<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?><articles><UUID>TSTD202609131231</UUID><time>1789302689</time>		<article>
			<ID>12311610</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1784113340000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2099732540000</endYmdtUnix>

			<title>ฟิตร่างกายลุย Hybrid Race กับโปรแกรมฝึกแบบ Team Under Armour</title>
			<category>LIFE</category>

			<publishTimeUnix>1784113340000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-07-15 18:02:20</publishTime>
			<updateTimeUnix>1784114528000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-07-15 18:22:08</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>ฟิตร่างกายลุย Hybrid Race กับโปรแกรมฝึกแบบ Team Under Armour</title>
					<description>ฟิตร่างกายลุย Hybrid Race กับโปรแกรมฝึกแบบ Team Under Armour</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-1.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-1.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>นอกจากจะเป็นที่พูดถึงกันในทุกกลุ่มของสายฟิตสายลุยแล้ว แต่ ‘Hybrid Race’ กีฬาสายวิ่งผสมสายฟิตเนสก็กำลังเป็นเป้าหมายที่รอการพิชิตของใครหลาย ๆ คนอย่างแน่นอน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แน่นอนว่าหลากหลายผู้พิชิตและหลากหลายทีมกำลังเตรียมตัวอย่างเข้มข้น รวมถึงที่ RYSE Arena เมื่อวันศุกร์ที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมาที่เหล่า TeamUA หรือ Team <a href="https://thestandard.co/tag/Under-Armour/" target="_blank" rel="dofollow noopener">Under Armour</a> ทั้ง 22 คนก็ได้เริ่มออกมา Full Body Shake เรียกเหงื่อเรียกแรงกันอย่างเข้มข้น ในอีก 5 สัปดาห์ข้างหน้าที่จะให้สายฟิตทุกคนได้ท้าทายตัวเองกันอีกครั้งในปีนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231147" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-1.jpg?x47298" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 1" width="1280" height="1700" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>ฟิต 5 สัปดาห์ก่อนแข่งกับ Under Armour</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ระยะเวลา 5 สัปดาห์ของแคมป์ฝึกซ้อม Team UA จะได้เจอกับโปรแกรมที่วางรากฐานการพัฒนาศักยภาพร่างกายอย่างเป็นระบบ เริ่มต้นจากการปรับพื้นฐานการเคลื่อนไหวเพื่อเตรียมความพร้อม ก่อนจะไต่ระดับความเข้มข้นไปสู่การจำลองสถานการณ์ในสนามแข่งจริง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231148" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-2.jpg?x47298" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 2" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ช่วงสัปดาห์แรกเริ่มด้วยการทดสอบ Movement Foundation เพื่อประเมินความพร้อม จากนั้นสร้าง Aerobic Base เสริมความทนทาน และยกระดับสู่ Strength Endurance สำหรับสถานีที่ใช้พละกำลัง พร้อมฝึกเทคนิค Transition การคุมเพซ และวางกลยุทธ์เฉพาะตัว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231149" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-3.jpg?x47298" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 3" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมื่อเข้าสู่โค้งสุดท้าย จะเน้น Race Simulation เพื่อฝึกซ้อมภายใต้ความกดดันและความเหนื่อยล้าจริง ก่อนเข้าช่วง Taper เพื่อลดการซ้อม ให้ร่างกายได้ฟื้นฟูและสะสมพลังงานเต็มเปี่ยมสำหรับวันแข่ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231151" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-4.jpg?x47298" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 4" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>เผยโฉม ‘Team UA’ ก่อนลง Full Body Shake</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับสัปดาห์แรกของ Team Under Armour ทั้ง 22 คนได้มาพบหน้ากันเพื่อทำความรู้จักและ Ice Breaking แบบฉบับสายฟิตสายลุยที่จะมาทำความรู้จักกันขณะ Planking และ Squat เรียกเหงื่อ ซึ่งแต่ละคนเดินเข้ามาพร้อมเป้าหมายที่แตกต่างกัน ทั้งการทำลายสถิติเดิมของตัวเอง หรือกลับมาทวงฟอร์มหลังผ่านสนามมา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ไม่ว่าจะเป็น Junior (@ju.nio.r12) และ Jaynoppa (@jaynoppa), Emma Arocha (@emmarchh), Pim Pimkanok (@pimmypiam) Pipe Kamtapong (@pipekubkib) นอกจากนี้ยังมี ‘รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น’ หนึ่งในนักกีฬา Under Armour มาเข้าร่วม Full Body Shakeout ในฐานะ Team UA ด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231152" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-5.jpg?x47298" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 5" width="1920" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โดยสำหรับคลาสสัปดาห์แรก TEAM UA เริ่มด้วย Easy Run ก่อนฝึกคุมแรงที่สถานี SkiErg และ RowErg ต่อด้วยโจทย์คู่อย่าง Sled Push ร่วมกับ Farmer Hold ที่ต้องถือ Kettlebell ให้มั่นคงขณะเพื่อนดัน Sled</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231153" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-6.jpg?x47298" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 6" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ครึ่งหลังทวีความเข้มข้นด้วย Burpee Broad Jump, Wall Ball, Walking Lunge และท่าท้าทายใจอย่าง Sandbag Reverse Lunge, Ab-mat Sit-up กับ Bearhug Sandbag Carry ในเวลาจำกัด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231154" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-7.jpg?x47298" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 7" width="1920" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แม้เป็นท่าที่คุ้นเคย แต่เมื่อฝึกต่อเนื่อง บททดสอบจริงคือการคุมหายใจและรักษาฟอร์มเพื่อออมแรง คลาสนี้ช่วยให้ทุกคนพบจุดแข็งและจุดที่ต้องปรับปรุง เพื่อเตรียมลุยต่อสำหรับการแข่งที่กำลังจะเข้ามา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231155" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-8.jpg?x47298" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 8" width="1920" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>เทรนก่อนเจอสนามจริงแบบ Team UA ได้กับยิมพาร์ตเนอร์</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>หากใครอยากฝึกร่างกายให้พร้อมกับเวทีท้าทายตัวเองใน Hybrid Race แบบ Team UA ก็ไม่ต้องอิจฉาไป เพราะ Under Armour เปิดโอกาสให้ทุก ๆ คนที่อยากเตรียมตัวก่อนลง Hybrid Race ได้เข้ามาฝึกในระบบเดียวกันด้วย โดยโปรแกรมนี้ร่วมมือกับยิมพาร์ตเนอร์ 3 แห่ง ได้แก่ RYSE Arena, ONTRACK Campus (เขตพระโขนง) และ FIT:D Thailand</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231156" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-9.jpg?x47298" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 9" width="1920" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่ละคลาสจะเป็นการค่อย ๆ ทำความเข้าใจองค์ประกอบที่จำเป็นต่อ Hybrid Race ตั้งแต่การสร้าง Aerobic Base การเพิ่ม Strength Endurance การควบคุมเพซ ไปจนถึงการฝึก Transition ระหว่างการวิ่งและสถานีต่าง ๆ ก่อนนำทุกอย่างมาทดลองร่วมกันผ่าน Race Simulation</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231157" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-10.jpg?x47298" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 10" width="1280" height="1700" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผู้สนใจร่วมซ้อมแบบ Team UA สามารถรับ Training Class Pass (3 เครดิต) เมื่อซื้อสินค้าครบ 6,900 บาทที่ Under Armour Brand House เพื่อเข้าเซสชันกับยิมพาร์ตเนอร์และแบ่งปันให้เพื่อนได้ โดยผู้ที่เข้าครบ 3 คลาสตามเงื่อนไข จะได้รับสิทธิ์ลงทะเบียน Race Simulation เพื่อทดสอบความพร้อมของร่างกาย จังหวะเปลี่ยนสถานี และแผนการแบ่งแรงก่อนเจอสนามจริง สามารถรับรายละเอียดและโค้ดลงทะเบียนได้จากทีมงานหน้าร้าน</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>มาทดสอบตัวเองเพื่อพัฒนาตัวเองไปอีกขั้น</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในการฝึกซ้อมสัปดาห์แรกนี้ Under Armour ได้ให้การสนับสนุนผู้ท้าชิง Hybrid Race อย่างเต็มที่กับทุกคนที่มีเป้าหมายเดียวกัน โดยมีระบบสนับสนุนตลอดเส้นทาง ทั้งโปรแกรมฝึก โค้ช ยิมพาร์ตเนอร์ เสื้อผ้าอุปกรณ์ และการฟื้นฟูร่างกาย ทำให้แบรนด์เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงการฝึก ความรู้ และคอมมูนิตี้ เพื่อผลักดันแนวคิด Make Athletes Better ให้เกิดขึ้นจริงผ่านการลงมือทำ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231158" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-11.jpg?x47298" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 11" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับใครที่กำลังมอง Hybrid Race เป็นเป้าหมายถัดไป อย่ารีรอให้ใกล้วันแข่ง เวลานี้คือเวลาที่ดีที่สุดแล้วที่จะได้ท้าทายตัวเอง และพัฒนาตัวเองไปในอีกขั้นก่อนการแข่งจริงในอีกไม่กี่สัปดาห์นี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231159" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-12.jpg?x47298" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 12" width="1920" height="1280" /><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231160" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-13.jpg?x47298" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 13" width="1920" height="1280" /></p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>BOYNEXTDOOR ขึ้นแท่นเป็นโกลบอลแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Under Armour</title>
							<url>https://thestandard.co/boynextdoor-under-armour-ambassador/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/boynextdoor-under-armour-ambassador-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>UNDER ARMOUR X MARINE SERRE แคปซูลคอลเล็กชันเพื่อฉลอง 30 ปีของแบรนด์กีฬา</title>
							<url>https://thestandard.co/under-armour-marine-serre-capsule/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/06/under-armour-marine-serre-1.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>สเตฟเฟน เคอร์รี แยกทาง Under Armour หลังร่วมงานกันนาน 13 ปี</title>
							<url>https://thestandard.co/stephen-curry-parts-under-armour/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2025/11/stephen-curry-parts-under.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/under-armour-hybrid-race-training/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12543711</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1789301425000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2104920625000</endYmdtUnix>

			<title>คนละหมัดปมฮั้ว สว.-เขากระโดง ภูมิธรรมขอต่างคนต่างทำหน้าที่ อย่ามาชี้นำ ด้านวิโรจน์ย้ำปราบทุจริตเปลี่ยนตามสมการการเมืองไม่ได้</title>
			<category>News</category>

			<publishTimeUnix>1789301425000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-09-13 19:10:25</publishTime>
			<updateTimeUnix>1789301425000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-09-13 19:10:25</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>คนละหมัดปมฮั้ว สว.-เขากระโดง ภูมิธรรมขอต่างคนต่างทำหน้าที่ อย่ามาชี้นำ ด้านวิโรจน์ย้ำปราบทุจริตเปลี่ยนตามสมการการเมืองไม่ได้</title>
					<description>คนละหมัดปมฮั้ว สว.-เขากระโดง ภูมิธรรมขอต่างคนต่างทำหน้าที่ อย่ามาชี้นำ ด้านวิโรจน์ย้ำปราบทุจริตเปลี่ยนตามสมการการเมืองไม่ได้</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/phumtham-wirot-senate-khaokradong-cover.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/phumtham-wirot-senate-khaokradong-cover.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>วันนี้ (13 กันยายน) จากกระแสการเดินขบวนเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติส่งสำนวนคำร้อง 229 สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ให้ศาลวินิจฉัยในวันพรุ่งนี้ (14 กันยายน 69) <a href="https://thestandard.co/tag/%E0%B8%A0%E0%B8%B9%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1-%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%8A%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%A2/" target="_blank" rel="dofollow noopener">ภูมิธรรม เวชยชัย</a> อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ระบุถึงกรณีหัวหน้าพรรคประชาชนเรียกร้องให้พรรคร่วมรัฐบาล (พรรคเพื่อไทย) ที่ไม่เห็นด้วยกับกระบวนการได้มาซึ่ง สว. ที่ส่อแววทุจริต ออกมาแสดงจุดยืนเพื่อปกป้องความโปร่งใสในระบบประชาธิปไตย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ภูมิธรรม ระบุว่า พรรคประชาชนไม่มีสิทธิมาเรียกร้องพรรคเพื่อไทย เพราะในช่วงเจรจาจัดตั้งรัฐบาล หากยอมให้ ชัยเกษม นิติสิริ ยุบสภาทันทีโดยไม่ต้องรอ 4 เดือน กรณีที่ดินเขากระโดงก็คงถูกจัดการจบใน 1 เดือน และฮั้ว สว. จะหายไป แต่พรรคประชาชนกลับไม่ไยดี ยอมยกตำแหน่งรัฐบาลให้พรรคน้ำเงินพรรคเพื่อไทยทำแล้วแต่พรรคประชาชนไม่ร่วมทำ จึงขออย่ามาเรียกร้องอะไรอีก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ต่อมา วิโรจน์ ลักขณาดิศร อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้โพสต์ตอบโต้ทันที โดยระบุว่าพรรคประชาชนพร้อมรับผิดชอบต่อการตัดสินใจเลือกนายกรัฐมนตรีในวันนั้น ไม่ว่าจะถูกหรือผิดประชาชนมีสิทธิวิพากษ์วิจารณ์ได้เต็มที่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>วิโรจน์ยืนยันว่า “ความรับผิดชอบต่อการเลือกนายกรัฐมนตรี” กับ “หน้าที่ในการตรวจสอบการทุจริต” เป็นคนละเรื่องกัน การทุจริตไม่ว่าจะเกิดในยุคใครก็ยังคงเป็นเรื่องทุจริต สมการทางการเมืองเปลี่ยนได้แต่หลักการต้านคอร์รัปชันไม่ควรเปลี่ยนตาม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สังคมไม่ควรมียอมรับเหตุผลที่ว่าหากไม่ได้อำนาจก็ต้องไปรับใช้ผู้ทุจริต หรือสยบยอมต่อผู้บังคับบัญชา แม้พรรคประชาชนจะแก้ไขอดีตไม่ได้แต่พร้อมแก้ที่อนาคต ส่วนพรรคเพื่อไทยจะตัดสินใจอย่างไรคงไม่ก้าวล่วง แต่เมื่อเคยบอกว่าสองเรื่องนี้ร้ายแรง วันนี้เพื่อไทยก็ต้องเป็นผู้ตอบประชาชนเองว่าหลักการนั้นยังเหมือนเดิมหรือไม่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“ความผิดพลาดของพรรคประชาชน ไม่ควรกลายเป็นเหตุผลให้พรรคเพื่อไทย ละทิ้งหลักการที่ตัวเองเคยยืนยันว่าเป็นเรื่องร้ายแรงต่อบ้านเมือง”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>จากนั้น ภูมิธรรม ได้โพสต์ตอบกลับอีกครั้ง ว่า ขอบคุณทุกเสียงสะท้อน แต่ยืนยันว่าจุดประสงค์ตนไม่ต้องการโต้ตอบแบบตีลูกปิงปอง เพียงแค่อยากเห็นการทำงานการเมืองอย่างรับผิดชอบ พรรคใดทำอะไรไว้ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินเอง จึงขอให้หยุดใช้ลีลาทางการเมืองแสดงตัวเป็นคนดี แล้วชี้ความผิดมาที่พรรคเพื่อไทยเพื่อกลบเกลื่อนความผิดต้นเหตุของตัวเอง และคิดว่าจะจบปัญหาได้เพียงแค่เอ่ยคำว่า “ขอโทษ”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“พรรคเพื่อไทยจะทำอะไร ไม่จำเป็นต้องให้พรรคใดมาคอยชี้นำบอกทาง และใครทำอะไรหรือไม่ทำอะไร พรรคนั้นและคนๆ นั้นต้องรับผิดชอบการกระทำของตัวเอง” พร้อมเปิดเผยข้อเท็จจริงว่า ในวันเจรจาตนและแกนนำเพื่อไทย เช่น ชูศักดิ์ ศิรินิล, จิราพร สินธุไพร และสรวงศ์ เทียนทอง ได้พูดคุยกับตัวแทนพรรคประชาชน คือ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, พิจารณ์ เชาว์พัฒนวงศ์, ศรายุทธ ใจหลัก และพริษฐ์ วัชรสินธุ ซึ่งตนได้พูดเตือนประเด็นเหล่านี้ทั้งหมดแล้ว แต่ตอนนั้นฝ่ายพรรคประชาชนขอให้งดให้สัมภาษณ์ และขอเวลาตัดสินใจ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ภูมิธรรมระบุอีกว่า “เพื่อไทยก็เคารพคำขอ ดังนั้น หยุดเถิด ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด คนทุกคนและพรรคทุกพรรคต่างมีหน้าที่ ใครต้องการเลือกทำหน้าที่ทางการเมืองอย่างไร คนนั้นและพรรคนั้นต้องตัดสินใจและรับผิดชอบการกระทำของตนเอง โดยไม่ต้องมายุ่งก้าวก่ายการตัดสินใจภายในของคนอื่นหรือพรรคอื่น เพราะพรรคเพื่อไทยเคารพในเสียงของประชาชนที่เลือกมา และเรื่องนี้ประชาชนคนไทยจะเป็นผู้พิจารณาและตัดสินเอง”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ทางด้าน วิโรจน์ ได้โพสต์ปิดท้าย ขอบคุณภูมิธรรมที่เปิดเผยข้อเท็จจริงและมุมมองอย่างตรงไปตรงมา และตนเคารพในข้อมูลที่นำมาเปิดเผย พร้อมย้ำอีกครั้งว่าเห็นตรงกันที่ต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่และรับผิดชอบการตัดสินใจของตนเอง ให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินว่าใครทำหน้าที่ได้เต็มที่แล้วจริงๆ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>วิโรจน์ยังระบุอีกว่า ส่วนตัวยังคงคาดหวังว่าเมื่อทั้งสองพรรคมองเห็นตรงกันว่ากรณีฮั้ว สว. และเขากระโดง เป็นเรื่องร้ายแรงที่กระทบต่อกระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาล หรือเคยโหวตให้ใคร เรื่องที่ควรได้รับการตรวจสอบก็ต้องถูกตรวจสอบ และกฎหมายต้องถูกบังคับใช้อย่างตรงไปตรงมา เพราะการทุจริตอย่างไรก็เป็นการทุจริตอยู่วันยังค่ำ</p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>ปชป. สะกิด กกต. คดีฮั้ว สว. ต้องถึงศาล  หากละเว้นระวังโทษอาญา ม.157</title>
							<url>https://thestandard.co/pdrp-warns-ect-sw-rigging-case/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/pdrp-warns-ect-sw-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>&#8216;ณัฐพงษ์ &#8216; ชี้ ของขวัญวันเกิดที่ดีที่สุด คือ &#8216;อนุทิน-ภูมิใจไทย&#8217; แสดงจุดยืนเรียกร้อง &#8216;กกต.&#8217; สั่งฟ้อง 229 ฮั้ว สว. ให้ศาลตัดสินใครถูกหรือผิด เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ-ล้างข้อครหา</title>
							<url>https://thestandard.co/natthapong-anutin-senate-collusion/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/natthapong-anutin-senate-collusion-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>‘อนุทิน’ 60 ปี ย้ำทำหน้าที่เพื่อประเทศ-ประชาชน ชี้เศรษฐกิจหลายตัวชี้วัดดีขึ้น มอง ‘ณัฐพงศ์’ ลงถนนกดดัน กกต. เป็นสิทธิ์ ขอเคารพกฎหมาย</title>
							<url>https://thestandard.co/anutin-economy-politics/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/anutin-economy-politics-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/phumtham-wirot-senate-khaokradong/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12543192</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1789287711000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2104906911000</endYmdtUnix>

			<title>7 THINGS WE LOVE ABOUT LVMH PRIZE WINNERS ผู้ชนะที่แจ้งเกิดจากเวทีประกวดสุดยิ่งใหญ่</title>
			<category>Culture</category>

			<publishTimeUnix>1789287711000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-09-13 15:21:51</publishTime>
			<updateTimeUnix>1789293248000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-09-13 16:54:08</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>7 THINGS WE LOVE ABOUT LVMH PRIZE WINNERS ผู้ชนะที่แจ้งเกิดจากเวทีประกวดสุดยิ่งใหญ่</title>
					<description>7 THINGS WE LOVE ABOUT LVMH PRIZE WINNERS ผู้ชนะที่แจ้งเกิดจากเวทีประกวดสุดยิ่งใหญ่</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/lvmh-prize-winners-designers-1.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/lvmh-prize-winners-designers-1.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p><span style="font-weight: 400;">หากมีเวทีใดที่สามารถเปลี่ยนชื่อของดีไซเนอร์หน้าใหม่ให้กลายเป็นหนึ่งในชื่อที่วงการแฟชั่นทั่วโลกต้องจับตามองได้ในเวลาไม่นาน LVMH Prize for Young Fashion Designers ย่อมเป็นหนึ่งในนั้น รางวัลที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2013 โดยกลุ่ม LVMH ที่ไม่ได้แค่มองหาดีไซเนอร์จากความคิดสร้างสรรค์เพียงอย่างเดียว แต่ยังเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้นำเสนอวิสัยทัศน์ต่อคณะกรรมการและผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรมแฟชั่น จนตลอดเวลากว่าทศวรรษที่ผ่านมา เวทีนี้ได้กลายเป็นเหมือนเครื่องรับรองกลายๆ ว่านี่คือรายชื่อของนักออกแบบที่มีโอกาสกำหนดทิศทางของแฟชั่นในอนาคต</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<div style="background: #fff; border-radius: 16px; padding: 20px; box-shadow: 0 10px 25px rgba(0,0,0,0.12); max-width: 600px;">
<div style="margin-bottom: 12px;">
<h2 style="font-size: 22px; font-weight: bold;">LVMH PRIZE WINNERS</h2>
<div style="height: 6px; background-color: #0000ff; margin-top: 6px; width: 100%;">&nbsp;</div>
</div>
<ul>
<li><a href="#section2">MARINE SERRE</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section3">GRACE WALES BONNER</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section4">S.S. DALEY</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section5">HODAKOVA</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section6">SOSHIOTSUKI</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section7">NENSI DOJAKA</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section8">JULIE KEGELS</a></li>
</ul>
</div>
<p>&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความสำคัญของ LVMH Prize ยังอยู่ตรงที่ชัยชนะไม่ได้จบลงเพียงถ้วยรางวัล เพราะปัจจุบันผู้ชนะรางวัลใหญ่จะได้รับเงินสนับสนุน 400,000 ยูโร พร้อมโปรแกรม Mentorship เป็นเวลาหนึ่งปีจากทีมผู้เชี่ยวชาญของ LVMH ตั้งแต่การพัฒนาอย่างยั่งยืน การสื่อสาร กฎหมายและลิขสิทธิ์ ไปจนถึงการตลาด การผลิต และการบริหารการเงินของแบรนด์ ขณะที่ Karl Lagerfeld Prize และ Savoir-Faire Prize มาพร้อมเงินสนับสนุน 200,000 ยูโร และ Mentorship เช่นกัน ที่สำคัญ หลายชื่อที่เคยผ่านเวทีนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่สถานะ “ดีไซเนอร์ดาวรุ่ง” แต่สามารถสร้างแบรนด์ให้เป็นที่ยอมรับในระดับโลก และบางคนกำลังก้าวเข้าสู่บทบาทสำคัญของแฟชั่นเฮาส์ระดับตำนานเสียด้วย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">THE STANDARD POP จะพาทุกคนไปทำความรู้จัก 7 ดีไซเนอร์ที่ชนะและแจ้งเกิดจากเวทีนี้กัน</span><br />
&nbsp;</p>
<h2 id="section2" style="border-left: 12px solid #0000ff; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">MARINE SERRE</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1254312" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/lvmh-prize-winners-designers-1-1.jpg?x47298" alt="ภาพประกอบดีไซเนอร์ผู้ชนะรางวัล LVMH Prize 1" width="1920" height="1920" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หากพูดถึงผู้ชนะ LVMH Prize ที่สามารถเปลี่ยนลายเซ็นของตัวเองให้กลายเป็นภาพจำระดับโลกได้อย่างรวดเร็ว ชื่อของ Marine Serre คงขาดไปไม่ได้ เธอคว้ารางวัลใหญ่ในปี 2017 เพียงหนึ่งปีหลังจบการศึกษาจาก La Cambre Mode(s) ในบรัสเซลส์ด้วยคอลเล็กชัน Radical Call for Love และหลังผ่านประสบการณ์ทำงานกับทั้ง Maison Martin Margiela และ Christian Dior สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นคือการเติบโตของแบรนด์ Marine Serre และสัญลักษณ์พระจันทร์คว่ำ ที่ค่อยๆ กลายเป็นหนึ่งใน motifs ซึ่งจดจำได้ง่ายที่สุดของแฟชั่นร่วมสมัย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่สิ่งที่ทำให้ Marine Serre มีความสำคัญมากกว่าความสำเร็จของโลโก้ คือการผลักดันแนวคิด Upcycling เข้ามาเป็นระบบหลักของแบรนด์ ตั้งแต่การนำเสื้อผ้าที่หมดอายุการใช้งาน Deadstock ไปจนถึงวัสดุรีไซเคิลกลับมาแปรรูปเป็นเสื้อผ้าใหม่ โดยใน Fall/Winter 2025 แบรนด์ระบุว่าครึ่งหนึ่งของคอลเล็กชันประกอบขึ้นจากผลิตภัณฑ์ Upcycled ขณะที่อีกครึ่งใช้วัสดุ Certified และ Recycled Fibers จากผู้ชนะ LVMH Prize เมื่อปี 2017 สู่แบรนด์ระดับโลกที่สามารถทำให้ Sustainability กลายเป็นทั้งวิธีผลิต ภาษาการออกแบบ และภาพจำทางวัฒนธรรม Marine Serre จึงเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ดีที่สุดว่าเวทีนี้สามารถส่งต่อไปสู่ความสำเร็จระยะยาวได้อย่างไร</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section3" style="border-left: 12px solid #0000ff; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">GRACE WALES BONNER</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1254313" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/lvmh-prize-winners-designers-2.jpg?x47298" alt="ภาพประกอบดีไซเนอร์ผู้ชนะรางวัล LVMH Prize 2" width="1920" height="1920" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ย้อนกลับไปในปี 2016 ดีไซเนอร์ชื่อ Grace Wales Bonner คว้ารางวัล LVMH Prize เพียงสองปีหลังสำเร็จการศึกษาจาก Central Saint Martins และเริ่มต้นแบรนด์ของตัวเอง ผลงานของเธอในเวลานั้นโดดเด่นจากการสำรวจเรื่องอัตลักษณ์ของคนดำ ความมาสคิวลีน และวัฒนธรรมผ่านมุมมองที่ผสมผสานมรดกแบบยุโรปเข้ากับแอฟริกัน และ Afro-diasporic โดยมีทั้งวรรณกรรม ประวัติศาสตร์ ดนตรี และทฤษฎีทางวัฒนธรรมเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างสรรค์ นั่นทำให้ Grace ไม่ได้ถูกมองเพียงในฐานะนักออกแบบเสื้อผ้าผู้ชาย แต่เป็นนักเล่าเรื่องผ่านแฟชั่นที่มีแนวคิดที่ลึกซึ้งชัดเจนมาตั้งแต่ต้น</p>
<p>&nbsp;<br />
ตลอดทศวรรษต่อมา Grace ค่อยๆ สร้างโลกของตัวเองผ่านงานเทเลอร์ งานคราฟต์ และการตีความความสง่างามของ Black culture จนชื่อของเธอก้าวพ้นคำว่านักออกแบบรุ่นใหม่ไปอย่างสิ้นเชิง และในปี 2025 ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญเมื่อแบรนด์ Hermès ได้ประกาศให้เธอขึ้นรับตำแหน่งครีเอทีฟไดเรกเตอร์ฝั่งเสื้อผ้าสุภาพบุรุษ ต่อจาก Véronique Nichanian โดยคอลเล็กชันแรกของเธอมีกำหนดเปิดตัวในเดือนมกราคม 2027 เส้นทางจากผู้ชนะ LVMH Prize สู่การได้รับความไว้วางใจจากหนึ่งในแฟชั่นเฮาส์ที่ทรงอิทธิพลที่สุด จึงน่าจะเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของพัฒนาการหลังเวทีนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section4" style="border-left: 12px solid #0000ff; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">S.S. DALEY</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1254314" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/lvmh-prize-winners-designers-3.jpg?x47298" alt="ภาพประกอบดีไซเนอร์ผู้ชนะรางวัล LVMH Prize 3" width="1920" height="1920" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Steven Stokey Daley กลายเป็นอีกหนึ่งชื่อที่น่าจับตามองของวงการ Menswear อังกฤษ หลังแบรนด์ S. S. Daley คว้า LVMH Prize ในปี 2022 จุดเริ่มต้นของเขามาจากเมืองลิเวอร์พูล ก่อนจะเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากทีม Menswear ของทั้ง Alexander McQueen และ Tom Ford และนำความสนใจต่อวัฒนธรรมชนชั้นสูงของอังกฤษกลับมาตีความใหม่ผ่านสายตาของคนที่เติบโตมาจาก working-class ความแตกต่างของสองโลกนี้จึงกลายเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของแบรนด์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โลกของ S. S. Daley เต็มไปด้วยภาพของโรงเรียนประจำ การแข่งเรือ สวนอังกฤษ และ Dress Codes แบบหนุ่มบริติช แต่ถูกนำมารื้อสร้างใหม่ผ่านมุมมองเรื่องชนชั้น ความมาสคิวลีน และอัตลักษณ์แบบเควียร์ จนเสื้อผ้าที่ดู Nostalgic กลับมีน้ำเสียงร่วมสมัยอย่างชัดเจน อีกด้านหนึ่ง Steven ยังให้ความสำคัญกับการทำงานอย่างรับผิดชอบ โดยนำเอาผ้าที่ได้จากการบริจาคมาใช้สร้างทั้งคอลเล็กชันและชิ้นงาน one-of-a-kind ความสามารถในการนำ heritage ที่คุ้นเคยมาตั้งคำถามและสร้างเรื่องเล่าใหม่ จึงทำให้ S. S Daley เป็นมากกว่าแบรนด์ที่นำความเป็นอังกฤษกลับมาโรแมนติไซส์อีกครั้ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section5" style="border-left: 12px solid #0000ff; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">HODAKOVA</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1254315" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/lvmh-prize-winners-designers-4.jpg?x47298" alt="ภาพประกอบดีไซเนอร์ผู้ชนะรางวัล LVMH Prize 4" width="1920" height="1920" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ชื่อของ Ellen Hodakova Larsson กลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นหลังแบรนด์ Hodakova คว้ารางวัลใหญ่ LVMH Prize 2024 พร้อมเงินสนับสนุน 400,000 ยูโร และ Mentorship จาก LVMH เป็นเวลาหนึ่งปี หลังจากเธอก่อตั้งแบรนด์ของตัวเองที่สตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดนในปี 2021 สิ่งที่ทำให้ Hodakova แตกต่างคือแนวคิดเรื่องความยั่งยืนที่ไม่ได้ถูกวางไว้เป็นเพียงส่วนเสริม แต่กลายเป็นหัวใจของกระบวนการออกแบบทั้งหมด เธอนำเสื้อผ้าและวัตถุที่มีอยู่แล้วกลับมาสร้างเป็นชิ้นงานใหม่ ตั้งแต่เข็มขัด เสื้อเชิ้ต ไปจนถึงวัสดุเหลือใช้ พร้อมยกระดับแนวคิด upcycling ให้สามารถอยู่ในบริบทของแฟชั่นลักชัวรีได้อย่างเต็มตัว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สิ่งที่น่าสนใจจึงไม่ใช่แค่ความสามารถในการเปลี่ยนของเก่าให้กลายเป็นของใหม่ แต่คือการสร้างเอกลักษณ์การออกแบบที่คนสามารถจดจำได้ทันที ทั้งโครงสร้างที่ทดลองกับรูปทรง เทคนิคการประกอบวัสดุ และงานฝีมือที่ทำให้ข้อจำกัดของวัสดุกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความคิดสร้างสรรค์ การชนะ LVMH Prize จึงเหมือนเป็นการยืนยันว่าแนวคิด sustainability สามารถเดินคู่ไปกับความหรูหรา ความทดลอง และ ความเป็นที่ต้องการได้ โดยไม่จำเป็นต้องลดทอนด้านใดด้านหนึ่งลง</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section6" style="border-left: 12px solid #0000ff; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">SOSHIOTSUKI</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1254316" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/lvmh-prize-winners-designers-5.jpg?x47298" alt="ภาพประกอบดีไซเนอร์ผู้ชนะรางวัล LVMH Prize 5" width="1920" height="1920" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับ Soshi Otsuki เส้นทางสู่ชัยชนะไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน ดีไซเนอร์ชาวญี่ปุ่นผู้ก่อตั้ง Soshiotsuki ในปี 2015 เคยผ่านเข้ารอบ Semi-Final ของ LVMH Prize ตั้งแต่ปี 2016 ก่อนจะกลับมาอีกครั้งและคว้ารางวัลใหญ่ LVMH Prize 2025 ในอีกเก้าปีต่อมา เส้นทางดังกล่าวสะท้อนการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของ Otsuki ซึ่งค่อยๆ สร้างวิสัยทัศน์ของ menswear ที่มีตัวตนชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จนได้รับการยอมรับจากคณะกรรมการในที่สุด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หัวใจสำคัญของ Soshiotsuki อยู่ที่การนำความสนใจในศิลปะการแสดงดั้งเดิมของญี่ปุ่นมาผสมผสานกับงานเทเลอร์ และเสื้อผ้าผู้ชายร่วมสมัย แทนที่จะหยิบเอามรดกเก่าแก่มาใช้แบบตรงไปตรงมา Otsuki เลือกตีความมันผ่านสัดส่วน โครงสร้าง รายละเอียด และ Craftsmanship ที่ละเอียดอ่อน LVMH เองยกให้ความโดดเด่นของเขาอยู่ที่งานเทเลอร์อันยอดเยี่ยม บวกกับการใช้วัสดุได้อย่างชาญฉลาด ซึ่งชัยชนะในปี 2025 จึงเป็นบทสรุปของการสร้างแบรนด์อย่างค่อยเป็นค่อยไป และแสดงให้เห็นว่าความเฉพาะตัวทางวัฒนธรรมสามารถถูกแปลออกมาเป็นภาษาของแฟชั่นร่วมสมัยได้โดยไม่สูญเสียรากเดิม</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section7" style="border-left: 12px solid #0000ff; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">NENSI DOJAKA</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1254317" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/lvmh-prize-winners-designers-6.jpg?x47298" alt="ภาพประกอบดีไซเนอร์ผู้ชนะรางวัล LVMH Prize 6" width="1920" height="1920" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ก่อนที่เดรสผ้าเชียร์ บรา และเส้นสายบางเฉียบจะกลายเป็นหนึ่งในภาพคุ้นตาของแฟชั่นช่วงต้นทศวรรษ 2020s ชื่อของ Nensi Dojaka คือหนึ่งในดีไซเนอร์ที่ช่วยผลักดันภาพลักษณ์ดังกล่าวขึ้นมาอย่างจริงจัง ดีไซเนอร์ชาวแอลเบเนียสำเร็จการศึกษาระดับ MA Womenswear จาก Central Saint Martins ในปี 2019 ก่อนผ่านทั้ง Fashion East และโปรแกรม mentorship ของ Alessandro Dell’Acqua x Tomorrow และในปี 2021 เธอก็คว้ารางวัลใหญ่ LVMH Prize มาครอง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ลายเซ็นของ Nensi อยู่ที่การสำรวจร่างกายผู้หญิงผ่านโครงสร้างที่ดูทั้งเปราะบางและแข็งแรงในเวลาเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นสายเส้นเล็ก การตัดต่อผ้าซีทรู คัตเอาต์ หรือ โครงสร้างแบบชุดชั้นในที่ถูกนำออกมาอยู่ภายนอกเสื้อผ้าแทนการซ่อนเอาไว้ ความสำเร็จของเธอจึงไม่ได้อยู่เพียงการสร้างซิลลูเอตที่สามารถจดจำได้ แต่ยังช่วยเปิดพื้นที่ให้กับภาพของความเฟมินีนที่ไม่จำเป็นต้องเลือระหว่างความเซ็กซี่กับความเข้มแข็ง และทำให้ภาษาการออกแบบแบบ Barely-there dressing กลายเป็นหนึ่งในทิศทางสำคัญของแฟชั่นร่วมสมัย</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section8" style="border-left: 12px solid #0000ff; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">JULIE KEGELS</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1254318" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/lvmh-prize-winners-designers-7.jpg?x47298" alt="ภาพประกอบดีไซเนอร์ผู้ชนะรางวัล LVMH Prize 7" width="1920" height="1920" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;ชื่อใหม่ล่าสุดในลิสต์นี้คือ Julie Kegels ดีไซเนอร์ชาวเบลเยียมวัย 27 ปี ผู้เพิ่งคว้ารางวัล LVMH Prize 2026 เมื่อวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา พร้อมเงินสนับสนุน 400,000 ยูโร และ Mentorship จาก LVMH เป็นเวลาหนึ่งปี ความสำเร็จยิ่งน่าสนใจเมื่อแบรนด์ของเธอเพิ่งก่อตั้งขึ้นใน Antwerp เมื่อปี 2024 หลังสำเร็จการศึกษาจาก Royal Academy of Fine Arts Antwerp หมายความว่าในเวลาเพียงประมาณสองปี Julie ก็สามารถพาตัวเองจากดีไซเนอร์หน้าใหม่มาสู่หนึ่งในรางวัลสำคัญที่สุดของวงการแฟชั่นได้แล้ว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Julie สร้าง Womenswear บนความคิดที่ว่าผู้หญิงหนึ่งคนสามารถมีตัวตนได้หลากหลาย และเสื้อผ้าไม่ควรเป็นสิ่งที่กำหนดว่าเธอต้องเป็นใคร ภาษาของแบรนด์จึงเคลื่อนไประหว่างความเฟมินีน กับความแปลกประหลาด ความหรูหรา กับอารมณ์ขัน และ แฟนตาซี กับชีวิตประจำวัน ผ่านเทคนิคการตัดเย็บที่หยิบยืมงานฝีมือของเทคนิคเชิงช่างปั้น และการใช้วัสดุแบบยั่งยืน คณะกรรมการ LVMH อธิบายผลงานของเธอว่าเป็นเสื้อผ้าร่วมสมัยที่เต็มไปด้วยความหลากหลาย และเปิดพื้นที่ให้ผู้สวมใส่แสดงตัวตนในแบบของตัวเอง ทำให้ชัยชนะครั้งล่าสุดนี้น่าจับตามองเป็นพิเศษว่า Julie จะใช้โอกาสและทรัพยากรจากรางวัลพาแบรนด์อายุน้อยของเธอไปได้ไกลแค่ไหน</p>
<div id="gtx-trans" style="position: absolute; left: 19px; top: 216.258px;">
<div class="gtx-trans-icon">&nbsp;</div>
</div>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>7 THINGS WE LOVE ABOUT VERSACE DESIGNERS เหล่าดีไซเนอร์ผู้ขับเคลื่อนแบรนด์เมดูซ่า</title>
							<url>https://thestandard.co/7-things-we-love-about-versace-designers/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/versace-designers-who-shaped-1.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>จากแบรนด์ที่ขาดทุนจนต้องพึ่งเงินสามี สู่กำไรครั้งแรกในรอบ 17 ปีของ Victoria Beckham ท่ามกลางตลาดสินค้าหรูที่ซบเซา</title>
							<url>https://thestandard.co/victoria-beckham-first-profit-luxury-market/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/victoria-beckham-first-profit-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>7 THINGS WE LOVE ABOUT PEGGY GOU STYLE MOMENTS ดีเจสายแฟชั่นผู้ทรงอิทธิพล</title>
							<url>https://thestandard.co/peggy-gou-style-fashion-moments/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/08/peggy-gou-style-fashion-1.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/7-things-we-love-about-lvmh-prize-winners/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12499323</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1788350265000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2103969465000</endYmdtUnix>

			<title>Rhode บุกยุโรป เตรียมขายใน 19 ประเทศที่ Sephora เริ่ม 30 กันยายนนี้</title>
			<category>Lifestyle</category>

			<publishTimeUnix>1788350265000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-09-02 18:57:45</publishTime>
			<updateTimeUnix>1788350372000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-09-02 18:59:32</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>Rhode บุกยุโรป เตรียมขายใน 19 ประเทศที่ Sephora เริ่ม 30 กันยายนนี้</title>
					<description>Rhode บุกยุโรป เตรียมขายใน 19 ประเทศที่ Sephora เริ่ม 30 กันยายนนี้</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/rhode-sephora-europe-cover.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/rhode-sephora-europe-cover.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา Tarang Amin ผู้บริหารแห่ง e.l.f. Beauty บริษัทบิวตี้ที่ซื้อกิจการแบรนด์ Rhode ของ <a href="https://thestandard.co/tag/Hailey-Bieber/" target="_blank" rel="dofollow noopener">Hailey Bieber</a> มาตั้งแต่ปี 2025 ได้พูดถึงความสำเร็จของแบรนด์ที่กลายเป็นปรากฏการณ์ของบริษัท ด้วยยอดขายถล่มทลาย และ ความต้องการสินค้าที่พุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้พวกเขาพร้อมเดินหน้าขยายสาขาแบรนด์ Rhode ในร้าน Sephora ทั่วพื้นที่ยุโรปอีกทั้งหมด 19 ประเทศ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นับตั้งแต่วันที่ 30 กันยายนนี้เป็นต้นไป Rhode จะเริ่มวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่โฟกัสกับการดูแลผิวผ่าน Sephora ทั้งทางออนไลน์ และ ทางร้านทั่วพื้นที่ยุโรป โดยจะเปิดตัวสาขาใหม่ในทั้งหมด 19 ประเทศ นั่นคือที่ เบลเยียม, บัลแกเรีย, โครเอเชีย, สาธารณรัฐเช็ก, เดนมาร์ก, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, กรีซ, อิตาลี, ลักเซมเบิร์ก, โมนาโก, โปแลนด์, โปรตุเกส, โรมาเนีย, เซอร์เบีย, สเปน (รวมไปถึงหมู่เกาะคานารี), สวีเดน, สวิตเซอร์แลนด์ และตุรเคีย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Rhode เผยว่าการขยายสาขาครั้งใหญ่นี้ นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสู่บันไดขั้นถัดไป และแบรนด์ก็มีเป้าหมายในการตีตลาดไปทั่วโลกด้วยการใช้กลยุทธ์ให้ลูกค้าได้เข้าถึงโปรดักต์ในร้าน โดยการขยายสาขาใน Sephora ไปทั่วยุโรปของ Rhode เกิดขึ้นหลังจากที่แบรนด์ประสบความสำเร็จอย่างสูงกับยอดขายของร้านใน Sephora ที่ สหรัฐอเมริกา, แคนาดา และ อังกฤษ เมื่อปีก่อน ซึ่งสำหรับการตีตลาดยุโรป Rhode ก็จะนำเสนอไอเท็มเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะที่ยุโรปและ อังกฤษ รวมไปถึงนำโปรดักต์ลิมิเต็ดเอดิชันกลับมาวางจำหน่ายใหม่ด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Hailey Bieber เปิดตัว Rhode เมื่อปี 2022 ในฐานะแบรนด์ สกินแคร์ วีแกน ก่อนที่จะขยายเข้าสู่การผลิตเครื่องสำอางเฉพาะโปรดักต์ที่ได้รับการคัดสรรมาอย่างดีอย่าง Hybrid Makeup ที่เป็นทั้งเมกอัพและสกินแคร์ไปในตัว โดยในไตรมาสที่ 1 ของปี 2027 (เมษายน-มิถุนายนที่ผ่านมา) Rhode สามารถกวาดรายได้ไปทั้งหมด 160 ดอลลาร์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #999999;"><strong style="color: #999999;">ภาพ:</strong><span style="color: #999999;"> Rhode</span></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #999999;"><strong style="color: #999999;">อ้างอิง:</strong><span style="color: #999999;"> <a style="color: #999999; text-decoration: underline;" href="https://th.fashionnetwork.com/news/Rhode-to-expand-european-distribution-with-sephora-from-september-30-launching-in-19-countries,1862089.html" target="_blank" rel="noopener">https://th.fashionnetwork.com/news/Rhode-to-expand-european-distribution-with-sephora-from-september-30-launching-in-19-countries,1862089.html</a></span></span></p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>เลื่อนแผน IPO ‘แซม อัลท์แมน’ ยืนยันไม่นำ OpenAI จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ปีนี้</title>
							<url>https://thestandard.co/openai-altman-delays-ipo-safety/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/openai-altman-delays-ipo-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>ทรัมป์หนุน ‘รวมชาติไอร์แลนด์’ เชื่อเกิดขึ้นในที่สุด ด้านอังกฤษ-ฝ่ายสหภาพนิยมโต้ทันที</title>
							<url>https://thestandard.co/trump-backs-irish-reunification-uk-opposes/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/trump-backs-irish-reunification-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>Kevin Parker แห่ง Tame Impala งดแจกลายเซ็น เพราะพฤติกรรมของนักล่าลายเซ็นที่ก้าวร้าวมากขึ้น</title>
							<url>https://thestandard.co/kevin-parker-tame-impala-no-autographs/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/kevin-parker-tame-impala-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/rhode-sephora-europe/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12534254</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1789044037000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2104663237000</endYmdtUnix>

			<title>ชมคลิป: FROM TURING AND SHANNON TO AI | 100 ปีแห่งความคิดที่เปลี่ยนโลก | WEALTH HISTORY EP.69</title>
			<category>Video</category>

			<publishTimeUnix>1789044037000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-09-10 19:40:37</publishTime>
			<updateTimeUnix>1789044037000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-09-10 19:40:37</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>ชมคลิป: FROM TURING AND SHANNON TO AI | 100 ปีแห่งความคิดที่เปลี่ยนโลก | WEALTH HISTORY EP.69</title>
					<description>ชมคลิป: FROM TURING AND SHANNON TO AI | 100 ปีแห่งความคิดที่เปลี่ยนโลก | WEALTH HISTORY EP.69</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/AD-WEALTH-HISTORY-x-ARK-EP1_COVER-WEB.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/AD-WEALTH-HISTORY-x-ARK-EP1_COVER-WEB.jpg</thumbnail>
				</image>
									<text>
						<content>
						<![CDATA[
							<iframe width="932" height="516" src="https://www.youtube.com/embed/cvOknbYcM7I" title="ชมคลิป: FROM TURING AND SHANNON TO AI | 100 ปีแห่งความคิดที่เปลี่ยนโลก | WEALTH HISTORY EP.69" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture" allowfullscreen></iframe>
						]]>
						</content>
					</text>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>WEALTH HISTORY เอพิโสดนี้จะขอพาทุกท่านร่วมออกเดินทางย้อนเวลา เจาะลึกประวัติศาสตร์คอมพิวเตอร์​ และเทคโนโลยีการสื่อสารจาก เครื่องถอดรหัสของ Alan Turing และรากฐานวิธีคิดทางคณิตศาสตร์ของ Claude Shannon สู่ยุคสมัยแห่งปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เข้ามาพลิกโฉมภูมิทัศน์เศรษฐกิจและวิถีชีวิตของผู้คนทั่วโลกตลอดกาลร่วมกับ คุณสมชัย อัครวิทยาภูมิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์คิเทคทูรา จำกัด (มหาชน) ผู้ที่มีประสบการณ์อย่างยาวนานในโลกของเทคโนโลยี และผู้คิดค้นเทคโนโลยี Mappage ที่จดสิทธิบัตรไปถึง 5 ประเทศ เพื่อเชื่อมโยงอดีต มองเห็นโอกาส และจับกระแสเมกะเทรนด์ในยุค AI</p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>ชมคลิป: จิตวิญญาณเรเนสซองส์ มรดกวัฒนธรรมสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจอิตาลี PART 2 | WEALTH HISTORY EP.62</title>
							<url>https://thestandard.co/wealth-history-ep62/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2024/11/wealth-history-ep62.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>ชมคลิป: ย้อนรอยจุดกำเนิด กฟผ. และเส้นทางสู่ความมั่นคงทางไฟฟ้าของไทย | WEALTH HISTORY EP.57</title>
							<url>https://thestandard.co/wealth-history-ep57/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2024/08/AD-WEALTH-HISTORY-EP57_COVER-WEB.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/wealth-history-ep-69/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12542875</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1789286445000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2104905645000</endYmdtUnix>

			<title>ทุนโลกไหลมา แต่ต้องมี “ฝายทางปัญญา”</title>
			<category>Opinion</category>

			<publishTimeUnix>1789286445000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-09-13 15:00:45</publishTime>
			<updateTimeUnix>1789286445000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-09-13 15:00:45</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>ทุนโลกไหลมา แต่ต้องมี “ฝายทางปัญญา”</title>
					<description>ทุนโลกไหลมา แต่ต้องมี “ฝายทางปัญญา”</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/thailand-capital-capability-dams-cover.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/thailand-capital-capability-dams-cover.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>เงินทุนก็เหมือนน้ำ คำถามสำคัญไม่ใช่เพียง น้ำไหลเข้ามาเท่าไร? แต่คือ เมื่อน้ำไหลผ่านแล้ว ผืนดินของเราชุ่มขึ้นหรือไม่?</p>
<p>&nbsp;</p>
<div style="background: #fff; border-radius: 16px; padding: 20px; box-shadow: 0 10px 25px rgba(0,0,0,0.12); max-width: 600px;">
<div style="margin-bottom: 12px;">
<h2 style="font-size: 22px; font-weight: bold;">ประเด็นสำคัญ</h2>
<div style="height: 6px; background-color: #c19380; margin-top: 6px; width: 100%;">&nbsp;</div>
</div>
<ul style="padding-left: 20px; margin: 0; list-style: disc;">
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section1">3 คำถามที่บอร์ดควรชวนฝ่ายจัดการขบคิด</a></li>
</ul>
</div>
<p>&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p>นี่คือสิ่งที่ผมนึกถึงหลังฟัง Tonson Santitarn Sathirathai &#8211; <a href="https://thestandard.co/tag/%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%A3-%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2/" target="_blank" rel="dofollow noopener">ดร.สันติธาร เสถียรไทย</a> หรือ ‘ดร.ต้นสน’ พูดเรื่องเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของไทย บนเวที Techsauce Global Summit 2026 วันที่ 26 สิงหาคม 2569</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ครึ่งปีแรก มีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนผ่าน BOI ประมาณ 1.5 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 40% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ตัวเลขสวยครับ แต่ตัวเลขสวย ไม่ได้แปลว่าเศรษฐกิจจะแข็งแรงเสมอไป เหมือนคนถ่ายรูปขึ้นกล้อง ก็ไม่ได้แปลว่าผลตรวจสุขภาพจะดี โจทย์จึงไม่ใช่เพียงว่า ทุนเข้ามาเท่าไร แต่คือเราเก่งขึ้นเพราะทุนเข้ามา หรือเพียงมีของที่เก่งขึ้นมาตั้งอยู่ในประเทศไทย?</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยโตด้วยการเพิ่ม Input &#8211; คน แรงงาน ทรัพยากร และกำลังการผลิต แต่เมื่อคนเกิดน้อยลง สังคมสูงวัยขึ้น โมเดลเดิมก็เริ่มหมดแรง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เราจึงต้อง ‘ทำสิ่งเดิมให้ดีขึ้น ทำสิ่งเดิมด้วยวิธีใหม่ และทำสิ่งใหม่ที่โลกต้องการ’</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เทคโนโลยีจึงไม่ใช่แค่เรื่องของคน Tech แต่คือ วาระเศรษฐกิจของประเทศ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ดร.ต้นสน อธิบายว่า โลกกำลังเปลี่ยนจาก ‘Efficiency-first → Security-first’ จาก ‘Just in Time → Just in Case’</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมื่อก่อนบริษัทถามว่า ‘ผลิตที่ไหนถูกที่สุด?’ วันนี้ต้องถามเพิ่มว่า ‘ถ้าเกิดวิกฤต ของจะยังส่งมาได้หรือไม่?’</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โลกจึงเริ่มกระจายฐานการผลิต และนี่คือโอกาสของไทยในการเป็น Trusted Connector</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่เราคงชนะด้วยแรงงานราคาถูกตลอดไปไม่ได้ เพราะถ้ายุทธศาสตร์คือ ‘ถูกกว่า’ วันหนึ่งย่อมมีคนถูกกว่าเรา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>การลงทุนใหม่กำลังเข้ามาทั้ง AI Infrastructure, Advanced Electronics, Robotics, Bioeconomy และ Green Economy</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ดร.ต้นสนจึงตั้งคำถามสองข้อที่ผมคิดว่าสำคัญมาก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>‘ไทยทำอะไรให้ New Economy ได้บ้าง?’ และ ‘New Economy ทำอะไรให้ไทยได้บ้าง?’</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สองประโยคดูคล้ายกัน แต่ความหมายต่างกันมาก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คำถามแรกคือ เราจะดึงการลงทุนเข้ามาอย่างไร</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คำถามที่สองคือ การลงทุนนั้นจะเปลี่ยนประเทศไทยอย่างไร</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เราสามารถมี Data Center ระดับโลกตั้งอยู่ในประเทศไทยได้ แต่หาก AI ไม่ได้เพิ่ม Productivity ให้โรงงาน ฟาร์ม SMEs และคนไทย มันก็อาจเป็นเพียง ‘เกาะแห่งความเจริญ’ ที่มาตั้งอยู่บนแผนที่ประเทศไทย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เพราะ การมีเทคโนโลยีอยู่ในประเทศ ไม่ได้แปลว่าประเทศมีความสามารถด้านเทคโนโลยี</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ไทยอาจไม่ต้องแข่งสร้าง LLM ที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่สามารถสร้าง AI Applications ในสนามที่เรามีความรู้ ข้อมูล และตลาดอยู่แล้ว เช่น สุขภาพ ท่องเที่ยว เกษตร โลจิสติกส์ และบริการทางการเงิน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Longevity Economy ก็เช่นกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรามีจุดแข็งด้านการแพทย์และ Wellness แต่เราจะขยับจาก ‘ให้บริการเก่ง’ ไปสู่การสร้างผลิตภัณฑ์ นวัตกรรม และ Intellectual Property ได้หรือไม่?</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เราไม่จำเป็นต้องชนะทุกสนาม แต่ต้องรู้ว่า สนามไหนที่เรามีสิทธิ์ชนะ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ประโยคหนึ่งของ ดร.ต้นสน ที่ผมชอบที่สุดคือ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“We should not simply count the dollars. We must turn capital into capabilities.”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>การลงทุนรอบนี้คาดว่าจะสร้างงานประมาณ 82,000 ตำแหน่ง และการจัดซื้อในประเทศราว 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ตัวเลขเหล่านี้สำคัญ แต่ผมคิดว่าเราต้องถามต่อว่า ‘คนไทยเก่งขึ้นหรือไม่?’ ‘บริษัทไทยขยับขึ้นไปอยู่ใน Supply Chain ที่มีมูลค่าสูงขึ้นหรือไม่?’ ‘เราได้สร้าง Technology, Know-how และ IP ของตัวเองหรือไม่?’ และเมื่อสิทธิประโยชน์หมดลง ‘ความสามารถเหล่านั้นยังอยู่หรือไม่?’</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เพราะสิ่งที่เราต้องการไม่ใช่เพียง Capital Inflow แต่คือ Capability Left Behind</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>และนี่ทำให้ผมนึกถึงสิ่งที่ประเทศไทยต้องสร้าง ‘ฝายทางปัญญา’ ฝายที่ดีไม่ได้มีไว้หยุดน้ำ แต่มีไว้ ชะลอ กระจาย และเปิดโอกาสให้น้ำซึมลงสู่ผืนดิน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ทุนต่างประเทศก็ควรทำงานเช่นเดียวกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โรงงานเข้ามา — คนไทยได้ทักษะ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เทคโนโลยีเข้ามา — บริษัทไทยได้ Know-how</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Supply Chain เข้ามา — SMEs ไทยเข้าไปมีส่วนร่วม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>บริษัทระดับโลกเข้ามา — มหาวิทยาลัย Startup และงานวิจัยไทยเติบโตตาม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>จนเกิดวงจร</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Capital → Knowledge → Capability → Ecosystem</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นี่คือความแตกต่างระหว่างประเทศที่เพียง ‘รับการลงทุน’ กับประเทศที่ ‘ใช้การลงทุนสร้างความสามารถของตัวเอง’</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ฟังจบ ผมเลยคิดว่า ประเทศไทยอาจต้องการ ‘ต้นสน’ แบบนี้อีกสัก 100 ต้น ไม่ใช่เพื่อปลูกป่า แต่เพื่อช่วยกันสร้าง ‘ฝายทางปัญญา’</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section1" style="border-left: 12px solid #c19380; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">3 คำถามที่บอร์ดควรชวนฝ่ายจัดการขบคิด</h2>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li>ทุนและเทคโนโลยีที่ไหลผ่านองค์กร กำลังทิ้ง ‘ความสามารถอะไร’ ไว้กับเรา?</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p>นอกจากรายได้และกำไร เราได้คนที่เก่งขึ้น Know-how, Technology, Data หรือ IP ที่จะยังอยู่ แม้วันหนึ่งพันธมิตรจะจากไปหรือไม่?</p>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li>เรากำลังสร้าง ‘ฝาย’ หรือเพียงยืนดู ‘น้ำไหลผ่าน’?</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p>Supplier คน งานวิจัย Startup และ Ecosystem รอบตัวเรา กำลังเติบโตไปพร้อมกับเราหรือไม่?</p>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li>อีก 3–5 ปี หากกระแสทุนรอบนี้ผ่านไป เราจะเก่งขึ้นกว่าเดิมตรงไหน?</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p>เพราะคำถามของบอร์ดไม่ควรมีเพียง ‘ทุนใหม่จะสร้างกำไรให้เราเท่าไร?’ แต่ต้องถามด้วยว่า ‘เมื่อทุนไหลผ่านไป องค์กรของเราจะเก่งขึ้นกว่าเดิมแค่ไหน?’</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>และสำหรับประเทศไทยก็เช่นเดียวกัน เราไม่ควรวัดความสำเร็จเพียงว่า ‘ทุนไหลเข้ามาเท่าไร?’ แต่อาจต้องวัดว่า ‘ทุกหนึ่งบาทที่ไหลเข้ามา ทิ้งความสามารถไว้กับประเทศไทยเท่าไร?’</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เพราะทุนโลกก็เหมือนน้ำ สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงมีน้ำไหลผ่าน แต่หลังน้ำผ่านไป ผืนดินของเราต้องอุดมสมบูรณ์กว่าเดิม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>มิฉะนั้น การลงทุนครั้งประวัติศาสตร์อาจเหลือไว้เพียง ‘ตัวเลขระดับน้ำสูงสุด’ บนกำแพงเศรษฐกิจไทย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #999999;"><b><strong>ภาพ:</strong></b> meunierd / Shutterstock</span></p>
<div id="gtx-trans" style="position: absolute; left: 207px; top: 4123.83px;">
<div class="gtx-trans-icon">&nbsp;</div>
</div>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>วิธีคิดแบบ PLATFORM การเรียนรู้ เพื่อสร้างคนรุ่นใหม่</title>
							<url>https://thestandard.co/platform-thinking-mechai-pattana-school/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/platform-thinking-mechai-pattana-1.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>เอกนิติ เผยแผนคุม Data Center เล็งขึ้นค่าไฟ ดึงประโยชน์คืนประชาชน พร้อมกำกับลงทุนพลังงานสะอาด</title>
							<url>https://thestandard.co/ekniti-data-center-power-hike/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/ekniti-data-center-power-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>5 ความเสี่ยงสุดย้อนแย้งส่งท้ายปี 2026</title>
							<url>https://thestandard.co/5-risks-market-2026/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/5-risks-market-2026-1.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/thailand-capital-capability-dams/</sourceUrl>
		</article>

	</articles>
<!--
Performance optimized by W3 Total Cache. Learn more: https://www.boldgrid.com/w3-total-cache/

Page Caching using Disk: Enhanced (Requested URI is rejected) 

Served from: _ @ 2026-09-13 19:31:29 by W3 Total Cache
-->