×
Menu
269166

ความหวังใหม่แห่งการกำจัดเชื้อเอชไอวีอย่างหมดจดเป็นครั้งแรกของโลก

09.07.2019
  • LOADING...
HIV'

HIGHLIGHTS

3 Mins. Read
  • ตั้งแต่ปี 1981 ที่มีการรายงานการติดเชื้อเป็นครั้งแรก เชื้อเอชไอวีก็ถือเป็นศัตรูตัวฉกาจของมนุษยชาติมาจนถึงปัจจุบัน
  • แม้ปัจจุบันผู้มีเชื้อเอชไอวีจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นมากจากอดีต แต่ผู้ที่ได้รับเชื้อจะต้องอยู่กับมันไปตลอดชีวิต ไม่สามารถกำจัดออกจากร่างกายได้หมด เนื่องจากเอชไอวีจะนำสารพันธุกรรมของตัวเองไปเนียนแทรกอยู่กับดีเอ็นเอของเซลล์ร่างกาย อันเป็นสถานที่ที่ยาต้านไวรัสออกฤทธิ์ไปไม่ถึง
  • ล่าสุดความฝันที่จะกำจัดเชื้อเอชไอวีออกไปอย่างสมบูรณ์กำลังเข้าใกล้ความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น เมื่อคณะนักวิจัยจากหลากหลายสถาบันชั้นนำประกาศความสำเร็จว่าด้วยการกำจัดเอชไอวีออกไปจากหนูทดลองได้อย่างหมดจดเป็นครั้งแรก

นับตั้งแต่ที่มีการรายงานการติดเชื้อเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ค.ศ. 1981 เชื้อเอชไอวี (HIV หรือ Human Immunodeficiency Virus) ก็เรียกได้ว่าเป็นศัตรูตัวฉกาจของมนุษยชาติจนถึงปัจจุบัน

 

มันเป็นตัวการก่อให้เกิดภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องหรืออาการเอดส์ (AIDS หรือ acquired immunodeficiency syndrome) ซึ่งรักษาไม่หาย ผู้ที่ได้รับเชื้อนี้เข้ามาจำนวนมาก ไม่พ้นที่จะพบจุดจบจากอาการเอดส์ นำมาสู่การตีตราว่า ผู้ที่มีเชื้อนี้คือกลุ่มบุคคลที่น่ารังเกียจของสังคม

 

ปัจจุบันผู้ที่มีเชื้อเอชไอวีอยู่ในร่างกาย มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ยาต้านไวรัส ซึ่งมีชื่อย่อเก๋ๆ ว่า ART (antiretroviral therapy) ยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อได้เป็นอย่างดี เมื่อร่วมกับการดูแลตัวเองให้แข็งแรงอยู่เสมอ ก็แทบจะไม่พบเชื้ออยู่ในกระแสเลือดเลย นั่นเท่ากับว่าปิดกั้นโอกาสการติดต่อสู่บุคคลอื่นได้ในระดับหนึ่งด้วย

 

อย่างไรก็ดี ผู้ที่ได้รับเชื้อนี้เข้ามาจะต้องอยู่กับมันไปตลอดชีวิต ไม่สามารถกำจัดออกจากร่างกายได้หมด เนื่องจากเอชไอวีจะนำสารพันธุกรรมของตัวเองไปเนียนแทรกอยู่กับดีเอ็นเอของเซลล์ร่างกาย อันเป็นสถานที่ที่ยาต้านไวรัสออกฤทธิ์ไปไม่ถึง

 

ล่าสุด ความฝันที่จะกำจัดเชื้อเอชไอวีออกไปอย่างสมบูรณ์กำลังเข้าใกล้ความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น เมื่อคณะนักวิจัยจากหลากหลายสถาบันชั้นนำ นำโดย คาเมล คาลิลิ จากภาควิชาประสาทวิทยาศาสตร์ โรงเรียนแพทย์ลิวอิส แคตส์ มหาวิทยาลัยเทมเพิล และ โฮวอร์ด เจนเดลมาน ภาควิชาเภสัชวิทยาและประสาทวิทยาศาสตร์เชิงการทดลอง มหาวิทยาลัยศูนย์การแพทย์เนบราสกา ประเทศสหรัฐอเมริกา ประกาศความสำเร็จว่าด้วยการกำจัดเอชไอวีออกไปจากหนูทดลองได้อย่างหมดจด โดยท่ีตีพิมพ์ผ่านวารสาร Nature Communications เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ค.ศ. 2019 ที่ผ่านมา

 

“การค้นพบอันยิ่งใหญ่นี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าไม่ได้รับความร่วมมือจากนักไวรัสวิทยา นักวิทยาภูมิคุ้มกัน นักอณูชีววิทยา นักเภสัชวิทยา และผู้เชี่ยวชาญด้านเภสัชกรรม” ดร.เจนเดลมานให้ข้อมูล

 

กลยุทธ์สำคัญในการกำจัดเชื้อเอชไอวีอย่างหมดจดคือ การปล่อยตัวยา ART อย่างช้าๆ และต่อเนื่อง ผ่านเทคนิค Long-acting slow-effective release (LASER) ร่วมกับการตัดต่อยีนด้วย CRISPR/Cas9

 

เคล็ดลับของเทคนิค LASER ART อยู่ที่การปรับเปลี่ยนโครงสร้างยาให้ละลายในไขมันได้ดีขึ้น เพื่อที่จะได้ผ่านเข้าสู่เซลล์ได้ง่ายขึ้น และบรรจุตัวยาให้อยู่ในผลึกขนาดนาโน ก่อนที่จะนำส่งเข้าสู่เซลล์ภูมิคุ้มกัน 

 

ตัวยาจะอยู่ในร่างกายได้นานหลายวัน และค่อยๆ ถูกปลดปล่อยออกมาจากผลึกนาโน ซึ่งจะช่วยลดผลข้างเคียงที่เกิดจากการได้รับยาในปริมาณมากๆ ได้

 

เนื่องจากเชื้อเอชไอวีจะไปแฝงตัวอยู่กับดีเอ็นเอของเซลล์ภูมิคุ้มกัน การจะจัดการให้สิ้นซาก จึงต้องใช้เทคนิคการตัดต่อพันธุกรรมผ่านระบบ CRISPR/Cas9 ซึ่งกำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน

 

CRISPR/Cas9 ประยุกต์มาจากเอนไซม์ตัดดีเอ็นเอที่แบคทีเรียใช้ต่อสู้กับไวรัส ในที่นี้ทีมนักวิจัยใช้รหัสพันธุกรรมของเชื้อเอชไอวีเป็นต้นแบบ แล้วเหนี่ยวนำให้ CRISPR-Cas9 เข้าไปนำดีเอ็นเอของเชื้อเอชไอวีที่แฝงอยู่ในเซลล์ออกมากำจัดทิ้ง 

 

เรียกได้ว่าเป็นการสนธิกำลังปราบเอชไอวีทั้งสองทาง โดยที่ LASER ART จะคอยป้องกันไม่ให้เซลล์ใหม่ๆ ได้รับเชื้อเข้ามาเพิ่มเติม และ CRISPR/Cas9 จะบุกไปจัดการเอชไอวีที่ต้นตอ

 

ทีมนักวิจัยทดสอบแผนการรักษานี้ในหนูทดลองที่ได้รับเชื้อเอชไอวีของมนุษย์เข้าไป ผลปรากฏว่า กลุ่มที่ได้รับยา LASER ART ก่อน แล้วตามด้วย CRISPR/Cas9 มีปริมาณเม็ดเลือดขาวสูงขึ้น และหนูทดลอง 2 ตัว จากทั้งหมด 7 ตัวในกลุ่มนี้ ตรวจไม่พบเชื้อเอชไอวีหลังจากผ่านไป 2 สัปดาห์ ในขณะที่การให้เพียงยา LASER ART หรือ CRISPR/Cas9 เพียงอย่างเดียว ไม่ประสบผลสำเร็จในการรักษา

 

คณะนักวิจัยได้ตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อเอชไอวีเพิ่มเติมในเลือด ม้าม ต่อมน้ำเหลือง ไขกระดูก และสมอง ปรากฏว่า ไม่พบเชื้อ นอกจากนี้ยังนำเนื้อเยื่อของหนูที่ได้รับเชื้อและรักษาจนหายแล้วไปปลูกถ่ายในหนูทดลองอีกตัว ก็ไม่พบว่าหนูทดลองตัวดังกล่าวติดเชื้อเอชไอวี

 

แม้งานวิจัยนี้จะประสบผลสำเร็จอย่างงดงาม แต่งานของนักวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่จบสิ้น

 

ดร.คาลิลิกล่าวว่า การทดลองในไพรเมต (สัตว์จำพวกชิมแปนซี) เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของการรักษากำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่นาน และหลังจากนั้นคือการนำไปทดสอบกับผู้ป่วยที่เป็นมนุษย์จริงๆ

 

วันนั้นจะมาถึงเมื่อไร เราคงต้องมาลุ้นผลกันอีกรอบ

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE

FOLLOW US

RELATED STORIES

MOST POPULAR