×

ลิงโคลนนิ่ง ก้าวแรกสู่มนุษย์โคลนนิ่ง?

29.01.2018
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

5 Mins. Read
  • ทีมนักวิทยาศาสตร์จีนประกาศความสำเร็จในการโคลนนิ่งลิงแสม ด้วยวิธีการถ่ายฝากนิวเคลียสเป็นครั้งแรกของโลก นับเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญของวงการวิทยาศาสตร์
  • การโคลนนิ่งสิ่งมีชีวิตที่ซับซ้อนน้อยทำได้ไม่ยาก แต่สำหรับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม โดยเฉพาะสัตว์กลุ่มไพรเมตอันได้แก่ กอริลลา ชิมแปนซี รวมถึงมนุษย์นั้นระดับความยากถือว่าเป็นหนังคนละม้วนเลยทีเดียว
  • ตั้งแต่ปี 2002 นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกต่างใช้วิธีถ่ายฝากนิวเคลียสในการโคลนนิ่งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมไปแล้วกว่า 23 ชนิด ไม่ว่าจะเป็นวัว, หมู, กระต่าย, สุนัข, แมว และหนู แต่ในสัตว์กลุ่มไพรเมตที่มีความใกล้ชิดทางวิวัฒนาการกับมนุษย์มากที่สุดนั้นกลับไม่เห็นผล

ทีมนักวิทยาศาสตร์จากนครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน นำโดย Zhen Liu แห่งห้องปฏิบัติการประสาทวิทยาศาสตร์ (State Key Laboratory of Neuroscience) และห้องปฏิบัติการประสาทชีววิทยาไพรเมต (Key Laboratory of Primate Neurobiology) สภาบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน (Chinese Academy of Science) ได้ประกาศความสำเร็จในการโคลนนิ่งลิงแสม (Macaque Monkey) ด้วยวิธีการถ่ายฝากนิวเคลียสเป็นครั้งแรกของโลก งานวิจัยชิ้นนี้ตีพิมพ์ลงในวารสาร Cell เมื่อวันที่ 24 มกราคมที่ผ่านมานับเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญของวงการวิทยาศาสตร์ที่จะส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของมนุษย์อย่างใหญ่หลวงในอนาคต

 

สารพัดวิธีว่าด้วยการโคลนนิ่ง

โคลนนิ่ง (Cloning) คือการสร้างสิ่งมีชีวิตหน่วยใหม่ขึ้นมาโดยที่มีพันธุกรรมเหมือนกับตัวต้นแบบทุกประการ กลุ่มของสิ่งมีชีวิตที่มีพันธุกรรมเหมือนกันนี้เรียกว่า ‘โคลน’ (Clone)

 

การสร้างโคลนเป็นสิ่งที่พบได้ทั่วไปในสิ่งมีชีวิตที่สืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ (ไม่เกิดการปฏิสนธิระหว่างอสุจิกับไข่) ไม่ว่าจะเป็นแบคทีเรีย, เชื้อรา, พืช รวมถึงสัตว์บางกลุ่ม

 

ส่วนการโคลนนิ่งที่เกิดขึ้นภายใต้การควบคุมดูแลโดยนักวิทยาศาสตร์ภายในห้องปฏิบัติการ เป็นความพยายามสร้างโคลนขึ้นมาเพื่อการใช้งานต่างๆ ไม่ว่าจะในแง่การวิจัยที่ต้องมีการควบคุมตัวแปรด้านพันธุกรรมให้เหมือนกัน หรือการสร้างสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะตามต้องการจำนวนมากในเวลาอันสั้น

 

การโคลนนิ่งสิ่งมีชีวิตที่ซับซ้อนน้อยทำได้ไม่ยาก แต่สำหรับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม โดยเฉพาะสัตว์กลุ่มไพรเมตอันได้แก่ กอริลลา ชิมแปนซี รวมถึงมนุษย์นั้นระดับความยากถือว่าเป็นหนังคนละม้วนเลยทีเดียว

 

วิธีการดั้งเดิมที่นักวิทยาศาสตร์ใช้ในการโคลนนิ่งสัตว์คือการจับดึงแยกเซลล์ตัวอ่อนในระยะเอ็มบริโอ (Embryo) ออกจากกัน ซึ่งเป็นวิธีที่เลียนแบบการเกิดฝาแฝดแท้ในธรรมชาติ วิธีนี้สามารถโคลนซาลาแมนเดอร์ได้สำเร็จในปี ค.ศ. 1902 ก่อนหน้าที่ฟรานซิส คริก (Francis Crick) และเจมส์ วัตสัน (James Watson) จะค้นพบโครงสร้างดีเอ็นเอถึง 50 ปี

 

ทว่าสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์อยากเห็นคือการโคลนนิ่งโดยตั้งต้นจากเซลล์สัตว์ที่โตเต็มที่แล้ว ต่อมาเมื่อนักวิทยาศาสตร์มั่นใจว่าสิ่งที่บ่งบอกเอกลักษณ์ของสิ่งมีชีวิตคือดีเอ็นเอ และดีเอ็นเอถูกเก็บอยู่ภายในนิวเคลียสของเซลล์ นักวิทยาศาสตร์จึงเกิดเป็นไอเดียว่า ถ้านำนิวเคลียสจากเซลล์ที่ไม่ใช่เซลล์สืบพันธุ์ไปถ่ายโอนให้กับเซลล์ไข่ที่นำนิวเคลียสเดิมออกไป แล้วใช้กระบวนการเหนี่ยวนำให้เกิดเป็นเอ็มบริโอขึ้นมาได้ สัตว์ตัวใหม่ที่เกิดขึ้นก็คือโคลนของสัตว์ที่บริจาคนิวเคลียสให้นั่นเอง

 

เทคนิคนี้เรียกว่าการถ่ายโอนนิวเคลียสจากเซลล์ร่างกาย หรือ Somatic cell nuclear transfer (SCNT) ซึ่งเพิ่งนำมาใช้กับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมสำเร็จเป็นครั้งแรกเมื่อ 22 ปีที่แล้ว ทีมนักวิทยาศาสตร์จากสถาบันโรสลิน (Roslin Institute) มหาวิทยาลัยเอดินบะระ สหราชอาณาจักร ที่สามารถสร้างเอ็มบริโอแกะจากนิวเคลียสเซลล์เต้านม จากนั้นนำไปให้แม่แกะอุ้มบุญอีกตัวหนึ่งตั้งท้องจนให้กำเนิดลูกแกะตัวเมียที่คลอดออกมา

 

ลูกแกะตัวนี้อาจเป็นลูกแกะที่โด่งดังและเป็นที่รู้จักมากที่สุดตัวหนึ่งของโลก มันคือเจ้าแกะดอลลี่ (Dolly) นั่นเอง

 

ความพยายามจากแกะดอลลี่สู่งลิงจงจงและฮัวฮัว

นับตั้งแต่ความสำเร็จในการโคลนนิ่งแกะดอลลี่ นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกต่างใช้วิธีถ่ายฝากนิวเคลียสในการโคลนนิ่งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมไปแล้วกว่า 23 ชนิด ไม่ว่าจะเป็นวัว, หมู, กระต่าย, สุนัข, แมว และหนู

 

แต่ในสัตว์กลุ่มไพรเมตที่มีความใกล้ชิดทางวิวัฒนาการกับมนุษย์มากที่สุดนั้นกลับไม่เห็นผล แม้จะมีความพยายามมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2002 แล้วก็ตาม

 

นักวิทยาศาสตร์คร่ำเคร่งทำวิจัยจนพบว่า สาเหตุของความยากที่เกิดขึ้นอาจมาจากยีนที่มีการทำงานเปลี่ยนไป ซึ่งเป็นผลมาจากอายุขัย การสื่อสารกับเซลล์ข้างเคียง หรือแม้แต่วิถีการดำรงชีวิต

 

ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ทำให้สายดีเอ็นเอเปลี่ยนสภาพไปโดยมีสารเมทิล (methyl) และโปรตีนฮิสโตน (histone) จะเข้ามาจับเกาะจนทำให้ยีนทำงานได้น้อยลง

 

ล่าสุด ทีมนักวิทยาศาสตร์จากจีนทีมนี้นอกจากจะใช้วิธีถ่ายฝากนิวเคลียสจากเซลล์ทารกลิงเข้าสู่เซลล์ไข่ คล้ายๆ กับการสร้างแกะดอลลี่แล้ว ยังต้องเพิ่มขั้นตอนในการย้อนอายุเซลล์ หรือรีโปรแกรม (reprogram) ให้เซลล์กลับไปมีสภาพเหมือนตอนยังเป็นเด็กอีกครั้ง โดยหลังจากนำนิวเคลียสเข้าสู่เซลล์ไข่ ทีมนักวิจัยก็เติมสาร KDM4D และ Trichostatin A ลงไป เพื่อยับยั้งเมทิลและโปรตีนฮิสโตนไม่ให้มาจับเกาะกับดีเอ็นเอ ก่อนที่จะนำเอ็มบริโอนั้นไปฝากไว้ที่แม่ลิงอุ้มบุญ

 

จากเอ็มบริโอ 109 ตัว มีเพียง 1 ใน 3 ที่เจริญได้ดีจนนำไปฝากให้แม่ลิงอุ้มบุญตั้งครรภ์ได้ 21 ตัว ซึ่งในจำนวนนี้มีอยู่ 8 ตัวที่สามารถตั้งท้องได้สำเร็จ 2 ตัวแรกที่ลืมตาออกมาดูโลกก่อนใครเพื่อนชื่อ จงจง (Zhong Zhong) อายุ 8 สัปดาห์ และฮัวฮัว (Hua Hua) อายุ 6 สัปดาห์ตามลำดับ จนถึงตอนนี้ลูกลิงน้อยทั้งคู่ยังมีสุขภาพดีและทีมนักวิทยาศาสตร์กำลังตั้งตาคอยลูกลิงโคลนนิ่งอีก 6 ตัวที่กำลังจะคลอดออกมาในอีกไม่ช้า

 

โคลนนิ่งทำให้โลกไม่หยุดนิ่ง

จุดประสงค์ที่จงจงและฮัวฮัวถือกำเนิดขึ้นมาไม่ใช่การเป็นบันไดขั้นแรกสู่การโคลนนิ่งมนุษย์ เพราะวิธีนี้มีประสิทธิภาพต่ำ อีกทั้งยังมีความเสี่ยงสูง แต่ลิงโคลนนิ่งนั้นถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ลิงเป็นสัตว์ทดลองต้นแบบ (animal model) ในการจำลองสภาพการเกิดโรคในมนุษย์

 

แม้หนูทดลองจะเป็นสัตว์ที่ตัวเล็ก เลี้ยงดูง่าย และมีค่าใช้จ่ายน้อยเมื่อเทียบกับการเลี้ยงลิง แต่ก็มีข้อจำกัดตรงที่หนูไม่สามารถแสดงอาการของโรคบางโรคได้เหมือนอย่างในมนุษย์ โดยเฉพาะโรคอัลไซเมอร์และโรคพาร์กินสัน ซึ่งเป็นโรคที่ระบบประสาทเสื่อมถอยลงจนกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คนจำนวนมาก

 

การใช้สัตว์ทดลองเป็นลิงที่มีพันธุกรรมเหมือนกันทุกตัวจะทำให้นักวิทยาศาสตร์ควบคุมตัวแปรด้านนี้ได้ ผลการทดลองที่ออกมาก็จะคลาดเคลื่อนน้อยลง นำไปสู่การใช้สัตว์ทดลองที่น้อยลงตามไปด้วย รวมถึงอาจใช้ร่วมกับการตัดต่อพันธุกรรมเพื่อทำให้เกิดอาการผิดปกติบางอย่างแล้วสร้างโคลนขึ้นมาเพื่อศึกษาวิจัยในเรื่องนั้นๆโดยเฉพาะ

 

ข้อถกเถียงทางจริยธรรมการใช้สัตว์ทดลองเป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมา นอกจากค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูที่สูงมาก ไพรเมตเป็นสัตว์ที่ใกล้เคียงมนุษย์ ดังนั้นการเลี้ยงพวกมันในห้องปฏิบัติการคราวละหลายๆ ตัวเพื่อใช้เป็นสัตว์ตัวอย่างในการทดลอง อาจทำให้ผู้คนภายนอกแวดวงวิทยาศาสตร์เคลือบแคลงสงสัยและต่อต้าน

 

ประเทศชั้นนำหลายประเทศจึงต้องควบคุมเรื่องนี้อย่างเข้มงวด สหภาพยุโรปประกาศในปี ค.ศ. 2006 ว่า อนุญาตให้ใช้ลิงเป็นสัตว์ทดลองเฉพาะกับงานวิจัยที่มีหลักฐานรองรับชัดเจนแล้วว่าไม่มีวิธีอื่นใดในการตอบคำถามงานวิจัยนั้น ในปี ค.ศ. 2013 ประเทศสหรัฐอเมริกาประกาศยุติการสนับสนุนงานวิจัยในลิงชิมแปนซีจาก 360 โครงการเหลือเพียง 50 โครงการ

 

สวนทางกับจีน ศูนย์วิจัยไพรเมตนานาชาติ (International Primate Research Center) ที่รัฐบาลจีนวางแผนสร้างขึ้นที่นครเซี่ยงไฮ้และกำลังจะประกาศสู่สาธารณชนอย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้ ความสำเร็จนี้อาจทำให้รัฐบาลจีนเป็นผู้ส่งออกลิงโคลนนิ่งรายแรกไปยังห้องปฏิบัติการ รวมถึงบริษัทยาต่างๆ ทั่วโลก

 

อีกมุมหนึ่ง การลืมตาตื่นขึ้นของจงจงและฮัวฮัวอาจทำให้เผ่าพันธุ์ของมันต้องแบกรับชะตากรรมอันหนักอึ้งเอาไว้โดยไม่รู้ตัว

 

ทั้งเผ่าพันธุ์ของมันเองและของมนุษยชาติ

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising