<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?><articles><UUID>TSTD202610060037</UUID><time>1791247041</time>		<article>
			<ID>12311610</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1784113340000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2099732540000</endYmdtUnix>

			<title>ฟิตร่างกายลุย Hybrid Race กับโปรแกรมฝึกแบบ Team Under Armour</title>
			<category>LIFE</category>

			<publishTimeUnix>1784113340000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-07-15 18:02:20</publishTime>
			<updateTimeUnix>1784114528000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-07-15 18:22:08</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>ฟิตร่างกายลุย Hybrid Race กับโปรแกรมฝึกแบบ Team Under Armour</title>
					<description>ฟิตร่างกายลุย Hybrid Race กับโปรแกรมฝึกแบบ Team Under Armour</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-1.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-1.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>นอกจากจะเป็นที่พูดถึงกันในทุกกลุ่มของสายฟิตสายลุยแล้ว แต่ ‘Hybrid Race’ กีฬาสายวิ่งผสมสายฟิตเนสก็กำลังเป็นเป้าหมายที่รอการพิชิตของใครหลาย ๆ คนอย่างแน่นอน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แน่นอนว่าหลากหลายผู้พิชิตและหลากหลายทีมกำลังเตรียมตัวอย่างเข้มข้น รวมถึงที่ RYSE Arena เมื่อวันศุกร์ที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมาที่เหล่า TeamUA หรือ Team <a href="https://thestandard.co/tag/Under-Armour/" target="_blank" rel="dofollow noopener">Under Armour</a> ทั้ง 22 คนก็ได้เริ่มออกมา Full Body Shake เรียกเหงื่อเรียกแรงกันอย่างเข้มข้น ในอีก 5 สัปดาห์ข้างหน้าที่จะให้สายฟิตทุกคนได้ท้าทายตัวเองกันอีกครั้งในปีนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231147" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-1.jpg?x84619" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 1" width="1280" height="1700" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>ฟิต 5 สัปดาห์ก่อนแข่งกับ Under Armour</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ระยะเวลา 5 สัปดาห์ของแคมป์ฝึกซ้อม Team UA จะได้เจอกับโปรแกรมที่วางรากฐานการพัฒนาศักยภาพร่างกายอย่างเป็นระบบ เริ่มต้นจากการปรับพื้นฐานการเคลื่อนไหวเพื่อเตรียมความพร้อม ก่อนจะไต่ระดับความเข้มข้นไปสู่การจำลองสถานการณ์ในสนามแข่งจริง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231148" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-2.jpg?x84619" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 2" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ช่วงสัปดาห์แรกเริ่มด้วยการทดสอบ Movement Foundation เพื่อประเมินความพร้อม จากนั้นสร้าง Aerobic Base เสริมความทนทาน และยกระดับสู่ Strength Endurance สำหรับสถานีที่ใช้พละกำลัง พร้อมฝึกเทคนิค Transition การคุมเพซ และวางกลยุทธ์เฉพาะตัว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231149" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-3.jpg?x84619" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 3" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมื่อเข้าสู่โค้งสุดท้าย จะเน้น Race Simulation เพื่อฝึกซ้อมภายใต้ความกดดันและความเหนื่อยล้าจริง ก่อนเข้าช่วง Taper เพื่อลดการซ้อม ให้ร่างกายได้ฟื้นฟูและสะสมพลังงานเต็มเปี่ยมสำหรับวันแข่ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231151" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-4.jpg?x84619" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 4" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>เผยโฉม ‘Team UA’ ก่อนลง Full Body Shake</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับสัปดาห์แรกของ Team Under Armour ทั้ง 22 คนได้มาพบหน้ากันเพื่อทำความรู้จักและ Ice Breaking แบบฉบับสายฟิตสายลุยที่จะมาทำความรู้จักกันขณะ Planking และ Squat เรียกเหงื่อ ซึ่งแต่ละคนเดินเข้ามาพร้อมเป้าหมายที่แตกต่างกัน ทั้งการทำลายสถิติเดิมของตัวเอง หรือกลับมาทวงฟอร์มหลังผ่านสนามมา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ไม่ว่าจะเป็น Junior (@ju.nio.r12) และ Jaynoppa (@jaynoppa), Emma Arocha (@emmarchh), Pim Pimkanok (@pimmypiam) Pipe Kamtapong (@pipekubkib) นอกจากนี้ยังมี ‘รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น’ หนึ่งในนักกีฬา Under Armour มาเข้าร่วม Full Body Shakeout ในฐานะ Team UA ด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231152" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-5.jpg?x84619" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 5" width="1920" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โดยสำหรับคลาสสัปดาห์แรก TEAM UA เริ่มด้วย Easy Run ก่อนฝึกคุมแรงที่สถานี SkiErg และ RowErg ต่อด้วยโจทย์คู่อย่าง Sled Push ร่วมกับ Farmer Hold ที่ต้องถือ Kettlebell ให้มั่นคงขณะเพื่อนดัน Sled</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231153" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-6.jpg?x84619" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 6" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ครึ่งหลังทวีความเข้มข้นด้วย Burpee Broad Jump, Wall Ball, Walking Lunge และท่าท้าทายใจอย่าง Sandbag Reverse Lunge, Ab-mat Sit-up กับ Bearhug Sandbag Carry ในเวลาจำกัด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231154" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-7.jpg?x84619" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 7" width="1920" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แม้เป็นท่าที่คุ้นเคย แต่เมื่อฝึกต่อเนื่อง บททดสอบจริงคือการคุมหายใจและรักษาฟอร์มเพื่อออมแรง คลาสนี้ช่วยให้ทุกคนพบจุดแข็งและจุดที่ต้องปรับปรุง เพื่อเตรียมลุยต่อสำหรับการแข่งที่กำลังจะเข้ามา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231155" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-8.jpg?x84619" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 8" width="1920" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>เทรนก่อนเจอสนามจริงแบบ Team UA ได้กับยิมพาร์ตเนอร์</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>หากใครอยากฝึกร่างกายให้พร้อมกับเวทีท้าทายตัวเองใน Hybrid Race แบบ Team UA ก็ไม่ต้องอิจฉาไป เพราะ Under Armour เปิดโอกาสให้ทุก ๆ คนที่อยากเตรียมตัวก่อนลง Hybrid Race ได้เข้ามาฝึกในระบบเดียวกันด้วย โดยโปรแกรมนี้ร่วมมือกับยิมพาร์ตเนอร์ 3 แห่ง ได้แก่ RYSE Arena, ONTRACK Campus (เขตพระโขนง) และ FIT:D Thailand</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231156" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-9.jpg?x84619" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 9" width="1920" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่ละคลาสจะเป็นการค่อย ๆ ทำความเข้าใจองค์ประกอบที่จำเป็นต่อ Hybrid Race ตั้งแต่การสร้าง Aerobic Base การเพิ่ม Strength Endurance การควบคุมเพซ ไปจนถึงการฝึก Transition ระหว่างการวิ่งและสถานีต่าง ๆ ก่อนนำทุกอย่างมาทดลองร่วมกันผ่าน Race Simulation</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231157" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-10.jpg?x84619" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 10" width="1280" height="1700" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผู้สนใจร่วมซ้อมแบบ Team UA สามารถรับ Training Class Pass (3 เครดิต) เมื่อซื้อสินค้าครบ 6,900 บาทที่ Under Armour Brand House เพื่อเข้าเซสชันกับยิมพาร์ตเนอร์และแบ่งปันให้เพื่อนได้ โดยผู้ที่เข้าครบ 3 คลาสตามเงื่อนไข จะได้รับสิทธิ์ลงทะเบียน Race Simulation เพื่อทดสอบความพร้อมของร่างกาย จังหวะเปลี่ยนสถานี และแผนการแบ่งแรงก่อนเจอสนามจริง สามารถรับรายละเอียดและโค้ดลงทะเบียนได้จากทีมงานหน้าร้าน</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>มาทดสอบตัวเองเพื่อพัฒนาตัวเองไปอีกขั้น</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในการฝึกซ้อมสัปดาห์แรกนี้ Under Armour ได้ให้การสนับสนุนผู้ท้าชิง Hybrid Race อย่างเต็มที่กับทุกคนที่มีเป้าหมายเดียวกัน โดยมีระบบสนับสนุนตลอดเส้นทาง ทั้งโปรแกรมฝึก โค้ช ยิมพาร์ตเนอร์ เสื้อผ้าอุปกรณ์ และการฟื้นฟูร่างกาย ทำให้แบรนด์เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงการฝึก ความรู้ และคอมมูนิตี้ เพื่อผลักดันแนวคิด Make Athletes Better ให้เกิดขึ้นจริงผ่านการลงมือทำ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231158" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-11.jpg?x84619" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 11" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับใครที่กำลังมอง Hybrid Race เป็นเป้าหมายถัดไป อย่ารีรอให้ใกล้วันแข่ง เวลานี้คือเวลาที่ดีที่สุดแล้วที่จะได้ท้าทายตัวเอง และพัฒนาตัวเองไปในอีกขั้นก่อนการแข่งจริงในอีกไม่กี่สัปดาห์นี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231159" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-12.jpg?x84619" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 12" width="1920" height="1280" /><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231160" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-13.jpg?x84619" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 13" width="1920" height="1280" /></p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>BOYNEXTDOOR ขึ้นแท่นเป็นโกลบอลแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Under Armour</title>
							<url>https://thestandard.co/boynextdoor-under-armour-ambassador/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/boynextdoor-under-armour-ambassador-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>UNDER ARMOUR X MARINE SERRE แคปซูลคอลเล็กชันเพื่อฉลอง 30 ปีของแบรนด์กีฬา</title>
							<url>https://thestandard.co/under-armour-marine-serre-capsule/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/06/under-armour-marine-serre-1.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>สเตฟเฟน เคอร์รี แยกทาง Under Armour หลังร่วมงานกันนาน 13 ปี</title>
							<url>https://thestandard.co/stephen-curry-parts-under-armour/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2025/11/stephen-curry-parts-under.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/under-armour-hybrid-race-training/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12648501</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1791241245000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2106860445000</endYmdtUnix>

			<title>เข้าใจ ‘6 ตุลา 2519’ ผ่านการเมืองระหว่างประเทศยุคสงครามเย็นกับ ‘สุรชาติ บำรุงสุข’</title>
			<category>News</category>

			<publishTimeUnix>1791241245000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-10-06 06:00:45</publishTime>
			<updateTimeUnix>1791208102000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-10-05 20:48:22</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>เข้าใจ ‘6 ตุลา 2519’ ผ่านการเมืองระหว่างประเทศยุคสงครามเย็นกับ ‘สุรชาติ บำรุงสุข’</title>
					<description>เข้าใจ ‘6 ตุลา 2519’ ผ่านการเมืองระหว่างประเทศยุคสงครามเย็นกับ ‘สุรชาติ บำรุงสุข’</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/6-october-cold-war-1.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/6-october-cold-war-1.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>วันที่ 6 ตุลาคม 2569 เป็นวาระครบรอบ 50 ปีของเช้าแห่งความรุนแรง เมื่อเจ้าหน้าที่รัฐและกลุ่มฝ่ายขวาล้อมปราบผู้ชุมนุมที่<a href="https://thestandard.co/tag/%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C/" target="_blank" rel="dofollow noopener">มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์</a> ท่าพระจันทร์ คนหนุ่มสาวที่เคลื่อนไหวต่อสู้และถูกปิดล้อมในเช้าวันนั้น หลายคนกลายเป็นผู้อาวุโสวัยเกษียณ และเข้าสู่วัย 70 ปีแล้วในวันนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<div style="background: #fff; border-radius: 16px; padding: 20px; box-shadow: 0 10px 25px rgba(0,0,0,0.12); max-width: 600px;">
<div style="margin-bottom: 12px;">
<h2 style="font-size: 22px; font-weight: bold;">ประเด็นสำคัญ</h2>
<div style="height: 6px; background-color: #e62227; margin-top: 6px; width: 100%;">&nbsp;</div>
</div>
<ul style="padding-left: 20px; margin: 0; list-style: disc;">
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section1">THE STANDARD: อาจารย์เริ่มทำกิจกรรมตั้งแต่เป็นนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอย่างไร</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section2">THE STANDARD: ทำไมปีกขวาไทยจึงไม่มีทางเลือกแบบกัมพูชา ที่เจ้าสีหนุอยู่ฝ่ายเดียวกับคอมมิวนิสต์</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section3">THE STANDARD: ในปี 2518 นิสิตนักศึกษาต่อต้านฐานทัพอเมริกาด้วยฐานคิดใด</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section4">THE STANDARD: อาจารย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคม ถึงเช้าวันที่ 6 ตุลาคม 2519 สถานการณ์ในช่วงนั้นเป็นอย่างไร</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section5">THE STANDARD: ที่ประชุมแกนนำนักศึกษาตกลงกันอย่างไร จึงส่งตัวแทน 6 คนไปบ้านนายกรัฐมนตรี ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section6">THE STANDARD: การเดินทางครั้งนั้นเป็นการไปเจรจาให้หยุดยิง ไม่ใช่การไปมอบตัวใช่หรือไม่</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section7">THE STANDARD: เมื่อไปถึงบ้านนายกรัฐมนตรี เกิดอะไรขึ้น ก่อนถูกนำตัวไปกองปราบสามยอด</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section8">THE STANDARD: คดี ‘18+1’ และผู้ถูกคุมขัง ‘6+1’ ที่เรือนจำบางขวาง มีที่มาอย่างไร</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section9">THE STANDARD: ประสบการณ์ถูกตีตรวนในเรือนจำเป็นอย่างไร</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section10">THE STANDARD: ภาพการขึ้นศาลทหารครั้งแรกในชุดนักโทษสีลูกวัวและถูกตีตรวน ส่งผลสะเทือนถึงรัฐบาลอย่างไร</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section11">THE STANDARD: อาจารย์มีประสบการณ์อย่างไรในเรือนจำบางขวาง วันที่ พล.อ.ฉลาด หิรัญศิริ ถูกนำตัวไปยิงเป้า เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2520</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section12">THE STANDARD: ระบบอาหารในเรือนจำแดนพิเศษที่อาจารย์รับผิดชอบเป็นอย่างไร</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section13">THE STANDARD: ความไม่เป็นเอกภาพในกองทัพหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ เป็นอย่างไร</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section14">THE STANDARD: อาจารย์ได้รับอิสรภาพจากพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องในการชุมนุมในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ระหว่างวันที่ 4 ถึงวันที่ 6 ตุลาคม 2519 ซึ่งประกาศวันที่ 16 กันยายน 2521 ในสมัย พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ เป็นนายกรัฐมนตรี มองจุดเปลี่ยนครั้งนั้นอย่างไร</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section15">THE STANDARD: ก่อนเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ มีการพบงูพิษระหว่างการชุมนุมที่สนามหลวง เหตุการณ์นั้นเกี่ยวข้องกับการย้ายเข้าไปชุมนุมในธรรมศาสตร์อย่างไร</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section16">THE STANDARD: อาจารย์อธิบายความรุนแรงต่อผู้ชุมนุมเช้าวันที่ 6 ตุลาคม 2519 อย่างไร</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section17">THE STANDARD: ในวาระ 50 ปี 6 ตุลาคม 2519 คนรุ่นหลังควรทำความเข้าใจเหตุการณ์นี้อย่างไร และผลสืบเนื่องของเหตุการณ์ยังอยู่กับสังคมไทยอย่างไร</a></li>
</ul>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผู้รอดชีวิตจากเช้าวันที่ 6 ตุลาคม 2519 มีเส้นทางชีวิตแตกต่างกัน ทั้งถูกคุมขัง เข้าป่า และกลับมาเรียนต่อโดยไม่ถูกควบคุมตัวดำเนินคดี เพราะหลบหนีออกจากการใช้กำลังของเจ้าหน้าที่ได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับผู้ที่เข้าป่า มีทั้งผู้เสียชีวิตและผู้รอดชีวิตที่ได้กลับเข้าเมืองหลังรัฐบาลดำเนินนโยบายตามคำสั่งที่ 66/2523 ซึ่งสุรชาติมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงที่นำไปสู่การสิ้นสุดสงครามกับคอมมิวนิสต์ในปี 2526</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ส่วนผู้ถูกคุมขัง 19 คนสุดท้ายตลอดระยะเวลาเกือบ 2 ปี ได้รับอิสรภาพจากการนิรโทษกรรมในปี 2521 ระหว่างนั้น 18 คนต้องขึ้นศาลทหาร และอีก 1 คนขึ้นศาลอาญา เป็นคดีที่เรียกกันว่า ‘18+1’ โดยในจำนวน 19 คนนี้ มี 6+1 คนถูกคุมขังในเรือนจำบางขวาง ส่วนอีก 12 คนถูกคุมขังในเรือนจำแห่งอื่น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เหตุการณ์สำคัญอย่างหนึ่งในเรือนจำบางขวางของผู้ผ่านเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ คือการได้พบกับนายทหารกลุ่มที่พยายามทำรัฐประหารแต่ไม่สำเร็จ ก่อนผู้นำการก่อรัฐประหารคนหนึ่งจะถูกประหารชีวิตด้วยการยิงเป้า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ก่อนถูกนำตัวไปประหารชีวิต นายทหารผู้นั้นกล่าวกับหนึ่งในนิสิตนักศึกษา 7 คนที่บางขวางว่า “เราคุยกับเขาแล้วนะ” ตามด้วยชื่อนายทหารชั้นผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ขณะที่นิสิตผู้เรียกเขาว่า ‘ลุง’ ไม่ทราบล่วงหน้าว่าลุงจะไม่ได้กลับมาพบกันในเรือนจำอีก และนั่นจะเป็นประโยคสุดท้ายจากเขา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1264835" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/6-october-cold-war-surachart-1.jpg?x84619" alt="ภาพ สุรชาติ บำรุงสุข ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 1" width="850" height="550" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>THE STANDARD สัมภาษณ์ ‘ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.สุรชาติ บำรุงสุข’ ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ยุทธศาสตร์ทหาร และความมั่นคง ผู้เขียน ‘The October Journey: บันทึกการเดินทางเดือนตุลาฯ (จากจุฬาฯ สู่บางขวาง)’</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สุรชาติเป็นหนึ่งในนิสิตนักศึกษา 7 คนในคดี 6 ตุลาฯ ที่ถูกคุมขังในเรือนจำบางขวาง และตามคำบอกเล่าของเขา เป็นผู้ที่อยู่กับ พล.อ.ฉลาด หิรัญศิริ เป็นคนสุดท้าย ก่อนเจ้าหน้าที่ควบคุมตัว พล.อ.ฉลาด ออกจากแดนในบางขวางไปยิงเป้าในช่วงบ่ายวันที่ 21 เมษายน 2520</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นอกจากนี้ สุรชาติยังเคยพบกับนายกรัฐมนตรี 2 ท่าน คือ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ก่อนเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ และ พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ เมื่อได้รับการปล่อยตัวหลังคดี 6 ตุลาฯ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่นายกรัฐมนตรีที่เขาต้องการพบในช่วงเวลาสำคัญที่สุดเหตุการณ์หนึ่ง คือเช้าวันที่ 6 ตุลาคม 2519 กลับไม่ได้พบตามนัด แม้จะเดินทางไปถึงบ้านของ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นแล้วก็ตาม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สุรชาติตั้งข้อสังเกตว่า รัฐบาล ม.ร.ว.เสนีย์ อาจสูญเสียอำนาจในการควบคุมสถานการณ์ไปแล้วตั้งแต่ช่วงเช้า ก่อนจะถูกยึดอำนาจอย่างเป็นทางการในเย็นวันเดียวกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1264836" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/6-october-cold-war-surachart-2.jpg?x84619" alt="ภาพ สุรชาติ บำรุงสุข ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 2" width="850" height="550" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section1" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;"><b>THE STANDARD: อาจารย์เริ่มทำกิจกรรมตั้งแต่เป็นนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอย่างไร</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>สุรชาติ: ผมเข้าเรียนรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี 2516 เป็นสิงห์ดำรุ่น 26 ตรงกับปีที่มี ‘คดีทุ่งใหญ่’ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นก่อนนำไปสู่เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>การทำกิจกรรมสมัยนั้น ผมเริ่มต้นด้วยการเข้าร่วมการเคลื่อนไหวเรื่องทุ่งใหญ่ ต่อมาจึงเข้าร่วมเรื่องรัฐธรรมนูญที่นำไปสู่ 14 ตุลาคม 2516 และเข้าร่วมงานกับศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย หรือ ศนท.</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>จนกลางปี 2517 ผมไปช่วยงานคนงานที่สหภาพแรงงานที่อ้อมน้อย และกลางปี 2518 จึงกลับเข้ามาช่วยงานในศูนย์นิสิตฯ อีกครั้ง โดยเริ่มรับผิดชอบการทำข้อมูลเรื่องฐานทัพสหรัฐฯ ในไทย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผมเป็นหนึ่งในตัวแทน ศนท. ที่เข้าพบนายกรัฐมนตรี ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เพื่อทวงถามคำสัญญาเรื่องกำหนดเวลาถอนฐานทัพสหรัฐฯ ออกจากไทยภายใน 1 ปี ซึ่งครบกำหนดวันที่ 20 มีนาคม 2519 นายกฯ ให้คำตอบว่า “ถ้าสหรัฐฯ ไม่ถอนตามกำหนด ผมจะไปเดินขบวนกับพวกคุณ”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ปี 2519 เราจะเห็นเหตุการณ์ที่เป็นเส้นแบ่งใหญ่ คือการต่อต้านฐานทัพสหรัฐ เนื่องจากบรรดาปีกขวาในไทยเชื่อมากที่สุดว่า หลักประกันความมั่นคงของไทยคือการมีฐานทัพสหรัฐฯ อยู่ในประเทศ เพราะสหรัฐฯ จะไม่ปล่อยให้ไทยเป็นคอมมิวนิสต์ หรือจะไม่ยอมให้กองกำลังคอมมิวนิสต์รบชนะ เหมือนที่คอมมิวนิสต์ชนะในอินโดจีน คือกัมพูชา เวียดนาม และลาว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เพราะฉะนั้น การที่ขบวนการนักศึกษาต่อต้านฐานทัพสหรัฐฯ จึงเหมือนการทุบกล่องดวงใจของฝ่ายขวา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สมัยนั้นเราอาจจะไม่รู้สึก เมื่อผมไปเรียนปริญญาโทและเขียนวิทยานิพนธ์เรื่องความสัมพันธ์ทางทหารไทย-สหรัฐฯ จึงกลับมาถึงโจทย์นี้ สมัยนั้นเราไม่ได้ตระหนักว่าการต่อต้านฐานทัพมีนัยหรือผลกระทบขนาดใหญ่ และเป็นผลกระทบสำคัญทางจิตวิทยาจากปี 2518 ที่อินโดจีนแตก ทั้งกัมพูชา เวียดนามหรือไซ่ง่อน และลาว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ปี 2518 จึงเป็นเหมือนเส้นแบ่งเวลาที่ถูกขีดไว้แล้วว่า การเคลื่อนไหวของ ‘ขบวนการนักศึกษาฝ่ายซ้าย’ จะมีอายุยาวนานเท่าไร</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ถ้าเราสามารถผลักดันฐานทัพอเมริกาออกไป ฝ่ายขวาเชื่อว่าอย่างไรไทยก็แพ้คอมมิวนิสต์ บรรดาปีกขวาจะไม่มีหลักประกันด้านความมั่นคง ขณะที่นิสิตนักศึกษามองว่า เมื่อฐานทัพออกไป เราก็หวังว่าไทยจะมีเอกราชและอธิปไตยในการกำหนดนโยบายต่างประเทศ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>พอถึงเดือนมีนาคม 2519 ผมว่าเริ่มเห็นชัดว่าการต่อต้านขบวนการนักศึกษาค่อนข้างรุนแรง คือเหตุระเบิดหน้าสยามสแควร์ วันที่ 21 มีนาคม 2519 ซึ่งมีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผมมองย้อนกลับไป นับแต่การต่อต้านฐานทัพที่ครบกำหนดวันที่ 20 มีนาคม 2519 และการเดินขบวนวันที่ 21 มีนาคม ผมอยู่ในรถคันที่ 3 การเดินขบวนเริ่มต้นที่ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เป้าหมายคือสถานทูตสหรัฐอเมริกา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>พอผ่านสยามสแควร์ก็เกิดระเบิด เป็นระเบิดสังหารที่รุนแรงกว่าที่ผ่านมา ก่อนหน้านั้นมีการปะทะกับฝ่ายต่อต้านนักศึกษาบ้าง แต่กรณีสยามสแควร์ค่อนข้างชัดว่าเป็นระเบิดสังหาร เป็นระเบิดที่ใช้ในภารกิจสงคราม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผมมองว่าเป็นการส่งสัญญาณว่าฝั่งรัฐรับไม่ได้กับขบวนการนักศึกษาแล้ว ซึ่งการที่ฝ่ายรัฐสู้กลับขบวนการนักศึกษา เราก็เห็นมาตั้งแต่ขบวนการนวพล กระทิงแดง และมีมาเรื่อยๆ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมื่อถึงจุด 20-21 มีนาคม 2519 จึงเป็นเส้นเวลา มีคำถามที่ผมรู้สึกเมื่อย้อนกลับไปว่า ชีวิตของขบวนการนักศึกษาจะอยู่ได้อีกนานเท่าไร</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ยิ่งมาเขียนหนังสือย้อนประวัติตัวเอง ยิ่งรู้สึกว่าเหมือนเราไปทุบกล่องดวงใจกล่องหนึ่งของฝ่ายขวา คือการต่อต้านฐานทัพอเมริกา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1264837" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/6-october-cold-war-surachart-3.jpg?x84619" alt="ภาพ สุรชาติ บำรุงสุข ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 3" width="850" height="550" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section2" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;"><b>THE STANDARD: ทำไมปีกขวาไทยจึงไม่มีทางเลือกแบบกัมพูชา ที่เจ้าสีหนุอยู่ฝ่ายเดียวกับคอมมิวนิสต์</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>สุรชาติ: เพราะพรรคคอมมิวนิสต์ไทยไม่ได้มีลักษณะเหมือนพรรคในเวียดนาม ลาว และกัมพูชา เนื่องจากใน 3 ประเทศนั้น คอมมิวนิสต์เปิดการเคลื่อนไหวอยู่ภายในประเทศและมีพื้นที่ของตัวเอง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ขณะที่พรรคคอมมิวนิสต์ไทย เมื่อย้อนกลับไป เรายังไม่รู้เลยว่าใครเป็นผู้นำ เพราะใช้ชื่อจัดตั้ง แต่พรรคคอมมิวนิสต์ในเวียดนาม ลาว และกัมพูชา มีภาพผู้นำค่อนข้างชัดเจน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมื่อย้อนกลับไปดูการเคลื่อนไหวของพรรคคอมมิวนิสต์ในไทย เปรียบเทียบกับอีก 3 ประเทศในอินโดจีน ผมมองว่าในไทยมีความต่าง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ดังนั้น โอกาสที่เราจะมีบทเรียนแบบในลาว คือจัดตั้งรัฐบาลปีกซ้ายขึ้นมาจับมือกับปีกอื่น ผมว่ามันไม่ไปถึงจุดนั้น เพราะฉะนั้น ในกรณีของไทยจึงเหลือทางเดียวในมุมมองของฝ่ายขวา คือถ้าเกิดสถานการณ์สงครามขึ้น คอมมิวนิสต์จะชนะตามทฤษฎีโดมิโน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ปีกขวาจึงรู้สึกว่า ถ้าฐานทัพถูกผลักดันจนต้องออกจากประเทศไทย เขาจะไม่มีหลักประกันเหลือ ไม่มีเงื่อนไขที่จะผูกมัดให้สหรัฐฯ ปกป้องประเทศไทย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>พอเป็นอย่างนี้ เราก็เห็นชัดว่าเรื่องใหญ่กว่าที่เราคิดในสมัยนั้น เพราะโยงกับยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงทั้งหมดของไทย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ขณะที่ยุทธศาสตร์สหรัฐฯ เองก็กำลังจะเปลี่ยน เพราะสงครามในเวียดนามจบ อเมริกันเองส่วนหนึ่งก็อยากถอนฐานทัพ เพราะแบกภาระสงครามไม่ไหว ตรงนี้จึงทับซ้อนกัน ทั้งการเคลื่อนไหวของขบวนการนักศึกษาและยุทธศาสตร์ไทย ซึ่งคาดหวังให้อเมริกันดำรงอยู่ เพื่อสามารถปกป้องไทยจากคอมมิวนิสต์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ส่วนยุทธศาสตร์อเมริกันเอง เป็นยุทธศาสตร์ที่ต้องถอนออกเพื่อไปตั้งรับในตะวันออกกลาง แล้วกำลังอีกส่วนหนึ่งต้องกลับบ้าน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมื่อเป็นแบบนี้ ต้องยอมรับว่าการเคลื่อนไหววันที่ 20–21 มีนาคม 2519 จึงเป็นเหมือนวันเวลาที่เขาเริ่มกำหนดแล้วว่า หลังจากนี้อายุของขบวนการนักศึกษาหรือการเคลื่อนไหวจะไปได้อีกนานเท่าไร</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผมคิดว่าช่วงไซ่ง่อนแตก โดยเฉพาะเดือนเมษายน 2518 หรือปี 1975 เข้ามาถึงปี 2519 หรือปี 1976 ฝ่ายขวาเริ่มจัดตั้งขบวน และมีลักษณะการต่อต้านขบวนการนักศึกษาอย่างเป็นระบบมากขึ้น เขามองเห็นภัยคุกคามและเขากลัว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ส่วนเหตุการณ์ที่กัมพูชาก็อยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน เป็นภาพเดียวกัน คือภาพของอินโดจีนทั้งหมด เวลาเราพูดว่าอินโดจีน หมายถึง 3 ประเทศที่ล้มและกลายเป็นคอมมิวนิสต์ แล้วถูกคาดการณ์ว่าโดมิโนตัวที่ 4 คือไทย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ชนชั้นนำปีกขวาจึงมองว่าขบวนการนักศึกษาเป็นภัยคุกคามภายในที่พวกเขาต้องจัดการ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1264838" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/6-october-cold-war-surachart-4.jpg?x84619" alt="ภาพ สุรชาติ บำรุงสุข ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 4" width="850" height="550" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section3" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;"><b>THE STANDARD: ในปี 2518 นิสิตนักศึกษาต่อต้านฐานทัพอเมริกาด้วยฐานคิดใด</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>สุรชาติ: ผมคิดว่าตอนนั้นในหมู่พวกเราอาจไม่ได้มีทฤษฎีอะไรมาก เพียงแต่เห็นว่าฐานทัพเป็นสัญลักษณ์ของการเสียอธิปไตยของประเทศ ในมุมคนรุ่นผมช่วงเวลานั้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรามองว่าเรามีฐานทัพทางอากาศของสหรัฐฯ 7 แห่ง มีฐานทัพเรือบางส่วน และมีค่ายฝึกทหารเรือบางส่วน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรามีความรู้สึกร่วมกับพี่น้องในเวียดนามว่า ฐานทัพในไทยกลายเป็นเครื่องมือการทำสงครามของสหรัฐฯในเวียดนาม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับอีกมุมหนึ่งว่า มันผูกโยงกับยุทธศาสตร์ของพรรคคอมมิวนิสต์ เนื่องจากพรรคคอมมิวนิสต์ในเวียดนามก็สู้รบกับอเมริกาอยู่ ซึ่งในกัมพูชาและลาวก็ไม่ต่างกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในไทยเองก็มีพรรคคอมมิวนิสต์ไทย จึงเกิดวิวาทะเรื่องการเชื่อมต่อระหว่างพรรคคอมมิวนิสต์กับขบวนการนักศึกษา ซึ่งกลายเป็นวิวาทะที่เถียงกันถึงปัจจุบัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1264839" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/6-october-cold-war-surachart-5.jpg?x84619" alt="ภาพ สุรชาติ บำรุงสุข ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 5" width="850" height="550" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section4" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;"><b>THE STANDARD: อาจารย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคม ถึงเช้าวันที่ 6 ตุลาคม 2519 สถานการณ์ในช่วงนั้นเป็นอย่างไร</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>สุรชาติ: จริงๆ แล้ววันที่ 5 ตุลาคม 2519 ผมอยู่ธรรมศาสตร์ ช่วงบ่ายหนังสือพิมพ์ดาวสยามเริ่มออกเผยแพร่ จำได้ว่ามีคนวิ่งถือมาให้ผมดู ถามว่าเห็นหรือยัง ผมก็ตกใจ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ตอนเย็นตัดสินใจกลับมาที่ตึกจักรพงษ์ จุฬาฯ เพราะที่จุฬาฯ มีผู้ปฏิบัติงานของพรรคจุฬาประชาชน พวกเราที่เป็นนักกิจกรรมยังอยู่กันเต็ม มีส่วนหนึ่งไปอยู่ที่ธรรมศาสตร์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผมกลับมาจุฬาฯ เพื่อพบกับพี่เอนก เหล่าธรรมทัศน์ นายกฯ สจม. มาถึงก็เล่าเหตุการณ์ที่ธรรมศาสตร์ เรารู้แล้วว่าเหตุการณ์ไม่ดี</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>น้องที่อยู่ตึกจักรพงษ์วิ่งมาบอกว่า วิทยุยานเกราะพูดน่ากลัว ตึกจักรพงษ์เป็นตึกกิจกรรมนักศึกษา ผมใช้ชีวิตที่นั่นเหมือนเป็นบ้าน ชีวิตผมผูกพันกับตึกจักรฯ คนที่ทำกิจกรรมยุคนั้นจะมีคำเรียกอีกอย่างว่า ‘พวกตึกจักรฯ’ คือคนที่ทำงานในตำแหน่งและทีมงาน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผมนั่งคุยกับรุ่นน้อง จนกระทั่งจะกลับธรรมศาสตร์ มีโทรศัพท์เข้ามา เป็นอาจารย์ผมท่านหนึ่ง ท่านบอกว่าขอเจอ 2 คน คือพี่เอนกกับผม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อาจารย์ขับรถมารับหน้าหอนาฬิกา แล้วขับวนในจุฬาฯ ค่ำวันที่ 5 ตุลาฯ ประมาณ 1 ทุ่ม อาจารย์ให้ไปเตรียมว่าจะเอาอย่างไรกับน้องๆ ที่ทำกิจกรรมทั้งหมด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อาจารย์เตือนว่า พรุ่งนี้ วันที่ 6 ตุลาคม 2519 เขาจะยึดอำนาจ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผมยังจำความอ่อนหัดของตัวเองได้ ผมถามกลับว่า อาจารย์บอกได้ไหมว่าใครจะยึดอำนาจพรุ่งนี้ ขณะนั้นทหารมีหลายกลุ่ม เราก็เริ่มเห็นสถานการณ์ในซีกฝั่งอำนาจรัฐ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>จำได้ว่าอาจารย์บอก “สุรชาติไม่ต้องรู้ แต่ให้ไปเตรียม” ยังจำคำพูดได้จนถึงวันนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผมก็บอกพี่เอนกว่า พี่อยู่ที่นี่ดูแลน้องๆ ส่วนผมไปธรรมศาสตร์ดีกว่า เพราะเดี๋ยวจะมีประชุมศูนย์นิสิตฯ ตอนค่ำ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่จริงถ้าเรามีความรู้ทางการเมืองมาก คำเตือนขนาดนี้แปลว่าการชุมนุมอันตรายมากแล้ว สุดท้ายผมไปธรรมศาสตร์ก็ได้แต่เตือน ซึ่งเตือนอย่างไรเราก็ยังไม่รู้ว่าหน้าตาการรัฐประหารจะออกมาอย่างไร</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เราอาจคิดอย่างไร้เดียงสาแบบเด็ก เช่น เขาอาจปิดล้อมธรรมศาสตร์ แล้วประกาศให้ผู้นำนักศึกษามอบตัว ก็คิดอยู่นะว่า ถ้ามีการบอกให้มอบตัว เราก็มอบตัว แล้วกันผู้ชุมนุมให้ออกเดินทางกลับบ้าน จะได้ปลอดภัย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ส่วนแกนนำก็ต้องถูกจับไป เพราะถ้าเขาจับก็ต้องจับเจ้าภาพจัดงาน เขาไม่น่าจะจับคนร่วมงาน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่ในความเป็นจริง เขาไม่ได้ปิดล้อมแล้วประกาศผ่านโทรโข่งให้เราไปมอบตัวและจบในแบบที่เราคิด เผอิญรอบนั้นเขาจับทั้งเจ้าภาพและคนร่วมงาน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>พอเกิดเหตุการณ์ ระหว่างถูกคุมขังที่เรือนจำบางขวาง ผมถูกนำตัวออกมาสอบ จึงรู้ว่ามีบัญชีจับ แสดงว่ามีการทำบัญชีรายชื่อบรรดากรรมการศูนย์นิสิตฯ ที่ต้องถูกจับกุมไว้หมด เพียงแต่ของผมมีข้อความสีแดงกำกับอยู่บนปกว่า ‘ตัวแสบ’ ผมคิดว่าทำบัญชีเอาไว้นานแล้ว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คืนวันที่ 5 ตุลาคม 2519 ผมกลับไปถึงธรรมศาสตร์ คุณประยูร อัครบวร เพิ่งแถลงข่าวเสร็จ พร้อมอภินันท์ บัวหภักดี เรื่องละครแขวนคอที่ลานโพธิ์ ซึ่งแสดงวันที่ 4 ตุลาคม 2519</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>วันที่ 5 ตุลาฯ พอยิ่งค่ำก็ยิ่งน่ากลัว คนเริ่มบอกว่าม็อบข้างนอกรั้วธรรมศาสตร์มีอาการแปลกๆ ในขณะเดียวกันเราก็พบว่า การยุติการชุมนุมในธรรมศาสตร์คงยากแล้ว เพราะการแยกย้ายการชุมนุมสองทุ่มหรือสามทุ่มสมัยก่อน ไม่ใช่อย่างในยุคปัจจุบัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หากยุคหลังใครมาเขียนเล่าว่าตัวเองเสนอให้ยุติการชุมนุมแล้ว แต่กรรมการศูนย์นิสิตฯ ไม่รับข้อเสนอนั้น ก็บอกได้เลยว่าไม่จริง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สมัยนั้นการเดินทางลำบาก จึงตัดสินใจว่าอย่างช้าที่สุดก็ยุติการชุมนุมกันเช้าวันรุ่งขึ้น คือวันที่ 6 ตุลาคม 2519 แต่อย่างที่ทุกคนทราบ โอกาสยุติการชุมนุมในทางปฏิบัติไม่เกิด เพราะพอสี่ทุ่มเริ่มเห็นอาการบางอย่าง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สักสี่ทุ่มเริ่มไม่ดี เริ่มมีความเสี่ยง ออกไปก็ไม่รู้ว่าจะถูกทำร้ายหรือไม่ ย้อนกลับไปตอนนั้น เราก็เหมือนฝันๆ นิดหนึ่งว่า ถ้าเช้าวันที่ 6 ตุลาฯ มาถึง จะเป็นจังหวะให้เราสามารถประกาศยุติการชุมนุม และให้ผู้ร่วมชุมนุมเดินทางกลับบ้าน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คืนนั้นผมวิ่งขึ้น-ลงตึก อมธ. เพราะบนตึกเป็นที่ประชุมแกนนำนักศึกษา โดยแกนนำหลายคนคืนนั้นไม่ได้นอน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>พอสี่ทุ่มแล้วขยับไปเที่ยงคืน สถานการณ์ก็ไม่ดีมาก ผมเข้าใจว่าระเบิด M79 ลูกแรกยิงประมาณตี 3 ก็เริ่มยิง มีเสียงปืนก่อนตี 5 จำได้ว่าหลัง M79 ลง ก็เริ่มเห็นความสูญเสียแล้ว มีคนวิ่งมาบอกว่าตรงตึกคณะบัญชีมีคนเจ็บ และหน่วยพยาบาลพยายามทำหน้าที่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผมยังคลานไปดูสุดขอบหัวมุมตึกคณะนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ด้านที่จะออกไปทางประตูสนามหลวง อยู่เยื้องหอประชุมใหญ่นิดเดียว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผมหมอบอยู่ที่ตึกคณะนิติศาสตร์ มองออกไปจึงเห็นเพื่อนนักศึกษา 3 ชีวิตนอนนิ่งอยู่ไม่ไกล รู้ว่าเขาเสียชีวิตแล้ว เขานอนอยู่ข้างหน้าเรา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ระหว่างที่ผมนอนหมอบ กระสุนก็โดนตัวตึกบ้าง ดีที่ไม่ตัดสินใจวิ่งออกไป เพราะถ้าวิ่งออกไป วันนี้คงไม่ได้มาให้สัมภาษณ์ แต่อาจได้เห็นชื่อผมอยู่ในรายชื่อผู้เสียชีวิตเช้าวันนั้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ตอนที่เห็นเพื่อนเสียชีวิต เป็นตอนรุ่งสางมากขึ้น เพราะเห็นชัด คือหลังจาก M79 ลูกแรกลงแล้ว เสียงปืนและเสียงอาวุธก็หนักขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1264840" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/6-october-cold-war-surachart-6.jpg?x84619" alt="ภาพ สุรชาติ บำรุงสุข ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 6" width="850" height="550" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section5" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;"><b>THE STANDARD: ที่ประชุมแกนนำนักศึกษาตกลงกันอย่างไร จึงส่งตัวแทน 6 คนไปบ้านนายกรัฐมนตรี ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>สุรชาติ: ฝ่ายนักศึกษาพยายามติดต่อไป กระทั่งติดต่อได้แล้ว เขาบอกให้พานักแสดงละครไปด้วย จึงมีการจัดคน เป็นตัวแทนศูนย์นิสิตฯ 3 คน ประกอบด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<ol>
<li>สุธรรม แสงประทุม เลขาธิการ ศนท.</li>
<li>ประพนธ์ วังศิริพิทักษ์</li>
<li>สุรชาติ บำรุงสุข</li>
</ol>
<p>&nbsp;</p>
<p>เดิมไม่ใช่ผมที่ต้องไปบ้านนายกฯ แต่เป็นอีกคนหนึ่ง เผอิญเขาเกิดอาการเหมือนคนอยู่ในสนามรบ คือคุมสติไม่ได้ เพราะระเบิดลงจริงๆ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>พอเขาคุมสติตัวเองไม่ได้ เกิดอาการแบบในสนามรบที่เรียกว่า Shell Shock อย่างที่ทหารบางคนเจอ ก็มีคนบอกว่า ถ้าอย่างนั้นให้สุรชาติไป ผมก็โอเค ผมไป ผมเอาของออกจากตัวแล้วฝากเพื่อนไว้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นั่นคือเหตุการณ์หลังจากผมกลับจากหัวมุมตึกคณะนิติศาสตร์ที่หมอบอยู่ และเห็นเพื่อนเสียชีวิตแล้ว 3 คน ผมกลับขึ้นมาตึก อมธ. แล้วตกลงไปบ้านนายกรัฐมนตรี ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ตอนนั้นมีอีก 3 คนจากคณะละครไปด้วย ประกอบด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<ol>
<li>อนุพงษ์ พงษ์สุวรรณ ประธานชมรมฯ</li>
<li>วิโรจน์ ตั้งวาณิชย์ นักแสดง</li>
<li>อภินันท์ บัวหภักดี นักแสดง</li>
</ol>
<p>&nbsp;</p>
<p>ศูนย์นิสิตฯ 3 คน บวกกับคณะละคร 3 คน รวมเป็น 3+3 คือ 6 คน</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section6" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;"><b>THE STANDARD: การเดินทางครั้งนั้นเป็นการไปเจรจาให้หยุดยิง ไม่ใช่การไปมอบตัวใช่หรือไม่</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1264841" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/6-october-cold-war-surachart-7.jpg?x84619" alt="ภาพ สุรชาติ บำรุงสุข ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 7" width="850" height="550" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สุรชาติ: เมื่อมีการนัดหมายไปบ้านนายกฯ เสนีย์ ฝ่ายนายกฯ แจ้งว่าเดี๋ยวจะมีรถตำรวจมารับ พอถึงตรงนี้ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ผมไม่ได้มอบตัว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เนื่องจากนิทรรศการที่จัดขึ้นในยุคหลัง บางครั้งเขียนว่าผู้นำนักศึกษา 6 คนไปมอบตัว จึงเกิดปัญหาข้อมูลระหว่างคนที่รับรู้อีกส่วนหนึ่งกับพวกที่เดินทางไปจริงๆ แล้วถูกจับ 6 คน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผมยังยืนยันว่าการติดต่อนั้น เป็นการติดต่อเพื่อขอเข้าชี้แจง และขอให้รัฐบาลออกคำสั่งหยุดยิง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผมยืนยันได้ว่าถูกขอให้ไปเพื่อเจรจา เราอยู่ในสถานะที่จะไปเจรจากับรัฐบาล ม.ร.ว.เสนีย์ ไม่ใช่การไปมอบตัว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1264842" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/6-october-cold-war-surachart-8.jpg?x84619" alt="ภาพ สุรชาติ บำรุงสุข ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 8" width="850" height="550" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section7" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;"><b>THE STANDARD: เมื่อไปถึงบ้านนายกรัฐมนตรี เกิดอะไรขึ้น ก่อนถูกนำตัวไปกองปราบสามยอด</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>สุรชาติ: รถตำรวจมารอหน้าประตูท่าพระจันทร์ แล้วพาเราขึ้นรถไป จำนวนตำรวจไม่ได้มีมาก มีตำรวจนิดหน่อย เป็นสารวัตรจากสถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ตอนขึ้นรถตำรวจจากธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เป็นรถปิกอัพมีหลังคา สมัยก่อนตำรวจใช้รถปิกอัพแบบนี้เยอะ ผมก็นั่งไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมื่อไปถึงบ้านนายกฯ เสนีย์ ได้เข้าไปในลานจอดรถภายในบ้านเรียบร้อย ไม่ใช่หน้าประตูบ้านชั้นนอก แต่พอจะลง มีตำรวจมาบอกว่าไม่ต้องลง ให้เราอยู่ในรถ เหมือนให้คอยสักครู่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สักพักมีคนมาบอกว่าให้ไปอีกที่หนึ่ง บรรยากาศเริ่มเปลี่ยน เพราะตำรวจคุมหลังเรา คือนั่งประกบ แล้วมีรถตำรวจวิ่งตาม ผมก็ไม่คิดว่าจะมีอะไรมากกว่านั้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ตำรวจบอกว่าจะพาไปอีกที่หนึ่ง ตอนนั้นเรายังไม่รู้ว่าเขาหมายถึงที่ไหน เขาพาเราออกจากบ้านอาจารย์เสนีย์ ซึ่งอยู่เอกมัย วิ่งผ่านสยามเซ็นเตอร์ ผมยังเห็นเพื่อนนักศึกษาบางคนเดินอยู่ ส่วนรถก็จอดติดไฟแดง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ความแปลกคือ ตอนนั่งรถจากท่าพระจันทร์ไปบ้านนายกฯ ไม่มีการคุมตัว แต่ขาออกจากบ้านนายกฯ เราเริ่มถูกประกบ ก็รู้แล้วว่าสงสัยจะไม่ค่อยดี ตำรวจเริ่มนั่งประกบปิดหลังเรา และมีรถตำรวจขับตาม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ตอนแรกเราคิดว่าจะพากลับธรรมศาสตร์ แต่ปรากฏว่าตำรวจพาไปกองปราบสามยอด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมื่อไปถึงตรงนั้น อธิบดีตำรวจในสมัยนั้นออกคำสั่งที่ผมล้อเล่นว่าเป็นคำสั่งที่ผมชอบที่สุด เพราะพูดคำเดียว คือ “จับ” ด้วยเสียงดังฟังชัด ไม่มีคำพูดอื่น จากนั้นตำรวจซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาก็จับจริงๆ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ตำรวจกรูเข้ามาล็อกแขนล็อกตัวพวกเรา เราถูกจับขังในห้องขังตำรวจกองปราบ พออยู่ที่กองปราบครบ 7 วัน ถูกฝากขังต่อ ก็ถูกส่งเข้าเรือนจำบางขวาง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สุดท้ายเราทั้ง 6 คนถูกจับที่กองปราบสามยอดเช้าวันที่ 6 ตุลาคม 2519 ขณะที่ธรรมศาสตร์ถูกปราบ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>พวกผมถูกจับ แล้วเกิดการปล่อยข่าวว่ากรรมการศูนย์นิสิตฯ และคณะละครรวม 6 คนนี้ ‘ขายตัว’ เป็นการปล่อยข่าวในวันนั้น ซึ่งคนรุ่นหลังอาจไม่เคยได้ยิน ฝ่ายขวาคือฝ่ายที่ได้ประโยชน์จากข่าวปลอมชิ้นนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ส่วนผมจะไปขายตัวได้อย่างไร ผมถูกจับ ไม่ได้มอบตัว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ขณะเดียวกันก็อาจมีเงื่อนงำที่เราตอบไม่ได้ ตอนแรกหลายคนคิดว่าพวกผม 6 คนอาจถูกสังหารทิ้งหรือเปล่า เพราะตรวจสอบไม่ได้ ถูกอุ้มไปหรือเปล่า เนื่องจากที่ธรรมศาสตร์ก็มีคนถูกจับ ทีนี้รายชื่อสับสนไปหมด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>พวกผม 6 คนเป็นชุดที่ติดต่อกับรัฐบาล เพื่อจะไปพูดคุยขอให้รัฐบาลยุติการยิง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>จนกระทั่งสื่อมวลชนเผยแพร่ข่าวว่า 6 คนนี้ถูกจับ ผมมาทราบภายหลังว่า พอพ่อกับแม่ที่บ้านรู้ข่าวและเห็นชื่อว่าถูกจับ เขาก็ดีใจ เพราะหมายความว่ายังมีชีวิตอยู่ ไม่ได้ถูกนำไปฆ่าทิ้ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ทุกคนในเช้าวันนั้น ถ้าใครดูข่าวก็รู้ว่าสถานการณ์ที่ธรรมศาสตร์รุนแรง แต่พอมีข่าวว่าถูกจับ แปลว่าอย่างไรก็ยังอยู่ตรงนั้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เราจึงล้อกันเล่นว่า เป็นการเดินทางไปบ้านนายกฯ ที่ยาวไกลที่สุด เพราะจนกระทั่งอาจารย์เสนีย์ถึงแก่อสัญกรรมไปแล้ว ก็ไม่มีโอกาสได้เจอ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สิ่งที่เป็นคำถามคือ ตกลงเช้าวันนั้นอาจารย์เสนีย์ถูกจับด้วยใช่ไหม คือถูกจับในความหมายทางการเมือง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผมเขียนในหนังสือ ‘The October Journey: บันทึกการเดินทางเดือนตุลาฯ (จากจุฬาฯ สู่บางขวาง)’ ว่า House Arrest คือการถูกควบคุมตัวในบ้าน เพราะเงื่อนไขการรัฐประหารมาแล้ว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ถ้ารัฐบาลอาจารย์เสนีย์จะจับเราดำเนินคดี ก็ประกาศจับกุมพวกเราง่ายที่สุด ประกาศให้แกนนำนักศึกษาทั้งหมดเข้ามอบตัวแล้วจับกุม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่ลักษณะที่เกิดขึ้นจริง เมื่อย้อนกลับไปดูด้วยความรู้ที่เรามีในปัจจุบัน พอจะอธิบายได้ว่าอาจารย์เสนีย์น่าจะถูกควบคุมตัว เพื่อให้การใช้อำนาจของรัฐบาลไม่อยู่ในมือรัฐบาล ต่อจากนั้นจึงเกิดรัฐประหารตอนเย็นวันที่ 6 ตุลาคม 2519</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ตรงนี้เป็นรอยต่อของเหตุการณ์ที่จะพาไปสู่ความยุ่งยากของการเมืองไทยอีกแบบหนึ่ง ไม่ใช่เพียงเรื่อง 6 ตุลาฯ แต่พันกลับไปที่เรื่องบรรดาฝั่งทหาร</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในหนังสือผมเขียนอีกส่วนว่า มีทหารไปอยู่กับเราในเรือนจำ ผมเรียกว่า ‘นักศึกษาบางขวางรุ่น 2’ ส่วนพวกเราเป็นรุ่นแรก เพราะเข้าไปก่อน แต่เสียดายที่ไม่สามารถรับน้องใหม่พี่ๆ ทหารได้ (หัวเราะ)</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section8" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;"><b>THE STANDARD: คดี ‘18+1’ และผู้ถูกคุมขัง ‘6+1’ ที่เรือนจำบางขวาง มีที่มาอย่างไร</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1264843" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/6-october-cold-war-surachart-9.jpg?x84619" alt="ภาพ สุรชาติ บำรุงสุข ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 9" width="850" height="550" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สุรชาติ: พวกผมชุดแรกมี 6 คนที่ถูกจับ ต่อมา บุญชาติ เสถียรธรรมมณี ซึ่งมีภาพในข่าวการแสดงละครวันที่ 4 ตุลาคม 2519 ถูกจับเป็นคนที่ 7 แล้วถูกขังที่เรือนจำบางขวางด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่บุญชาติขึ้นศาลอาญา ไม่ได้ขึ้นศาลทหาร คดี 6 ตุลาฯ จึงมีจำเลยจำนวน 18+1 คน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เราติดคุกใหญ่ มีกำหนดเวลาที่ญาติจะมาหาได้ ภาษาคนคุกเรียกว่า ‘เราไปเยี่ยมญาติ’ ไม่ใช่ญาติมาเยี่ยมเรา พวกผมก็ใช้คำนี้กัน เยี่ยมญาติคือญาติมารอแล้ว</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section9" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;"><b>THE STANDARD: ประสบการณ์ถูกตีตรวนในเรือนจำเป็นอย่างไร</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1264844" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/6-october-cold-war-surachart-10.jpg?x84619" alt="ภาพ สุรชาติ บำรุงสุข ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 10" width="850" height="550" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สุรชาติ: พอเข้าเรือนจำ เราอยู่ในกระบวนการเหมือนผู้ต้องขังปกติ ถูกตีตรวน ผมจำได้ว่าพี่คนตีตรวนกระซิบว่าเลือกตรวนตัวเล็กให้ เพราะเรายังไม่คุ้น เราถูกตีตรวนตั้งแต่เข้าเรือนจำ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ตรวนอยู่ติดตัวเราตลอดวัน ไม่ว่าจะเดิน กิน นอน หรือนั่ง ที่ขาก็มีตรวนพันธนาการอยู่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คำถามเล่นๆ ที่เราต้องไปเรียนรู้เป็นสิ่งแรก คือจะถอดกางเกงนักโทษเพื่ออาบน้ำอย่างไร เพราะไม่อย่างนั้นกางเกงออกจากตรวนไม่ได้ สิ่งแรกที่พี่นักโทษสอนคือวิธีถอดกางเกงผ่านตรวน ต้องถอดทีละขา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ตรวนที่ขาถูกปลดออกวันที่ 23 ตุลาคม วันปิยมหาราช เขาใช้สัญลักษณ์เลิกทาสในการปลดตรวน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เพราะฉะนั้น เราอยู่กับตรวนหลายวัน นับจากวันที่ 6 ตุลาคม 2519 บวกไป 7 วันที่อยู่กองปราบสามยอด หลังจากนั้นจึงเข้าเรือนจำบางขวาง</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section10" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;"><b>THE STANDARD: ภาพการขึ้นศาลทหารครั้งแรกในชุดนักโทษสีลูกวัวและถูกตีตรวน ส่งผลสะเทือนถึงรัฐบาลอย่างไร</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1264845" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/6-october-cold-war-surachart-14.jpg?x84619" alt="ภาพ สุรชาติ บำรุงสุข ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 14" width="850" height="550" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สุรชาติ: ภาพข่าววันที่เราขึ้นศาลทหารครั้งแรกที่กระทรวงกลาโหม เพราะเป็นคดีใหญ่ การขึ้นศาลทหาร 2 ครั้งแรกจึงต้องไปที่กลาโหม แต่ช่วงหลังถูกนำตัวไปขึ้นศาลทหารที่สนามบินน้ำ ไม่ได้ไปกระทรวงกลาโหม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>รอบที่ 2 จำได้เลยว่า ขณะถูกตีตรวนแล้วและกำลังจะถูกคุมตัวออกจากเรือนจำบางขวาง มีเสียงผู้บังคับบัญชาเรือนจำตะโกนออกคำสั่งให้ถอดตรวนออก เปลี่ยนเครื่องแบบทั้งหมด ไม่อนุญาตให้เราแต่งชุดนักโทษแบบเดิมไปขึ้นศาล ซึ่งมีสื่อมวลชนรอทำข่าวอยู่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผมเข้าใจว่าภาพขึ้นศาลทหารครั้งแรก เมื่อถูกเผยแพร่ออกต่างประเทศ มีนัยสำคัญ เพราะพวกเราเป็นนักศึกษา ไม่ใช่อาชญากร แล้วมาอยู่ในชุดนักโทษ ที่สำคัญยังถูกตีตรวนด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ภาพลักษณ์รัฐบาลไทยที่ถูกเผยแพร่ผ่านภาพพวกเราที่กระทรวงกลาโหมจึงกลายเป็นเรื่องใหญ่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ความแปลกของผมอีกส่วนหนึ่งคือ เมื่อนั่งดูภาพขึ้นศาลทหารครั้งแรก ซึ่งเป็นครั้งเดียวที่ถูกตีตรวน ผมยิ้มให้กับตัวเอง เพราะวันหนึ่งหลังจากนั้นหลายปี ผมได้กลับไปบรรยายที่กระทรวงกลาโหมในฐานะวิทยากรด้านความมั่นคง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>จำได้ว่าไปบรรยายเกี่ยวกับประชาคมอาเซียน ปีที่ไปบรรยายคือปีที่ภูมิภาคเรากำลังจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน แล้วทางสำนักปลัดกระทรวงกลาโหมจัดงานบรรยาย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ภาพการขึ้นศาลทหารครั้งแรก เป็นครั้งเดียวที่มีภาพถูกตีตรวนออกมา ตอนนั้นกระแสสิทธิมนุษยชนยังเป็นเรื่องใหม่ แต่กระแสนี้ก็เริ่มมีแล้ว และมีส่วนกดดันรัฐบาลไทย มิเช่นนั้นการขึ้นศาลครั้งที่ 2 คงไม่ต้องให้เปลี่ยนเครื่องแบบ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ภาพแต่งชุดขึ้นศาลครั้งที่ 2 คือใส่กางเกงขาสั้นและไม่มีตรวน จำได้ว่าเป็นภาพถือแฟ้ม แต่ถูกใส่กุญแจมือคู่กับสุธรรม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>จำได้ว่าตอนออกจากเรือนจำมาขึ้นศาลครั้งที่ 2 ใส่เสื้อขาว กางเกงขาสั้นสีน้ำเงินเหมือนกางเกงนักเรียนผู้ชาย</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section11" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;"><b>THE STANDARD: อาจารย์มีประสบการณ์อย่างไรในเรือนจำบางขวาง วันที่ พล.อ.ฉลาด หิรัญศิริ ถูกนำตัวไปยิงเป้า เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2520</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1264846" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/6-october-cold-war-surachart-15.jpg?x84619" alt="ภาพ สุรชาติ บำรุงสุข ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 15" width="850" height="550" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สุรชาติ: ผมเขียนไว้ในหนังสือ ‘The October Journey: บันทึกการเดินทางเดือนตุลาฯ (จากจุฬาฯ สู่บางขวาง)’ จะเห็นได้ว่าในปี 2520 การเมืองไทยมีความพยายามรัฐประหารทั้งหมด 3 ครั้ง ทำสำเร็จ 1 ครั้ง คือครั้งที่ 3 ส่งผลให้ พล.อ.เกรียงศักดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>การเคลื่อนไหวครั้งแรกนำโดย พล.อ.ฉลาด หิรัญศิริ เกิดขึ้นวันที่ 26 มีนาคม 2520 แต่ทำรัฐประหารไม่สำเร็จ กลายเป็น ‘กบฏ 26 มีนาคม 2520’ เนื่องจากถูกเทจากนายทหารที่ไม่มาตามนัด และมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด คือ พล.ต.อรุณ ทวาทศิน ผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ ถูกยิงเสียชีวิตในช่วงเช้าวันนั้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หลังจากนั้น ครั้งที่ 2 เป็นความพยายามรัฐประหารที่คนข้างนอกไม่รู้ เป็นรัฐประหารที่พยายามเคลื่อนโดยปีกยังเติร์กจริงๆ มีการเคลื่อนไหวในระดับยุทธวิธีวันที่ 3 มิถุนายน 2520 แต่ไม่สำเร็จทางยุทธศาสตร์ คือไม่สามารถยึดอำนาจรัฐบาลธานินทร์ กรัยวิเชียร ได้สำเร็จ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>กระทั่งมีเหตุการณ์รัฐประหารในเดือนตุลาคม ครั้งนี้ยึดอำนาจสำเร็จ พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 15 ของไทย โดยต่อมา พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ มีบทบาทยุติสงครามคอมมิวนิสต์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผมคุ้นกับ พล.อ.ฉลาด พอสมควรช่วงอยู่ในบางขวาง ตั้งแต่ พล.อ.ฉลาด หรือที่เราเรียกว่า ‘ลุงหลาด’ ถูกนำมาขังที่เรือนจำบางขวาง พวกเราจำเลยคดี 6 ตุลาฯ ได้ขึ้นไปพบบ้าง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ลุงถูกขังบนชั้น 2 ของบ้านไม้โบราณใน ‘แดนพิเศษ’ อยู่ใจกลางเรือนจำบางขวาง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เดิมบ้านหลังนี้ใช้ขังนักโทษที่ป่วยจิตเวช แต่พอนักโทษการเมืองคดี 6 ตุลาฯ จำนวน 6 คนแรกถูกนำไปขัง ทางเรือนจำย้ายนักโทษที่ป่วยจิตเวชออก แล้วใช้ขังพวกเราแทน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรียกเล่นๆ กันว่า พวกเราคดี 6 ตุลาฯ เป็นนักโทษการเมืองรุ่น 1 ส่วนคดีกบฏ 26 มีนาฯ เป็นนักโทษการเมืองรุ่นน้อง หรือรุ่น 2 เพราะมาทีหลัง แต่ความจริงทุกท่านอายุมากกว่าเรา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คุณสุธรรมเคยไปคุยกับลุงหลาด ส่วนผมต้องไปเจอลุงทุกวัน เพราะผู้คุมให้มีหน้าที่ยกอาหารไปให้ลุงรับประทาน อาจเพราะผมเป็นคนจัดการเรื่องอาหาร จึงเหมาะกับหน้าที่นี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>มื้อแรกถืออาหารขึ้นไปชวนลุงหลาดรับประทาน เขาไม่ยอมรับประทาน คงรับประทานอะไรไม่ลง ตอนหลังก็ตกลงกัน เพราะอย่างไรก็ต้องอยู่ในนี้ด้วยกัน เราเรียก พล.อ.ฉลาด ว่าลุง ส่วนเขาเรียกเราว่าหลาน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผมยกอาหารไปให้ พอคุ้นเคยมากขึ้น บางทีท่านขอให้นวดไหล่ เป็นเหมือนผู้ใหญ่ในบ้าน แล้วลุงก็คุยเล่นบ้าง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สิ่งที่เสียดายในชีวิตผมคือ ถ้าเก็บข้อมูลการเมืองจาก พล.อ.ฉลาด ผมอาจได้หนังสืออีกเล่มหนึ่ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ด้วยความที่มีหน้าที่ชวนผู้อาวุโสรับประทานอาหาร พอตกบ่ายลุงให้นวดไหล่ ก็มีโอกาสได้คุยกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>วันหนึ่ง คือวันที่ 21 เมษายน 2520 หลังมื้อเที่ยง ช่วงบ่าย ผมนวดไหล่อยู่ มีผู้คุมมาเรียกมาตาม ผมแซวลุงว่า “ลุงแต่งตัวได้แล้ว”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่ก่อนลุงจะไป ลุงพูดกับผมประโยคหนึ่งว่า “เราคุยกับเขาแล้วนะ&#8230;” ตามด้วยชื่อนายทหารชั้นผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง แล้วเดินไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>พล.อ.ฉลาด มีบุคลิกอย่างหนึ่ง คือท่านชอบลูบศีรษะตัวเอง ท่านลูบศีรษะเดินออกไป คำแซวสุดท้ายของผมคือ “ลุงแต่งตัว”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ตอนแรกคิดว่าลุงคงถูกนำตัวไปสอบปากคำ แล้วนำกลับมาคุมขังอย่างที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านั้น 1-2 ครั้ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่สัญญาณที่ไม่ปกติเกิดขึ้นไม่กี่นาทีหลังจากนั้น กระทั่งมารู้ชัดเจนในเวลาต่อมาว่า ลุงหลาดไม่สามารถกลับมาเปิดเผยข้อมูลหรือต่อสู้ทางการเมืองได้อีกตลอดกาล</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>พอลุงหลาดถูกคุมตัวออกไปไม่นาน สิ่งที่ผิดสังเกตคือผมถูกสั่งขึ้นขังเร็ว รู้แล้วว่าผิดปกติ เราถูกสั่งให้รับประทานอาหารเร็วกว่าปกติ เรารู้ว่ามีเรื่อง แต่ยังไม่รู้ว่าเรื่องอะไร</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรารู้ว่าเหตุการณ์ไม่ปกติตั้งแต่บ่ายวันที่ 21 เมษายน 2520 แล้วคืนนั้นลุงหลาดไม่ได้กลับเข้ามาในแดนที่คุมขัง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ถ้าถูกนำตัวไปสอบสวน เย็นวันนั้นก็ต้องกลับเข้ามาตามปกติ เมื่อไม่ได้กลับมา ก็เดากันได้กลายๆ ว่าคงไม่ได้กลับ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เพียงแต่เมื่อนึกถึงในชีวิตปุถุชนด้วยกัน ก็ตกใจเหมือนกัน เพราะยังแซวกันเล่น ผมยังบอกให้ลุงแต่งตัว ส่วนลุงหลาดยังหันมายิ้มให้ผม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“เราคุยกับเขาแล้ว” เป็นคำพูดสุดท้ายที่คุยกับผม ผมเข้าใจว่าแปลว่าการเมืองเคลียร์กันไม่จบ จึงเกิดผลสืบเนื่องจากนั้น ก่อนหน้านั้นไม่มีข่าวลือ ไม่มีสัญญาณล่วงหน้าว่าจะถึงขั้นยิงเป้า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>พอทีมกบฏ 26 มีนาคม 2520 เข้ามาในบางขวางแทน ก็ทราบชัดเจนแล้วว่าลุงหลาดถูกยิงเป้าเสียชีวิต</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ตกเย็นวันที่ 21 เมษายน 2520 มีคนมาเปิดประตูเหล็ก ตัวล็อกเป็นกุญแจเหล็ก เสียงดังเพราะในคุกเงียบเชียบ เห็นคนมา 4 คน คือกลุ่มกบฏ 26 มีนาคม 2520 ประกอบด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li>พันโทสนั่น ขจรประศาสน์</li>
<li>พันตรีบุญเลิศ แก้วประสิทธิ์</li>
<li>พันตรีวิศิษฐ์ คงประดิษฐ์</li>
<li>พันตรีอัศวิน หิรัญศิริ</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p>เช้าวันรุ่งขึ้น เขาอนุญาตให้พันตรีอัศวิน ซึ่งเป็นลูกชายของลุงหลาด ไปเคารพศพ ส่วนพันโทสนั่นขออนุญาตไปด้วย แต่ไม่ได้รับอนุญาต</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หลังจากนั้น ผู้ก่อการ 26 มีนาฯ คือพิชัย วาสนาส่ง ซึ่งเป็นพลเรือน รวมถึงตำรวจและนายทหารจาก พล.ร.9 ถูกนำมาขังที่บางขวางเพิ่ม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>กลุ่มกบฏ 26 มีนาคม 2520 ได้ออกจากเรือนจำวันที่ 3 ธันวาคม 2520 ก่อนจำเลยคดี 6 ตุลาฯ จะได้รับการนิรโทษกรรมและออกจากเรือนจำในเดือนกันยายน 2521 จากนั้นกลุ่มคดี 6 ตุลาฯ ได้พบกับ พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ นายกรัฐมนตรี</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section12" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;"><b>THE STANDARD: ระบบอาหารในเรือนจำแดนพิเศษที่อาจารย์รับผิดชอบเป็นอย่างไร</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1264847" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/6-october-cold-war-surachart-16.jpg?x84619" alt="ภาพ สุรชาติ บำรุงสุข ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 16" width="850" height="550" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สุรชาติ: ผมเป็นคนดูแลเรื่องอาหาร ในภาษาทหารคือเป็นคนคุมงานส่งกำลังบำรุง มีหน้าที่จัดสรรอาหาร ต้องจัดการให้ได้ว่าจะกินอะไรในแต่ละมื้อ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ญาติจะมาส่งอาหารได้ตอนเย็นครั้งเดียว ที่สำคัญคือต้องจัดระบบ เพราะเสาร์-อาทิตย์ ญาติมาเยี่ยมไม่ได้ เราอยู่แบบคนคุก อะไรที่เก็บได้ต้องเก็บ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>จนถึงจุดหนึ่ง ผู้คุมก็ใจดีกับเรา คุณประพนธ์ วังศิริพิทักษ์ นักเรียนวิศวะ หนึ่งใน 6 คนที่ถูกจับตั้งแต่เช้า 6 ตุลาฯ เอาขดลวดมาทำเตาไฟฟ้า เราจึงเริ่มอุ่นอาหารได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สิ่งนี้มีนัยสำคัญ ทำให้เราเก็บอาหารบางส่วนโดยการอุ่นแล้วเก็บ ตื่นเช้ามามีอาหารกิน วันรุ่งขึ้นจะมีของกิน 2 มื้อ คือเช้าและกลางวัน โดยมื้อเย็นญาติมาส่งอาหาร</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่วันเสาร์-อาทิตย์ต้องจัดการให้ได้ เพราะเท่ากับ 3 วัน ไม่ใช่แค่ 2 วัน ต้องบวกอีก 2 มื้อของวันจันทร์ รวมเป็น 8 มื้อ ผมเป็นคนจัดการเรื่องอาหาร</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ตอนลุงหลาดถูกนำตัวมาขังที่บางขวาง ผมจึงมีหน้าที่นำอาหารไปชวนลุงรับประทาน เพราะผู้คุมส่งผมไป ตอนนั้นอายุเรายังเด็ก ผู้คุมให้เราเอาอาหารขึ้นไปง่ายกว่า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>และผมเป็นคนคุมระบบอาหารของจำเลย 6+1 คน เหมือนสร้างระบบครัว ต้องเก็บอาหารไว้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>พอไปอยู่ก็ต้องปรับชีวิต ต้องใช้ชีวิตแบบนักโทษ การไปอยู่บางขวางต้องยอมรับว่าเราเป็นนักโทษ แม้จะอยู่ในฐานะผู้ต้องขัง เป็นจำเลย แต่ใช้ชีวิตเหมือนนักโทษ กินข้าวแดง กินอาหาร ต้องจัดระบบชีวิต ต้องอยู่กับมันให้ได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section13" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;"><b>THE STANDARD: ความไม่เป็นเอกภาพในกองทัพหลังเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ เป็นอย่างไร</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1264848" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/6-october-cold-war-surachart-17.jpg?x84619" alt="ภาพ สุรชาติ บำรุงสุข ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 17" width="850" height="550" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สุรชาติ: ผมคิดว่าการเมืองช่วงหลัง 6 ตุลาฯ มีเส้นเวลาคือวันที่ 6 ตุลาคม โดยวันนั้นมี 2 ช่วงเวลา คือเช้ากับค่ำ เช้าปราบนักศึกษา ส่วนค่ำยึดอำนาจ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่ในการยึดอำนาจมีรอยร้าวอยู่ภายใน รอยร้าวส่วนหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือกรณี พล.อ.ฉลาด เพราะหลังเหตุการณ์ค่ำวันที่ 6 ตุลาฯ พล.อ.ฉลาด ตัดสินใจออกบวช แล้วมีรอยร้าวต่อมาถึงวันที่ 26 มีนาคม 2520</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แปลว่าหลังจากวันที่ 26 มีนาคม 2520 เราจะเห็นชุดของความขัดแย้งสืบเนื่อง ซึ่งสุดท้ายทั้งหมดขมวดปมกลับมาที่ความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลธานินทร์ กรัยวิเชียร ซึ่งไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง กับทหาร</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เป็นโจทย์ที่เราไม่ค่อยเห็น เพราะเรามักพูดถึงความขัดแย้งระหว่างกองทัพกับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่รอบนั้นเป็นความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลที่มาจากรัฐประหารกับทหาร</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>รัฐบาลธานินทร์ กรัยวิเชียร กับปีกทหาร ซึ่งในกองทัพบกอาจมีหลายกลุ่ม แต่เริ่มมีเอกภาพในการไม่รับนโยบายรัฐบาลธานินทร์ และไม่ยอมรับการมีบทบาทของผู้นำทหารที่เป็นทหารเรือ คือ พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่ หัวหน้าคณะรัฐประหารค่ำวันที่ 6 ตุลาคม 2519</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เพราะฉะนั้น เหมือนมีการขบกันทั้งในบริบทนโยบายและบริบทที่เป็นเรื่องทหารจริงๆ ระหว่างกองทัพบกกับกองทัพเรือ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section14" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;"><b>THE STANDARD: อาจารย์ได้รับอิสรภาพจากพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องในการชุมนุมในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ระหว่างวันที่ 4 ถึงวันที่ 6 ตุลาคม 2519 ซึ่งประกาศวันที่ 16 กันยายน 2521 ในสมัย พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ เป็นนายกรัฐมนตรี มองจุดเปลี่ยนครั้งนั้นอย่างไร</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1264849" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/6-october-cold-war-surachart-18.jpg?x84619" alt="ภาพ สุรชาติ บำรุงสุข ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 18" width="850" height="550" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สุรชาติ: เราอยู่ในคุกและรู้ว่ามีรัฐประหารจากพวกพี่ๆ ทหารกบฏ 26 มีนาฯ เพราะพี่ๆ เขาเล่า เขาไม่ได้ปิดบังเรา แล้วผมทราบเพิ่มเติมเมื่อออกมาเริ่มค้นคว้า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ปี 2520 เป็นปีของการรัฐประหารจริงๆ ผมว่าไม่มีปีไหนที่มีความพยายามรัฐประหารถึง 3 ครั้ง แล้วจึงสำเร็จในวันที่ 20 ตุลาคม 2520 โดย พล.อ.เกรียงศักดิ์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ต่อมาในเดือนธันวาคม รัฐบาล พล.อ.เกรียงศักดิ์ นิรโทษกรรมให้กลุ่มทหารกบฏ 26 มีนาฯ ซึ่งกลุ่มนี้บอกกับพวกเราว่า ออกไปแล้วอย่างไรเดี๋ยวจะมาเอาพวกเราออกไปด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เขาเชื่อว่าสุดท้ายนโยบายต้องเปลี่ยน แล้วพอถึงจุดหนึ่งเราค่อยเห็นนโยบายเปลี่ยนจริงๆ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมื่อเปลี่ยนเป็นรัฐบาลที่ไม่ใช่รัฐบาลธานินทร์ กรัยวิเชียร นโยบายที่เคยขวามากๆ ต้องถูกถอย เพื่อประคองสถานการณ์ของประเทศไทย ไม่ให้ประเทศเดินไปจนขวาสุด เพราะไม่เป็นประโยชน์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หนึ่งในการถอยที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งส่งสัญญาณว่าประเทศไทยจะไม่ใช้นโยบายขวาจัดมากๆ คือการนิรโทษกรรม แต่จะนิรโทษกรรมอย่างไรเพื่อให้เป็นหนทางแก้ปัญหา ก็นิรโทษแบบเหมาเข่ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>การนิรโทษแบบเหมาเข่งเกิดในคดี 6 ตุลาคม 2519 คือนิรโทษทั้งผู้กระทำและผู้ถูกกระทำ เหมากันไปหมด ไม่ต้องมาเถียงกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ตอนนั้นมีข้อถกเถียงจากฝ่ายขวาจัดว่า นิรโทษคนกลุ่มนี้จะทำให้พวกคอมมิวนิสต์ได้ใจ และจะไม่หยุดการเคลื่อนไหว นี่คือความเห็นจากฝ่ายขวาจัด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เขาบอกว่าถ้าปล่อยนักศึกษาอย่างนี้ เหมือนปล่อยเสือเข้าป่า เพราะตอนนั้นคนรุ่นผมเข้าป่าไปร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แล้ว เขาคาดการณ์ว่าถ้าออกจากคุก เราเข้าป่าแน่ๆ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อีกมุมหนึ่ง ฝ่ายพวกเราบางส่วนก็ไม่ยอม เพราะการนิรโทษกรรมทำให้คดีจบ ไม่สามารถนำไปฟ้องใหม่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผมเรียกว่า ‘นิรโทษสุดซอย’ คำที่เคยพูดกัน เคยเกิดขึ้นแล้วกับพวก 6 ตุลาฯ นี่ล่ะ ของจริง นิรโทษสุดซอยล้างการกระทำทั้ง 2 ฝั่ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>จะวิจารณ์ข้อดีข้อเสียอย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าการนิรโทษกรรมของ พล.อ.เกรียงศักดิ์ เป็นจุดเปลี่ยนทางการเมือง และเป็นจุดเปลี่ยนเชิงนโยบายของรัฐไทยในสงครามคอมมิวนิสต์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>การนิรโทษกรรมครอบคลุมตั้งแต่วันที่ 4-6 ตุลาคม 2519 ตัวกฎหมายถือว่าออกละเอียด เพราะการชุมนุมไม่ได้อยู่แค่วันที่ 6 ตุลาฯ วันเดียว</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section15" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;"><b>THE STANDARD: ก่อนเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ มีการพบงูพิษระหว่างการชุมนุมที่สนามหลวง เหตุการณ์นั้นเกี่ยวข้องกับการย้ายเข้าไปชุมนุมในธรรมศาสตร์อย่างไร</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>[Error: Image 16 not found]</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สุรชาติ: ที่จริงการจัดม็อบรอบนั้นมีข้อถกเถียง ถ้าย้อนกลับไป กรรมการศูนย์นิสิตฯ คุยกันว่าระหว่างจุฬาฯ กับธรรมศาสตร์ จะจัดม็อบที่ไหน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เดิมมีแนวคิดจัดชุมนุมที่จุฬาฯ แต่เงื่อนไขที่ไม่ได้มาชุมนุมจุฬาฯ คือปัญหาเรื่องการเดินทาง เมื่อเทียบกับธรรมศาสตร์ การเดินทางไปสนามหลวงสะดวกกว่า เพราะมีรถเมล์และระบบขนส่งสะดวกกว่า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ถ้าย้อนกลับไปปี 2519 ยังไม่มี MRT และ BTS รวมถึงที่จุฬาฯ ไม่มีท่าเรืออย่างท่าพระจันทร์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>มีการคุยกันว่าถ้าจัดชุมนุมที่สนามใหญ่หน้าเสาธงของจุฬาฯ คงดูแลความปลอดภัยได้ยาก เพราะจุฬาฯ มีพื้นที่ใหญ่ อาจควบคุมสถานการณ์ต่างๆ ได้ยาก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ตอนนั้นยังไม่ได้ตกลงว่าจะชุมนุมที่ธรรมศาสตร์ เพียงแต่เริ่มที่สนามหลวงวันที่ 4 ตุลาฯ พอวันที่ 5 ตุลาฯ ก็มาถึงประเด็นที่เป็นจุดเริ่มต้นส่วนหนึ่ง คือภาพข่าวการแสดงละครที่ลานโพธิ์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>การชุมนุมที่สนามหลวงวันที่ 4 ตุลาคม 2519 มีปัญหา เพราะเป็นพื้นที่โล่ง อีกเรื่องคือระหว่างการชุมนุมตอนกลางคืนเจองู ก็มีข้อถกเถียงว่าเป็นงูที่นำมาปล่อย หรือเป็นงูที่อยู่ในพื้นที่จริงๆ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อย่างไรก็ตาม มีการตัดสินใจว่าถ้าเป็นแบบนี้ ความปลอดภัยที่สนามหลวงก็ไม่มีแล้ว คงต้องบุกเข้าไปในธรรมศาสตร์ เพราะตอนนั้นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เอาโซ่คล้องประตู ไม่ให้นักศึกษาเข้าไปชุมนุมใหญ่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สุดท้ายเราฝ่าเข้าไป พอฝ่าเข้าไปก็รับกับเรื่องการแสดงละครที่ลานโพธิ์วันที่ 4 ตุลาคม 2519 และรับกับสถานการณ์รอบๆ ของเหตุการณ์ทั้งหมด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่เจองูคือเจองูจริงๆ และเป็นงูพิษ ถ้ามีคนนำมาปล่อย หมายความว่าหวังผลให้มีคนได้รับอันตราย หรือให้ผู้ชุมนุมกลัวจนไม่สามารถเข้ามาร่วมชุมนุมได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สนามหลวงเมื่อก่อนเป็นพงหญ้า พอตกค่ำก็ดูน่ากลัว ไฟและความสว่างสมัยโน้นไม่ได้เหมือนปัจจุบัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>จึงมาสู่คำตอบเดียวว่าอย่างไรก็ต้องเข้าธรรมศาสตร์ เราไม่สามารถเสี่ยงชุมนุมที่สนามหลวง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผมคิดว่าการเจองูเป็นเงื่อนไขสำคัญ ส่วนการปะทะกับกระทิงแดงและนวพลก็ส่วนหนึ่ง แต่ของจริงคือเจองู อย่างไรก็อยู่สนามหลวงไม่ได้ เพราะการชุมนุมมีความเสี่ยงแล้ว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เราก็เชื่อว่าฝ่ายต่อต้านนักศึกษาน่าจะเป็นคนนำมาปล่อย ไม่ใช่งูในพื้นที่สนามหลวง</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section16" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;"><b>THE STANDARD: อาจารย์อธิบายความรุนแรงต่อผู้ชุมนุมเช้าวันที่ 6 ตุลาคม 2519 อย่างไร</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>[Error: Image 17 not found]</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สุรชาติ: ผมคิดว่ามุมมองของปีกขวาคงมองว่าการเคลื่อนไหวของขบวนการนักศึกษาเป็นภัยคุกคามแล้ว อาจยังไม่เห็นในปี 2516 แต่ปี 2517 ต้องยอมรับว่ามีสัญญาณว่าขบวนการนักศึกษามีลักษณะเอียงซ้าย คือการจัดงานปีใหม่หรือการจัดนิทรรศการจีนที่ธรรมศาสตร์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คนรุ่นหลังต้องเข้าใจว่า ความสัมพันธ์ไทย-จีนยุคนั้นยังไม่ได้เปิดความสัมพันธ์ทางการทูต จีนเป็นประเทศคอมมิวนิสต์ จึงมีกฎหมายและข้อห้ามเยอะ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นั่นเป็นช่วงก่อน ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ไปเยือนจีน เพราะนี่คือปี 2517 นิทรรศการนั้นใช้ชื่อว่า ‘นิทรรศการจีนใหม่’ พูดง่ายๆ คือนิทรรศการจีนที่เป็นคอมมิวนิสต์ เท่ากับสะท้อนว่าขบวนการนักศึกษาเกิดอาการเอียงซ้ายแล้ว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>พอปี 2518 ขบวนการก็เอียงมากขึ้น การเห็นชัยชนะของสงครามปฏิวัติในอินโดจีนมีส่วนทำให้ขบวนการเอียงซ้ายมากขึ้น เพราะมองว่าถ้าสงครามในอินโดจีนเป็นแบบนั้น ก็อาจมีส่วนผลักดันความเปลี่ยนแปลงในสังคมไทย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่ลืมไปว่าการทำแบบนั้นไปกระตุ้นต่อมความกลัวของปีกอนุรักษนิยม ส่งผลให้โจทย์เป็นอีกแบบหนึ่ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผมว่ามันเป็นการสะสมความกลัว ผมคิดว่า 6 ตุลาฯ สะท้อนภาพความรุนแรงทางการเมือง ถ้าเรามองจุดอื่นทั่วโลก มีความคล้ายกัน เช่น ลักษณะการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่วันที่ 6 ตุลาฯ เป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์นักศึกษา ในความหมายที่ผมใช้อธิบาย ไม่ใช่ลักษณะการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในรวันดา ซึ่งเป็นมิติชาติพันธุ์อย่างที่เห็นในต่างประเทศ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>วันที่ 6 ตุลาฯ เป็นการฆ่าเพื่อต้องการหยุดขบวนการนักศึกษาให้ได้ สิ่งที่เขาสู้มาตั้งแต่กลางปี 2518 จึงเห็นชัด คือการสร้างความกลัว พ่วงกับอีกสิ่งหนึ่งคือความเกลียดชัง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แปลว่า 6 ตุลาฯ คือความกลัวบวกกับความเกลียดชังที่เกิดขึ้น ไม่ต่างจากที่คนรุ่นใหม่ใช้คำว่า Hate Speech</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ความเกลียดชังทางการเมืองถูกสะสมจนกระทั่งเชื่อว่านักศึกษาเป็นคอมมิวนิสต์ นักศึกษาไม่ใช่คนไทย แต่เป็นคอมมิวนิสต์จากประเทศเพื่อนบ้านแฝงตัวเข้ามา มีข้อกล่าวหาต่างๆ จนไปถึง ‘ฆ่าคอมมิวนิสต์ไม่บาป’</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>มาถึงปัจจุบัน เมื่อมองย้อนกลับไปด้วยวุฒิภาวะ ย้อนกลับไปดูรัฐศาสตร์ในชีวิตจริงของตัวเอง ตอนที่ยังไม่ได้เป็นอาจารย์ จึงเขียนหนังสือเล่มนี้เพื่ออธิบายมุมของปัญหา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>มีคนบอกว่าเป็นงานกึ่งวิชาการเรื่อง 6 ตุลาฯ ที่อธิบายหลายแง่มุม เราจะเห็นทั้งเรื่อง 6 ตุลาฯ เรื่องความแตกแยกของอำนาจรัฐ และแรงเสียดทานภายในกองทัพหลัง 6 ตุลาฯ ที่นำไปสู่กบฏ 26 มีนาคมฯ และกบฏยังเติร์ก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สุดท้ายทั้งหมดไปขมวดปมใหญ่กับสงครามปฏิวัติในชนบท ถ้าไทยจะสู้เพื่อไม่ให้เป็นโดมิโนตัวที่ 4 คำถามใหญ่คือรัฐบาลไทยหรือบรรดาอำนาจรัฐไทยจะสู้อย่างไร ซึ่งอยู่ในตอนที่ 3 ของหนังสือ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section17" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;"><b>THE STANDARD: ในวาระ 50 ปี 6 ตุลาคม 2519 คนรุ่นหลังควรทำความเข้าใจเหตุการณ์นี้อย่างไร และผลสืบเนื่องของเหตุการณ์ยังอยู่กับสังคมไทยอย่างไร</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>[Error: Image 18 not found]</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สุรชาติ: วันนี้หนังสือเกี่ยวกับ 6 ตุลาฯ มีมากพอสมควร หลายคนเขียนออกมา ผมก็เป็นคนหนึ่งที่เขียน เพราะฉะนั้น 6 ตุลาฯ มีหลายแง่มุม ต้องยอมรับว่าการมีหลายแง่มุมก็เปิดโอกาสให้ตีความได้หลายแง่มุมเช่นเดียวกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ความสนุกของคนเรียนสายสังคมศาสตร์ โดยเฉพาะรัฐศาสตร์ คือเมื่ออ่านแล้วได้ตีความ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>วันนี้ถ้าสนใจ 6 ตุลาฯ เหมือนเรียน Interpretative History หรือประวัติศาสตร์เชิงตีความ ที่เปิดโอกาสให้ทำความเข้าใจเหตุการณ์ในอดีต แล้วลองดูว่าเราจะตีความหรือมีมุมมองอย่างไร หลังเห็นเรื่องราวเหล่านั้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ต้องยอมรับว่าต่อให้บันทึกอย่างไร รายละเอียดทั้งหมดก็ไม่ครบ การบันทึกทำได้บางส่วน สิ่งที่ผมเขียนก็ยังมีหลายส่วนที่ไม่ได้เขียน ถ้าเขียนเกินกว่านี้ หนังสือเล่มใหญ่ก็ขายยาก แล้วพอหนังสือหนามากก็ไม่มีใครอยากอ่าน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับคนรุ่นใหม่ที่สนใจ น่าลองอ่านหนังสือดูว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วคำถามใหญ่ที่สุดคือมีพัฒนาการทางการเมืองและทางสังคมต่อประเทศไทยอย่างไร</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โดยเฉพาะยุคนั้น พัฒนาการหลัง 6 ตุลาฯ เป็นเรื่องใหญ่ เพราะไปโยงกับการสิ้นสุดสงครามปฏิวัติ นัยคือเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ สุดท้ายโยงไปที่การเมืองโลก ขณะเดียวกัน 6 ตุลาฯ ก็เกิดจากการเมืองโลกเช่นกัน เพราะมีความเปลี่ยนแปลงในอินโดจีน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมื่อมองอย่างนี้ จะเหมือนคำที่คนรุ่นใหม่ชอบพูดในปัจจุบัน คือ ‘ภูมิรัฐศาสตร์’ แปลว่าวันนี้ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ทำให้เราคิดต่อ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เพียงแต่วันนี้ถ้าย้อนกลับไปดู 6 ตุลาฯ มองภูมิรัฐศาสตร์ก็เห็น มองการเมืองระดับภูมิภาคก็เห็น มองการเมืองภายในประเทศก็เห็น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โจทย์บริบททางสังคมไทยมีอะไรให้ตีความ ตั้งประเด็นชวนคุยได้เยอะ อยากให้เห็นข้อมูลหลายๆ ด้าน เพื่อเห็นภาพใหญ่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คนรุ่นหลังไม่มีทางเห็นรายละเอียดทั้งหมด เพราะไม่ใช่คนรุ่นนั้น แม้คนในรุ่นนั้นเองที่ไม่ได้อยู่ในจุดตัดสินใจ ก็อาจเห็นไม่หมด เช่นเดียวกับวันที่คนรุ่นผมอ่านประวัติศาสตร์ 2475 ผมก็เห็นภาพใหญ่ๆ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เผอิญผมเป็นตัวละครใน 6 ตุลาฯ จึงเห็นรายละเอียด แต่วันนี้ 50 ปีผ่านไป คนรุ่นหลังมาอ่าน อาจไม่ต่างจากคนรุ่นผมอ่านประวัติศาสตร์ 2475 หรือไม่ต่างจากวันที่ผมสนใจเรื่องเสรีไทย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ตัวคดี 6 ตุลาฯ พูดในมุมกฎหมาย มันจบโดยการนิรโทษกรรม แต่คนละประเด็นกับผลพวงของคดี ผลสืบเนื่องและบริบทต่างๆ ก็คงเคลื่อนไปตามเงื่อนไขทางการเมือง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่ขณะเดียวกัน คนเดือนตุลาจบแล้ว เพราะคนรุ่นผมเติบโตจากยุค 14 ตุลาคม 2516 แล้วมาถูกปราบที่ 6 ตุลาคม 2519 หลายคนเข้าป่า และสุดท้ายตุลาคม 2526 คือปีสิ้นสุดสงครามคอมมิวนิสต์ในไทย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เพราะฉะนั้น 10 ปีหลัง 14 ตุลาคม 2516 สงครามคอมมิวนิสต์จบ หรือถ้านับในระยะยาวทั้งหมด สงครามคอมมิวนิสต์ในไทยรบอยู่ 18 ปี นับจากปี 2508 ถึงปี 2526</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ส่วนปี 2523 ซึ่งมีคำสั่งที่ 66/2523 ยังไม่จบ เพราะคนยังทยอยออกจากป่า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เหตุที่ใช้ปี 2526 เป็นเกณฑ์ เพราะรัฐบาล พล.อ.เปรม ประกาศว่ารัฐบาลได้รับชัยชนะจากการสู้กับคอมมิวนิสต์ คือมีการประกาศอย่างเป็นทางการถึงการสิ้นสุดสงคราม หรือที่ผมใช้คำว่า ‘เดือนตุลาปิดฉากลงแล้ว’</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แปลว่าชีวิตคนเดือนตุลาหลังตุลาคม 2526 ที่จริงคนรุ่นผมออกจากป่าตั้งแต่ปี 2523-2525 แม้บางคนจะออกมาหลังจากนั้นก็ตาม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ชีวิตคนเดือนตุลาหลังจากนั้นไม่ได้ผูกพันกับสงครามปฏิวัติ เพราะไม่มีสงครามปฏิวัติ ส่วนพรรคคอมมิวนิสต์ก็ไม่มีสภาพพรรคเหลือ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คนยุคผมจะมีคำหนึ่งคือ ‘อยู่ภายใต้การจัดตั้ง’ ซึ่งต่อมาก็ไม่มีการจัดตั้งเหลือ คือพรรคคอมมิวนิสต์ไม่เหลือ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่ชีวิตหลังตุลาคม 2526 จะมีก็แต่สงครามชีวิต ไม่ใช่สงครามปฏิวัติ เป็นสงครามชีวิตในชีวิตจริงของแต่ละคน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คนรุ่นผมกลับมาเรียนหนังสือ หลายคนเริ่มสร้างครอบครัว บางคนพอเรียนจบก็เริ่มใช้ชีวิตประกอบธุรกิจเพื่อเลี้ยงชีพ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แปลว่าชีวิตจริงหลังสงครามปฏิวัตินี่ต่างหาก ที่เป็นชีวิตของคนเดือนตุลาอีกชุดหนึ่ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผมจึงบอกว่า สุดท้ายแล้วความเป็นเดือนตุลาผูกกับ 3 ตุลา คือ</p>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li>ชัยชนะในตุลาคม 2516</li>
<li>การถูกล้อมปราบในตุลาคม 2519</li>
<li>การสิ้นสุดสงครามปฏิวัติในตุลาคม 2526</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p>สถานะคนเดือนตุลาเป็นประสบการณ์ที่ติดตัวเรา แต่ในความเป็นจริง ‘เดือนตุลา’ จบแล้ว เพราะเราไม่ผูกพันกับชุดความคิดทางการเมืองแบบเดิม เท่ากับเราก้าวเข้าสู่ชีวิตทางการเมืองอีกแบบหนึ่ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เราจะเห็นการทะเลาะกันของคนเดือนตุลา เห็นสิ่งที่เรียกว่าสายน้ำที่แยกออกจากกัน ‘ไผ่แยกกอ น้ำแยกสาย’ ก็เป็นเรื่องปกติในชีวิตคน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เพราะฉะนั้น สิ่งที่เกิดตามมาคือเราเห็นคนเดือนตุลาที่ไม่ได้คิดเหมือนกัน บางคนอยู่เสื้อแดง บางคนอยู่เสื้อเหลือง จะเรียกว่าซ้ายหรือขวาก็ไม่ได้ เพราะซ้าย-ขวาก็เปลี่ยนไปแล้ว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่จริงยังมีผลสืบเนื่องในมิติทางความคิดจนถึงปัจจุบัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในทางคดี คดี 6 ตุลาฯ จบจริง แต่ผลสืบเนื่องทางการเมืองยังมี และผลสืบเนื่องอีกส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละคนเช่นกันว่า แต่ละคนมีมุมมองต่อชีวิตที่มีนัยต่อ 6 ตุลาฯ อย่างไร</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หรือในทางกลับกัน แต่ละคนมีประเด็น 6 ตุลาฯ ฝังอยู่ในตัว เป็นบาดแผล เป็นสะเก็ด หรือจะเป็นอะไรก็ไม่รู้นะ คนรุ่นผมมีทั้งนั้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ปฏิเสธไม่ได้ว่า คนผ่านชีวิตและเหตุการณ์ขนาดนั้น มากบ้างน้อยบ้าง ย่อมมีนัยกับชีวิตจนถึงปัจจุบัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เพราะฉะนั้น เวลาดูเรื่องราว ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นสายธารประวัติศาสตร์ยาวๆ ของการเมืองไทยซึ่งไม่เคยสิ้นสุด เป็นแม่น้ำทางการเมืองสายยาวสายหนึ่ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ก่อน 14 ตุลาคม 2516 เราก็เห็นการต่อสู้ของคนรุ่นก่อน โดยเฉพาะก่อนรัฐประหารปี 2500 เราเห็นการเคลื่อนไหวของฝ่ายปัญญาชนมาก หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มีเสรีไทย ก่อนหน้านั้นมี 2475</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เป็นสายธารทางการเมืองที่ทอดยาวไปเรื่อยๆ ในสายน้ำประวัติศาสตร์การเมืองไทย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เหตุการณ์ 6 ตุลาฯ จึงเป็นดังหินก้อนใหญ่ที่ฝังรากอยู่ในลำน้ำ เพื่อบ่งบอกหมุดหมายสำคัญหนึ่งในสายธารแห่งประวัติศาสตร์การเมืองของบ้านเมืองนี้</p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>‘GIT’ ไม่หวั่น Pandora เปิดฐานเวียดนาม ย้ำไทยฮับอัญมณีโลก ชี้ปีหน้า Mass Market โต พลอยราคาจับต้องได้มาแรง</title>
							<url>https://thestandard.co/git-pandora-vietnam-thailand-gem-hub/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/git-pandora-vietnam-thailand-1.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>WINTER วง aespa พักรักษาตัวหลังได้รับวินิจฉัยเป็นโรคงูสวัด</title>
							<url>https://thestandard.co/winter-aespa-shingles-recover/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/winter-aespa-shingles-recover-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>เกิดอะไรขึ้นที่ RAF Fairford ทำไมสหรัฐฯ ถอน B-1 ทั้งหมดออกจากอังกฤษ หลังพบแผนโจมตีฐานทัพ?</title>
							<url>https://thestandard.co/what-happened-at-raf-fairford-why-did-the/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/what-happened-at-raf-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/6-october-cold-war-surachart/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12647462</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1791196466000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2106815666000</endYmdtUnix>

			<title>CATIER INTO THE WILD สัมผัสจักรวาลที่สะท้อนความหลงใหลต่อพืชพันธุ์และสรรพสัตว์นานาชนิด</title>
			<category>Culture</category>

			<publishTimeUnix>1791196466000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-10-05 17:34:26</publishTime>
			<updateTimeUnix>1791199455000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-10-05 18:24:15</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>CATIER INTO THE WILD สัมผัสจักรวาลที่สะท้อนความหลงใหลต่อพืชพันธุ์และสรรพสัตว์นานาชนิด</title>
					<description>CATIER INTO THE WILD สัมผัสจักรวาลที่สะท้อนความหลงใหลต่อพืชพันธุ์และสรรพสัตว์นานาชนิด</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/catier-into-the-wild-1.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/catier-into-the-wild-1.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>Cartier ชวนสัมผัสจักรวาล Into the Wild สะท้อนความหลงใหลของเมซงที่มีต่อบรรดาพืชพันธุ์และสรรพสัตว์นานาชนิด พร้อมหลากหลายกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสความคิดสร้างสรรค์และผลงานอันประณีต ตั้งแต่วันนี้ถึง 14 ตุลาคม 2026 ณ บูติกคาร์เทียร์ <a href="https://thestandard.co/tag/Emporium/" target="_blank" rel="dofollow noopener">เอ็มโพเรียม</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โดยครั้งนี้เป็นการผสานเข้ากับศาสตร์แห่งงานฝีมือและความเชี่ยวชาญอันเป็นเลิศ บูติกแห่งนี้ถูกตกแต่งให้กลายเป็นดินแดนที่ดอกไม้และสรรพสัตว์มาบรรจบกัน พร้อมจัดแสดงทรังก์ Cabinet des Métiers d&#8217;Art &amp; Savoir-Faire ที่เผยงานฝีมือเบื้องหลังผลงานของเมซงทั้งนักออกแบบ ช่างแกะสลัก ช่างอัญมณี และช่างขัดเงา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>จากโลกแห่งงานฝีมือ สู่ช่วงเวลาแห่งความเพลิดเพลินที่ Tea Bar ซึ่งนำแรงบันดาลใจจากสรรพสัตว์ในจักรวาลของคาร์เทียร์มาตีความผ่านชา 5 กลิ่นพิเศษ ให้แขกได้เลือกจิบชาที่สะท้อนสัตว์ตัวแทนจิตวิญญาณในตัวเอง อีกทั้งยังมี Preserved Flower Bouquet Workshop ในทุกวันเสาร์ถ่ายทอดความงดงามของพืชพรรณและเหล่าสัตว์ป่าในจักรวาล Fauna and Flora ของคาร์เทียร์ผ่านศิลปะแห่งการจัดดอกไม้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เติมเต็มประสบการณ์ด้วยหลากหลายกิจกรรมที่รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษ ทั้งสิทธิ์เข้าร่วม Preserved Flower Bouquet Workshop ในวันเสาร์ที่ 3 และ 10 ตุลาคม สำหรับวันอื่นๆ ตลอดกิจกรรมรับการ์ดโมโนแกรมวาดมือตามอักษรเฉพาะบุคคล และกระปุกชาลวดลายพิเศษอีกด้วย เรียกว่าเป็นอีกช่วงเวลาอันแสนพิเศษที่ Cartier พร้อมพาทุกคนเข้าสู่จักรวาล Into the Wild เพลิดเพลินไปกับงานออกแบบที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และผลงานอันประณีตอีกด้วย</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-1264770" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/CONTENT_1-2.jpg?x84619" alt="" width="850" height="1280" /> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-1264771" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/CONTENT_2-2.jpg?x84619" alt="" width="850" height="1280" /> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-1264772" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/CONTENT_3-2.jpg?x84619" alt="" width="850" height="1280" /> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-1264773" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/CONTENT_31.jpg?x84619" alt="" width="850" height="1280" /> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-1264774" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/CONTENT_4-2.jpg?x84619" alt="" width="850" height="1280" /> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-1264775" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/CONTENT_5-2.jpg?x84619" alt="" width="850" height="550" /> <img loading="lazy" decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-1264776" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/CONTENT_6-2.jpg?x84619" alt="" width="850" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #999999;"><strong style="color: #999999;">ภาพ:</strong><span style="color: #999999;"> Cartier</span></span></p>
<p>&nbsp;</p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>หมาก-คิมเบอร์ลี่ เตรียมประกบคู่ในรอบ 8 ปี ด้วยเรื่อง ‘โปลิศศรีสยาม’</title>
							<url>https://thestandard.co/mark-kimberley-reunite-police-srisiam/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/mark-kimberley-reunite-police-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>Tilda Swinton ขึ้นแท่นแบรนด์แอมบาสเดอร์ล่าสุดของ Cartier</title>
							<url>https://thestandard.co/tilda-swinton-cartier-ambassador/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/tilda-swinton-cartier-ambassador-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>7 THINGS WE LOVE ABOUT V OF BTS FASHION MOMENTS จากไอดอลสู่ไอคอนวงการแฟชั่นและบิวตี้</title>
							<url>https://thestandard.co/7-things-we-love-about-v-of-bts-fashion-moments/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/08/7-things-we-love-1.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/catier-into-the-wild-experience-a-universe-that/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12499323</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1788350265000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2103969465000</endYmdtUnix>

			<title>Rhode บุกยุโรป เตรียมขายใน 19 ประเทศที่ Sephora เริ่ม 30 กันยายนนี้</title>
			<category>Lifestyle</category>

			<publishTimeUnix>1788350265000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-09-02 18:57:45</publishTime>
			<updateTimeUnix>1788350372000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-09-02 18:59:32</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>Rhode บุกยุโรป เตรียมขายใน 19 ประเทศที่ Sephora เริ่ม 30 กันยายนนี้</title>
					<description>Rhode บุกยุโรป เตรียมขายใน 19 ประเทศที่ Sephora เริ่ม 30 กันยายนนี้</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/rhode-sephora-europe-cover.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/rhode-sephora-europe-cover.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา Tarang Amin ผู้บริหารแห่ง e.l.f. Beauty บริษัทบิวตี้ที่ซื้อกิจการแบรนด์ Rhode ของ <a href="https://thestandard.co/tag/Hailey-Bieber/" target="_blank" rel="dofollow noopener">Hailey Bieber</a> มาตั้งแต่ปี 2025 ได้พูดถึงความสำเร็จของแบรนด์ที่กลายเป็นปรากฏการณ์ของบริษัท ด้วยยอดขายถล่มทลาย และ ความต้องการสินค้าที่พุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้พวกเขาพร้อมเดินหน้าขยายสาขาแบรนด์ Rhode ในร้าน Sephora ทั่วพื้นที่ยุโรปอีกทั้งหมด 19 ประเทศ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นับตั้งแต่วันที่ 30 กันยายนนี้เป็นต้นไป Rhode จะเริ่มวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่โฟกัสกับการดูแลผิวผ่าน Sephora ทั้งทางออนไลน์ และ ทางร้านทั่วพื้นที่ยุโรป โดยจะเปิดตัวสาขาใหม่ในทั้งหมด 19 ประเทศ นั่นคือที่ เบลเยียม, บัลแกเรีย, โครเอเชีย, สาธารณรัฐเช็ก, เดนมาร์ก, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, กรีซ, อิตาลี, ลักเซมเบิร์ก, โมนาโก, โปแลนด์, โปรตุเกส, โรมาเนีย, เซอร์เบีย, สเปน (รวมไปถึงหมู่เกาะคานารี), สวีเดน, สวิตเซอร์แลนด์ และตุรเคีย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Rhode เผยว่าการขยายสาขาครั้งใหญ่นี้ นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสู่บันไดขั้นถัดไป และแบรนด์ก็มีเป้าหมายในการตีตลาดไปทั่วโลกด้วยการใช้กลยุทธ์ให้ลูกค้าได้เข้าถึงโปรดักต์ในร้าน โดยการขยายสาขาใน Sephora ไปทั่วยุโรปของ Rhode เกิดขึ้นหลังจากที่แบรนด์ประสบความสำเร็จอย่างสูงกับยอดขายของร้านใน Sephora ที่ สหรัฐอเมริกา, แคนาดา และ อังกฤษ เมื่อปีก่อน ซึ่งสำหรับการตีตลาดยุโรป Rhode ก็จะนำเสนอไอเท็มเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะที่ยุโรปและ อังกฤษ รวมไปถึงนำโปรดักต์ลิมิเต็ดเอดิชันกลับมาวางจำหน่ายใหม่ด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Hailey Bieber เปิดตัว Rhode เมื่อปี 2022 ในฐานะแบรนด์ สกินแคร์ วีแกน ก่อนที่จะขยายเข้าสู่การผลิตเครื่องสำอางเฉพาะโปรดักต์ที่ได้รับการคัดสรรมาอย่างดีอย่าง Hybrid Makeup ที่เป็นทั้งเมกอัพและสกินแคร์ไปในตัว โดยในไตรมาสที่ 1 ของปี 2027 (เมษายน-มิถุนายนที่ผ่านมา) Rhode สามารถกวาดรายได้ไปทั้งหมด 160 ดอลลาร์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #999999;"><strong style="color: #999999;">ภาพ:</strong><span style="color: #999999;"> Rhode</span></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #999999;"><strong style="color: #999999;">อ้างอิง:</strong><span style="color: #999999;"> <a style="color: #999999; text-decoration: underline;" href="https://th.fashionnetwork.com/news/Rhode-to-expand-european-distribution-with-sephora-from-september-30-launching-in-19-countries,1862089.html" target="_blank" rel="noopener">https://th.fashionnetwork.com/news/Rhode-to-expand-european-distribution-with-sephora-from-september-30-launching-in-19-countries,1862089.html</a></span></span></p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>เข้าใจ ‘6 ตุลา 2519’ ผ่านการเมืองระหว่างประเทศยุคสงครามเย็นกับ ‘สุรชาติ บำรุงสุข’</title>
							<url>https://thestandard.co/6-october-cold-war-surachart/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/6-october-cold-war-1.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>‘GIT’ ไม่หวั่น Pandora เปิดฐานเวียดนาม ย้ำไทยฮับอัญมณีโลก ชี้ปีหน้า Mass Market โต พลอยราคาจับต้องได้มาแรง</title>
							<url>https://thestandard.co/git-pandora-vietnam-thailand-gem-hub/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/git-pandora-vietnam-thailand-1.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>WINTER วง aespa พักรักษาตัวหลังได้รับวินิจฉัยเป็นโรคงูสวัด</title>
							<url>https://thestandard.co/winter-aespa-shingles-recover/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/winter-aespa-shingles-recover-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/rhode-sephora-europe/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12623414</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1790774823000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2106394023000</endYmdtUnix>

			<title>ชมคลิป: Roadmap for Growth ออกแบบเส้นทางรายธุรกิจ ทำเป็น อยู่รอด เติบโต</title>
			<category>Video</category>

			<publishTimeUnix>1790774823000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-09-30 20:27:03</publishTime>
			<updateTimeUnix>1790775896000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-09-30 20:44:56</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>ชมคลิป: Roadmap for Growth ออกแบบเส้นทางรายธุรกิจ ทำเป็น อยู่รอด เติบโต</title>
					<description>ชมคลิป: Roadmap for Growth ออกแบบเส้นทางรายธุรกิจ ทำเป็น อยู่รอด เติบโต</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/WEB_KBank-Private-Banking.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/WEB_KBank-Private-Banking.jpg</thumbnail>
				</image>
									<text>
						<content>
						<![CDATA[
							<iframe width="932" height="516" src="https://www.youtube.com/embed/VpdKPbPjGa4" title="ชมคลิป: Roadmap for Growth ออกแบบเส้นทางรายธุรกิจ ทำเป็น อยู่รอด เติบโต" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture" allowfullscreen></iframe>
						]]>
						</content>
					</text>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p><span style="font-weight: 400;">เจาะลึกโครงการ Roadmap for Growth จาก KBank และการผนึกกำลัง 6 พันธมิตรเพื่อผลักดันผู้ประกอบการไทยอย่างเจาะลึกรายธุรกิจ ให้ทำเป็น อยู่รอด และเติบโตได้อย่างยั่งยืน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">[ADVERTORIAL]</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">#THESTANDARD #KBank #RoadmapforGrowth #WeGroomYouGrow #ผู้ประกอบการ</span></p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>AWC จ่อขาย 5 สินทรัพย์หลัก เข้ารีท ‘AWR’ คาดบุ๊กกำไรพิเศษ 1 หมื่นล้านบาท ก่อนเช่ากลับบริหารต่อ พร้อมถือหน่วย 28%</title>
							<url>https://thestandard.co/awc-sell-assets-awr-reit/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/awc-sell-assets-awr-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>สำรวจเมืองทองธานีระดับน้ำท่วมวิกฤต นนทบุรีประกาศเขตภัยพิบัติ 4 อำเภอ</title>
							<url>https://thestandard.co/flood-levels-in-muang-thong-thani-are-critical/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/flood-levels-in-muang-1.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>WHART เพิ่มทุนคว้า ‘WGCL’ พ่วงสัญญาเช่า 30 ปี ดันพอร์ตทะลุ 5.6 หมื่นล้าน  [Advertorial]</title>
							<url>https://thestandard.co/whart-wgcl-idc-capital-increase/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/whart-wgcl-idc-capital-1.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/roadmap-for-growth/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12640435</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1791093654000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2106712854000</endYmdtUnix>

			<title>Net Zero: คำมั่นเดิม ในกฎใหม่ เกมใหม่</title>
			<category>Opinion</category>

			<publishTimeUnix>1791093654000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-10-04 13:00:54</publishTime>
			<updateTimeUnix>1791093654000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-10-04 13:00:54</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>Net Zero: คำมั่นเดิม ในกฎใหม่ เกมใหม่</title>
					<description>Net Zero: คำมั่นเดิม ในกฎใหม่ เกมใหม่</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/net-zero-new-rules-cover.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/net-zero-new-rules-cover.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>หลายองค์กรประกาศ <a href="https://thestandard.co/tag/Net-Zero/" target="_blank" rel="dofollow noopener">Net Zero</a> ไปแล้ว แต่มีคำถามหนึ่งที่เราอาจไม่ได้กลับไปถาม</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section1" style="border-left: 12px solid #c19380; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">‘วันที่เราให้คำมั่น โลกยังเหมือนวันนี้อยู่หรือเปล่า?’</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>คำถามนี้ติดอยู่ในหัวผม หลังจากได้ฟัง ดร.เหมือนจิต แจ่มศิลป์ ผู้เชี่ยวชาญด้านความยั่งยืน บริษัท เบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่ จำกัด บรรยายเรื่อง Global Climate Order and Regulatory Landscape 2026 ในหลักสูตร Net Zero CEO รุ่น 3</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผมกลับมาคิดว่า Net Zero อาจเหมือนมาราธอนที่ยาวหลายสิบปี</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section2" style="border-left: 12px solid #c19380; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">เราประกาศเส้นชัยตั้งแต่วันออกตัว แต่ระหว่างทาง สนามเปลี่ยน กติกาเปลี่ยน คนดูเปลี่ยน และแม้แต่นักวิ่งก็เปลี่ยน</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>กฎหมาย เทคโนโลยี มาตรฐาน ราคาพลังงานและคาร์บอน รวมถึงความคาดหวังของนักลงทุน ลูกค้า และสังคม ล้วนเปลี่ยนได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>บางคนข้างสนามไม่ได้แค่ดู เขามีนกหวีด และบางคนมีใบแดง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ปี 2025 เพียงปีเดียว มีคดีเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศใหม่ทั่วโลก 249 คดี และยอดสะสมมากกว่า 3,600 คดีใน 62 ประเทศ ตามข้อมูลของ Grantham Research Institute, LSE</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แน่นอน ไม่ใช่ทั้งหมดเป็นคดี Net Zero หรือคดีต่อบริษัท แต่ก็มากพอที่จะบอกว่า Climate Litigation ไม่ใช่เรื่องที่บอร์ดควรปล่อยให้ฝ่ายกฎหมายวิ่งคนเดียว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นักวิ่งก็เปลี่ยน มาราธอนนี้ยาวกว่าวาระของ CEO และกรรมการหลายชุด</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section3" style="border-left: 12px solid #c19380; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">คนประกาศเป้าหมาย คนลงทุน และคนพาองค์กรเข้าเส้นชัย ‘อาจไม่ใช่คนเดียวกัน’</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>โจทย์ของ Governance จึงไม่ใช่แค่วิ่งเร็วแค่ไหน แต่คือ ‘จะส่งไม้ต่ออย่างไร’ โดยไม่ทำคำมั่นหล่นหายระหว่างทาง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Scope 3 เหมือน PM2.5 ในสนาม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ลองนึกภาพว่า ระหว่างวิ่ง PM2.5 เริ่มปกคลุมสนาม ไม่มีนักวิ่งคนไหนควบคุมฝุ่นทั้งหมดได้ แต่ถ้าทุกคนบอกว่า ‘ไม่ใช่ฝุ่นของผม’ สุดท้ายทุกคนก็ต้องสูดอากาศเดียวกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Scope 3 ก็คล้ายกัน การปล่อยส่วนหนึ่งอยู่ใน Value Chain ตั้งแต่ Supplier การขนส่ง วัตถุดิบ ไปจนถึงลูกค้าและการใช้ผลิตภัณฑ์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เราไม่ได้ Control ทั้งหมด แต่ก็ไม่ใช่เรื่องของ ‘คนอื่น’ เพราะธุรกิจเราเองก็เป็นส่วนหนึ่งของระบบนั้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>บางเรื่องเราต้อง Control บางเรื่องต้อง Influence และบางเรื่องต้อง Collaborate… เพราะถ้าไม่มีใครจัดการ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ทุกคนในสนาม รวมถึงนักวิ่ง ก็อาจไปไม่ถึงเส้นชัย และมาราธอนนี้ต้องมีเงินวิ่ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>การเปลี่ยนผ่านต้องใช้เงินจริง เทคโนโลยีใหม่ พลังงานใหม่ Supply Chain ใหม่ และคนที่มีทักษะใหม่ ล้วนต้องใช้เงินลงทุน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>องค์กรจึงต้องยังแข่งขันได้ สร้างกำไรและกระแสเงินสดได้อย่างต่อเนื่อง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โจทย์จึงไม่ใช่ Profit หรือ Planet แต่คือ ‘จะสร้าง Profit วันนี้อย่างไร เพื่อมีทุนพาองค์กรไปถึงเส้นชัยวันข้างหน้า’</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>3 คำถามสำหรับบอร์ด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>1. Where exactly is our finish line?</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เราให้คำมั่นอะไรไว้ และครอบคลุม Scope 1, 2, 3 แค่ไหน?</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>2. Has the course changed?</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>กฎหมาย เทคโนโลยี ต้นทุน ตลาด และ assumptions เปลี่ยนจากวันออกตัวอย่างไร?</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>3. Can we still finish the race?</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรามีคน เงินทุน กำไร และกระแสเงินสดเพียงพอไหม? อะไร Control อะไร Influence และอะไรต้อง Collaborate?</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สุดท้ายแล้ว สนามเปลี่ยนได้ กติกาเปลี่ยนได้ นักวิ่งก็เปลี่ยนได้หลายชุด</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section4" style="border-left: 12px solid #c19380; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรเปลี่ยน ​คือ ‘เหตุผลว่าเรากำลังวิ่งเพื่อใคร’</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ลูกหลานของเราไม่ได้เป็นคนประกาศ Net Zero ไม่ได้นั่งอยู่ในห้องบอร์ด และไม่ได้เลือก assumptions ของวันนี้ แต่เขาคือคนที่จะอยู่รับผลจากการตัดสินใจของเราในวันข้างหน้า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เราอาจเปลี่ยนนักวิ่งได้หลายชุด เปลี่ยนแผนได้หลายครั้ง แต่คนที่รออยู่ปลายทาง อาจไม่เคยมีโอกาสเลือกเลยว่า <b>คนรุ่นเราจะวิ่งอย่างไร</b></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ขอบคุณ ดร.เหมือนจิต แจ่มศิลป์ ที่ทำให้ผมกลับมาขบคิดเรื่องนี้ครับ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b><span style="color: #999999;"><strong style="color: #999999;">ภาพ:</strong></span></b> Shutterstock AI</p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>สภาหลุดมือทรัมป์ ฝันร้ายการเมือง สัญญาณบวกทองคำ</title>
							<url>https://thestandard.co/midterm-election-trump-congress-gold/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/midterm-election-trump-congress-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>หนองจอก วิถีชีวิตริมคลองแสนแสบกำลังจะถูกทับโถมด้วยคอนกรีต</title>
							<url>https://thestandard.co/nong-chok-khlong-saen-saep-heritage/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/nong-chok-khlong-saen-1.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>การบินไทย พังเพราะอะไรนะ?</title>
							<url>https://thestandard.co/thai-airways-flood-ground-staff-problem/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/thai-airways-flood-ground-1.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/net-zero-new-rules-game/</sourceUrl>
		</article>

	</articles>
<!--
Performance optimized by W3 Total Cache. Learn more: https://www.boldgrid.com/w3-total-cache/

Page Caching using Disk: Enhanced (Requested URI is rejected) 

Served from: _ @ 2026-10-06 07:37:21 by W3 Total Cache
-->