<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?><articles><UUID>TSTD202607240833</UUID><time>1784882035</time>		<article>
			<ID>12311610</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1784113340000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2099732540000</endYmdtUnix>

			<title>ฟิตร่างกายลุย Hybrid Race กับโปรแกรมฝึกแบบ Team Under Armour</title>
			<category>LIFE</category>

			<publishTimeUnix>1784113340000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-07-15 18:02:20</publishTime>
			<updateTimeUnix>1784114528000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-07-15 18:22:08</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>ฟิตร่างกายลุย Hybrid Race กับโปรแกรมฝึกแบบ Team Under Armour</title>
					<description>ฟิตร่างกายลุย Hybrid Race กับโปรแกรมฝึกแบบ Team Under Armour</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-1.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-1.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>นอกจากจะเป็นที่พูดถึงกันในทุกกลุ่มของสายฟิตสายลุยแล้ว แต่ ‘Hybrid Race’ กีฬาสายวิ่งผสมสายฟิตเนสก็กำลังเป็นเป้าหมายที่รอการพิชิตของใครหลาย ๆ คนอย่างแน่นอน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แน่นอนว่าหลากหลายผู้พิชิตและหลากหลายทีมกำลังเตรียมตัวอย่างเข้มข้น รวมถึงที่ RYSE Arena เมื่อวันศุกร์ที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมาที่เหล่า TeamUA หรือ Team <a href="https://thestandard.co/tag/Under-Armour/" target="_blank" rel="dofollow noopener">Under Armour</a> ทั้ง 22 คนก็ได้เริ่มออกมา Full Body Shake เรียกเหงื่อเรียกแรงกันอย่างเข้มข้น ในอีก 5 สัปดาห์ข้างหน้าที่จะให้สายฟิตทุกคนได้ท้าทายตัวเองกันอีกครั้งในปีนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231147" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-1.jpg?x94939" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 1" width="1280" height="1700" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>ฟิต 5 สัปดาห์ก่อนแข่งกับ Under Armour</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ระยะเวลา 5 สัปดาห์ของแคมป์ฝึกซ้อม Team UA จะได้เจอกับโปรแกรมที่วางรากฐานการพัฒนาศักยภาพร่างกายอย่างเป็นระบบ เริ่มต้นจากการปรับพื้นฐานการเคลื่อนไหวเพื่อเตรียมความพร้อม ก่อนจะไต่ระดับความเข้มข้นไปสู่การจำลองสถานการณ์ในสนามแข่งจริง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231148" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-2.jpg?x94939" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 2" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ช่วงสัปดาห์แรกเริ่มด้วยการทดสอบ Movement Foundation เพื่อประเมินความพร้อม จากนั้นสร้าง Aerobic Base เสริมความทนทาน และยกระดับสู่ Strength Endurance สำหรับสถานีที่ใช้พละกำลัง พร้อมฝึกเทคนิค Transition การคุมเพซ และวางกลยุทธ์เฉพาะตัว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231149" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-3.jpg?x94939" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 3" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมื่อเข้าสู่โค้งสุดท้าย จะเน้น Race Simulation เพื่อฝึกซ้อมภายใต้ความกดดันและความเหนื่อยล้าจริง ก่อนเข้าช่วง Taper เพื่อลดการซ้อม ให้ร่างกายได้ฟื้นฟูและสะสมพลังงานเต็มเปี่ยมสำหรับวันแข่ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231151" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-4.jpg?x94939" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 4" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>เผยโฉม ‘Team UA’ ก่อนลง Full Body Shake</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับสัปดาห์แรกของ Team Under Armour ทั้ง 22 คนได้มาพบหน้ากันเพื่อทำความรู้จักและ Ice Breaking แบบฉบับสายฟิตสายลุยที่จะมาทำความรู้จักกันขณะ Planking และ Squat เรียกเหงื่อ ซึ่งแต่ละคนเดินเข้ามาพร้อมเป้าหมายที่แตกต่างกัน ทั้งการทำลายสถิติเดิมของตัวเอง หรือกลับมาทวงฟอร์มหลังผ่านสนามมา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ไม่ว่าจะเป็น Junior (@ju.nio.r12) และ Jaynoppa (@jaynoppa), Emma Arocha (@emmarchh), Pim Pimkanok (@pimmypiam) Pipe Kamtapong (@pipekubkib) นอกจากนี้ยังมี ‘รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น’ หนึ่งในนักกีฬา Under Armour มาเข้าร่วม Full Body Shakeout ในฐานะ Team UA ด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231152" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-5.jpg?x94939" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 5" width="1920" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โดยสำหรับคลาสสัปดาห์แรก TEAM UA เริ่มด้วย Easy Run ก่อนฝึกคุมแรงที่สถานี SkiErg และ RowErg ต่อด้วยโจทย์คู่อย่าง Sled Push ร่วมกับ Farmer Hold ที่ต้องถือ Kettlebell ให้มั่นคงขณะเพื่อนดัน Sled</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231153" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-6.jpg?x94939" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 6" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ครึ่งหลังทวีความเข้มข้นด้วย Burpee Broad Jump, Wall Ball, Walking Lunge และท่าท้าทายใจอย่าง Sandbag Reverse Lunge, Ab-mat Sit-up กับ Bearhug Sandbag Carry ในเวลาจำกัด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231154" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-7.jpg?x94939" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 7" width="1920" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แม้เป็นท่าที่คุ้นเคย แต่เมื่อฝึกต่อเนื่อง บททดสอบจริงคือการคุมหายใจและรักษาฟอร์มเพื่อออมแรง คลาสนี้ช่วยให้ทุกคนพบจุดแข็งและจุดที่ต้องปรับปรุง เพื่อเตรียมลุยต่อสำหรับการแข่งที่กำลังจะเข้ามา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231155" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-8.jpg?x94939" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 8" width="1920" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>เทรนก่อนเจอสนามจริงแบบ Team UA ได้กับยิมพาร์ตเนอร์</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>หากใครอยากฝึกร่างกายให้พร้อมกับเวทีท้าทายตัวเองใน Hybrid Race แบบ Team UA ก็ไม่ต้องอิจฉาไป เพราะ Under Armour เปิดโอกาสให้ทุก ๆ คนที่อยากเตรียมตัวก่อนลง Hybrid Race ได้เข้ามาฝึกในระบบเดียวกันด้วย โดยโปรแกรมนี้ร่วมมือกับยิมพาร์ตเนอร์ 3 แห่ง ได้แก่ RYSE Arena, ONTRACK Campus (เขตพระโขนง) และ FIT:D Thailand</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231156" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-9.jpg?x94939" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 9" width="1920" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่ละคลาสจะเป็นการค่อย ๆ ทำความเข้าใจองค์ประกอบที่จำเป็นต่อ Hybrid Race ตั้งแต่การสร้าง Aerobic Base การเพิ่ม Strength Endurance การควบคุมเพซ ไปจนถึงการฝึก Transition ระหว่างการวิ่งและสถานีต่าง ๆ ก่อนนำทุกอย่างมาทดลองร่วมกันผ่าน Race Simulation</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231157" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-10.jpg?x94939" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 10" width="1280" height="1700" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผู้สนใจร่วมซ้อมแบบ Team UA สามารถรับ Training Class Pass (3 เครดิต) เมื่อซื้อสินค้าครบ 6,900 บาทที่ Under Armour Brand House เพื่อเข้าเซสชันกับยิมพาร์ตเนอร์และแบ่งปันให้เพื่อนได้ โดยผู้ที่เข้าครบ 3 คลาสตามเงื่อนไข จะได้รับสิทธิ์ลงทะเบียน Race Simulation เพื่อทดสอบความพร้อมของร่างกาย จังหวะเปลี่ยนสถานี และแผนการแบ่งแรงก่อนเจอสนามจริง สามารถรับรายละเอียดและโค้ดลงทะเบียนได้จากทีมงานหน้าร้าน</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2>มาทดสอบตัวเองเพื่อพัฒนาตัวเองไปอีกขั้น</h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในการฝึกซ้อมสัปดาห์แรกนี้ Under Armour ได้ให้การสนับสนุนผู้ท้าชิง Hybrid Race อย่างเต็มที่กับทุกคนที่มีเป้าหมายเดียวกัน โดยมีระบบสนับสนุนตลอดเส้นทาง ทั้งโปรแกรมฝึก โค้ช ยิมพาร์ตเนอร์ เสื้อผ้าอุปกรณ์ และการฟื้นฟูร่างกาย ทำให้แบรนด์เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงการฝึก ความรู้ และคอมมูนิตี้ เพื่อผลักดันแนวคิด Make Athletes Better ให้เกิดขึ้นจริงผ่านการลงมือทำ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231158" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-11.jpg?x94939" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 11" width="2500" height="1280" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับใครที่กำลังมอง Hybrid Race เป็นเป้าหมายถัดไป อย่ารีรอให้ใกล้วันแข่ง เวลานี้คือเวลาที่ดีที่สุดแล้วที่จะได้ท้าทายตัวเอง และพัฒนาตัวเองไปในอีกขั้นก่อนการแข่งจริงในอีกไม่กี่สัปดาห์นี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231159" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-12.jpg?x94939" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 12" width="1920" height="1280" /><img loading="lazy" decoding="async" class="alignnone size-full wp-image-1231160" src="https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/under-armour-hybrid-race-training-13.jpg?x94939" alt="นักกีฬา Team Under Armour กำลังฝึกซ้อมร่างกาย 13" width="1920" height="1280" /></p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>UNDER ARMOUR X MARINE SERRE แคปซูลคอลเล็กชันเพื่อฉลอง 30 ปีของแบรนด์กีฬา</title>
							<url>https://thestandard.co/under-armour-marine-serre-capsule/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/06/under-armour-marine-serre-1.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>สเตฟเฟน เคอร์รี แยกทาง Under Armour หลังร่วมงานกันนาน 13 ปี</title>
							<url>https://thestandard.co/stephen-curry-parts-under-armour/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2025/11/stephen-curry-parts-under.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>Nike-adidas นำทัพ 76 แบรนด์รองเท้าสหรัฐฯ วอนทรัมป์ยกเว้นภาษีเพื่อความอยู่รอดของอุตสาหกรรม</title>
							<url>https://thestandard.co/nike-adidas-76-brands-trump-tax/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2025/05/Nike.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/under-armour-hybrid-race-training/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12346311</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1784880614000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2100499814000</endYmdtUnix>

			<title>สรุปประเด็น สหรัฐฯ เก็บภาษีมาตรา 301 ปมแรงงานบังคับ 60 ประเทศ ไทยโดน 12.5% ส่งผลกระทบแค่ไหน?</title>
			<category>News</category>

			<publishTimeUnix>1784880614000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-07-24 15:10:14</publishTime>
			<updateTimeUnix>1784880614000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-07-24 15:10:14</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>สรุปประเด็น สหรัฐฯ เก็บภาษีมาตรา 301 ปมแรงงานบังคับ 60 ประเทศ ไทยโดน 12.5% ส่งผลกระทบแค่ไหน?</title>
					<description>สรุปประเด็น สหรัฐฯ เก็บภาษีมาตรา 301 ปมแรงงานบังคับ 60 ประเทศ ไทยโดน 12.5% ส่งผลกระทบแค่ไหน?</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/us-tax-section301-forced-cover.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/us-tax-section301-forced-cover.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>สหรัฐฯ ประกาศเตรียมเก็บภาษีมาตรา 301 กับ 60 ประเทศ ในอัตรา 10-12.5% โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม เพื่อตอบโต้ประเทศที่ล้มเหลวในการบังคับใช้มาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตจากการใช้แรงงานบังคับ ด้านไทยถูกเก็บภาษีในอัตรา 12.5% ซึ่งสูงกว่าคู่แข่งบางรายในภูมิภาค <a href="https://thestandard.co/tag/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%A2%E0%B9%8C/" target="_blank" rel="dofollow noopener">กระทรวงพาณิชย์</a>เผย มีสินค้าไทยถูกยกเว้นมูลค่าราว 50% ดร.พิพัฒน์มอง มาตรการภาษีล่าสุดกระทบไทยไม่มาก แต่ผลกระทบจาก 301 เรื่องการผลิตส่วนเกินจ่อหนักกว่า</p>
<p>&nbsp;</p>
<div style="background: #fff; border-radius: 16px; padding: 20px; box-shadow: 0 10px 25px rgba(0,0,0,0.12); max-width: 600px;">
<div style="margin-bottom: 12px;">
<h2 style="font-size: 22px; font-weight: bold;">ประเด็นสำคัญ</h2>
<div style="height: 6px; background-color: #e62227; margin-top: 6px; width: 100%;">&nbsp;</div>
</div>
<ul style="padding-left: 20px; margin: 0; list-style: disc;">
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section1">เกิดอะไรขึ้น: สหรัฐฯ เริ่มเก็บภาษี 60 ประเทศ ตามมาตรา 301 ประเด็นแรงงานบังคับ</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section2">60 ประเทศโดนอัตราภาษีเท่าไหร่กันบ้าง? หลังไทยโดนภาษี 12.5%</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section3">ไทยได้รับอัตราภาษีสูงกว่าเพื่อน ส่งผลกระทบมากแค่ไหน</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section4">สินค้ากลุ่มใด ได้รับผลกระทบ vs. ได้รับการยกเว้น</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section5">จับตา! มาตรา 301 ประเด็น ‘กำลังการผลิตส่วนเกิน’ อาจกระทบไทยหนัก</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section6">ดร.พิพัฒน์ แนะทางรอดไทย ต้องเปิดเสรีการค้าอย่างมียุทธศาสตร์</a></li>
</ul>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section1" style="border-left: 12px solid #c19380; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;"><b>เกิดอะไรขึ้น: สหรัฐฯ เริ่มเก็บภาษี 60 ประเทศ ตามมาตรา 301 ประเด็นแรงงานบังคับ</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (23 กรกฎาคม) ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ สหรัฐฯ ประกาศใช้มาตรการภาษีศุลกากรต่อประเทศคู่ค้าหลายครอบคลุม 60 ประเทศ ในอัตราตั้งแต่ 10% ถึง 12.5% ผ่านการใช้มาตรา 301 แห่งกฎหมายว่าด้วยการค้าปี 1974 โดยอ้างว่าประเทศเหล่านี้ล้มเหลวในการกำหนดหรือบังคับใช้มาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตจากการบังคับใช้แรงงาน (Forced Labor) ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ไม่เป็นธรรมต่อการค้าสหรัฐฯ โดยมาตรการดังกล่าวจะมีผลบังคับในวันศุกร์นี้ (24 กรกฎาคม)</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากการบังคับใช้มาตรการ 122 ที่สหรัฐฯ เรียกเก็บภาษี 10% กับคู่ค้าทั่วโลก หลังศาลสูงสุดสหรัฐฯ ตัดสินว่าการใช้มาตรการภาษีตอบโต้ของทรัมป์ใช้อำนาจเกินขอบเขตจะสิ้นสุดลงในวันที่ 24 กรกฎาคมนี้ นับเป็นการสะท้อนว่า ทางการสหรัฐฯ ยังคงเร่งเดินหน้านโยบายการค้าของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ หลังจากที่ต้องเผชิญกับอุปสรรคทางกฎหมายก่อนหน้านี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โดยนอกจากประเด็นแรงงานบังคับ สหรัฐฯ ยังกำลังสอบสวน ‘คู่ขนาน’ เกี่ยวกับประเด็นการผลิตส่วนเกิน (Excess Manufacturing Capacity) กับอีก 16 ประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงไทย ซึ่งปัจจุบัน ยังคงอยู่ระหว่างการพิจารณา และอาจนำไปสู่การกำหนดมาตรการทางภาษีเพิ่มเติมในอนาคต</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section2" style="border-left: 12px solid #c19380; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;"><b>60 ประเทศโดนอัตราภาษีเท่าไหร่กันบ้าง? หลังไทยโดนภาษี 12.5%</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li><b>ประเทศที่โดนอัตรา 10%:</b> คือระบบเศรษฐกิจที่อยู่ภายใต้การสืบสวน แต่ได้มีการบังคับใช้มาตรการห้ามนำเข้าสินค้าที่ใช้แรงงานบังคับบางส่วน และได้ให้คำมั่นที่จะกำหนดและบังคับใช้มาตรการห้ามดังกล่าวผ่านความตกลงว่าด้วยการค้าต่างตอบแทน (Agreement on Reciprocal Trade) หรือได้กำหนดมาตรการบางส่วนซึ่งมีผลบังคับในการป้องกันการนำเข้าสินค้าบางประเภทที่ใช้แรงงานบังคับ ได้แก่ อาร์เจนตินา บังกลาเทศ กัมพูชา แคนาดา เอกวาดอร์ เอลซัลวาดอร์ กัวเตมาลา ฮอนดูรัส อินเดีย อินโดนีเซีย จอร์แดน มาเลเซีย เม็กซิโก ปากีสถาน ศรีลังกา ตรินิแดดและโตเบโก และสหราชอาณาจักร</li>
<li><b>ประเทศที่โดนอัตรา 10% หรือ 12.5%: </b>สุทธิจากอัตราภาษีศุลกากรสำหรับชาติที่ได้รับความอนุเคราะห์ยิ่ง (Most-Favored-Nation: MFN) สำหรับสินค้า ‘บางประเภท’ ได้แก่ สหภาพยุโรป ไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสวิตเซอร์แลนด์</li>
<li><b>ประเทศที่เหลือจะถูกเก็บภาษีในอัตรา 12.5%:</b> โดยไทยอยู่ในกลุ่มนี้ ร่วมกับ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม และจีน เป็นต้น</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section3" style="border-left: 12px solid #c19380; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;"><b>ไทยได้รับอัตราภาษีสูงกว่าเพื่อน ส่งผลกระทบมากแค่ไหน</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) ระบุผ่าน Facebook โดยมองว่า ภาษีแรงงานบังคับ ไทยโดน 12.5% ถือว่า เจ็บไม่มาก เนื่องจาก ไทยโดนสูงกว่าคู่แข่งเพื่อนบ้านอยู่เล็กน้อยเท่านั้น เพิ่มขึ้น 2.5% และที่สำคัญคือสินค้าส่งออกหลักของไทยยังอยู่ในรายการยกเว้น (Exemptions) ค่อนข้างเยอะ ปัจจุบันสินค้าส่งออกของไทยไปสหรัฐกว่า 50% ได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าเพิ่ม เช่น HDD, คอมพิวเตอร์, วงจรรวม IC, เคมีภัณฑ์ ยังคงได้รับการยกเว้นต่อเนื่อง แถมสหรัฐฯ ยังเพิ่มรายการยกเว้นให้อีก 400 กว่ารายการ รวมไปถึงสินค้าเกษตรหลายชนิด เช่น ยาง แป้งมัน น้ำตาล</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>“ถ้าเจาะดูไส้ในจริงๆ สำหรับไทยแล้ว อาจบอกได้ว่า “นี่ยังไม่ใช่ข่าวร้ายขนาดนั้น ผมมองว่าสหรัฐต้องการใช้ 301 ไม้แรกนี้เป็นฐานรายได้จากภาษีสินค้านำเข้าแทนภาษีที่โดนศาลตีตกไป เลยเก็บเกือบทุกประเทศเท่าๆกัน และมีข้อยกเว้นค่อนข้างกว้างกับสินค้าที่จำเป็นกับสหรัฐ” ดร.พิพัฒน์กล่าว</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section4" style="border-left: 12px solid #c19380; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;"><b>สินค้ากลุ่มใด ได้รับผลกระทบ vs. ได้รับการยกเว้น</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>สอดคล้องกับ นันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ ที่ได้ประเมินผลกระทบต่อภาคการส่งออกไทย หลังจากสหรัฐฯ ประกาศอัตราภาษีใหม่ต่อไทยว่า ไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่ต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นในอัตรา 12.5%+MFN ซึ่งเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งในภูมิภาคอาเซียน มีเพียงคู่แข่งอย่าง มาเลเซียและอินโดนีเซียเท่านั้น ที่เผชิญอัตราภาษีที่ต่ำกว่าคือ 10% +MFN สะท้อนว่า “ไทยเสียเปรียบเพื่อนบ้านไม่เยอะ”</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับกลุ่มสินค้าที่จ่อได้รับผลกระทบ นันทพงษ์ตอบว่า กลุ่มสินค้าที่ได้รับการยกเว้น ที่อยู่ใน Annex ประกอบด้วยสินค้ามากกว่า 1,600 รายการ ซึ่งคิดเป็นมูลค่าราว 50% ของการส่งออกไปสหรัฐฯ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โดยสินค้าบางส่วนที่ได้รับการยกเว้น ได้แก่ กลุ่มวัฏจักรอิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจากความต้องการด้านเทคโนโลยีของสหรัฐฯ โดยไทยถือเป็นส่วนสำคัญในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของสหรัฐฯ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อย่างไรก็ตาม สินค้าที่อาจได้รับผลกระทบจากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ยาง อาหารแปรรูป และสินค้าอุตสาหกรรมบางประเภทที่ไม่ได้เกี่ยวเนื่องกับอิเล็กทรอนิกส์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับผลต่อการส่งออกในระยะถัดไป นันทพงษ์มองว่า อาจชะลอตัวลง เพราะผู้นำเข้าในสหรัฐฯ ทราบถึงเพดานภาษีใหม่แล้ว จึงจะเลิกเร่งนำเข้าสินค้าล่วงหน้าและหันมาปรับตัวให้สอดคล้องกับมาตรการแทน นอกจากนี้ ปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศที่ยังไม่คลี่คลาย จะยังคงกดดันภาพรวมการค้าโลกต่อไป</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับประเด็นเกี่ยวกับการสืบสวนมาตรา 301 เรื่องกำลังการผลิตส่วนเกิน (Excess Capacity) นันทพงษ์ ยืนยันว่า กระทรวงพาณิชย์ได้เตรียมข้อมูลชี้แจงอย่างเต็มที่ โดยชี้แจงว่า ไทยไม่ได้อยู่ในภาวะกำลังการผลิตส่วนเกิน และไม่มีนโยบายอุดหนุนที่บิดเบือนกลไกตลาดแต่อย่างใด ส่วนจะถูกเก็บภาษีเท่าใดนั้น ต้องรอดูความคืบหน้าของการเจรจาในอนาคต</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section5" style="border-left: 12px solid #c19380; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;"><b>จับตา! มาตรา 301 ประเด็น ‘กำลังการผลิตส่วนเกิน’ อาจกระทบไทยหนัก</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ขณะที่ ดร.พิพัฒน์กล่าวต่อว่า ในระยะต่อไป สิ่งที่ต้องจับตาดูจากสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) คือการสอบสวนตามมาตรา 301 เรื่อง กำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง (Structural Excess Capacity) ที่ USTR พุ่งเป้าสอบสวน 16 เขตเศรษฐกิจหลัก (รวมถึง จีน, EU, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, เวียดนาม, มาเลเซีย และ ไทย) ตั้งแต่ยานยนต์ เหล็ก เคมีภัณฑ์ อิเล็กทรอนิกส์ พลาสติก ไปจนถึงแผงโซลาร์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>โดยสาเหตุที่ มาตรา 301 ประเด็นกำลังการผลิตส่วนเกิน มีความน่ากังวลกว่า มาจากภาษีจากมาตรการดังกล่าวจะเป็นตัวตัดสินว่า “ภาษีสุทธิที่แต่ละประเทศต้องจ่ายจริงคือเท่าไร&#8221; เนื่องจาก “โจทย์ของไทยไม่ใช่แค่ว่าเราจะโดนกี่ %&#8230; แต่คือเราจะโดนแพงกว่าคู่แข่ง หรือเปล่า? เพราะถ้าเราโดนเยอะกว่าคนอื่นเยอะๆ อาจจะกระทบคำสั่งซื้อและการลงทุนใหม่ๆ มีโอกาสย้ายฐานกันอีกรอบ และกระทบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ” ดร.พิพัฒน์กล่าว</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section6" style="border-left: 12px solid #c19380; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;"><b>ดร.พิพัฒน์ แนะทางรอดไทย ต้องเปิดเสรีการค้าอย่างมียุทธศาสตร์</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ดร.พิพัฒน์ ยังมองว่า สหรัฐฯ กำลังใช้ภาษีมาตรา 301 เป็นแส้บีบให้ประเทศต่างๆ ยอมเปิดการค้าหรือปรับกฎหมายตามเกมของเขา ที่สุดแล้ว ไทยอาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้อง ‘เปิดประตูตลาดบางบาน’ เพื่อรักษาตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุด และรักษาจุดแข็งดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศไว้ ดังนั้น การเปิดเสรีอาจไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ถ้าเราเตรียมความพร้อม พร้อมแนะแนวทางดังนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li>เลือกเปิดนำเข้าวัตถุดิบหรือเทคโนโลยีที่เราผลิตไม่ได้: ยอมลดภาษีนำเข้าวัตถุดิบ เครื่องจักร หรือเทคโนโลยีขั้นสูงจากสหรัฐฯ เพื่อ ลดต้นทุนให้ภาคธุรกิจไทย เพิ่ม Productivity และสร้างอุตสาหกรรมต่อเนื่องใหม่ๆ และเตรียมความพร้อมให้กับธุรกิจและแรงงานที่อาจได้รับผลกระทบจากการเปิดตลาด</li>
<li>เร่งกวาดบ้านเรื่องการออกกฎหมายห้ามนำเข้าสินค้าโดยใช้แรงงานบังคับ: ดึงอัตราภาษีไม้แรกจาก 12.5% ลงมาเหลือ 10% เท่าคู่แข่ง</li>
<li>พิสูจน์ Rule of Origin ให้ชัด: แสดงให้เห็นว่าสินค้าไทยมี Value Added จริง ไม่ใช่แค่การเอาสินค้ามา ‘สวมสิทธิ’ (Transshipment) เพื่อหลบภาษี</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #999999;"><b><span style="color: #999999;"><strong style="color: #999999;">อ้างอิง:</strong></span></b></span></p>
<ul>
<li><span style="color: #999999;"><a style="color: #999999; text-decoration: underline;" href="https://ustr.gov/about/policy-offices/press-office/press-releases/2026/july/ustr-takes-action-forced-labor-section-301-investigations" target="_blank" rel="noopener">https://ustr.gov/about/policy-offices/press-office/press-releases/2026/july/ustr-takes-action-forced-labor-section-301-investigations</a></span></li>
</ul>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>‘ปกรณ์’ เปิดเกมรับภาษีสหรัฐฯ เดินหน้ามาตรฐานแรงงานตาม OECD เร่งเจรจาการค้าใหม่เพิ่มอำนาจต่อรอง</title>
							<url>https://thestandard.co/pakorn-us-tax-labor-trade/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/pakorn-us-tax-labor-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>‘หอการค้า’ มองไทยไม่เสียเปรียบคู่แข่ง หลังสหรัฐฯรีดภาษีรอบใหม่ 12.5% เตือนเร่งปิดจุดอ่อนแรงงานบังคับ</title>
							<url>https://thestandard.co/us-tariffs-thailand-forced-labor-3/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/us-tariffs-thailand-forced-cover-1.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>สงครามภาษีกลับมาแล้ว? ทำไมสหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีนำเข้าใหม่ 60 ประเทศทั่วโลก ‘ไทย’ โดนหนักสุด 12.5%</title>
							<url>https://thestandard.co/us-tariffs-thailand-forced-labor-2/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/us-tariffs-thailand-forced-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/us-tax-section301-forced-labor-thailand/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12346232</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1784879001000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2100498201000</endYmdtUnix>

			<title>Hailey Bieber ขึ้นแคมเปญ Miu Miu คอลเล็กชัน Fall/Winter 2026</title>
			<category>Culture</category>

			<publishTimeUnix>1784879001000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-07-24 14:43:21</publishTime>
			<updateTimeUnix>1784879001000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-07-24 14:43:21</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>Hailey Bieber ขึ้นแคมเปญ Miu Miu คอลเล็กชัน Fall/Winter 2026</title>
					<description>Hailey Bieber ขึ้นแคมเปญ Miu Miu คอลเล็กชัน Fall/Winter 2026</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/hailey-bieber-miu-miu-cover.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/hailey-bieber-miu-miu-cover.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>Miu Miu เปิดตัวแคมเปญใหม่สำหรับคอลเล็กชัน Fall/Winter 2026 และผู้ที่ได้มาขึ้นแคมเปญนำเสนอเสื้อผ้าและแอ็กเซสซอรีต่างๆ ของคอลเล็กชันนี้ก็คือหนึ่งในแฟชั่นไอคอนแห่งยุคอย่าง <a href="https://thestandard.co/tag/Hailey-Bieber/" target="_blank" rel="dofollow noopener">Hailey Bieber</a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Hailey Bieber โพสท่าบนถนนยามค่ำคืนที่มีทั้งรอยแยกและความชื้นสะท้อนแสงไฟซึ่งทำให้พื้นผิวขรุขระของท้องถนนมีความเด่นชัดขึ้นมา โดย Zoe Ghertner ช่างภาพผู้อยู่เบื้องหลังแคมเปญนี้ได้ถ่ายทอดโลกที่ความฝันมาบรรจบกับความเป็นจริง และเปลี่ยนทิวทัศน์ที่ผู้คนพบเห็นได้ทั่วไป ให้กลายเป็นพื้นหลังที่ให้กลิ่นอายของความงดงามราวกับอยู่ในภาพยนตร์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>บรรยากาศของภาพแคมเปญนี้ทำให้คอนเซปต์ของแฟชั่นไอเท็มในคอลเล็กชันที่มีทั้งความเป็นเฟมินีนและความเท่ในเวลาเดียวกันมีความชัดเจนเป็นอย่างมาก โดยแมทีเรียลของเสื้อผ้าที่ Hailey Bieber สวมใส่ก็มีทั้งผ้าฟอก, แคชเมียร์, หนัง, ผ้าลินิน และผ้าทวีด พร้อมด้วยผ้าทูลล์ปักลาย และเดรสที่ได้รับแรงบันดาลใจจากชุดชั้นใน ในขณะที่ไอเทมเสื้อตัวนอกมาในรูปแบบหรูหราแนววินเทจและให้ความรู้สึกของแฟชั่นสตรีทสไตล์สุดดรามาติก ด้วยแจ็กเกตขนแกะโอเวอร์ไซส์, โค้ตโอเปราตัวยาว และหมวกกันหนาว Trapper Hats</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ทางด้านแอ็กเซสซอรีที่ช่วยคอมพลีตลุคทั้งหมดในแคมเปญนี้ Hailey Bieber ได้นำเสนอกระเป๋ารุ่น Vivant, Rendez-Vous และ Arcadie รวมไปถึงรองเท้า Bubble Shoe ที่ Miu Miu เปิดตัวครั้งแรกเมื่อช่วงต้นยุค 2000 ซึ่งนับเป็นการกลับมาที่น่าตื่นเต้นสำหรับแฟนตัวยงของแบรนด์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #999999;"><strong style="color: #999999;">ภาพ:</strong><span style="color: #999999;"> Miu Miu</span></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #999999;"><strong style="color: #999999;">อ้างอิง </strong><span style="color: #999999;"><a style="color: #999999; text-decoration: underline;" href="https://hypebae.com/2026/7/miu-miu-fw26-campaign-hailey-bieber-xiao-wen-ju-information-release" target="_blank" rel="noopener">https://hypebae.com/2026/7/miu-miu-fw26-campaign-hailey-bieber-xiao-wen-ju-information-release</a></span></span></p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>Hailey Bieber จับมือ Gap เปิดตัว The Hailey Jean</title>
							<url>https://thestandard.co/hailey-bieber-gap-hailey-jean-collection/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/hailey-bieber-gap-hailey-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>Justin และ Hailey Bieber ซื้อคอนโดที่นิวยอร์กในราคากว่า 400 ล้านบาท</title>
							<url>https://thestandard.co/justin-hailey-bieber-buy-new-york-condo/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/justin-hailey-bieber-buy-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>Hailey Bieber ขึ้นแคมเปญคอลเล็กชัน Everyday Cotton ของ SKIMS</title>
							<url>https://thestandard.co/hailey-bieber-skims-everyday-cotton/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/06/hailey-bieber-skims-everyday-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/hailey-bieber-miu-miu-campaign/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12343453</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1784857130000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2100476330000</endYmdtUnix>

			<title>La Mer เปิดตัวเซรั่มสูตรใหม่ The New Concentrate</title>
			<category>Lifestyle</category>

			<publishTimeUnix>1784857130000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-07-24 08:38:50</publishTime>
			<updateTimeUnix>1784857854000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-07-24 08:50:54</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>La Mer เปิดตัวเซรั่มสูตรใหม่ The New Concentrate</title>
					<description>La Mer เปิดตัวเซรั่มสูตรใหม่ The New Concentrate</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/la-mer-new-concentrate-cover.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/la-mer-new-concentrate-cover.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p><a href="https://thestandard.co/tag/La-Mer/" target="_blank" rel="dofollow noopener">La Mer</a> เปิดตัว The New Concentrate เซรั่มสูตรใหม่ล่าสุดที่ต่อยอดจากหนึ่งในผลิตภัณฑ์ไอคอนิกอันเป็นที่ไว้วางใจของแบรนด์ ด้วยความก้าวหน้าครั้งใหม่ด้านวิทยาการผิวบอบบาง (Sensitive Skin Science) ที่มุ่งดูแลต้นตอสำคัญของผิวบอบบางระคายเคืองง่าย ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลต่อการปรากฏของสัญญาณแห่งวัย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The New Concentrate ช่วยดูแลเรื่องการส่งสัญญาณปัจจัยที่ทำร้ายผิวที่อาจนำไปสู่ความเสียหายที่มองเห็นได้ พร้อมปลอบประโลมผิวที่ดูระคายเคืองง่าย และเสริมปราการผิวให้แข็งแรงขึ้น เพื่อรับมือกับปัจจัยกระตุ้นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสัญญาณแห่งวัย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>The Concentrate มาพร้อม Liquid Barrier Delivery System เทคโนโลยีที่ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน เพื่อช่วยสนับสนุนปราการผิว พร้อมนำพาส่วนผสมสำคัญไปยังบริเวณที่ต้องการการดูแลอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งหัวใจสำคัญของระบบนี้คือ Macro-Emulsion โครงสร้างพิเศษที่ประกอบด้วยชั้นภายนอกและชั้นสารบำรุงเข้มข้นภายใน ทำงานร่วมกันเพื่อมอบทั้งความสบายผิวในทันทีและประสิทธิภาพการบำรุงอย่างตรงจุด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นอกจากนั้นด้วยพลังของ Concentrated Miracle Broth™ เอกสิทธิ์เฉพาะของ La Mer ผลิตภัณฑ์นี้ช่วยปลุกการทำงานของ Bio-Regenerative Skin Intelligence™ กลไกอัจฉริยะที่ช่วยสนับสนุนการฟื้นบำรุงตามธรรมชาติของผิว โดยช่วยดูแลผิวไวต่อการระคายเคืองและความไม่สบายผิว เพื่อให้ผิวสามารถปรับสภาพได้ดียิ่งขึ้น มอบสมดุลผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ และคงสภาพผิวให้แลดูอ่อนเยาว์ยาวนานขึ้น ท่ามกลางมลภาวะในชีวิตประจำวัน สภาพแวดล้อมที่ท้าทาย และหลังการทำทรีตเมนต์ความงาม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>พร้อมด้วย The New Clarity Algae ส่วนผสมใหม่ล่าสุดที่ทำงานผ่านหลากหลายวิธี เพื่อช่วยลดเลือนความไม่สม่ำเสมอของสีผิวที่มองเห็นได้ และช่วยลดเลือนผิวหมองคล้ำ เผยผิวที่แลดูกระจ่างใสและสม่ำเสมอยิ่งขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผลลัพธ์คือเซรั่มเนื้อสัมผัสเข้มข้นที่มอบการปลอบประโลมผิวอย่างทรงพลัง ช่วยดูแลสัญญาณของผิวที่ไวต่อการระคายเคืองง่าย เสริมความแข็งแรงชุ่มชื้นให้ผิวแลดูมีความยืดหยุ่น ฟื้นคืนความสบายผิว และช่วยให้ผิวแลดูอ่อนเยาว์ขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #999999;"><strong style="color: #999999;">ภาพ:</strong><span style="color: #999999;"> La Mer</span></span></p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>La Mer เปิดตัว Rejuvenating Eye Cream สูตรใหม่บำรุงได้ 360°</title>
							<url>https://thestandard.co/la-mer-rejuvenating-eye-cream-360/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/02/la-mer-rejuvenating-eye.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>ถอดสูตร ‘Miracle Broth™’ สารสกัดเข้มข้นฟื้นบำรุงผิว จุดเริ่มต้นของ ‘La Mer Gives Skin Life’ ศาสตร์ Bioenergetic Skincare สู่การคิดค้นสกินแคร์ไอคอนิกที่ใครก็ปรารถนา [Advertorial]</title>
							<url>https://thestandard.co/la-mer-gives-skin-life/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2025/09/La-Mer-COVER.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>BEAUTY ROUNDUP รวมไอเท็มบิวตี้ที่เหมาะกับอากาศหนาว</title>
							<url>https://thestandard.co/beauty-roundup-winter-items/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2025/01/beauty-roundup-winter-items2.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/la-mer-new-concentrate-serum/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12247104</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1782732506000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2098351706000</endYmdtUnix>

			<title>ชมคลิป: ปตท. ในสมรภูมิพลังงานโลก: รับมือความไม่แน่นอนอย่างไร ให้มั่นคงและยั่งยืน? | THE STANDARD WEALTH</title>
			<category>Video</category>

			<publishTimeUnix>1782732506000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-06-29 18:28:26</publishTime>
			<updateTimeUnix>1782735228000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-06-29 19:13:48</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>ชมคลิป: ปตท. ในสมรภูมิพลังงานโลก: รับมือความไม่แน่นอนอย่างไร ให้มั่นคงและยั่งยืน? | THE STANDARD WEALTH</title>
					<description>ชมคลิป: ปตท. ในสมรภูมิพลังงานโลก: รับมือความไม่แน่นอนอย่างไร ให้มั่นคงและยั่งยืน? | THE STANDARD WEALTH</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/06/631484_0E1_0.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/06/631484_0E1_0.jpg</thumbnail>
				</image>
									<text>
						<content>
						<![CDATA[
							<iframe width="932" height="516" src="https://www.youtube.com/embed/lTlAQRdEvkc" title="ชมคลิป: ปตท. ในสมรภูมิพลังงานโลก: รับมือความไม่แน่นอนอย่างไร ให้มั่นคงและยั่งยืน? | THE STANDARD WEALTH" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture" allowfullscreen></iframe>
						]]>
						</content>
					</text>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p><span style="font-weight: 400;">ในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และการเร่งเครื่องสู่พลังงานสะอาด หนึ่งในโจทย์ใหญ่ของชาติคือ &#8220;ประเทศไทยจะรักษาความมั่นคงทางพลังงานไปพร้อมกับการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนได้อย่างไร?&#8221;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน จาก THE STANDARD WEALTH ได้รับเกียรติพูดคุยกับ ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. เพื่อเจาะลึกวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ภายใต้การนำทัพในการสร้างสมดุลแห่ง Energy Trilemma</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">#PTT #ปตท #EnergyTransition #NetZero #TheStandardWealth</span></p>
<p>&nbsp;</p>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>PTT ประกาศกำไรสุทธิ Q1/69 ทะลุ 2.5 หมื่นล้านบาท โต 10.4% ฝ่าพายุภูมิรัฐศาสตร์ แต่ Q2/69 จับตาความเสี่ยงสงครามตะวันออกกลาง-เงินเฟ้อ</title>
							<url>https://thestandard.co/ptt-q1-profit-q2-risks-69/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/05/ptt-q1-profit-q2-1.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>ขยายพอร์ตอสังหาฯ! EnCo บริษัทลูก ปตท. จับมือ i-Store ปั้นธุรกิจ Self Storage นำร่องดอนเมือง พร้อมศึกษาโอกาสร่วมทุนถือหุ้น i-Store ในอนาคต</title>
							<url>https://thestandard.co/enco-istore-self-storage-don-muang/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/05/enco-istore-self-storage-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>ถอดรหัส ปตท. รักษาสมดุล ‘ความมั่นคงชาติ-ผลประโยชน์ผู้ถือหุ้น’ ฝ่าวิกฤตพลังงานโลก ไทยจะมีน้ำมันใช้ได้นานแค่ไหน</title>
							<url>https://thestandard.co/ptt-balances-energy-security-shareholders/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/05/ptt-balances-energy-security.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/pttplc-interview/</sourceUrl>
		</article>

			<article>
			<ID>12345025</ID>
			<nativeCountry>TH</nativeCountry>
			<language>th</language>
			<publishCountries><country>th</country></publishCountries>
			<startYmdtUnix>1784868896000</startYmdtUnix>
			<endYmdtUnix>2100488096000</endYmdtUnix>

			<title>ความเสี่ยงใหม่ธุรกิจไทย: เมื่อความน่าเชื่อถือของการรายงานองค์กรอาจขึ้นอยู่กับการตีความของ AI</title>
			<category>Opinion</category>

			<publishTimeUnix>1784868896000</publishTimeUnix>
			<publishTime>2026-07-24 11:54:56</publishTime>
			<updateTimeUnix>1784868896000</updateTimeUnix>
			<updateTime>2026-07-24 11:54:56</updateTime>
			<contents>
				<image>
					<title>ความเสี่ยงใหม่ธุรกิจไทย: เมื่อความน่าเชื่อถือของการรายงานองค์กรอาจขึ้นอยู่กับการตีความของ AI</title>
					<description>ความเสี่ยงใหม่ธุรกิจไทย: เมื่อความน่าเชื่อถือของการรายงานองค์กรอาจขึ้นอยู่กับการตีความของ AI</description>
					<url>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/ai-corporate-reporting-risk-cover.jpg</url>
					<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/ai-corporate-reporting-risk-cover.jpg</thumbnail>
				</image>
								<text>
					<content>
					<![CDATA[
					<p>ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา องค์กรจำนวนมากเร่งนำ AI มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และยกระดับการทำงานในหลายมิติ แต่คำถามที่ผู้นำธุรกิจอาจต้องให้ความสำคัญมากขึ้นในวันนี้ ไม่ใช่เพียงว่าองค์กรใช้ AI อย่างไร หากเป็นคำถามที่ลึกกว่านั้นว่า ‘เมื่อ AI เป็นผู้อ่าน วิเคราะห์ และตีความข้อมูลขององค์กร เราจะมั่นใจได้แค่ไหนว่าจะถูกเข้าใจอย่างถูกต้อง’</p>
<p>&nbsp;</p>
<div style="background: #fff; border-radius: 16px; padding: 20px; box-shadow: 0 10px 25px rgba(0,0,0,0.12); max-width: 600px;">
<div style="margin-bottom: 12px;">
<h2 style="font-size: 22px; font-weight: bold;">ประเด็นสำคัญ</h2>
<div style="height: 6px; background-color: #e62227; margin-top: 6px; width: 100%;">&nbsp;</div>
</div>
<ul style="padding-left: 20px; margin: 0; list-style: disc;">
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section1">AI ไม่ได้อ่านรายงานเหมือนมนุษย์</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section2">การตีความของ AI กลายเป็นความเสี่ยงใหม่ขององค์กร</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section3">ความชัดเจนคือกลยุทธ์ ไม่ใช่แค่รูปแบบการสื่อสาร</a></li>
<li style="margin: 8px 0; overflow-wrap: break-word; word-break: normal;"><a href="#section4">ในอนาคต รายงานองค์กรที่ดีจะไม่ได้วัดจากความสวยงามของเอกสารหรือความน่าอ่านของเนื้อหาเท่านั้น แต่จะวัดจากความสามารถในการช่วยให้ทั้งมนุษย์และ AI เข้าใจองค์กรอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นธรรม</a></li>
</ul>
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p>นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของการรายงานองค์กรในยุคดิจิทัล เพราะรายงานประจำปี รายงานความยั่งยืน เอกสารนักลงทุนสัมพันธ์ หรือข้อมูลที่องค์กรเปิดเผยต่อสาธารณะนั้นไม่ได้ถูกอ่านโดยมนุษย์เป็นลำดับแรกอีกต่อไป แต่กำลังถูกสแกน ดึงข้อมูล เปรียบเทียบ และสรุปโดย AI ที่ถูกนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจของนักลงทุน หน่วยงานกำกับดูแล สถาบันจัดอันดับ คู่ค้า และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่างๆ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ข้อมูลจากรายงาน Global Investor Survey 2025 ของ <a href="https://thestandard.co/tag/PwC/" target="_blank" rel="dofollow noopener">PwC</a> ระบุว่า นักลงทุน 62% ใช้ AI วิเคราะห์เอกสารที่บริษัทยื่นต่อหน่วยงานกำกับดูแลและบทถอดความการประชุมผลประกอบการแล้ว ขณะเดียวกันก็ต้องการเห็นบริษัทต่าง ๆ สื่อสารเรื่องกลยุทธ์ AI ธรรมาภิบาล ความเสี่ยง และผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างชัดเจนและวัดผลได้มากขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section1" style="border-left: 12px solid #c19380; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;"><b>AI ไม่ได้อ่านรายงานเหมือนมนุษย์ </b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>สิ่งที่ผู้นำองค์กรต้องเข้าใจคือ AI ไม่ได้อ่านรายงานเหมือนนักวิเคราะห์ที่อาศัยประสบการณ์ บริบท และดุลยพินิจในการตีความ แต่อ่านข้อมูลในลักษณะของชุดข้อมูลขนาดใหญ่ โดยสแกนคำ วลี ตัวเลข โครงสร้างเอกสาร ความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูล และรูปแบบที่เกิดซ้ำ เพื่อดึงสัญญาณที่อาจมีความหมายต่อการตัดสินใจ และไม่ได้อ่านทีละหน้าอย่างมีบริบทแบบมนุษย์ แต่ประมวลผลข้อมูลจำนวนมากอย่างรวดเร็ว เปรียบเทียบข้ามเอกสาร ข้ามช่วงเวลา และข้ามแหล่งข้อมูล</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นั่นหมายความว่า <b>รายงานที่อ่านดีแล้วสำหรับมนุษย์ ก็อาจยังไม่ชัดพอสำหรับ AI </b>โดยหากข้อมูลสำคัญถูกซ่อนอยู่ในภาพประกอบ เอกสารแนบ เลย์เอาต์หรือตารางที่ซับซ้อน หรือใช้ถ้อยคำไม่สม่ำเสมอ AI ก็อาจมองข้ามข้อมูลบางส่วน ดึงข้อมูลไม่ครบ หรือเชื่อมโยงความหมายผิดไปจากที่องค์กรตั้งใจที่จะสื่อสาร แม้ว่าประเด็นนี้อาจดูเป็นเรื่องเทคนิค แต่แท้จริงแล้วเป็นเรื่องของ ‘ความน่าเชื่อถือ’ นะครับ เพราะในโลกที่ข้อมูลถูกนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจอย่างรวดเร็ว ความไม่ชัดเจนเล็ก ๆ อาจกลายเป็นช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างสิ่งที่องค์กรตั้งใจสื่อ กับสิ่งที่ AI ตีความได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section2" style="border-left: 12px solid #c19380; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;"><b>การตีความของ AI กลายเป็นความเสี่ยงใหม่ขององค์กร </b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในยุคที่ AI เข้ามาเป็นตัวกลางในการอ่านและสรุปข้อมูล คำถามใหม่ที่องค์กรต้องถามเพิ่มเติมจากเดิมว่า ข้อมูลที่เปิดเผยถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือไม่คือ ข้อมูลเดียวกันนั้นจะถูกตีความอย่างไร เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับสิ่งที่บริษัทเคยเปิดเผยไว้ ไม่ว่าจะเป็นรายงานทางการเงิน รายงานความยั่งยืน เว็บไซต์บริษัท เอกสารนักลงทุนสัมพันธ์ สื่อประชาสัมพันธ์ บทวิเคราะห์ภายนอก คะแนน ESG หรือข้อมูลจากบุคคลที่สาม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ยกตัวอย่าง เช่น หากรายงานหนึ่งระบุเป้าหมายด้านความยั่งยืนไว้อย่างชัดเจน แต่อีกแหล่งข้อมูลสะท้อนผลการดำเนินงานที่ยังไม่สอดคล้องกัน ช่องว่างนั้นอาจถูก AI ตรวจพบและกลายเป็นคำถามต่อความน่าเชื่อถือขององค์กรทันที</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ความเสี่ยงนี้ยิ่งชัดเจนในรายงานความยั่งยืน ซึ่งมักมีลักษณะเป็นการเล่าเรื่องและอธิบายบริบทมากกว่ารายงานทางการเงิน อีกทั้งมาตรฐานการจัดโครงสร้างข้อมูลก็อาจยังอยู่ในช่วงพัฒนา ซึ่งหากถ้อยคำไม่ชัด ขอบเขตข้อมูลไม่แน่นอน หรือสมมติฐานไม่ได้รับการอธิบายอย่างเพียงพอ AI ก็อาจตีความคลาดเคลื่อนและเพิ่มความเสี่ยงที่องค์กรจะถูกมองว่าให้ข้อมูลเกินจริง ไม่ครบถ้วน หรือไม่สอดคล้องกับการดำเนินงานจริงได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ด้วยเหตุนี้ รายงานในยุค AI จึงไม่ควรเป็นเพียงเอกสารที่เล่าเรื่องได้ดี แต่ต้องเป็นเอกสารที่มีข้อมูลที่เชื่อมโยงกันอย่างมีโครงสร้าง นอกจากนี้ ข้อมูลสำคัญควรมีคำนิยาม หน่วยวัด ขอบเขต ระยะเวลา และสมมติฐานที่ชัดเจน ถ้อยคำที่ใช้เรียกแนวคิดเดียวกันควรสอดคล้องกัน และควรเชื่อมโยงกับข้อมูลอื่นขององค์กรอย่างเป็นระบบ ความพร้อมสำหรับ AI จึงไม่ใช่เรื่องของฝ่ายรายงานหรือฝ่ายเทคโนโลยีเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นโจทย์ด้านธรรมาภิบาลข้อมูล การกำกับดูแล และการบริหารความเสี่ยงขององค์กรด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section3" style="border-left: 12px solid #c19380; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;"><b>ความชัดเจนคือกลยุทธ์ ไม่ใช่แค่รูปแบบการสื่อสาร </b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในช่วงเวลาที่ความคาดหวังต่อความโปร่งใสและธรรมาภิบาลเพิ่มสูงขึ้น นักลงทุนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียไม่ได้ต้องการเพียงข้อมูลที่ครบถ้วน แต่ต้องการข้อมูลที่นำไปใช้ตัดสินใจได้จริง เชื่อมโยงกับกลยุทธ์ และสะท้อนความสามารถขององค์กรในการบริหารความเสี่ยงและสร้างคุณค่าในระยะยาว บทความ When AI becomes the reader: a turning point for corporate reporting ของ PwC ได้แนะนำว่า การเตรียมรายงานให้พร้อมสำหรับ AI นั้น ควรเริ่มจากสามเรื่อง ได้แก่</p>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li><b>ประการแรก</b> องค์กรต้องยกระดับคุณภาพและความสอดคล้องของข้อมูล ข้อมูลที่กระจายอยู่ในหลายหน่วยงาน หลายระบบ หรือหลายเอกสาร ต้องมีโครงสร้าง คำนิยาม และเจ้าของข้อมูลที่ชัดเจน เพื่อให้ข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะสะท้อนข้อเท็จจริงเดียวกัน</li>
<li><b>ประการที่สอง</b> องค์กรควรทดสอบการตีความก่อนเผยแพร่ ไม่ใช่เพียงตรวจทานภาษาหรือความถูกต้องเชิงตัวเลข แต่ควรใช้การทดสอบเชิงความหมาย (AI-enabled review) เพื่อดูว่าเนื้อหารายงานอาจถูกสรุป เปรียบเทียบ หรือเชื่อมโยงอย่างไรจากมุมมองของนักลงทุน หน่วยงานกำกับดูแล หรือผู้ประเมินด้าน ESG</li>
<li><b>ประการที่สาม</b> ผู้นำองค์กรต้องทำให้ความสามารถในการถูกอ่านโดย AI เป็นศักยภาพที่มีธรรมาภิบาลรองรับ ไม่ใช่การปรับถ้อยคำเฉพาะครั้ง แต่เป็นกระบวนการต่อเนื่องที่มีเจ้าของ มีมาตรฐาน มีการตรวจสอบ และมีการพัฒนาเมื่อเทคโนโลยีและความคาดหวังของตลาดเปลี่ยนไป</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<h2 id="section4" style="border-left: 12px solid #c19380; padding-left: 15px; background-color: #f8f8f8; padding: 10px;"><b>ในอนาคต รายงานองค์กรที่ดีจะไม่ได้วัดจากความสวยงามของเอกสารหรือความน่าอ่านของเนื้อหาเท่านั้น แต่จะวัดจากความสามารถในการช่วยให้ทั้งมนุษย์และ AI เข้าใจองค์กรอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นธรรม</b></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #999999;"><b><strong>ภาพ:</strong></b> elenabsl / Shutterstock</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #999999;"><b><span style="color: #999999;"><strong style="color: #999999;">อ้างอิง:</strong> </span></b></span></p>
<ul>
<li><span style="color: #999999;">When AI becomes the reader: a turning point for corporate reporting, PwC</span></li>
<li><span style="color: #999999;">Global Investor Survey 2025, PwC</span></li>
</ul>
					]]>
					</content>
				</text>
			</contents>
			<recommendArticles>
									<article>
							<title>บลจ.กรุงศรี มองเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลัง 2569 โตต่อเนื่อง รับส่งออกและต่างชาติลงทุน AI ดัน SET ลุ้นแตะ 1,700 จุด แนะซื้อหุ้นเทคจีน รับฟันด์โฟลว์ หุ้นชิปปรับฐาน</title>
							<url>https://thestandard.co/krungsri-thai-economy-ai-set-china-tech/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/krungsri-thai-economy-ai-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>ทำไมการคว้าสิทธิ์จัดงาน ‘IEEE ICRA 2030’ ถึงเป็นโอกาสยกระดับ Tech Ecosystem ไทยสู่ Innovation Hub ของภูมิภาค [Advertorial]</title>
							<url>https://thestandard.co/ieee-icra-2030-thailand-tech-innovation/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/ieee-icra-2030-thailand.jpg</thumbnail>
						</article>
									<article>
							<title>ดีอี-หัวเว่ยลุย Trustworthy AI เร่งเครื่องเศรษฐกิจดิจิทัลไทยทะลุ 5.6 ล้านล้าน</title>
							<url>https://thestandard.co/mdes-huawei-trustworthy-ai-thailand-economy/</url>
							<thumbnail>https://thestandard.co/wp-content/uploads/2026/07/mdes-huawei-trustworthy-ai-cover.jpg</thumbnail>
						</article>
						</recommendArticles>
			<author>thestandard.co</author>
			<sourceUrl>https://thestandard.co/ai-corporate-reporting-risk/</sourceUrl>
		</article>

	</articles>
<!--
Performance optimized by W3 Total Cache. Learn more: https://www.boldgrid.com/w3-total-cache/

Page Caching using Disk: Enhanced (Requested URI is rejected) 

Served from: _ @ 2026-07-24 15:33:56 by W3 Total Cache
-->