<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?><articles><UUID>TSTD202607192000</UUID><time>1784491230</time>		<article>
			<ID>12311610</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1784113340000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2099732540000</endYmdtUnix>

			<title>ฟิตร่างกายลุย Hybrid Race กับโปรแกรมฝึกแบบ Team Under Armour</title>
			<category>LIFE</category>

			<publishTimeUnix>1784113340000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-07-15 18:02:20</publishTime>
			<updateTimeUnix>1784114528000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-07-15 18:22:08</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>ฟิตร่างกายลุย Hybrid Race กับโปรแกรมฝึกแบบ Team Under Armour</title>
					<description>ฟิตร่างกายลุย Hybrid Race กับโปรแกรมฝึกแบบ Team Under Armour</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-1.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-1.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>นอกจากจะเป็นที่พูดถึงกันในทุกกลุ่มของสายฟิตสายลุยแล้ว แต่ ‘Hybrid Race’ กีฬาสายวิ่งผสมสายฟิตเนสก็กำลังเป็นเป้าหมายที่รอการพิชิตของใครหลาย ๆ คนอย่างแน่นอน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แน่นอนว่าหลากหลายผู้พิชิตและหลากหลายทีมกำลังเตรียมตัวอย่างเข้มข้น รวมถึงที่ RYSE Arena เมื่อวันศุกร์ที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมาที่เหล่า TeamUA หรือ Team <a href="https://thestandard.co/tag/Under-Armour/" target="_blank" rel="dofollow noopener">Under Armour</a> ทั้ง 22 คนก็ได้เริ่มออกมา Full Body Shake เรียกเหงื่อเรียกแรงกันอย่างเข้มข้น ในอีก 5 สัปดาห์ข้างหน้าที่จะให้สายฟิตทุกคนได้ท้าทายตัวเองกันอีกครั้งในปีนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231147" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-1.jpg?x33645" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 1" width="1280" height="1700" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>ฟิต 5 สัปดาห์ก่อนแข่งกับ Under Armour</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ระยะเวลา 5 สัปดาห์ของแคมป์ฝึกซ้อม Team UA จะได้เจอกับโปรแกรมที่วางรากฐานการพัฒนาศักยภาพร่างกายอย่างเป็นระบบ เริ่มต้นจากการปรับพื้นฐานการเคลื่อนไหวเพื่อเตรียมความพร้อม ก่อนจะไต่ระดับความเข้มข้นไปสู่การจำลองสถานการณ์ในสนามแข่งจริง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231148" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-2.jpg?x33645" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 2" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ช่วงสัปดาห์แรกเริ่มด้วยการทดสอบ Movement Foundation เพื่อประเมินความพร้อม จากนั้นสร้าง Aerobic Base เสริมความทนทาน และยกระดับสู่ Strength Endurance สำหรับสถานีที่ใช้พละกำลัง พร้อมฝึกเทคนิค Transition การคุมเพซ และวางกลยุทธ์เฉพาะตัว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231149" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-3.jpg?x33645" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 3" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมื่อเข้าสู่โค้งสุดท้าย จะเน้น Race Simulation เพื่อฝึกซ้อมภายใต้ความกดดันและความเหนื่อยล้าจริง ก่อนเข้าช่วง Taper เพื่อลดการซ้อม ให้ร่างกายได้ฟื้นฟูและสะสมพลังงานเต็มเปี่ยมสำหรับวันแข่ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231151" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-4.jpg?x33645" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 4" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>เผยโฉม ‘Team UA’ ก่อนลง Full Body Shake</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับสัปดาห์แรกของ Team Under Armour ทั้ง 22 คนได้มาพบหน้ากันเพื่อทำความรู้จักและ Ice Breaking แบบฉบับสายฟิตสายลุยที่จะมาทำความรู้จักกันขณะ Planking และ Squat เรียกเหงื่อ ซึ่งแต่ละคนเดินเข้ามาพร้อมเป้าหมายที่แตกต่างกัน ทั้งการทำลายสถิติเดิมของตัวเอง หรือกลับมาทวงฟอร์มหลังผ่านสนามมา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ไม่ว่าจะเป็น Junior (@ju.nio.r12) และ Jaynoppa (@jaynoppa), Emma Arocha (@emmarchh), Pim Pimkanok (@pimmypiam) Pipe Kamtapong (@pipekubkib) นอกจากนี้ยังมี ‘รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น’ หนึ่งในนักกีฬา Under Armour มาเข้าร่วม Full Body Shakeout ในฐานะ Team UA ด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231152" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-5.jpg?x33645" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 5" width="1920" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โดยสำหรับคลาสสัปดาห์แรก TEAM UA เริ่มด้วย Easy Run ก่อนฝึกคุมแรงที่สถานี SkiErg และ RowErg ต่อด้วยโจทย์คู่อย่าง Sled Push ร่วมกับ Farmer Hold ที่ต้องถือ Kettlebell ให้มั่นคงขณะเพื่อนดัน Sled</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231153" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-6.jpg?x33645" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 6" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ครึ่งหลังทวีความเข้มข้นด้วย Burpee Broad Jump, Wall Ball, Walking Lunge และท่าท้าทายใจอย่าง Sandbag Reverse Lunge, Ab-mat Sit-up กับ Bearhug Sandbag Carry ในเวลาจำกัด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231154" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-7.jpg?x33645" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 7" width="1920" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แม้เป็นท่าที่คุ้นเคย แต่เมื่อฝึกต่อเนื่อง บททดสอบจริงคือการคุมหายใจและรักษาฟอร์มเพื่อออมแรง คลาสนี้ช่วยให้ทุกคนพบจุดแข็งและจุดที่ต้องปรับปรุง เพื่อเตรียมลุยต่อสำหรับการแข่งที่กำลังจะเข้ามา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231155" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-8.jpg?x33645" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 8" width="1920" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>เทรนก่อนเจอสนามจริงแบบ Team UA ได้กับยิมพาร์ตเนอร์</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>หากใครอยากฝึกร่างกายให้พร้อมกับเวทีท้าทายตัวเองใน Hybrid Race แบบ Team UA ก็ไม่ต้องอิจฉาไป เพราะ Under Armour เปิดโอกาสให้ทุก ๆ คนที่อยากเตรียมตัวก่อนลง Hybrid Race ได้เข้ามาฝึกในระบบเดียวกันด้วย โดยโปรแกรมนี้ร่วมมือกับยิมพาร์ตเนอร์ 3 แห่ง ได้แก่ RYSE Arena, ONTRACK Campus (เขตพระโขนง) และ FIT:D Thailand</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231156" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-9.jpg?x33645" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 9" width="1920" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่ละคลาสจะเป็นการค่อย ๆ ทำความเข้าใจองค์ประกอบที่จำเป็นต่อ Hybrid Race ตั้งแต่การสร้าง Aerobic Base การเพิ่ม Strength Endurance การควบคุมเพซ ไปจนถึงการฝึก Transition ระหว่างการวิ่งและสถานีต่าง ๆ ก่อนนำทุกอย่างมาทดลองร่วมกันผ่าน Race Simulation</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231157" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-10.jpg?x33645" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 10" width="1280" height="1700" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผู้สนใจร่วมซ้อมแบบ Team UA สามารถรับ Training Class Pass (3 เครดิต) เมื่อซื้อสินค้าครบ 6,900 บาทที่ Under Armour Brand House เพื่อเข้าเซสชันกับยิมพาร์ตเนอร์และแบ่งปันให้เพื่อนได้ โดยผู้ที่เข้าครบ 3 คลาสตามเงื่อนไข จะได้รับสิทธิ์ลงทะเบียน Race Simulation เพื่อทดสอบความพร้อมของร่างกาย จังหวะเปลี่ยนสถานี และแผนการแบ่งแรงก่อนเจอสนามจริง สามารถรับรายละเอียดและโค้ดลงทะเบียนได้จากทีมงานหน้าร้าน</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>มาทดสอบตัวเองเพื่อพัฒนาตัวเองไปอีกขั้น</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในการฝึกซ้อมสัปดาห์แรกนี้ Under Armour ได้ให้การสนับสนุนผู้ท้าชิง Hybrid Race อย่างเต็มที่กับทุกคนที่มีเป้าหมายเดียวกัน โดยมีระบบสนับสนุนตลอดเส้นทาง ทั้งโปรแกรมฝึก โค้ช ยิมพาร์ตเนอร์ เสื้อผ้าอุปกรณ์ และการฟื้นฟูร่างกาย ทำให้แบรนด์เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงการฝึก ความรู้ และคอมมูนิตี้ เพื่อผลักดันแนวคิด Make Athletes Better ให้เกิดขึ้นจริงผ่านการลงมือทำ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231158" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-11.jpg?x33645" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 11" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับใครที่กำลังมอง Hybrid Race เป็นเป้าหมายถัดไป อย่ารีรอให้ใกล้วันแข่ง เวลานี้คือเวลาที่ดีที่สุดแล้วที่จะได้ท้าทายตัวเอง และพัฒนาตัวเองไปในอีกขั้นก่อนการแข่งจริงในอีกไม่กี่สัปดาห์นี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231159" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-12.jpg?x33645" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 12" width="1920" height="1280" /><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231160" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-13.jpg?x33645" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 13" width="1920" height="1280" /></p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>UNDER ARMOUR X MARINE SERRE แคปซูลคอลเล็กชันเพื่อฉลอง 30 ปีของแบรนด์กีฬา</title>
							<url>https://thestandard.co/under-armour-marine-serre-capsule/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/06/under-armour-marine-serre-1.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>สเตฟเฟน เคอร์รี แยกทาง Under Armour หลังร่วมงานกันนาน 13 ปี</title>
							<url>https://thestandard.co/stephen-curry-parts-under-armour/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2025/11/stephen-curry-parts-under.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>Nike-adidas นำทัพ 76 แบรนด์รองเท้าสหรัฐฯ วอนทรัมป์ยกเว้นภาษีเพื่อความอยู่รอดของอุตสาหกรรม</title>
							<url>https://thestandard.co/nike-adidas-76-brands-trump-tax/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2025/05/Nike.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/under-armour-hybrid-race-training/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12325111</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1784463278000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2100082478000</endYmdtUnix>

			<title>&#8216;ยิงแอดก่อน พีอาร์ไว้ทีหลัง&#8217; คือกับดักที่ทำให้แบรนด์จ่ายแพงกว่าเดิม 3-5 เท่า หากต้องการกู้ชื่อเสียงคืน</title>
			<category>News</category>

			<publishTimeUnix>1784463278000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-07-19 19:14:38</publishTime>
			<updateTimeUnix>1784463278000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-07-19 19:14:38</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>&#8216;ยิงแอดก่อน พีอาร์ไว้ทีหลัง&#8217; คือกับดักที่ทำให้แบรนด์จ่ายแพงกว่าเดิม 3-5 เท่า หากต้องการกู้ชื่อเสียงคืน</title>
					<description>&#8216;ยิงแอดก่อน พีอาร์ไว้ทีหลัง&#8217; คือกับดักที่ทำให้แบรนด์จ่ายแพงกว่าเดิม 3-5 เท่า หากต้องการกู้ชื่อเสียงคืน</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/pr-ads-trap-brand-cover.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/pr-ads-trap-brand-cover.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>ในภาวะที่ธุรกิจเผชิญทั้งสงครามตะวันออกกลางและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น หลายองค์กรเลือกตัดงบการสื่อสารประชาสัมพันธ์เป็นอันดับแรก ด้วยความคิดว่าต้องยิงโฆษณาขายของก่อนแล้วค่อยทำพีอาร์ทีหลัง แต่ข้อมูลจากงานวิจัยระดับสากลกลับชี้ว่าการตัดสินใจแบบนี้ทำให้ต้นทุนการฟื้นตัวสูงขึ้นหลายเท่า เพราะตัวแปรที่ลูกค้าใช้เลือกแบรนด์ในเวลาแบบนี้คือ &#8216;ความเชื่อมั่น&#8217; ซึ่งเป็นสิ่งที่พีอาร์มีบทบาทโดยตรงในการสร้าง</p>
<p>&nbsp;</p>
<div style="background: #fff; border-radius: 16px; padding: 20px; box-shadow: 0 10px 25px rgba(0,0,0,0.12); max-width: 600px;">
<div style="margin-bottom: 12px;">
<h2 style="font-size: 22px; font-weight: bold;">ประเด็นสำคัญ</h2>
<div style="height: 6px; background-color: #e62227; margin-top: 6px; width: 100%;">&nbsp;</div>
</div>
<ul style="padding-left: 20px; margin: 0; list-style: disc;">
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section1">ร้านที่ปิดไฟกับต้นทุนที่ต้องจ่ายคืน 3-5 เท่า</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section2">พีอาร์กับโฆษณาทำหน้าที่คนละอย่าง</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section3">8 เกณฑ์ที่ลูกค้าใช้เลือกแบรนด์ในภาวะวิกฤติ</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section4">เล่าให้ครบ 4 มิติ กับ 9 เรื่องเล่าที่ใช้ได้ไม่รู้จบ</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section5">ของดีอย่างเดียวไม่พอ ถ้าไม่มีใครรู้</a></li>
</ul>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p>ชญาน์ทัต วงศ์มณี Chief Storytelling Officer บริษัท ปีติ พีอาร์ จำกัด นำเสนอหัวข้อ &#8216;กลยุทธ์สร้างความเชื่อมั่นด้วยพีอาร์ ในยุคที่แบรนด์ต้องฉลาดบริหารเงิน&#8217; หรือ Why stopping PR &amp; Storytelling will cost your business ในงาน Creative Talk Conference 2026 โดยปีติพีอาร์เป็นเอเจนซีที่ทำงานภายใต้แนวคิด PR = Purpose Relations ซึ่งมุ่งสร้างธุรกิจที่มีหัวใจ ให้เข้าไปอยู่ในหัวใจผู้คน และทำให้สังคมดีขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section1" style="border-left: 12px solid #c19380; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;"><b>ร้านที่ปิดไฟกับต้นทุนที่ต้องจ่ายคืน 3-5 เท่า</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ชญาน์ทัตเริ่มต้นด้วยการเปรียบเทียบร้านค้าสองแบบ ร้านที่ปิดไฟนั้นมองจากข้างนอกไม่เห็นอะไรเลย ขณะที่ร้านที่เปิดไฟทำให้เห็นลูกค้าที่กำลังมีความสุขกับสินค้า เห็นพนักงานที่กระตือรือร้นยิ้มแย้ม เห็นสินค้าที่ดูสวยงามน่าใช้ ซึ่งลูกค้าย่อมเลือกร้านที่เปิดไฟมากกว่า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&#8220;พีอาร์ก็คือการเปิดไฟ ร้านค้าที่เปิดไฟก็เหมือนธุรกิจที่ยังคงดำเนินการสื่อสารต่อไป ทำให้รู้ว่าธุรกิจมีความเคลื่อนไหว ยังดำเนินธุรกิจไปได้ดี ในขณะที่ร้านค้าที่ปิดไฟก็เหมือนธุรกิจที่ตัดงบพีอาร์ ซึ่งลูกค้าไม่ได้คิดว่าร้านที่ปิดไฟกำลังประหยัด แต่คิดว่าร้านไม่เปิดหรือปิดกิจการไปแล้วด้วยซ้ำ&#8221; ชญาน์ทัตกล่าว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ข้อสังเกตนี้มีข้อมูลรองรับ โดยรายงานจาก <a href="https://thestandard.co/tag/Harvard-Business-Review/" target="_blank" rel="dofollow noopener">Harvard Business Review</a> และ McGraw-Hill Research ที่ศึกษาบริษัทในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจต่อเนื่องไปจนถึงช่วงที่เศรษฐกิจฟื้นตัว แบ่งบริษัทออกเป็น 2 ประเภท คือกลุ่มที่ตัดงบพีอาร์และหยุดการสื่อสาร กับกลุ่มที่ยังทำพีอาร์ต่อเนื่อง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผลปรากฏว่ากลุ่มที่ตัดงบพีอาร์และหยุดสื่อสารต้องใช้เงินมากกว่า 3-5 เท่าในการฟื้นฟูชื่อเสียง กอบกู้ความน่าเชื่อถือ และดึงส่วนแบ่งตลาดกลับคืนมา อีกทั้งยังต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้นอีก 20-30% ในการฟื้นฟู ขณะที่กลุ่มที่ทำพีอาร์อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงวิกฤติ มียอดขายสูงกว่ากลุ่มที่ตัดงบถึง 2.5 เท่า หรือ 256% เมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าการสื่อสารอย่างต่อเนื่องแม้ในภาวะวิกฤติคือการรักษาธุรกิจเอาไว้ผ่านความเชื่อมั่นของลูกค้า</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section2" style="border-left: 12px solid #c19380; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;"><b>พีอาร์กับโฆษณาทำหน้าที่คนละอย่าง</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>อีกความเข้าใจที่ต้องชัดคือ บางธุรกิจเลือกตัดงบพีอาร์แต่ยังคงงบโฆษณาไว้ ด้วยเหตุผลว่าต้องการยอดขายก่อน ทั้งที่เครื่องมือสองอย่างนี้ทำหน้าที่ต่างกัน และการตัดบทบาทของพีอาร์ออกไปเท่ากับตัดความน่าเชื่อถือของแบรนด์ออกไปด้วย ชญาน์ทัตอธิบายความต่างไว้ 4 ข้อ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ข้อแรกคือเรื่องเสียงที่พูด โฆษณาคือเสียงจากแบรนด์ที่บอกว่าตัวเองมีดีอย่างไร (I am good) ขณะที่พีอาร์คือเสียงสะท้อนจากคนอื่นที่ยืนยันว่าแบรนด์มีดีอย่างไร (They say that I am good) การมีคนอื่นมายืนยันจึงสร้างความน่าเชื่อถือได้มากกว่าการที่แบรนด์บอกด้วยตัวเองเพียงอย่างเดียว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ข้อสองคือผลลัพธ์ที่ได้ โฆษณาทำให้รู้ว่าแบรนด์มีตัวตนอยู่ (Brand awareness) ส่วนพีอาร์ทำให้รู้ว่าแบรนด์มีความน่าเชื่อถือ (Brand credibility) ซึ่งสำคัญขึ้นเรื่อยๆ เพราะทุกวันนี้ผู้บริโภคไม่ได้สนใจเพียงว่าแบรนด์นำเสนอผลิตภัณฑ์อะไร แต่ให้ความสำคัญไปถึงความน่าเชื่อถือของแบรนด์ด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ข้อสามคือวิธีเล่า โฆษณาคือการกรองเรื่องที่น่าสนใจมาเล่าแค่บางส่วนให้เข้าใจง่ายและคมที่สุด (Short &amp; Sharp) เปรียบได้กับตัวอย่างภาพยนตร์ความยาว 30 วินาทีที่ดูสั้นๆ ก็รู้เรื่อง ขณะที่พีอาร์คือการแตกประเด็นขยายให้ลึกและกว้าง (Deep &amp; Wide) เปรียบได้กับภาพยนตร์สารคดีที่เจาะลึก ตีแผ่ให้เห็นมิติของสิ่งที่ทำและความพิถีพิถัน จนทำให้แบรนด์มีความน่าเชื่อถือ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ข้อสี่คือประสิทธิภาพของงบประมาณ โฆษณาคือซื้อ 1 โพสต์ได้ 1 โพสต์ (1=1) ขณะที่พีอาร์คือการทำประเด็นให้แข็งแรงและมีคุณค่า บวกกับความสัมพันธ์ที่ดีจากการสร้างคุณค่าให้กันและกัน ทำให้สื่อและผู้ทรงอิทธิพลทางความคิดนำไปขยายต่อได้มากกว่าหนึ่งสื่อ (1=100) มุมนี้สะท้อนว่าการทำการบ้านอย่างหนักกับประเด็นที่สื่อสาร และการบริหารความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ช่วยให้การบริหารงบการตลาดมีประสิทธิภาพมากกว่าการซื้อโฆษณาเพียงอย่างเดียว</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section3" style="border-left: 12px solid #c19380; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;"><b>8 เกณฑ์ที่ลูกค้าใช้เลือกแบรนด์ในภาวะวิกฤติ</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ชญาน์ทัตระบุว่าในวิกฤติเศรษฐกิจ ลูกค้าไม่ได้หยุดการบริโภค แต่พิถีพิถันในการเลือกยิ่งกว่าเดิม และเลือกจากความน่าเชื่อถือของแบรนด์ โดยมี 8 สิ่งที่ลูกค้านำมาพิจารณา</p>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li><b>คุ้มค่า</b> &#8211; ไม่ได้ดูเพียงราคาที่เข้าถึงได้ แต่พิจารณาไปถึงคุณภาพที่ได้รับ โดยลูกค้าต้องการรู้ข้อมูลเชิงลึกมากขึ้นเพื่อประกอบการตัดสินใจ ทั้งส่วนผสม กระบวนการผลิต และมาตรฐาน</li>
<li><b>มั่นคง</b> &#8211; ผลประกอบการดี ไม่ปิดกิจการแน่นอน ไปจนถึงความเชื่อมั่นต่อองค์กรที่วางรากฐานธุรกิจไว้แข็งแรง ไม่ได้เพิ่งมาทำตอนเกิดวิกฤติ ซึ่งแสดงว่าองค์กรเตรียมตัวรับความเสี่ยงไว้อย่างดี</li>
<li><b>ผู้นำ</b> &#8211; ลูกค้าดูไปถึงว่าใครเป็นผู้บริหารองค์กร มีวิสัยทัศน์อย่างไร บุคลิกภาพเป็นอย่างไร และจัดการธุรกิจอย่างไรในภาวะวิกฤติ</li>
<li><b>สู้สุดใจเพื่อลูกค้า</b> &#8211; แบรนด์ที่แสดงให้เห็นว่ามาเพื่อช่วยแก้ปัญหา ไม่เพิ่มปัญหาหรือผลักภาระให้ลูกค้า เข้าใจปัญหาที่ลูกค้าเผชิญ และหาวิธีช่วยให้ลูกค้ามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น</li>
<li><b>มาพร้อมสิ่งใหม่</b> &#8211; แบรนด์ยังนำเสนอนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ใหม่ และความเคลื่อนไหวใหม่ออกมาตลอด ซึ่งสะท้อนความเชี่ยวชาญ และทำให้เห็นว่าวิกฤติหยุดความคิดสร้างสรรค์ขององค์กรไม่ได้</li>
<li><b>ใช้แล้วบ่งบอกตัวตน</b> &#8211; ภาพลักษณ์ของแบรนด์ต้องสะท้อนตัวตนที่ลูกค้าเป็นอยู่หรืออยากเป็น</li>
<li><b>เป็นคนดีพิสูจน์ได้</b> &#8211; ลูกค้าพิจารณาไปถึงวัฒนธรรมองค์กร วิถีปฏิบัติที่องค์กรทำกับพนักงาน ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง สิ่งแวดล้อม และชุมชน รวมถึงการดูแลและพัฒนาพนักงาน โดยต้องทำในสิ่งที่พูดและมีหลักฐานพิสูจน์ได้ว่าทำจริง</li>
<li><b>ใครๆ ก็เชื่อมั่น</b> &#8211; ลูกค้าพิจารณาว่าแบรนด์ได้รับการพูดถึงอย่างไร และลูกค้าคนอื่นมีความเห็นต่อแบรนด์อย่างไร</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section4" style="border-left: 12px solid #c19380; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;"><b>เล่าให้ครบ 4 มิติ กับ 9 เรื่องเล่าที่ใช้ได้ไม่รู้จบ</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับวิธีเล่าเรื่องที่สร้างความน่าเชื่อถือ ชญาน์ทัตนำเสนอ &#8216;Purposeful Storytelling Framework&#8217; ของปีติพีอาร์ ซึ่งเป็นการเล่าเรื่องใน 4 มิติที่แบรนด์ควรสื่อสารให้ครอบคลุม ได้แก่ Why คือเป้าหมายสูงสุด เหตุผลในการดำรงอยู่ของธุรกิจ วิสัยทัศน์ และความเชื่อ, How คือกระบวนการแปลงเป้าหมายสูงสุดให้กลายเป็นการลงมือทำจริง เช่น กลยุทธ์ กระบวนการผลิต และอินไซต์, Who คือผู้คนที่เกี่ยวข้องซึ่งมีเป้าหมายเดียวกับองค์กร ทั้งผู้บริหาร พนักงาน ผู้เชี่ยวชาญ และแบรนด์แอมบาสเดอร์ และ What คือประสบการณ์ที่นำเสนอ ผลิตภัณฑ์ และนวัตกรรม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ปัญหาคือแบรนด์ส่วนใหญ่มักเล่าแต่ What เพียงอย่างเดียวเพราะต้องการขายของเป็นหลัก แต่หากเล่าให้ครบทั้ง 4 มิติ ประเด็นที่สื่อสารจะมีมิติ มีความลึก เชื่อมโยงกันทั้งหมด และน่าสนใจมากขึ้น จนนำไปสู่การสร้างความเชื่อมั่นให้แบรนด์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ชญาน์ทัตยังชี้ว่าการสื่อสารที่เล่าแต่ผลิตภัณฑ์อย่างเดียวทำให้แบรนด์มีเพียงมิติเดียว และผลักให้ลูกค้ารู้สึกเบื่อจนเกิดความรู้สึกไม่ดีต่อแบรนด์ จึงนำเสนอ &#8216;9 เรื่องเล่า&#8230;เล่าได้ไม่รู้จบ&#8217; เพื่อให้แบรนด์เล่าเรื่องผ่านพีอาร์ได้ลึกและกว้างกว่าเดิม</p>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li><b>Founder story</b> &#8211; เรื่องราวของผู้ก่อตั้งว่าอะไรคือแรงผลักดันให้เกิดธุรกิจนี้ขึ้น ทำให้เห็นความอินที่ส่งต่อมายังการทำงาน เช่น ผู้ก่อตั้งเคยประสบปัญหาบางอย่างมาก่อนจึงเข้าใจความรู้สึกของคนที่มีปัญหา และเกิดเป็นแรงผลักดันในการทำธุรกิจเพื่อแก้ปัญหานั้น</li>
<li><b>Purpose story &#8211;</b> เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ของแบรนด์ว่าเกิดมาเพื่ออะไร โดยเฉพาะเป้าหมายที่ทำให้เห็นว่าแบรนด์เกิดมาเพื่อแก้ปัญหาสำคัญที่เชื่อมโยงกับผู้บริโภคได้ และมีแบรนด์นี้แล้วชีวิตผู้บริโภคดีขึ้นอย่างไร</li>
<li><b>Turning point story &#8211;</b> ช่วงเวลาสำคัญที่หลอมรวมองค์กรให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันเพื่อผ่านวิกฤติไปได้ แสดงให้เห็นความเป็นนักสู้ที่อยากแก้ปัญหาให้สำเร็จ แม้เป็นช่วงที่แบรนด์ตกต่ำแต่ก็พลิกวิกฤติเป็นโอกาสได้</li>
<li><b>Insight story &#8211;</b> อินไซต์และความรู้ที่ผ่านการสังเคราะห์ แสดงถึงความเชี่ยวชาญของแบรนด์ที่เกาะติดและศึกษาประเด็นนั้นจนเห็นข้อมูลเชิงลึกหรือภาพกว้างของสังคม เป็นข้อมูลที่ผู้บริโภค สื่อ และวงวิชาการนำไปอ้างอิงได้ ทำให้เมื่อคนต้องการข้อมูลเรื่องนั้นก็จะนึกถึงแบรนด์</li>
<li><b>The Making of story &#8211;</b> เล่าเบื้องหลังการทำงานและเรื่องราวระหว่างทางที่ไม่สมบูรณ์แบบ แทนการเล่าแต่ปลายทางที่สำเร็จแล้ว ทำให้เห็นกระบวนการทำงานและความใส่ใจ เช่น การนำภาพโมเดลต้นแบบหรือภาพร่างของโปรเจกต์ที่แม้ไม่ได้เป็นเวอร์ชันสุดท้าย แต่ทำให้เห็นว่าผ่านการลองผิดลองถูกมาก่อน</li>
<li><b>Customer story</b> &#8211; เล่าเรื่องผ่านมุมมองของลูกค้า พื้นฐานที่สุดคือการนำเสนอรีวิวการใช้ผลิตภัณฑ์ แต่ทำให้ลึกขึ้นได้ด้วยการนำข้อมูลของลูกค้ามาวิเคราะห์จนกลายเป็นความรู้ ซึ่งแสดงว่าแบรนด์พยายามทำความเข้าใจผู้บริโภคในมิติที่ลึกเพียงใด</li>
<li><b>Employee story</b> &#8211; เล่าเรื่องพนักงานที่ทำให้เห็นว่าองค์กรหลอมรวมคนที่มีเป้าหมายและความเชื่อเดียวกัน ผ่านชีวิตพนักงานที่เป็นเรื่องจริง ไม่จัดตั้ง</li>
<li><b>Employer story</b> &#8211; เล่าเหตุผลว่าทำไมบริษัทนี้จึงน่าทำงาน พื้นฐานที่หลายธุรกิจใช้คือเล่าถึงสวัสดิการ แต่หากอยากให้ลึกและน่าเชื่อถือขึ้นควรเล่าไปถึงความเชื่อและวัฒนธรรมองค์กร เพราะเป็นสิ่งที่แรงงานให้ความสำคัญ</li>
<li><b>Solution story</b> &#8211; ใช้คำว่า Solution แทน Product เพื่อสื่อว่าแบรนด์แก้ปัญหาอะไรให้ลูกค้า ซึ่งสะท้อนความเชี่ยวชาญและความเชื่อของแบรนด์ได้ด้วย โดยไม่จำเป็นต้องนำเสนอผลิตภัณฑ์เสมอไป แต่ต้องมองไกลไปถึงปัญหาของลูกค้าที่แม้ดูเล็กน้อยในสายตาคนอื่น แต่เป็นเรื่องใหญ่สำหรับแบรนด์</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section5" style="border-left: 12px solid #c19380; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;"><b>ของดีอย่างเดียวไม่พอ ถ้าไม่มีใครรู้</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ชญาน์ทัตชี้ว่าหลายคนเข้าใจผิดว่าถ้าของมันดีก็ไม่ต้องทำพีอาร์ก็ได้ ความจริงคือการทำผลิตภัณฑ์ให้ดีเป็นพื้นฐานที่ต้องแข็งแรงอยู่แล้ว แต่ลูกค้าไม่ได้มีเวลาหรือความพยายามค้นคว้าทุกแง่มุมของแบรนด์ด้วยตัวเองขนาดนั้น พีอาร์จึงเป็นการสร้างโอกาสที่เอื้อให้ลูกค้ารับรู้สิ่งที่แบรนด์ทำได้ง่ายขึ้น เพราะในโลกธุรกิจ ต่อให้ทำแต่ไม่มีใครรู้ ก็เท่ากับสิ่งนั้นไม่เคยเกิดขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อีกความเข้าใจผิดคือมองว่าพีอาร์คือการสร้างภาพ ทั้งที่พีอาร์คือการสร้างแบรนด์ผ่านการสื่อสารที่เอื้อโอกาสให้ลูกค้ารู้ว่าแบรนด์ลงมือทำจริงอย่างสม่ำเสมอ สาระสำคัญจึงอยู่ที่ธุรกิจต้องลงมือทำสิ่งที่พูด เป็นตัวจริงในเรื่องนั้น และสื่อสารออกไปให้คนเกิดความเชื่อมั่นไปพร้อมกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในภาวะวิกฤติเช่นนี้ ชญาน์ทัตมองว่าแบรนด์ควรใช้โอกาสสร้างความเชื่อมั่นผ่านการสื่อสารด้วยพีอาร์ เพื่อให้เห็นว่าแบรนด์มีความตั้งใจสู้เพื่อลูกค้าขนาดไหน มีความแข็งแรงทางธุรกิจอย่างไร มีความเชี่ยวชาญลึกซึ้งแค่ไหน และเป็นองค์กรที่มีจิตวิญญาณในการฝ่าฟันอุปสรรค สิ่งนี้จะกลายเป็นภาพจำที่ลูกค้าประทับไว้ในใจและเกิดเป็นความเชื่อมั่นต่อแบรนด์ ซึ่งทำให้แบรนด์เติบโตได้อย่างแข็งแรงและยั่งยืน</p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>เมื่อซีอีโอเชื่อว่า AI ทำงานแทนคนได้ แต่งานวิจัยบอกว่ายังไม่ใช่ ผู้ก่อตั้ง Box ชี้ &#8216;AI Psychosis&#8217; ทำผู้บริหารตัดสินใจปลดคนจากสิ่งที่ไม่เคยลงมือ</title>
							<url>https://thestandard.co/ai-psychosis-ceos-fire-staff/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/ai-psychosis-ceos-fire-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>ติดปีกธุรกิจด้วยพลังดีไซน์ในงาน SYNC Design &#038; Innovation in SITE 2026 [ADVERTORIAL]</title>
							<url>https://thestandard.co/sync-design-innovation-site-2026/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/06/sync-design-innovation-site-1.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>5 โอกาสจากงาน SYNC Design &#038; Innovation in SITE 2026 ที่สายธุรกิจพลาดไม่ได้ [ADVERTORIAL]</title>
							<url>https://thestandard.co/sync-design-innovation-site-business/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/06/sync-design-innovation-site.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/pr-ads-trap-brand-cost/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12324952</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1784453703000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2100072903000</endYmdtUnix>

			<title>7 THINGS WE LOVE ABOUT KARINA AESPA FASHION MOMENTS อีกหนึ่ง Fashion Powerhouse จากวงการเคป๊อป</title>
			<category>Culture</category>

			<publishTimeUnix>1784453703000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-07-19 16:35:03</publishTime>
			<updateTimeUnix>1784453703000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-07-19 16:35:03</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>7 THINGS WE LOVE ABOUT KARINA AESPA FASHION MOMENTS อีกหนึ่ง Fashion Powerhouse จากวงการเคป๊อป</title>
					<description>7 THINGS WE LOVE ABOUT KARINA AESPA FASHION MOMENTS อีกหนึ่ง Fashion Powerhouse จากวงการเคป๊อป</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/karina-aespa-fashion-powerhouse-1.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/karina-aespa-fashion-powerhouse-1.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p><a href="https://thestandard.co/tag/Karina/" target="_blank" rel="dofollow noopener">Karina</a> ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเธอคือหนึ่งในไอดอลเคป็อปที่ทรงอิทธิพลต่อวงการแฟชั่นมากที่สุดแห่งยุค ทั้งในฐานะสมาชิกวง Aespa และในฐานะบุคคลที่มีภาพลักษณ์ชัดเจนจนสามารถสร้างมูลค่าทางแฟชั่นได้ทุกครั้งที่ปรากฏตัว ไม่ว่าจะเป็นลุคสนามบิน งานแฟชั่นวีค หรือแม้แต่โพสต์บนโซเชียลมีเดีย เธอมักกลายเป็นไวรัลและสร้างแรงบันดาลใจให้แฟนแฟชั่นทั่วโลกอยู่เสมอ ด้วยใบหน้าที่มีเอกลักษณ์และสัดส่วนอันโดดเด่น รวมถึงวิธีที่เธอสวมใส่เสื้อผ้าให้ดูร่วมสมัย เรียบหรู และมีความมั่นใจในแบบของตัวเอง ทำให้หลายแบรนด์มองเห็นศักยภาพในการเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่สามารถเชื่อมโยงโลกแฟชั่นเข้ากับวัฒนธรรมป๊อปได้อย่างเป็นธรรมชาติ</p>
<p>&nbsp;</p>
<div style="background: #fff; border-radius: 16px; padding: 20px; box-shadow: 0 10px 25px rgba(0,0,0,0.12); max-width: 600px;">
<div style="margin-bottom: 12px;">
<h2 style="font-size: 22px; font-weight: bold;">ประเด็นสำคัญ</h2>
<div style="height: 6px; background-color: #e62227; margin-top: 6px; width: 100%;">&nbsp;</div>
</div>
<ul style="padding-left: 20px; margin: 0; list-style: disc;">
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section1">PRADA</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section2">NIKE</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section3">GENTLE MONSTER</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section4">CHANEL BEAUTY</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section5">CONVERSE</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section6">MLB</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section7">NORDISK</a></li>
</ul>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Karina ได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งใน &#8220;Fashion Powerhouse&#8221; ของวงการ K-Pop อย่างเต็มตัว พร้อมขยายอิทธิพลจากเวทีดนตรีสู่ลักชัวรีแฟชั่นระดับโลกอย่างต่อเนื่อง การปรากฏตัวของเธอในโชว์ของแบรนด์ชั้นนำมักได้รับความสนใจจากสื่อและแฟนแฟชั่นทั่วโลกจนกลายเป็นหนึ่งในโมเมนต์สำคัญของแต่ละซีซั่น ขณะเดียวกัน แบรนด์ต่างๆ ก็เลือกใช้ภาพลักษณ์ของเธอในการสื่อสารกับผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับทั้งสไตล์ ความมั่นใจ และเธอยังสามารถถ่ายทอด DNA ของแต่ละแบรนด์ออกมาได้อย่างน่าเชื่อถือ และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้เธอกลายเป็นหนึ่งใน Global Ambassador ที่ถูกจับตามองมากที่สุดในอุตสาหกรรมแฟชั่นปัจจุบัน<br />
The Standard Pop จะพาทุกคนไปดูถึงอิทธิพลของเธอในวงการแฟชั่นกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section1" style="border-left: 12px solid #0000ff; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;"><b>PRADA</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>การได้รับเลือกให้เป็น Global Brand Ambassador ของ Prada ในปี 2024 ถือเป็นหนึ่งในก้าวสำคัญที่ตอกย้ำสถานะของ Karina บนเวทีแฟชั่นระดับโลก เพราะ Prada เป็นแบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องการเลือกบุคคลที่สามารถสะท้อนวิสัยทัศน์แห่งความทันสมัยและความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างแท้จริง ภาพลักษณ์ของ Karina ซึ่งผสมผสานระหว่างความเฉียบคม ความสง่างาม และความล้ำสมัย จึงเข้ากับแนวคิดของแบรนด์ได้อย่างลงตัว เราได้เห็นเธอปรากฏตัวในโชว์ของ Prada อย่างต่อเนื่อง พร้อมลุคที่ตีความเสื้อผ้าออกมาในแบบที่ดู effortless แต่ยังคงความแฟชั่นสูง ทุกครั้งที่เธอสวมใส่ Prada ล้วนได้รับการพูดถึงอย่างกว้างขวางบนโลกออนไลน์ และหลายไอเทมก็กลายเป็นที่ต้องการของแฟนแฟชั่นอย่างรวดเร็ว ความสัมพันธ์ระหว่าง Karina และ Prada จึงเป็นมากกว่าการเป็นพรีเซนเตอร์ แต่คือการที่ศิลปินคนหนึ่งสามารถถ่ายทอดภาษาของแบรนด์ให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้อย่างเป็นธรรมชาติ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1232488" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/karina-aespa-fashion-powerhouse-1-1.jpg?x33645" alt="Karina Aespa ในชุดแฟชั่นจากแบรนด์ Prada 1" width="850" height="850" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section2" style="border-left: 12px solid #0000ff; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;"><b>NIKE</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>แม้ภาพจำของ Karina จะเชื่อมโยงกับโลกแฟชั่นเป็นหลัก แต่การร่วมงานกับ Nike เมื่อกลางปี 2025 ได้เผยให้เห็นอีกหนึ่งมิติของเธอที่เต็มไปด้วยพลัง ความแข็งแรง และไลฟ์สไตล์แบบแอ็กทีฟ แบรนด์เลือกนำเสนอ Karina ในฐานะผู้หญิงยุคใหม่ที่สามารถสร้างสมดุลระหว่างแฟชั่นและการเคลื่อนไหวได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าวิ่ง สนีกเกอร์ไลฟ์สไตล์ หรือเสื้อผ้าสปอร์ต เธอล้วนสามารถสวมใส่ออกมาได้อย่างดูเป็นธรรมชาติ พร้อมสะท้อนแนวคิดที่ว่าการออกกำลังกายและแฟชั่นสามารถเดินไปด้วยกันได้ ความสามารถในการถ่ายทอดความมั่นใจ และความสง่างามในเวลาเดียวกัน ทำให้ Karina เป็นตัวแทนของ Nike ที่สามารถเชื่อมโยงผู้บริโภครุ่นใหม่เข้ากับแบรนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1232489" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/karina-aespa-fashion-powerhouse-2.jpg?x33645" alt="Karina Aespa ในชุดแฟชั่นจากแบรนด์ Prada 2" width="850" height="850" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section3" style="border-left: 12px solid #0000ff; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;"><b>GENTLE MONSTER</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>หากมีแบรนด์ใดที่สะท้อนภาพลักษณ์ล้ำสมัยของ Karina ได้อย่างสมบูรณ์แบบ Gentle Monster คือหนึ่งในนั้น ด้วยแนวคิดที่ผสมผสานแฟชั่น ศิลปะ และนวัตกรรมเข้าไว้ด้วยกัน แบรนด์จึงมองเห็นศักยภาพของ Karina ในฐานะผู้หญิงที่มีความ Futuristic และมีเสน่ห์เหนือความเป็นจริง แว่นตาแต่ละดีไซน์เมื่ออยู่บนตัวเธอสามารถเปลี่ยนจากแอ็กเซสเซอรีธรรมดาให้กลายเป็นแฟชั่นสเตตเมนต์ได้ทันที ลุคต่างๆ ที่ปล่อยออกมาสะท้อนทั้งความคม ความลึกลับ และความโมเดิร์นในแบบที่เข้ากับเอกลักษณ์ของแบรนด์อย่างชัดเจน ความร่วมมือนี้ยังตอกย้ำว่า Karina คือหนึ่งในแฟชั่นไอคอนแห่งยุคที่สามารถถ่ายทอดงานดีไซน์อันล้ำสมัยออกมาได้อย่างมีมิติ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1232490" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/karina-aespa-fashion-powerhouse-3.jpg?x33645" alt="Karina Aespa ในชุดแฟชั่นจากแบรนด์ Prada 3" width="850" height="850" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section4" style="border-left: 12px solid #0000ff; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;"><b>CHANEL BEAUTY</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>นอกเหนือจากโลกของแฟชั่น Karina ยังได้รับเลือกให้เป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ของ CHANEL Beauty เมื่อปลายปี 2025 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงอีกหนึ่งมิติของเสน่ห์ที่แตกต่างออกไป หาก Prada เน้นความโมเดิร์นและความเฉียบคม CHANEL Beauty กลับดึงเอาความสง่างาม ความละเมียดละไม และความเป็นผู้หญิงร่วมสมัยของเธอออกมาได้อย่างน่าประทับใจ ไม่ว่าจะเป็นแคมเปญเครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์ความงามต่างๆ Karina สามารถถ่ายทอดภาพลักษณ์ของผู้หญิงที่ดูมั่นใจแต่ยังคงความอ่อนโยนได้อย่างสมดุล ความงามที่ดูสะอาด ผิวที่เปล่งประกาย และเมกอัพที่เรียบง่าย ล้วนกลายเป็นซิกเนเจอร์ที่แฟนๆ พูดถึงอยู่เสมอ การร่วมงานกับ CHANEL Beauty จึงช่วยตอกย้ำว่า Karina เป็น Beauty Icon ของคนรุ่นใหม่ที่สามารถเชื่อมโยงโลกแห่งความงามและแฟชั่นเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างไร้รอยต่อ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1232491" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/karina-aespa-fashion-powerhouse-4.jpg?x33645" alt="Karina Aespa ในชุดแฟชั่นจากแบรนด์ Prada 4" width="850" height="850" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section5" style="border-left: 12px solid #0000ff; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;"><b>CONVERSE</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ล่าสุดกับการร่วมงานระหว่าง Karina และ Converse ถือเป็นการสะท้อนภาพลักษณ์อีกด้านที่แตกต่างจากลักชัวรีแฟชั่นอย่างสิ้นเชิง เพราะแบรนด์เลือกนำเสนอเธอในฐานะตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่มีความมั่นใจ สนุก และเข้าถึงได้ง่าย สนีกเกอร์รุ่นคลาสสิกของ Converse เมื่ออยู่บน Karina กลับดูมีความแฟชั่นมากขึ้น ด้วยการสไตลิงที่ผสมผสานความแคชชวลเข้ากับความโมเดิร์นได้อย่างลงตัว แคมเปญต่างๆ ของเธอช่วยยืนยันว่า Converse ไม่ได้เป็นเพียงรองเท้าสำหรับสตรีตแวร์ แต่สามารถกลายเป็นไอเทมสำคัญในลุคแฟชั่นร่วมสมัยได้เช่นกัน ความสามารถในการสลับบทบาทจากลักชัวรีสู่ไลฟ์สไตล์แบรนด์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ คือสิ่งที่ทำให้ Karina เป็นหนึ่งในพรีเซนเตอร์ที่มีความยืดหยุ่นและน่าจับตามองที่สุดของวงการ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1232492" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/karina-aespa-fashion-powerhouse-5.jpg?x33645" alt="Karina Aespa ในชุดแฟชั่นจากแบรนด์ Prada 5" width="850" height="850" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section6" style="border-left: 12px solid #0000ff; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;"><b>MLB</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>Karina คือหนึ่งในกำลังสำคัญที่ช่วยผลักดันให้ MLB ยังคงเป็นแบรนด์แฟชั่นสตรีตยอดนิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ทั่วเอเชีย ด้วยภาพลักษณ์ที่สดใหม่แต่ยังคงความเท่ เธอสามารถตีความไอเทมของ MLB ไม่ว่าจะเป็นหมวก เบสบอลแคป แจ็กเก็ต หรือสนีกเกอร์ ให้ออกมาดูทันสมัยและมีสไตล์มากกว่าความเป็นสปอร์ตเพียงอย่างเดียว ลุคของ Karina ในแคมเปญต่างๆ มักได้รับการแชร์อย่างรวดเร็วบนโซเชียลมีเดีย พร้อมสร้างกระแสให้แฟนๆ แต่งตัวตามอยู่เสมอ ความนิยมของเธอในฐานะไอดอลระดับโลกยังช่วยขยายฐานผู้บริโภคของ MLB ไปสู่ตลาดต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงไม่น่าแปลกใจที่เธอจะกลายเป็นหนึ่งในภาพจำสำคัญของแบรนด์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1232493" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/karina-aespa-fashion-powerhouse-6.jpg?x33645" alt="Karina Aespa ในชุดแฟชั่นจากแบรนด์ Prada 6" width="850" height="850" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section7" style="border-left: 12px solid #0000ff; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;"><b>NORDISK</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>การร่วมงานกับ Nordisk ตั้งแต่ปี 2024 แสดงให้เห็นว่า Karina ไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่เพียงแฟชั่นลักชัวรีหรือสตรีตแวร์เท่านั้น แต่ยังสามารถถ่ายทอดเสน่ห์ของแบรนด์เอาต์ดอร์และไลฟ์สไตล์ได้อย่างน่าเชื่อถือ Nordisk ซึ่งมีจุดเด่นด้านการใช้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติและงานดีไซน์สไตล์สแกนดิเนเวียน ได้เลือก Karina มาเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับทั้งฟังก์ชันและความสวยงามในเวลาเดียวกัน ภาพลักษณ์ที่ดูสะอาด เรียบง่าย และเป็นธรรมชาติของเธอช่วยเติมเต็มอัตลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างลงตัว แคมเปญต่างๆ ยังสะท้อนให้เห็นว่าเสื้อผ้าเอาต์ดอร์ในปัจจุบันสามารถเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นประจำวันได้โดยไม่จำเป็นต้องละทิ้งความมีสไตล์ ซึ่ง Karina ก็สามารถถ่ายทอดแนวคิดนั้นออกมาได้อย่างน่าเชื่อถือและร่วมสมัย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1232494" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/karina-aespa-fashion-powerhouse-7.jpg?x33645" alt="Karina Aespa ในชุดแฟชั่นจากแบรนด์ Prada 7" width="850" height="850" /></p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>NINGNING วง aespa บริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือคนชราในกรุงโซลที่กำลังต่อสู้กับคลื่นความร้อน</title>
							<url>https://thestandard.co/ningning-aespa-donates-seoul-elderly-heatwave/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/ningning-aespa-donates-seoul-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>BTS ปล่อยมิวสิกวิดีโอเพลง NORMAL บน Spotify เป็นที่แรก</title>
							<url>https://thestandard.co/bts-normal-music-video-spotify/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/bts-normal-music-video-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>ยอดค้นหาชื่อวง RESCENE พุ่งสูงขึ้น 6,550% หลังสร้างเทรนด์ฮิต ‘Geoje Yaho’</title>
							<url>https://thestandard.co/rescene-geoje-yaho-viral-trend/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/rescene-geoje-yaho-viral-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/karina-aespa-fashion-powerhouse/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12261023</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1783060843000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2098680043000</endYmdtUnix>

			<title>เจาะลึก “ไกลโคโซม™” เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดจากวาสลีน ผ่าน 4 กลไกสลายเม็ดสีลึกระดับเซลล์ ตัดจบวงจรฝ้าแดดและจุดด่างดำ เพื่อผิวกระจ่างใสใน 2 สัปดาห์ [Advertorial]</title>
			<category>Lifestyle</category>

			<publishTimeUnix>1783060843000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-07-03 13:40:43</publishTime>
			<updateTimeUnix>1783060974000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-07-03 13:42:54</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>เจาะลึก “ไกลโคโซม™” เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดจากวาสลีน ผ่าน 4 กลไกสลายเม็ดสีลึกระดับเซลล์ ตัดจบวงจรฝ้าแดดและจุดด่างดำ เพื่อผิวกระจ่างใสใน 2 สัปดาห์ [Advertorial]</title>
					<description>เจาะลึก “ไกลโคโซม™” เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดจากวาสลีน ผ่าน 4 กลไกสลายเม็ดสีลึกระดับเซลล์ ตัดจบวงจรฝ้าแดดและจุดด่างดำ เพื่อผิวกระจ่างใสใน 2 สัปดาห์ [Advertorial]</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/Glycosomes.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/Glycosomes.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>เคยสงสัยหรือไม่ว่า ทำไมการผลัดเซลล์ผิวถึงไม่สามารถจัดการกับปัญหาฝ้าแดดและจุดด่างดำได้อย่างตรงจุด หรือบางกรณี แม้ฝ้าแดด จุดด่างดำจะดูจางลง แต่ไม่ทันไรปัญหาเดิมๆ ก็วกกลับมากวนใจทุกที</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คำตอบของวงจรฝ้าแดดซ้ำซาก อาจซ่อนอยู่ใน ‘ภัยแดด’</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>‘ภัยแดด’ ตัวการทำร้ายลึกระดับเซลล์</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>องค์การอนามัยโลก จัดระดับค่า UV Index หรือดัชนีความเข้มข้นของรังสี UV หากสูงถึงระดับ 11 ถือว่าอยู่ในระดับ Extreme หรืออยู่ในขีดอันตราย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ซึ่งค่าเฉลี่ย UV Index ไทยอยู่ที่ 11–12 ในวันทั่วไป และในวันที่ฟ้าโปร่งหรือช่วงฤดูร้อน หลายจังหวัดทางภาคกลางและภาคใต้อาจพุ่งขึ้นไปถึง 13–14 นั่นเท่ากับว่า คนไทยต้องเผชิญกับภัยแดดระดับรุนแรงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ค่า UV Index ระดับนี้ จะเข้าไปกระตุ้นเมลาโนไซต์ (Melanocyte) หรือเซลล์สร้างเม็ดสีเมลานินในชั้นผิวอย่างรุนแรง ส่งผลให้เกิดฝ้าแดดและจุดด่างดำฝังลึกอย่างรวดเร็ว ยิ่งไปกว่านั้น แสงแดดยังสร้างความเสียหายต่อ DNA ภายในเซลล์ผิว และก่อให้เกิดภาวะ Oxidative Stress หรือความไม่สมดุลระหว่างอนุมูลอิสระกับสารต้านอนุมูลอิสระ เมื่ออนุมูลอิสระสะสมมากเกินกว่าที่ร่างกายจะจัดการได้ทัน เซลล์ผิวจึงเกิดการอักเสบ เสื่อมสภาพ เกราะป้องกันผิวถูกทำลายจนอ่อนแอลงในระยะยาว และเสี่ยงต่ออาการผิวไหม้แดดได้ง่ายขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>ทำไมการแก้ปัญหาด้วยการผลัดเซลล์ผิวอาจทำให้ฝ้าแดดเข้มขึ้น</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>กลุ่มผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว มักเป็นตัวเลือกแรกๆ ของคนที่มีปัญหาฝ้าแดดและจุดด่างดำ เพราะเข้าใจว่า การผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกจะช่วยให้ฝ้าดูจางลง แต่นี่ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ตรงจุด เพราะเซลล์ผิวชั้นลึกยังคงผลิตเม็ดสีใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ยิ่งไปกว่านั้น การใช้กรดที่แรงเกินไปจะค่อยๆ ทำลายเกราะป้องกันผิว ทำให้ผิวบางและอ่อนแอลงโดยไม่รู้ตัว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมื่อผิวที่บางและอ่อนแอต้องกลับไปเผชิญกับแสงแดดอีกครั้ง เซลล์เมลาโนไซต์ที่ไวต่อสิ่งเร้าจะถูกกระตุ้นซ้ำอย่างรุนแรง จนเร่งผลิตเม็ดสีออกมามากกว่าเดิม เกิดเป็น Rebound Effect ทำให้ฝ้ากลับมาเข้มหนาและรักษาได้ยากกว่าเดิม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>การจัดการกับฝ้าแดดที่ได้ผลลัพธ์ จึงต้องเข้าไปจัดการที่กลไกภายในเซลล์ ตั้งแต่การยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิน ตัดวงจรการส่งต่อเม็ดสี และเร่งกระบวนการกำจัดเม็ดสีที่สะสมอยู่ ควบคู่ไปกับการปกป้องผิวจากแสงแดดเสมอ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1226091" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/vaseline-glycosome-melasma-dark-spots-1.jpg?x33645" alt="ภาพผลิตภัณฑ์ Vaseline Pro Derma ที่ช่วยลดฝ้าแดดและจุดด่างดำ 1" width="1440" height="1440" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>เจาะลึก 4 กลไกสลายฝ้าแดดด้วยเทคโนโลยี ‘ไกลโคโซม™’</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ขณะที่สารไบรท์เทนนิ่งทั่วไปในท้องตลาดอาจทำได้เพียงยับยั้งเม็ดสีที่ต้นตอ แต่เทคโนโลยี <b>‘ไกลโคโซม™’ (Glycosome™)</b> นวัตกรรมสารสลายเม็ดสีทรงพลังเอกสิทธิ์เฉพาะของวาสลีน จะปลุก 4 กลไกสลายฝ้าแดดลึกระดับเซลล์ที่เหนือกว่าเทคโนโลยีแบบเดิมๆ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1226092" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/vaseline-glycosome-melasma-dark-spots-2.jpg?x33645" alt="ภาพผลิตภัณฑ์ Vaseline Pro Derma ที่ช่วยลดฝ้าแดดและจุดด่างดำ 2" width="1440" height="1440" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>กลไกที่ 1: </b>ปลุกเกราะป้องกันผิว ปกป้องผิวชั้นลึกจากรังสี UVA/UVB และอนุมูลอิสระจากมลภาวะ ซึ่งเป็นตัวการหลักที่คอยกระตุ้นการทำงานของเมลาโนไซต์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>กลไกที่ 2:</b> ลดการสะสมและการขนส่งเม็ดสีผิวสู่ผิวชั้นนอก เร่งสลายเม็ดสีที่สะสมในผิวชั้นนอกด้วยกลไก Autophagy โดยมุ่งเป้าทำลายเมลาโนโซม (Melanosome) หรือขยะเม็ดสีที่ตกค้างอยู่ในเซลล์ให้สลายตัวไปเองตามธรรมชาติ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>กลไกที่ 3:</b> เปลี่ยนวงจรการสร้างเม็ดสีที่เคยถูกรังสี UV กระตุ้นให้สร้างเม็ดสีเข้ม-ดำ ให้กลับมาสร้างเม็ดสีสว่าง (Pheomelanin) เพิ่มมากขึ้นแทน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>กลไกที่ 4:</b> ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ Tyrosinase ซึ่งเป็นตัวการหลักในการผลิตเม็ดสีเข็ง จึงช่วยหยุดยั้งการเกิดฝ้าใหม่ได้อย่างตรงจุด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1226093" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/vaseline-glycosome-melasma-dark-spots-3.jpg?x33645" alt="ภาพผลิตภัณฑ์ Vaseline Pro Derma ที่ช่วยลดฝ้าแดดและจุดด่างดำ 3" width="1440" height="1800" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2><b>ยกระดับการสลายฝ้าแดดด้วย ‘Vaseline Pro Derma’</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>วาสลีนต่อยอดเทคโนโลยีไกลโคโซม™ พัฒนาจนเกิดเป็นนวัตกรรมยกระดับการจัดการฝ้าแดดและจุดด่างดำฝังลึกอย่างสมบูรณ์แบบ จนได้ออกมาเป็น ‘<b>Vaseline Pro Derma Melasma Repair SPF50+ PA++++ Treatment Serum’</b> เซรั่มเนื้อบางเบาพิเศษที่มาพร้อมการปกป้องผิวแบบ Broad-spectrum ด้วย SPF50+ PA++++ ผสานเทคโนโลยี ‘ไกลโคโซม™’ ที่ทำหน้าที่พาสารบำรุงเข้าถึงระดับเซลล์ได้อย่างแม่นยำ ทำงานร่วมกับ Nia-Glutamide ในการจัดการฝ้าแดดอย่างรอบด้าน ทั้งช่วยผลัดเซลล์ผิวใหม่แบบหลายมิติ สลายจุดด่างดำฝังลึกในผิวชั้นนอก พร้อมฟื้นบำรุงและตัดวงจรการก่อตัวของเม็ดสีใหม่ไปพร้อมกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1226094" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/vaseline-glycosome-melasma-dark-spots-4.jpg?x33645" alt="ภาพผลิตภัณฑ์ Vaseline Pro Derma ที่ช่วยลดฝ้าแดดและจุดด่างดำ 4" width="1133" height="733" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>จากผลการทดสอบทางคลินิกกับอาสาสมัคร 35 คน ที่ใช้ต่อเนื่อง 12 สัปดาห์ พบว่ากระที่เกิดจากแสงแดดจางลงถึง 85% จุดด่างดำโดยรวมจางลง 82% และจุดด่างดำที่เกิดจากแสงแดดลดลง 71%</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1226095" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/vaseline-glycosome-melasma-dark-spots-5.jpg?x33645" alt="ภาพผลิตภัณฑ์ Vaseline Pro Derma ที่ช่วยลดฝ้าแดดและจุดด่างดำ 5" width="1440" height="1440" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>และสำหรับผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย <b>‘Vaseline Pro Derma Melasma Repair SPF50+ PA++++ Treatment Serum’</b> ยังผ่านการทดสอบทางคลินิกแล้วว่ามีความอ่อนโยน เหมาะกับผิวบอบบาง โดยได้ทำการทดสอบกับสภาพผิวของคนเอเชียโดยเฉพาะ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1226096" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/vaseline-glycosome-melasma-dark-spots-6.jpg?x33645" alt="ภาพผลิตภัณฑ์ Vaseline Pro Derma ที่ช่วยลดฝ้าแดดและจุดด่างดำ 6" width="1133" height="733" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เสริมประสิทธิภาพการบำรุงและฟื้นฟูผิวจากฝ้าแดดอย่างล้ำลึกด้วย ‘<b>Vaseline Pro Derma Melasma Repair Treatment Cream’</b> ครีมบำรุงและฟื้นบำรุงผิวเนื้อเข้มข้น ที่ออกแบบมาให้ทำงานประสานกันลึกถึงระดับเซลล์เพื่อลดเลือนฝ้าแดด จุดด่างดำ และสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ ทำงานร่วมกับ Pro-Retinol จึงช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน ลดเลือนฝ้าได้ตรงจุด ผ่านการทดสอบทางคลินิกแล้วว่า ช่วยฟื้นบำรุงผิวให้ดูกระจ่างใสขึ้น 66% ปรับผิวให้เรียบเนียนขึ้น 53% และช่วยให้สีผิวดูสม่ำเสมอเรียบเนียนขึ้นอย่างชัดเจนถึง 61% ภายใน 12 สัปดาห์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1226097" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/vaseline-glycosome-melasma-dark-spots-7.jpg?x33645" alt="ภาพผลิตภัณฑ์ Vaseline Pro Derma ที่ช่วยลดฝ้าแดดและจุดด่างดำ 7" width="1440" height="1440" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เชื่อว่าผลลัพธ์หลังใช้นวัตกรรม ‘Vaseline Pro Derma’ ของวาสลีน จะทำให้คนที่มีปัญหาฝ้าแดดและจุดด่างดำพอใจไม่มากก็น้อย แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปตลอดกาลคือแนวคิดในการรับมือกับปัญหาฝ้าแดดที่ถูกต้องและตรงจุดลึกถึงระดับเซลล์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1226098" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/vaseline-glycosome-melasma-dark-spots-8.jpg?x33645" alt="ภาพผลิตภัณฑ์ Vaseline Pro Derma ที่ช่วยลดฝ้าแดดและจุดด่างดำ 8" width="1133" height="733" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าของ Vaseline Pro Derma ยังมีอีกหนึ่งสูตรที่ออกแบบมาเพื่อผู้ที่มีผิวอ่อนแอ แพ้ง่าย โดยเน้นการฟื้นบำรุงและเสริมเกราะป้องกันผิวให้กลับมาแข็งแรง พร้อมเติมความชุ่มชื้นให้ผิวดูอิ่มน้ำและมีสมดุลมากขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1226099" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/vaseline-glycosome-melasma-dark-spots-9.jpg?x33645" alt="ภาพผลิตภัณฑ์ Vaseline Pro Derma ที่ช่วยลดฝ้าแดดและจุดด่างดำ 9" width="1133" height="733" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แสงแดดไม่เพียงทำร้ายผิว แต่ยังเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ เกราะป้องกันผิวอ่อนแอ ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น และไวต่อการระคายเคืองมากขึ้น <b>Vaseline Pro Derma Barrier Repair SPF 50+ PA++++ Treatment Serum </b>ตัวนี้จะช่วยฟื้นบำรุงและเสริมปราการผิว พร้อมปกป้องผิวจากรังสี UV และอนุมูลอิสระจากแสงแดดและมลภาวะ ด้วยการปกป้องแบบ Broad Spectrum SPF50+ PA++++ ในเนื้อเซรั่มบางเบา สบายผิว ช่วยฟื้นบำรุงผิวแห้ง แพ้ง่าย และบอบบาง ลดแนวโน้มการระคายเคือง เติมความชุ่มชื้นล้ำลึก พร้อมล็อกผิวให้อิ่มน้ำยาวนาน ตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้*</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1226100" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/vaseline-glycosome-melasma-dark-spots-10.jpg?x33645" alt="ภาพผลิตภัณฑ์ Vaseline Pro Derma ที่ช่วยลดฝ้าแดดและจุดด่างดำ 10" width="1440" height="1800" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>‘Vaseline Pro Derma Barrier Repair Hydro Cream’ </b> ไฮโดรครีมที่ช่วยเติมน้ำและกักเก็บความชุ่มชื้นในเซลล์ผิว พร้อมเสริมปราการผิวให้แข็งแรงจากภายในสู่ภายนอก ด้วยการทำงานของ Hexapeptide ที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและเติมความชุ่มชื้นให้ผิวดูอิ่มฟู ผสานเซราไมด์ 9 ชนิด ที่ช่วยเพิ่มระดับเซราไมด์ในผิวสูงสุด 35%* ล็อกความชุ่มชื้นให้ผิวดูชุ่มชื้น อิ่มน้ำ และยืดหยุ่นขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1226101" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/vaseline-glycosome-melasma-dark-spots-11.jpg?x33645" alt="ภาพผลิตภัณฑ์ Vaseline Pro Derma ที่ช่วยลดฝ้าแดดและจุดด่างดำ 11" width="1440" height="1440" /></p>
<div id="gtx-trans" style="position: absolute; left: 578px; top: 2199.98px;">
<div class="gtx-trans-icon">&nbsp;</div>
</div>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>เปิดเงื่อนไข ‘Thaimart’ มาร์เก็ตเพลสสัญชาติไทย มีอะไรที่ผู้ขายและผู้ซื้อควรรู้? [Advertorial]</title>
							<url>https://thestandard.co/thaimart-marketplace-conditions/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/thaimart-marketplace-conditions.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>เจาะภารกิจ ‘N Health’ จากผู้ให้บริการตรวจวิเคราะห์ทางการแพทย์ สู่การเป็น &#8216;Healthcare Service Solutions&#8217;</title>
							<url>https://thestandard.co/nhealth-25th-anniversary/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/COVER-WEB.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>Galderma เปิดสำนักงานใหม่กรุงเทพฯ เดินหน้าลงทุนระยะยาวในไทย มุ่งมั่นยกระดับความปลอดภัยจาก ‘คำสัญญา’ ให้กลายเป็น ‘มาตรฐานที่ผู้บริโภคตรวจสอบได้’ [ADVERTORIAL]</title>
							<url>https://thestandard.co/galderma-bangkok-new-office-thailand-safety/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/COVER-WEB_-4.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/vaseline-glycosome-melasma-dark-spots/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12247104</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1782732506000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2098351706000</endYmdtUnix>

			<title>ชมคลิป: ปตท. ในสมรภูมิพลังงานโลก: รับมือความไม่แน่นอนอย่างไร ให้มั่นคงและยั่งยืน? | THE STANDARD WEALTH</title>
			<category>Video</category>

			<publishTimeUnix>1782732506000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-06-29 18:28:26</publishTime>
			<updateTimeUnix>1782735228000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-06-29 19:13:48</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>ชมคลิป: ปตท. ในสมรภูมิพลังงานโลก: รับมือความไม่แน่นอนอย่างไร ให้มั่นคงและยั่งยืน? | THE STANDARD WEALTH</title>
					<description>ชมคลิป: ปตท. ในสมรภูมิพลังงานโลก: รับมือความไม่แน่นอนอย่างไร ให้มั่นคงและยั่งยืน? | THE STANDARD WEALTH</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/06/631484_0E1_0.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/06/631484_0E1_0.jpg</thumbnail>
				</image>
									<text>
						<content>
						<![CDATA[
							<iframe width="932" height="516" src="https://www.youtube.com/embed/lTlAQRdEvkc" title="ชมคลิป: ปตท. ในสมรภูมิพลังงานโลก: รับมือความไม่แน่นอนอย่างไร ให้มั่นคงและยั่งยืน? | THE STANDARD WEALTH" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture" allowfullscreen></iframe>
						]]>
						</content>
					</text>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p><span style="font-weight: 400;">ในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และการเร่งเครื่องสู่พลังงานสะอาด หนึ่งในโจทย์ใหญ่ของชาติคือ &#8220;ประเทศไทยจะรักษาความมั่นคงทางพลังงานไปพร้อมกับการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนได้อย่างไร?&#8221;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน จาก THE STANDARD WEALTH ได้รับเกียรติพูดคุยกับ ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. เพื่อเจาะลึกวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ภายใต้การนำทัพในการสร้างสมดุลแห่ง Energy Trilemma</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">#PTT #ปตท #EnergyTransition #NetZero #TheStandardWealth</span></p>
<p>&nbsp;</p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>PTT ประกาศกำไรสุทธิ Q1/69 ทะลุ 2.5 หมื่นล้านบาท โต 10.4% ฝ่าพายุภูมิรัฐศาสตร์ แต่ Q2/69 จับตาความเสี่ยงสงครามตะวันออกกลาง-เงินเฟ้อ</title>
							<url>https://thestandard.co/ptt-q1-profit-q2-risks-69/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/05/ptt-q1-profit-q2-1.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>ขยายพอร์ตอสังหาฯ! EnCo บริษัทลูก ปตท. จับมือ i-Store ปั้นธุรกิจ Self Storage นำร่องดอนเมือง พร้อมศึกษาโอกาสร่วมทุนถือหุ้น i-Store ในอนาคต</title>
							<url>https://thestandard.co/enco-istore-self-storage-don-muang/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/05/enco-istore-self-storage-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>ถอดรหัส ปตท. รักษาสมดุล ‘ความมั่นคงชาติ-ผลประโยชน์ผู้ถือหุ้น’ ฝ่าวิกฤตพลังงานโลก ไทยจะมีน้ำมันใช้ได้นานแค่ไหน</title>
							<url>https://thestandard.co/ptt-balances-energy-security-shareholders/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/05/ptt-balances-energy-security.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/pttplc-interview/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12324765</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1784448194000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2100067394000</endYmdtUnix>

			<title>วิธีชวนลูกสร้างทัศนคติเชิงบวกให้วิชาเรียนในห้อง จากดร.วิทย์ สิทธิเวคิน</title>
			<category>Opinion</category>

			<publishTimeUnix>1784448194000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-07-19 15:03:14</publishTime>
			<updateTimeUnix>1784448260000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-07-19 15:04:20</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>วิธีชวนลูกสร้างทัศนคติเชิงบวกให้วิชาเรียนในห้อง จากดร.วิทย์ สิทธิเวคิน</title>
					<description>วิธีชวนลูกสร้างทัศนคติเชิงบวกให้วิชาเรียนในห้อง จากดร.วิทย์ สิทธิเวคิน</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/alpha-generation-classroom-1.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/alpha-generation-classroom-1.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>วิชาในห้องเรียนสามารถพัฒนาทักษะชีวิตของเด็กเจนอัลฟ่าเพื่อเติบโตเป็นนวัตกรระดับโลกได้จริง โดย ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน ได้กล่าวกลางเวที <a href="https://thestandard.co/tag/Alpha-Skills-Summit-2026/" target="_blank" rel="dofollow noopener">Alpha Skills Summit 2026</a> ว่าการเปลี่ยนชั่วโมงทำการบ้านอันแสนตึงเครียดให้เป็นพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจช่วยให้พ่อแม่ยุค 2026 สามารถจูงมือลูกเจนอัลฟ่าค้นพบคำตอบว่าวิชาในห้องเรียนพัฒนาทักษะชีวิตได้ ผ่านการเชื่อมโยงวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์เข้ากับนวัตกรรมรอบตัวเพื่อเปิดใจลูกให้พร้อมรับความรู้สู่โลกอนาคต</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section1" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;"><b>ทำไมวิชาในห้องเรียนพัฒนาทักษะชีวิตให้ลูกได้ดีกว่าเทคโนโลยีสำเร็จรูป</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ช่วงเวลาหลังเลิกเรียนที่ผู้ปกครองต้องเผชิญกับพฤติกรรมลูกหยิบหนังสือเรียนขึ้นมาถามว่าเราจะเรียนเลขยกกำลัง ตรีโกณมิติ หรือภาคตัดกรวยไปทำไมในเมื่อมีปัญญาประดิษฐ์หาคำตอบให้เสร็จสรรพ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่ดร.วิทย์ ได้หยิบยกมุมมองของ คุณหมอ ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและจิตแพทย์เด็กผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ทำงานในมหาวิทยาลัยอ็อกฟอร์ดนานกว่า 20 ปี ซึ่งอธิบายว่าความจำพื้นฐานคือการออกกำลังกายสมองที่จำเป็นอย่างยิ่ง หากเด็กไม่ฝึกสมองด้วยการจำก็จะไม่มีวัตถุดิบไปใช้ในการคิดวิเคราะห์ขั้นสูง เช่น หากในอนาคตเราต้องไปรับการรักษากับคุณหมอที่จำเส้นประสาทหรือโดสยาในภาวะฉุกเฉินไม่ได้เพราะมุ่งแต่จะเปิดหน้าจอค้นหาข้อมูล สังคมคงต้องเผชิญกับความยากลำบากอย่างแน่นอน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ประวัติศาสตร์โลกยังพิสูจน์ให้เห็นว่านวัตกรเปลี่ยนโลกอย่าง สตีฟ จ็อบส์ ผู้สร้างสรรค์ไอโฟน หรือ นิโคลา เทสลา ผู้คิดค้นระบบไฟฟ้ากระแสสลับ ล้วนสร้างสิ่งมหัศจรรย์ขึ้นมาได้จากกระบวนการฝึกฝนสมองด้วยวิชาพื้นฐานโดยไม่มีคุณครูที่ไหนมานั่งสอนวิชาสำเร็จรูปให้ตั้งแต่แรก ความเข้าใจผิดว่าโลกยุคนี้ต้องการแค่ทักษะสำเร็จรูปทำให้นักเรียนหลายคนปิดใจตั้งแต่เริ่มต้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section2" style="border-left: 12px solid #e62227; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;"><b>พ่อแม่จะช่วยลูกเปลี่ยนวิชาในห้องเรียนพัฒนาทักษะชีวิตได้อย่างไร</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>การช่วยให้ลูกมองเห็นภาพความเชื่อมโยงของสิ่งรอบตัวทำได้โดยการเปลี่ยนบทสนทนาที่ตึงเครียดรอบโต๊ะอาหารเย็นให้กลายเป็นการสำรวจนวัตกรรมระดับโลกในชีวิตประจำวัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ดร.วิทย์ ให้ความเห็นว่าความรู้ในตำราสามารถแปลงสภาพเป็นพลังขับเคลื่อนประเทศได้อย่างน่าทึ่งเมื่อเด็กๆ มีความกระหายที่จะเรียนรู้อย่างจริงจัง ผู้นำเทคโนโลยีอย่าง เจนเซน หวง แห่ง Nvidia และ Elon Musk ต่างยอมรับว่าหากย้อนเวลากลับไปได้ก็อยากจะเรียนฟิสิกส์และคณิตศาสตร์ตอนเด็กให้แน่นขึ้น การฝึกฝนสมองด้วยการจำตารางธาตุหรือสูตรคำนวณจึงเปรียบเหมือนการออกกำลังกายให้สมองแข็งแรงเพื่อเตรียมรับมือกับโลกยุคอนาคตที่ซับซ้อนขึ้นทุกวัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นอกจากนั้น ดร.วิทย์ยังแชร์ตัวอย่างการนำความรู้ในห้องเรียนไปต่อยอดเป็นเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกที่พ่อแม่สามารถนำไปเล่าให้ลูกเห็นภาพ เช่น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>🔹 วิศวกรของเสียวหมี่ใช้ความรู้ฟิสิกส์เรื่องโมเมนตัมและเลขยกกำลังในการทดสอบความเร็วรถยนต์ไฟฟ้ารุ่น SU7 จนสามารถทำสถิติติดอันดับโลกได้สำเร็จ<br />
🔹 โรงงานผลิตรถยนต์ในปักกิ่งใช้ระบบคณิตศาสตร์ร่วมกับไอโอทีช่วยให้พนักงานเพียง 150 คนสามารถควบคุมการผลิตรถได้มากถึงปีละ 550,000 คัน<br />
🔹 การพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์ในจีนเกิดจากการคิดค้นเคมีหล่อเย็นเตาปฏิกรณ์ปรมานูโดยไม่จำเป็นต้องตั้งอยู่ติดชายฝั่งทะเลแบบเดิม<br />
🔹 วิชาภาษาศาสตร์และวรรณคดีช่วยฝึกสมองของเด็กให้มีความคิดที่ซับซ้อน แยบยล และสร้างวาทศิลป์ในการสื่อสารระดับสากล</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>การเรียนรู้เปรียบเหมือนการว่ายทวนน้ำที่ต้องใช้ความพยายามในการฝึกฝนสมองผ่านโจทย์ยาก ๆ หรือการจำสูตรต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความสามารถในการเรียนรู้สิ่งใหม่ สอดคล้องกับหลักคิดของ William Arthur Ward นักการศึกษาชื่อดังที่ชี้ว่าครูที่ยิ่งใหญ่คือครูที่สร้างแรงบันดาลใจให้เด็ก พ่อแม่จึงเป็นฟันเฟืองสำคัญที่สุดในการจุดประกายพลังบวก ความรู้เปรียบเหมือนการตบมือข้างเดียวไม่ดัง ถ้าที่บ้านไม่ได้ช่วยปลูกฝังความกระหายอยากเรียนรู้ สมองของเด็กก็จะไม่เกิดการพัฒนา หน้าที่ของผู้ปกครองยุคนี้คือการเปลี่ยนคำบ่นเรื่องการบ้านให้เป็นบทสนทนาชวนคิดเพื่อชี้ให้เห็นคุณค่าของวิชาพื้นฐานที่ซ่อนอยู่รอบตัวเรา</p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>Apple ฟ้อง OpenAI ขโมยความลับทางการค้า งัดตำรา ‘สงครามนิวเคลียร์’ ที่จอบส์เคยใช้กับ Android มาสู้คู่แข่งที่หมายจะแทนที่ iPhone</title>
							<url>https://thestandard.co/apple-openai-trade-secret-ai/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/apple-openai-trade-secret-4.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>ทำไม ‘หุ้นเทคจีน’ ถึงกลายเป็นพระเอก? ถอดรหัสกลยุทธ์ลงทุน AI ในวันที่ตลาดโลกผันผวน</title>
							<url>https://thestandard.co/china-tech-stocks-ai-strategy/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/china-tech-stocks-ai-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>Growing Together: วิธีช่วยลูกค้นหาตัวเอง ปลดล็อกขีดจำกัดเด็กอัลฟ่าในยุค AI</title>
							<url>https://thestandard.co/gen-alpha-self-discovery-ai-era/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/gen-alpha-self-discovery-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/alpha-generation-classroom/</sourceUrl>
		</article>

	</articles>
<!--
Performance optimized by W3 Total Cache. Learn more: https://www.boldgrid.com/w3-total-cache/

Page Caching using Disk: Enhanced (Requested URI is rejected) 

Served from: _ @ 2026-07-20 03:00:31 by W3 Total Cache
-->