<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?><articles><UUID>TSTD202608070549</UUID><time>1786081743</time>		<article>
			<ID>12311610</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1784113340000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2099732540000</endYmdtUnix>

			<title>ฟิตร่างกายลุย Hybrid Race กับโปรแกรมฝึกแบบ Team Under Armour</title>
			<category>LIFE</category>

			<publishTimeUnix>1784113340000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-07-15 18:02:20</publishTime>
			<updateTimeUnix>1784114528000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-07-15 18:22:08</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>ฟิตร่างกายลุย Hybrid Race กับโปรแกรมฝึกแบบ Team Under Armour</title>
					<description>ฟิตร่างกายลุย Hybrid Race กับโปรแกรมฝึกแบบ Team Under Armour</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-1.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-1.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>นอกจากจะเป็นที่พูดถึงกันในทุกกลุ่มของสายฟิตสายลุยแล้ว แต่ ‘Hybrid Race’ กีฬาสายวิ่งผสมสายฟิตเนสก็กำลังเป็นเป้าหมายที่รอการพิชิตของใครหลาย ๆ คนอย่างแน่นอน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แน่นอนว่าหลากหลายผู้พิชิตและหลากหลายทีมกำลังเตรียมตัวอย่างเข้มข้น รวมถึงที่ RYSE Arena เมื่อวันศุกร์ที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมาที่เหล่า TeamUA หรือ Team <a href="https://thestandard.co/tag/Under-Armour/" target="_blank" rel="dofollow noopener">Under Armour</a> ทั้ง 22 คนก็ได้เริ่มออกมา Full Body Shake เรียกเหงื่อเรียกแรงกันอย่างเข้มข้น ในอีก 5 สัปดาห์ข้างหน้าที่จะให้สายฟิตทุกคนได้ท้าทายตัวเองกันอีกครั้งในปีนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231147" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-1.jpg?x70826" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 1" width="1280" height="1700" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>ฟิต 5 สัปดาห์ก่อนแข่งกับ Under Armour</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ระยะเวลา 5 สัปดาห์ของแคมป์ฝึกซ้อม Team UA จะได้เจอกับโปรแกรมที่วางรากฐานการพัฒนาศักยภาพร่างกายอย่างเป็นระบบ เริ่มต้นจากการปรับพื้นฐานการเคลื่อนไหวเพื่อเตรียมความพร้อม ก่อนจะไต่ระดับความเข้มข้นไปสู่การจำลองสถานการณ์ในสนามแข่งจริง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231148" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-2.jpg?x70826" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 2" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ช่วงสัปดาห์แรกเริ่มด้วยการทดสอบ Movement Foundation เพื่อประเมินความพร้อม จากนั้นสร้าง Aerobic Base เสริมความทนทาน และยกระดับสู่ Strength Endurance สำหรับสถานีที่ใช้พละกำลัง พร้อมฝึกเทคนิค Transition การคุมเพซ และวางกลยุทธ์เฉพาะตัว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231149" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-3.jpg?x70826" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 3" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมื่อเข้าสู่โค้งสุดท้าย จะเน้น Race Simulation เพื่อฝึกซ้อมภายใต้ความกดดันและความเหนื่อยล้าจริง ก่อนเข้าช่วง Taper เพื่อลดการซ้อม ให้ร่างกายได้ฟื้นฟูและสะสมพลังงานเต็มเปี่ยมสำหรับวันแข่ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231151" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-4.jpg?x70826" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 4" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>เผยโฉม ‘Team UA’ ก่อนลง Full Body Shake</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับสัปดาห์แรกของ Team Under Armour ทั้ง 22 คนได้มาพบหน้ากันเพื่อทำความรู้จักและ Ice Breaking แบบฉบับสายฟิตสายลุยที่จะมาทำความรู้จักกันขณะ Planking และ Squat เรียกเหงื่อ ซึ่งแต่ละคนเดินเข้ามาพร้อมเป้าหมายที่แตกต่างกัน ทั้งการทำลายสถิติเดิมของตัวเอง หรือกลับมาทวงฟอร์มหลังผ่านสนามมา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ไม่ว่าจะเป็น Junior (@ju.nio.r12) และ Jaynoppa (@jaynoppa), Emma Arocha (@emmarchh), Pim Pimkanok (@pimmypiam) Pipe Kamtapong (@pipekubkib) นอกจากนี้ยังมี ‘รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น’ หนึ่งในนักกีฬา Under Armour มาเข้าร่วม Full Body Shakeout ในฐานะ Team UA ด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231152" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-5.jpg?x70826" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 5" width="1920" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โดยสำหรับคลาสสัปดาห์แรก TEAM UA เริ่มด้วย Easy Run ก่อนฝึกคุมแรงที่สถานี SkiErg และ RowErg ต่อด้วยโจทย์คู่อย่าง Sled Push ร่วมกับ Farmer Hold ที่ต้องถือ Kettlebell ให้มั่นคงขณะเพื่อนดัน Sled</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231153" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-6.jpg?x70826" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 6" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ครึ่งหลังทวีความเข้มข้นด้วย Burpee Broad Jump, Wall Ball, Walking Lunge และท่าท้าทายใจอย่าง Sandbag Reverse Lunge, Ab-mat Sit-up กับ Bearhug Sandbag Carry ในเวลาจำกัด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231154" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-7.jpg?x70826" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 7" width="1920" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แม้เป็นท่าที่คุ้นเคย แต่เมื่อฝึกต่อเนื่อง บททดสอบจริงคือการคุมหายใจและรักษาฟอร์มเพื่อออมแรง คลาสนี้ช่วยให้ทุกคนพบจุดแข็งและจุดที่ต้องปรับปรุง เพื่อเตรียมลุยต่อสำหรับการแข่งที่กำลังจะเข้ามา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231155" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-8.jpg?x70826" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 8" width="1920" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>เทรนก่อนเจอสนามจริงแบบ Team UA ได้กับยิมพาร์ตเนอร์</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>หากใครอยากฝึกร่างกายให้พร้อมกับเวทีท้าทายตัวเองใน Hybrid Race แบบ Team UA ก็ไม่ต้องอิจฉาไป เพราะ Under Armour เปิดโอกาสให้ทุก ๆ คนที่อยากเตรียมตัวก่อนลง Hybrid Race ได้เข้ามาฝึกในระบบเดียวกันด้วย โดยโปรแกรมนี้ร่วมมือกับยิมพาร์ตเนอร์ 3 แห่ง ได้แก่ RYSE Arena, ONTRACK Campus (เขตพระโขนง) และ FIT:D Thailand</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231156" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-9.jpg?x70826" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 9" width="1920" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่ละคลาสจะเป็นการค่อย ๆ ทำความเข้าใจองค์ประกอบที่จำเป็นต่อ Hybrid Race ตั้งแต่การสร้าง Aerobic Base การเพิ่ม Strength Endurance การควบคุมเพซ ไปจนถึงการฝึก Transition ระหว่างการวิ่งและสถานีต่าง ๆ ก่อนนำทุกอย่างมาทดลองร่วมกันผ่าน Race Simulation</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231157" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-10.jpg?x70826" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 10" width="1280" height="1700" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผู้สนใจร่วมซ้อมแบบ Team UA สามารถรับ Training Class Pass (3 เครดิต) เมื่อซื้อสินค้าครบ 6,900 บาทที่ Under Armour Brand House เพื่อเข้าเซสชันกับยิมพาร์ตเนอร์และแบ่งปันให้เพื่อนได้ โดยผู้ที่เข้าครบ 3 คลาสตามเงื่อนไข จะได้รับสิทธิ์ลงทะเบียน Race Simulation เพื่อทดสอบความพร้อมของร่างกาย จังหวะเปลี่ยนสถานี และแผนการแบ่งแรงก่อนเจอสนามจริง สามารถรับรายละเอียดและโค้ดลงทะเบียนได้จากทีมงานหน้าร้าน</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>มาทดสอบตัวเองเพื่อพัฒนาตัวเองไปอีกขั้น</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในการฝึกซ้อมสัปดาห์แรกนี้ Under Armour ได้ให้การสนับสนุนผู้ท้าชิง Hybrid Race อย่างเต็มที่กับทุกคนที่มีเป้าหมายเดียวกัน โดยมีระบบสนับสนุนตลอดเส้นทาง ทั้งโปรแกรมฝึก โค้ช ยิมพาร์ตเนอร์ เสื้อผ้าอุปกรณ์ และการฟื้นฟูร่างกาย ทำให้แบรนด์เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงการฝึก ความรู้ และคอมมูนิตี้ เพื่อผลักดันแนวคิด Make Athletes Better ให้เกิดขึ้นจริงผ่านการลงมือทำ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231158" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-11.jpg?x70826" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 11" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับใครที่กำลังมอง Hybrid Race เป็นเป้าหมายถัดไป อย่ารีรอให้ใกล้วันแข่ง เวลานี้คือเวลาที่ดีที่สุดแล้วที่จะได้ท้าทายตัวเอง และพัฒนาตัวเองไปในอีกขั้นก่อนการแข่งจริงในอีกไม่กี่สัปดาห์นี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231159" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-12.jpg?x70826" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 12" width="1920" height="1280" /><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231160" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-13.jpg?x70826" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 13" width="1920" height="1280" /></p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>BOYNEXTDOOR ขึ้นแท่นเป็นโกลบอลแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Under Armour</title>
							<url>https://thestandard.co/boynextdoor-under-armour-ambassador/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/boynextdoor-under-armour-ambassador-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>UNDER ARMOUR X MARINE SERRE แคปซูลคอลเล็กชันเพื่อฉลอง 30 ปีของแบรนด์กีฬา</title>
							<url>https://thestandard.co/under-armour-marine-serre-capsule/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/06/under-armour-marine-serre-1.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>สเตฟเฟน เคอร์รี แยกทาง Under Armour หลังร่วมงานกันนาน 13 ปี</title>
							<url>https://thestandard.co/stephen-curry-parts-under-armour/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2025/11/stephen-curry-parts-under.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/under-armour-hybrid-race-training/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12392811</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1786081221000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2101700421000</endYmdtUnix>

			<title>ม่านเศรษฐกิจเปิด แต่เงินยังไม่ไหล</title>
			<category>News</category>

			<publishTimeUnix>1786081221000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-08-07 12:40:21</publishTime>
			<updateTimeUnix>1786081221000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-08-07 12:40:21</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>ม่านเศรษฐกิจเปิด แต่เงินยังไม่ไหล</title>
					<description>ม่านเศรษฐกิจเปิด แต่เงินยังไม่ไหล</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/08/myanmar-economy-open-money-cover.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/08/myanmar-economy-open-money-cover.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p><b>การเยือนไทยพร้อมคณะธุรกิจของ<a href="https://thestandard.co/tag/Min-Aung-Hlaing/" target="_blank" rel="dofollow noopener">มิน อ่อง หล่าย</a> สะท้อนความพยายามฟื้นความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ แต่ รศ. ดร.นิสิต พันธมิตร ชี้ว่า โอกาสจะยังไม่เปลี่ยนเป็นการลงทุนจริง หากเมียนมาไม่ปลดล็อกข้อจำกัดด้านเงินตราต่างประเทศ กฎนำเข้า-ส่งออก และวิกฤตความเชื่อมั่นต่อระบบธนาคาร</b></p>
<p>&nbsp;</p>
<div style="background: #fff; border-radius: 16px; padding: 20px; box-shadow: 0 10px 25px rgba(0,0,0,0.12); max-width: 600px;">
<div style="margin-bottom: 12px;">
<h2 style="font-size: 22px; font-weight: bold;">ประเด็นสำคัญ</h2>
<div style="height: 6px; background-color: #e62227; margin-top: 6px; width: 100%;">&nbsp;</div>
</div>
<ul style="padding-left: 20px; margin: 0; list-style: disc;">
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section1">จากม่านปิดสู่ ‘เศรษฐกิจแบบม่านเปิด’</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section2">คอขวดไม่ใช่การขาดโอกาส แต่คือเงินเข้าออกไม่ได้</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section3">ความเชื่อมั่นต้องมาก่อนเทคโนโลยีการเงิน</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section4">โอกาสของไทยยังมี แต่ต้องไม่ประเมินความเสี่ยงต่ำเกินไป</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section5">Engage ได้ แต่ต้องกำหนดผลลัพธ์ให้ชัด</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section6">ม่านเปิดแล้ว แต่ระบบหลังม่านยังต้องพิสูจน์ตัวเอง</a></li>
</ul>
</div>
<p>&nbsp;<br />
&nbsp;</p>
<p>การเยือนไทยอย่างเป็นทางการของ พล.อ. อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ระหว่างวันที่ 6-7 สิงหาคม 2569 ตามคำเชิญของนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะแขกของรัฐบาล ไม่ได้มีความหมายเพียงในเชิงพิธีการ แต่เป็นบททดสอบสำคัญของความสัมพันธ์ไทย-เมียนมาในช่วงที่ทั้งสองประเทศต้องเผชิญปัญหาร่วมกัน ทั้งการค้าชายแดน พลังงาน แรงงาน ความมั่นคง และอาชญากรรมข้ามชาติ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า การเยือนครั้งนี้สะท้อนการกลับมาพูดคุยกันอีกครั้งหรือไม่ แต่คือจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้เพียงใด โดยเฉพาะในบริบทที่ระบบการเงิน กฎการค้า และความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจเมียนมายังเป็นข้อจำกัดสำคัญต่อการลงทุน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>การเยือนเกิดขึ้นภายใต้บริบทที่ไทยเสนอแนวทาง <b>Calibrated Re-Engagement</b> หรือการกลับมามีปฏิสัมพันธ์กับเมียนมาอย่างระมัดระวังและเป็นขั้นเป็นตอน โดยให้เหตุผลว่า การพูดคุยโดยตรงยังจำเป็นต่อการแก้ปัญหาที่กระทบทั้งไทย เมียนมา และภูมิภาค ขณะเดียวกัน ไทยยังยืนยันถึงความสำคัญของกระบวนการสันติภาพและฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อย่างไรก็ตาม การยกระดับความสัมพันธ์ย่อมมาพร้อมคำถามว่า ผลลัพธ์ที่ไทยจะได้รับคืออะไร และการเปิดพื้นที่ให้รัฐบาลเมียนมากลับเข้าสู่ความร่วมมือระดับภูมิภาคจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในทางปฏิบัติหรือไม่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>THE STANDARD WEALTH สัมภาษณ์พิเศษ <b>รศ. ดร.นิสิต พันธมิตร นักเศรษฐศาสตร์จากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่</b> ถึงความหมายทางเศรษฐกิจของการเยือนครั้งนี้ โอกาสของภาคธุรกิจไทย และข้อจำกัดที่ยังขวางการฟื้นตัวของความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section1" style="border-left: 12px solid #c19380; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">จากม่านปิดสู่ ‘เศรษฐกิจแบบม่านเปิด’</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>นิสิตมองว่า การที่มิน อ่อง หล่ายเดินทางมาพร้อมตัวแทนภาคธุรกิจจำนวนมาก ไม่ใช่เพียงส่วนประกอบของพิธีการ แต่เป็นความพยายามส่งสัญญาณว่า เมียนมาต้องการกลับมาเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจไทยอีกครั้ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“ผมเรียกตอนนี้ว่าเป็นเศรษฐกิจแบบม่านเปิด”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คำว่า ‘ม่านเปิด’ ไม่ได้หมายความว่าเศรษฐกิจเมียนมากลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แต่หมายถึงภาคธุรกิจเริ่มมองเห็นช่องทางเจรจาและความเป็นไปได้ใหม่ หลังเผชิญความไม่แน่นอนต่อเนื่องมาหลายปี</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นิสิตตั้งข้อสังเกตว่า การรวบรวมคณะธุรกิจขนาดใหญ่ให้เดินทางมาพร้อมกันภายในเวลาอันรวดเร็ว สะท้อนว่ารัฐบาลเมียนมาต้องการให้ภาคธุรกิจมีบทบาทเป็นกลไกสำคัญในการฟื้นความสัมพันธ์กับไทย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่การเปิดม่านทางการทูตยังไม่เท่ากับการเปิดระบบเศรษฐกิจ การพบกันของผู้นำและการจัดเวทีธุรกิจสามารถสร้างบรรยากาศเชิงบวกได้ ทว่าไม่สามารถทดแทนระบบการเงินที่เชื่อถือได้หรือกฎระเบียบที่ผู้ประกอบการสามารถคาดการณ์ได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section2" style="border-left: 12px solid #c19380; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">คอขวดไม่ใช่การขาดโอกาส แต่คือเงินเข้าออกไม่ได้</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>นิสิตประเมินว่า ภาคธุรกิจไทยไม่ได้ขาดความสนใจในเมียนมา ไทยมีทั้งเงินทุน เครื่องจักร เทคโนโลยี บุคลากร และประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจในประเทศเพื่อนบ้าน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สิ่งที่ยังขาดคือระบบที่ทำให้เงิน สินค้า และผลตอบแทนจากการลงทุนเคลื่อนย้ายได้อย่างถูกต้องและเป็นปกติ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อ.นิสิตมองว่า ภาคธุรกิจไทยมีความพร้อม แต่ผลลัพธ์จากการเยือนจะเกิดขึ้นจริงได้ก็ต่อเมื่อเมียนมาปลดล็อกข้อจำกัดด้านการเงินที่ยังเป็นอุปสรรคต่อการค้าและการลงทุน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ข้อจำกัดสำคัญครอบคลุมตั้งแต่การเข้าถึงเงินตราต่างประเทศ อัตราแลกเปลี่ยนที่แตกต่างระหว่างช่องทางทางการกับตลาดจริง การขอใบอนุญาตนำเข้า ตลอดจนกฎที่เชื่อมการนำเข้าสินค้าเข้ากับรายได้จากการส่งออก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมื่อผู้ประกอบการไม่สามารถเข้าถึงเงินตราต่างประเทศได้เพียงพอ การนำเข้าวัตถุดิบ น้ำมัน และเครื่องจักรก็เกิดขึ้นได้ยาก ภาคการผลิตจึงไม่สามารถเดินได้เต็มที่ และยิ่งทำให้รายได้จากการส่งออกลดลง กลายเป็นวงจรที่กดทับกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งระบบ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อีกคำถามสำคัญคือ นักลงทุนจะสามารถนำเงินทุนและกำไรกลับออกจากเมียนมาได้หรือไม่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับผู้ประกอบการขนาดเล็ก ธุรกรรมบางส่วนอาจยังอาศัยช่องทางไม่เป็นทางการ แต่สำหรับบริษัทขนาดใหญ่ โดยเฉพาะบริษัทจดทะเบียนซึ่งต้องปฏิบัติตามกฎหมาย มาตรการคว่ำบาตร และหลักธรรมาภิบาล การใช้ช่องทางดังกล่าวไม่ใช่ทางเลือกที่ยอมรับได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สิ่งที่นักลงทุนต้องการจึงไม่ใช่เพียงคำเชิญให้กลับเข้าไปลงทุน แต่คือความชัดเจนว่า จะนำเงินเข้าอย่างไร ชำระค่าสินค้าผ่านช่องทางใด และสามารถนำรายได้หรือกำไรกลับออกมาได้ภายใต้กติกาที่ตรวจสอบได้หรือไม่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หากคำถามพื้นฐานเหล่านี้ยังไม่มีคำตอบ ข้อตกลงที่ประกาศบนเวทีก็อาจไม่สามารถเปลี่ยนเป็นโครงการลงทุนจริง</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section3" style="border-left: 12px solid #c19380; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">ความเชื่อมั่นต้องมาก่อนเทคโนโลยีการเงิน</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>เบื้องหลังข้อจำกัดด้านเงินตราต่างประเทศคือปัญหาที่ลึกกว่า คือความเชื่อมั่นของประชาชนและภาคธุรกิจต่อระบบธนาคาร</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นิสิตอธิบายว่า ความผันผวนทางการเมืองและการเปลี่ยนแปลงกฎทางการเงินบ่อยครั้ง ทำให้ประชาชนจำนวนหนึ่งเลือกถือเงินสดหรือทำธุรกรรมนอกระบบ มากกว่านำเงินเข้าสู่ธนาคาร</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“ทุกคนต้องเชื่อมั่นในระบบก่อน แต่ตอนนี้ความเชื่อมั่นในระบบมันสูญเสียไป”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมื่อประชาชนไม่แน่ใจว่าจะสามารถถอนหรือใช้เงินฝากได้ตามต้องการ เงินก็ไม่ไหลเข้าสู่ระบบธนาคาร เมื่อธนาคารไม่มีฐานเงินฝากเพียงพอ ความสามารถในการปล่อยสินเชื่อและสนับสนุนการค้าก็ลดลงตามไปด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>การพัฒนาระบบชำระเงินดิจิทัลหรือการเชื่อมโยงการชำระเงินข้ามพรมแดนอาจช่วยให้ธุรกรรมสะดวกขึ้น แต่เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวไม่สามารถทดแทนความน่าเชื่อถือของสถาบันการเงินได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โจทย์สำคัญของธนาคารกลางเมียนมาจึงไม่ใช่เพียงการควบคุมค่าเงิน แต่คือการทำให้ภาคธุรกิจมั่นใจว่า กฎจะมีความต่อเนื่อง เงินฝากจะสามารถใช้ได้ และผู้ประกอบการจะได้รับการปฏิบัติภายใต้มาตรฐานเดียวกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section4" style="border-left: 12px solid #c19380; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">โอกาสของไทยยังมี แต่ต้องไม่ประเมินความเสี่ยงต่ำเกินไป</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>นิสิตมองว่า เศรษฐกิจไทยและเมียนมามีลักษณะเกื้อกูลกัน หรือเป็น <b>Complementary Economies</b></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ไทยมีเงินทุน เครื่องจักร ทักษะด้านการผลิต ระบบบริการ และความรู้เกี่ยวกับตลาด ขณะที่เมียนมามีแรงงาน ทรัพยากร ตลาดภายในประเทศ และความต้องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โอกาสจึงมีตั้งแต่อุตสาหกรรมเกษตรและแปรรูปอาหาร โรงงานประกอบชิ้นส่วน โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและโทรคมนาคม ไปจนถึงการค้าปลีก การท่องเที่ยว การศึกษา การแพทย์ และบริการสุขภาพ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ไทยยังมีข้อได้เปรียบจากความใกล้ชิดทางภูมิศาสตร์ ความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่สะสมมานาน และความเข้าใจสภาพตลาดมากกว่านักลงทุนจากประเทศที่อยู่ห่างไกล</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นิสิตกล่าวว่า สิ่งที่ผู้ประกอบการเมียนมาต้องการสื่อถึงภาคธุรกิจไทยคือ “อย่าทิ้งเราไปไหน” เพราะหากสถานการณ์เปิดมากขึ้น ผู้ประกอบการที่ยังรักษาเครือข่าย บุคลากร และความเข้าใจพื้นที่ไว้ จะสามารถกลับเข้าไปดำเนินธุรกิจได้เร็วกว่าผู้เล่นรายใหม่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่การรักษาความสัมพันธ์ไม่ควรถูกตีความว่าไทยต้องเร่งลงทุนโดยลดมาตรฐานการประเมินความเสี่ยง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมียนมาในปัจจุบันมีโครงสร้างอำนาจที่ซับซ้อน หลายพื้นที่ยังมีผู้ควบคุมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายกลุ่ม การรับรองจากรัฐบาลกลางเพียงฝ่ายเดียวจึงอาจไม่เพียงพอ นักลงทุนต้องประเมินทั้งความปลอดภัย เส้นทางขนส่ง คู่ค้า ความเสี่ยงจากมาตรการคว่ำบาตร และความสามารถในการบังคับใช้สัญญา</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section5" style="border-left: 12px solid #c19380; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">Engage ได้ แต่ต้องกำหนดผลลัพธ์ให้ชัด</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับนิสิต ไทยไม่สามารถเลือกว่าจะมีเมียนมาเป็นเพื่อนบ้านหรือไม่ ทั้งสองประเทศเชื่อมโยงกันผ่านพรมแดน แรงงาน การค้า พลังงาน และความมั่นคง การตัดช่องทางพูดคุยจึงไม่ได้ทำให้ปัญหาเหล่านี้หายไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“ความเห็นต่างได้ แต่ประเทศต้องไปต่อ”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ความจำเป็นในการพูดคุยไม่ควรถูกใช้เป็นเหตุผลให้ไทยลดทอนคำถามเรื่องความรับผิดชอบ หรือรีบนำความสัมพันธ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยไม่มีเงื่อนไข</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คำว่า Calibrated Re-Engagement จะมีความหมายก็ต่อเมื่อไทยสามารถชี้ให้เห็นได้ว่า การกลับมามีปฏิสัมพันธ์ทำให้เกิดผลลัพธ์อะไร</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>กฎเงินตราต่างประเทศมีความแน่นอนขึ้นหรือไม่ การค้าชายแดนเข้าสู่ระบบมากขึ้นหรือไม่ นักลงทุนสามารถโอนรายได้อย่างถูกกฎหมายได้หรือไม่ และความร่วมมือในการแก้ปัญหาสแกมเมอร์ ยาเสพติด ความมั่นคงชายแดน และมลพิษข้ามพรมแดนมีผลในทางปฏิบัติเพียงใด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ตัวชี้วัดเหล่านี้สำคัญกว่าจำนวนคณะธุรกิจ จำนวน MOU หรือภาพพิธีต้อนรับ เพราะเป็นสิ่งที่จะบอกได้ว่า การเยือนครั้งนี้ช่วยเปลี่ยนเงื่อนไขทางเศรษฐกิจและความมั่นคงจริง หรือเป็นเพียงการเปิดพื้นที่ทางการทูตให้รัฐบาลเมียนมา</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section6" style="border-left: 12px solid #c19380; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">ม่านเปิดแล้ว แต่ระบบหลังม่านยังต้องพิสูจน์ตัวเอง</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>การเยือนไทยอย่างเป็นทางการของมิน อ่อง หล่าย อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ และเปิดช่องให้ไทยนำปัญหาที่กระทบประชาชนโดยตรงกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่ความสำเร็จไม่ควรวัดจากระดับของพิธีต้อนรับ หรือมูลค่าความร่วมมือที่ประกาศในระหว่างการเยือน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับภาคธุรกิจ ตัวชี้วัดคือเงินสามารถเข้าและออกได้หรือไม่ กฎการค้ามีความชัดเจนเพียงใด และระบบธนาคารสามารถฟื้นความเชื่อมั่นได้หรือยัง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับรัฐบาลไทย ตัวชี้วัดคือการ Engage ช่วยลดปัญหาข้ามแดน อาชญากรรม และความไม่แน่นอนตามแนวชายแดนได้จริงหรือไม่ โดยไม่ทำให้ไทยกลายเป็นเพียงพื้นที่สำหรับฟื้นสถานะทางการเมืองของรัฐบาลเมียนมา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ม่านทางเศรษฐกิจอาจเริ่มเปิดแล้ว แต่ก่อนที่เงินทุนจะกลับเข้าไป เมียนมาต้องพิสูจน์ว่า พร้อมสร้างกติกาที่ชัดเจน โปร่งใส และทำให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจอยู่ในระบบได้จริง</p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>มท.4 เร่งเคลียร์ใบอนุญาตโรงแรมภูเก็ตค้างกว่า 6 ปี ตั้งเป้าจบ ก.ย. ยกเป็นโมเดลแก้ทั้งประเทศ</title>
							<url>https://thestandard.co/phuket-hotel-license-backlog-september-2026/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/08/phuket-hotel-license-backlog-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>อนุทินกำชับกำนัน ผู้ใหญ่บ้านคุมเข้มปืน ย้ำไม่อนุญาตประชาชน-ขรก.ไร้หน้าที่พกปืนออกนอกเคหสถาน หวั่นพฤติกรรมลอกเลียนแบบ จ่อลงพื้นที่เกิดเหตุ</title>
							<url>https://thestandard.co/anutin-tightens-gun-control-copycat/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/08/anutin-tightens-gun-control-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>‘วรศิษฎ์’ เผยประกาศบัญชีผู้สอบผ่านท้องถิ่นใหม่วันนี้ วางไทม์ไลน์บรรจุแทน 5,925 ราย เริ่ม ต.ค.</title>
							<url>https://thestandard.co/local-officials-appointments-october/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/08/local-officials-appointments-october-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/myanmar-economy-open-money-not-flowing/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12392132</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1786078552000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2101697752000</endYmdtUnix>

			<title>BLACKPINK ร่วมงานกับพิพิธภัณฑ์แห่งชาติเกาหลี ปล่อยคอลเล็กชันครบรอบ 10 ปีการเดบิวต์</title>
			<category>Culture</category>

			<publishTimeUnix>1786078552000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-08-07 11:55:52</publishTime>
			<updateTimeUnix>1786078825000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-08-07 12:00:25</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>BLACKPINK ร่วมงานกับพิพิธภัณฑ์แห่งชาติเกาหลี ปล่อยคอลเล็กชันครบรอบ 10 ปีการเดบิวต์</title>
					<description>BLACKPINK ร่วมงานกับพิพิธภัณฑ์แห่งชาติเกาหลี ปล่อยคอลเล็กชันครบรอบ 10 ปีการเดบิวต์</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/08/blackpink-national-museum-collection-cover.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/08/blackpink-national-museum-collection-cover.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p><a href="https://thestandard.co/tag/BLACKPINK/" target="_blank" rel="dofollow noopener">BLACKPINK</a> เตรียมปล่อยไอเท็มจากคอลเล็กชันพิเศษที่ร่วมงานกับ MU:DS แบรนด์ของพิพิธภัณฑ์แห่งชาติเกาหลี เพื่อฉลองครบรอบ 10 ปีของการเดบิวต์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คอลเล็กชัน BLACKPINK HERITAGE มีไอเท็มใหม่ทั้งหมด 7 ชิ้น ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจาก Jeogui Wonbon (ลวดลายบนฉลองพระองค์ของจักรพรรดินีของเกาหลี) ซึ่งกระดาษแบบร่างของแพตเทิร์นทำลวดลายนี้ก็ถูกจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ด้วย โดยมีทั้งลวดลายไก่ฟ้า 12 แถว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของจักรพรรดินี รวมทั้งลวดลายดอกบ๊วยที่สื่อถึงจักรวรรดิของเกาหลีเช่นกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>YG Plus ยังกล่าวว่าคอลเล็กชันนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อสะท้อนถึงมรดกของเกาหลีที่มีมาอย่างยาวนานและกลายเป็นคุณค่าสำคัญที่ผู้คนยกย่อง ซึ่งการที่นำเอาลวดลายของราชวงศ์มาออกแบบในงานดีไซน์ก็ถือว่าเป็นการสร้างแบรนด์มากกว่าการเป็นแค่เพียงสินค้าของศิลปินทั่วไป<b> </b>ส่วนแฟนๆ คนไหนที่อยากจับจองผลงานชุดนี้ ไอเท็มต่างๆ ก็จะจัดแสดงในร้านขายสินค้าของพิพิธภัณฑ์ แต่จะมีการเปิดให้สั่งจองล่วงหน้าในร้านค้าของ YG Select ด้วยเช่นกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #999999;"><b><span style="color: #999999;"><strong style="color: #999999;">อ้างอิง:</strong></span></b></span><br />
<span style="color: #999999;"><b><a style="color: #999999; text-decoration: underline;" href="https://www.koreatimes.co.kr/entertainment/k-pop/20260807/blackpink-marks-10th-anniversary-with-national-museum-heritage-collection" target="_blank" rel="noopener">https://www.koreatimes.co.kr/entertainment/k-pop/20260807/blackpink-marks-10th-anniversary-with-national-museum-heritage-collection</a></b></span><br />
<span style="color: #999999;"><b><span style="color: #999999;"><strong style="color: #999999;">ภาพ:</strong> </span></b>Emma McIntyre/Getty Images for Coachella</span></p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>ตกรอบบอลโลก ตำรวจบุก KFA แฉแผลเก่า 15 ปี เกิดอะไรขึ้นกับฟุตบอลเกาหลีใต้?</title>
							<url>https://thestandard.co/south-korea-world-cup-kfa-scandal/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/08/south-korea-world-cup-kfa-scandal.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>มากกว่าเกมปรีซีซัน! ‘เสื้อบอลรุ่นพิเศษ’ บอกเล่าเอกลักษณ์ของแต่ละเมือง</title>
							<url>https://thestandard.co/special-football-kits-city-identity/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/08/special-football-kits-city-1.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>จับตาสมรภูมิ ‘เทค-AI’ สหรัฐฯ-จีน เจาะลึกหุ้นกลุ่มได้-เสียประโยชน์ และกลยุทธ์จัดพอร์ตสู้ศึก Mega Trend 3-5 ปีข้างหน้า</title>
							<url>https://thestandard.co/us-china-ai-stocks-megatrend/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/08/us-china-ai-stocks-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/blackpink-national-museum-collection/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12391623</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1786072061000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2101691261000</endYmdtUnix>

			<title>Rhode ทำยอดขายสูงถึง 893 ล้านบาทภายใน 1 วันกับซัมเมอร์คอลเล็กชันล่าสุด</title>
			<category>Lifestyle</category>

			<publishTimeUnix>1786072061000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-08-07 10:07:41</publishTime>
			<updateTimeUnix>1786072353000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-08-07 10:12:33</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>Rhode ทำยอดขายสูงถึง 893 ล้านบาทภายใน 1 วันกับซัมเมอร์คอลเล็กชันล่าสุด</title>
					<description>Rhode ทำยอดขายสูงถึง 893 ล้านบาทภายใน 1 วันกับซัมเมอร์คอลเล็กชันล่าสุด</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/08/rhode-summer-collection-sales-cover.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/08/rhode-summer-collection-sales-cover.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>Rhode แบรนด์ที่ก่อตั้งโดย <a href="https://thestandard.co/tag/Hailey-Bieber/" target="_blank" rel="dofollow noopener">Hailey Bieber</a> ยังคงเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ที่เปิดตัวแบรนด์เมื่อปี 2022 โดยล่าสุดบริษัทแม่อย่าง e.l.f. Beauty ได้รายงานผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 1 ของปี 2027 ตามปีงบประมาณบริษัท ซึ่งนับตั้งแต่เดือนเมษายนไปจนถึงเดือนมิถุนายนปีนี้ ที่พบว่ามียอดขายสูงขึ้น 36% ในจำนวน 479.4 ล้านดอลลาร์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ถึงแม้ว่าบริษัทจะมียอดขายเติบโตขึ้นติดต่อกันมาถึง 30 ไตรมาส แต่ความสำเร็จของแบรนด์ Rhode ที่ e.l.f. Beauty เข้าซื้อกิจการมาในปี 2025 ด้วยสนนราคา 1 พันล้านดอลลาร์ เป็นสิ่งที่โดดเด่นที่สุดในการประชุมนักลงทุนประจำไตรมาสแรกของปี 2027 โดยเฉพาะเมื่อแบรนด์ทำยอดขายได้ 160 ล้านดอลลาร์ภายในช่วงเวลาดังกล่าว โดย Tarang Amin ผู้บริหารแห่ง e.l.f. Beauty เผยว่า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“Rhode เป็นแบรนด์แห่งปรากฏการณ์ ผมทำงานอยู่ในการตลาดผู้บริโภคมานาน 35 ปี แต่นี่น่าจะเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่พิเศษสุดที่ผมเคยพบเจอมาเลย สิ่งที่ Rhode นำมาสู่บริษัทของเราคือการเติบโตครั้งยิ่งใหญ่ และ เราเชื่อว่า Rhode อาจกลายเป็นแบรนด์ บิวตี ที่ทำรายได้สุทธิต่อปีถึง 1 พันล้านดอลลาร์ได้ไวที่สุด ด้วยองค์ประกอบของการคัดสรรประเภทโปรดักต์และโมเดลด้านการสร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าอันแข็งแกร่งได้ส่งผลให้ความต้องการสินค้าในหมู่ผู้บริโภคสูงเป็นประวัติการณ์ไปแล้ว”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Tarang Armin เล่าถึงความสำเร็จของการเปิดตัว Rhode ที่ร้าน Sephora ในอเมริกาเหนือและยุโรปตั้งแต่ช่วงท้ายปี 2025 รวมไปถึงการวางจำหน่าย Rhode ผ่านร้านรีเทล Mecca ในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ที่สุดท้ายแล้วแบรนด์ดังกล่าวก็ขึ้นท็อปอันดับ 1 ของแบรนด์ บิวตี ของทั้งสองร้าน และด้วยกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยม บริษัทจึงเตรียมขยายธุรกิจ Rhode สู่ร้าน Sephora อีก 19 ประเทศทั่วพื้นที่ยุโรป</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นอกจากนั้น Tarang Armin ยังกล่าวถึงซัมเมอร์คอลเล็กชันล่าสุดของ Rhode ที่เปิดตัวในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาและกลายเป็นไวรัลในโซเชียลมีเดียจนกระทั่งสามารถทำยอดขายแบบ Direct-to-Consumer ได้ถึง 27 ล้านดอลลาร์ หรือราว 893 ล้านบาทภายใน 1 วัน โดยนับสถิติลูกค้าใหม่ได้ 90,000 ชีวิต และยังมีลูกค้าอีก 70% ที่กลับมาซื้อของแบรนด์ Rhode ซ้ำๆ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #999999;"><strong style="color: #999999;">ภาพ:</strong><span style="color: #999999;"> Rhode</span></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #999999;"><strong style="color: #999999;">อ้างอิง:</strong><span style="color: #999999;"> <a style="color: #999999; text-decoration: underline;" href="https://www.glossy.co/beauty/rhode-sells-27-million-dtc-in-one-day-plots-19-country-expansion/" target="_blank" rel="noopener">https://www.glossy.co/beauty/rhode-sells-27-million-dtc-in-one-day-plots-19-country-expansion/</a></span></span></p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>Hailey Bieber ขึ้นแคมเปญ Miu Miu คอลเล็กชัน Fall/Winter 2026</title>
							<url>https://thestandard.co/hailey-bieber-miu-miu-campaign/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/hailey-bieber-miu-miu-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>Jung Saem Mool เตรียมเข้าตลาดอเมริกาครั้งแรก ด้วยการขายที่ Sephora</title>
							<url>https://thestandard.co/jung-saem-mool-sephora-us-launch/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/jung-saem-mool-sephora-cover-1.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>Jung Saem Mool เตรียมเข้าตลาดอเมริกาครั้งแรก ด้วยการขายที่ Sephora</title>
							<url>https://thestandard.co/jung-saem-mool-sephora-us/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/jung-saem-mool-sephora-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/rhode-summer-collection-sales/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12247104</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1782732506000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2098351706000</endYmdtUnix>

			<title>ชมคลิป: ปตท. ในสมรภูมิพลังงานโลก: รับมือความไม่แน่นอนอย่างไร ให้มั่นคงและยั่งยืน? | THE STANDARD WEALTH</title>
			<category>Video</category>

			<publishTimeUnix>1782732506000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-06-29 18:28:26</publishTime>
			<updateTimeUnix>1782735228000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-06-29 19:13:48</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>ชมคลิป: ปตท. ในสมรภูมิพลังงานโลก: รับมือความไม่แน่นอนอย่างไร ให้มั่นคงและยั่งยืน? | THE STANDARD WEALTH</title>
					<description>ชมคลิป: ปตท. ในสมรภูมิพลังงานโลก: รับมือความไม่แน่นอนอย่างไร ให้มั่นคงและยั่งยืน? | THE STANDARD WEALTH</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/06/631484_0E1_0.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/06/631484_0E1_0.jpg</thumbnail>
				</image>
									<text>
						<content>
						<![CDATA[
							<iframe width="932" height="516" src="https://www.youtube.com/embed/lTlAQRdEvkc" title="ชมคลิป: ปตท. ในสมรภูมิพลังงานโลก: รับมือความไม่แน่นอนอย่างไร ให้มั่นคงและยั่งยืน? | THE STANDARD WEALTH" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture" allowfullscreen></iframe>
						]]>
						</content>
					</text>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p><span style="font-weight: 400;">ในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และการเร่งเครื่องสู่พลังงานสะอาด หนึ่งในโจทย์ใหญ่ของชาติคือ &#8220;ประเทศไทยจะรักษาความมั่นคงทางพลังงานไปพร้อมกับการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนได้อย่างไร?&#8221;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน จาก THE STANDARD WEALTH ได้รับเกียรติพูดคุยกับ ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. เพื่อเจาะลึกวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ภายใต้การนำทัพในการสร้างสมดุลแห่ง Energy Trilemma</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">#PTT #ปตท #EnergyTransition #NetZero #TheStandardWealth</span></p>
<p>&nbsp;</p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>PTT ประกาศกำไรสุทธิ Q1/69 ทะลุ 2.5 หมื่นล้านบาท โต 10.4% ฝ่าพายุภูมิรัฐศาสตร์ แต่ Q2/69 จับตาความเสี่ยงสงครามตะวันออกกลาง-เงินเฟ้อ</title>
							<url>https://thestandard.co/ptt-q1-profit-q2-risks-69/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/05/ptt-q1-profit-q2-1.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>ขยายพอร์ตอสังหาฯ! EnCo บริษัทลูก ปตท. จับมือ i-Store ปั้นธุรกิจ Self Storage นำร่องดอนเมือง พร้อมศึกษาโอกาสร่วมทุนถือหุ้น i-Store ในอนาคต</title>
							<url>https://thestandard.co/enco-istore-self-storage-don-muang/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/05/enco-istore-self-storage-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>ถอดรหัส ปตท. รักษาสมดุล ‘ความมั่นคงชาติ-ผลประโยชน์ผู้ถือหุ้น’ ฝ่าวิกฤตพลังงานโลก ไทยจะมีน้ำมันใช้ได้นานแค่ไหน</title>
							<url>https://thestandard.co/ptt-balances-energy-security-shareholders/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/05/ptt-balances-energy-security.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/pttplc-interview/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12385765</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1785926067000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2101545267000</endYmdtUnix>

			<title>Adaptive Supply Chain : นิยามใหม่ของห่วงโซ่อุปทาน บนโลกที่ไม่แน่นอน</title>
			<category>Opinion</category>

			<publishTimeUnix>1785926067000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-08-05 17:34:27</publishTime>
			<updateTimeUnix>1785926067000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-08-05 17:34:27</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>Adaptive Supply Chain : นิยามใหม่ของห่วงโซ่อุปทาน บนโลกที่ไม่แน่นอน</title>
					<description>Adaptive Supply Chain : นิยามใหม่ของห่วงโซ่อุปทาน บนโลกที่ไม่แน่นอน</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/08/adaptive-supply-chain-business-cover.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/08/adaptive-supply-chain-business-cover.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>หากหลายทศวรรษที่ผ่านมาเป็นยุคของการแข่งขันด้านประสิทธิภาพ หรือ Efficiency Era ที่ธุรกิจทั่วโลกมุ่งสร้างห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ให้ ‘เร็วที่สุด’ และ ‘ต้นทุนต่ำที่สุด’ ทศวรรษข้างหน้าอาจเป็นยุคของการแข่งขันด้านความสามารถในการปรับตัว หรือ Adaptability Era ที่ผู้ชนะไม่ได้วัดจากต้นทุนที่ต่ำที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความสามารถในการมองเห็นความเสี่ยงล่วงหน้า ปรับตัวได้รวดเร็ว และฟื้นตัวได้ดีกว่าคู่แข่งภายใต้โลกที่เต็มไปด้วยแรงกระแทกเชิงโครงสร้าง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในยุคโลกาภิวัตน์ที่ผ่านมา ความได้เปรียบทางการแข่งขันมักถูกวัดจากความสามารถในการผลิตได้เร็ว ส่งมอบสินค้าได้ไว และบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด แนวคิดแบบ Just-in-Time จึงกลายเป็นหัวใจสำคัญของ Supply Chain สมัยใหม่ เพราะช่วยลดสินค้าคงคลัง ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพของเงินทุนหมุนเวียน อย่างไรก็ตาม โลกในปัจจุบันกำลังทำให้สูตรความสำเร็จดังกล่าวถูกท้าทายมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ สงคราม ภัยธรรมชาติ ความผันผวนของพลังงาน และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ สามารถสร้างผลกระทบต่อ Supply Chain ทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เหตุการณ์เพียงครั้งเดียวอาจทำให้โรงงานต้องหยุดการผลิต เส้นทางการขนส่งหยุดชะงัก หรือเกิดปัญหาคอขวดที่ส่งผลกระทบต่อทั้งอุตสาหกรรมภายในเวลาไม่กี่วัน ความเสี่ยงเหล่านี้สะท้อนว่า Supply Chain แบบเดิมที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุด อาจไม่เพียงพออีกต่อไปในโลกที่แรงกระแทกเกิดถี่ขึ้น รุนแรงขึ้น และเชื่อมโยงกันมากขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ด้วยเหตุนี้ ภาคธุรกิจจึงเริ่มปรับมุมมองจากการให้ความสำคัญกับต้นทุนต่ำที่สุด ไปสู่การสร้าง ความยืดหยุ่น ความโปร่งใส และความสามารถในการฟื้นตัว มากขึ้น หลายองค์กรเริ่มเปลี่ยนจากแนวคิด Just-in-Time ไปสู่ Just-in-Case โดยยอมรับว่าการมีทางเลือกสำรอง การกระจายฐานซัพพลายเออร์ และการถือสินค้าคงคลังเชิงยุทธศาสตร์บางส่วน อาจเป็นต้นทุนที่จำเป็นเพื่อแลกกับความมั่นคงของการดำเนินธุรกิจในระยะยาว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับมุมมองของ <a href="https://thestandard.co/tag/World-Economic-Forum/" target="_blank" rel="dofollow noopener">World Economic Forum</a> ที่ชี้ว่า โลกกำลังก้าวออกจาก Supply Chain แบบเดิมที่ยึดติดกับกระบวนการตายตัวและการเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุด ไปสู่เครือข่าย Supply Chain ที่สามารถเรียนรู้ ปรับตัว และตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงได้อย่างต่อเนื่อง ภายใต้สภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงหลากหลาย ทั้งภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายการค้า ต้นทุนพลังงาน ภัยธรรมชาติ และแรงกระเพื่อมจากเทคโนโลยีใหม่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือความตึงเครียดในทะเลแดง ซึ่งทำให้เรือสินค้าจำนวนมากต้องเปลี่ยนเส้นทางอ้อมผ่านแอฟริกา ส่งผลให้ต้นทุนและระยะเวลาการขนส่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกัน ภัยแล้งและสภาพอากาศสุดขั้วในหลายประเทศก็เริ่มกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร วัตถุดิบอุตสาหกรรม และความต่อเนื่องของกระบวนการผลิต เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า ความเสี่ยงของ Supply Chain ในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องโลจิสติกส์อีกต่อไป แต่กำลังเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม พลังงาน และภูมิรัฐศาสตร์อย่างซับซ้อนมากขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ประเด็นสำคัญคือ Supply Chain ในอนาคตไม่ได้เผชิญความท้าทายจากการขนส่งหรือวัตถุดิบเพียงอย่างเดียว แต่กำลังเผชิญข้อจำกัดด้าน พลังงานและโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้า ซึ่งกำลังกลายเป็นปัจจัยการผลิตที่มีความสำคัญไม่ต่างจากแรงงาน ทุน หรือวัตถุดิบ ในโลกที่เศรษฐกิจดิจิทัลขยายตัวอย่างรวดเร็ว ความมั่นคงของพลังงานไม่ใช่เพียงประเด็นด้านต้นทุน แต่เป็นเงื่อนไขสำคัญของความต่อเนื่องทางธุรกิจ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในมุมมองของ SCB CIO ความท้าทายของ Supply Chain ยุคใหม่จึงต้องมองควบคู่กับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน หรือ Energy Transition อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะในขณะที่ภาคธุรกิจต้องปรับตัวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ความต้องการใช้ไฟฟ้ากลับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากหลายแรงขับเคลื่อนพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์ไฟฟ้า ระบบอัตโนมัติในภาคอุตสาหกรรม การใช้ไฟฟ้าแทนพลังงานฟอสซิลในกระบวนการผลิต รวมถึง Data Center สำหรับ AI ซึ่งทั้งความเสี่ยงด้านพลังงานและระบบทำความเย็นถือเป็นประเด็นเชิงโครงสร้างที่สำคัญ เพราะศูนย์ข้อมูลต้องใช้ไฟฟ้าจำนวนมากและต้องรักษาเสถียรภาพของอุณหภูมิอย่างต่อเนื่อง หากระบบไฟฟ้าไม่เพียงพอ หรือระบบทำความเย็นมีข้อจำกัด ย่อมกระทบต่อความต่อเนื่องของบริการดิจิทัล ระบบคลาวด์ การประมวลผล AI ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่เป็นรากฐานของโลกในอนาคตอันใกล้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แรงกดดันดังกล่าวทำให้โครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าเริ่มกลายเป็นจุดเปราะบางใหม่ของ Supply Chain หากในอดีตความล่าช้าอาจเกิดจากท่าเรือ คลังสินค้า หรือซัพพลายเออร์รายใดรายหนึ่ง ในอนาคตความเสี่ยงอาจมาจากข้อจำกัดของระบบไฟฟ้า กำลังการผลิตพลังงานสะอาดที่ไม่เพียงพอ ความผันผวนของราคาไฟฟ้า หรือระบบสายส่งที่ไม่สามารถรองรับความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นได้ทันเวลา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ประเด็นนี้มีความสำคัญมากขึ้นเมื่อพิจารณาควบคู่กับแนวโน้มอุณหภูมิโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภาวะโลกร้อนกำลังผลักดันให้ความต้องการระบบทำความเย็น หรือ Cooling Demand เพิ่มขึ้นทั้งในภาคครัวเรือน อาคารสำนักงาน โรงงานอุตสาหกรรม และ Data Center ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล ขณะเดียวกัน ความเสี่ยงจากภาวะ Super El Niño ยังอาจเร่งให้อุณหภูมิในหลายพื้นที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย ส่งผลให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าและระบบทำความเย็นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ดังนั้น เมื่อความไม่แน่นอนจาก ข้อจำกัดด้าน พลังงานและโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้า และ สภาพภูมิอากาศที่ส่งผลให้โลกร้อนขึ้น รวมถึงความไม่แน่นอนที่ภูมิรัฐศาสตร์ที่สูงและถี่มากขึ้น กำลังกลายเป็น ‘สภาวะปกติใหม่’ ของระบบเศรษฐกิจโลก ที่ภาครัฐและภาคธุรกิจต้องมี Adaptability เพื่อปรับตัวได้รวดเร็ว และแนวคิดการบริหารแบบ Just-in-Case ที่รองรับเหตุการณ์ไม่คาดคิด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>กล่าวอีกนัยหนึ่ง ESG ไม่ได้เป็นเพียงธีมด้านสิ่งแวดล้อม แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบ Supply Chain ยุคใหม่ โดยองค์กรที่สามารถเข้าถึงพลังงานที่มั่นคง สะอาด และมีต้นทุนแข่งขันได้ จะมีความได้เปรียบในการดำเนินธุรกิจมากขึ้น ขณะที่องค์กรที่พึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานพลังงานที่เปราะบาง อาจเผชิญความเสี่ยงทั้งด้านต้นทุน การผลิต การส่งมอบสินค้า และความน่าเชื่อถือของระบบปฏิบัติการ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ภายใต้ความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้น การมีข้อมูลจำนวนมากอาจไม่เพียงพออีกต่อไป สิ่งที่องค์กรต้องการคือความสามารถในการเปลี่ยนข้อมูลให้กลายเป็นองค์ความรู้ที่นำไปสู่การตัดสินใจได้ทันเวลา แนวคิดของ AI-native Supply Chain จึงเริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น เพราะเป้าหมายไม่ได้อยู่ที่การรวบรวมข้อมูลเพียงอย่างเดียว แต่คือการเชื่อมโยงข้อมูลด้านโลจิสติกส์ พลังงาน การผลิต สินค้าคงคลัง ความต้องการของลูกค้า และข้อจำกัดเชิงโครงสร้างเข้าด้วยกัน เพื่อคาดการณ์ความเสี่ยง ประเมินผลกระทบ และปรับแผนได้ล่วงหน้า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในอดีต การเพิ่มความยืดหยุ่นของ Supply Chain มักต้องแลกกับต้นทุนที่สูงขึ้น เช่น การถือสินค้าคงคลังมากขึ้น การมีซัพพลายเออร์หลายราย หรือการกระจายฐานการผลิตไปหลายประเทศ แต่ AI กำลังช่วยลด Trade-off ระหว่าง Efficiency และ Resilience ผ่านการวิเคราะห์เชิงคาดการณ์และการตัดสินใจแบบเรียลไทม์ ทำให้องค์กรสามารถเพิ่มความสามารถในการรับมือความเสี่ยงได้ โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มต้นทุนสำรองในระดับเดียวกับอดีต</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นอกจากนี้ ยังต้องสามารถคาดการณ์ปัญหา วิเคราะห์ทางเลือก และปรับตัวได้ก่อนที่ผลกระทบจะเกิดขึ้นจริง ตัวอย่างเช่น เมื่อท่าเรือแห่งหนึ่งเกิดความล่าช้า ระบบไม่ควรทำหน้าที่เพียงแจ้งเตือน แต่ควรประเมินได้ทันทีว่าควรเปลี่ยนเส้นทางขนส่งหรือไม่ ควรสลับซัพพลายเออร์รายใด ต้นทุนจะเพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใด สินค้าคงคลังที่มีอยู่เพียงพอหรือไม่ และข้อจำกัดด้านพลังงานจะกระทบต่อกำลังการผลิตอย่างไร ทั้งหมดนี้สามารถเกิดขึ้นได้แบบเรียลไทม์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ด้วยเหตุนี้ AI จึงกำลังเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นเพียงเครื่องมืออัตโนมัติ ไปสู่การเป็น ‘สมอง’ ของ Supply Chain ที่ช่วยประเมินความเสี่ยง วางทางเลือก และสนับสนุนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งนำไปสู่การเกิดขึ้นของ Adaptive Supply Chain หรือเครือข่าย Supply Chain ที่เชื่อมโยงโรงงาน คลังสินค้า ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ ซัพพลายเออร์ โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และแพลตฟอร์มข้อมูลต่าง ๆ เข้าด้วยกันแบบเรียลไทม์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แนวโน้มดังกล่าวยังเชื่อมโยงกับการเติบโตของ Physical AI หรือ AI ที่ถูกฝังอยู่ในหุ่นยนต์ เครื่องจักร ระบบคลังสินค้า และเครือข่ายปฏิบัติการจริงในภาคอุตสาหกรรม เทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยให้ระบบสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว แม่นยำ และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการจัดการคลังสินค้าอัตโนมัติ การปรับกำลังการผลิตตามข้อจำกัดของพลังงาน การบริหารเส้นทางขนส่ง หรือการตรวจสอบคุณภาพในกระบวนการผลิต</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในมุมมองการลงทุน เรามองว่า Adaptive Supply Chain กำลังสร้างโอกาสการลงทุนในหลายมิติ ไม่ใช่เฉพาะในธุรกิจโลจิสติกส์ แต่ครอบคลุมไปถึง Ecosystem ทั้งระบบ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>กลุ่มแรก </b>คือ บริษัทที่พัฒนาซอฟต์แวร์ด้าน Supply Chain เช่น ระบบวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ แพลตฟอร์มติดตาม Supply Chain แบบเรียลไทม์ โดยเฉพาะระบบกักเก็บพลังงานที่เริ่มมีบทบาทและความสำคัญมากขึ้นในการจัดการพลังงานที่มีความต้องการสูงและอุปทานที่จำกัด และเครื่องมือบริหารจัดการ AI ซึ่งล้วนเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของ Adaptive Supply Chain</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>กลุ่มที่สอง </b>คือ ระบบอัตโนมัติในภาคอุตสาหกรรม เช่น หุ่นยนต์ คลังสินค้าอัจฉริยะ ระบบจัดการข้อมูล และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ Physical AI</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>กลุ่มที่สาม </b>คือ โครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ รวมถึงทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) กลุ่มอุตสาหกรรม โดยเฉพาะสินทรัพย์ที่อยู่ในจุดยุทธศาสตร์ของการกระจายฐานการผลิตและการขนส่ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ขณะที่กลุ่มสุดท้าย คือ ประเทศหรือบริษัทที่ได้ประโยชน์จากการย้ายฐานการผลิตและการกระจายความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทานโลก เช่น ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อย่างไรก็ดี ไม่ได้หมายความว่าธุรกิจทุกแห่งในทั้ง 4 กลุ่มนี้ จะได้รับประโยชน์เท่ากัน เพราะท้ายที่สุด นักลงทุนอาจไม่ได้ให้มูลค่าเพิ่มกับบริษัทที่เพียง ‘พูดเรื่อง ESG’ หรือ ‘พูดเรื่องความยืดหยุ่น’ แต่จะให้ความสำคัญกับบริษัทที่สามารถลงมือทำได้จริง มี Supply Chain ที่โปร่งใส ยืดหยุ่น และทนทานต่อแรงกระแทกของโลกยุคใหม่ได้จริง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>คำเตือน: </b></p>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li>การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง รวมถึงควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้ประกอบธุรกิจก่อนตัดสินใจลงทุน</li>
<li>เนื่องจากกองทุนไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้</li>
<li>สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SCB Call Center โทร. 02-777-7777</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #999999;"><b><strong>ภาพ:</strong> </b>one photo / Shutterstock</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #999999;"><b><span style="color: #999999;"><strong style="color: #999999;">อ้างอิง:</strong></span></b></span></p>
<ul>
<li><span style="color: #999999;">World Economic Forum, Why supply chains are shifting from rigid systems to adaptive networks (8 May 2026) [weforum.org]</span></li>
<li><span style="color: #999999;">World Economic Forum, Global Value Chains Outlook 2026: Orchestrating Corporate and National Agility [weforum.org]</span></li>
<li><span style="color: #999999;">World Economic Forum, Global Supply Chains Enter Era of Structural Volatility, World Economic Forum Report Finds (19 Jan 2026) [weforum.org]</span></li>
</ul>
<div id="gtx-trans" style="position: absolute; left: 100px; top: 3392px;">
<div class="gtx-trans-icon">&nbsp;</div>
</div>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>‘เหมือนโรงงานปล่อยมลพิษ’ สรุปคดีศาลนิวเม็กซิโก สั่งปรับ Meta ชี้กระทบสุขภาพจิตเด็ก คุมเข้ม AI Chatbot</title>
							<url>https://thestandard.co/new-mexico-court-fines-meta-child-health/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/08/new-mexico-court-fines-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>จับตาสมรภูมิ ‘เทค-AI’ สหรัฐฯ-จีน เจาะลึกหุ้นกลุ่มได้-เสียประโยชน์ และกลยุทธ์จัดพอร์ตสู้ศึก Mega Trend 3-5 ปีข้างหน้า</title>
							<url>https://thestandard.co/us-china-ai-stocks-megatrend/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/08/us-china-ai-stocks-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>ผ่าแผนปฏิรูปราชการไทยยุคใหม่ ‘รัฐจิ๋วแต่แจ๋ว’ ในแบบ ปกรณ์ นิลประพันธ์</title>
							<url>https://thestandard.co/pakorn-nilprapan-bureaucracy-reform/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/08/pakorn-nilprapan-bureaucracy-reform-1.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/adaptive-supply-chain-business-adaptability/</sourceUrl>
		</article>

	</articles>
<!--
Performance optimized by W3 Total Cache. Learn more: https://www.boldgrid.com/w3-total-cache/

Page Caching using Disk: Enhanced (Requested URI is rejected) 

Served from: _ @ 2026-08-07 12:49:04 by W3 Total Cache
-->