตรียมรับมือกับสภาพอากาศสุดขั้ว อย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วมหรือภัยแล้ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ข้อมูลจากธนาคารโลก (World Bank) ตอกย้ำความเสี่ยงนี้ โดยระบุว่าไทยอยู่ในอันดับ 9 ของโลกตามดัชนี INFORM ด้านความเสี่ยงจากน้ำท่วม ขณะที่องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ระบุชัดเจนว่า ภูมิภาคเอเชียกำลังร้อนขึ้นด้วยอัตราเกือบสองเท่าของค่าเฉลี่ยทั่วโลก ซึ่งความร้อนที่เพิ่มขึ้นคือตัวการสำคัญที่เพิ่มแรงกดดันให้สภาพอากาศแปรปรวนหนักขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โจทย์ใหญ่ของภาครัฐในวันนี้ คือการก้าวข้ามการประกาศเตือนเพียงว่าฝนจะตกหนัก ไปสู่การให้ข้อมูลที่ประชาชนสามารถใช้ตัดสินใจ ได้จริงตามโครงการ Early Warnings for All ของสหประชาชาติ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หลังเหตุการณ์น้ำท่วมในเดือนกันยายน สนธิตั้งคำถามตัวโตถึงระบบพยากรณ์ว่า เหตุใดคำเตือนที่ส่งถึงประชาชนจึงยังเป็นข้อมูลกว้างๆ ที่ไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าพื้นที่ใดจะโดนผลกระทบเมื่อไหร่?</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เขาเสนอว่า ปริมาณฝนเท่ากันย่อมส่งผลต่างกันตามสภาพเมือง การคาดการณ์ผลกระทบจึงต้องบูรณาการข้อมูลสภาพเมืองเข้าไปด้วย ทั้งขีดความสามารถของท่อระบายน้ำ การทรุดตัวของแผ่นดิน พื้นที่คอนกรีตที่ขัดขวางการซึมของน้ำ รวมถึงสิ่งปลูกสร้างขวางทางน้ำ นอกจากนี้ ข้อมูลจุดเสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซาก ระดับน้ำในทางน้ำสายหลัก ปริมาณฝนสะสมก่อนหน้า น้ำทะเลหนุน และขยะอุดตัน ต้องถูกนำมาขยำรวมกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สนธิเสนอทางออกว่า หน่วยงานที่กระจัดกระจาย ทั้งกรมอุตุนิยมวิทยา, สำนักการระบายน้ำ (กทม.), กรมชลประทาน, สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และหน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ต้องนั่งโต๊ะประเมินสถานการณ์ร่วมกันอย่างรวดเร็ว เพื่อคลอดคำเตือนที่จับต้องได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คำเตือนในอุดมคติต้องบอกได้ว่า พื้นที่ไหนจะโดน? เกิดขึ้นเวลาใด? น้ำจะสูงเท่าไหร่? ต้องเลี่ยงเส้นทางไหน? และต้องอพยพไปจุดปลอดภัยที่ใด? พร้อมกับยิงข้อความแจ้งเตือนผ่านทุกช่องทาง ทั้ง SMS, แอปพลิเคชัน, และโซเชียลมีเดีย ก่อนที่น้ำจะมาถึง หากยังปล่อยให้แต่ละหน่วยงานทำงานแยกส่วนไซโล ประชาชนก็จะได้เห็นข่าวพยากรณ์ฝนพร้อมๆ กับน้ำที่ท่วมเข้าบ้านไปเรียบร้อยแล้ว</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section4" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">ผ่าแผนที่น้ำท่วมเมืองหลวง ใครรอด ใครยังร่วง?</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>สถานการณ์อุทกภัยกทม.ในเดือนกันยายน 2569 ขยายวงกว้างไปไกลกว่าเขตลาดกระบัง โดยมีถึง 8 เขตที่เข้าขั้นวิกฤต (ข้อมูล วันที่ 29 กันยายน 2569)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ซึ่งหากจำแนกตามสถานการณ์ สามารถแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ดังนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>กลุ่มที่ 1: พื้นที่ที่สถานการณ์เริ่มดีขึ้นและคลี่คลาย ถนนวิภาวดีรังสิต และเส้นทางสายหลัก: ปริมาณน้ำที่เคยท่วมขังสามารถระบายจนแห้ง และเปิดการจราจรได้ตามปกติ</p>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li>คลองสายหลักฝั่งเหนือและเมืองชั้นใน: สถานการณ์เริ่มควบคุมได้ ระดับน้ำในคลองบางซื่อ คลองสามเสน และคลองเปรมประชากรมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง</li>
<li>ย่านรามคำแหง (ช่วงต้น): ระดับน้ำทยอยลดลง คาดว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 2-3 วัน</li>
<li>คลองแสนแสบ: การผลักดันน้ำทำได้ดีขึ้น ส่งผลบวกโดยตรงในการช่วยดึงน้ำขังออกจากพื้นที่คลองจั่นและบางกะปิ</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p>กลุ่มที่ 2: พื้นที่ที่ยังคงวิกฤตและน้ำท่วมขังสูง</p>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li>เขตบางกะปิ (ย่านแฟลตคลองจั่น): ถือเป็นสมรภูมิที่หนักหน่วงที่สุดแห่งหนึ่งเคียงคู่กับลาดกระบัง ประชาชนกว่า 20,000 คนได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ภาครัฐต้องเร่งตั้งศูนย์วอร์รูมและระดมกำลังเปิดครัวสนาม ผลิตข้าวกล่องแจกจ่ายถึงวันละ 10,000 กล่องเพื่อประทังชีวิตผู้ประสบภัย</li>
<li>เขตสายไหม และโซนคู้บอน: สภาพพื้นที่ลุ่มต่ำทำหน้าที่เสมือนชามรับน้ำ ทำให้น้ำสะสมท่วมขังในระดับสูง</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p>กลุ่มเขตกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก (มีนบุรี, หนองจอก, คลองสามวา, ประเวศ): โดนหางเลขจากพายุที่ตกผ่ากลางเมือง น้ำล้นทะลักลงมาสะสมตามแนวคลองและพื้นที่ลุ่มต่ำในโซนนี้อย่างเต็มที่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ชุมชนริมคลองสายหลัก เป็นพื้นที่ที่น่าเห็นใจที่สุด โดยเฉพาะชุมชนริมคลองเปรมประชากร คลองลาดพร้าว คลองแสนแสบ และคลองประเวศบุรีรมย์ ที่ต้องทนรับสภาพน้ำท่วมสูงต่อไป เหตุผลเพราะต้องรอให้ระดับน้ำในคลองหลักลดลงก่อน จึงจะสามารถเดินเครื่องสูบน้ำออกจากชุมชนได้ ซึ่งคาดว่ากระบวนการนี้ต้องใช้เวลายืดเยื้อไปถึง 7 วัน กว่าที่น้ำจะค่อยๆ แห้งลง</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section5" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">5 ข้อจำกัดทางกายภาพ ทำไมตะวันออกถึงจมมิด?</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>คำถามที่คาใจชาวลาดกระบังและฝั่งตะวันออกเสมอมาคือ &#8220;ทำไมท่วมนาน ท่วมลึก และระบายช้ากว่าพื้นที่อื่น?&#8221; คำตอบของเรื่องนี้ซ่อนอยู่ในโครงสร้างทางวิศวกรรมและกายภาพของเมืองที่ซับซ้อนเกินกว่าเรื่องของฝนตกเพียงอย่างเดียว</p>
<p>&nbsp;</p>
<ol>
<li>คอขวดของคลองและการเดินทางไกลของน้ำ เส้นทางหลักในการระบายน้ำจากเขตลาดกระบัง ต้องฝากความหวังไว้กับการดันน้ำผ่านคลองประเวศบุรีรมย์ เพื่อมุ่งหน้าไปสูบออกที่สถานีสูบน้ำพระโขนง ปัญหาคือระยะทางนี้ยาวไกลถึง 40 กิโลเมตร แถมลำคลองยังมีลักษณะคดเคี้ยวเลี้ยวลด ทำให้น้ำเดินทางไปถึงจุดหมายได้ช้ามาก ซ้ำร้าย ตลิ่งริมคลอง เช่น ช่วงประตูระบายน้ำวัดกระทุ่มเสือปลา)ยังไม่มีแนวเขื่อนกั้นน้ำที่สมบูรณ์ หากเจ้าหน้าที่เร่งผลักดันน้ำแรงเกินไป น้ำก็จะเอ่อล้นเข้าท่วมชุมชนริมคลองทันที จน กทม. ต้องขอกำลังจากกองทัพเรือและกรมชลประทาน นำเครื่องผลักดันน้ำ (Water jet) มาช่วยเร่งความเร็ว</li>
<li>ภาระหนักอึ้งของสถานีสูบน้ำพระโขนง สถานีสูบน้ำพระโขนงเปรียบเสมือนหัวใจหลัก แต่หัวใจดวงนี้มีหน้าที่สูบน้ำจากกรุงเทพฯ ชั้นใน เป็นหลักอยู่แล้ว ศักยภาพในการแบ่งรับน้ำจากฝั่งตะวันออกจึงมีจำกัด นอกจากนี้ การจะเปิดประตูระบายน้ำบางจุดลงแม่น้ำเจ้าพระยาต้องทำอย่างระมัดระวัง เพราะแนวตลิ่งในเขตชั้นในบางจุดยังสร้างไม่เสร็จ หากปล่อยน้ำไปพรวดพวด อาจทำให้น้ำทะลักท่วมไข่แดงของเมืองหลวงได้</li>
<li>ทางออกฝั่งตะวันออกที่ตีบตัน ทางทฤษฎี การผันน้ำออกไปทางทิศตะวันออกผ่านคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต มุ่งหน้าสู่จังหวัดฉะเชิงเทราและระบายลงอ่าวไทย เป็นเส้นทางที่สั้นกว่า (30 กิโลเมตร) แต่ในทางปฏิบัติ การประสานงานข้ามพื้นที่ระหว่าง กทม. และฉะเชิงเทรายังมีอุปสรรค ประกอบกับระดับน้ำปลายทางในจังหวัดข้างเคียงก็มีระดับสูงกว่าเขตลาดกระบังอยู่แล้ว หากดันทุรังสูบออกไป น้ำก็อาจจะตีกลับย้อนเข้ามาสร้างปัญหาซ้ำซ้อน</li>
<li>ภาวะแอ่งกระทะ ดินอ่อน และ Loop Effect กายภาพของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกคือแอ่งรับน้ำ ขนานแท้ แถมยังเป็นพื้นที่ชั้นดินอ่อนที่ทรุดตัวง่ายที่สุดใน กทม. นำมาซึ่งปรากฏการณ์ที่น่าปวดหัวอย่างน้ำวนกลับ (Loop Effect) ตัวอย่างเช่นที่ ชุมชนเคหะร่มเกล้า หากระดับน้ำในคลองประเวศฯ ยังสูง การเร่งเครื่องสูบน้ำออกจากชุมชนแทบจะสูญเปล่า เพราะสูบออกไป น้ำก็จะไหลวนตามธรรมชาติกลับเข้ามาที่ต่ำในพื้นที่เดิมเรื่อยๆ</li>
<li>ข้อจำกัดโครงสร้างพื้นฐานที่ตามไม่ทัน แม้บึงหนองบอนจะมีพื้นที่ว่างรองรับน้ำได้มหาศาลถึง 3 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่การลำเลียงน้ำจากคลองประเวศฯ เข้าบึงกลับทำได้จำกัดอย่างน่าเสียดาย เนื่องจากอุโมงค์ผันน้ำเชื่อมต่อยังอยู่ในช่วงเตรียมก่อสร้าง นอกจากนี้ เครื่องสูบน้ำตามจุดต่างๆ บางส่วนยังพึ่งพาระบบเครื่องยนต์ดีเซลที่ต้องใช้คนไปสตาร์ทและเติมน้ำมัน ไม่สามารถทำงานอัตโนมัติ 24 ชั่วโมงเหมือนระบบไฟฟ้าได้ ยิ่งไปเจอจังหวะน้ำทะเลหนุนสูง ปิดกั้นปากแม่น้ำเจ้าพระยาและอ่าวไทย สภาพของพื้นที่ตะวันออกจึงไม่ต่างอะไรกับถ้วยน้ำที่มีคนรินน้ำเติมลงไปตลอดเวลา แต่หาเจาะรูระบายออกไม่ได้</li>
</ol>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section6" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">&#8216;อุโมงค์หนองบอน&#8217; ทางด่วนน้ำสองเฟสแห่งความหวัง</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>จากข้อจำกัดทั้งปวง กทม. จึงพยายามแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างแบบระยะยาวด้วยการผลักดันโปรเจกต์ยักษ์อย่าง โครงการอุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอน เพื่อเป็น ‘ทางด่วนน้ำ’ ดึงน้ำออกจากพื้นที่ลาดกระบัง สะพานสูง มีนบุรี และประเวศ โดยโครงการนี้ถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ส่วนแรก: เส้นทางหลัก (ก่อสร้างแล้วเสร็จ) อุโมงค์ความยาว 9.4 กิโลเมตร ทำหน้าที่ตัดยอดน้ำ ดึงน้ำจากบึงหนองบอน คลองเคล็ด คลองบางนา และคลองประเวศบุรีรมย์ ยิงตรงสู่อาคารทิ้งน้ำปากคลองบางอ้อ เพื่อระบายลงแม่น้ำเจ้าพระยา ปัจจุบันโครงสร้างใต้ดินร้อยเปอร์เซ็นต์เสร็จแล้ว และอยู่ระหว่างทดสอบระบบสูบน้ำ แม้ว่าก่อนหน้านี้จะเกิดอุบัติเหตุอุโมงค์และสะพานข้ามคลองเคล็ดทรุดตัวเมื่อปี 2565 จนทำให้งานล่าช้ากว่าแผนไปมากก็ตาม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ส่วนที่สอง: ส่วนต่อขยาย (เพิ่งอนุมัติ) นี่คือเป้าหมายสำคัญที่จะแก้ปัญหาคลองประเวศฯ เป็นโครงสร้างอุโมงค์ใต้ดินลึก 30 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่ถึง 5.7 เมตร และยาวถึง 13.25 กิโลเมตร มีหน้าที่รับน้ำส่วนเกินจากคลองประเวศฯ มารวมที่สถานีสูบน้ำปลายอุโมงค์ที่บึงหนองบอน ซึ่งบึงจะทำหน้าที่เป็นแก้มลิงเก็บน้ำได้ 4 ล้านลูกบาศก์เมตร ก่อนส่งต่อลงอุโมงค์เส้นหลัก โครงการส่วนนี้มีกรอบงบประมาณมหาศาล 9.5 &#8211; 9.8 พันล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้าง 7 ปี (พ.ศ. 2569 &#8211; 2575)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่ว่า&#8230; เมกะโปรเจกต์แห่งความหวังนี้ กลับกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตกลางทางเสียเอง</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section7" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">วิกฤตผู้รับเหมา เมื่อทางด่วนน้ำ 9.5 พันล้าน ส่อเค้าแท้ง</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>จุดพลิกผันเริ่มต้นขึ้นในกระบวนการประกวดราคา (e-bidding) ของโครงการส่วนต่อขยาย โดยมี 3 บริษัทยักษ์ใหญ่เข้าร่วมประลองกำลัง ได้แก่ บมจ.ซิโน-ไทย, บมจ.ช.การช่าง และ กิจการร่วมค้า NC-NB (ประกอบด้วย บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) หรือ NWR ร่วมกับ บริษัท ไชน่า เรียลเอสเตท จำกัด)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผลปรากฏว่า กิจการร่วมค้า NC-NB เป็นผู้เสนอราคาต่ำสุดที่ 9,518 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลางที่ตั้งไว้ที่ 9,561 ล้านบาท ไปถึง 43 ล้านบาท</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในสถานการณ์ปกติ กทม. คงเตรียมเซ็นสัญญาเพื่อเริ่มงาน แต่สิ่งที่สร้างความตื่นตระหนกคือ มีการเปิดเผยข้อมูลว่า คณะกรรมการของ บมจ.เนาวรัตน์พัฒนาการ (NWR) ซึ่งเป็นแกนหลักของการร่วมค้า ได้มีมติยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลางไปเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ซึ่งเป็นเวลาก่อนที่จะมีการยื่นซองเสนอราคาในวันที่ 22 มิถุนายน 2569 เสียอีก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>บริษัทออกมายอมรับสภาพตามตรงว่า กำลังเผชิญกับข้อจำกัดด้านสภาพคล่องอย่างสาหัส มีหนี้สินล้นพ้น และไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนดเวลา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>กทม. เหยียบเบรก สั่งสอบด่วน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เหตุการณ์นี้ทำให้ผู้บริหาร กทม. ต้องชะงักครั้งใหญ่ ถึงแม้การประกวดราคาจะถูกต้องตามระเบียบ แต่ กทม. ตัดสินใจชะลอการลงนาม ออกไปทันที พร้อมตั้งคณะกรรมการเข้าไปตรวจสอบความเสี่ยงอย่างละเอียด โดยมีข้อกังวล 3 ประการหลัก</p>
<p>&nbsp;</p>
<ol>
<li>สายป่านทางการเงิน: การเจาะอุโมงค์ลึก 30 เมตร เป็นความท้าทายทางวิศวกรรมที่ใช้ต้นทุนสูง หากบริษัทขาดสภาพคล่อง จะเอาทุนที่ไหนมาหมุนเวียนงานก่อสร้างที่ต้องทำให้เสร็จภายใน 1,800 วัน (ราว 5 ปี)</li>
<li>ความเสี่ยงทางกฎหมาย: หากดึงดันเซ็นสัญญา แล้วบริษัทเกิดถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดหรือล้มละลายในภายหลัง โครงการจะชะงักงัน เกิดการทิ้งงาน ซึ่งหมายถึงความเสียหายรุนแรงต่อรัฐ</li>
<li>ความรับผิดชอบของ กทม.: หากผู้บริหารกทม. ปล่อยผ่านให้มีการเซ็นสัญญาโดยที่รู้อยู่แล้วว่าบริษัทมีปัญหาทางการเงินรุนแรง อาจโดนข้อหาทำให้รัฐเสียหายได้ในอนาคต</li>
</ol>
<p>&nbsp;</p>
<p>ตามกฎหมาย กทม. มีอำนาจเต็มที่ในการพิจารณาไม่รับราคาต่ำสุด และสามารถ ยกเลิกการประกวดราคา ครั้งนี้ได้ทันที หากประเมินแล้วว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดความเสียหายแก่ส่วนรวม โดยที่ผู้รับเหมาไม่มีสิทธิฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายใดๆ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section8" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">สแกนพอร์ต &#8216;เนาวรัตน์พัฒนาการ&#8217; ในยุคชัชชาติ</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ความกังวลไม่ได้จบแค่เรื่องของสภาพคล่อง แต่ THE STANDARD ได้ลงลึกตรวจสอบประวัติการรับงานของ บมจ.เนาวรัตน์พัฒนาการ กับ กทม. พบว่า นับตั้งแต่เริ่มปีงบประมาณ 2565 เป็นต้นมา ซึ่งตรงกับช่วงที่ <a href="https://thestandard.co/tag/%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4-%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C/" target="_blank" rel="dofollow noopener">ชัชชาติ สิทธิพันธุ์</a> เข้ามารับตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. วาระแรก NWR เคยคว้างานขนาดใหญ่จาก กทม. ไปแล้วถึง 4 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 868.44 ล้านบาท</p>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li>ปี 2565: โครงการจ้างก่อสร้างระบบรวบรวมน้ำเสีย (พิษณุโลก-ศรีอยุธยา เขตดุสิต) โดยสำนักการระบายน้ำ วิธีเฉพาะเจาะจง วงเงินตกลงจ้าง 122.80 ล้านบาท</li>
<li>ปี 2566: ได้ไป 2 โครงการ ระบบรวบรวมน้ำเสีย (พระราม 5-ราชวิถี-สวรรคโลก-ศรีอยุธยา เขตดุสิต) วิธีเฉพาะเจาะจง วงเงินตกลงจ้าง 98.65 ล้านบาท และอีกสัญญาในพื้นที่เดียวกัน วงเงิน 69.30 ล้านบาท</li>
<li>ปี 2567: โครงการปรับปรุงระบบรวบรวมน้ำเสียโรงควบคุมคุณภาพน้ำดินแดง (ผลกระทบจากรถไฟเชื่อมสามสนามบิน) วิธี e-bidding วงเงินตกลงจ้าง 577.69 ล้านบาท (จากราคากลาง 657.4 ล้านบาท)</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p>เป็นที่น่าสังเกตว่า หลังจากปีงบประมาณ 2567 ไม่พบการทำโครงการร่วมกันระหว่าง NWR และ กทม. ในช่วงปี 2568 และ 2569 อีกเลย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ณ วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ระบุว่า NWR (จดทะเบียนปี 2538 ทุนจดทะเบียน 2,585 ล้านบาทเศษ) ยังมีสถานะดำเนินกิจการอยู่ แต่เมื่อเปิดดูผลประกอบการย้อนหลัง 5 ปี กลับพบสัญญาณอันตรายของสภาพคล่องที่หดหายลง</p>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li>ปี 2564: สินทรัพย์ 16,421 ล้านบาท / หนี้สิน 13,707 ล้านบาท</li>
<li>ปี 2565: สินทรัพย์ 19,055 ล้านบาท / หนี้สิน 16,341 ล้านบาท</li>
<li>ปี 2566: สินทรัพย์ 17,656 ล้านบาท / หนี้สิน 15,718 ล้านบาท</li>
<li>ปี 2567: สินทรัพย์ลดเหลือ 13,284 ล้านบาท / หนี้สิน 15,653 ล้านบาท (หนี้สินแซงสินทรัพย์)</li>
<li>ปี 2568: สินทรัพย์หดตัวลงอีกเหลือ 11,702 ล้านบาท / หนี้สินยังคงสูงถึง 15,105 ล้านบาท</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p>ด้วยงบการเงินที่หนี้ล้นสินทรัพย์ เช่นนี้ สร้างความกังวลอย่างหนักว่า บริษัทอาจถูกกรมบัญชีกลางเพิกถอนชื่อออกจากทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างชลประทานชั้นพิเศษ ซึ่งหากถูกถอดชื่อ กิจการร่วมค้า NC-NB จะขาดคุณสมบัติในการรับงานอุโมงค์ส่งน้ำส่วนต่อขยายนี้ทันที</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ล่าสุด กทม. ได้เรียกเจ้าหน้าที่สำนักงานจัดการคุณภาพน้ำ สำนักการระบายน้ำ เข้ามาสอบสวนรายละเอียดของสัญญาจ้างเก่าๆ อย่างเข้มข้น เพื่อประเมินทิศทางต่อไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ชะตากรรมของอุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอนส่วนต่อขยาย กำลังกลายเป็นบททดสอบวิสัยทัศน์ที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งของผู้บริหารกรุงเทพมหานคร การต้องเลือกระหว่างการเดินหน้า เพื่อเร่งแก้ปัญหาน้ำท่วมให้ชาวฝั่งตะวันออก แต่ต้องอุ้มระเบิดเวลาของผู้รับเหมาที่ขาดสภาพคล่อง หรือ การถอยหลัง ยกเลิกการประมูลเพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติ ซึ่งแลกมาด้วยเวลาที่สูญเปล่าและการรอคอยคอยของประชาชนที่ต้องทนจมน้ำต่อไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในขณะที่สภาพอากาศสุดขั้วไม่เคยรอใคร และฝนเม็ดใหม่พร้อมจะตกลงมาสร้างบาดแผลเสมอ&#8230; คำตอบของ กทม. ในวิกฤต 9,500 ล้านบาทครั้งนี้ จะเป็นตัวกำหนดทิศทางว่า กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก จะหลุดพ้นจากคำสาปบาดาล หรือต้องทนอยู่ในชามอ่างใบเดิมต่อไปอีกนับทศวรรษ</p>
<p>&nbsp;</p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>โฆษกรัฐบาลเผยฝนทั่วประเทศลดลง น้ำท่วมกระทบ 1.71 ล้านไร่ บอกนายกฯ พร้อมใช้อำนาจย้ายฝ่าย ขรก.ประจำ ไม่ให้ความร่วมมือ</title>
							<url>https://thestandard.co/government-spokesperson-flood-pm-officials/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/government-spokesperson-flood-pm-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>เช็คข้อมูลเพิ่มเติม! ‘การบินไทย’ ยกเลิกเที่ยวบินเพิ่มอีก 37 เที่ยวบินทั้งในและต่างประเทศ วันที่ 29 ก.ย. &#8211; 1 ต.ค. 69</title>
							<url>https://thestandard.co/thai-airways-cancel-flights/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/thai-airways-cancel-flights-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>ชัชชาติ รับต้องปรับแผนร่วม ปภ. แจ้งเตือนผ่าน Cell Broadcast หลังยังเป็นเรื่องใหม่ เร่งสูบน้ำ-เสริมคันกั้นน้ำรับน้ำระลอกใหม่</title>
							<url>https://thestandard.co/chadchart-adjust-flood-plan-cell-broadcast/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/chadchart-adjust-flood-plan-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/bangkok-flood-nong-bon-tunnel-crisis/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12617252</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1790738424000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2106357624000</endYmdtUnix>

			<title>KATSEYE เตรียมขึ้นแสดงในแฟชั่นโชว์ของ Victoria’s Secret 2026</title>
			<category>Culture</category>

			<publishTimeUnix>1790738424000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-09-30 10:20:24</publishTime>
			<updateTimeUnix>1790738424000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-09-30 10:20:24</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>KATSEYE เตรียมขึ้นแสดงในแฟชั่นโชว์ของ Victoria’s Secret 2026</title>
					<description>KATSEYE เตรียมขึ้นแสดงในแฟชั่นโชว์ของ Victoria’s Secret 2026</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/katseye-is-preparing-to-1.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/katseye-is-preparing-to-1.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>Billboard รายงานว่าแฟชั่นโชว์สุดพิเศษที่ทุกคนตั้งตารอคอยอย่าง Victoria’s Secret Fashion Show 2026 จะมีไลน์อัปศิลปินที่แสดงในโชว์เป็นนักร้องหญิงล้วน ไม่ว่าจะเป็น KATSEYE, <a href="https://thestandard.co/tag/Megan-Thee-Stallion/" target="_blank" rel="dofollow noopener">Megan Thee Stallion</a>, Tate McRae และ Megan Maroney</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>งานแฟชั่นโชว์ครั้งนี้จะจัดขึ้นในวันที่ 18 ตุลาคม ณ มหานครลอสแอนเจลิส (ยังไม่มีการเปิดเผยสถานที่จัดงาน) โดยที่ทางแบรนด์จะถ่ายทอดสดให้ชมทั่วโลกผ่านทาง YouTube, Instagram และ TikTok</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับงานแฟชั่นโชว์ของ Victoria’s Secret ขึ้นชื่อเรื่องการดึงศิลปินซูเปอร์สตาร์มาร่วมแสดงในระหว่างที่เหล่านางฟ้ากำลังเดินแบบมาโดยตลอด โดยก่อนหน้านี้พวกเขาเคยเชิญ Taylor Swift มาแสดงเมื่อปี 2013 และ 2014, Rihanna เมื่อปี 2012 และ 2015, Lady Gaga เมื่อปี 2016 รวมทั้งปีก่อนที่เป็นศิลปินหญิงล้วนอย่าง Karol G, TWICE, Missy Elliot และ Madison Beer</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #999999;"><strong style="color: #999999;">ภาพ:</strong><span style="color: #999999;"> KATSEYE</span></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #999999;"><strong style="color: #999999;"><span style="color: #999999;"><strong style="color: #999999;">อ้างอิง:</strong></span><br />
</strong><span style="color: #999999;"><a style="color: #999999; text-decoration: underline;" href="https://www.billboard.com/music/music-news/victorias-secret-fashion-show-performers-katseye-tate-mcrae-1236349610/" target="_blank" rel="noopener">https://www.billboard.com/music/music-news/victorias-secret-fashion-show-performers-katseye-tate-mcrae-1236349610/</a></span></span></p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>สรุปรางวัลไฮไลต์ที่งานประกาศรางวัล MTV Video Music Awards 2026</title>
							<url>https://thestandard.co/mtv-vmas-2026-winners/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/mtv-vmas-2026-winners-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>Madonna คว้ารางวัล Artist of The Year ที่งาน MTV VMAs 2026</title>
							<url>https://thestandard.co/madonna-wins-mtv-vmas/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/madonna-wins-mtv-vmas-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>MTV Video Music Awards 2026 ลุคแฟชั่นพรมเทอร์ควอยซ์จากงานประกาศรางวัลสุดไอคอนิก</title>
							<url>https://thestandard.co/mtv-video-music-awards-fashion-looks/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/mtv-video-music-awards-1.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/katseye-is-preparing-to-perform-in-the-victorias/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12499323</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1788350265000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2103969465000</endYmdtUnix>

			<title>Rhode บุกยุโรป เตรียมขายใน 19 ประเทศที่ Sephora เริ่ม 30 กันยายนนี้</title>
			<category>Lifestyle</category>

			<publishTimeUnix>1788350265000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-09-02 18:57:45</publishTime>
			<updateTimeUnix>1788350372000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-09-02 18:59:32</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>Rhode บุกยุโรป เตรียมขายใน 19 ประเทศที่ Sephora เริ่ม 30 กันยายนนี้</title>
					<description>Rhode บุกยุโรป เตรียมขายใน 19 ประเทศที่ Sephora เริ่ม 30 กันยายนนี้</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/rhode-sephora-europe-cover.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/rhode-sephora-europe-cover.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา Tarang Amin ผู้บริหารแห่ง e.l.f. Beauty บริษัทบิวตี้ที่ซื้อกิจการแบรนด์ Rhode ของ <a href="https://thestandard.co/tag/Hailey-Bieber/" target="_blank" rel="dofollow noopener">Hailey Bieber</a> มาตั้งแต่ปี 2025 ได้พูดถึงความสำเร็จของแบรนด์ที่กลายเป็นปรากฏการณ์ของบริษัท ด้วยยอดขายถล่มทลาย และ ความต้องการสินค้าที่พุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้พวกเขาพร้อมเดินหน้าขยายสาขาแบรนด์ Rhode ในร้าน Sephora ทั่วพื้นที่ยุโรปอีกทั้งหมด 19 ประเทศ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นับตั้งแต่วันที่ 30 กันยายนนี้เป็นต้นไป Rhode จะเริ่มวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่โฟกัสกับการดูแลผิวผ่าน Sephora ทั้งทางออนไลน์ และ ทางร้านทั่วพื้นที่ยุโรป โดยจะเปิดตัวสาขาใหม่ในทั้งหมด 19 ประเทศ นั่นคือที่ เบลเยียม, บัลแกเรีย, โครเอเชีย, สาธารณรัฐเช็ก, เดนมาร์ก, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, กรีซ, อิตาลี, ลักเซมเบิร์ก, โมนาโก, โปแลนด์, โปรตุเกส, โรมาเนีย, เซอร์เบีย, สเปน (รวมไปถึงหมู่เกาะคานารี), สวีเดน, สวิตเซอร์แลนด์ และตุรเคีย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Rhode เผยว่าการขยายสาขาครั้งใหญ่นี้ นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสู่บันไดขั้นถัดไป และแบรนด์ก็มีเป้าหมายในการตีตลาดไปทั่วโลกด้วยการใช้กลยุทธ์ให้ลูกค้าได้เข้าถึงโปรดักต์ในร้าน โดยการขยายสาขาใน Sephora ไปทั่วยุโรปของ Rhode เกิดขึ้นหลังจากที่แบรนด์ประสบความสำเร็จอย่างสูงกับยอดขายของร้านใน Sephora ที่ สหรัฐอเมริกา, แคนาดา และ อังกฤษ เมื่อปีก่อน ซึ่งสำหรับการตีตลาดยุโรป Rhode ก็จะนำเสนอไอเท็มเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะที่ยุโรปและ อังกฤษ รวมไปถึงนำโปรดักต์ลิมิเต็ดเอดิชันกลับมาวางจำหน่ายใหม่ด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Hailey Bieber เปิดตัว Rhode เมื่อปี 2022 ในฐานะแบรนด์ สกินแคร์ วีแกน ก่อนที่จะขยายเข้าสู่การผลิตเครื่องสำอางเฉพาะโปรดักต์ที่ได้รับการคัดสรรมาอย่างดีอย่าง Hybrid Makeup ที่เป็นทั้งเมกอัพและสกินแคร์ไปในตัว โดยในไตรมาสที่ 1 ของปี 2027 (เมษายน-มิถุนายนที่ผ่านมา) Rhode สามารถกวาดรายได้ไปทั้งหมด 160 ดอลลาร์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #999999;"><strong style="color: #999999;">ภาพ:</strong><span style="color: #999999;"> Rhode</span></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #999999;"><strong style="color: #999999;">อ้างอิง:</strong><span style="color: #999999;"> <a style="color: #999999; text-decoration: underline;" href="https://th.fashionnetwork.com/news/Rhode-to-expand-european-distribution-with-sephora-from-september-30-launching-in-19-countries,1862089.html" target="_blank" rel="noopener">https://th.fashionnetwork.com/news/Rhode-to-expand-european-distribution-with-sephora-from-september-30-launching-in-19-countries,1862089.html</a></span></span></p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>ทรัมป์-ซีอีโอ บริษัทเทคชั้นนำ ลงนามข้อตกลงยกระดับมาตรการคุ้มครองและควบคุม AI อย่าง ‘รัดกุม’</title>
							<url>https://thestandard.co/trump-tech-ceos-ai-control/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/trump-tech-ceos-ai-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>SCB EIC ประเมินตลาดน้ำมันโลกปี 2570 ตึงตัวลดลง ปิโตรเคมี Oversupply ยืดเยื้อ เตือนราคาดีเซลไทยลงช้า เหตุรากหนี้กองทุนน้ำมันฯ ยังหนัก</title>
							<url>https://thestandard.co/scb-eic-oil-market-petrochemical-oversupply/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/scb-eic-oil-market-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>EGCO รุกธุรกิจพลังงานสีเขียวปิดดีลซื้อหุ้น 49% โรงไฟฟ้าลม-โซลาร์ ‘Pinnacle IV’ในสหรัฐฯ ขนาด 339 เมกะวัตต์ รับรู้รายได้ทันที</title>
							<url>https://thestandard.co/egco-pinnacle-iv-us-power/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/egco-pinnacle-iv-us-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/rhode-sephora-europe/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12585394</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1790152445000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2105771645000</endYmdtUnix>

			<title>ชมคลิป: เจาะยุทธศาสตร์ KSL Group ปั้น Low GI Sugar สู่นวัตกรรม Sweetness Solution l Exclusive Interview EP94</title>
			<category>Video</category>

			<publishTimeUnix>1790152445000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-09-23 15:34:05</publishTime>
			<updateTimeUnix>1790152501000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-09-23 15:35:01</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>ชมคลิป: เจาะยุทธศาสตร์ KSL Group ปั้น Low GI Sugar สู่นวัตกรรม Sweetness Solution l Exclusive Interview EP94</title>
					<description>ชมคลิป: เจาะยุทธศาสตร์ KSL Group ปั้น Low GI Sugar สู่นวัตกรรม Sweetness Solution l Exclusive Interview EP94</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/COVER-WEB-23.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/COVER-WEB-23.jpg</thumbnail>
				</image>
									<text>
						<content>
						<![CDATA[
							<iframe width="932" height="516" src="https://www.youtube.com/embed/" title="ชมคลิป: เจาะยุทธศาสตร์ KSL Group ปั้น Low GI Sugar สู่นวัตกรรม Sweetness Solution l Exclusive Interview EP94" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture" allowfullscreen></iframe>
						]]>
						</content>
					</text>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p data-prosemirror-content-type="node" data-prosemirror-node-name="paragraph" data-prosemirror-node-block="true" data-pm-slice="1 1 []">เมื่อ “น้ำตาล” ถูกมองว่าเป็นศัตรูของสุขภาพ แต่ KSL Group กลุ่มน้ำตาลขอนแก่น ยักษ์ใหญ่ที่เติบโตคู่สังคมไทยมากว่า 80 ปี กลับมองต่างด้วยการตั้งคำถามใหม่ว่า “เราไม่ได้อยู่ในธุรกิจน้ำตาล แต่อยู่ในธุรกิจความหวาน”&nbsp;&nbsp;</p>
<p data-prosemirror-content-type="node" data-prosemirror-node-name="paragraph" data-prosemirror-node-block="true">&nbsp;</p>
<p data-prosemirror-content-type="node" data-prosemirror-node-name="paragraph" data-prosemirror-node-block="true">สัมภาษณ์พิเศษ ชลัช ชินธรรมมิตร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) หรือ KSL Group กับยุทธศาสตร์ฉากใหม่ที่ทุ่มเท R&amp;D นานกว่า 3 ปี จนได้มาซึ่ง ‘Low GI Sugar’ นวัตกรรมน้ำตาลดัชนีน้ำตาลต่ำธรรมชาติเจ้าแรกในไทย ที่ผ่านการรับรองจากสถาบัน Temasek สิงคโปร์&nbsp;&nbsp;</p>
<p data-prosemirror-content-type="node" data-prosemirror-node-name="paragraph" data-prosemirror-node-block="true">&nbsp;</p>
<p data-prosemirror-content-type="node" data-prosemirror-node-name="paragraph" data-prosemirror-node-block="true">พร้อมเจาะลึกการเปลี่ยนอ้อย 1 ต้น จากสินค้าโภคภัณฑ์ สู่แพลตฟอร์มพลังงานสะอาดแบบ Zero Waste (ไฟฟ้าชีวมวล, เอทานอล, ปุ๋ยอินทรีย์) และทิศทางการบุกตลาดโลกด้วยน้ำตาล Low Carbon &amp; Halal Sugar เพื่อนำพาองค์กรยกระดับสู่ Sweetness Solution แห่งอนาคตอย่างยั่งยืน</p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>ชมคลิป: ในวันที่ AI เข้ามาเปลี่ยนโลก ทำไม ‘ดีไซน์’ จึงเป็นกุญแจสำคัญในการพลิกธุรกิจ? | Exclusive Interview EP.90</title>
							<url>https://thestandard.co/exclusive-interview-ep-90/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/08/COVER-WEB-15.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>ชมคลิป: เจาะกลยุทธ์ Mercedes-Benz ฝ่าวิกฤตพลังงานโลก เมื่อ EV คืออนาคต แต่ PHEV อาจเป็นคำตอบของวันนี้ | Exclusive Interview EP.81</title>
							<url>https://thestandard.co/mercedes-benz-ev-phev-future-strategy/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/06/mercedes-benzevphevfuturestrategy.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>KSL Group เปิดตัว เคนส์ (Kane’s) ไซรัป ครั้งแรกในงาน THAIFEX 2026</title>
							<url>https://thestandard.co/ksl-group-kanes-syrup-thaifex-2026/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/05/ksl.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/exclusive-interview-ksl-group/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12618295</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1790746158000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2106365358000</endYmdtUnix>

			<title>การบินไทย พังเพราะอะไรนะ?</title>
			<category>Opinion</category>

			<publishTimeUnix>1790746158000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-09-30 12:29:18</publishTime>
			<updateTimeUnix>1790746158000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-09-30 12:29:18</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>การบินไทย พังเพราะอะไรนะ?</title>
					<description>การบินไทย พังเพราะอะไรนะ?</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/thai-airways-flood-ground-1.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/thai-airways-flood-ground-1.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>ช่วงน้ำท่วมรอบนี้ หลายคนสงสัยว่า ทำไมสายการบินอื่นยังบินได้ แต่<a href="https://thestandard.co/tag/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2/" target="_blank" rel="dofollow noopener">การบินไทย</a>ถึงดีเลย์แทบทั้งระบบ กระเป๋าค้างเป็นพันใบ และสุดท้ายต้องยกเลิกเที่ยวบินจำนวนมาก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อาทิตย์นั้นผมก็เดินทางเหมือนกัน แต่ใช้ดอนเมือง แทบไม่ได้รับผลกระทบอะไร กลับมาแล้วถึงได้ยินเสียงบ่นเรื่องการบินไทยเต็มไปหมด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ถ้าถามผม คำตอบสั้นๆ คือ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เครื่องบิน แต่อยู่ที่ “คนภาคพื้น”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สุวรรณภูมิยังเปิดรันเวย์ยังใช้ได้ เครื่องบินยังบินได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่พนักงานจำนวนมากมาทำงานไม่ได้ เพราะบ้านและเส้นทางรอบสนามบินถูกน้ำท่วม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>งานภาคพื้นของการบินไทยปกติต้องใช้คนประมาณ 500 คนต่อวัน ช่วงวิกฤตเหลือมาทำงานเพียง 200–300 คน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>บางตำแหน่งเฉพาะทาง เช่น Loadmaster ปกติต้องใช้ราว 45 คน เหลือประมาณ 20 คน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>พูดง่ายๆ คือ คนหายไปเกือบครึ่งในเวลาเดียวกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>จากนั้นปัญหาก็ไหลเป็นลูกโซ่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คนไม่พอ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>→ กระเป๋าลงไม่ทัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>→ เครื่องออกช้า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>→ เครื่องเที่ยวต่อไปช้า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>→ กระเป๋าใหม่เข้ามาเพิ่ม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>→ ของเก่ายังไม่หมด ของใหม่ก็มากอง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สุดท้ายกระเป๋าค้างประมาณ 5,600 ใบ และเที่ยวบินที่ออกตรงเวลาเหลือน้อยมาก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แล้วทำไมสายการบินอื่นไม่หนักเท่า?</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ส่วนหนึ่งเพราะสายการบินต่างชาติไม่ได้มีฐานใหญ่ในกรุงเทพฯ แบบการบินไทย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ANA, Air China หรือ Singapore Airlines อาจมีเที่ยวบินวันละไม่กี่เที่ยว แต่การบินไทยมีมากกว่าร้อยเที่ยวต่อวัน และยังรับทำ Ground Handling ให้สายการบินอื่นอีกจำนวนมาก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมื่อคนหายไปครึ่งหนึ่ง ปัญหาจึงไม่ได้จบเป็นเที่ยวๆ แต่มันสะสมทั้งวัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่น่าสนใจกว่าคือ Ground Handler รายอื่นในสุวรรณภูมิไม่ได้พังในระดับเดียวกัน มีรายงานว่าบางรายเตรียมที่พักให้พนักงานอยู่ใกล้สนามบินก่อนฝนหนัก เพื่อกันปัญหาคนเดินทางเข้ามาไม่ได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นอกจากนี้ยังมีข้อสงสัยว่า การบินไทยต้องรักษามาตรฐานการให้บริการสายการบินคู่สัญญาด้วยหรือไม่ จนทรัพยากรบางส่วนถูกใช้ไปกับลูกค้า Ground Handling ก่อน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องนี้ยังฟันธงไม่ได้ แต่ควรตรวจสอบปัญหาอาจไม่ใช่ “ไม่มีแผน” แต่คือแผนมาช้าหลังระบบเริ่มล้ม การบินไทยก็ทำหลายอย่างถูก เอาพนักงานออฟฟิศลงมาช่วย ขอกำลังทหาร จัดรถรับพนักงาน ให้ Ground Handler อื่นช่วยรับงานลดเที่ยวบินลง 30–40%</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แยกกระเป๋าใหม่ออกจากของค้างเร่งเคลียร์สัมภาระปัญหาคือ หลายอย่างเกิดขึ้น หลังระบบเริ่มพังแล้ว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คำถามจึงไม่ใช่ “ทำไมพนักงานมาไม่ได้?” แต่คือ “รู้ว่าฝนจะหนัก แล้วเตรียมอะไรไว้บ้าง?”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>มีคนสำรองไหม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>มีที่พักไหม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>มีรถรับส่งไหม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ดึงคนจากหน่วยอื่นได้ไหม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>และเมื่อรู้ว่าคนหายไปเกือบครึ่ง ทำไมไม่ลดเที่ยวบินตั้งแต่ต้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นี่แหละคือ BCP แบบภาษาชาวบ้าน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ถ้าวันหนึ่งของที่เราต้องใช้หายไปครึ่งหนึ่ง เราจะอยู่ต่ออย่างไร</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>กรณีนี้ ของที่หายไปคือ “คน”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องนี้ทำให้นึกถึง Emirates ตอนน้ำท่วมดูไบ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ปี 2024 ดูไบน้ำท่วมหนัก Emirates ก็เละเหมือนกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ถนนเข้าสนามบินน้ำท่วมพนักงานมาไม่ได้ ผู้โดยสารตกเครื่อง กระเป๋าค้างเป็นหมื่นใบ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผมเองก็ไปต่อเครื่องช่วงนั้นและตกเครื่องเหมือนกัน แต่ Emirates เลือกทำอย่างหนึ่งที่สำคัญมากเมื่อรู้ว่าระบบรับไม่ไหว เขายอมหยุด หยุด check-in บางช่วง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หยุดรับผู้โดยสารต่อเครื่อง ยกเลิกเที่ยวบินจำนวนมาก แล้วเอากำลังทั้งหมดไปเคลียร์ปัญหาที่ค้างอยู่ก่อน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หลักคิดง่ายมาก ถ้ากำลังการผลิตเหลือ 60% ก็อย่าฝืนทำงาน 100%</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เพราะยิ่งฝืน งานค้างก็ยิ่งโต</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สุดท้ายไม่ได้ช่วยให้ระบบเดินต่อ แต่ทำให้ปัญหาของวันนี้กลายเป็นปัญหาของพรุ่งนี้ด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>และสุดท้าย เรื่องนี้กลับมาที่ “คน” บริษัทอาจมีเครื่องบิน มีรถ มีระบบ มีคู่มือฉุกเฉิน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่วันวิกฤต ทุกอย่างสุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับคน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>บางคนบอกว่า วันน้ำท่วมบริษัทไม่ควรคาดหวังให้พนักงานมาทำงาน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผมเห็นด้วยในเรื่องความปลอดภัย แต่ธุรกิจบางประเภท เช่น โรงพยาบาล โรงไฟฟ้า สนามบิน หรือสายการบิน หยุดทุกอย่างไม่ได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คำถามจึงไม่ใช่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“จะบังคับให้พนักงานมาอย่างไร?”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่คือ “จะทำอย่างไรให้คนที่จำเป็นต้องมา สามารถมาได้ และอยากมาช่วยเอง”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ตรงนี้ ผมว่า Employee Engagement สำคัญมาก</b></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Engagement ไม่ใช่ outing, ไม่ใช่เสื้อบริษัท, ไม่ใช่คำขวัญบนผนัง, แต่มันคือความรู้สึกว่า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>“นี่คือบริษัทของเรา ถ้ามันมีปัญหา เราอยากช่วย”</b></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ถ้าคนรู้สึกแบบนี้ ความสำคัญของบริษัทจะมีน้ำหนักมากกว่าความไม่สะดวก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ส่วนตัวโดยอัตโนมัติ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ไม่ใช่เพราะถูกสั่ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ไม่ใช่เพราะกลัวโดนหักเงิน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่เพราะรู้สึกว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของเราด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แน่นอน ถ้าบ้านกำลังจะจมน้ำ หรือเดินทางไม่ปลอดภัย ไม่มีบริษัทไหนควรเรียกร้องให้พนักงานเสี่ยงชีวิต</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่ระหว่าง “ไปไม่ได้จริงๆ” กับ “ไปได้ แต่ลำบากหน่อย” ตรงนี้แหละที่ความผูกพันมีผล</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คนที่รักองค์กรอาจยอมตื่นตีสี่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ยอมเดินไกลขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ยอมเปลี่ยนกะ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ยอมนอนใกล้สนามบิน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ยอมอยู่ต่อ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หรือช่วยหาคนอื่นมาทำงานแทน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่ความรู้สึกแบบนี้สร้างไม่ได้ในเช้าวันที่น้ำท่วม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>มันต้องสะสมมาตั้งแต่วันปกติ บริษัทดูแลเขาหรือเปล่า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ฟังเขาหรือเปล่า ให้ความเป็นธรรมหรือเปล่า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>และวันที่เขาเดือดร้อน บริษัทเคยช่วยเขาหรือเปล่า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ถ้าวันนี้บริษัทต้องการให้คนเสียสละ บริษัทก็ต้องเสียสละให้คนเหมือนกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>มีรถไปรับ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>มีที่พัก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>มีค่าเดินทาง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>มีเงินพิเศษ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>มีอาหาร</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>และไม่ปล่อยให้ต้นทุนของการ “มาช่วยบริษัท” ตกอยู่ที่พนักงานฝ่ายเดียว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ความสัมพันธ์แบบนี้มันต้องสองทาง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>วันที่บริษัทเดือดร้อน พนักงานช่วยบริษัท วันที่พนักงานเดือดร้อน บริษัทก็ช่วยพนักงาน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ล</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ถ้าทำได้จริง วันวิกฤตแทบไม่ต้องใช้คำว่า “บังคับ” คนจะพยายามมาช่วยเอง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>และบางที นั่นอาจเป็นระบบสำรองที่สำคัญที่สุดขององค์กร</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>น้ำท่วมครั้งนี้จึงไม่ได้แค่ทำให้เที่ยวบินดีเลย์ แต่มันทำให้เราเห็นว่า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมื่อคนหายไปครึ่งหนึ่ง การบินไทยมีแรงสำรองเหลืออยู่แค่ไหน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>และที่สำคัญกว่าความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทกับคน แข็งแรงพอหรือยังในวันที่ต้องพึ่งกันจริงๆ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หวังว่าบทเรียนครั้งนี้จะทำให้การบินไทยแข็งแรงกว่าเดิมครับ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ยังรัก “ป้าม่วง” ครับ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ป.ล. เป็นความเห็นส่วนตัวครับ อาจจะมีการคาดเดาบ้าง เพราะไม่ทราบข้อมูลภายในบริษัทครับ</p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>เช็คข้อมูลเพิ่มเติม! ‘การบินไทย’ ยกเลิกเที่ยวบินเพิ่มอีก 37 เที่ยวบินทั้งในและต่างประเทศ วันที่ 29 ก.ย. &#8211; 1 ต.ค. 69</title>
							<url>https://thestandard.co/thai-airways-cancel-flights/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/thai-airways-cancel-flights-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>หุ้นการบินไทยร่วง 2.4% หลังวิกฤตกระเป๋าตกค้าง เที่ยวบินล่าช้า โบรกคาดฉุดกำไรไม่เกิน 3% ภาพระยะยาวยังเป็นบวก</title>
							<url>https://thestandard.co/thai-airways-stock-drop-crisis/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/thai-airways-stock-drop-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>วิกฤตสัมภาระตกค้างล้นสุวรรณภูมิจะคลี่คลายใน 3 วันจริงหรือไม่ มรสุมใหม่หลังเพิ่งฟื้นตัวของการบินไทย</title>
							<url>https://thestandard.co/thai-airways-baggage-crisis-suvarnabhumi/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/thai-airways-baggage-crisis-1.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/thai-airways-flood-ground-staff-problem/</sourceUrl>
		</article>

	</articles>
<!--
Performance optimized by W3 Total Cache. Learn more: https://www.boldgrid.com/w3-total-cache/

Page Caching using Disk: Enhanced (Requested URI is rejected) 

Served from: _ @ 2026-09-30 12:42:55 by W3 Total Cache
-->