<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?><articles><UUID>TSTD202608100759</UUID><time>1786348779</time>		<article>
			<ID>12311610</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1784113340000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2099732540000</endYmdtUnix>

			<title>ฟิตร่างกายลุย Hybrid Race กับโปรแกรมฝึกแบบ Team Under Armour</title>
			<category>LIFE</category>

			<publishTimeUnix>1784113340000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-07-15 18:02:20</publishTime>
			<updateTimeUnix>1784114528000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-07-15 18:22:08</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>ฟิตร่างกายลุย Hybrid Race กับโปรแกรมฝึกแบบ Team Under Armour</title>
					<description>ฟิตร่างกายลุย Hybrid Race กับโปรแกรมฝึกแบบ Team Under Armour</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-1.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-1.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>นอกจากจะเป็นที่พูดถึงกันในทุกกลุ่มของสายฟิตสายลุยแล้ว แต่ ‘Hybrid Race’ กีฬาสายวิ่งผสมสายฟิตเนสก็กำลังเป็นเป้าหมายที่รอการพิชิตของใครหลาย ๆ คนอย่างแน่นอน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แน่นอนว่าหลากหลายผู้พิชิตและหลากหลายทีมกำลังเตรียมตัวอย่างเข้มข้น รวมถึงที่ RYSE Arena เมื่อวันศุกร์ที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมาที่เหล่า TeamUA หรือ Team <a href="https://thestandard.co/tag/Under-Armour/" target="_blank" rel="dofollow noopener">Under Armour</a> ทั้ง 22 คนก็ได้เริ่มออกมา Full Body Shake เรียกเหงื่อเรียกแรงกันอย่างเข้มข้น ในอีก 5 สัปดาห์ข้างหน้าที่จะให้สายฟิตทุกคนได้ท้าทายตัวเองกันอีกครั้งในปีนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231147" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-1.jpg?x61689" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 1" width="1280" height="1700" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>ฟิต 5 สัปดาห์ก่อนแข่งกับ Under Armour</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ระยะเวลา 5 สัปดาห์ของแคมป์ฝึกซ้อม Team UA จะได้เจอกับโปรแกรมที่วางรากฐานการพัฒนาศักยภาพร่างกายอย่างเป็นระบบ เริ่มต้นจากการปรับพื้นฐานการเคลื่อนไหวเพื่อเตรียมความพร้อม ก่อนจะไต่ระดับความเข้มข้นไปสู่การจำลองสถานการณ์ในสนามแข่งจริง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231148" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-2.jpg?x61689" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 2" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ช่วงสัปดาห์แรกเริ่มด้วยการทดสอบ Movement Foundation เพื่อประเมินความพร้อม จากนั้นสร้าง Aerobic Base เสริมความทนทาน และยกระดับสู่ Strength Endurance สำหรับสถานีที่ใช้พละกำลัง พร้อมฝึกเทคนิค Transition การคุมเพซ และวางกลยุทธ์เฉพาะตัว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231149" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-3.jpg?x61689" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 3" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมื่อเข้าสู่โค้งสุดท้าย จะเน้น Race Simulation เพื่อฝึกซ้อมภายใต้ความกดดันและความเหนื่อยล้าจริง ก่อนเข้าช่วง Taper เพื่อลดการซ้อม ให้ร่างกายได้ฟื้นฟูและสะสมพลังงานเต็มเปี่ยมสำหรับวันแข่ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231151" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-4.jpg?x61689" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 4" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>เผยโฉม ‘Team UA’ ก่อนลง Full Body Shake</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับสัปดาห์แรกของ Team Under Armour ทั้ง 22 คนได้มาพบหน้ากันเพื่อทำความรู้จักและ Ice Breaking แบบฉบับสายฟิตสายลุยที่จะมาทำความรู้จักกันขณะ Planking และ Squat เรียกเหงื่อ ซึ่งแต่ละคนเดินเข้ามาพร้อมเป้าหมายที่แตกต่างกัน ทั้งการทำลายสถิติเดิมของตัวเอง หรือกลับมาทวงฟอร์มหลังผ่านสนามมา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ไม่ว่าจะเป็น Junior (@ju.nio.r12) และ Jaynoppa (@jaynoppa), Emma Arocha (@emmarchh), Pim Pimkanok (@pimmypiam) Pipe Kamtapong (@pipekubkib) นอกจากนี้ยังมี ‘รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น’ หนึ่งในนักกีฬา Under Armour มาเข้าร่วม Full Body Shakeout ในฐานะ Team UA ด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231152" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-5.jpg?x61689" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 5" width="1920" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โดยสำหรับคลาสสัปดาห์แรก TEAM UA เริ่มด้วย Easy Run ก่อนฝึกคุมแรงที่สถานี SkiErg และ RowErg ต่อด้วยโจทย์คู่อย่าง Sled Push ร่วมกับ Farmer Hold ที่ต้องถือ Kettlebell ให้มั่นคงขณะเพื่อนดัน Sled</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231153" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-6.jpg?x61689" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 6" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ครึ่งหลังทวีความเข้มข้นด้วย Burpee Broad Jump, Wall Ball, Walking Lunge และท่าท้าทายใจอย่าง Sandbag Reverse Lunge, Ab-mat Sit-up กับ Bearhug Sandbag Carry ในเวลาจำกัด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231154" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-7.jpg?x61689" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 7" width="1920" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แม้เป็นท่าที่คุ้นเคย แต่เมื่อฝึกต่อเนื่อง บททดสอบจริงคือการคุมหายใจและรักษาฟอร์มเพื่อออมแรง คลาสนี้ช่วยให้ทุกคนพบจุดแข็งและจุดที่ต้องปรับปรุง เพื่อเตรียมลุยต่อสำหรับการแข่งที่กำลังจะเข้ามา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231155" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-8.jpg?x61689" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 8" width="1920" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>เทรนก่อนเจอสนามจริงแบบ Team UA ได้กับยิมพาร์ตเนอร์</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>หากใครอยากฝึกร่างกายให้พร้อมกับเวทีท้าทายตัวเองใน Hybrid Race แบบ Team UA ก็ไม่ต้องอิจฉาไป เพราะ Under Armour เปิดโอกาสให้ทุก ๆ คนที่อยากเตรียมตัวก่อนลง Hybrid Race ได้เข้ามาฝึกในระบบเดียวกันด้วย โดยโปรแกรมนี้ร่วมมือกับยิมพาร์ตเนอร์ 3 แห่ง ได้แก่ RYSE Arena, ONTRACK Campus (เขตพระโขนง) และ FIT:D Thailand</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231156" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-9.jpg?x61689" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 9" width="1920" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่ละคลาสจะเป็นการค่อย ๆ ทำความเข้าใจองค์ประกอบที่จำเป็นต่อ Hybrid Race ตั้งแต่การสร้าง Aerobic Base การเพิ่ม Strength Endurance การควบคุมเพซ ไปจนถึงการฝึก Transition ระหว่างการวิ่งและสถานีต่าง ๆ ก่อนนำทุกอย่างมาทดลองร่วมกันผ่าน Race Simulation</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231157" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-10.jpg?x61689" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 10" width="1280" height="1700" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผู้สนใจร่วมซ้อมแบบ Team UA สามารถรับ Training Class Pass (3 เครดิต) เมื่อซื้อสินค้าครบ 6,900 บาทที่ Under Armour Brand House เพื่อเข้าเซสชันกับยิมพาร์ตเนอร์และแบ่งปันให้เพื่อนได้ โดยผู้ที่เข้าครบ 3 คลาสตามเงื่อนไข จะได้รับสิทธิ์ลงทะเบียน Race Simulation เพื่อทดสอบความพร้อมของร่างกาย จังหวะเปลี่ยนสถานี และแผนการแบ่งแรงก่อนเจอสนามจริง สามารถรับรายละเอียดและโค้ดลงทะเบียนได้จากทีมงานหน้าร้าน</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>มาทดสอบตัวเองเพื่อพัฒนาตัวเองไปอีกขั้น</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในการฝึกซ้อมสัปดาห์แรกนี้ Under Armour ได้ให้การสนับสนุนผู้ท้าชิง Hybrid Race อย่างเต็มที่กับทุกคนที่มีเป้าหมายเดียวกัน โดยมีระบบสนับสนุนตลอดเส้นทาง ทั้งโปรแกรมฝึก โค้ช ยิมพาร์ตเนอร์ เสื้อผ้าอุปกรณ์ และการฟื้นฟูร่างกาย ทำให้แบรนด์เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงการฝึก ความรู้ และคอมมูนิตี้ เพื่อผลักดันแนวคิด Make Athletes Better ให้เกิดขึ้นจริงผ่านการลงมือทำ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231158" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-11.jpg?x61689" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 11" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับใครที่กำลังมอง Hybrid Race เป็นเป้าหมายถัดไป อย่ารีรอให้ใกล้วันแข่ง เวลานี้คือเวลาที่ดีที่สุดแล้วที่จะได้ท้าทายตัวเอง และพัฒนาตัวเองไปในอีกขั้นก่อนการแข่งจริงในอีกไม่กี่สัปดาห์นี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231159" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-12.jpg?x61689" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 12" width="1920" height="1280" /><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231160" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-13.jpg?x61689" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 13" width="1920" height="1280" /></p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>BOYNEXTDOOR ขึ้นแท่นเป็นโกลบอลแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Under Armour</title>
							<url>https://thestandard.co/boynextdoor-under-armour-ambassador/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/boynextdoor-under-armour-ambassador-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>UNDER ARMOUR X MARINE SERRE แคปซูลคอลเล็กชันเพื่อฉลอง 30 ปีของแบรนด์กีฬา</title>
							<url>https://thestandard.co/under-armour-marine-serre-capsule/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/06/under-armour-marine-serre-1.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>สเตฟเฟน เคอร์รี แยกทาง Under Armour หลังร่วมงานกันนาน 13 ปี</title>
							<url>https://thestandard.co/stephen-curry-parts-under-armour/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2025/11/stephen-curry-parts-under.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/under-armour-hybrid-race-training/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12403411</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1786348250000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2101967450000</endYmdtUnix>

			<title>โฆษก กห.-ทร. ชี้แจงแผนจัดหาเรือฟริเกตเป้าหมายสูงสุด 8 ลำ พิจารณาแยกทีละลำ โปร่งใส ไร้ล็อกสเปก</title>
			<category>News</category>

			<publishTimeUnix>1786348250000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-08-10 14:50:50</publishTime>
			<updateTimeUnix>1786348250000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-08-10 14:50:50</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>โฆษก กห.-ทร. ชี้แจงแผนจัดหาเรือฟริเกตเป้าหมายสูงสุด 8 ลำ พิจารณาแยกทีละลำ โปร่งใส ไร้ล็อกสเปก</title>
					<description>โฆษก กห.-ทร. ชี้แจงแผนจัดหาเรือฟริเกตเป้าหมายสูงสุด 8 ลำ พิจารณาแยกทีละลำ โปร่งใส ไร้ล็อกสเปก</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/08/thai-defense-frigate-procurement-cover.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/08/thai-defense-frigate-procurement-cover.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>วันนี้ (10 สิงหาคม) พล.ร.ต. สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.ท. อดุลย์ ดุลธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เข้าตรวจเยี่ยมกองบัญชาการกองทัพเรือ เพื่อติดตามแนวทางการจัดหายุทโธปกรณ์ตามยุทธศาสตร์กองทัพ โดยเฉพาะโครงการเรือดำน้ำและเรือฟริเกต ซึ่งในส่วนของ โครงการเรือดำน้ำ ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการต่อเรือ โดยมีแผนนำเรือลงน้ำในปี 2570 และพร้อมส่งมอบให้กองทัพเรือในช่วงต้นปี 2572</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ด้าน <a href="https://thestandard.co/tag/%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%8A-%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%8A%E0%B8%A2%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B9%8C/" target="_blank" rel="dofollow noopener">พล.ร.ต. ปารัช รัตนไชยพันธ์</a> โฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงถึงโครงการเรือฟริเกต ว่า มีความจำเป็นต้องจัดหาเพิ่มเนื่องจากเตรียมปลดประจำการเรือหลวงรัตนโกสินทร์ และเรือฟริเกตอีก 2 ลำ จนทำให้เหลือเรือฟริเกตสมรรถนะสูงใช้งานเพียงลำเดียว กองทัพเรือจึงตั้งเป้าจัดหาเรือฟริเกตขั้นต่ำที่ 4 ลำ และวางเป้าหมายสูงสุดไว้ที่ 8 ลำตามสมุดปกขาว เพื่อใช้ดูแลเส้นทางคมนาคมทางทะเลทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับการจัดซื้อเรือฟริเกตจากงบประมาณปี 2569 พล.ร.ต. สุรสันต์ ยืนยันว่าจะเป็นการแยกพิจารณาอนุมัติทีละลำ ตามงบประมาณในแต่ละปี โดยไม่มีการผูกพันสัญญาต่อควบทั้ง 4 ลำกับเอกชนรายเดียว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ด้าน พล.ร.ต. ปารัช อธิบายเพิ่มเติมว่า เรือลำต่อๆ ไปมีแนวโน้มจะใช้สเปกใกล้เคียงกันเพื่อให้ทำงานร่วมกันเป็นชุดปฏิบัติการได้ พร้อมนำนโยบายชดเชยทางเศรษฐกิจ (Offset Policy) มาใช้ต่อรองให้ไทยได้รับเทคโนโลยีที่มีความซับซ้อนและมีมูลค่าสูงขึ้นในลำถัดไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นอกจากนี้ โฆษกกองทัพเรือได้ปฏิเสธกระแสข่าวเรื่องล็อกสเปก ยืนยันความโปร่งใสจากการเชิญอู่ต่อเรือชั้นนำระดับโลก 11 ราย และมีเอกชนยื่นซองแข่งขันถึง 6 ราย เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีเอกชนรายใดร้องเรียนเข้ามา และหากมีการยื่นอุทธรณ์ตามขั้นตอนกฎหมายหลังลงนามอนุมัติ กองทัพเรือก็พร้อมทำหนังสือชี้แจงไปยังกระทรวงการคลังอย่างตรงไปตรงมา</p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>นายกฯ ย้ำ ‘ไม่มีใครมีสิทธิ์พกปืน’ สั่ง 4 หน่วยงาน คุมเข้มทั่วประเทศ เร่งแก้กฎหมาย</title>
							<url>https://thestandard.co/anutin-gun-control-law-amendment/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/08/anutin-gun-control-law-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>ภราดรมอง ก.ท่องเที่ยวฯ ขอใช้งบจาก พ.ร.ก. กู้เงินฯ ทำโครงการไทยเที่ยวไทยพลัส ถือว่าเข้าเกณฑ์กู้เงินฉุกเฉิน</title>
							<url>https://thestandard.co/pradorn-tourism-emergency-loan-thai-tiew-thai-plus/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/08/pradorn-tourism-emergency-loan-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>‘เอกนิติ’ เผยเงินกู้ 4 แสนล้าน โฟกัสเปลี่ยนผ่านพลังงาน ลุ้น ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ เฟส 2 รอประเมินความเหมาะสม</title>
							<url>https://thestandard.co/ekaniti-loan-energy-transition-thai-plus/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/08/ekaniti-loan-energy-transition-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/thai-defense-frigate-procurement/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12403332</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1786347943000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2101967143000</endYmdtUnix>

			<title>The Odyssey กวาดรายได้ทั่วโลกทะลุ 1 พันล้านดอลลาร์แล้ว</title>
			<category>Culture</category>

			<publishTimeUnix>1786347943000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-08-10 14:45:43</publishTime>
			<updateTimeUnix>1786347943000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-08-10 14:45:43</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>The Odyssey กวาดรายได้ทั่วโลกทะลุ 1 พันล้านดอลลาร์แล้ว</title>
					<description>The Odyssey กวาดรายได้ทั่วโลกทะลุ 1 พันล้านดอลลาร์แล้ว</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/08/the-odyssey-billion-box-cover.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/08/the-odyssey-billion-box-cover.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>มหากาพย์ภาพยนตร์ The Odyssey กวาดรายได้จาก Box Office ทั่วโลกทะลุ 1 พันล้านดอลลาร์แล้วหลังจากที่เปิดตัวเข้าฉายได้ไม่ถึง 1 เดือนเท่านั้น นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ของ Christopher Nolan ที่ทำหน้าที่ทั้งกำกับ เขียนบท และ โปรดิวซ์ภาพยนตร์เรื่องนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The Odyssey กลายเป็นผลงานเรื่องที่ 2 ในชีวิตของ Christopher Nolan ที่สามารถทำรายได้จากทั่วโลกทะลุ 1 พันล้านดอลลาร์ ตามหลังภาพยนตร์เรื่อง The Dark Knight Rises ที่กวาดรายได้ถึง 1 พันล้านดอลลาร์เมื่อปี 2012 ในขณะที่ผลงานก่อนหน้า The Odyssey อย่าง Oppenheimer ที่เปิดตัวเมื่อปี 2023 และ ส่งให้เขาคว้ารางวัลออสการ์สาขา Best Director และ Best Picture ได้สำเร็จสามารถกวาดรายได้จากทั่วโลกไปทั้งหมด 975 ล้านดอลลาร์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ขณะนี้ The Odyssey มีรายได้จากในสหรัฐอเมริกาทั้งหมด 429.7 ล้านดอลลาร์ และมีรายได้จากทั่วโลกอีก 570.3 ล้านดอลลาร์ รวมกันเป็น 1 พันล้านดอลลาร์ ภายในช่วงเวลา 3 สัปดาห์หลังการเปิดตัว โดยอีกประเด็นที่น่าสนใจก็คือ ภาพยนตร์เรื่องนี้ถูกจัดให้อยู่ในเรต R หรือจำกัดผู้ชมอายุต่ำกว่า 17 ปีโดยสมาคมภาพยนตร์แห่งสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักกับหนังทำเงินใช้ต้นทุนสูงที่เปิดตัวในช่วงซัมเมอร์ และ The Odyssey ที่ใช้ต้นทุนสูงถึง 250 ล้านดอลลาร์ก็กลายเป็นภาพยนตร์เรต R เรื่องที่ 3 ที่สามารถกวาดรายได้ถึง 1 พันล้านดอลลาร์ ตามหลัง Joker และ Deadpool &amp; Wolverine</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The Odyssey ภาพยนตร์เรื่องแรกที่ถ่ายทำด้วยกล้องฟิล์ม IMAX 70mm ตลอดทั้งเรื่อง น่าจะยังคงกวาดรายได้ไปอีกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อภาพยนตร์เพิ่งเปิดตัวที่ เกาหลีใต้ และกำลังจะเปิดตัวในจีนวันที่ 14 สิงหาคมนี้ ตามมาด้วยญี่ปุ่นวันที่ 11 กันยายน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #999999;"><strong style="color: #999999;">ภาพ:</strong><span style="color: #999999;"> <a href="https://thestandard.co/tag/Universal-Pictures/" target="_blank" rel="dofollow noopener">Universal Pictures</a></span></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #999999;"><strong style="color: #999999;">อ้างอิง </strong><span style="color: #999999;"><a style="color: #999999; text-decoration: underline;" href="https://hypebeast.com/2026/8/christopher-nolan-the-odyssey-surpasses-1-billion-usd-global-box-office" target="_blank" rel="noopener">https://hypebeast.com/2026/8/christopher-nolan-the-odyssey-surpasses-1-billion-usd-global-box-office</a></span></span></p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>Travis Scott ไม่รู้สึกกดดันที่ไม่เคยชนะรางวัลแกรมมี่ แม้มีชื่อเข้าชิงมาแล้ว 10 ครั้ง</title>
							<url>https://thestandard.co/travis-scott-grammy-no-win-pressure/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/08/travis-scott-grammy-no-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>Spider-Man: Brand New Day กวาดรายได้ในอเมริกาไป 335 ล้านดอลลาร์ช่วงสุดสัปดาห์แรก</title>
							<url>https://thestandard.co/spider-man-brand-new-day-box-office/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/08/spider-man-brand-new-2.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>Robert Pattinson หยอกว่าการรับบทตัวร้ายใน The Odyssey ให้ความรู้สึกเหมือน Jacob ใน Twilight</title>
							<url>https://thestandard.co/robert-pattinson-odyssey-jacob-twilight/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/08/robert-pattinson-odyssey-jacob-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/the-odyssey-billion-box-office/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12391623</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1786072061000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2101691261000</endYmdtUnix>

			<title>Rhode ทำยอดขายสูงถึง 893 ล้านบาทภายใน 1 วันกับซัมเมอร์คอลเล็กชันล่าสุด</title>
			<category>Lifestyle</category>

			<publishTimeUnix>1786072061000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-08-07 10:07:41</publishTime>
			<updateTimeUnix>1786072353000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-08-07 10:12:33</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>Rhode ทำยอดขายสูงถึง 893 ล้านบาทภายใน 1 วันกับซัมเมอร์คอลเล็กชันล่าสุด</title>
					<description>Rhode ทำยอดขายสูงถึง 893 ล้านบาทภายใน 1 วันกับซัมเมอร์คอลเล็กชันล่าสุด</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/08/rhode-summer-collection-sales-cover.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/08/rhode-summer-collection-sales-cover.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>Rhode แบรนด์ที่ก่อตั้งโดย <a href="https://thestandard.co/tag/Hailey-Bieber/" target="_blank" rel="dofollow noopener">Hailey Bieber</a> ยังคงเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ที่เปิดตัวแบรนด์เมื่อปี 2022 โดยล่าสุดบริษัทแม่อย่าง e.l.f. Beauty ได้รายงานผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 1 ของปี 2027 ตามปีงบประมาณบริษัท ซึ่งนับตั้งแต่เดือนเมษายนไปจนถึงเดือนมิถุนายนปีนี้ ที่พบว่ามียอดขายสูงขึ้น 36% ในจำนวน 479.4 ล้านดอลลาร์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ถึงแม้ว่าบริษัทจะมียอดขายเติบโตขึ้นติดต่อกันมาถึง 30 ไตรมาส แต่ความสำเร็จของแบรนด์ Rhode ที่ e.l.f. Beauty เข้าซื้อกิจการมาในปี 2025 ด้วยสนนราคา 1 พันล้านดอลลาร์ เป็นสิ่งที่โดดเด่นที่สุดในการประชุมนักลงทุนประจำไตรมาสแรกของปี 2027 โดยเฉพาะเมื่อแบรนด์ทำยอดขายได้ 160 ล้านดอลลาร์ภายในช่วงเวลาดังกล่าว โดย Tarang Amin ผู้บริหารแห่ง e.l.f. Beauty เผยว่า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“Rhode เป็นแบรนด์แห่งปรากฏการณ์ ผมทำงานอยู่ในการตลาดผู้บริโภคมานาน 35 ปี แต่นี่น่าจะเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่พิเศษสุดที่ผมเคยพบเจอมาเลย สิ่งที่ Rhode นำมาสู่บริษัทของเราคือการเติบโตครั้งยิ่งใหญ่ และ เราเชื่อว่า Rhode อาจกลายเป็นแบรนด์ บิวตี ที่ทำรายได้สุทธิต่อปีถึง 1 พันล้านดอลลาร์ได้ไวที่สุด ด้วยองค์ประกอบของการคัดสรรประเภทโปรดักต์และโมเดลด้านการสร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าอันแข็งแกร่งได้ส่งผลให้ความต้องการสินค้าในหมู่ผู้บริโภคสูงเป็นประวัติการณ์ไปแล้ว”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Tarang Armin เล่าถึงความสำเร็จของการเปิดตัว Rhode ที่ร้าน Sephora ในอเมริกาเหนือและยุโรปตั้งแต่ช่วงท้ายปี 2025 รวมไปถึงการวางจำหน่าย Rhode ผ่านร้านรีเทล Mecca ในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ที่สุดท้ายแล้วแบรนด์ดังกล่าวก็ขึ้นท็อปอันดับ 1 ของแบรนด์ บิวตี ของทั้งสองร้าน และด้วยกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยม บริษัทจึงเตรียมขยายธุรกิจ Rhode สู่ร้าน Sephora อีก 19 ประเทศทั่วพื้นที่ยุโรป</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นอกจากนั้น Tarang Armin ยังกล่าวถึงซัมเมอร์คอลเล็กชันล่าสุดของ Rhode ที่เปิดตัวในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาและกลายเป็นไวรัลในโซเชียลมีเดียจนกระทั่งสามารถทำยอดขายแบบ Direct-to-Consumer ได้ถึง 27 ล้านดอลลาร์ หรือราว 893 ล้านบาทภายใน 1 วัน โดยนับสถิติลูกค้าใหม่ได้ 90,000 ชีวิต และยังมีลูกค้าอีก 70% ที่กลับมาซื้อของแบรนด์ Rhode ซ้ำๆ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #999999;"><strong style="color: #999999;">ภาพ:</strong><span style="color: #999999;"> Rhode</span></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #999999;"><strong style="color: #999999;">อ้างอิง:</strong><span style="color: #999999;"> <a style="color: #999999; text-decoration: underline;" href="https://www.glossy.co/beauty/rhode-sells-27-million-dtc-in-one-day-plots-19-country-expansion/" target="_blank" rel="noopener">https://www.glossy.co/beauty/rhode-sells-27-million-dtc-in-one-day-plots-19-country-expansion/</a></span></span></p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>Hailey Bieber ขึ้นแคมเปญ Miu Miu คอลเล็กชัน Fall/Winter 2026</title>
							<url>https://thestandard.co/hailey-bieber-miu-miu-campaign/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/hailey-bieber-miu-miu-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>Jung Saem Mool เตรียมเข้าตลาดอเมริกาครั้งแรก ด้วยการขายที่ Sephora</title>
							<url>https://thestandard.co/jung-saem-mool-sephora-us-launch/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/jung-saem-mool-sephora-cover-1.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>Jung Saem Mool เตรียมเข้าตลาดอเมริกาครั้งแรก ด้วยการขายที่ Sephora</title>
							<url>https://thestandard.co/jung-saem-mool-sephora-us/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/jung-saem-mool-sephora-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/rhode-summer-collection-sales/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12247104</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1782732506000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2098351706000</endYmdtUnix>

			<title>ชมคลิป: ปตท. ในสมรภูมิพลังงานโลก: รับมือความไม่แน่นอนอย่างไร ให้มั่นคงและยั่งยืน? | THE STANDARD WEALTH</title>
			<category>Video</category>

			<publishTimeUnix>1782732506000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-06-29 18:28:26</publishTime>
			<updateTimeUnix>1782735228000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-06-29 19:13:48</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>ชมคลิป: ปตท. ในสมรภูมิพลังงานโลก: รับมือความไม่แน่นอนอย่างไร ให้มั่นคงและยั่งยืน? | THE STANDARD WEALTH</title>
					<description>ชมคลิป: ปตท. ในสมรภูมิพลังงานโลก: รับมือความไม่แน่นอนอย่างไร ให้มั่นคงและยั่งยืน? | THE STANDARD WEALTH</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/06/631484_0E1_0.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/06/631484_0E1_0.jpg</thumbnail>
				</image>
									<text>
						<content>
						<![CDATA[
							<iframe width="932" height="516" src="https://www.youtube.com/embed/lTlAQRdEvkc" title="ชมคลิป: ปตท. ในสมรภูมิพลังงานโลก: รับมือความไม่แน่นอนอย่างไร ให้มั่นคงและยั่งยืน? | THE STANDARD WEALTH" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture" allowfullscreen></iframe>
						]]>
						</content>
					</text>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p><span style="font-weight: 400;">ในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และการเร่งเครื่องสู่พลังงานสะอาด หนึ่งในโจทย์ใหญ่ของชาติคือ &#8220;ประเทศไทยจะรักษาความมั่นคงทางพลังงานไปพร้อมกับการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนได้อย่างไร?&#8221;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน จาก THE STANDARD WEALTH ได้รับเกียรติพูดคุยกับ ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. เพื่อเจาะลึกวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ภายใต้การนำทัพในการสร้างสมดุลแห่ง Energy Trilemma</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">#PTT #ปตท #EnergyTransition #NetZero #TheStandardWealth</span></p>
<p>&nbsp;</p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>PTT ประกาศกำไรสุทธิ Q1/69 ทะลุ 2.5 หมื่นล้านบาท โต 10.4% ฝ่าพายุภูมิรัฐศาสตร์ แต่ Q2/69 จับตาความเสี่ยงสงครามตะวันออกกลาง-เงินเฟ้อ</title>
							<url>https://thestandard.co/ptt-q1-profit-q2-risks-69/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/05/ptt-q1-profit-q2-1.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>ขยายพอร์ตอสังหาฯ! EnCo บริษัทลูก ปตท. จับมือ i-Store ปั้นธุรกิจ Self Storage นำร่องดอนเมือง พร้อมศึกษาโอกาสร่วมทุนถือหุ้น i-Store ในอนาคต</title>
							<url>https://thestandard.co/enco-istore-self-storage-don-muang/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/05/enco-istore-self-storage-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>ถอดรหัส ปตท. รักษาสมดุล ‘ความมั่นคงชาติ-ผลประโยชน์ผู้ถือหุ้น’ ฝ่าวิกฤตพลังงานโลก ไทยจะมีน้ำมันใช้ได้นานแค่ไหน</title>
							<url>https://thestandard.co/ptt-balances-energy-security-shareholders/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/05/ptt-balances-energy-security.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/pttplc-interview/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12401135</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1786330789000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2101949989000</endYmdtUnix>

			<title>ยุทธศาสตร์ความมั่นคงไทย เพื่อนข้างบ้าน หรือศัตรูข้างเคียง</title>
			<category>Opinion</category>

			<publishTimeUnix>1786330789000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-08-10 09:59:49</publishTime>
			<updateTimeUnix>1786330789000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-08-10 09:59:49</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>ยุทธศาสตร์ความมั่นคงไทย เพื่อนข้างบ้าน หรือศัตรูข้างเคียง</title>
					<description>ยุทธศาสตร์ความมั่นคงไทย เพื่อนข้างบ้าน หรือศัตรูข้างเคียง</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/08/thaisecuritystrategyneighbors.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/08/thaisecuritystrategyneighbors.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p style="text-align: right;"><em>“เนื้อควายมีรสชาดเหมือนกันเสมอในสองฝากฝั่งของเส้นเขตแดน”</em></p>
<p style="text-align: right;">&nbsp;</p>
<p style="text-align: right;"><em>Sitting Bull</em></p>
<p style="text-align: right;">&nbsp;</p>
<p style="text-align: right;"><em>ผู้นำเผ่าอินเดียนแดงในการต่อสู้กับการขยายพื้นที่ของรัฐบาลอเมริกัน</em></p>
<p style="text-align: right;">&nbsp;</p>
<p style="text-align: right;"><em>“สงครามมีเจตนาเพียงประการเดียวคือ การเบี่ยงเบนประเด็นจากปัญหาสังคม”</em></p>
<p style="text-align: right;">&nbsp;</p>
<p style="text-align: right;"><em>Albert Marius Soboul</em></p>
<p style="text-align: right;">&nbsp;</p>
<p style="text-align: right;"><em>นักประวัติศาสตร์ชาวฝรั่งเศส</em></p>
<p style="text-align: right;">&nbsp;</p>
<p style="text-align: right;"><em>“ความไร้เหตุผลมักจะทำให้สงครามเกิดได้ง่าย”</em></p>
<p style="text-align: right;">&nbsp;</p>
<p style="text-align: right;"><em>George H. Quester</em></p>
<p style="text-align: right;">&nbsp;</p>
<p style="text-align: right;"><em>นักรัฐศาสตร์ชาวอเมริกัน</em></p>
<p>&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<div style="background: #fff; border-radius: 16px; padding: 20px; box-shadow: 0 10px 25px rgba(0,0,0,0.12); max-width: 600px;">
<div style="margin-bottom: 12px;">
<h2 style="font-size: 22px; font-weight: bold;">ประเด็นสำคัญ</h2>
<div style="height: 6px; background-color: #e62227; margin-top: 6px; width: 100%;">&nbsp;</div>
</div>
<ul style="padding-left: 20px; margin: 0; list-style: disc;">
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section1">กล่าวนำ</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section2">ความเชื่อเรื่อง “กำแพงสูง”</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section3">ยุคสงครามเย็น สู้กับภัยคอมมิวนิสต์ด้วยกัน</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section4">ยุคโลกาภิวัตน์ หากินด้วยกัน</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section5">ยุคปัจจุบัน- กลับมาทะเลาะกันใหม่ด้วยเรื่องชาตินิยม</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section6">อนาคตที่ยุ่งยาก</a></li>
</ul>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section1" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">กล่าวนำ</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในบริบทของนโยบายต่างประเทศไทยนั้น ประเด็นเรื่องความสัมพันธ์ไทยกับบรรดารัฐเพื่อนบ้านเป็นหัวข้อหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างมากในกระบวนการทำยุทธศาสตร์การต่างประเทศและความมั่นคงไทย เนื่องจากเป็นความสัมพันธ์กับรัฐข้างเคียงที่มีแนวพรมแดนติดต่อกัน หรือมีสถานะเป็น “รัฐเพื่อนบ้าน” ที่ไม่ต่างไปจากความเป็นเพื่อนบ้านข้างเคียงในชีวิตประจำวันของเรา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับรัฐเล็กแล้ว ชีวิตประจำวันของความเป็นรัฐนั้น มีเรื่องราวมากมายที่เกี่ยวโยงกับเพื่อนบ้าน หรือบางทีเรื่องราวเหล่านี้ก็กลายเป็นปัญหาได้ไม่ยาก อันเป็นผลมาจากการมีชายแดนติดต่อกัน หรือในประวัติศาสตร์สงครามของรัฐเล็กเช่นนี้ ถ้ารบก็เป็นการรบกับเพื่อนบ้านข้างเคียงเท่านั้น เพราะรัฐเหล่านี้ไม่มีขีดความสามารถที่จะทำการรบระยะไกลเช่นรัฐมหาอำนาจใหญ่ แต่ในหลายครั้ง บรรดารัฐเล็กก็สามารถอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ไม่ใช่จะต้องรบกันไปเสมอ หรือเป็นช่วงที่ปลอดจาก “สงครามเพื่อนบ้าน”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่ก็ไม่ได้บอกแบบ “โลกสวย” ว่าไม่มีสงคราม จะไม่ได้หมายถึงว่าไม่มีปัญหาระหว่างรัฐที่มีชายแดนติดต่อกัน หรือบอกว่า ความสัมพันธ์ทุกอย่างเดินไปอย่างราบเรียบสบายๆ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ความเป็นรัฐที่มีแนวพรมแดนเช่นนี้จึงมีนัยทางภูมิรัฐศาสตร์อีกว่า รัฐเหล่านี้จะต้อง “อยู่ร่วมกันตราบชั่วฟ้าดินสลาย” เพราะความเป็นจริงของภูมิศาสตร์คือ ไม่ชอบกันอย่างไร … จะเกลียดกันอย่างไร ก็ย้ายหนีจากกันไม่ได้ หรือต่อให้สร้างสิ่งกีดขวางใดๆ ในทางกายภาพ ก็ใช่ว่าจะตัดพื้นที่ให้ “ขาดจากกัน” ได้ในทางภูมิศาสตร์ หรือ “แยกขาดจากกัน” ได้ในทางภูมิรัฐศาสตร์</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section2" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">ความเชื่อเรื่อง “กำแพงสูง”</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในสภาพที่เกิดปัญหาความขัดแย้งขึ้น ผู้คนจึงมักมีความเชื่อเสมอว่า วิธีการป้องกันชายแดนที่ดีที่สุดคือ การสร้างสิ่งกีดขวางขนาดใหญ่เพื่อป้องกันภัยคุกคามจากภายนอก หรือเพื่อป้องกันการเข้าตีทางทหารของฝ่ายข้าศึก ไม่ต่างจากชีวิตประจำวันที่เชื่อว่า วิธีป้องกันภัยที่ดีที่สุดให้แก่บ้านของเราคือ สร้างรั้วให้สูงและแข็งแรง แล้วภัยจากภายนอกจะเข้ามาไม่ได้ เช่น อย่างน้อยขโมยและโจรจะเข้ามาไม่ได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อย่างไรก็ตาม สิ่งกีดขวางที่ถูกสร้างขึ้นอาจจะใช้กีดขวางบางสิ่งบางอย่างได้บ้างในบริบทของความเป็นรัฐ เช่น กำแพงเมืองจีนถูกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันการรุกรานของชนเผ่าทางเหนือ แต่ก็ใช่ว่ากำแพงเมืองจีนจะป้องกันข้าศึกจากภายนอกได้ตลอดไป เพราะในยุคต่อมาก็มีชนเผ่ามองโกลและพวกแมนจู สามารถบุกทำลายกำแพงเมืองจีนได้สำเร็จ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในยุคปัจจุบันคือ แนว “กำแพงทรัมป์” ที่แบ่งเส้นเขตแดนระหว่างสหรัฐฯ กับเม็กซิโก เพื่อป้องกันการเข้ามาของผู้อพยพผิดกฎหมายจากอเมริกาใต้ ซึ่งก็ท้าทายอย่างมากว่า กำแพงของทรัมป์จะสามารถป้องกันปัญหาผู้อพยพได้จริงเพียงใด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สิ่งที่ท้าทายอย่างมากคือ ระบบรั้วป้องกันชายแดนแบบไฮเทคของอิสราเอล หรือที่รู้จักกันในชื่อของ “Iron Dome” ซึ่งได้รับการยอมรับว่า เป็นระบบป้องกันชายแดนที่ดีที่สุดของโลก แต่สุดท้ายก็กลายเป็นความล้มเหลว ที่กลุ่มติดอาวุธฮามาสสามารถบุกทำลายแนวป้องกันนี้ และนำกำลังเข้าไปก่อเหตุรุนแรงในดินแดนของอิสราเอลได้อย่างคาดไม่ถึง จนกลายเป็นสงครามกาซ่าในเวลาต่อมา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ข้อสังเกตอย่างสังเขปในข้างต้นว่า ยุทธศาสตร์ในแบบสร้าง “สิ่งกีดขวางชายแดน” ไม่ว่าจะปรากฏในรูปแบบใดก็ตาม อาจจะไม่ได้ตอบโจทย์ในการปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัฐเพื่อนบ้านได้จริง สภาวะที่ “สิ่งกีดขวางชายแดน” ไม่ใช่คำตอบของการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ความเชื่อที่วางน้ำหนักไว้กับการสร้างสิ่งกีดขวางเช่นนี้ ว่าที่จะจริงแล้ว อาจไม่แตกต่างจาก “กำแพงทรัมป์” ซึ่งก็เป็นประเด็นที่มีข้อถกเถียงอย่างมาก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรื่องราวเช่นนี้ จึงเป็นดังประเด็นชวนคิดว่า ในความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านนั้น เราคงจะมียุทธศาสตร์อย่างไร ดังที่กล่าวแล้วว่า ในความเป็นจริงทั้งทางเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมนั้น ไทยไม่สามารถอยู่ในภาวะของการมีความขัดแย้งระยะยาว หรือที่อาจใช้ในภาษาของสงครามในยุคปัจจุบันได้ว่า ไทยจะต้องไม่อยู่ในสภาวะที่เป็น “Forever War” คือตกอยู่ในสภ่าพของ “สงครามตลอดกาล“ กับรัฐเพื่อนบ้าน ที่มองไม่เห็น “แสงสว่างของสันติภาพ” ที่ปลายอุโมงค์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ดังนั้น การคิดเรื่องนโยบายไทยต่อประเทศเพื่อนบ้านนั้น จึงต้องพิจารณาถึงสภาวะแวดล้อมที่เป็นจริงทางยุทธศาสตร์ จะคิดด้วยการวางจินตนาการบนรูปแบบความสัมพันธ์ของโลกในอดีตเช่น ในยุคก่อนการกำเนิดของรัฐสมัยใหม่นั้น อาจจะไม่ตอบปัญหาเรื่อง “ผลประโยชน์แห่งชาติ” ของไทยในสถานการณ์ปัจจุบัน เช่น เราไม่อาจคิดถึงความสัมพันธ์เช่นนี้ในตัวแบบของยุคกรุงศรีอยุธยา หรือเชื่อว่า เราจะบุกเข้าตีประเทศเพื่อนบ้านเช่นที่กองทัพราชอาณาจักรอยุธยาเคยรุกเข้าตีจนถึงเมืองหลวงของเพื่อนบ้านมาแล้ว เป็นต้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section3" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">ยุคสงครามเย็น สู้กับภัยคอมมิวนิสต์ด้วยกัน</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>หากมองย้อนกลับไปในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 บรรดารัฐอาณานิคมเริ่มก่อตัวเป็นรัฐเอกราช ไม่ว่าจะเป็นการได้รับเอกราชด้วยความยินยอมจาการสมัครใจของมหาอำนาจเจ้าอาณานิคม หรือได้มาด้วยการทำสงครามเรียกร้องเอกราช ก็ตาม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ฉะนั้นโลกยุคหลังสงครามโลก จึงเป็นโลกของ “ยุคได้รับเอกราช” ของบรรดาชาติอาณานิคมต่างๆ อันนำไปสู่การกำเนิดของบรรดา “ประเทศใหม่” (The New Nations)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พ้นจากสยาม (หรือประเทศไทย) แล้ว บรรดาเพื่อนบ้านที่เคยทำสงครามต่อกันมานั้น ล้วนเคยถูกรัฐมหาอำนาจเจ้าอาณานิคมเข้ายึดครองทั้งสิ้น อันเป็นผลให้สภาวะแวดล้อมรอบตัวสยามคือ รัฐเจ้าอาณานิคมดำรงอยู่ทั้ง 2 ฝากฝั่งของเส้นพรมแดน … สยามจึงเสมือนถูกโอบล้อมจากรัฐมหาอำนาจตะวันตก ด้านตะวันตกและด้านใต้ของเส้นพรมแดนคือ “จักรวรรดิอังกฤษแห่งอินเดีย” (the British India) และด้านตะวันออกคือ “จักรวรรดิฝรั่งเศสแห่งอินโดจีน” (French Indochina)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมื่อรัฐเหล่านี้ได้รับเอกราชในยุคสงครามเย็น สิ่งที่ตามมาอย่างชัดเจนคือ “สงครามปลดปล่อย” ที่ขับเคลื่อนโดยพรรคคอมมิวนิสต์ และไม่มีประเทศไหนในภูมิภาคไม่มีสงครามคอมมิวนิสต์เกิดขึ้นในบ้าน รวมทั้งในไทยเองก็ตาม และสงครามคอมมิวนิสต์เป็นปัญหาความมั่นคงที่ใหญ่ที่สุดที่รัฐบาลในภูมิภาคต้องเผชิญ และเป็น “โจทย์ความมั่นคง” ที่ทั้งรัฐมหาอำนาจภายนอกและบรรดารัฐเล็กๆ ในภูมิภาค ได้ร่วมกันต่อสู้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับรัฐเพื่อนบ้านจึงถูกกำหนดจากโจทย์ความมั่นคงเป็นสำคัญ ส่วนหนึ่งเป็นผลของการเชื่อมต่อของพรรคคอมมิวนิสต์ในภูมิภาค และประเด็นอีกส่วนที่เห็นชัดคือ ปัญหาการขยายตัวของอุดมการณ์และสงครามคอมมิวนิสต์ในภูมิภาค ไม่ใช่เรื่องของประเทศหนึ่งประเทศใดเท่านั้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คำถามหลักในสภาวะของสงครามเย็นคือ สงครามคอมมิวนิสต์จากเพื่อนบ้านจะขยายเข้าไทยหรือไม่?</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ดังนั้นในสภาวะเช่นนี้ นโยบายต่างประเทศและความมั่นคงไทยจึงมีนัยถึงการป้องกันการขยายตัวของสงครามในประเทศเพื่อนบ้านไม่ให้ลุกลามเข้าไทย ขณะเดียวกัน ก็ไม่ปล่อยให้เกิดสถานการณ์ที่ลากไทยให้ต้องรบกับเพื่อนบ้าน เพราะการทำเช่นนั้น จะทำให้สงครามภายนอกขยายตัวเข้ามาในไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สภาวะดังกล่าว ทำให้ไทยต้องหาทางสร้างความปลอดภัยให้กับตนเองมากที่สุด ยุทธศาสตร์เดิมที่เน้นเฉพาะเรื่องความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงกับรัฐเพื่อนบ้าน อาจจะไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในยุคหลังการสิ้นสุดของสงครามเวียดนามในปี 1975 (พ.ศ. 2518) ที่มีนัยโดยตรงถึงการถอนตัวทางทหารของสหรัฐฯ ออกจากภูมิภาค ประกอบกับปัญหาสงครามกลางเมืองในกัมพูชาที่จบลงในปี 1979 (พ.ศ. 2522) ด้วยชัยชนะของกองทัพเวียดนาม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผลจากความพลิกผันเช่นนี้ยิ่งทำให้นักความมั่นคงไทยต้องคิดถึงปัญหาทางยุทธศาสตร์ของไทยมากขึ้น สภาวะทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงในปี 1975 และสภาวะเช่นนี้้เปลี่ยนซ้ำอีกครั้งในปี 1979 จนเป็นดังการสร้างความเข้มข้นของสงครามเย็นในภูมิภาค และภูมิภาคแบ่งออกเป็น 2 ส่วนอย่างชัดเจนในมิติทางอุดมการณ์ และไทยกลายเป็น “รัฐแนวหน้า” (Frontline State) ของสงครามภูมิภาค</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section4" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">ยุคโลกาภิวัตน์ หากินด้วยกัน</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ข้อสรุปที่ชัดเจนคือ ไทยไม่สามารถดำรงอยู่ในความขัดแย้ง หรือตกอยู่ในภาวะ “สงครามเย็น” กับรัฐเพื่อนบ้านได้อย่างยาวนาน หรือที่ใช้ในสำนวนของภาษาสงครามสมัยปัจจุบันคือ ไทยจะต้องไม่เข้าไปติดกับ “สงครามตลอดกาล” หรือ “Forever War” ที่สงครามมีระยะเวลานาน อันอาจจะส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของไทยทั้งในระยะสั้นและระยะยาว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในสภาวะเช่นนี้ ไทยต้องไม่ปล่อยให้ความขัดแย้งกลายเป็นความสัมพันธ์ด้านหลักระหว่างไทยกับเพื่อนบ้าน จนทำให้ไทยไม่สามารถขยับตัวไปสู่การจัดการปัญหาอื่นๆ ได้ นอกจากเตรียมรับ “สงครามชายแดน” ซึ่งภาระสงคราม/ความขัดแย้งเช่นนี้ จะไม่ช่วยให้ไทยสร้าง “บทบาทนำ” ในเวทีภูมิภาคได้เลย มีแต่จะมีปัญหาต่อเนื่องไปไม่หยุด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อย่างไรก็ตามในท้ายที่สุด เราคงต้องให้เครดิตกับบรรดา “นักยุทธศาสตร์แห่งบ้านพิษณุโลก” ที่กล้าเสนอแนวคิดแบบฝ่ากระแส และยังต้องยกเครดิตให้กับความกล้าหาญของอดีตนายกฯ ชาติชาย ชุณหวัณ ด้วยการนำเสนอนโยบายแบบพลิกขั้วคือ “เปลี่ยนสนามรบ เป็นสนามการค้า” ที่จากเดิมนโยบายไทยต่อเพื่อนบ้านจะเน้นในเรื่องของ “ปัจจัยสนามรบ” เป็นสำคัญ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ดังนั้น นับจากรัฐบาลยุคนายกฯ ชาติชาย ในปี 1988 (พ.ศ. 2531) เป็นต้นมา แนวคิดของ “ยุทธศาสตร์บ้านพิษณุโลก” ได้กลายเป็นทิศทางหลักของความสัมพันธ์ไทยกับเพื่อนบ้าน แม้จะมีรัฐประหารมาเป็นตัวคั่นเวลาทางการเมือง แต่ทิศทางหลักเช่นนี้ ก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปแต่อย่างใด ดังเช่นที่เราเห็นนโยบายเช่นนี้ในยุคนายกฯ <a href="https://thestandard.co/tag/ทักษิณ-ชินวัตร/" target="_blank" rel="dofollow noopener">ทักษิณ ชินวัตร</a> ในช่วงปี 2001-2006 (พ.ศ. 2544-2549)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>รัฐบาลไทยในยุคต่อๆ มา ได้ยึดถือเอา “ปัจจัยสนามการค้า” เป็นเรื่องสำคัญ เพราะเป็นประเด็นที่สอดรับกับการเติบโตของไทยในระบบเศรษฐกิจภูมิภาค ที่ถูกขับเคลื่อนด้วย “กระแสโลกาภิวัตน์” และทั้งยังเน้นถึงทฤษฎี “การพึ่งพาทางเศรษฐกิจ” (Economic Interdependence) ประกอบกับปัจจัยสงครามและความมั่นคงกับประเทศเพื่อนบ้านได้ลดความสำคัญลง และการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากกว่า อีกทั้ง การเน้นในเรื่องของการเชื่อมต่อทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับเพื่อนบ้านนั้น สอดรับอย่างมากกับการขับเคลื่อนโลกด้วยกระแสโลกาภิวัตน์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อาจกล่าวได้ว่า นโยบาย “เปลี่ยนสนามรบ เป็นสนามการค้า” ดำรงอยู่เป็นยุทธศาสตร์ของไทยต่อเพื่อนบ้านมาอย่างยาวนาน อย่างน้อยก็นับจากรัฐบาลนายกฯ ชาติชาย จนถึงรัฐบาลนายกฯ แพทองธาร ดังได้กล่าวแล้วว่า แม้จะมีรัฐบาลมาเป็น “ตัวคั่นเวลา” แต่ก็มิได้เกิดการเปลี่ยนทิศทางของนโยบายดังกล่าวแต่อย่างใด “สนามการค้า” มีความสำคัญมากกว่า “สนามรบ” เสมอในนโยบายต่างประเทศไทย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่ด้วยเหตุแทรกซ้อนในช่วงรัฐบาลแพทองธารได้เกิดความขัดแย้ง จนนำไปสู่การใช้กำลังทหารระหว่างไทยกับกัมพูชาขึ้น อันส่งผลให้กระแสชาตินิยมขยายตัวมากขึ้นในสังคมของทั้ง 2 ประเทศ และเป็นกระแสที่มีความเป็น “สุดโต่ง” มากขึ้นจากสังคมทั้งสอง เนื่องจากเกิดการรบถึง 2 ครั้งในปี 2025 (พ.ศ. 2568)</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section5" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">ยุคปัจจุบัน- กลับมาทะเลาะกันใหม่ด้วยเรื่องชาตินิยม</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผลจากกระแสชาตินิยมที่เกิดขึ้นจากสงครามเช่นนี้ เปิดโอกาสให้พรรคภูมิใจไทยก้าวขึ้นมาเป็นรัฐบาลในเวลาต่อมา อันส่งผลให้ความสนใจกับปัจจัยทางเศรษฐกิจแบบเดิม ถูกลดความสำคัญลงด้วยเสียงของฝ่ายชาตินิยมสุดโต่ง ที่ดูจะมีทิศทางสนับสนุนสงครามเป็นทิศทางหลัก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ประกอบกับตัวนายกฯ อนุทินเอง ก็มีท่าทีไปในทิศทางเช่นนั้นด้วย จนนโยบายต่างประเทศไทยเสมือนกับเกิด “การพลิกทิศทางยุทธศาสตร์” อีกแบบด้วยการใช้ “ยุทธศาสตร์ชาตินิยม” เป็นปัจจัยนำ หรือที่อาจเรียกได้ว่า “กระแสนำการทหาร และการเมืองตาม”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ดังนั้น ในท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา จึงเห็นได้ชัดเจนว่า ยุทธศาสตร์ของรัฐบาลอนุทินคือการ “เปลี่ยนสนามการค้า เป็นสนามรบ” ขณะเดียวกัน ก็เสมือนเป็นการพาประเทศไทยให้ติดอยู่กับสภาวะ “สงครามตลอดกาล” กับรัฐเพื่อนบ้าน (Forever War) เนื่องจากจนปัจจุบัน ก็ยังไม่เห็นโอกาสที่จะแก้ปัญหาความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ด้วยการเจรจาทางการทูตให้สำเร็จได้จริง และต่างฝ่ายต่างโทษกันไปมาไม่จบ จนสภาวะเช่นนี้ ได้กลายเป็น “สงครามน้ำลาย” ข้ามเส้นเขตแดน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ขณะเดียวกัน เมื่อสงครามน้ำลายที่ถูกผสมด้วยกระแสชาตินิยมแล้ว โอกาสที่ “พี่น้องสองฟากของเส้นเขตแดน” จะกลายเป็นศัตรูไม่จบ และเกิดสภาวะ “ไม่มีใครยอมใคร” ที่พร้อมจะนำไปสู่สงครามครั้งใหม่ได้เสมอ ดังจะเห็นได้ในปัจจุบันว่า กระแสชาตินิยมที่สนับสนุนการแก้ปัญหาข้อพิพาทไทย-กัมพูชา ยังคงดำรงสถานะเป็น “กระแสหลัก” ทั้งในสื่อและในสังคม แม้กระแสเช่นนี้ อาจจะลดลงบ้างในปีปัจจุบัน แต่ทิศทางของกระแสดังกล่าวยังมีแรงขับเคลื่อนอยู่ค่อนข้างมาก ประกอบกับคงปฏิเสธไม่ได้ว่า รัฐบาลเองก็คาดหวังว่า การเคลื่อนไปกับกระแสชาตินิยม จะเป็นปัจจัยในการสร้างคะแนนเสียงให้กับรัฐบาลทั้งในปัจจุบันและในอนาคต</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นอกจากนี้ในอีกด้านหนึ่ง การเกาะอยู่กับกระแสชาตินิยมแบบสุดโต่ง ทำให้รัฐบาลเน้นการสื่อสารกับสังคมภายในที่ชื่นชอบ “ลัทธิชาตินิยม” มากกว่าจะสื่อกับสังคมภายนอกที่เน้นในเรื่องของความถูกต้องของข้อมูลในเชิงกฎหมายระหว่างประเทศ หรือเกิดสภาพของการเสนอนโยบายในแบบ “ถูกใจ” (กับสังคมภายใน) มากกว่าต้องการความ “ถูกต้อง” ในทางหลักการ หรือข้อเท็จจริง หรือในอีกทางทำให้เกิดสภาพที่รัฐบาลไทย “ไม่สนใจ” หลักการระหว่างประเทศเท่าที่ควร อันส่งผลให้ไทยไม่ได้รับความสนับสนุนจากเวทีระหว่างประเทศมากนัก</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section6" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">อนาคตที่ยุ่งยาก</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>การติดกับดักเช่นนี้ จึงเป็นการลดทอนบทบาทของไทยในเวทีภูมิภาคไปอย่างน่าเสียดาย เพราะความริเริ่มทั้งหมดของรัฐบาลไทยในปัจจุบันมุ่งอยู่กับเรื่องกัมพูชา จนดูเหมือนเราแทบจะลืมเรื่องพม่า เรื่องภาคใต้ และเรื่องความมั่นคงอื่นๆ ในเวทีสากลไปอย่างน่าเสียดาย โดยเฉพาะในเวลาเช่นนี้ ไทยดูจะไม่สนใจเรื่องของ “ภูมิรัฐศาสตร์โลก” เท่าใดนัก มีแต่ความสนใจเรื่องของ “ภูมิรัฐศาสตร์ท้องถิ่น” ที่ยึดโยงอยู่กับเรื่องของชายแดนและเส้นเขตแดน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อย่างไรก็ตาม เราคงต้องตระหนักว่า นโยบายต่างประเทศไทยไม่ได้มีแต่ปัญหากัมพูชาเท่านั้น และโจทย์พม่าที่รออยู่ข้างหน้าก็เป็นเรื่องใหญ่ และปัญหาที่ใหญ่ที่สุด คงหนีไม่พ้นโจทย์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ท้าทายผู้นำไทยอยู่ทุกวัน … เป็นความท้าทายทุกวันที่รัฐบาลต้องตอบให้ได้ด้วย แต่เราก็ดูจะยังไม่เห็นคำตอบเหล่านี้เท่าใดนัก เว้นแต่การเดินทางเยือนจีนของนายกรัฐมนตรีไทยและคณะในช่วงที่ผ่านมา และถูกถ่ายทอดด้วยเสียงเพลง “เถียนมี่มี่” นั้น เป็นคำตอบในตัวเองที่ไม่จำเป็นต้องถกแถลงให้เสียเวลาว่า “ไทยยืนกับจีนเต็มตัวแล้ว”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เอ … บทความนี้ขึ้นต้นด้วยเรื่องเพื่อนบ้าน แต่ทำไมกลับมาจบลงที่จีน … หรือว่า วันนี้ถ้าจะถกเรื่องความสัมพันธ์ไทยกับเพื่อนบ้าน ก็อาจจะต้องถกเรื่องบทบาทของจีนด้วย เพราะสักวันหนึ่ง จีนอาจจะขยายอิทธิพลเข้ามาในภูมิภาค จนเกิดสภาพที่อิทธิพลของจีน “ประชิด” แนวชายแดนไทย และเรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะเป็นไปไม่ได้ในอนาคต หรือไม่ใช่เรื่อง “เหลือเชื่อทางภูมิรัฐศาสตร์” อย่างแน่นอน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ว่าที่จริงวันนี้ แนวเส้นเขตแดนไทยก็ประชิดอยู่กับเขตอิทธิพลของ “จีนเทา” ในหลายพื้นที่อยู่แล้ว แม้พื้นที่เหล่านั้นจะอยู่ในรัฐเพื่อนบ้านของไทย ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่แต่อย่างใด เป็นแต่เพียงสังคมไทยจะยอมรับความจริงเรื่องนี้หรือไม่ก็ตาม!</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #999999;"><strong>ภาพ:</strong> Niphon Subsri via ShutterStock</span></p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>อนุทิน Kick Off เพิ่มทุนกองทุนหมู่บ้าน 4.4 พันล้านบาท ช่วยดอกเบี้ยคนละครึ่ง หวังดึงคนออกจากหนี้นอกระบบ</title>
							<url>https://thestandard.co/anutin-village-fund-debt-relief/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/08/anutin-village-fund-debt-1.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>รู้จัก ‘ฉลอง เรี่ยวแรง’ ตำนานงูเห่าการเมือง และ ‘พ.ต.อ.ธงชัย’ นายก อบจ. นนทบุรี หลายสมัย บุคคลสำคัญในเหตุยิง</title>
							<url>https://thestandard.co/nonthaburi-pao-chief-shooting/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/08/nonthaburi-pao-chief-shooting-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>นายทะเบียน ภท. แจง ฉลอง เรี่ยวแรง ลาออกจากภูมิใจไทยตั้งแต่ปี 67 ก่อนมีเหตุยิงนายก อบจ.นนทบุรี</title>
							<url>https://thestandard.co/chalong-riewraeng-bhumjaithai-resign-shooting/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/08/chalong-riewraeng-bhumjaithai-resign-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/thai-security-strategy-neighbors/</sourceUrl>
		</article>

	</articles>
<!--
Performance optimized by W3 Total Cache. Learn more: https://www.boldgrid.com/w3-total-cache/

Page Caching using Disk: Enhanced (Requested URI is rejected) 

Served from: _ @ 2026-08-10 14:59:39 by W3 Total Cache
-->