×

Interstitium อวัยวะใหม่ของมนุษย์ที่เพิ่งได้รับการค้นพบ

11.04.2018
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

3 Mins. Read
  • ปี ค.ศ. 2015 นายแพทย์เดวิด คาร์-ล็อก และนายแพทย์เพทรอส เบนิแอส แห่งศูนย์การแพทย์เบธ อิสราเอล ได้ส่องกล้องตรวจการแพร่กระจายของมะเร็งท่อน้ำดีในคนไข้รายหนึ่งและพบกับโครงสร้างบางอย่างที่มีลักษณะเป็นร่างแหปริศนาเชื่อมต่อถึงกันอยู่รอบๆ ท่อน้ำดีซึ่งไม่เคยพบเห็นที่ไ หนมาก่อนแม้แต่ในตำรา
  • นักวิจัยพบว่าอวัยวะที่ได้รับการค้นพบใหม่นี้ช่วยในการดูดซับกักเก็บน้ำที่อยู่รอบๆ เซลล์เอาไว้ มันจึงถูกตั้งชื่อว่า ‘อินเตอร์สติเชียม’ (Interstitium)
  • นับเป็นเวลาเกือบ 3 ปีกว่าที่การค้นพบในครั้งนั้นจะได้รับการยอมรับในวงการวิทยาศาสตร์จนนำมาสู่รายงานการวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ผ่านวารสาร Scientific Reports เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2018 ที่ผ่านมานี้

กายวิภาคศาสตร์เป็นวิชาที่ว่าด้วยการศึกษาโครงสร้างร่างกายของสิ่งมีชีวิต ตั้งแต่เมื่อพันปีก่อน ร่างกายมนุษย์แทบทุกอณูได้รับการผ่า ชำแหละ พลิก แหวก ตั้งชื่อและตรวจสอบโดยเหล่านักกายวิภาคศาสตร์และแพทย์มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน เรียกได้ว่าไม่น่ามีอวัยวะลับอะไรซุกซ่อนอยู่จนเล็ดลอดสายตามนุษย์ไปได้

 

ปัจจุบันกายวิภาคศาสตร์จึงมุ่งเน้นไปที่การจัดเรียงโครงสร้างในระดับเซลล์และระดับโมเลกุล ความแตกต่างเล็กๆ น้อยๆ ระหว่างกลุ่มประชากรและความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับโครงสร้างร่างกายเมื่อเราไม่สบาย

 

ฤดูใบไม้ร่วงในปี ค.ศ. 2015 นายแพทย์เดวิด คาร์-ล็อก (David Carr-Locke) และนายแพทย์เพทรอส เบนิแอส (Petros Benias) แห่งศูนย์การแพทย์เบธ อิสราเอล (Beth Israel Medical Center) นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ได้ส่องกล้องตรวจการแพร่กระจายของมะเร็งท่อน้ำดีในคนไข้รายหนึ่งและพบกับโครงสร้างบางอย่างที่มีลักษณะเป็นร่างแหปริศนาเชื่อมต่อถึงกันอยู่รอบๆ ท่อน้ำดีซึ่งไม่เคยพบเห็นที่ไหนมาก่อนแม้แต่ในตำรากายวิภาคศาสตร์ที่พวกได้ร่ำเรียนมา

 

คุณหมอทั้งสองจึงสำรวจภายในร่างกายของตนเองเพิ่มเติม ก็พบโครงสร้างลักษณะอย่างเดียวกัน

 

เดือดร้อนถึงนายแพทย์นีล ดี เทส (Neil D. Theise) นักพยาธิวิทยา ต้องตัดชิ้นเนื้อจากท่อน้ำดีออกมาศึกษา แต่กลับไม่ได้พบอะไรใหม่ เขาสันนิษฐานว่าโครงสร้างร่างแหดังกล่าวน่าจะมีน้ำเป็นส่วนประกอบอยู่มาก ซึ่งในกระบวนการเตรียมเนื้อเยื่อเพื่อนำมาศึกษาใต้กล้องจุลทรรศน์จะต้องมีการดึงน้ำออก (Dehydration) เพื่อรักษาสภาพตัวอย่าง ดังนั้นเมื่อไม่มีของเหลวคอยค้ำจุน โครงสร้างปริศนานี้ที่ยืดหยุ่นได้ดีก็พังทลายจนไม่เหลือเค้าเดิมให้ศึกษา

 

เมื่อศึกษาด้วยวิธีการปกติไม่ได้ ทีมนักวิจัยจึงต้องนำกล้องจุลทรรศน์ไปส่องดูของจริงเสียเลย

 

ทีมนักวิจัยร่วมมือกับแพทย์ในการเก็บตัวอย่างจากผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีที่ต้องผ่าตัดด้วยวิธีการส่องกล้อง ก่อนการผ่าตัด ทีมนักวิจัยได้ฉีดสารเรืองแสงเข้าไปทางหลอดเลือดดำและถ่ายภาพผ่านกล้องส่องภายในชนิดพิเศษที่ติดตั้งกล้องจุลทรรศน์เอาไว้ตรงปลายอีกด้านหนึ่ง เทคนิคนี้เรียกว่า Probe-based confocal laser endomicroscopy (pCLE) ซึ่งทำให้นักวิจัยสามารถใช้ส่องดูเนื้อเยื่อต่างๆ ในร่างกายได้แบบสดๆ

 

ในที่สุดทีมนักวิจัยก็พบโครงสร้างที่มีลักษณะสานกันเป็นร่างแหที่ชั้นใต้เยื่อเมือก (Submucosa) ของท่อน้ำดี และเมื่อนำชิ้นเนื้อท่อน้ำดีออกมาจากร่างกาย แช่แข็งเพื่อรักษาสภาพ แล้วส่องด้วยเทคนิค pCLE อีกรอบ ก็สามารถถ่ายภาพโครงสร้างดังกล่าวได้ในลักษณะเดียวกัน

 

มันคืออะไรกันแน่

ของเหลวทั้งหมดในร่างกายที่อยู่ตามท่อน้ำเหลือง ต่อมน้ำเหลือง หลอดเลือด และหัวใจ คิดเป็น 7% ของของเหลวทั้งหมดในร่างกายเท่านั้น เมื่อเลือดไหลเวียนไปถึงหลอดเลือดฝอยซึ่งแทรกซึมอยู่ตามอวัยวะและเนื้อเยื่อต่างๆ ของร่างกาย ของเหลวที่มาพร้อมกับสารโมเลกุลเล็กๆ ไม่ว่าจะเป็นสารอาหาร เซลล์ภูมิคุ้มกัน และฮอร์โมนจะซึมออกมาสู่ช่องว่างระหว่างเซลล์ ของเหลวที่ ‘อาบ’ เซลล์ทั้งร่างกายอยู่นี้เรียกว่า Interstitial Fluid

 

นักวิจัยพบว่าอวัยวะที่ได้รับการค้นพบใหม่นี้ช่วยในการดูดซับกักเก็บน้ำที่อยู่รอบๆเซลล์เอาไว้ มันจึงถูกตั้งชื่อว่า ‘อินเตอร์สติเชียม’ (Interstitium) เมื่อศึกษาในเชิงลึกนักวิจัยก็พบว่า อินเตอร์สติเชียมมีเส้นใยคอลลาเจนที่ช่วยสร้างความแข็งแรงและเส้นใยอีลาสตินที่ทำให้เกิดความยืดหยุ่นได้ดีเป็นองค์ประกอบ และที่น่าทึ่งคือหลังจากศึกษามากขึ้น นักวิจัยพบว่ามันไม่ได้มีอยู่แค่บริเวณท่อน้ำเหลืองเท่านั้น แต่กลับพบได้ตลอดทั้งร่างกาย!

 

ทีมนักวิจัยคาดว่าโครงสร้างเช่นนี้ทำหน้าที่เป็นทั้งซับในรองรับน้ำจากหลอดเลือด คอยดูดซับแรงกระแทกจากภายนอกและแรงที่เกิดจากการบีบตัวของกล้ามเนื้อและหลอดเลือด ทั้งยังเปรียบเสมือนเครือข่ายคลองส่งน้ำช่วยทำให้เม็ดเลือดขาวเดินทางไปลาดตระเวนและต่อสู้กับเชื้อโรคยังบริเวณต่างๆ ได้

 

ช่องว่างภายในอินเตอร์สติเชียมนี้เองที่เซลล์มะเร็งสบโอกาสใช้เป็นช่องทางรุกรานไปสู่อวัยวะข้างเคียง นอกจากนี้เส้นใยคอลลาเจนเองก็เปลี่ยนสภาพไปตามวัย ซึ่งอาจเป็นต้นเหตุสำคัญของตีนกาและรอยเหี่ยวย่น รวมถึงการเคลื่อนไหวที่ไม่ราบรื่นเหมือนเดิมเมื่อแก่ตัวลง

 

การต่อสู้กับสิ่งที่เคยเชื่อกันมานั้นไม่ใช่เรื่องไม่ง่าย ทีมแพทย์และนักวิจัยต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าอินเตอร์สติเชียมที่พวกเขาค้นพบนั้นเป็นอวัยวะใหม่จริงๆ ไม่ใช่เป็นเพียงเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่มาเกาะโยงกันอย่างหลวมๆ นับเป็นเวลาเกือบ 3 ปีกว่าที่การค้นพบในครั้งนั้นจะได้รับการยอมรับในวงการวิทยาศาสตร์จนนำมาสู่รายงานการวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ผ่านวารสาร Scientific Reports เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2018 ที่ผ่านมานี้

 

“การค้นพบนี้จะช่วยผลักดันวงการการแพทย์ไปอย่างก้าวกระโดด รวมถึงความเป็นไปได้ในการพัฒนาเทคนิคการเก็บตัวอย่างของเหลวที่อยู่ช่องว่างระหว่างเซลล์เพื่อการวินิจฉัยโรคด้วย” นายแพทย์นีลกล่าวปิดท้าย

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories