<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?><articles><UUID>TSTD202611081408</UUID><time>1794146936</time>		<article>
			<ID>12311610</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1784113340000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2099732540000</endYmdtUnix>

			<title>ฟิตร่างกายลุย Hybrid Race กับโปรแกรมฝึกแบบ Team Under Armour</title>
			<category>LIFE</category>

			<publishTimeUnix>1784113340000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-07-15 18:02:20</publishTime>
			<updateTimeUnix>1784114528000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-07-15 18:22:08</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>ฟิตร่างกายลุย Hybrid Race กับโปรแกรมฝึกแบบ Team Under Armour</title>
					<description>ฟิตร่างกายลุย Hybrid Race กับโปรแกรมฝึกแบบ Team Under Armour</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-1.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-1.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>นอกจากจะเป็นที่พูดถึงกันในทุกกลุ่มของสายฟิตสายลุยแล้ว แต่ ‘Hybrid Race’ กีฬาสายวิ่งผสมสายฟิตเนสก็กำลังเป็นเป้าหมายที่รอการพิชิตของใครหลาย ๆ คนอย่างแน่นอน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แน่นอนว่าหลากหลายผู้พิชิตและหลากหลายทีมกำลังเตรียมตัวอย่างเข้มข้น รวมถึงที่ RYSE Arena เมื่อวันศุกร์ที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมาที่เหล่า TeamUA หรือ Team <a href="https://thestandard.co/tag/Under-Armour/" target="_blank" rel="dofollow noopener">Under Armour</a> ทั้ง 22 คนก็ได้เริ่มออกมา Full Body Shake เรียกเหงื่อเรียกแรงกันอย่างเข้มข้น ในอีก 5 สัปดาห์ข้างหน้าที่จะให้สายฟิตทุกคนได้ท้าทายตัวเองกันอีกครั้งในปีนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231147" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-1.jpg?x64773" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 1" width="1280" height="1700" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>ฟิต 5 สัปดาห์ก่อนแข่งกับ Under Armour</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ระยะเวลา 5 สัปดาห์ของแคมป์ฝึกซ้อม Team UA จะได้เจอกับโปรแกรมที่วางรากฐานการพัฒนาศักยภาพร่างกายอย่างเป็นระบบ เริ่มต้นจากการปรับพื้นฐานการเคลื่อนไหวเพื่อเตรียมความพร้อม ก่อนจะไต่ระดับความเข้มข้นไปสู่การจำลองสถานการณ์ในสนามแข่งจริง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231148" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-2.jpg?x64773" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 2" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ช่วงสัปดาห์แรกเริ่มด้วยการทดสอบ Movement Foundation เพื่อประเมินความพร้อม จากนั้นสร้าง Aerobic Base เสริมความทนทาน และยกระดับสู่ Strength Endurance สำหรับสถานีที่ใช้พละกำลัง พร้อมฝึกเทคนิค Transition การคุมเพซ และวางกลยุทธ์เฉพาะตัว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231149" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-3.jpg?x64773" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 3" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมื่อเข้าสู่โค้งสุดท้าย จะเน้น Race Simulation เพื่อฝึกซ้อมภายใต้ความกดดันและความเหนื่อยล้าจริง ก่อนเข้าช่วง Taper เพื่อลดการซ้อม ให้ร่างกายได้ฟื้นฟูและสะสมพลังงานเต็มเปี่ยมสำหรับวันแข่ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231151" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-4.jpg?x64773" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 4" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>เผยโฉม ‘Team UA’ ก่อนลง Full Body Shake</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับสัปดาห์แรกของ Team Under Armour ทั้ง 22 คนได้มาพบหน้ากันเพื่อทำความรู้จักและ Ice Breaking แบบฉบับสายฟิตสายลุยที่จะมาทำความรู้จักกันขณะ Planking และ Squat เรียกเหงื่อ ซึ่งแต่ละคนเดินเข้ามาพร้อมเป้าหมายที่แตกต่างกัน ทั้งการทำลายสถิติเดิมของตัวเอง หรือกลับมาทวงฟอร์มหลังผ่านสนามมา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ไม่ว่าจะเป็น Junior (@ju.nio.r12) และ Jaynoppa (@jaynoppa), Emma Arocha (@emmarchh), Pim Pimkanok (@pimmypiam) Pipe Kamtapong (@pipekubkib) นอกจากนี้ยังมี ‘รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น’ หนึ่งในนักกีฬา Under Armour มาเข้าร่วม Full Body Shakeout ในฐานะ Team UA ด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231152" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-5.jpg?x64773" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 5" width="1920" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โดยสำหรับคลาสสัปดาห์แรก TEAM UA เริ่มด้วย Easy Run ก่อนฝึกคุมแรงที่สถานี SkiErg และ RowErg ต่อด้วยโจทย์คู่อย่าง Sled Push ร่วมกับ Farmer Hold ที่ต้องถือ Kettlebell ให้มั่นคงขณะเพื่อนดัน Sled</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231153" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-6.jpg?x64773" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 6" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ครึ่งหลังทวีความเข้มข้นด้วย Burpee Broad Jump, Wall Ball, Walking Lunge และท่าท้าทายใจอย่าง Sandbag Reverse Lunge, Ab-mat Sit-up กับ Bearhug Sandbag Carry ในเวลาจำกัด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231154" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-7.jpg?x64773" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 7" width="1920" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แม้เป็นท่าที่คุ้นเคย แต่เมื่อฝึกต่อเนื่อง บททดสอบจริงคือการคุมหายใจและรักษาฟอร์มเพื่อออมแรง คลาสนี้ช่วยให้ทุกคนพบจุดแข็งและจุดที่ต้องปรับปรุง เพื่อเตรียมลุยต่อสำหรับการแข่งที่กำลังจะเข้ามา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231155" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-8.jpg?x64773" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 8" width="1920" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>เทรนก่อนเจอสนามจริงแบบ Team UA ได้กับยิมพาร์ตเนอร์</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>หากใครอยากฝึกร่างกายให้พร้อมกับเวทีท้าทายตัวเองใน Hybrid Race แบบ Team UA ก็ไม่ต้องอิจฉาไป เพราะ Under Armour เปิดโอกาสให้ทุก ๆ คนที่อยากเตรียมตัวก่อนลง Hybrid Race ได้เข้ามาฝึกในระบบเดียวกันด้วย โดยโปรแกรมนี้ร่วมมือกับยิมพาร์ตเนอร์ 3 แห่ง ได้แก่ RYSE Arena, ONTRACK Campus (เขตพระโขนง) และ FIT:D Thailand</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231156" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-9.jpg?x64773" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 9" width="1920" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่ละคลาสจะเป็นการค่อย ๆ ทำความเข้าใจองค์ประกอบที่จำเป็นต่อ Hybrid Race ตั้งแต่การสร้าง Aerobic Base การเพิ่ม Strength Endurance การควบคุมเพซ ไปจนถึงการฝึก Transition ระหว่างการวิ่งและสถานีต่าง ๆ ก่อนนำทุกอย่างมาทดลองร่วมกันผ่าน Race Simulation</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231157" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-10.jpg?x64773" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 10" width="1280" height="1700" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผู้สนใจร่วมซ้อมแบบ Team UA สามารถรับ Training Class Pass (3 เครดิต) เมื่อซื้อสินค้าครบ 6,900 บาทที่ Under Armour Brand House เพื่อเข้าเซสชันกับยิมพาร์ตเนอร์และแบ่งปันให้เพื่อนได้ โดยผู้ที่เข้าครบ 3 คลาสตามเงื่อนไข จะได้รับสิทธิ์ลงทะเบียน Race Simulation เพื่อทดสอบความพร้อมของร่างกาย จังหวะเปลี่ยนสถานี และแผนการแบ่งแรงก่อนเจอสนามจริง สามารถรับรายละเอียดและโค้ดลงทะเบียนได้จากทีมงานหน้าร้าน</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>มาทดสอบตัวเองเพื่อพัฒนาตัวเองไปอีกขั้น</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในการฝึกซ้อมสัปดาห์แรกนี้ Under Armour ได้ให้การสนับสนุนผู้ท้าชิง Hybrid Race อย่างเต็มที่กับทุกคนที่มีเป้าหมายเดียวกัน โดยมีระบบสนับสนุนตลอดเส้นทาง ทั้งโปรแกรมฝึก โค้ช ยิมพาร์ตเนอร์ เสื้อผ้าอุปกรณ์ และการฟื้นฟูร่างกาย ทำให้แบรนด์เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงการฝึก ความรู้ และคอมมูนิตี้ เพื่อผลักดันแนวคิด Make Athletes Better ให้เกิดขึ้นจริงผ่านการลงมือทำ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231158" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-11.jpg?x64773" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 11" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับใครที่กำลังมอง Hybrid Race เป็นเป้าหมายถัดไป อย่ารีรอให้ใกล้วันแข่ง เวลานี้คือเวลาที่ดีที่สุดแล้วที่จะได้ท้าทายตัวเอง และพัฒนาตัวเองไปในอีกขั้นก่อนการแข่งจริงในอีกไม่กี่สัปดาห์นี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231159" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-12.jpg?x64773" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 12" width="1920" height="1280" /><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231160" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-13.jpg?x64773" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 13" width="1920" height="1280" /></p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>BOYNEXTDOOR ขึ้นแท่นเป็นโกลบอลแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Under Armour</title>
							<url>https://thestandard.co/boynextdoor-under-armour-ambassador/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/boynextdoor-under-armour-ambassador-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>UNDER ARMOUR X MARINE SERRE แคปซูลคอลเล็กชันเพื่อฉลอง 30 ปีของแบรนด์กีฬา</title>
							<url>https://thestandard.co/under-armour-marine-serre-capsule/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/06/under-armour-marine-serre-1.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>สเตฟเฟน เคอร์รี แยกทาง Under Armour หลังร่วมงานกันนาน 13 ปี</title>
							<url>https://thestandard.co/stephen-curry-parts-under-armour/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2025/11/stephen-curry-parts-under.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/under-armour-hybrid-race-training/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12766801</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1794140564000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2109759764000</endYmdtUnix>

			<title>กองทุนบำนาญทั่วโลกเจอ &#8216;ระเบิดเวลา&#8217; คนอายุยืนขึ้นแต่เด็กเกิดน้อยลง กองทุนประกันสังคมสหรัฐฯ คาดเงินสำรองจะหมดในปี 2032</title>
			<category>News</category>

			<publishTimeUnix>1794140564000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-11-08 19:22:44</publishTime>
			<updateTimeUnix>1794141123000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-11-08 19:32:03</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>กองทุนบำนาญทั่วโลกเจอ &#8216;ระเบิดเวลา&#8217; คนอายุยืนขึ้นแต่เด็กเกิดน้อยลง กองทุนประกันสังคมสหรัฐฯ คาดเงินสำรองจะหมดในปี 2032</title>
					<description>กองทุนบำนาญทั่วโลกเจอ &#8216;ระเบิดเวลา&#8217; คนอายุยืนขึ้นแต่เด็กเกิดน้อยลง กองทุนประกันสังคมสหรัฐฯ คาดเงินสำรองจะหมดในปี 2032</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/11/global-pension-funds-aging-cover.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/11/global-pension-funds-aging-cover.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>ระบบบำนาญทั่วโลกกำลังเผชิญวิกฤตจากโครงสร้างประชากร เพราะคนมีอายุยืนขึ้น ขณะที่<a href="https://thestandard.co/tag/%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88/" target="_blank" rel="dofollow noopener">เด็กเกิดใหม่</a>น้อยลง กองทุนบำนาญจึงต้องจ่ายเงินให้ผู้เกษียณนานขึ้น ทั้งที่คนทำงานซึ่งจ่ายเงินเข้ากองทุนมีจำนวนน้อยลง จนเกิดคำถามว่ากองทุนจะยังจ่ายบำนาญให้คนรุ่นต่อไปได้หรือไม่</p>
<p>&nbsp;</p>
<div style="background: #fff; border-radius: 16px; padding: 20px; box-shadow: 0 10px 25px rgba(0,0,0,0.12); max-width: 600px;">
<div style="margin-bottom: 12px;">
<h2 style="font-size: 22px; font-weight: bold;">ประเด็นสำคัญ</h2>
<div style="height: 6px; background-color: #c19380; margin-top: 6px; width: 100%;">&nbsp;</div>
</div>
<ul style="padding-left: 20px; margin: 0; list-style: disc;">
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section1">เด็กเกิดน้อย คนเกษียณอยู่นาน ระบบบำนาญแทบไม่มีที่ไหนมั่นคง</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section2">เงินจ่ายออกมากกว่าเงินเข้า กองทุนจึงหันไปลงทุนเสี่ยงขึ้น</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section3">บางกองทุนเลือกกระจายความเสี่ยงแทนการลงทุนเสี่ยงขึ้น</a></li>
</ul>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p>โดยทั่วไป กองทุนบำนาญแบ่งเป็น 2 แบบ แบบแรกคือกองทุนแบบกำหนดผลประโยชน์ (Defined Benefit) ซึ่งสัญญาว่าจะจ่ายเงินให้ผู้เกษียณในจำนวนที่กำหนดไว้ล่วงหน้า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ส่วนแบบที่สองคือกองทุนแบบกำหนดเงินสมทบ (Defined Contribution) ซึ่งเงินที่ได้หลังเกษียณขึ้นอยู่กับเงินออมที่สะสมไว้และผลตอบแทนจากการลงทุน คล้ายกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพในไทย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สังคมสูงวัยสร้างปัญหาให้กองทุนทั้ง 2 แบบแตกต่างกัน กองทุนแบบกำหนดผลประโยชน์ต้องแบกภาระจ่ายเงินมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะผู้เกษียณมีชีวิตอยู่นานขึ้น ขณะที่สมาชิกกองทุนแบบกำหนดเงินสมทบเสี่ยงที่เงินออมจะหมดก่อนสิ้นอายุขัย กองทุนจึงถูกกดดันให้ต้องลงทุนให้ได้ผลตอบแทนดีขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เซบาสเตียน เบเทอร์มิเยร์ ผู้อำนวยการบริหารของ International Centre for Pension Management องค์กรวิจัยด้านการบริหารกองทุนบำนาญ บอกกับ CNBC ว่าปัญหานี้ &#8220;ใหญ่มาก และรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ&#8221; โดยกองทุนบำนาญบางแห่งมีสมาชิกที่เกษียณมาแล้วเกือบครึ่งศตวรรษ และมีอายุถึง 107-108 ปี</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;ยิ่งคนอายุยืนขึ้นเท่าไร กองทุนบำนาญก็ต้องจ่ายเงินนานขึ้นเท่านั้น ซึ่งกลายเป็นภาระที่เพิ่มขึ้นทันที ลองคิดถึงต้นทุนที่คนรุ่นถัดไปต้องแบกรับดู นี่คือระเบิดเวลา&#8221; เบเทอร์มิเยร์กล่าว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คำเตือนของเขาใช้ได้กับระบบบำนาญแบบ Pay-as-you-go เป็นพิเศษ ระบบนี้แทบไม่มีเงินสะสมไว้ แต่ใช้เงินสมทบจากคนทำงานในวันนี้จ่ายบำนาญให้ผู้เกษียณในวันนี้ เมื่อคนทำงานมีจำนวนน้อยลง ภาระจึงตกอยู่กับคนทำงานแต่ละคนมากขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ขณะที่ระบบที่มีเงินสะสมรองรับเต็มจำนวน (Fully Funded) อย่างของสิงคโปร์ ซึ่งนำเงินที่สมาชิกสะสมไว้ไปลงทุน แล้วใช้เงินก้อนนั้นจ่ายบำนาญ จะรับมือกับปัญหาประชากรได้ดีกว่า</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section1" style="border-left: 12px solid #c19380; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;"><b>เด็กเกิดน้อย คนเกษียณอยู่นาน ระบบบำนาญแทบไม่มีที่ไหนมั่นคง</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>รายงาน Marsh CFA Institute Global Pension Index (MCGPI) ประจำปี 2026 ซึ่งครอบคลุมระบบบำนาญ 55 ระบบทั่วโลก แสดงให้เห็นว่าปัญหานี้ใหญ่แค่ไหน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในจำนวนนี้ 43 ระบบอยู่ในประเทศที่ผู้หญิง 1 คนมีลูกเฉลี่ยไม่ถึง 2.1 คน ซึ่งเป็นระดับที่จำเป็นต่อการรักษาจำนวนประชากรให้คงที่ และ 23 ระบบอยู่ในประเทศที่ตัวเลขนี้ต่ำกว่า 1.5 คน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ขณะเดียวกัน คนวัย 65 ปีในประเทศพัฒนาแล้วคาดว่าจะมีชีวิตอยู่ต่อได้อีกราว 20 ปี เพิ่มขึ้น 50.9% จากปี 1950 เงินบำนาญจึงต้องจ่ายต่อเนื่องนานขึ้นมาก ส่วนจำนวนคนวัยทำงานที่ช่วยแบกรับผู้สูงอายุก็มีแนวโน้มลดลงอย่างรวดเร็ว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;ยิ่งสัดส่วนคนทำงานต่อผู้เกษียณลดลง การหาเงินมาจ่ายบำนาญและค่าดูแลผู้สูงอายุในอนาคตก็ยิ่งเป็นเรื่องสำคัญ&#8221; รายงานระบุ พร้อมเตือนว่า &#8220;หากยังดำเนินการแบบที่เป็นอยู่ มีระบบบำนาญเพียงไม่กี่ระบบที่มั่นคง&#8221;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ระบบแบบ Pay-as-you-go เปราะบางที่สุดเมื่อคนทำงานลดลง เพราะต้องพึ่งเงินสมทบจากคนทำงานในปัจจุบันเป็นหลัก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แรงกดดันนี้เริ่มเห็นแล้วในสหรัฐฯ รายงานล่าสุดของคณะกรรมการดูแลกองทุนคาดว่า Old-Age and Survivors Insurance Trust Fund กองทุนภายใต้ระบบประกันสังคม (Social Security) ของสหรัฐฯ ซึ่งจ่ายเงินเกษียณและเงินช่วยเหลือครอบครัวของผู้เสียชีวิตให้ชาวอเมริกันหลายสิบล้านคน จะใช้เงินสำรองหมดในไตรมาส 4 ปี 2032</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หลังจากนั้นกองทุนจะเหลือเพียงเงินสมทบที่เก็บได้ในแต่ละปีไว้จ่าย ซึ่งอาจไม่พอจ่ายสิทธิประโยชน์ได้เต็มจำนวน</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section2" style="border-left: 12px solid #c19380; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;"><b>เงินจ่ายออกมากกว่าเงินเข้า กองทุนจึงหันไปลงทุนเสี่ยงขึ้น</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>แม้ระบบแบบ Fully Funded จะรับมือได้ดีกว่า แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ได้รับผลกระทบ รายงาน MCGPI เตือนว่าเมื่อสมาชิกเกษียณและเริ่มถอนเงินออกไปใช้ บางกองทุนอาจต้องจ่ายเงินออกมากกว่าเงินสมทบใหม่ที่ได้รับ จนต้องปรับกลยุทธ์การลงทุน และคิดใหม่ว่าต้องเก็บเงินสดไว้จ่ายเท่าไร</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;เงินที่ต้องจ่ายออกเป็นสิทธิประโยชน์ในอนาคตจะสูงกว่าเงินสมทบหรือเบี้ยที่ได้รับ และภาระทางการเงินนี้จะเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้&#8221; รายงานระบุ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ปัญหานี้เกิดขึ้นแล้วในหลายกองทุนที่ดำเนินงานมานาน จนสมาชิกจำนวนมากเริ่มเกษียณ กองทุนเหล่านี้จ่ายเงินออกมากกว่าเงินสมทบที่ได้รับ จึงต้องพึ่งผลตอบแทนจากการลงทุนและเงินที่สะสมไว้มากขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในออสเตรเลีย รายงานของ Australian Prudential Regulation Authority (APRA) หน่วยงานกำกับดูแลสถาบันการเงินของออสเตรเลีย เมื่อปี 2025 พบว่าราว 1 ใน 3 ของกองทุนเงินเกษียณ (Superannuation) จ่ายเงินให้สมาชิกมากกว่าเงินสมทบที่ได้รับ ในช่วงเวลา 3 ปี</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผู้ที่ติดตามอุตสาหกรรมนี้มองว่า แรงกดดันให้ต้องหาผลตอบแทนสูงขึ้น ทำให้บางกองทุนหันไปลงทุนในสินทรัพย์ที่เสี่ยงและซับซ้อนกว่าเดิม เช่น หุ้นบริษัทนอกตลาด (Private Equity), โครงการโครงสร้างพื้นฐาน และ Private Credit หรือการปล่อยกู้ให้ธุรกิจโดยตรงโดยไม่ผ่านธนาคาร</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;คุณอาจพยายามหาผลตอบแทนจากการลงทุนให้สูงขึ้นได้ แต่ก็ต้องแลกกับการรับความเสี่ยงที่มากขึ้น&#8221; เบเทอร์มิเยร์กล่าว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ฌอง-ปิแอร์ โอบรี รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยบำนาญระดับมลรัฐและท้องถิ่น ของศูนย์วิจัยการเกษียณอายุ (Center for Retirement Research) บอสตันคอลเลจ ระบุว่ากองทุนบำนาญหันไปลงทุนเสี่ยงขึ้นเรื่อยๆ แม้ระดับจะแตกต่างกันมากในแต่ละประเทศ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;ผมคิดว่าทุกกองทุนต่างขยับไปรับความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอีกนิดเท่าที่ทำได้ ต้นทุนกำลังสูงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงทางประชากรครั้งนี้&#8221; โอบรีกล่าว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เขายกตัวอย่างกองทุนบำนาญของรัฐบาลระดับมลรัฐและท้องถิ่นในสหรัฐฯ ซึ่งถือพันธบัตรที่มีความเสี่ยงต่ำเพียงราว 20% ของสินทรัพย์ทั้งหมด ส่วนที่เหลือส่วนใหญ่ลงทุนในหุ้นและสินทรัพย์นอกตลาด ทำให้กองทุนบำนาญภาครัฐของสหรัฐฯ เสี่ยงต่อความผันผวนของการลงทุนมากกว่ากองทุนในยุโรปและแคนาดาอย่างมาก</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section3" style="border-left: 12px solid #c19380; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;"><b>บางกองทุนเลือกกระจายความเสี่ยงแทนการลงทุนเสี่ยงขึ้น</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารกองทุนบำนาญบางคนไม่ได้มองว่าสังคมสูงวัยเป็นเหตุผลที่ต้องลงทุนเสี่ยงขึ้น เดวิด อีเลีย ซีอีโอของ Hostplus กองทุนเงินเกษียณของออสเตรเลีย ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงทางประชากรเป็นเพียงหนึ่งในหลายปัจจัยที่ใช้ตัดสินใจลงทุน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เขาย้ำว่าสิ่งสำคัญคือการกระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์หลายประเภท หลายภูมิภาค และหลายอุตสาหกรรม พร้อมดูให้แน่ใจว่าผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้ คุ้มค่ากับความเสี่ยงที่ต้องรับ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อีเลียยังมองว่ารัฐบาลสามารถหาทางบรรเทาแรงกดดันจากสังคมสูงวัยได้ เช่น นโยบายรับผู้อพยพเข้าประเทศ และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ขณะที่การเปลี่ยนแปลงทางประชากรเองก็อาจสร้างโอกาสการลงทุนใหม่ๆ ด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;ผมไม่ได้มองข้ามว่ารัฐบาลสามารถคิดหาทางออกที่สร้างสรรค์มากๆ ในการรับมือกับปัญหาแบบนี้ได้ แต่ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพวกเขาจำเป็นต้องลงมือแก้ปัญหานี้&#8221; อีเลียกล่าว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #999999;"><strong style="color: #999999;">ภาพ:</strong><span style="color: #999999;"> Roman Samborskyi / Shutterstock</span></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #999999;"><strong style="color: #999999;">อ้างอิง:</strong></span></p>
<ul>
<li><span style="color: #999999;"><a style="color: #999999; text-decoration: underline;" href="https://www.cnbc.com/2026/10/26/pension-funds-ageing-crisis-risk-investment.html" target="_blank" rel="noopener">https://www.cnbc.com/2026/10/26/pension-funds-ageing-crisis-risk-investment.html</a></span></li>
</ul>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>โครงสร้างนำเข้าพลังงานไทยเปลี่ยน หลังเกิดสงคราม สหรัฐฯ ขึ้นเป็นแหล่งนำเข้าก๊าซธรรมชาติอันดับ 1</title>
							<url>https://thestandard.co/thailand-energy-import-structure-shifts-us/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/11/thailand-energy-import-structure-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>สหรัฐฯ เสนอมอบเงินรางวัล 20 ล้านดอลลาร์ สำหรับผู้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน</title>
							<url>https://thestandard.co/us-reward-iran-nuclear-program/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/11/us-reward-iran-nuclear-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>สิงคโปร์จับกุมหญิงสาวเอี่ยวเครือข่ายสแกมข้ามชาติ Prince Group</title>
							<url>https://thestandard.co/singapore-arrests-woman-prince-group-scam/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/11/singapore-arrests-woman-prince-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/global-pension-funds-aging-crisis-risk/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12765322</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1794139200000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2109758400000</endYmdtUnix>

			<title>7 THINGS WE LOVE ABOUT ANTHONY VACCARELLO หนึ่งในดีไซเนอร์ที่สำคัญที่สุดในทศวรรษนี้</title>
			<category>Culture</category>

			<publishTimeUnix>1794139200000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-11-08 19:00:00</publishTime>
			<updateTimeUnix>1794076260000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-11-08 01:31:00</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>7 THINGS WE LOVE ABOUT ANTHONY VACCARELLO หนึ่งในดีไซเนอร์ที่สำคัญที่สุดในทศวรรษนี้</title>
					<description>7 THINGS WE LOVE ABOUT ANTHONY VACCARELLO หนึ่งในดีไซเนอร์ที่สำคัญที่สุดในทศวรรษนี้</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/11/7-things-we-love.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/11/7-things-we-love.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>เมื่อพูดถึง Saint Laurent ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ภาพที่หลายคนนึกถึงอาจเป็นผู้หญิงในแจ็กเกตไหล่กว้าง เดรสโปร่งบางที่แนบไปกับผิว หรือผู้ชายในเสื้อผ้าที่พลิ้วไหวมีทั้งความมาสคิวลีนและเฟมินีนไปพร้อมๆ กัน <br />ทั้งหมดนี้เชื่อมโยงกันด้วยสายตาของ <a href="https://thestandard.co/tag/Anthony-Vaccarello/" target="_blank" rel="dofollow">Anthony Vaccarello</a> ผู้เข้าใจว่าความเย้ายวนเกิดขึ้นได้ทั้งจากการเปิดเผยและการปกปิด ตลอดการทำงานตั้งแต่ปี 2016 เขาค่อยๆ สร้างภาษาของตัวเองขึ้นบนรากฐานของ Saint Laurent จนเสื้อผ้า ภาพแคมเปญ เวทีแฟชั่นโชว์ และผู้คนรอบตัวแบรนด์ ต่างกลายเป็นส่วนหนึ่งของโลกเดียวกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หลัง Saint Laurent ประกาศการอำลาตำแหน่งของเขาในเดือนตุลาคม 2026 การย้อนกลับไปมองเส้นทางของ Anthony จึงเป็นโอกาสให้เราได้เห็นว่าความชัดเจนทางความคิดและวิสัยทัศน์ว่าสามารถพาดีไซเนอร์คนหนึ่งมาไกลเพียงใด จากนักเรียนแฟชั่นในบรัสเซลส์สู่ผู้กำหนดภาพลักษณ์ให้หนึ่งในแฟชั่นแบรนด์สำคัญของฝรั่งเศส นี่คือ 7 เรื่องราวที่ทำให้เรารักผลงานของเขา และอยากคารวะให้กับทศวรรษที่เขาทำให้ชื่อ Saint Laurent มีชีวิตอยู่ในจินตนาการของคนยุคนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section1" style="border-left: 12px solid #0000ff; padding-left: 15px; background-color: #F8F8F8; padding: 10px;">EARLY LIFE &#038; EDUCATION</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>Anthony Vaccarello เติบโตในกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ท่ามกลางรากวัฒนธรรมอิตาเลียนของครอบครัว ก่อนค้นพบเส้นทางของตัวเองที่ La Cambre สถาบันศิลปะและการออกแบบซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในชีวิต ความสนใจเรื่องรูปทรงและโครงสร้างค่อยๆ พัฒนาเป็นวิธีมองเสื้อผ้าที่ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างเนื้อผ้าและร่างกาย เราจึงเห็นความแม่นยำในการตัด การเว้า และการวางน้ำหนักตั้งแต่ผลงานช่วงแรก คอลเล็กชันจบการศึกษาที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก La Cicciolina ทำให้เขาคว้ารางวัลใหญ่จากเทศกาลแฟชั่น Hyères ในปี 2006 และนำไปสู่โอกาสทำงานกับ Fendi ภายใต้ Karl Lagerfeld ประสบการณ์กับวัสดุอย่างหนังและเฟอร์ช่วยต่อยอดความเข้าใจด้านงานฝีมือ ซึ่งภายหลังกลายเป็นพื้นฐานของเสื้อผ้าที่ดูเรียบแต่ต้องอาศัยการก่อสร้างอย่างละเอียดในแบบของเขา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1276525" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/11/7-things-we-love-about-anthony-vaccarello-1.jpg?x64773" alt="Anthony Vaccarello และ Hailey Bieber ในงาน WSJ Innovators 1" width="850" height="850" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section2" style="border-left: 12px solid #0000ff; padding-left: 15px; background-color: #F8F8F8; padding: 10px;">LAUNCHING OWN BRAND</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>หลังทำงานที่ Fendi ราวสองปี Anthony เดินหน้าสร้างแบรนด์ในชื่อของตัวเอง โดยเปิดตัวคอลเล็กชันเสื้อผ้าผู้หญิงครั้งแรกในเดือนมกราคม 2009 ท่ามกลางช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมแฟชั่นกำลังเผชิญผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจ เขายังเลือกเชื่อในเสื้อผ้าที่มีบุคลิกชัดเจน ทั้งเดรสสั้น งานตัดแบบอสมมาตร และรอยผ่าที่เผยผิวอย่างตั้งใจ ความเซ็กซี่ของเขาจึงมีทั้งความคมและการควบคุมสัดส่วน โดยมี Maria Luisa Poumaillou บายเออร์คนสำคัญเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนยุคแรก เสื้อผ้าเหล่านี้วางภาพผู้หญิงที่มั่นใจ เมื่อมองย้อนจาก Saint Laurent กลับมา เราจะเห็นความต่อเนื่องของความคิดอย่างชัดเจน ทั้งเส้นสายที่กระชับ การใช้สีดำ และความสามารถในการทำให้รายละเอียดเพียงจุดเดียวกำหนดอารมณ์ของทั้งลุค</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1276526" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/11/7-things-we-love-about-anthony-vaccarello-2.jpg?x64773" alt="Anthony Vaccarello และ Hailey Bieber ในงาน WSJ Innovators 2" width="850" height="850" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section3" style="border-left: 12px solid #0000ff; padding-left: 15px; background-color: #F8F8F8; padding: 10px;">VERSUS VERSACE</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ความสัมพันธ์กับ Versus Versace เปิดโอกาสให้ Anthony นำภาษาการออกแบบของตัวเองผนวกเข้ากับมรดกของอีกแบรนด์อย่างเต็มตัว หลังแคปซูลคอลเล็กชันที่เผยโฉมในเดือนกันยายน 2014 เขาได้รับแต่งตั้งเป็นครีเอทีฟไดเรกเตอร์ในเดือนมกราคม 2015 โดยมี Donatella Versace เป็นผู้สนับสนุนคนสำคัญ ความรักในสีดำ ความเซ็กซี่ และพลังแบบร็อกแอนด์โรล ทำให้ทั้งสองเชื่อมถึงกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ เขาหยิบรหัสอย่างเข็มกลัดซ่อนปลาย ลายกรีก และการตัดเย็บแบบอสมมาตรมาปรับให้กระชับและมีความคล่องตัว ขณะเดียวกันก็ได้ขยายการทำงานไปสู่เสื้อผ้าผู้ชายด้วย แม้ช่วงเวลาที่ Versus จะไม่ยาวนาน แต่บทบาทนี้ทำให้เห็นความสามารถในการรักษาบุคลิกของแบรนด์ควบคู่กับการใส่วิสัยทัศน์ของตัวเองลงไป เป็นประสบการณ์สำคัญก่อนเขาจะก้าวเข้าสู่โลกของ Saint Laurent</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1276527" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/11/7-things-we-love-about-anthony-vaccarello-3.jpg?x64773" alt="Anthony Vaccarello และ Hailey Bieber ในงาน WSJ Innovators 3" width="850" height="850" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section4" style="border-left: 12px solid #0000ff; padding-left: 15px; background-color: #F8F8F8; padding: 10px;">SAINT LAURENT</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>การเข้ารับตำแหน่งที่ Saint Laurent ในปี 2016 คือจุดเริ่มต้นของบทบาทของ Anthony ถูกจดจำในวงกว้าง เขาค่อยๆ ขยายความเย้ายวนจากเดรสสั้นและเสื้อผ้าแนบตัวไปสู่เทเลอริงไหล่กว้าง เส้นสายทอดยาว และความโปร่งบางที่เผยให้เห็นความละเอียดของการตัดเย็บ ฝั่งเสื้อผ้าผู้ชายก็เปิดพื้นที่ให้โค้ตยาว เสื้อผูกโบ และวัสดุพลิ้วไหวเข้ามาสร้างความสง่างามอีกแบบหนึ่ง เขาสร้างภาพจำแบบใหม่ให้กับ Saint Laurent ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เป็น Saint Laurent ที่เคารพความอิสระของผู้ก่อตั้ง และมีจังหวะของยุคสมัยตัวเองอย่างชัดเจน ไม่เพียงแค่นั้นภายใต้การดูแลของเขาเรายังมีโอกาสเห็นโปรเจกต์พิเศษอื่นๆ ที่เขาผลักดัน Saint Laurent ให้ไปไกลกว่าแค่แบรนด์แฟชั่น เช่น Saint Laurent Productions ซึ่งเปิดตัวในปี 2023 พร้อมผลงานอย่าง Strange Way of Life ของ Pedro Almodóvar ก็ขยายบทสนทนาของแบรนด์ไปสู่ภาพยนตร์ ถือเป็น 10 ปีที่น่าจดจำของแบรนด์อย่างแท้จริง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1276528" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/11/7-things-we-love-about-anthony-vaccarello-4.jpg?x64773" alt="Anthony Vaccarello และ Hailey Bieber ในงาน WSJ Innovators 4" width="850" height="850" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section5" style="border-left: 12px solid #0000ff; padding-left: 15px; background-color: #F8F8F8; padding: 10px;">FAVORITE MUSE: ANJA RUBIK</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>หากต้องเลือกผู้หญิงหนึ่งคนที่สะท้อนความคิดของ Anthony ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ชื่อของ Anja Rubik ย่อมอยู่ในอันดับต้นๆ ซูเปอร์โมเดลชาวโปแลนด์เป็นทั้งเพื่อนสนิทและมิวส์ที่ร่วมเดินทางกับเขามาตั้งแต่ช่วงสร้างแบรนด์ของตัวเอง ภาพของเธอในเดรสผ้าซาตินสีขาวที่งาน Met Gala ปี 2012 พร้อมรอยผ่าสูงถึงสะโพก กลายเป็นหนึ่งในโมเมนต์ที่ทำให้ชื่อของเขาถูกพูดถึงไปทั่วโลก ความน่าจดจำของลุคนั้นอยู่ที่ท่าทีของ Anja พอๆ กับตัวเดรส เธอสวมมันด้วยความมั่นใจและความผ่อนคลายที่ทำให้เสื้อผ้าซึ่งดูท้าทายกลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวเอง ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เผยให้เห็นว่ามิวส์มีบทบาทในการเติมชีวิตและความหมายให้กับงานออกแบบอย่างไร และเป็นเหตุผลที่ทุกครั้งเมื่อเธอปรากฏตัวในผลงานของเขา เรามักรู้สึกได้ถึงความเข้าใจที่ไม่ต้องอธิบายมากนัก Anja ยังมีบทบาทสำคัญต่อเขาที่ Saint Laurent อย่างมากด้วยเช่นกัน นอกจากจะเดินแบบ ขึ้นแคมเปญนับครั้งไม่ถ้วนแล้ว เธอยังปรากฏตัวในงานสำคัญต่างๆ ตลอดระยะเวลา 10 ปี ในชุดของ Saint Laurent โดย Anthony อีกด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1276529" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/11/7-things-we-love-about-anthony-vaccarello-5.jpg?x64773" alt="Anthony Vaccarello และ Hailey Bieber ในงาน WSJ Innovators 5" width="850" height="850" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section6" style="border-left: 12px solid #0000ff; padding-left: 15px; background-color: #F8F8F8; padding: 10px;">PERSONAL LIFE</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>เบื้องหลังโลกแฟชั่นที่มีภาพลักษณ์มั่นใจและเย้ายวน Anthony ให้ความสำคัญกับชีวิตส่วนตัวและความสัมพันธ์ที่อยู่กับเขามาตั้งแต่ก่อนมีชื่อเสียง Arnaud Michaux สามีและผู้ร่วมงานด้านสร้างสรรค์ คือหนึ่งในคนสำคัญที่สุดบนเส้นทางนี้ ทั้งคู่พบกันระหว่างเรียนที่ La Cambre และ Michaux ยังเป็นคนผลักดันให้เขาเริ่มทำแบรนด์ของตัวเองหลังออกจาก Fendi ความสัมพันธ์ของทั้งสองจึงเติบโตไปพร้อมกับการทำงาน ก่อนแต่งงานกันที่ลาสเวกัสในปี 2016 และสร้างครอบครัวร่วมกันในเวลาต่อมา มุมนี้ทำให้เราได้เห็นจังหวะชีวิตที่ต่างออกไปจากภาพบนรันเวย์ ทั้งความไว้ใจ การสนับสนุน และการมีพื้นที่ให้ชีวิตนอกงาน สำหรับดีไซเนอร์ที่สร้างโลกอันชัดเจนให้คนอื่นมองเห็น การมีใครสักคนที่เข้าใจโลกของเขามาตั้งแต่วันแรกก็คงเป็นรากฐานที่มีความหมายไม่น้อย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1276530" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/11/7-things-we-love-about-anthony-vaccarello-6.jpg?x64773" alt="Anthony Vaccarello และ Hailey Bieber ในงาน WSJ Innovators 6" width="850" height="850" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section7" style="border-left: 12px solid #0000ff; padding-left: 15px; background-color: #F8F8F8; padding: 10px;">AWARDS &#038; RECOGNITION</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>เส้นทางของ Anthony มีรางวัลสำคัญเป็นหมุดหมายมาตั้งแต่ Grand Prix ที่ Hyères ในปี 2006 ตามด้วย ANDAM Fashion Award ในปี 2011 ซึ่งมอบเงินสนับสนุน 200,000 ยูโรให้เขาพัฒนาแบรนด์ของตัวเอง ต่อมาเขาได้รับรางวัล Designer of the Year จาก Belgian Fashion Awards ในปี 2023 และ International Designer of the Year จาก CFDA Fashion Awards ประจำปี 2026 การยอมรับเหล่านี้บันทึกพัฒนาการจากดีไซเนอร์รุ่นใหม่สู่ผู้สร้างอิทธิพลในระดับนานาชาติ แต่สิ่งที่ทำให้ผลงานของเขามีน้ำหนักอยู่เสมอคือความเชื่อมั่นในภาษาที่ค่อยๆ พัฒนาขึ้นตลอดหลายปี เขาทำให้ไหล่เสื้อ เส้นชายโค้ต หรือความบางเบาของเนื้อผ้ากลายเป็นรายละเอียดที่เราจดจำได้ และทำให้สิบปีของ Saint Laurent มีภาพเฉพาะอยู่ในความทรงจำ นั่นคือคุณค่าของยุคสมัยที่ Anthony Vaccarello สร้างไว้ให้แฟชั่น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1276531" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/11/7-things-we-love-about-anthony-vaccarello-7.jpg?x64773" alt="Anthony Vaccarello และ Hailey Bieber ในงาน WSJ Innovators 7" width="850" height="850" /></p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>Pierpaolo Piccioli ออกจาก Balenciaga หลังทำงานที่แบรนด์ได้เพียง 16 เดือน</title>
							<url>https://thestandard.co/pierpaolo-piccioli-leaves-balenciaga-16-months/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/11/pierpaolo-piccioli-leaves-balenciaga-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>Anthony Vaccarello ได้แบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Saint Laurent มาซัพพอร์ตที่ CFDA Fashion Awards 2026</title>
							<url>https://thestandard.co/anthony-vaccarello-cfda-fashion-awards/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/11/anthony-vaccarello-cfda-fashion-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>7 THINGS WE LOVE ABOUT WONYOUNG STYLE MOMENTS บทบาทในโลกแฟชั่นที่มีหลายมิติ</title>
							<url>https://thestandard.co/7-things-we-love-about-wonyoung-style-moments/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/11/jang-won-young-fashion.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/7-things-we-love-about-anthony-vaccarello/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12763483</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1794021036000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2109640236000</endYmdtUnix>

			<title>Yoonchae วง KATSEYE ขึ้นแท่นเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ฝั่งอเมริกาเหนือคนแรกของ Dr.Jart+</title>
			<category>Lifestyle</category>

			<publishTimeUnix>1794021036000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-11-07 10:10:36</publishTime>
			<updateTimeUnix>1794021036000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-11-07 10:10:36</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>Yoonchae วง KATSEYE ขึ้นแท่นเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ฝั่งอเมริกาเหนือคนแรกของ Dr.Jart+</title>
					<description>Yoonchae วง KATSEYE ขึ้นแท่นเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ฝั่งอเมริกาเหนือคนแรกของ Dr.Jart+</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/11/yoonchae-katseye-dr-jart-cover.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/11/yoonchae-katseye-dr-jart-cover.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>Dr.Jart+ แบรนด์สกินแคร์สัญชาติเกาหลีใต้ที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2005 เปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์ฝั่งอเมริกาเหนือคนแรกของแบรนด์ นั่นคือ Yoonchae ไอดอลสาววัย 18 ปีจากวง <a href="https://thestandard.co/tag/KATSEYE/" target="_blank" rel="dofollow">KATSEYE</a> ซึ่งเธอได้ประเดิมการเป็นพาร์ตเนอร์ชิปกับแบรนด์ครั้งแรกด้วยการเป็นเฟซแคมเปญใหม่ล่าสุดของโปรดักต์ Premium BB™ Cream</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Dr.Jart+ เผยว่าจับมือร่วมงานกับ Yoonchae ในครั้งนี้นับเป็นการสานต่อการร่วมงานกับศิลปินเกาหลีเพื่อที่จะผสานมรดกตกทอดสกินแคร์เกาหลีเข้ากับวิสัยทัศน์ด้านความงามและการแสดงออกถึงตัวตนในแบบของตัวเองของเธอ ซึ่งแน่นอนว่า Yoonchae ผู้เป็นสมาชิกสัญชาติเกาหลีเพียงหนึ่งเดียวของวง KATSEYE เกิร์ลกรุ๊ปที่ทำลายกำแพงด้านวัฒนธรรมในวงการเพลงระดับโลกก็เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกับแนวคิดของแบรนด์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Yoonchae กล่าวถึงการทำงานในครั้งนี้ว่า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“ฉันเชื่อว่าการดูแลผิวคือวิถีแห่งการดูแลตัวเองมาตลอดอยู่แล้ว ไม่ว่าตารางงานของฉันจะยุ่งขนาดไหน ฉันก็ยังคงชอบที่จะมีกิจวัตรดูแลผิวที่เรียบง่าย ซึ่งทำให้ฉันรู้สึกมั่นใจและสบายใจกับผิวของตัวเอง”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Yoonchae ขึ้นแคมเปญใหม่ของ Premium BB™ Cream SPF 30 โปรดักต์ไฮบริดที่เป็นได้ทั้งสกินแคร์และเมกอัพในเวลาเดียวกัน ด้วยส่วนผสมใหม่ที่เพิ่มไนอะซินาไมด์กับกลีเซอรีน 2% ที่ Dr.Jart+ เผยว่าสามารถพร้อมมอบความชุ่มชื้นให้กับผิวและเสริมสร้างความแข็งแรงให้เกราะป้องกันผิวด้วย SPF พร้อมกับปกปิดผิวหน้าได้ตลอดวันในลุคธรรมชาติที่ผิวดูฉ่ำวาว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #999999;"><strong style="color: #999999;">ภาพ:</strong><span style="color: #999999;"> Dr.Jart+</span></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #999999;"><strong style="color: #999999;">อ้างอิง:</strong> <a style="color: #999999; text-decoration: underline;" href="https://hypebae.com/2026/10/yoonchae-katseye-dr-jart-north-america-brand-ambassador-premium-bb-cream-campaign" target="_blank" rel="noopener">https://hypebae.com/2026/10/yoonchae-katseye-dr-jart-north-america-brand-ambassador-premium-bb-cream-campaign</a></span></p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>การทัวร์ของ BTS ช่วยให้รายได้ไตรมาสที่ 3 ของ HYBE สูงสุดเป็นประวัติการณ์</title>
							<url>https://thestandard.co/hybe-q3-record-earnings-bts-tour/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/11/hybe-q3-record-earnings-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>KATSEYE ประกาศคอนเสิร์ตครั้งแรกในไทย 12 ก.พ. 2027 ณ อิมแพ็ค อารีน่า</title>
							<url>https://thestandard.co/katseye-announces-first-concert-thailand-2027/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/katseye-announces-first-concert-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>เมมเบอร์ KATSEYE รู้สึกดีใจที่ Sophia จะกลับมาทำงานในวงช่วงต้นปีหน้า</title>
							<url>https://thestandard.co/katseye-members-happy-sophia-return/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/10/katseye-members-happy-sophia-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/yoonchae-katseye-dr-jart-ambassador/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12757954</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1793880722000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2109499922000</endYmdtUnix>

			<title>ชมคลิป: AI ไม่ใช่แค่เรื่องของ Tech แต่เป็นเรื่องของ ‘คน’ และ ‘Leadership’ กับ ปฐมา จันทรักษ์ แห่ง Accenture</title>
			<category>Video</category>

			<publishTimeUnix>1793880722000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-11-05 19:12:02</publishTime>
			<updateTimeUnix>1793880755000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-11-05 19:12:35</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>ชมคลิป: AI ไม่ใช่แค่เรื่องของ Tech แต่เป็นเรื่องของ ‘คน’ และ ‘Leadership’ กับ ปฐมา จันทรักษ์ แห่ง Accenture</title>
					<description>ชมคลิป: AI ไม่ใช่แค่เรื่องของ Tech แต่เป็นเรื่องของ ‘คน’ และ ‘Leadership’ กับ ปฐมา จันทรักษ์ แห่ง Accenture</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/11/COVER_W_Accenture-VDO-Interview_ถอดรหัสความล้มเหลว-AI-Transformation.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/11/COVER_W_Accenture-VDO-Interview_ถอดรหัสความล้มเหลว-AI-Transformation.jpg</thumbnail>
				</image>
									<text>
						<content>
						<![CDATA[
							<iframe width="932" height="516" src="https://www.youtube.com/embed/ApBj9t6Td58" title="ชมคลิป: AI ไม่ใช่แค่เรื่องของ Tech แต่เป็นเรื่องของ ‘คน’ และ ‘Leadership’ กับ ปฐมา จันทรักษ์ แห่ง Accenture" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture" allowfullscreen></iframe>
						]]>
						</content>
					</text>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>บริษัทส่วนใหญ่บอกว่าทดลองใช้ AI แล้ว แต่ทำไมผลลัพธ์ยังไม่ออก? ปัญหานี้อาจไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยี แต่ซ่อนอยู่ใน ‘การนำองค์กร’</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ร่วมเปิดมุมมองกับคุณปฐมา จันทรักษ์ Country Managing Director แห่ง Accenture Thailand ที่จะพาไปเจาะลึกว่าทำไม AI Transformation ของหลายองค์กรจึงสะดุด และต้องวางรากฐานอย่างไร เพื่อนำไปสู่ Reinvention หรือการเปลี่ยนแปลงองค์กรครั้งใหญ่อย่างยั่งยืน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>พร้อมตอบคำถามสำคัญที่ผู้นำธุรกิจยุคนี้ต้องรู้ ว่าทำไม AI ไม่ใช่แค่เรื่องของ Tech แต่เป็นเรื่องของ ‘คน’ และ ‘Leadership’</p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>‘Aman Modi’ ชี้บริษัท 90% พูดเรื่อง AI แต่มีเพียง 5% ที่สร้างมูลค่าจริง ‘กรวัฒน์ เจียรวนนท์’ แนะไทยสร้างโมเดล AI เฉพาะทาง</title>
							<url>https://thestandard.co/aman-modi-korawad-ai-value-creation/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/11/aman-modi-korawad-ai.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>ดีอีจับมือ Google เปิดสิทธิ์ใช้ Gemini Enterprise ฟรีสูงสุด 9 เดือน ชู AI Agent กว่า 50 ตัว ช่วยคนไทยทำงานจริง</title>
							<url>https://thestandard.co/des-google-offer-free-gemini-enterprise/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/11/des-google-offer-free-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>หุ้นเทคฯ ดิ่งทั่วโลก ฟองสบู่ AI กำลังแตก? ถอดความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ใต้ AI บูมบนกองหนี้</title>
							<url>https://thestandard.co/global-tech-stocks-plunge-ai-bubble/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/11/global-tech-stocks-plunge-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/ai-tech-accenture-thailand/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12765505</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1794103036000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2109722236000</endYmdtUnix>

			<title>ยิ่งรู้มาก ยิ่งมั่นใจ แต่ไม่ได้แปลว่าตัดสินใจถูก</title>
			<category>Opinion</category>

			<publishTimeUnix>1794103036000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-11-08 08:57:16</publishTime>
			<updateTimeUnix>1794103036000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-11-08 08:57:16</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>ยิ่งรู้มาก ยิ่งมั่นใจ แต่ไม่ได้แปลว่าตัดสินใจถูก</title>
					<description>ยิ่งรู้มาก ยิ่งมั่นใจ แต่ไม่ได้แปลว่าตัดสินใจถูก</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/11/art-of-better-decisions.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/11/art-of-better-decisions.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<h2 id="section1" style="border-left: 12px solid #c19380; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">The Art of Better Decisions &#8211; บทความที่ 1 จาก 3</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>บทความนี้เป็นตอนแรกของชุด The Art of Better Decisions ซึ่งผมอยากชวนสำรวจว่า ทำไมคนเก่งจึงตัดสินใจต่างกัน เราจะใช้ความแตกต่างนั้นช่วยกันตัดสินใจให้ดีขึ้นได้อย่างไร และ AI จะมีบทบาทในการยกระดับคุณภาพการตัดสินใจของเราได้แค่ไหน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เริ่มจากเรื่องใกล้ตัวที่สุดก่อนครับ วิธีคิดของเราเอง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คนเก่งสองคนอ่าน Board Pack เล่มเดียวกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คนหนึ่งเห็นโอกาส อีกคนเห็นเหว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ใครอ่านผิด?</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ผมมีโอกาสเป็น Moderator ในงาน Chairman Forum 2026 ของ Thai IOD ก่อนเริ่มเสวนา คุณอภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา แห่ง Slingshot Group บรรยายเรื่อง The Psychology of Boldness โดยหยิบตารางสี่ช่องขึ้นมาบนจอ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ใครเห็นก็คงนึกถึงเพื่อนกรรมการขึ้นมาทันที น้อยคนจะนึกถึงตัวเอง</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>1. สี่พี่บนรถคันเดียวกัน</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>คุณอภิวุฒิใช้แบบจำลองพฤติกรรมสองแกน อธิบายความแตกต่างของคนจากสิ่งที่ให้ความสำคัญ และวิธีที่ใช้ในการตัดสินใจ พร้อมตั้งชื่อให้จำง่าย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ใช้ข้อมูล ใช้สัญชาตญาณ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>งานและเหตุผล พี่ละเอียด พี่อำนาจ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คนและความรู้สึก พี่สุขุม พี่บันเทิง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>พี่อำนาจขอ Executive Summary แล้วถามต่อว่า มี Summary ของ Summary ไหม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>พี่ละเอียดขอ PowerPoint 80 หน้า พร้อมภาคผนวก และอ่านภาคผนวกจริง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ลองจับสี่พี่ขึ้นรถคันเดียวกันดูครับ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>พี่อำนาจเหยียบคันเร่ง พี่ละเอียดเปิดแผนที่เทียบกันสามแอป พี่สุขุมหันไปถามเบาๆ ว่าคนข้างหลังเมารถหรือเปล่า ส่วนพี่บันเทิงเปิดเพลงชวนทุกคนร้อง และเป็นคนเดียวที่มีความสุขตลอดทาง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ไม่มีใครผิด แต่ทุกคนรู้สึกว่าอีกสามคนกำลังทำให้ไปถึงช้า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คุณอภิวุฒิเตือนว่า อย่าเอาตารางนี้ไปติดป้ายใคร เพราะคนเราเปลี่ยนพฤติกรรมได้ตามสถานการณ์ และความชอบในการตัดสินใจไม่ใช่สิ่งเดียวกับความสามารถ &#8211; Preference, not Ability.</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>จริงครับ เวลาอยู่บ้าน ผมไม่ใช่พี่อำนาจแน่ๆ ตำแหน่งนั้นมีคนครองอยู่แล้ว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่ลองคิดต่ออีกนิด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คนที่บอกให้เหยียบคันเร่ง กำลังมองเห็นโอกาส หรือแค่ไม่ชอบรอ?</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คนที่บอกให้ชะลอ กำลังมองเห็นอันตราย หรือเพียงไม่ชอบความไม่แน่นอน?</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>พฤติกรรมเหมือนกันอาจเกิดจากเหตุผลต่างกัน และคนสองคนที่มองเรื่องเดียวกันต่างกัน อาจมีเหตุผลที่ดีทั้งคู่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>บางทีปัญหาไม่ได้อยู่ที่เราคิดต่างกัน แต่อยู่ที่เรารีบตัดสินว่าคนที่คิดต่างจากเรากำลังคิดผิด</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>2. ขอข้อมูลเพิ่ม เพื่อให้ตัดสินใจดีขึ้น หรือเพื่อให้ดูว่าเรารอบคอบ?</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ก่อนนอน บางคนเดินไปเช็กกลอนประตู</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>รอบแรกเพื่อความปลอดภัย รอบที่สองเพื่อความแน่ใจ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>รอบที่สาม ประตูไม่ได้ล็อกแน่นขึ้นเลย แต่เรานอนหลับสบายขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Board Pack ก็เป็นอย่างนั้นได้เหมือนกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>100 หน้ายังไม่แน่ใจ ขออีก 50 หน้า ถึงรอบหน้าทุกคนรู้มากขึ้น แต่ก็ยังไม่แน่ใจเหมือนเดิม วาระนั้นอาจไม่ผ่าน แต่การขอข้อมูลเพิ่มผ่านฉลุยทุกครั้ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คุณอภิวุฒิเล่างานศึกษาของ Paul Slovic ที่ชวนเซียนม้า 8 คนมาทำนายผลการแข่งขันจริงในอดีต โดยให้เลือกข้อมูลจากตัวแปรจำนวนมาก เริ่มจาก 5 ตัวแปร แล้วเพิ่มเป็น 10, 20 และ 40 ตัวแปร</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ข้อมูลเพิ่มแปดเท่า ความแม่นยำเฉลี่ยในการทำนายผู้ชนะกลับแทบไม่เปลี่ยน อยู่ราว 17%</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่ความมั่นใจเพิ่มจากประมาณ 19% เป็น 31%</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ส่วนม้าไม่ได้รับทราบข้อมูลเหล่านี้ และวิ่งตามปกติ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แน่นอนว่าคนแปดคนไม่ใช่ข้อพิสูจน์สำหรับทุกสถานการณ์ รายคนก็มีทั้งทายแม่นขึ้น แม่นลง และเท่าเดิม ห้องบอร์ดก็ไม่ใช่สนามม้า อย่างน้อยก็ไม่ใช่ทุกวัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่งานวิจัยนี้ชวนให้เราแยกสองสิ่งที่มักถูกเข้าใจว่าเป็นเรื่องเดียวกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ความแม่นยำในการตัดสินใจ กับความมั่นใจว่าเราตัดสินใจถูก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>บางครั้งข้อมูลใหม่ช่วยให้เห็นสิ่งที่ไม่เคยรู้ บางครั้งมันเพียงช่วยยืนยันสิ่งที่เราเชื่ออยู่แล้ว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผมคิดว่ามีอีกเหตุผลหนึ่งที่กรรมการอาจขอข้อมูลเพิ่ม ซึ่งไม่เกี่ยวกับความแม่นยำในการตัดสินใจโดยตรง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นั่นคือความต้องการมั่นใจว่าได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง หรือ Exercise Duty of Care แล้ว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ถ้าโครงการล้มเหลวในอนาคต อย่างน้อยก็สามารถบอกได้ว่าได้ขอข้อมูลเพิ่มเติม ศึกษาความเสี่ยง และทำการบ้านอย่างรอบคอบแล้ว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ฟังดูมีเหตุผลครับ เพราะกรรมการมีหน้าที่และความรับผิดชอบตามกฎหมายจริง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่ผมอยากชวนให้เอ๊ะอีกนิด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรากำลังขอข้อมูลเพิ่มเพื่อให้ตัดสินใจดีขึ้น หรือเพื่อให้มีหลักฐานว่าเราได้พิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว?</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สองเรื่องนี้อาจไม่ใช่เรื่องเดียวกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ มาตรา 89/8 ไม่ได้บอกให้กรรมการต้องมีข้อมูลมากที่สุด หากกรรมการพิสูจน์ได้ว่า ณ เวลาที่พิจารณา ได้ตัดสินใจด้วยความเชื่อโดยสุจริตและสมเหตุสมผลว่าเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัท บนพื้นฐานข้อมูลที่เชื่อโดยสุจริตว่าเพียงพอ และตนไม่มีส่วนได้เสียไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในเรื่องนั้น กฎหมายให้ถือว่าได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบและความระมัดระวังแล้ว</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section2" style="border-left: 12px solid #c19380; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;">คำสำคัญคือ ‘เพียงพอ’ ไม่ใช่ ‘มากที่สุด’</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ก่อนขอข้อมูลเพิ่มอีก 50 หน้า ลองถามตัวเองว่า ข้อมูลที่กำลังขอจะเปลี่ยนการตัดสินใจของเราหรือไม่? จะช่วยตรวจสอบความเสี่ยงสำคัญที่ยังไม่ชัดเจนหรือเปล่า? และระหว่างที่รอ บริษัทกำลังเสียโอกาสอะไรไปบ้าง?</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>บางครั้งการขอข้อมูลเพิ่มคือความรอบคอบที่จำเป็น แต่บางครั้งเราอาจกำลังเปลี่ยนจาก Duty of Care เป็น Duty to Cover โดยไม่รู้ตัว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เพราะเมื่อโครงการล้มเหลว เราสามารถหยิบ Board Pack ทั้ง 150 หน้ามายืนยันได้ว่าเราได้รับข้อมูลมากมาย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่เอกสารเหล่านั้นตอบได้หรือไม่ว่า เราได้ใช้วิจารณญาณอย่างรอบคอบแล้วจริงๆ ?</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ความรอบคอบไม่ได้วัดจากจำนวนหน้าของ Board Pack แต่อยู่ที่ว่าเราใช้ข้อมูลเหล่านั้นคิดและตัดสินใจอย่างไร</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>และประตูบางบานก็จำเป็นต้องเช็กจริง โดยเฉพาะบานที่เปิดแล้วปิดไม่ได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>3. ไม่ตัดสินใจ ก็เป็นการตัดสินใจ</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ถ้ามีคนชวนโยนเหรียญ ออกหัวได้ 3,000 บาท ออกก้อยเสีย 2,000 บาท คุณจะเล่นไหม?</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ถ้าคิดตามค่าเฉลี่ย เราได้เปรียบ 500 บาทต่อครั้ง แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนควรเล่น เพราะเงิน 2,000 บาทที่อาจเสียไป มีความหมายกับแต่ละคนไม่เท่ากัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>งานวิจัยเรื่อง Loss Aversion อธิบายว่า ในหลายสถานการณ์คนเราให้น้ำหนักกับความสูญเสียมากกว่าผลได้ที่มีมูลค่าเท่ากัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ลองนึกภาพในห้องประชุมบอร์ด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>CEO เห็นตลาดใหม่ที่กำลังเติบโต กรรมการบางท่านเห็นความเสี่ยงที่จะขาดทุน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ทั้งสองฝ่ายมีข้อมูลเหมือนกัน แต่ให้น้ำหนักกับผลได้และผลเสียต่างกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>การระมัดระวังไม่ใช่เรื่องผิด เพราะบางความเสี่ยงเมื่อเกิดขึ้นแล้ว บริษัทอาจไม่เหลือโอกาสแก้ตัว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่ลองมองอีกด้านหนึ่ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ถ้าลงทุนแล้วขาดทุน จะมีคนถามว่าทำไมบอร์ดถึงอนุมัติ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่ถ้าไม่ลงทุน แล้วคู่แข่งประสบความสำเร็จจากโอกาสเดียวกัน กลับไม่ค่อยมีใครถามว่าทำไมบอร์ดถึงไม่อนุมัติ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ต้นทุนจากการไม่ทำมักไม่มีบรรทัดชื่อ Opportunity Cost ในงบการเงิน ไม่ต้องตั้งสำรองสำหรับกำไรที่ไม่เคยเกิดขึ้น และบางครั้งก็ไม่มีใครต้องอธิบายว่าบริษัทพลาดโอกาสอะไรไปบ้าง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ไม่ได้แปลว่าทุกโอกาสควรคว้าไว้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่ถ้าเราประเมินเฉพาะความเสี่ยงของการลงมือทำ โดยไม่ประเมินความเสี่ยงของการไม่ทำ เราอาจกำลังมองเห็นเพียงครึ่งเดียวของการตัดสินใจ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>การไม่เสี่ยงไม่ได้แปลว่าปลอดภัยเสมอไป บางครั้งมันเป็นเพียงการเลือกความเสี่ยงที่มองเห็นยากกว่า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>บางบริษัทไม่ได้ล้มเหลวเพราะตัดสินใจผิดครั้งใหญ่ แต่ค่อยๆ สูญเสียความสามารถในการแข่งขัน โดยไม่มีใครรู้แน่ว่ามันเริ่มตั้งแต่เมื่อไร</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>4. ความคิดแวบแรก อาจไม่ใช่คำตอบสุดท้าย</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ก่อนคนกล้าจะยิ้มกว้างเกินไป ลองตอบคำถามนี้ครับ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ไม้เบสบอลกับลูกบอลราคารวมกัน 1.10 ดอลลาร์ ไม้แพงกว่าลูกบอล 1 ดอลลาร์ ลูกบอลราคาเท่าไร?</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ถ้าตอบ 10 เซนต์ ลองคิดอีกทีครับ คำตอบคือ 5 เซนต์ เพราะไม้ราคา 1.05 ดอลลาร์ ไม่ต้องกังวล บทความนี้ไม่มีการจดชื่อ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คำตอบแรกมาเร็ว ดูถูกต้อง และน่าเชื่อจนเราไม่คิดจะตรวจสอบ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Shane Frederick จาก <a href="https://thestandard.co/tag/Massachusetts-Institute-of-Technology-(MIT)/" target="_blank" rel="dofollow noopener">MIT</a> ใช้คำถามลักษณะนี้ศึกษา Cognitive Reflection หรือความสามารถในการหยุดตรวจสอบคำตอบที่ผุดขึ้นมาโดยอัตโนมัติ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผมคิดว่าสิ่งสำคัญไม่ใช่การคิดช้าหรือคิดเร็ว แต่อยู่ที่ว่า เรามีกระบวนการ ‘เอ๊ะ’ กับคำตอบแรกของตัวเองหรือเปล่า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เอ๊ะ…ที่เราคิดว่าถูก มันถูกจริงไหม?</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เอ๊ะ…มีอะไรที่เรายังมองไม่เห็น?</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เอ๊ะ…ถ้าสิ่งที่เราเชื่อไม่จริง ผลจะเป็นอย่างไร?</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ความคิดแรกไม่จำเป็นต้องผิด บางครั้งสัญชาตญาณที่เกิดจากประสบการณ์ก็แม่นยำมาก แต่ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อเรามั่นใจจนไม่ยอมตรวจสอบมันอีก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โดยเฉพาะในห้องประชุมบอร์ด ซึ่งคนที่มีประสบการณ์มากอาจมีคำตอบอยู่ในใจตั้งแต่ฝ่ายจัดการยังนำเสนอไม่จบ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>บางทีสิ่งที่เราต้องฝึกอาจไม่ใช่การคิดให้เร็วขึ้นหรือคิดให้นานขึ้น แต่เป็นการกล้า ‘เอ๊ะ’ กับสิ่งที่ตัวเองมั่นใจที่สุด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คุณอภิวุฒิยังเล่าการทดลอง Balloon Analogue Risk Task หรือ BART ให้คนปั๊มลูกโป่งบนจอคอมพิวเตอร์ ปั๊มหนึ่งครั้งได้เงินเพิ่ม หยุดเมื่อไรก็เก็บเงินสะสมไปได้ แต่ถ้าลูกโป่งแตก เงินรอบนั้นหายหมด และไม่มีใครรู้ว่ามันจะแตกเมื่อไร</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>บางคนปั๊มไม่กี่ครั้งก็หยุด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>บางคนบอกตัวเองว่า อีกทีเดียว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ลูกโป่งไม่มี Risk Committee</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่บริษัทมีบอร์ด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในการลงทุนจริง เราอาจมีเหตุผลดีมากในการตัดสินใจครั้งแรก แต่ก่อนลงทุนเพิ่มครั้งที่สองหรือสาม เราเคยหยุดถามตัวเองไหมว่า สมมติฐานที่ทำให้เราตัดสินใจครั้งแรกยังเป็นจริงอยู่หรือเปล่า?</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>บางครั้งการหยุดต้องใช้ความกล้ามากกว่าการเดินหน้าเสียอีก เพราะเราต้องยอมรับว่าสิ่งที่เคยเชื่อมั่นอาจไม่จริงอีกต่อไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่ผมก็ไม่อยากให้เรื่องนี้กลายเป็นข้อสรุปว่าคนระมัดระวังดีกว่าคนกล้า หรือคนกล้าดีกว่าคนระมัดระวัง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>บางครั้งเราต้องการคนที่กล้าเหยียบคันเร่ง บางครั้งเราต้องการคนที่กล้าแตะเบรก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คำถามคือ เรารู้ตัวไหมว่าโดยธรรมชาติเราเป็นคนแบบไหน และยอมให้คนอื่นช่วยมองในมุมที่เราไม่ถนัดหรือเปล่า?</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เพราะถ้าเราไม่เคย ‘เอ๊ะ’ กับความคิดของตัวเอง เราจะเปิดใจฟังคนที่ ‘เอ๊ะ’ กับความคิดของเราได้อย่างไร</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>5. เราต้องการ Second Opinion หรือแค่คนเห็นด้วย?</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>เวลาต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพ เรามักไปขอ Second Opinion จากหมออีกคนหนึ่ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ถ้ายังไม่แน่ใจ ก็อาจไปขอ Third Opinion</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>การขอความเห็นเพิ่มเติมเป็นเรื่องดี โดยเฉพาะเมื่อการตัดสินใจมีผลกระทบสูง หรือผู้เชี่ยวชาญแต่ละคนมีความรู้และประสบการณ์ต่างกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่ลองคิดดูครับ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สมมติหมอคนแรกบอกว่าควรผ่าตัด หมอคนที่สองเห็นด้วย แต่เรายังไม่อยากผ่า จึงไปหาหมอคนที่สาม คนที่สี่ จนเจอหมอที่บอกว่าไม่ต้องผ่า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เราจะหยุดหาความเห็นตรงนั้นหรือเปล่า?</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ถ้าใช่ เรากำลังแสวงหาความเห็นเพิ่มเติมเพื่อให้ตัดสินใจดีขึ้น หรือกำลังแสวงหาคนที่บอกสิ่งที่เราอยากได้ยิน?</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แน่นอนว่าในการรักษาพยาบาล ความเห็นต่างของแพทย์อาจมีเหตุผลสำคัญ และต้องพิจารณาจากหลักฐานและความเชี่ยวชาญ ไม่ใช่นับเสียงข้างมาก</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในชีวิตการทำงานก็คล้ายกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เรามักชอบคุยกับคนที่นิสัยเหมือนเรา รู้ใจกัน พูดไม่กี่คำก็เข้าใจ มีกรอบความคิดคล้ายกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เป็นเรื่องธรรมชาติครับ ใครๆ ก็อยากอยู่กับคนที่ทำให้สบายใจ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่ในการตัดสินใจเรื่องใหญ่ ความสบายใจนั้นอาจกลายเป็นจุดอ่อน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ลองนึกถึงพี่อำนาจสามคนที่เห็นตรงกันว่าต้องเหยียบคันเร่ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เราอาจได้ความเห็นสามเสียง แต่ยังไม่มีใครดูแผนที่เลย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>การมีคนเห็นด้วยหลายคน ไม่ได้แปลว่าเราได้พิจารณาหลายมุมมอง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Second Opinion ที่มีคุณค่าไม่ได้อยู่ที่เป็นความเห็นที่สองหรือสาม แต่อยู่ที่มันช่วยให้เราเห็นข้อมูล เหตุผล หรือสมมติฐานที่เราอาจมองข้ามไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>และความเห็นที่ต่างออกไปก็ไม่ได้มีคุณค่าเพียงเพราะมันแตกต่าง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เราต้องพิจารณาด้วยว่ามีเหตุผลและหลักฐานรองรับเพียงใด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่ถ้าเราฟังเฉพาะคนที่คิดเหมือนเรา เราอาจไม่มีโอกาสได้ทดสอบความเชื่อของตัวเองเลย บางครั้งคนที่เราไม่ค่อยอยากฟัง อาจเป็นคนที่เราจำเป็นต้องฟังมากที่สุด ไม่ใช่เพราะเขาคิดถูกกว่าเราเสมอไป แต่เพราะเขาอาจมองเห็นสิ่งที่เราไม่เห็น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>และนี่ทำให้ผมกลับมาคิดถึงคนเก่งสองคนที่อ่าน Board Pack เล่มเดียวกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คนหนึ่งเห็นโอกาส อีกคนเห็นเหว ตอนแรกเราถามว่า ใครอ่านผิด?</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่บางทีคำถามที่สำคัญกว่าอาจเป็นว่า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ทั้งสองคนได้ฟังกันจริงๆ แล้วหรือยัง?</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คืนนี้ก่อนนอน ลองนึกถึงเรื่องสำคัญที่ค้างอยู่บนโต๊ะคุณ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>บางเรื่องคุณอาจกำลังเดินไปเช็กกลอนประตูเป็นรอบที่สาม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>บางเรื่องคุณอาจกำลังบอกตัวเองว่า อีกทีเดียว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>และบางเรื่อง คุณอาจกำลังมองหา Third Opinion ทั้งที่มีใครบางคนบอกสิ่งที่คุณไม่อยากได้ยินมาตั้งแต่ First Opinion แล้ว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คุณกำลังมองหาคำตอบ หรือกำลังมองหาคนที่ตอบถูกใจครับ?</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>หมายเหตุ: </b></p>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li>บทความนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากการบรรยาย The Psychology of Boldness ของคุณอภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา ในงาน Chairman Forum 2026 ของ Thai IOD เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #999999;"><strong style="color: #999999;">ภาพ:</strong><span style="color: #999999;"> Master1305 / Shutterstock</span></span></p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>สร้างกติกาการเงินอย่างไร ให้ไม่รีบจนพลาดและไม่รอจนเสียโอกาส</title>
							<url>https://thestandard.co/clear-financial-decision-rules-framework/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/11/clear-financial-decision-rules-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>เลือกตั้งกลางเทอม 2026: คลื่นยักษ์สีน้ำเงินถล่มสองสภาและอีกครึ่งเทอมที่ยากลำบากของทรัมป์</title>
							<url>https://thestandard.co/trump-midterm-elections-2026-republican-loss/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/11/trump-midterm-elections-2026-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>แรงเงา 2026 มิติตัวละครที่หายไปสู่บันเทิงย่อยง่ายเอาใจอัลกอริทึม</title>
							<url>https://thestandard.co/raeng-ngao-2026-review-algorithm-entertainment/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/11/raeng-ngao-2026-review.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/art-of-better-decisions-boardroom-psychology/</sourceUrl>
		</article>

	</articles>
<!--
Performance optimized by W3 Total Cache. Learn more: https://www.boldgrid.com/w3-total-cache/

Page Caching using Disk: Enhanced (Requested URI is rejected) 

Served from: _ @ 2026-11-08 21:08:56 by W3 Total Cache
-->