×

แมลงก็มีหัวใจ! นักวิทย์พบ แมลงหวี่ชอบใจเมื่อได้หลั่งน้ำกามภายใต้แสงสีแดง

25.05.2018
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

4 Mins. Read
  • สำหรับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหลายชนิด เซ็กซ์ไม่ได้เป็นไปเพื่อการสืบพันธุ์เสมอไป แต่เป็นการทำเพื่อความพึงพอใจ ไม่ว่าจะเป็นลิงโบโนโบ หมีกริซลี และค้างคาว ที่มีรายงานว่าพวกมันทำออรัลเซ็กซ์ให้กัน
  • เพื่อพิสูจน์ว่าแมลงตัวเล็กๆ ชอบมีเซ็กซ์ด้วยเหตุผลอื่นหรือไม่ เชอร์ เซอร์-คริสปิล และคณะแห่ง Bar-Ilan University ประเทศอิสราเอล ได้พัฒนาเทคนิคใหม่ขึ้นมาเพื่อใช้ศึกษาพฤติกรรมทางเพศของแมลงหวี่ โดยคณะนักวิทยาศาสตร์ได้ตัดต่อพันธุกรรมให้แมลงหวี่ต้องหลั่งน้ำกามออกมาทุกครั้งเมื่ออยู่ภายใต้แสงสีแดง
  • เพียงครึ่งนาทีที่แมลงหวี่เดินเข้าไปยังบริเวณที่มีแสงไฟสีแดงสาดส่อง มันจะเริ่มขดท้อง ตามด้วยการหลั่งน้ำกามออกมา เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นซ้ำได้เรื่อยๆ ซึ่งรวมแล้วมันสามารถหลั่งได้ 7 ครั้งใน 1 นาที!

ไม่ต้องอธิบายให้ยืดยาว

 

ผู้ชายทุกคนก็น่าจะเข้าใจความรู้สึกสุดเสียวซ่านและอารมณ์อันสุขสมขณะที่หลั่งน้ำกามได้เป็นอย่างดี จุดสุดยอดที่มาพร้อมกับกระบวนการหลั่งของเหลวจากอวัยวะสืบพันธุ์นี้เองที่เป็นแรงขับเคลื่อนอันรุนแรงของเพศชายจนส่งผลกระทบต่อสังคมและประวัติศาสตร์โลกมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนตั้งแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน

 

การจะไปสำรวจสรีรวิทยาของการหลั่งน้ำกามและผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสมองในมนุษย์ด้วยกันเองนั้นไม่ลำบากนัก แต่สำหรับสัตว์ชนิดอื่นๆ ที่วิวัฒนาการร่วมกันมากับพวกเราล่ะ พวกมันมีความสุขระหว่างร่วมรักกันหรือไม่

 

สำหรับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหลายชนิด เซ็กซ์ไม่ได้เป็นไปเพื่อการสืบพันธุ์เสมอไป แต่เป็นการทำเพื่อความพึงพอใจ ไม่ว่าจะเป็นลิงโบโนโบ หมีกริซลี และค้างคาว ที่มีรายงานว่าพวกมันทำออรัลเซ็กซ์ให้กัน นอกจากนี้การสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเองก็ถือเป็นเรื่องปกติในสัตว์หลายชนิดด้วย

 

สำหรับสัตว์เล็กๆ โดยเฉพาะแมลงหวี่นั้น แม้จะง่ายต่อการเพาะเลี้ยงเพื่อนำมาศึกษา แต่นักวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่แน่ใจนักว่าพวกมันชอบมีเซ็กซ์ด้วยเหตุผลอื่นหรือไม่ เพื่อพิสูจน์ความเป็นไปได้นี้ เชอร์ เซอร์-คริสปิล (Shir Zer-Krispil) และคณะแห่ง Bar-Ilan University ประเทศอิสราเอล ได้พัฒนาเทคนิคใหม่ขึ้นมาเพื่อใช้ศึกษาพฤติกรรมทางเพศของแมลงหวี่ โดยคณะนักวิทยาศาสตร์ได้ตัดต่อพันธุกรรมให้แมลงหวี่ต้องหลั่งน้ำกามออกมาทุกครั้งเมื่ออยู่ภายใต้แสงสีแดง!

 

ฟังดูเป็นการทดลองที่พิลึกมาก แต่ก็เป็นเรื่องจริง

 

ปกติแล้วกว่าจะได้หลั่ง แมลงหวี่ตัวผู้ต้องเกี้ยวพาราสีตัวเมียด้วยพิธีกรรมเป็นขั้นเป็นตอน เริ่มตั้งแต่ไล่ตาม เอาลำตัวไปกระแทก และร่วมรักกัน สุดท้ายเมื่อได้เวลาอันสมควร เซลล์ประสาทที่อยู่บริเวณท้องจะสร้างสารโคราโซนิน (Corazonin) ออกมากระตุ้นให้แมลงหวี่ตัวผู้หลั่งน้ำกามในที่สุด

 

เซอร์-คริสปิลทำการลัดขั้นตอนดังกล่าวด้วยการตัดต่อโปรตีนที่ถูกกระตุ้นได้ง่ายเมื่ออยู่ภายใต้แสงสีแดงเข้ากับเซลล์ประสาทโคราโซนิน เมื่อใดก็ตามแสงสีแดงฉายลงบนตัวแมลงหวี่ก็เท่ากับว่าเซลล์ประสาทดังกล่าวได้รับการกระตุ้นตามไปด้วย เทคนิคนี้เรียกว่าออปโตเจเนติกส์ (Optogenetics) ซึ่งเป็นเทคนิคที่ใช้ศึกษาระบบประสาทและพฤติกรรมที่ได้รับความนิยมมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้

 

เพียงครึ่งนาทีที่แมลงหวี่เดินเข้าไปยังบริเวณที่มีแสงไฟสีแดงสาดส่อง มันจะเริ่มขดท้อง ตามด้วยการหลั่งน้ำกามออกมา เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นซ้ำได้เรื่อยๆ ซึ่งรวมแล้วมันสามารถหลั่งได้ 7 ครั้งใน 1 นาที!

 

น่าสนใจตรงที่แมลงหวี่ตกลงปลงใจที่จะได้อยู่ภายใต้แสงสีแดงนานถึง 3 นาที ทั้งๆ ที่มันสามารถเลือกเดินออกมานอกบริเวณดังกล่าวได้

 

เหตุที่คณะนักวิทยาศาสตร์เลือกใช้แสงสีแดงก็เพราะว่าเป็นความยาวคลื่นที่สามารถเดินทางผ่านเข้าไปยังเนื้อเยื่อต่างๆ ข้างในได้ดี นอกจากนี้แมลงหวี่เองก็มองไม่เห็นแสงสีแดงด้วย นั่นหมายความว่ามันไม่ได้ชอบแสงสีแดง แต่มันเลือกที่จะอยู่ตรงนั้นเพราะมันได้หลั่งน้ำกาม!

 

แล้วการหลั่งน้ำกามทำให้แมลงหวี่รู้สึกดีไปด้วยไหม ทีมนักวิจัยตรวจสอบแนวคิดนี้ด้วยการทดลองต่างๆ อีกหลายชุด

 

เริ่มแรก ระหว่างที่แมลงหวี่หลั่งน้ำกามด้วยการกระตุ้นจากแสงสีแดง มันจะได้รับกลิ่นจากสารระเหยไปพร้อมๆ กัน เมื่อทำซ้ำหลายๆ ครั้งก็พบว่าแมลงหวี่ได้เชื่อมโยงกลิ่นเข้ากับการได้หลั่งน้ำกามได้เหมือนสุนัขในการทดลองอันโด่งดังของอิวาน ปัฟลอฟ (Ivan Pavlov) ที่เมื่อได้ยินเสียงจากกระดิ่งพร้อมการได้รับอาหารหลายๆ ครั้ง มันจะแสดงอาการน้ำลายไหลแม้ได้ยินเสียงสั่นกระดิ่งเพียงอย่างเดียวโดยไม่มีอาหารมาเสิร์ฟ

 

ทีมนักวิจัยยังพบอีกว่าเมื่อแมลงหวี่ได้หลั่งน้ำกามบ่อยๆ แล้วจะเสพติดแอลกอฮอล์น้อยลง และเมื่อศึกษาลึกลงไปก็สามารถยืนยันได้ว่ากลไกการหลั่งน้ำกามเกี่ยวข้องกับสารสื่อประสาทนิวโรเปปไทด์ เอฟ (Neuropeptide F) ในสมอง ซึ่งเป็นสารกลุ่มเดียวกับนิวโรเปปไทด์ วาย (Neuropeptide Y) ที่พบในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม

 

เจ้านิวโรเปปไทด์ วาย นี่เองที่เป็นหนึ่งในสารสำคัญทำให้พวกเราเกิดความรู้สึกดี มีความสุขล้นปรี่เมื่อได้รับสิ่งกระตุ้นที่ถูกใจ

 

การศึกษาพฤติกรรมทางเพศของสัตว์โดยทั่วไปมักจะเน้นไปที่กลไกทางสรีรวิทยาและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นตามมาในเชิงวิวัฒนาการ น้อยครั้งที่นักวิทยาศาสตร์จะหันมาให้ความสนใจอารมณ์ความรู้สึก หรืออยากรู้ว่าสัตว์อื่นๆ นอกเหนือไปจากมนุษย์มีความสุขทางเพศหรือไม่ เนื่องจากต้องการหลีกเลี่ยง ‘มานุษยรูปนิยม’ (Anthropomorphism) ซึ่งก็คือการนำเอาความเป็นมนุษย์ไปใส่ในสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ เรียกง่ายๆ ว่าไม่ต้องการคิดแทนสัตว์นั่นเอง

 

แม้จะเป็นเรื่องอัตวิสัย แต่ก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไรนักที่คณะนักวิทยาศาสตร์พิสูจน์ได้ว่าแมลงหวี่มีความสุขทางเพศจริงๆ ความปีติที่เกิดขึ้นจากเซ็กซ์จะไปกระตุ้นการหลั่งนิวโรเปปไทด์ เอฟ ในสมองจนมันไม่แทบต้องไขว่คว้าหาความสุขจากแอลกอฮอล์อีกต่อไป

 

นี่เป็นครั้งแรกที่นักวิทยาศาสตร์พิสูจน์ได้ว่าเซลล์ประสาทที่ไม่ได้อยู่ในสมองชักนำให้เกิดความรู้สึกปีติยินดีได้ ซึ่งมันไปเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของสัตว์ รวมถึงการรับรู้ที่สัตว์มีต่อสารเสพติด

 

เมื่อเทคนิคนี้ได้รับการรับรองแล้วว่าสามารถใช้กับแมลงหวี่ได้ดี ต่อไปนักวิทยาศาสตร์จะไปต่อยอดความรู้นี้ในหนูทดลอง ซึ่งใกล้ชิดทางวิวัฒนาการกับมนุษย์มากกว่าแมลงหวี่ เพื่อที่เราจะได้เข้าใจกลไกการเสพติดสิ่งต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น

 

งานวิจัยนี้เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จเพียงครึ่งหนึ่ง เพราะไม่ได้พูดถึงความสุขทางเพศของแมลงหวี่ตัวเมียเลยแม้แต่น้อย แต่ในตอนนี้การทดลองขั้นต้นเกี่ยวกับอารมณ์ความรู้สึกของแมลงหวี่ตัวเมียได้เสร็จสิ้นลงแล้ว และกำลังจะเผยแพร่ผลงานวิจัยออกมาในเร็วๆ นี้ ซึ่งเราต้องติดตามกันต่อไป

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories