<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?><articles><UUID>TSTD202607310139</UUID><time>1785461967</time>		<article>
			<ID>12311610</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1784113340000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2099732540000</endYmdtUnix>

			<title>ฟิตร่างกายลุย Hybrid Race กับโปรแกรมฝึกแบบ Team Under Armour</title>
			<category>LIFE</category>

			<publishTimeUnix>1784113340000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-07-15 18:02:20</publishTime>
			<updateTimeUnix>1784114528000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-07-15 18:22:08</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>ฟิตร่างกายลุย Hybrid Race กับโปรแกรมฝึกแบบ Team Under Armour</title>
					<description>ฟิตร่างกายลุย Hybrid Race กับโปรแกรมฝึกแบบ Team Under Armour</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-1.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-1.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>นอกจากจะเป็นที่พูดถึงกันในทุกกลุ่มของสายฟิตสายลุยแล้ว แต่ ‘Hybrid Race’ กีฬาสายวิ่งผสมสายฟิตเนสก็กำลังเป็นเป้าหมายที่รอการพิชิตของใครหลาย ๆ คนอย่างแน่นอน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แน่นอนว่าหลากหลายผู้พิชิตและหลากหลายทีมกำลังเตรียมตัวอย่างเข้มข้น รวมถึงที่ RYSE Arena เมื่อวันศุกร์ที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมาที่เหล่า TeamUA หรือ Team <a href="https://thestandard.co/tag/Under-Armour/" target="_blank" rel="dofollow noopener">Under Armour</a> ทั้ง 22 คนก็ได้เริ่มออกมา Full Body Shake เรียกเหงื่อเรียกแรงกันอย่างเข้มข้น ในอีก 5 สัปดาห์ข้างหน้าที่จะให้สายฟิตทุกคนได้ท้าทายตัวเองกันอีกครั้งในปีนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231147" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-1.jpg?x49261" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 1" width="1280" height="1700" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>ฟิต 5 สัปดาห์ก่อนแข่งกับ Under Armour</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ระยะเวลา 5 สัปดาห์ของแคมป์ฝึกซ้อม Team UA จะได้เจอกับโปรแกรมที่วางรากฐานการพัฒนาศักยภาพร่างกายอย่างเป็นระบบ เริ่มต้นจากการปรับพื้นฐานการเคลื่อนไหวเพื่อเตรียมความพร้อม ก่อนจะไต่ระดับความเข้มข้นไปสู่การจำลองสถานการณ์ในสนามแข่งจริง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231148" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-2.jpg?x49261" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 2" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ช่วงสัปดาห์แรกเริ่มด้วยการทดสอบ Movement Foundation เพื่อประเมินความพร้อม จากนั้นสร้าง Aerobic Base เสริมความทนทาน และยกระดับสู่ Strength Endurance สำหรับสถานีที่ใช้พละกำลัง พร้อมฝึกเทคนิค Transition การคุมเพซ และวางกลยุทธ์เฉพาะตัว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231149" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-3.jpg?x49261" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 3" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมื่อเข้าสู่โค้งสุดท้าย จะเน้น Race Simulation เพื่อฝึกซ้อมภายใต้ความกดดันและความเหนื่อยล้าจริง ก่อนเข้าช่วง Taper เพื่อลดการซ้อม ให้ร่างกายได้ฟื้นฟูและสะสมพลังงานเต็มเปี่ยมสำหรับวันแข่ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231151" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-4.jpg?x49261" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 4" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>เผยโฉม ‘Team UA’ ก่อนลง Full Body Shake</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับสัปดาห์แรกของ Team Under Armour ทั้ง 22 คนได้มาพบหน้ากันเพื่อทำความรู้จักและ Ice Breaking แบบฉบับสายฟิตสายลุยที่จะมาทำความรู้จักกันขณะ Planking และ Squat เรียกเหงื่อ ซึ่งแต่ละคนเดินเข้ามาพร้อมเป้าหมายที่แตกต่างกัน ทั้งการทำลายสถิติเดิมของตัวเอง หรือกลับมาทวงฟอร์มหลังผ่านสนามมา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ไม่ว่าจะเป็น Junior (@ju.nio.r12) และ Jaynoppa (@jaynoppa), Emma Arocha (@emmarchh), Pim Pimkanok (@pimmypiam) Pipe Kamtapong (@pipekubkib) นอกจากนี้ยังมี ‘รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น’ หนึ่งในนักกีฬา Under Armour มาเข้าร่วม Full Body Shakeout ในฐานะ Team UA ด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231152" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-5.jpg?x49261" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 5" width="1920" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โดยสำหรับคลาสสัปดาห์แรก TEAM UA เริ่มด้วย Easy Run ก่อนฝึกคุมแรงที่สถานี SkiErg และ RowErg ต่อด้วยโจทย์คู่อย่าง Sled Push ร่วมกับ Farmer Hold ที่ต้องถือ Kettlebell ให้มั่นคงขณะเพื่อนดัน Sled</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231153" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-6.jpg?x49261" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 6" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ครึ่งหลังทวีความเข้มข้นด้วย Burpee Broad Jump, Wall Ball, Walking Lunge และท่าท้าทายใจอย่าง Sandbag Reverse Lunge, Ab-mat Sit-up กับ Bearhug Sandbag Carry ในเวลาจำกัด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231154" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-7.jpg?x49261" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 7" width="1920" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แม้เป็นท่าที่คุ้นเคย แต่เมื่อฝึกต่อเนื่อง บททดสอบจริงคือการคุมหายใจและรักษาฟอร์มเพื่อออมแรง คลาสนี้ช่วยให้ทุกคนพบจุดแข็งและจุดที่ต้องปรับปรุง เพื่อเตรียมลุยต่อสำหรับการแข่งที่กำลังจะเข้ามา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231155" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-8.jpg?x49261" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 8" width="1920" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>เทรนก่อนเจอสนามจริงแบบ Team UA ได้กับยิมพาร์ตเนอร์</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>หากใครอยากฝึกร่างกายให้พร้อมกับเวทีท้าทายตัวเองใน Hybrid Race แบบ Team UA ก็ไม่ต้องอิจฉาไป เพราะ Under Armour เปิดโอกาสให้ทุก ๆ คนที่อยากเตรียมตัวก่อนลง Hybrid Race ได้เข้ามาฝึกในระบบเดียวกันด้วย โดยโปรแกรมนี้ร่วมมือกับยิมพาร์ตเนอร์ 3 แห่ง ได้แก่ RYSE Arena, ONTRACK Campus (เขตพระโขนง) และ FIT:D Thailand</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231156" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-9.jpg?x49261" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 9" width="1920" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่ละคลาสจะเป็นการค่อย ๆ ทำความเข้าใจองค์ประกอบที่จำเป็นต่อ Hybrid Race ตั้งแต่การสร้าง Aerobic Base การเพิ่ม Strength Endurance การควบคุมเพซ ไปจนถึงการฝึก Transition ระหว่างการวิ่งและสถานีต่าง ๆ ก่อนนำทุกอย่างมาทดลองร่วมกันผ่าน Race Simulation</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231157" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-10.jpg?x49261" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 10" width="1280" height="1700" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผู้สนใจร่วมซ้อมแบบ Team UA สามารถรับ Training Class Pass (3 เครดิต) เมื่อซื้อสินค้าครบ 6,900 บาทที่ Under Armour Brand House เพื่อเข้าเซสชันกับยิมพาร์ตเนอร์และแบ่งปันให้เพื่อนได้ โดยผู้ที่เข้าครบ 3 คลาสตามเงื่อนไข จะได้รับสิทธิ์ลงทะเบียน Race Simulation เพื่อทดสอบความพร้อมของร่างกาย จังหวะเปลี่ยนสถานี และแผนการแบ่งแรงก่อนเจอสนามจริง สามารถรับรายละเอียดและโค้ดลงทะเบียนได้จากทีมงานหน้าร้าน</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>มาทดสอบตัวเองเพื่อพัฒนาตัวเองไปอีกขั้น</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในการฝึกซ้อมสัปดาห์แรกนี้ Under Armour ได้ให้การสนับสนุนผู้ท้าชิง Hybrid Race อย่างเต็มที่กับทุกคนที่มีเป้าหมายเดียวกัน โดยมีระบบสนับสนุนตลอดเส้นทาง ทั้งโปรแกรมฝึก โค้ช ยิมพาร์ตเนอร์ เสื้อผ้าอุปกรณ์ และการฟื้นฟูร่างกาย ทำให้แบรนด์เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงการฝึก ความรู้ และคอมมูนิตี้ เพื่อผลักดันแนวคิด Make Athletes Better ให้เกิดขึ้นจริงผ่านการลงมือทำ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231158" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-11.jpg?x49261" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 11" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับใครที่กำลังมอง Hybrid Race เป็นเป้าหมายถัดไป อย่ารีรอให้ใกล้วันแข่ง เวลานี้คือเวลาที่ดีที่สุดแล้วที่จะได้ท้าทายตัวเอง และพัฒนาตัวเองไปในอีกขั้นก่อนการแข่งจริงในอีกไม่กี่สัปดาห์นี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231159" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-12.jpg?x49261" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 12" width="1920" height="1280" /><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231160" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-13.jpg?x49261" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 13" width="1920" height="1280" /></p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>UNDER ARMOUR X MARINE SERRE แคปซูลคอลเล็กชันเพื่อฉลอง 30 ปีของแบรนด์กีฬา</title>
							<url>https://thestandard.co/under-armour-marine-serre-capsule/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/06/under-armour-marine-serre-1.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>สเตฟเฟน เคอร์รี แยกทาง Under Armour หลังร่วมงานกันนาน 13 ปี</title>
							<url>https://thestandard.co/stephen-curry-parts-under-armour/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2025/11/stephen-curry-parts-under.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>Nike-adidas นำทัพ 76 แบรนด์รองเท้าสหรัฐฯ วอนทรัมป์ยกเว้นภาษีเพื่อความอยู่รอดของอุตสาหกรรม</title>
							<url>https://thestandard.co/nike-adidas-76-brands-trump-tax/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2025/05/Nike.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/under-armour-hybrid-race-training/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12366351</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1785461856000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2101081056000</endYmdtUnix>

			<title>‘มวลชนแมลงสาบ’ เขย่าเก้าอี้โมดี จะเกิดอะไรขึ้นต่อในอินเดีย เมื่อคลื่นประท้วง Gen Z กำลังจุดกระแสการเปลี่ยนแปลง</title>
			<category>News</category>

			<publishTimeUnix>1785461856000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-07-31 08:37:36</publishTime>
			<updateTimeUnix>1785461856000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-07-31 08:37:36</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>‘มวลชนแมลงสาบ’ เขย่าเก้าอี้โมดี จะเกิดอะไรขึ้นต่อในอินเดีย เมื่อคลื่นประท้วง Gen Z กำลังจุดกระแสการเปลี่ยนแปลง</title>
					<description>‘มวลชนแมลงสาบ’ เขย่าเก้าอี้โมดี จะเกิดอะไรขึ้นต่อในอินเดีย เมื่อคลื่นประท้วง Gen Z กำลังจุดกระแสการเปลี่ยนแปลง</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/india-modi-gen-z-cover.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/india-modi-gen-z-cover.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>ปรากฏการณ์การเคลื่อนไหวของมวลชนคนรุ่นใหม่ในชื่อ ‘Cockroach Janta Party’ หรือ ‘พรรคมวลชนแมลงสาบ’ ในอินเดีย กำลังสั่นคลอนเก้าอี้ของนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีที่มีภาพลักษณ์ผู้นำสายแข็งอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน แม้เขาจะมีผลงาโดดเด่นด้านเศรษฐกิจตลอดการดำรงตำแหน่งกว่าทศวรรษ แต่ปัญหาการว่างงานในกลุ่มเด็กจบใหม่และปมปัญหาข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยรั่วไหล ถูกมองว่ากำลังปล้นอนาคตของเยาวชนอย่างไม่เป็นธรรม และกลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ความอัดอั้นของคนรุ่นใหม่ระเบิดออก</p>
<p>&nbsp;</p>
<div style="background: #fff; border-radius: 16px; padding: 20px; box-shadow: 0 10px 25px rgba(0,0,0,0.12); max-width: 600px;">
<div style="margin-bottom: 12px;">
<h2 style="font-size: 22px; font-weight: bold;">ประเด็นสำคัญ</h2>
<div style="height: 6px; background-color: #e62227; margin-top: 6px; width: 100%;">&nbsp;</div>
</div>
<ul style="padding-left: 20px; margin: 0; list-style: disc;">
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section1">เกิดอะไรขึ้น ชนวนความไม่พอใจมาจากไหน</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section2">ปรากฏการณ์นี้สะท้อนอะไร</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section3">เมื่อการล้อเลียนกลายเป็นภาษาทางการเมืองของคนรุ่นใหม่</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section4">ยิ่งปราบ ยิ่งขยายวง</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section5">ทำไมรัฐบาลจึงยอมถอย</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section6">รัฐบาลรับมืออย่างไร: ปราบปรามควบคู่กับเอาใจ</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section7">ชัยชนะที่อาจเปลี่ยนจิตวิทยาทางการเมือง</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section8">โมดียังไม่ถึงกับเสียศูนย์</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section9">จะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้</a></li>
</ul>
</div>
<p>&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<h2 id="section1" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">เกิดอะไรขึ้น ชนวนความไม่พอใจมาจากไหน</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ตลอดระยะเวลากว่า 12 ปีในการครองอำนาจของ นเรนทรา โมดี ภาพจำทางการเมืองของเขาคือ ‘บุรุษเหล็ก’ ผู้ทรงอำนาจ รัฐบาลของเขาสามารถสยบพรรคฝ่ายค้าน ครองพื้นที่สื่อกระแสหลักและบีบพื้นที่ของคนที่เห็นต่างในประเทศประชาธิปไตยที่มีประชากรมากที่สุดในโลกได้อย่างเบ็ดเสร็จ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่แล้วในเดือนกรกฎาคม พลังมวลชนนำโดยกลุ่ม Gen Z ที่เพิ่งก่อตัวในโซเชียลมีเดียและนัดชุมนุมตามสถานที่ได้เพียงไม่กี่สัปดาห์ ภายใต้ชื่อกลุ่มล้อเลียนทางการเมืองอย่างพรรค Cockroach Janta Party (CJP) กลับสร้างปรากฏการณ์สั่นสะเทือนพรรครัฐบาลที่ชื่อ ‘ภารตียชนตา’ หรือ BJP และอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หลังพบว่ามีการรั่วไหลของข้อสอบในวงกว้าง ซึ่งเกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคม ทำให้รัฐบาลอินเดียจำต้องประกาศยกเลิกผลการสอบ NEET (National Eligibility cum Entrance Test) ซึ่งเป็นการสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในคณะแพทยศาสตร์และทันตแพทยศาสตร์ทั่วประเทศ ส่งผลให้นักเรียนเกือบ 2 ล้านคนต้องเตรียมตัวสอบใหม่ ทั้งที่เพิ่งผ่านการอ่านหนังสืออย่างหนักหน่วงมาหลายปี</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>พวกเขาเรียกร้องให้รัฐบาลรับผิดชอบต่อกรณีข้อสอบรั่วดังกล่าว ซึ่งถูกมองว่าเป็นการปล้นโอกาสที่เท่าเทียมในการสร้างอนาคตไปจากนักเรียนนับล้านคน ซึ่งบีบให้ ดาร์เมนดรา ปราธัน รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ และคนสนิทคู่ใจของโมดีต้องประกาศลาออกเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการยอมถอยทางการเมืองที่เกิดขึ้นได้ยากในยุคสมัยของโมดี</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section2" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">ปรากฏการณ์นี้สะท้อนอะไร</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>การประท้วงของพรรคมวลชนแมลงสาบไม่ได้สะท้อนเพียงความไม่พอใจต่อกรณีข้อสอบรั่วเท่านั้น แต่กำลังเปิดให้เห็นรอยปริขนาดใหญ่ระหว่างภาพความสำเร็จของอินเดียในระดับมหภาค กับความเป็นจริงที่คนรุ่นใหม่ต้องเผชิญในชีวิตประจำวัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ตลอดกว่าทศวรรษที่ผ่านมา รัฐบาลโมดีวางตำแหน่งอินเดียในฐานะมหาอำนาจเศรษฐกิจใหม่ เดินหน้าลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี อุตสาหกรรมการผลิต และผลักดันเรื่องความภาคภูมิใจในชาติอย่างเข้มข้น แต่อีกด้านหนึ่ง คนหนุ่มสาวจำนวนมากกลับรู้สึกว่า การเติบโตของประเทศไม่ได้แปรเปลี่ยนเป็นงานที่มั่นคง รายได้ที่เพียงพอ หรือโอกาสในการเลื่อนสถานะทางสังคมสำหรับพวกเขา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อินเดียมีประชากรอายุระหว่าง 15-29 ปีมากกว่า 360 ล้านคน และคนอายุต่ำกว่า 29 ปีมีสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งหมด ทว่าอัตราการว่างงานในกลุ่มคนหนุ่มสาวกลับเพิ่มขึ้นเป็น 16.2% ในเดือนมิถุนายน จาก 13.8% ในปีก่อนหน้า ขณะที่ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีอายุต่ำกว่า 25 ปีเกือบ 40% ไม่มีงานทำ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผลการศึกษาของมหาวิทยาลัย Azim Premji ในปี 2026 ยังพบว่า ผู้หางานไม่ถึง 7% สามารถมีงานประจำที่ได้รับเงินเดือนภายในหนึ่งปี และไม่ถึง 4% ได้ทำงานในตำแหน่งพนักงานออฟฟิศ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า ปัญหาไม่ได้อยู่เพียงที่คนรุ่นใหม่ขาดความพยายามหรือทักษะ แต่เป็นความล้มเหลวเชิงโครงสร้างของตลาดแรงงานและระบบการศึกษา ซึ่งไม่สามารถรองรับคนหนุ่มสาวจำนวนมหาศาลที่ถูกปลูกฝังให้เชื่อว่า การศึกษาและความขยันจะเป็นบันไดนำไปสู่ชีวิตที่ดีขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>กรณีข้อสอบ NEET รั่วจึงกลายเป็นมากกว่าความบกพร่องทางเทคนิคของหน่วยงานรัฐ แต่เป็นการทำลาย ‘สัญญาทางสังคม’ ที่รัฐเคยมอบไว้กับเยาวชน กล่าวคือ หากตั้งใจเรียน แข่งขันอย่างสุจริต และทำตามกติกา พวกเขาย่อมควรได้รับโอกาสที่เท่าเทียมกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมื่อตัวข้อสอบถูกซื้อขายหรือรั่วไหลให้ผู้สมัครบางกลุ่มได้เปรียบ ความเชื่อที่ว่าความสามารถและความพยายามจะได้รับการตอบแทนจึงพังทลายลงอย่างรุนแรง โดยเฉพาะสำหรับครอบครัวชนชั้นกลางและชนชั้นกลางระดับล่าง ซึ่งต้องลงทุนทั้งเงิน เวลา และความหวังไปกับการศึกษาของบุตรหลาน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โซมายา กอร์เด นักกฎหมายวัย 26 ปี ซึ่งเป็นผู้หญิงคนแรกในครอบครัวที่สำเร็จการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย อธิบายความรู้สึกนี้ไว้อย่างชัดเจนว่า โรงเรียนและมหาวิทยาลัยกำลังถูกแปรรูปเป็นของเอกชน ข้อสอบรั่วเกิดขึ้นซ้ำซาก และแม้เรียนจบแล้วก็ยังไม่มีงานเพียงพอรองรับ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“ในระบอบประชาธิปไตย เรื่องทั้งหมดนี้ล้วนตั้งคำถามถึงความรับผิดชอบของรัฐบาล” เธอกล่าว</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section3" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">เมื่อการล้อเลียนกลายเป็นภาษาทางการเมืองของคนรุ่นใหม่</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ชื่อ ‘พรรคมวลชนแมลงสาบ’ อาจฟังดูเป็นเรื่องขบขันหรือไม่จริงจัง แต่ความล้อเลียนเช่นนี้กลับเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ขบวนการเข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้อย่างรวดเร็ว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>กลุ่ม CJP เริ่มต้นจากขบวนการเคลื่อนไหวเชิงเสียดสีบนโลกออนไลน์ ก่อนจะกลายเป็นพื้นที่รวบรวมความอัดอั้นของเยาวชนในเรื่องการศึกษา การว่างงาน การบริหารราชการแผ่นดิน และความเหลื่อมล้ำทางโอกาส</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แทนที่จะใช้ภาษาแบบพรรคการเมืองหรือขบวนการเคลื่อนไหวแบบดั้งเดิม กลุ่มใช้มีม คลิปสั้น Reels มุกตลกร้าย และวิดีโอจากพื้นที่จริงในการสื่อสาร โดยผสมอารมณ์ขันเข้ากับความโกรธและความรู้สึกสิ้นหวัง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในช่วงแรก สถานีโทรทัศน์กระแสหลักของอินเดียแทบไม่ได้รายงานการเคลื่อนไหวของ CJP ขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐบางรายถึงกับลดทอนความชอบธรรมของกลุ่ม โดยปราธันเคยกล่าวหาว่า CJP เป็น “ทีมสำรองของกลุ่มก่อการร้าย”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่การเพิกเฉยของสื่อหลักกลับไม่ได้ทำให้การประท้วงเงียบหาย ตรงกันข้าม นักศึกษาและผู้ชุมนุมได้กลายเป็นผู้รายงานข่าวด้วยตัวเอง ถ่ายทอดสดสถานการณ์ ถ่ายคลิปการจับกุม และบันทึกภาพการใช้กำลังของเจ้าหน้าที่ก่อนเผยแพร่ต่อบน Instagram และแพลตฟอร์มอื่นๆ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สักขี นักเคลื่อนไหวนักศึกษาวัย 22 ปี มองว่า รัฐบาลอ่านพลังของขบวนการผิดพลาด เพราะแม้จะสามารถควบคุมอิทธิพลของสื่อกระแสหลัก รวมถึงสื่อบน Facebook และ WhatsApp ได้ในระดับหนึ่ง แต่กลับมองข้าม Instagram ซึ่งเป็นพื้นที่สื่อสารสำคัญของคนรุ่นใหม่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>กว่าที่สื่อกระแสหลักจะเริ่มหันมารายงานการประท้วงอย่างจริงจัง CJP ก็สามารถครองพื้นที่สนทนาในสังคมและกำหนดวาระสาธารณะไปแล้ว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ปรากฏการณ์นี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์การเมืองอินเดีย เมื่ออำนาจในการกำหนดว่าเรื่องใดควรถูกมองเห็นไม่ได้อยู่ในมือของรัฐบาล พรรคการเมือง หรือสถานีโทรทัศน์เพียงฝ่ายเดียวอีกต่อไป แต่กระจายไปสู่ประชาชนที่มีโทรศัพท์มือถือและบัญชีโซเชียลมีเดียอยู่ในมือ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section4" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">ยิ่งปราบ ยิ่งขยายวง</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในวันที่ 20 กรกฎาคม เมื่อผู้ชุมนุมนับแสนคนพยายามเดินขบวนไปยังอาคารรัฐสภา เพื่อเรียกร้องให้ปราธันลาออก แต่ถูกตำรวจใช้กระบอง แก๊สน้ำตา และในบางพื้นที่มีรายงานการใช้ปืนลูกซองกระสุนตะกั่วเข้าสลายการชุมนุม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แทนที่ภาพความรุนแรงจะทำให้มวลชนหวาดกลัว คลิปวิดีโอจากเหตุการณ์กลับแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว และเปลี่ยนความไม่พอใจต่อข้อสอบรั่วให้กลายเป็นกระแสตั้งคำถามต่อวิธีใช้อำนาจของรัฐบาล</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในเมืองมุมไบ คลิปของ ฮาร์ชวาร์ดัน คาดาม วัย 18 ปี ซึ่งบันทึกภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจข่มขู่ว่าจะยัดข้อหายาเสพติดให้เขาระหว่างถูกควบคุมตัว มียอดรับชมมากกว่า 10 ล้านครั้ง ก่อนที่เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวจะถูกสั่งพักงาน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คาดามระบุว่า เขาไม่ได้ต้องการให้ตำรวจถูกลงโทษเป็นการส่วนตัว เพียงต้องการบันทึกว่าผู้ประท้วงอย่างสงบได้รับการปฏิบัติจากเจ้าหน้าที่อย่างไร</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เหตุการณ์เช่นนี้ยิ่งตอกย้ำความรู้สึกในหมู่เยาวชนว่า รัฐบาลไม่ได้เพียงล้มเหลวในการรับผิดชอบต่อระบบการศึกษา แต่ยังพยายามใช้อำนาจรัฐปิดกั้นผู้ที่ออกมาเรียกร้องคำตอบ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>การปราบปรามจึงส่งผลย้อนกลับ กลายเป็นเชื้อเพลิงให้ผู้ที่เดิมอาจยังลังเลตัดสินใจเข้าร่วมการชุมนุม และช่วยให้การเคลื่อนไหวขยายจากกรุงนิวเดลีไปยังหลายเมืองทั่วประเทศ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>จากข้อเรียกร้องให้รัฐมนตรีศึกษาธิการลาออก เสียงตะโกนบางส่วนเริ่มขยับไปสู่การเรียกร้องให้โมดีรับผิดชอบด้วย โดยป้ายประท้วงหลายแห่งปรากฏข้อความว่า “ปราธันเป็นเพียงตัวอย่าง รายต่อไปคือคิวของโมดี”</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section5" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">ทำไมรัฐบาลจึงยอมถอย</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>การลาออกของปราธันมีความหมายทางการเมืองอย่างมาก เพราะตลอดระยะเวลา 12 ปีภายใต้การนำของโมดี การลาออกของรัฐมนตรีในครม.ถือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยาก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่ผ่านมา พรรค BJP สามารถรับมือกับการประท้วงหลายระลอก ตั้งแต่ความไม่พอใจต่อการยกเลิกธนบัตรฉบับเก่า การต่อต้านกฎหมายสัญชาติ ไปจนถึงการประท้วงของเกษตรกรที่ยืดเยื้อนานหลายเดือน แต่ ราหุล เวอร์มา นักรัฐศาสตร์จาก Centre for Policy Research ชี้ว่า การเคลื่อนไหวเหล่านั้นส่วนใหญ่ตั้งอยู่บนความขัดแย้งทางนโยบายหรืออุดมการณ์ ซึ่งรัฐบาลสามารถใช้วาทกรรมทางการเมืองปลุกฐานเสียงของตนกลับมาต่อต้านผู้ชุมนุมได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่กรณี CJP แตกต่างออกไป เพราะมีต้นตอมาจากความล้มเหลวในการบริหารจัดการโดยตรง ทั้งข้อสอบรั่ว การว่างงาน การขาดโอกาส และการไม่สามารถรับประกันการแข่งขันที่เป็นธรรม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>รัฐบาลจึงยากจะอธิบายปัญหาเหล่านี้ว่าเป็นผลจากศัตรูทางการเมือง ขบวนการแบ่งแยกดินแดน หรือการแทรกแซงจากภายนอก โดยไม่ทำให้ความน่าเชื่อถือของตนเสียหายมากกว่าเดิม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ประท้วงจำนวนมากไม่ใช่ฐานเสียงของฝ่ายค้านโดยธรรมชาติ แต่เป็นเยาวชนและครอบครัวชนชั้นกลาง ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในเสาหลักของพรรค BJP มาโดยตลอด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คนรุ่นนี้เติบโตมากับคำมั่นของโมดีเรื่องอินเดียยุคใหม่ ความมั่งคั่ง ความทันสมัย และการฟื้นคืนสถานะของประเทศบนเวทีโลก ดังนั้นเมื่อพวกเขาออกมาแสดงความไม่พอใจ รัฐบาลจึงไม่อาจผลักพวกเขาออกไปเป็นฝ่ายตรงข้ามได้ง่ายๆ โดยไม่เสี่ยงสูญเสียฐานสนับสนุนในระยะยาว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ชัยชนะของโมดีในการเลือกตั้งปี 2024 ยังมาพร้อมกับเสียงข้างมากในสภาที่ลดลง ทำให้รัฐบาลต้องพึ่งพาพันธมิตรทางการเมืองมากขึ้น และมีพื้นที่สำหรับความผิดพลาดน้อยกว่าสองสมัยแรก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>การยอมให้ปราธันลาออกจึงอาจเป็นความพยายามหยุดความเสียหายไม่ให้ลุกลามไปถึงตัวนายกรัฐมนตรี และส่งสัญญาณว่ารัฐบาลยังพร้อมรับฟัง ก่อนที่กระแสต่อต้านจะขยายเป็นวิกฤตศรัทธาในวงกว้าง</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section6" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">รัฐบาลรับมืออย่างไร: ปราบปรามควบคู่กับเอาใจ</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ท่าทีของรัฐบาล BJP ต่อการประท้วงครั้งนี้มีลักษณะสองทางที่ดูขัดแย้งกัน ด้านหนึ่งคือการใช้กฎหมาย การจับกุม และการสอดส่องผู้ประท้วง ขณะที่อีกด้านหนึ่งคือความพยายามสื่อสารและดึงใจคนรุ่นใหม่กลับคืนมา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในหลายรัฐที่บริหารโดย BJP มีเยาวชนหลายร้อยคนถูกจับกุมและดำเนินคดีในข้อหาร้ายแรง บางคนมีอายุต่ำกว่า 18 ปี ขณะที่ผู้ประท้วงบางรายถูกตั้งข้อหาพยายามฆ่า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แรงกดดันจากแกนนำการชุมนุม ฝ่ายค้าน และภาคประชาสังคม ทำให้รัฐบาลในหลายรัฐ รวมถึงรัฐมหาราษฏระ พิหาร อัสสัม และเขตเมืองหลวงเดลี เริ่มระงับหรือถอนคดีบางส่วน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ศาลฎีกาอินเดียยังมีคำสั่งให้ปล่อยตัวผู้ชุมนุมที่อายุต่ำกว่า 18 ปี พร้อมสั่งให้เจ้าหน้าที่เก็บรักษาหลักฐานจากโดรน กล้องติดตัวตำรวจ และกล้องวงจรปิด เพื่อเปิดทางให้มีการสอบสวนข้อกล่าวหาเรื่องการใช้กำลังเกินกว่าเหตุ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผู้พิพากษา สุริยา กันต์ ระบุว่า หากมีเจ้าหน้าที่คนใดกระทำเกินกว่าเหตุหรือทารุณกรรมประชาชนผู้บริสุทธิ์ กฎหมายจะต้องจัดการกับบุคคลเหล่านั้น และจำเป็นต้องมีการสอบสวนที่เป็นอิสระและยุติธรรม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อย่างไรก็ตาม แกนนำ CJP ยังคงไม่ไว้วางใจ เนื่องจากรัฐบาลยังไม่ได้ให้หลักประกันเป็นลายลักษณ์อักษรว่า คดีทั้งหมดต่อผู้ประท้วงจะถูกยกเลิก และจะไม่มีการดำเนินคดีย้อนหลังในอนาคต</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อีกประเด็นที่สร้างความกังวลคือข้อกล่าวหาว่า เจ้าหน้าที่รัฐใช้เทคโนโลยี AI และระบบสอดส่องเพื่อติดตามผู้ประท้วง ขณะเดียวกัน ตำรวจเดลียังขอให้แพลตฟอร์ม X ส่งมอบชื่อ ที่อยู่ และข้อมูลการเข้าใช้งานของบัญชีที่โพสต์ข้อความวิพากษ์วิจารณ์โมดี</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในพื้นที่ชุมนุมยังมีผู้พบเห็นเจ้าหน้าที่จดชื่อบัญชี Instagram ของผู้เข้าร่วม ซึ่งยิ่งเพิ่มความกังวลว่า การประท้วงบนท้องถนนอาจถูกติดตามต่อบนโลกออนไลน์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>CJP ตอบโต้ว่า การวิพากษ์วิจารณ์นายกรัฐมนตรีและเรียกร้องความรับผิดชอบไม่ควรถูกปฏิบัติในฐานะอาชญากรรม เพราะในประชาธิปไตย ผู้แทนที่มาจากการเลือกตั้งย่อมไม่ควรอยู่เหนือการตรวจสอบของประชาชน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในอีกด้านหนึ่ง พรรค BJP ได้เร่งสร้างแคมเปญสื่อสารกับ ‘คนรุ่น Reel’ ผ่านวิดีโอสั้นที่ใช้ป๊อปคัลเจอร์ ภาษาพูด ฉากหลังในชีวิตประจำวัน และมุกตลกแบบ Gen Z</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โมดีเองได้เผยแพร่วิดีโอแนวตั้งในลักษณะเซลฟี่ เพื่อสื่อสารกับนักศึกษาโดยตรง ซึ่งถือเป็นรูปแบบที่ไม่ค่อยปรากฏจากผู้นำที่มักสร้างภาพลักษณ์สุขุมและควบคุมสถานการณ์อยู่เสมอ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>รัฐบาลยังพยายามปรับกรอบความหมายของการลาออกของปราธัน ไม่ให้ถูกมองว่าเป็นความพ่ายแพ้ของ BJP แต่เป็นหลักฐานว่าระบอบประชาธิปไตยอินเดียยังสามารถตอบสนองต่อเสียงประชาชนได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ความพยายามดังกล่าวอาจไม่เพียงพอ หากรัฐบาลไม่สามารถแก้ปัญหาที่เป็นต้นเหตุ ทั้งความโปร่งใสของการสอบ ระบบการศึกษา และโอกาสในการจ้างงานของคนรุ่นใหม่</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section7" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">ชัยชนะที่อาจเปลี่ยนจิตวิทยาทางการเมือง</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผลลัพธ์สำคัญที่สุดของการประท้วงครั้งนี้อาจไม่ใช่เพียงการลาออกของรัฐมนตรีคนหนึ่ง แต่คือการเปลี่ยนความรู้สึกของคนรุ่นใหม่ที่มีต่ออำนาจรัฐ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เยาวชนจำนวนมากเติบโตขึ้นในช่วงที่โมดีครองอำนาจ และแทบไม่เคยเห็นการประท้วงสามารถบังคับให้รัฐบาลยอมถอยได้อย่างเป็นรูปธรรม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สักขี นักเคลื่อนไหววัย 22 ปี กล่าวว่า เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกว่าประชาชนสามารถทำให้สิ่งต่างๆ เกิดขึ้นจริงผ่านการประท้วง ขณะที่ อักษิต ตยากิ วิศวกรซอฟต์แวร์วัย 22 ปี มองว่า ผู้คนเริ่มตระหนักว่าพวกเขาสามารถเรียกร้องคำตอบจากรัฐบาลได้จริง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ความรู้สึกว่า “การเปลี่ยนแปลงเป็นไปได้” มีความหมายอย่างมากในประเทศที่ขบวนการภาคประชาชนหลายกลุ่มเคยถูกปราบ ถูกทำให้หมดแรง หรือไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ทางการเมืองที่ชัดเจน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เพื่อนบ้านของอินเดียอย่างศรีลังกา บังกลาเทศ และเนปาล ต่างเคยเผชิญการเคลื่อนไหวของคนรุ่นใหม่ที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แม้อินเดียมีโครงสร้างการเมือง ขนาดประชากร และสถาบันของรัฐแตกต่างออกไป แต่ความสำเร็จของ CJP กำลังทำให้หลายฝ่ายเริ่มตั้งคำถามว่า ความไม่พอใจที่สะสมอยู่ใต้ผิวน้ำอาจพัฒนาเป็นคลื่นการเมืองขนาดใหญ่ได้หรือไม่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สิ่งที่ทำให้รัฐบาลต้องจับตามองคือ CJP ไม่ได้ผูกตัวเองกับอุดมการณ์ทางการเมืองแบบเดิมอย่างชัดเจน แต่รวมผู้คนผ่านประสบการณ์ร่วมของความไม่มั่นคง ความรู้สึกถูกทอดทิ้ง และความไม่ไว้วางใจต่อระบบ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นั่นทำให้ขบวนการมีศักยภาพเชื่อมโยงเยาวชนจากหลายชนชั้น ภูมิภาค ภาษา และภูมิหลังทางการเมืองเข้าด้วยกันได้มากกว่าการเคลื่อนไหวที่ตั้งอยู่บนพรรคหรืออัตลักษณ์เฉพาะกลุ่ม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่การเปลี่ยนความโกรธเป็นขบวนการไม่ใช่เรื่องง่าย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แม้ CJP จะได้รับชัยชนะเชิงสัญลักษณ์ครั้งใหญ่ แต่เส้นทางข้างหน้ายังเต็มไปด้วยความท้าทาย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>การประท้วงที่เกิดจากประเด็นเฉพาะหน้าอย่างข้อสอบรั่วสามารถระดมผู้คนได้อย่างรวดเร็ว แต่การต่อยอดไปสู่ขบวนการระยะยาวจำเป็นต้องมีโครงสร้าง ผู้นำ เป้าหมายที่ชัดเจน และความสามารถในการรักษาความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ภายในกลุ่มผู้ประท้วงเองอาจมีข้อเรียกร้องที่แตกต่างกัน ตั้งแต่การปฏิรูประบบสอบ การเพิ่มการจ้างงาน การลดค่าเล่าเรียน ไปจนถึงการต่อต้านการใช้อำนาจของโมดีในวงกว้าง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หากขบวนการขยายวาระเร็วเกินไป อาจทำให้สูญเสียความชัดเจนและเปิดโอกาสให้รัฐบาลกล่าวหาว่า กลุ่มถูกครอบงำโดยฝ่ายค้านหรือมีเป้าหมายล้มรัฐบาลมากกว่าปฏิรูปการศึกษา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในทางกลับกัน หากจำกัดตัวเองอยู่เพียงข้อสอบ NEET และยุติการเคลื่อนไหวหลังปราธันลาออก พลังทางการเมืองที่สร้างขึ้นอาจค่อยๆ สลายตัวเมื่อความสนใจบนโซเชียลมีเดียลดลง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อีกความเสี่ยงคือการตอบโต้จากภาครัฐ แม้รัฐบาลจะประกาศถอนคดีบางส่วน แต่ผู้ประท้วงจำนวนมากยังกังวลว่าจะเกิด ‘การล่าแม่มด’ ภายหลัง โดยอาศัยคดีเดิม การสอดส่องทางดิจิทัล หรือกฎหมายด้านความมั่นคง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>องค์กร Human Rights Watch เคยกล่าวหาว่า รัฐบาลโมดีดำเนินคดีกับนักเคลื่อนไหว นักข่าว และผู้ประท้วงโดยสงบอยู่เป็นประจำ ผ่านกฎหมายต่อต้านการก่อการร้ายและกฎหมายเกี่ยวกับ Hate Speech</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ความกลัวดังกล่าวอาจกลายเป็นเครื่องมือทำให้ผู้ปกครองกดดันบุตรหลานไม่ให้กลับไปชุมนุม และทำให้ผู้เข้าร่วมบางส่วนถอนตัวเมื่อกระแสความสนใจลดลง</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section8" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">โมดียังไม่ถึงกับเสียศูนย์</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>แม้การประท้วงครั้งนี้จะสร้างบาดแผลทางการเมืองให้รัฐบาล แต่ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าเก้าอี้ของโมดีกำลังสั่นคลอนถึงขั้นใกล้พังทลาย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โมดียังคงได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง ขณะที่ BJP ยังเป็นพรรคที่มีโครงสร้างจัดตั้ง เครื่องจักรหาเสียง และทรัพยากรทางการเมืองแข็งแกร่งที่สุดพรรคหนึ่งของอินเดีย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>พรรคยังสามารถคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งระดับรัฐหลายแห่ง และมีเครือข่ายองค์กรสนับสนุนที่ครอบคลุมทั่วประเทศ การเลือกตั้งทั่วไปครั้งถัดไปยังมีกำหนดจัดขึ้นในปี 2029 ทำให้รัฐบาลมีเวลาอีกหลายปีในการฟื้นความเชื่อมั่น ปรับนโยบาย และลดแรงกดดันจากคนรุ่นใหม่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>รัฐบาลอาจเลือกใช้การลาออกของปราธันเป็นจุดตัดไฟ โดยเร่งปฏิรูประบบสอบ เยียวยาครอบครัวผู้สูญเสีย และเปิดโครงการจ้างงานใหม่ เพื่อสกัดไม่ให้ข้อเรียกร้องขยายไปสู่ปัญหาเชิงโครงสร้างอื่นๆ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ขณะเดียวกัน BJP อาจพยายามแยกผู้ประท้วงสายปฏิรูปออกจากกลุ่มที่เรียกร้องให้โมดีลาออก โดยรับฟังข้อเรียกร้องบางส่วน ควบคู่ไปกับการดำเนินคดีกับแกนนำที่ถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามทางการเมือง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ยุทธศาสตร์เช่นนี้เคยช่วยให้รัฐบาลโมดีผ่านพ้นการประท้วงหลายครั้งมาแล้ว และยังมีโอกาสได้ผล หาก CJP ไม่สามารถรักษาความต่อเนื่องหรือสร้างโครงสร้างทางการเมืองที่มั่นคงได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section9" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">จะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>สิ่งที่ต้องจับตาเป็นลำดับแรกคือ รัฐบาลจะปฏิบัติตามคำมั่นที่ให้ไว้กับผู้ประท้วงมากน้อยเพียงใด ทั้งการเยียวยาครอบครัวนักเรียนที่จบชีวิตตัวเอง การถอนคดีต่อผู้เข้าร่วมชุมนุม และการปฏิรูประบบสอบเพื่อป้องกันการรั่วไหลในอนาคต</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หากรัฐบาลดำเนินการอย่างจริงจังและโปร่งใส การชุมนุมอาจยุติลงชั่วคราว และ BJP อาจสามารถลดแรงกดดันจากกลุ่มชนชั้นกลางลงได้บางส่วน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่หากคำมั่นถูกเลื่อนออกไป หรือมีการจับกุมและดำเนินคดีผู้ประท้วงเพิ่มเติม CJP ย่อมมีเหตุผลเพียงพอที่จะกลับมาระดมมวลชนอีกครั้ง และการประท้วงครั้งต่อไปอาจไม่ได้จำกัดอยู่ที่กระทรวงศึกษาธิการ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ประเด็นที่อาจกลายเป็นชนวนใหม่มีตั้งแต่การว่างงาน ค่าใช้จ่ายทางการศึกษา การแปรรูปมหาวิทยาลัย ความเหลื่อมล้ำ ไปจนถึงการสอดส่องประชาชนและเสรีภาพในการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ความท้าทายของ CJP คือการเปลี่ยนชัยชนะเฉพาะหน้าให้กลายเป็นพลังทางสังคมที่ยั่งยืน โดยไม่สูญเสียความสดใหม่และความเป็นขบวนการของคนรุ่นใหม่ไปกับการเมืองแบบเดิม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ส่วนความท้าทายของโมดีคือ การยอมรับว่าคนรุ่นใหม่ไม่อาจถูกซื้อใจด้วยภาพความยิ่งใหญ่ของชาติ หรือคลิปวิดีโอที่ใช้ภาษาป๊อปคัลเจอร์เพียงอย่างเดียว หากพวกเขายังคงมองไม่เห็นงาน อนาคต และความยุติธรรมในชีวิตจริง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>การประท้วงครั้งนี้จึงอาจยังไม่ใช่จุดเริ่มต้นของการล่มสลายของรัฐบาลโมดี แต่ได้ทำลายภาพลวงตาสำคัญประการหนึ่งลงแล้ว นั่นคือความเชื่อที่ว่า รัฐบาลของเขาไม่จำเป็นต้องยอมถอยต่อแรงกดดันจากท้องถนน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่จันตาร์ มันตาร์ การชุมนุมหลักถูกยุติลงชั่วคราว และพื้นที่ได้ถูกคืนให้เจ้าหน้าที่ แต่ข้อความที่พ่นไว้บนกำแพงในพื้นที่ประท้วงแห่งหนึ่งยังคงสะท้อนอารมณ์ของคนรุ่นใหม่ได้อย่างชัดเจน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“พวกเราไม่มีงานทำ หากพวกคุณลบข้อความนี้ทิ้ง พรุ่งนี้พวกเราก็จะกลับมาใหม่” อภิเชก ทิปเก ผู้ก่อตั้ง CJP ทิ้งท้ายก่อนออกจากพื้นที่ชุมนุมว่า “นี่ไม่ใช่จุดจบ แล้วเราจะพบกันใหม่ในไม่ช้า”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า ‘พรรคมวลชนแมลงสาบ’ จะกลับมาอีกหรือไม่ แต่คือเมื่อพวกเขากลับมา จะกลับมาในฐานะกลุ่มเรียกร้องการปฏิรูปการศึกษา ขบวนการคนรุ่นใหม่ระดับชาติ หรือพลังการเมืองรูปแบบใหม่ที่สามารถเปลี่ยนสมการอำนาจของอินเดียได้จริง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #999999;"><strong style="color: #999999;">ภาพ:</strong><span style="color: #999999;"> REUTERS / Sahiba Chawdhary</span></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #999999;"><strong style="color: #999999;"><span style="color: #999999;"><strong style="color: #999999;">อ้างอิง:</strong></span><br />
</strong></span></p>
<ul>
<li style="color: #999999;"><a style="color: #999999; text-decoration: underline;" href="https://www.bbc.com/news/articles/c8dng1v72lno" target="_blank" rel="noopener">https://www.bbc.com/news/articles/c8dng1v72lno</a></li>
<li style="color: #999999;"><a style="color: #999999; text-decoration: underline;" href="https://www.aljazeera.com/news/2026/7/29/how-has-the-indian-government-responded-to-cockroach-protests" target="_blank" rel="noopener">https://www.aljazeera.com/news/2026/7/29/how-has-the-indian-government-responded-to-cockroach-protests</a></li>
<li style="color: #999999;"><a style="color: #999999; text-decoration: underline;" href="https://edition.cnn.com/2026/07/27/india/india-cockroach-protests-what-next-intl-hnk" target="_blank" rel="noopener">https://edition.cnn.com/2026/07/27/india/india-cockroach-protests-what-next-intl-hnk</a></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>‘ขบวนการแมลงสาบ’ ขู่ประท้วงใหญ่ หากรัฐบาลอินเดียไม่ปล่อยตัวผู้ชุมนุม หลังกดดันจนรัฐมนตรีลาออกได้สำเร็จ</title>
							<url>https://thestandard.co/india-cockroach-protest-release/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/india-cockroach-protest-release-1.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>ALLY ปล่อยซิงเกิลใหม่ ‘143’ ที่สะท้อนความรักแบบ Gen Z</title>
							<url>https://thestandard.co/ally-143-new-single-gen-z/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/ally-143-new-single-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>คาแรกเตอร์ที่แฟนบอลหลงรัก? ฮาลันด์ นักเตะที่ยอดผู้ติดตาม IG โตที่สุดในฟุตบอลโลก 2026</title>
							<url>https://thestandard.co/haaland-instagram-followers-world-cup/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/haaland-instagram-followers-world-1.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/india-modi-gen-z-protests/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12366232</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1785422217000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2101041417000</endYmdtUnix>

			<title>Prada Group เห็นรายได้โตขึ้น 11% ในครึ่งปีแรกของ 2026</title>
			<category>Culture</category>

			<publishTimeUnix>1785422217000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-07-30 21:36:57</publishTime>
			<updateTimeUnix>1785422217000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-07-30 21:36:57</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>Prada Group เห็นรายได้โตขึ้น 11% ในครึ่งปีแรกของ 2026</title>
					<description>Prada Group เห็นรายได้โตขึ้น 11% ในครึ่งปีแรกของ 2026</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/prada-group-revenue-growth-cover.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/prada-group-revenue-growth-cover.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p><a href="https://thestandard.co/tag/Prada-Group/" target="_blank" rel="dofollow noopener">Prada Group</a> รายงานผลประกอบการครึ่งแรกของปี 2026 โดยมีรายได้รวม 3.05 พันล้านยูโร เพิ่มขึ้น 11% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และหากคำนวณด้วยอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ (Constant Exchange Rate) รายได้เติบโต 16% สะท้อนการเติบโตที่แข็งแกร่งในตลาดอเมริกาและเอเชียแปซิฟิก แม้ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ทั่วโลกยังคงมีความไม่แน่นอน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ซึ่งหากไม่รวมผลจากการเข้าซื้อกิจการ Versace ซึ่งเสร็จสมบูรณ์เมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา รายได้ของ Prada Group (Prada, Miu Miu, Church’s) เบ็ดเสร็จอยู่ที่การเติบโต 5% ขณะที่รายได้รวมในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 7%</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โดยตัวเลขนี้ส่วนใหญ่มาจากยอดขายผ่านช่องทางร้านค้าปลีก (Retail Sales) ในช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 2.63 พันล้านยูโร เพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อน หรือเติบโต 3% เมื่อไม่รวมผลจากการซื้อกิจการ โดยในไตรมาส 2 ยอดขายปลีกเพิ่มขึ้น 5% แม้จะได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับแต่ละแบรนด์ Prada มียอดขายปลีกเพิ่มขึ้น 3.3% ในช่วงครึ่งปีแรก และเร่งตัวเป็น 6.3% ในไตรมาส 2 โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตในภูมิภาคอเมริกา ญี่ปุ่น และเอเชียแปซิฟิก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ด้าน Miu Miu ยังคงรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ต่อเนื่อง แม้ต้องเผชิญฐานเปรียบเทียบที่สูงจากปีก่อน โดยยอดขายปลีกเพิ่มขึ้น 2.5% ในช่วงครึ่งปีแรก และ 2.6% ในไตรมาส 2 ได้แรงหนุนจากความต้องการของผู้บริโภคในสหรัฐฯ เอเชียแปซิฟิก และญี่ปุ่น ขณะที่ตลาดยุโรปเริ่มฟื้นตัว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ส่วน Versace ซึ่งเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของ Prada Group ในปีนี้ มีรายได้ 350 ล้านยูโร โดยกลุ่มบริษัทระบุว่าจะมุ่งยกระดับคุณภาพของยอดขายและเพิ่มประสิทธิภาพของธุรกิจค้าปลีก เพื่อวางรากฐานการเติบโตของแบรนด์ในระยะยาว รวมถึงการมาถึงของ Pieter Mulier ครีเอทีฟไดเรกเตอร์คนใหม่ที่เพิ่งเข้ามาทำงานในวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมื่อพิจารณาแยกตามภูมิภาค ตลาดอเมริกามีการเติบโตโดดเด่นที่สุด โดยรายได้เพิ่มขึ้น 30% สู่ 572 ล้านยูโร จากความต้องการภายในประเทศที่แข็งแกร่ง ขณะที่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเติบโต 10% สู่ 922 ล้านยูโร โดยทั้ง Prada และ Miu Miu ยังคงมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ตลาดยุโรปมีรายได้เพิ่มขึ้น 3% จากการฟื้นตัวของทั้งนักท่องเที่ยวและผู้บริโภคในประเทศ ส่วนญี่ปุ่น แม้รายงานตัวเลขลดลง 7% จากผลกระทบของอัตราแลกเปลี่ยน แต่เมื่อคำนวณด้วยอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ ยังคงเติบโต 6% ขณะที่ตะวันออกกลางได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในภูมิภาค ส่งผลให้ยอดขายลดลง 29%</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อย่างไรก็ตาม แม้รายได้จะเติบโตต่อเนื่อง แต่กำไรจากการดำเนินงานที่ปรับปรุงแล้ว (Adjusted Operating Profit) ลดลง 14.3% เหลือ 530 ล้านยูโร ขณะที่กำไรสุทธิลดลง 15.2% เหลือ 327 ล้านยูโร ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการรวมผลประกอบการของ Versace ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการเข้าซื้อกิจการ และผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ปัจจุบัน Prada Group มีแบรนด์แฟชั่นในเครือ ได้แก่ Prada, Miu Miu, Church&#8217;s, Car Shoe, Marchesi 1824 และ Versace ซึ่งเข้ามาเสริมพอร์ตโฟลิโอของกลุ่มอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปี 2025 นับเป็นการขยายอาณาจักรครั้งสำคัญของบริษัท และทำให้ Prada Group กลายเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจลักชัวรีรายใหญ่ของอิตาลีที่มีแบรนด์ครอบคลุมทั้งแฟชั่น เครื่องหนัง รองเท้า และไลฟ์สไตล์ลักชัวรี</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #999999;"><strong style="color: #999999;">ภาพ:</strong><span style="color: #999999;"> Winmetawin / Instagram</span></span></p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>แบรนด์ที่คนไทยเคยต้องบินไปช้อปถึงญี่ปุ่น วันนี้ทยอยมาเปิดร้านในกรุงเทพฯ ขณะที่ ABC-Mart เชนร้านรองเท้ารายใหญ่ก็เริ่มมองตลาดนี้แล้ว</title>
							<url>https://thestandard.co/abc-mart-japan-brands-thailand-expand/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/abc-mart-japan-brands-1.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>รู้จัก ‘จอร์เจีย’ ดินแดนสองทวีป รอยต่อยุโรป-เอเชีย กับความขัดแย้งเรื้อรัง?</title>
							<url>https://thestandard.co/georgia-two-continents-conflict/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/georgia-two-continents-conflict-1.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>เทรนด์ ผมเงาแบบดาราจีน ดันออยล์-ทรีตเมนต์โตพรวด ‘แพนทีน’ ชี้พฤติกรรมผู้บริโภคเริ่มยอมจ่ายถ้านวัตกรรมตอบโจทย์</title>
							<url>https://thestandard.co/pantene-hair-oil-treatment-market-grows/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/pantene-hair-oil-treatment-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/prada-group-revenue-growth/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12363813</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1785387454000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2101006654000</endYmdtUnix>

			<title>Zendaya ขึ้นแท่นโกลบอลแบรนด์แอมบาสเดอร์สำหรับไลน์น้ำหอม Prada Paradoxe</title>
			<category>Lifestyle</category>

			<publishTimeUnix>1785387454000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-07-30 11:57:34</publishTime>
			<updateTimeUnix>1785387454000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-07-30 11:57:34</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>Zendaya ขึ้นแท่นโกลบอลแบรนด์แอมบาสเดอร์สำหรับไลน์น้ำหอม Prada Paradoxe</title>
					<description>Zendaya ขึ้นแท่นโกลบอลแบรนด์แอมบาสเดอร์สำหรับไลน์น้ำหอม Prada Paradoxe</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/zendaya-prada-paradoxe-ambassador-cover.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/zendaya-prada-paradoxe-ambassador-cover.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมานี้ นักแสดงสาว Zendaya ปรากฏตัวอยู่ในสื่อทุกหนแห่งสำหรับการโปรโมตผลงานภาพยนตร์และซีรีส์ที่ทยอยเปิดตัวออกมาอย่างต่อเนื่อง และเธอก็ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามทุกครั้ง ด้วยเมกอัพอันงดงามพร้อมด้วยแฟชั่นลุคที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้คนได้เสมอ จนกระทั่งล่าสุด Prada Beauty ได้แต่งตั้งให้ Zendaya เป็นโกลบอลแบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุดสำหรับไลน์น้ำหอม <a href="https://thestandard.co/tag/Prada-Paradoxe/" target="_blank" rel="dofollow">Prada Paradoxe</a> เป็นที่เรียบร้อยแล้ว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Rosa Carriço ประธานแห่ง Prada Beauty กล่าวว่า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“Zendaya เป็นตัวแทนแห่ง Prada Paradoxe ที่เหมาะสมที่สุด ด้วยไลน์โปรดักต์ที่เฉลิมฉลองให้กับเฟมินีนอย่างหาคำเปรียบไม่ได้ซึ่งพัฒนาและมีความงามเฉพาะตัวเสมอ ความยึดมั่นกับการเป็นตัวเองอย่างแท้จริงของเธอ พร้อมกับสะท้อนถึงหัวใจสำคัญในยุคของเรา ทำให้เธอเป็นพาร์ตเนอร์ในอุดมคติสำหรับบทใหม่ เธอนำมาซึ่งความเห็นอกเห็นใจและพลังงานหลากหลายมิติที่แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดที่สุดครั้งหนึ่งของสาว Prada”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในโอกาสนี้ Prada Beauty ได้เปิดตัวน้ำหอม Prada Paradoxe Sweet Chemistry Eau de Parfum ออกมาด้วย โดยน้ำหอมตัวใหม่ให้กลิ่นของดอกไม้และผลไม้ผ่านการตีความกลิ่นหอมหวานฉบับหรูหราขึ้นใหม่ ด้วยส่วนผสมของกลิ่นอันสดใสของน้ำเชื่อมแบล็กเคอร์แรนต์, สารสกัดเข้มข้นจากดอกส้ม และความหอมอบอวลของน้ำนมเนโรลี ซึ่งสำหรับแคมเปญนี้ยังมีเจ้าของรางวัลออสการ์อย่าง Barry Jenkins มาเป็นผู้กำกับด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Zendaya เผยถึงการได้เป็นพาร์ตเนอร์กับ Prada Beauty ว่า “ฉันรักวิธีที่ Paradoxe ยกย่องให้ความซับซ้อน พร้อมถ่ายทอดความแข็งแกร่งและความเปราะบางโดยไม่พยายามให้คำจำกัดความผู้ใด สำหรับฉันแล้ว น้ำหอมเป็นสิ่งที่เราเลือกเพื่อสะท้อนวิถีการซึมซับประสบการณ์จากโลกใบนี้ ฉันจึงรู้สึกว่าการได้ร่วมงานกับแบรนด์เป็นไปโดยธรรมชาติ โดยเฉพาะเมื่อ Paradoxe เป็นหนึ่งในน้ำหอมตัวโปรดที่ฉันใช้มานานก่อนการได้ร่วมงานกับแบรนด์มาอยู่แล้ว”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #999999;"><strong style="color: #999999;">อ้างอิง </strong><span style="color: #999999;"><a style="color: #999999; text-decoration: underline;" href="https://uk.fashionnetwork.com/news/Prada-beauty-names-zendaya-global-ambassador-for-prada-paradoxe,1856792.html" target="_blank" rel="noopener">https://uk.fashionnetwork.com/news/Prada-beauty-names-zendaya-global-ambassador-for-prada-paradoxe,1856792.html</a></span></span></p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>Zendaya ชื่นชม Tom Holland ที่ทุ่มเทกับบท Spider-Man</title>
							<url>https://thestandard.co/zendaya-praises-tom-holland-spider-man/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/zendaya-praises-tom-holland-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>Zendaya ได้เข้าชิง Emmy Awards เป็นครั้งที่ 3 จากเรื่อง Euphoria</title>
							<url>https://thestandard.co/zendaya-emmy-awards-euphoria/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/zendaya-emmy-awards-euphoria-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>Anne Hathaway ร่วมงานพรีเมียร์ The Odyssey ที่ลอนดอนในลุคของ Dior</title>
							<url>https://thestandard.co/anne-hathaway-the-odyssey-premiere-dior/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/anne-hathaway-the-odyssey-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/zendaya-prada-paradoxe-ambassador/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12247104</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1782732506000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2098351706000</endYmdtUnix>

			<title>ชมคลิป: ปตท. ในสมรภูมิพลังงานโลก: รับมือความไม่แน่นอนอย่างไร ให้มั่นคงและยั่งยืน? | THE STANDARD WEALTH</title>
			<category>Video</category>

			<publishTimeUnix>1782732506000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-06-29 18:28:26</publishTime>
			<updateTimeUnix>1782735228000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-06-29 19:13:48</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>ชมคลิป: ปตท. ในสมรภูมิพลังงานโลก: รับมือความไม่แน่นอนอย่างไร ให้มั่นคงและยั่งยืน? | THE STANDARD WEALTH</title>
					<description>ชมคลิป: ปตท. ในสมรภูมิพลังงานโลก: รับมือความไม่แน่นอนอย่างไร ให้มั่นคงและยั่งยืน? | THE STANDARD WEALTH</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/06/631484_0E1_0.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/06/631484_0E1_0.jpg</thumbnail>
				</image>
									<text>
						<content>
						<![CDATA[
							<iframe width="932" height="516" src="https://www.youtube.com/embed/lTlAQRdEvkc" title="ชมคลิป: ปตท. ในสมรภูมิพลังงานโลก: รับมือความไม่แน่นอนอย่างไร ให้มั่นคงและยั่งยืน? | THE STANDARD WEALTH" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture" allowfullscreen></iframe>
						]]>
						</content>
					</text>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p><span style="font-weight: 400;">ในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และการเร่งเครื่องสู่พลังงานสะอาด หนึ่งในโจทย์ใหญ่ของชาติคือ &#8220;ประเทศไทยจะรักษาความมั่นคงทางพลังงานไปพร้อมกับการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนได้อย่างไร?&#8221;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน จาก THE STANDARD WEALTH ได้รับเกียรติพูดคุยกับ ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. เพื่อเจาะลึกวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ภายใต้การนำทัพในการสร้างสมดุลแห่ง Energy Trilemma</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">#PTT #ปตท #EnergyTransition #NetZero #TheStandardWealth</span></p>
<p>&nbsp;</p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>PTT ประกาศกำไรสุทธิ Q1/69 ทะลุ 2.5 หมื่นล้านบาท โต 10.4% ฝ่าพายุภูมิรัฐศาสตร์ แต่ Q2/69 จับตาความเสี่ยงสงครามตะวันออกกลาง-เงินเฟ้อ</title>
							<url>https://thestandard.co/ptt-q1-profit-q2-risks-69/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/05/ptt-q1-profit-q2-1.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>ขยายพอร์ตอสังหาฯ! EnCo บริษัทลูก ปตท. จับมือ i-Store ปั้นธุรกิจ Self Storage นำร่องดอนเมือง พร้อมศึกษาโอกาสร่วมทุนถือหุ้น i-Store ในอนาคต</title>
							<url>https://thestandard.co/enco-istore-self-storage-don-muang/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/05/enco-istore-self-storage-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>ถอดรหัส ปตท. รักษาสมดุล ‘ความมั่นคงชาติ-ผลประโยชน์ผู้ถือหุ้น’ ฝ่าวิกฤตพลังงานโลก ไทยจะมีน้ำมันใช้ได้นานแค่ไหน</title>
							<url>https://thestandard.co/ptt-balances-energy-security-shareholders/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/05/ptt-balances-energy-security.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/pttplc-interview/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12362145</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1785327075000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2100946275000</endYmdtUnix>

			<title>ไต้หวันในสายตาทรัมป์: ‘สินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์’ หรือ ‘ไพ่’ บนโต๊ะเจรจากับปักกิ่ง</title>
			<category>Opinion</category>

			<publishTimeUnix>1785327075000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-07-29 19:11:15</publishTime>
			<updateTimeUnix>1785327075000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-07-29 19:11:15</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>ไต้หวันในสายตาทรัมป์: ‘สินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์’ หรือ ‘ไพ่’ บนโต๊ะเจรจากับปักกิ่ง</title>
					<description>ไต้หวันในสายตาทรัมป์: ‘สินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์’ หรือ ‘ไพ่’ บนโต๊ะเจรจากับปักกิ่ง</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/trump-taiwan-asset-chip-cover.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/trump-taiwan-asset-chip-cover.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<div id="wm-advice-aio" class="scroll-mt-20 bg-white border border-slate-200 rounded-xl p-4 scroll-mt-4">
<p id="wmAioSummary" class="text-base text-slate-700 italic leading-relaxed border-l-4 border-emerald-200 pl-3 py-1 bg-emerald-50/30"><strong>บทความนี้วิเคราะห์ความแตกต่างสำคัญในมุมมองของโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อไต้หวัน เมื่อเทียบกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนอื่น ๆ โดยเน้นย้ำว่าทรัมป์แทบไม่เคยพูดถึงไต้หวันในเชิงอุดมการณ์ ซึ่งอาจส่งผลต่อแนวทางนโยบายและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในอนาคต</strong></p>
</div>
<div class="border-t border-slate-200 pt-4 mt-2">
<p class="text-xs font-black text-slate-400 uppercase tracking-widest mb-3 flex items-center gap-2">&nbsp;</p>
</div>
<p>หนึ่งในประโยคที่น่าสนใจที่สุดหลังการพบกันระหว่าง<a href="https://thestandard.co/tag/Donald-Trump/" target="_blank" rel="dofollow noopener">โดนัลด์ ทรัมป์</a>และสีจิ้นผิงที่ปักกิ่งเมื่อกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา คือคำกล่าวของทรัมป์ในการให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“ตอนนี้ผมเข้าใจเรื่องไต้หวันดีที่สุดแล้ว”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ทรัมป์เล่าว่า เขาใช้เวลาพูดคุยกับสีจิ้นผิงเกี่ยวกับไต้หวันตลอดทั้งค่ำ และหลังจากการสนทนาดังกล่าว เขาเชื่อว่าตนเองเข้าใจประเด็นนี้อย่างลึกซึ้งกว่าที่เคย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่เพียงว่าทรัมป์เข้าใจอะไร แต่คือ “เขาเข้าใจเรื่องนี้ในแบบของทรัมป์” ต่างหาก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เพราะเมื่อพิจารณาจากคำให้สัมภาษณ์และท่าทีต่างๆ ของทรัมป์ จะเห็นว่าทรัมป์ไม่ได้มองไต้หวันผ่านกรอบอุดมการณ์แบบที่ชนชั้นนำทางนโยบายต่างประเทศของวอชิงตันจำนวนมากมักใช้ หากแต่มองผ่านเลนส์ของผลประโยชน์ การต่อรอง และดุลอำนาจระหว่างมหาอำนาจ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สิ่งแรกที่ทรัมป์เข้าใจคือ เส้นแดงของจีนคืออะไร หลังการหารือกับสีจิ้นผิง ดูเหมือนทรัมป์จะเข้าใจอย่างชัดเจนว่า สำหรับปักกิ่งแล้ว ไม่มีประเด็นใดสำคัญไปกว่าไต้หวัน สำหรับผู้นำจีน ไม่ว่าจะเป็นเหมาเจ๋อตง เติ้งเสี่ยวผิง เจียงเจ๋อหมิน หูจิ่นเทา หรือสีจิ้นผิง ต่างถือหลักการเดียวกันว่า ไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน และการประกาศเอกราชอย่างเป็นทางการของไต้หวันถือเป็นเส้นแดงที่ห้ามก้าวข้าม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในมุมมองของปักกิ่ง ความขัดแย้งทางการค้า ความขัดแย้งด้านเทคโนโลยี การคว่ำบาตร หรือแม้แต่สงครามภาษี ล้วนเป็นเรื่องที่สามารถเจรจาต่อรองได้ แต่เรื่องไต้หวันไม่ใช่ เพราะไต้หวันเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับอธิปไตย ความชอบธรรมของพรรคคอมมิวนิสต์จีน และการฟื้นฟูความเจริญรุ่งเรืองของชาติจีน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ทรัมป์ยังเข้าใจเรื่องไต้หวันต่างจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนอื่นๆ ความแตกต่างสำคัญระหว่างทรัมป์กับนักการเมืองอเมริกันจำนวนมาก คือทรัมป์แทบไม่เคยพูดถึงไต้หวันในเชิงอุดมการณ์เลย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เราไม่เคยเห็นทรัมป์อธิบายว่า สหรัฐฯ ต้องปกป้องไต้หวันเพราะเป็นประชาธิปไตย หรือชาวไต้หวันต้องเป็นผู้กำหนดอนาคตของตนเอง หรือว่าศึกนี้คือการต่อสู้ระหว่างประชาธิปไตยกับเผด็จการ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในสายตาของทรัมป์ ไต้หวันไม่ได้เป็นสัญลักษณ์ของสงครามคุณค่า (values) ระหว่างโลกเสรีกับโลกอำนาจนิยม แต่เป็น “สินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์” หรือ “ไพ่” ใบหนึ่งบนโต๊ะเจรจากับปักกิ่ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ตรงไปตรงมาบนเครื่องบินขากลับจากปักกิ่งว่า การอนุมัติหรือไม่อนุมัติการขายอาวุธให้ไต้หวัน เป็นไพ่ที่ควรเก็บไว้ใช้ และเขายังไม่บอกหรอกว่าจะออกหัวหรือก้อย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ประโยคดังกล่าวสะท้อนวิธีคิดแบบนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มากกว่านักอุดมการณ์ เพราะสำหรับทรัมป์ ทุกอย่างสามารถกลายเป็นเครื่องมือในการต่อรองได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เอาเข้าจริงแล้ว ทรัมป์เข้าใจหลักการของสหรัฐฯ เกี่ยวกับประเด็นไต้หวันที่เรียกกันว่า “ยุทธศาสตร์แห่งความคลุมเครือ” (Strategic Ambiguity) ได้ดีทีเดียว และเขาใช้ประโยชน์จากการที่เขาเป็นคนคาดเดาได้ยากและพร้อมกลับไปกลับมาตลอด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“ยุทธศาสตร์แห่งความคลุมเครือ” เป็นนโยบายต่อเนื่องมาทุกรัฐบาลอเมริกัน กล่าวคือ สหรัฐฯ จะไม่บอกอย่างชัดเจนว่าจะส่งทหารเข้าไปปกป้องไต้หวันหรือไม่ หากจีนใช้กำลังทางทหาร</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ความคลุมเครือนี้มีเป้าหมายสองด้านพร้อมกัน ด้านแรก คือเพื่อยับยั้งไต้หวันไม่ให้ประกาศเอกราช เพราะไทเปไม่สามารถมั่นใจได้ว่าสหรัฐฯ จะเข้ามาช่วยอย่างแน่นอน แต่ในขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่ง ก็ยับยั้งจีนไม่ให้ใช้กำลังเพื่อรวมชาติด้วยเช่นกัน เพราะปักกิ่งก็ไม่สามารถมั่นใจได้เหมือนกันว่าสหรัฐฯ จะไม่เข้ามาแทรกแซงทางการทหาร ความไม่แน่นอนจึงกลายเป็นกลไกสร้างเสถียรภาพตลอดมา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ทรัมป์ดูจะเข้าใจตรรกะนี้เป็นอย่างดี แถมยกระดับความคลุมเคลือนี้จากระดับนโยบายของสหรัฐฯ มาที่ตัวเขาเพียงผู้เดียว เขาบอกผู้สื่อข่าวว่า คนเพียงคนเดียวที่รู้ว่าสหรัฐฯ จะช่วยไต้หวันหรือไม่ หากจีนบุกไต้หวัน ก็คือตัวเขาเอง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ สิ่งที่ปักกิ่งต้องการจากวอชิงตันมาโดยตลอด จีนต้องการให้สหรัฐฯ ประกาศอย่างชัดเจนว่า “ต่อต้าน” การประกาศเอกราชของไต้หวัน แต่ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา วอชิงตันใช้ถ้อยคำที่ระมัดระวังกว่านั้น นั่นคือ “ไม่สนับสนุน” การประกาศเอกราชของไต้หวัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แม้ดูคล้ายกัน แต่ในทางการทูตมีความแตกต่างอย่างมาก “ไม่สนับสนุน” หมายถึงไม่ส่งเสริม แต่ยังมองว่าเป็นทางเลือกของไทเปเองว่าจะเลือกอย่างไร แต่ “ต่อต้าน” หมายถึงพร้อมจะขัดขวางหากไทเปเลือกทางประกาศเอกราช</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สิ่งที่ทรัมป์พูดครั้งนี้จึงถือว่ามีน้ำหนักมากขึ้นในระดับหนึ่ง เมื่อเขากล่าวว่า หากไต้หวันประกาศเอกราช เขาจะ “ไม่ happy” แน่นอนว่านี่ยังไม่ใช่คำว่า “ต่อต้าน” ตามที่ปักกิ่งต้องการ แต่ก็ไม่ใช่เพียงการกล่าวว่า “ไม่สนับสนุน” กล่าวอีกนัยหนึ่ง จีนอาจยังไม่ได้สิ่งที่ต้องการทั้งหมด แต่ก็ได้รับสัญญาณเชิงบวกบางส่วนจากทรัมป์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ทรัมป์ยังกล่าวยืนยันกับผู้สื่อข่าวว่า ในช่วงสามปีที่เหลือของรัฐบาลผม จะไม่มีสงครามไต้หวัน แต่เขาก็กล่าวต่อว่า เขาไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คำพูดดังกล่าวน่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะหากตีความในเชิงยุทธศาสตร์ นี่อาจไม่ใช่เพียงการพูดถึงไต้หวันแต่เป็นการส่งสัญญาณถึงภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมเทคโนโลยีโลก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทรัมป์พยายามผลักดันให้กำลังการผลิตชิปขั้นสูงย้ายจากเอเชียกลับไปยังสหรัฐฯ โดยเฉพาะรัฐแอริโซนา หากทุกคนเชื่อตามทรัมป์ว่าช่วงเวลาสามปีข้างหน้าจะเป็นช่วงปลอดภัยจากความขัดแย้งใหญ่ ก็เท่ากับเป็นหน้าต่างเวลาให้บริษัทต่างๆ ย้ายฐานการผลิตและสร้างห่วงโซ่อุปทานใหม่ในอเมริกา ทรัมป์ถึงกับกล่าวว่า ภายในช่วงเวลาดังกล่าว อุตสาหกรรมชิปส่วนใหญ่จะไหลกลับเข้าสหรัฐฯ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หากมองจากมุมนี้ คำพูดเรื่อง “สามปีแห่งสันติภาพ” จึงอาจมีความหมายต่อการปรับตัวของซัพพลายเชนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมเทคโนโลยีไม่แพ้ความหมายทางการทหารเลยครับ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #999999;"><strong style="color: #999999;">ภาพ:</strong><span style="color: #999999;"> tunasalmon via ShutterStock, REUTERS / Evan Vucci</span></span></p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>ครึ่งปีหลัง 2569 เศรษฐกิจโลก “ไม่พัง แต่ไม่ปัง” K WEALTH กสิกรไทย แนะกลยุทธ์จัดพอร์ต รับความเปลี่ยนแปลงกติกาใหม่ของโลก</title>
							<url>https://thestandard.co/global-economy-kwealth-forecast-strategy/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/k-wealth-.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>เทรนด์ ผมเงาแบบดาราจีน ดันออยล์-ทรีตเมนต์โตพรวด ‘แพนทีน’ ชี้พฤติกรรมผู้บริโภคเริ่มยอมจ่ายถ้านวัตกรรมตอบโจทย์</title>
							<url>https://thestandard.co/pantene-hair-oil-treatment-market-grows/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/pantene-hair-oil-treatment-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>ทำไมสหรัฐฯ สั่งแบนหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จีน หลังจีนครองเจ้าตลาดรายใหญ่</title>
							<url>https://thestandard.co/us-china-robot-ban/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/us-china-robot-ban-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/trump-taiwan-asset-chip-china/</sourceUrl>
		</article>

	</articles>
<!--
Performance optimized by W3 Total Cache. Learn more: https://www.boldgrid.com/w3-total-cache/

Page Caching using Disk: Enhanced (Requested URI is rejected) 

Served from: _ @ 2026-07-31 08:39:29 by W3 Total Cache
-->