<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?><articles><UUID>TSTD202610311206</UUID><time>1793448389</time>		<article>
			<ID>12311610</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1784113340000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2099732540000</endYmdtUnix>

			<title>ฟิตร่างกายลุย Hybrid Race กับโปรแกรมฝึกแบบ Team Under Armour</title>
			<category>LIFE</category>

			<publishTimeUnix>1784113340000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-07-15 18:02:20</publishTime>
			<updateTimeUnix>1784114528000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-07-15 18:22:08</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>ฟิตร่างกายลุย Hybrid Race กับโปรแกรมฝึกแบบ Team Under Armour</title>
					<description>ฟิตร่างกายลุย Hybrid Race กับโปรแกรมฝึกแบบ Team Under Armour</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-1.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-1.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>นอกจากจะเป็นที่พูดถึงกันในทุกกลุ่มของสายฟิตสายลุยแล้ว แต่ ‘Hybrid Race’ กีฬาสายวิ่งผสมสายฟิตเนสก็กำลังเป็นเป้าหมายที่รอการพิชิตของใครหลาย ๆ คนอย่างแน่นอน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แน่นอนว่าหลากหลายผู้พิชิตและหลากหลายทีมกำลังเตรียมตัวอย่างเข้มข้น รวมถึงที่ RYSE Arena เมื่อวันศุกร์ที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมาที่เหล่า TeamUA หรือ Team <a href="https://thestandard.co/tag/Under-Armour/" target="_blank" rel="dofollow noopener">Under Armour</a> ทั้ง 22 คนก็ได้เริ่มออกมา Full Body Shake เรียกเหงื่อเรียกแรงกันอย่างเข้มข้น ในอีก 5 สัปดาห์ข้างหน้าที่จะให้สายฟิตทุกคนได้ท้าทายตัวเองกันอีกครั้งในปีนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231147" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-1.jpg?x54100" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 1" width="1280" height="1700" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>ฟิต 5 สัปดาห์ก่อนแข่งกับ Under Armour</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ระยะเวลา 5 สัปดาห์ของแคมป์ฝึกซ้อม Team UA จะได้เจอกับโปรแกรมที่วางรากฐานการพัฒนาศักยภาพร่างกายอย่างเป็นระบบ เริ่มต้นจากการปรับพื้นฐานการเคลื่อนไหวเพื่อเตรียมความพร้อม ก่อนจะไต่ระดับความเข้มข้นไปสู่การจำลองสถานการณ์ในสนามแข่งจริง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231148" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-2.jpg?x54100" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 2" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ช่วงสัปดาห์แรกเริ่มด้วยการทดสอบ Movement Foundation เพื่อประเมินความพร้อม จากนั้นสร้าง Aerobic Base เสริมความทนทาน และยกระดับสู่ Strength Endurance สำหรับสถานีที่ใช้พละกำลัง พร้อมฝึกเทคนิค Transition การคุมเพซ และวางกลยุทธ์เฉพาะตัว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231149" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-3.jpg?x54100" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 3" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมื่อเข้าสู่โค้งสุดท้าย จะเน้น Race Simulation เพื่อฝึกซ้อมภายใต้ความกดดันและความเหนื่อยล้าจริง ก่อนเข้าช่วง Taper เพื่อลดการซ้อม ให้ร่างกายได้ฟื้นฟูและสะสมพลังงานเต็มเปี่ยมสำหรับวันแข่ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231151" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-4.jpg?x54100" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 4" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>เผยโฉม ‘Team UA’ ก่อนลง Full Body Shake</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับสัปดาห์แรกของ Team Under Armour ทั้ง 22 คนได้มาพบหน้ากันเพื่อทำความรู้จักและ Ice Breaking แบบฉบับสายฟิตสายลุยที่จะมาทำความรู้จักกันขณะ Planking และ Squat เรียกเหงื่อ ซึ่งแต่ละคนเดินเข้ามาพร้อมเป้าหมายที่แตกต่างกัน ทั้งการทำลายสถิติเดิมของตัวเอง หรือกลับมาทวงฟอร์มหลังผ่านสนามมา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ไม่ว่าจะเป็น Junior (@ju.nio.r12) และ Jaynoppa (@jaynoppa), Emma Arocha (@emmarchh), Pim Pimkanok (@pimmypiam) Pipe Kamtapong (@pipekubkib) นอกจากนี้ยังมี ‘รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น’ หนึ่งในนักกีฬา Under Armour มาเข้าร่วม Full Body Shakeout ในฐานะ Team UA ด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231152" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-5.jpg?x54100" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 5" width="1920" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โดยสำหรับคลาสสัปดาห์แรก TEAM UA เริ่มด้วย Easy Run ก่อนฝึกคุมแรงที่สถานี SkiErg และ RowErg ต่อด้วยโจทย์คู่อย่าง Sled Push ร่วมกับ Farmer Hold ที่ต้องถือ Kettlebell ให้มั่นคงขณะเพื่อนดัน Sled</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231153" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-6.jpg?x54100" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 6" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ครึ่งหลังทวีความเข้มข้นด้วย Burpee Broad Jump, Wall Ball, Walking Lunge และท่าท้าทายใจอย่าง Sandbag Reverse Lunge, Ab-mat Sit-up กับ Bearhug Sandbag Carry ในเวลาจำกัด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231154" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-7.jpg?x54100" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 7" width="1920" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แม้เป็นท่าที่คุ้นเคย แต่เมื่อฝึกต่อเนื่อง บททดสอบจริงคือการคุมหายใจและรักษาฟอร์มเพื่อออมแรง คลาสนี้ช่วยให้ทุกคนพบจุดแข็งและจุดที่ต้องปรับปรุง เพื่อเตรียมลุยต่อสำหรับการแข่งที่กำลังจะเข้ามา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231155" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-8.jpg?x54100" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 8" width="1920" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>เทรนก่อนเจอสนามจริงแบบ Team UA ได้กับยิมพาร์ตเนอร์</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>หากใครอยากฝึกร่างกายให้พร้อมกับเวทีท้าทายตัวเองใน Hybrid Race แบบ Team UA ก็ไม่ต้องอิจฉาไป เพราะ Under Armour เปิดโอกาสให้ทุก ๆ คนที่อยากเตรียมตัวก่อนลง Hybrid Race ได้เข้ามาฝึกในระบบเดียวกันด้วย โดยโปรแกรมนี้ร่วมมือกับยิมพาร์ตเนอร์ 3 แห่ง ได้แก่ RYSE Arena, ONTRACK Campus (เขตพระโขนง) และ FIT:D Thailand</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231156" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-9.jpg?x54100" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 9" width="1920" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่ละคลาสจะเป็นการค่อย ๆ ทำความเข้าใจองค์ประกอบที่จำเป็นต่อ Hybrid Race ตั้งแต่การสร้าง Aerobic Base การเพิ่ม Strength Endurance การควบคุมเพซ ไปจนถึงการฝึก Transition ระหว่างการวิ่งและสถานีต่าง ๆ ก่อนนำทุกอย่างมาทดลองร่วมกันผ่าน Race Simulation</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231157" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-10.jpg?x54100" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 10" width="1280" height="1700" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผู้สนใจร่วมซ้อมแบบ Team UA สามารถรับ Training Class Pass (3 เครดิต) เมื่อซื้อสินค้าครบ 6,900 บาทที่ Under Armour Brand House เพื่อเข้าเซสชันกับยิมพาร์ตเนอร์และแบ่งปันให้เพื่อนได้ โดยผู้ที่เข้าครบ 3 คลาสตามเงื่อนไข จะได้รับสิทธิ์ลงทะเบียน Race Simulation เพื่อทดสอบความพร้อมของร่างกาย จังหวะเปลี่ยนสถานี และแผนการแบ่งแรงก่อนเจอสนามจริง สามารถรับรายละเอียดและโค้ดลงทะเบียนได้จากทีมงานหน้าร้าน</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>มาทดสอบตัวเองเพื่อพัฒนาตัวเองไปอีกขั้น</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในการฝึกซ้อมสัปดาห์แรกนี้ Under Armour ได้ให้การสนับสนุนผู้ท้าชิง Hybrid Race อย่างเต็มที่กับทุกคนที่มีเป้าหมายเดียวกัน โดยมีระบบสนับสนุนตลอดเส้นทาง ทั้งโปรแกรมฝึก โค้ช ยิมพาร์ตเนอร์ เสื้อผ้าอุปกรณ์ และการฟื้นฟูร่างกาย ทำให้แบรนด์เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงการฝึก ความรู้ และคอมมูนิตี้ เพื่อผลักดันแนวคิด Make Athletes Better ให้เกิดขึ้นจริงผ่านการลงมือทำ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231158" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-11.jpg?x54100" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 11" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับใครที่กำลังมอง Hybrid Race เป็นเป้าหมายถัดไป อย่ารีรอให้ใกล้วันแข่ง เวลานี้คือเวลาที่ดีที่สุดแล้วที่จะได้ท้าทายตัวเอง และพัฒนาตัวเองไปในอีกขั้นก่อนการแข่งจริงในอีกไม่กี่สัปดาห์นี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231159" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-12.jpg?x54100" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 12" width="1920" height="1280" /><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231160" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-13.jpg?x54100" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 13" width="1920" height="1280" /></p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>BOYNEXTDOOR ขึ้นแท่นเป็นโกลบอลแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Under Armour</title>
							<url>https://thestandard.co/boynextdoor-under-armour-ambassador/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/boynextdoor-under-armour-ambassador-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>UNDER ARMOUR X MARINE SERRE แคปซูลคอลเล็กชันเพื่อฉลอง 30 ปีของแบรนด์กีฬา</title>
							<url>https://thestandard.co/under-armour-marine-serre-capsule/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/06/under-armour-marine-serre-1.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>สเตฟเฟน เคอร์รี แยกทาง Under Armour หลังร่วมงานกันนาน 13 ปี</title>
							<url>https://thestandard.co/stephen-curry-parts-under-armour/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2025/11/stephen-curry-parts-under.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/under-armour-hybrid-race-training/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12738791</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1793447410000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2109066610000</endYmdtUnix>

			<title>SWITCH 2026: ปักหมุด 5 สตาร์ทอัพน่าจับตา เมื่อ DeepTech &#038; AI พร้อมเปลี่ยนโลกความจริง</title>
			<category>News</category>

			<publishTimeUnix>1793447410000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-10-31 18:50:10</publishTime>
			<updateTimeUnix>1793447410000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-10-31 18:50:10</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>SWITCH 2026: ปักหมุด 5 สตาร์ทอัพน่าจับตา เมื่อ DeepTech &#038; AI พร้อมเปลี่ยนโลกความจริง</title>
					<description>SWITCH 2026: ปักหมุด 5 สตาร์ทอัพน่าจับตา เมื่อ DeepTech &#038; AI พร้อมเปลี่ยนโลกความจริง</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/switch-2026-deeptech-ai-1.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/switch-2026-deeptech-ai-1.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>ในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนโลกไม่ได้หยุดอยู่แค่ในหน้ากระดาษวิจัย งาน SWITCH 2026 ได้กลายเป็นเวทีสะท้อนศักยภาพของสตาร์ทอัพยุคใหม่ที่พร้อมเปลี่ยนนวัตกรรมล้ำสมัยให้กลายเป็นเครื่องมือตอบโจทย์โลกความเป็นจริง พร้อมตอกย้ำบทบาทของสิงคโปร์ในการเป็น ‘ศูนย์กลางนวัตกรรมระดับโลก’</p>
<p>&nbsp;</p>
<div style="background: #fff; border-radius: 16px; padding: 20px; box-shadow: 0 10px 25px rgba(0,0,0,0.12); max-width: 600px;">
<div style="margin-bottom: 12px;">
<h2 style="font-size: 22px; font-weight: bold;">ประเด็นสำคัญ</h2>
<div style="height: 6px; background-color: #e62227; margin-top: 6px; width: 100%;">&nbsp;</div>
</div>
<ul style="padding-left: 20px; margin: 0; list-style: disc;">
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section1">CRecTech กับโครงการแปรรูปก๊าซชีวภาพเป็นเชื้อเพลิงมูลค่าสูง</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section2">Qifrost กับความพยายามทลาย ‘ข้อจำกัด’ ของคอมพิวเตอร์ควอนตัม</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section3">Menlo กับ Embodied AI แห่งอนาคต</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section4">The Robot Company กับหุ่นยนต์ควบคุมระยะไกล</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section5">WaveScan กับเทคโนโลยีตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐาน</a></li>
</ul>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p>สิงคโปร์มุ่งเน้นการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีขั้นสูง (DeepTech) จากห้องปฏิบัติการวิจัย มาประยุกต์ใช้งานจริง เพื่อแก้ปัญหาและเพิ่มศักยภาพให้แก่ภาคอุตสาหกรรม ครอบคลุมตั้งแต่การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานยั่งยืน การทลายขีดจำกัดของคอมพิวเตอร์ควอนตัม ไปจนถึงหุ่นยนต์เอไอเชิงกายภาพ (Embodied AI) และการปกป้องโครงสร้างเมืองอัจฉริยะ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นี่คือ 5 ตัวอย่างสตาร์ทอัพที่น่าสนใจจากงาน SWITCH 2026</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1273873" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/switch-2026-deeptech-ai-startups-1-1.jpg?x54100" alt="ภาพรวมนวัตกรรมและเทคโนโลยีจาก 5 สตาร์ทอัพในงาน SWITCH 2026 1" width="1080" height="1350" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section1" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;"><b>CRecTech กับโครงการแปรรูปก๊าซชีวภาพเป็นเชื้อเพลิงมูลค่าสูง</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>CRecTech เป็นบริษัทเทคโนโลยีสะอาด (Clean Technology) เป็นผู้พัฒนานวัตกรรมเปลี่ยนก๊าซที่มีคาร์บอนเป็นองค์ประกอบให้กลายเป็นสารเคมีและเชื้อเพลิงมูลค่าสูง ด้วยเทคโนโลยีตัวเร่งปฏิกิริยาเฉพาะของบริษัทที่มีชื่อว่า CRecREF™ โดยมุ่งเน้นการสนับสนุนกระบวนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Decarbonisation) และการขับเคลื่อนโซลูชันเคมีภัณฑ์สีเขียว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เทคโนโลยีตัวเร่งปฏิกิริยา CRecREF™ เป็นกระบวนการตัวเร่งปฏิกิริยา 2 ขั้นตอน (Two-Stage Process) ที่แปลงก๊าซชีวภาพและก๊าซคาร์บอน เช่น ก๊าซมีเทนและ CO2 จากน้ำเสียโรงงานน้ำมันปาล์ม หรือน้ำเสียเทศบาล ให้กลายเป็นก๊าซสังเคราะห์ (Synthesis Gas) แล้วแปรรูปต่อเป็น ‘ไบโอเมทานอล’ (Biomethanol)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>CRecTech ได้ลงนาม MOU และความร่วมมือกับ Pertamina NRE ในอินโดนีเซีย เพื่อพัฒนาโรงงานนำร่องในเขตเศรษฐกิจพิเศษ Sei Mangkei โดยมีโรงงานผลิตตัวเร่งปฏิกิริยาที่เมือง Batang รวมถึงมีโครงการนำร่องร่วมกับลูกค้าในสหรัฐฯ สำหรับก๊าซชีวภาพจากน้ำเสียเทศบาล</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ดร. ลิม คัง ฮุย ผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO ของ CRecTech กล่าวว่า น้ำเสียจากโรงงานน้ำมันปาล์ม (POME) หรือน้ำเสียจากชุมชนสร้างก๊าซเรือนกระจกได้ การนำมาเปลี่ยนเป็นไบโอเมทานอล นอกจากจะสร้างรายได้แล้ว ยังช่วยลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) และสร้างคาร์บอนเครดิต (Carbon Credits) ได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อินโดนีเซียมีโรงงานน้ำมันปาล์มราว 1,000 แห่ง หากใช้เทคโนโลยีนี้เต็มศักยภาพจะผลิตไบโอเมทานอลได้ถึง 7 ล้านตันต่อปี ซึ่งเพียงพอที่จะปิดช่องว่างการนำเข้าเมทานอลของอินโดนีเซีย ซึ่งปัจจุบันนำเข้า 1-2 ล้านตันต่อปี เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบผสมไบโอดีเซล (B50) ได้ทันที พร้อมมีเป้าหมายขยายไปยังมาเลเซียและไทย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ส่วนเรื่องการรับมือกับวิกฤตพลังงาน โดยเฉพาะในช่วงสงครามและความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ดร. ลิม กล่าวกับ THE STANDARD ว่า โครงการนี้เป็นแนวทางสำคัญที่จะมีส่วนช่วยรับมือกับวิกฤตและการขาดแคลนพลังงานในอนาคต เนื่องจาก เป็นแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่ผลิตได้ต่อเนื่อง อาศัยวัตถุดิบชีวมวลและน้ำเสียจากภาคเกษตรกรรมที่มีการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ จึงเป็นพลังงานหมุนเวียนทางเลือกที่ไม่ขาดตอน ทั้งยังมีส่วนช่วยสร้างความมั่นคงและยืดหยุ่นทางพลังงาน (Energy &amp; Supply Chain Resilience) สนับสนุนการใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นผลิตเชื้อเพลิงใช้เอง ลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานฟอสซิลจากต่างประเทศ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1273874" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/switch-2026-deeptech-ai-startups-2-1.jpg?x54100" alt="ภาพรวมนวัตกรรมและเทคโนโลยีจาก 5 สตาร์ทอัพในงาน SWITCH 2026 2" width="1080" height="1350" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section2" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;"><b>Qifrost กับความพยายามทลาย ‘ข้อจำกัด’ ของคอมพิวเตอร์ควอนตัม</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>Qifrost เป็นควอนตัมสตาร์ทอัพดาวรุ่งของสิงคโปร์ โดย อีริก เกา ผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO ของ Qifrost ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD ว่า เป้าหมายสำคัญของ Qifrost คือ การมุ่งเน้นการทำให้คอมพิวเตอร์ควอนตัม “ทำงานได้จริง” และสามารถขยายขนาด (Scale) ระบบได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในขณะที่คนส่วนใหญ่มักพูดถึงการนำควอนตัมไปใช้ในเรื่องการค้นพบยาใหม่ (Drug Discovery), วิทยาศาสตร์วัสดุ, การพับโปรตีน, โลจิสติกส์ หรือการเงิน แต่อีริกมองว่า เรื่องเหล่านั้นจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากยังไม่สามารถทำให้คอมพิวเตอร์ควอนตัมทำงานได้จริงในก้าวแรก โดยวิวัฒนาการจะต้องเล็กลง ถูกลง และกลายเป็นสินค้าแพร่หลาย (Commoditization) เปรียบเทียบกับคอมพิวเตอร์ยุคแรกที่เคยมีขนาดใหญ่เท่าห้องและราคาหลายล้านดอลลาร์ แต่ปัจจุบันถูกย่อส่วนและลดต้นทุนจนกลายเป็นสมาร์ทโฟนที่ทุกคนพกพาได้ คอมพิวเตอร์ควอนตัมก็ต้องผ่านวิวัฒนาการในการบีบอัดขนาด ลดต้นทุน และผลิตได้ในปริมาณมากเช่นกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อีริกอธิบายว่า คอมพิวเตอร์ควอนตัมในปัจจุบัน แม้จะมีขนาดใหญ่และซับซ้อน แต่ยังไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพจริง เนื่องจากรองรับคิวบิต (Qubit) ได้เพียงประมาณ 100 คิวบิต ในขณะที่การใช้งานจริงต้องใช้ระดับ 1 ล้านคิวบิต ขึ้นไป โดย 3 อุปสรรคสำคัญในการขยายระบบ นั่นคือ</p>
<p>&nbsp;</p>
<ol>
<li>สถาปัตยกรรมและการเดินสายเคเบิล (Architecture): ระบบเดิมต้องส่งสัญญาณจากกล่องควบคุมอุณหภูมิห้อง ลงไปยังชั้นอุณหภูมิเยือกแข็ง (Millikelvin) ที่คิวบิตประมวลผลอยู่ หากต้องการขยายเป็นล้านคิวบิต จะต้องใช้สายเคเบิลมหาศาลซึ่งเป็นไปไม่ได้ในทางกายภาพ</li>
<li>ความร้อน (Heat): สัญญาณไฟฟ้าที่ส่งผ่านสายเคเบิลทำให้เกิดความร้อน ซึ่งความร้อนเพียงเล็กน้อยจะทำลายสภาวะควอนตัมที่เปราะบาง</li>
<li>ต้นทุนที่สูงมาก (Cost): สายเคเบิล อุปกรณ์ควบคุม และบุคลากรผู้เชี่ยวชาญมีต้นทุนสูงมาก ส่งผลให้คอมพิวเตอร์ควอนตัมเครื่องหนึ่งมีราคาสูงกว่า 5 ล้านดอลลาร์</li>
</ol>
<p>&nbsp;</p>
<p>Qifrost พัฒนาชิปควบคุมควอนตัม (Cryo-CMOS) ที่ทำงานได้ในอุณหภูมิเย็นจัด และเข้ากันได้กับควอนตัมคอมพิวเตอร์ทุกรูปแบบ โดยนำเทคโนโลยีชิปสารกึ่งตัวนำแบบที่ใช้ในอุปกรณ์ทั่วไปมาต่อยอด ช่วยให้ผู้พัฒนาคอมพิวเตอร์ควอนตัมสามารถเพิ่มจำนวนคิวบิตและขยายระบบได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาสร้างฮาร์ดแวร์ควบคุมขึ้นมาเองใหม่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โดยการใส่ชิปควบคุมลงในระบบความเย็นช่วยแก้ไขปัญหา 3 ด้านพร้อมกัน นั่นคือ ช่วยลดจำนวนสายเคเบิลลงอย่างมาก ซึ่งเป็นการลดความซับซ้อนของโครงสร้าง และสายเคเบิล รวมถึงลดความร้อนสะสม และลดต้นทุนระบบลงทันที</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Qifrost ไม่ได้มุ่งเน้นไปที่การสร้างตัวประมวลผลควอนตัมแข่งกับยักษ์ใหญ่อย่าง IBM หรือ Google แต่เลือกวางตำแหน่งตัวเองเป็น ‘ผู้แก้ปัญหาคอขวดที่ใหญ่ที่สุดของการขยายขนาดฮาร์ดแวร์’ (Scaling Bottleneck) จึงเป็นอีกหนึ่งสตาร์ทอัพที่น่าสนใจในงาน SWITCH 2026 และโดดเด่นอย่างมากในวงการคอมพิวเตอร์ควอนตัมยุคปัจจุบัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1273875" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/switch-2026-deeptech-ai-startups-3-1.jpg?x54100" alt="ภาพรวมนวัตกรรมและเทคโนโลยีจาก 5 สตาร์ทอัพในงาน SWITCH 2026 3" width="1080" height="1350" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section3" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;"><b>Menlo กับ Embodied AI แห่งอนาคต</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>เจีย ฉี ยิป นักวิจัยและนักพัฒนา Embodied AI จาก Menlo Research เล่าว่า Menlo เริ่มต้นจากการทำแอปพลิเคชัน GenAI แบบ Open-Source ในปี 2024 ก่อนจะขยายมาสร้างหุ่นยนต์ Asimov ในปี 2025 เพื่อทำหน้าที่เป็น ‘ร่างกาย’ ให้กับ AI Agent ในการลงมาปฏิบัติงานและรับมือกับความซับซ้อนในโลกแห่งความเป็นจริง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ตัวหุ่นยนต์จำหน่ายในราคาประมาณ 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ โดยจัดส่งเป็นชิ้นส่วนให้ผู้ซื้อนำไปประกอบเองทั้งหมด ใช้เวลาประมาณ 2 วัน ถึง 1 สัปดาห์ มีคู่มือจำลอง 3D แบบโต้ตอบได้บนเว็บ เพื่อช่วยสอนวิธีประกอบ เพื่อให้นักพัฒนาเข้าใจโครงสร้างกลไกจริงจากล่างขึ้นบน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โดยชิ้นส่วนเครื่องกลส่วนใหญ่ผลิตด้วย CNC และ 3D Printing ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดไฟล์ไปพิมพ์ชิ้นส่วนทดแทนเองได้ และสามารถถอดเปลี่ยนมอเตอร์หรืออัปเกรดอะไหล่ได้ง่ายคล้ายกับการอัปเกรดคอมพิวเตอร์ PC</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ขณะที่ ฮวี (ยูกิ) บุย นักวิจัยและนักพัฒนาอีกหนึ่งคนมองว่า ในอนาคตราคาฮาร์ดแวร์จะถูกลงและมีกำไรลดลงเรื่อยๆ เหมือนสมาร์ทโฟน แต่สิ่งที่มีมูลค่าสูงสุดคือ การสร้างมาตรฐานอินเทอร์เฟซและแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ที่แข็งแกร่ง เพื่อให้นักพัฒนาสร้างแอปพลิเคชันต่อยอดได้ในระยะยาว คล้ายกับรูปแบบของ App Store</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>พวกเขามองว่า ความกังวลเรื่องหุ่นยนต์แย่งงานมนุษย์จะมีอยู่เสมอ แต่ในความเป็นจริงจะเป็นการเปลี่ยนผ่านไปสู่การทำงานร่วมกัน (Integration) หุ่นยนต์จะรับทำหน้าที่งานซ้ำๆ (Repetitive Tasks) ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกาย ส่วนมนุษย์จะขยับไปทำหน้าที่กำกับดูแล (Supervision) และใช้การคิดวิเคราะห์ขั้นสูง ซึ่งกระบวนการนี้จะสร้างงานประเภทใหม่ๆ ขึ้นมา คล้ายกับยุคที่คอมพิวเตอร์เข้ามาในสังคม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ปัจจุบันเริ่มเห็นปรากฏการณ์ใหม่ที่ผู้ใช้งานซึ่งไม่มีพื้นฐานด้านวิศวกรรมหุ่นยนต์ สามารถเขียนคำสั่ง (Prompt) ให้ AI เช่น ChatGPT สร้างนโยบายการเคลื่อนไหว (Locomotion Policy) หรือสั่งให้หุ่นยนต์ทำกิจกรรม เช่น การเก็บผ้า แล้วนำไปปรับใช้กับหุ่นยนต์จริงได้โดยตรง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ส่วนคำถามที่ว่า ในอนาคตหุ่นยนต์ AI จะครองโลกไหม ยูกิตอบอย่างชัดเจนว่า ไม่คิดว่า Embodied AI หรือหุ่นยนต์จะครองโลกอย่างแน่นอน แต่รูปแบบในอนาคตจะเป็นสภาวะการอยู่ร่วมกัน (Coexistence) ระหว่างมนุษย์และหุ่นยนต์ AI โดยมนุษย์ยังคงเป็นผู้ควบคุม ทั้งนี้เขายังชี้ให้เห็นข้อเท็จจริงว่า หุ่นยนต์ Asimov ถูกออกแบบมาให้มี ‘ปุ่มสีแดงขนาดใหญ่’ (Big Red Button) ติดไว้ที่ด้านหลังตัวเครื่อง ก่อนจะพูดเชิงติดตลกว่า หากในอนาคตหุ่นยนต์เกิดคิดจะครองโลกขึ้นมา มนุษย์ก็แค่เดินไปกดปุ่มนี้ เพื่อหยุดการทำงานทันที</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1273876" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/switch-2026-deeptech-ai-startups-4-1.jpg?x54100" alt="ภาพรวมนวัตกรรมและเทคโนโลยีจาก 5 สตาร์ทอัพในงาน SWITCH 2026 4" width="1080" height="1350" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section4" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;"><b>The Robot Company กับหุ่นยนต์ควบคุมระยะไกล</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>บริษัทสตาร์ทอัพที่เน้นการนำปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ (Physical Intelligence) มาประยุกต์ใช้งานจริงในสภาพแวดล้อมการทำงานของมนุษย์ โดยรวมการทำงานของหุ่นยนต์, โมเดล AI และผู้ควบคุมที่เป็นมนุษย์เข้าด้วยกัน โดยใช้ระบบสั่งการระยะไกล (Remote Teleoperation Stack) เพื่อให้หุ่นยนต์ทำงานที่มีประโยชน์ได้ทันทีในปัจจุบัน พร้อมค่อยๆ พัฒนาไปสู่ความเป็นอัตโนมัติ (Autonomy) ที่สูงขึ้นในอนาคต</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แดเนียล อึ้ง ผู้ร่วมก่อตั้งและ COO ของ The Robot Company มองว่า เทคโนโลยีหุ่นยนต์ในปัจจุบันยังไม่สามารถทดแทนมนุษย์แบบถอดคนออกแล้วเอาหุ่นยนต์ใส่แทนได้ทันที แต่มุ่งเน้นการนำหุ่นยนต์มา ‘ทำเฉพาะบางงาน’ (Certain Tasks) ที่มนุษย์ไม่ควรต้องทำ เช่น งานซ้ำซาก น่าเบื่อ (Menial tasks) งานขนย้ายและคัดแยกสิ่งของระยะไกล</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เขามองว่า วิดีโอสาธิตหุ่นยนต์ตีลังกา เต้นรำ หรือวิ่งเร็วกว่านักวิ่งโอลิมปิก เป็นความสำเร็จทางเทคนิคที่ยอดเยี่ยม แต่สิ่งที่อุตสาหกรรมต้องตอบให้ได้ตอนนี้คือ “แล้วจะนำความสามารถเหล่านั้นมาใช้งานจริงได้อย่างไร?” (Now What?) ซึ่งต้องอาศัยซอฟต์แวร์และการปรับใช้ที่ตรงกับโจทย์หน้างาน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ปัจจุบันร้านค้าปลีกบางแห่งในสิงคโปร์ใช้หุ่นยนต์ช่วยจัดการสต็อก ขนย้าย และรีดผ้า เพื่อลดภาระงานซ้ำซากให้พนักงานมีเวลาต้อนรับและบริการลูกค้าได้อย่างเต็มที่ ขณะที่คลังสินค้าเซมิคอนดักเตอร์มีการใช้หุ่นยนต์ขนย้ายชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เช่น แผงวงจร (PCB) และมอเตอร์ ระหว่างพื้นที่จัดเก็บ จุดปรับปรุงสภาพ และจุดแพ็กเกจจิ้ง ช่วยปรับปรุงขั้นตอนการทำงาน (Workflow) ให้สินค้าเคลื่อนที่มาหาคนแทนการให้คนเดินไปยก ขณะที่ภาคโรงแรมและการบริการหลายแห่งได้นำหุ่นยนต์ไปช่วยทำหน้าที่ขนย้ายสิ่งของทางไกลและงานประจำทั่วไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แดเนียลยังมองเห็นโอกาสเติบโตสำคัญในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ (Mining) รวมถึงน้ำมันและก๊าซ (Oil &amp; Gas) เนื่องจากงานในเหมืองมีความเสี่ยงอันตรายต่อชีวิตมนุษย์สูง การใช้ระบบควบคุมหุ่นยนต์ระยะไกล (Remote Teleoperation) จะช่วยให้มนุษย์สั่งการอยู่ภายนอกพื้นที่เสี่ยงในขณะที่หุ่นยนต์เข้าไปปฏิบัติงานแทนได้อย่างปลอดภัย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1273877" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/switch-2026-deeptech-ai-startups-5-1.jpg?x54100" alt="ภาพรวมนวัตกรรมและเทคโนโลยีจาก 5 สตาร์ทอัพในงาน SWITCH 2026 5" width="1080" height="1350" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section5" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;"><b>WaveScan กับเทคโนโลยีตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐาน</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>WaveScan เป็นบริษัท DeepTech ที่สปินออฟมาจากสถาบัน A*STAR ของสิงคโปร์ โดยใช้เวลาวิจัยและพัฒนานวัตกรรมคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากว่า 8 ปี โดยพัฒนาระบบสแกนภาพ 3D ด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic 3D Imaging) ชนิดมองทะลุเนื้อวัสดุ (See-Through) ในระดับมิลลิเมตรเป็นแห่งแรกของโลก สำหรับการทดสอบแบบไม่ทำลายโครงสร้าง (Non-Destructive Testing: NDT)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ตัวเครื่องสแกนออกแบบเป็นระบบโมดูลาร์ สามารถถือใช้งานด้วยมือ หรือนำไปติดตั้งบนหุ่นยนต์ไต่ผนังและโดรน เพื่อสแกนผนังอาคารสูงหรือหลังคาขนาดใหญ่ได้ โดยระบบประมวลผลจะทำงานร่วมกับ AI เพื่อสแกนวิเคราะห์ภาพ 3D แบบแยกชั้น (Layer-by-Layer) เสมือนการทำ X-ray หรือ CT Scan โครงสร้างคอนกรีต ช่วยตรวจหาเหล็กเสริม (Rebar), ช่องว่างภายใน (Voids) และรอยแตกร้าว จากนั้นสามารถเชื่อมโยงข้อมูลเข้ากับโมเดล BIM หรือ Digital Twin เพื่อสร้างประวัติสภาพโครงสร้างอาคารแบบดิจิทัล</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คุช อัครวาล ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ WaveScan มองว่า อาคารมีการเสื่อมโทรมตามกาลเวลาเช่นเดียวกับร่างกายมนุษย์ หากรอให้เกิดอาการหรือความเสียหายปรากฏภายนอกก่อนแล้วค่อยซ่อม มักจะสายเกินไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>การตรวจสอบในปัจจุบันมักพึ่งพาการมองด้วยตาเปล่า (Visual Inspection) หรือการถ่ายภาพความร้อน (Infrared Thermography) ซึ่งตรวจได้เฉพาะสิ่งที่เห็นภายนอกเท่านั้น ทำให้มองไม่เห็นความเสียหายภายใน จนนำไปสู่อุบัติเหตุอาคาร สะพาน หรืออุโมงค์ถล่มในหลายประเทศ เช่น สหรัฐฯ ฮ่องกง และไทย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>WaveScan จึงสนับสนุนการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) โดยวิศวกรจำเป็นต้องมี ‘X-ray Vision’ เพื่อมองทะลุคอนกรีต ช่วยให้วินิจฉัยความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น (Early Diagnosis) ก่อนจะเกิดความเสียหายร้ายแรง และช่วยยืดอายุการใช้งานของโครงสร้างอาคาร</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อีกทั้งการใช้ AI เข้ามาช่วยตรวจจับและต่อภาพสแกน (Image Stitching) มีส่วนช่วยลดต้นทุนในการตรวจสอบ และลดความจำเป็นในการพึ่งพาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางในการตีความผลภาพสแกนตลอดเวลา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เบื้องต้น อุปกรณ์ WaveScan ได้รับมาตรฐาน CE Certified ผ่านการทดสอบความปลอดภัย และนำไปใช้งานในอาคารที่อยู่อาศัย อาคารเชิงพาณิชย์ และโรงงานอุตสาหกรรมในสิงคโปร์ ฮ่องกง และยุโรป ทั้งยังมีโอกาสได้นำเทคโนโลยีสแกนไปใช้งานจริงในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมและโรงงานผลิตในประเทศไทยแล้วเช่นกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1273878" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/switch-2026-deeptech-ai-startups-6-1.jpg?x54100" alt="ภาพรวมนวัตกรรมและเทคโนโลยีจาก 5 สตาร์ทอัพในงาน SWITCH 2026 6" width="1080" height="1350" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นอกจากสตาร์ทอัพที่น่าสนใจจากสิงคโปร์แล้ว อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญในงาน SWITCH 2026 คือการเปิดตัว ‘Thailand Pavilion’ เป็นครั้งแรกอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของประเทศไทยในการนำทัพ 16 สตาร์ทอัพและผู้ประกอบการเทคโนโลยีไทยที่มีศักยภาพไปร่วมจัดแสดงบนเวทีระดับโลก การเข้าร่วมในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการนำเสนอนวัตกรรมและโซลูชันฝีมือคนไทยให้แก่ผู้ลงทุนและพันธมิตรต่างชาติได้สัมผัส แต่ยังเป็นการเปิดประตูสร้างความร่วมมือ ขยายเครือข่ายธุรกิจ และดึงดูดการลงทุนเข้าสู่ระบบนิเวศสตาร์ทอัพไทยอย่างก้าวกระโดด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ตัวอย่างสตาร์ทอัพไทยที่เข้าร่วมโชว์ศักยภาพปีนี้ เช่น Cynclair ผู้พัฒนาโซลูชันด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์, Graffity ผู้พัฒนาเทคโนโลยีนำทางภายในอาคาร, RIFFAI ผู้พัฒนาเทคโนโลยีประมวลผลและวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียม และ EGG Digital ผู้พัฒนาและผสานระบบ AI เข้ากับเทคโนโลยีด้านการตลาด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>งาน SWITCH 2026 ในครั้งนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่พื้นที่จัดแสดงเทคโนโลยีล้ำสมัย แต่คือภาพสะท้อนของการผนึกกำลังในระดับภูมิภาคอาเซียนและระดับโลก ที่พร้อมจะเปลี่ยนงานวิจัยลึกซึ้ง (DeepTech) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ให้กลายเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในโลกแห่งความเป็นจริง การก้าวเดินร่วมกันระหว่างเทคโนโลยีระดับโลกและความตื่นตัวของสตาร์ทอัพสิงคโปร์ รวมถึงไทยในวันนี้ จะเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตที่ยั่งยืนและเต็มไปด้วยโอกาสใหม่ๆ อย่างแน่นอน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #999999;"><strong style="color: #999999;">ภาพ:</strong><span style="color: #999999;"> Narongkorn Manochanpen / THE STANDARD</span></span></p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>ปล่อยให้ AI ช้อปแทน ผู้ใช้ไทยกว่า 80% พร้อมแล้ว มากที่สุดในอาเซียน ดันเศรษฐกิจดิจิทัลไทยปีนี้แตะ 2.43 ล้านล้านบาท</title>
							<url>https://thestandard.co/thailand-digital-economy-ai-shopping/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/thailand-digital-economy-ai-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>‘ชัชชาติ’ กางฉากทัศน์อนาคตน้ำ กทม. ชู AI-เทคโนโลยีระดับสากล สแกน DNA ถอดสมการ 3 น้ำ รับมือสภาพอากาศสุดขั้ว</title>
							<url>https://thestandard.co/chadchart-bangkok-ai-water-management/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/chadchart-bangkok-ai-water-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>เมื่อ AI ทำหน้าที่แทนหัวใจไม่ได้: ‘Service with Love’ ของเครือ รพ.พญาไท–เครือ รพ. เปาโล กับการเปลี่ยนความเข้าใจมนุษย์ให้เป็นมาตรฐานใหม่ของการดูแล</title>
							<url>https://thestandard.co/phyathai-paolo-service-with-love/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/phyathai-paolo-service-with-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/switch-2026-deeptech-ai-startups/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12738232</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1793448047000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2109067247000</endYmdtUnix>

			<title>BADI Z เกิร์ลกรุ๊ปตัวจี๊ดเจน Z ที่พาสีสันเฉดใหม่มาสู่วงการทีป๊อป</title>
			<category>Culture</category>

			<publishTimeUnix>1793448047000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-10-31 19:00:47</publishTime>
			<updateTimeUnix>1793434495000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-10-31 15:14:55</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>BADI Z เกิร์ลกรุ๊ปตัวจี๊ดเจน Z ที่พาสีสันเฉดใหม่มาสู่วงการทีป๊อป</title>
					<description>BADI Z เกิร์ลกรุ๊ปตัวจี๊ดเจน Z ที่พาสีสันเฉดใหม่มาสู่วงการทีป๊อป</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/badi-z-t-pop.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/badi-z-t-pop.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>“Make me a wish now. Moonlight ให้ฉันสวยสะกด ชายใดต้องตาเหมือนโดนคำสาป ไม่กินไม่นอนหลงใจจะขาด”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เชื่อว่าในช่วงเดือนที่ผ่านมา หลายคนคงได้ยินท่อนเพลงนี้ผ่านหูกันบนโซเชียลมีเดียแทบทุกแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะจากการทำชาเลนจ์ของเหล่าศิลปิน หรือคลิปไวรัลจากเทรนด์มาลัยร้อยผมก็ตาม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เพลงนี้มีชื่อว่า Moonlight ผลงานจาก BADI Z เกิร์ลกรุ๊ปน้องใหม่แห่งค่าย <a href="https://thestandard.co/tag/WANLOVE-MUSIC/" target="_blank" rel="dofollow noopener">WANLOVE MUSIC</a> ที่ปล่อยออกมาเมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งหากใครได้ฟังเพลงและชมมิวสิกวิดีโอแล้ว ก็น่าจะประทับใจกับโปรดักชัน ดนตรี และคอสตูม ที่พวกเธอนำเสนอความเป็นไทยโมเดิร์นอย่างมีเสน่ห์ จนเพลงนี้กลายเป็นผลงานแจ้งเกิดของพวกเธอไปเป็นที่เรียบร้อย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ไม่เพียงเท่านั้น BADI Z ยังถือเป็นเฉดสีใหม่ของวงการทีป๊อปที่น่าจับตามอง ด้วยคอนเซปต์ ‘Baddies of The Generation’ หรือตัวแม่เจนซี เพราะพวกเธอมาพร้อมกับคาแรกเตอร์ที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ ความเป็นตัวเอง และแฟชั่นที่โดดเด่น เช่นเดียวกับพาร์ตการร้องที่ก็น่าประทับใจ โดยเฉพาะสำเนียงอาร์แอนด์บีและการประสานเสียง ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ พวกเธอยังได้ร่วมร้องเพลง Don’t Break Her Heart กับเกิร์ลกรุ๊ปทรีโอสัญชาติอังกฤษอย่าง FLO อีกด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ดังนั้นสำหรับคอลัมน์ POP Spotlight ประจำเดือนนี้ THE STANDARD POP จึงอยากชวนทุกคนมาสัมผัสตัวตนของ 3 สาว ‘มัช-เคมา-เดียร์น่า’ แห่ง BADI Z ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ถ้าพร้อมแล้ว เลื่อนไปทำความรู้จักกับพวกเธอกันได้เลย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1273809" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/badi-z-t-pop-girl-group-1.jpg?x54100" alt="สมาชิกวง BADI Z ทั้งสามคน มัช เคมา และเดียร์น่า ในลุคแฟชั่นสุดโดดเด่น 1" width="1080" height="1350" /><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1273810" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/badi-z-t-pop-girl-group-2.jpg?x54100" alt="สมาชิกวง BADI Z ทั้งสามคน มัช เคมา และเดียร์น่า ในลุคแฟชั่นสุดโดดเด่น 2" width="2250" height="2813" /><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1273811" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/badi-z-t-pop-girl-group-3.jpg?x54100" alt="สมาชิกวง BADI Z ทั้งสามคน มัช เคมา และเดียร์น่า ในลุคแฟชั่นสุดโดดเด่น 3" width="2250" height="2813" /><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1273812" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/badi-z-t-pop-girl-group-4.jpg?x54100" alt="สมาชิกวง BADI Z ทั้งสามคน มัช เคมา และเดียร์น่า ในลุคแฟชั่นสุดโดดเด่น 4" width="2250" height="2813" /><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1273813" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/badi-z-t-pop-girl-group-5.jpg?x54100" alt="สมาชิกวง BADI Z ทั้งสามคน มัช เคมา และเดียร์น่า ในลุคแฟชั่นสุดโดดเด่น 5" width="2250" height="2813" /><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1273814" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/badi-z-t-pop-girl-group-6.jpg?x54100" alt="สมาชิกวง BADI Z ทั้งสามคน มัช เคมา และเดียร์น่า ในลุคแฟชั่นสุดโดดเด่น 6" width="2250" height="2813" /><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1273815" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/badi-z-t-pop-girl-group-7.jpg?x54100" alt="สมาชิกวง BADI Z ทั้งสามคน มัช เคมา และเดียร์น่า ในลุคแฟชั่นสุดโดดเด่น 7" width="2250" height="2813" /><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1273816" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/badi-z-t-pop-girl-group-8.jpg?x54100" alt="สมาชิกวง BADI Z ทั้งสามคน มัช เคมา และเดียร์น่า ในลุคแฟชั่นสุดโดดเด่น 8" width="2250" height="2813" /><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1273817" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/badi-z-t-pop-girl-group-9.jpg?x54100" alt="สมาชิกวง BADI Z ทั้งสามคน มัช เคมา และเดียร์น่า ในลุคแฟชั่นสุดโดดเด่น 9" width="2250" height="2813" /><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1273818" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/badi-z-t-pop-girl-group-10.jpg?x54100" alt="สมาชิกวง BADI Z ทั้งสามคน มัช เคมา และเดียร์น่า ในลุคแฟชั่นสุดโดดเด่น 10" width="2250" height="2813" /><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1273819" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/badi-z-t-pop-girl-group-11.jpg?x54100" alt="สมาชิกวง BADI Z ทั้งสามคน มัช เคมา และเดียร์น่า ในลุคแฟชั่นสุดโดดเด่น 11" width="1080" height="1350" /><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1273820" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/badi-z-t-pop-girl-group-12.jpg?x54100" alt="สมาชิกวง BADI Z ทั้งสามคน มัช เคมา และเดียร์น่า ในลุคแฟชั่นสุดโดดเด่น 12" width="2250" height="2813" /><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1273821" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/badi-z-t-pop-girl-group-13.jpg?x54100" alt="สมาชิกวง BADI Z ทั้งสามคน มัช เคมา และเดียร์น่า ในลุคแฟชั่นสุดโดดเด่น 13" width="2250" height="2813" /><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1273822" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/badi-z-t-pop-girl-group-14.jpg?x54100" alt="สมาชิกวง BADI Z ทั้งสามคน มัช เคมา และเดียร์น่า ในลุคแฟชั่นสุดโดดเด่น 14" width="2250" height="2813" /></p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>JANEYEH คัมแบ็กซิงเกิล ‘Apple Candy’ ที่ถ่ายทอดเสน่ห์ความมั่นใจ</title>
							<url>https://thestandard.co/janeyeh-comeback-apple-candy-single/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/janeyeh-comeback-apple-candy-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>BADMIXY ส่งมิวสิกวิดีโอเพลง ‘เธอเราอาย’ ฟีเจอริง อูโน่ หลาวทอง</title>
							<url>https://thestandard.co/badmixy-ther-rao-aai-music-video/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/badmixy-ther-rao-aai-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>PERSES ‘UNCENSORED’ CONCERT ปลดล็อกทุกตัวตน เติบโตแบบไร้ขีดจำกัด</title>
							<url>https://thestandard.co/perses-uncensored-concert/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/perses-uncensored-concert-1.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/badi-z-t-pop-girl-group/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12736903</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1793417568000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2109036768000</endYmdtUnix>

			<title>Lady Gaga สวมหมวก CEO คนใหม่ของแบรนด์เครื่องสำอาง Haus Labs ที่เธอก่อตั้ง</title>
			<category>Lifestyle</category>

			<publishTimeUnix>1793417568000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-10-31 10:32:48</publishTime>
			<updateTimeUnix>1793417568000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-10-31 10:32:48</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>Lady Gaga สวมหมวก CEO คนใหม่ของแบรนด์เครื่องสำอาง Haus Labs ที่เธอก่อตั้ง</title>
					<description>Lady Gaga สวมหมวก CEO คนใหม่ของแบรนด์เครื่องสำอาง Haus Labs ที่เธอก่อตั้ง</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/lady-gaga-haus-labs-cover.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/lady-gaga-haus-labs-cover.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>หลังพักการทำเพลงไปได้ไม่นาน <a href="https://thestandard.co/tag/Lady-Gaga/" target="_blank" rel="dofollow">Lady Gaga</a> กลับมาทำงานอีกครั้ง แต่ไม่ใช่ในสตูดิโอ แต่เป็นการเข้ารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของ Haus Labs แบรนด์เครื่องสำอางที่เธอก่อตั้งขึ้น โดยมีผลทันที นับเป็นการขยายบทบาทจากการดูแลทิศทางสร้างสรรค์และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ไปสู่การบริหารธุรกิจและกลยุทธ์เชิงพาณิชย์อย่างเต็มตัว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โดยทางเว็บไซต์ Business of Beauty ในเครือ Business of Fashion ได้รายงานว่าการเปลี่ยนแปลงตำแหน่ง CEO ครั้งนี้เกิดขึ้นหลัง Ben Jones ซีอีโอคนก่อนและผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ได้ออกจากแบรนด์ไปเมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงภายในทางฝั่งการตลาด เมื่อ Angela Simpson ซึ่งเคยดำรงตำแหน่ง Chief Marketing Officer ของ Haus Labs ตั้งแต่ปี 2025 ออกจากบริษัทในเดือนสิงหาคม เพื่อไปร่วมงานกับ Patrick Ta Beauty</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Lady Gaga กล่าวว่าเธอและ Ben Jones ร่วมกันสร้าง Haus Labs มาตลอด 8 ปีที่ผ่านมา และรู้สึกภูมิใจกับสิ่งที่แบรนด์เติบโตขึ้นมา พร้อมระบุว่าการเข้ามามีบทบาทกับบริษัทมากขึ้นจะช่วยให้เธอทำงานร่วมกับทีมเพื่อพัฒนาธุรกิจต่อไป โดยเธอยังมีวิสัยทัศน์และแผนงานอีกมากมายสำหรับแบรนด์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Haus Labs เริ่มต้นในปี 2019 ภายใต้ชื่อ Haus Laboratories โดยเป็นธุรกิจความงามอิสระของ Lady Gaga และเปิดตัวผ่าน Amazon ก่อนจะปรับภาพลักษณ์ ชื่อแบรนด์ และกลยุทธ์การจัดจำหน่ายครั้งสำคัญในปี 2022 ด้วยการเปิดตัว Haus Labs by Lady Gaga พร้อมวางจำหน่ายผ่าน Sephora</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>การเปลี่ยนแปลงครั้งนั้นช่วยให้แบรนด์ขยายการเข้าถึงผู้บริโภค และสร้างจุดยืนในตลาดเครื่องสำอางด้วยการให้ความสำคัญกับนวัตกรรมและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #999999;"><strong style="color: #999999;">อ้างอิง:</strong></span></p>
<ul>
<li><span style="color: #999999;"><a style="color: #999999; text-decoration: underline;" href="https://www.businessoffashion.com/articles/beauty/lady-gaga-haus-labs-ceo/" target="_blank" rel="noopener">https://www.businessoffashion.com/articles/beauty/lady-gaga-haus-labs-ceo/</a></span></li>
</ul>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>หุ้นเทคฯ ทองคำ และบิตคอยน์ ปรับฐานในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา Nasdaq มูลค่าหาย 2 ล้านล้านดอลลาร์ ทองคำต่ำสุดรอบ 1 ปี</title>
							<url>https://thestandard.co/nasdaq-gold-bitcoin-october-selloff/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/nasdaq-gold-bitcoin-october-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>เมื่อตลาดหุ้นโลกเข้าสู่ ‘ภาวะกระทิงเหนื่อย’ เจาะลึกงบ Big Tech และคู่มือจัดพอร์ตต้องรับมืออย่างไร</title>
							<url>https://thestandard.co/tired-bull-market-big-tech-strategy/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/tired-bull-market-big-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>“ไม่ต้องกังวล” Lady Gaga ตอบแฟนคลับที่กลัวว่าเธอจะหายไปนานกับการปล่อยอัลบั้มใหม่</title>
							<url>https://thestandard.co/lady-gaga-assures-fans-new-album/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/lady-gaga-assures-fans-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/lady-gaga-haus-labs-ceo/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12660164</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1791432802000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2107052002000</endYmdtUnix>

			<title>ชมคลิป: จาก Landlocked สู่ Landlinked สปป.ลาวใช้ทองคำหนุนกีบ ดันประเทศสู่ยุคเทค | Exclusive Interview EP.97</title>
			<category>Video</category>

			<publishTimeUnix>1791432802000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-10-08 11:13:22</publishTime>
			<updateTimeUnix>1791432868000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-10-08 11:14:28</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>ชมคลิป: จาก Landlocked สู่ Landlinked สปป.ลาวใช้ทองคำหนุนกีบ ดันประเทศสู่ยุคเทค | Exclusive Interview EP.97</title>
					<description>ชมคลิป: จาก Landlocked สู่ Landlinked สปป.ลาวใช้ทองคำหนุนกีบ ดันประเทศสู่ยุคเทค | Exclusive Interview EP.97</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/exclusive-interview-Landlinked-laos.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/exclusive-interview-Landlinked-laos.jpg</thumbnail>
				</image>
									<text>
						<content>
						<![CDATA[
							<iframe width="932" height="516" src="https://www.youtube.com/embed/pK1BvmgDMQU" title="ชมคลิป: จาก Landlocked สู่ Landlinked สปป.ลาวใช้ทองคำหนุนกีบ ดันประเทศสู่ยุคเทค | Exclusive Interview EP.97" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture" allowfullscreen></iframe>
						]]>
						</content>
					</text>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p data-prosemirror-content-type="node" data-prosemirror-node-name="paragraph" data-prosemirror-node-block="true" data-pm-slice="1 1 []">“เราไม่ได้ขายทรัพยากร&#8230; แต่เรากำลังขาย ‘นวัตกรรม’ ”</p>
<p data-prosemirror-content-type="node" data-prosemirror-node-name="paragraph" data-prosemirror-node-block="true" data-pm-slice="1 1 []">&nbsp;</p>
<p data-prosemirror-content-type="node" data-prosemirror-node-name="paragraph" data-prosemirror-node-block="true">ถอดรหัสวิสัยทัศน์ ดร. จันทอน สิดทิไซ กับการพลิกโฉม สปป.ลาว ผ่าน &#8216;Lao Bullion Bank&#8217;</p>
<p data-prosemirror-content-type="node" data-prosemirror-node-name="paragraph" data-prosemirror-node-block="true">&nbsp;</p>
<p data-prosemirror-content-type="node" data-prosemirror-node-name="paragraph" data-prosemirror-node-block="true">หลายคนอาจมองว่า สปป.ลาว เป็นประเทศ Landlocked ที่ต้องเผชิญความท้าทายทางเศรษฐกิจและความผันผวนของค่าเงิน แต่ในความเป็นจริง ลาวนั่งอยู่บนขุมทรัพย์ทองคำใต้ดินที่มีมูลค่ามหาศาลถึง 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ&nbsp; ซึ่งมากกว่า GDP ประเทศถึง 10 เท่า!</p>
<p data-prosemirror-content-type="node" data-prosemirror-node-name="paragraph" data-prosemirror-node-block="true">&nbsp;</p>
<p data-prosemirror-content-type="node" data-prosemirror-node-name="paragraph" data-prosemirror-node-block="true">โจทย์สำคัญคือ&#8230; จะทำอย่างไรให้ ‘สินแร่’ เปลี่ยนเป็น ‘สินทรัพย์’ ที่แท้จริง?</p>
<p data-prosemirror-content-type="node" data-prosemirror-node-name="paragraph" data-prosemirror-node-block="true">&nbsp;</p>
<p data-prosemirror-content-type="node" data-prosemirror-node-name="paragraph" data-prosemirror-node-block="true">ดร. จันทอน สิดทิไซ ประธาน PTL Holding และ Lao Bullion Bank เผยยุทธศาสตร์สำคัญในการพัฒนา ‘Ecosystem ทองคำแบบครบวงจร’ ตั้งแต่ต้นน้ำอย่างการทำเหมืองแร่ การพัฒนาโรงกลั่นตามมาตรฐานสากล ไปจนถึงการยกระดับสู่ระบบการเงินระดับธนาคาร และการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล&nbsp;</p>
<p data-prosemirror-content-type="node" data-prosemirror-node-name="paragraph" data-prosemirror-node-block="true">&nbsp;</p>
<p data-prosemirror-content-type="node" data-prosemirror-node-name="paragraph" data-prosemirror-node-block="true">การค้ำประกันเสถียรภาพเงินกีบ: นำทองคำมาเป็น Reserve Backing เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและสร้างสภาพคล่องทางการเงิน</p>
<p data-prosemirror-content-type="node" data-prosemirror-node-name="paragraph" data-prosemirror-node-block="true">&nbsp;</p>
<p data-prosemirror-content-type="node" data-prosemirror-node-name="paragraph" data-prosemirror-node-block="true">เทคโนโลยีขั้นสูงระดับโลก: พัฒนาการกลั่นทองคำบริสุทธิ์สูงถึง 99.999% ซึ่งมีไม่ถึง 5 แห่งในโลก เพื่อป้อนอุตสาหกรรม High-Tech และ Semiconductor ยุคใหม่ (AI &amp; Microchips)</p>
<p data-prosemirror-content-type="node" data-prosemirror-node-name="paragraph" data-prosemirror-node-block="true">&nbsp;</p>
<p data-prosemirror-content-type="node" data-prosemirror-node-name="paragraph" data-prosemirror-node-block="true">Digital Transformation: พัฒนาแอปพลิเคชัน LBB Plus และ Gold Certificate ยกระดับทองคำในตู้เซฟของประชาชนให้กลายเป็นสภาพคล่องในระบบดิจิทัล</p>
<p data-prosemirror-content-type="node" data-prosemirror-node-name="paragraph" data-prosemirror-node-block="true">&nbsp;</p>
<p data-prosemirror-content-type="node" data-prosemirror-node-name="paragraph" data-prosemirror-node-block="true">เปลี่ยน Landlocked เป็น Landlinked: เชื่อมโยงโครงข่ายการค้าและโลจิสติกส์ในภูมิภาค เพื่อปลดล็อกศักยภาพทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน</p>
<p data-prosemirror-content-type="node" data-prosemirror-node-name="paragraph" data-prosemirror-node-block="true">&nbsp;</p>
<p data-prosemirror-content-type="node" data-prosemirror-node-name="paragraph" data-prosemirror-node-block="true">รับชมสัมภาษณ์ฉบับเต็ม และร่วมเจาะลึกโมเดลการเงินแห่งอนาคตที่กำลังเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ สปป.ลาว ได้ที่นี่!</p>
<p data-prosemirror-content-type="node" data-prosemirror-node-name="paragraph" data-prosemirror-node-block="true">&nbsp;</p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>หุ้นเทคฯ ทองคำ และบิตคอยน์ ปรับฐานในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา Nasdaq มูลค่าหาย 2 ล้านล้านดอลลาร์ ทองคำต่ำสุดรอบ 1 ปี</title>
							<url>https://thestandard.co/nasdaq-gold-bitcoin-october-selloff/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/nasdaq-gold-bitcoin-october-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>Gold 101: เข้าใจราคาทองคำให้มากกว่า Safe Haven อะไรคือปัจจัยที่นักลงทุนต้องรู้</title>
							<url>https://thestandard.co/gold-101-investor-factors/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/gold-101-investor-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>ทองคำหลุด 4,000 ดอลลาร์ ร่วงทำจุดต่ำสุดในรอบกว่า 3 เดือน จับสัญญาณราคาเข้าขาลง?</title>
							<url>https://thestandard.co/gold-price-drops-below-4000/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/gold-price-drops-below-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/exclusive-interview-landlinked-laos/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12735745</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1793352948000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2108972148000</endYmdtUnix>

			<title>เลือกตั้งกลางเทอม 2026: คลื่นสึนามิสีน้ำเงินกำลังจะกวาดทั้งสภาล่างและสภาสูง</title>
			<category>Opinion</category>

			<publishTimeUnix>1793352948000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-10-30 16:35:48</publishTime>
			<updateTimeUnix>1793352948000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-10-30 16:35:48</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>เลือกตั้งกลางเทอม 2026: คลื่นสึนามิสีน้ำเงินกำลังจะกวาดทั้งสภาล่างและสภาสูง</title>
					<description>เลือกตั้งกลางเทอม 2026: คลื่นสึนามิสีน้ำเงินกำลังจะกวาดทั้งสภาล่างและสภาสูง</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/us-midterm-election-2026-cover.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/us-midterm-election-2026-cover.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>ในการเลือกตั้งกลางเทอมที่จะมีขึ้นในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ ชาวอเมริกันจะได้ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งอีกครั้ง ทั้งในส่วนของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ซึ่งก็ถือได้ว่ามีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าตำแหน่งประธานาธิบดีในการกำหนดทิศทางและนโยบายของประเทศ เพราะการผ่านร่างกฎหมายใดๆ ในประเทศ<a href="https://thestandard.co/tag/United-States/" target="_blank" rel="dofollow noopener">สหรัฐอเมริกา</a>นั้น จำเป็นจะต้องได้รับการรับรองจากสามสถาบันอันได้แก่วุฒิสภา, สภาผู้แทนราษฎร และทำเนียบขาว ดังนั้นการควบคุมเสียงข้างมากให้ได้ทั้งสองสภาจึงเป็นเป้าหมายที่สำคัญของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อที่เขาจะได้ผลักดันนโยบายตามที่เขาได้หาเสียงไว้ในช่วงสองปีที่เหลือ</p>
<p>&nbsp;</p>
<div style="background: #fff; border-radius: 16px; padding: 20px; box-shadow: 0 10px 25px rgba(0,0,0,0.12); max-width: 600px;">
<div style="margin-bottom: 12px;">
<h2 style="font-size: 22px; font-weight: bold;">ประเด็นสำคัญ</h2>
<div style="height: 6px; background-color: #e62227; margin-top: 6px; width: 100%;">&nbsp;</div>
</div>
<ul style="padding-left: 20px; margin: 0; list-style: disc;">
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section1">ทรัมป์เสื่อมความนิยม</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section2">เดโมแครตแทบจะนอนมาในสภาล่าง</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section3">รีพับลิกันยังพอมีลุ้นที่สภาสูง</a></li>
</ul>
</div>
<p>&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p>บทความนี้จะพาไปสำรวจว่าเดโมแครตหรือรีพับลิกัน ใครจะมีโอกาสมากกว่ากันในการครองเสียงข้างมากทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section1" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">ทรัมป์เสื่อมความนิยม</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>กล่าวกันว่า การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐอเมริกานั้น เปรียบเสมือนการลงมติไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจของประธานาธิบดีโดยประชาชน กล่าวคือประธานาธิบดีที่มีผลงานบริหารบ้านเมืองที่ไม่ดี ไม่เป็นที่นิยม มักจะโดนประชาชนสั่งสอนด้วยการสูญเสียที่นั่งในสภา ยกตัวอย่างเช่นอดีตประธานาธิบดี บารัก โอบามา ที่เสียที่นั่งในสภาล่างไปถึง 63 ที่ ในการเลือกตั้งกลางเทอมปี 2010 หลังจากที่เขาผลักกันกฎหมายปฎิรูปประกันสุขภาพ (Obamacare) ที่ไม่เป็นที่นิยมเอาเสียเลย (ณ ขณะนั้น)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หรือกรณีอดีตประธานาธิบดี จอร์จ บุช ที่เสียคะแนนความนิยมจากสงครามที่ยืดเยื้อในอิรักและอัฟกานิสถาน ทำให้พรรครีพับลิกันเสียที่นั่งถึง 31 ที่นั่งในการเลือกตั้งกลางเทอมปี 2006</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หรือแม้แต่ทรัมป์เองก็สูญเสียที่นั่งในสภาล่างไปถึง 41 ที่นั่ง ในการเลือกตั้งกลางเทอมสมัยแรก (ปี 2018) ที่เขามีคะแนนตกต่ำจากปัญหาภาพลักษณ์ส่วนตัว เช่นการพูดจาโอ้อวดเกินจริง, การพูดจาในเชิงเหยียดผิว และปัญหาการนอกใจภรรยา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับในการเลือกตั้งรอบนี้ ประธานาธิบดีคนปัจจุบันอย่างทรัมป์ก็มีคะแนนนิยมต่ำกว่าก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในสมัยแรกของเขาเสียอีก โดยปัจจุบันเขามีคะแนนติดลบอยู่ที่ราวๆ 23% ในขณะที่ก่อนการเลือกตั้งในรอบปี 2018 เขามีคะแนนติดลบแค่ราวๆ 11%</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สาเหตุที่คะแนนของทรัมป์ในรอบนี้ตกต่ำกว่าเดิมเป็นเพราะว่าชาวอเมริกันไม่ได้มองแค่ว่าเขามีปัญหาด้านคาแรกเตอร์อย่างเดียวเหมือนในสมัยแรก แต่ยังมองว่าทรัมป์ไม่สามารถแก้ปัญหาข้าวยากหมากแพงและเงินเฟ้อได้อย่างที่หาเสียงไว้ ทรัมป์ชนะการเลือกตั้งในปี 2024 ด้วยสัญญาประชาคมว่าเขาจะแก้ปัญหาเงินเฟ้อที่รัฐบาลของไบเดนได้สร้างปัญหาไว้ เขาสัญญาว่าเขาจะทำให้เศรษฐกิจกลับไปรุ่งเรืองเหมือนสมัยทรัมป์ 1.0 แต่เขาก็ไม่สามารถทำได้อย่างที่หาเสียงไว้ ทรัมป์กลับทำให้ปัญหาเงินเฟ้อแย่ลงกว่าเดิมจากการทำสงครามการค้าและสงครามกับอิหร่านที่ทำให้อุปทานของน้ำมันดิบลดลงจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ จนทำให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นสูงเกิน 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คะแนนนิยมที่ต่ำเตี้ยของทรัมป์ทำให้คะแนนนิยมของพรรครีพับลิกันนั้นตกต่ำลงไปด้วย โดยที่ผลโพลในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาระบุว่าคะแนนนิยมของเดโมแครตนั้นสูงกว่ารีพับลิกันถึงเกือบๆ 10% (generic ballot) ซึ่งเป็นความแตกต่างที่มากกว่าสมัยปี 2018 เสียด้วยซ้ำ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section2" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">เดโมแครตแทบจะนอนมาในสภาล่าง</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ปัจจุบันพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากในสภาอย่างฉิวเฉียด โดยมีสมาชิก 219 ที่นั่ง ขณะที่พรรคเดโมแครตมี 214 ที่นั่ง ส่วนอีก 2 ที่นั่งยังว่างอยู่ เป็นที่นั่งเดิมของทั้งสองพรรคฝ่ายละ 1 ที่นั่ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า พรรคเดโมแครตที่ดีแต่แรกที่จะพลิกกลับมาครองเสียงข้างมากในสภาล่างได้อีกครั้ง เพราะพวกเขาต้องการเพียงชัยชนะสุทธิเพิ่มเติม 4 ที่นั่งจากการเลือกตั้งครั้งนี้ ก็จะเพียงพอที่จะยึดเสียงข้างมากกลับคืนมาได้ ซึ่งตามตามสถิติแล้วพรรคของประธานาธิบดีมักจะเสียที่นั่งในการเลือกตั้งกลางเทอม (โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 26 ที่นั่ง) ด้วยเหตุที่ชาวอเมริกันชื่นชอบการคานอำนาจและมักจะเลือกพรรคตรงข้ามไปคานอำนาจกับทำเนียบขาว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ยิ่งในการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่ตัวประธานาธิบดีทรัมป์ก็มีคะแนนที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ก็ไม่เป็นน่าแปลกใจเลยว่าพรรครีพับลิกันมีแนวโน้มสูงมากที่จะเสียที่นั่งสุทธิไม่ต่ำกว่า 4 ที่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ทรัมป์และพรรครีพับลิกันทราบถึงปัญหานี้ และพยายามที่จะสู้กลับด้วยการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ให้ตัวเองได้เปรียบมากกว่าเดิม (gerrymandering) ในหลายๆ รัฐ เช่น เทกซัส, ลุยเซียนา, นอร์ทแคโรไลนา และแอละแบมา แต่เดโมแครตก็พยายามสู้กลับด้วยการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ในรัฐที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอย่างแคลิฟอร์เนีย ทำให้ในที่สุดแล้วรีพับลิกันก็ไม่ได้แต้มต่อมากขึ้นเท่าไรจาก gerrymandering</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>รีพับลิกันมีแนวโน้มจะเสียที่นั่งในเขตสามกลุ่มหลัก อันได้แก่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>1) เขตชานเมืองที่คนมีการศึกษาชอบพรรครีพับลิกันน้อยลงเรื่อยๆ ได้แก่ เนแบรสกา เขต 2, แอริโซนา เขต 1, โคโลราโด เขต 8, เวอร์จิเนีย เขต 2, เพนซิลเวเนียเขต 1 และ 8)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>2) เขตที่มีประชากรเชื้อสายฮิสแปนิกเป็นจำนวนมาก ซึ่งเคยสวิงไปเลือกทรัมป์ในปี 2024 แต่จะกลับมาเลือกเดโมแครตในรอบนี้ เนื่องจากทรัมป์แก้ปัญหาเงินเฟ้อไม่ได้ ประกอบกับปมที่เขาปล่อยให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองหรือ ICE ใช้อำนาจข่มขู่ชาวฮิสแปนิกตามอำเภอใจ เขตเหล่านี้ได้แก่ เทกซัส เขต 15, แอริโซนา เขต 8 และเพนซิลเวเนีย เขต 7</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>และ 3) เขตกสิกรรมที่ภูมิภาคมิดเวสต์ที่ได้ผลกระทบอย่างหนักจากสงครามการค้าที่ทำให้พืชผลส่งออกไปขายต่างประเทศไม่ได้จากการโดนตั้งกำแพงภาษี และต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมากอันเป็นผลมาจากราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากจากสงครามอิหร่าน เขตเหล่านี้ได้แก่ ไอโอวา เขต 1, 2 และ 3, วิสคอนซิน เขต 5, มอนแทนา เขต 1 และนอร์ทแคโรไลนา เขต 11</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section3" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">รีพับลิกันยังพอมีลุ้นที่สภาสูง</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>สมาชิกวุฒิสภามีวาระดำรงตำแหน่ง 6 ปี ทำให้ในการเลือกตั้งรอบนี้มีการเลือกตั้งกันแค่ 35 ที่นั่ง (ไม่ใช่ทั้ง 100 ที่นั่ง) และถึงแม้ว่าคะแนนความนิยมของทรัมป์จะตกต่ำลง แต่โอกาสที่รีพับลิกันจะยังรักษาเสียงข้างมากในสภาสูงนั้นยังเป็นไปได้อยู่ เพราะในขณะนี้ รีพับลิกันครองเสียงข้างมากอยู่ที่ 53 ต่อ 47 ที่นั่ง ซึ่งก็แปลว่าเดโมแครตจะต้องแย่งที่นั่งมาให้ได้ถึง 4 ที่นั่ง (หากได้แค่ 3 ที่นั่ง เสียงจะเท่ากันที่ 50 ต่อ 50 ซึ่งก็แปลว่ารีพับลิกันยังครองเสียงข้างมากอยู่ดี เพราะรองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ จะเป็นผู้ลงคะแนนตัดสินเป็นคนสุดท้าย) ซึ่งก็เป็นงานที่ไม่ใช่ว่าจะง่ายสำหรับเดโมแครต เพราะใน 35 รัฐที่มีการเลือกตั้งนั้นเป็นเขตรัฐสีแดงเสียเป็นส่วนใหญ่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เดโมแครตมีโอกาสที่ดีมากๆ ที่จะพลิกกลับมาชนะในรัฐนอร์ธแคโรไลนาที่เจ้าของที่นั่งเดิมจากรีพับลิกันอย่าง ทอม ทิลลิส ตัดสินใจรีไทร์ และฝั่งเดโมแครตได้อดีตผู้ว่าการรัฐที่มีคะแนนนิยมสูงอย่าง รอย คูเปอร์ มาเป็นผู้แทนพรรค โดยคะแนนเฉลี่ยจากผลโพลระบุว่าคูเปอร์มีคะแนนนิยมเหนือกว่า ไมเคิล วัทลีย์ จากพรรครีพับลิกันอยู่ราวๆ 10%</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นอกจากนี้เดโมแครตยังมีโอกาสที่จะพลิกกลับมาชนะในอีก 4 รัฐ ได้แก่ เทกซัส, โอไฮโอ, อะแลสกา และเมน โดยที่สามรัฐแรก แม้จะเป็นรัฐสีแดง แต่ด้วยคะแนนนิยมที่ตกต่ำของทรัมป์และความนิยมส่วนตัวของผู้สมัครจากเดโมแครตทำให้พวกเขามีคะแนนนำในรัฐเหล่านี้อยู่ที่ราวๆ 2-3%</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ส่วนเมนนั้นเป็นรัฐสีน้ำเงิน แต่ทว่า สว.ซูซาน คอลลินส์ของรีพับลิกันที่ครองที่นั่งอยู่ ก็มีชื่อเสียงในฐานะเป็นนักการเมืองสายกลางที่ได้รับความนิยมจากชาวเมนมาอย่างยาวนาน ทำให้โอกาสที่เธอจะยังรักษาที่นั่งไว้ก็ยังเป็นไปได้อยู่ ผลโพลล่าสุดระบุว่า ทรอย แจ็กสัน ของเดโมแครตมีคะแนนนำคอลลินส์อยู่ราวๆ 3-4%</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นอกจากนี้ยังมีอีก 3 รัฐในเขตมิดเวสต์อันได้แก่ ไอโอวา, เนแบรสกา และแคนซัส ที่ผลโพลระบุว่าคะแนนของผู้สมัครจากสองพรรคแทบจะเท่ากันเลย ที่จริงแล้วทั้งสามรัฐเป็นรัฐสีแดงจัด แต่ทั้งสามรัฐนี้เป็นรัฐที่พึ่งพากสิกรรมและปศุสัตว์อย่างมากและได้รับผลกระทบอย่างหนักจากสงครามการค้าและราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากจากสงครามในอิหร่าน ทำให้คะแนนนิยมของทรัมป์และพรรครีพับลิกันตกต่ำเป็นพิเศษ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ถ้าเดโมแครตชนะในรัฐทั้งหมดที่ว่ามานี้จะทำให้พวกเขามีที่นั่งในสภาสูงถึง 55 ที่นั่ง ซึ่งจะเป็นจำนวนที่นั่งสูงสุดของพวกเขาในรอบศตวรรษ เรียกได้ว่าเป็นคลื่นยักษ์สึนามิที่พัดถล่มรีพับลิกันจนพ่ายแพ้แบบยับเยิน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เว็บไซต์ Silver Bulletin ของนักสถิติชื่อดังอย่าง เนต ซิลเวอร์ ที่ได้รับการยอมรับว่ามีโมเดลพยากรณ์การเลือกตั้งที่แม่นยำ (เขาใช้ทั้งโพลและปัจจัยพื้นฐานในการทำนาย) ให้โอกาสที่เดโมแครตจะชนะที่สภาล่างที่ 95% และที่สภาสูงที่ 78%</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>วันอังคารที่จะถึงนี้เราก็จะได้รู้แล้วว่าผลโพลและการพยากรณ์ทางสถิติจะแม่นยำหรือไม่ และทรัมป์จะมีอำนาจมากน้อยแค่ไหนในการกำหนดนโยบายในช่วงสองปีที่เหลือของเขา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #999999;"><strong style="color: #999999;">ภาพ:</strong><span style="color: #999999;"> REUTERS / Eric Lee</span></span></p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>ITC ยอดขาย Q3/69 โต 11.2% ดันมาร์จิ้นแตะ 25% ตลาดอเมริกา-ยุโรปยังแกร่ง หนุนคงเป้ารายได้ทั้งปีโต 17-20%</title>
							<url>https://thestandard.co/itc-q3-sales-up-margin/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/itc-q3-sales-up.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>ผลโพลปลอมกระทบเลือกตั้งมิดเทอมสหรัฐฯ ทำผู้สมัครถอนตัว-สื่อใหญ่เสียเครดิต</title>
							<url>https://thestandard.co/fake-polls-impact-us-midterms/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/fake-polls-impact-us-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>รวมเรื่องที่ต้องรู้ เลือกตั้งมิดเทอมสหรัฐฯ 2026 เดิมพันอนาคต ‘ทรัมป์’</title>
							<url>https://thestandard.co/us-midterm-elections-2026-donald-trump/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/us-midterm-elections-2026-1.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/us-midterm-election-2026-democrats-forecast/</sourceUrl>
		</article>

	</articles>
<!--
Performance optimized by W3 Total Cache. Learn more: https://www.boldgrid.com/w3-total-cache/

Page Caching using Disk: Enhanced (Requested URI is rejected) 

Served from: _ @ 2026-10-31 19:06:30 by W3 Total Cache
-->