<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?><articles><UUID>TSTD202611061403</UUID><time>1793973808</time>		<article>
			<ID>12311610</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1784113340000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2099732540000</endYmdtUnix>

			<title>ฟิตร่างกายลุย Hybrid Race กับโปรแกรมฝึกแบบ Team Under Armour</title>
			<category>LIFE</category>

			<publishTimeUnix>1784113340000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-07-15 18:02:20</publishTime>
			<updateTimeUnix>1784114528000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-07-15 18:22:08</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>ฟิตร่างกายลุย Hybrid Race กับโปรแกรมฝึกแบบ Team Under Armour</title>
					<description>ฟิตร่างกายลุย Hybrid Race กับโปรแกรมฝึกแบบ Team Under Armour</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-1.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-1.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>นอกจากจะเป็นที่พูดถึงกันในทุกกลุ่มของสายฟิตสายลุยแล้ว แต่ ‘Hybrid Race’ กีฬาสายวิ่งผสมสายฟิตเนสก็กำลังเป็นเป้าหมายที่รอการพิชิตของใครหลาย ๆ คนอย่างแน่นอน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แน่นอนว่าหลากหลายผู้พิชิตและหลากหลายทีมกำลังเตรียมตัวอย่างเข้มข้น รวมถึงที่ RYSE Arena เมื่อวันศุกร์ที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมาที่เหล่า TeamUA หรือ Team <a href="https://thestandard.co/tag/Under-Armour/" target="_blank" rel="dofollow noopener">Under Armour</a> ทั้ง 22 คนก็ได้เริ่มออกมา Full Body Shake เรียกเหงื่อเรียกแรงกันอย่างเข้มข้น ในอีก 5 สัปดาห์ข้างหน้าที่จะให้สายฟิตทุกคนได้ท้าทายตัวเองกันอีกครั้งในปีนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231147" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-1.jpg?x64773" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 1" width="1280" height="1700" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>ฟิต 5 สัปดาห์ก่อนแข่งกับ Under Armour</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ระยะเวลา 5 สัปดาห์ของแคมป์ฝึกซ้อม Team UA จะได้เจอกับโปรแกรมที่วางรากฐานการพัฒนาศักยภาพร่างกายอย่างเป็นระบบ เริ่มต้นจากการปรับพื้นฐานการเคลื่อนไหวเพื่อเตรียมความพร้อม ก่อนจะไต่ระดับความเข้มข้นไปสู่การจำลองสถานการณ์ในสนามแข่งจริง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231148" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-2.jpg?x64773" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 2" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ช่วงสัปดาห์แรกเริ่มด้วยการทดสอบ Movement Foundation เพื่อประเมินความพร้อม จากนั้นสร้าง Aerobic Base เสริมความทนทาน และยกระดับสู่ Strength Endurance สำหรับสถานีที่ใช้พละกำลัง พร้อมฝึกเทคนิค Transition การคุมเพซ และวางกลยุทธ์เฉพาะตัว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231149" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-3.jpg?x64773" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 3" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมื่อเข้าสู่โค้งสุดท้าย จะเน้น Race Simulation เพื่อฝึกซ้อมภายใต้ความกดดันและความเหนื่อยล้าจริง ก่อนเข้าช่วง Taper เพื่อลดการซ้อม ให้ร่างกายได้ฟื้นฟูและสะสมพลังงานเต็มเปี่ยมสำหรับวันแข่ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231151" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-4.jpg?x64773" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 4" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>เผยโฉม ‘Team UA’ ก่อนลง Full Body Shake</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับสัปดาห์แรกของ Team Under Armour ทั้ง 22 คนได้มาพบหน้ากันเพื่อทำความรู้จักและ Ice Breaking แบบฉบับสายฟิตสายลุยที่จะมาทำความรู้จักกันขณะ Planking และ Squat เรียกเหงื่อ ซึ่งแต่ละคนเดินเข้ามาพร้อมเป้าหมายที่แตกต่างกัน ทั้งการทำลายสถิติเดิมของตัวเอง หรือกลับมาทวงฟอร์มหลังผ่านสนามมา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ไม่ว่าจะเป็น Junior (@ju.nio.r12) และ Jaynoppa (@jaynoppa), Emma Arocha (@emmarchh), Pim Pimkanok (@pimmypiam) Pipe Kamtapong (@pipekubkib) นอกจากนี้ยังมี ‘รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น’ หนึ่งในนักกีฬา Under Armour มาเข้าร่วม Full Body Shakeout ในฐานะ Team UA ด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231152" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-5.jpg?x64773" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 5" width="1920" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โดยสำหรับคลาสสัปดาห์แรก TEAM UA เริ่มด้วย Easy Run ก่อนฝึกคุมแรงที่สถานี SkiErg และ RowErg ต่อด้วยโจทย์คู่อย่าง Sled Push ร่วมกับ Farmer Hold ที่ต้องถือ Kettlebell ให้มั่นคงขณะเพื่อนดัน Sled</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231153" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-6.jpg?x64773" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 6" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ครึ่งหลังทวีความเข้มข้นด้วย Burpee Broad Jump, Wall Ball, Walking Lunge และท่าท้าทายใจอย่าง Sandbag Reverse Lunge, Ab-mat Sit-up กับ Bearhug Sandbag Carry ในเวลาจำกัด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231154" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-7.jpg?x64773" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 7" width="1920" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แม้เป็นท่าที่คุ้นเคย แต่เมื่อฝึกต่อเนื่อง บททดสอบจริงคือการคุมหายใจและรักษาฟอร์มเพื่อออมแรง คลาสนี้ช่วยให้ทุกคนพบจุดแข็งและจุดที่ต้องปรับปรุง เพื่อเตรียมลุยต่อสำหรับการแข่งที่กำลังจะเข้ามา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231155" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-8.jpg?x64773" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 8" width="1920" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>เทรนก่อนเจอสนามจริงแบบ Team UA ได้กับยิมพาร์ตเนอร์</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>หากใครอยากฝึกร่างกายให้พร้อมกับเวทีท้าทายตัวเองใน Hybrid Race แบบ Team UA ก็ไม่ต้องอิจฉาไป เพราะ Under Armour เปิดโอกาสให้ทุก ๆ คนที่อยากเตรียมตัวก่อนลง Hybrid Race ได้เข้ามาฝึกในระบบเดียวกันด้วย โดยโปรแกรมนี้ร่วมมือกับยิมพาร์ตเนอร์ 3 แห่ง ได้แก่ RYSE Arena, ONTRACK Campus (เขตพระโขนง) และ FIT:D Thailand</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231156" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-9.jpg?x64773" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 9" width="1920" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่ละคลาสจะเป็นการค่อย ๆ ทำความเข้าใจองค์ประกอบที่จำเป็นต่อ Hybrid Race ตั้งแต่การสร้าง Aerobic Base การเพิ่ม Strength Endurance การควบคุมเพซ ไปจนถึงการฝึก Transition ระหว่างการวิ่งและสถานีต่าง ๆ ก่อนนำทุกอย่างมาทดลองร่วมกันผ่าน Race Simulation</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231157" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-10.jpg?x64773" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 10" width="1280" height="1700" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผู้สนใจร่วมซ้อมแบบ Team UA สามารถรับ Training Class Pass (3 เครดิต) เมื่อซื้อสินค้าครบ 6,900 บาทที่ Under Armour Brand House เพื่อเข้าเซสชันกับยิมพาร์ตเนอร์และแบ่งปันให้เพื่อนได้ โดยผู้ที่เข้าครบ 3 คลาสตามเงื่อนไข จะได้รับสิทธิ์ลงทะเบียน Race Simulation เพื่อทดสอบความพร้อมของร่างกาย จังหวะเปลี่ยนสถานี และแผนการแบ่งแรงก่อนเจอสนามจริง สามารถรับรายละเอียดและโค้ดลงทะเบียนได้จากทีมงานหน้าร้าน</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>มาทดสอบตัวเองเพื่อพัฒนาตัวเองไปอีกขั้น</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในการฝึกซ้อมสัปดาห์แรกนี้ Under Armour ได้ให้การสนับสนุนผู้ท้าชิง Hybrid Race อย่างเต็มที่กับทุกคนที่มีเป้าหมายเดียวกัน โดยมีระบบสนับสนุนตลอดเส้นทาง ทั้งโปรแกรมฝึก โค้ช ยิมพาร์ตเนอร์ เสื้อผ้าอุปกรณ์ และการฟื้นฟูร่างกาย ทำให้แบรนด์เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงการฝึก ความรู้ และคอมมูนิตี้ เพื่อผลักดันแนวคิด Make Athletes Better ให้เกิดขึ้นจริงผ่านการลงมือทำ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231158" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-11.jpg?x64773" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 11" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับใครที่กำลังมอง Hybrid Race เป็นเป้าหมายถัดไป อย่ารีรอให้ใกล้วันแข่ง เวลานี้คือเวลาที่ดีที่สุดแล้วที่จะได้ท้าทายตัวเอง และพัฒนาตัวเองไปในอีกขั้นก่อนการแข่งจริงในอีกไม่กี่สัปดาห์นี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231159" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-12.jpg?x64773" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 12" width="1920" height="1280" /><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231160" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-13.jpg?x64773" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 13" width="1920" height="1280" /></p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>BOYNEXTDOOR ขึ้นแท่นเป็นโกลบอลแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Under Armour</title>
							<url>https://thestandard.co/boynextdoor-under-armour-ambassador/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/boynextdoor-under-armour-ambassador-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>UNDER ARMOUR X MARINE SERRE แคปซูลคอลเล็กชันเพื่อฉลอง 30 ปีของแบรนด์กีฬา</title>
							<url>https://thestandard.co/under-armour-marine-serre-capsule/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/06/under-armour-marine-serre-1.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>สเตฟเฟน เคอร์รี แยกทาง Under Armour หลังร่วมงานกันนาน 13 ปี</title>
							<url>https://thestandard.co/stephen-curry-parts-under-armour/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2025/11/stephen-curry-parts-under.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/under-armour-hybrid-race-training/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12762471</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1793973331000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2109592531000</endYmdtUnix>

			<title>ดีไซน์ไทยมีของ ทำอย่างไรให้มีอนาคตในตลาดโลก?</title>
			<category>News</category>

			<publishTimeUnix>1793973331000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-11-06 20:55:31</publishTime>
			<updateTimeUnix>1793973331000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-11-06 20:55:31</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>ดีไซน์ไทยมีของ ทำอย่างไรให้มีอนาคตในตลาดโลก?</title>
					<description>ดีไซน์ไทยมีของ ทำอย่างไรให้มีอนาคตในตลาดโลก?</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/11/thai-design-creative-brands-cover.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/11/thai-design-creative-brands-cover.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>ของใช้ที่คนไทยเห็นจนชินตา อาจเป็นจุดเริ่มต้นของงานออกแบบที่คนทั่วโลกสนใจได้ นี่คือมุมมองของ ศรัณย์ เย็นปัญญา ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ ฟิฟตี้ซิกส์ สตูดิโอ หนึ่งในสามวิทยากรบนเวที Beyond Design: Building Thai Creative Brands ในงาน <a href="https://thestandard.co/tag/THE-STANDARD-ECONOMIC-FORUM-2026/" target="_blank" rel="dofollow noopener">THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2026</a> ร่วมกับ ดุลยพล ศรีจันทร์ MD และ Creative Director บริษัท พีดีเอ็ม แบรนด์ จำกัด และ รศ. ดร.สิงห์ อินทรชูโต หัวหน้าศูนย์สร้างสรรค์การออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อม ประสบการณ์จากทั้งสามคนชวนให้มองว่า อุตสาหกรรมออกแบบไทยมีจุดแข็งอะไร <b>อะไรที่ควรปรับ และจะทำให้ดีกว่าเดิมได้อย่างไร</b> เพื่อให้ผลงานที่มีคุณค่าเติบโตไปพร้อมกับธุรกิจ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">ของที่เห็นจนชินตา มีคุณค่าอะไรซ่อนอยู่?</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมื่อเดินงานออกแบบที่มิลาน ศรัณย์รู้สึกว่าภาษาของชีวิตที่เขาเติบโตมายังปรากฏอยู่ในพื้นที่เหล่านั้นน้อยเกินไป เขาจึงสนใจว่าจะนำรายละเอียดธรรมดาของชีวิตคนไทยมาเล่าอย่างไร ให้คนที่ไม่เคยมาประเทศไทยเข้าใจและรู้สึกเชื่อมโยงได้ ตัวอย่างหนึ่งคือผลงานที่เขาเรียกว่าเก้าอี้ก๋วยเตี๋ยว ซึ่งเริ่มจากความสนใจเก้าอี้เหล็กสกรีนลายช้างในร้านก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ที่เยาวราช ก่อนตามหาที่มาและนำมาตั้งคำถามว่า ของราคาถูกข้างถนนซึ่งอยู่กับชีวิตประจำวันของเรา สมควรได้รับการอนุรักษ์และตีความใหม่เช่นเดียวกับงานวัฒนธรรมประเภทอื่นหรือไม่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>วิธีมองของศรัณย์เชื่อมกับแนวคิดของดุลยพลที่ว่า การพัฒนาผลิตภัณฑ์อาจเริ่มจากเรื่องราวหรือวิธีสื่อสาร แล้วค่อยพัฒนารูปร่างหน้าตาของสินค้า เขายังแบ่งบทบาทของผลิตภัณฑ์ในแบรนด์ออกเป็นงานที่สร้างการจดจำ กับงานที่ตอบโจทย์การใช้งานและสร้างยอดขายในชีวิตประจำวัน ความคิดสร้างสรรค์จึงต้องทำหน้าที่ทั้งทำให้คนหันมามอง และทำให้คนเลือกใช้ต่อ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ด้านอาจารย์สิงห์มองว่า การตีความวัฒนธรรมไทยให้คนต่างชาติชื่นชอบเป็นอีกเส้นทางหนึ่งของการไปตลาดโลก เมื่อวางมุมมองเหล่านี้เข้าด้วยกัน จุดแข็งที่เห็นคือความสามารถในการหยิบสิ่งใกล้ตัวมาเล่าด้วยภาษาที่แตกต่าง ส่วนสิ่งที่พัฒนาได้อีกคือการขยับจากความภูมิใจว่าสิ่งนั้นเป็นของไทย ไปสู่การเข้าใจว่า คนที่มีพื้นฐานต่างจากเราจะเห็นคุณค่าและอยากนำมันไปอยู่ในชีวิตได้อย่างไร</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">งานที่คนชอบ จะกลายเป็นธุรกิจที่เติบโตได้อย่างไร?</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>การมีผลงานเฉพาะตัวทำให้ลูกค้าต้องการตัวนักออกแบบคนนั้น แต่ก็มีข้อจำกัดตามมา ศรัณย์เล่าว่า เส้นทางการทำงานของเขายังผูกอยู่กับการขายเวลาตัวเองและการเข้าไปมีส่วนร่วมในงานของลูกค้า เขาจึงเริ่มสนใจว่าจะสร้างมูลค่าจากผลงานให้ต่อเนื่องกว่านั้นได้อย่างไร โดยใช้พระเครื่องเป็นตัวอย่างตั้งคำถามถึงคุณค่าที่เกินกว่าวัสดุ ทั้งเรื่องเล่า ความหายาก และความหมายที่ผู้คนมอบให้ เขายังอยู่ระหว่างค้นหาคำตอบว่าจะนำวิธีคิดเหล่านี้มาต่อยอดกับงานออกแบบได้อย่างไร</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ดุลยพลเติมประเด็นนี้จากประสบการณ์เจ้าของแบรนด์ เมื่อ PDM ตัดสินใจจะขยายธุรกิจ เขาต้องกลับมาดูขนาดตลาด งบกำไรขาดทุน และเหตุผลว่าสินค้าที่ขายดีสร้างกำไรได้มากน้อยเพียงใด พร้อมมองหาผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินและการดำเนินงานมาช่วย เขายังสะท้อนว่า ความละเอียดซึ่งเป็นข้อดีของนักออกแบบอาจทำให้เจ้าของอยากควบคุมทุกอย่าง และพอใจกับขนาดธุรกิจที่ตัวเองดูแลไหว การเติบโตจึงต้องอาศัยการปรับบทบาทของเจ้าของควบคู่กันไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อาจารย์สิงห์ช่วยขยายจากฝั่งความต้องการของตลาด เขาเล่าว่างานวัสดุและผลิตภัณฑ์ต้องมีผู้ใช้รองรับอย่างชัดเจน จึงมองหาโอกาสนอกตลาดของตกแต่ง เช่น การนำวัสดุจากขยะไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับงานสุขภาพ บทสนทนาส่วนนี้ชวนให้ทบทวนความเคยชินที่ให้ความสำคัญกับการสร้างผลงานจนเสร็จ แล้วค่อยหาว่าจะขายให้ใคร เพราะการคิดถึงผู้ซื้อ ช่องทางใช้งาน และผลตอบแทนตั้งแต่ต้น ช่วยให้นักออกแบบวางทางไปต่อของงานได้ชัดขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">จะพาคนเก่งไปไกล โดยไม่ปล่อยให้ลุยลำพังได้อย่างไร?</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ศรัณย์สะท้อนว่า การพางานออกแบบไปต่างประเทศยังเป็นภาระที่นักออกแบบต้องรับไว้มาก เขายกประสบการณ์ที่ต้องออกค่าใช้จ่ายไปงานด้วยตัวเอง และสิ่งที่สังเกตจากเพื่อนต่างชาติซึ่งได้รับการสนับสนุนต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน เขาก็มองว่าคนที่ได้รับโอกาสควรพาคนรอบตัวเติบโตไปด้วย โดยยกตัวอย่างงานของกรกฏ อารมณ์ดี ที่ภาษาการออกแบบจากไม้ไผ่เชื่อมไปถึงชุมชน ความสำเร็จของนักออกแบบจึงมีความหมายต่อวงการมากขึ้น เมื่อสร้างโอกาสให้ผู้ร่วมงานและผู้ผลิตได้ด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ดุลยพลเสริมเรื่องความต่อเนื่องผ่านประสบการณ์การเป็นนักเรียนทุนรัฐบาล ซึ่งโครงการสิ้นสุดลงเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เขายังเสนอให้รัฐช่วยเรื่องที่ผู้ประกอบการจัดการเองได้ยาก แทนการสนับสนุนเฉพาะกิจกรรมที่ทำกันอยู่แล้ว ส่วนการขยายธุรกิจของ PDM เขาเลือกเติมเครือข่ายด้วยพันธมิตรที่พาเข้าถึงต้นน้ำและเทคโนโลยีการผลิต เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่พัฒนาต่อในขนาดที่ใหญ่ขึ้นได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อาจารย์สิงห์มองไปในทิศทางของการใช้ทรัพยากรระดับโลก ทั้งโรงงาน ผู้เชี่ยวชาญ และการร่วมมือกับคนที่มีความสามารถในด้านที่เราขาด พร้อมเสนอให้ภาครัฐสนับสนุนอย่างตรงจุดตามศักยภาพและความต้องการของแต่ละคน ภาพที่ทั้งสามมุมช่วยเติมให้ชัดคือ อุตสาหกรรมจะเติบโตได้มากขึ้นเมื่อคนทำงานเชื่อมถึงกัน ตั้งแต่นักออกแบบ ผู้ผลิต คนบริหารธุรกิจ ไปจนถึงผู้เปิดตลาด และมีแรงสนับสนุนให้ความร่วมมือนั้นเดินหน้าต่อได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">เมื่อเครื่องมือเก่งขึ้น นักออกแบบควรพัฒนาตรงไหน?</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ศรัณย์ใช้ AI ช่วยทำงาน แต่สิ่งที่เขากังวลคือวันที่วิธีคิดของตัวเองเริ่มให้คำตอบเหมือนเครื่องมือ เขาจึงให้ความสำคัญกับประสบการณ์นอกหน้าจอ เพราะสิ่งที่เลือกไปพบ ไปเห็น และไปใช้ชีวิตด้วย ล้วนกลับมาเป็นวัตถุดิบของความคิด ช่วงท้ายของการสนทนา เขาย้ำเรื่องการค้นหาลายเซ็นและการเปิดเส้นทางของตัวเอง ซึ่งต้องอาศัยการออกไปสำรวจพื้นที่ที่ยังไม่มีคำตอบสำเร็จรูป</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ดุลยพลช่วยเติมว่า การสร้างภาพหรือแนวคิดเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการทำผลิตภัณฑ์ให้เกิดขึ้นจริง ยังมีความรู้ด้านวิศวกรรมการผลิต ความสัมพันธ์กับโรงงาน และเงินทุนสำหรับขยายธุรกิจที่ต้องทำงานต่อจากนั้น ความสามารถของนักออกแบบจึงพัฒนาได้ทั้งในเรื่องมุมมองสร้างสรรค์และความเข้าใจขั้นตอนที่ทำให้งานออกไปถึงมือผู้ใช้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อาจารย์สิงห์เสนอให้ใช้ AI เป็นเครื่องมือสนับสนุน พร้อมมองบทบาทของตัวเองให้ชัดว่าจะพัฒนาความเชี่ยวชาญ ร่วมกับแบรนด์ หรือเข้าไปช่วยให้คนที่มีความสามารถโดดเด่นทำงานได้ดีขึ้น สำหรับคนทำงานออกแบบ การทำให้ดีกว่าเดิมจึงเริ่มจากการรู้ว่าตัวเองมีคุณค่าอยู่ตรงไหน แล้วเลือกเติมทักษะ ประสบการณ์ และคนร่วมงานให้เหมาะกับเส้นทางนั้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>งานออกแบบไทยมีเรื่องราวและมุมมองให้ต่อยอดอีกมาก การมองสิ่งคุ้นตาใหม่อย่างที่ศรัณย์ทำ ช่วยเปิดความเป็นไปได้ของผลงาน ขณะที่ประสบการณ์ของดุลยพลและอาจารย์สิงห์ชี้ให้เห็นงานอีกส่วนที่ต้องทำควบคู่กัน คือสร้างธุรกิจ หาตลาด และเชื่อมคนที่มีความสามารถต่างกันเข้าด้วยกัน เมื่อทั้งผลงานและระบบรอบตัวเติบโตไปพร้อมกัน โอกาสของดีไซน์ไทยก็จะเดินต่อได้ไกลขึ้น</p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>‘Aman Modi’ ชี้บริษัท 90% พูดเรื่อง AI แต่มีเพียง 5% ที่สร้างมูลค่าจริง ‘กรวัฒน์ เจียรวนนท์’ แนะไทยสร้างโมเดล AI เฉพาะทาง</title>
							<url>https://thestandard.co/aman-modi-korawad-ai-value-creation/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/11/aman-modi-korawad-ai.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>เตยยี่-ประภัสสร ชี้จุดเปลี่ยนวงการสร้างสรรค์ไทย ต้องเริ่มจากเศรษฐกิจและการศึกษาที่เปิดทางเลือก</title>
							<url>https://thestandard.co/teayii-thai-creativity-economic-forum/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/11/teayii-thai-creativity-economic-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>เปิดใจ &#8216;เศรษฐา ทวีสิน&#8217; ถ้าย้อนเวลาได้จะเลิกแจกเงินหมื่น โยกงบแก้น้ำท่วม เสนอตั้งกระทรวงน้ำ</title>
							<url>https://thestandard.co/srettha-thavisin-closing-remarks/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/11/in-an-open-interview.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/thai-design-creative-brands-global-market/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12761952</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1793966743000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2109585943000</endYmdtUnix>

			<title>Read between the Lines ความหมายที่ซ่อนอยู่ในบทเพลงและตัวตนของ PP KRIT</title>
			<category>Culture</category>

			<publishTimeUnix>1793966743000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-11-06 19:05:43</publishTime>
			<updateTimeUnix>1793966743000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-11-06 19:05:43</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>Read between the Lines ความหมายที่ซ่อนอยู่ในบทเพลงและตัวตนของ PP KRIT</title>
					<description>Read between the Lines ความหมายที่ซ่อนอยู่ในบทเพลงและตัวตนของ PP KRIT</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/11/pp-krit-read-between.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/11/pp-krit-read-between.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<h2 style="text-align: center;">‘Read between the Lines’</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>THE STANDARD POP ชวนอ่านเรื่องราวระหว่างบรรทัดที่สะท้อนตัวตนของ PP KRIT ผ่านตัวหนังสือ บทเพลง ความคิด และบางความรู้สึกที่ไม่สามารถถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูดได้ จนกลายมาเป็นประโยคที่ว่า ‘Better Seen Than Said’ ก่อนพบกับเรื่องราวบทต่อไปบนเวที PP KRIT BETWEEN MY LIPS CONCERT</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section1" style="border-left: 12px solid #0000ff; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">ช่วงนี้กำลังอินหนังหรือเพลงหรือซีรีส์เรื่องอะไรอยู่บ้าง</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>พีพี: </b>ช่วงนี้ช่วงใกล้คอนเสิร์ต เป็นช่วงเตรียมตัวคอนเสิร์ตก็ค่อนข้างจะอินกับเพลงมากกว่า เพราะว่าพยายามจะหาเพลงที่เข้ามาใส่ใน Playlist ของคอนเสิร์ตด้วย อินพวก <a href="https://thestandard.co/tag/Tate-McRae/" target="_blank" rel="dofollow noopener">Tate McRae</a> เพราะรู้สึกว่าเราอยากได้โชว์ที่มัน Inspire มาจากเขา แนวเพลงก็จะมีความเซ็กซี่มากขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section2" style="border-left: 12px solid #0000ff; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">ทำไมช่วงนี้ถึงอิน Tate McRae</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>พีพี: </b>ก่อนหน้านี้ได้มีโอกาสฟังเพลงของ Tate McRae หลายๆ เพลง แล้วก็ได้มีโอกาสไปเจอกับ Ludovic de Saint Sernin แล้วก็ได้ไปถ่ายแคมเปญให้เขาเลยได้มีโอกาสคุยกัน แล้วก็ได้คุยกับเขารวมไปถึงตัว Tate McRae ด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรารู้สึกว่าเขา Talent มากๆ อายุ 20 ต้นๆ ที่มีความสามารถมาก ทั้งยิมนาสติกได้ เต้นได้ ร้องได้ พอได้ดูโชว์เขาที่ VMAs (MTV Video Music Awards) แล้วชอบมากที่เป็นกระบะทราย</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section3" style="border-left: 12px solid #0000ff; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">มีโอกาสจะเป็นหนึ่งในเพลงของคอนเสิร์ตนี้ไหม</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>พีพี: </b>ต้องมารอดูกันว่าจะมีหรือเปล่า คิดว่าถ้ามีโอกาสได้ทำก็อยากทำ เพราะเราชอบเพลงของเขาอยู่แล้ว</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section4" style="border-left: 12px solid #0000ff; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">ถ้าเป็นหนังหรือซีรีส์ช่วงนี้กำลังดูอะไรอยู่บ้าง</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>พีพี: </b>จริงๆ พวกหนังเข้าใหม่ไล่ดูมาเกือบทุกเรื่องเลย ส่วนตัวเป็นคนชอบดูหนังอยู่แล้ว ตอนเด็กทุกๆ ครั้งที่เลิกเรียนคุณพ่อคุณแม่ก็จะพาไปดูหนังสัปดาห์ละสองครั้ง เพราะว่ารถมันติดมากในกรุงเทพฯแล้วเราก็เรียนแถวสุขุมวิท เราก็เข้าห้างตลอดเลยได้มีโอกาสช้อปปิ้งดูหนังประจำอยู่แล้ว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ช่วงนี้ก็ดู Resident Evil จริงๆ ชอบดูหนังหลายแนว หนัง A24 ก็ชอบไล่ดูเกือบครบทุกเรื่องแล้ว หรือแนวหนังซูเปอร์ฮีโร่ก็ดู แต่ถ้าหนังโปรดจริงๆ ชอบหนัง Sci-Fi ชอบหนังเอเลี่ยนสู้กัน มันเลิศ!!</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section5" style="border-left: 12px solid #0000ff; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">ปกติวันว่างๆ ชอบทำอะไรบ้าง</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>พีพี: </b>วันว่างๆ เหรอก็เสริมสวย เข้าคลินิก สปา ช้อปปิ้ง แล้วก็นอนอยู่บ้าน ปกติชอบนอนอยู่บ้าน แล้วช่วงที่ผ่านมาได้ไปทริปกับที่บ้านมา 10 วัน พอกลับมาก็ทำงานยาวมากประมาณเดือนครึ่ง ไม่มีคำว่าบาลานซ์ แต่ว่าก็สนุกดีถือว่าเราไป Recharge ตัวเองมาแล้ว ทุกๆ ครั้งที่กลับมาจากการไปทริปพักผ่อน เรารู้สึกว่าเหมือนเราไปเคลียร์ตัวเองด้วย แล้วพอกลับมามันเลยทำให้การทำงานสนุกขึ้น เหมือนได้เติมพลังบางอย่างในใจที่ทำให้เรารู้สึกมี Motivation กับการทำงานมากขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section6" style="border-left: 12px solid #0000ff; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">หนึ่งเพลงที่สะท้อนความเป็นตัวเองมากที่สุด</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>พีพี: </b>ถ้าช่วงนี้อาจจะเป็นเพลงเก่งไม่พอ จริงๆ เพลงนี้มันแต่งมาจากความรู้สึกของพีเองที่รู้สึกว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมาเราได้เรียนรู้ตัวเองมาแล้ว เราพยายามค้นหาตัวเองมาแล้ว เลยรู้สึกว่ามันคงเป็นคำนี้มั้ง บางครั้งในการทำงาน เรา Doubt กับตัวเองเสมอว่า เราเก่งพอไหม คอนเสิร์ตเราทำมันดีพอหรือยัง หรือการที่เราจะเตรียมโชว์คอนเสิร์ตมันจะดีพอสำหรับคนที่เขาต้องการจะมาดูเราไหม มันไม่ได้เกิดขึ้นตลอดเวลา แต่หมายความว่ามันก็อาจจะเป็นแค่ช่วงเวลาหนึ่งที่รู้สึกว่าทุกๆ ครั้งในงานของเรา เราก็ยังมีความรู้สึกนี้อยู่ข้างในงานนั้นเสมอ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ซึ่งพีมองว่ามันเป็นแง่ดีนะ เพราะว่าถ้าเราไม่ได้ Doubt กับตัวเอง หรือตั้งคำถามกับตัวเอง เราคงไม่ได้รู้สึกว่าอยากทำให้มันดีมากขึ้น สิ่งนี้มันเป็นแรงขับเคลื่อนแรงผลักดันให้พีอยากทำผลงานให้มันออกมาดีขึ้น แล้วก็อยากจะพัฒนาตัวเองมากขึ้นด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-1276189 aligncenter" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/11/pp-krit-read-between-the-lines-1.jpg?x64773" alt="ภาพถ่ายพอร์ตเทรต พีพี กฤษฏ์ อำนวยเดชกร สวมชุดแฟชั่นสำหรับการสัมภาษณ์คอนเสิร์ต 1" width="850" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;">“Between the word : เก่งไม่พอ”</h2>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section8" style="border-left: 12px solid #0000ff; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">เคยมีช่วงเวลาที่รู้สึกว่า “เก่งไม่พอ” หรือกดดันตัวเองมากที่สุดไหม แล้วผ่านความรู้สึกนั้นมาได้อย่างไร</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>พีพี: </b>ไม่ได้โฟกัสเรื่องอื่นในชีวิตเลยนอกจากเรื่องงาน ส่วนความรักมันเป็นสิ่งที่พียังคงต้องเรียนรู้ต่อไปนะ (หัวเราะ)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เก่งไม่พอจริงๆ ก็หลายเรื่องนะ ถ้าเป็นในแง่ส่วนตัวรู้สึกอาจจะเป็นเรื่องความมั่นใจในตัวเอง เพราะว่าหลายคนอาจจะมองว่าเราดูมีความมั่นใจมาก แต่จริงๆ หลายครั้งก็รู้สึกว่าตัวเองยังไม่มั่นใจในตัวเอง แต่เรา ‘Fake it till you make it’ อยู่แล้ว</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section9" style="border-left: 12px solid #0000ff; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">แล้วเราเรียกความมั่นใจของตัวเองมาได้ด้วยวิธีอะไร</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>พีพี: </b>พีว่าเราต้องกลับไปดูว่าความมั่นใจที่เราขาด มันขาดเพราะอะไร เราซ้อมพอหรือยัง ทำไมเราถึงไม่มั่นใจ พีจะกลับไปตั้งคำถามกับตัวเองในเรื่องนั้นๆ ทุกครั้ง หรือพอเราไปทำงานสเกลใหญ่มากขึ้น อย่างเช่น คอนเสิร์ตจะรู้สึกว่าก็ผ่านสิ่งนั้นมาแล้ว แล้วทำไมพอเราไปเจองานอีเวนต์ที่สเกลเล็กกว่านั้น บางครั้งรู้สึกไม่มั่นใจมากกว่าคอนเสิร์ตใหญ่ๆ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เคยมีเหตุการณ์เกิดขึ้นอยู่ดีๆ ตื่นเต้น ตอนนั้นไม่รู้เกิดจากอะไร แล้วก็ได้คำตอบมาว่ามันเกิดจากพอเป็นงานอีเวนต์เล็กๆ บางทีเราได้ใกล้กับผู้คนมากๆ มากกว่าคอนเสิร์ตที่เรารู้สึกว่ามันไกลออกไป ทุกๆ สายตาที่มันมองมามันใกล้มากจนรู้สึกกดดันในตัวเอง พอเราเข้าใจแล้วก็รู้สึกว่า อ๋อ โอเคมันเป็นเพราะแบบนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-1276190 aligncenter" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/11/pp-krit-read-between-the-lines-2.jpg?x64773" alt="ภาพถ่ายพอร์ตเทรต พีพี กฤษฏ์ อำนวยเดชกร สวมชุดแฟชั่นสำหรับการสัมภาษณ์คอนเสิร์ต 2" width="850" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;">“Between the word : Guilty Pleasure”</h2>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section11" style="border-left: 12px solid #0000ff; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">ถ้าพูดถึง “Guilty Pleasure” มีอะไรที่รู้ว่าอาจจะดูไร้สาระ แต่ก็ยังชอบทำหรือชอบกินอยู่ดีบ้างไหม</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>พีพี: </b>Guilty Pleasure เรื่องเสื้อผ้า มีช่วงหนึ่งที่รู้สึกว่า Quiet Luxury เนาะเบาๆ เรารู้สึกว่า Minimal มาแบบ Sustain เลือกสีที่มันอยู่ได้นาน Cutting เนี้ยบๆ ที่ใส่ได้ตลอด แต่พอทุกครั้งที่เราซื้อของมาแล้ว Fitting ที่บ้าน ไม่ว่าจะไปทริปหรือว่าไป Fashion Week เราก็ไม่เคยที่จะเรียบได้เลย (หัวเราะ) สุดท้ายเติม นี่มันขาดอะไร มันต้องนู่นต้องนี่ต้องนั่น เราก็เลยรู้สึกว่า Minimal อาจจะไม่ใช่ทาง อาจจะยัง (หัวเราะ) Maximal เท่านั้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section12" style="border-left: 12px solid #0000ff; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">การแต่งตัวแบบ Maximal ของพีพีมากที่สุดคือแบบไหน</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>พีพี: </b>ไม่มาก มากสุดน่าจะเป็นเรื่องสีมากกว่าเป็นคนชอบเอาลายกับสีมาชนกันเยอะๆ แล้วก็เติมเครื่องประดับ จริงๆ พีไม่ได้แต่งเลเยอร์เยอะแต่เล่นกับสีกับรายละเอียดเยอะมากกว่า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้สนใจเรื่องนี้มาก ก่อนหน้านี้ก็จะเป็น Minimal สีเบจ สีขาว สีดำ แต่หลังๆ เรารู้สึกว่าความน่ารักหรือความสดใสของบางอย่างมันน่าสนใจ ตรงที่ว่าทำไมสีนี้อยู่กับสีนี้แล้วมันให้ความรู้สึกอีกแบบหนึ่ง สมมุติสีขาวอยู่กับยีนส์ทุกคนออกมาดูดี แต่บางทีเราจับคู่สีบางอย่าง อย่างสีเขียว สีเหลือง สีม่วง Navy มาปนๆ กันแล้วมันให้ความรู้สึกที่ต่างออกไป ทำให้รู้สึกว่าเรามองสิ่งนี้แล้วให้ความหมายกับมันมากขึ้น แล้วก็ช่วงนี้แต่งบ้านด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section13" style="border-left: 12px solid #0000ff; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">แล้วบ้าน Minimal ไหม</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>พีพี: </b>ไม่ Minimal (หัวเราะ) ตอนแรกก็จะ Minimal บางโซนที่เราต้องเห็นมันตลอด เช่น ห้องนอน ห้องรับแขกส่วนกลาง ห้องครัว เราก็พยายามจะทำให้มัน Minimal ซึ่งมันก็ไม่ค่อยจะ Minimal แต่มันจะมีห้องที่พีรู้สึกว่าห้องนี้เป็น Play Room อยากใส่เต็มๆ ที่เราชอบลงไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section14" style="border-left: 12px solid #0000ff; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">สีไหนสำหรับพีพีที่กำลังมาแรงในปีนี้</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>พีพี: </b>ปีนี้พีให้ สีม่วง, สีชมพูสดๆ, สีชมพูบาร์บี้, สีชมพูบานเย็น, สีเหลือง, สีเทอร์ควอยซ์ก็ต้องมาปีนี้ จริงๆ พีว่าพอ Pantone ออกมาขาวทุกคนก็เลยอยากจะมีเพิ่มเอาสีทุกอย่างมาป๊อปให้มันเด่น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-1276191 aligncenter" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/11/pp-krit-read-between-the-lines-3.jpg?x64773" alt="ภาพถ่ายพอร์ตเทรต พีพี กฤษฏ์ อำนวยเดชกร สวมชุดแฟชั่นสำหรับการสัมภาษณ์คอนเสิร์ต 3" width="850" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;">“Between the word : ลังเล”</h2>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section16" style="border-left: 12px solid #0000ff; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">ในชีวิตที่ผ่านมา เรื่องอะไรที่เคย “ลังเล” มากที่สุด และสุดท้ายตัดสินใจอย่างไร</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>พีพี: </b>ส่วนใหญ่จะรุงรัง (หัวเราะ) ลังเลที่สุดน่าจะเป็นเรื่องเพลง ทุกครั้งที่จะปล่อยเพลง เขาส่งดราฟต์มาให้เราตัดสินใจว่าจะเอาเพลงนี้ไหม พีลังเลทุกครั้งเลยว่ามันดี มันใช่หรือยัง มันโอเคไหม ทุกครั้งที่ได้ยินเพลง ความรู้สึกแรกส่วนใหญ่คือพีก็จะลังเล พอฟังไปเรื่อยๆ พีจะลังเลแล้วว่าใช่หรือไม่ใช่ หลังๆ แก้ปัญหานี้ด้วยการเปิดฟังรอบแรกแล้วความรู้สึกแรกที่มันป๊อปขึ้นมาอันนั้นพีจะเชื่อ แล้วทำให้เราลังเลกับเรื่องนี้ได้น้อยลง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ส่วนถ้าในเรื่องความสัมพันธ์คือพีเป็นคนไม่ลังเลในความสัมพันธ์ รู้สึกว่าเราตัดสินใจได้ พีว่าทุกคนมีมาตรฐานของทุกคนอยู่แล้ว จะเป็นการ Checkpoint ต่างๆ ว่าเป็นตามนี้เราโอเคไหม สัก 3 ใน 5 ข้อ ถ้าเขาโอเคเราก็โอเค รู้สึกว่าเรารับได้หรือรับไม่ได้ ถ้ารับไม่ได้ก็รู้สึกว่าไม่อยากจะให้เขามาฝืนในความเป็นตัวเขาเหมือนกัน แล้วเราก็คงไม่อยากจะฝืนในความเป็นตัวเราด้วย เพราะสุดท้ายในระยะยาวมันไม่น่าจะมีใครมีความสุข ถ้าเรื่องความสัมพันธ์รู้สึกว่าใช่ก็คือใช่ ไม่ก็คือไม่</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section17" style="border-left: 12px solid #0000ff; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">ในความสัมพันธ์ถ้าต้องเลือก Point หลักหนึ่งเดียวของพีพีคืออะไร</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>พีพี: </b>เป็นคนดี คนดีคือเป็นคนที่มีจิตใจดี คนที่มีจิตใจดีก็จะเป็นคนที่คิดถึงคนอื่น เป็นคนที่มีน้ำใจ เป็นคนที่ดูแลเทกแคร์ คำนี้มันมีความหมายของมันที่ลึกซึ้ง มันแตกออกมาได้หลายๆ อย่างเลย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-1276192 aligncenter" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/11/pp-krit-read-between-the-lines-4.jpg?x64773" alt="ภาพถ่ายพอร์ตเทรต พีพี กฤษฏ์ อำนวยเดชกร สวมชุดแฟชั่นสำหรับการสัมภาษณ์คอนเสิร์ต 4" width="850" height="850" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;">“Between the word : Fire Boy”</h2>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section19" style="border-left: 12px solid #0000ff; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">สิ่งที่ทำให้มี Passion หรือมีไฟในการทำงานจนถึงตอนนี้คืออะไร</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>พีพี:</b> มันจะดูน้ำเน่ามากเลย แต่มันคือความรักจากแฟนๆ นั่นคือเรื่องจริง (ยิ้ม) ถ้าเราทำงานแล้วไม่มีคนสนับสนุน เราก็จะ Doubt ในตัวเองหลายๆ อย่าง เราจะรู้สึกว่าเราทำสิ่งนี้ไปเพื่อใคร เพื่อตัวเองก็ส่วนหนึ่ง แต่เรารู้สึกว่าสิ่งนี้มันจะมีความหมายหรือคุณค่าอะไร ถ้ามันไม่ได้ส่งต่อไปถึงคนอื่นด้วย มันคือความรักจากแฟนๆ ที่ทำให้เราอยากจะพัฒนาตัวเอง เราอยากทำโชว์ให้ดีขึ้นก็เพื่อพวกเขา เราอยากทำเพลงให้ดีขึ้นทุกเพลงก็เพื่อเขา งานแสดงที่ท้าทายมากขึ้นก็เพื่อเขา แล้วก็ครอบครัวด้วย รู้สึกว่าเราทำสิ่งนี้เพื่ออยากให้ครอบครัวของเราเห็นว่าเราทำมันได้ อยากจะ Break Limit ตัวเองไปเรื่อยๆ ในทุกด้าน</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section20" style="border-left: 12px solid #0000ff; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">เคยมีช่วงที่รู้สึกว่าไฟมอดบ้างไหม แล้วมีวิธีจัดการตัวเองยังไง</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>พีพี: </b>มีนะ มีช่วงนึงที่เข้าโรงพยาบาลเลย ไปหาจิตแพทย์ เราหาจิตแพทย์เป็นประจำอยู่แล้ว ทุกๆ 1 เดือน หรือ 2 เดือน เราไม่ได้ไปหาจิตแพทย์เพราะเราป่วย แต่แค่รู้สึกว่าเราไปหา Opinion มากกว่า เรารู้สึกกับเรื่องนี้แบบนี้ เราคุยกับคนรอบตัวมาเขาก็จะให้คำแนะนำมาอีกแบบนึง เรารู้สึกว่าแล้ว Opinion ของคนอื่นกับสิ่งนี้มันมีอีกไหม ในเชิงการแพทย์เธอต้องให้คำตอบฉันได้สิ เราไปคุยเพื่อไปหาทัศนคติอื่นๆ เป็นการปรับมุมมองให้เราได้เข้าใจในตัวตนของตัวเองมากขึ้นด้วย พยายามที่จะรู้สึกว่าทุกอย่างมันมีคำตอบเสมอก็เลยเข้าไปหาจิตแพทย์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>มีช่วงหนึ่งที่รู้สึกว่า ‘ทำไมตื่นมาทำงานแล้วไม่มีความสุข’ เราก็คุยกับตัวเองแล้วก็ไม่รู้เหมือนกัน นอนน้อยเหรอ งั้นลองนอนเยอะก็ยังไม่ใช่ หรือว่าเรากินน้อยไปหรือเปล่า หาทุกแนวทางพอเราไปคุยเลยค้นพบมาได้ว่า จริงๆ มันไม่มีอะไรเลย มันคือความเบื่อ สิ่งนั้นเบสิกมากเหมือนเราทำสิ่งซ้ำๆ เดิมๆ วนไปวนมาอยู่หลายปี แล้วเรารู้สึกว่าทำไปแล้วมันเหมือนเราไม่มีชีวิตอยู่ในนั้น ซึ่งพีรู้สึกว่าพีไม่อยากทำงานที่พีไม่ได้มีชีวิตอยู่ในงานของพี ตัวพีเองไม่ได้อยากจะเห็นตัวเองในงานที่พีไม่ได้มีความสุขกับมัน เพราะเชื่อว่าถ้าพีไม่ได้มีความสุขในสิ่งที่ทำ ความสุขมันก็คงส่งไปไม่ถึงคนดูหรือรู้สึกว่างานนี้มันไม่มีความหมายสำหรับพี</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section21" style="border-left: 12px solid #0000ff; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">Opinion เรื่องไหนของคุณหมอที่ยังเก็บมาใช้หรือว่ายังจำได้จนถึงทุกวันนี้</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>พีพี: </b>ชอบมากที่สุด คือเขาบอกว่าให้เราลอง Shift Focus ความสุขของเราไปที่อื่นๆ ดู เมื่อก่อนเรื่องการทำงานมองแค่ว่าวันนี้มาตั้งใจทำงานกัน ทำให้มันตรงเวลา ทำให้มันดีที่สุดแต่ละเทก ทำให้มันเสร็จเร็วก่อนเบรกคือเราเก่งมาก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คำแนะนำคือแค่เปลี่ยนความคิดเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่น ทำยังไงเราถึงจะมีความสุขที่สุดในเทปนี้ เราไม่ต้องทำให้มันเสร็จเร็วก็ได้ แต่ว่าทำยังไงก็ได้ให้เรารู้สึกว่าทำออกไปแล้วมันมีความสุขกับตัวเราเองมากที่สุด มีเวลาพักไหม บาลานซ์หรือยัง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>พอเรากดดันกับ Routine จนมากเกินไป หลังเสร็จงานเดี๋ยวต้องรีบกลับบ้านนอนดีกว่า พรุ่งนี้ตื่นมาจะได้มีแรง แต่บางทีการที่ออกไป Hangout กับเพื่อนบ้างเล็กๆ น้อยๆ กินข้าวเจอกัน 2 &#8211; 3 ชั่วโมง แล้วกลับไปนอน มันทำให้เรารู้สึกว่าเราได้ชีวิตกลับคืนมา แล้วพอกลับไปทำงาน เราก็รู้สึกเต็มที่กับงานมากขึ้นด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-1276193 aligncenter" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/11/pp-krit-read-between-the-lines-5.jpg?x64773" alt="ภาพถ่ายพอร์ตเทรต พีพี กฤษฏ์ อำนวยเดชกร สวมชุดแฟชั่นสำหรับการสัมภาษณ์คอนเสิร์ต 5" width="850" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;">“Between the word : เส้นเรื่องเดิม”</h2>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section23" style="border-left: 12px solid #0000ff; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">ถ้ามองพีพีก่อนเข้าวงการจนถึงพีพีในวันนี้ มีอะไรบ้างที่คิดว่ายังเป็น “เส้นเรื่องเดิม” ของตัวเอง และมีอะไรที่เปลี่ยนไปแล้วบ้าง</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>พีพี: </b>เป็นคนเดิมแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ ตัวตนพีพีน่าจะเหมือนเดิมกับคนก่อนเข้าวงการ แค่เรื่องของความมั่นใจมากกว่าที่ก่อนหน้านี้เรารู้สึกว่าเรามีน้อยกว่าตอนนี้ แล้วเรายังเข้าใจในตัวตนของตัวเองน้อยกว่าตอนนี้ รู้สึกว่าตอนนี้ก็เข้าใจตัวเองมากขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องที่เหมือนเดิมรู้สึกว่ายังรักในการทำงานตรงนี้เหมือนเดิม ทุกๆ ครั้งที่เราได้ออกไปทำงานเจอผู้คนใหม่ๆ ถึงว่าจะเป็นเรื่องเดิมๆ งานเดิมๆ แต่มันก็ยังมีความสุขอยู่เสมอ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;">“Between the word : ขอโทษละกัน”</h2>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section25" style="border-left: 12px solid #0000ff; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">ถ้าเลือกพูดคำว่า “ขอโทษ” กับใครสักคนในชีวิตได้ 1 คน อยากพูดกับใคร และอยากขอโทษเรื่องอะไร</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>พีพี: </b>หนึ่งคนไม่พอสิ (หัวเราะ) แต่ถ้าหนึ่งคนจะเลือกขอโทษตัวเอง ขอโทษที่ตัดสินตัวเองทุกๆ ครั้งที่เรารู้สึกว่าเราไม่ดีพอ แล้วก็ขอโทษตัวเองที่เลือกบางสิ่งบางอย่างผิดพลาดในชีวิต แต่มันก็ดีตรงที่ว่ามันทำให้เราเข้าใจในตัวเองมากขึ้น มีบทเรียนกับสิ่งที่เราได้เรียนรู้ด้วย ที่เหลือค่อยมาขอโทษทีหลัง มันเยอะ ขอคิดก่อน ขอโทษไม่ทัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section26" style="border-left: 12px solid #0000ff; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">ปกติเป็นคนขอโทษตัวเองบ่อยแค่ไหน</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>พีพี: </b>ปกติก็เป็นคนที่ให้อภัยในตัวเอง ไม่ค่อยมีความรู้สึกว่าอยากจมอยู่กับเรื่องราวที่มันผิดพลาด ยิ่งเราจมอยู่กับสิ่งนั้นนานเท่าไหร่ พีรู้สึกว่ามันจะไม่สามารถทำให้พี Move on แล้วมันไปต่อข้างหน้าได้ แล้วมันก็จะยิ่งจมกับเรื่องนั้นๆ พีเลยรู้สึกว่ายิ่งเราผิดพลาดกับเรื่องไหน เราเรียนรู้กับมันให้เร็วที่สุด แล้วเรารีบไปต่อข้างหน้าดีกว่า เพราะชีวิตมันเดินไปข้างหน้าเสมอ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section27" style="border-left: 12px solid #0000ff; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">แล้วมีบ้างไหมที่ต้อง ‘ขอโทษละกัน แต่ฉันไม่ผิด’</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>พีพี: </b>ก็มีนะ อย่าให้พูดเลย (หัวเราะ)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่ถ้าเป็นเรื่องขอโทษ การขอโทษคนมันเป็นเรื่องที่ดีนะ การที่เราขอโทษก่อน ให้อภัยก่อน ต่อให้เรื่องนั้นเราจะผิดหรือถูก หรือเราจะมีส่วนผิด 10 % แต่การขอโทษก็คือการที่เรายอมรับความผิดนั้นๆ แล้วเรารู้สึกว่าคำๆ นี้มันเป็นคำที่สำหรับบางสถานการณ์มันพูดยาก แต่ว่าถ้าเราเป็นคนที่พูดก่อนมันไม่ได้หมายความว่าเราเป็นคนที่ผิดหรือถูก แต่จริงๆ เราเป็นคนที่ให้เกียรติแล้วรู้สึกว่าการขอโทษกันและกันมันเป็นสิ่งที่ดี</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section28" style="border-left: 12px solid #0000ff; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">Rating 1 &#8211; 5 สำหรับตัวเองในการเป็นคนขอโทษ คิดว่าตัวเองเป็นคนขอโทษง่ายแค่ไหน (เรียงจากง่าย-ยาก)</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>พีพี: </b>1 ครึ่ง ถ้าทำผิดไปแล้วรู้ตัวนะ เพราะเรารู้สึกว่าบางเรื่องเราอาจจะไม่รู้ตัว เราพูดคำนี้ไปเรารู้สึกว่ามันอาจจะไม่ได้กระทบจิตใจใคร แต่พอมันไปกระทบจิตใจเขาจริงๆ แล้วเรารู้เราก็พร้อมที่จะขอโทษนะ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="size-full wp-image-1276194 aligncenter" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/11/pp-krit-read-between-the-lines-6.jpg?x64773" alt="ภาพถ่ายพอร์ตเทรต พีพี กฤษฏ์ อำนวยเดชกร สวมชุดแฟชั่นสำหรับการสัมภาษณ์คอนเสิร์ต 6" width="850" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: center;">“Between the word : Your Candy”</h2>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section30" style="border-left: 12px solid #0000ff; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">ถ้าชีวิตในตอนนี้เปรียบเป็น Candy หนึ่งรสชาติ จะเป็นรสอะไร เพราะอะไร</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>พีพี: </b>รสเค็ม เพราะชอบกินเค็ม ฟีลรสเกลือ (หัวเราะ) แต่ถ้ารสชาติในชีวิตเป็นรสโยเกิร์ตแล้วกัน มันจะมีความนัว ความมัน เปรี้ยวเด่นหน่อยแล้วก็หวานตาม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ชีวิตเราก็มีหลากหลายสีสัน รู้สึกว่าโยเกิร์ตมันเป็นรสชาติที่มันดูลงตัวเลย มีทั้งหวาน มีเปรี้ยว มีเค็มนิดๆ มีความมันด้วย ก็คงเป็นหลากหลาย Phase ในชีวิตที่เรารู้สึกว่าบางทีก็สนุกสนานเปรี้ยวซ่า บางทีก็หวานๆ บ้าง เหมือน Your Candy ส่วนความมันก็น่าจะเป็นความรู้สึกที่ได้อยู่กับเพื่อนๆ รู้สึกสนุก แล้วพอเวลาหมดปุ๊บก็จะไม่มีรสชาติ เพราะมันก็คือความเศร้า ก็เติมใหม่ๆๆ (หัวเราะ)</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section31" style="border-left: 12px solid #0000ff; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">ถ้าเปรียบคอนเสิร์ต PP KRIT BETWEEN MY LIPS CONCERT เป็นรสชาติ Candy จะเป็นรสชาติอะไร</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>พีพี: </b>เลมอนโซดา ซ่า สดชื่น เพราะอยากให้ทุกคนเข้ามาแล้วรู้สึก Fresh สดชื่น แล้วก็อยากบอกตัวเองด้วยว่าวันจริงก็อย่าเครียดให้มีความรู้สึกสดชื่นเข้าไว้ ส่วนความเปรี้ยวความหวานเดี๋ยวไปเจอกันข้างใน</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section32" style="border-left: 12px solid #0000ff; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">สดชื่นขนาดนี้แล้วในคอนเสิร์ตจะมีร้องไห้ไหม</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>พีพี: </b>ใครร้องไห้ผิดมาก หมายถึงตัวเองอะผิดมาก (หัวเราะ) เพราะร้องทุกครั้ง พีกับพี่อิ้งค์น่าจะชิงชนะเลิศกันเลยทางด้านการร้องไห้ก่อนขึ้นคอนเสิร์ต พอก่อนหน้าคอนเสิร์ตสัก 1 &#8211; 2 วันปุ๊บก็จะเริ่มแล้วความรู้สึกแบบได้ไหม ยังไง ทำอะไร ไหวไหม ไปต่อ พอแค่นี้ มันก็จะเป็นความรู้สึกอะไรประมาณนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section33" style="border-left: 12px solid #0000ff; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">สิ่งที่อยากเล่าเกี่ยวกับตัวเองผ่านคอนเสิร์ตครั้งนี้</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>พีพี: </b>คอนเสิร์ตนี้มันคือทุกๆ ความชอบของพีที่อยู่ในนี้หมดเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเพลง Stage Design Fashion ทุกคนน่าจะรู้สึกว่า Fashion กับพีมันเป็นอะไรที่ดู Relate กันมากๆ ซึ่งพีรู้สึกว่า Fashion มันก็ Relate กับพีไปถึงตัวดนตรี ตัวคอนเสิร์ตเหมือนกัน มันเป็นสิ่งที่มันแยกกันยาก เพราะว่าบางครั้งการที่เราใส่ชุดนู้นชุดนี้ มันคือการที่พีต้องการจะขยายความรู้สึกของพีให้คนได้เห็นความรู้สึกข้างในจริงๆ ว่าชุดนี้มันกำลังจะสื่อสารอะไร รวมไปถึงดนตรีด้วยที่มันประกอบกับสิ่งที่เป็น Visual ให้คนเข้าใจสิ่งที่พีต้องการจะสื่อสาร</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section34" style="border-left: 12px solid #0000ff; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">จุดตั้งต้นของคอนเสิร์ต PP KRIT BETWEEN MY LIPS CONCERT คืออะไร</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>พีพี: </b>จุดตั้งต้นมาจาก Your Candy ที่เป็นจุดตั้งต้นของ Album แล้วแตกออกเป็นรสชาติที่หลากหลาย จนเราได้ Keyword คำหนึ่งว่า ‘Something Between Your Lips’ หมายความว่าบางสิ่งบางอย่างที่มันอยู่ระหว่างปากของเธอ รู้สึกว่าคำนี้มัน Sexy แล้วมัน Meaningful สำหรับพีมาก เลยต่อยอดไปเป็น ‘Between My Lips Concert’ ข้อความที่พีอาจจะไม่เคยได้พูดออกไป หรือข้อความที่เราพูดมันออกไปแล้วยังพูดไม่หมด อยากให้ทุกคนมาดูเองแล้วกัน สิ่งที่ต้องการอธิบาย บางทีมันอธิบายเป็นคำพูดไม่ได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section35" style="border-left: 12px solid #0000ff; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">ถ้าให้เปรียบคอนเสิร์ตครั้งนี้เป็นสิ่งหนึ่งในชีวิต อยากจะเปรียบเป็นอะไร</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>พีพี: </b>เปรียบเป็นความรักแล้วกัน เพราะว่าที่พูดมาทั้งหมดมันก็คือความรัก ทั้งครอบครัว เพื่อน คนร่วมงานทุกๆ อย่าง รู้สึกว่าบางทีเราอาจจะไม่ได้พูดมันออกไป แต่ว่าเรารู้สึกได้ว่าจริงๆ แล้วความรักมันอยู่รอบตัวเราเสมอ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section36" style="border-left: 12px solid #0000ff; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">ตอบดีมาก</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>พีพี: </b>เป็นนางงามได้เลยอะ (หัวเราะ)</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section37" style="border-left: 12px solid #0000ff; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">ถ้าให้สปอยล์ “เส้นเรื่องบทต่อไป” ของพีพีได้ 1 อย่าง หลังจากคอนเสิร์ตครั้งนี้ อยากสปอยล์อะไรให้แฟนคลับฟัง</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>พีพี: </b>เป็นความท้าทาย หนังผจญภัย หนัง Avengers และ Sci-fi ด้วยนิดๆ (หัวเราะ) มันจะต้องมีความท้าทายที่เป็นบทต่อไปแน่นอน แล้วคิดว่าทุกคนก็น่าจะใกล้รู้แล้วหลังจากคอนเสิร์ต</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section38" style="border-left: 12px solid #0000ff; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">สิ่งที่อยากฝากถึงแฟนคลับก่อนกดบัตรคอนเสิร์ต</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>พีพี: </b>มากดบัตรกันนะคะคนดี ‘Better Seen Than Said’ มาดูนะครับ ไม่ต้องให้พีพูดหรอก</p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>Housewife ของ Tate McRae เปิดตัวอันดับ 2 บนชาร์ต Billboard Hot 100</title>
							<url>https://thestandard.co/tate-mcrae-housewife-billboard-hot-100/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/COVER-WEB-10-1.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>7 THINGS WE LOVE ABOUT TATE MCRAE STYLE MOMENTS ป๊อปสตาร์ที่กำลังขยายพื้นที่ในโลกแฟชั่น</title>
							<url>https://thestandard.co/7-things-we-love-about-tate-mcrae-style-moments/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/tate-mcrae-fashion-style.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>KATSEYE เตรียมขึ้นแสดงในแฟชั่นโชว์ของ Victoria’s Secret 2026</title>
							<url>https://thestandard.co/katseye-is-preparing-to-perform-in-the-victorias/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/katseye-is-preparing-to-1.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/pp-krit-read-between-the-lines/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12753053</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1793790472000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2109409672000</endYmdtUnix>

			<title>บิวกิ้น พุฒิพงศ์ เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรกของ Antidotes ในกลุ่มน้ำหอม</title>
			<category>Lifestyle</category>

			<publishTimeUnix>1793790472000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-11-04 18:07:52</publishTime>
			<updateTimeUnix>1793791738000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-11-04 18:28:58</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>บิวกิ้น พุฒิพงศ์ เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรกของ Antidotes ในกลุ่มน้ำหอม</title>
					<description>บิวกิ้น พุฒิพงศ์ เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรกของ Antidotes ในกลุ่มน้ำหอม</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/11/billkin-putthipong-antidotes-first-cover.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/11/billkin-putthipong-antidotes-first-cover.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>Antidotes แบรนด์เครื่องหอมและไลฟ์สไตล์สัญชาติไทย ประกาศแต่งตั้ง <a href="https://thestandard.co/tag/%E0%B8%9A%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%99-%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%92%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B9%8C-%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A5/" target="_blank" rel="dofollow noopener">บิวกิ้น พุฒิพงศ์</a> เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรกของกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำหอม พร้อมเผยน้ำหอมกลิ่นใหม่ Gentle Impression ที่มาจากการเลือกสรรกลิ่นที่ชื่นชอบของบิวกิ้น ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของเจ้าตัวผ่านกลิ่นหอม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>การร่วมงานกันครั้งนี้เป็นการเชื่อมโยงเอกลักษณ์ของกลิ่นจาก Antidotes ที่มีมิติแต่ยังเข้าถึงได้ง่าย เข้ากับตัวตนของบิวกิ้นที่แสดงให้เห็นผ่านหลากหลายบทบาท อีกทั้งเสน่ห์ของเขายังอยู่ที่ทัศนคติและรูปแบบการใช้ชีวิตที่เรียบง่ายแต่พิถีพิถัน สอดคล้องกับความตั้งใจของแบรนด์ในการสร้างสรรค์กลิ่นหอมที่เสริมความมั่นใจให้ผู้สวมใส่ และส่งต่อความรู้สึกถึงผู้คนรอบตัว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Gentle Impression เป็นน้ำหอมที่ผ่านการเลือกสรรกลิ่นที่ชอบจากบิวกิ้น และถูกรังสรรค์โดย Guillaume Flavigny นักปรุงน้ำหอมระดับโลก ในแนวกลิ่น Floral Musky เกิดเป็นกลิ่นหอมสะอาดที่มีมิติ อ่อนโยน เรียบง่ายแต่มีเสน่ห์และน่าจดจำ สะท้อนความเป็นตัวเองของบิวกิ้นผ่านภาษาของกลิ่นหอม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับ Antidotes เป็นแบรนด์น้ำหอมที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2021 ที่ถ่ายทอดแนวคิด Global Citizen ผ่านแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมและประสบการณ์ทั่วโลก ซึ่งการร่วมงานกับ บิวกิ้น พุฒิพงศ์ สะท้อนให้เห็นถึงคาแรกเตอร์แบรนด์ที่ชัดเจน ผ่านตัวตนของนักแสดงและศิลปินมากความสามารถ ที่มาพร้อมกับไอเดียสร้างสรรค์ และการเปิดรับสิ่งรอบตัวให้แปรเปลี่ยนเป็นเสน่ห์ในแบบฉบับของตัวเอง ดั่งกลิ่นหอมที่ทิ้งเอกลักษณ์ไว้อย่างชัดเจน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #999999;"><strong style="color: #999999;">ภาพ:</strong><span style="color: #999999;"> Antidotes</span></span></p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>เบิ้ม เบิ้ม concert คู่หู ป๊อบ-โอ๊ต ขนความสนุกแบบจัดเต็ม</title>
							<url>https://thestandard.co/beum-beum-concert-pop-oat/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/beum-beum-concert-pop-1.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>BILLKIN จัดอีเวนต์พิเศษ ขอบคุณแฟนเพลงญี่ปุ่นที่สนับสนุนอัลบั้ม Grow With The Flow Album</title>
							<url>https://thestandard.co/billkin-japan-fan-event-grow-flow/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/billkin-japan-fan-event-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>GEMINI ART-VENTURE CONCERT พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีเจ้าของชื่อ เจมีไนน์</title>
							<url>https://thestandard.co/gemini-art-venture-concert/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/gemini-art-venture-concert-1.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/billkin-putthipong-antidotes-first-fragrance-ambassador/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12757954</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1793880722000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2109499922000</endYmdtUnix>

			<title>ชมคลิป: AI ไม่ใช่แค่เรื่องของ Tech แต่เป็นเรื่องของ ‘คน’ และ ‘Leadership’ กับ ปฐมา จันทรักษ์ แห่ง Accenture</title>
			<category>Video</category>

			<publishTimeUnix>1793880722000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-11-05 19:12:02</publishTime>
			<updateTimeUnix>1793880755000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-11-05 19:12:35</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>ชมคลิป: AI ไม่ใช่แค่เรื่องของ Tech แต่เป็นเรื่องของ ‘คน’ และ ‘Leadership’ กับ ปฐมา จันทรักษ์ แห่ง Accenture</title>
					<description>ชมคลิป: AI ไม่ใช่แค่เรื่องของ Tech แต่เป็นเรื่องของ ‘คน’ และ ‘Leadership’ กับ ปฐมา จันทรักษ์ แห่ง Accenture</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/11/COVER_W_Accenture-VDO-Interview_ถอดรหัสความล้มเหลว-AI-Transformation.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/11/COVER_W_Accenture-VDO-Interview_ถอดรหัสความล้มเหลว-AI-Transformation.jpg</thumbnail>
				</image>
									<text>
						<content>
						<![CDATA[
							<iframe width="932" height="516" src="https://www.youtube.com/embed/ApBj9t6Td58" title="ชมคลิป: AI ไม่ใช่แค่เรื่องของ Tech แต่เป็นเรื่องของ ‘คน’ และ ‘Leadership’ กับ ปฐมา จันทรักษ์ แห่ง Accenture" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture" allowfullscreen></iframe>
						]]>
						</content>
					</text>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>บริษัทส่วนใหญ่บอกว่าทดลองใช้ AI แล้ว แต่ทำไมผลลัพธ์ยังไม่ออก? ปัญหานี้อาจไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยี แต่ซ่อนอยู่ใน ‘การนำองค์กร’</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ร่วมเปิดมุมมองกับคุณปฐมา จันทรักษ์ Country Managing Director แห่ง Accenture Thailand ที่จะพาไปเจาะลึกว่าทำไม AI Transformation ของหลายองค์กรจึงสะดุด และต้องวางรากฐานอย่างไร เพื่อนำไปสู่ Reinvention หรือการเปลี่ยนแปลงองค์กรครั้งใหญ่อย่างยั่งยืน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>พร้อมตอบคำถามสำคัญที่ผู้นำธุรกิจยุคนี้ต้องรู้ ว่าทำไม AI ไม่ใช่แค่เรื่องของ Tech แต่เป็นเรื่องของ ‘คน’ และ ‘Leadership’</p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>‘Aman Modi’ ชี้บริษัท 90% พูดเรื่อง AI แต่มีเพียง 5% ที่สร้างมูลค่าจริง ‘กรวัฒน์ เจียรวนนท์’ แนะไทยสร้างโมเดล AI เฉพาะทาง</title>
							<url>https://thestandard.co/aman-modi-korawad-ai-value-creation/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/11/aman-modi-korawad-ai.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>ดีอีจับมือ Google เปิดสิทธิ์ใช้ Gemini Enterprise ฟรีสูงสุด 9 เดือน ชู AI Agent กว่า 50 ตัว ช่วยคนไทยทำงานจริง</title>
							<url>https://thestandard.co/des-google-offer-free-gemini-enterprise/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/11/des-google-offer-free-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>หุ้นเทคฯ ดิ่งทั่วโลก ฟองสบู่ AI กำลังแตก? ถอดความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ใต้ AI บูมบนกองหนี้</title>
							<url>https://thestandard.co/global-tech-stocks-plunge-ai-bubble/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/11/global-tech-stocks-plunge-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/ai-tech-accenture-thailand/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12758705</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1793928937000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2109548137000</endYmdtUnix>

			<title>สร้างกติกาการเงินอย่างไร ให้ไม่รีบจนพลาดและไม่รอจนเสียโอกาส</title>
			<category>Opinion</category>

			<publishTimeUnix>1793928937000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-11-06 08:35:37</publishTime>
			<updateTimeUnix>1793928937000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-11-06 08:35:37</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>สร้างกติกาการเงินอย่างไร ให้ไม่รีบจนพลาดและไม่รอจนเสียโอกาส</title>
					<description>สร้างกติกาการเงินอย่างไร ให้ไม่รีบจนพลาดและไม่รอจนเสียโอกาส</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/11/clear-financial-decision-rules-cover.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/11/clear-financial-decision-rules-cover.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>บางครั้งสิ่งที่ทำให้เราตัดสินใจยาก ไม่ใช่เพราะไม่มีทางเลือก แต่เพราะไม่รู้ว่าเมื่อไรจึงจะเป็นเวลาที่เหมาะสม เงินเก็บที่ตั้งใจจะลงทุนยังอยู่ในบัญชี เพราะหวังว่าจะมีจังหวะที่ดีกว่านี้ บ้านที่อยากซื้อก็ยังไม่ได้ซื้อ เพราะกลัวว่าราคาอาจลดลงอีก ส่วนธุรกิจที่คิดจะเริ่มก็ยังเป็นเพียงแผน เพราะดูเหมือนจะมีเรื่องให้ต้องเตรียมพร้อมอยู่เสมอ</p>
<p>&nbsp;</p>
<div style="background: #fff; border-radius: 16px; padding: 20px; box-shadow: 0 10px 25px rgba(0,0,0,0.12); max-width: 600px;">
<div style="margin-bottom: 12px;">
<h2 style="font-size: 22px; font-weight: bold;">ประเด็นสำคัญ</h2>
<div style="height: 6px; background-color: #c19380; margin-top: 6px; width: 100%;">&nbsp;</div>
</div>
<ul style="padding-left: 20px; margin: 0; list-style: disc;">
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section1">CLEAR: กติกา 5 ข้อสำหรับการตัดสินใจเรื่องเงิน</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section2">จากความลังเล สู่ขั้นตอนถัดไป</a></li>
</ul>
</div>
<p>&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p>เรามักกังวลกับความเสี่ยงจากการตัดสินใจ จนบางครั้งลืมไปว่าการไม่ตัดสินใจก็มีต้นทุนเช่นกัน ซื้อวันนี้อาจเสียดายหากพรุ่งนี้ราคาลดลง แต่ถ้ารอแล้วราคากลับสูงขึ้น ก็อาจเสียดายที่ไม่ได้ซื้อเสียตั้งแต่แรก แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าควรลงมือหรือรอต่อไป?</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ลองดูเรื่องการลงทุนเป็นตัวอย่าง เมื่อตลาดปรับตัวสูงขึ้น หลายคนเลือกที่จะรอเพราะรู้สึกว่าแพงเกินไป เมื่อตลาดปรับตัวลดลงก็ยังไม่กล้าลงทุนเพราะกลัวว่าราคาจะลงไปอีก สุดท้ายไม่ว่าตลาดจะขึ้นหรือลงก็หาเหตุผลที่จะรอต่อไปได้เสมอ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แน่นอนว่าการรอไม่ใช่เรื่องผิด โดยเฉพาะเมื่อยังไม่มีเงินสำรองเพียงพอหรือยังไม่เข้าใจความเสี่ยง แต่หากเตรียมพร้อมทุกอย่างแล้ว และยังไม่กล้าลงทุนเพียงเพราะอยากมั่นใจว่าจะไม่ขาดทุน เราอาจกำลังรอคำตอบที่ไม่มีใครให้ได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ขณะที่บางเรื่อง การรอกลับเป็นทางเลือกที่ฉลาดกว่า เช่น การทดลองตลาดก่อนตัดสินใจนำเงินก้อนใหญ่ไปเปิดธุรกิจ เพราะช่วยให้เราเห็นโอกาสและความเสี่ยงชัดขึ้น โดยไม่ต้องเดิมพันด้วยเงินเก็บทั้งหมด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ความแตกต่างจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าเราตัดสินใจเร็วหรือช้า แต่อยู่ที่ว่าเรากำลังรอเพื่อให้พร้อมขึ้น หรือเพียงรอเพราะยังไม่กล้าตัดสินใจ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเมื่อไรควรรอ และเมื่อไรควรลงมือ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ลองใช้แนวทางที่เรียกว่า “CLEAR” เป็นกติกาห้าข้อสำหรับการตัดสินใจเรื่องเงิน CLEAR ไม่ใช่สูตรสำเร็จที่ทำให้เลือกถูกทุกครั้ง แต่ช่วยให้เรามีเหตุผลและเงื่อนไขในการเลือกของตัวเอง</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section1" style="border-left: 12px solid #c19380; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">CLEAR: กติกา 5 ข้อสำหรับการตัดสินใจเรื่องเงิน</h2>
<p>&nbsp;</p>
<h2>C — Clarify: รู้ว่าเรากำลังเลือกเพื่ออะไร</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ก่อนหาข้อมูลเพิ่มเติม ลองถามตัวเองว่าเราต้องการอะไรจากการตัดสินใจครั้งนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คนที่ลงทุนเพื่อเกษียณในอีกยี่สิบปี ย่อมมีเงื่อนไขต่างจากคนที่ต้องใช้เงินในอีกสองปี เช่นเดียวกับคนที่อยากเริ่มธุรกิจเพื่อหารายได้เสริม ซึ่งอาจไม่จำเป็นต้องลาออกจากงานหรือเปิดกิจการเต็มรูปแบบตั้งแต่แรก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมื่อเป้าหมายชัดเจน เราจะเริ่มแยกได้ว่าอะไรจำเป็นต่อการตัดสินใจ และอะไรเป็นเพียงความคาดหวังที่ไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ต้องการจริงๆ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>L — Limits: รู้ขอบเขตที่ตัวเองรับได้</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>การมีเงินเพียงพอที่จะเริ่มต้น ไม่ได้หมายความว่าพร้อมรับผลหากทุกอย่างไม่เป็นไปตามคาด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คนที่มีเงินเก็บหนึ่งล้านบาทอาจเปิดธุรกิจขนาดเล็กได้ แต่หากเงินก้อนนั้นเป็นเงินสำรองทั้งหมดของครอบครัว การนำไปลงทุนย่อมต่างจากคนที่มีเงินสำรองและรายได้อื่นรองรับ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>จึงควรกำหนดไว้ก่อนว่าเรายอมรับความเสียหายได้เท่าไร มีภาระผูกพันได้มากน้อยเพียงใด และหากผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามคาด จะกระทบต่อชีวิตด้านอื่นหรือไม่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>การรู้ขอบเขตช่วยให้เราไม่ต้องใช้ความหวังว่าอนาคตจะเป็นไปด้วยดี มาเป็นเหตุผลหลักในการตัดสินใจ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>E — Evidence: รู้ว่าควรรอข้อมูลอะไร และเมื่อไรจึงเพียงพอ</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>หากต้องเลือกขั้นตอนที่สำคัญที่สุดของ CLEAR สำหรับคำถามว่าเมื่อไรควรตัดสินใจและเมื่อไรควรรอ ผมคิดว่าเป็นขั้นนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เพราะหลายครั้งเราไม่ได้ขาดข้อมูล แต่ไม่รู้ว่าข้อมูลใดสำคัญพอที่จะรอ ทุกวันนี้เรามีข่าวเศรษฐกิจ บทวิเคราะห์ และความคิดเห็นให้ติดตามตลอดเวลา แต่ข้อมูลที่มากขึ้นไม่ได้หมายความว่าจะตัดสินใจได้ง่ายขึ้น หากรอให้ทุกฝ่ายเห็นตรงกันหรือรอจนไม่มีข่าวที่ทำให้กังวล เราอาจไม่มีวันรู้สึกว่าพร้อม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สิ่งสำคัญจึงเป็นการแยก ข้อมูลที่ช่วยให้ตัดสินใจได้ดีขึ้น ออกจาก ข้อมูลที่เพียงทำให้รู้สึกมั่นใจขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สมมติว่าเรากำลังคิดจะเปิดร้านกาแฟ แต่ยังไม่รู้ว่ามีลูกค้าจริงหรือไม่ ต้นทุนต่อแก้วเท่าไร และต้องขายมากน้อยเพียงใดจึงจะครอบคลุมค่าใช้จ่าย การรอเพื่อทดลองขายย่อมมีเหตุผล เพราะผลที่ได้อาจทำให้เราเลือกเปิดร้าน ปรับรูปแบบ หรือไม่ลงทุนเลยก็ได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่หากทดลองตลาดแล้ว มีข้อมูลต้นทุนเพียงพอและเตรียมเงินสำรองรองรับความเสี่ยงไว้แล้ว แต่ยังรอเพราะต้องการมั่นใจว่าธุรกิจจะประสบความสำเร็จแน่นอน เราอาจกำลังรอคำตอบที่ไม่มีใครให้ได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>วิธีแยกการรอสองแบบนี้ คือถามตัวเองว่า “ถ้าข้อมูลที่กำลังรอออกมาเป็นอย่างหนึ่ง เราจะตัดสินใจอย่างไร และถ้าออกมาอีกอย่างหนึ่ง เราจะเลือกต่างไปหรือไม่”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เช่น หากผลทดลองขายแสดงว่ามีลูกค้าซื้อซ้ำและรายได้ครอบคลุมต้นทุนตามเกณฑ์ที่กำหนด เราอาจลงทุนเพิ่ม แต่หากผลตรงกันข้าม เราอาจปรับสินค้า ทดลองใหม่ หรือหยุดแผนเปิดร้าน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมื่อข้อมูลสามารถเปลี่ยนการตัดสินใจได้ การรอจึงมีคุณค่า แต่หากไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร เราก็ยังเลือกเหมือนเดิม อาจต้องถามว่าข้อมูลนั้นจำเป็นจริงหรือไม่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อย่างไรก็ตาม แม้ข้อมูลจะสำคัญ ก็ไม่ได้หมายความว่าควรรอเสมอไป เพราะระหว่างที่รอ เราอาจเสียทั้งเวลา ค่าใช้จ่าย และโอกาสบางอย่าง จึงมีอีกคำถามที่ควรถามควบคู่กัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“หากรอต่อไป เราจะรู้อะไรเพิ่มขึ้น และสิ่งที่รู้นั้นคุ้มค่ากับสิ่งที่อาจเสียไปหรือไม่”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>การรอที่มีเหตุผลจึงควรมีจุดสิ้นสุดด้วย เช่น รอผลทดลองขายตามช่วงเวลาที่กำหนด รอความชัดเจนของรายได้ หรือรอจนมีเงินสำรองเพียงพอ เมื่อถึงเงื่อนไขนั้น เราควรกลับมาพิจารณาทางเลือกจากข้อมูลที่มี ไม่ใช่เลื่อนการตัดสินใจออกไปเพียงเพราะยังไม่มั่นใจ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เป้าหมายของการหาข้อมูลไม่ใช่การรู้ให้มากที่สุด แต่คือการรู้ให้เพียงพอสำหรับการเลือกว่าจะทำอะไรต่อไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>A — Act: รู้ว่าเราจะลงมืออย่างไร</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมื่อรู้เป้าหมาย ขอบเขต และข้อมูลที่จำเป็นแล้ว เราอาจพบว่าทางเลือกไม่ได้มีเพียงทำทันทีหรือรอต่อไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คนที่อยากเปิดร้านกาแฟอาจเริ่มทดลองขายในช่องทางที่มีต้นทุนต่ำ ก่อนตัดสินใจเช่าพื้นที่ระยะยาว ส่วนคนที่ตั้งใจลงทุนระยะยาวอาจทยอยลงทุนตามแผนที่เหมาะกับเป้าหมายและความเสี่ยง แทนที่จะพยายามหาวันที่ดีที่สุดสำหรับลงทุนเงินทั้งหมด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่หากข้อมูลสำคัญยังไม่พร้อม หรือความเสียหายอาจสูงเกินกว่าที่รับได้ การรอก็อาจเหมาะสมกว่า บางครั้งคำตอบจึงไม่ใช่การเลือกระหว่างทำกับไม่ทำ แต่เป็นการหาวิธีเริ่มต้นที่ยังเปิดโอกาสให้เราเรียนรู้และปรับเปลี่ยนได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>R — Review: รู้ว่าเมื่อไรควรกลับมาทบทวน</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>แม้ตัดสินใจอย่างรอบคอบแล้ว ผลลัพธ์ก็อาจไม่เป็นไปตามคาด แต่ผลลัพธ์ที่ไม่ดีไม่ได้หมายความว่าเราตัดสินใจผิดเสมอไป เช่นเดียวกับผลลัพธ์ที่ดีก็ไม่ได้ยืนยันว่าเราตัดสินใจได้ดีทุกครั้ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คนที่ทดลองเปิดธุรกิจอาจกำหนดช่วงเวลาประเมินยอดขาย ต้นทุน และจำนวนลูกค้าที่กลับมาซื้อซ้ำ หากผลต่ำกว่าคาดเพียงช่วงสั้นๆ อาจยังไม่จำเป็นต้องยุติธุรกิจ แต่หากข้อมูลต่อเนื่องแสดงว่าสมมติฐานสำคัญไม่เป็นจริง ก็อาจถึงเวลาปรับแผน การทบทวนที่ดีจึงไม่ใช่การเปลี่ยนใจทุกครั้งที่ผิดหวัง แต่เป็นการตรวจสอบว่าเหตุผลที่ทำให้เราเลือกทางนี้ยังใช้ได้อยู่หรือไม่</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section2" style="border-left: 12px solid #c19380; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">จากความลังเล สู่ขั้นตอนถัดไป</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ลองนึกถึงเรื่องทางการเงินหนึ่งเรื่องที่คุณคิดมานานแต่ยังไม่ได้ตัดสินใจ แล้วใช้ CLEAR พิจารณาว่าตอนนี้ยังขาดอะไรที่จะทำให้เลือกได้ หากขาดข้อมูลสำคัญ ลองกำหนดว่าจะหาคำตอบจากที่ไหนและเมื่อไร หากข้อมูลเพียงพอแล้วแต่ยังกังวลกับความเสี่ยง ลองพิจารณาว่าสามารถเริ่มต้นเล็กลงหรือจำกัดความเสียหายได้หรือไม่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่หากเงื่อนไขสำคัญยังไม่พร้อม การรอต่อไปก็ไม่ใช่เรื่องผิด เพียงแต่ควรรู้ว่ากำลังรออะไร และเมื่อไรจะกลับมาพิจารณาใหม่ สิ่งที่อยากชวนให้ทำไม่ใช่การตัดสินใจให้เสร็จวันนี้ แต่คือ การกำหนดขั้นตอนถัดไปให้ชัดเจน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เราอาจไม่มีทางรู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร และ CLEAR ก็ไม่ได้รับประกันว่าจะเลือกถูกทุกครั้ง แต่ช่วยให้เราไม่ต้องปล่อยให้ความกลัวหรือความเสียดายเป็นผู้ตัดสินใจแทน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ท้ายที่สุดแล้ว เราอาจไม่สามารถกำหนดได้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่เราสามารถกำหนดไว้ล่วงหน้าได้ว่า ภายใต้เงื่อนไขแบบใด เราจะตัดสินใจอย่างไร เพราะความชัดเจนที่เราต้องการ อาจไม่ใช่การรู้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น แต่เป็นการรู้ว่าวันนี้เรามีเหตุผลเพียงพอที่จะเลือกทางไหน และเพราะอะไร</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #999999;"><strong style="color: #999999;">ภาพ:</strong><span style="color: #999999;"> Roman Samborskyi / Shutterstock</span></span></p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>เลือกตั้งกลางเทอม 2026: คลื่นยักษ์สีน้ำเงินถล่มสองสภาและอีกครึ่งเทอมที่ยากลำบากของทรัมป์</title>
							<url>https://thestandard.co/trump-midterm-elections-2026-republican-loss/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/11/trump-midterm-elections-2026-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>แรงเงา 2026 มิติตัวละครที่หายไปสู่บันเทิงย่อยง่ายเอาใจอัลกอริทึม</title>
							<url>https://thestandard.co/raeng-ngao-2026-review-algorithm-entertainment/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/11/raeng-ngao-2026-review.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>หุ้นกู้ตลาดรอง: ไม่ต้องรอเปิดจองรอบใหม่ เลือกอายุลงทุนให้ตรงกับแผนการเงินได้</title>
							<url>https://thestandard.co/secondary-bond-market-investment-guide/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/11/secondary-bond-market-investment.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/clear-financial-decision-rules-framework/</sourceUrl>
		</article>

	</articles>
<!--
Performance optimized by W3 Total Cache. Learn more: https://www.boldgrid.com/w3-total-cache/

Page Caching using Disk: Enhanced (Requested URI is rejected) 

Served from: _ @ 2026-11-06 21:03:29 by W3 Total Cache
-->