<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?><articles><UUID>TSTD202609220847</UUID><time>1790066863</time>		<article>
			<ID>12311610</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1784113340000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2099732540000</endYmdtUnix>

			<title>ฟิตร่างกายลุย Hybrid Race กับโปรแกรมฝึกแบบ Team Under Armour</title>
			<category>LIFE</category>

			<publishTimeUnix>1784113340000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-07-15 18:02:20</publishTime>
			<updateTimeUnix>1784114528000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-07-15 18:22:08</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>ฟิตร่างกายลุย Hybrid Race กับโปรแกรมฝึกแบบ Team Under Armour</title>
					<description>ฟิตร่างกายลุย Hybrid Race กับโปรแกรมฝึกแบบ Team Under Armour</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-1.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-1.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>นอกจากจะเป็นที่พูดถึงกันในทุกกลุ่มของสายฟิตสายลุยแล้ว แต่ ‘Hybrid Race’ กีฬาสายวิ่งผสมสายฟิตเนสก็กำลังเป็นเป้าหมายที่รอการพิชิตของใครหลาย ๆ คนอย่างแน่นอน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แน่นอนว่าหลากหลายผู้พิชิตและหลากหลายทีมกำลังเตรียมตัวอย่างเข้มข้น รวมถึงที่ RYSE Arena เมื่อวันศุกร์ที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมาที่เหล่า TeamUA หรือ Team <a href="https://thestandard.co/tag/Under-Armour/" target="_blank" rel="dofollow noopener">Under Armour</a> ทั้ง 22 คนก็ได้เริ่มออกมา Full Body Shake เรียกเหงื่อเรียกแรงกันอย่างเข้มข้น ในอีก 5 สัปดาห์ข้างหน้าที่จะให้สายฟิตทุกคนได้ท้าทายตัวเองกันอีกครั้งในปีนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231147" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-1.jpg?x86112" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 1" width="1280" height="1700" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>ฟิต 5 สัปดาห์ก่อนแข่งกับ Under Armour</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ระยะเวลา 5 สัปดาห์ของแคมป์ฝึกซ้อม Team UA จะได้เจอกับโปรแกรมที่วางรากฐานการพัฒนาศักยภาพร่างกายอย่างเป็นระบบ เริ่มต้นจากการปรับพื้นฐานการเคลื่อนไหวเพื่อเตรียมความพร้อม ก่อนจะไต่ระดับความเข้มข้นไปสู่การจำลองสถานการณ์ในสนามแข่งจริง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231148" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-2.jpg?x86112" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 2" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ช่วงสัปดาห์แรกเริ่มด้วยการทดสอบ Movement Foundation เพื่อประเมินความพร้อม จากนั้นสร้าง Aerobic Base เสริมความทนทาน และยกระดับสู่ Strength Endurance สำหรับสถานีที่ใช้พละกำลัง พร้อมฝึกเทคนิค Transition การคุมเพซ และวางกลยุทธ์เฉพาะตัว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231149" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-3.jpg?x86112" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 3" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมื่อเข้าสู่โค้งสุดท้าย จะเน้น Race Simulation เพื่อฝึกซ้อมภายใต้ความกดดันและความเหนื่อยล้าจริง ก่อนเข้าช่วง Taper เพื่อลดการซ้อม ให้ร่างกายได้ฟื้นฟูและสะสมพลังงานเต็มเปี่ยมสำหรับวันแข่ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231151" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-4.jpg?x86112" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 4" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>เผยโฉม ‘Team UA’ ก่อนลง Full Body Shake</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับสัปดาห์แรกของ Team Under Armour ทั้ง 22 คนได้มาพบหน้ากันเพื่อทำความรู้จักและ Ice Breaking แบบฉบับสายฟิตสายลุยที่จะมาทำความรู้จักกันขณะ Planking และ Squat เรียกเหงื่อ ซึ่งแต่ละคนเดินเข้ามาพร้อมเป้าหมายที่แตกต่างกัน ทั้งการทำลายสถิติเดิมของตัวเอง หรือกลับมาทวงฟอร์มหลังผ่านสนามมา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ไม่ว่าจะเป็น Junior (@ju.nio.r12) และ Jaynoppa (@jaynoppa), Emma Arocha (@emmarchh), Pim Pimkanok (@pimmypiam) Pipe Kamtapong (@pipekubkib) นอกจากนี้ยังมี ‘รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น’ หนึ่งในนักกีฬา Under Armour มาเข้าร่วม Full Body Shakeout ในฐานะ Team UA ด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231152" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-5.jpg?x86112" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 5" width="1920" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โดยสำหรับคลาสสัปดาห์แรก TEAM UA เริ่มด้วย Easy Run ก่อนฝึกคุมแรงที่สถานี SkiErg และ RowErg ต่อด้วยโจทย์คู่อย่าง Sled Push ร่วมกับ Farmer Hold ที่ต้องถือ Kettlebell ให้มั่นคงขณะเพื่อนดัน Sled</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231153" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-6.jpg?x86112" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 6" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ครึ่งหลังทวีความเข้มข้นด้วย Burpee Broad Jump, Wall Ball, Walking Lunge และท่าท้าทายใจอย่าง Sandbag Reverse Lunge, Ab-mat Sit-up กับ Bearhug Sandbag Carry ในเวลาจำกัด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231154" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-7.jpg?x86112" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 7" width="1920" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แม้เป็นท่าที่คุ้นเคย แต่เมื่อฝึกต่อเนื่อง บททดสอบจริงคือการคุมหายใจและรักษาฟอร์มเพื่อออมแรง คลาสนี้ช่วยให้ทุกคนพบจุดแข็งและจุดที่ต้องปรับปรุง เพื่อเตรียมลุยต่อสำหรับการแข่งที่กำลังจะเข้ามา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231155" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-8.jpg?x86112" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 8" width="1920" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>เทรนก่อนเจอสนามจริงแบบ Team UA ได้กับยิมพาร์ตเนอร์</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>หากใครอยากฝึกร่างกายให้พร้อมกับเวทีท้าทายตัวเองใน Hybrid Race แบบ Team UA ก็ไม่ต้องอิจฉาไป เพราะ Under Armour เปิดโอกาสให้ทุก ๆ คนที่อยากเตรียมตัวก่อนลง Hybrid Race ได้เข้ามาฝึกในระบบเดียวกันด้วย โดยโปรแกรมนี้ร่วมมือกับยิมพาร์ตเนอร์ 3 แห่ง ได้แก่ RYSE Arena, ONTRACK Campus (เขตพระโขนง) และ FIT:D Thailand</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231156" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-9.jpg?x86112" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 9" width="1920" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่ละคลาสจะเป็นการค่อย ๆ ทำความเข้าใจองค์ประกอบที่จำเป็นต่อ Hybrid Race ตั้งแต่การสร้าง Aerobic Base การเพิ่ม Strength Endurance การควบคุมเพซ ไปจนถึงการฝึก Transition ระหว่างการวิ่งและสถานีต่าง ๆ ก่อนนำทุกอย่างมาทดลองร่วมกันผ่าน Race Simulation</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231157" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-10.jpg?x86112" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 10" width="1280" height="1700" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผู้สนใจร่วมซ้อมแบบ Team UA สามารถรับ Training Class Pass (3 เครดิต) เมื่อซื้อสินค้าครบ 6,900 บาทที่ Under Armour Brand House เพื่อเข้าเซสชันกับยิมพาร์ตเนอร์และแบ่งปันให้เพื่อนได้ โดยผู้ที่เข้าครบ 3 คลาสตามเงื่อนไข จะได้รับสิทธิ์ลงทะเบียน Race Simulation เพื่อทดสอบความพร้อมของร่างกาย จังหวะเปลี่ยนสถานี และแผนการแบ่งแรงก่อนเจอสนามจริง สามารถรับรายละเอียดและโค้ดลงทะเบียนได้จากทีมงานหน้าร้าน</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>มาทดสอบตัวเองเพื่อพัฒนาตัวเองไปอีกขั้น</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในการฝึกซ้อมสัปดาห์แรกนี้ Under Armour ได้ให้การสนับสนุนผู้ท้าชิง Hybrid Race อย่างเต็มที่กับทุกคนที่มีเป้าหมายเดียวกัน โดยมีระบบสนับสนุนตลอดเส้นทาง ทั้งโปรแกรมฝึก โค้ช ยิมพาร์ตเนอร์ เสื้อผ้าอุปกรณ์ และการฟื้นฟูร่างกาย ทำให้แบรนด์เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงการฝึก ความรู้ และคอมมูนิตี้ เพื่อผลักดันแนวคิด Make Athletes Better ให้เกิดขึ้นจริงผ่านการลงมือทำ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231158" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-11.jpg?x86112" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 11" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับใครที่กำลังมอง Hybrid Race เป็นเป้าหมายถัดไป อย่ารีรอให้ใกล้วันแข่ง เวลานี้คือเวลาที่ดีที่สุดแล้วที่จะได้ท้าทายตัวเอง และพัฒนาตัวเองไปในอีกขั้นก่อนการแข่งจริงในอีกไม่กี่สัปดาห์นี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231159" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-12.jpg?x86112" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 12" width="1920" height="1280" /><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231160" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-13.jpg?x86112" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 13" width="1920" height="1280" /></p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>BOYNEXTDOOR ขึ้นแท่นเป็นโกลบอลแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Under Armour</title>
							<url>https://thestandard.co/boynextdoor-under-armour-ambassador/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/boynextdoor-under-armour-ambassador-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>UNDER ARMOUR X MARINE SERRE แคปซูลคอลเล็กชันเพื่อฉลอง 30 ปีของแบรนด์กีฬา</title>
							<url>https://thestandard.co/under-armour-marine-serre-capsule/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/06/under-armour-marine-serre-1.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>สเตฟเฟน เคอร์รี แยกทาง Under Armour หลังร่วมงานกันนาน 13 ปี</title>
							<url>https://thestandard.co/stephen-curry-parts-under-armour/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2025/11/stephen-curry-parts-under.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/under-armour-hybrid-race-training/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12578931</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1790065833000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2105685033000</endYmdtUnix>

			<title>ถอด Playbook มนุษย์ยุค AI บทเรียนสำคัญจากงาน KBTG Techtopia: Human of Tomorrow สู่การเป็น Master ของ AI [Advertorial]</title>
			<category>News</category>

			<publishTimeUnix>1790065833000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-09-22 15:30:33</publishTime>
			<updateTimeUnix>1790059787000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-09-22 13:49:47</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>ถอด Playbook มนุษย์ยุค AI บทเรียนสำคัญจากงาน KBTG Techtopia: Human of Tomorrow สู่การเป็น Master ของ AI [Advertorial]</title>
					<description>ถอด Playbook มนุษย์ยุค AI บทเรียนสำคัญจากงาน KBTG Techtopia: Human of Tomorrow สู่การเป็น Master ของ AI [Advertorial]</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/kbtg-techtopia-human-ai-1.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/kbtg-techtopia-human-ai-1.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>เมื่อ AI เป็นมากกว่าแค่ ‘เครื่องมือ’ เราจะ ‘ยืน’ อยู่ตรงไหนในวันพรุ่งนี้?</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นี่คือคำถามตั้งต้นของการจัดงาน KBTG Techtopia เวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี ที่ชวนสำรวจบทบาทของมนุษย์ในโลกอนาคต ภายใต้แนวคิด “Human of Tomorrow” เมื่อ AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนทั้งการทำงาน ธุรกิจ เศรษฐกิจ และการใช้ชีวิต โดย บริษัท กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) ที่จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 4</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แม้ปีนี้ทุกเวทีจะมีผู้เชี่ยวชาญกว่า 80 คนจากหลากหลายภาคส่วนมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับเทคโนโลยี AI และบทบาทของมนุษย์ในอนาคต ผ่านเวทีเสวนา 3 เวทีหลักและกิจกรรมที่ออกแบบเพื่อเสริมศักยภาพให้บุคคลและองค์กรพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดในงานปีนี้คือ หลายเวทีพูดถึงบทบาทคุณค่าและศักยภาพของมนุษย์ในยุค AI มากขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เพราะหัวใจสำคัญในการกำหนดทิศทางของอนาคตสำหรับ KBTG คือ ‘Human-First x AI-First’ ซึ่งเป็นสิ่งที่องค์กรยึดถือมาโดยตลอด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1257885" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/kbtg-techtopia-human-ai-master-1.jpg?x86112" alt="ภาพบรรยากาศงาน KBTG Techtopia: Human of Tomorrow บนเวทีเสวนาเกี่ยวกับบทบาทของมนุษย์ในยุค AI 1" width="1133" height="733" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section1" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">เราต้องเป็น Master ของ AI</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>วรนุช เดชะไกศยะ ดำรงตำแหน่ง Executive Chairman ของบริษัท กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป หรือ KBTG</b> เปิดเวที <b>‘Reimaging Our Next Chapter’ </b>ชวนทุกคนหันกลับมาทบทวนบทบาทของตัวเองในวันที่ AI ก้าวหน้าจนความฉลาดกลายเป็นเรื่องพื้นฐาน ผู้ชนะในโลกอนาคตจะไม่ใช่คนที่ฉลาดที่สุด แต่คือคนที่ &#8216;ใช้ AI เป็น&#8217; เพื่อสร้างคุณค่า และไม่ปล่อยให้เทคโนโลยีกลายเป็นนายของเรา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>วรนุชฉายภาพวิกฤตต้มยำกุ้งที่สถาบันการเงิน 56 แห่งล้มและทำให้มนุษย์ได้เรียนรู้คำว่า Resilience ก่อนจะก้าวสู่ยุค Digital ที่การ Transform กลายเป็นกติกาใหม่ สู่ยุค AI ที่ไร้ Playbook</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“AI ต่างจากเทคโนโลยีในอดีตตรงที่เราไม่เคยมี Playbook ในการรับมือมาก่อน การเตรียมพร้อมจึงไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่คือการตั้งคำถามว่า &#8220;ในอีก 10 ปีข้างหน้า อะไรคือสิ่งที่จะเหลืออยู่ในความเป็นมนุษย์&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>วรนุชให้กรอบคิดผ่าน <b>6 Pillars</b> เพื่อให้มนุษย์และองค์กรเตรียมรับมือกับยุค AI ที่ไร้ Playbook</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>Pillar 1: The New Reality (AI Agent &amp; AI SDLC)</b></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“โลกไม่ได้เปลี่ยนแปลงเพราะตัวเทคโนโลยี แต่เปลี่ยนเพราะมนุษย์รู้จักเลือกใช้และปรับตัวนำเครื่องมือใหม่ๆ มาใช้งานให้เกิดประโยชน์สูงสุด”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>วรนุชบอกว่าวันนี้ AI เปลี่ยนจาก Chatbot สู่ AI Agent ที่คิด วางแผน มีเหตุผล ลงมือทำ และเรียนรู้พัฒนาตัวเองได้ตลอดเวลา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Gartner คาดการณ์ว่าภายในปลายปี 2026 แอปพลิเคชันกว่า 40% จะมี AI Agent เข้ามาทำงานร่วมด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สิ่งที่ KBTG ทำคือพัฒนา Multi-Agent Platform ของตนเองชื่อ ‘AthenaMind’ โดยปัจจุบันพนักงานของ KBTG และ KBank นำ AI มาใช้ปฏิบัติงานจริงแล้วถึง 90% โดยตั้งเป้าใช้นวัตกรรม AI SDLC ลดต้นทุน End-to-End ของกระบวนการพัฒนาระบบลงประมาณ 15% ภายในปี 2028</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>Pillar 2: The AI-Driven Must-Do (Control &amp; Governance) </b></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ปัจจุบันยังมีองค์กรถึง 20% ที่นำ AI มาใช้โดยขาดการควบคุมที่เพียงพอ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หัวใจสำคัญคือการควบคุมและกำกับดูแลอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การทำ Clean Data และยึดแนวคิด &#8220;AI First, Human First&#8221; โดยให้มนุษย์คอยกำกับดูแลตามระดับความเสี่ยง โดยเฉพาะในระบบสำคัญอย่าง Core Banking หรือระบบชำระเงินที่ไม่สามารถปล่อยให้ AI ทำงานอัตโนมัติโดยไร้การเฝ้าระวังได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>KBTG ได้สร้าง AI Agent อย่าง &#8220;ใส่ใจ&#8221; ควบคุมกรอบการทำงาน, &#8220;AEGIS&#8221; ดูแล Security Guardrail และจัดตั้ง &#8220;AI Playground&#8221; ให้ทดลองในแวดล้อมที่ปลอดภัย การวางระบบควบคุมรัดกุมนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและเปิดตัวโครงการใหม่ๆ ได้เร็วขึ้น 12 เท่า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>Pillar 3: Risk Management (Risk &amp; Reskilling) </b></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>รับมือความเสี่ยงด้าน Hallucination เมื่อ AI มีโอกาสผิดพลาด และ อคติของมนุษย์มักปะปนอยู่ในชุดข้อมูลที่นำมาใช้เทรน AI องค์กรจึงต้องหมั่นตรวจสอบความถูกต้องจากหลายแหล่งข้อมูล และมนุษย์ยังคงเป็นผู้ตัดสินใจขั้นสุดท้าย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อีกประเด็นคือเรื่องของโครงสร้างงานและทักษะที่เปลี่ยนไป AI ทำให้บางทักษะลดความสำคัญลง งานเดิมหายไปและมีงานรูปแบบใหม่เข้ามาแทนที่ คาดการณ์ว่าภายในปี 2030 คนทำงานถึง 39% จำเป็นต้องได้รับการ Reskill เนื่องจากผลกระทบจาก AI แต่กลุ่ม Blue Collar มีแนวโน้มจะยังคงมีความต้องการและอยู่รอดได้มากกว่ากลุ่ม White Collar</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>Pillar 4: From Global Shift to Local Impact (Business Value &amp; AI Adoption) </b></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ประเทศไทยมีการใช้งาน AI สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก โดยมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 36.4% ในช่วง 3 ไตรมาส เทียบจากครึ่งหลังปี 2025 ถึงกลางปี 2026</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ภาครัฐมีแผนนำ AI เข้ามายกระดับประเทศใน 10 อุตสาหกรรมสำคัญ เช่น ภาครัฐ, การเกษตร, การแพทย์, พลังงาน, สถาบันการเงิน และการศึกษา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ด้าน KBTG มีการประยุกต์ใช้ AI ในภาคการเงิน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพใน 4 ส่วนหลัก</p>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li>Internal Knowledge: ค้นหากฎระเบียบและช่วยตอบคำถามภายในองค์กร</li>
<li>AI Advisory: วิเคราะห์พฤติกรรมและความต้องการ เพื่อให้คำแนะนำด้านการเงิน การลงทุน และการบริหารความเสี่ยงแบบเฉพาะบุคคล</li>
<li>Document Processing: อ่านเอกสารด้วย OCR วิเคราะห์ แยกแยะ และสรุปผลได้ทันที</li>
<li>Voice Processing &amp; Data Integration: ดึงข้อมูลจากหลายแหล่งรวมถึงข้อมูลเสียงมาประมวลผลเพื่อช่วยในการตัดสินใจ</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p>ปัจจุบัน KBTG ดำเนินโครงการ AI มากกว่า 80 โครงการ พร้อมตั้งเป้าหมายวัดผลประสิทธิภาพการใช้งานอย่างชัดเจน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>Pillar 5: Reclaiming Your Life (Human Essence) </b></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>AI ไม่มีหัวใจ ความเป็นมนุษย์จึงยังเป็นจุดแข็งหลักที่ AI</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมื่อ AI ช่วยลดงานซ้ำซ้อน มนุษย์ควรนำเวลานั้นไปใช้กับงานสร้างสรรค์ นวัตกรรมใหม่ๆ การพัฒนาภาวะผู้นำ สร้าง Empathy และสร้างความสุขในการทำงาน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>วรนุชแนะให้เลิกแนวคิด ‘ทำไปซ่อมไป’ แต่ต้องเปลี่ยนเป็นการวางระบบป้องกันและระวังภัยล่วงหน้าก่อนนำ AI ไปใช้งานจริง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>Pillar 6: Become the One Who Masters the Machine (Operational Resilience &amp; Defense) </b></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมื่อนำ AI Agent มาทำงานร่วมกับคนมากขึ้น องค์กรต้องจัดโครงสร้างและแบ่งบทบาทระหว่างคนกับ AI ให้ชัดเจน</p>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li><b>Control Tower:</b> กำหนดบทบาท ขอบเขตหน้าที่ อำนาจการอนุมัติ และความรับผิดชอบของ AI Agent แต่ละตัวอย่างชัดเจน</li>
<li><b>Risk &amp; Human Oversight:</b> ประเมินระดับความเสี่ยงตามผลกระทบธุรกิจ หากเสี่ยงต่ำปล่อย AI ทำงานอัตโนมัติได้ แต่หากเสี่ยงสูงต้องให้มนุษย์กำกับดูแล</li>
<li><b>AI Kill Switch:</b> ต้องมีกลไกสั่งหยุดหรือปิดการทำงานของ AI จากภายนอกทันทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน</li>
<li><b>Red Team:</b> ปรับบทบาทจากการเจาะระบบแบบเดิม มาเป็นการทดสอบว่า หาก AI ทำงานผิดพลาด ผลกระทบจะไปไกลที่สุดได้แค่ไหน เพื่อเตรียมวิธี ยับยั้งได้ทันท่วงที</li>
<li><b>Operational Resilience:</b> สร้างความยืดหยุ่นในการปฏิบัติงานผ่าน 3 หัวใจหลัก รู้ให้เร็ว (Observe) หยุดให้เร็ว (Kill) ฟื้นคืนระบบให้เร็ว (Recover)</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p>“เวลาพูดถึง Human of Tomorrow เราไม่ได้แข่งกับ AI ว่าใครฉลาดกว่ากัน แต่สิ่งที่แตกต่างคือการใช้ AI ทำให้เกิด Business Value หรือ Value กลับมาที่ตัวเรา คนนั้นคือผู้ชนะ และจำไว้ว่า เราต้องเป็น Master ของ AI ไม่ใช่ปล่อยให้ AI มาเป็น Master เรา”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1257886" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/kbtg-techtopia-human-ai-master-2.jpg?x86112" alt="ภาพบรรยากาศงาน KBTG Techtopia: Human of Tomorrow บนเวทีเสวนาเกี่ยวกับบทบาทของมนุษย์ในยุค AI 2" width="1133" height="733" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section2" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">AI ฉลาดกว่าเราแล้ว แล้วความเป็นมนุษย์ของเราอยู่ตรงไหน</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>บนเวที ‘<b>ROI or RIP: Beyond the Pilot Phase’</b> โดย <b>‘กระทิง-เรืองโรจน์ พูนผล Co-Founder, House Of Wisdom’</b> ชี้ให้เห็นประเด็นสำคัญที่ว่าหมดยุคสร้าง Use Case AI แต่องค์กรต้อง &#8216;เลือก&#8217; เพื่อให้เกิดผลจริง เพราะทุกวันนี้แทบไม่มีบริษัทไหนไม่มี AI คำถามสำคัญคือ ผลลัพธ์และอิมแพคจากการทรานส์ฟอร์มทั้งหมดนั้นหายไปไหน?</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หลายองค์กรทุ่มงบลงทุนด้าน AI เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า มี Use Case ผุดขึ้นมาเต็มไปหมด แต่สุดท้ายกลับสร้างอิมแพคต่อ P&amp;L เป็นศูนย์ เขาเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า ‘AI การละคร’</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คำถามคือ ถ้าเราต้องสร้างองค์กรขึ้นมาด้วย AI ตั้งแต่วันแรก เราจะยังเลือกทำงานแบบเดิมอยู่หรือเปล่า คำตอบที่กระทิงยืนยันคือ ไม่ใช่แน่นอน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมื่อ Intelligence ที่เคยหายาก แพง วันนี้มันแพร่หลายจนกลายเป็นเรื่องธรรมดา ใครก็เรียน AI ได้หมด และมี Productivity เพิ่มขึ้นถึง 1,000 เท่าภายในเวลาเพียง 30 เดือนที่ผ่านมา นี่คือการเติบโตแบบ Exponential ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน รวมไปถึงต้นทุนหลายส่วนลดลง ความเร็วในการตัดสินใจเพิ่มขึ้น และที่สำคัญคือพฤติกรรมของลูกค้าก็เปลี่ยนไป โดยเฉพาะในธุรกิจ E-commerce และ Retail ที่ลูกค้ายุคนี้ยินดีใช้ AI Agent ในการค้นหาและช้อปปิ้งแทนตัวเอง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หากองค์กรยังถูกออกแบบมาเพื่อรับใช้อดีต ในขณะที่โลกเปลี่ยนไปแล้ว องค์กรนั้นย่อมไปต่อไม่ได้ คำถามที่ทุกองค์กรต้องกลับมาถามตัวเองคือ “หน้าตาขององค์กรในโลกที่มี AI ควรเป็นแบบไหน”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>รายงานของ Gartner ระบุว่าปี 2030 จะเป็นยุคของ Agentic Enterprise และภายในปีหน้า Agentic AI จะกลายเป็น Core Infrastructure ของทุกบริษัท</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>กระทิงวางกรอบทรานส์ฟอร์มองค์กรแบบ ‘THE AI-NATIVE ENTERPRISE’ บน 4 เสาหลัก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>1. SEE: See the Future Earlier มองเห็นอนาคตก่อนใคร</b></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>องค์กรยุคใหม่ต้องมองอนาคตในรูปแบบ Multiple Futures ผ่าน Weak Signals, Scenarios, Strategic Options และ Early Moves โดยต้องบริหารจัดการองค์กรด้วย 3 มุมมองคือ Win Today สร้างผลลัพธ์และชัยชนะในปัจจุบัน, Prepare for Tomorrow สร้างขีดความสามารถและทางเลือกสำหรับอนาคต และ Create the Future ค้นหาและสร้าง New S-Curve ใหม่ ก่อนที่ธุรกิจเดิมจะหมดแรง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“เป้าหมายของ Strategic Foresight ไม่ใช่การทำนายอนาคตให้แม่นยำที่สุด แต่คือการเตรียมพร้อมจน “ไม่ถูกอนาคตทำให้ประหลาดใจ”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>2. REINVENT: Don&#8217;t Automate the Past รื้อและสร้างใหม่ ไม่ใช่แค่ทำตามสิ่งเดิม</strong></p>
<p>หากเราต้องสร้างบริษัทขึ้นมาใหม่ในวันนี้ โดยมี AI พร้อมใช้งานตั้งแต่วันแรก สิ่งใดบ้างที่เราจะไม่มีวันสร้างมันขึ้นมาอีก?”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>กระทิงบอกว่านี่คือคำถามที่ผู้นำต้องกล้าถาม เพราะการเอา AI ไปใส่องค์กรแบบเดิม ไม่ได้ทำให้องค์กรกลายเป็น AI-Native ซึ่งการจะเปลี่ยนผ่านสู่ AI-Native ต้องผ่าน 4 R’s Framework ได้แก่</p>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li>REIMAGINE เริ่มต้นด้วยการตั้งโจทย์จากคุณค่าที่ส่งมอบ</li>
<li>REWIRE ออกแบบระบบใหม่ทั้งหมด ทั้ง Workflow, Data, Tech, People และ Operating Model</li>
<li>REINVENT สร้างสิ่งที่เคยเป็นไปไม่ได้ในอดีต ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ประสบการณ์ใหม่ หรือโมเดลธุรกิจใหม่</li>
<li>REALIZE วัดผลกระทบทางธุรกิจอย่างชัดเจน ทั้ง P&amp;L, ROI และ Measurable Value</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p>“เป้าหมายของการปฏิรูป AI ในองค์กร ไม่ใช่การทำ 100 AI Use Cases เล็กๆ แต่คือการลงเดิมพันใน 5–10 Transformational Bets ที่สามารถขับเคลื่อนและขยับ P&amp;L ได้จริง”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>3. UNLEASH: Turn Employees into NANOPRENEUR ปลดล็อกพลังคน สู่การเป็น NANOPRENEUR</b></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“อนาคตไม่ได้ต้องการคนที่ทำงานเหมือนเครื่องจักร แต่ต้องการคนที่คิดและตัดสินใจเหมือนเจ้าของ”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ยีนของคนทำงานในองค์กรยุค AI-Native จะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง องค์กรจะลดขนาดทีมให้เล็กลงแต่มีศักยภาพสูงขึ้น ผ่านสมการ: Small Team + AI Agents + Capital + Extreme Ownership =NANOPRENEUR</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>พนักงานจะกลายเป็น NANOPRENEUR ที่ดำเนินงานภายใต้กรอบ Mission, Authority, Data และ Accountability โดยมีลูปการทำงานแบบคล่องตัวสูงคือ SENSE DECIDE BUILD TEST LEARN SCALE</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เขาบอกว่าบทบาทของ CEO จะเปลี่ยนผ่านจาก Chief Decision Maker ไปสู่ Architect of the System สถาปนิกผู้ออกแบบระบบและโครงสร้างพื้นฐาน และ Chief Entrepreneur Creator ผู้สร้างและสนับสนุนความเป็นผู้ประกอบการในตัวพนักงาน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>4. JUDGE: JUDGE Human Judgment x Machine Intelligence เมื่องานวิเคราะห์มีท่วมท้น ‘วิจารณญาณ’ จึงเป็นสิ่งมีค่าที่สุด</b></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เขามองว่าในวันที่ปัญญาประดิษฐ์ประมวลผลได้อย่างชาญฉลาดและรวดเร็ว คุณค่าของมนุษย์ไม่ได้อยู่ที่การประมวลผลข้อมูลอีกต่อไป แต่คือ ‘วิจารณญาณ’</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>AI สามารถ วิเคราะห์ โต้แย้ง จำลองสถานการณ์ และแนะนำทางเลือก แต่ผู้นำต้องตีความ ตัดสินใจ เลือกเส้นทาง และลงมือรับผิดชอบ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>4 ขั้นตอนของการตัดสินใจที่ดี คือ DATA เรารู้อะไรบ้าง? AI อะไรอาจเกิดขึ้นได้บ้าง? INTUITION เราสัมผัสหรือรับรู้อะไรได้? และ WISDOM: เราควรทำอย่างไร?</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>การทำงานร่วมกันอย่างสมบูรณ์แบบเกิดจากสมการ Machine Intelligence × Human Wisdom</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คำถามสุดท้ายที่กระทิงฝากไว้คือ จะเกิดอะไรขึ้นถ้า AI ฉลาดกว่ามนุษย์ เขามองว่าอย่าเพิ่งรีบไปโฟกัสที่เรื่อง ROI มากเกินไป โดยอ้างอิงถึงแนวคิดของนักวิชาการด้าน AI ระดับโลกอย่าง Andrew Ng และ Kai-Fu Lee ที่ต่างพูดในทิศทางเดียวกันว่าความเป็นมนุษย์นั้นมีค่ามากกว่าความฉลาดเพียงอย่างเดียว AI ไม่ได้ทำให้คุณค่าความเป็นมนุษย์ลดน้อยลง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ดังนั้นในระหว่างที่ทำ AI Transformation อย่าลืมมองเห็นคุณค่าของมนุษย์ไปด้วย เพราะมนุษย์มีสิ่งที่เครื่องจักรให้ไม่ได้ ทั้งความเห็นอกเห็นใจ ความเมตตา ความหมาย ความห่วงใย ความรัก และความกล้าหาญ อย่าปล่อยให้ Legacy ของเรากลายเป็นความภาคภูมิใจที่ได้นำ AI มาแทนที่มนุษย์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เพราะสุดท้ายแล้ว AI จะไม่ใช่ผู้กำหนดอนาคต แต่เป็นมนุษย์ทุกคนต่างหากที่มีอำนาจและความสามารถในการตัดสินชะตากรรมและสร้างอนาคตของมนุษยชาติขึ้นมาเอง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>BCG ระบุว่า ในอีก 5 ปีข้างหน้า โลกมี 2 ฉากทัศน์ที่เป็นไปได้ ฉากแรกคือ AI ช่วยแก้ปัญหาได้เกือบทั้งหมด ส่วนฉากที่สองคือเกิด K-Shape สุดขั้ว ความมั่งคั่งกระจุกตัวอยู่ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี นวัตกรรมขาดการกำกับดูแล นำไปสู่การเติบโตที่มาพร้อมความเหลื่อมล้ำทางสังคมมหาศาล</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“เรายืนอยู่บนทางสองแพร่ง ระหว่างการดึงศักยภาพ AI และเทคโนโลยีมาใช้สูงสุด กับการรักษาความเป็นมนุษย์และ Human Consciousness เพื่อร่วมสร้างความเจริญที่ทุกคนมีส่วนร่วม หากลืมความเป็นมนุษย์ เราอาจทิ้งมรดกเป็นความเหลื่อมล้ำแบบดิสโทเปียในอีก 30 ปีข้างหน้า ซึ่งไม่มีใครอยากทิ้งมรดกแบบนั้นไว้ให้คนรุ่นต่อไปอย่างแน่นอน” กระทิงกล่าวทิ้งท้าย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1257887" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/kbtg-techtopia-human-ai-master-3.jpg?x86112" alt="ภาพบรรยากาศงาน KBTG Techtopia: Human of Tomorrow บนเวทีเสวนาเกี่ยวกับบทบาทของมนุษย์ในยุค AI 3" width="1133" height="733" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section3" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">สะสม Dots สร้างทักษะและเป็น ‘โชคดี’ ของผู้อื่น: ทางรอดยุค AI ฉบับ ‘คนธรรมดา’</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>โจ้ &#8211; ธนา เธียรอัจฉริยะ Chairman of the Board of Directors &amp; Independent Director, Bluebik Group PCL และเจ้าของเพจ เขียนไว้ให้เธอ เปิดเวที ‘(Normal) Human playbook in the age of AI’ ชวนคนธรรมดาที่อยากอยู่รอดในยุค AI มองสิ่งที่เกิดขึ้นจริงผ่านเรื่องของเขากับลูกสาว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เขาเล่าว่า 3 เดือนที่แล้ว ลูกสาวที่เรียนที่เมลเบิร์น ส่งการบ้านมาให้ช่วยตรวจให้ เขาลองใช้ AI ตรวจการบ้าน และคอมเมนต์งานให้ ปรากฏว่าลูกสาวก็ดูออกว่าคุณโจ้ใช้ AI</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“ความน่ากลัวของการใช้ AI บ่อย ๆ คือเราจะกลายเป็นมนุษย์ที่อ่อนล้าทางสติปัญญา ทำงานแล้วมีอะไรก็ให้ AI ช่วยคิด ซึ่งที่จริง AI ฉลาดมาก แต่พอเราใช้ AI เยอะ เราเองก็จะเสียศักยภาพสำคัญโดยไม่รู้ตัว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>4 ศักยภาพสำคัญที่อาจเสียไปในยุค AI</p>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li><b>Critical Thinking</b>: การคิดเชิงวิพากษ์และการ &#8220;เอ๊ะ&#8221; ต่อสิ่งรอบตัวลดลง</li>
<li><b>Deep Focus</b>: การจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งยาวนานถูกขัดจังหวะได้ง่าย</li>
<li><b>Sensemaking</b>: ความสามารถในการทำความเข้าใจและสร้างความหมายให้ชีวิตลดลง</li>
<li><b>Intellectual Discomfort Tolerance</b>: ความอดทนต่อความไม่สบายใจทางสติปัญญาหายไป เราเลิกทนคิด ทนตกผลึกจากการลองผิดลองถูก</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในวันที่ AI ฉลาดระดับ Super Intelligence ทางรอดของมนุษย์ไม่ใช่การแข่งขันประมวลผลข้อมูล แต่คือการสะสม Dots ให้มากพอ แล้วเชื่อมโยงมันเข้าด้วยกันในแบบที่อัลกอริทึมไม่สามารถทำนายได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ซิกเว่เคยถามเขาว่า What is your good day? เขาบอกว่า คือการได้ใช้ชีวิตปกติ ทำงานปกติ กลับบ้านเล่นกับลูก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่ในมุมของซิกเว่มองว่านี่คือ Bad Day เพราะเป็นวันที่ไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย วันที่มีความเครียดในระดับที่พอดี และการได้ตกผลึกทางความรู้ต่างหากคือ Good Day สำหรับคุณซิกเว่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แล้วถ้าจะเป็นมนุษย์ที่อยู่รอดในยุคนี้ เขาให้กลยุทธ์ ‘Connecting the Dots’ ทางรอดที่ไม่ต้องสู้กับ AI</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ก้าวข้าม I-Shaped Skill งานที่เป็นรูปแบบและข้อมูล เช่น งานเขียนโค้ด ทนาย รังสีแพทย์ หรือผู้ตรวจสอบบัญชี จะถูก AI แทนที่ มนุษย์ต้องสร้าง Dots ให้เยอะพอแล้วนำมาเชื่อมโยงกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เขาบอกว่าไม่จำเป็นต้องเป็นเลิศที่สุดในด้านเดียว แต่ให้สร้างทักษะที่เก่งกว่ามาตรฐานทั่วไปหลายๆ ด้านมารวมกันในแบบที่ AI ทำนายไม่ได้ ได้แก่</p>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li>Need Skill ทักษะจำเป็น เช่น การเงิน, เทคโนโลยี</li>
<li>Wanted Skill: ทักษะที่ชอบ เช่น ดูดวง, ทำอาหาร</li>
<li>Meta Skill: ทักษะระดับสูงระหว่างมนุษย์ เช่น การเล่าเรื่อง, การโน้มน้าว</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p>“ทำงาน 10 ปีอาจมีประสบการณ์แค่ปีเดียวซ้ำกัน 10 ครั้งถ้าไม่เคยเปลี่ยน ประสบการณ์ที่แท้จริงเกิดจากการกล้าออกจาก Comfort Zone ไปลองทำแล้ว &#8220;ตัดสินใจผิด&#8221; จนกลายเป็นบทเรียนแม่นยำ”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“เราต้องเป็นคนที่สามารถดึงดูดผู้คนมาสร้างประโยชน์ร่วมกันกับคนอื่นได้” นี่คือสิ่งเขาเน้นย้ำ ความจริงใจ ความทุ่มเท และการเป็นผู้ให้ (Giver) จะดึงดูดผู้คน เครดิต และโอกาสที่ AI สร้างให้ไม่ได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สุดท้ายถ้าอยากมีชีวิตรอดในยุค AI ตื่นเช้ามาถามตัวเอง 3 ข้อ</p>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li>Curiosity: เรามีความอยากรู้อยากเห็นด้วยตัวเอง หรือยอมให้อัลกอริทึมชี้นำ</li>
<li>Discipline: เรามีวินัยในการลงมือทำซ้ำๆ เพื่อสร้างทักษะมากพอหรือยัง</li>
<li>Empathy: เราเข้าใจคนรอบข้าง และทำตัวเป็น &#8220;โชคดีของผู้อื่น&#8221; แล้วหรือยัง</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1257888" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/kbtg-techtopia-human-ai-master-4.jpg?x86112" alt="ภาพบรรยากาศงาน KBTG Techtopia: Human of Tomorrow บนเวทีเสวนาเกี่ยวกับบทบาทของมนุษย์ในยุค AI 4" width="1133" height="733" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section4" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">‘กลับมาเป็นมนุษย์’ ในยุค AI</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>บนเวที Main Stage เอ๋ นิ้วกลม &#8211; สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ นักเขียนและเจ้าของเพจ Roundfinger ชวนทุกคน ‘กลับมาเป็นมนุษย์’ ในยุค AI ในหัวข้อ ‘What Should Remain Deeply Human?</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เขาพาเราย้อนคิดไปถึงสรรพสิ่งรอบตัวในยุคโบราณมนุษย์โยงชีวิตเข้ากับปรากฏการณ์ธรรมชาติและดวงดาว แต่มนุษย์ยุคปัจจุบันกลับเผชิญภาวะ Disconnect ตัดขาดจากคนข้างกายและสรรพสิ่งรอบตัวเพราะหน้าจอ โจทย์สำคัญคือเราจะใช้ AI อย่างไรเพื่อช่วยให้เรากลับมาเชื่อมโยงกับโลกและผู้คน ไม่ใช่ยิ่งตัดขาดกว่าเดิม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>การอ่านหนังสือและฟังเรื่องเล่าในอดีตช่วยสร้าง Empathy ทำให้เราเข้าใจชีวิตที่ไม่เหมือนเรา ทว่าอัลกอริทึมและคำตอบสำเร็จรูปจาก AI มักป้อนเฉพาะสิ่งที่เราราสนใจ จนทำให้เราหมกมุ่นอยู่แต่ในโลกของตัวเอง การใช้เทคโนโลยีที่ดีจึงต้องพาเราออกไปเรียนรู้เรื่องเล่าของคนอื่นด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;การสรุปหนังสือไม่เหมือนการอ่านหนังสือ เพราะเราไม่ได้อ่านความคิดของมนุษย์อีกคนหนึ่ง เราอ่านแค่ประเด็นเท่านี้เอง&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สมองมนุษย์มักปรับตัวกลับสู่ระดับความสุขปกติเสมอ ทำให้เกิดภาวะไขว่คว้าสิ่งใหม่ (Next &amp; New) ไม่สิ้นสุด การใช้ AI เร่ง Productivity ให้ทำงานเร็วขึ้น 3–5 เท่าจะไร้ความหมาย หากเราไม่รู้ว่า &#8220;จุดพอ&#8221; อยู่ตรงไหน หัวใจไม่ใช่การทำได้มากที่สุด แต่คือการเหลือเวลาไว้ซักผ้า เกาพุงแมว และเสพความสุขตรงหน้า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ธรรมชาติของความเป็นมนุษย์ คือไม่เคยพึงพอใจกับอะไรเลย เขาบอกว่า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ต่อให้พึงพอใจ ก็ได้ไม่นาน และพอ AI มีศักยภาพสูงมาก เราก็จะรู้สึกว่าเราทำงานเพิ่มได้อีก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;คำถามไม่ใช่เราจะใช้ AI อย่างไรให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด แต่คือเราจะใช้มันอย่างไร เพื่อให้ชีวิตนี้มีความหมายและรุ่มรวยที่สุด&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ประเด็นสำคัญคือ มนุษย์อาจะต้องหยั่งรากลึกในยุคที่ทุกอย่างรวดเร็ว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในโลกที่ Speed &amp; Skip เน้นแต่ทางลัด มนุษย์กลายเป็นเหมือนต้นไม้ไร้ราก รู้สึกว่างเปล่าเพราะขาดความผูกพันและสิ่งยึดเหนี่ยว มนุษย์จำเป็นต้องใช้เวลากับประสบการณ์ พิธีกรรม และความสัมพันธ์ เพื่อหยั่งรากลึกและสร้างความหมายร่วมกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>มนุษย์ที่ไม่สามารถนิยามตัวเองได้จะรู้สึก ‘ว่างเปล่า’ ความว่างเปล่านี้เกิดจากการที่เราไม่รู้ว่าเราอยู่ตรงไหนของโลก เราไม่รู้ว่าเราเป็นใคร หรือเราไม่รู้ว่าใครจะอยู่กับเราไปอีกนาน ๆ หรือไม่ เราจึงเหมือนต้นไม้ที่ไม่มีราก ถูกพัดไปหลากหลายทิศทาง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;เทคโนโลยีพาเราพุ่งไปได้ไกลเท่าที่เราอยากจะไป เหมือนต้นไม้ที่พุ่งไปถึงดาวอังคาร แต่คำถามคือ เราจะไปทำไม&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เขาแนะนำการใช้ AI ให้ชีวิตต่อเนื่องทั้งหมด 4 ข้อ</p>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li>ใช้เพื่อ Reconnect กับสิ่งอื่น</li>
<li>ใช้เพื่อให้สนใจเรื่องนอกตัวเอง</li>
<li>หยุดเมื่อพอแล้ว</li>
<li>ต่อเนื่องและหยั่งราก</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p>สุดท้ายแล้วเราควรเปลี่ยนการตั้งคำถามจาก ‘ทำอย่างไรจึงจะใช้ AI ให้ได้ประสิทธิภาพสูงที่สุด’ ไปสู่ ‘ทำอย่างไรจึงจะใช้เทคโนโลยีเพื่อทำให้ชีวิตนี้มีความหมายและรุ่มรวยที่สุด’</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1257889" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/kbtg-techtopia-human-ai-master-5.jpg?x86112" alt="ภาพบรรยากาศงาน KBTG Techtopia: Human of Tomorrow บนเวทีเสวนาเกี่ยวกับบทบาทของมนุษย์ในยุค AI 5" width="1133" height="733" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section5" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">สุขภาพที่ดีวัดได้ด้วยตัวเลขจาก AI จริงหรือ?</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>อุปกรณ์สวมใส่และ AI กำลังก้าวเข้ามาจัดการชีวิตเราจนเกิดวิกฤตสุขภาพยุคใหม่ (Modern Wellness Crisis) ที่ผู้คนต่างตกเป็นทาสของตัวเลข นพ. ธนีย์ ธนียวัน Executive Director, EO LifeMED Co., Ltd.บอกบนเวที ‘The Modern Wellness Crisis: How to Be Kinder to Yourself’ สุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืนไม่ใช่การเค้นตัวเลขให้สวยงามเพื่ออวดใคร แต่คือการเรียนรู้ที่จะตีความข้อมูล และกลับมาฟังเสียงร่างกายตัวเองอย่างเข้าใจ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นพ. ธนีย์ บอกว่า ปัจจุบันเราเครียดเพราะตีความข้อมูลไม่เป็นและเอาตัวเลขมาตัดสินตัวเอง ส่วนในอนาคต เราเสี่ยงจะถูกอุปกรณ์สะกดจิตจนเชื่อเครื่องมือมากกว่าความรู้สึกที่แท้จริงภายใน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>มีเพียงสัญญาณแจ้งเตือนภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว (AFib) และระดับออกซิเจนในเลือดที่ต่ำกว่า 95% เท่านั้นที่เทคโนโลยีปัจจุบันแม่นยำพอให้เชื่อและควรไปพบแพทย์ทันที</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ค่าอื่น ๆ เช่น HRV, Resting Heart Rate หรือ Sleep Score ห้ามนำไปเทียบกับคนอื่นหรือเทียบข้ามยี่ห้อ ให้ดูทิศทางภาพรวมระยะยาวของตัวเองในอุปกรณ์ยี่ห้อเดิมเท่านั้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;ค่า HRV ที่ต่ำลง หรือ Heart Rate ที่สูงขึ้น มันไม่ได้แปลว่าร่างกายเรากำลังแย่ แต่มันแปลว่าร่างกายกำลังทำงานอย่างสุดชีวิตเพื่อดูแลเราอยู่&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ประเด็นสำคัญคือ ควรมองภาพใหญ่ ดีกว่ากังวลจุดเล็กๆ อย่าพยายามแก้ทุกตัวเลขพร้อมกันในวันเดียว เช่นเดียวกับหมอ ICU ที่ไม่สามารถรักษา 20-30 อาการได้พร้อมกัน ให้เลือกปรับพฤติกรรมทีละ 1–3 อย่างเพื่อผลลัพธ์ระยะยาว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;วิกฤตในอนาคต คือเราจะถูกสะกดจิต แทนที่จะฟังเสียงตัวเอง เราฟังเสียงเครื่อง เครื่องบอกว่าเรา Happy ทั้ง ๆ ที่ข้างในหัวเราเศร้า เราก็ Happy ตามเครื่อง&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เขาทิ้งท้ายว่าก่อนจะก้มดูสมาร์ทวอทช์ตอนเช้า ให้หยุดถามความรู้สึกตัวเองก่อนว่าสดชื่น หิว หรืออ่อนเพลียอย่างไร แล้วค่อยนำข้อมูลจากเครื่องมือมาใช้ประกอบการวางแผนชีวิต</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1257890" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/kbtg-techtopia-human-ai-master-6.jpg?x86112" alt="ภาพบรรยากาศงาน KBTG Techtopia: Human of Tomorrow บนเวทีเสวนาเกี่ยวกับบทบาทของมนุษย์ในยุค AI 6" width="1133" height="733" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section6" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">สร้าง Community และ Experience ในยุค Generative AI</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมื่อ AI ตอบได้ทุกคำถาม แต่ทำไมคนยังยอมฝ่ารถติดมาเจอกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คอมมูนิตี้และประสบการณ์ร่วมของคนกลุ่มหนึ่งอาจเป็นสิ่งที่ AI แทนไม่ได้และยังทำให้เรายังมีความเป็นมนุษย์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>บนเวที ‘Building a Community Beyond Digital Connection’ คะน้า- ผ่องพิสุทธิ์ จงอุดมสุข ครีเอเตอร์และผู้ก่อตั้ง ฝรั่งอั่งม้อ (Farang Angmor) และ เอมมี่–นัทธมน วีระกุล ผู้ร่วมก่อตั้ง Almost Sober Club มาไขความลับเบื้องหลังการสร้างชนเผ่าและ บทบาทของ Creator ยุคใหม่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คะน้า บอกว่า ยุคก่อน AI คนทัก Inbox เพจเพื่อถามข้อเท็จจริงพื้นฐาน เช่น การออกเสียง สะกดคำ หรือการเขียนอีเมล แต่วันนี้ ChatGPT ตอบได้ทุกคำถาม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สิ่งที่ AI แทนที่ไม่ได้คือ &#8220;ความไว้วางใจ&#8221; (Trust) และ &#8220;ความเชื่อมโยงตรงประเด็น&#8221; ผู้ฟังไม่ได้ต้องการแค่คำตอบทั่วไป แต่ต้องการคำแนะนำจากมนุษย์ที่เขาเชื่อมั่น รู้สึกอิน และเชื่อมโยงด้วยได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เอมมี่ บอกว่าโมเดลของธุรกิจตอบโจทย์ Unmet Need ด้วยประสบการณ์เฉพาะตัว (Beyond AI) จากการคัดสรรหัวข้อที่ไม่สามารถค้นหาบน Google, YouTube หรือ AI ได้ โดยนำความรู้ต่างสเปกตรัมมาตัดสลับ เพื่อสร้างมุมมองความคิดเห็น ที่แปลกใหม่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ยิ่งไปกว่าวิทยากรไม่ได้มาเพื่อบรรยายแต่มาเพื่อ ‘จุดประกายบทสนทนา’ ในพื้นที่ปลอดภัย และร่วมแลกเปลี่ยนกับผู้ฟัง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“ผู้คนไม่ได้ฝ่ารถติดมาฟังข้อมูล แต่มาเพื่อปฏิสัมพันธ์กับผู้เชี่ยวชาญ และแลกเปลี่ยนไอเดียกับกลุ่มคนเนิร์ด ที่สนใจเรื่องเดียวกัน”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ประเด็นที่น่าสนใจคือ การดีไซน์ Customer Journey ผ่าน รูป รส กลิ่น เสียง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>การสร้างประสบการณ์ออฟไลน์ให้อิมแพกต์ ต้องคิดแบบครบวงรอบ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“เรามีการบรอดแคสต์ข้อมูลล่วงหน้า ให้เลือกเมนูอาหารก่อน เพื่อลดความเครียดเรื่องรถติดและกิว Signature Drink ออกแบบตามธีมแต่ละครั้ง เช่น ค็อกเทลรสชาติชีววิทยาของความเหงา ส่วนเพลงนั่น DJ จะนั่งฟังพร้อมผู้ฟัง เพื่อซึมซับพลังงานในห้อง แล้ว Improvise เล่นดนตรีสดที่ตอบสนองต่ออารมณ์ ณ ตอนนั้น” เอมีกล่าว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คะน้าเสริมว่า เสาหลักในการสร้าง ‘Safe Zone’ สำหรับเวิร์กช็อปหรือคลาสพัฒนาทักษะ กิจกรรมต้องเน้นการลงมือทำจริง โดยไม่ถูกตัดสิน ทำให้คนกล้าทดลองและเรียนรู้จากความผิดพลาด และคัดกรองคนที่อยากพัฒนาตัวเองเหมือนกันเข้ามา ทำให้ทุกคนพร้อมรับฟังและไม่ตัดสินกัน พร้อมมีผู้ช่วยดำเนินกระบวนการ คอยดูแลและอำนวยความสะดวก เพื่อเปลี่ยนผ่านความคิดความเชื่อของผู้เรียนภายในเวลาอันสั้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คำถามคือ หากต้องนับหนึ่งใหม่ในการสร้าง Community เอมีบอกว่า ลองตั้งไข่ด้วยการเป็นผู้ให้ออกก่อน มอบความรู้ ความบันเทิง หรือแรงบันดาลใจผ่านสื่อ เพื่อแสดงอัตลักษณ์ ให้คนรู้จักและเปิดใจ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คะน้าเสริมว่าเมื่อตัวตนและคุณค่าชัดเจน จะดึงดูดกลุ่มคนที่มี กรอบคิด พฤติกรรม และความชอบคล้ายกันเข้ามาโดยธรรมชาติ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมื่อผ่านมาถึงช่วงเติบโต ต้องค้นหา Unmet Need แล้วออกแบบคุณค่า สร้าง Sense of Belonging ให้พวกเขารู้สึกว่า ความรู้หาจากไหนก็ได้ แต่ความรู้สึกแบบนี้ต้องมาที่นี่เท่านั้น แล้วพวกเขาจะกลับมาซ้ำๆ เอง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“การสร้างชุมชนไม่ได้เกิดจากการไปบังคับให้คนเข้าร่วม แต่เกิดจากการทำอัตลักษณ์ของเราให้ชัดเจน แล้วมันจะดึงดูด &#8216;ชนเผ่า&#8217; ที่คิดและเชื่อเหมือนกันเข้ามาไว้ด้วยกันเอง” คะน้า กล่าว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1257891" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/kbtg-techtopia-human-ai-master-7.jpg?x86112" alt="ภาพบรรยากาศงาน KBTG Techtopia: Human of Tomorrow บนเวทีเสวนาเกี่ยวกับบทบาทของมนุษย์ในยุค AI 7" width="1133" height="733" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section1" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">Community Circle ล้อมวงสนทนากับ 10 คอมมูนิตี้สายเทค</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ความสำเร็จของ Community Circle ปีที่แล้วถูกต่อยอดมาสู่ปีนี้เปิดวงคุยแลกเปลี่ยนแบบที่ AI ก็ให้ไม่ได้ แชร์ไอเดีย อัปเดตเทรนด์ ต่อยอดองค์ความรู้ และอัปสกิลใหม่ๆ ไปด้วยกันใน 10 เซสชัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หลายประเด็นน่าสนใจและน่าเอาไปคิดต่อ อย่างเซสชันของ โสภณ ศุภมั่งมี เจ้าของเพจ เก่งแบบเป็ด : Producktivity ในหัวข้อ “The Year of Doing hard Things: Growth Beings Where Comfort Ends” ที่ชวนเราตกผลึกเรื่อง &#8220;ความท้าทาย&#8221; กับ &#8220;พลังใจ&#8221; ที่จะช่วยให้เราเข้าใจตัวเองและออกแบบชีวิตได้ดีขึ้นแบบไม่ต้องเค้นหรือฝืนตัวเองจนเกินไป โดยมีแนวคิด ‘มิโซกิ’ (Misogi) เป็นเครื่องมือสำคัญ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เดิมที ‘มิโซกิ’ เป็นพิธีกรรมชำระล้างบาปของศาสนาชินโต แต่ในปัจจุบันถูกนำมาตีความใหม่ หมายถึง &#8220;การเลือกเผชิญความท้าทายที่ยากมากๆ หนึ่งอย่างด้วยตัวเอง เพื่อค้นหาขีดจำกัดที่แท้จริง&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>กฎของมิโซกิมีแค่ 2 ข้อ</p>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li>ต้องยากพอที่มีโอกาสล้มเหลวได้จริง</li>
<li>ต้องไม่เสี่ยงถึงชีวิต หรือทำร้ายตัวเอง</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p>เขาอธิบายว่า ในมุมจิตวิทยาร่างกายและจิตใจเราถูกวิวัฒนาการมาให้ออกไปเผชิญความลำบาก แต่โลกยุคใหม่สบายเกินไปทำให้จิตใจเราเปราะบางลง ‘ความไม่สบายแบบสมัครใจ’ จึงเป็นทางออกที่ช่วยหล่อหลอมจิตใจให้แข็งแกร่งขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่หากมองผ่านมุมวิทยาศาสตร์สมอง ทุกคนจะมี aMCC เป็นศูนย์ควบคุม &#8220;พลังใจ&#8221; มันทำงานเหมือนกล้ามเนื้อ ยิ่งฝึกหนักยิ่งโต แต่ถ้าไม่ฝึกเลย มันก็จะฝ่อลง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“แต่ ‘พลังใจ’ เชื่อถือไม่ได้ แต่ละวันพลังใจของเราก็หมดลงเรื่อยๆ เช้ามาพลังใจเต็ม พอบ่ายๆ เจอเรื่องเครียด เจอนานาปัญหา พลังใจก็ร่อยหรอ นั่นคือเหตุผลที่เรามักตบะแตกกินของหวานตอนเย็น หรือแผนวิ่ง 30 วันล้มเหลวตั้งแต่สัปดาห์แรก”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Angela Duckworth นักเขียนเจ้าของหนังสือ Grit บอกว่า ความมุ่งมั่นเป็นเพียงส่วนของความสำเร็จ สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ &#8220;สภาพแวดล้อม&#8221; ที่เราเอาตัวเองไปอยู่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;อย่าเอาพลังใจไปสู้กับสิ่งแวดล้อม ให้เปลี่ยนสิ่งแวดล้อมมาสู้แทน&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Angela อธิบายว่ามนุษย์มีลูปพฤติกรรมอยู่ 3 อย่างคือ Situation สิ่งที่เราเผชิญอยู่ Thought สมองประมวลผลอัตโนมัติอย่างรวดเร็ว และ Response ผลลัพธ์ที่ตามมา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>วิธีแก้ที่ได้ผลที่สุด ไม่ใช่การเค้นพลังใจต้านความคิด แต่เป็นการเปลี่ยนสถานการณ์ตั้งแต่ต้นน้ำ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่ก็ใช่ว่าเราจะควบคุมสถานการณ์ต่างๆ ได้ เขาจึงเสนอ 4 ปัจจัยที่เราสามารถปรับเปลี่ยนได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li>พื้นที่ส่วนตัว (Personal Space) เช่น โต๊ะทำงาน, ตู้เย็น, จัดวางของให้เอื้อต่อเป้าหมาย</li>
<li>เพื่อนร่วมงาน/คนรอบข้าง (Peers) เลือกอยู่ใกล้คนที่เป้าหมายคล้ายกัน</li>
<li>เมนเทอร์ (Mentors) ทุกวันนี้หาได้ง่ายจากคอร์สออนไลน์ หนังสือ หรือยูทูบเบอร์ที่เราชื่นชอบ</li>
<li>วัฒนธรรม/ชุมชน (Community) เลือกร่วมกลุ่มหรือสังคมที่ผลักดันไปในทางที่ดี</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p>“มิโซกิไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่ ไม่ต้องไปวิ่งมาราธอนกลางทะเลทราย แต่อาจเป็นเรื่องเล็กๆ อย่างการเลิกเสพติดโซเชียล อ่านหนังสือให้จบเล่ม หรือซ่อมความสัมพันธ์”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สิ่งสำคัญคือ มิโซกิที่แท้จริงต้องมีความหมายต่อตัวเราเองจริงๆ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1257892" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/kbtg-techtopia-human-ai-master-8.jpg?x86112" alt="ภาพบรรยากาศงาน KBTG Techtopia: Human of Tomorrow บนเวทีเสวนาเกี่ยวกับบทบาทของมนุษย์ในยุค AI 8" width="1133" height="733" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section7" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">ส่องนวัตกรรม AI สุดเจ๋ง โซน Showcase Exhibition</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>และที่พลาดไม่ได้เลยคือโซน Showcase Exhibition ที่โชว์โปรเจคเจ๋งๆ และโซลูชันสุดล้ำมากมายจากทั้งในเครือ KBTG, KBank และพาร์ทเนอร์องค์กรชั้นนำต่างๆ อาทิG-Able ร่วมกับ HPE นำเสนอ Secure Data และ AI Infrastructure เพื่อเตรียมความพร้อมองค์กรสำหรับการประยุกต์ใช้ AI ขณะที่ MFEC ร่วมกับ Google, Cisco และ Splunk จัด Showcase นำเสนอแนวทางพัฒนา Agentic Workplace, Enterprise AI Use Cases, Technology Foundation, Data และ Security เพื่อขับเคลื่อน AI ที่ปลอดภัย พร้อมใช้งานจริง รวมไปถึง 2 กิจกรรมใหม่อย่าง Immersive Experience ค้นหาตัวตนของคุณในวันพรุ่งนี้ผ่าน Artifact ที่ใช่ และกิจกรรม Stamp Rally สะสมตราปั๊มให้ครบทั้ง 9 จุด นำไปแลกของรางวัลได้</p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>คนไทยใช้ AI ขั้นสูง 32% มากกว่าค่าเฉลี่ยโลกเท่าตัว แต่มีแค่ 2 ใน 10 ทีมที่เก็บวิธีทำงานใหม่ไว้เป็นขององค์กร</title>
							<url>https://thestandard.co/thai-ai-transformation-paradox/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/thai-ai-transformation-paradox-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>ถอดรหัสอนาคตสมาร์ทโฟนยุค AI กับ 4 บทเรียนเปลี่ยนโลกจาก Samsung</title>
							<url>https://thestandard.co/samsung-ai-smartphone-future/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/08/samsung-ai-smartphone-future-1.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>‘ความมั่นคงทางพลังงาน’ โจทย์ใหญ่ Gastech 2026 ของพลังงานโลก กลุ่มปตท. วางเกมพลังงานไทยอย่างไร? [ADVERTORIAL]</title>
							<url>https://thestandard.co/ptt-gastech-energy-security-thailand/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/ptt-gastech-energy-security-1.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/kbtg-techtopia-human-ai-master/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12580622</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1790059557000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2105678757000</endYmdtUnix>

			<title>วิลเลี่ยม-เอส เตรียมจัดแฟนคอน วันที่ 5-6 ธ.ค. นี้ ณ Impact Arena</title>
			<category>Culture</category>

			<publishTimeUnix>1790059557000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-09-22 13:45:57</publishTime>
			<updateTimeUnix>1790059557000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-09-22 13:45:57</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>วิลเลี่ยม-เอส เตรียมจัดแฟนคอน วันที่ 5-6 ธ.ค. นี้ ณ Impact Arena</title>
					<description>วิลเลี่ยม-เอส เตรียมจัดแฟนคอน วันที่ 5-6 ธ.ค. นี้ ณ Impact Arena</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/william-est-fancon-impact-cover.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/william-est-fancon-impact-cover.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>สองนักแสดงดาวรุ่งคู่หู วิลเลี่ยม จักรภัทร และ เอส ศุภ จาก GMMTV ประกาศจัดแฟนคอน WILLIAM EST REIGN TOGETHER CONCERT พร้อมปล่อย FULL SPOT เมื่อวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ภายใน FULL SPOT เผยให้เห็นคอนเซปต์สุดอลังการ กับผู้ปกครองเมืองทั้งสองที่มาบรรจบภายใต้ปราสาทเดียวกัน ถึงแม้ต่างคนต่างต้องฝ่าฟันอุปสรรคตามเส้นทางของตัวเอง แต่สุดท้ายแล้วพวกเขาก็ร่วมมือปกครองดินแดนแห่งนี้ด้วยกันท่ามกลางความยินดีและการเฉลิมฉลองของทุกคน ซึ่งเรื่องราวต่างๆ จะปรากฏในแฟนคอนครั้งนี้ พร้อมพาแฟนๆ ไปพบกับ แสง สี เสียง และสเตจสุดอลังการไปด้วยกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับ วิลเลี่ยม จักรภัทร และ เอส ศุภ เป็นคู่หูพาร์ตเนอร์มากความสามารถไม่ว่าจะเป็นอีกหนึ่งบทบาทของ วิลเลี่ยม กับการเป็นศิลปินบอยกรุ๊ปวง LYKN ที่ฝากผลงานเพลงฮิตไว้มากมาย ในขณะที่ เอส เขาเคยเป็นนักกีฬาว่ายน้ำดีกรีทีมชาติไทย ก่อนที่ทั้งคู่จะร่วมงานกันครั้งแรกในซีรีส์เรื่อง ThamePo Heart That Skips a Beat และผลงานล่าสุดอย่าง You maniac เดี๋ยวจะรักซะให้บ้า ที่กำลังออกอากาศอยู่ทุกวันเสาร์ ทางช่อง GMM25</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>มาร่วมเนรมิตพื้นที่คอนเสิร์ตให้กลายเป็นดินแดนแห่งความสุขภายใต้การปกครองของพวกเขา ที่ตั้งใจเตรียมโชว์สุดพิเศษมาให้กับแฟนๆ ใน WILLIAM EST REIGN TOGETHER CONCERT วันที่ 5-6 ธันวาคมนี้ ณ <a href="https://thestandard.co/tag/Impact-Arena/" target="_blank" rel="dofollow noopener">Impact Arena, Muang Thong Thani</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #999999;"><strong style="color: #999999;">ภาพ:</strong><span style="color: #999999;"> YouManiacSeries / X</span></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #999999;"><strong style="color: #999999;"><span style="color: #999999;"><strong style="color: #999999;">อ้างอิง:</strong> </span></strong><span style="color: #999999;"><a style="color: #999999; text-decoration: underline;" href="https://youtu.be/MxfCEW2Q9Lw?si=Qyd8Kg0OcWdEJ6fq" target="_blank" rel="noopener">https://youtu.be/MxfCEW2Q9Lw?si=Qyd8Kg0OcWdEJ6fq</a></span></span></p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>‘เตนล์’ &#8211; ‘เอส’ นำทีมเปิดโซน 20th Asian Games Playground ปลุกพลังเชียร์ทัพไทยในเอเชียนเกมส์ 2026</title>
							<url>https://thestandard.co/ten-est-asian-games-playground/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/ten-s-asian-games-1.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>GEMINI ART-VENTURE CONCERT พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีเจ้าของชื่อ เจมีไนน์</title>
							<url>https://thestandard.co/gemini-art-venture-concert/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/gemini-art-venture-concert-1.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>GMMTV เตรียมจัด STARLYMPICS 2026 วันที่ 28 พ.ย. นี้ ณ อิมแพ็ค อารีน่า</title>
							<url>https://thestandard.co/gmmtv-starlympics-2026/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/gmmtv-starlympics-2026-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/william-est-fancon-impact-arena/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12499323</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1788350265000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2103969465000</endYmdtUnix>

			<title>Rhode บุกยุโรป เตรียมขายใน 19 ประเทศที่ Sephora เริ่ม 30 กันยายนนี้</title>
			<category>Lifestyle</category>

			<publishTimeUnix>1788350265000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-09-02 18:57:45</publishTime>
			<updateTimeUnix>1788350372000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-09-02 18:59:32</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>Rhode บุกยุโรป เตรียมขายใน 19 ประเทศที่ Sephora เริ่ม 30 กันยายนนี้</title>
					<description>Rhode บุกยุโรป เตรียมขายใน 19 ประเทศที่ Sephora เริ่ม 30 กันยายนนี้</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/rhode-sephora-europe-cover.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/rhode-sephora-europe-cover.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา Tarang Amin ผู้บริหารแห่ง e.l.f. Beauty บริษัทบิวตี้ที่ซื้อกิจการแบรนด์ Rhode ของ <a href="https://thestandard.co/tag/Hailey-Bieber/" target="_blank" rel="dofollow noopener">Hailey Bieber</a> มาตั้งแต่ปี 2025 ได้พูดถึงความสำเร็จของแบรนด์ที่กลายเป็นปรากฏการณ์ของบริษัท ด้วยยอดขายถล่มทลาย และ ความต้องการสินค้าที่พุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้พวกเขาพร้อมเดินหน้าขยายสาขาแบรนด์ Rhode ในร้าน Sephora ทั่วพื้นที่ยุโรปอีกทั้งหมด 19 ประเทศ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นับตั้งแต่วันที่ 30 กันยายนนี้เป็นต้นไป Rhode จะเริ่มวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่โฟกัสกับการดูแลผิวผ่าน Sephora ทั้งทางออนไลน์ และ ทางร้านทั่วพื้นที่ยุโรป โดยจะเปิดตัวสาขาใหม่ในทั้งหมด 19 ประเทศ นั่นคือที่ เบลเยียม, บัลแกเรีย, โครเอเชีย, สาธารณรัฐเช็ก, เดนมาร์ก, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, กรีซ, อิตาลี, ลักเซมเบิร์ก, โมนาโก, โปแลนด์, โปรตุเกส, โรมาเนีย, เซอร์เบีย, สเปน (รวมไปถึงหมู่เกาะคานารี), สวีเดน, สวิตเซอร์แลนด์ และตุรเคีย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Rhode เผยว่าการขยายสาขาครั้งใหญ่นี้ นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสู่บันไดขั้นถัดไป และแบรนด์ก็มีเป้าหมายในการตีตลาดไปทั่วโลกด้วยการใช้กลยุทธ์ให้ลูกค้าได้เข้าถึงโปรดักต์ในร้าน โดยการขยายสาขาใน Sephora ไปทั่วยุโรปของ Rhode เกิดขึ้นหลังจากที่แบรนด์ประสบความสำเร็จอย่างสูงกับยอดขายของร้านใน Sephora ที่ สหรัฐอเมริกา, แคนาดา และ อังกฤษ เมื่อปีก่อน ซึ่งสำหรับการตีตลาดยุโรป Rhode ก็จะนำเสนอไอเท็มเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะที่ยุโรปและ อังกฤษ รวมไปถึงนำโปรดักต์ลิมิเต็ดเอดิชันกลับมาวางจำหน่ายใหม่ด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Hailey Bieber เปิดตัว Rhode เมื่อปี 2022 ในฐานะแบรนด์ สกินแคร์ วีแกน ก่อนที่จะขยายเข้าสู่การผลิตเครื่องสำอางเฉพาะโปรดักต์ที่ได้รับการคัดสรรมาอย่างดีอย่าง Hybrid Makeup ที่เป็นทั้งเมกอัพและสกินแคร์ไปในตัว โดยในไตรมาสที่ 1 ของปี 2027 (เมษายน-มิถุนายนที่ผ่านมา) Rhode สามารถกวาดรายได้ไปทั้งหมด 160 ดอลลาร์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #999999;"><strong style="color: #999999;">ภาพ:</strong><span style="color: #999999;"> Rhode</span></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #999999;"><strong style="color: #999999;">อ้างอิง:</strong><span style="color: #999999;"> <a style="color: #999999; text-decoration: underline;" href="https://th.fashionnetwork.com/news/Rhode-to-expand-european-distribution-with-sephora-from-september-30-launching-in-19-countries,1862089.html" target="_blank" rel="noopener">https://th.fashionnetwork.com/news/Rhode-to-expand-european-distribution-with-sephora-from-september-30-launching-in-19-countries,1862089.html</a></span></span></p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>It’s Time! Mariah Carey ประกาศทัวร์คริสต์มาสที่สหราชอาณาจักรและมอลตา</title>
							<url>https://thestandard.co/mariah-carey-christmas-tour-uk-malta/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/mariah-carey-christmas-tour-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>“แตกแยก-ขัดแย้ง” กูเตอร์เรส เลขาธิการ UN มองโลกอย่างไร ก่อนหมดวาระสิ้นปี 2026</title>
							<url>https://thestandard.co/guterres-un-divided-world/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/guterres-un-divided-world-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>‘สีหศักดิ์’ เปิดบทบาทไทยเวที UNGA81 ดันสันติภาพ-สิทธิมนุษยชน จับตาหารือปมกัมพูชา</title>
							<url>https://thestandard.co/sihasak-unga81-thailand-cambodia/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/sihasak-unga81-thailand-cambodia-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/rhode-sephora-europe/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12566184</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1789703238000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2105322438000</endYmdtUnix>

			<title>ชมคลิป: นับหนึ่งกับ REIT ลงทุนอสังหาฯ ยังไง ให้เงินไหลเข้าพอร์ตสม่ำเสมอ? | New Gen Investor EP.121</title>
			<category>Video</category>

			<publishTimeUnix>1789703238000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-09-18 10:47:18</publishTime>
			<updateTimeUnix>1789703238000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-09-18 10:47:18</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>ชมคลิป: นับหนึ่งกับ REIT ลงทุนอสังหาฯ ยังไง ให้เงินไหลเข้าพอร์ตสม่ำเสมอ? | New Gen Investor EP.121</title>
					<description>ชมคลิป: นับหนึ่งกับ REIT ลงทุนอสังหาฯ ยังไง ให้เงินไหลเข้าพอร์ตสม่ำเสมอ? | New Gen Investor EP.121</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/COVER-WEB-14.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/COVER-WEB-14.jpg</thumbnail>
				</image>
									<text>
						<content>
						<![CDATA[
							<iframe width="932" height="516" src="https://www.youtube.com/embed/gV-ZSWhfNPY" title="ชมคลิป: นับหนึ่งกับ REIT ลงทุนอสังหาฯ ยังไง ให้เงินไหลเข้าพอร์ตสม่ำเสมอ? | New Gen Investor EP.121" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture" allowfullscreen></iframe>
						]]>
						</content>
					</text>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>เวลาเราพูดถึงการลงทุน หลายคนนึกถึงหุ้นที่ราคาวิ่งขึ้น แต่มีสินทรัพย์อีกประเภทที่ไม่ต้องรอ วันขายก็มีเงินเข้าบัญชี นั่นคือ REIT</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>New Gen Investor ตอนนี้ เฟิร์น ศิรัถยา ชวนคุณศุภศิษย์ สิทธเศรษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ เรียล เอสเตท แมเนจเม้นท์ จำกัด มาจับมือทำความเข้าใจ REIT ตั้งแต่ศูนย์ REIT คืออะไร ต่างจากหุ้นปันผลหรือ หุ้นอสังหาริมทรัพย์ทั่วไปอย่างไร แล้วทำไมสามารถจ่ายปันผลให้เราได้สม่ำเสมอ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>พร้อม 5 ตัวเลขที่ต้องดูก่อนกดซื้อ REIT ตัวแรก และกรณีศึกษาจากกองทรัสต์ที่จ่ายประโยชน์ ตอบแทนต่อเนื่องมากว่า 10 ปี ว่าเบื้องหลังความสม่ำเสมอนั้นมีโครงสร้างอะไรรองรับ และมีความเสี่ยงอะไรที่คนซื้อเพราะปันผลมักมองข้าม</p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>WHART เพิ่มทุนคว้า ‘WGCL’ พ่วงสัญญาเช่า 30 ปี ดันพอร์ตทะลุ 5.6 หมื่นล้าน  [Advertorial]</title>
							<url>https://thestandard.co/whart-wgcl-idc-capital-increase/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/whart-wgcl-idc-capital-1.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>5 สัญญาณ ‘หนี้สาธารณะ’ กำลังกระทบพอร์ตคุณ</title>
							<url>https://thestandard.co/public-debt-affecting-portfolio/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/public-debt-affecting-portfolio-1.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>SCB EIC เผยผลสำรวจปี 2569 ดีมานด์ซื้อบ้านต่ำสุดรอบ 4 ปี คนไทย 56% เมินซื้อบ้านใน 5 ปี ชี้ตลาดมือสองและทางเลือกเช่าโตสวนทาง</title>
							<url>https://thestandard.co/scb-eic-housing-demand-lowest/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/scb-eic-housing-demand-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/new-gen-investor-ep-121/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12461355</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1790046013000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2105665213000</endYmdtUnix>

			<title>ถอดรหัสอนาคตสมาร์ทโฟนยุค AI กับ 4 บทเรียนเปลี่ยนโลกจาก Samsung</title>
			<category>Opinion</category>

			<publishTimeUnix>1790046013000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-09-22 10:00:13</publishTime>
			<updateTimeUnix>1790044909000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-09-22 09:41:49</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>ถอดรหัสอนาคตสมาร์ทโฟนยุค AI กับ 4 บทเรียนเปลี่ยนโลกจาก Samsung</title>
					<description>ถอดรหัสอนาคตสมาร์ทโฟนยุค AI กับ 4 บทเรียนเปลี่ยนโลกจาก Samsung</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/08/samsung-ai-smartphone-future-1.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/08/samsung-ai-smartphone-future-1.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p><span style="font-weight: 400;">งาน Galaxy ที่จัดขึ้น ณ กรุงลอนดอนที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่งานเปิดตัวมือถือใหม่ แต่ได้ส่งสัญญาณสำคัญที่บอกเราว่า อุปกรณ์จอสี่เหลี่ยมที่พกติดตัวกันมาร่วม 20 ปี กำลังเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนผ่าน เมื่อเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ก้าวเข้ามาเคาะประตูหน้าบ้าน บริบทการใช้งานสมาร์ทโฟนไม่ได้หยุดอยู่แค่การสร้างเครื่องที่บางลง เร็วขึ้น หรือพับได้ดีขึ้น แต่มันคือการรื้อถอนกรอบความคิดเดิมเพื่อปรับเปลี่ยนบทบาทของโทรศัพท์มือถือให้กลายเป็นศูนย์กลางแห่งการประมวลผลอัจฉริยะในชีวิตส่วนตัว พร้อมเปิดรับนิเวศดิจิทัลรูปแบบใหม่ที่จะเข้ามาเปลี่ยนวิถีชีวิตผู้คนไปตลอดกาล&nbsp;</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนี่คือ 4 บทเรียนสำคัญในการถอดรหัสอนาคตโลกสมาร์ทโฟนยุค AI ที่ซัมซุงกำลังฉายภาพให้เห็น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section1" style="border-left: 13px solid #ffcd00; padding-left: 15px; background: rgba(255, 255, 255, 0.25); backdrop-filter: blur(10px); -webkit-backdrop-filter: blur(10px); padding: 10px; border-radius: 10px; box-shadow: 0 4px 20px rgba(0,0,0,0.1); color: #000;">1. สมาร์ทโฟนยังไม่ตาย แต่เปลี่ยนบทบาทเป็น &#8220;Personal Entry Point&#8221;</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา เราคุ้นชินกับการยกโทรศัพท์ขึ้นมา ปลดล็อกหน้าจอ แตะเปิดแอปพลิเคชัน และพิมพ์ข้อความเพื่อค้นหาข้อมูล รูปแบบพฤติกรรมเดิมเริ่มเผชิญจุดอิ่มตัว เพราะสมาร์ทโฟนกำลังแปลงสภาพไปสู่การเป็น </span><b>Personal Entry Point</b><span style="font-weight: 400;"> หรือประตูบานแรกที่ทำหน้าที่เป็นสมองส่วนกลางเชื่อมต่อไปยังทุกอุปกรณ์ในชีวิต</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">นวัตกรรมหน้าจอพับอย่างสมาร์ตโฟนทรงหนังสือสัดส่วน 4:3 ที่บางลงและกางออกได้เต็มตา คือสะพานเชื่อมแรกในการเปลี่ยนผ่าน หน้าที่หลักของสมาร์ตโฟนจะเปลี่ยนจากการทำทุกอย่างจบในจอเดียว ไปเป็นการส่งต่อคำสั่งให้อุปกรณ์รอบตัว เช่น แว่นตาอัจฉริยะทำหน้าที่แทนดวงตา นาฬิกาและแหวนช่วยตรวจจับสุขภาพ ส่วนหูฟังรับหน้าที่แปลภาษา ทั้งหมดนี้ทำงานประสานกันโดยมีสมาร์ทโฟนเป็นตัวควบคุมหลัก เพื่อตอบโจทย์ชีวิตที่ลื่นไหลไร้รอยต่อของผู้ใช้งาน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section2" style="border-left: 13px solid #ffcd00; padding-left: 15px; background: rgba(255, 255, 255, 0.25); backdrop-filter: blur(10px); -webkit-backdrop-filter: blur(10px); padding: 10px; border-radius: 10px; box-shadow: 0 4px 20px rgba(0,0,0,0.1); color: #000;">2. AI Companion คืออะไร จะเข้ามาเปลี่ยนวิถีชีวิตเราได้อย่างไร</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความรำคาญจากการต้องคอยจัดการตารางชีวิตด้วยตัวเอง คือ Pain Point ที่ปัญญาประดิษฐ์ยุคใหม่ตั้งใจเข้ามาอุดรอยรั่ว ในอีกไม่นาน AI จะขยับขึ้นมาเป็น ‘</span><b>AI Companion’</b><span style="font-weight: 400;"> หรือเพื่อนคู่คิดที่เข้าใจบริบทและทำงานซ้อนอยู่เบื้องหลังทุกระบบอย่างแนบเนียน เทคโนโลยีนี้สามารถคาดเดาความต้องการล่วงหน้าและยื่นเสนอทางเลือกให้ทันท่วงที</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฟีเจอร์อย่าง Now Nudge และ Now Brief ของซัมซุงคือตัวอย่างของการทำงานล่วงหน้าโดยผู้ใช้ไม่ต้องออกปากสั่ง หากมีการพิมพ์สนทนากับเพื่อนเรื่องนัดหมายไปเที่ยว ระบบจะช่วยตรวจสอบปฏิทินงาน สภาพอากาศ พร้อมแนะนำสถานที่พักให้อัตโนมัติ สำหรับเรื่องความเป็นส่วนตัว ข้อมูลทั้งหมดจะเน้นประมวลผลบนตัวเครื่องผ่านระบบความปลอดภัย Knox Security ที่มีการแยกพาร์ทิชันข้อมูลอย่างชัดเจน การยิงข้อมูลสู่คลาวด์จะเกิดขึ้นต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากผู้ใช้เท่านั้น เพื่อมอบความไว้วางใจสูงสุด</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section3" style="border-left: 13px solid #ffcd00; padding-left: 15px; background: rgba(255, 255, 255, 0.25); backdrop-filter: blur(10px); -webkit-backdrop-filter: blur(10px); padding: 10px; border-radius: 10px; box-shadow: 0 4px 20px rgba(0,0,0,0.1); color: #000;">3. ทำไมแว่นตาอัจฉริยะถึงเป็นหมากใหม่ที่ต้องจับตามอง</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">จุดเริ่มต้นของ </span><b>Intelligent Eyewear</b><span style="font-weight: 400;"> มาจาก Customer Pain Point ที่มองว่าแว่นตาอัจฉริยะในอดีตมักจะหนา เทอะทะ และสวมใส่จริงในชีวิตประจำวันได้ยาก การร่วมมือกับแบรนด์แฟชั่นระดับโลกจึงถูกขับเคลื่อนด้วยเป้าหมายที่จะดีไซน์ให้แว่นมีความบางลง เบาลง และใช้งานได้จริงในทุกๆ วัน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่สำคัญคือการตอบโจทย์ Use Case จากความต้องการของลูกค้าจริงๆ เช่น ในวินาทีสำคัญที่คุณอยากบันทึกภาพความประทับใจหรือรอยยิ้มของลูก คุณไม่จำเป็นต้องเสียเวลาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดกล้องให้ขัดจังหวะโมเมนต์นั้นอีกต่อไป แต่สามารถใช้นวัตกรรมอย่าง Multimodal AI และมุมมองแบบ Point of View เพื่อบันทึกภาพความทรงจำผ่านสายตาของคุณได้ทันที ทำให้เทคโนโลยีไม่ได้อยู่แค่ในโลกดิจิทัล แต่ขยับเข้ามาเติมเต็มชีวิตจริงได้อย่างกลมกลืน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section4" style="border-left: 13px solid #ffcd00; padding-left: 15px; background: rgba(255, 255, 255, 0.25); backdrop-filter: blur(10px); -webkit-backdrop-filter: blur(10px); padding: 10px; border-radius: 10px; box-shadow: 0 4px 20px rgba(0,0,0,0.1); color: #000;">4. ซัมซุงเอาตัวรอดอย่างไรในสงครามชิปขาดแคลนที่เขย่าราคาไอทีทั่วโลก</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">กระแสความนิยมปัญญาประดิษฐ์ส่งผลให้ Data Center ทั่วโลกมีความต้องการชิปความจำมหาศาล เหตุการณ์นี้ลุกลามจนเกิดวิกฤต </span><b>Memory Shortage</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานการผลิตสมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์อย่างหนัก ผู้ผลิตหลายรายจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาสินค้าเนื่องจากขาดแคลนชิ้นส่วนสำคัญ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">การมีธุรกิจ Semiconductor และการผลิตชิปความจำของตนเอง กลายเป็นเกราะป้องกันสำคัญที่ช่วยให้จัดสรรวัตถุดิบเข้าสู่สายการผลิตได้ก่อนใคร แม้แนวโน้มราคาสินค้าเทคโนโลยีทั่วโลกจะต้องปรับตัวขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่การกุมซัพพลายเชนไว้ในมือช่วยให้สามารถบริหารต้นทุนได้ดีกว่า และสามารถชะลอการปรับขึ้นราคาให้กระทบถึงมือผู้บริโภคน้อยที่สุด</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สรุป 4 Key Takeaways สำหรับการปรับตัวในยุค AI</p>
<p>&nbsp;</p>
<ol>
<li><b>Shift to Personal Entry Point</b><span style="font-weight: 400;">: สมาร์ทโฟนปรับเปลี่ยนบทบาทจากอุปกรณ์ทำทุกอย่าง มาเป็นศูนย์กลางการบริหารจัดการนิเวศดิจิทัลรอบตัว</span></li>
<li><b>Contextual AI Companion</b><span style="font-weight: 400;">: การแข่งขันของปัญญาประดิษฐ์ขยับจากการตอบคำถาม ไปสู่การเข้าใจบริบทและนำเสนอสิ่งที่คุณต้องการได้ล่วงหน้า</span></li>
<li><b>Seamless Human-Centric Hardware</b><span style="font-weight: 400;">: เทคโนโลยีล้ำสมัยจะเกิดได้จริง ต้องถูกออกแบบจาก Pain Point ของผู้ใช้เพื่อสร้าง Use Case ที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน</span></li>
<li><b>Supply Chain Advantage</b><span style="font-weight: 400;">: ในยุคที่ชิปขาดแคลน การเป็นเจ้าของเทคโนโลยีขั้นสูงและบริหารจัดการซัพพลายเชนได้เอง คือปราการความได้เปรียบทางธุรกิจ</span></li>
</ol>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">หัวใจสำคัญของความสำเร็จของ SAMSUNG ไม่ได้อยู่ที่ความคุ้นชินเดิม แต่นำมาซึ่งการยึดค่านิยมองค์กรอย่าง Change หรือการกล้าเปลี่ยนแปลง ในวันที่เทคโนโลยีกำลังรื้อถอนวิถีเดิม ธุรกิจและคนทำงานที่กล้าเปลี่ยนบทบาทและเร่งสร้าง Ecosystem ของตัวเองโดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลางเท่านั้น จึงจะยืนหยัดเป็นผู้นำในอนาคตได้อย่างมั่นคง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><iframe loading="lazy" title="บุก Galaxy Unpacked 2026 ถอดรหัสอนาคตสมาร์ทโฟนยุค AI ที่ Samsung กำลังสร้าง |The Secret Sauce EP.986" width="500" height="281" src="https://www.youtube.com/embed/kR--sYI1UG4?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share" referrerpolicy="strict-origin-when-cross-origin" allowfullscreen></iframe></p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>ถอด Playbook มนุษย์ยุค AI บทเรียนสำคัญจากงาน KBTG Techtopia: Human of Tomorrow สู่การเป็น Master ของ AI [Advertorial]</title>
							<url>https://thestandard.co/kbtg-techtopia-human-ai-master/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/kbtg-techtopia-human-ai-1.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>คนไทยใช้ AI ขั้นสูง 32% มากกว่าค่าเฉลี่ยโลกเท่าตัว แต่มีแค่ 2 ใน 10 ทีมที่เก็บวิธีทำงานใหม่ไว้เป็นขององค์กร</title>
							<url>https://thestandard.co/thai-ai-transformation-paradox/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/thai-ai-transformation-paradox-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>สหรัฐฯ-จีนเห็นพ้องจัดตั้ง ‘สภาการค้า’ ก่อนสีพบทรัมป์สัปดาห์นี้ ตกลงอะไรกันอีกบ้าง</title>
							<url>https://thestandard.co/us-china-trade-council-xi-trump/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/09/us-china-trade-council-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/samsung-ai-smartphone-future/</sourceUrl>
		</article>

	</articles>
<!--
Performance optimized by W3 Total Cache. Learn more: https://www.boldgrid.com/w3-total-cache/

Page Caching using Disk: Enhanced (Requested URI is rejected) 

Served from: _ @ 2026-09-22 15:47:43 by W3 Total Cache
-->